เดือน ๑ จุลศักราช ๑๒๔๘

วันศุกร์ ขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๑ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘

เวลาย่ำค่ำเสด็จออกประทับห้องออกขุนนาง ทรงปิดทองพระแล้วเสด็จขึ้นพระแท่นออกขุนนาง

พระมนตรีพจนกิจอ่านบอกพระยาพิสุทธิธรรมธาดา เมืองลพบุรี ถวายพระราชกุศลที่โปรดให้นำผ้าไตรพระกฐินไตรปี เครื่องบริขารไปทอดกฐินหลวง วัดมณีชลขันธ์ วัดเสาธงทอง วัดกระวิศราราม ๓ วัด

พระสุรินทรามาตย์อ่านบอกพระยาสุรินทรฦๅชัย เมืองเพชรบุรี ถวายพระราชกุศลที่โปรดเกล้า ฯ ให้นำผ้าไตรพระกฐินไตรปี เครื่องบริขารไปทอดกฐินหลวง วัดมหาสมณาราม วัดคงคาราม ๒ วัด ฉบับ ๑ กับใบบอกพระยาประสิทธิสงคราม เมืองกาญจนบุรี ๒ ฉบับ ๆ ๑ ถวายพระราชกุศลเผาพระเสละภูมาธิการ ผู้ว่าราชการเมืองทองผาภูมิ อีกฉบับ ๑ ขอหลวงปลัดผู้น้องพระเสละภูมาธิการเป็นพระเสละภูมาธิการ ผู้ว่าราชการเมืองทองผาภูมิ แล้วพระสุรินทรามาตย์นำหลวงปลัดเฝ้าถวายขี้ผึ้ง ๓๐ สลึง

พระยาพิพัฒโกษาอ่านบอกพระยาสมุทบุรานุรักษ์ ขอพระราชทานที่เขตพระอุโบสถวัดปากคลองมหาวงศ์ โดยยาว ๑๒ วา กว้าง ๘ วา เป็นที่วิสุงคามสีมา

แล้วพระนรินทรราชเสนีนำหลวงทรงสุรเดช ซึ่งกลับมาจากราชการชำระความซาอิศมหมัดบิลมหมัดอัศตาดโจทก์พระยาสุรพลพิพิธจำเลยเสร็จแล้วเข้ามาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท แล้วนำพระศรีสุพรรณดิษฐ์ปลัดเมืองกาญจนดิษฐ์ซึ่งเข้ามาเฝ้าในการพระราชพิธีลงสรง แล้วนำพระสวัสดิวามดิษฐ์ หลวงสรเสนีกราบถวายบังคมลาไปชำระความพวกจีนเมืองตรังกับหลวงวิเศษสุงกากรเจ้าภาษีวิวาทกัน

พระราชทานพานทอง คนโททอง กระโถนทองพระยาราชพงษานุรักษ์ เพราะในวันพระราชทานตราทุติยจุลจอมเกล้านั้น เจ้าพนักงานหาได้นำไปตั้งไม่

โปรดให้แจกเบี้ยหวัดกรมพระตำรวจ กรมอาสาต่าง ๆ และกรมอื่น ๆ เป็นอันมาก เวลาทุ่มเศษเสด็จขึ้นข้างใน

วันเสาร์ ขึ้น ๒ ค่ำ เดือน ๑ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘

เวลาย่ำค่ำเศษ เสด็จออกประทับห้องออกขุนนาง ทรงปิดทองพระแล้ว เสด็จขึ้นพระแท่นออกขุนนาง

พระมนตรีพจนกิจอ่านบอกพระยาไตรเพชรรัตนราชสงคราม เมืองนครสวรรค์ว่าด้วยขุนศรีภูธร นายกองส่วยผึ้งเก็บเงินแทนขี้ผึ้งส่วยมาส่ง ๗ ชั่ง ๓ ตำลึงภายหลังหม่อมเทวาธิราชนำริสิต ๒ ฉบับมาขอเบิกเงิน จึงได้นำเงิน ๗ ชั่ง ๓ ตำลึงจ่ายให้ไป ภายหลังขุนศรีภูธรเก็บเงิน ๒ ชั่ง ๑๐ ตำลึงมาส่งอีก เลขคงเหลือจากจำหน่าย ๖๑ คน จึงได้ให้นายกองคุมเงิน ๒ ชั่ง ๑๐ ตำลึง มาส่งแทนขี้ผึ้งหนัก ๒ บาท ราคาหาบละ ๑ ชั่ง ๕ ตำลึง ฉบับหนึ่ง กับใบบอกหลวงศรีสงคราม ปลัดเมืองพิจิตร ว่าด้วยเร่งให้นายกองคุมเลขส่วยผึ้งเก็บขี้ผึ้งมาส่ง ขุนอรัญเกษรส่งขี้ผึ้งส่วยมาส่ง ๕ บาท จำนวนปีจอ อัฐศก ได้ให้ขุนอรัญเกษรคุมลงมาส่ง ส่งแล้ว ฉบับหนึ่ง กับใบบอกพระยาพิษณุโลกาธิบดี ว่าได้เร่งให้นายกองส่วยผึ้งส่งเงินแทนขี้ผึ้งส่วยได้เงิน ๗ ชั่งแทนขี้ผึ้งหนัก ๕ บาท ๖๐ สลึง กับว่าเลขคงมีตัว ๓๘ คน

แล้วพระราชทานสัญญาบัตรพระยาอัคนีสราภัย เป็นพระยาราชสงคราม จางวางทหารในไทย ถือศักดินา ๓๐๐๐ หลวงเสน่ห์สรชิต เป็นพระยาอัคนีสราภัย จากวางกรมพระแสงปืนต้น นา ๑๒๐๐ หลวงพิมานไพชยนต์ เป็นพระอินทราทิตย์ เจ้ากรมสนมพลเรือนซ้าย นา ๓๐๐๐ นายรองไชยขรรค์ เป็นนายไชยขรรค์ หุ้มแพร มหาดเล็ก นา ๓๐๐ นายสอน มหาดเล็ก บุตรพระยาบำเรอบริรักษ์ เป็นนายรองพลพัน มหาดเล็ก นา ๓๐๐ แล้วแจกเบี้ยหวัดกรมต่าง ๆ เป็นอันมาก เวลาทุ่มเศษเสด็จขึ้น

วันอาทิตย์ ขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ๑ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘

เวลาย่ำค่ำแล้ว เสด็จออกประทับห้องออกขุนนาง ทรงปิดทรงพระแล้ว เสด็จขึ้นพระแท่นออกขุนนาง

พระมนตรีพจนกิจอ่านบอกพระกำแพงพราหมณ์ ปลัดเมืองสุโขทัย ๒ ฉบับๆ หนึ่งว่าโปรดให้หลวงภักดีอาสาออกจากที่นายอากรป่าผึ้ง ให้กรมการทำต่อไปนั้น ได้เร่งขี้ผึ้งส่วยที่ค้างหลวงภักดีอาสาได้ขี้ผึ้งหนัก ๒๓ บาท กับเงินแทนขี้ผึ้ง ๓ ชั่ง ๑๕ ตำลึง เป็นขี้ผึ้งหนัก ๓ บาท รวม ๒๖ บาท ให้กรมการคุมลงมาส่งครั้งหนึ่งก่อน ถ้าเร่งได้อีกจะส่งมาครั้งหลัง อีกฉบับหนึ่งว่าถึงกำหนดเก็บเงินส่วยไม้ขอนสัก จึงได้เร่งนายกองได้เงิน ๑ ชั่ง ขุนอภัยภักดีสาบานตัวจำหน่ายเลข ๘ คน ได้มอบเงินให้คุมลงมาส่ง กับใบบอกพระยาพิษณุโลกาธิบดีเมืองพิษณุโลกว่าได้เร่งเงินส่วยได้เงินกองหลวงชุมพล เงิน ๔ ชั่ง จำหน่ายเลข ๑๒ คน คงมีตัวปีละ ๓๔ คน ได้ให้นายกองคุมลงมาส่ง กับใบบอกพระยาพิชัยสุนทร เมืองอุทัยธานี ว่าได้เร่งเงินส่วยได้กองขุนสวัสดิอักษร เงิน ๘ ชั่ง ๒ บาท จำนวนเลข ๗ คน ได้ให้นายกองคุมลงมาส่ง กับใบบอกหลวงศรีสงคราม ปลัดเมืองพิจิตรว่าได้เร่งเงินแทนส่วยไม้ขอนสักได้เงินกองขุนภักดีสมบัติ เงิน ๒ ชั่ง ๑๗ ตำลึง ให้นายกองคุมลงมาส่ง

พระราชทานสัญญาบัตร ขุนนรินทรรักษา ปลัด เป็นหลวงเทพสมบัติ เจ้ากรมชาวที่ใหญ่ซ้าย นา ๘๐๐ นายอ่อน มหาดเล็ก เป็นขุนนรินทรรักษา ปลัดกรมชาวที่ใหญ่ซ้าย นา ๖๐๐ ให้หลวงนายมหาใจภักดี เป็นจมื่นจิตรเสน่ห์ หัวหมื่นมหาดเล็กฝ่ายพระราชวังบวร นา ๘๐๐ หลวงนายเสน่ห์รักษา เป็นจมื่นมหาดเล็ก หัวหมื่นมหาดเล็กฝ่ายพระราชวังบวร นา ๘๐๐ นายจ่านิตย์ เป็นจมื่นเด็กชาย หัวหมื่นมหาดเล็ก นา ๘๐๐ นายปรีดาราช เป็นนายจ่าจตรนุกูล มหาดเล็กเวรชาญภูเบศรฝ่ายพระราชวังบวร นา ๕๐๐ นายรักษภูมินทร เป็นนายจ่าสรวิชิต มหาดเล็กเวร ฝ่ายพระราชวังบวร นา ๕๐๐ โปรดให้แจกเบี้ยหวัดวันนี้กรมท่า กรมนา กรมพระสุรัสวดี กรมพระนครบาล และกรมอื่น ๆ อีกเป็นอันมาก เวลาทุ่มเศษเสด็จขึ้น

วันจันทร์ ขึ้น ๔ ค่ำ เดือน ๑ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษเสด็จออกประทับพระที่นั่งจักรีองค์ตะวันออก ทรงพระกรุณาโปรดให้กรมหลวงเทวะวงศ์เสนาบดีผู้ว่าการต่างประเทศ กับเจ้าพนักงานกรมท่า กรมวัง นำมิสเตอร์ เออเนส เมซัน ซาเตา ราชทูตอังกฤษเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เรื่องเขตแดนเมืองรามัญที่เกี่ยวกับเมืองเประ ต่างคนต่างว่าเป็นของเมืองของตัวที่เป็นที่เกี่ยวกันอยู่นั้น บัดนี้คอเวอนเมนต์อังกฤษจะขอประนีประนอมเช่าที่นั้น ๒๐ ปี เฝ้ากราบทูลการเรื่องนี้อยู่จนเวลาย่ำค่ำ ถวายบังคมลากลับไป

เวลาย่ำค่ำ พระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกประทับห้องออกขุนนาง ทรงปิดทองพระแล้วเสด็จขึ้นพระแท่นออกขุนนาง

พระมนตรีพจนกิจอ่านบอกหลวงคำแหงพลล้าน ปลัดเมืองชัยนาท ถวายพระราชกุศล พระราชทานผ้าไตรพระกฐินเครื่องบริขารไปทอดกฐินวัดธรรมามูลเสร็จแล้ว ฉบับ ๑ กับใบบอกหลวงศรีสงคราม ปลัดเมืองพิจิตร ขอพระราชทานที่เขตพระอุโบสถ วัดบุษบง แขวงเมืองพิจตร โดยยาว ๑๒ วา กว้าง ๘ วา เป็นที่วิสุงคามสีมา ฉบับ ๑

พระสุรินทรามาตย์อ่านบอกพระยาอมรินทรฦๅชัย เมืองราชบุรี ว่าด้วยหาตัวนายกองมาเร่งได้น้ำรักกองขุนสาครนิมิตร จำนวนปีเถาะ เอกศก บุตรหมื่น ๑ ไพร่ ๑๑ คน น้ำรัก ๑๓๘ ทะนาน มะโรง โทศก บุตรหมื่น ๑ ไพร่ ๑๐ คน ๑๒๖ ทะนาน มะเส็ง ตรีศก บุตรหมื่น ๑ ไพร่ ๑๐ น้ำรัก ๗๒ ทะนาน เงินแทน ๕๔ บาท ปีมะเมีย จัตวาศก บุตรหมื่น ๑ ไพร่ ๙ คน เงินแทน ๔๒ บาท รวมน้ำรัก ๓๓๖ ทะนาน เงิน ๑ ชั่ง ๑๖ บาท ให้นายกองคุมเข้ามาส่ง

พระราชทานสัญญาบัตรนายราชาภักดี เป็นหลวงนายมหาใจภักดี นายเวรมหาดเล็กฝ่ายพระราชวังบวร นา ๖๐๐ นายทรงใจรักษ์ เป็นหลวงนายเสน่ห์รักษานายเวรมหาดเล็ก นา ๖๐๐ นายสุดจำลอง เป็นนายจ่านิตย์ มหาดเล็กฝ่ายพระราชวังบวร นา ๕๐๐ นายนรินทรธิเบศร เป็นนายจ่าเนตร มหาดเล็กฝ่ายพระราชวังบวร นา ๕๐๐ นายถม บุตรพระยาวิสูตรโกษา เป็นนายสุดจำลอง หุ้มแพร มหาดเล็กฝ่ายพระราชวังบวร นา ๓๐๐ นายฉาก บุตรพระยาราชานุประดิษฐ์ เป็นนายรักษภูมินทร หุ้มแพร มหาดเล็กฝ่ายพระราชวังบวร นา ๓๐๐ นายชิต บุตรพระยาวิสูตรโกษา เป็นนายราชาภักดี หุ้มแพร มหาดเล็กฝ่ายพระราชวังบวร นา ๓๐๐ นายอ่อน บุตรนายปรีดาราช เป็นนายนเรศรธิรักษ์ หุ้มแพร มหาดเล็กฝ่ายพระราชวังบวร นา ๓๐๐ นายสุดใจ มหาดเล็ก เป็นนายทรงใจรักษ์ หุ้มแพร มหาดเล็กฝ่ายพระราชวังบวร นา ๓๐๐ นายแสงบุตรพระยาศิริไอสวรรย์ เป็นนายนรินทรธิเบศร หุ้มแพร มหาดเล็กฝ่ายพระราชวังบวร นา ๓๐๐ นายสวน บุตรพระยาบริรักษ์ราชาเป็นนายปรีดาราช หุ้มแพร มหาดเล็กฝ่ายพระราชวังบวร นา ๓๐๐

โปรดให้แจกเบี้ยหวัด มหาดไทย กลาโหม จนเวลาทุ่มเศษ เสด็จขึ้น

วันอังคาร ขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๑ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘

เวลาย่ำค่ำเศษ เสด็จออกประทับห้องออกขุนนาง ทรงปิดทองพระแล้ว เสด็จขึ้นพระแท่นออกขุนนาง

พระมนตรีพจนกิจอ่านบอกหลวงศรีสงคราม ปลัดผู้รักษาเมืองพิจิตร ว่าได้หาตัวขุนสนิทปักษ์กองมาเร่งขี้ผึ้งส่วยได้เงินแทน ๕ ชั่ง ๗ ตำลึง คิดหาบละ ๑ ชั่ง ๕ ตำลึง เป็นขี้ผึ้งหนัก ๔ บาท ๒๘ สลึง จำหน่ายเลข ๕ คน คง ๘๔ คน ได้มอบเงินแทนขี้ผึ้ง ๕ ชั่ง ๗ ตำลึง ฉบับ ๑ กับใบบอกพระยารามรณรงค์สงคราม เมืองกำแพงเพชร ว่าถึงกำหนดส่งส่วยไม้ขอนสักได้เร่งนายกองได้เงินแทนไม้ขอนสักส่วย ๑๗ ชั่ง ๑๔ ตำลึง ให้หลวงสนิทภักดี นายกองคุมลงมาส่ง และจำหน่ายเลข ๙ คน คงทำส่วย ๑๑๒ ฉบับ ๑ กับใบบอกสัตภัณฑ์คีรี เมืองพระพุทธบาทว่า ได้เงินแทนทองคำส่วยแก่นายกองส่วยทองคำ ได้เงิน ๕ ชั่ง ๒ ตำลึง ๑ บาท ให้ขุนอาสาสุวรรณนายกองคุมลงมาส่ง กับขอจำหน่ายไพร่ส่วย ๔ คน คงทำส่วย ๓๐ คน

พระราชทานสัญญาบัตร นายจ่าเนตร เป็นจมื่นมหาสนิท หัวหมื่นมหาดเล็กฝ่ายพระราชวังบวร นา ๘๐๐ นายสุริยาวุธ เป็นหลวงนายชิดภูบาล นายเวรมหาดเล็กฝ่ายพระราชวังบวร นา ๖๐๐ นายราชจินดา เป็นพระอินทรารักษ์ กรมมหาดไทยฝ่ายพระราชวังบวร นา ๔๐๐ นายอรุณ บุตรพระยาอิศรานุภาพ เป็นนายราชจินดา หุ้มแพรมหาดเล็กฝ่ายพระราชวังบวร นา ๓๐๐ นายสัง บุตรพระยาอิศรานุภาพ เป็นนายสุริยาวุธ หุ้มแพร มหาดเล็ก ฝ่ายพระราชวังบวร นา ๓๐๐

โปรดให้แจกเบี้ยหวัดข้าราชการฝ่ายพระราชวังบวร คือกรมช่างสิบหมู่ และกรมขึ้นมหาดไทย เวลาเกือบทุ่มเศษเสด็จขึ้น

เวลาทุ่มเศษเสด็จออกหอธรรมสังเวช มีการสวดมนต์ ในการบำเพ็ญพระราชกุศล ๗ วัน เคารพสองนับแต่วันพระเจ้าลูกเธอสิ้นพระชนม์ พระสงฆ์สวดมนต์ ๑๕ รูป พระเทพโมฬีเป็นประธานสงฆ์ สวดมนต์แล้วทรงทอดผ้าไตร ๑๐ พระสงฆ์ ของหลวง ๑๐ สดับปกรณ์ และโปรดให้เจ้าจอมมารดา ทอดอีก ๕ ไตร พระสงฆ์ ๕ รูปสดับปกรณ์ แล้วมีเทศนากรมหมื่นวชิรญาณถวายเทศนากันหนึ่ง เวลา ๒ ทุ่มเศษ เสด็จขึ้น

วันพุธ ขึ้น ๖ ค่ำ เดือน ๑ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘

เวลาเช้า ๕ โมง โปรดให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เสด็จออกไปทรงประเคนพระสงฆ์ ๑๕ องค์รับพระราชทานฉัน เวลาบ่ายโมงเศษเสด็จออกหอธรรมสังเวช ทรงจุดเทียนนมัสการ แล้วทรงประเคนบริขาร พระสงฆ์รายหลวง ๑๐ รูป โปรดให้ไปรับของเจ้าภาพ ๕ รูป พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา อติเรก ถวายพระพรลากลับไป โปรดให้มีสดับปกรณ์รายร้อยของหลวง ๑๐๐ ของข้างในร้อย แล้วหม่อมเจ้าพระอรุณถวายเทศนากัณฑ์หนึ่ง จบลงทรงเสด็จทอดไตรสัตตปและทรงประเคนบริขารเครื่องกัณฑ์ แล้วเสด็จขึ้น

เวลาย่ำค่ำเศษ เสด็จออกประทับห้องออกขุนนาง ทรงปิดทองพระแล้วเสด็จขึ้นพระแท่นออกขุนนาง

พระมนตรีพจนกิจอ่านบอกพระยาพิษณุโลกาธิบดี เมืองพิษณุโลก ว่าได้หาตัวนายกองส่วยเงินมาเร่งได้เงินกองขุนพิทักษ์สมบัติ เงิน ๙ ชั่ง ๑๐ ตำลึง ขุนพิทักษ์สมบัติขอจำหน่ายเลข ๘ คน คง ๖๒ คน ได้ให้นายกองคุมเงินลงมาส่งฉบับหนึ่ง กับใบบอกพระกำแพงพราหมณ์ ปลัดเมืองสุโขทัย ว่าได้หาตัวมาเร่งเงินส่วยได้เงินกองขุนอินทรสมบัติ ๑ ชั่ง ๘ ตำลึง ๒ บาท ให้นายกองคุมลงมาส่งฉบับ ๑

โปรดให้เจกเบี้ยหวัดฝ่ายพระราชวังบวร มีกรมพระตำรวจ กรมอาสา กรมขึ้นมหาดไทย เวลาทุ่มเศษ เสด็จขึ้น

วันพฤหัสบดี ขึ้น ๗ ค่ำ เดือน ๑ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘

เวลาย่ำค่ำเศษ เสด็จประทับห้องออกขุนนาง ทรงปิดทองพระแล้ว เสด็จขึ้นพระแท่นออกขุนนาง

พระสุรินทรามาตย์อ่านบอกพระยาสุรินทรฦๅชัย เมืองเพชรบุรี ว่ามีตราโปรดให้พระเพชรพิสัยศรีสวัสดิ์ กลับเข้ามาหลายปีแล้วหาได้ไปช่วยราชการไม่ ขอหลวงวิชิตภักดีผู้ช่วยเป็นพระเพชรพิสัยศรีสวัสดิ์ ปลัด ขอนายเทียม มหาดเล็กเป็นหลวงวิชิตภักดีผู้ช่วย

แล้วพระราชทานสัญญาบัตรนายนเรศรธิรักษ์ เป็นหลวงนายชาญภูเบศร นายเวรมหาดเล็กฝ่ายพระราชวังบวร นา ๖๐๐ ให้จมื่นสมุหพิมาน เป็นพระยาพิบูลย์สงครามผู้ช่วยราชการเมืองนครนายก ถือศักดินา ๓๐๐๐ โปรดให้แจกเบี้ยหวัด กรมมหาดไทย กลาโหม กรมวัง กรมพระนครบาล กรมนา กรมท่า กรมหมอ ฝ่ายพระราชวังบวร วันนี้เป็นเสร็จเบี้ยหวัด เวลาทุ่มเศษเสด็จขึ้น

วันศุกร์ ขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๑ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘

เวลาย่ำค่ำเสด็จออกทางประตูพรหม ทรงรถพระที่นั่งเสด็จพร้อมด้วยกระบวนนำและตามเสด็จไปประทับวัดราชบพิธ เสด็จทอดพระเนตรเมรุและการที่ทำทั่วไป เสด็จประทับบนศาลาริมพระอุโบสถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานเสื้อสักหลาดอย่างดี และพระยาราชสงครามและเจ้ากรม ปลัดกรม จ่าพระตำรวจและพระ หลวง ขุนที่เป็นนายด้านทำการพระเมรุ และพระราชทาน เสื้อปัศตูแดงปัศตูเขียวแก่ไพร่ที่ทำการพระเมรุทั่วกัน ทอดพระเนตรงานอยู่จนเวลายามเศษ เสด็จกลับพระบรมมหาราชวัง

วันเสาร์ ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๑ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘

เวลาย่ำค่ำ เสด็จออกประทับห้องออกขุนนาง ทรงปิดทองพระแล้ว เสด็จขึ้นพระแท่นออกขุนนาง

พระมนตรีพจนกิจอ่านบอกพระชัยราชรักษา ปลัดเมืองสุพรรณบุรี ว่าเดิมพระยาสุพรรณบุรีได้ส่งเงินค่านาจำนวนปีมะเมีย จัตวาศก มา ๕ ครั้ง เงิน ๓๖๐ ชั่งยังไม่เสร็จ ครั้งนี้พระชัยราชรักษาได้ส่งมาอีก ๘ ชั่ง อีกฉบับหนึ่งว่าได้ส่งเงินค่านาจำนวนปีวอกฉศก มาแล้ว ๓ ครั้ง เงิน ๔๐๐ ชั่ง ครั้งนี้ได้ส่งให้เสนาคุมเข้ามาส่งอีก ๑๐ ชั่ง กับใบบอกหลวงสัตภัณฑ์คีรี เมืองพระพุทธบาท ขอที่เขตพระอุโบสถ วัดโคกลำภาน โดยกว้าง ๗ วา โดยยาว ๙ วา ๒ ศอก ฉบับ ๑

พระยาพิพัฒโกษาอ่านบอกพระยาวิชยาธิบดี เมืองจันทบุรี ๒ ฉบับ ๆ หนึ่งว่าได้แต่งกรมการกำกับขุนเทพเสนาเดินประเมินเก็บเงินค่านาจำนวนปีระกา สัปตศก ได้เงิน ๑๙๐ ชั่ง มอบให้เสนาคุมเข้ามาส่งครั้งหนึ่งก่อน ถ้าเก็บได้อีกเท่าใดจะส่งมาครั้งหลัง อีกฉบับ ๑ ว่าพระแกลงแกล้วกล้า ผู้ว่าราชการเมืองแกลงป่วยถึงแก่กรรม ได้เอาศพลงหีบไว้

พระมนตรีพจนกิจนำพระพิเรนทรเทพกราบถวายบังคมลาขึ้นไปเป็นข้าหลวงรักษาราชการเมืองนครราชสีมา ด้วยโปรดเกล้า ฯ ให้ถอนพระยานครราชสีมาเสียจากผู้ว่าราชการเมือง

พระนริทรราชเสนานำหลวงลักษมณา เจ้ากรมอาสาจาม ซึ่งกราบถวายบังคมลาไปเมืองเมกกะ กลับมาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายกาเวียนนิกเกอล ๒ กับผลไม้ในประเทศนั้นด้วย หลวงลักษมณาถวายพระราชกุศลที่ไปบวชตามศาสนาแขก

แล้วพระราชทานสัญญาบัตรเลื่อนพระนรินทรราชเสนี เป็นพระยานรินทรราชเสนา ถือศักดินา ๑๐๐๐ นายเจิม มหาดเล็ก บุตรพระชาติสุเรนทร เป็นจ่าโผนวิ่งชิงชัย นา ๔๐๐ แล้วเสด็จขึ้นข้างใน

เวลา ๕ ทุ่มเศษ ๔๘ มินิต ๕๘ สกัน หม่อมเจ้าสายประสูติพระเจ้าลูกเธอเป็นพระองค์หญิง

วันอาทิตย์ ขึ้น ๑๐ ค่ำ เดือน ๑ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘

เวลาย่ำค่ำเสด็จออกประทับห้องออกขุนนาง ทรงปิดทองพระแล้วเสด็จขึ้นพระแท่นออกขุนนาง

พระสุรินทรามาตย์อ่านบอกพระวิชิตภักดีศรีสรสงคราม เมืองตะกั่วป่า ว่าได้แต่งให้กรมการคุมเครื่องยศพระยาเสนาสุชิต คือพานทองคำ มีเครื่องใน ๘ สิ่ง สำรับ ๑ คนโททองคำ ๑ กระโถนทองคำ ๑ ประคำทองคำสาย ๑ กระบี่บั้งทองคำ ๑ เครื่องราชอิสริยยศทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษหีบ ๑ กับเครื่องยศพระเรืองฤทธิรักษาราษฎร์ ถาดหมากทองคำ ๑ คนโททองคำ ๑ ให้เข้ามาส่งกรุงเทพ ฯ ด้วยแล้ว

พระยาพิพัฒโกษาอ่านบอกพระยาวิชยาธิบดี เมืองจันทบุรี ว่าได้นำผ้าไตรพระกฐินและเครื่องบริขารของหลวงไปทอดวัดโยธานิมิตรแล้ว และได้มีการสมโภชพระกฐินด้วย ขอถวายพระราชกุศล และว่าได้แต่งกรมการคุมเครื่องบริขาร เครื่องขึ้นกุฏิไปถวายเจ้าอธิการพระสงฆ์อันดับวัดสมมติเทพฐาปนารามด้วยแล้ว

พระยานรินทรราชเสนีนำพระศรีสุพรรณดิษฐ์ ปลัดเมืองกาญจนดิษฐ์เฝ้าถวายผ้าพื้นต่างสี ๒๐ ผืน ผ้าลายนอกอย่าง ๒๐๐ ผืน

เสด็จขึ้นประทับตรัสกับพระนิเทศชลธีและกรมหลวงเทวะวงศ์ จนเวลาเกือบทุ่มเสด็จขึ้น

วันจันทร์ ขึ้น ๑๑ ค่ำ เดือน ๑ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘

เวลาย่ำค่ำเสด็จออกประทับห้องออกขุนนาง ทรงปิดทองพระแล้วเสด็จขึ้นพระแท่นออกขุนนาง

พระมนตรีพจนกิจอ่านบอกพระยาโบราณบุรานุรักษ์ พระพิทักษ์เทพธานี กรุงเก่า ขอพระราชทานที่เขตพระอุโบสถ วัดวังแดง โดยยาว ๙ วา ๓ ศอก กว้าง ๖ วา ๒ ศอก เป็นที่วิสุงคามสีมา

พระยาสุรินทรราชเสนีอ่านบอกพระยาวิชิตภักดี เมืองไชยา วางเวนกรมพระกลาโหมฝ่ายพระราชวังบวร ส่งน้ำรักส่วยเลขในพระราชวังบวร น้ำรัก ๓๗๐ ทะนาน ได้ให้นายกกองคุมเข้ามาส่ง

เสด็จขึ้นประทับออฟฟิศรับสั่งกับสมเด็จกรมพระภาณุพันธุ์ หมอเกาวัน เรื่องพระอาการสมเด็จกรมพระจักรพรรดิ แล้วกรมหลวงเทวะวงศ์เฝ้าครู่หนึ่ง เสด็จขึ้น

วันอังคาร ขึ้น ๑๒ ค่ำ เดือน ๑ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘

เวลาย่ำค่ำเศษ เสด็จลงสมโภชสามวันพระเจ้าลูกเธอซึ่งประสูติ ณ วันเสาร์ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๑ ตามธรรมเนียมแล้วเสด็จขึ้น

เวลาเกือบทุ่ม เสด็จพระตำหนักกรมสมเด็จพระสุดารัตนราชประยูร ในการทำบุญวันประสูติรอบ ๖๘ พระสงฆ์ที่สวดมนต์ ๖๘ รูป เวลา ๒ ทุ่มเศษเสด็จขึ้น

เสด็จออกหอธรรมสังเวชมการบำเพ็ญพระราชกุศลพระราชทานพระเจ้าลูกเธอซึ่งสิ้นพระชนม์มาได้ ๒๑ วัน คือเจ็ดวันที่สาม พระสงฆ์สวดมนต์ ๑๕ รูปเหมือนคราวก่อน พระศรีวิสุทธิวงศ์เป็นประธานสงฆ์

วันพุธ ขึ้น ๑๓ ค่ำ เดือน ๑ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘

เวลาเช้า โปรดให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เสด็จออกไปทรงปฏิบัติพระรับพระราชทานฉันเพลที่หอธรรมสังเวช

เวลาบ่าย ๒ โมงเศษ เสด็จออกหอธรรมสังเวช ทรงจุดเทียนเครื่องนมัสการแล้ว ทรงประเคนบริขารพระสงฆ์ที่รับพระราชทานฉัน ๑๐ รูป แล้วโปรดให้พระสงฆ์เข้าไปรับไทยทานข้างใน ๕ รูป แล้วพระสงฆ์ถวายอนุโมทนา อติเรก ถวายพระพรลา โปรดให้มีสดับปกรณ์ของหลวง ๑๐๐ ของเจ้าภาพ ๑๐๐ แล้วทรงธรรมเทศนา ๒ กัณฑ์ พระพิมลธรรมกัณฑ์ ๑ หม่อมเจ้าพระประภากรกัณฑ์ ๑ เวลาบ่าย ๕ โมงเสด็จขึ้น

เวลาค่ำมีการสวดมนต์ ที่ตำหนักกรมสมเด็จพระสุดารัตน์ ๕ รูป

วันพฤหัสบดี ขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๑ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘

วันนี้ไม่มีการอันใด เลิกขุนนางด้วย

วันศุกร์ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘

วันนี้เวลาย่ำค่ำเศษ เสด็จพระราชดำเนินทรงรถพระที่นั่งไปประทับวัดราชบพิธ ทอดพระเนตรการพระเมรุจนเวลา ๒ ทุ่มเศษ เสด็จกลับ

วันเสาร์ แรม ๑ ค่ำเดือน ๑ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘

เวลาย่ำค่ำเศษ เสด็จออกประทับห้องออกขุนนาง ทรงปิดทองพระแล้วเสด็จขึ้นพระแท่นออกขุนนาง

พระมนตรีอ่านบอกพระยาอุปราชเมืองแพร่ ว่าพระยาพิมพิสารราชา เจ้าเมืองแพร่ป่วยแต่ ณ วันอาทิตย์ ขึ้น ๑๓ ค่ำ เดือน ๑๑ จนถึงวันอังคาร เดือน ๑๑ แรม ๗ ค่ำ ถึงแก่กรรม อายุ ๗๕ ปี ขอพระราชทานศิลาหน้าเพลิง เครื่องเขียนสุพรรณถันไปทำการปลงศพ

พระสุรินทรามาตย์อ่านบอกพระยาอมรินทรฦๅชัย เมืองราชบุรีว่า ได้เร่งพระแสนท้องฟ้าปลัดซึ่งว่าเลขส่วยน้ำรัก ได้น้ำรักจำนวนปีเถาะ เอกศก ๙๖ ทะนาน ปีมะโรงโทศก ๖๐ ทะนาน มะเส็ง ตรีศก ๖๐ ทะนาน มะเมีย มะแม วอก ระกา สัปตศก จำนวนละ ๖๐ ทะนาน รวม จำนวนน้ำรัก ๕๒๒ ทะนาน ให้หมื่นสนิทคุมเข้ามาส่ง

พระยาพิพัฒโกษาอ่านบอกพระอินทราชา เมืองพนัสนิคม ว่าได้หาตัวนายกองคุมเลขส่วยดินประสิวมาเร่งได้เงินแทนดินประสิวขาวส่วยจำนวนปีระกา เบญจศก ไพร่ ๔๒ คน เงิน ๓ ชั่ง ๒๖ บาท จำนวนปีจอ ฉศก ไพร่คง ๒๓ คน เงิน ๑ ชั่ง ๗๔ บาท จำนวนปีกุนสัปตศก ไพร่คง ๑๙ คน เงิน ๑ ชั่ง ๔๖ บาท จำนวนปีชวดอัฐศก ไพร่คง ๑ ชั่ง ๔๖ บาท จำนวนปีฉลู นพศก ไพร่คง ๑๗ คน ๑ ชั่ง ๓๒ บาท รวม ๕ จำนวน เงิน ๙ ชั่ง ๖๔ บาท ได้ให้กรมการคุมเข้ามาส่ง

แล้วพระราชทานสัญญาบัตรขุนวิจิตรสุนทรการ เป็นขุนวิจิตรวารสาสน์ กรมพระอาลักษณ์ ศักดินา ๖๐๐ นาย......กรมมหาดเล็ก เป็นขุนพรหมรักษา ปลัดกรมทหารในนา ๘๐๐ หลวงปลัดเมืองทองผาภูมิ เป็นพระเสละภูมาธิการ ผู้ว่าราชการเมืองทองผาภูมิแล้วเสด็จขึ้นประทับออฟฟิศครู่หนึ่ง เสด็จขึ้น

วันอาทิตย์ แรม ๒ ค่ำ เดือน ๑ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘

เวลาย่ำค่ำแล้ว เสด็จออกประทับห้องออกขุนนาง ทรงปิดทองพระแล้วเสด็จขึ้นพระแท่นออกขุนนาง

พระมนตรีพจนกิจอ่านบอกพระชัยราชรักษา ปลัดเมืองสพรรณบุรี ขอที่เขตพระอุโบสถ วัดบ้านเขาพระ โดยยาว ๑๐ วา ๒ ศอก กว้าง ๗ วา ๒ ศอก เป็นที่วิสุงคามสีมา

พระสุรินทรามาตย์อ่านบอกพระยาเพชรบุรี ว่า ณ วันจันทร์ แรม ๑๒ ค่ำ เดือน ๑๒ เวลาเช้า ๕ โมง ที่เมืองเพชรบุรีเกิดแผ่นดินไหว บ้านเรือนเจ้าเมืองกรมการราษฎร กุฏิในพระอารามต่าง ๆ ไหวทั่วกัน เป็นอยู่ประมาณ ๒ มินิต ก็หายปรกติ

พระยานรินทรราชเสนีนำพระยาสมบัติภิรมย์ เมืองสงขลา กราบถวายบังคมลาไปรับแขกเมืองเข้ามาในการพระราชพิธีลงสรง

เสด็จขึ้นประทับออฟฟิศครู่หนึ่ง เสด็จขึ้นข้างใน

วันจันทร์ แรม ๓ ค่ำ เดือน ๑ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘

เวลาบ่ายวันนี้ กรมหลวงเทวะวงศ์และเจ้าพระยาสุรวงศ์ถวายโทรเลขเข้ามาว่าได้ความจากพระสวัสดิวามดิษฐ์และหลวงทวีปสยามกิจกงสุลสยามเมืองปีนังว่า พระอนุรักษ์โยธาข้าหลวง ซึ่งออกไปรักษาราชการเมืองตะวันตกบ่วยเป็นไข้จับถึงแก่กรรม เป็นที่ทรงพระอาลัยในการที่พระอนุรักษ์ถึงแก่กรรมเสียเป็นอันมาก

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ เสด็จออกประทับหน้าพระที่นั่งจักรีมหาปราสาทองค์ตะวันตก ทอดพระเนตรรถซึ่งจะทรงพระศพพระเจ้าลูกเธอเป็นรถโถงอย่างเล็ก เทียมม้าเทศ ๖ ม้า ทอดพระเนตรอยู่ครู่หนึ่ง เสด็จขึ้นทางประตูพรหมรักษา

เวลาย่ำค่ำเศษ เสด็จออกประทับห้องออกขุนนาง ทรงปิดทองพระแล้วเสด็จขึ้นพระแท่นขุนนาง

พระมนตรีพจนกิจอ่านบอกหลวงยกกระบัตรว่าที่พระอร่ามรณวิชิต ปลัดเมืองนครนายก ขอที่เขตพระอุโบสถวัดวังดอกไม้ โดยขาว ๘ วา ๒ ศอก ฉบับ ๑ กับใบบอกหลวงกำแพงพลล้าน ปลัดเมืองชัยนาท ว่าวันจันทร์ แรม ๑๒ ค่ำ เดือน ๑๒ เวลาเช้า ๔ โมง ๕๐ มินิต เกิดแผ่นดินไหวทั่วกัน

เสด็จขึ้นประทับออฟฟิศ รับสั่งกับกรมหลวงเทวะวงศ์เรื่องพระอนุรักษ์โยธาถึงแก่กรรม และกรมหลวงเทวะวงศ์ถวายคัมภีร์หนังสือพม่าเรื่องบาลีและเรื่องต่าง ๆ ซึ่งเป็นหนังสือในหอหลวงเมืองมันดเล เมืองหลวงพม่า ซึ่งเกาวแมนต์อังกฤษให้ส่งมาถวายในพระเจ้าอยู่หัว ณ กรุงสยาม เวลาเกือบสองทุ่มเสด็จขึ้นข้างใน

วันนี้ได้ข่าวว่าเรือต่อสู้ไพรินทร์ซึ่งไปราชการเมืองเพชรบุรี เกิดหม้อน้ำระเบิดแตกเรือจมในลำน้ำเมืองเพชรบุรี คนในลำเรือ กัปตัน ต้นหน อินเยอเนีย ตาย ๑๔ คน ป่วยเจ็บ ๑๖ ไม่เป็นอันตราย ๒๖

วันอังคาร แรม ๔ ค่ำ เดือน ๑ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘

เวลาค่ำวันนี้ไม่ได้เสด็จออกขุนนาง เสด็จออกหอธรรมสังเวช ทุ่มเศษทรงจุดเทียนนมัสการ พระราชพงศ์ปฏิพัทธ์กับฐานานุกรมเปรียญของหลวง ๑๐ ของเจ้าภาพ ๕ รูปสวดมนต์ ครั้นพระสงฆ์สวดมนต์จบแล้วทรงทอดผ้าไตร ของหลวง ๑๐ พระสงฆ์รายหลวงสดับปกรณ์ แล้วพระสงฆ์ของเจ้าภาพเข้าไปสดับปกรณ์ แล้วอติเรก ถวายพระพรลากลับไป พระธรรมไตรโลกาจารย์ถวายเทศนากัณฑ์ ๑ เวลา ๒ ทุ่มเศษเสด็จขึ้น

วันพุธ แรม ๕ ค่ำ เดือน ๑ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘

เวลาเช้า ๕ โมงเศษ โปรดให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเสด็จออกทรงประเคนพระสงฆ์ที่หอธรรมสังเวช เวลาบ่าย ๒ โมงเศษ เสด็จออกหอธรรมสังเวช ทรงจุดเทียนนมัสการแล้วทรงประเคนบริขาร พระสงฆ์รายของหลวง ๑๐ องค์ แล้วโปรดให้พระสงฆ์รายเจ้าภาพ ๕ องค์ เข้าไปรับของข้างใน พระสงฆ์ถวายอนุโมทนาอติเรกถวายพระพรลากลับไป มีสดับปกรณ์เรือนร้อยของหลวงร้อย ของเจ้าภาพ ๕๐ แล้วมีเทศนากัณฑ์ ๑ หม่อมเจ้าพระธรรมุณทิศธาดาถวายจบแล้วทรงประเคนบริขารเครื่องกัณฑ์ เวลาบ่าย ๔ โมงเศษเสด็จขึ้น

เวลาย่ำค่ำเศษ เสด็จทรงรถพระที่นั่งแต่หน้าประตูพรหมเสด็จพระราชดำเนินไปประทับวัดราชบพิธ ทอดพระเนตรงานอยู่จนเวลา ๒ ทุ่มเศษ เสด็จกลับพระราชวัง

วันพฤหัสบดี แรม ๖ ค่ำ เดือน ๑ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘

เวลาย่ำค่ำเศษ เสด็จออกทางประตูพรหม ทรงรถพระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยกระบวนไปประทับวัดราชบพิธ เสด็จทอดพระเนตรงานพระเมรุทั่วแล้ว เสด็จขึ้นประทับศาลาริมพระอุโบสถออกขุนนาง

พระมนตรีพจนกิจอ่านบอกพระยากำแหงสงคราม เมืองนครราชสีมา ว่าด้วยเกณฑ์ให้กรมการคุมเลขออกตัดไม้ถางทางพาดสายโทรเลข แต่เขตแดนเมืองนครราชสีมาถึงเมืองชนบท

พระยาพิพัฒโกษาอ่านบอกพระรัตนายัตถ์ พระพรหมาภิบาล ข้าหลวงเมืองสมุทรสงคราม ว่าด้วยได้บังคับให้กรมการส่งตัวความมาให้บ้างยังชำระอยู่ กับว่าเมื่อ ณ วันจันทร์ แรม ๑๒ ค่ำ เดือน ๑๒ เวลา ๕ โมง ๒๕ มินิต แผ่นดินไหวบ้านเรือนโยกไหวทั่วกัน เสด็จกลับเวลายามเศษ

วันศุกร์ แรม ๗ ค่ำ เดือน ๑ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘

ทุ่มเศษ เสด็จออกทางประตูพรหม เสด็จพระราชดำเนินวัดราชบพิธ ทอดพระเนตรการพระเมรุ แล้วเสด็จขึ้นประทับบนพลับพลาออกขุนนาง

พระมนตรีพจนกิจอ่านบอกขุนแผลงสะท้านข้าหลวง พระยาอุตรการโกศล ผู้รักษาเมืองพิชัย ว่าได้แต่งให้พระศรีเทพบาล กรมการคุมเงิน ๑๐๐ ชั่ง กับกางเกงเสื้อผ้าพระราชทานกองทัพเจ้าหมื่นไวยนั้น ขึ้นไปส่งเมืองหลวงพระบาง ฉบับ ๑ ใบบอกพระเสนาราชยกกระบัตรกรมการเมืองพิจิตร ว่าได้แต่งกรมการออกกำกับเสนา เก็บเงินค่านาจำนวนปีระกาไป เงิน ๔๘ ชั่ง ๑๓ ตำลึง ๓ บาท ๓ สลึง หักพระราชทานเสนากรมการแล้วคงเงิน ๔๒ ชั่ง ๑๕ ตำลึง ๑ บาท ๑ เฟื้อง ๖๐๘ ไพ ได้รับจากเสนาแต่ ๔๐ ชั่ง ให้กรมการคุมเข้ามาส่งพร้อมด้วยเสนา เงินยังคงค้างเสนาอยู่ ๒ ชั่ง ๑๕ ตำลึง ๑ บาท ๑ เฟื้อง ๖๐๘ ไพ เป็นเสร็จสิ้นแล้ว

หลวงวิจารณ์อาวุธอ่านบอกหลวงจ่าราชภักดีมหาดไทย กรมการเมืองเพชรบุรีว่ากัปตันดินเชิญตราพระคชสีห์ออกไปวาง ว่าโปรดให้เรือต่อสู้ไพรินทร์ออกไปรักษาระวังผู้ร้ายปล้นราษฎรตามชายทะเลแขวงเมืองเพชรบุรี ทอดเรืออยู่หน้าวัดบ้านแหลมได้ ๕ วัน ขุนนครกรมการไปแจ้งความว่า วันศุกร์ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑ เรือต่อสู้ไพรินทร์หม้อแตกปะทุขึ้น ปล่องไฟเสากระโดงหักเรือจมน้ำล่ม คนในเรือถูกอันตรายตายได้ศพกัปตันและอินเยอเนียคนใช้ทหารกะลาสี ๑๖ ไม่ได้ศพนายหมวดและกะลาสี ๑๐ คน รวมตาย ๒๖ ป่วยเจ็บซายันสรั่งนายท้ายกะลาสี ๑๔ รวมทั้งป่วยตาย ๔๐ คน ไม่ป่วยเจ็บ ๒๖ คน ขุนนครขนของขึ้นได้ ๔๙ สิ่ง ยังตรวจต่อไป

พระมนตรีพจนกิจนำขุนแผลงสะท้าน ข้าหลวง ที่ไปราชการส่งเสื้อผ้ากองทัพกลับลงมาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท

พระยานรินทรราชเสนีนำพระสุรินทรามาตย์ หลวงอำนาจสุรเสนีกราบถวายบังคมลาไปเป็นข้าหลวงรักษาราชการเมืองตะวันตกแทนพระอนุรักษ์โยธา เสด็จประทับตรัสอยู่ครู่หนึ่ง เสด็จกลับพระบรมมหาราชวังเวลายามเศษ

วันเสาร์ แรม ๘ ค่ำ เดือน ๑ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘

เวลาเช้ามีการเลี้ยงขนมเบื้องที่พระที่นั่งอนันตสมาคม ไม่ได้เสด็จออก โปรดให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเสด็จไปทรงประเคนพระสงฆ์รับพระราชทานฉัน ๗๐ รูป

เวลาย่ำค่ำเศษ เสด็จออกทางประตูพรหม ทรงรถพระที่นั่งเสด็จไปประทับวัดราชบพิธ ทอดพระเนตรงานในการพระเมรุพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้า แล้วเสด็จกลับพระบรมมหาราชวังเวลายามเศษ

วันอาทิตย์ แรม ๙ ค่ำ เดือน ๑ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘

เวลาย่ำค่ำเศษเสด็จพระราชดำเนินวัดราชบพิธ ทอดพระเนตรงานแล้วเสด็จขึ้นประทับพลับพลาออกขุนนาง

พระมนตรีพจนกิจอ่านบอกพระยาอุตรการโกศล เมืองพิชัย ว่าด้วยความอ้ายบ่าย ตองซูโจทก์ อ้ายแสนสุรินทรกับพวกจำเลย หากันด้วยเรื่องฆ่าจันตะ ตองซูตายเสร็จแล้ว

หลวงวิจารณ์อาวุธอ่านบอกพระยาอมรินทรฦๅชัย เมืองราชบุรี ว่าพระครูรามัญญาธิบดี วัดคงคาราม อาพาธถึงแก่มรณภาพ อายุได้ ๗๕ พรรษา ๕๓ กำหนดทำการปลงศพเดือน ๔ ปีจอ อัฐศก ขอพระราชทานศิลาหน้าเพลิงพระราชทานเพลิงศพ

เสด็จประทับอยู่ครู่หนึ่ง เสด็จกลับพระบรมมหาราชวังเวลายามเศษ

วันจันทร์ แรม ๑๐ ค่ำ เดือน ๑ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘

เวลาทุ่มเศษ เสด็จออกทางประตูพรหม ทรงรถพระที่นั่งไปประทับวัดราชบพิธ ทอดพระเนตรงานพระเมรุ แล้วเสด็จออกขุนนาง

หลวงวิจารณ์อาวุธอ่านบอกพระยาอมรินทรฦๅชัยเมืองราชบุรี ส่งผู้ร้ายรายพระนรินทรออกไปชำระไว้และตัวจำนำเจ้าสำนักผู้ร้ายรวม ๑๔ คน กับโจทก์ ๒ คน ให้กรมการคุมเข้ามาส่งพร้อมทั้งถ้อยคำสำนวน ฉบับหนึ่ง ใบบอกหลวงวิชิตภักดี ผู้ช่วยเมืองเพชรบุรี ว่าด้วยเจ้าพระยาสุรวงศ์มีบัญชาให้พระยาราชวังสันกัปตันเตรน ออกไปจัดการยกเรือที่เสียจมน้ำ ได้จัดบวบไม้ไผ่ เรือฉลอมผูกยกเรือเมื่อน้ำลงขอด ครั้นน้ำขึ้นเรือไม่ขึ้นได้ พระยาราชวังสันกลับเข้ามา ณ กรุงเทพ ฯ ได้มอบสิ่งของที่ขนไว้ได้ให้คุมเข้ามากรุงเทพ ฯ.

เวลา ๒ ทุ่มเศษ เสด็จกลับพระบรมมหาราชวัง

วันอังคาร แรม ๑๑ ค่ำ เดือน ๑ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘

เวลา ๒ ทุ่มเศษ เสด็จออกทางพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ทอดพระเนตรการซ่อมพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท แล้วเสด็จออกหอธรรมสังเวช ทรงจุดเทียนเครื่องนมัสการพระพุทธรูปแล้ว พระอริยกระวี ฐานานุกรมเปรียญ ๑๕ รูปสวดพระพุทธมนต์ ครั้นพระสงฆ์สวดมนต์จบแล้ว ทรงทอดผ้าไตร ๑๐ ไตร พระอริยกระวี ฐานานุกรม ๑๐ สดับปกรณ์ แล้วโปรดให้เจ้าจอมมารดาทอดผ้าไตรเจ้าภาพ ๕ ไตร ฐานานุกรม ๕ รูปสดับปกรณ์ แล้วมีพระธรรมเทศนา พระโพธิวงศ์ถวายเทศนากัณฑ์หนึ่ง ในการทำบุญ ๗ วันคำรบที่ ๕ เวลายามเศษเสด็จขึ้น

วันนี้เสด็จขึ้นแล้วเจ้าพนักงานเปลื้องเครื่องพระศพพระเจ้าลูกเธอ ด้วยจะไปพระราชทานเพลิงแทนพระบุพโพในเวลาพรุ่งนี้

วันพุธ แรม ๑๒ ค่ำ เดือน ๑ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘

เวลาเช้า เจ้าพนักงานได้เชิญเครื่องทรงพระศพพระองค์เจ้าประไพพรรณพิลาศ วันชุ่มพระบุพโพแทนน้ำพระบุพโพด้วยไม่มีพระบุพโพ มีเครื่องสูง กลองชนะ คู่แห่ ไปพระราชทานเพลิงวัดมหาธาตุตามธรรมเนียม

เวลาเช้า ๕ โมง โปรดให้พระเจ้าลูกเธอเสด็จไปทรงประเคนพระสงฆ์ที่หอธรรมสังเวช เวลาบ่าย ๒ โมงเศษ เสด็จออกหอธรรมสังเวช ทรงประเคนบริขารพระสงฆ์ที่รับพระราชทานฉัน ๑๐ รูป โปรดให้พระสงฆ์รายเจ้าภาพไปรับของที่ปากฉาก ๕ รูป พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา อติเรก ถวายพระพรลาไป มีสดับปกรณ์ราย ๑๐๐ ของเจ้าภาพ ๕๐ มีเทศนาพระศรีสมโภชกัณฑ์ ๑ เวลาบ่าย ๓ โมงเศษเสด็จขึ้น

เวลาบ่าย ๔ โมง ๔๕ นาที พระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกพระที่นั่งจักรีองค์ตะวันออก กรมหลวงเทวะวงศ์เจ้าพนักงานกะมท่า กรมวังราชเอดเดอแกมป์ นำ ซินยอ เฟรเดริกโก อันตอนิโอ ปเรรา กงสุลโปรตุเกส ๑ มิสเตอร์เนียล คุลาเต ที่ ๒ เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายพระราชสาส์นสมเด็จพระเจ้ากรุงโปรตุเกส แล้วถวายบังคมลากลับไป

เวลาบ่าย ๔ โมง ๕๐ นาที มิสเตอร์ อาเทอ เกอตซหัลส์ กงสุลออสเตรีย นำบารอน โยเสฟ เดอ เบรนเนอ คนราชการในกรุงออสเตรียฮังการี ซึ่งเข้ามาในกรุงเทพ ฯ เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทรงพระราชปฏิสันถารโดยสมควรแล้วถวายบังคมลาไป

เวลาบ่าย ๕ โมง มิสเตอร์ ยคบติไชลด์ ทูตอเมริกัน นำมิสเตอร์ ซี เยไชลด์ หลานผู้ที่จะเป็นไวซกงสุลอเมริกัน เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท และถวายหนังสือเยเนอราลฮอลเดอแมนด้วย เฝ้าอยู่ครู่หนึ่งถวายบังคมลากลับ

เวลาบ่าย ๕ โมง ๓๐ นาที มิสเตอร์เออเนส เมซัน ซาเตา ราชทูตอังกฤษ นำเคอลแนล เย เบลกสลี คนอังกฤษ เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทรงพระราชปฏิสันถารพอสมควร แล้วถวายบังคมลากลับไป

ทั้งสามรายนี้ กรมหลวงเทวะวงศ์และเจ้าพนักงานทั้งปวงนำเฝ้าเหมือนกัน

เวลาเกือบย่ำค่ำ เสด็จพระราชดำเนินวัดราชบพิธ ทอดพระเนตรการพระเมรุทั่วแล้ว เสด็จประทับพลับพลาออกขุนนาง

พระมนตรีพจนกิจอ่านบอกพระยาพิสุทธิธรรมธาดา เมืองลพบุรี ขอที่เขตพระอุโบสถวัดบ้านหมี โดยยาว ๕ วา กว้าง ๑๐ ศอก ฉบับ ๑ ใบบอกพระสรรค์บุรานุรักษ์เมืองสรรค์ ส่งเงินแทนขี้ผึ้งอากรป่าผึ้ง จำนวนปีจอ อัฐศก เงิน ๑ ชั่ง ๑๗ ตำลึง ๒ บาท คิดราคาหาบละ ๑ ชั่ง ๕ ตำลึง แทนขี้ผึ้ง ๑ บาท ๕๐ สลึง ให้กรมการคุมลงมาส่งฉบับ ๑ ใบบอกพระยาพิชัยสุนทร เมืองอุทัยธานี ส่งเครื่องพระเมรุกรมสมเด็จฉบับ ๑ กับใบบอกพระยาพิชัยณรงค์สงคราม เมืองสระบุรี ส่งเครื่องพระเมรุกรมสมเด็จ ฉบับ ๑

พระยานรินทรนำพระเสละภูมาธิการ ผู้ว่าราชการเมืองทองผาภูมิ กราบถวายบังคมลาไปรักษาราชการบ้านเมือง

เวลา ๒ ทุ่มเศษ เสด็จกลับพระบรมมหาราชวัง

วันพฤหัสบดี แรม ๑๓ ค่ำ เดือน ๑ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘

เวลาย่ำค่ำเศษ เสด็จออกพระที่นั่งจักรีมหาปราสาทองค์ตะวันออก เจ้าพนักงานกรมวัง กรมพระกลาโหมนำพระยาฤทธิสงครามรามภักดี เจ้าเมืองไทร เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทรงพระราชปฏิสันถารโดยการบ้านเมือง จนเกือบทุ่มกราบถวายบังคมลากลับไป

เสด็จพระราชดำเนินวัดราชบพิธ ทอดพระเนตรการพระเมรุ วันนี้ตั้งแว่นฟ้าแล้วเสด็จประทับพลับพลา

พระมนตรีพจนกิจอ่านบอกพระยาพิษณุโลกาธิบดี เมืองพิษณุโลก ว่าได้เร่งให้นายกองคุมส่วยเงินมาเร่งได้เงิน ๓ ชั่ง ให้นายกองคุมลงมาส่ง

หลวงวิจารณ์อาวุธอ่านบอกพระสวัสดิวามดิษฐ์ หลวงสรเสนี ข้าหลวง ว่าไปจากกรุงเทพ ฯ ณ วันอังคาร ขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๑ ถึงเมืองสิงคโปร์ วันศุกร์ ขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๑ พักอยู่ที่ห้างพระยารัตนเศรษฐี ๆ แจ้งความว่า วันอาทิตย์ ขึ้น ๑๐ ค่ำ เดือน ๑ ปีจอ อัฐศก มีเรือแขกกลิงนายไพร่ ๘ คน สัปเยกต์อังกฤษ มีเงิน ๑.๐๐๐ เหรียญ ผ้าขาวหีบ ๑ จะไปซื้อโคเมืองตรัง จอดเรืออยู่ที่นาเกลือเวลาค่ำมีผู้ร้าย ๙ คนพูดเป็นมลายูมาปล้นเรือ ฆ่าแขกกลิงตายคนหนึ่ง โดดลงน้ำหนีไป ๗ คน เหลืออยู่ในเรือคนหนึ่ง เห็นผู้ร้ายหายเข้าไปทางปากน้ำเมืองตรัง แขกกลิงจึงแล่นใบไปคนเดียว เรือพ่อค้าอังกฤษพบเข้าจึงลากไปส่งเมืองปีนัง แขกกลิงได้ร้องต่อคอเวอนเมนต์เมืองปีนัง ๆ ได้ส่งฟ้องไปยังกงสุลสยามเมืองปีนัง ๆ ส่งให้พระอนุรักษ์สืบชำระ ฉบับ ๑ ใบบอกพระยารัตนเศรษฐีเมืองระนองว่าได้หนังสือขุนประมาณหิรัญ ขุนรามโยธี พระยศภักดี กรมการเมืองภูเก็ตว่าพระอนุรักษาโยธา ข้าหลวงไปตรวจทางโทรเลขเมืองพังงาถึงเมืองตะกั่วป่า บ่วยเป็นไข้จับกลับมาถึงเมืองภูเก็ต ณ วันอังคาร ขึ้น ๑๒ ค่ำ เดือน ๑ ครั้น ณ วันศุกร์ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑ เวลาบ่าย ๔ โมง อาการทรุดมาก พระอนุรักษ์โยธาถึงแก่กรรม

เสด็จประทับอยู่จน ๒ ทุ่มเศษ เสด็จกลับพระบรมมหาราชวัง

วันศุกร์ แรม ๑๔ ค่ำ เดือน ๑ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ เสด็จออกท้องพระโรงกลาง ทอดพระเนตรพนักงานตรวจผีมือรูปภาพที่จะแจกและติดพระเมรุพระเจ้าลูกเธอ ว่าผีมือช่างคนใดดีอย่างไรจะพระราชทานรางวัล เวลาย่ำค่ำเสด็จขึ้น

เวลาทุ่มเศษ เสด็จพระราชดำเนินวัดราชบพิธ ทอดพระเนตรการพระเมรุพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าและข้างใน เวลายามเศษเสด็จกลับ

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ