ว่าด้วยธรรมเนียมถือน้ำ

อนึ่งธรรมเนียมข้าราชการ รับพระราชทานน้ำพระพิพัฒสัตยาเปนมาแต่จารีตขัดติยราชประเพณีโบราณ การพระราชพิธีถือน้ำพระพิพัฒสัตยานั้น ปีละสองครั้ง คือ เดือนห้าขึ้นสามค่ำ ครั้งหนึ่งเปนต้นปี แลเดือนสิบแรมสิบสามค่ำครั้งหนึ่งเปนกลางนี้ เจ้าพนักงานกรมพระสังฆการี เชิญพระคัมภีร์พระพทธสาตร เข้าไปตั้งบนพานทองคำสองชั้น แว่นฟ้ามณฑปในกลางพระวิหารยอดซุ้มเหมมหาปราสาท ในวัดพระศรีสรรพเพชรอารามภายในพระราชวังหลวง แลพระมหาราชครูพิธีพราหมณ์ แลชีพ่อพราหมณ์ทั้งหลาย เชิญพระคัมภีร์ไสยสาตรเข้าไปตั้งบนพานทองคำเหมือนพระคัมภีร์พระพุทธสาตร์ดังว่ามาแล้วแต่หลังนั้น ชีพ่อพราหมณ์ตั้งพระราชพิธีไสยเวตรเวทางคสาตรทุกประการ ตามวิทีชีพ่อพราหมณ์ ฝ่ายพระพุทธสาตร์นั้น พระพิมลธรรมพระราชาคณะผู้ใหญ่ ๑ พระธรรมโคดมพระราชาคณะ ๑ พระธรรมเจดีย์พระราชาคณะ ๑ พระเทพโมลีพระราชาคณะ ๑ พระพรหมมุนีพระราชาคณะ ๑ พระพุทธาจาริยพระราชาคณะ ๑ พระสุเมธาจาริยพระราชาคณะ ๑ พระครูพิธีสองรูปรวมเปน ๙ รูป เปนประธานแก่พระราชาคณะถานานุกรมเปรียญเจริญพระพุทธมนตร์ เจ้าพนักงานกรมแสงต้นนุ่งซาวเชิญพระแสงต้นต่างๆ ไปตั้งตามที่ตามทางตามพนักงาน เจ้าพนักงานกรมสนมพลเรือนเชิญพระเต้าน้ำทองคำสามองค์ นาคชมภูนุชสามองค์ เงินสามองค์ ทองสัมฤทธิสามองค์ แก้วสามองค์ นางเลิ้งใหม่ใหญ่ห้าใบ แม่ขันสาครใหญ่สามขัน บาตร์ตินสามบาตร์ บาตร์เหลกสามบาตร์ บาตร์แก้วของสมเด็จพระสังฆราชบาตร์ ๑ พระมหาสังขทักขิณาวัติ ๑ พระมหาสังขอุตราวัฏสามสังข พระสังขทองคำ ๑ พระสังขนาก ๑ พระสังขเงิน ๑ พระสังขศิลามาแต่เมืองสิงหฬเกาะลังกาทวีป ๔ สังข พระสังขแก้วมาแต่กรุงปักกิ่ง ๓ สังข พระครอบสัมฤทธิรูปเปนดอกบัวบานมีกลีบร้อยแปดกลีบมาแต่กรุงกำภูชาธิบดีเปนซองครั้งพระเจ้าประทุมสุริยวงษตกต่อๆ มาถึงพระเจ้ากรุงกำภูชาช้างเผือก ถวายในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระบรมราชาธิราช พระครอบนี้โตสามกำชื่อพระประทุมธารา ถ้าน่าแล้งจะปราถนาให้มีฝนตก เอาพระครอบพระประทุมธาราองค์ออกตากแดด เตมว่าช้าสามวันก็บันดานให้มีฝนตกลงมาไม่มากก็น้อยเปนมหัศจรรย์ แลเชิญพระไชยมาตั้งที่น่าพระพุทธสิหิงค์ แล้วเจ้าพนักงานเชิญเครื่องต้นเบญจราชกุกกุธพรรณ มาตั้งในที่พระราชมณฑลพิธีสาตร์ไสยเวท

แลเจ้าพนักงานจัดการครบทุกตำแหน่งแต่งตามพระราชพิธีโบราณาจาริย์พร้อมแล้ว พระมหาราชครูปโรหิตาจารย์ พระครูมหิธร อ่านคาถาพระราชโองการแช่งษาบาลตามโบราณราชประเพณี ฝ่ายพระราชครูพิเชตเอาผ้าขาวพันมือซ้ายมือขวาคอยถ้าเชิญพระแสงทุกองค์ ฝ่ายพระครูพิรามเอาผ้าขาวพันมือซ้าย แล้วถวายบังคมสามครา แล้วเอางานสามลา จึ่งจับเชิญพระแสง ๑๒ องค์คือพระแสงขรรคไชยศรีแล้วถวายบังคมสามครา แล้วเอางานสามลา จึ่งจับเชิญพระแสง ๑๒ องค์คือพระแสงขรรคไชยศรีองค์ ๑ เปนพระแสงของพระยาแกรกสืบต่อมาในกรุง พระแสงดาบปราบณรงค์พ่ายองค์ ๑ แล้วเป็นพระแสงของพระนารายน์ พระแสงกระบี่องค์หนึ่ง ชื่อพระแสงปิ่นค่ายของพระนเรศวร พระแสงกั้นหยั่นองค์ ๑ พระแสงกริชองค์ ๑ พระแสงง้าวองค์ ๑ พระแสงหอกองค์ ๑ พระแสงขอช้างองค์ ๑ ชื่อพระแสงแสนพลพ่ายของพระนเรศวร พระแสงศรองค์ ๑ พระแสงคราธรองค์หนึ่ง พระแสงแซ่ขนจามจุรีสีขาวบริสุทธิองค์หนึ่งกับงาช้างเผือกงาดำ ครั้งพระร่วงเจ้าฝ่ายเหนือสืบมา ทำปลอกทองคำลงยาราชาวดี ประดับเนาวรัตน์ต่างสีอันมีค่า รัดงาหัวเปราะเรียกว่าพระแสงเขื่อนเพชร รวมพระแสงสิบสององค์เรียกว่าพระแสงสิบสองราษี พระครูพิรามมือพันผ้าขาว ถวายบังคมสามลา แล้วเอางาน จึ่งจับเชิญพระแสงสิบสองราษีนี้ส่งให้แก่พระราชครูพิเชตๆ ถวายบังคมสามลาเอางานแล้ว จึ่งจับรับเชิญพระแสงสิบสองราษี แทงลงที่น้ำในพระเต้าครบสามลาทุกพระเต้าแลพระสังข์แลบาตร แลแม่ขันสาครแลพระครอบ ทุกภาชนะใส่น้ำเสร็จแล้วพระราชครูพิเชตส่งพระแสงสิบสองราษีให้แก่พระศรีสาสตร์ๆ นั้นมือซ้ายขวาพันผ้าขาวถวายบังคมสามลาเอางาน แล้วจับรับพระแสงทั้งสิบสององค์มาเช็ดด้วยผ้าขาวเนื้อดีมาแต่เทศ เช็ดที่ละองค์ส่งให้เจ้าพนักงานกรมแสงต้นๆ ถวายบังคมสามลา เอางานแล้วจับรับเชิญพระแสงเข้าฝักทุกองค์ แล้วเชิญขึ้นตั้งไว้บนพระบันใดแก้วตรงหน้าพระเบ็ญจาทองคำ รับพระพุทธรูปพรชัย ในพระวิหารปราสาทนั้น

ครั้นได้พระฤกษ์ดีอุดมแล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเครื่องต้น ในเดือนห้าทรงพระมหาพิชัยมงกุฎ เดือนสิบทรงพระเครื่องต้นอย่างน้อย เสด็จเปนขบวนพยุหยาตรามาในพระราชฐานประทับที่เกยไชย หน้าวัดพระศรีสรรเพชรอารามทรงเปลื้องเครื่องที่ในศาลาพลับพลาพักหน้าวัดนั้นแล้วก็เสด็จพระราชดำเนินขึ้นไปพระมหาวิหารปรางค์ปราสาท ซึ่งไว้พระพุทธสิหิงค์นั้น ทรงถวายอังคาตแก่พระราชาคณะฐานาเปรียญติๆ ถวายอดิเรก ถวายไชยมงคล สัพพุทธา ขณะนั้นพระราชวงศานุวงศ์ แลข้าทูลลอองธุลีพระบาทฝ่ายหน้าฝ่ายใน แต่ที่มีบรรดาศักดิ์ ถือพานรองขันหมาก ธูปเทียน ข้าวตอกดอกไม้ไปถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้ารามาธิบดีศรีสุนทรบรมนารถบพิตรพุทธเจ้าอยู่หัวอู่ทอง ในหอพระเทพบิดร ฝ่ายหน้าถวายบังคมหน้าหอ ฝ่ายในถวายบังคมหลังหอแล้วมารับพระราชทานน้ำพระพิพัฒสัตยา ฝ่ายหน้ารับพระราชทานน้ำข้างหน้าพระลานพระมหาวิหารปรางค์ปราสาท ฝ่ายในและภรรยาข้าทูลละอองธุลีพระบาทนั้นรับพระราชทานถือน้ำตามพระระเบียงแลหลังพระมหาวิหารปรางค์ปราสาทในวัดศรีสรรเพชรอารามการถือน้ำนั้น ฝ่ายจ้าวนั้น ตั้งแต่พระมหาอุปราช กรมราชวังบวรฯ ตลอดลงไปถึงจ้าวฟ้าจ้าวมีกรม และจ้าวยังไม่มีกรม หม่อมจ้าว หม่อมราชวงศ์ และจ้าวราชนิกูลเชื้อพระวงศ์ที่ทำราชการทั้งฝ่ายหน้าฝ่ายในทั้งสิ้น ฝ่ายขุนนางนั้นตั้งแต่เจ้าพระยามหาอุปราชชาติเสนาธิบดีอะไภยพิริยปรากรมพาหุเอกอุมนตรี แลเจ้าอัครมหาเสนาบดีสอง เจ้าพระยาจตุสดมภ์ ๔ แลพระยา พระ หลวง ขุน หมื่น พัน ทนาย มหาดเล็กขอเฝ้า ตลอดไพร่หลวง ที่ได้รับพระราชทานเบี้ยหวัดผ้าปี มีธรรมเนียมสืบมาแต่โบราณดังนี้

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ