เดือน ๑ จุลศักราช ๑๒๔๙

วัน ๔ ๑ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

เวลาจวนย่ำค่ำ พระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกพระที่นั่งพุดตานทองคำ ท้องพระโรงกลาง พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ข้าราชการฝ่ายทหารพลเรือน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท แล้วเจ้าพนักงานประโคมแตรฝรั่งมโหระทึก ครั้นสุดเสียงประโคมแล้วกรมมหาดไทยนำเจ้ามหินทรเทพนิภาธร เจ้านครหลวงพระบาง และเจ้านายท้าวพระยาเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท พระยาศรีสิงหเทพกราบทูลนำ พระยาสุรศักดิ์มนตรี แม่ทัพ ๑ พระพลัษฎานุรักษ์ ปลัดทัพ ๑ กับข้าราชการกรมทหาร กัปตัน เลฟเตแนนต์ สัพเลฟเตแนนต์ เขด็จ รวม ๓๐ นาย กราบถวายบังคมลาขึ้นไปราชการเมืองนครหลวงพระบาง แล้วนำข้าหลวงที่จะเป็นกองแผนที่ มิสเตอร์ กอลิน ๑ ขุนสุนทรสาทิศลักษณ์ ๑ ช่างทำแผนที่ ๕ นาย รวม ๗ นาย กราบถวายบังคมลา แล้วนำหลวงสาตราธิกรณฤทธิ์ หลวงฤทธิพลไชย นายสันมหาดเล็ก กราบถวายบังคมลา กัปตัน เตน กุเบต์ เลฟเตแนนต์นิกอลองคอมมิสชันเนอฝรั่งเศส ขึ้นไปราชการเมืองนครหลวงพระบางพร้อมด้วยกองทัพพระยาสุรศักดิ์มนตรี แล้วนำเจ้ามหินทรเทพนิภาธร เจ้านครหลวงพระบาง เจ้าศรีสุพรรณ ว่าที่เจ้าราชบุตรเจ้านาย พระยาลาวเมืองนครหลวงพระบาง เมืองหัวพันทั้ง ๖ กราบถวายบังคมลากลับไปบ้านเมือง

พระยาพิพัฒนโกษานำพระไพรัชพากย์ภักดี หลวงคำณวนคัคณานต์ นายบันหารภูมิสถิตย์ ข้าหลวง ขุนปราบพลไชย ล่าม ๔ นาย กราบถวายบังคมลาไปด้วยกองทัพฝรั่งเศสทางเมืองตังเกี๋ย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานดาบให้พระยาสุรศักดิ์มนตรี และพระราชทานเสื้อผ้าเงินแก่ผู้ที่เป็นข้าหลวงและนายทัพนายกอง เจ้านายท้าวพระยาลาวทั่วกัน และโปรดเกล้า ฯ พระราชทานรางวัลบำเหน็จความชอบแก่ข้าราชการที่ไปราชการทัพฝ่ายเหนือ ฝ่ายใต้ ครั้งก่อนนั้น กองฝ่ายใต้ กรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคม แม่ทัพ เครื่องราชอิสริยยศมงกุฎสยาม ชั้นที่ ๑ มหาสุราภรณ์ พระอมรวิไสยสรเดช พระราชวรินทร์ จมื่นไชยาภรณ์ เครื่องราชอิสริยยศช้างเผือกสยาม ชั้นที่ ๓ นิภาภรณ์ หลวงพิทักษ์ยุทธภัณฑ์ หลวงมลโยธานุโยค ขุนกำแหงสงคราม เมืองอุทัยธานี ขุนเทพยากรณ์ พระชุมแสงสงคราม ขุนยกกระบัตรเมืองชุมแสง เครื่องราชอิสริยยศช้างเผือกสยาม ชั้นที่ ๔ ชื่อภูษณาภรณ์ หลวงนราธิกรฤทธิ์ นายพันดิปุตีแวดยุแตน นายพิม เลฟเตแนนต์ เลฟเตแนนต์ นายจร สัพเลฟเตแนนต์ นายหรัด พระวิเศษสุรฤทธิ์ เมืองบริคัณหนิคม พระชนชนะไชย หลวงวิสูตรโยธาบาล เครื่องราชอิสริยยศมงกุฎสยาม ชั้นที่ ๔ ภัทราภรณ์ ขุนสิทธิพรหมา เลฟเตแนนต์ นายอ่ำ สัพเลฟเตแนนต์ นายจร เลฟแตแนนต์ หม่อมราชวงศ์อรุณ เลฟเตแนนต์ นายพรต เลฟเตแนนต์ นายจิตร เครื่องราชอิสริยศมงกุฎสยาม ชั้นที่ ๕ วิจิตราภรณ์

กองทัพฝ่ายเหนือ พระยาสุรศักดิ์มนตรี เครื่องราชอิสริยยศมงกุฎสยาม ชั้นที่ ๒ จุลสุราภรณ์ พระพลัษฎานุรักษ์ เครื่องราชอิสริยยศช้างเผือกสยาม ชั้นที่ ๓ นิภาภรณ์

วัน ๖ ๑ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

เวลาค่ำ เสด็จออกขุนนางในพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท กรมมหาดไทย นำศุภอักษรพระเจ้าเชียงใหม่ว่า มีศุภอักษรขึ้นไปให้จัดกระดาษเพลาลงมาใช้การพระเมรุ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าศิริราชกกุธภัณฑ์นั้น จัดได้กระดาษ ๒๐,๐๐๐ เพลา ให้เจ้าแก้วบุตรพระเจ้านครเชียงใหม่คุมลงมา อีกฉบับหนึ่งว่า ได้ทำบุญเลี้ยงพระ ๑๐๘ รูป ถวายผ้าไตรทั่วกัน และมีการสมโภชเป็นการฉลองตราเครื่องราชอิสริยยศปฐมจุลจอมเกล้า แล้วขอถวายพระราชกุศล กับศุภอักษรเจ้านครลำพูนว่า ได้ท้าวพระยาคุมกระดาษ ๒๐,๐๐๐ เพลา ลงมาส่งใช้ในการพระเมรุ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ ตามศุภอักษรที่มีขึ้นไป

กรมท่านำใบบอกพระยาพิพิธพิไสยเมืองตราดว่า พระครูวิมลเมธาจารย์ วัดบุรินทรประดิษฐ์ ถึงมรณภาพ ขอพระราชทานศิลาหน้าเพลิงไปพระราชทานเพลิง โปรดเกล้า ฯ ให้แจกเบี้ยหวัดงบ ๒ กรมพระตำรวจและกรมพระอาสาต่าง ๆ เวลาทุ่มเศษ เสด็จขึ้น

วัน ๗ ๒ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

เวลาย่ำค่ำแล้ว เสด็จออกขุนนางในห้องออกขุนนาง พระวิจารณอาวุธ อ่านบอกหลวงจัตุรงค์วิไชย ข้าหลวงกรมพระกลาโหม พระยาศิริไอสวรรย์ ข้าหลวงกรมพระคลังมหาสมบัติ พระยาอมรินทรฦๅไชย ผู้ว่าราชการเมืองราชบุรีว่า โปรดเกล้า ฯ ให้ชำระความ นายอากรสุราฟ้องพวกจีนอั้งยี่บ้านดอนกระเบื้อง บ้านห้วยลึก บ้านหนองหูช้าง บ้านเขาหลาว บ้านบางเคม ว่าต้มสุราเถื่อน และพวกจีนบ้านเขาหลาว ปล้นโรงจำหน่ายน้ำสุรานายอากร ยิงพวกนายอากรตายนั้น ได้แต่งข้าหลวงกรมการถือหมายไปเรียกจีนผู้น้อง จีนพวกนั้นขัดหมายไม่มา จึงได้แต่งให้พระแสนท้องฟ้า ปลัดกรมการคุมไพร่ขึ้นไปสืบจับ พวกจีนกลับยิงปืนต่อสู้ ครั้นกรมการจะยิงปืนสู้รบโดยแข็งแรง ก็ไม่รู้ว่าจีนในโรงจะมีมากน้อยเท่าใด ขอพระราชทานทหารสำหรับจับน้ำสุราช่วย (โปรดเกล้า ฯ ให้ทหารช่วยข้าหลวงกรมการ)

โปรดเกล้า ฯ ให้แจกเบี้ยหวัดงบ ๓ แล้วเสด็จขึ้น

วัน ๑ ๑ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

เวลาย่ำค่ำ เสด็จออกขุนนาง กรมพระกลาโหมนำบอก พระวิชิตชาญณรงค์ เมืองปราณบุรี ว่าด้วยมีผู้ร้ายประมาณ ๖ คน ปล้นเรือนราษฎร เจ้าของเรือนยิง ลำบากอยู่คนหนึ่ง กรมการถาม รับเป็นสัตย์ ซัดเพื่อนอีก ๕ คน แล้วผู้ร้ายขาดใจตาย สืบจับได้ตัวอ้ายผู้ร้ายต้องซัด ๔ คนมาถาม รับเป็นสัตย์ ยังหนีอยู่อีกคนหนึ่ง ยังสืบต่อไป

กรมท่านำใบบอก จมื่นไชยาภรณ์ ข้าหลวงเมืองนนทบุรี ส่งแผงเกณฑ์ในการพระเมรุฉบับ ๑ โปรดเกล้า ฯ ให้แจกเบี้ยหวัด แล้วเสด็จขึ้น เวลาทุ่มเศษ

วัน ๒ ๑ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

เวลาย่ำค่ำแล้ว เสด็จออกขุนนาง กรมมหาดไทยนำใบบอกพระยาสุรเดช ปลัดข้าหลวงรักษาเมืองหนองคาย ถวายพระราชกุศลทำการเฉลิมพระชนมพรรษาที่เมืองหนองคาย

กรมพระกลาโหมนำใบบอก พระยาวิชิตภักดี เมืองไชยา ๕ ฉบับ ๆ หนึ่งว่า ข้าวซึ่งโปรดเกล้า ฯ ให้บรรทุกออกไปจำหน่ายให้ราษฎรเลี้ยงกันนั้น ราษฎรพากันมาซื้อและเอาของมาแลกสิ้นแล้ว ให้กรมการคุมเข้ามาส่ง อีกฉบับ ๑ ว่า มีตราให้พระสัจจาภิรมย์ออกไปทำทางโทรเลขนั้น เกณฑ์ไพร่ ๔๐๐ ตัดเสาทำทางแล้วเสร็จ แต่ยังไม่ได้เสามาไว้ ตามที่ราษฎรป่วยไข้มาก ขอพระราชทานงดไว้ก่อน อีกฉบับ ๑ ว่า ข้าวในเมืองไชยาไม่มีที่ซื้อ ราษฎรอดอยาก ได้ให้กรมการเข้ามาขอพระราชทานจัดซื้อไปจำหน่ายให้ราษฎร อีกฉบับ ๑ ว่า มีตราเกณฑ์เครื่องพระเมรุสมเด็จพระเจ้าลูกเธอนั้น ให้กรมการคุมเข้ามาส่งตามรายเกณฑ์ อีกฉบับ ๑ ว่า มีตรากรมเกษตราธิการ ให้เดินประเมินเก็บเงินค่านา จำนวนปีวอก ฉศก ได้แต่งให้หลวงราชานุกิจ ผู้ช่วยเดินนามีกรมการกำกับ เก็บได้เงิน ๑๐๐ ชั่ง พระยาวิชิตภักดีส่งเข้ามาแล้ว ภายหลังหลวงราชานุกิจเก็บเงินได้อีก แล้วลงเรือพาบุตรภรรยาหนีไป ได้เอาตัวคนที่ทำด้วยกันจำตรวนไว้สอบบัญชีไว้ โปรดเกล้า ฯ ให้แจกเบี้ยหวัดต่อไป แล้วเสด็จขึ้น

วัน ๓ ๑ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

เวลาย่ำค่ำแล้ว เสด็จออกขุนนาง กรมพระกลาโหมนำบอกพระสุรินทรามาตย์ มีตราโปรดให้ไปสืบชำระข้อความที่พระอินทรวิไชยตนกูมหมัดผิดใจกับพระยาสตูล พร้อมกับพระยาฤทธิสงครามเมืองไทร พระยาสุรพลพิพิธนั้นได้ไปถึงเมืองไทรบุรี พระยาไทร พระยาสุพลแจ้งความว่า พระยาอภัยนุราชชาติรายาภักดี เมืองสตูล ป่วยเป็นไข้พิษ แต่ ณ วัน ๔ ๑๑ ค่ำ จนวัน ๖ ๑๑ ค่ำ เวลา ๗ ทุ่ม ถึงอนิจกรรม พระสุรินทรามาตย์จะไปสืบราชการเมืองสตูล ได้ความประการใดจะบอกมา โปรดเกล้าฯ ให้แจกเบี้ยหวัด แล้วเสด็จขึ้น

เวลาทุ่ม ๑ กับ ๕๐ นาที สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าตรีเพ็ชรรุตมธำรง ซึ่งประชวรพระโรคทางพระเสมหะพิการ และกองซางมาช้านาน ได้เสด็จไปอยู่ที่วังพระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าสวัสดิโสภณนั้น สิ้นพระชนม์ พระชันษาตามจันทรมาส ๕ ปี ๑๐ เดือน ๒ วัน ตามสุริยคติกาล ๕ ปี ๙ เดือน ๑๔ วัน เป็นพระโอรสที่ ๓๙ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นพระราชโอรสที่ ๓ ของพระนางเจ้าพระราชเทวี

วัน ๔ ๑ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

เวลาเช้า เจ้าพนักงานเตรียมการที่จะได้สรงน้ำพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าตรีเพ็ชรรุตมธำรง เสร็จ เวลาเช้า ๕ โมงเศษ โปรดเกล้า ฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เสด็จไปสรงน้ำพระศพพระบรมวงศานุวงศ์พร้อมกันสรงน้ำพระศพ แล้วเจ้าพนักงานทรงเครื่องพระศพ เชิญลงลองใน แล้วเชิญขึ้นตั้งแว่นฟ้า พระราชทานพระโกศมณฑปน้อยประกับนอก แวดล้อมด้วยเครื่องสูงตามเกียรติยศ แล้วสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ทรงทอดผ้าไตร ๖๐ ผ้าขาวพับ ๑๐๐ พระสงฆ์สดับปกรณ์ตามธรรมเนียม มีพระสงฆ์สวดพระอภิธรรม แตรสังข์กลองชนะประโคมทั้งกลางวันกลางคืน กว่าจะได้พระราชทานเพลิง

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ พระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกประพาสพระราชอุทยานสราญรมย์ จนเวลาค่ำ

วัน ๕ ๑ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

วันนี้ไม่มีอะไร ไม่ได้เสด็จออก

วัน ๖ ๑๐ ๑ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

วันนี้ไม่ได้เสด็จออก เว้น

วัน ๗ ๑๑ ๑ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

เวลาย่ำค่ำแล้ว เสด็จออกขุนนาง พระศรีเสนา อ่านบอกพระกำพุชภักดี เมืองศรีโสภณ ว่านายส้มถือหนังสือหม่อมราชวงศ์สนั่น หมายหลวงเทพธานี นายกอง ว่าให้ส่งตัวอำแดงสุกลูกหนี้เงิน ๕ ตำลึง พระกำพุช ให้นายส้มส่งสารกรมธรรม์มาตรวจก่อน นายส้มไม่ยอม จะเอาตัวอำแดงสุกไปให้หม่อมราชวงศ์สนั่นชำระเอง แล้วบังอาจฉุดตัวอำแดงสุกต่อหน้าพระกำพุชและกรมการ จึงให้เอาตัวนายส้มจำตรวนไว้ ครั้นเวลาค่ำ หม่อมราชวงศ์สนั่นกับนายด้วง นายเบี้ยง นายถุย คุมพวก ๑๐ คน ถือศัสตราวุธมาล้อมตะราง จะให้ไขกุญแจเอาคนโทษ หลวงจ่าเมืองว่าเป็นกลางคืน หม่อมราชวงศ์สนั่นเข้าฟันประตูแล้วหนีไป ครั้นรุ่งเช้า ได้มีหมายถึงหลวงเทพธานีให้ส่งพวกหม่อมราชวงศ์สนั่น หลวงเทพธานีไม่ส่ง ฉบับ ๑ ใบบอกพระยาอุไทยมนตรี เมืองปราจีนบุรี ว่าขุนนครบาล กรมการ ขอที่เขตพระอุโบสถวัดเลียบ กว้าง ๖ วา ๒ ศอก ยาว ๙ วา ๒ ศอก เป็นที่วิสุงคามสีมา

พระวิจารณอาวุธอ่านบอกพระยาศิริธรรมบริรักษ์ ปลัด พระภักดีธำรงฤทธิ์ เมืองนครศรีธรรมราชว่า จัดได้ต้นไม้ทอง ๖ ต้น เงิน ๖ ต้น หนักต้นละบาท เครื่องราชบรรณาการจำนวนปีกุน นพ๒๐ศก เทียนพนม ๑๐๐๐ เล่ม ผ้าขาว ๕๐ ศอก ๒๐ พับ เสื่อลวด ๑๕ ลวด ให้กรมการคุมเข้ามาส่ง ฉบับ ๑ พระยาพิพัฒน์โกษา อ่านบอกพระยาวิชยาธิบดีเมืองจันทบุรี ๒ ฉบับ ๆ หนึ่งว่า ขอพระราชทานที่เขตพระอุโบสถวัดบ้านคานรูด เมืองจันทบุรี ยาว ๙ วา กว้าง ๗ วา เป็นที่วิสุงคามสีมา อีกฉบับ ๑ ว่า พระครูรัตนสังขกิจบุรพา ขอพระราชทานที่เขตพระอุโบสถวัดอารัญอาราม เมืองขลุง โดยยาว ๑๒ วา กว้าง ๘ วา เป็นที่วิสุงคามสีมา

โปรดเกล้าฯ พระราชทานสัญญาบัตร หลวงวิจารณ์คาวี เป็นหลวงภักดีรณชิต กรมมหาดไทยฝ่ายพระราชวังบวร นา ๔๐๐ หลวงพินิจอักษร เสมียนตรา เป็นหลวงอนุรักษภักดี มหาดไทยฝ่ายพระราชวังบวร นา ๔๐๐ ขุนชำนาญพหล เป็นหลวงนราโยธี เจ้ากรมเรือกระโห้ ฝ่ายพระราชวังบวร นา ๔๐๐ ขุนพินิจภักดี เป็นหลวงรวดเร็วจักร ปลัดกรมเรือดั้งขวา ฝ่ายพระราชวังบวร นา ๓๐๐ ขุนพินิจบันจง เป็นขุนชำนาญภูสิตร ปลัดกรมช่างสนะ ฝ่ายพระราชวังบวร นา ๓๐๐ หมื่นวัฒนกิจ เป็นขุนชำนาญพหล ปลัดกรมเรือกระโห้ ฝ่ายพระราชวังบวร นา ๒๐๐ อุปฮาดเมืองโพนพิไสย เป็นพระพิไสยสุรเดช เจ้าเมืองโพนพิไสย หลวงมหาดไทยกรมการ เป็นพระปราจิณบุรี ปลัดเมืองปราจินบุรี นา ๖๐๐ หลวงนากรมการ เป็นหลวงภักดีราชกิจ ยกกระบัตรเมืองปราจีนบุรี นา ๕๐๐ หลวงวังกรมการ เป็นหลวงอุไทยทิศพิทักษ์ ผู้ช่วยเมืองปราจีนบุรี นา ๕๐๐ โปรดให้แจกเบี้ยหวัดแล้วเสด็จขึ้น เวลา ๒ ทุ่มเศษ

วัน ๑ ๑๒ ๑ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

เวลาเช้า พระสงฆ์ราชาคณะ ฐานานุกรม ๑๕ รูป รับพระราชทานฉันที่หอธรรมสังเวช ในวันคล้ายกับวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าศิริราชกกุธภัณฑ์ เวลาทุ่มเศษ พระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกประทับหอธรรมสังเวช ทรงจุดเทียนนมัสการ พระองค์เจ้าพระอรุณนิภาคุณากร พระราชาคณะ ฐานานุกรมที่รับพระราชทานฉัน สวดพระพุทธมนต์แล้ว พระเทพโมลี ถวายเทศนากัณฑ์หลวงกัณฑ์ ๑ หม่อมเจ้าพระสถาพรพิริยพรต ถวายเทศนากัณฑ์ ๑ เวลายามเศษเสด็จขึ้น

วัน ๒ ๑๓ ๑ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

เวลาย่ำค่ำแล้ว เสด็จออกขุนนาง กรมมหาดไทยนำใบบอกพระยากำแพงเพชร ส่งเงินแทนส่วยไม้ขอนสักเมืองกำแพงเพชร ๙ ชั่ง ๑๗ ตำลึง ได้จ่ายให้หม่อมเทวาธิราชเงิน ๗ ชั่ง ๘ ตำลึง รวม ๒ ราย ๑๗ ชั่ง ๕ ตำลึง ฉบับ ๑ กับใบบอกพระยาพิสุทธิธรรมธาดา ขอพระราชทานที่เขตพระอุโบสถวัดพานอิฐ กว้าง ๕ วา ยาว ๗ วา เป็นที่เขตวิสุงคามสีมา

วันนี้ พระสัจจาข้าหลวงที่ไปทำการโทรเลข กลับเข้ามาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท โปรดเกล้า ฯ ให้แจกเบี้ยหวัดมหาดเล็กทั้ง ๔ เวร แล้วเสด็จขึ้น

วัน ๓ ๑๔ ๑ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

เวลาบ่าย ๕ โมง พระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกประทับพระที่นั่งจักรีองค์ตะวันออก กรมหลวงเทวะวงศ์ ฯ เจ้าพนักงานกรมท่า กรมวัง นำมิสเตอร์ เยกป ตีไชลด์ ราชทูตอเมริกัน เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายอักษรสาส์น ท่านเปรสิเดน เมืองอเมริกา ตอบพระราชสาส์นที่ถอนกรมหมื่นนเรศวรฤทธิ์ ราชทูต กลับเข้ามารับราชการ ณ กรุงเทพ ฯ

เวลาย่ำค่ำแล้ว เสด็จออกขุนนาง พระยานรินทรราชเสนา อ่านบอกพระยาวิชิตภักดี เมืองไชยา ส่งน้ำรักกองส่วยฝ่ายพระราชวังบวร น้ำรัก ๖๗ หม้อ เป็นรัก ๓๔๕ ทะนาน แล้วโปรดเกล้า ฯ ให้แจกเบี้ยหวัดพระบรมวงศานุวงศ์ แล้วเสด็จขึ้น

วัน ๔ ๑๕ ๑ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

ไม่ได้เสด็จออก เวลาค่ำ เสด็จประพาสสวนสราญรมย์ จนเวลา ๕ ทุ่มเศษ

วัน ๕ ๑ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

เวลาย่ำค่ำ เสด็จออกขุนนาง กรมมหาดไทย อ่านบอกพระโบราณบุรานุรักษ์ พระพิทักษเทพธานี ว่าด้วยผู้ร้ายฆ่าลูกค้าเรือตาย เอาเรือไป ยังสืบเสาะติดตามอยู่

พระวิจารณอาวุธ อ่านบอกพระยาประสิทธิสงคราม เมืองกาญจนบุรีว่า ได้เกณฑ์ไพร่ ๑๐๐ คนขึ้นไปตัดเสาพระเมรุ ไพร่นายป่วยเป็นไข้จับ ๗๙ คน ถึงแก่กรรม ๑๑ คน ยังคงป่วย ๖๘ คน

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานสัญญาบัตร ๖ นาย หลวงไกรนารายณ์ เป็นพระยาพิไชยสงคราม เจ้ากรมอาสารองขวา นา ๕๐๐๐ จมื่นประธานมณเฑียร เป็นพระยาวิชิตณรงค์ เจ้ากรมเขนทองซ้าย นา ๕๐๐๐ สมิงพัดตะบะ ปลัดกรม เป็นพระยาเกียรติ เจ้ากรมดั้งทองซ้าย นา ๑๖๐๐ สมิงจอมปราสาท เป็นสมิงพัดตะบะ ปลัดกรมดั้งทองขวา นา ๘๐๐ ขุนธนศักดิ์ ฝ่ายพระราชวังบวร เป็นหลวงสุรรณชิต กรมพระกลาโหม ฝ่ายพระราชวังบวร นา ๔๐๐ ขุนพิพากษามรกฎ เป็นหลวงไกรธามาตย์ ปลัดทูลฉลอง กรมพระกลาโหมฝ่ายเหนือ ฝ่ายพระราชวังบวร นา ๔๐๐ แล้วเสด็จขึ้น

วัน ๖ ๑ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

เวลาย่ำค่ำแล้ว เสด็จออกขุนนาง กรมมหาดไทยนำบอกพระพิเรนทรเทพ ข้าหลวงเมืองนครราชสีมา ๔ ฉบับ ๆ หนึ่ง ว่าด้วยมีตราขึ้นไปว่า จะให้ข้าหลวงกรมโทรเลขไปตรวจสายโทรเลขนั้น ได้เกณฑ์ช้าง ๒ ช้าง โคต่าง ๑๐ คน ๒๐ ลงมารับทางเมืองกบินทร์บุรี แล้วคนที่คุมช้างกลับขึ้นไปแจ้งความว่า ข้าหลวงป่วยกลับกรุงเทพฯ แล้ว อีกฉบับ ๑ ถวายพระราชกุศลทำบุญวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้า บรมราชเทวี ฉบับ ๑ ว่า ฝนตกประปรายมาตลอดเดือน ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ } ปีกุน นพศก ราษฎรพากันทดน้ำลำห้วยขึ้นมาทำนา ๕ ส่วน ยังไม่ได้ทำ ๔ ส่วน ข้าวในนาไม่งาม ฉบับ ๑ ว่า ช้างเกวียนโคต่างเมืองชนบทเมืองขอนแก่น เมืองหนองคาย ซึ่งมาส่งกองทัพกรมหมื่นประจักษ์กลับขึ้นไป พระพิเรนทรเทพขอแรงบรรทุกเครื่องโทรเลขขึ้นไปตามระยะบ้านเมือง ช้างเกวียนเมืองชนบท เมืองขอนแก่นหลบหนีไป มีผู้ร้ายปล้นฆ่าคนเมืองขอนแก่นตาย ๒ ป่วย ๒ เอาช้างไปได้ ๓ ช้าง โค ๑๓ โค ช้างเมืองหนองคาย ๕ ช้าง สืบผู้ร้ายยังหาได้ไม่ (โปรดเกล้า ฯ ให้มีตราไปให้สืบชำระให้ได้ เพราะมารับราชการทัพ)

กรมพระกลาโหมนำใบบอกพระยาอมรินทรฦๅไชย เมืองราชบุรีว่า มีผู้ร้ายปล้นเรือนหลวงสงครามคชฤทธิ์ไปราย ๑ สืบได้ความว่าอ้ายอ่อน อ้ายอ้น อ้ายเปลี่ยน เป็นคนจน แต่มีเงินเล่นโปผิดประหลาด จึ่งให้ไปจับตัวมาชำระ รับเป็นสัตย์ ส่งของกลางได้เงิน ๑๒ ชั่ง ๘ ตำลึง ๑ บาท กับเครื่องเงินทองอีก เจ้าของทรัพย์จำของได้ ภายหลังอำแดงขำ นายผึ่งมาฟ้องอีกว่า มีผู้ร้ายปล้นเก็บเอาทรัพย์ไป จึงชำระถาม อ้าย ๔ คนรับซัดเพื่อนอีก ๗ คน ได้ตัวแล้ว ๓ คน ยังสืบจับต่อไป

กรมมหาดไทยนำพระพิไสยสรเดช เจ้าเมืองโพนพิไสย กราบถวายบังคมลาไปรักษาบ้านเมือง พระราชทานเสื้อผ้า ถาดหมากคนโทกะไหล่เป็นเครื่องยศ แล้วเสด็จขึ้น

วัน ๗ ๑ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

เวลาทุ่มเศษ พระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกประทับหอธรรมสังเวชบำเพ็ญพระราชกุศล ในการบรรจบ ๑๐๐ วัน นับแต่วันสิ้นพระชนม์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพาหุรัดมณีมัยมา พระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์ ๑๕ รูป สวดจบแล้วทรงทอดผ้าไตร ของหลวง ๑๐ ของเจ้าภาพ ๕ แล้วทรงทอดจีวรเสื้อกางเกงที่สมมติว่าไตรญวน ผ้าบ้าง แพรบ้าง แล้วบรรพชิตฝ่ายญวนที่มาทำพิธีกงเต๊ก สดับปกรณ์ มียศเป็นพระครู และปลัด รองปลัดได้เครื่องแพร ที่เป็นอนุจรได้เครื่องผ้า แล้วสวดกงเต๊กตามธรรมเนียม

แล้วกรมหมื่นวชิรญาณวโรรส นำพระสงฆ์มาแต่ลังกาเข้าเฝ้า ๓ รูป คือ พระสุมะนะติสเถระ พรรษา ๒๕ อยู่วัดประมะธัมมเจติยาราม ในบ้านชื่อรัตนมาลาปรมะธัมมะเจติยคาม นอกเมืองโกลัมพ์บรู คณะอุบาฬีวงศ์ ถวายพระบรมธาตุบรรจุพระเจดีย์ชุบทองคำ ๑ พระธัมมะธะระ พรรษา ๑๓ ชาวเมืองสงขลา ออกไปเมืองลังกาถวายรูปจำลองพระเขี้ยวแก้วทำด้วยแก้ว กับเจดีย์สำหรับบรรจุ ๑ รูป โพธิ์ ๑ รูป มณฑปทรงพระเขี้ยวแก้ว ๑ พระธัมมานันท พรรษา ๓ วัดปรมานันทวิหารกาล ถวายพระบรมธาตุบรรจุพระเจดีย์ทองคำ ตั้งบนหลังช้างไม้ดำ ๑ พระเจ้าอยู่หัวดำรัสพระราชปฏิสันถารโดยควร แล้วทรงถวายไตรองค์ละไตร แล้วกลับไป

กรมหมื่นวชิรญาณวโรรส ถวายเทศนาธรรมจักรกัปวัตนสูตร มีฐานานุกรมสวดธรรมจักรกัปวัตนสูตร ๔ รูป มีเทศน์สวดตามธรรมเนียม จบแล้วเสด็จขึ้น

ค่ำวันนี้ มีดอกไม้เพลิงเป็นการฉลองพระพุทธรูปประจำวันพระชนมพรรษา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพาหุรัดมณีมัย

วัน ๑ ๑ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

เวลาเช้า เลี้ยงพระที่สวดมนต์เมื่อคืนนี้ที่หอธรรมสังเวช มีการสดับปกรณ์และเทศนาตามธรรมเนียม

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ เสด็จออกประทับมุขเด็จพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท บรรพชิตฝ่ายญวนทำพิธีกงเต๊กข้ามสะพาน โปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เสด็จข้ามสะพาน ทรงโปรยเงินตามธรรมเนียมญวน แล้วเสด็จไปทอดพระเนตรโรงกระจาดญวน การที่มีพิธีกงเต๊กทิ้งกระจาดและข้ามสะพานนี้ เพื่อจะให้เป็นการเอิกเกริกในงานนี้

เวลา ๒ ทุ่ม เสด็จออกหอธรรมสังเวช มีการสวดมนต์เหมือนเวลาวานนี้ และมีสวดกงเต๊กและเทศนา พระธรรมไตรโลกเทศนาอนันตลักขณะ เวลายามเศษเสด็จขึ้น มีดอกไม้เพลิงด้วย มีสวดมนต์หล่อพระที่พระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์

วัน ๒ ๑ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

เวลาเช้า เลี้ยงพระที่หอธรรมสังเวช และสดับปกรณ์ มีเทศนาเหมือนกับวันวานนี้

เวลาเช้า เสด็จออกหล่อพระพุทธรูปมีอาการยืนอุ้มบาตร ของสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าตรีเพ็ชรรุตมธำรง เลี้ยงพระด้วย

เวลาบ่าย ๕ โมง เสด็จออกประทับมุขเด็จ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท บรรพชิตฝ่ายญวนทำพิธีสวดทิ้งกระจาดตามธรรมเนียม จนเวลาทุ่มเศษ ทรงโปรยผลกัลปพฤกษ์ ผลฉลาก ซึ่งจะทิ้งกระจาด บรรพชิตฝ่ายญวนเผาเครื่องกระดาษ แล้วเสด็จขึ้น เสด็จออกประทับหอธรรมสังเวช ทรงจุดเทียนนมัสการ พระสงฆ์สวดมนต์ ๑๕ รูป แล้วมีเทศนากัณฑ์ ๑ พระโพธิวงศาจารย์ ถวายเทศนาอหิตปริยายสูตร มีฐานานุกรม ๔ รูป สวดเวลา ๔ ทุ่มเศษ

วัน ๓ ๑ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

เวลาเช้า พระสงฆ์ที่สวดมนต์เมื่อคืนนี้รับพระราชทานฉัน และมีเทศนาสดับปกรณ์ตามเช่นวันก่อน

เวลาย่ำค่ำแล้ว เสด็จออกขุนนาง กรมพระกลาโหมนำใบบอกพระสุรินทรามาตย์ หลวงอำนาจสุรเสนี ข้าหลวง ว่าไปถึงเมืองสตูลตรวจราชการทราบว่า ตั้งแต่พระยาอภัยอนุราชชาติรายาภักดี เมืองสตูล ถึงอนิจกรรมแล้ว พระปักษาวาสวารนินทร์ พระวิไสยสิทธิสงคราม ญาติพี่น้องปรองดองกันปรึกษาจัดการไปเรียบร้อย ไม่มีเหตุการณ์อันใด ที่ตำบลมริเกด ตำบล ลูง } โจรผู้ร้ายก็เรียบร้อย พระอินทรวิไชยตนกูมหมัด แจ้งความว่า พระยาสตูลเคยให้เงินเดือน ๆ ละ ๕๐-๐ จะขอให้คงได้ พระปักษาวาสวารนินทร์ ก็รับจะให้ราชการเรียบร้อยดี พระสุรินทรามาตย์จึงไปเมืองภูเก็ตต่อไป

โปรดเกล้า ฯ พระราชทานสัญญาบัตรข้าราชการ ๓ นาย พระพินิจโลหการ เป็นพระยารัตนสมบัติ จางวางช่างทอง นา ๑๐๐๐ หลวงนราธิกรณ์ฤทธิ์ เป็นพระอนุรักษโยธา เจ้ากรมทวนทอง นา ๑๖๐๐ นายพุ่ม สารวัด เป็นขุนนัฎกานุรักษ์ ผู้กำกับกองทหารกระบี่ นา ๕๐๐ แล้วเสด็จขึ้น

วัน ๔ ๑ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

ไม่ได้เสด็จออกขุนนาง

วัน ๕ ๑ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

วันนี้ เสด็จออกขุนนาง เวลาค่ำ มีการสวดมนต์ที่ตำหนักกรมสมเด็จพระสุดารัตนราชประยูร ในการเฉลิมพระชันษา พระสงฆ์ ๗๐ รูป พระเจ้าอยู่หัวเสด็จลง พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการประชุมพร้อมกันที่นั้น

มีสวดมนต์หล่อพระที่พระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ เวลาเช้า เลี้ยงขนมเบื้องที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

วัน ๖ ๑ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

เวลาเช้า เสด็จออกทรงเลี้ยงพระสงฆ์ที่สวดพระพุทธมนต์ แล้วทรงเททองหล่อพระพุทธรูป ซึ่งทรงพระราชอุทิศ พระราชทานส่วนพระราชกุศลแก่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าวิจิตรจิรประภา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าศิริราชกกุธภัณฑ์ และพระอัครชายาเธอ พระองค์เจ้าเสาวภาคย์นารีรัตน์ แล้วเสด็จขึ้น ไม่ได้ออกขุนนาง

วัน ๗ ๑๐ ๑ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

เวลาย่ำค่ำ เสด็จออกขุนนาง กรมมหาดไทยอ่านบอกพระเจริญราชเดช เมืองมหาสารคาม ๒ ฉบับ ๆ หนึ่งส่งเงินแทนผลเร่วส่วย จำนวนปีจอ อัฐศก เมืองมหาสารคาม ๖๐ ชั่ง เมืองโกสุมพิไสย ๓ ชั่ง รวม ๖๓ ชั่ง คิดแทนเร่วหนัก ๒๕๒ บาท กับว่าราษฎรทำนาได้ข้าวน้อย เก็บข้าวค่านาขึ้นฉางไว้ ข้าวเปลือก ๒๐๐๐ ถัง ข้าวสาร ๑๐๐๐ ถัง กับบวชพระภิกษุ ๓๐ ทอดกฐิน ๑๐ พระอาราม ขอถวายพระราชกุศล อีกฉบับ ๑ ว่า ตำแหน่งราชวงศ์ขาดว่างอยู่ ขอพระราชทานราชบุตรเป็นราชวงศ์ พระศรีวรราช เป็นราชบุตร รับราชการ (กรมมหาดไทยนำราชบุตร ท้าวพระศรีวรราช เฝ้าถวายผ้าพื้น)

กรมมหาดไทยนำพระปราจิณบุรี ปลัด หลวงภักดีราชกิจยกกระบัตร หลวงอุไทยทิศพิทักษ์ ผู้ช่วยเมืองปราจีนบุรี กราบถวายบังคมลากลับไปบ้านเมือง พระราชทานเสื้อผ้า ถาดหมาก คนโทกะไหล่เป็นเครื่องยศ หลวงภักดีราชกิจ ยกกระบัตร เสื้อผ้า ถาดหมาก คนโทเงินเป็นเครื่องยศ หลวงอุไทยทิศพิทักษ์ เสื้อผ้า

แล้วโปรดเกล้า ฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยยศ ทุติยจุลจอมเกล้า พานทองคำ คนโททอง กระโถนทอง แก่พระยาเกษตรรักษา (นิน) เป็นเกียรติยศ แล้วเสด็จขึ้นประทับออฟฟิศครู่หนึ่ง เสด็จขึ้น

วัน ๑ ๑๑ ๑ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

วันนี้ไม่ได้เสด็จออกขุนนาง พระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระราชเทวี ประชวรพระครรภ์

วัน ๒ ๑๒ ๑ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

ไม่เสด็จออกเหมือนกัน

วัน ๓ ๑๓ ๑ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ พระนางเจ้า พระราชเทวี ประสูติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพระราชบุตรี สิ้นพระชนม์ก่อนเวลาประสูติ เวลาค่ำ เชิญพระศพลงหีบเล็ก ขึ้นวอช่อฟ้าเล็ก ออกประตูริมวัดพระเชตุพน มีเครื่องสูงกลองชนะแห่ไปวัดราชบพิธ เชิญลงฝังที่ซุ้มพระเจดีย์

เจ้าจอมมารดาอ่อนก็ตกโลหิตครรภ์ ๓ เดือน ตกในวันนี้เหมือนกัน

วัน ๔ ๑๔ ๑ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

ไม่ได้เสด็จออก

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ