๏ ครั้นรุ่งสางสว่างพระเวหน พนักงานเครื่องต้นหุงปิ้งจี่
ต้มแกงพะแนงของดีดี ผัดหมูฉู่ฉี่ทอดหมี่มัน ฯ

ฯ ๒ คำ เจรจา ฯ

๏ เมื่อนั้น พิกุลทองเป็นไพร่ใช้ที่นั่น
รู้ว่าอสุรินสิ้นชีวัน จอมขวัญยินดีปรีดา
ว่ามนุษย์สามองค์ทรงฤทธิ์ มาสังหารผลาญชีวิตยักษา
หรือพระทรงสวัสดิ์ภัสดา ให้กระเหม่นนัยนานิฤมล
ทำไฉนจะแจ้งแห่งคดี จะตกร้ายกี่ทีดีกี่หน
คิดพลางทางกล่าวด้วยเล่ห์กล ฉันเป็นคนพึ่งบุญรู้คุณนาย
เครื่องอานครั้งนี้ไม่เหมือนก่อน เผ็ดร้อนเค็มมากยากใจหาย
ยักษาเสพสุราไม่เว้นวาย ถึงเผ็ดร้อนผ่อนสบายชอบพระทัย
นี่ท้าวเธอเป็นมนุษย์สุดจะยาก เปรี้ยวมากหวานมากจึงจะได้
ข้าเคยทำเครื่องอานการข้างใน เข้าใจคาวหวานชำนาญเคย ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ บัดนั้น นายครัวว่ากลัวจริงจริงเหวย
เครื่องมนุษย์นี่ไม่เข้าใจเลย ชาวเราเอ๋ยเสียหลังแล้วครั้งนี้
จึงหันหน้าว่ากับพิกุลทอง อย่างไรน้องกรุณาเมตตาพี่
เอ็นดูด้วยช่วยเทียบให้ที สุดแท้แต่ดีอย่าอำพราง ฯ

ฯ ๔ คำ เจรจา ฯ

๏ เมื่อนั้น พิกุลทองสมจิตไม่คิดหมาง
จัดแจงโต๊ะเตียบแล้วเทียบวาง พิกุลทองของนางติดมือไว้
พอนายครัวนั้นไม่ทันดู โฉมตรูเหน็บแนบแอบใส่
ไกล่เกลี่ยเสียพลันทันใด ในจานยำใหญ่เป็นสำคัญ
รีบเร่งเร็วรัดตีบัตรตรา พวกเชิญเข้ามาขมีขมัน
พอเชิญเครื่องไปนัคราไม่ช้าพลัน ขึ้นเฝ้าทรงธรรม์พระราชา ฯ

ฯ ๖ คำ ชุบ ฯ

๏ ครั้นถึงจึงตั้งยังสถาน พวกนางพนักงานรับเปิดฝา
ทูลเชิญสามกษัตริย์ขัตติยา ให้เสวยโภชนากระยาหาร ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระจอมวังฟังแจ้งแถลงสาร
ชวนสองพระราชกุมาร เสวยโภชนาหารสำราญรมย์ ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ คำนึงถึงอุ่นเรือนเจ้าเพื่อนยาก กำจัดจากปางใดจะได้สม
ได้แต่สองลูกยามาไว้ชม พระปรารมภ์คิดถึงตะลึงตะไล
ลืมเคี้ยวโภชนาสาลี เคี้ยวโน่นเคี้ยวนี่หาโปรดไม่
หอเห็นดอกพิกุลฉุนพระทัย สงสัยหยิบทอดทัศนา ฯ

ฯ ๔ คำ ร่าย ฯ

๏ จำได้ว่าของพระน้องแก้ว ผ่องแผ้วโสมนัสหรรษา
ล้างพระหัตถ์แล้วตรัสถามลูกยา เจ้าว่าพิกุลทองนี่ของใคร
ช่างทองมือไหนที่ใต้ฟ้า ทำเทียมเห็นว่าหาเหมือนไม่
เจ้าจงดูแลให้แน่ใจ ที่ไหนใครเป็นเช่นมารดา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น สองโอรสบังคมก้มเกศา
ต่างองค์ทรงพิจารณา จริงแท้แม่ข้าอยู่เมืองนี้
พระพี่หยิบขึ้นทูลเกศา พระน้องชิงเอามาทูนเกศี
สององค์ต่างทรงโศกี พระพี่กอดน้องร้องร่ำไร ฯ

ฯ ๔ คำ โอด ฯ

๏ เมื่อนั้น พระพิไชยมงกุฎศรี
ปลอบสองลูกยาอย่าอึงไป ยังไม่ตระหนักประจักษ์ความ
แล้วทำกริ้วกราดประภาษไป เวรนี้เวรใครจงไปถาม
ไม่นิจพิศดูทำวู่วาม เพิกเฉยเลยตามอำเภอใจ
พิกุลทองของใครตกในเครื่อง ไม่รู้ข่าวราวเรื่องเป็นไฉน
สองพระลูกยาโศกาลัย เร่งไปเอาตัวแม่ครัวมา ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ฝูงกำนัลตกใจเป็นนักหนา
รับสั่งแล้วพลันมิทันช้า ชิงกันขึ้นหน้ารีบคลาไคล ฯ

ฯ ๒ คำ เชิด ฯ

๏ ครั้นถึงบอกกับยายนายเครื่อง จอมกษัตริย์ขัดเคืองเป็นข้อใหญ่
เหตุด้วยพิกุลทองของใคร ใส่ไว้ไม่พิจารณา
จนพระโอรสยศไกร โศกาลัยแค้นขัดมนัสา
พระองค์ท้าวทรงพระโกรธา ให้รีบหาตัวไปจะไล่เลียง ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น พวกเครื่องงกงันช่วยกันเถียง
นางมนุษย์มาใหม่เข้าใกล้เคียง บ่ายเบี่ยงลวงหลอกบอกอุบาย
เขาว่าตัวเขาเป็นชาวเครื่อง ยักเยื้องออกตัวไม่กลัวหวาย
ข้าเบาจิตผิดไปแล้วคุณนาย ถึงวอดวายไม่วางนางคนนี้ ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พิกุลทองรับว่าข้าใหม่นี้
เคราะห์กรรมแล้วจะทำกระไรมี น้องไม่ขัดพี่อย่าเป็นทุกข์
นางทำสำออยอ้อยอิ่ง น้ำใสใจจริงเกษมสุข
ทำบ่นบ้าว่าเคราะห์จำเพาะยุค แล้วนางลุกจัดแจงตะแบงมาน ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น สาวสรรบ่นว่าน่าสงสาร
รีบหาเทวีตะลีตะลาน กับนายครัวตัวการขึ้นเฝ้าพลัน ฯ

ฯ ๒ คำ เชิด ฯ

๏ ถึงหน้าพระที่นั่งแล้วยั้งหยุด พอสองราชบุตรรังสรรค์
แลเห็นมารดาขึ้นมาพลัน พากันลงจากแท่นมณี
สององค์ตรงเข้ากอดบาท เจียนจะสิ้นชีวาตม์ทั้งสองศรี
ไม่ทันตรัสอัดอั้นอินทรีย์ วิสัญญีนิ่งแน่แดดาล ฯ

ฯ ๔ คำ โอด ฯ

๏ เมื่อนั้น พิกุลทองโฉมยงสุดสงสาร
สำคัญว่าโฉมฉายทำลายปราณ กอดกุมารซอนซบสลบไป ฯ

ฯ ๒ คำ โอด ฯ

๏ เมื่อนั้น พระมงกุฎเศร้าสร้อยละห้อยไห้
เห็นองค์ขนิษฐาพิราลัย สองสายใจโอรสปลดปลง
เปรียบดังพญานาคราช มาพิฆาตพ่นพิษให้ผุยผง
โจนจากที่นั่งบัลลังก์ทรง กอดกษัตริย์สามองค์วิสัญญี ฯ

ฯ ๔ คำ โอด ฯ

๏ บัดนั้น กำนัลนางพวกเหล่าสาวศรี
เห็นกษัตริย์ที่องค์ทรงโศกี สิ้นสมประดีสลบไป
ต่างคนตระหนกอกสั่น เข้านวดฟั้นผันแปรแก้ไข
ยื่นสุคนธ์ปนปรุงจรุงใจ ชโลมให้ที่กษัตริย์ขัตติยา ฯ

ฯ ๔ คำ สาธุการ ฯ

๏ รวยรินกลิ่นกลั่นคันธรส ดอกไม้สดซึมซาบอาบนาสา
สี่กษัตริย์ชุ่มชื้นฟื้นวิญญาณ์ ผ่านฟ้าตรัสถามนางทรามวัย
เนื้อนวลร่วมวันขวัญข้าวพี่ พี่คว้าหาโฉมศรีหาพบไม่
ได้แต่สองลูกน้อยกลอยฤทัย ค้นหายาใจในนัที
ไปถึงท่าได้ผ้าสไบน้อง พี่ร่ำร้องเรียกหานางโฉมศรี
ตามรอยพิกุลมาในวารี พอสูญที่ต้นไทรใจรอนรอน
สาลิกาบอกความรีบตามติด เอาชีวิตแลกรักต้องสมร
พบฤๅษีเฒ่าชี้หนทางจร จนรบรอนยักษ์ตายได้ธิดา
พี่สงสัยใครช่วยเจ้าขึ้นฝั่ง .........[๑] สงสัยเป็นนักหนา
เห็นจะสิ้นเคราะห์กรรมที่ทำมา ขวัญเอ๋ยขวัญกัลยาอย่าตกไกล ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ ฟังตรัส ศรีสวัสดิ์ทูลพลางทางร่ำไห้
คว้าลูกสององค์กับทรงไชย พอคลื่นใหญ่โยนมาคว้าไม่ทัน
เจ็ดราตรีอยู่ที่ชเลกว้าง เผอิญนางเมขลามาถึงนั่น
อุ้มมาถึงท่าด้วยฉับพลัน เมียด้นดั้นโหยหาพระสามี
ยักษาไปพาเมียมาไว้ จะตั้งให้เป็นเอกมเหสี
ไม่ยอมยักษ์ยักษ์ฟันลงทันที บุญมีไม่ม้วยด้วยมือมาร
โกรธาสั่งข้าเป็นวิเสท แสนสมเพชเมียนักมันหักหาญ
จะตายวันพันหนสู้ทนทาน ทูลพลางนงคราญก็โศกา ฯ

ฯ ๘ คำ โอด ฯ

๏ เจ้าพี่ มารศรีผู้ยอดเสน่หา
ทั้งนี้บุญกรรมได้ทำมา เหมือนเทวาต้นร้ายปลายดี
จงหักโศกเถิดเจ้ายากเท่านั้น จะนับวันปรีดิ์เปรมเกษมศรี
แล้วตรัสสั่งชาวคลังไปทันที จัดเครื่องทรงส่งศรีภูษามา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ครัวนางคลังในเสนอหน้า
กราบกรานแล้วคลานออกมา จัดหาเครื่องต้นเครื่องทรง ฯ

ฯ ๒ คำ เจรจา ฯ

๏ ใส่พานคลานเข่าเข้ามาตั้ง พร้อมทั้งพนักงานนํ้าสรง
ต่างคนรีบรัดจัดประจง เชิญเสด็จโฉมยงสรงวารี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พิกุลทองเยาวยอดนารีศรี
เสด็จเข้าที่สรงชลธี พร้อมเหล่าสาวศรีกำนัลใน ฯ

ฯ ๒ คำ เสมอ ฯ

๏ นั่งเหนือแท่นทองรองสรง บุษบงกระเซ็นเย็นใส
หยัดย้อยฝอยฟุ้งจรุงใจ กลิ่นบุปผามาลัยตรลบกาย
สาวสกรรจ์สันทัดเข้าขัดสี พระฉวีเปล่งเหมือนกับเดือนฉาย
ทรงสุคนธ์ปนทองละอองอาย ทั้งคันฉ่องส่องพระฉายผัดพักตรา
ทรงภูษากรวยชายเขียนลายมาศ เข็มขัดคาดรัดองค์ทรงภูษา
ทรงสไบซ้ำซ้ำธรรมดา ธำมรงค์วงราคาค่าบุรี
หยิบมงกุฎจัดนวมจะสวมทรง คิดอายฝูงอนงค์นางสาวศรี
เขาจะว่าปล่อยแก่แน่กระนี้ แล้วเทวีทรงรัดเกล้าเนาวรัตน์
ข้าหลวงน้อยน้อยคอยอยู่งาน รำเพยพานเหื่อแห้งแป้งผัด
พวกเอาหน้านั่งเบียดคอยเยียดยัด ศรีสวัสดิ์นวยนาดยาตรา ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฉุยฉาย ฯ

๏ ครั้นถึงจึ่งถวายอภิวาท สามีธิราชนาถา
สวมสอดกอดสองพระลูกยา จุมพิตปรางปราด้วยยินดี ฯ

ฯ ๒ คำ ชมโฉม ฯ

๏ เมื่อนั้น พระสุริยวงศ์ทรงสวัสดิ์รัศมี
พิศโฉมแก้วกัลยาณี ถึงทั้งมีลูกเต้ายังเพราพริ้ง
งามศักดิ์งามทรงดังวงวาด วาจามารยาทสมเป็นหญิง
พูดเป็นดอกพิกุลมีบุญจริง เกศายิ่งหอมหวนชวนชื่นใจ ฯ

ฯ ๔ คำ ร่าย ฯ

๏ ชมพลางทางสั่งสาวศรี บอกอรุณวดีพิสมัย
ให้นางกัลยามาไวไว จะรู้จักกับนางเทวี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้น สาวสรรประณตบทศรี
รับสั่งแล้วพลันทันที จรลีไปปรางค์ปราสาทไชย ฯ

ฯ ๒ คำ ชุบ ฯ

๏ ครั้นถึงจึ่งทูลกัลยา ว่าผ่านฟ้าบำรุงกรุงใหญ่
ใช้ข้ามาทูลพระทรามวัย ให้เสด็จขึ้นไปเพลานี้
นางที่พระบิดาเก็บมาได้ ใช่อื่นคือองค์มเหสี
เป็นแม่สองกุมารชาญฤทธี เห็นจะให้เทวีไปบังคม ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น โฉมอรุณนารินปิ่นสนม
ฟังความหวามไหวพระทัยตรม ดังหนามยอกตอกระบมในอุรา
จึงปรึกษาหารือพระพี่เลี้ยง ครั้งนี้น้องเพียงจะคลั่งเป็นบ้า
บัดนี้สมเด็จพระภัสดา รับสั่งให้หาน้องขึ้นไป
จะให้น้องคมคัลท่านเมียหลวง จะหาญหักหนักหน่วงก็ไม่ได้
นางที่บิดาเอามาไว้ ให้ไหว้ดีหรือมิไหว้นะพี่อา ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น พี่เลี้ยงบังคมก้มเกศา
ยุแยงแกล้งบอนเจรจา แม่จะวันทาไม่ควรที่
เป็นคนหัวพลัดจากจรมา ต่ำช้าสารพัดจะบัดสี
บ้านเมืองของเราเจ้าเทวี นางนี้ทรพลคนเชลย
ยกขึ้นน่าชังตั้งเป็นใหญ่ กลับให้แม่ไหว้กรรมกรรมเอ๋ย
ผู้ดีเป็นไพร่พี่ไม่เคย แม่ทรามเชยอย่าไหว้อายกำนัล ฯ

ฯ ๖ คำ เจรจา ฯ

๏ ได้ฟัง ช่างขัดแค้นแสนศัลย์
จะเป็นไรก็เป็นได้เล่นกัน ไม่เมตตาฆ่าฟันก้มหน้าตาย
ตรัสพลางแต่งองค์ทรงเครื่อง รุ่งเรืองพริ้งเพริศเฉิดฉาย
เสด็จจากปรางค์สุวรรณพรรณราย ข้าหลวงทั้งหลายก็ตามมา ฯ

ฯ ๔ คำ เพลง ฯ

๏ มาถึงมณเฑียรวิเชียรรัตน์ นางกษัตริย์เลียบแลขวา
แล้วบังคมสมเด็จพระภัสดา แกล้งทำขึ้งปึ่งชาไม่พาที ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระพิไชยมงกุฎโฉมศรี
เห็นนางอรุณวดี ท่วงทีขึงขังปั้นปึ่งนัก
ตรัสเรียกร้อยชั่งมานั่งนี่ ธุระมีจะแถลงแจ้งประจักษ์
ที่ให้หาโฉมยงนงลักษณ์ มารู้จักกับเจ้าพิกุลทอง
ขวัญข้าวเจ้าตกอยู่เมืองนี้ บุญพี่มาพบสบสนอง
ขอเชิญทรามสงวนนวลละออง จงปรองดองวันทาเทวี
ผัวจะได้สบายไปภายหน้า แก้วตาเป็นน้องนั้นเป็นพี่
เหมือนทรามวัยให้สุขกับสามี อย่ากังขาราคีไม่ต้องการ ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นางอรุณแค้นหนักทูลหักหาญ
ตรัสมานี้ต้องคลองบุราณ แต่รำคาญข้องในนํ้าใจเมีย
แม้นพระองค์ได้นางมาทางอื่น เมียแสนชื่นกราบไหว้ก็ไม่เสีย
อันนางใช้ครัวเห็นปัวเปีย ยกเมียให้วันทาระอาพักตร์
เมื่อพระองค์ไม่ทรงเมตตา จะฆ่าตีชีวาให้ประจักษ์
รักตัวกลับชั่วลงเพราะรัก พระทรงศักดิ์ชุบเลี้ยงให้เที่ยงธรรม ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระสามีเคืองขัดอัดอั้น
จึงตรัสว่าขี้หึงพูดดึงดัน ลูกกระษัตริย์เหมือนกันทำลืมตัว
บิดาไปพาเขามาไว้ กลับว่าข้ามาให้ใส่ความชั่ว
เจ้าพูดข่มเหงไม่เกรงกลัว ทั้งนี้ก็เพราะตัวไม่มีบุญ
แล้วไปเถิดเจ้าเจ้าไม่ไหว้ พี่จะลาคลาไคลอย่าเคืองขุ่น
บุญน้อยกลอยใจไม่การุณย์ เจ้าหาจุลหาจักรศักดิ์สมกัน ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นางเคืองขัดแค้นค้อนค่อนเสกสรร
อนิจจาทรงยศประชดประชัน ตรัสไยอย่างนั้นพระภูมี
ถึงบิดาพามาได้ร่วมรัก รู้ประจักษ์ทั้งปรางค์ปราสาทศรี
แต่หากนางทำชั่วตัวไม่ดี จึงส่งไปไว้ที่หุงต้มแกง ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พิกุลทองเจ็บชํ้าคำแสลง
จึงร้องว่าเจ้าอย่าตะแคะตะแคง เสแสร้งมุสาพูดพาโล
ข้าได้เสียเป็นเมียพ่อเจ้าหรือ นางคนถือจัดจ้านพาลโทโส
เดิมทีวิรุฬจักรยักษ์โกโร มันเมาโมหะมากอยากเชยชม
ตั้งแต่ป่าจนมาถึงปราสาท เฝ้าหมายมาดชมชิดสนิทสนม
เรามิได้ปรารถนาสมาคม ขืนนิยมลูบคลำนั้นร่ำไป
แล้วไม่เหมือนเป็นซื่อสัตย์ เราบอกปัดไม่รักอย่าสงสัย
ข้าสัตย์ซื่อถือมั่นจนบรรลัย ครั้นนางไปพักตร์ยักษ์กลับมา
แปลงเป็นมนุษย์เข้ามาเกี้ยว แล้วโกรธเกรี้ยวว่าเรานี้ด่าว่า
กลับเป็นยักษ์ซัดพระขรรค์ฟันกายา บุญของข้าพระขรรค์สะบั้นไป
การนี้สาวใช้ก็ได้เห็น ถึงจะปิดมิดเม้นหาลับไม่
แล้วยักษ์ส่งนายครัวมอบตัวใช้ จริงอย่างไรนางงามถามมารดา ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น รักยมแค้นขัดสหัสา
ทูลองค์ทรงฤทธิ์พระบิดา ลูกเจ็บอายขายหน้านักภูมี
เขาว่าแม่นี้ชั่วช้า จะเอาหน้าไว้ไหนพระโฉมศรี
พระก็เป็นกษัตราเจ้าธานี ภูมีไล่เลียงดูเป็นไร
ฤๅว่าพระฟังเล่นเห็นว่าเพราะ ลูกไม่เห็นเหมาะที่ตรงไหน
ว่าพลางทางคว้าพระขรรค์ไชย หมายใจจะฆ่านางอรุณ ฯ

ฯ ๖ คำ เชิด ฯ

๏ องค์พระบิดาเข้าคว้าได้ นี่อะไรกราดเกรี้ยวเฉียวฉุน
ราวกับฝอยติดไฟไหม้เป็นจุณ ทำว้าวุ่นไม่งามเสียความเรา
แล้วตรัสถามพิกุลทองน้องเจ้าพี่ นางอรุณวดีเขาว่าเจ้า
นอกใจผัวชั่วจริงฤๅนงเยาว์ จะไม่ถามความเล่าเป็นชายทราม ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ พิกุลทองทูลว่าหามิได้ เขากล่าวไว้ว่าชั่วตัวต้องถาม
ถ้าสืบสวนว่ากล่าวจะเบาความ ขอทำตามสัตย์ซื่อพิสูจน์ตัว
เมียจะขอลุยไฟให้คนเห็น จะไว้เช่นนารีดีฤๅชั่ว
แม้นซื่อตรงก็คงจะเป็นตัว ถ้าลักเล่นเหนือผัวคงวายปราณ •ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระโฉมยงทรงตรัสเสียงฉาดฉาน
เหวยพวกอำมาตย์ราชการ อย่านิ่งนานกองไฟใส่ตรงนี้ ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้น เสนารับใส่เกศี
เรียกหาบ่าวไพร่ใช้ทันที ขุดรางใส่อัคคีตรงชานพัก ฯ

ฯ ๒ คำ ยานี ฯ

๏ โดยกว้างสี่ศอกยาวแปดศอก เอาไม้ตอกเสามุมหลุมละหลัก
สายสิญจน์ลงยันต์กันผียักษ์ ตั้งศาลอารักษ์สูงเพียงตา
นิมนต์สิทธาเข้ามานั่ง อีกทั้งชีพราหมณ์ถ้วนหน้า
แล้วเชิญทรงกลดรจนา ทั้งพระแสงปราบดาใส่พานทอง
ญาติวงศ์พงศาเสนายักษ์ ก็พร้อมพรักแน่นนั่งทั้งผอง
ถือพิพัฒน์สัจจาว่าแซ่ซ้อง รักพวกพ้องไม่เท่าเจ้าแผ่นดิน ฯ

ฯ ๖ คำ เจรจา ฯ

๏ เมื่อนั้น พระพิไชยสุริย์วงศ์ทรงศิลป์
ตรัสกับกัลยายอดนาริน จงลุยไฟให้สิ้นมลทินตัว
ยักษาเทวาในสถาน จะได้เห็นเป็นพยานกันทั่วทั่ว
หรือเห็นไฟใจหวั่นประพรั่นกลัว ถ้าไม่ชั่วเนื้อเย็นไม่เป็นไร ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พิกุลทองผ่องพักตร์เพียงแขไข
ทูลลาพระองค์ทรงไชย โลมลูกสายใจอย่าโศกา
แล้วนงคราญหยิบพานธูปเทียน ประจงเจียนสิงสรรพ์พรรณบุปผา
ทูลเกล้าแล้วกล่าวด้วยวาจา ขอเชิญเทวาทุกพิมาน
อีกองค์พระพิเนศพินาย อิศวรนารายณ์ทุกสถาน
ถ้าข้าไม่ตรงต่อภูบาล ขอให้ไฟไหม้ผลาญข้าม้วยมิด
แม้นข้าซื่อสัตย์ต่อสามี ให้อัคคีเย็นรื่นชื่นจิต
เปรียบดังคงคาสุรามฤต หายร้อนถอนพิษอย่าแผ้วพาน
คุณสองชนกมาปกเกล้า ทั้งคุณท้าวภัสดากล้าหาญ
มาคุ้มครองป้องกันในสันดาน นงคราญเกษมเปรมปรีดิ์ ฯ

ฯ ๑๐ คำ สาธุการ ฯ

๏ กราบลงที่ตรงเพลิงกล้า เสนากระพือพัดถี่
โฉมยงก้าวลงในอัคคี เย็นดังวารีทิพรส
กวักเรียกนางอรุณโฉมศรี มาลุยเพลิงกับพี่ให้ปรากฏ
งามดังนางสวรรค์ชั้นโสฬส ทอดกรอ่อนชดไปมา ฯ

ฯ ๙ คำ เชิดฉิ่ง ฯ

๏ คนดูเยียดยัดอัดแอ ก็เซ็งแซ่สรรเสริญเป็นนักหนา
จริงแท้แน่นักประจักษ์ตา มีบุญนักหนาพระเทวี
เทวารักขากำพูฉัตร เทพทั่วจังหวัดราศี
โปรยทิพบุปผาสุมาลี ดับแสงอัคคีทันใด ฯ

ฯ ๔ คำ กระบองกัน ฯ

๏ เมื่อนั้น พระมงกุฎรัศมีศรีใส
กับสองโอรสยศไกร เข้าประคองทรามวัยจากอัคคี ฯ

ฯ ๒ คำ เสมอ ฯ

๏ นั่งเหนือปัจถรณ์อ่อนละมุน ตรัสกับนางอรุณโฉมศรี
ตัวเจ้าจงเข้าลุยอัคคี มารศรีเป็นคนต้นความ
เดิมเจ้าว่าเขาเป็นเมียพ่อ ลวงล่อจ้วงจาบหยาบหยาม
เขาเถียงเจ้าว่าเขาไม่ผ่อนตาม ลุยไฟไว้งามกับตาคน
ยักษาเทวาสาธุการ โปรยทิพสุมาลย์เกลื่อนกล่น
ถึงทีแก้วตาแล้วหน้ามน จะลือเลื่องเบื้องบนจบฟ้าดิน ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ ได้ฟัง หันหน้าหันหลังนั่งผันผิน
คิดพลางกล่าวตอบพระภูมินทร์ เห็นสิ้นบริสุทธ์วิมุตความ
มิใช่เมียปักหน้าว่าเห็น เขาพูดเล่นแซ่ไปเมียได้ถาม
ชายกับหญิงอยู่ด้วยกันมันไม่งาม นั่นแหละตามผ่านฟ้าจะหารือ
จะให้น้องลุยไฟอย่างไรนั่น ใครกล่าวชั่วตัวฉันกระนั้นหรือ
เจ้าข้าเอ๋ยเสริมส่งส่งกระพือ จะเหยียบเมียไม่ให้หือขึ้นพ้นดิน ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ นางงาม กล่าวความปลิ้นปลอกออกตัวสิ้น
เสริมส่งใครเจ้าเฝ้าเล่นลิ้น ดูหมิ่นไม่กลัวนางตัวดี
ตรัสพลางขยับจับไม้เรียว หวดดังเขวียวเขวียวถูกโฉมศรี
นางกราดกรีดหวีดวิ่งเป็นสิงคลี เถียงพลางทางหนีวนเวียน ฯ

ฯ ๔ คำ ศัพท์ไทย ฯ

๏ ปากกล้า ใส่ความหนามเสี้ยน
แกล้งก่อล้อเลียน พากเพียรแก่ตัว
ให้ไหว้ไม่ไหว้ ถือใจไม่กลัว
ปึ่งเอาเจ้าผัว ใส่ชั่วเทวี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อไรข้า เอาชั่วใส่ใครกระนี้นี่
เจรจาพาที ไม่มีสัจธรรม
เขาว่าทุกข์ใจ จับไม้เรียวรัน
สิ้นชาติขาดกัน แต่วันนี้ไป ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เจ้าโทโส หันหน้ามาโต้หากลัวไม่
เป็นไรเป็นไป ขาดไหนขาดกัน
เป็นเมียของข้า กลับว่าอย่างนั้น
ภูมีตีรัน แจ่มจันทร์รับรอง ฯ

ฯ ๔ คำ เชิด ฯ

๏ เมื่อนั้น โฉมอรุณขุ่นหมอง
ถูกโพยภัสดาน้ำตานอง หนีพลางทางร้องเร่งคลาไคล ฯ

ฯ ๒ คำ โอ้ ร่าย ฯ

๏ เดินพลางทางทรงกันแสงศัลย์ อายฝูงกำนัลน้อยใหญ่
อยู่ด้วยกันไม่ทันสักเท่าไร มาต้องรับโพยภัยพระสามี
ดึงดื้อเพราะถือคำพี่เลี้ยง จึงทุ่มเถียงกระเหนียดเสียดสี
ผัวว่าสิ่งไรไม่ไยดี อันสตรีใครอย่าดูเยี่ยงเรา
ไม่เกรงผัวตัวต้องจรเป็นหม้าย ถ้ากลัวอายรักนวลสงวนเขา
ต้องปล่อยปละละลดสู้อดเอา อันหนึ่งเจ้าของผัวต้องกลัวเกรง
รู้สึกผิดคิดได้สิกายยับ สำทับเขาเย้ยเยาะไม่เหมาะเหม็ง
จะโทษใครโทษใจของตัวเอง ให้วังเวงเดินพลางทางโศกา ฯ

ฯ ๘ คำ โอด ฯ

๏ ครั้นถึงจึงเข้าไปในห้อง กอดเข่าเศร้าหมองบ่นบ้า
พี่เลี้ยงกำนัลนานา ฟั้นยาทาทั่วทั้งอินทรีย์ ฯ

ฯ ๒ คำ เจรจา ฯ

๏ เมื่อนั้น นางอรุณกำสรดกันแสงศรี
โอ้พระจอมอิศโรโมลี สิ้นปรานีรักใคร่อาลัยแล้ว
น้องผิดนิดหน่อยหนึ่งเท่านั้น ทรงธรรม์ขัดข้องไม่ผ่องแผ้ว
โบยตีกายาข้าเป็นแนว พระทูลกระหม่อมแก้วพึ่งเห็นใจ
มีผัวหวังว่าจะหาสุข กลับได้ทุกข์เศร้าหมองไม่ผ่องใส
ร่ำพลางนางสลดระทดใจ ทรามวัยข้อนทรวงเข้าโศกา ฯ

ฯ ๖ คำ โอด ฯ

๏ อยู่ไย ไหนไหนไม่พ้นครหา
ตายเสียเถิดเกิดใหม่ให้ลับตา ชาตินี้ข้าเป็นสตรีคนมีกรรม
พอลับตาพวกเหล่าสาวศรี นางลุกจากแท่นที่พิไรร่ำ
หมกมุ่นขุ่นแค้นแสนระกำ งามขำหาที่ผูกคอตาย ฯ

ฯ ๔ คำ เพลงฉิ่ง ฯ

๏ บัดนั้น พี่เลี้ยงประหวั่นขวัญหาย
เห็นนางทรามวัยไม่สบาย ก็กวดชายตามดูอยู่ไกลไกล ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นางอรุณครวญคร่ำร่ำไห้
มาพ้นสาวสรรกำนัลใน ทรามวัยจะปลงชนมา ฯ

ฯ ๒ คำ โอ้ ฯ

๏ นางจึงยอกรอ่อนเกศ ทั่วไท้เทเวศร์ทุกแหล่งหล้า
อีกทั้งชนนีบิดา ธรณีคงคาทั้งพระพาย
ข้าจะอาสัญในวันนี้ ขอเกิดพบภูมีเหมือนใจหมาย
เป็นคู่สร้างทุกชาติอย่าคลาดคลาย อย่าหน่ายเสน่ห์น้องเป็นสองเมีย
ชายอื่นอย่าให้ข้าปฏิพัทธ์ จงกำจัดหลีกไปให้ไกลเสีย
ขอแต่ผ่านเกล้าอยู่เคล้าเคลีย นางคิดเสียใจเศร้าเปล่าวิญญาณ์ ฯ

ฯ ๖ คำ โอด ฯ

๏ แข็งจิตคิดอายเสียดายชื่อ อยู่หรือก็อายตายดีกว่า
เปลื้องสไบที่ทรงติดองค์มา ผูกกิ่งมณฑาหน้าเกยทรง
สานรวดกวดชิดกระหมิดมั่น ชายหนึ่งพันผูกศอนวลหง
หัตถ์ปล่อยห้อยโหนโยนองค์ หมายจะให้ปลดปลงพิราลัย ฯ

ฯ ๔ คำ เชิดฉิ่ง ฯ

๏ พี่เลี้ยงวางวิ่งชิงแก้ เซ็งแซ่กรีดกราดหวาดไหว
บ้างเป่ายาหาหมอวิ่งสอไป บ้างคลาไคลไปทูลพระมารดา ฯ

ฯ ๒ คำ เจรจา ฯ

๏ เมื่อนั้น สุนทรตบอกตกประหม่า
ตรัสเรียกกำนัลกัลยา รีบมาปราสาทพระบุตรี ฯ

ฯ ๒ คำ เชิด ฯ

๏ ครั้นถึงจึงกอดพระธิดา นางพญาตรัสสั่งอึงมี่
เรียกหมอนวดหมอยามาทันที แก้ไขเทวีก็ฟื้นพลัน ฯ

ฯ ๒ คำ รัว เจรจา ฯ

๏ เมื่อนั้น นางอรุณคร่ำครวญกำสรวลศัลย์
กราบบาทมารดาแล้วจาบัลย์ รำพันทูลสารพระมารดร ฯ

ฯ ๒ คำ โอ้ ฯ

๏ โอ้พระมารดาของลูกเอ๋ย พระคุณเคยกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงสั่งสอน
ลูกทำชั่วใส่ตัวจึงเดือดร้อน อยากม้วยมรณ์ให้ลับอัประมาณ
บัดนี้สมเด็จพระผ่านฟ้า ตีข้าแกล้งตรัสประหัตประหาร
นางมนุษย์โรงครัวตัวโปรดปราน เป็นแม่สองกุมารพระลูกอา
จะให้ลูกวันทาว่าเมียหลวง ลูกทูลท้วงนางนี้เป็นขี้ข้า
พระภูมีตีลูกพระมารดา จักแหล่นชีวาจะบรรลัย
ความอายจะตายเสียให้พ้น อยู่ดูหน้าคนกระไรได้
สำหรับจะอัประมาณไป ทรามวัยทอดองค์ทรงโศกา ฯ

ฯ ๘ คำ โอด ฯ

๏ เมื่อนั้น พระมารดรกอดลูกเสน่หา
ตรัสว่าขวัญข้าวเจ้าแม่อา อนิจกรรมกรรมทำผิดไป
ไม่ควรจะตายวายชีวิต เห็นผิดเป็นชอบหาชอบไม่
ผัวว่าแก้วตาไม่ตามใจ จะให้ไหว้ต้องไหว้อย่าดื้อดึง
อย่างไรเขาก็ไปเป็นเมียหลวง เจ้าหนักหน่วงต่อล้อเป็นข้อหึง
มันจึงเกิดวุ่นวายได้อายอึง ทุกวันพึ่งบุญใครเจ้าไม่คิด ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ ฟังมารดา กัลยารู้ตัวว่าตัวผิด
ฟังคำแม่สอนด้วยอ่อนฤทธิ์ เปลื้องปลิดโทโสหายโกรธา
จึงทูลว่าข้าคิดจะมอดม้วย แต่ติดด้วยพระแม่แน่หนักหนา
ได้ห้ามปรามแล้วตามเถิดมารดา ลูกเห็นจริงอย่างว่าทุกสิ่งอัน ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ชนนีรับมิ่งสิ่งขวัญ
พร่ำสอนธิดาวิลาวัณย์ ใช่จอมขวัญเจ้าเล็กเด็กเมื่อไร
อย่าเชื่อคนสาระวอนมันยอนยุ หน่อยจะมุคิดอ่านทำการใหญ่
สิ่งนี้แม่ขอไม่พอใจ มักเกิดภัยปัจจุบันเห็นทันตา ฯ

ฯ ๔ คำ เจรจา ฯ

๏ เมื่อนั้น พระพิไชยมงกุฎนาถา
รู้ว่านางอรุณกัลยา กลับไปปรางค์ปราผูกคอตาย
ที่กริ้วกราดมาดหมายก็หายคิด กลับมีจิตจงรักสมัครหมาย
ขวนโฉมพิกุลทองสองลูกชาย ไปเยี่ยมนางโฉมฉายดูเทวี
จะได้รู้กิจจาอัชฌาสัย เห็นด้วยกันรึไม่นางโฉมศรี
หรือนางทรามวัยไม่ไยดี ตัวพี่ไม่ขัดอัชฌา ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ ฟังตรัส ศรีสวัสดิ์โอนอ่อนผ่อนหา
เมียไม่ขืนขัดพระอัชฌา เชิญเสด็จผ่านฟ้ารีบคลาไคล ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระโฉมยงยิ้มแย่มแจ่มใส
เสด็จจากปรางค์มาศปราสาทไชย ฝูงนางในเหลือหลามตามภูมี ฯ

ฯ ๒ คำ เพลง ฯ

๏ ครั้นถึงจึงเห็นพระมารดา พร้อมหน้าทั้งเหล่าสาวศรี
ชวนองค์พระอัครเทวี กับลูกสองศรีเข้าวันทา
ตรัสว่าเนื้อเย็นเป็นอย่างไร จะบรรลัยลิบลับดับสังขาร์
ตัวผิดไม่พิจารณา กลับมาฆ่าตัวไม่กลัวกรรม
พระมารดาอย่าเข้าข้างไหน ปรึกษาว่าไปตามข้อขำ
ให้ไหว้เมียหลวงกับท้วงคำ ว่าตกต่ำเป็นไพร่ไม่วันทา
ข้อหนี่งว่าเขาเป็นเมียพ่อ จนติดต่อลุยไฟให้นักหนา
เขาลุยได้ไว้ชื่อจนลือชา เทพไทไพร่ฟ้าสาธุการ
ครั้นลูกว่าจะให้ไปลุยบ้าง ไม่รอรั้งขึ้นเสียงเถียงฉาน
อดไม่ได้ไล่ตีหนีลนลาน ขอประทานไม่ได้ทูลพระชนนี ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น มารดาว่าน้อยไปเสียอีกนี่
แม้นให้ไปบอกแม่กระนี้ จะได้ตีให้ยับจับมัดมือ
เชื่อถือขี้ข้ามุสากล่าว เรื่องราวนี้แม่ไม่รู้หรือ
บุญนางนักหนาท้าวหารือ ถูกไม่ได้ไม้มือจะพองพัง
ขัดใจส่งไปเป็นทาสา ลูกสาวมาโยโสพูดโอหัง
ธรรมดาเจ้าถึงตัวชัง เกรงผัวบ้างกลัวอายต้องไหว้นาง
พิกุลทองใจดีจะมีไหน ไม่ผูกใจขัดข้องหมองหมาง
แล้วหันหน้าว่ากับลูกสาวพลาง จงกราบบาทพี่นางแม่ใจดี ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น โฉมนางอรุณมารศรี
กราบกับบาทานางเทวี แล้วกราบบาทสามีขอสมา
ครั้งนี้เมียทำให้ท้าวโกรธ ษานุโทษเมียรักเป็นหนักหนา
แต่นี้ไปไม่ขัดอัธยา เมียหมายเหมือนบิดาที่บรรลัย
ทั้งพระพี่นางของน้องรัก น้องผิดนักผิดหนาจะหาไหน
แม่ไม่ถือโทษคิดจองภัย แต่นี้ไปไม่เคืองบทมาลย์ ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พิกุลทองฟังว่าน่าสงสาร
จึงตรัสกับโฉมเฉลาเยาวมาลย์ นงคราญเจ้าคิดนั้นผิดไป
ใจพี่นี้หรือไม่ถือโกรธ จะเอาโทษกับน้องหาต้องไม่
เราจะได้เห็นกันจนบรรลัย ไหนไหนได้ร่วมพระสามี
มารดาตรัสว่าแม่สาธุ ผิดอะไรให้ลุเถิดโฉมศรี
หกกษัตริย์สนทนาพาที งอนง้อออดกันไปมา ฯ

ฯ ๖ คำ เจรจา ฯ

๏ เมื่อนั้น พระโฉมยงทรงฤทธิ์ทุกทิศา
เห็นดวงจิตพนิดา ไม่ฉันทาประนอมพร้อมพรัก
พระแสนยินดีปรีดา ดังได้ฟากฟ้าไตรจักร
จึงตรัสชวนโฉมยงสองนงลักษณ์ ทูลลาทรงศักดิ์ชนนี
ทั้งสองกุมารชาญณรงค์ กราบลงที่เพลาทั้งสองศรี
ห้าองค์ลงจากปรางค์มณี จรลีตามกันเป็นหลั่นไป ฯ

ฯ ๖ คำ เพลง ฯ

๏ ครั้นถึงจึงเสด็จเหนืออาสน์ กำนัลนาฏนอบน้อมล้อมไสว
ทั้งสองโอรสยศไกร อีกสองทรามวัยพระเทวี
พระแสนปรีดิ์เปรมเกษมสุข ไม่มีทุกข์ขัดข้องหมองศรี
ทั้งสองอัคเรศเกศนารี ถ้อยทีร่วมรักสมัครกัน ฯ

ฯ ๔ คำ เจรจา ฯ

จบเนื้อความในหนังสือสมุดไทยเพียงเท่านี้


[๑] หนังสือสมุดไทยชำรุด

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ