บทที่ ๒๐ จุไรและประพัทธ์

รุ่งขึ้นจากวันที่ได้พบกิลเบอร์ตแอลเลนโฮป ข้าพเจ้าอำลาพวกเซอร์เปอร์ซีเวิลและเริ่มออกเดิรทางไปหาเจ้าคุณวิชิตวงศ์วุฒิไกร อัครราชทูตสยามที่เมืองวอชิงตัน รถไฟวิ่งอยู่ราวหกชั่วโมงจึงถึง ก่อนที่จะออกเดิรทางจากนิวยอร์ค ข้าพเจ้าไม่ได้ส่งข่าวไปให้สถานทูตทราบว่าจะมาถึงโดยรถอะไรและเวลาไหน เพราะนิสสัยที่ได้เคยเป็นนักหนังสือพิมพ์มานานทำให้มั่นใจว่าไปถึงไหนก็คงจะสะดวกไม่หลง ไม่ต้องให้ใครลำบากมารับ ที่วอชิงตันสะดวกกว่าที่อื่น เพราะมีคนน้อย พอรถถึงสถานีข้าพเจ้าก็เรียกกุลีมาขนของไปขึ้นรถแท๊กซี่ ข้าพเจ้าสั่งคนขับให้พาไปที่สถานทูตสยาม ถนนคาโลรามาโรด.

กรุงวอชิงตันเป็นนครหลวงที่สะอาด เรียบร้อย และเงียบที่สุดในโลก ถนนอันกว้างใหญ่ เตียน ราบรื่นก็ดูหงอยเหงาหาคนเดิรไปมาได้น้อย ตึกรามทั้งหลายที่ตั้งอยู่เด่นเป็นตึกๆ ดูเงียบราวกับบ้านร้าง สวนหลวงและสนามกีฬาก็อยู่ในฐานะเช่นเดียวกัน แต่ถ้าใครสังเกตดูจริงๆ แล้ว จะเห็นได้ว่าวอชิงตันเป็นที่เหมาะที่สุดสำหรับไปพักอยู่อย่างมีชีวิตเงียบๆ เหมาะสำหรับที่ประชุมรัฐสภา เหมาะสำหรับชีวิตนักการเมือง.

จากสถานี รถวิ่งอยู่ราวยี่สิบนาฑีก็ถึงสถานทูต ซึ่งเป็นตึกน้อยๆ สามชั้นหลังหนึ่ง ตั้งอยู่บนเนินเตี้ย เยื้องฟากถนนกับบ้านอันหรูของเศรษฐีแฮมมอนด์ ผู้ซึ่งเป็นหัวหน้าสภาการต้อนรับนักบินลินเบอร์ก พอรถจอดที่หน้าประตูตึกก็มีคนใช้ออกมาต้อนรับและช่วยขนของไปไว้ข้างใน คนใช้บอกข้าพเจ้าว่าเวลานั้นเจ้าคุณทูตอยู่ที่สนามข้างบ้าน.

เจ้าคุณวิชิตฯ เป็นผู้มีอายุอยู่ในราวห้าสิบเศษ ผอม สูงมาก มีอัธยาศัยเป็นผู้ใหญ่ ดี พูดกันอยู่สักครู่ข้าพเจ้าก็ออกรู้สึกชอบ เวลานั้นท่านกำลังนั่งเล่นอยู่กับพวกสถานทูต มีเลขานุการ ผู้ช่วยทูต และเจ้านายซึ่งเป็นนักเรียนอีกสองสามองค์กำลังขว้างปาลูกหนังเล่นกันอยู่ ดูปราดเปรียว ข้าพเจ้าก็ทราบได้ทันทีว่าเจ้าคุณทูตเป็นผู้มีร่างกายไกลจากความสมบูรณ์มาก มีอาการไออยู่เสมอ หน้าซีด และข้างๆ ตัวมีแก้วเล็กๆ ใบหนึ่งสำหรับบ้วนเขฬะเก็บไว้ให้นายแพทย์ตรวจ ข้าพเจ้าทราบว่าทุกๆ สองหรือสามสัปดาห์ เจ้าคุณฯ ต้องไปให้แพทย์ตรวจและทำการชะล้างบาดแผลภายในลำคอที่เมืองฟิลาเดลเฟีย แม้ว่าท่านจะมีอาการใกล้ทุพพลภาพถึงเพียงนี้ ข้าพเจ้ายังคิดนิยมในความอดทนอุตส่าห์พยายามของเจ้าคุณฯ ที่สามารถปฏิบัติราชการให้เป็นไปได้โดยเรียบร้อย.

เมื่อข้าพเจ้าถูกส่งให้ไปพักอยู่กับพวกนักเรียนที่บ้านเลขที่ ๑๓๖ ถนน บี ข้าพเจ้ารู้สึกไม่สู้แน่ใจนักว่าในอนาคตจะเป็นสุขหรือเป็นทุกข์แค่ไหน เห็นจะเป็นที่ข้าพเจ้าได้เคยเป็นนักหนังสือพิมพ์ ท่องเที่ยว และเป็นผู้ใหญ่มาเสียแล้ว ดังนั้นเมื่อต้องกลับมาเป็นนักเรียน มีผู้มาบังคับบัญชาโดยเด็ดขาด จึงรู้สึกหงุดหงิดใจอย่างไรชอบกล สำหรับนักเรียนไทยที่ประเทศอเมริกาไม่มีครอบครัวดีๆ อยู่อย่างที่เมืองอังกฤษ ชาวอเมริกันรวย และเอางานเอาการเกินกว่าที่จะมารับเลี้ยงดูลูกของคนอื่นให้ บ้านที่เรา-พวกนักเรียนไปอยู่กัน โดยมากกว้างขวาง สะอาด และสบาย แต่ถ้าถึงเวลาก็ต้องออกไปซื้ออาหารรับประทานข้างนอกตามร้านขายอาหารต่างๆ ที่กรุงวอชิงตันมีนักเรียนไทยอยู่เพียงสองสามคน เราพบกันได้เสมอที่สถานทูต.

ข้าพเจ้าตระเตรียมที่จะเข้าเรียนวิชชาต่างประเทศที่มหาวิทยาลัยยอร์ชเทาน แต่เวลานั้นใกล้จะถึงเวลาโรงเรียนปิดเทอมปลายปีอยู่แล้ว ข้าพเจ้าจึงต้องรอจนกว่าโรงเรียนจะเปิดเทอมใหม่ ในระหว่างรออยู่นั้นเจ้าคุณทูตฯ ได้ส่งข้าพเจ้าไปเรียนวิชชาพิเศษเป็นเวลาสองเดือนที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเมืองเคมบรีดชใกล้กรุงบอสตัน เวลานั้นมหาวิทยาลัยกำลังหยุดฤดูร้อน แต่ในระหว่างปิดมีการสอนพิเศษแก่นักเรียนที่สมัครจะเรียน ข้าพเจ้าเลือกเรียนวิชชาอักษรศาสตร์และพงศาวดารอเมริกัน.

ข้าพเจ้าพักอยู่ที่บ้านมิสเคย์ ถนนแอลเยื้องยี่สิบเจ็ด ในกรุงบอสตัน นั่งรถใต้ดินจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเพียงยี่สิบนาฑีก็ถึง.

มาอยู่บอสตัน ไปเที่ยวรับประทานอาหารในที่ต่างๆ ข้าพเจ้าจึงได้มีโอกาสรู้จักคนไทยมากขึ้น มีพวกนักเรียนที่มหาวิทยาลัย เท็กนีโอโลยี ซึ่งเป็นโรงเรียนคู่แข่งขันของฮาร์วาร์ด เช่นเดียวกับมหาวิทยาลัยอ๊อกสฟอร์ดและเคมบรีดชในประเทศอังกฤษ แต่มหาวิทยาลัยเท็กฯ กับฮาร์วาร์ดอยู่ใกล้กันมาก เดิรเพียงสิบนาฑีก็ถึงกัน.

การเรียนพิเศษในฤดูร้อนเปิดโอกาสให้ทุกคนที่ต้องประสงค์มาเรียนวิชชาที่กำหนดไว้ในโปรแกรมของโรงเรียน เปิดโอกาสให้ชายหญิงเรียนร่วมกันดังนั้นทุกเวลาตลอดวัน ในมหาวิทยาลัยท่านจะเห็นเด็กคลอเคลียกันอยู่ดาษดื่นไปหมด เป็นสถานที่สำหรับเรียน สำหรับเลือกคู่ ข้าพเจ้าเรียนอยู่ในชั้นวิชชาอักษรศาสตร์และพงศาวดาร และในชั้นทั้งสองนี้มีนักเรียนชายหญิงหนุ่มสาวเรียนอยู่ด้วยมาก ข้าพเจ้าสนิทสนมกับเขาดี เราคุยกัน สนุกสนานกัน เวลาอยู่ในโรงเรียนก็ครึกครื้นไม่หงอย วันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันหยุด เรา-พวกนักเรียนทั้งหญิงและชายราวสามสี่คน-ไปดูภาพยนตร์กลางวันในเมืองบอสตัน ออกจากโรงภาพยนตร์แล้วก็ไปนั่งเล่นกันที่สนามริมแม่น้ำชาลส์ ซึ่งกั้นอยู่ระหว่างเมืองบอสตันและเคมบริดช.

เรียนมาได้หกสัปดาห์ก็ถึงคราวสอบไล่ใหญ่ เนื่องจากที่ได้เคยเรียนมาแล้ว ข้าพเจ้าได้ที่สองในวิชชาอักษรศาสตร์ และที่ ๑๑ ในวิชชาพงศาวดารอเมริกัน ออกจากฮาร์วาร์ด ข้าพเจ้าไปพักอยู่กับเจ้าคุณทูตที่บ้านชายทะเลในตำบลแบสร็อคในเมืองกลอสเตอร์ เวลานั้นเป็นฤดูร้อนจัดที่สุดในเมืองวอชิงตัน ดังนั้นสถานทูตจึงต้องย้ายไปอยู่ที่เมืองกลอสเตอร์ชั่วคราว ที่บ้านณแบสร็อค มีนักเรียนไปพักอยู่หลายคน ในหมู่นักเรียนเหล่านี้มีสตรีสาวอยู่คนหนึ่ง เป็นนักเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในบอสตัน เรียนวิชชาแพทย์ หล่อนมีนามว่า จุไร สุวรรณะวนิตย์.

จุไร นับได้ว่าเป็นสตรีไทยคนเดียวที่เป็นดาราอยู่ในหมู่นักเรียนไทยในอเมริกา ขาว สวย และ ‘ฟรี’ มีการศึกษาที่ดี พูดเก่ง ล้อเลียนเก่ง หล่อนเป็นคนมีรูปร่างค่อนข้างเตี้ย ผิวขาวนวล ตาโตดำมีประกายงาม รู้จักแต่งตัว หล่อนอยู่เมืองอเมริกามาตั้งแต่เด็กอายุสิบขวบ และเวลานี้มีอายุได้สิบเก้า แต่ยังคงพูดภาษาไทยได้คล่องเพราะหล่อนยังพบเด็กไทยอยู่เสมอ ปรากฏว่านักเรียนไทยแทบทุกคนที่พบหล่อนเป็นต้องหลงบูชา ยอมตนเป็นทาสแห่งความรักของหล่อนทั้งสิ้น การที่เป็นเช่นนี้ก็เห็นจะเป็นเพราะนักเรียนในอเมริกาจนมาก ของแพง พาผู้หญิงเที่ยวด้วยไม่ได้เช่นอย่างในเมืองอังกฤษหรือฝรั่งเศสกะมัง?

แต่จุไรเป็นเด็กฉลาด รู้จักระวังตัว ไม่เคยยอมให้ชายใดก้าวก่ายเกินกว่าฐานะแห่งมิตรภาพไปได้ ถ้าชายใดมีนิสสัยออกจะเอาจริงเอาจัง หล่อนก็ตีตนออกห่างไม่เล่นด้วยเอาเสียทีเดียว มีพูดกันหลายเสียงว่าคู่รักของหล่อนเวลานี้กลับไปเมืองไทยเสียแล้ว เขากำลังรอหล่อนอยู่ในกรุงเทพฯ ข้าพเจ้าไม่มีโอกาสได้เห็นบุรุษผู้นั้นเพราะมาถึงอเมริกาไม่ทัน มีนักเรียนบางคนหาว่าหล่อนเป็นคนชอบเล่น เป็นคนไม่มีใจ บ้างเห็นว่าหล่อนเป็นคนใจแข็ง ไม่ยอมให้ชายใดมาล่วงลามได้ หล่อนเป็นหญิงที่ดีเลิศในโลก-! ท่านจะเชื่อฝ่ายไหนก็ตามใจซี.

ที่กลอสเตอร์คราวนั้น ข้าพเจ้าเป็นคนใหม่ไป ชะรอยจุไรจะทราบกะมังว่าข้าพเจ้าเคยเป็นอะไรมาแล้วที่เมืองอังกฤษ จึงดูสนใจในความเป็นอยู่ของข้าพเจ้านัก บางทีหล่อนคงจะต้องการข้าพเจ้าเป็นทาสแห่งความรักของหล่อนบ้าง แต่ข้าพเจ้ามีนิสสัยเป็นผู้ใหญ่ ได้เคยเห็นโลกมามากและได้เคยพบของดีมาแล้ว สำหรับจุไร ความรักของข้าพเจ้าเห็นจะหาได้ยากเป็นแท้ ข้าพเจ้ารู้สึกว่าหล่อนเป็นเด็กคนหนึ่ง เด็กที่สวย น่าเอ็นดู และเด็กฉลาด-!

“คุณวิสูตร์” จุไรพูดกับข้าพเจ้าวันหนึ่งที่ระเบียงหน้าสถานทูต “เธอก็ได้เห็นโลกมามากแล้ว เคยเป็นผู้สืบข่าวหนังสือพิมพ์ เธอรู้สึกว่าชีวิตเป็นอย่างไร สนุกไหม?”

การที่หล่อนถามเช่นนั้น ข้าพเจ้าทราบดีว่าหล่อนต้องการพูดอะไรสักอย่างหนึ่ง หล่อนไม่ใช่เป็นผู้ที่จะแสวงหาความจริงในเรื่องชีวิต.

“ชีวิตเป็นสิ่งที่จะเรียนได้ไม่สิ้นสุด จุไร” ข้าพเจ้าตอบ “ยิ่งได้เห็นโลกมากดูเหมือนว่ารู้จักชีวิตน้อยเข้าทุกที”

“เศร้าหรือคะ?” หล่อนถามพลางจ้องดูข้าพเจ้าด้วยแววเนตรอันเต็มไปด้วยความอ่อนหวาน.

“เศร้า_” ข้าพเจ้าตอบ.

“ฉันเห็นว่าชีวิตเป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุด” หล่อนพูด “ฉันเกิดมาเป็นคนมีวาสนามาก จะต้องการอะไรก็ได้ทุกอย่าง”

“เธอมาอยู่เมืองอเมริกาได้เก้าปี” ข้าพเจ้าถาม “มาอยู่ตั้งแต่เด็กๆ เธอเคยรู้สึกเสียใจบ้างไหม?”

“ไม่เคย ฉันชอบอยู่เมืองอเมริกามาก สนุกดีเหลือเกิน”

“เห็นจะเป็นเพราะเธอเป็นผู้หญิงไทยคนเดียวที่สวยและฟรี เป็นดาราของพวกนักเรียนไทยทั้งหลายกะมัง?”

“อาจเป็นได้” หล่อนรับ.

เรา-จุไรและข้าพเจ้า-ชอบไปเที่ยวกับพวกเลขานุการหรือผู้ช่วยสถานทูต บางทีก็นั่งเรือใบไปตกปลาในอ่าวกลอสเตอร์ บางทีก็โดยสารเป็นแขกไปในเรือ ‘ย็อต’ ของเศรษฐีแฮมมอนด์ และบางทีก็นั่งรถยนตร์ขับไปเที่ยวตำบลแมกโนเลียหรือเมืองบอสตัน จุไรและข้าพเจ้าสนิทสนมกันมาก เพราะข้าพเจ้าเป็นคนชอบสนุก คุยเก่ง และมีเรื่องคุยมาก ตอนเช้ามืดบางวันเราเดิรคุยกันเล่นตามชายหาดสองต่อสอง เราสนิทสนมกันจนเป็นที่ระแวงสงสัยของนักเรียนที่อยู่ที่นั่นทุกคน อนิจจา! เด็กเอ๋ยเด็ก เขาเหล่านั้นหาหยั่งถึงได้ไม่ว่าข้าพเจ้าและจุไรเป็นแต่เพียงคนรู้จักกันเท่านั้น ไม่เคยฝันถึงเรื่องเหลวใหลต่างๆ เลยแม้แต่สักวินาฑีเดียว เรายังเป็นนักเรียนอยู่-จุไรและข้าพเจ้า และเราโตพอที่จะรู้หน้าที่ของการเป็นนักเรียนดีพอแล้ว.

ข้าพเจ้าออกเดิรทางจากกลอสเตอร์กลับไปเมืองวอชิงตันพร้อมกับพวกสถานทูต ส่วนนักเรียนอื่นต่างก็แยกย้ายกันกลับไปโรงเรียนของตน จุไรกลับไปบอสตัน ส่วนข้าพเจ้าพอถึงวอชิงตันได้สามสี่วันโรงเรียนก็เปิดพอดี.

วิชชาต่างประเทศ (Foreign Service) ที่มหาวิทยาลัยยอร์ชเทานซึ่งข้าพเจ้าจะเรียนนั้นกินเวลาสี่ปีจึงจะสำเร็จ แต่เคราะห์ดีที่มีการสอบวิชชาเบื้องต้นของนักเรียนที่จะมาสมัครใหม่เสร็จไปแล้ว ข้าพเจ้าสอบได้คะแนนดีเป็นพิเศษ กรรมการอนุญาตให้เรียนได้ตั้งแต่ชั้นปีที่สองเป็นต้นไป สำหรับข้าพเจ้าเป็นอันว่าจะเรียนสำเร็จได้ภายในสามปี สำหรับวิชชาภาษาอังกฤษหรือจะพูดกันให้ถูกก็ภาษาอเมริกัน มีการแต่งเรื่องราว เขียนจดหมายโต้ตอบระหว่างประเทศ และการเลขานุการ ข้าพเจ้าไม่ต้องเรียนเพราะได้เคยกระทำมาแล้วที่ในสำนักงานหนังสือพิมพ์ในยุโรป ฉะนั้นวิชชาที่จะต้องเรียนก็มี ภาษาฝรั่งเศส เยอรมัน การคมนาคมและเศรษฐกิจของโลก พงศาวดารโลก ความเกี่ยวพันระหว่างประเทศ กฎหมายต่างประเทศ และพงศาวดารประเทศอเมริกาอย่างละเอียดโดยฉะเพาะ.

ข้าพเจ้าได้เคยเห็นมหาวิทยาลัยและโรงเรียนต่างๆ มามาก ในเมืองอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมันนี และอิตาลี และได้เคยเล่าเรียนอยู่คราวหนึ่งในมหาวิทยาลัยลอนดอน พอได้มีโอกาสมาศึกษาอยู่ที่นี่-มหาวิทยาลัยยอร์ชเทาน-ข้าพเจ้าจึงสามารถออกความเห็นได้อย่างไม่มีข้อตะขิดตะขวงใจ ว่าการศึกษาของชาวอเมริกันเป็นอย่างไร อเมริกาเป็นประเทศที่พึ่งก่อร่างสร้างตัวได้ใหม่ แม้จะมีเงินจนนับไม่ถ้วน มีการคมนาคมและการพาณิชอย่างใหญ่หลวง ก็ยังไม่มีเวลาพอที่จะจัดทำการศึกษาให้เรียบร้อยได้ ที่ยอร์ชเทานมีศาสตราจารย์ดีๆ มีดีกรีเป็นอักษรตัวห้อยหลังอยู่เกือบบรรทัดหลายคน แต่ก็ไม่เห็นมีใครวางระเบียบการสอนและการเรียนให้เรียบร้อยได้ วิชชาที่เรียนนั้นไม่สู้ยาก แต่ต้องเรียนหลายวิชชา ดูหนังสือและทำงานกันอย่างไม่คิดชีวิต ไม่มีการสมาคมปรึกษาหารืออะไรกัน ไม่มีสโมสรที่พวกนักเรียนจะไปพบกันได้เช่นเดียวกับมหาวิทยาลัยทั้งหลายในประเทศอื่นโดยมาก ข้าพเจ้าเป็นคนใหม่และข้ามชั้นปีที่ ๑ ไปอยู่ปีที่สอง ดังนั้นข้าพเจ้าจำเป็นที่จะต้องทำงานหนักกว่าคนอื่นเพื่อจะให้ทันเพื่อน สองสามเดือนแรกข้าพเจ้าทำงานเสียจนรู้สึกคล้ายจะเป็นโรคเส้นประสาทพิการด้วยความเหน็ดเหนื่อย ดูหนังสือทั้งกลางวันกลางคืนจนเจ็บและเคืองตา.

พูดถึงเพื่อนนักเรียนข้าพเจ้าชอบชาวอเมริกันมาก ดูเขาเป็นเพื่อนสนิทสนมกับเราดี เล่นอะไรต่างๆ กับเราอย่างปราศจากความรู้สึกที่จะต้องยับยั้งใจเพราะเราเป็นชาวต่างประเทศผิวเหลือง ข้าพเจ้ามีเพื่อนที่สนิทสนมอยู่หลายคนในโรงเรียนนั้น.

ในมหาวิทยาลัยยอร์ชเทาน นอกจากข้าพเจ้ายังมีนักเรียนไทยอยู่ด้วยอีกคนหนึ่ง แปลกที่เด็กคนนี้มีนามสกุลเดียวและเป็นญาติกับข้าพเจ้า ประพัทธ์เป็นเพื่อนคนไทยที่ดีที่สุดของข้าพเจ้า และไม่เชื่อว่าในชาตินี้ข้าพเจ้าจะหาเพื่อนผู้ชายอื่นที่เหมือนประพัทธ์ได้ เรารักกันมาก อยู่บ้านเดียวกัน นอนห้องเดียวกัน และเข้ากันได้อย่างสนิทสนม ประพัทธ์เป็นคนใจดี เห็นใจเพื่อนและเป็นผู้ที่ไม่นึกถึงตนฝ่ายเดียว เขานับถือว่าข้าพเจ้าเป็นผู้ใหญ่กว่า ได้เห็นโลกมามาก และยกให้ข้าพเจ้าเป็นคล้ายอาจารย์ในสิ่งต่างๆ ข้าพเจ้านับถือประพัทธ์อย่างน้องชายและเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดในโลกคนหนึ่งและคนเดียวเท่านั้น ประพัทธ์ไม่มีนิสสัยเหมือนประดิษฐ์ ประพัทธ์เป็นคนอ่อนโยน ฉลาด และเรียนเก่ง ชีวิตในภายหน้าแห่งเพื่อนผู้นี้ของข้าพเจ้าราบรื่นราวกับอุทยานแห่งความสันติสุขซึ่งประพัทธ์เป็นผู้จัดทำอยู่เอง.

“วิสูตร์” ประพัทธ์พูดกับข้าพเจ้าวันหนึ่งที่ในบ้านของเรา “เธอได้รับจดหมายจากจุไรบ่อยเหลือเกิน เห็นจะไม่ได้การเสียแล้ว”

“โอ ประพัทธ์” ข้าพเจ้าตอบ “ก็มันเป็นจดหมายธรรมดาทั้งนั้น ไม่มีอะไรเลยนี่ เธออยากดูก็ได้ อยู่ในลิ้นชักตู้หนังสือกันทั้งนั้น”

“กันไปนิวยอร์คเมื่อเดือนก่อน” ประพัทธ์เล่า “กันพบจุไรที่บ้านสาทิศ (เด็กนักเรียนไทยคนหนึ่ง) กันสังเกตจากคำพูดของจุไรได้ว่าหล่อนรักเธอมาก”

“รัก?” ข้าพเจ้าถามทวนคำอย่างตะลึง.

“ถ้าเธอจะต้องการให้หล่อนมาหาเธอที่นี่เมื่อใด” ประพัทธ์พูดอย่างมั่นใจ “หรือจะให้หล่อนกลับไปเมืองไทยด้วยถ้าเธอจะกลับเดือนหน้า กันแน่ใจว่าเธอเขียนจดหมายไปให้หล่อนเพียงฉะบับเดียวเท่านั้นก็จะมาในวันรุ่งขึ้นถัดจากวันที่หล่อนได้รับจดหมาย”

ข้าพเจ้ายิ้มแต่มิได้ตอบประการใด เพราะแม้ว่าจะได้เคยรู้จักจุไรมาเพียงสองเดือนเศษ ข้าพเจ้าก็ทราบนิสสัยของจุไรดีว่า หล่อนจะไม่ทำอะไรที่เหลวใหลเช่นนั้นเป็นอันขาด.

“ประพัทธ์” ข้าพเจ้าเอ่ยถามขึ้น เมื่อเราหยุดเงียบกันไปแล้วครู่หนึ่ง “เธอก็เห็นอยู่แล้วว่ากันต้องทำงานมากเหลือเกิน นี่ ถ้ากันเจ็บหนักลงวันหนึ่ง เจ็บมาก และนานเกินกว่าที่โรงเรียนจะรับให้กันเรียนต่อได้ต่อไป เจ็บจนกันต้องกลับเมืองไทย เธอจะลืมกันไหม เมื่อกันไปแล้ว”

“เธอเป็นคนแปลกนะ วิสูตร์” ประพัทธ์พูดด้วยน้ำเสียงอันปกติ “ถ้าได้รู้จักเป็นเพื่อน และอยู่ร่วมกับเธอแล้ว กันรู้สึกว่าไม่มีใครจะอดรักเธอได้ และกันไม่เชื่อว่าจะมีใครลืม”

“กันก็รู้สึกเช่นนั้นสำหรับเธอเหมือนกัน ประพัทธ์” ข้าพเจ้าพูด.

“อะไรได้” สหายข้าพเจ้าค้าน “ตั้งแต่เกิดมากันไม่เคยมีใครรักหรือชอบพอเป็นเพื่อนเลยนอกจากเธอ”

“กันมั่นใจว่าเพราะเขาไม่ได้มีโอกาสรู้จักและอยู่ร่วมกับเธอ......”

“เปล่า ไม่ใช่เช่นนั้น” ประพัทธ์พูดตัดบทพลางก็ดูดบุหรี่อย่างแรงและกล่าวต่อไป “กันเป็นคนอาภัพ ตั้งแต่อยู่กับพ่อแม่ในเมืองไทยนั้นแล้ว กันเป็นคนอาภัพ อาภัพ-อย่างฉิบหายทีเดียว”

ข้าพเจ้าจ้องดูยวดยานซึ่งวิ่งไปมาอยู่ในถนนคอเนคติคัตแอเวนิวอย่างใจลอย อนิจจา! โลกเอ๋ยโลก!

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ