วันที่ ๔ เมษายน พ.ศ. ๒๔๗๑ น

บ้านปลายเนิน คลองเตย

วันที่ ๔ เมษายน ๒๔๗๑

กราบทูล กรมพระดำรงราชานุภาพ ทราบฝ่าพระบาท

ขอถวายรายงาน ได้อ่านเรื่องรามายน ตรงทำพิธีอัศวเมธเพื่อให้ท้าวทศรถได้พระโอรส มีความตอนหนึ่งว่าดั่งนี้

And the different portions of the horse were placed upon the fire according to the ordinance by the Hotri and the Brithi; and the Brithi repeated the appropriate mantras, whilst giving the flesh to the fire.

เป็นที่เห็นได้ว่าพราหมณ์แบ่งเป็นสองพวกมาแต่เดิมแล้ว “โหตริ” ได้แก่พราหมณ์พิธี ซึ่งเราเรียกว่า “โหรดาจารย์” “พฤทธิ” ได้แก่พราหมณ์พฤฒิบาศ ลางที “โหร” ก็จะเป็นโหรดาจารย์นั้นเอง

ขอประทานทูลรายงานต่อไว้ในที่นี้ เพื่อไม่ให้สูญเสีย ได้ยินพราหมณ์เอมเล่าว่าพ่อเล่าให้ฟังว่า พราหมณ์ (ในเมืองเรา) แต่ก่อนนี้มี ๓ ชั้น ชั้นสูงเรียก “ไวยทึก” เกล้ามวยบนกระหม่อม ชั้นกลางเรียก “เทสันกรี” เกล้าผมท้ายผมตก ชั้นต่ำเรียก “นาลิวัน” เปลือยผม พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าตรัสติการเกล้าผมบนกระหม่อมว่าเหมือนเด็ก ๆ ดูน่าเกลียด ตรัสสั่งว่าเลิกเสียเถิด แต่นั้นมาก็เลิกเกล้าเมาลี คงเหลือแต่สองอย่าง

สันนิษฐานว่า “ไวยทึก” เห็นจะเป็น “ไวทิก” คือผู้ทรงเวท เห็นจะเป็นพราหมณ์ครูมาแต่นอก “เทสันกรี” เห็นจะเป็น “เทศนฺตฺริก” คือพราหมณ์ในประเทศ ลูกพราหมณ์เกิดเมืองนี้ “นาลิวัน” ยังคิดไม่เห็นว่าคืออะไร

ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงนริศรานุวัดติวงศ์

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ