โคลงดั้นเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

๏ ศรีสฤษฎิ์ฤทธิเดชา มหาดิลกภูเบนทร์ สุเรนทรพิพิธ มหิศร สิงหาสน์ ราชคเชนทรเผือกผู้ คู่พาหนหลากหลาย พลายพังสีสังข์บริสุทธิ์ บรมพุทธยุทธยงยิ่ง มิ่งมงคลอรรคร้าว ท้าวทฤษฎิดำรง ทรงทศธรรมดิเรก เอกกษัตรขัตติยไทเธอ เผยอภุดาแดนตรง ท่านทรงฟ้าทรงดิน ดุจอินทรมาแมน แสนสุรนิกรแกล้ว แผ้วมฤตยกษัย ไขสุธาทิพยสรวงสวรรค์ มหันตโภไคย ไอศุริยสมบัติ พิพัฒนราชสมบูรณ์ พูลสิริราชอลังการ ผ่านรัตนราชธานี ศรีสฤษฎิเดชา มหาจักพรรดิไกรกรุง ผดุงราษฎรสถาน หาญยิ่งหาญพระพิษณุ์ ฤทธิ์ยิงฤทธิ์สุรศักดิ์ อรอัครมกุฎวิสุทธิอุดม สมณุสัตยวิโรจน์ โปรดนิกรลุล่วง ช่วงชาติเมือมรณ์ สอนอริยทรงสัตว์ ดำรัสใดบมิแพร่ง แบ่งบาปบมิพราย สลายโลกประสาน สมานโลกเสมอ บำเรอ นฤนำโอฆ จรรโลงโลกกุลียุค ทุรทุกข์ขุกเข็ญหาย ระบายบาปบรเบียนบร[๑] ขจรจิรขจายทิศ ฤทธิหริรักษ์ อัครภูธรธิราช พระบาทบรมพงศ์ ลงทั่วท้าวถวายมือ ฦๅพระยศฟุ้งฟ้า หล้าสิริสยบ[๒] ลบสุรมลาย หายเศิกเสี้ยนเสียราบ ทาบทุกทิศทั่วด้าว น้าวนครดาลเดช เขตขัณฑกว่ากว้าง ช้างเผือกผู้มากมี พระนครศรีอยุธยิ่งแล้ว ฤๅทิพยรัตนกรุงแก้ว เกียรติลํ้าใดเสมอ แลฤๅ ฯ

กล่าวเมือง[๓]

๏ ดำรงแผ่นภพพ้น กรุงกษัตร
ทุกราษฎรบำเรอ ร่มเกล้า
โสรมศรีสุรเทิดทัด ศรีแห่ง โลกแฮ
แสนสนุกนิทั่วท้าว เถิงเมือง ฯ

๏ ปราสาทเทียรแท่งแก้ว กรองโสรม
เมินมาศมลังเมลือง เลื่อมไล้
ดูดุจพิมานโพยม ลอยเลื่อน มาฤๅ
ฤๅสุรเทพไทไท้ เทียบถวาย ฯ

๏ พิศงามงามเงื่อนแต้ม ตรูตา
ผนังทาบสุพรรณลาย เลขลํ้า
เมินมุขจตุรโอภา โพโรจน์
ทวยประคองเคียงคํ้า เสียดเสา ฯ

๏ พระปรัศว์สองโสดซ้าย ขวาสอง
ทิมดาบคู่เคียงเนา คดหน้า
ลานลาดศิลารอง รายเรียบ
ลานชลาลงหล้า ลาดปูน ฯ

๏ กระถางรุกขเทียบไม้ ดัดดู ดีเอย
อีกพระมนเทียรจรูญ จรัสฟ้า
เลื่อมเลื่อมพระพรายตรู ตราโลก
แสงสุพรรณพิศหน้า พิศวง ฯ

๏ สมภารพูลโภคพ้น ราชา
เทียรทิพย์นครคง คู่ไท้
พระที่นั่งดุสิดา ภิรมย์ราช
พ่างพิมานมาศให้ แห่งองค์ ฯ

๏ โสรมแสงสิงหาสน์เจ้า จักรพาฬ
บัณฑุกัมพลทรง อาสน์ไท้
ทรงเสวตฉัตรปาน กมเลศ ถวายฤๅ
ฤาพิมานมาศใช้ เฉกฉัน ฯ

๏ ในพระนิเวศน์ไว้ สวนศรี
พางพระพิษณุสรรค์ เสกสร้าง
พระที่นั่งจตุรตรี มุขมาศ
เก๋งระดะเดียรสล้าง หลากหลาย ฯ

๏ ละเก๋งประหลาดล้วน หลากกัน
จีนฉลุฉลักลาย ลวดไม้
ฤๅเก๋งปะกิ่งทัน เทียมอาสน์ แลฤา
เลื่อมเลื่อมสุพรรณไล้ หล่อศรี ฯ

๑๐

๏ ริมรายรุกขชาติชื้อ[๔] ชุมผล
แทระทวยทอดที กิ่งก้อม
ระดะดอกสุระระคน คลอกลิ่น
พรรณพฤกษพรั่งพร้อม เพริศพราย ฯ

๑๑

๏ แถวสถานทิวถิ่นทั้ง สวนศรี[๕]
ล้วนวิหคหลากหลาย แซ่ซร้อง
สัตวามยุรโนรี ชุมชาติ
พางพระหิมพานต์พร้อง[๖] เพรียกเสียง ฯ

๑๒

๏ ศิลาเลี่ยนลาดพื้น ไพบูลย์
เทียบแท่นธรรายเรียง ร่มไม้
บังแสงสุริยแสงสูรย์ แสงส่อง ได้ฤๅ
ฤๅอุทยานดุระได้ ดั่งเห็น ฯ

๑๓

๏ อุทยานเยียวฟ่องฟ้า มาดิน แลฤๅ
ฤๅทิพย์อุทยานเป็น เปรียบอ้าง
เก๋งเกาะชะแวกสินธุ์ ฟูฝั่ง
คลองเขื่อนตะพานช้าง เฉกฉัน ฯ

๑๔

๏ สระหลวงละหลั่งนํ้า ในใส
ใสสุทธิสะอาดอัน โล่งล้วน
เกษมสุขเจริญใน พระนิเวศน์
แถวถั่งเทียรท่อถ้วน ถั่งมา ฯ

๑๕

๏ ไขระหัดวิเศษน้ำ ไขสูง
โพนพุ่งพุพะผา เฟื่องฟุ้ง
เซ็นซ่านกระจายจูง ใจชื่น ใจนา
ไว้หว่างชะวากวุ้ง เวียดวง ฯ

๑๖

๏ ท้องธารราบรื่นเหรี้ย โรยทราย
ลาดเลี่ยนศิลาลง พ่างพื้น
เขื่อนขัณฑ์คั่นคูราย เรียงเรียบ
แลหลั่งชลไหลตื้น แต่งสินธุ์ ฯ

๑๗

๏ พระแท่นทิพย์เทียบท้อง ธารไหล
ดุจแท่นกัมพลอินทร์ อาสน์แก้ว
เรืองรุกข์พฤกษาไทร สระล่าง
เฉกฉัตรปาริกแพร้ว เพริศตา ฯ

๑๘

๏ มีเรือสำป้านพ่าง เพียงเรือ จีนเอย
หล่างละลำหลังคา เก๋งพั้ง[๗]
ฝาช่องกระจกเจือ ทองสลับ
เนื่องเนื่องเคียงคู่ขั้ง แข่งถวาย ฯ

๑๙

๏ บางพะทับที่นั่งนํ้า[๘] แนวใน
บางล่วงบางลำพาย เฉิดช้อย[๙]
บางพิณพิไรไคล ครวญครํ่า
สักระวาดอกสร้อย เสร็จทรง ฯ

๒๐

๏ สุดแสนสุทธิพร่ำพร้อง สระสวน
เทียมเทพชลอลง เลื่อนฟ้า
ควรแผ่นพิภพควร ขวัญภพ เรานา
เฉลิมแหล่งละเลิศหล้า เลิศงาม ฯ

๒๑

๏ เฉกฉากช่างลบล้ำ ลายระบาย
แบ่งระบายเบือนตาม แต่งต้อง
สวรรค์ฤอวดโอ่อาย อาจเอี่ยม
แสนสุรสุรางค์ซร้อง เษกสม ฯ

๒๒

๏ อ่างแก้วประเปี่ยมน้ำ สะอาดใส
มีศิขรตระการชม แมกไม้
มากหมู่มัจฉไคล คลาชื่น ชมเอย
พร้อมพฤกษรดูได้ ดกเอง ฯ

๒๓

๏ โรงรำคระครื่นครื้น เครงเสียง
เสนาะสนั่นโพนเพลง พาทย์ก้อง
เจริญสุขเขษมเวียง วังราช
เฉื่อยฉ่ำระบำร้อง เรื่อยเสียง ฯ

๒๔

๏ แถวที่ประพาสพร้อม เพรียงพรรค์
ในพระนิเวศน์รายเรียง เรียบไว้
ละสิ่งละอันอัน เรืองรัตน์ เรืองนา
ฝ่ายนอกฝ่ายในไซร้ เสกสรรค์ ฯ

๒๕

๏ พิมานจักรพรรดิเพี้ยง จักรพรรดิ
พระที่นั่งสนามจันทร์ จรัสฟ้า
เป็นที่พระดำรัส วราเดช
พร้อมมาตย์เนื่องหน้านอบ ประนม ฯ

๒๖

๏ เรียงโรงคชเศวตไว้ ระวางใน
ทุกประเทศชวนชม ชื่นหน้า
หอพระปริตไข พุทธเวท
สังฆรามัญห้า เหตุขลัง ฯ

๒๗

๏ เฉลิมบุญชวเลตล้ำ เลยกรุง กษัตรพ่อ
พระนิเวศน์เวียงวัง วาดไว้
ดุจเทพพิทักษ์ผดุง ดาลเสก สรรค์ฤา
สำหรับราชไท้เธอ เทียบถวาย ฯ

๒๘

๏ โรงอาลักษณ์เอกอ้าง กลกลอน
เรียงเรียบทิมดาบนาย มหาดเฝ้า
ทิมตำรวจในรอน อริราช
โรงนั่งประนังเร้า เร่งยาม ฯ

๒๙

๏ โรงแสงสรรพศาสตร์พร้อม เพรียงใน
อิกพระคลังเงินงาม ส่วยซร้อง
แก้วเก้าสุพรรณไพ บูลย์เลิศ
ทุกสิ่งสรรพพูลพ้อง เพียบคลัง ฯ

๓๐

๏ สบสรรพประเสริฐสิ้น สุดรำ- พันเอย
สังเขปพอยินฟัง ฝ่าอ้าง
พระเดชประดุจดำ- เนินบท ได้ฤๅ
บุญพระเผือกผู้ช้าง เฉกอินทร์ ฯ

๓๑

๏ บังเกิดปรากฏสร้าง สมบุญ พระนา
โรงรถคชโรงสิน- ธพเชื้อ
มีหมวดหมื่นหมายขุน พลกลัด กลาดเอย
พิทักษ์ภักดีเกื้อ เก่งการ ฯ

๓๒

๏ สำหรับกษัตรพร้อม ไพบูลย์
โรงพระภูษาสาร เสร็จสร้าง
ตำแหน่งยศประยูร เยียวศักดิ์ สูงแฮ
พร้อมพระเครึ๋องเอกอ้าง อาจคำ ฯ

๓๓

๏ บริบูรณ์บริรักษ์พร้อม รักษา
ปืนใหญ่อยู่ประจำ จ่อจ้อง
โรงริมทวารา เคียงคู่
ฝรั่งรักษาซ้อง[๑๐] สง่างาม ฯ

๓๔

๏ แขกเมืองมาสู่ให้ เห็นสยอง
ทุกประเทศเข็ดขาม ขาดเกล้า
ปืนเหล็กและปืนทอง แถวเถิ่ง
หมายหมู่ทหารเฝ้า ขึ่งขัน ฯ

๓๕

๏ แถวสถลทะเทิ่งหน้า นอกพลาน
พญาตานีซ้ายสัน ศาสตร์แกล้ว
นารายณ์ราชสังหาร เยียวอยู่ ขวานา
มารประลัยผลาญแผ้ว ภัศม์ธุลี ฯ

๓๖

๏ โรงเรียงเคียงคู่ไว้ ถึงทวาร นอกแฮ
พิรุณแสนห่ามี[๑๑] สง่าลํ้า
พลิกสุธาหงายราญ รอนราพณ์
อิศรปราบจักรวาฬหํ้า หักรณ ฯ

๓๗

๏ พระฤทธิ์ฤทธิปราบทั้ง ธรณิน
ไกรศักดิ์สิทธิผจญ จบหล้า
ฦาเล่าข่าวขจรยิน สยองสยด
สรรพสิ่งศัสตรากล้า กลาดแดน ฯ

๓๘

๏ พระเกียรติปรากฏด้วย เดชา
ทำนุกสาสนแสน เสกสร้าง
วัดศรีรัตนศาสดา รามรุ่ง เรืองเฮย
ในนิเวศน์วรสล้าง หลากหลาย ฯ

๓๙

๏ อุโบสถโพนพุ่งโพ้น เพียงเกือบ ฟ้าแฮ
แวววะวาบวาวพราย เพริศล้ำ
หลังคากระเบื้องเคลือบ เขียวสด
แสงสุพรรณสอดซ้ำ ส่งแสง ฯ

๔๐

๏ ไว้พระมรกตแก้ว เป็นประธาน
พระพุทธเทียบแทนแสดง เดชไท้
สำหรับนครปาน ปูนพระ ยังเฮย
แด่มนุษย์ด้าวได้ ดั่งองค์ ฯ

๔๑

๏ มาสาธุสะซร้อง ประชุมธรรม์
ในพระมรฑปทรง เษกไว้
เรืองเรืองพระสาสน์สรร เพชญโพธิ
ห้าสหัสวัสสาไซร้ เสร็จสรรพ์ ฯ

๔๒

๏ เรืองแสงไพโรจน์เรื้อง เรืองศรี
หอพระมนเทียรธรร- เมศไท้
ตู้มุกมาศมณี ลายเลิศ
พร้อมพระไตรปิฎกไว้ สรรพสม ฯ

๔๓

๏ หอพระนาคเพริศพร้อม ปฏิมา- กรพ่อ
ทรงสมาธิอุดม เดชตั้ง
เลขลาวเหล่ารักษา ปฏิบัติ
พระสถูปเทิดทั้ง ถากเกลียง ฯ

๔๔

๏ หอระฆังเถิ่งทัดฟ้า ฟูโพยม
ค้อนค่อนคระครวญเสียง ค่ำเช้า
เทียนทองประทีปโคม บูชิต
อสุรศักดิ์ศักดาเฝ้า ทุกทวาร ฯ

๔๕

๏ โสรมแสงชวลิตแล้ ลายเลข
ริเรื่องรามเกียรติ์สาร จฤกไว้
ทุกห้องระเบียงเสก สรรค์แนะ บอกนา
บางก็ดาลดูได้ ทักเถียง ฯ

๔๖

๏ รำพันพิรแคะแค้น ไขความ
ในนิเวศน์วังเวียง วากย์ว้าง
วัดพระศาสดาราม ฤาสุด สิ้นเอย
ใดจะปูนปานอ้าง ออกเหมือน ฯ

๔๗

๏ มีศาลสมมตล้าง ทรวงทุกข์
ฝ่ายทหารพลเรือน เรียบไว้
สำหรับกุลียุค เข็ญราษ- ฎรนา
บัตรบอกสารตราไซร้ ส่งถวาย ฯ

๔๘

๏ ปราการปานวาดไว้ เวียนวง
ใบสิมาเรียงราย เรียดร้อย
พระทวารหว่างวางทรง โสภิต
คูเขื่อนแขงขันค้อย เข่นเข็ญ ฯ

๔๙

๏ ป้อมปักทุกทิศทั้ง ขอบขัณฑ์
นายประจำเช้าเย็น อยู่เฝ้า
ป้อมอินทรรังสรรค์ สุรยศ
อิกอนันตคิรีเร้า รวดปืน ฯ

๕๐

๏ ป้อมสัตบรรพตเพี้ยง สัจภัณฑ์
ผิเดชดัสกรฝืน[๑๒] ฝ่าสู้
อิกป้อมศิขรขัณฑ์ ขึงเขต
ป้อมมณีเพชรรัตน์กู้ นครา ฯ

๕๑

๏ ป้อมขัณฑ์เขื่อนเพชรพ้าง เพียงเพชร
โสฬสลิลาปรา- เสริฐลํ้า
มหาโลหเดชเด็จ ดายเลี่ยน
เทียบแทบฉนวนน้ำ โสรจสรง ฯ

๕๒

๏ ดูดั่งปลงเปลี่ยนฟ้า มาดิน
ดุจเทพจำนงจง แต่งตั้ง
ศัตรูหมู่อริน ทรสยด
เห็นคะคึกคิดขั้ง ขลาดกลัว ฯ

๕๓

๏ พระเกียรติปรากฏทั้ง ธรณี
ในนึกมอบตัวหัว ขาดข้า
หัวเมืองออกเมืองมี มามาก
หาญไป่หาญกล้าหายกล้า[๑๓] กลับยำ ฯ

๕๔

๏ ทุกสิ่งสรรพหลากล้วน แลหลาย
ศาลเทพเทพาบำ บ่วงไว้
องค์อิศรนารายณ์ เรืองฤทธิ์
อิกพระกาลผลาญให้ มอดมาร ฯ

๕๕

๏ เทวสถานสถิตไว้ ระวางเมือง
สายสาดสองเสาทวาร ย่อนช้า
สำหรับนคราเรือง รายเรียบ
โถงถง่านงามหล้า เลิศหลาย ฯ

๕๖

๏ มีฉางพลูเพียบทั้ง ธัญญา
หอทะเบียนบวกหมาย หมู่ไว้
ลูกขุนนอกปรึกษา ทุกขโทษ
ทั้งตึกดินเดชได้ รักษา ฯ

๕๗

๏ หอกลองสูงโสดด้าว ดูเหตุ
เพลิงเศิกศัตรูมา ร่ำไม้
ไว้ศาลสุรเทเวศร์ ถวายข่าว เข็ญนา
ศักดิ์สิทธิ์เสื้อเมืองให้ เหตุถึง ฯ

๕๘

๏ คำฦๅคนเล่าอ้าง อึงเครง
สิทธิศักดิ์หลักเมืองถมึง กึ่งด้าว
ใครยลย่อมยำเยง สยองเดช
ทุรคดพยศห้าว หักผลาญ ฯ

๕๙

๏ ในพระนคเรศล้วน หลากหลาย
พิรพิศพิศดูดาล เดชลํ้า
วัดวาอร่ามราย เรืองรุ่ง
พางพิมานมาศกํ้า กึ่งสรวง ฯ

๖๐

๏ เจดีย์โพนพุ่งฟ้า ถาบทอง
พระเชตุพนวัดหลวง เลิศแล้ว
มหาธาตุราชบุรณสอง สามวัด
พร่างพร่างสุพรรณแพร้ว เพริศโสรม ฯ

๖๑

๏ เป็นศรีสวัสดิ์พร้อม เพรียงพรรค์
เรืองรุ่งสาสนคือโคม คู่ฟ้า
วิหารระเบียงบัน รจเรข
พร้อมพุทธรัตนจ้า จรัสแสง ฯ

ราชาภิเษก[๑๔]

๖๒

๏ พระองค์อัครเอกอ้าง อมรินทร์
โดยเสด็จดุรแสดง เดชได้
ราชาภิเษกศิลป์ ศรยุทธ ยิ่งแฮ
เสวยสุขสวัสดิ์ไท้ เสร็จทรง ฯ

๖๓

๏ พระมหามกุฎแก้ว พระขรรค์
ธารพระกรควรคง คู่หล้า
พร้อมเครื่องกกุธภัณฑ์[๑๕] วาลวิช- นีพ่อ
ฉลองพระบาทยาตรฟ้า เสด็จไคล ฯ

๖๔

๏ บุญพระสรรพสิทธิ์พร้อม ไพบูลย์
เครื่องอัษฎาวุธใน[๑๖] แต่งตั้ง
พระแสงจักรีตรีศูล สุรวุธ
ทั้งพระแสงโตมรดั้ง ดั่งถวาย ฯ

๖๕

๏ แสงขอยงยุทธ์ไท้ ชาญณรงค์
ชนะอรินทรล่วงหลาย ฤทธิ์ร้าย
อวยนามสวัสดิ์มง คลอุ- ดมนา
ชื่อพระยาแสนพลผ้าย พัฒนชัย ฯ

๖๖

๏ พระแสงคาบชุดข้าม สระโตง
อาจล่วงยุทธ์ยิงใน น่านน้ำ
เขนดาบเกาทัณฑ์โกง ไกรศักดิ์
กับดาบเชลยล้ำ เลิศทรง ฯ

๖๗

๏ สำหรับบริรักษ์เรื้อง ราชา
ภิเษกพราหมณ์ประสงค์ นอบน้อม
ถวายแปดทิศวรา ประสิทธิ์ พรพ่อ
ครบอัษฎาวุธพร้อม พฤฒิพร ฯ

๖๘

๏ โปรยมาศมาลิศแล้ว จรจรร
โดยเสด็จพระนคร เลียบแล้ว
เสนานิกรมหันต์ แหนแห่
ปรายหิรัญเพ็ญแผ้ว ผ่องเกษม ฯ

๖๙

๏ ฝูงราษฎรแซ่ซร้อง สรรเสริญ
กราบราบกระมลเปรม ปิ่นเกล้า
อวยพรพระเจริญ ศรีสวัสดิ์
เขษมสุขทุกค่ำเช้า ชื่นโสรม ฯ

ช้างเผือกผู้มา[๑๗]

๗๐

๏ พระจอมจักรพรรดิเจ้า จอมเกศ
พรเพียบพรพูลโพยม เอิบอ้าง
ออกเมืองส่งสารเศวต ถวายท่าน แลแฮ
ล้วนแต่เผือกผู้ช้าง มิ่งเมือง ฯ

๗๑

๏ เฉลิมบุญพระผ่านเผ้า[๑๘] ภุดาธาร
ทั้งคชพาหนเนือง นอบไท้
เผือกผู้สู่[๑๙]โพธิญาณ ยศยิ่ง
กัมพุชบอกก่อนได้ ก่อนถวาย ฯ

๗๒

๏ พระจอมอมรมิ่งฟ้า มาศรี อยุธย์พ่อ
สำหรับพาหนหลาย เลิศแล้
เชียงใหม่เผือกผู้มี[๒๐] มาหนึ่ง
หนึ่งน่านเผือกผู้แท้[๒๑] ท่วนสาม ฯ

๗๓

๏ ยังเมืองหมายพึ่งท้าว เทียวหา อีกนา
บำเหน็ดบำนาญนาม แต่งตั้ง
หมอควาญชื่นหน้าตา แดงเลือด
ลาภลุเสื้อผ้าทั้ง เงินทอง ฯ

๗๔

๏ คำคนห่อนเหือดยั้ง ยอบุญ
ยอพระยศควรครอง ครอบไว้
เผือกผู้จะมาหนุน มาเนื่อง มาเอย
ถึงท่วนเจ็ดช้างได้ ดั่งคำ ฯ

๗๕

๏ สรรเสริญรื้อเริ่มอ้าง ออกเมือง มาแล
พังเผือกสองก่อนนำ นอบท้าว[๒๒]
มาสู่สวัสดิเรือง นคเรศ
สนองบาทบงกชจ้าว ก่อนมา ฯ

๗๖

๏ สารสวัสดิ์ศรีเศวตล้วน มากมี
ชาติฉัททันต์ปรา เสริฐแท้
อุโบสถสวัสดิ์ศรี บริสุทธิ์ ยิ่งพ่อ
มาสู่พระโพธิแล้ เล่ห์อินทร์ ฯ

ม้าต้น

๗๗

๏ เป็นศรีอยุธยพร้อม ไพบูลย์
เสร็จสรรพลักษณสิน- ธพเชื้อ
ล้วนอัศวตระกูล สูงศักดิ์
เป็นเอกอาสนเกื้อ กอบบุญ ฯ

๗๘

๏ อัศวราอรรคโอ่อ้าง วลาหก
พางภมรเขมงหมุน มุ่นเท้า
ย่างน้อยยะเหยาะยก ยำแม่น
ตัวละตัวเร็วเร้า[๒๓] เร่งตัว ฯ

๗๙

๏ ล้วนอัศวไวแกว่นแกล้ว กลางรณ
โผนเผ่นลำพองหัว เหิดร้าย
แล่นล่วงตรลอดพล ผับไล่
ถั่นถั่นอรินทรผ้าย พั่งหนี ฯ

๘๐

๏ สินธพใหญ่ยิ่งอ้าง อัสดร
เกิดตระกูลพาชี ชาติน้ำ
เรืองฤทธิ์มหิทธิขจร จบทั่ว
ขับขี่ดีเหลือล้ำ เลิศฦๅ ฯ

เรือพระที่นั่ง

๘๑

๏ เสร็จทรงมามั่วซร้อง เสกสรรค์
สนองบทวราฤา ร่ำไว้
นาวาว่องวางขยัน ไววิ่ง
ลำละลำปลึกไล้[๒๔] เลื่อมเงา ฯ

๘๒

๏ สำหรับพาหนยิ่งลํ้า ละลำ
เทียมเทพหล่อเพลา เลื่อมไล้
พระที่นั่งประจำ ทวีปเลิศ แล้วแฮ
ยาวเสร็จเส้นหนึ่งได้ ดุจหมาย ฯ

๘๓

๏ พลพายพระเพริศพ้าง พายพัด
พระที่นั่งหลากหลาย ล่อฟ้า
ถับถึงที่ตระบัด ดลดุจ ลมแฮ
สำหรับบุญเลิศหล้า เลิศบุญ ฯ

๘๔

๏ บพิตรพิษณุภุชพ้น ราชา
ล้วนอาสน์สนองคุณ ครอบเกล้า
พระที่นั่งหลังคา ทองลาด
โขนโขมดยาเย้า ยั่วพาย ฯ

พยุหบาตราเรือ[๒๕]

๘๕

๏ สมเด็จบรมบาทเบื้อง บรมพงศ์
โดยเสด็จพลเหล่าหลาย น่านน้ำ
เสด็จดำหนักแพลง ลอยทอด
เล็งพยุหยาตราล้ำ เลิศขบวน ฯ

๘๖

๏ พระยศยศยอดฟ้า ดินขจร
ดุจบรเมศวร สู่ด้าว
โดยเสด็จเดียรสลอน หลายหลั่ง
เป็นพยุหยาตราท้าว ธเรศไคล ฯ

๘๗

๏ ดำแหน่งยศพรั่งพร้อม เพรียงพรรณ
ขันธฉาวดาวชมชัย เชิดช้อย
ไชยขรรค์คู่สุพรรณ ดาวดาษ
ศรีอัสดรดลคล้อย แข่งเคียง ฯ

๘๘

๏ เขจรพาชีชาติเชื้อ ชาญไชย
ชัยชนะคชการเรียง เรียบไว้
ชำนาญคชกรรไกร กำหนด
ดำแหน่งเรือแซไซร้ เสร็จหมาย ฯ

๘๙

๏ ไชยาฦๅยศเลื้อง ฦๅชาญ
ชัยชนะฦๅชาผาย ผาดหั้น
อิกไชยะอธิการ ทะยานทิพ
เทียรคู่แข่งขันชั้น เสร็จไคล ฯ

๙๐

๏ เยียงผาผายพริบพร้อม พรายพาย
ขุนเทพทวารใน โอ่อ้าว
เรือม้าราชนิกูลผาย ผาดแล่น
เป็นกระบวนนอกน้าว นาบธนู ฯ

๙๑

๏ ขุนพรหมแพ่นฆาฏฆ้อง กลองดัง
พิฦกกลั่นสนั่นหู โห่ร้อง
ขุนอินทร์พาทย์พึงพัง กตุมพ่าง
ขันแข่งคลอเคล้าคล้อง คล่าวเสียง ฯ

๙๑

๏ ปักษีละหย่างเยื้อง ยศพาง บินเอย
ลอยสลาบลำเคียง คู่เคล้า
อินทรีละกลกลาง ปีกร่อน
สองแล่นสองลำเย้า ยั่วพาย ฯ

๙๓

๏ วิคาไลยอ่อนโอ้ ลำเพา
ทอดระทวยพายกราย กรีดนํ้า
อาสาหกเหล่าเฉลา ลำแข่ง
หมายมุ่งอรินทร์หํ้า ห่ำรอญ ฯ

๙๔

๏ กิเลนดำแหน่งนั้น ตำรวจ สี่แฮ
ทังทักกทอจร จวบผ้าย
สิงโตร่าเริงรวด เร็วรัด
นาคราชเหราร้าย ฤทธิไกร ฯ

๙๕

๏ เรือไชยบวรสวัสดิ์ป้อง เป็นทวาร
ไชยรัตพิมานไสว ว่องแคล้ว
ตำรวจใหญ่เร็วราญ อริราช
เป็นประตูในแผ้ว เผ่าพาล ฯ

๙๖

๏ เรือกิ่งโอ่อาจหน้า โดยเสด็จ
ตำรวจสี่กรมชาญ เชี่ยวร้าย
กันราชอรินเสร็จ ศาสตร์ยุทธ- ยงฮา
เป็นประตูในผ้าย พ่างชล ฯ

๙๗

๏ ชลพิมานไชยดุจเพี้ยง พิมพ์สอง กันเอย
ไกรสรมาศโดยดล ด่วนเต้า
บัลลังก์บุษบกทอง แถวถ่อง
ที่สี่จรคลาเคล้า คู่คลา ฯ

๙๘

๏ ศรีพิมานไชยว่องนํ้า เนืองพาย
ทรงบุษบกประภา มาศแม้น
ที่สามเลิศแลหลาย ลีลาศ
ฉายเฉิดชลล่วงแหล้น ล่วงสินธุ์ ฯ

๙๙

๏ ไกรจักรรัตนราชเรื้อง สรวงสรรค์
บุษบกเทียรทินกร พร่างพร้อม
ทรงพระเทวกรรกัน พิบัติโทษ
ยุรยาตรที่สองห้อม เห่พาย ฯ

๑๐๐

๏ สรพรหมไพโรจน์เพี้ยง พิมม์ทอง
พางพิมานเมลืองฉาย เฉกฟ้า
บุษบกระบายกรอง สุพรรณมาศ
ทรงพระไชยชาญหล้า เลิศชาญ ฯ

๑๐๑

๏ ศรีสมรรถไชยอาสน์ท้าว เสร็จทรง
ดุจสุริยพิมาน มาศย้อย
นายนักสราชถือธง ประนบ หน้าแฮ
พลพวกพายทองช้อย เชิดพาย ฯ

๑๐๒

๏ ไกรสรมุขนบนั้น รองทรง
จตุรมุขเมลิงฉาย เฉิดฟ้า
ขนนเขนยวรเอกองค์ ไสยาสน์
พางพิมานลงหล้า เลื่อนชล ฯ

๑๐๓

๏ เรือครุฑพาหนนาถไท้ ทรงฤทธิ์
พิศพระพิษณุดาลดล เดชด้าว
เทียรเทพนิรมิต พิมานมาศ
พระแท่นบุษบกท้าว ธเรศสรรค์ ฯ

๑๐๔

๏ เรือหงส์วรผาดเพี้ยง เผยอบิน
มุขสี่ศรีสุพรรณ พร่างพร้อย
พางพาหนพรหมินทร์ เสมออาสน์ พระนา
ที่นั่งรองร้อนน้อย สว่างเย็น ฯ

๑๐๕

๏ ศรีสุนทรสาตร์ป้อง เป็นเรือ กันแฮ
ไกรสรจักรระวังเข็ญ เขตนํ้า
สองลำแล่นฝันเฝือ ฟูมฟ่อง
ปราบประลัยลาญห้ำ หักราญ ฯ

๑๐๖

๏ เรือหงส์เหิรคล่องคล้าย อรรณพ
ธารเทียบหลาวทองชาญ เชี่ยวตั้ง
ตำรวจพิรามรบ เป็นประ- ตูฮา
โตมรกุมยืนยั้ง ง่าที ฯ

๑๐๗

๏ เอกไชยไชยเรื้อง ยศยง
แดงดาษหลังคาศรี เพริศแพร้ว
กรมบวรสถานมง- คลเสด็จ ทรงเอย
เป็นกระบวนหลังแคล้ว คลาศไคล ฯ

๑๐๘

๏ เรือไชยไชเยศเย้า ยวนชม
ศรีดาดดำเดียรไสว แห่ห้อม
หน่อนาถราชต่างกรม จรจบ
เรือประพาสยาตรพร้อม พรั่งตาม[๒๖]

๑๐๙

๏ เรือเตร็จไตรภพนั้น มังกร
จบจักรวาฬงาม คู่เคล้า
เรือนาคจักรคทาธร เทียรเทพ เทียมฤๅ
นาคทะบองรีบเต้า แต่งคลา ฯ

๑๑๐

๏ สำคัญสังเขปเบื้อง พยุหบาต ตราแฮ
ไปเสร็จสุนทรนา เวศไว้
สำหรับนครราช เรืองเดช
เฉลิมแผ่นภุดาไท้ ธเรศทรง ฯ

๑๑๑

๏ ทุกทวยประเทศท้อง แถวชล
ขึ้นล่องแลลานลง น่านนํ้า
สองฟากสระสับสน แออัด
อิกเกริกไกรเกียรติลํ้า เล่าอึง ฯ

๑๑๒

๏ ล้วนเรือเยียดยัดซร้อง เสียดสน
สาวหนุ่มกำเลาะพึง รุ่นรู้
ลางนางแนบเนียนกล กาเมศ
บางม่ายประเมียนชู้ ชักเชิง ฯ

๑๑๓

๏ สมณาพฤติเพศพร้อม อวยชัย
อวยพระพรสำเริง รื่นเร้า
ขอพระเสด็จเนาใน ธรณิศ นี้นา
ปกประชาชนเกล้า อยู่เย็น ฯ

มอญเมาะตะมะมาสู่พระโพธิสมภาร[๒๗]

๑๑๔

๏ พระมีมหิทธิเรื้อง วรเด- ชาพ่อ
ทุกประเทศมาเป็น บาทไท้
มอญมัตมะ[๒๘]เท ครัวครอก มาฮา
สู่โพธิสมภารใต้ บาทบงสุ์ ฯ

๑๑๕

๏ หมื่นแสนอาจออกได้ ดุจเดียว
มอญอหังการอง อาจล้าง
หล่าวพม่าบัดเดี๋ยว ดลยับ
มาพึ่งพระโพธิอ้าง ออกถือ ฯ

๑๑๖

๏ มอญมาโปรดรับไว้ โปรดปราน
ท้งครอกครัวฮึงฮือ พรั่งพร้อม
เงินทองพระราชทาน แจกจ่าย
ใครชอบชุบย้อมให้ ยศถา ฯ

๑๑๗

๏ สบสิ่งสรรพง่ายได้ ดั่งเห็น
พระโพธิเพิ่มพูลมา ใช่น้อย
ศัตรูหมู่อริเข็ญ คืนนอบ
ถือพระพัฒน์สัจถ้อย ทุกเมือง ฯ

๑๑๘

๏ บุญพระครองครอบเกล้า กรุงกษัตร
ผายแผ่นภุดาเรือง รุ่งหล้า
แดนใดบ่อคือขัด ขึงแข่ง ได้ลย
ล้วนหลอบมอบเป็นข้า ขาดมือ ฯ

๑๑๙

๏ คำคนพร่ำแพร่งพร้อม เพรียงปาก
เอิกเกริกระบือฦา เล่าอ้าง
มอญใหม่[๒๙]จะมามาก มาสู่ โพธิพ่อ
เมืองภุกามเกือบร้าง ราบสูญ ฯ

เมืองใหม่

๑๒๐

๏ มอญใหม่มาอยู่ได้ ในเมือง ใหม่นา
พอเสร็จบริบูรณ์ พรั่งพร้อม
วัดวาอร่ามเรือง ราชแต่ง แล้วแฮ
คูเขื่อนกำแพงป้อม ปักสรม ฯ

๑๒๑

๏ กำแพงบุรแบ่งเบื้อง สองฟาก
สูบฝิ่นขนดินถม ทุบพื้น
เมืองลุบ่มิยาก สักหยาด
ล้วนมั่นบ่มิลื้น เล่ห์แลง ฯ

๑๒๒

๏ พระดำริราชสร้าง ประเสริฐ
พาลพวกอรินแสยง สยดเศร้า
งามสง่างามเลิศ ฦาเล่า กันเฮย
สลุบกำปั่นเข้า เขตคาม ฯ

๑๒๓

๏ ปากคนปึงเป่าอ้าง ยศยอ
ยอพระยศทั้งสาม แผ่นแผ้ว
ทุกประเทศมาขอ มอบชีพ
ล้วนแต่ตัวกล้าแกล้ว กลั่นรณ ฯ

๑๒๔

๏ อาสาราญรีบร้า รณรงค์
หมายมุ่งจับผจญ เศิกสู้
ละคนละคนคง ปืนหอก
สบสิ่งศิลป์รวดรู้ แกว่นการ ฯ

๑๒๕

๏ บันลืออึงออกเกล้า กลัวฤทธิ์
ฤทธิ์ฤทธิรอญราน ราพณ์ร้าย
คือองค์อิศรอิศ- ราเมศ
ยินแต่ข่าวพังผ้าย พั่งเอง ฯ

ทหารถวายมือ

๑๒๗

๏ พระดาลวรเดชให้ มหัศจรรย์
ทุกทั่วนิกรเกรง กราบเกล้า
เสด็จที่นั่งสุธาสวรรย์ วรเวก ฟ้าแฮ
ต่างต่างศิลปศาสตร์เข้า แข่งถวาย ฯ

๑๒๘

๏ เลงพลพลเอกอ้าง พลอัม- รินทร์เอย
แสดงศิลปหลายหลาย หลากล้วน
ทวนหอกฮึกโหมรำ แทงแท่ง กันนา
กระบี่ดาบดายห้วน หวดหัว ฯ

๑๒๙

๏ บางหาญหาญเร่งร้า สงคราม
หาญบ่คิดกลัวตัว ต่อสู้
ขันแข็งแข่งพลราม รอนราพณ์
ล้วนแต่ตัวเก่งกู้ นครา ฯ

๑๓๐

๏ หาญมอญเปรื่องปราบห้าว ฮึกโหม
พระยามหาโยธา กลั่นแกล้ว
พาพวกพยุหโจม จับศึก
บัดลุบ่คลาแคล้ว คลาดมือ ฯ

๑๓๑

๏ พระยาพระรามคึกเข้า ยงยุทธ์
พังพินาศบันลือ ลั่นหล้า
พางพระสุธาทรุด โทรมศาสตร์
ตัวละตัวตัวกล้า ต่อพัน ฯ

๑๓๑

๏ นครอินทรอุกอาจอ้าว อวดองค์
สองดาบร่ารำขยัน ดาบดั้ง
มุ่นหมุนมุ่งหมายตรง ฟันฟาด
ป้องปัดขัดเขม็งจั้ง จั่งกา ฯ

๑๓๒

๏ หาญลาวสาวศาสตร์ด้วย ทวนแทง
สรรแต่ตัวอาสา เศิกสู้
แพร่น่านเก่งกำแหง หาญเท่ง ทวนแฮ
หาญต่อหาญพันธุ์ผู้ เผ่าลาว ฯ

๑๓๓

๏ เหล่าลาวห้าวเห่งฮื้อ แข็งขัน
ข่นแข่งเศิกสันสาว ศาสตร์คว้าง
ทวนหลังอัศวผัน เพลงว่อง
ขับขี่ออกโอ่อ้าง อวดแทง ฯ

๑๓๔

๏ หาญญวนเคล่าคล่องไม้ หัวเดียว
ดาบเชลยกลางแปลง ปลาบเปลื้อง
เงี้ยวง้าวกระกราวเกรียว โทรมศาสตร์
จงรักภักดีเบื้อง บาทถวาย ฯ

๑๓๕

๏ ญวนแกวเกลื่อนกลาดแกล้ว อาสา
สวามิภักดิ์ตัวตาย ตอบเต้า
ไวว่องคล่องศัสตรา ฉมวยแม่น
ฉมวยแม่นแล่นทะลวงเข้า จัดจริง ฯ

๑๓๖

๏ บัดบองบัดแกว่นกล้า กลางหาญ
หาญฮึกคะนึงยิง น่าไม้
ดาบโล่แล่นทะยาน ยงยุทธ์
ทะมื่นมุ่นหมุ่นไหล้ ล่วงแทง ฯ

๑๓๗

๏ พลหาญมหุตห้าว นักเขมร
กำเลาะกำลังแรง ปลักปล้ำ
ละคนละคนเจน จัดศึก
คึกคึกพ่างพลก้ำ กึ่งมาร ฯ

๑๓๘

๏ เครงเครงเสียงครึกครื้น เสียงกลอง
กลองแขกชวาขาน ปี่แจ้ว
หอกคู่คู่แขกสอง รำร่าย กันนา
ผันผัดปัดป้องแคล้ว เคล่ากัน ฯ

๑๓๙

๏ มะไลยู[๓๐]ย่ายย้าย กรายกฤช
กฤชต่อกฤชกรายผัน คล่องเคล้า
บัดแทงเท่งแทงติด ตายตอบ กันนา
มุหงิด[๓๑]มักกะสัน[๓๒]เข้า แข่งขัน ฯ

๑๔๐

๏ แขกเทศมามอบเกล้า ถวายมือ
กระบี่เสน่าสัน เสี่ยวไส้
ละเพลงละเพลงฦๅ เลิศยิ่ง
ยกย่างสามขุมไขว้ ไขว่ฟัน ฯ

๑๔๑

๏ หาญเจ๊กปะกิ่งแกล้ว กลางรณ
กุมโล่เกาทัณฑ์ถลัน เล่นง้าว
ทะลวงล่วงผจญ โจมฟาด
หมวดมุ่นหางหนูน้าว เควี่ยงขวาน ฯ

๑๔๒

๏ พระยาศรีราชเจ้า อากร
เตาสุราชัยบาน บาปบ้า
ขี่เกี้ยวขับพลจร จอมเจ๊ก
ม้าล่อลั่นเซงส้า ฉ่างเสียง ฯ

๑๔๓

๏ บางตระบองเหล็กล้วน บองเหล็ก
ตีต่อยประดังเดียง เด่าดิ้น
ล้วนแต่เจี๊ยะจิวเจ๊ก บุกบาป
บัดลุบัดล้างสิ้น สุดปราณ ฯ

๑๔๔

๏ บางจีนจับดาบจ้วง จาวฟัน
หลั่งเลือดลงหลายลาญ ชีพม้วย
บางจีนขี่ม้าผัน ผกไล่
ทันเท่งทวนสอดส้วย ซุ่ยพุง ฯ

๑๔๕

๏ ข้าเศิกมาไม่สู้ กลัวฤทธิ์
ฤทธิฤทธิไกรกรุง เกียรติแกล้ว
ฝรั่งแลอังกฤษ ฉมังแม่น
โทรมสาดเสนาดแผ้ว ผั่งผลาญ ฯ

๑๔๖

๏ ลากล้อเลื่อนแล่นเข้า ปึงปืน
ดุจอสุรขว้างขวาน ฟาดฟ้า
ยวดยำยิ่งยิงปืน ทุกนัด
หาญละหาญแกว่นกล้า แกว่นหาญ ฯ

๑๔๗

๏ ปืนใหญ่ยิงยัดได้ ดังใจ
พังพินาศพลันผลาญ[๓๓] หักสู้
สนั่นลั่นพิฦกไฟ ฟูมฟาด
หักประหารแห่งผู้ แห่งหาญ ฯ

๑๔๘

๏ พลหาญหาญอาจอ้าว อึงอัด
สำหรับสาสนราญ หมู่ร้าย
สรรพศิลปสันทัด ทุกหมู่
สาวเศิกเพิกพังผ้าย พับหนี ฯ

๑๔๙

๏ พระยศยศอยู่เกล้า ไกลศัต- ตรูพ่อ
ทาบทั่วทิศธรณี กว่ากว้าง
พลรถคชพลอัส- ดรราช
ขับแข่งเดียรสล้าง หลากหลาย ฯ

๑๕๐

๏ พลม้าม้ามาดม้า หมายศึก
เร็วรุดดุจพระพาย พัดเพี้ยง
ละตัวละตัวฮึก โหมไล่
นายประจำหลังเลี้ยง แล่นฦา ฯ

๑๕๑

๏ บางม้าขับไขว่คว้า ตีคลี
ไหวว่องวะไวคือ จักรคว้าง
บางม้ามุ่นหมุนตี ขวิวขวาบ
บางล่วงทะลวงล้าง ฟาดฟอน ฯ

๑๕๒

๏ บางม้ากำชราบฟ้า ศาสตร์แผลง
บางซัดหอกหาญรอน รวดล้าง
บางม้าแม่นทวนแทง โถมศึก
บางแล่นล่อแพนช้าง ฉับหนี ฯ

๑๕๓

๏ บางม้าโห่ฮึกห้าว หาญปืน
ขับแข่งแข็งขันตี แตกผ้าย
บางม้าแม่นยำยืน ศึกศาสตร์
บางรวดบางเร็วร้าย ยิ่งยนต์ ฯ

๑๕๔

๏ พลม้าหมายมาดม้า มากหาญ
ล้วนแต่ตัวชาญรณ เร่งเท้า
พลช้างเชี่ยวชาญราน รณรบ
เสยส่ายสงครามเข้า เข็ดขาม ฯ

๑๕๕

๏ บางสารสบเศิกสู้ ผสานงา
สูงใหญ่เติบตัวงาม เงื่อมงํ้า
ชาญรณรุกรณพา พลผ่า พังแฮ
ฉุดฉัดแทงทับซ้ำ ส่ายเสย ฯ

๑๕๖

๏ บางตัวงาง่าง้าง ถอนทลม
ชาญเชี่ยวสงครามเคย ทุกครั้ง
ไชยานุภาพชม ชาญศักดิ์
ปืนหอกไป่ยอยั้ง หยุดแทง ฯ

๑๕๗

๏ บางสารหาญหักห้าว สงคราม
เหิมมหิทธิเริงแรง ร่าร้าย
ลูมมันเมือบไหลหลาม ทรึมทราบ
บ้าบ่มบุกบันผ้าย ผัดผัง ฯ

๑๕๘

๏ เมามึนมันอาบอ้อม เอิบคาง
ซึมซกตกไหลหลัง ฮึกห้าว
พาลผัดทะลวงกลาง แปลงไล่
งวงขวะไขว่คว้าก้าว สืบแทง ฯ

๑๕๙

๏ สรรเสริญฤๅไป่สิ้น เสร็จสาร
สารเศิกตัวกำแหง ฮึกห้าว
พลรถฤทธิราญผลาญ พินาศ
กุมเกาะธนูน้าว นาบรณ ฯ

๑๖๐

๏ พลรถอำนาจเพี้ยง สรภังค์
ถับธนูเดียวดล ดื่นม้วย
มานมหิทธิกำลัง ฦๅลั่น
แผลงประลัยลาญด้วย เดชศร ฯ

๑๖๑

๏ พลรถรถครั่นครื้น เครงเสียง
พลรถรถราญรอน ราพณ์ร้าย
พลรถรถเร็วเพียง พางจักร
พลรถรถแผลงผ้าย เพิดพัง ฯ

๑๖๒

๏ พลรถบริรักษ์ไท้ ทรงสรรค์
ดูดาษเดียรประดัง เดชลํ้า
เทียมเทียบอัศวผัน ผาดแล่น
สารถีขับเขม็งห้ำ แห่งรณ ฯ

๑๖๓

๏ ธงเทียวกวัดแกว่นคร้าง ปลิวปลาย
งอนสลับเสลาบน บดหล้า
นายดีดประลองสาย ศรเปรื่อง
ดุจอสุนีสนั่นฟ้า ฟาดเสียง ฯ

๑๖๔

๏ พระยศยศเฟื่องฟุ้ง ฟูโพยม
ลอยเลื่อนเวหาสเพียง รถแก้ว
พระที่นั่งรัตนาโสรม สรวงเสก มาฤา
ฤๅทิพเวชยันต์แพร้ว เพริศพราย ฯ

๑๖๕

๏ ลอยสวรรค์วรเวกฟ้า มาดิน แลฤา
ฤาเทพนิกรหลาย หลั่งล้อม
เทียมทิพยองค์อินทร์ อรอาสน์ พระเอย
พวกพหลแห่ห้อม แห่มา ฯ

๑๖๖

๏ กษัตรสุรราชไท้ ธิเบศร์
พร้อมพยุหโยธา กลั่นแกล้ว
จตุรงค์สุรดาลเดช เดียรดาษ
สำหรับนครแผ้ว พ่างอินทร์ ฯ

โสกันต์[๓๔]

๑๖๗

๏ ปางองค์อิศรราชเจ้า จอมกษัตร
หวังหน่อนฤบดินทร์ ธเรศท้าว
ให้สืบสิริพิพัฒน์ พรราช
เรืองพระยศอะคร้าว ครอบครอง ฯ

๑๖๘

๏ สั่งตั้งไกรลาสหน้า พระพลาน
ทังหิรัญนากทอง ทาบไล้
ตามระบอบบทเบาราณ เรืองราช มานา
สำหรับกษัตรไซร้ เสร็จสรรพ์ ฯ

๑๖๙

๏ พิมานพิมลมาศแม้น มเหศร
ยังยอดศิขรขัณฑ์ เขตหล้า
หน่อนาถราชบวร สวัสดิ์คู่ ควรเอย
พระประสิทธิ์เจ้าฟ้า ฝากดิน ฯ

๑๗๐

๏ พระทรงสิทธิสู่สร้าง ทรงศรี สฤษฏ์พ่อ
พื้นแผ่นนิยมยิน ยอบน้อม
พุทธสาสนราชพิธี ไสยเพท
พราหมณ์พฤฒิสังวาลพร้อม พร่ำพร ฯ

๑๗๑

๏ ปางหน่อนเรศไท้ ธิบดินทร์
ทรงอลังกรณบวร เวกฟ้า
สำหรับราชนรินทร์ วราเดช
เรืองรุ่งรัตนจ้า จรัสศรี ฯ

๑๗๒

๏ อาภรณ์อย่างเทศแท้ เทิดโถง
ประดับรัตนมณี ระยับย้อย
สนับเพลาภูษาโจง จีบจัด
บานพับวิเชียรพร้อย เพชรพราย ฯ

๑๗๓

๏ พระเกี้ยวยอดรัตนร้อย กรองสน
ดอกทิศประจำราย รอบเรื้อง
สร้อยนวมวลัยกล นาคราช
ทองพระบาทยุคลเบื้อง เสกสรรค์ ฯ

๑๗๔

๏ พระตาบโอภาสด้วย มณีฉาย
นพรัตน์สังวาลวรรณ เฟื่องฟ้า
ทรงรัดพระองค์ราย รัตนรอบ
ธำมรงค์วิเชียรข้า[๓๕] คู่เมือง ฯ

๑๗๕

๏ พระเอารสนอบน้อม บังคัล
บรมบาทราชเรือง ฤทธิ์พ้น
พระเสด็จจรจรัล ยุรยาตร
ดุจศศิธรลอยล้น เลิศไกร ฯ

๑๗๖

๏ พี่เลี้ยงถนอมราชท้าว เอารส
เหล่านิกรนางใน หนั่นน้อม
สมศักดิ์ประยูรยศ สนองบาท
โดยเสด็จดำเนินพร้อม พรั่งพรู ฯ

๑๗๗

๏ พระบรมหน่อนาถเจ้า เสด็จทรง
ยานุมาศเตรียบตรู ผาดผ้าย
พร้อมพระเครื่องอลง กตรัตน์
หมู่มาตยขวาซ้าย เฉิดฉัน ฯ

๑๗๘

๏ เครื่องสูงชุมฉัตรกั้ง บังสูรย์
ตามขนบนิตย์เรียงรัน ราชเรื้อง
หน้าหลังพิศไพบูลย์ แหนแห่
เฉลิมบาทบงกชเบื้อง บาทคลา ฯ

๑๗๙

๏ ตามเสด็จเดียรแด่ด้าว โดยขบวน
ครบเครื่องกษัตรปรา ณตน้อม
สบสรรพสวัสดิ์ควร หลายหลั่ง
ขนบขนัดกุมารพร้อม พรั่งพรู ฯ

๑๘๐

๏ แตรสังข์กระทั่งครื้น เครงเสียง
บัณเฑาะว์พฤฒิพราหมณ์ครู ขับไม้
พระยาบุมาศเคียง เกยประทับ
องค์อิศรเสด็จได้ รับกร ฯ

๑๘๑

๏ สองประยูรรับเบื้อง บรมบาท
เชิญพระกรคลาจร จากไท้
สู่ดุสิตปราสาท โสรมศักดิ์
พร้อมหมู่มาตยใต้ บาทบงสุ์ ฯ

๑๘๒

๏ ปางไทยบริรักษ์เรื้อง เอารส
ดุจศศิธรลอยลง ล่วงหล้า
ล้วนศักดิ์สนองบท ยุคลบาท
หน่อนาถราชเจ้าฟ้า เฟื่องบุญ ฯ

๑๘๓

๏ หมู่สงฆ์สังฆราชพร้อม เพรียงพรรค์
พระพุทธรูปเจริญคุณ แต่งตั้ง
ทรงฟังสวดสามวัน พุทธเวท
เสร็จสวัสดิ์พิพัฒน์ทั้ง เพิ่มพร ฯ

๑๘๔

๏ บรมหน่อธิเบศไท้ ธิบดินทร์
พระเกียรติกฤตย์ขจายจร เฟื่องฟ้า
ทั่วราษฎรยลยิน ดีทั่ว
แย้มนิยมถ้วนหน้า สนั่นหนา ฯ

๑๘๕

๏ หมู่กุมารมั่วซร้อง ประชุมกร
ประนบประนมคลา ยาตรเยื้อง
เสด็จยังวรศิขร ไกรลาส
ประทับพลับพลาเปลื้อง เครื่องทรง ฯ

๑๘๖

๏ พี่เลี้ยงหน่อราชเจ้า จอมโล- กาพ่อ
เชิญเสด็จพระโสรจสรง อุทกแล้ว
ช้างม้าราชสีห์โค ไหลจาก ปากนา
ทรงสุคนธ์เพริศแพร้ว เสร็จสรง ฯ

๑๘๗

๏ เสร็จสรงจรจากแคล้ว เสด็จไคล
ขึ้นสู่มเหศรทรง แต่งตั้ง
เหนือยอดศีขรไกร ลาสเสิศ วิมานนา
พระประสิทธิ์พรทั้ง เครื่องทรง ฯ

๑๘๘

๏ เครื่องทรงประเสริฐพร้อม ไพบูลย์
สำหรับกษัตรคง ครอบหล้า
ภิญโญวโรพูล พระยศ ยิ่งแฮ
เป็นเอกอรรคเจ้าฟ้า เฟื่องขจร ฯ

๑๘๙

๏ พระหน่อเอารสเจ้า จักรพาล
รับประสิทธิ์อิศรพร เลิศล้น
ทั้งพระเครื่องอลังการ กรปชุ:คับ
ครบเครื่องพระเครื่องต้น รจนา ฯ

๑๙๐

๏ ทรงเครื่องสำหรับพร้อม ไพบูลย์
สนับเพลาพระภูษา เลิศแล้ว
เข้มขาบดอกดวงจรูญ รจเรข
รัดพระองค์หมั้นแพร้ว เพชรพราย ฯ

๑๙๑

๏ ชายไหววรเฉกชั้น ฉายเฉิด
กันทอบทับเชิงชาย ช่อช้อย
ชายแครงสลับเลิศ ลายเลข
ผ้าทิพกลีบกลับร้อย เรียบราย ฯ

๑๙๒

๏ กรองเชิงรจเรขร้อย กรองชงฆ์
มาลิศสุพิศลาย เลิศเลื่อง
พระกรสอดสนององค์ โอภาส
อินทรธนูสำรดเรื้อง รจนา ฯ

๑๙๓

๏ ฉลองศอประหลาดล้วน หลากหลาย
เนื่องนบพระอังสา เฟื่องฟุ้ง
ประดับทับทรวงสาย ทรงเลิศ
สอดพระสังวาลรุ้ง ร่วงแสง ฯ

๑๙๔

๏ พาหุรัดเพริศแพร้ว ประไพ
สลับขาบเขียวแดง เลื่อมไล้
งามวงวรวลัย กรอุ- ดมนา
ธำมรงค์วิเชียรได้ ค่าเมือง ฯ

๑๙๕

๏ เสร็จทรงมงกุฎแก้ว วิเชียรฉาย
กรรเจียกวิจิตรเรือง รัตนร้อย
เกาบิลวิบูลย์สาย รวบรัด
สอดสนองพระบาทช้อย เฉิดฉัน ฯ

๑๙๖

๏ สำหรับกษัตรไท้ เสร็จทรง
ทรงเสร็จจรบังคัล อิศรท้าว
จากรัตนพิมานลง ไกรลาส
สู่บุรพทิศด้าว เสด็จจร ฯ

๑๙๗

๏ พางองค์เทวราชเรื้อง วราฤทธิ์
เลื่อมเลื่อมประภัสสร โอ่อ้า
เทียรเทพนิรมิต มาจาก สวรรค์ฤา
ฤๅทินกรหยาดฟ้า ฝ่าแสง ฯ

๑๙๘

๏ เสนามาตย์มากพร้อม เพรียงพรรค์
ฝูงประชาชนแสดง ดื่นหน้า
สรรเสริญพระเกียรติบัน ฦๅเดช
เลื่องเล่าขจรหล้า เลิศไกร ฯ

๑๙๙

๏ สารพันพิเศษซร้อง เสร็จสรรค์
แหนแห่หน่อนราใน นิเวศน์ด้าว
เสด็จทรงพระยานอัน โอภาส
พร้อมหมู่มาตยท้าว ธเรศคลา ฯ

๒๐๐

๏ พระทรงยานุมาศนั้น โดยขบวน
ขนบขนัดหนั่นหนา พรั่งพร้อม
ซ้ายขวาคู่เคียงควร สองค่าง[๓๖] เคียงนา
สมมุติเทวเหล่าล้อม เลื่อนจร ฯ

๒๐๑

๏ โดยเสด็จเยียรอย่างเบื้อง เบาราณ
ประทักษิณมเหศวร เสร็จพร้อม
ศีขรตระการปาน หิรัญมาศ
บางระบายคล้ายย้อม ยั่วแสง ฯ

๒๐๒

๏ พระเสด็จประพาสด้าว แดนไกร- ลาสพ่อ
เนินเนินศิลาแลง หุบห้วย
ถ้ำเหวพิฦกไศล ลานลาด
เดียรดาษระดะด้วย พฤกษา ฯ

๒๐๓

๏ พระหน่อยุพราชเจ้า เสด็จจร
เจียรจากไกรลาสลา ลากเข้า
ยังพระนิเวศน์บวร เรืองโรจน์
นางนิกรหนุ่มเหน้า หนั่นหนา ฯ

๒๐๔

๏ เสร็จทรงสมโภชแล้ว สามวัน
พระประยุรวงศา พรั่งพร้อม
อวยพรประสิทธิสรรค์ เสกสวัสดิ์
เจริญพระยศยืนอ้อม โอบดิน ฯ

๒๐๕

๏ พระจอมจักรพรรดิเจ้า ใจกรุง
เป็นปิ่นทิพธรณิน น่านกว้าง
ทรงพระราชผดุง เดชหน่อ พระนา
ตามกษัตรสืบสร้าง เสร็จสรรค์ ฯ

พิธีสิบสองเดือน

๒๐๖

๏ ปางบรมพ่อพ้น ภพไตร
ครองภพโลกาอัน เลิศท้าว
สั่งตั้งวิธีไสย สิทธิศาสตร์
ตามระดูเดือนด้าว แด่ดิน ฯ

๒๐๗

๏ ทวาทศมาสตั้ง ตามพิ- ธีแฮ
สำหรับราชธรณิน เนื่องไท้
พร้อมพฤฒิประสิทธิ ไสยเพท
เจริญสุขสวัสดิ์ให้ เหตุเห็น ฯ

๒๐๘

๏ เดือนห้าเริ่มเหตุตั้ง สระสนาน
พระคชคเชนทร์เป็น เกียรติอ้าง
เทวกรรม์วิฆเนศชาญ ไชยฤทธิ์
คุ้มโทษอันตรายร้าง ราศหาย ฯ

๒๐๙

๏ เดือนหกประสิทธิ์นั้น นาขวัญ
อิศรวิฆเนศนารายณ์ แต่งตั้ง
พิธีจรดนังคัล แรกเริ่ม นาฮา
เพื่อเพิ่มธัญญาทั้ง มากมี ฯ

๒๑๐

๏ เดือดเจ็ดจรเริ่มตั้ง ตามกิจ ก่อนแฮ
ผิวเคณฑะพิธี ข่างทิ้ง
นารายณ์วิฆเนศอิศ- รเดช
กันพิบัติภัยหยิ้ง[๓๗] อยู่เย็น ฯ

๒๑๑

๏ เดือนแปดประเทศทั้ง หญิงชาย
เริ่มเรื่องรสธรรมเป็น ปิ่นเกล้า
วิฆเนศอิศรนารายณ์ ฤทธิ์ยิ่ง
ชาวพ่อพฤฒิพราหมณ์เถ้า เทียบถวาย ฯ

๒๑๒

๏ เดือนเก้าพิมลมิ่งแม้ พรุณศาสตร์ วิธีฮา
ชีพ่อพฤฒิพราหมณ์หลาย แต่งไว้
วิฆเนศพิษณุราช อิศรเดช
หวังเพื่อฟ้าฝนให้ ชอบกาล ฯ

๒๑๓

๏ เดือนสิบพิเศษพร้อม พฤฒิทำ กิจพ่อ
ตามขนบนิจเบาราณ ไป่พลั้ง
เรียกมัธเยสาตรำ วรวิ- ธีนา
วิฆเนศอิศรนารายณ์ตั้ง แต่งถวาย ฯ

๒๑๔

๏ เดือนสิบเอ็ดอิศรไท้ มกุฎ โลกแฮ
ดำริชลแลสาย น่านน้ำ-
เป็นวิธีอาสยุช ขันแข่ง เรือพ่อ
วิฆเนศพิษณุลํ้า เลิศทรง ฯ

๒๑๕

๏ เดือนสิบสองแต่งตั้ง จองเปรียง วิธีนา
บูชิตอิศรลง จากด้าว
สายรอกเร่งเรงเสียง แสงสว่าง โคมแฮ
วิฆเนศอิศรนารายณ์ท้าว ถั่งถวาย ฯ

๒๑๖

๏ เดือนอ้ายหลายหล่างพร้อม พฤฒิซาต
ทำวิธีตรียำปวาย หย่อนช้า
พร้อมเสร็จพระไสยาสน์ ทรงแต่ง ไว้แฮ
สำหรับนครหล้า แหล่งสม ฯ

๒๑๗

๏ เดือนยี่ดำแหน่งนั้น วิธีแผลง
ชักว่าวหง่าวลอยลม เลิกขึ้น
วิฆเนศอิศรแสดง วิษณุเดช
หวังเพื่อพายุพื้น พัดงาม ฯ

๒๑๘

๏ เดือนสามขันธ์เขตด้าว แดนหลาย
ธานยเทาะห์พิธีพราหมณ์ จุดเข้า
ธาดาวิฆเนศนารายณ์ ศรัทธาฤทธิ อิศรแฮ
หวังบ่ให้ธัญญาเศร้า เสื่อมผล ฯ

๒๑๙

๏ เดือนสี่โสภิตทั้ง ธรณิน
พุทธเวทไสยศาสตร์มนตร์ เร่าร้าย
วิธีสัมพัจฉรฉินท์ ยิงอัฏ- นานา
โหงห่าปิศาจผ้าย พ่านหนี ฯ

๒๒๐

๏ เอกองคจักรพรรดิพร้อม ไพบูลย์
ผ่านอยุธยกรุงศรี เฟื่องฟ้า
ดุจดวงสุริยจรูญ จรัสโลก
พระประสิทธิ์วิธีหล้า เลิศหลาย ฯ

๒๒๑

๏ กำจัดสรรพโศกสิ้น เสียไกล
ทุกข์โทษอันตรายหาย ห่อนใกล้
การโลกวิธีไสย ศาสตร์ชอบ
ตามกษัตรสืบไว้ ก่อนคง ฯ

ชาญยุทธ์

๒๒๒

๏ พระดำริรอบรู้ เรืองชาญ
ทุกสิ่งศิลปศาสตร์ทรง เสร็จซร้อม
พระยศยุทธรอนราญ อริราบ
กลแต่งกลตั้งห้อม เหตุเห็น ฯ

๒๒๓

๏ พระเสร็จทรงทราบสิ้น สุดกษัต- รีย์พ่อ
ชาญชนิตศาสตร์เป็น เอกอ้าง
สงครามพยุหดัส โดยเลศ
สบสิ่งศิลป์ม้าช้าง เชี่ยวชาญ ฯ

๒๒๔

๏ พระเห็นหนเหตุให้ ออกหัว หั้นนา
เลยไป่มีมาหาญ หักสู้
ชื่อคดนอกในกลัว ไกลย่าน
อาจล่วงเล็งใจผู้ ผ่อนผัน ฯ

๒๒๕

๏ กษัตรธท่านเธ้อ ทรงศิลป์
สารสื่อทรงเห็นหัน ตอบเต้า
เภญญายิ่งยศภิญ โญทั่ว
เกกเกี่ยงไป่มีเข้า เข็ดมือ ฯ

๒๒๖

๏ สบศิลปมั่วซร้อง สบสาร
ไวแว่นยุทธยงคือ จักรคว้าง
เชิงล่อไล่เชิงชาญ เฉียวแล่น
ขวินไขว่น้อยหนึ่งพ้าง มากหลาย ฯ

๒๒๗

๏ การเศิกพระแกว่นแกล้ว ชาญเชิง
ดำริกลใดหมาย แม่นแท้
มาไกลกว่าสารเถิง ทันถั่น
พระแต่งพระตอบแก้ มอดมือฯ

๒๒๘

๏ พระสติมั่นแม้น พรหมินทร์
ทั่วเทพเทพาฦๅ เล่าพร้อง
พระพางวรวัชรินทร์ เรืองราช
แลล่วงบคือข้อง ข่ายเข็ญ ฯ

๒๒๙

๏ พระโพธิโอภาสพ้น จักรพาล
ทาบทั่วทิศาเห็น ห่อนเว้น
แม้ใครประทุษฐ์ลาญ นิฤชีพ
นอกซื่อในคดเร้น รวบรอน ฯ

๒๓๐

๏ สว่างปานประทีปแก้ว ไกรแสง ฯ
ส่องทั่วอริบร บัดม้วย
ศรรามฤทธิ์ยังแผลง ผลาญจึ่ง วายนา
บุญพระหากหายด้วย เดชเอง ฯ

๒๓๑

๏ สมภารพระพึ่งทั้ง โลกา
ฟ้าฟากดินบนเกรง กราบเกล้า
ทั่วสุรเทพธาดา ดลชอบ พระเอย
ใครโหดหาญหักเข้า ค่ายบร ฯ

๒๓๒

๏ พระเกียรติประกอบแกล้ว การสง- ครามแฮ
หมายหมื่นมากมารอน ราบม้วย
พลหาญมหุตคง แขงแข่ง
พรั่งพรั่งพลพร้อมด้วย เดชดล ฯ

๒๓๓

๏ กลเศิกตอบแต่งแก้ กลตาม
เขาคิดนึกในยล หยั่งรู้
พลเขามากหลายหลาม แหลกย่อย
พลพระแต่ละผู้ ต่อพัน ฯ

๒๓๔

๏ บารมีมาบ่อยแม้ มากเหลือ
พางสมุทรตีฟองฟัน คลื่นครื้น
ปัญญายิ่งยศเฝือ ฟูมท่วม
แสนสุเมรุต่ำตื้น ไป่ปาน ฯ

๒๓๕

๏ สบสรรพพระร่วมรู้ เรืองปราชญ์
ทรงพระอัชฌาชาญ เชี่ยวพ้น
ทุกประเทศทวยราษ- ฎรชื่น ชมแฮ
ดำริดำรัสล้น เลิศเหลือ ฯ

๒๓๖

๏ เสนามาตย์หมื่นพร้อม ภักดี
เนืองเนื่องพระจงเจือ แผ่ฟ้า
ใครชอบชุบย้อมมี บำเหน็จ
เถิงทั่วทิศแหล่งหล้า เลิศคุณ ฯ

๒๓๗

๏ ท่านเธอดุรเสด็จด้าว แดนทวีป
ส่องทั่วสัตว์การุญ รอบเลี้ยง
ล้วนโมหมรชีพ ชุมชั่ว
หากเดชวรภุชเพี้ยง รอดพงศ์ ฯ

๒๓๘

๏ กษัตรทราบทั่วทั้ง สากล
เป็นเอกอิศรองค์ โอ่อ้า
ทุกประเทศดำบล บุรินทรราช
เรืองพระฤทธิ์แผ่ฟ้า ฟอกดิน ฯ

๒๓๙

๏ ดาราเดียรดาษทั้ง เวหน
พระอาจล่วงโดยศิลป์ เลิศผู้
ปรัถพินภุดาดล แดนทวีป
แสนสมุทรรอบรู้ เสร็จทรง ฯ

๒๔๐

๏ พระเทียมประทีปแท้ ทินกร
ส่องทั่วทิศครองคง คู่ฟ้า
อีกองค์สุริยศศิธร ธิรเทพ
เป็นที่พำนักหล้า แหล่งเขษม ฯ

๒๔๑

๏ เทพาสุรเสพย์ซร้อง สุขศานต์
พร้อมพระเกียรติปรีดิ์เปรม ทั่วทั้ง
แสนโกฏิจักรวาล หวั่งพึ่ง พระพ่อ
โปรยบุษปวราตั้ง แต่งถวาย ฯ

๒๔๒

๏ พระจอมเกศกึ่งเกล้า กรุงกษัตร
ทรงพระวินิฉาย ชอบแท้
ใครสวามิภักดิดัด ดีทั่ว
ไป่เกี่ยงกลกันแล้ เล่ห์กัน ฯ

๒๔๓

๏ เผยอบุญยศยั่วด้าว แดนไตร
เป็นมิ่งมกุฎอัน เลิศแท้
พระเกียรติกฤษณไกร นเรศร
ญวนพ่ายตะเลงแพ้ เล่าฦๅ ฯ

๒๔๔

๏ พระมงกุฎเกศเกล้า กรุงศรี อยุธย์พ่อ
พระพิษณุพางฤๅ ร่ำได้
ทุกทั่วทิศธานี เนียรนาท
พระผ่อนพระผันใช้ ช่างชาญ ฯ

๒๔๕

๏ เมืองใดแหลมลาศลี้ ไกลแดน
ไกลย่านมากมาหาญ หักร้าย
ขันแข็งแข่งพลแสน สบศาสตร์
พระแต่งต่ออริผ้าย พับหนี ฯ

๒๔๖

๏ ข้าเศิกไป่อาจอ้าว ออกหัว
บุญท่านขืนมาผี หักเหี้ยน
จับได้ส่งตัวมา ถามไถ่
กลศึกกลสารเสี้ยน เสร็จเห็น ฯ

๒๔๗

๏ หลั่งแสนพลไล่หลู้ ฟันฟอน
หาญท่านบุกบันเข็ญ เค่ากล้า
พลเขาเมือบเมือมรณ์ พินาศ
พลพระพิศพางฟ้า ฟาดสาย ฯ

๒๔๘

๏ ข้าเศิกไป่อาจอ้าง ออกฤทธิ์ ท่านแฮ
กษัตรธิรผาย แผ่นแผ้ว
แม้ใครประทุษคิด คดห่อน คงนา
บัดแบ่งหัวตัวแคล้ว คลาศกัน ฯ

๒๔๙

๏ ทัพใดหักอ่อนได้ ดังใจ
แม่ทัพท่านแข็งขัน แข่งสู้
ความคิดคิดดีใน เชิงเศิก
ซื่อสัจภักดีผู้ ภักดี ฯ

๒๕๐

๏ แม่ทัพเขาเลิกหลู้ ปึงเมือง
พังพ่ายเข้าเติมตี ไล่ล้อม
ภุกามดาษหัวเปลือง กองกลาด
ไทเท่งแทงเลือดย้อม ยุ่งแดง ฯ

๒๕๑

๏ ส่ำแสนเสนาดเข้า ปึงปืน
สารแสะโถมทับแทง ส่ายไสร้
ไข้ตับแตกหอยืน พังพ่าน
กุมศอกมัดหลังไหล้ ส่งเมือง ฯ

๒๕๒

๏ ขาเศิกในน่านน้ำ นาศไกล
แสนหมื่นมาไป่เคือง แข่งสู้
พลเรือรวดเร็วไสว ลมแล่น
พลพ่อรบเร็วรู้ รวบรอน ฯ

๒๕๓

๏ การเรือชาญแกว่นแกล้ว การรบ
มาหมื่นมอดเมือมรณ์ คลักนํ้า
ทั้งพระสมุทรทบ ทับคลื่น
โทรมศาสตร์ศัตรูซ้ำ ล่มลอย ฯ

๒๕๔

๏ เรือเขาแตกตื่นต้อน ตายผี
พลพวกเรือเราคอย ฆาฏเข้า
บางลำแล่นเร็วหนี เมือรอด
หาญท่านร่าร้ายเร้า รวดผลาญ ฯ

๒๕๕

๏ พลเรือเขาวอดว้า วายชนม์
พังพ่ายล่มลงลาญ ชีพม้วย
หาญเรือพวกเรารณ แรงรบ
บุญพระหากเห็นด้วย เดชเห็น ฯ

๒๕๖

๏ เศิกเรือเรารบลํ้า เหลือหลาย
รอนร่ำอริเข็ญ เขตน้ำ
ข้าเศิกสุดเหลือหมาย มาต่อ ตีแฮ
มาสื่อมาสารซ้ำ มอบเมือง ฯ

๒๕๗

๏ พลหาญพระพ่อล้ำ เหลือหาญ
เข็ญขุกมาไปเคือง เขตใต้
บกเรือรบรอนราญ พังพับ
ใช่พระสั่งเขาให้ หาบเอง ฯ

๒๕๘

๏ เศิกเสี้ยนดายดับทั้ง ธรณี
พิฦกเล่าอึงเกรง เกริกก้อง
ไปทั่วทิศมามี มาหนั่น หนาแฮ
ฝูงพ่อพาณิชย์ซร้อง สู่เมือง ฯ

๒๕๙

๏ ทั้งสลุบกำปั่นเข้า มาเมียบ
ทุกประเทศเนืองเนือง ดื่นด้าว
ดูระดะรายเรียบ แนวน่าน น้ำนา
ศรีอยุธยยิ่งท้าว ทุกเมือง ฯ

บำรุงราษฎร

๒๖๐

๏ ปางพิษณุผ่านพ้น กรุงกษัต- รีย์พ่อ
คลังเปิดคลังไปเปลือง เปลี่ยนเข้า
สารพันพระกำจัด แจกแลก
บุญเบิกบุญค่ำเช้า แบ่งบุญ ฯ

๒๖๑

๏ พระมาเปลี่ยนแปลกให้ มหัศจรรย์
ผลแผ่ผลการุญ รอบรู้
อนาคตอดีตทัน ถึงทั่ว
ประกอบกิจการกู้ ก่อกรุง ฯ

๒๖๒

๏ ยศยิ่งยศยั่วแย้ม ยวนใจ โลกเอย
ดาลเดชเดียรผดุง ดื่นด้าว
ทุรคดทุรกษัย เสียโศก
เขษมสุขทุกทั่วท้าว เทียบสวรรค์ ฯ

๒๖๓

๏ อยุธเยศยศโยคลํ้า เลยกรุง เก่าเอย
พระเสด็จเดียรมาทัน สถิตยั้ง
บุญพระพ่อพิรคุง ครองครอบ
อยุธยล่มแล้วตั้ง แต่งคืน ฯ

๒๖๔

๏ กรุงอยุธยสอบสู้ กรุงศรี อยุธย์พ่อ
ศรีอยุธยใหม่ฝืน เก่าแพ้
เทียมเทพธิรธานี อมรเมศ
สำหรับราชเราแล้ เลิศหลาย ฯ

๒๖๕

๏ มารองบทเรศเบื้อง วราฤทธิ์
ปานประทุมทองพราย เพริศแพร้ว
บุญพระพิศพางพิษ- ณุราช
จากเกษียรสมุทรแคล้ว คลาศมา ฯ

๒๖๖

๏ เสด็จเหนืออรอาสน์อ้าง อมรินทร์
เป็นปิ่นปักประชา ชื่นเกล้า
ฟ้าหล้าขจรยิน ดีดุจ เดียวเอย
มามั่วพิมลเฝ้า ฝากสนอง ฯ

๒๖๗

๏ เสด็จมาอยุธยล้ำ เลยกรุง
กรุงอยุธยจวบจอง จัดไว้
พระมาเพื่อเพียรผดุง แดนทวีป
เผยอภุดาดาลได้ ดั่งเขษมฯ

๒๖๘

๏ พระมาชูชีพไว้ คุงวัน
แสนสนุกนิปรีดิ์เปรม ค่ำเช้า
พระมาทุกขนิราอัน- ตรายราษฎร์
ดับโศกกระสันเศร้า โศกสูญ ฯ

๒๖๙

๏ พระมาประหลาดล้วน เหลือหลาย
มาเพิ่มโภคไพบูลย์ ยิ่งพ้น
พระมาขุกเข็ญหาย ฤๅห่อน มีนา
พระพ่อพิษณุล้น เลิศคุณ ฯ

๒๗๐

๏ พระผันพระผ่อนได้ แดเดียว
บุญพระอาบเอิบบุญ ก่อนเกื้อ
แสนกรุงฤมาเยียว เยียวอย่า อ้างเอย
พร้อมโภชนเป็นเนื้อ อิ่มแรง ฯ

๒๗๑

๏ พระบาทบุญบ่าฟ้า ดินขจร
พิจิตรผจงแจง จัดไว้
ทุกประเทศนคร ขัณฑ์เขต
น้อยใหญ่บมิให้ เกี่ยงกัน ฯ

พระอิศวร

๒๗๒

๏ พางองค์บรเมศแม้น มารัง- สฤษฏ์แฮ
ยกพยุหสรวงสรรค์ สู่ด้าว
ขนานนอบนขบัง คมบาท
เชิญมิ่งมกุฎท้าว นั่งเมือง ฯ

๒๗๓

๏ ประสิทธิ์ประสาทซร้อง เสร็จสม
สมสฤษฏ์นำเนือง แน่นฟ้า
เฉลิมบาทราชบรม เรืองเดช
พระยิ่งยศแหล่งหล้า โลกฦๅ ฯ

๒๗๔

๏ เป็นศรีนคเรศแผ้ว พูลโพยม
เสวยสุขภิรมย์ฤๅ ร่ำได้
พิมานพิมลโสรม โสภิต
สถานถิ่นสุธาไท้ เทียบทัน ฯ

๒๗๕

๏ พระพรประสิทธิ์ทั้ง โลกา
แสนกษัตรบังคัล ทั่วท้าว
พระคุณยิ่งสหัสสา แสนเดช
ดุจอิศวรเป็นจ้าว โลกถึง ฯ

พระอินทร์

๒๗๖

๏ พางองค์อมรเมศแม้ อมรินทร์
ผ่านพิภพดาวดึงส์ เด่นฟ้า
พร้อมโภควรโภคิน ครองครอบ
แสนอัปสรซร้องหน้า นอบถวาย ฯ

๒๗๗

๏ พระฤทธิ์ประกอบแกล้ว การยุทธ์
ขรรค์วชิรเฉิดฉาย เสกซ้ำ
อิกทังจักราวุธ วรเดช
สังข์ทักขิณวัฏลํ้า เลิศทรง ฯ

๒๗๘

๏ พระทรงคชเศวตล้ำ ลักขณา
คือสุรราชอินทร์องค์ อาสน์อ้าง
เป็นเอกอิศวรวรา ฤทธิ์ยิ่ง
บัณฑุกัมพลพ้าง พิศเพียง ฯ

๒๗๙

๏ สบสรรพทุกสิ่งชั้น เสกสรรค์
จตุโลกไกรเกรียง เดชแกล้ว
ปัญจศิขรอัน องอาจ
จงรักภักดีแผ้ว เผ่าพาล ฯ

พระพรหม

๒๘๐

๏ พางองค์มหิศรราชไท้ ธาดา
เสวยสุขภิรมย์ฌาน เชี่ยวแท้
พระเจริญพระเมตตา เนืองนิจ
ทรงพระการุญแล้ เลิศหลาย ฯ

๒๘๑

๏ พระเสด็จสถิตด้าว แดนดิน
โอภาสพิมลฉาย เฉิดฟ้า
ทรงพาหนหงส์บิน ลอยล่อง มาแฮ
มาประสิทธิ์สอนหล้า โลกเฉลิม ฯ

๒๘๒

๏ พระมาเสร็จส่องสิ้น สบสรรพ์
ทั่วราษฎรแต่งเติม แต่ต้อง
พระทรงทศวราธรรม์ ถึงทั่ว
ใดบาปบ่มีข้อง ขุ่นเคือง ฯ

๒๘๓

๏ ทังพระชนม์ชั่วฟ้า ยืนนาน
บำบัดอุปัทวเปลือง เปล่าเปลื้อง
โรคันราศรอนราญ โดยเดช
ฤๅไป่แผ้วพาลเบื้อง บาทบงสุ์ ฯ

๒๘๔

๏ อินทร์พรหมบรเมศไท้ พิษณู
พางพระพ่อพิรทรง เสร็จสิ้น
พระคือจักรพรรดิตรู ตราโลก
คุณยิ่งสหัสเลิศสิ้น เล่าแถลง ฯ

พระโพธิสัตว์

๒๘๕

๏ พระยิ่งยศโยคแย้ม เยียวพุทธ
พุทธิโพธิพุทธิไป่แคลง คลาศแคล้ว
พระสาสนบริสุทธิ์ ของท่าน แลแฮ
อาจล่วงอาสวะแล้ว เลิกหาย ฯ

๒๘๖

๏ บุญหลังเหลือย่านกว้าง มาแล
ปัญจบริจาคหลาย ละได้
พระฤอาจห่างแห หาโพธิ- ญาณพ่อ
บารมีไป่ไกลใกล้ ลุดล ฯ

๒๘๗

๏ พระหวังโปรดสัตว์ให้ นฤพาน
ปราศจากสงสารทน ทุกข์พ้น
กามาฤดีดาล ดลเทวษ
วายว่ายสมุทรล้น ล่องลอย ฯ

๒๘๘

๏ อาจล่วงขัณท์เขตแคว้น นครรัตน์
โดยเสด็จดำเนินรอย เรื่องโพ้น
ปางพระเสด็จตรัส ตามอย่าง พุทธพ่อ
ในอนาคตโน้น แน่หมาย ฯ

๒๘๙

๏ พระพ่อเพียงร่างรื้อ สงสาร
บรบั่นบาปธรรมหาย ห่อนใกล้
โมหามหิทธิประหาร หายจาก
ปรมัตถทานให้ ห่างไกล ฯ

๒๙๐

๏ การบุญพระมากได้ ใดเสมอ
พระแผ่ผลเนืองใน กว่ากว้าง
สังฆนิตยภัตรเธอ ทรงอุ- ทิศแฮ
พุทธรัตนตรัยสร้าง เสร็จสรรพ์ ฯ

๒๙๑

๏ ดำริใดลุได้ ดุจหวัง
เอาทรัพย์เสียเอาธรรม์ ท่านไว้
ล้วนบริจาคฝัง ฝากสาสน์ นี้นา
เพียรเพิ่มโพธิญาณให้ รุ่งเรือง ฯ

๒๙๒

๏ พระองค์อรอาจแท้ ศรัทธา
ริร่างกุศลเนือง เนื่องล้ำ
ทั้งวิสาขบูชา[๓๘] บูชิต ไว้พ่อ
เหตุเพี่อพระทรงคํ้า คื่นคืน ฯ

๒๙๓

๏ เฉลิมบุญชวลิตเรื้อง เลยราช
ทำบุกสาสนฝืน ฝ่าสร้าง
มรฑปพระพุทธบาท[๓๙] เรืองรุ่ง
บุญแผ่ผลบุญกว้าง กว่าบุญ ฯ

๒๙๔

๏ บารมีหมายมุ่งได้ เจนจบ
ยิ่งยอดกษัตรคุณ เสิศเลื้อง
ทรงสร้างพระมรฑป ดามพ์บุ หุ้มแฮ
ทองร่อนอร่ามเรื้อง ทาบทา ฯ

๒๙๕

๏ บันฦๅโลกลุฟ้า ฟูโพยม
ยอดสุพรรณศีขรา เพริศแพร้ว
พางดุสิตสรวงโสรม สรรค์เสก
ทรงเสร็จทรงสร้างแล้ว ล่วงนาน ฯ

๒๙๖

๏ อนันต์อเนกนั้น เนืองนอง
บริจาคทรัพย์จ่ายทาน ไป่เว้น
สมโภชพุทธฉลอง เสร็จสรรพ
โขนหุ่นละครเหล้น อุทิศถวาย ฯ

๒๙๗

๏ อาจหาญออกขับค้อ ยอบุญ สิ้นฤๅ
บุญยิ่งกษัตรหลาย ล่วงโพ้น
พระดำริเรื่องคุณ ควรราช เราเอย
นับเนื่องบพิตรโพ้น เพื่อแสดง ฯ

๒๙๘

๏ บำรุงพระสาสนพร้อม ยอยก
พระพุทธโอวาทแถลง เลื่องหล้า
ทรงสร้างพระไตรปิฎก ดลเมื่อ นี้แล
ปานประทีปธิรจ้า แจ่มหลาย ฯ

๒๙๙

๏ เพิ่มผลผลเพื่อด้วย กรรุณา
ทรงพระสังคายนาย หนึ่งไว้
ปลูกพระโพธิลังกา[๔๐] สถานแท่น
ตามประเพณีไท้ ถ่องธรรม์ ฯ

๓๐๐

๏ บำรุงสาส์นแว่นแคว้น คืนคง อยู่นา
ในพระพุทธวัจนอัน เลิศหล้า
พระปาติโมกข์สงฆ์ สังวัธ- ยายพ่อ
เทียนธูปกระจาดผ้า ท่านถวาย ฯ

๓๐๑

๏ การบุญสารพัดพร้อม ไพบูลย์
ทองทาบพุทธไป่วาย ค่ำเช้า
โรงทาน[๔๑]อุทิศหนุน เนืองนิจ
โอสถดับโรคเร้า มากมี ฯ

พระเมตไตรย

๓๐๒

๏ เทวราชดุสิตเธ้อ คือองค์ พระฤๅ
ฤๅพระเสด็จจรลี ลาศผ้าย
เผยอแผ่นภุดาทรง สัตวโลก
กำจัดจรจากร้าย ร่ำสอน ฯ

๓๐๓

๏ หมายมุ่งอมัตโมกข์รู้ นฤพาน
พ้นจากจัตุรเบียนบร บาปล้าง
พางพระเมตไตรยญาณ มาเมื่อ หน้านา
บริสุทธิ์สาสนอ้า อีกองค์ ฯ

๓๐๔

๏ พระแผ่ผลเผื่อพื้น ภูมินทร์
ร้อยเอ็ดภาษาทรง ส่งสิ้น
พระชาญวรกระสิณ เสร็จร่ำ
ทุกนิคมแดดิ้น ด่วนเห็น ฯ

๓๐๕

๏ บารมีพระพร่ำพร้อม เพรงมา
สิบหกอสงไขยเป็น เอกอ้าง
ในเมื่อพระสาสนา องค์เมต- ไตรยแฮ
พระพ่อลุแล้วพ้าง ผ่องเพียง ฯ

๓๐๖

๏ ทรงฌานชวเลตลํ้า ชาญทรง
เผยอแผ่นภุดาเอียง อกขว้ำ
แสนโกฏิจักรวาลคง ครองครอบ
ข้องข่ายพระญาณซ้ำ ส่องถึง ฯ

๓๐๗

๏ ใดชอบพระชอบชี้ ทุกอัน
ทั่วเทพเทพาปึง ป่าวอ้าง
แซ่ซร้องสดับธรรม์ พระสั่ง สอนนา
ในเมื่อสาสนสร้าง เสร็จสม ฯ

๓๐๘

๏ พระเดชเดียรดั่งอ้าง อึงทวีป
โสมนัสบังคม พรั่งพร้อง
พระเสด็จจรชูชีพ สัตว์ชื่น ชมแฮ
ทรงกุศลส่วยซร้อง ส่งสรรค์ ฯ

๓๐๙

๏ จักรพรรดิพันหมื่นแม้ มาเป็น พระฤๅ
บุญพระพิรทัน เทียบแท้
เลยฤอาจใครเห็น หาญกล่าว
เถิงจักรพรรดิพันแล้ ละกล ฯ

๓๑๐

๏ บันฦๅเขียวข่าวท้าว เทพา
อมเรศธาดาดล แด่ไท้
ทั้งดุสิตมหา มหิศเรศ
พางพระพ่อเดียวได้ ดุจเดียว ฯ

๓๑๑

๏ บารมีบรเมศแท้ พุทธาง- กูรพ่อ
ทรงทศธรรม์ยิ่งเยียว ยิ่งสร้าง
พระพุทธสาสนปาง ปองโปรด
พระเสด็จเมตตาล้าง บาปเบียน ฯ

๓๑๒

๏ ดับทุกข์ดับโทษทั้ง ธรณี
อุบัติวิบัติจากเจียน จิตรล้าง
เสวยสุขสวัสดิ์ศรี สมบัติ
ใครฤแข่งแข็งอ้าง อาจอง ฯ

๓๑๓

๏ พระศรีจักรรัตน์เจ้า จอมกรุง
ดำริราชประสงค์ ใด่ได้
ทั่วเทพนิกรผดุง เดชท่าน แลแฮ
ใครคดใครซื่อให้ หากเห็น ฯ

๓๑๔

๏ บุญพระพิรผ่านพ้น ภพไตร
แสนสัตววายเข็ญ เขตด้าว
ทวยราษฎรดีใจ ชมชื่น
ชื่นทั่วประเทศท้าว ทั่วเมือง ฯ

๓๑๕

๏ พลแสนพลหมื่นได้ มามือ
ส่ำกษัตรเนื่องเนือง นอบเฝ้า
ปรากฏยศบันฦๅ เลิศทั่ว
สวามิภักดิ์รักเข้า ขาดตัว ฯ

๓๑๖

๏ ทุกเมืองมามั่วซร้อง เขษมสานต์
อพยพยกครอกครัว พึ่งท้าว
มาสู่โพธิสมภาร พูนเพียบ
ดูดาษดาษดาด้าว ดื่นเมือง ฯ

๓๑๗

๏ พระยศยศเหยียบเกล้า ธรณิน
เบื้องบาทบงกชเรือง รุ่งหล้า
เป็นเอกอรรคบุริน ทรยิ่ง
บุญพระพ่อเพียบฟ้า เฟื่องบุญ ฯ

๓๑๘

๏ แสนสัตว์แสนสิ่งสร้าง เป็นตัว
ผลแผ่ผลการุญ รอบเลี้ยง
รอดชีพรอดตัวหัว บุญท่าน แลแฮ
รื้อร่ำพระคุณเพี้ยง เพิกถึง ฯ

๓๑๙

๏ พระคุณอาจอ่านอ้าง ออกสุด สิ้นฤๅ
พระสุเมรุโครพึง พูดแพ้
สนองบาทบทสมมุต สังเขป น้อยนา
เพราะเพื่อกตัญญูแล้ เล่าลม ฯ

เทพดาถวายพร

๓๒๐

๏ เทพินทรเทพท้าว ถวายพร
เผยพิมานชูชม ช่อแก้ว
สถานทิพธิรขจร ใจชื่น ชมพ่อ
เสริมพระเกียรติกฤษณแผ้ว แผ่ผล ฯ

๓๒๑

๏ ธาดาดาดื่นซร้อง สรรเสริญ
ขานข่าวขจรบน เบื้องฟ้า
เพิ่มพรพระจำเริญ ฤทธิ์ยิ่ง
คงครอบคงครองหล้า หลักดิน ฯ

๓๒๒

๏ สารพันทุกสิ่งสิ้น เป็นศรี โลกแฮ
สมบัติรัตนองค์อินทร์ เอกอ้า
คงอยู่คู่บุริน เรืองราษฎร์
ตราบสุเมรุฟ้าหล้า อยู่ยืน ฯ

๓๒๓

๏ นักปราชญ์วรราชเรื้อง ธรรมา
บัณฑิตยชาติชาญผืน ฝ่ายรู้
สำหรับนครปรา- เสริฐเลิศ
เนืองเนื่องอรรถธรรมผู้ เผ่าธรรม์ ฯ

๓๒๔

๏ บุญพระบังเกิดล้วน หลากเห็น
เห็นมหัศจรรย์อัน เอิบอ้าง
ไปทั่วทุกทิศเภญ โญยิ่ง
ศรีอยุธยเจ้าช้าง เผือกเขษม ฯ

๓๒๕

๏ สารพันทุกสิ่งสร้าง เพรงมา
บุญพระประพฤติเปรม ปราชญ์พร้อง
ทุกทวยราษฎรปรา- โมชทั่ว
ทั่วนิกรแซ่ซร้อง เสร็จสาร ฯ

๓๒๖

๏ หวังฝากชีพชั่วฟ้า ดินหาย
ตราบประลัยลาญผลาญ โลกล้าง
หมายมอบชีวาวาย รองบาท
รองบทบรู้ร้าง ราษฎร์สูญ ฯ

๓๒๗

๏ ดำรงสุรราชล้ำ เลอกรุง
พูลพิพัฒนพูลพูล โพธิพ้น
ดำรงราษฎรผดุง ดลเดช พระนา
ดาลฤดีดาลด้น ดั่งเห็น ฯ

๓๒๘

๏ เขตขัณท์ขัณท์เขตด้าว แดนใด แลฤๅ
ฤๅสุขสุขเขษมเย็น อย่าอ้าง
พางอยุธยยังไกล แสนหมื่น
โดยเดชวรกว่ากว้าง กว่าสรวง ฯ

๓๒๙

๏ มาชมมาชื่นหน้า ตาพบ พระพ่อ
เทธุระเททรวง โศกสิ้น
แม้มามลายลบ ลอยโลก
หวามหวั่นวะว้าหวิ้น หวั่นหาย ฯ

๓๓๐

๏ อยุธยายศโยคยั้ง ยังเห็น แลฤๅ
ตายเกิดก็หลายหลาย ชาติแล้ว
มาพบเพื่อบุญเป็น บุญราษ- ฎรเอย
พางพิมานเมืองแก้ว เกศเมือง ฯ

๓๓๑

๏ ล้วนล้วนประหลาดล้วน มลายลับ
สรรพสิ่งศิรเรือง รุ่งหล้า
กุลียุคยุคดายดับ เดชหาก หายแฮ
เขษมสุขทุกไพร่ฟ้า ฟ่องดิน ฯ

๓๓๒

๏ เผยอบุญบทฝากฟ้า ฝังคำ ไว้พ่อ
ยอพระยศยังยิน ยิ่งถ้อย
สารพันพิไรรำ- พันเดช
ดุจสุมาลัยร้อย เรียบมาลย์ ฯ

๓๓๓

๏ พระเกียรติไกรเกศเกล้า โลกา
ทั่วเทพธาดาดาล เดชไท้
โสรมสรวงสฤษฏ์ปรา- สาทเสก พระเอย
แสนสุรราชใดได้ ชื่นชม ฯ

๓๓๔

๏ อิกองค์อิศรเอกอ้าง อิศรา
สุรสุเรนทรสรวงสม เสพสร้อง
บรเมศรมหา มหิศราช
เสริมสฤษฏ์ซร้องซร้อง เสกศรี ฯ

๓๓๕

๏ วายุวรอาสน์ม้า มารุต
ทั้งวลาหกลี ลาศผ้าย
ประสิทธิ์พิษณุภุช เพียรแผ่ พรพ่อ
เจริญร่ำพรจ้ายจ้าย จิตรจง ฯ

๓๓๖

๏ ดำรัสสวัสดิ์แต่ตั้ง ตริไตร
ภพเพื่อดำรงคง คู่หล้า
เสวยสุขทุกข์กษัย เกษมบท
เรืองเรื่องรสธรรมจ้า แจกสาร ฯ

๓๓๗

๏ ปางศรีสุทศแท้ ธรรมา
ธรรมิกราชเรืองชาญ เชี่ยวลํ้า
ทุกเทพนิกรปรา- โมชมอบ พรพ่อ
เจริญพระยศคำคํ้า แข่งแสดง ฯ

๓๓๘

๏ พระดำริรอบรู้ เรืองชาญ
ชาญเชี่ยววิธีแถลง ล่วงล้าง
คือขรรคฆาฏประหาร หาญยิ่ง
บรบั่นบาปธรรมร้าง รวดหาย ฯ

๓๓๙

๏ พลมารมารวิ่งว้าง กลัวไกล
พังพินาศแกล่กลาย ห่อนกลํ้า
ในเมื่อพระเสด็จใน พุทธภาค พูลพ่อ
ทุกสิ่งสรรพส่อซ้ำ ส่อเห็น ฯ

สนองพระบาท

๓๔๐

๏ หวังหวังวรวากย์ว้า วายปาก แลฤๅ
คือสมุทรไหลเป็น เปรียบอ้าง
บังคัลคดีฝาก ฝืนชอบ ชมนา
คุงคู่ชีวาว้าง วอดมรณ์ ฯ

๓๔๑

๏ วอดมรณ์หมายมอบสิ้น สุดพงศ์
พงศ์ภักดีสอนสอน สู่ใต้
ใต้บาทบาทบงสุ์ กชรัช เรืองแฮ
ตราบพระเสด็จใดได้ ตรัสตรอง ฯ

๓๔๒

๏ ตรัสตรองอรรถโอ่อ้าง อรรถา ท่านฤๅ
คงพระยศคงครอง ครอบไว้
เฉลิมบาทบทวรา เรืองราช
เทียรสุคนธาไท้ เทียบธาร ฯ

๓๔๓

๏ เทียบธารประสาทสร้อย สอดสน
สนสอดสุนทรสาร ช่อช้อย
บำเรอรสโรยบน บนเบื่อง บนนา
เศียรจรดเจิมจ้อยจ้อย จิ่มเศียร ฯ

๓๔๔

๏ จิ่มเศียรฟะเฟื่องฟุ้ง ฟูขจร
จรจิตรคิดระวังเวียน เวี่ยไวั
วรบาทราชเรืองสอน สอนสั่ง สิ้นแฮ
แลสิ่งแลใดได้ ดั่งเห็น ฯ

๓๔๕

๏ ดั่งเห็นเห็นดั่งอ้าง ออกสุด สิ้นฤๅ
ฤๅกล่าวกลเล่ห์เป็น เล่ห์ล้วน
สัญญายุติสมมุต สังเขป
สังเขปคำเหินห้วน หากแสดง ฯ

๓๔๖

๏ หากแสดงโดยเสพซร้อง สิทธิฤๅ
ฦๅเล่าข่าวขจรแจง จวบแจ้ง
คือองค์อิศรคือ มหิศราช
เสวยสุขสวัสดิ์แสร้ง เสกสรรค์ ฯ

๓๔๗

๏ ใครหาญออกอาจอ้าง อรรถสนอง
พระเดชดุรมหันต์ ยิ่งพ้น
แสนสุดที่จำนอง เนืองบท
เหลือร่ำเหลือรู้ล้น เลิศเหลือ ฯ

๓๔๘

๏ ศรีสุนทรสดสร้อย สุนทรา
ยอพระยศเหลือเฝือ ฝ่ารู้
ดุจดวงสุริยมหา มหิศเรศ
เลยว่าลับแล้วกู้ กลับเห็น ฯ

๓๔๙

๏ พระเป็นปิ่นเกศเกล้า กลียุค
ดายดับทุระทุราเข็ญ เขตกว้าง
กว่าบุญกว่าทุกทุก ลำดับ มานา
คำโอ่คำอ้างช้าง เผือกหลาย ฯ

๓๕๐

๏ แสนกษัตรลับแล้ว เลยเห็น
ฤๅพระยศยังหมาย หมื่นได้
พระยาคชเศวตเป็น พาหนาสน์
บุญพระยิ่งกว่าไท้ ทั่วเมือง ฯ

๓๕๑

๏ เลยลํ้ากรุงราชทั้ง ธรณี
ไว้พระยศเรืองเรือง รุ่งฟ้า
เฉลิมบทระบายศรี สุนทรพจน์ พากย์พ่อ
เป็นเอกอรรคโอ่อ้า โอ่แถลง ฯ

๓๕๒

๏ ประกอบปรากฏลํ้า โลกา
โลกุดรแสดง เสด็จได้
ดำรงภพภุดา ดาลเดช
เถิงทั่วทิศาไซร้ เสร็จแสน ฯ

๓๕๓

๏ พระชาญชวเลตล้วน ไตรยางค์
อรรถรสดำรงแดน ดื่นด้าว
ทรงพระวิโรตมางค์ อมัตโมกข์
เสวยสิริราชเรืองท้าว เสกเสริญ ฯ

๓๕๔

๏ สบสรรพสรรพโศกสิ้น เสร็จสูญ
ทรงสถิตเศียรเจริญ ร่มกั้ง
ในบาทบทจรูญ เรืองราช กิจแฮ
โปรดทั่วนิกรทั้ง ครอกครัว ฯ

เทพรักษา

๓๕๕

๏ ขอพระพุทธสาสนทั้ง ไตรยา
ธรรมสถิตถือหัว แห่งรู้
อีกองค์อิศรเดชา ชาญเดช
จงประสิทธิพรผู้ สัจสนอง ฯ

๓๕๖

๏ ขอพรพรหเมศไท้ พรหมินทร์
จงสุขถาวรครอง ชีพช้า
อีกพรสุรวรินทร์ เรืองเดช
ทุกสิ่งสรรพคำข้า ร่ำสม ฯ

๓๕๗

๏ ขอองค์อิศเรศเรื้อง วราฤทธิ์
ดลบาทบทบรม ราชไท้
จงเจริญวรประสิทธิ์ โสรมศักดิ์
เนียรแนะทำนุกให้ เหตุเห็น ฯ

๓๕๘

๏ อีกพรวรอรรคไท้ เทวกรรม์
ขอคชเศวตเป็น เอกอ้าง
สนองบาทบรมมหันต์ คุณยิ่ง
จงประสิทธิได้ช้าง เผือกถวาย ฯ

๓๕๙

๏ เสร็จสรรพสบสิ่งสิ้น สถาพร
พระสุริยเรืองฉาย ฉ่ามฟ้า
เป็นประสิทธิถาวร แสงสว่าง โลกเอย
ขอพระประจำหล้า โลกเห็น ฯ

๓๖๐

๏ ประสิทธิพรป่างท้าว จัตุโลก
ยมเรศฤทธินัยเป็น ศาสตร์แกล้ว
ศรีอยุธยพูลโภค สาสนท่าน แลแฮ
เชิญช่วยพิทักษ์แผ้ว พิษพาล ฯ

๓๖๑

๏ ขอวลาหกหว่านน้ำ นองนา
ตกทั่วทิศาสาร แต่ต้อง
ทั้งวายุวาตา เผยพัด
พาณิชย์สำเภาซร้อง สู่เมือง ฯ

๓๖๒

๏ พระอุมากำจัดแจ้ง ใจนา- รีแม่
พระโภควดีเรือง ราชให้
สนององค์อรรคกัญญา ยศยิ่ง
ฝ่ายพระสนมในไท้ รักษา ฯ

๓๖๓

๏ มงคลวิมลมิ่งสร้อย โสรมศรี
ล้วนสุรเทพธิดา เดชล้ำ
อีกองค์พระลักษมี เรืองราช
กับมเหศวรีซร้ำ เสกสรม ฯ

๓๖๔

๏ ล้วนองค์วรอาจอ้าง อิศรา
ทั้งพระอิศรพรหม ฤทธิเรื้อง
ให้เกิดวรมหา เทวเทพ ห้าแฮ
อังคุตพรหมฦๅเลื้อง เลิศไกร ฯ

๓๖๕

๏ ขอเชิญเทวเสพซร้อง ประชุมเชิญ
มาสู่วรเวียงใน ราชท้าว
นารายณ์ฤทธิเจริญ ฤทธิ์ยิ่ง
พระศรัทธาสิทธิห้าว มหิศรา ฯ

๓๖๖

๏ จงเจริญสรรพสิ่งสิ้น สบสรรค์
ทั้งมหาพรหมเดชา เลิศเลื้อง
อีกพระศรัทธาสิทธิ์อัน องค์เอก
พระบรเมศรเรื้อง ฤทธิรงค์ ฯ

๓๖๗

๏ เทวาวรเวกว้าง เสวยสวรรค์
สิงสถิตเวียรวังวง แวดล้อม
ล้วนองค์อิศรมหันต์ เรืองเดช
เชิญช่วยพิทักษ์พร้อม รักษา ฯ

๓๖๘

๏ ดลแดนขัณฑเขตด้าว แดนศรี อยุธย์พ่อ
ทุกเทพทรงเดชา กีดกั้น
โหงห่าปิศาจผี คนผิด
จงประหารห่ำหั้น หักหาย ฯ

๓๖๙

๏ ขอเป็นประสิทธิถ้อย สัตยา
ทุกสิ่งสรรพอันตราย ราศร้าง
กำจัดพิบัติคลา คลายโทษ
จงประสาทอาจอ้าง โอ่แถลง ฯ

๓๗๐

๏ ขอเป็นปราโมชด้าว แดนอยุธ- ยาแฮ
พางสุริยทรงแสง ส่องหล้า
พระพ่อพิษณุภุช เพียรภาค มาเอย
คุณพระเพียงเพียบฟ้า เฟื่องดิน ฯ

๓๗๑

๏ มหามหิทธิหากให้ มหัศจรรย์
พระยอดอัธยายิน ยิ่งผู้
พระคุณอรรคอนันต์ เนืองเนก
ดลเสด็จจรโกยกู้ โลกหลาย ฯ

๓๗๒

๏ อรองค์อรเอกอ้าง ออกเสมอ พระฤๅ
ฤาร่ำพิไรหาย ห่อนว้าง
พระคุณฐิรท่านเธอ ธรเทียบ
กว่ายิ่งสุเมรุกว้าง กว่าแสน ฯ

๓๗๓

๏ จักรวาลแสนเปรียบเศร้า กรุงกษัต- รีย์พ่อ
ถึงดุสิตเมืองแมน เมียบแพ้
พระคุณธิรสามรรถ แสนหมื่น โลกเอย
หมายพึ่งพระพ่อแล้ เลิศเดียว ฯ

๓๗๔

๏ เสิยงอึ่งไป่อื่นอ้าง ออกบุญ
เผยอยศนิยมเกรียว เกริกก้อง
นิคมโอ่อวดคุณ คำแข่ง กันเอย
นอบนบประนมซร้อง ส่งมือ ฯ

๓๗๕

๏ ทุกหนทุกแห่งห้อง เวหาศ
คุณพระโปรยปรายฤา ร่ำอ้าง
พางพระพรุณสาด โทรมโลก
ทรึมทรงธรณิศล้าง แหล่งเชย ฯ

พระเดช

๓๗๖

๏ พระเดชพูลโภคพ้น ภูมิภาค เราพ่อ
พระเดชจรล่วงเลย ล่องฟ้า
พระเดชดุจจรจาก จอมสี่ หน้าแฮ
พระเดชดุรลงหล้า เล่าฦๅ ฯ

๓๗๗

๏ พระเดชมามี่ก้อง ไกรเกรียง
พระเดชบุรบทระบือ โหล่งล้วน
พระเดชสุรใสเสียง กมเลศ
พระเดชทศถ่องถ้วน ถี่ธรรม์ ฯ

๓๗๘

๏ พระเดชขัณฑ์เขตด้าว แดนคุง ครองพ่อ
พระเดชนิจเนืองนันต์ หนี่งแท้
พระเดชพิรผดุง แดนทวีป
พระเดชพระคุณแล้ เลิศเหลือ ฯ

พระเกียรติ

๓๗๙

๏ พระเกียรติชูชีพไว้ คุงวัน
พระเกียรติกรุงโกรมเฝือ ฝ่าใต้
พระเกียรติกฤษณสรรค์ ศิลปศาสตร์
พระเกียรติเชี่ยวชาญใช้ ช่างชาญ ฯ

๓๘๐

๏ พระเกียรติกรุงราชรู้ เรืองจบ
พระเกียรติประกอบการ ก่อเกื้อ
พระเกียรติราบรอนรบ ฤๅร่ำ
พระเกียรติออกเอื้อเฟื้อ ฝากฝัง ฯ

๓๘๑

๏ พระเกียรติเกริกช่ำชี้ ชมบุญ
พระเกียรติกรุงใดยัง ยอบเข้า
พระเกียรติเกษมสุน- ทรรุ่ง เรืองแฮ
พระเกียรติกฤตย์ฤๅเศร้า เสื่อมสูญ ฯ

พระยศ

๓๘๒

๏ พระยศเยียวพุ่งพ้น สุรแสง
พระยศจรจรูญ รุ่งหล้า
พระยศเสด็จมาแสดง ดลทั่ว
พระยศขจรฟ้า เฟืองฟู ฯ

๓๘๓

๏ พระยศยืนชั่วฟ้า ดินทรง
พระยศครองไตรตรู โลกล้ำ
พระยศยิ่งเอกองค์ อมเรศ
พระยศเย็นยิ่งน้ำ เนื่องชล ฯ

๓๘๔

๏ พระยศพิเศษสร้าง สบสรรพ์
พระยศดุรดาลดล ดื่นด้าว
พระยศยุทธทางธรรม์ ธรราช เรืองแฮ
พระยศเผยอไท้ท้าว ทั่วเมือง ฯ

พระฤทธิ์

๓๘๕

๏ พระฤทธิ์ฤทธิลาดฟ้า ดินไหว
พระฤทธิ์ฤทธิลลาญเลือง โหล่งล้วน
พระฤทธิ์ฤทธิกษัย สูญเศิก
พระฤทธิ์ฤทธิมาม้วน แผ่นพาล ฯ

๓๘๖

๏ พระฤทธิ์ฤทธิเกริกก้อง กรุงโกรม
พระฤทธิ์ฤทธิเลิงลาญ ลุล้ม
พระฤทธิ์ฤทธิเถิงโถม ถับทับ
พระฤทธิ์ฤทธิกลัวก้ม เก่งหาย ฯ

๓๘๗

๏ พระฤทธิ์ฤทธิอับอ้าง ออกมือ
พระฤทธิ์ฤทธิถั่งถวาย ทั่วท้าว
พระฤทธิ์ฤทธิบันฦๅ ลาญสยบ
พระฤทธิ์ฤทธิโน้มน้าว นอบเนียร ฯ

๓๘๘

๏ ฤทธิ์เดชยศครบทั้ง เกียรติคุณ
สังเขปนิพนธ์เพียร พึ่งอ้าง
ใครอาจออกเสร็จสุน- ทรริ ร่ำเอย
กระต่ายหยั่งสมุทรกว้าง กว่าหมาย ฯ

๓๘๙

๏ ใครหาญเห็นชิให้ เห็นสยอง
สาลักษณ์จำลองลาย เลขไว้
พระเกียรติพระกฤษณครอง ภพแผ่น เรานา
เชิญชุบชำนิให้ ร่วงรง ฯ

๓๙๐

๏ กวีวรแกว่นแกล้ว กลความ
ชอบชิดคิดประสงค์ อ่านอ้าง
บุรณบทพจนงาม งำเงื่อน อยู่เอย
เสริญพระเกียรติเจ้าช้าง เฉกสรวง ฯ

๓๙๑

๏ ใช่สุนทรเลื่อนลิ้น ประลองงอน
เลิงเล่ห์ยุบลลวง ล่อเลี้ยว
สรรพลักษณอักษร เสริมใส่
ฤๅเบิกแบ่งกลเกี้ยว เกี่ยงความ ฯ

๓๙๒

๏ มธุรสรรค์ใช่แสร้ง เสกสาร
มคธพจนสยาม พากย์เพี้ยน
ประทุมบุษปไป่บาน ระบายบท
ใดผิดใดพลั้งเพลี้ยน ผลัดแปลง ฯ

๓๙๓

๏ เพียรเพื่อพจนรู้ รสมาลย์
ใช่เฉกสาลักษณแสดง ดาษด้อย
โคลงกาพย์ลิลิตการ ของเก่า ท่านพ่อ
ยอพระยศจ้อยจ้อย จวบมี ฯ

๓๙๔

๏ พระเกียรติหลายเหล่าด้าว แดนดิน
แสนส่ำกษัตรศรี อยุธย์โน้น
ยังพระยศยังยิน ยวนพ่าย
ฤๅคชเผือกผู้โพ้น พึ่งเห็น ฯ

๓๙๕

๏ เมื้อนานใครฝ่ายรู้ ฤๅมี
พระยศอยู่ยังเป็น ปิ่นอ้าง
ทั่วทุกทิศธานี เนืองราช
ฦๅเล่าข่าวขจรช้าง เผือกหลาย ฯ

๓๙๖

๏ โคลงไขคำคลาศคล้อย คลากลอน
เชิญชอบนิยมขยาย ยั่วแย้ม
งงเหงาง่วงตานอน นานตื่น
ยินพระยศเติมแต้ม ปลุกหู ฯ

๓๙๗

๏ สุคนธาทิพย์ชื่นชู้ ชูใจ โลกเอย
ทรงสุมาลยตรู เตรียบแต้ม
สวมโสตสิริใส สุนทเรศ
พระเกียรติกฤษณแย้มแย้ม ยศยง ฯ

๓๙๘

๏ เมืองแมนอมรเมศแม้ มาไข
น้ำสุรามฤตสรง สระหล้า
พระเดชดุรประไพ เราะร่ำ
ชุบชื่นเสน่ห์หน้า เนื่องเชย ฯ

๓๙๙

๏ เชิญชมพจนพร่ำพร้อง ชาญเชิง
บานเบิกอุบลเปรย เปรียบแพ้
จรุงรสสำเริง รวยกลิ่น
ตรลบจบขจรแล้ เลิศคุณ ฯ

๔๐๐

๏ ควรคำประคิ่นคล้อง คลองความ
รื่นรสภิรมย์สุนทร์ เพราะพร้อง
บาทบทพจนงาม ประหงิดเงื่อน เงาเอย
เพราะพระเดชไว้ต้อง แต่งแถลง ฯ

๔๐๑

๏ ทุกทั่วทิศเถื่อนถํ้า หุบเหว
โตรกตรอกซรอกไศลแลง ลาดไล้
บรรพตศิขรเลว ลานทวีป
ลุล่วงพระยศไท้ ยากยล ฯ

๔๐๒

๏ ภมูภมรรีบร้อน ระงมไพร
หวังรสสุรคนธ์ปน กลิ่นกลั้ว
พระเดชดุรประไพ เราะเรื่อง
พางบุรุษดาลดั้ว ด่วนชม ฯ

๔๐๓

๏ ปราชญ์ปฤศนเปรื่องแกล้ว กระวี
สารสฤษฎิเสกสม ส่องสร้อง
ชาญเชิงชิสาศรี สาลักษณ์
ยลพระยศจิ่มจ้อง เจิ่งใจ ฯ

๔๐๔

๏ ดำริริรักรู้ รสรมย์
บานบุษปทุมใบ เบิกแย้ม
สุธาทิพย์โสรจสรม สุรเฟื่อง ฟุ้งแฮ
เชยชื่นกมลแต้ม แต่งทรง ฯ

๔๐๕

๏ บุรณบทพจนเรื่องร้อย กรองเดช
สารสุมาลยวง เวี่ยไว้
สวมกรรณศริสวมเกศ ไกรเกียรติ
ประกิตประกวดได้ ดื่นแดน ฯ

๔๐๖

๏ สุมาลยเสียดสร้อย ทรงไสว
ไสวสว่างมนัสแสน เสื่อมเศร้า
อักษรบวรประไพ- เราะพจน ภาคพ่อ
ภิรมย์ใฝ่ฝันเฝ้า ฝากแฝง ฯ

๔๐๗

๏ ประนมประนตน้อม ในบาท
บรมพุทธอุดมแสดง เดชกั้ง
เป็นศรีพิพัฒน์ภาช ชนะเลิศ
ปรากฏประกิตทั้ง ถั่งเฉลิม ฯ

๔๐๘

๏ ไว้ชมไว้เชิดชี้ ชมบุญ
เชิญกระวีวานเติม แต่งแต้ม
ใช่ศรีวิสุทธิสุน- ทรร่วง รังฮา
เคลิ้มเคลือบขละเขลาแย้ม ยั่วเขิน ฯ

๔๐๙

๏ กันคำคนล่วงเข้า นินทา
ปราชญ์บ่มิสรรเสริญ เกียรติอ้าง
ขออยู่คู่กัลปา เป็นหลัก โลกเฮย
อย่าเสื่อมสุนทรว่าว้าง ว่างสูญ ฯ

๔๑๐

๏ อดูลย์เดชบริรักษ์เรื้อง เรืองโพธิ์
ดุจศศิธรจรูญ จรัสฟ้า
ขอเดชวรหวังโปรด เวียรวากย์ นี้แล
เพียรเพื่อกตัญญูข้า คิดสนอง ฯ

๔๑๑

๏ ไป่มีสุพรรณมาศไม้ เงินงาม
อาภัพทรัพย์ทั้งผอง ใช่น้อย
มีแต่วิชาตาม สนองบาท
ต่างสุมาลยร้อย เรียบถวาย ฯ

๔๑๒

๏ เป็นเกียรติกฤษณราชเรื้อง กัลปา
ถึงสุเมรุทำลาย โลกม้วย
แสนสุรเทพธาดา ดาษชื่น
เผยอพระยศไว้ด้วย อย่าสูญ ฯ

๔๑๓

๏ นานไปตาตื่นช้า หลับลับ
พระยศอยู่เนืองหนูน อ่านอ้าง
ขออยู่คู่ครองกัป พินาศ
อย่าลบอย่าล้างร้าง รอดคง ฯ

๔๑๔

๏ แม้ม้วยอรสาสน์โอ้ อมรินทร์
ดุสิตธรสรวงทรง เสร็จสิ้น
ขออกนิษฐกามิน มอบท่าน แลแฮ
อย่าเสื่อมสุนทรเลยลิ้น เลิศแสดง ฯ

๔๑๕

๏ วรหวังวรหว่านไว้ ทุกเทพ
พระกฤษณวิษณุแถลง แหล่งหล้า
ดลทิพยสรวงเสพ โสมสวัสดิ์ พระเอย
เผยอพระยศยังฟ้า ฝากสนอง ฯ

๔๑๖

๏ อรรถาอรอรรถอ้าง ยศยง
บุรณบทพจนจอง จัดไว้
เกลากลอนพิจิตรจง ใจภัก- ดีพ่อ
เฉลิมบาทยุคลไซร้ เสร็จสรรพ์ ฯ

๔๑๗

๏ สวามิภักดิ์รักรู้ รสกลอน
กลอนกล่าวกลเฝือฝัน ฝ่ายดั้น
บุรณบทบาทกุญชร เชิงหลาก หลายแฮ
ขอพระเดชกางกั้น เกศเกษม ฯ

๔๑๘

๏ คงอยู่คู่ฟากฟ้า ดินหาย นาพ่อ
อย่าเสื่อมสุนทรเปรม ปราชญ์พร้อง
ตราบเสร็จจรศิวาย ถวัลย์โลก
ขอพระเดชดลป้อง ปกเศียร ฯ

๔๑๙

๏ อยุธยายศโยคแย้ม ยังกรุง เดียวพ่อ
ทรงสถิตศิรเสถียร ทัดเกล้า
ระบายบทพจนผดุง เดชท่าน แลแฮ
คงคู่นครเหง้า เงื่อนเมรุ ฯ

๔๒๐

๏ แสนสมุทรแสบย่านเยื้อ ยังยาว
แสนสหัสสุริเยนทร์ เหือดแห้ง
ยินพระยศยังสาว สืบเสาะ ไว้พ่อ
อย่าเสื่อมสุนทรหล้าแล้ง เล่าคืน ฯ

๔๒๑

๏ ปาณีอมรเกาะแก้ว ไกรศักดิ์
เบิกสีหบัญชรผืน ฟากฟ้า
สนองเดชพระหริรักษ์ วราราช
ทรงสถิตสถานหล้า แหล่งครอง ฯ

๔๒๒

๏ เดชาแสนชาติได้ โดยเสด็จ
หมายมุ่งมนัสปอง ปกเกล้า
ตราบชีพิตสูญเสร็จ แสนหมื่น
ขอลุอมัตเฝ้า ฝากสนอง ฯ

๔๒๓

๏ หวังรสภิรมย์รื่นรู้ เรืองชาญ
เรืองรัตนไกรกรอง เกียรติอ้าง
เป็นศรีสวัสดิ์สาร โสรมศักดิ์
เลิงเล่ห์พิมลพ้าง พิศวง ฯ

๔๒๔

๏ ใครสวามิภักดิ์ไท้ ธิบดินทร์
ใครกตัญญูตรง ต่อท้าว
ยลพระยศใจยิน ดีชอบ
แย้มนิยมรักเจ้า จิตรสนอง ฯ

๔๒๕

๏ ใครมีมนัสนอบน้อม เนืองนิจ
ถือพระพัฒน์สัจครอง ชอบได้
เฉลิมบาทบทบูชิต ชมชื่น
เช้าค่ำไป่ว่างไหว้ หว่างเศียร ฯ

๔๒๖

๏ เห็นคุณไป่อื่นอ้าง ออกเสมอ
ซึมทราบศิรเสถียร สถิตเกล้า
เสริญพระเกียรติไทเธอ ธรยิ่ง
ฤๅไป่แรมร้างเศร้า เสื่อมสาร ฯ

๔๒๗

๏ สรรเสริญสรรพสิ่งสิ้น สวมเกศ
ตราบพิชิตลายลาญ ล่วงแล้ว
จบจักรวาลเขต ขัณฑ์อื่น อีกนา
ใครฤๅเห็นหาญแกล้ว กล่าวสอง ฯ

๔๒๘

๏ หวังชมหวังชื่นชี้ ชมบุญ
ตราบประลัยลาญปอง โลกล้าง
พระยศยิ่งยศสุน- ทรฝาก พรหมพ่อ
เป็นที่พำนักอ้าง โอ่อึง ฯ

๔๒๙

๏ หวังหวังวรวากย์ไว้ หวังชม
ทุกทั่วทิศไป่ปึง เป่าหล้า
เป็นศรีศิริสรม สารเสก
ทั้งสุรินทรฟากฟ้า เฟื่องขจร ฯ

๔๓๐

๏ เสวยสวรรค์วรเวกเว้น หวังแสวง คุณพ่อ
ทั่วเทพนิกรสลอน เล่าพร้อง
ตรลบโลกแสดง โดยเดช
พระเกียรติกฤษณซร้อง สั่งหู ฯ

๔๓๑

๏ สิษฐศรีวิเศษชั้น เชิงชาญ
สาลักษณจำลองดู คลาดแคล้ว
ถือท่านธิรก่อนกาล กำหนด
ยศยิ่งยศเลิศแล้ว หลั่งเศียร ฯ

๔๓๒

๏ ขอพระยศอยู่เกล้า ตราบศัล- ไลยพ่อ
เพื่อกตัญญูเพียร พร่ำไว้
โทษภัยพิบัติอัน- ตรายราช
ทุกสิ่งสรรพอย่าใกล้ เกลื่อนไกล ฯ

๔๓๓

๏ ระบุบทบุรบาทเบื้อง สรรเสริญ
ประดุจดวงสุริยไถง เงื่อนฮั้น
เป็นศรีสวัสดิ์เจริญ ใจโลก
เรืองศศิธรชั้น ส่อสรม ฯ

๔๓๔

๏ เป็นสารสุนทรโภคพ้น กรุงกษัต- รีย์พ่อ
โสรมสฤษฏิลอยลม เลิศพร้อง
คุงครองอยุธยรัตน เรืองราช
แสนสุรนิกรก้อง เกริกแถลง ฯ

๔๓๕

๏ เลอลํ้าวรอาสน์ไท้ ธิบดินทร์
ผจงจัดพิจิตรแจง จบแจ้ง
เทียรเทียบทั่วธรณิน แนวน่าน นํ้าแฮ
รื้อร่ำพระยศแล้ง โล่งสรวง ฯ

๔๓๖

๏ สถานเทพธรท่านแท้ ทรงสถิต
เมืองมิ่งเมรุมาศหลวง ใหญ่กว้าง
ธาดามหาอกนิษฐ์ กาเมศ
พระยศยิ่งยศล้าง ล่วงถึง ฯ

๔๓๗

๏ ปรัถพินภูมิเขตแคว้น มากหมาย
เลยล่วงบาดาลพึง แผ่พ้น
จักรวาลมากเหลือหลาย แสนโกฏิ
ตวงพระยศเติมล้น เลิศเหลือ ฯ

๔๓๘

๏ ไพเราะไพโรจน์ร้อย ดิรเดียร
สุนทรพจน์ฝั้นเฝือ ฝ่ารู้
ประมาณประมวญเศียร สิงหาสน์ ท่านแฮ
เหลือที่พากเพียรผู้ พร่ำแถลง ฯ

๔๓๙

๏ ขอองค์อรรคอาจอ้าง อวยสิทธิ- พรแฮ
เป็นเอกอิศรแสดง เดชกั้ง
ขอจงนฤภัยพิษ พยาธิอย่า มีนา
โทษทุกข์พิบัติทั้ง สี่สูญ ฯ

๔๔๐

๏ ข้าขอเป็นค่าไท้ ทูลละออง
รองธุลีบาทมูล ท่านแท้
ขอพระเดชปกครอง ศิรแห่ง ข้านา
แสนชาติอย่าร้างแม้ มอบคง ฯ

๔๔๑

๏ สอนงเดชตำแหน่งไว้ คุงวาย
สัจกตัญญูตรง ตราบม้วย
อาสาสุดตัวตาย ตามยาก
ขอเดชดำรงด้วย อย่าสูญ ฯ

๔๔๒

๏ ผิวหวังผิววากย์ไว้ เวียรวัน
เขษมสุขภิรมย์พูล เพียบฟ้า
จงถาวรเสวยสวรรค์ กมลาสน์
ตราบประลัยลาญห้า หื่นหาย ฯ

๔๔๓

๏ ขอเดชบำราศร้าง ราชทัณฑ์
ขอเดชดับอันตราย เร่าร้าย
ขอเดชมหันต์ ประสาท
ขอเดชทุพลผ้าย เคลื่อนคลา ฯ

๔๔๔

๏ ขอเดชสีหนาทท้าว นฤเบนทร์
ขอเดชสิริรักษา ชอบใช้
ขอเดชวรนเรน- ทรราช
ขอเดชดลเกียรติให้ รุ่งเรือง ฯ

๔๔๕

๏ บำบัดอุบาทว์เบื้อง วิบัติเบียน
บำบัดทุกข์เข็ญเคือง ขุ่นแค้น
บำบัดโง่งงเวียน สติเติ่ง
บำบัดทุกข์โทษแม้น มากมี ฯ

๔๔๖

๏ บำบัดจิตรเจิ่งจ้อง ไป่จำ
บำบัดอริยายี ยับหย้อย
บำบัดมนัสทำ วิปลาส
บำบัดผิดผวนถ้อย ที่แถลง ฯ

๔๔๗

๏ บำราศอุบาทว์เบื้อง บีฑา
บำราศราชกิจแหนง เหนื่อยคร้าน
บำราศวิจิกิจฉา เฉาโฉด
บำราศอุทัจจส้าน เสื่อมสูญ ฯ

๔๔๘

๏ บำราศชาติโหดร้าย แรงกรรม
บำราศอกุศลมูล มุ่งเข้า
บำราศทุรโทษธรรม ถือผิด
บำราศราครุมเร้า เร่ารมย์ ฯ

๔๔๙

๏ บัญญัติกลกิจเกื้อ การทรง
บัญญัติกุศลสม เสกสร้าง
บัญญัติยศยืนยง ยังโลก
บัญญัติอรรถอรอ้าง ออกครอง ฯ

๔๕๐

๏ บัญญัติญาณโยคพร้อม ภินิหาร
บัญญัติวิริยผจงจอง จิตรแกล้ว
บัญญัติมนัสบาน เบิกทั่ว
บัญญัติรัตนเรืองแผ้ว เพื่อเจริญ ฯ

๔๕๑

๏ อมรแมนมามั่วซร้อง ทรงสรรค์
มาชักมาเชิญเชิญ อยู่ยั้ง
ครองแผ่นภพเพียงจันทร์ จอมทวีป
จอมทวีปปกเกศกั้ง ถั่งถวาย ฯ

ดั้นความ

๔๕๒

๏ เสกสรวงสรวมชีพเจ้า จอมอินทร์
เอาจากเมืองบนดาย ดิ่งฟ้า
โถงเถิงเทิ่งธรณิน ลงล่วง
แนวนาคนิทรช้า เชิดบุญ ฯ

๔๕๓

๏ เมรุมาศมาดหน่วงน้าว มามือ
แสนสมุทรเขาขุน ล่มล้ม
จักรวาลมากมาคือ แสนโกฏิ
แสนโกฏิคุกหัวก้ม นอบเนียร ฯ

๔๕๔

๏ แสงฉายชะโชติชี้ แสงชม
แสงสหัสสุรเมียน เมฆคล้าย
จันทราวรารมย์ เรืองโลก
จอมโลกพระล่วงผ้าย บัตรบร ฯ

๔๕๕

๏ ชัยชัยยศโยคล้ำ เลอบน
บุญบดบุรขจร แจกฟ้า
อนันต์อเนกรณ แรงภพ
ปรมาณุเนื่องหน้า นอบทูล ฯ

๔๕๖

๏ สุรโลกสุรลบล้ำ ฦๅเดช
แสนสมุทรทรายพูล พ่างน้ำ
ใครฤๅห่อนเอาเหตุ หาญปาก
เห็นไป่ปานบุญกํ้า กึ่งกอง ฯ

๔๕๗

๏ เมรุเมียนเมรุมากแม้ เหลือหลาย
ใหญ่ยิ่งเมรุแถวทอง เถิ่งอ้าง
จักรวาลบ่มีหมาย แสนหมื่น
แสนหมื่นมาเมื่อสร้าง ส่วยบุญ ฯ

๔๕๘

๏ จอมมกุฎชื่นหน้า ในภพ
พระคุณออกเอาขุน แข่งสู้
มลายสุรมลบ ลาญชีพ
ขอชีพเชิญช่วยกู้ เกศคืน ฯ

๔๕๙

๏ ในทวีปว้าวากย์ว้าง วายเห็น
เห็นพระเดียวดาลผืน แผ่นฟ้า
อกแผ่นพระอยู่เย็น ขอยื่น
ขอยื่นบุญเจ้าหล้า หลั่งหลาย ฯ

๔๖๐

๏ ดาราดื่นดาษด้าว แดนหาว
จรจักรราศีผาย เพ่งพ้น
ระดะดาษระดูดาว ดูลับ
ดูลับบ่ดูล้น เลิศคุณ ฯ

๔๖๑

๏ แสนกัลป์แสนกัปสร้าง แสนสินธุ์ ก็ดี
แสนชาติช่วยตามบุญ บทเต้า
แม้ทระลุเมืองอินทร์ เอาโลก
เอาโลกเป็นบาทเฝ้า ฝากสนอง ฯ

๔๖๒

๏ เฝือฝากโภคพ่อเพี้ยง พางสูรย์
เสด็จออกอวยเมืองครอง ปิ่นท้าว
สมภารพ่อเพ็ญพูล แสนสุข
แสนสุขขอข้าเจ้า จวบทัน

๔๖๓

๏ ขอท่านทำนุกเลี้ยง คงคล
คงคู่สู่แมนสรวง เมื่อสร้าง
จากภพพระพาดล แดนช่วย
เชิญช่วยชักเมืองกว้าง กว่าสรวง ฯ

๔๖๔

๏ เขียวความไป่ป่วยพร้อง ปากเสริญ
พบพระพ่อบุญหลวง เลิศแล้ว
บุญญายิ่งเมืองเกิน ปกครอบ
ปกครอบฟ้าดินแผ้ว พักพล ฯ

๔๖๕

๏ ปางบุญกองกอบเกื้อ การเพรง
พระล่วงลุแดนดล เขตข้าม
ออกเมืองมากมาเกรง อกแผ่น ดินนา
เถิงทาบพระห้ามเสี้ยน เศิกสูญ ฯ

๔๖๖

๏ พลหลวงเลิงแล่นเข้า มลายลบ
บุญเบิกบุญบาทหนูน หน่อท้าว
กษัตรเตรียกไตรภพ เพงพ่าน
เพงพ่านพละโหดห้าว หักหาย ฯ

๔๖๗

๏ สี่มือสี่หน้าท่าน ถือบุญ พระนา
บุญพระเผือกผู้หลาย เชือกช้าง
พระออกนั่งเมืองขุน ครองโลก
ครองโลกเป็นองค์อ้าง เอกอินทร์ ฯ

๔๖๘

๏ เผยอบุญพยุหโยคทั้ง โลกา
ไหวหวั่นฟากฟ้าดิน แด่ด้าว
เขาหลวงล่วงสุธา วาสลั่น
ฦๅลั่นดินฟ้าอ้าว อบบุญ ฯ

๔๖๙

๏ บารมีพระมั่นแม้ มาศเมรุ
ตรีกุฎปักเขาขุน โตรดตั้ง
มารหักห่อนเอาเอน เอาอ่อน
เป็นหลักดินฟ้ากั้ง เกศคน ฯ

๔๗๐

๏ อัธยาเยียวหย่อนอ้อม โอบดิน
โอบทั่วเถิงเบื้องบน เบื่องแกล้ว
พระพ่อพ่างเพียงอินทร์ นุภาพ
ผายแผ่นดินฟ้าแผ้ว ผ่อนผัน ฯ

๔๗๑

๏ บุญฤทธิ์บุญลาภท้าว เทบุญ มากนา
บุญพ่อมิ่งแมนสรรค์ ส่วยซร้อง
พระยาหมื่นเมืองขุน ถวายสัจ
ถวายสัจไป่ซื่อต้อง ตกเข็ญ ฯ

๔๗๒

๏ พระราชสมบัติเจ้า จัดนาม
บุญพระชุบหัวเป็น ศักดิ์ให้
พลพวกพระยาขาม เดชท่าน
เดชท่านอยู่หัวได้ ดุจอินทร์ ฯ

๔๗๓

๏ เอาบุญพระอ่านอ้าง รักษา
บุญปกยกแดนดิน พ่างเพี้ยง
พระหลวงหมื่นขุนพระยา เป็นยศ
เป็นยศเพราะพระเลี้ยง หลากหลาย ฯ

๔๗๔

๏ กษัตรธิรทศเธ้อ ธรรมา
เถลิงอาสน์นารายณ์ ฤทธิแกล้ว
หัวเมืองออกเมืองพระยา เป็นเดช
เป็นเดชใครตอบแตร้ว ตื่นตาย ฯ

๔๗๕

๏ ข้าขอเป็นเหตุให้ เห็นคุณ
เป็นชุบเป็นศักดิ์หลาย โลกสร้าง
พระยศยิ่งจอมขุน เมรุมาศ
เอาปกไปบนกว้าง กว่าเหลือ ฯ

๔๗๖

๏ ใครเหลือออกอาจสู้ สารเสนอ
เสนอบาทบ่มิเผือ เพ่งพร้อง
จากสมุทรมาเธอ เสด็จยาตร มาเอย
พางพระสุริยแสงต้อง เติ่งแสง ฯ

๔๗๗

๏ รำพันอันอาจอ้าง ออกคุณ สิ้นฤา
พระเดชพระดลแสดง เดชกั้ง
ไป่เสร็จศริยสุน ทรราช นี้นา
ข้าธุลีบทตั้ง แต่งถวาย ฯ

๔๗๘

๏ แม้ม้วยเมรุมาศฟ้า ดินกัลป์
ยังพระยศยังหมาย อย่าม้วย
แม้โลกประลัยศัลย์ สูญโลก
ยศโยคยศยังด้วย เดชพรหม ฯ

ร่าย

๏ เดชพรหมบรมสุขไขสวรรค์ ตราบสูรย์จันทร์สูญสี่ ม้วยปรัถพีฟ้าหล้า เกษมสุขทุกถ้วนหน้า ทั่วท้าวยอบุญ ท่านนา ฯ

๏ เมื่อทำนั้น จุลศักราช ๑๑๘๐ ปีขาลนักษัตร สัมฤทธิศก ทำเจ็ดเดือนสิบสามวัน เป็นโคลงบทกุญชร ๔๗๘ บท ฯ

[๑] สมุดไทยเลขที่ ๑๘๕ ว่า “ระบายบาประเบียนบร”

[๒] สมุดไทยเลขที่ ๑๘๕ ว่า “หล้าศิระสยบ”

[๓] ฉบับพิมพ์แต่เดิมว่า “การเมือง” ในที่นี้ได้แก้ไขเป็น “กล่าวเมือง” ตามต้นฉบับ ไทยทั้งสองเล่ม

[๔] สมุดไทยเลขที่ ๑๕๘ ว่า “ริมรายรุกขชาติเชื้อ”

[๕] คือสวนขวา มีรายละเอียดเรื่องสร้างสวนขวาในพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์รัชกาลที่ ๒ พระนิพนธ์สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ

[๖] สมุดไทยเลขที่ ๑๘๕ ว่า “ทางพระหิมพานต์พร้อง”

[๗] ในสมัยรัชกาลที่ ๒ พระยาสุริยวงศ์มนตรี (สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ (ดิศ บุนนาค) คิดดัดแปลงเรือสำปั้นขนาดใหญ่ เพิ่มเก๋งสลักลวดลายกลางลำ เรียกว่า เรือเก๋งพั้ง เรือนี้ใช้งานมาจนในรัชกาลที่ ๕ จึงเปลี่ยนมาใช้เรือกลไฟขนาดย่อม

[๘] สมุดไทยเลขที่ ๑๘๕ ว่า “บางประทับที่นั่งน้ำ”

[๙] สมุดไทยเลขที่ ๑๘๕ ว่า “เชิดช้อย”

[๑๐] สมุดไทยเลขที่ ๑๘๕ ว่า “ฝรั่งรักษาช่อง”

[๑๑] สมุดไทยสองเล่มว่า “พิรุณแสนหาวมี”

[๑๒] สมุดไทยเลขที่ ๑๘๕ ว่า “เผด็จดัสกรฝืน”

[๑๓] สมุดไทยเลขที่ ๑๘๕ ว่า “หาญไป่หาญหายกล้า”

[๑๔] รายละเอียดพระราชพิธีบรมราชาภิเษกนี้ ดูในพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๒ พระนิพนธ์ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชนุภาพ

[๑๕] คือเครื่องหมายความเป็นพระราชาธิบดี ได้แก่ พระมหาพิชัยมงกุฎ พระแสงขรรค์ชัยศรี ธารพระกร วาลวิชนี และฉลองพระบาท

[๑๖] เป็นอาวุธ ๘ อย่างที่อัญเชิญมาถวายในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก คือ พระแสงดาบเชลย พระแสงจักร พระแสงตรีศูล พระแสงธนู พระแสงดาบเขน พระแสงหอกชัย พระแสงปืนคาบชุดข้ามแม่น้ำสะโตง และพระแสงของ้าวเจ้าพระยาแสนพลพ่าย

[๑๗] ฉบับพิมพ์แต่เดิมว่า “ช้างเผือกมาสู่พระบารมี” ในที่นี้ได้แก้ไขตามต้นฉบับสมุดไทยทั้งสองเล่มเป็น “ช้างเผือกผู้มา” เข้าใจว่าผู้แต่งต้องการเน้นถึง “ช้างเผือกผู้” เพราะรัชกาลก่อนมี “ช้างเผือกพัง” ดังความในโคลงบทที่ ๗๕

[๑๘] สมุดไทยเลขที่ ๑๘๕ ว่า “เฉลิมบุญพระผ่านแผ้ว”

[๑๙] คือ พระยาเศวตกุญชร ช้างพลายเผือกเอกได้มาแต่เมืองโพธิสัตว์ เมื่อ พ.ศ. ๒๓๕๕

[๒๐] คือ พระยาเศวตไอยรา ช้างพลายเผือกเอกได้มาแต่เมืองเชียงใหม่ เมื่อ พ.ศ. ๒๓๕๙

[๒๑] คือ พระยาเศวตคชลักษณ์ ช้างพลายเผือกเอกได้มาแต่เมืองน่าน เมื่อ พ.ศ. ๒๓๕๙

[๒๒] สมัยรัชกาลที่ ๑ ทรงได้ช้างเผือกพัง ๒ ช้าง จากเมืองภูเขียว พระราชทานนามว่า พระอินทรไอยรา และพระเทพกุญชร

[๒๓] สมุดไทยเลขที่ ๑๘๕ ว่า “ตัวร่ำตัวเร็วเร้า”

[๒๔] สมุดไทยเลขที่ ๑๘๕ ว่า “ละลำละลำปลึกไล้”

[๒๕] ฉบับพิมพ์แต่เดิมว่า “พยุหยาตราเรือ”

[๒๖] จบเล่มสมุดไทยเลขที่ ๑๘๕

[๒๗] พวกมอญซึ่งมีสมิงสอดเบาเป็นหัวหน้า อพยพครอบครัวหนีพม่าเข้ามาพึ่งพระบารมี เมื่อพ.ศ. ๒๓๕๘ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย โปรดให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามงกุฎ (พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว) คุมไพร่พลออกไปรับครัวมอญที่เมืองกาญจบบุรึ แล้วโปรดให้ตั้งภูมิลำเนาอยู่ที่แขวงเมืองปทุมธานี เมืองนนทบุรี และเมืองนครเขื่อนขันธ์

[๒๘] คือ เมืองเมาะตะมะ

[๒๙] มอญที่อพยพมาในสมัยรัชกาลที่ ๒ นี้ถูกเรียกว่า “มอญใหม่” ส่วน “มอญเก่า” คือ พวกมอญพระยาเจ่ง ซึ่งอพยพเข้ามาในสมัยกรุงธนบุรี เมื่อ พ.ศ. ๒๓๑๗

[๓๐] คือ ชาวมลายู

[๓๑] ชื่อชนชาติชวามลายูในเกาะเซลีเบส

[๓๒] ชื่อชนชาติชาวอินโดนีเซียในมะกัสซาร์ตอนใต้เกาะเซลีเบส

[๓๓] ฉบับพิมพ์แต่เดิมว่า “พังพินาศพลผลาญ”

[๓๔] พระราชพิธีโสกันต์สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามงกุฎ (พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว) เมื่อ พ.ศ. ๒๓๕๙

[๓๕] ข้า = ค่า โทโทษ

[๓๖] ค่าง = ข้าง เอกโทษ

[๓๗] หยิ้ง = ยิ่ง โทโทษ

[๓๘] พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงพระราชดำริด้วยสมเด็จพระสังฆราช (มี) ให้ทำพิธีวิสาขบูชาเป็นครั้งแรกในกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อ พ.ศ. ๒๓๖๐

[๓๙] ในสมัยรัชกาลที่ ๑ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดให้สมเด็จพระอนุชาธิราช กรมพระราชวังบวรสถานมงคลเป็นแม่กองสร้างมณฑปพระพุทธบาทขึ้นใหม่ จากของเดิมทำเป็นห้ายอด โปรดแก้ให้เป็นยอดเดียว การสร้างพระมณฑปในรัชกาลนี้ สำเร็จแต่พระมณฑปใหญ่ แต่พระมณฑปน้อยสวมรอยพระพุทธบาทข้างในอีกชั้นหนึ่งยังมิได้ดำเนินการ ครั้นถึง พ.ศ. ๒๓๕๖ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย จึงโปรดให้สร้างพระมณฑปเล็กข้างในให้บริบูรณ์

[๔๐] เมื่อ พ.ศ. ๒๓๕๗ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย โปรดส่งสมณฑูตไป ลังกา เมื่อกลับมาคราวนั้น ได้หน่อพระมหาโพธิเมืองอนุราธบุรีเข้ามาด้วย ๖ ต้น พระอาจารย์ขอเอาไปปลูกไว้ที่เมืองกลันตัน ๑ ต้น เจ้าพระยานครศรีธรรมราช ขอเอาไปปลูกที่เมืองนคร ๒ ต้น ได้เข้ามาถวาย ๓ ต้น โปรดให้ปลูกไว้ที่วัดสุทัศน์ วัดมหาธาตุ และวัดสระเกศ

[๔๑] เดิมพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะดำรงพระยศเป็นกรมหมื่นเจษฎา บดินทร์ ทรงพระดำริจัดตั้งโรงทานขึ้นที่วังก่อน เมื่อความทราบถึงพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงพระราชดำริเห็นชอบด้วย จึงได้โปรดให้ตั้งโรงทานขึ้นที่ ริมประตูศรีสุนทร ระหว่างกำแพงพระราชวังกับกำแพงเมือง พระราชทานอาหารเลี้ยงราษฎรและนิมนต์พระสงฆ์มาแสดงธรรมทานทุกวันมิได้ขาด

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ