เพลงยาวพระยาตรัง

๏ โฉมจันทร์หรือขวัญพี่สอดสงวน
ผิวเนื้อใช่เชื้อระคนนวล กระสวนทรงมาแต่องค์สุรางค์ใด
หรือแผลงพักตร์ผลัดพักตร์ลักษมี มาลอบตรีโลกล้างเมื่อปางไหน
แกล้งกล่าวกลิ่นเสาวคนธ์ให้ปนใจ จะครรไลในนวลซึ่งควรชม
แต่เยื้องยั้งอยู่หลังสุดสวาท ก็ไหวหวาดหวั่นรสภิรมย์สม
จะสรรค์เวียงออกมาเคียงว่างามคม เห็นหน้าล่มทุกหน้าคณานาง
ควรจะแลกชีพชายแล้วสายเสน่ห์ แต่พี่เทประดิพัทธ์ยังขัดขวาง
แม้นสมมุ่งจะบำรุงชีวาวาง ไว้โฉมปรางมาศมิ่งวิมลจันทร์
ด้วยพร้อมสิ่งสิริโสภาพักตร์ จะบริรักษ์เป็นจอมถนอมขวัญ
พี่เมินหมายมิได้วายทิวาวัน กระสันโศกอุระอ่อนอาวรณ์
เจ้าดวงแก้วเกิดกอปรสิริยศ อย่ากำหนดเช่นมณีที่ศีขร
ไม่สมสงวนนวลพักตร์ซึ่งอรชร มีมาก่อนแต่พอแจ้งประจักษ์ตา
ยังไม่เกิดจักรพรรดิสมบัติทวีป จะรัดรีบด่วนไยในโกฏฐา
มาเถิดมามิ่งมณีมา ในพานพื้นแว่นฟ้าสำลีประชี
ละมุนหมอบคอยน้องจะเนานาถ ที่โอภาสประภัสสรศรี
จะพรายแพร้วอยู่ดั่งแก้วโมรีวี อันธุลีหรือจะปนระคนพาล
ฝ่ายพี่ที่จะไว้ชีวิตมิตร จะเอาจิตเป็นที่ตั้งบัลลังก์สมาน
เอารสเสน่ห์แทนรสสุมามาลย์ เอาสำนานแทนเสียงประโคมโลม
เอาสิ่งเสบยแลสัมผัสเป็นฉัตรกั้น เฉลิมขวัญขวัญน้องประคองโฉม
มิให้แสงสุริเยนทร์ที่เจนโพยม ลงโจมจับทับแก้วพี่ร้าวเอย ฯ

ฯ ๒๐ คำ ฯ

๏ แสนทุกข์สุดทุกข์ครั้งนี้เอ๋ย  
ไม่ห่างหายคลายเทวษสักวันเลย หรือมาเปรยแปรได้ไม่อาลัย
ไม่เล็งหลังเลยเมื่อครั้งจะเริ่มรัก ก็ประจักษ์อยู่ในจิตแล้วคิดไฉน
เพราะจำจิตดอกจึ่งจำบำราศไกล เป็นไรจึงไม่คืนคิดเมื่อคราวครอง
นิจจามิตรชั่งมาคิดสละได้ หรือหน่ายใจด้วยว่าขาดอาลัยสนอง
อันความรักก็ประจักษ์ว่าใจปอง ควรหรือน้องแกล้งมาหน่ายฤทัยกัน
เมื่อแรกรักฤๅจะรักไม่จากได้ นี่เพราะไกลหรือจึ่งเร่เสน่ห์หัน
เสียดายจิตฉุกคิดไม่เว้นวัน มีแต่ผันหน้าตรึกไมตรีตรอม
ไฉนใจจึ่งใจไม่คิดบ้าง หรือใจจางว่าไม่ควรประคองถนอม
เห็นตํ่าศักดิ์หรือกลัวพักตร์จะพลอยมอม อย่าออมความเลยนะเจ้าไม่เข้าการ
ถึงจินตะหราเมื่อแค้นแสนสุดโศก เพราะวิโยคอิเหนาปองเป็นสองสมาน
ถ้ากระนั้นเล่าก็ควรจะพลันราน นี่ทรมานอยู่ไม่เว้นสักวันครวญ
ก็ตั้งจิตอยู่เป็นนิจพิศวาส แต่หมายมาดมั่นปองประคองสงวน
เมื่อสุจริตมิได้คิดจะห่างนวล หรือมาควรเด็ดรักนี้เวรใด
ชะรอยในปางก่อนได้ยุหญิง ให้จำทิ้งกันทั้งจิตที่พิสมัย
อกุศลผลนั้นมาถึงใจ ให้จำไกลแล้วทั้งมิตรมาคิดรอน
โอ้แต่นี้จะนานไม่มีชื่น ทิวาคืนแต่จะทอดฤทัยถอน
จึ่งสอนใจว่าใจเอ๋ยอย่าอาวรณ์ จงผันผ่อนผันพักตร์อย่านำพา
แม้นฟังคำแล้วอย่าร่ำรำพันรัก จงเจียมศักดิ์เถิดที่น้อยวาสนา
ถ้าหมายมั่นเห็นจะพลันชีวาลา ดูรยิ่งว่าก็ยิ่งให้ฤทัยคะนึง
เมื่อเขาชื่นได้อื่นไม่คืนหลัง ใจนี่ยังแต่เฝ้าตรึกรำลึกถึง
แสนรักแสนหนักอาลัยตะลึง แสนรำพึงเพิ่มเพทนานาน
อันมณโฑสโมสรด้วยทศพักตร์ แล้วรานรักกลับมาร่วมภิรมย์สมาน
กับพาลีลืมละสละมาร แล้วก็รานรสรักจากพานรินทร์
กลับมาชื่นรื่นเริงในเชิงยักษ์ ก็ลืมรักกากาศเจ้าขีดขิน
พี่ใคร่ใจเหมือนหนึ่งใจยุพาพิน มิรู้สิ้นสิ่งสวาทไม่ขาดเลย
ก็เห็นผิดจริตเล่ห์มณโฑรัก ขอประจักษ์จงช่วยชี้คดีเฉลย
ครั้นใคร่ใจเล่าก็ใช่ที่ใจเคย หรือใจเปรยเพราะว่าชื่นด้วยสมใจ
ก็ใช่เชิงที่จะเหลิงละเลิงเล่น ก็ใช่เช่นเชิงชมนิยมไฉน
หรือมาดหมายจะให้หน่ายเสน่ห์ไกล ก็บอกหน่อยเถิดอย่าให้ฤทัยตรอม
อันอกพี่นี้ก็เทียมคีรีทับ ตั้งแต่นี้ไหนจะกลับได้คืนถนอม
แต่แสนทุกข์สุดทุกข์จะอดออม จนทรงผอมผิวเผือดไม่มีงาม
อันทุกข์ทั้งตรีภพจบสกล ก็ไม่เท่าที่พี่ทนสวาทหวาม
ไม่ว่างวายคลายเทวษสักกึ่งยาม ดั่งศรรามซํ้าทรวงสักแสนที
ถึงต้องศิลป์ทรงองค์นารายณ์วราฤทธิ์ ไม่เจ็บจิตเท่าเจ้าเจื่อนอารมณ์หนี
แสนทุพพลทนเทวษไม่วายทวี ดั่งมณีชอกช้ำเหลี่ยมระทม
แต่พูดเล่นเป็นประหนึ่งจะไม่รู้ ครั้นนิ่งดูฟังไปก็เห็นสม
เราขามมิตรหวังจิตไว้คอยชม ยิ่งระทมทรวงร้าวอุรภา
เห็นสุดคิดสุดฤทธิ์ด้วยสุดรัก สุดนักที่จะเสี่ยงวาสนา
สุดร้อนสุดนิวรณ์เจตนา ดั่งแผ่นผามาทุ่มทิ้งลงกลางชล
จงเชิญครองเถิดนะเจ้าให้สมพักตร์ ให้สมศักดิ์เถิดที่ศักดิ์มาปฏิสนธิ์
จงสมจิตสมคิดอย่าห่างสกนธ์ ตามนิพนธ์ที่พี่อวยอำนวยพร
จงเกษมเปรมสวาทอย่าขาดชื่น ทุกวันคืนอย่าให้คลายภิรมย์สมร
เราลารักกว่าจะสิ้นม้วยดินดอน จนอัมพรสูญดวงพระสุริยัน
สิ้นสุเมรุบรรพตานภากาศ แต่สักชาติอย่าได้ร่วมภิรมย์ขวัญ
จนหลาบสาปสิ้นชีวาวัน อันประจุบันที่ได้พลาดประมาทมา
จงอภัยอย่าให้มีเวรีสนอง วจีจองด้วยมหันตโทษา
ได้พลั้งพลาดประมาทกายและวาจา ขอสมาเถิดอย่ามีเวรีราน
เราจงจิตอนุญาตประสาทให้ อโหสิกันไปจนอวสาน
จนล่วงภพสบสร้อยศาสดาญาณ จงบันดาลอย่าได้ร่วมภิรมย์เอย ฯ

ฯ ๕๐ คำ ฯ

๏ ศุภสารเสนาะเสน่หา
จำลองใจมาในอักขรา ด้วยจินตนาปรารภนิรันดร
แสนระทมกรมสวาทระยำยับ ดั่งสุเมรุทุ่มทับทรวงสมร
เพราะหมายโลมโฉมอินทร์อรชร จึ่งรั้งรอนหักจิตเป็นนิจกาล
คะนึงน้องดั่งปองปทุเมศ ในขอบเขตมุจลินท์สระสนาน
แสนลำบากยากที่พ้นทรมาน เพราะไม่หาญที่จะหักมาชมชู
เชยสร้อยเสาวคนธ์โกมลมาศ เมื่อลมลาดเพราะลอบเลียมอยู่
แต่ไกลไกลก็จะลักแลดู แมลงภู่ร่อนร้องแต่เวียนชาย
ถ้าเหาะได้เหมือนเหรันตยักษ์ เห็นจะหักได้สะดวกโดยง่าย
นี่สุดเอื้อมที่จะเอื้อมอาจกราย ปิ้มจะวายชีพเพราะถวิลบัว
ถ้าสุมาลย์ร่วงหล่นพ้นสวรรค์ บ้างเล่าเถิดถ้ากระนั้นจะยังชั่ว
ถึงมิน้อมก้านให้ก็ไม่กลัว ขอแต่ยั่วแย้มหน่อยพอแนมนวล
สิอยู่ในมุจลินท์สินธุล้อม เชิญประนอมไมตรีทรามสงวน
ซึ่งสุหร่ายปรายเปรียบมาทั้งมวล ก็ไม่ควรแต่ว่าร้อนนั้นสุดแรง
เชิญสุดาปรานีพี่หน่อยน้อง ประคองสวาทอย่าให้ขาดคำแถลง
ซึ่งจะขายเรื่องรักประจักษ์แจง วานอย่าแกล้งเสว่าให้กล้ากลอน
ประการใดในประเพณีสนิท ขอประสิทธิ์สวาทใจในสายสมร
ตราบฟ้าสูญสิ้นม้วยดินดอน เชิญนุสรณ์สิ่งเสน่ห์สนองกรรณ
เชิญรักอารมณ์ภิรมย์รัก เชิญสมัครหมายขวัญมาน้อมขวัญ
เชิญสมานการโดยกระบวนบรรพ์ วานอย่าฉันทาเคียดรังเกียจกาย
เชิญเยื้อนเถิดอย่าถือประยูรยศ เชิญประชดมุ่งมาดให้เหมือนหมาย
ขอเชิญน้องพร้องเสน่ห์สวาทชาย กว่าจะวายทำลายชีพปลดปลง
อย่าล่อเล่นเช่นมณีเมขลา ให้อสุรารามสูรพะวงหลง
หลงไล่ไปด้วยใจจำนงองค์ พิศวงหวังคู่ประคองเคียง
ครั้นนางโยนมณีสีสว่าง ก่นแต่ขว้างขวานลั่นสนั่นเสียง
เพราะใจยักษ์มักโกรธพิโรธเพียง ดั่งจะเอียงแผ่นภพจักรวาล
หมายใจใจจนพ้นพิศวาส ก็กลายกลับมุ่งมาดจะสังหาร
ฝ่ายพี่ที่เห็นคะนึงนาน ห่อนหาญไล่ได้ด้วยใจเฟือน
สุดถวิลดั่งจะสิ้นเสน่ห์นุช เพราะอาวุธนั้นไม่มีเสมอเหมือน
เป็นแต่ว่ารักกับจะตักเตือน แม้นมิเยื้อนก็จะโห่ให้ทรวงโทรม
รักนิดเถิดช่วยชูชีวิตไว้ อย่าสูญใจเลยนะเจ้าวิมลโฉม
ใช่จะล่อลวงน้องประลองโลม เชิญแม่โน้มใจน้อมสวาทเรียม
ขอพบเนตรต่อนัยนาหน่อย อย่าเมินม่อยหมางหน้างามเสงี่ยม
แต่ห้ามใจแล้วก็สุดใจเจียม จึ่งเลียมลอดลายหัตถ์ให้ทัศนา
ถ้าปรานีแล้วอย่าเนิ่นนานสนอง ประคองสวาทอย่าให้ขาดปรารถนา
จะนับบาทมาดหมายนาฬิกา จะตั้งตาคอยสารสมานเอย ฯ

ฯ ๓๖ คำ ฯ

๏ ชายเนตรจวบเนตรพิษศรแสลง
ดังเมขลาฉายท่ามณีแทง ให้แสงต้องอสุรีที่ราญรอน
ก็ลดองค์ลงยังเงื้อมเมรุมาศ ปิ้มจะขาดชีพม้วยด้วยดวงสมร
จะไล่โลมโฉมนางกลางอัมพร ก็อ่อนจิตไปด้วยฤทธิ์มณีพราย
อันนิลเนตรน้องส่องมาสบพี่ ยิ่งมณีนางฟ้าที่ง่าฉาย
เมื่อวาบวับจับดวงฤดีชาย ก็หมายชีพม้วยด้วยแสงนิล
ประเมินม่อยผ่อยพักตร์ตะลึงหลง ก็จงจิตสมานที่ชาญถวิล
สิ้นประมาทอาชญาแลมลทิน สิ้นประคิ่นประดิพัทธ์ในภัสดา
แสร้งมิตรม้วนชวนชื่นขืนคืนสวาท แล้วหยาดนํ้าอาลัยไว้ในหน้า
พอสงฆ์กลับจึงคำนับวาจาลา พี่เดินฝ่าภาคพักตร์ตระหน่ำนาง
บำหยัดเท้าก้าวหน้าพะว้าหลัง ระวังน้องลืมยั้งระวังย่าง
อัฒจันทร์นะยิ่งอัศจรรย์ลาง พี่เหยียบขวางไขว่คั่นว่าชั้นเดียว
ถึงสีดาประจวบตาพระราเมศร เจ็บเทวษแต่กระนั้นไม่ซ่านเสียว
อันพี่เจ็บนี่เจ็บจริงจริงเจียว ดั่งแหลมเหล็กเรียวร้อยนัยน์ตาชาย
ฉะฉะเจ็บรักนี่หนักหนา ยิ่งฝืนฝ่าก็ยิ่งท้ออารมณ์หมาย
ว่าตาดูรู้รสกันด่วนดาย เดิมนารายณ์เพิ่มพิษยุพาพาล
พระชวนชมสมโฉมด้วยดลเนตร วันประเวศบัญชรพิมานสถาน
จะเคลื่อนเงาเงื่อนนี้แลนิพพาน ประมาณเถิดเห็นจะมีราคีคำ
เจ้าดั่งดวงดาราทิพมาศ ลอยลีลาศเลื่อนแสงขึ้นแข่งขำ
ครั้นมลทินจันทร์ทับก็อับดำ เข้าประจำล้อมอยู่ดาวดูที
จะสรดสร่างกระจ่างงามอร่ามพื้น ไม่ใฝ่ฝืนฝ่าเทวราศี
เดินระหว่างทางจักรงามดี ด้วยเว้นแสงพระสุรีย์ที่ร้อนรอน
จะเกรงใยในหมู่พลาหก ถึงจะตกก็ไม่ตัดประภัสสร
เชิญเลี้ยวเลื่อมมาที่เงื้อมยุคุนธร จะเวียนวอนตาโลกให้ชมดวง
หนึ่งสัญจรปทุมาในวาเรศ ไม่ว่าเพศเช่นพงศ์ประสงค์สรวง
สัณฐานจอกดอกชอุ่มเป็นพุ่มพวง เกิดในห้วงวารีนีโครธา
ฝ่ายโกเมศหมู่สวะอยู่สระสรง ใช่บัวบงกชเกศในนาถา
พื้นผลซึ่งระคนสโรชา ล้วนวารินไคลเคล้าเข้าเวียนเบียน
อย่านึกแหนงใช่จะแกล้งแสดงสดับ ถ้าแม้นรับแล้วอย่ารักเป็นพาเหียร
เห็นไหมงามตามเถิดจะเวียนเพียร ช่วยถอนเศร้าถอนเสี้ยนเสียหน่อยเอยฯ

ฯ ๓๐ คำ ฯ

๏ ชังใจที่ไม่เจียมใจสงวน  
ชังหน้าที่หน้ามาหมองนวล เออก็ควรหรือมาริให้เร่งตรอม
ไม่เจียมตนเลยว่าตนนี้ตํ่าศักดิ์ มาริรักที่ไม่ควรประคองถนอม
หมายใจอยู่ว่าใจอยู่ในจอม มิแต่มอมหน้าม่อยให้อัประมาณ
ไม่รู้หรือว่าประยูรวิหคหงส์ ถวิลลงโขมพัตรนัทีสถาน
ไม่ร่วมชาติกาจกาตระกูลกาฬ โอ้ประมาณเหมือนอกจรกา
ต่ำศักดิ์หรือมารักวงศ์เทเวศ ให้ผิดเพศตุนาหงันอสัญหยา
เหมือนอิเหนาเสาวภาคย์กับบุษบา เออสาสิที่ใจไม่เจียมใจ
ยิ่งห้ามใจว่าอย่าใฝ่วงศาสูง ใจยิ่งจูงใจตรึกนี่นึกไฉน
แต่เวียนหวังอยู่มิฟังวิญญาณ์ไย นี่ใครใช้หรือจึ่งครุ่นทวีครวญ
เป็นน้อยใจหนอใจไม่ฟังห้าม มารักงามที่ไม่รู้เสงี่ยมสงวน
ใจเอ๋ยหรือมาเฉยชะล่าลวน เมื่อไม่ควรหรือมาควรคะนึงนาน
ไม่เจียมตนหรือว่าตนเป็นหิ่งห้อย มาหิ้วรอยตามแสงพระสุริฉาน
ท่านเหมือนพลอยเพชรรัตน์ชัชวาล ตัวนี้ปานปูนปัดหรือควรปอง
มาหมายแก้วจอมจุลจักรพรรดิ ให้เสื่อมสวัสดิ์รัศมีมณีหมอง
เป็นน้อยใจด้วยว่าใจไม่ตรึกตรอง ใจนี่จองหวงห้ามยิ่งย่ามใจ
ตนกระต่ายหรือมาหมายจิตจง มางวยงงอยู่ด้วยแสงศศิไข
เมื่อจันทร์แจ่มแต้มตัวกระต่ายใน วงเป็นไรกระต่ายไม่หมายชม
ถ้าใครช่วยชูบ้างจะยังชั่ว ให้ใจกลัวจึ่งจะสาแก่ใจสม
ถ้ามิฟังจะเอาไฟใส่หม้อรม ช่วยขู่ข่มเสียให้ขาดประมาทครวญ
ใจสิมุ่งเหมือนพระลอดิลกโลก จึ่งแสนโศกมิได้วายกระหายหวน
ส่วนพระลอมิได้ปองสองนางชวน ให้รัญจวนไปด้วยวิทยายันต์
จึ่งได้สมสองงามเป็นสามเขนย ชิดเชยสองข้างประคองขวัญ
จนทหารเข้าประหารผลาญชีวัน เออกระนั้นเล่าเถิดก็ควรตาย
ไฉนใจจึ่งจะไม่เห็นด้วย ใจจะม้วยเสียแล้วหรือเพราะมุ่งหมาย
เอ็นดูใจเถิดอย่าให้ใจละอาย เอ็นดูกายเถิดที่เอื้อมจนสุดมือ
แต่ห้ามห้ามก็ไม่ห่างถวิลเหือด จนผิวเผือดผอมแล้วไม่เห็นหรือ
จะตายไยที่มิให้คำคนลือ จะรื้อรักเถิดอย่ารักให้เหนื่อยนาน
หาดีไม่ไหนเล่าเขาว่ารัก พิสมัยหนักก็มักได้หมางสมาน
ย่อมทนทุกข์อยู่ทุกทิวาวาร แสนรำคาญเคืองคิดไม่ขาดตรอม
ชอบบำราศรสร่วมอารมณ์สอง ก็หนักกรประคองครุ่นครวญถนอม
ดั่งโกยทุกข์มาประทุกอกออม แต่ผอมเผือดเหือดแห้งจนหายงาม
จะยืนเดินดำเนินนั่งนอนที่ไหน ก็ตั้งใจแต่จะดิ้นถวิลหวาม
จนสิ้นเพียรภาวนาพยายาม จนลืมความเรือนราชการตน
ยามกินลืมกินอาหารรส ลืมกำหนดนับคืนวันฉงน
แต่นอนนิ่งกลิ้งกลับเกลือกสกนธ์ ไม่หลับจนจวบทุ่มสักคืนวัน
นี่แลใจจะไม่ฟังใจเจียวหรือ จะรื้อรักอยู่ไม่รักชีวาสัญ
จงรักกายเถิดอย่าหมายวงศ์เทวัญ ที่เฉิดฉันมิได้แปลกประยูรวงศ์
จึ่งห้ามใจว่าใจอย่าประเจิด อย่าพลั้งเพริดเลียมลองประโลมหลง
รักษาสัตย์ตัดใจให้ตริตรง อย่าพลอยหลงไปด้วยพลั้งกำลังพาล
ท่านว่าถ้าแลใครใจประมาท ย่อมเป็นคลองมัจจุราชประหารผลาญ
สงวนสัตย์ตัดห่วงบ่วงมาร จะพลันพ้นสงสารที่วงเวียน
ถึงโลกีย์ยังมิตัดราคีขาด แม้นประมาทก็ประมาณแต่พาเหียร
เรียนรู้เถิดอย่าเรียนรำพึงเพียร ใจจงเจียนใจรักให้หักรอน
ชอบจะเฉยอย่าเฉลยเหมือนเช่นหลัง นี่แน่ใจเอ๋ยจงฟังใจสังสอน
จะแจ่มจิตอยู่เป็นนิจนิรันดร ธุระร้อนก็จะแรมโรยเอย ฯ

ฯ ๔๖ คำ ฯ

๏ ขาวเหลืองเรืองศรีวิเชียรฉาย  
แสนสวาทมิได้ขาดทิวาวาย เสน่ห์หมายวัชชิรัตน์อลงกรณ์
แสงสว่างกระจ่างแจ่มจับเนตร วันประเวศบนวิบูลยสิงขร
แม้นเรืองฤทธิ์เหมือนวิทยาธร จะเขจรแหวกเมฆไปเมียงชม
พื้นหัตถ์จักประชีสำลีรอง จะประคองช้อนชูมาสู่สม
แสนสงวนมิให้ต้องละอองลม จะวางชมบนพื้นสุมาลี
วัตถาเวียนวงจงประดับ มิให้อับอ่อนแสงมณีศรี
จะแนบไว้ในอุราทุกนาที อันราคีมิให้ปนระคนพาล
นี้สุดยากที่จะบากอารมณ์ถวิล ทั้งเดินดินแล้วก็ขลาดไม่อาจหาญ
ตั้งแต่ทนเทวษช้ำระกำนาน ก็นับวารวายชีพนิราทวา
เพราะขนิษฐ์แลได้คิดภิรมย์รัก เสน่ห์หนักในเพศแห่งเชษฐา
ไม่สมหมายก็ไม่วายจินตนา จะฝืนฝ่าฝากรักก็สุดใจ
อนุชาเหมีอนว่ายวนวาเรศ ลอยประเวศตามสายชลาไหล
จะบ่ายหน้าหาฝั่งก็ยังไกล จะพึ่งพักขอนไม้ไม่ทานทน
อันสัดจองนาวาก็หายาก จะเบือนบากพึ่งใครก็ขัดสน
แต่เวียนว่ายอยู่ในสายทะเลวน แสนทุพพลยอดยากลำบากกาย
เห็นแต่พี่แลจะชูชีวิตน้อง ช่วยประคองขึ้นให้พ้นกระแสสาย
เมื่อการุญทำคุณไว้ไม่ตาย จะบากบ่ายนำเสน่ห์สนองกัน
ไม่ลืมคุณอุปการคุ้งวันหน้า จนม้วยสิ้นดินฟ้าสุธาสวรรค์
เชิญสมานการโดยระบอบบรรพ์ วานอย่าฉันทาเคียดรังเกียจกวน
เชิญสนองในคลองเสน่ห์มิตร คำนึงคิดอยู่ในฤทัยสงวน
ถ้ารับรักแล้วอย่ารักให้เรรวน วานอย่าม้วนสวาทไว้ให้เนิ่นนาน
เชิญร่วมอารมณ์ภิรมย์รัก ให้สมศักดิ์สมสวาทในมาศฐาน
อย่าแหนงรักเลยว่ารักจะพลันราน สดับสารแล้วอย่าคิดระแวงแคลง
ประการใดในประเพณีสวาท ขอประสาทเสน่ห์ไว้ไม่ควรแถลง
หนึ่งเชษฐาถึงจักว่ารักแรง จงให้แจ้งแต่รักไมตรีตรอง
เอ็นดูเถิดที่ธุระทุรารัก เห็นแก่พักตร์เถิดจงเยื้อนเสน่ห์สนอง
ตำริรักแล้วอย่าคิดให้ผิดคลอง ไมตรีประคองอย่าให้สูญสวาทเอยฯ

ฯ ๒๘ คำ ฯ

๏ นิ่มนวลนวลศรีศรีสวัสดิ์
พี่หมายน้องดั่งจะปองมณีรัตน์ อยู่ในหัตถ์เรืองรุ่งมณีพราย
ล่องเลื่อนยุพาประเทืองเรืองโรจน์ โชติช่วงแจ่มฟ้ามณีฉาย
แอบกระจ่างอับกลีบเมฆากระจาย ใจหมายมุ่งเมินมณีนิล
เมื่อไรจะฉายดวงมณีให้พี่เห็น แต่คอยเขม้นอยู่ไม่เว้นวันถวิล
ปัตถอนจะใคร่ชวนดวงมณีนิล แต่ค่อยยุดจนสิ้นอารมณ์แรม
จึงบวงสรวงเทพาสุรารักษ์ จงช่วยชักแยกฟ้าให้เห็นแสง
เมื่อแสนสุดสวาทขาดแคลง ดั่งจะแกล้งให้ใจอาลัยลาน
เพราะรักมิตรพิศถนัดถนอมเปล่า แต่ครองรักไว้จนเสาเสียมสาร
โอ้อกแสนทุพพลแต่ทรมาน ด้วยดวงแก้วพิสดารในหัตถ์นาง
จงกระหยับแต่พออับแอบแสง กระจ่างแจ้งก็ยังเห็นอางขนาง
ที่วาบแวบฤทัยให้ใจจาง มณีนางหรือจะร้างจินดาไกล
อยู่ในหัตถ์ถือถนัดที่ถนอม หรือจะยอมคอยประเทืองให้แจ่มใส
ถ้าช้าหน่อยเถิดจะค่อยบรรเทาใจ จะขอชมแต่ไกลไม่อาจคลาย
แม้นเชี่ยวชาญชำนาญวราฤทธิ์ จะตามติดไล่เมขลาหมาย
จะชิงช่วงดวงมณินจินดาพราย ให้เหมือนหมายเถิดจะมาดไม่วางมือ
แล้วฤๅถอยฤทัยถอนคิด มณีนิจยังจะแย้มให้เห็นหรือ
สุดเอื้อมที่จะเอื้อมนั้นไกลมือ แต่ริรื้อลายขานทุเรไกล
ไม่เจียมตนว่าเป็นคนสถุลศักดิ์ ถึงจะรักก็จะรักไปถึงไหน
จงเจียมอาตม์เถิดว่าวาสนาไกล หาควรไม่จึงมิได้ประคองนวล
แต่รามสูรขว้างขวานสนั่นเสียง สะท้านเปรี้ยงจึ่งได้เห็นโฉมสงวน
ประเดี๋ยวเดียวแต่พอเลี่ยงก็หายนวล ดั่งโฉมชวนกระหยับแต่พอลับแล
เสาวภาหลากลักวิมลโฉม ให้ประโลมใจโลกให้ห่วงแห
ครั้นห่างเหินก็ให้หวนปรวนแปร แต่ชะแง้อยู่ไม่เมินชม้อยนวล
เพี้ยงเอยดวงแก้วมณีนิล แม้นตกดินเถิดจะรับประคองสงวน
ชิเมฆยิ่งวิเวกอารมณ์ครวญ ดั่งจะซวนซบสลบลง
ด้วยแสงส่องต้องนัยนานัก จำเริญพักตร์มิรู้สิ้นสิ่งประสงค์
สุดสวาทดั่งจะขาดอาลัยปลง เหมือนอกองค์พระสุธนซึ่งทรมานเอย ฯ

ฯ ๒๘ คำ ฯ

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ