เดือน ๑๑ จุลศักราช ๑๒๔๙

วัน ๑ ๑๑ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

วันนี้ โถยาคูเกณฑ์พระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายในรวม ๓๘ โถ เวลาเช้า ๕ โมง โปรดให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เสด็จออกทรงประเคนอาหารบิณฑบาต และทรงเลือกโถฟักเหลือง ถวายพระสงฆ์ที่สวดมนต์เมื่อคืนนี้ โถพระองค์เจ้าบัณฑรวรรณวโรภาส ถวายกรมพระปวเรศวริยาลงกรณ์ที่ ๑ โถพระองค์เจ้าศรีวิลัยลักษณ์ ถวายกรมหมื่นวชิรญาณที่ ๒ โถพระองค์เจ้าสุวภักตร ถวายหม่อมเจ้าพระธรรมุณหิศที่ ๓ โถพระองค์เจ้าเยาวมาลย์ ถวายหม่อมเจ้าพระอรุณ ที่ ๔ โถพระองค์เจ้าโสมาวดี เจ้าพระพุทธบาท ที่ ๕ โถพระองค์เจ้าจันทราสรัทวาร หม่อมเจ้าพระภุชฌงค์ ที่ ๖ โถพระองค์เจ้าอัจฉรพรรณี พระราชพงศาปฏิพัทธ์ที่ ๗ โถพระองค์เจ้าแขไขดวง พระราชานุพัทธ์ ที่ ๘ พระสงฆ์รับพระราชทานฉันแล้ว ฉันข้าวยาคูทั้ง ๓๕ รูป แล้วถวายอนุโมทนา กรมภูษามาลาเชิญพระบรมอัฐิแต่

วัน ๒ ๑๑ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

วัน ๓ ๑๑ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

วัน ๔ ๑๑ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๕๙

วัน ๕ ๑๑ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

วัน ๖ ๑๑ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

วัน ๗ ๑๑ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๓๔๙

วัน ๑ ๑๑ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

เวลาเช้า ๒ โมงเศษ พระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ทรงพระราชยานแล้วเสด็จไปประทับพระที่นั่งราชกิจวินิจฉัย ประทับตรัสกับพระบรมวงศานุวงศ์ข้าราชการที่มาส่งเสด็จเล็กน้อย แล้วพระวิจารณอาวุธนำหลวงพิพิธสุพรรณภูมิ ยกกระบัตรเมืองกาญจนดิษฐ์ กราบถวายบังคมลา แล้วเสด็จลงประทับเรือพระที่นั่งอุบลบุรพทิศ ออกเรือพระที่นั่งจากท่าราชวรดิษฐ์ เช้า ๒ โมงครึ่ง ขึ้นไปกลับลำเรือพระที่นั่งหน้าวัดราชาธิวาส ล่องน้ำไปถึงเมืองสมุทรปราการ เวลาเช้า ๕ โมง หยุดเรือพระที่นั่ง พระราชทานธูปเทียนไปบูชาพระสมุทรเจดีย์ตามเคย ที่ป้อมผีเสื้อสมุทรยิงสลุตตามธรรมเนียม ทอดเรือพระที่นั่งอยู่ ๒ ชั่วโมง เพราะหมายว่าน้ำน้อย จะข้ามสันดอนไม่ได้ ภายหลังได้ความว่าข้ามได้ บ่ายโมงหนึ่ง ออกเรือพระที่นั่งข้ามสันดอนตัดไปเกาะสีชัง เวลาบ่าย ๔ โมง ถึงเกาะสีชังไม่ได้ประทับ เสด็จต่อไป เวลา ๒ ทุ่ม ถึงตำบลสัตหีบประทับแรมที่นั่น เรือที่ตามเสด็จคราวนี้ คือ เรือเวสาตรี เรือเวสตรา เรืออาเล็กซานดรา

วัน ๒ ๑๑ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

เวลาย่ำรุ่งแล้ว เสด็จขึ้นประพาสหาดแก้วจน ๒ โมงเช้า เสด็จกลับ เวลากลับ เวลาบ่าย ๔ โมงครึ่ง เสด็จขึ้นประพาสบ้านสัตหีบ ชาวบ้านเอาของมาถวาย ทรงแจกเงินทั่วกัน เสด็จประพาสอยู่จนย่ำค่ำเศษ เสด็จกลับประทับแรมอยู่ที่สัตหีบอีกคืนหนึ่ง

วัน ๓ ๑๐ ๑๑ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

เวลาย่ำรุ่ง ออกเรือพระที่นั่งไปแสมสาร โมงครึ่ง ถึงตำบลแสมสาร ประทับเรือบังเกาะแสมสาร แล้วเสด็จขึ้นประพาสเกาะแรด จนเช้า ๓ โมงครึ่ง เสด็จกลับ บ่าย ๔ โมง เสด็จขึ้นฝั่ง ย่ำค่ำเศษเสด็จกลับประทับแรมที่นี่อีกคืนหนึ่ง

วัน ๔ ๑๑ ๑๑ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

ย่ำรุ่ง เสด็จขึ้นประพาสฝั่งแห่งเดียวกับที่วานนี้ เวลาเช้า ๒โมงเศษ เสด็จกลับ เวลาเช้า ๕ โมง ออกเรือพระที่นั่งข้ามอ่าวระยอง ถึงช่องเสม็ดเวลาบ่าย ๒ โมงเศษ ทอดเรือบังเกาะ เวลาบ่าย ๕ โมง เสด็จขึ้นประพาสหาดเกาะเสม็ดหน้า ในเวลาย่ำค่ำเศษ เสด็จกลับประทับแรมที่ช่องเสม็ดนั้น

วัน ๕ ๑๒ ๑๑ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

เวลาเช้าก่อนโมง เสด็จขึ้นประพาสเกาะเสม็ดหาดหน้านอก เวลาเช้า ๓ โมง เสด็จกลับ เช้า ๕ โมง ออกเรือพระที่นั่งตัดไปแหลมสิงห์ บ่าย ๓ โมงถึง ทอดเรือพระที่นั่งในอ่าวเมืองจันทบุรี เวลาเย็น เสด็จขึ้นประพาสเขาแหลมสิงห์ จวนย่ำค่ำ จึงเสด็จกลับประทับแรมที่นั้น

วัน ๖ ๑๓ ๑๑ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

เวลาเช้าโมงเศษ เสด็จขึ้นประพาสเมืองเก่า ทรงเรือพระที่นั่ง ๑๒ กรรเชียง เรือเวสตราลากขึ้นไปถึงหัวลำแพนปล่อยเรือพระที่นั่งตีกรรเชียงขึ้นไปจนบ่ายโมงเศษ ถึงเมืองเก่า เสด็จพระราชดำเนินขึ้นประพาสตลาดและประทับร้อนจนบ่าย ๓ โมง เสด็จกลับ เวลาย่ำค่ำเศษ ถึงเรืออุบลบุรพทิศ เวลาค่ำ เสด็จขึ้นประทับที่ ๆ พักพระองค์สายซึ่งปลูกอยู่ฟากฝั่งใต้ปากน้ำ จัดที่นั้นเป็นพลับพลาประทับแรม มีท้องพระโรงเป็นพลับพลาโถงหลังหนึ่ง

วัน ๗ ๑๔ ๑๑ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

เป็นดิถีที่คล้ายกับวันประสูติ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้า ฯ ให้จัดการบำเพ็ญพระราชกุศลที่พลับพลาโถง ผูกม่านโหมดและตั้งม้าหมู่ ๒ หมู่ ม้าเบื้องขวา ตั้งพระบรมทนต์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ม้าเบื้องซ้ายตั้งพระชนมพรรษาประจำปีประสูติ หมายเลขที่ (๑) เวลาเช้า ๓ โมงเศษ เสด็จออกท้องพระโรง พระสงฆ์วัดจำห้าน เจ้าอธิการ ๑ อันดับ ๙ รูป ถวายศีล ถวายพรพระ แล้วสดับปกรณ์ผ้าไตร ทรงประเคนอาหารบิณฑบาต พระสงฆ์ฉันแล้วถวายอนุโมทนา พระราชทานเงินแจกเจ้านายองค์ละสลึง ข้าราชการคนละเฟื้อง แล้วเสด็จขึ้น

เวลาบ่าย โปรดให้นิมนต์พระสงฆ์วัดจำห้านที่เหลือจากฉันอีก ๙ รูป วัดปากน้ำ ๑๒ รูป รวม ๒๑ รูป สดับปกรณ์ พระราชทานจีวร สบง จตุปัจจัยราคาองค์ละกึ่งตำลึง

อนึ่ง เจ้านายที่ตามเสด็จพระราชดำเนินครั้งนี้ ก็ได้ออกเงินถวายพระสงฆ์ที่ฉันองค์ละบาท และสดับปกรณ์อีก ๕๕ รูป

เวลาทุ่มเศษ เสด็จออกท้องพระโรง พระสงฆ์ที่ฉันสวดมนต์ธรรมจักรกัปวัตนสูตรและมาติกาจบแล้ว พระครูสังฆปาโมกข์ วัดเขาพลอยแหวน ถวายเทศนากัณฑ์ ๑ จบแล้วสดับปกรณ์ ผ้าขาวพับ เครื่องกัณฑ์มีขนมและจตุปัจจัยราคา ๔๐ บาท แล้วเสด็จลงลอยพระประทีปที่หน้าพลับพลาลงไป ในการลอยพระประทีปนี้ จัดเรือ ๑๐ แจว ๒ ลำเทียบกันเป็นบัลลังก์ทอดหน้าพลับพลา หันหน้าลงทะเลและปักคบในน้ำเป็นทุ่นในแทนทุ่นหยวก เรือโบตต่างๆ ทอดเป็นทุ่นนอก เรือที่ทรงลอยนั้น จัดเรือใบเล็ก ๆ ของสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ และเกณฑ์กระทงหยวกเจ้านายข้าราชการตามสมควรที่จะทำได้ สำหรับลงลอยด้วย เมื่อเสด็จลอยพระประทีปมีพิณพาทย์ มีแตรทหาร แต่เวลานั้นฝนตกหนัก ทรงจุดกระทงยังไม่หมด เสด็จขึ้น เวลา ๔ ทุ่มเศษ

วัน ๑ ๑๕ ๑๑ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

เป็นวันดิถีคล้ายกับวันที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต เวลาเช้า ๓ โมงเศษ เสด็จออกบำเพ็ญพระราชกุศลเหมือนเวลาวานนี้ แต่พระพุทธรูปที่ตั้งนั้น วันนี้เปลี่ยนเป็นพระพุทธรูปประจำพระชนมพรรษาในปีที่สุด ซึ่งหมายเลข (๖๕) พระสงฆ์ที่รับพระราชทานฉัน คือ พระครูสังฆปาโมกข์ วินัยธร วินัยธรรม อันดับ ๕ รูป รวม ๑๐ รูป แต่ต่างวัดทั้งนั้น บำเพ็ญพระราชกุศลแล้วเสด็จขึ้น บ่ายสดับปกรณ์พระสงฆ์วัดเขา พระราชทาน สบง จีวร จตุปัจจัยองค์ละกึ่งตำลึง รวม ๑๒ รูป เจ้านายสดับปกรณ์ ๑๐๐ รูป เวลาทุ่มเสด็จออก พระสงฆ์ที่รับพระราชทานฉัน สวดมนต์สิริมานนท์และมาติกา แล้วปลัดก่ำถวายเทศนาไทยธรรมเครื่องกัณฑ์เหมือนเวลาวานนี้ แล้วเสด็จลงลอยพระประทีปจนหมด ทรงดอกไม้ แล้วเสด็จขึ้นเวลา ๔ ทุ่มเศษ และได้ข่าวว่าวันจันทร์ เดือน ๑๑ แรมค่ำ ๑ เวลาเช้า จะเสด็จพระราชทานพระกฐินวัดจำห้านและวัดปากน้ำ แล้วจะเสด็จไปประทับแรมเกาะช้าง แขวงเมืองตราด

อนึ่ง การที่บอกกำหนดเสด็จกลับมาแต่กิจด่วน คือ หนังสือราชกิจจานุเบกษา ฉบับที่ (๒๖) นั้นครั้งหนึ่ง กับการที่กำหนดในครั้งหลังว่าจะเสด็จพระราชดำเนินกลับกรุงเทพฯ ณ วัน ๒ ๑๑ ค่ำ ซึ่งรู้ทั่วกันแล้ว เมื่อเวลาเสด็จจากกรุงเทพ ฯ อีกคราวหนึ่งนั้น บัดนี้การเสด็จพระราชดำเนินกลับ ซึ่งกำหนดว่าวัน ๒ ๑๑ ค่ำ นั้นเป็นอันเลื่อนไปอีก แต่ไม่เกินกว่าวันแรม ๑๔ ค่ำ เดือน ๑๑ เพราะการที่เสด็จประพาสทะเลครั้งนี้ ก็คงจะทราบอยู่ทั่วกันแล้ว ว่าพระเจ้าอยู่หัวไม่ใคร่จะทรงสบายพระองค์ไม่เป็นปรกติ ถ้าเสด็จประพาสทะเลได้ลมอากาศที่ดีแล้ว คงจะทรงสบายขึ้นมาก เพราะแต่ก่อนมาพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จประพาสในทางทะเลบ้าง บางปะอินบ้าง ก็ทรงสบายเป็นปรกติอยู่เสมอ แต่ในหมู่นี้มีพระราชกิจต่าง ๆไม่มีเวลาที่จะเสด็จประพาสที่ใดเลย จึงไม่ใคร่ทรงสบาย ถ้าได้เสด็จประพาสทะเลเหมือนที่เคยมาแล้ว คงจะทรงสบายดุจแต่ก่อนมา จึงได้เสด็จพระราชดำเนินประพาสทะเลครั้งนี้ พระอาการที่ไม่ใคร่ทรงสบาย ก็กลับทรงสบายขึ้นกว่าเมื่อเวลาเสด็จอยู่กรุงเทพ ฯ แต่ยังไม่ทรงสบายเป็นปรกติ ถ้าจะเสด็จพระราชดำเนินกลับกรุงเทพฯ ตามกำหนดเดิมในเวลาที่ยังไม่ทรงสบายดีแล้ว ก็คงจะกลับทรงไม่สบายอีกเป็นแน่ เพราะฉะนั้น จึงโปรดเกล้า ฯ ได้เลื่อนการที่จะเสด็จกลับออกไปอีก การที่จะเสด็จพระราชดำเนินพระราชทานพระกฐินในกรุงเทพฯ ซึ่งกำหนดมาแต่ก่อนนั้น ก็จะต้องเลื่อนไปข้างขึ้นเดือน ๑๒ เพราะเหตุทีกล่าวมาแล้ว และการที่เสด็จพระราชดำเนินพระกฐินนั้น ต้องเสด็จประทับไปวันละหลาย ๆ ชั่วโมง ถ้ายังไม่ทรงสบายปรกติแล้ว ก็จะทำให้ไม่ทรงสบายได้อีกเป็นแน่ จึงโปรดให้เลื่อนไป และการที่เลื่อนการพระราชทานพระกฐินไปเดือน ๑๒ นี้ ก็เคยมีมาแต่ก่อน คือเมื่อแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้งเสด็จประพาสเมืองพิษณุโลกในคราวนั้น ก็เลื่อนการพระราชทานพระกฐินในกรุงเทพ ฯ ไปเดือน ๑๒ ครั้งหนึ่ง แต่เมื่อปีกุน นพศก ก็ได้เลื่อนเป็นพระราชทานพระกฐินเป็นเดือน ๑๒ เหมือนกัน ไม่เป็นการแบลกประหลาดนัก ครั้งนี้ก็จะเลื่อนไปอย่างเช่นครั้งก่อน จึงเล่าความให้ทราบทั่วกัน

วัน ๒ ๑๑ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

วันนี้ พระราชทานพระกฐินในเมืองจันทบุรี เวลาเช้า ๓ โมงครึ่ง พระเจ้าอยู่หัวทรงฉลองพระองค์ครึ่งยศ เจ้านายข้าราชการแต่งครึ่งยศ ทรงพระราชยาน มีทหารปืนหัวเมืองแห่นำเสด็จ ทหารเวสาตรีตามเสด็จ มีตำรวจนำเสด็จพอควร ทางเสด็จไปทุ่งนาประทับ วัดจำห้านเป็นที่ ๑ พระอุโบสถฝาจากมุงกระเบื้อง ๓ ห้อง จำนวนพระสงฆ์เจ้าอธิการ ๑ อยันดับเล่าสวดมนต์ ๑๘ รวม ๑๙ รูป ทรงจุดเทียนเครื่องนมัสการตะบะถม ทรงถวายพระกฐินแล้ว พระสงฆ์อป โลกน์สมมติและสวดญัติทุติยกรรม ให้เจ้าอธิการธัมมโชติครองกฐิน โปรดให้กรมหมื่นอดิศรอุดมเดชถวายบริขาร พระราชทานวัตถุจตุปัจจัยพระที่ถูกสวดมนต์ในการพระบรมอัฐิแล้วนั้น ๑๐ รูป ๆ ละ ๒ บาท ที่ไม่ถูกสวดมนต์รูปละ ๔ บาท แล้วเสด็จกลับมาทางเดิม ประทับวัดปากน้ำที่ ๒ พระอารามนี้พระอุโบสถ ๓ ห้อง เฉลียงรอบ ฝาไม้ไผ่ หลังคาจาก พระสงฆ์จำพรรษา เจ้าอธิการ ๑ อันดับเล่าสวดมนต์ ๑๑ รูป รวม ๑๒ รูป ที่นี้เครื่องนมัสการทองน้อย เจ้าอธิการสุวรรณครองกฐิน โปรดให้กรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคมถวายบริขาร พระราชทานปัจจัยมูลรูปละ ๔ บาท เสด็จกลับถึงที่ประทับ ย่ำเที่ยงครึ่ง เสด็จทรงเรือ ๑๒ กรรเชียง ไปประทับเรืออุบลบุรพทิศ เสด็จประพาสทะเลต่อไป เวลาบ่าย ๒ โมง ออกเรือพระที่นั่งจากแหลมสิงห์ตัดไปเกาะช้าง เวลานี้คลื่นจัด บ่าย ๔ โมง ถึงเกาะช้าง เข้าช่องแหลมสิงห์ บังเกาะคลื่นสงบดี บ่าย ๕ โมงครึ่ง ถึงปากคลองมะยมเป็นที่น้ำตกงามนัก เคยเสด็จประพาสเสมอ ทอดเรือพระที่นั่งประทับแรมที่นี่ ในเวลากลางคืนวันนี้มีฝนพรำไปจนรุ่ง

วัน ๓ ๑๑ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

พอเช้าฝนก็ตกมากและพร่ำเพรื่อมิได้ขาดเม็ด ไม่มีโอกาสที่จะเสด็จขึ้นประพาสได้ โปรดให้ติดไฟเรือพระที่นั่งเสด็จประพาสที่อื่นต่อไป เวลาบ่าย ๓ โมง ๔๕ นาที ออกเรือพระที่นั่งตัดไปเกาะกูฎเวลาบ่าย ๕ โมง ๔๕ นาที ถึงเกาะกูฎ ทอดเรือพระที่นั่งประทับแรมในอ่าวสลักเกาะกูฎหน้าตะวันออก ฝนตกไม่หยุด วันนี้คลุ้มมืด ไม่เห็นดวงอาทิตย์ตลอดวัน

วัน ๔ ๑๑ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๘

เวลาเช้า ๓ โมง ออกเรือพระที่นั่งจากอ่าวสลัดตัดไปข้างใต้ เวลาบ่าย ๑ โมง ถึงเกาะกง เรือพระที่นั่งเข้าไปในช่องเกาะด้านเหนือ ทอดที่หน้าเมืองปัจจันตคิรีเขตรซึ่งตั้งใหม่ พระพิไชยชลธี ผู้ว่าราชการมาตั้งอยู่ที่นี้ มีเรือด่านและบ้านผู้ว่าราชการและราษฎรราย ๆ ไปตามฝั่ง มีวัด ๆ หนึ่งเป็นวัดหลวง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นพร้อมกับเมื่อตั้งเมืองใหม่นี้ พระราชทานนามว่า วัดปัจจันตนคราราม เวลาบ่าย ๓ โมงเศษ เสด็จพระราชดำเนินลงเรือพระที่นั่งกรรเชียงไปตามทางที่มีหมู่บ้านจนถึงวัดปัจจันตนคราราม ทอดพระเนตรวัด มีพระอุโบสถ ๓ ห้อง เฉลียงรอบ ฝาไม้เหลาชโอนไขว่เป็นลายวิจิตรงามประหลาด หลังคามุงจาก มีกุฏิหลายหลัง แล้วเสด็จกลับทรงกรรเชียงที่ด่าน ไปประทับเรือบางกอก ซึ่งจะไปรับเสด็จพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงเทวะวงศ์วโรปการ ณ เมืองไซ่ง่อน ออกมาจากบางกอกถึงเกาะกงเวลาบ่าย ๒ โมงเศษ เสด็จขึ้นทอดพระเนตรแล้ว เสด็จกลับประทับเรืออุบลบุรพทิศ ประทับแรมที่นี้

วัน ๕ ๑๑ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

เวลาเช้า ๕ โมง เสด็จพระราชดำเนินทรงเรือกรรเชียง เรือกลไฟจูงเข้าลำน้ำเกาะกงไปประมาณชั่วโมงเศษ ถึงปากคลองเกาะอ้ายหลาว ตีกรรเชียงเข้าไปประทับวัดเจ้าหลาว อุโบสถปลูกอยู่ในน้ำ เสด็จประทับทรงจุดเทียนเครื่องนมัสการตะบะถม พระสงฆ์วัดนี้ เจ้าอธิการ ๑ อันดับเล่าสวดมนต์ ๖ รูป รวม ๗ รูป เจ้าอธิการจันทสรครองกฐิน โปรดให้พระองค์เจ้าทองแถม ถวัลยวงศ์ ถวายบริขารอันดับ พระราชทานสบงจีวรและจตุปัจจัยองค์ละตำลึงทั้ง ๗ รูป เสด็จกลับทอดพระเนตรหมู่บ้านครู่หนึ่ง เสด็จกลับประพาสไปในลำน้ำนี้ มีเกาะเล็กเกาะน้อยต่าง ๆ แลเห็นเขาและหมู่ไม้ดูงามมาก ลำน้ำก็แยกไปหลายแคว เสด็จประพาสถึงหมู่บ้าน ชื่อบ้านตะไล มีวัดมีอุโบสถอยู่ในน้ำเท่ากับวัดอ้ายหลาว ในบ้านนี้ เห็นเขาเป็นแนวติดเนื่องกันโดยรอบ ประทับพระราชทานพระกฐินเป็นกระบวนข้างใน พระสงฆ์เจ้าอธิการ ๑ อันดับ ๔ รวม ๕ รูป เจ้าอธิการอินทสรครองกฐิน พระราชทานจตุปัจจัย ราคาองค์ละตำลึงทั้ง ๕ รูป เวลาย่ำค่ำ เสด็จพระราชดำเนินกลับถึงเรืออุบลบุรพทิศ เวลายาม เสด็จประทับแรมเมืองปัจจันตคิรีเขตรอีกราตรีหนึ่ง

เมื่อเวลาเช้า เสด็จออกที่เรือพระที่นั่งอุบลบุรพทิศ พระยาพิพัฒนโกษา นำข้าราชการที่จะไปรับเสด็จ พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงเทวะวงศ์วโรปการ ณ เมืองไซ่ง่อน กราบถวายบังคมลา คือ พระยาวิชยาธิบดี ผู้ว่าราชการเมืองจันทบุรี ๑ หม่อมราชวงศ์ใหญ่สุวพรรณ ๑ กัปตันวิล นายเรือบางกอก ๑ หลวงพิไชยวารี กำกับการเลี้ยง ๑ มิสเตอร์ แกรซี ล่าม ๑ แล้วเสด็จขึ้น

วัน ๖ ๑๑ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

เวลาเช้า โปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าไตรพระกฐินเครื่องบริขารพร้อม ให้พระพิไชยชลธีไปทอดกฐินวัดกะบังรุง เดิมจะเสด็จแต่เป็นทางไกล จึงพระราชทานเสีย แล้ววัดปัจจันตนคราราม ก็โปรดให้พระพิไชยชลธีทอดเหมือนกัน เวลาเช้า ๕ โมง ออกเรือพระที่นั่งจากเกาะกงตัดไปข้างใต้ คลื่นลมพอประมาณ เวลาบ่าย ๓ โมง ถึงเกาะเสม็ดล่าง (นัยหนึ่งเรียกเกาะสนิท) ทอดเรือพระที่นั่งหน้าเกาะด้านฝั่ง บ่าย ๔ โมง เสด็จขึ้นประพาสพันธุ์รุกขชาติต่าง ๆ แล้วประพาสหาดทราย เวลาย่ำค่ำเศษ เสด็จกลับ แล้วถอยเรือพระที่นั่งมาทอดตรงเกาะเจ้าหน้าด่าน ประทับแรมในที่นี้

วัน ๗ ๑๑ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

เวลาย่ำรุ่งเศษ เสด็จขึ้นประทับที่ด่านบนฝั่ง แล้วเสด็จเกาะข้าว ประพาสหาด แล้วเสด็จเกาะขาม เสวยเช้าที่นั่น เวลาบ่ายโมงเศษเสด็จกลับเรือพระที่นั่ง เวลาบ่าย ๒ โมงครึ่ง ออกเรือจากหน้าด่านเกาะเสม็ดตัดตรงมาเกาะกูฎ เวลายามเศษ ถึงเกาะกูฎ เป็นเวลาคลุ้มมืด ทอดเรือพระที่นั่งตรงเกาะกูฎ

วัน ๑ ๑๑ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

เวลาย่ำรุ่ง ออกเรือพระที่นั่งจากหน้าเกาะกูฎ ไปเกาะกระดาษ เวลาเช้าโมงเศษถึง ทอดเรือพระที่นั่งตรงเกาะกระดาษด้านข้างฝั่ง เวลาเช้า ๓ โมงครึ่ง เสด็จพระราชดำเนินลงเรือพระที่นั่งกรรเชียงไปประทับเกาะกระดาษ เสด็จประพาสและประทับร้อนในที่นั้น เกาะกระดาษนี้ประกอบไปด้วยพรรณเบี้ยหอยต่าง ๆ งาม ๆ มาก ประทับอยู่จนเวลาย่ำค่ำ จึงเสด็จพระราชดำเนินกลับมาเรือพระที่นั่ง เวลาตี ๑๑ ออกเรือพระที่นั่งจากเกาะกระดาษ ผ่านอ่าวเมืองตราดไปเข้าช่องเกาะช้าง

วัน ๒ ๑๑ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

เวลาเช้า ๒ โมงเศษ ถึงเกาะช้างตรงปากคลองมะยม ทอดเรือพระที่นั่ง เจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์ มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท มาด้วยเรือเสนีศรสุรพงศ์ ไม่มีราชการอันใด ครั้นเจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์กราบถวายบังคมลากลับไปแล้ว เวลาเช้า ๔ โมงเศษ เสด็จพระราชดำเนินลงเรือพระที่นั่งกรรเชียง เข้าในคลองมะยม ประทับท่า เสด็จพระราชดำเนินไปตามทาง ไปถึงที่น้ำตกชั้นล่าง แล้วเสด็จขึ้นบนเขาตามทางที่กรมการตัดถางและผูกราวเป็นการเรียบร้อย เสด็จพระราชดำเนินไปถึงที่น้ำตกชั้นบน มีน้ำตกลงมาแต่ที่สูง งามมากกว่าทุกแห่ง ประทับที่ก้อนศิลาใหญ่ซึ่งโปรดเกล้าฯ ให้จารึกอักษรพระนาม จ.ป.ร. และศักราชไว้แต่เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินมา ณ ที่นี้ เมื่อปีวอก ฉศก ครังนี้โปรดเกล้าฯให้จารึกศักราช ๑๒๔๙ เติมลงอีก แล้วทรงฉายพระรูป แล้วเสด็จพระราชดำเนินขึ้นเขาต่อไปอีก ตามทางที่ตัดอ้อมเขาไปถึงชั้นบนที่น้ำตกสูง ทางน้ำไหลมาเป็นลำคลองยาว มีหาดทรายและก้อนกรวด ประทับทอดพระเนตรที่น้ำไหลตกจากเขาสูง แล้วทรงพระราชดำเนินเลียบลำธารที่เป็นคลองไป สองข้างคลองเป็นแผ่นดินราบมีศิลาบ้างเป็นป่าทึบ ในลำธารนั้นตื้นบ้าง ลึกบ้าง เป็นแห่งๆ เสด็จพระราชดำเนินไปได้แหลมหนึ่ง ถึงที่แห่งหนึ่ง ในลำธารนั้นมีก้อนศิลาใหญ่น้อยเต็มทั้งลำคลอง เป็นแก่งกันน้ำไหล ที่ริมธารเป็นป่ารกมาก จึงเสด็จลงทรงลุยน้ำในลำธารข้ามแก่งไป จึงโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามแก่งนี้ให้เรียกว่า แก่งทรงลุย เสด็จพระราชดำเนินต่อไปในลำคลองบ้าง ขึ้นบกบ้าง เลียบคลองไปบ้าง ไปตามลำคลอง มีคลองเล็กแยกเล็กๆ ไปอีกหลายแห่ง บางแห่งเป็นเกาะกลางคลองแยกไปสองข้างบ้าง เป็นที่สนุกน่าพิศวง ลำธารนั้นยาวไปไม่เห็นที่สุด เสด็จพระราชดำเนินไปจนเวลาบ่าย ๓ โมงเศษ ถึงที่แห่งหนึ่ง มีศิลาอยู่ริมลำธาร ประทับที่นั้น โปรดเกล้าฯ ให้จารึกศิลาเป็นอักษรพระนาม จ.ป.ร. และลงศักราช ๑๒๔๙ แล้วสรงน้ำและฉายพระรูป ประทับอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง เสด็จกลับเกือบบ่าย ๔ โมง ทรงพระราชดำเนินมาตามลำธารที่เสด็จไปนั้น แล้วมาขึ้นบก ลงจากเขา ตามทางที่เสด็จขึ้นไป ๒ ชั่วโมงเต็ม จึงถึงเชิงเขาที่น้ำตกชั้นล่าง เวลาจวนย่ำค่ำ ประทับสรงน้ำอีกครั้งหนึ่ง แล้วเสด็จพระราชดำเนินมาตามทาง ถึงท่าที่เรือพระที่นั่งประทับในคลองมะยม หลวงสลักเพ็ชรพัฒนกิจและราษฎรชาวเกาะมาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าถวายของต่างๆ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเงินแก่ผู้ที่มาเฝ้าตามสมควร และมีจีนชาวเกาะคนหนึ่ง กราบบังคมทูลพระกรุณาว่า เป็นคนยากจน ต้องเป็นหนี้ผู้มีชื่ออยู่เป็นเงินชั่งหนึ่ง จะขอพระราชทานเงินไปใช้หนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเงินชั่งหนึ่งให้แก่จีนผู้นั้นตามประสงค์ โดยความที่ทรงพระกรุณาแก่ผู้ที่ตกไร้ได้ยาก แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับมาประทับยังเรือพระที่นั่งอุบลบุรพทิศ เวลา ๗ ทุ่ม ออกเรือพระที่นั่งจากเกาะช้างไปเมืองตราด

วัน ๓ ๑๑ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

เวลาย่ำรุ่ง ถึงปากอ่าวเมืองตราด ทอดเรือพระที่นั่ง เวลาเช้า ๓ โมง เสด็จพระราชดำเนินลงเรือพระที่นั่งกรรเชียง มาขึ้นเรือกลไฟสำหรับบรรทุกน้ำ เข้าในแม่น้ำแล้วเลี้ยวเข้าคลองเมืองตราด เวลาย่ำเที่ยง เสด็จถึงเมือง ประทับเรือพระที่นั่งที่สะพาน ซึ่งพระยาพิไสยสุนทรการ ผู้ว่าราชการเมืองตราด จัดรับเสด็จ มีปะรำดาดผ้าขาวเป็นที่ประทับ เสด็จพระราชดำเนินขึ้นจากเรือพระที่นั่งประทับที่ปะรำนั้น พระยาพิพัฒนโกษา นำผู้ว่าราชการเมือง กรมการ และจีนเจ้าภาษีจีนพ่อค้า เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าถวายของ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานเสื้อแก่ผู้ที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทตามเกียรติยศ แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปตามถนนตลาด พร้อมด้วยกระบวนนำตามทั้งฝ่ายในและฝ่ายหน้า ในถนนตลาดนั้น ผู้ว่าราชการเมือง กรมการ ได้ดาดปะรำผ้าขาวร่มไปตลอดทาง เสด็จพระราชดำเนินเลี้ยวหน้าบ้านผู้ว่าราชการเมืองไปถึงวัดบุรินทรประดิษฐ์ ซึ่งเป็นวัดของผู้ว่าราชการเมืองในปัจจุบันนี้สร้าง ประทับในพระอุโบสถพระราชทานผ้าพระกฐิน พระสงฆ์จำพรรษาในพระอารามนี้ เป็นคณะธรรมยุติกนิกาย มีจำนวนเจ้าอธิการ ๑ อันดับ ๔ กับพระภิกษุคณะธรรมยุติกนิกายวัดท่าเลื่อนในเมืองตราดนี้มาช่วยการกฐินัตถารกิจอีก ๓ รูป เจ้าอธิการจันทศิริครองกฐิน โปรดเกล้าฯ พระราชทานเงินเป็นมูลค่าจตุปัจจัยแก่พระภิกษุวัดบุรินทรประดิษฐ์ ๕ รูปๆ ละแปดบาท พระราชทานแด่พระภิกษุวัดท่าเลื่อน ๓ รูป ๆ ละสี่บาท แล้วโปรดเกล้า ฯ พระราชทานเงินแก่พระพิไสยสุนทรการ สำหรับซ่อมพระอารามเป็นเงิน ๒ ชั่ง พระราชทานสำหรับใช้ในการเลี้ยงดูต่าง ๆ ในการพระกฐินอีก ๒ ชั่ง ครั้นพระราชทานพระกฐินแล้ว เสด็จพระราชดำเนินกลับจากวัดบุรินทรประดิษฐ์ เสด็จประพาสตลาด แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับลงเรือพระที่นั่งกลไฟ ออกจากสะพานที่ประทับเมืองตราด เวลาบ่าย ๓ โมง มาถึงเรือพระที่นั่งอุบลบุรพทิศ เวลาย่ำค่ำ เสด็จขึ้นประทับบนเรือพระที่นั่ง พระยาโชฎึกราชเศรษฐี มาจากกรุงเทพ ฯ ด้วยเรือกลไฟเล็ก มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ไม่มีราชการอันใด เป็นแต่นำสิ่งของต่าง ๆ มาทูลเกล้าถวาย ครั้นเวลา ๑๐ ทุ่ม ออกเรือพระที่นั่งจากปากอ่าวเมืองตราดไปทางช่องเกาะช้าง

ในวันนี้ เวลาก่อนเสด็จพระราชดำเนิน พระราชทานพระกฐิน ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานสัญญาบัตรให้ หลวงพนมประชากร เป็นหลวงคิรีเนมีทวีป ปลัดเมืองปัจจันตคีรีเขตร ถือศักดินา ๖๐๐ ครั้นเสด็จพระราชดำเนินกลับจากพระราชทานพระกฐินแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานสัญญาบัตรให้หลวงแพ่งเป็นหลวงรามฤทธิรงค์ ยกกระบัตรเมืองตราด ศักดินา ๕๐๐

วัน ๔ ๑๐ ๑๑ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

เวลาเช้า ๔ โมงเศษ ถึงแหลมสิงห์ปากน้ำเมืองจันทบุรี เรือพระที่นั่งเข้าทอดในปากน้ำ พระยาเทพสงคราม ปลัดและกรมการเมืองจันทบุรี หลวงราชไมตรี ปลัดเมืองขลุง หลวงสุนทรกองนอก บุตรพระแกลงแกล้วกล้าเมืองแกลง และจีนเจ้าภาษี จีนพ่อค้า ลงเรือมาเทียบที่เรือพระที่นั่ง เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าถวายของต่างๆ โปรดเกล้าฯ พระราชทานเสื้อตามสมควรแก่เกียรติยศ พระครูสังฆกิจบุรพา พาเจ้าคณะเมืองขลุงมาเฝ้าด้วย พระราชทานวัตถุเป็นมูลจตุปัจจัยห้าตำลึง ครั้นเรือพระที่นั่งรับน้ำจืดลงบรรทุกเสร็จแล้ว เวลาบ่ายโมงครึ่ง ถอนสมอ เรือพระที่นั่งใช้จักรออกจากเมืองจันทบุรี ข้ามอ่าวเมืองแกลงเข้าช่องเสม็ด เวลาย่ำค่ำ ถึงเกาะเสม็ด เรือพระที่นั่งทอดที่ปากช่องตรงแหลมหญ้า เวลา ๑๐ ทุ่ม ออกเรือพระที่นั่งจากช่องเสม็ดไปเมืองระยอง

วัน ๕ ๑๑ ๑๑ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

เวลาย่ำรุ่ง ถึงปากน้ำเมืองระยอง พระยาศรีสมุทรโภค ผู้ว่าราชการเมืองและกรมการเมืองระยอง มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาททูลเกล้าถวายสิ่งของ เวลาเช้าโมงครึ่ง ออกเรือพระที่นั่งจากปากน้ำเมืองระยองมาได้ ๔๕ นาที เครื่องจักรเรือพระที่นั่งเดินไม่สะดวก หยุดเรือพระที่นั่ง อินยิเนียแก้เครื่องจักรอยู่ชั่วโมงครึ่งจึงแล้ว เวลาเช้า ๓ โมง ๔๕ นาที ออกเรือพระที่นั่งใช้จักรต่อไป อ้อมออกนอกเกาะแสมสาร ผ่านไปหน้าเกาะคราม เวลาบ่ายโมงครึ่ง ถึงอ่าวสตือในเกาะครามด้านเหนือ เรือพระที่นั่งทอดในอ่าว เวลาบ่าย ๕ โมงเศษเสด็จพระราชดำเนินลงเรือพระที่นั่งกรรเชียงออกไปนอกอ่าว อ้อมเกาะไปหน้านอกด้านตะวันตก ประทับเสด็จขึ้นประพาสหาดกรวด เวลาย่ำค่ำ เสด็จกลับยังเรือพระที่นั่ง เวลา ๑๐ ทุ่ม ออกเรือพระที่นั่งจากอ่าวสตือเกาะครามเดินเลียบฝั่ง

วัน ๖ ๑๒ ๑๑ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

เวลาเช้าโมงเศษ ถึงแหลมร้อยลวดตรงอ่าวพัทยา ทอดเรือพระที่นั่ง แต่หาได้เสด็จพระราชดำเนินขึ้นประพาสไม่ พบเรือกลไฟเดบเคลีย

วัน ๗ ๑๓ ๑๑ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

เวลาย่ำรุ่งเศษ เสด็จพระราชดำเนินลงเรือพระที่นั่งกรรเชียงไปประทับท่าอ่างศิลา เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรสวน ซึ่งเป็นที่ประทับแต่ก่อน แล้วเสด็จประพาสตลาดอ่างศิลา เวลาเช้า ๒ โมงกับ ๔๕ นาที เสด็จกลับมาประทับเรืออุบลบุรพทิศ เวลาเช้า ๔ โมงครึ่ง ออกเรือพระที่นั่งจากหน้าอ่างศิลา เลื่อนไปหน้าเมืองชลบุรี ประมาณชั่วโมงเศษ ตรงเมืองชลบุรี ทอดเรือพระที่นั่งประทับแรม

วัน ๑ ๑๔ ๑๑ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

เวลาบ่าย ๒ โมง เสด็จพระราชดำเนินลงเรือพระที่นั่งกรรเชียง เรือกลไฟสำหรับบรรทุกน้ำ จูงเรือพระที่นั่งตรงเข้ายังฝั่ง ระยะทางชั่วโมงเศษ ถึงหน้าวัดเขาบางทราย ประทับเรือพระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยกระบวนนำตามไปประทับในพระอุโบสถ วัดเขาบางทราย พระราชทานพระกฐิน มีจำนวนพระสงฆ์จำพรรษา เจ้าอธิการ ๑ อันดับ ๑๑ รวม ๑๒ รูป เป็นคณะธรรมยุติกนิกาย เจ้าอธิการ ปุณณะกะ ครองกฐิน โปรดเกล้า ฯ พระราชทานวัตถุเป็นมูลจตุปัจจัยแก่พระสงฆ์ที่ในพระอารามนั้น รูปละสองตำลึง แล้วทรงบริจาคพระราชทรัพย์ทรงพระราชอุทิศ พระราชทานเป็นเครื่องเกื้อหนุนช่วยทุนในการตีพิมพ์หนังสือแสดงพุทธวัจนะต่างๆ สำหรับแจกสัปปุรุษสองชั่ง แล้วโปรดเกล้าฯ พระราชทานเงินแจกนักเรียน และพระราชทานแจกสัปปุรุษ แล้วเสด็จพระราชดำเนินลงเรือพระที่นั่งตีกรรเชียงจากท่าวัดเขาบางทรายไปสะพาน ขึ้นตลาด ระยะทาง ๔๐ มินิต ถึงสะพานยาว เสด็จพระราชดำเนินประพาสตลาดเมืองชลบุรีจนเวลาจวนย่ำค่ำ เสด็จพระราชดำเนินกลับลงเรือพระที่นั่ง เรือกลไฟสำหรับบรรทุกน้ำ จูงออกจากสะพานยาวเวลาย่ำค่ำ มาถึงเรือพระที่นั่งทุ่มหนึ่งกับ ๒๐ นาที ค่รั้นเวลา ๓ ยาม ออกเรือพระที่นั่งจากเมืองชลบุรีตั้งเข็มไปข้างใต้

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ