วิธีทำดินประสิว

ที่เกิดของดินประสิว

ดินประสิวนั้นมีที่เกิดอยู่สองอย่าง อย่างหนึ่งเกิดจากมูลค้างคาว แต่ต้องมีตามถ้ำตามเขา อีกอย่างหนึ่งเกิดจากใต้ถุนเรือน แต่นี้จะว่าด้วยดินประสิวซึ่งเกิดจากใต้ถุนเรือน ๆ ที่จะเกิดดินประสิวนั้น ต้องเปนบ้านเรือนที่สร้างมาแล้วไม่น้อยกว่า ๓๐ ปี ถ้ายิ่งนานปีขึ้นไปยิ่งดี ถ้าใต้ถุนเรือนเคยมีโคกระบืออยู่ยิ่งดีหนัก แต่ใต้ถุนเรือนนั้นต้องเปนที่แห้งจึงจะมีเชื้อดินประสิว ถ้าใต้ถุนเรือนเปียกแฉะชุ่มชื้นแล้วไม่มีดินประสิว

วิธีตรวจแลเกรอะดินประสิว

ถ้าจะตรวจให้รู้ว่าใต้ถุนเรือนนั้นจะมีเชื้อดินประสิวหรือไม่ ก็ให้กวาดขยะมูลฝอยบนดินออกให้หมด แล้วเขาดุ้นไฟที่มีถ่านแดง ๆ มาแล้วเอาดินนั้นโรยดูที่ถ่านไฟ ถ้ามีแสงแวว ๆ วับ ๆ เรืองไปแล้วก็รู้ว่าที่นั้นมีดินประสิว ใต้ถุนเรือนที่มีเชื้อดินประสิวนั้นต้องขุดพื้นดินลงไปประมาณศอก ๑ เอามากองรวมไว้ ต่อไปก็ทำการเกรอะดินเอาน้ำไปต้มเขี้ยวเปนดินประสิว เอาไม้ไผ่ทั้งลำมาผ่าสองทลวงข้อออกให้หมดวางเรียงคว่ำอันหงายอันเรียงลำดับเปนแถวไป ข้างต้นรางนั้นให้สูงข้างปลายให้ต่ำ เพื่อให้น้ำที่เกรอะนั้นไหลสดวก แล้วเอาหญ้าคาปิดรางไม้ไผ่นั้นไว้ แล้วทำคอกสานด้วยไม้ไผ่เหมือนสังเวียนไก่ (พื้นเมืองเรียกว่าซุง) โตประมาณราว ๓ ศอก เอาคอกสังเวียนนี้ตั้งบนรางไม้ไผ่ที่ทำเรียงไว้ ในคอกสังเวียนนั้นเอาหญ้าคากรุข้าง ๆ ให้รอบ เพื่อกันดินมิให้รั่วไหล เมื่อกรุคอกสังเวียนเสร็จแล้วดินที่ขุดกองรวมไว้นั้นขนมาใส่ในคอกสังเวียนเอาน้ำรดให้น้ำไหลเกรอะลงรางไม้ไผ่ ตามรางไม้ไผ่นั้นต้องทำรางอีกรางหนึ่ง เพื่อให้น้ำในรางไม้ไผ่ที่ทำเรียงไว้นั้นไหลมารวมเปนแห่งเดียวกัน รางไม้ไผ่ซึ่งเปนรางรวมนี้ ปลายรางอันนี้ต้องมีโอ่งรองรับน้ำ ๆ ที่รองรับนี้ถ้ายังขุ่นมัวไม่ใส ก็ต้องกลับเอาน้ำนั้นมาเทลงในคอกสังเวียนที่เกรอะนั้นอีก ถ้าน้ำที่ไหลมาลงโอ่งใสสอาดดีแล้ว น้ำนั้นจึงจะเอาต้มทำดินประสิวได้

การต้มน้ำทำดินประสิว

การต้มน้ำทำดินประสิวต้องหากะทะเหล็กใบหนึ่งตั้งไฟ เอาน้ำที่เกรอะใสดีแล้วนั้นเทใส่ลงในกะทะเขี้ยว ถ้าน้ำในกะทะนั้นยุบงวดลงไป ก็เอาน้ำเกรอะที่ในโอ่งนั้นเติมลงอีก ถ้าน้ำในกะทะเปนฟองก็ช้อนฟองนั้นไปเทลงในคอกสังเวียน เพราะยังมีเชื้อดินประสิวอยู่ เพื่อเกรอะเอาเชื้อดินประสิวต่อไป กะทะที่เขี้ยวนั้นถ้ามีเนื้อดินประสิวมากก็เติมน้ำในโอ่งเพียง ๔-๕ ครั้ง ถ้าดินประสิวมีเนื้อน้อยก็ต้องเติมน้ำในโอ่งนั้นราว ๗-๘ ครั้ง เมื่อน้ำที่เขี้ยวในกะทะงวดถึงที่จนไม่ยุบแล้ว เอายาด่างดินประสิวใส่ลงในกะทะประมาณ ๑ ช้อนโต๊ะ แล้วเอาน้ำที่เขี้ยวในกะทะมารองหยดใส่ก้นถ้วยชามหรือหลังเล็บก็ได้ พอน้ำที่หยดลงนั้นเย็นก็ขึ้นขอบเปนตาปลา แต่ที่ตรงกลางนั้นยังเปนน้ำเยิ้มอยู่ ถ้าเอาเล็บรุนตาปลานั้นขะเยื่อนได้ทั้งแผ่น ถ้าเปนเช่นนั้นก็เปนอันใช้ได้ ถ้าหากว่าที่ตรงกลางตาปลานั้นแห้งเหมือนขอบเช่นนั้นเขี้ยวแก่ไฟไป จะเปนดินประสิวไม่ดีไม่มีช่อโต เมื่อการทดลองได้ที่ดังกล่าวแล้ว ก็ตักน้ำในกะทะนั้นนั้นใส่โอ่ง ถ้าในโอ่งนั้นมีฟองให้ตักฟองนั้นไปเทที่คอกสังเวียน เมื่อน้ำในโอ่งนั้นนอนนิ่งดีแล้ว ให้รินน้ำในโอ่งนั้นถ่ายใส่ในโอ่งอีกใบหนึ่ง ที่เหลือก้นโอ่งให้เอาไปเทลงในคอกสังเวียนจะได้เกรอะต่อไปอีก ในโอ่งที่ถ่ายใส่ใหม่นี้ พอรุ่งขึ้นในโอ่งนั้นโดยรอบจะมีดินประสิวเปนช่อ ๆ แล้วควักเอาช่อนั้นออกจากโอ่งไปผึ่งแดด น้ำที่เหลืออยู่ในโอ่งนั้นก็เอาลงในกะทะเปนเชื้อตั้งเขี้ยวอีกต่อไป ส่วนก้นโอ่งที่เปนขี้เกลืออยู่นั้นใช้ไม่ได้ควักออกเททิ้งเสีย ราคาดินประสิวที่ซื้อขายกันในเมืองหาบละ ๔๐ บาท วิธีทำดินประสิวดังกล่าวนี้ยังมีผู้ทำน้อย เปนวิชาหากินของเขา ๆ ยังปิดวิชากันอยู่ การทำดินประสิวจากมูลคั้งคาวก็ทำกันทำนองนี้เหมือนกัน

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ