วิธีปลูกฝ้ายแลทำฝ้าย

การปลูกฝ้ายนี้ ชาวพื้นเมืองมักชอบถางไร่ป่าไม้ทำเปนไร่ฝ้าย เหตุที่ราษฎรประพฤติฟันป่าไม้เปนไร่นั้น ก็ด้วยพื้นดินทั่วไปมีทรายเปนส่วนมาก มีดินน้อย ทรายประสมอยู่ราว ๗๐ เปอร์เซ็น การที่ถางป่าแล้วเผาป่าทำเปนไร่นั้นก็โดยอาศรัยไบไม้กิ่งไม้ที่เผาแลทั้งพื้นดินมีรสเค็มให้เปนปุ๋ย การถางไร่ลงมือถางระหว่างกุมภาพันธ์ มีนาคม ถางเสร็จแล้วราวเดือนเมษายนเผาไร่ กวาดปรนพอให้กิ่งไม้เเขนงไม้หมด ในราวเดือนพฤษภาคม มิถุนายน ก็หว่านเมล็ดฝ้าย ต้นฝ้ายโตเต็มที่ราว ๒ ศอกคืบเปนอย่างสูง ฝ่ายนั้นมี ๒ ชนิดเรียกว่าฝ้ายน้อยฝ้ายใหญ่ เวลาปลูกฝ้ายคงปลูกในเดือนพฤษภาคม มิถุนายน ฝ้ายน้อยนั้นผลิดอกออกฝักเดือนสิงหาคม กันยายน พอตกเดือนพฤศจิกายน ฝักฝ้ายนั้นแก่เก็บได้ แต่ฝ้ายใหญ่นั้นล่าช้าไปเดือนมกราคม กุมภาพันธ์ จึงจะเก็บได้ แต่ชาวพื้นเมืองโดยมากชอบฝ้ายน้อย เพราะเก็บได้เร็ว อีกประการหนึ่งเปนเวลาว่างที่เกี่ยวข้าวเบาแล้ว ถ้าฝ้ายใหญ่เก็บเดือนมกราคม กุมภาพันธ์ นั้นพ้องกับการเก็บเกี่ยวข้าวหนักแลทั้งนวดข้าวด้วย จึงพอใจปลูกฝ้ายน้อยกันมาก เวลาเก็บฝ้ายนั้นเก็บเอาแต่ปุยฝ้ายมีเมล็ดติดมา ส่วนฝักนั้นทิ้งแห้งคาต้น ต้นนั้นก็ไม่ได้บำรุงรักษาอะไรอีก ส่วนฝ้ายที่เก็บรักษามานั้นเอามาผึ่งแดดไว้สัก ๓-๔ วัน แล้วเอาปุยฝ้ายนั้นมาเข้าอิ้วเรียกว่า (หีบฝ้าย) เมื่อหีบเสร็จแล้วก็จัดการเอาสายดีดมาดีดฝ้าย (สายดีดนั้นรูปเหมือนธนูมีคันมีสาย) เพื่อให้ฝ้ายแตกปุย เมื่อฝ้ายแตกปุยแล้วก็จัดการม้วนฝ้าย การม้วนฝ้ายนั้นต้องแผ่ให้แบน มีไม้กลม ๆ อันหนึ่งใส่ที่กลางฝ้ายแล้วม้วนให้ฝ้ายกลมคล้ายกับมวนบุหรี่ เสร็จแล้วก็ชักไม้ออกเก็บฝ้ายไว้ ต่อไปการจะทำฝ้ายให้เปนเส้นคราวนี้เรียกว่าเขนฝ้าย คือเอาฝ้ายวางที่ไน อีกมือหนึ่งจักกงไนหมุน มือที่ถือฝ้ายนั้นก็ดึงฝ้ายออกไป ฝ้ายนั้นก็เปนเส้นติดอยู่กับเหล็กไน เมื่อจะเอาด้ายออกจากไนต้องเอามาเข้าเปีย (เปียนั้นมีไม้อันหนึ่งยาวประมาณศอก ๑ มีไม้ปะหัวปะท้าย) เอาด้ายนั้นหมุนเปียรอบ ๆ ไป เมื่อปลดออกจากเปียแล้วเอาฝ้ายไปย้อมจะให้เปนสีอะไรก็แล้วแต่ความพอใจของผู้ย้อม ๆ เสร็จแล้วก็เอาเข้ากงเพื่อกวัก (กวักนั้นรูปคล้ายตะกร้อ) ยาวประมาณศอกหนึ่งออกจากกวักแล้วไปค้น จะทอผ้าอะไรก็แล้วแต่ความประสงค์ของผู้ทอ วิธีทอก็ทออย่างทอไหมดังจะกล่าวต่อไป

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ