๑๔๔ ประกาศกำหนดโทษผู้ร้ายทิ้งไฟ

ณวันอาทิตย์ เดือนยี่ ขึ้น ๘ ค่ำ ปีมะเมียสัมฤทธิศก

มีพระบรมราชโองการมารพระบัณฑูรสุรสิงหนาท ให้ประกาศให้รู้ทั่วกันทั้งพระนครว่า ผู้ร้ายลอบวางไฟเพื่อจะให้ไหม้บ้านเรือน ย่อมมีโทษมากกว่าผู้ร้ายอื่นๆ โดยความพระอัยการ ก็เพราะว่าของหลวงคือยุ้งฉางคลังไว้สิ่งของโรงรองงาน เรือนสำหรับรับแขกเมืองโรงเรือหลวงพระอารามแลอื่นๆ ย่อมมีอยู่แทบทุกแห่งทุกทิศทุกทาง ถ้าเกิดเพลิงขึ้นแล้วของหลวงนั้นๆ ก็ไหม้เสียไปด้วย ผู้จุดไฟขึ้นนั้นชื่อว่าประทุษฐร้ายต่อพระเจ้าแผ่นดิน แลว่าโดยยุติธรรมเล่า ถ้าไหม้บ้านข้าราชการแลบ้านราษฎรเจ้าของบ้านเรือนเสียทรัพย์สิ่งของเปนอันมาก ลางคนหนีเพลิงไม่พ้นตายในเพลิงก็มี ฤๅชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงเพลิงมิได้ไหม้ก็พลอยเสียทรัพย์สิ่งของไป ด้วยแตกตื่นด่วนขนของกระจัดกระจายเสียแลหายเปนอันมาก แต่ว่าแต่ก่อนนั้น เมื่อมีผู้ลอบวางไฟทิ้งมีผู้จับได้มา ฤๅชำระได้ความเปนสัตย์แล้ว บางทีต้องรับพระราชอาญาเฆี่ยนต้องตัดมือบ้างเปนแต่จำคุกไว้บ้าง เปนแต่ตัดสินไว้ว่าโทษถึงตายบ้างแล้วก็เลยไปหาได้ประหารชีวิตไม่ บัดนี้ให้มีประกาศไว้แม่นยำว่า แต่นี้สืบไปเมื่อหน้า ถ้าผู้ใดจับตัวผู้ร้ายลอบวางไฟทิ้งเช่นนั้นได้ จะพระราชทานรางวัลเปนอันมากให้แก่ผู้จับ แต่ตัวอ้ายผู้ร้ายลอบวางไฟทั้งนั้น จะให้ประหารชีวิตเสียเปนแน่ทีเดียว ไม่ไว้ชีวิตเลย ถ้าทาสของผู้ใดลอบวางไฟทิ้งที่เรือนนั้นก็ดี เรือนอื่นก็ดี นายเงินจับตัวทาสมาส่งโดยสุจริตชำระได้ความเปนสัตย์ แลนายเงินไม่เปนใจด้วยทาส จะโปรดพระราชทานเงินหลวงใช้ค่าตัวทาสนั้น ให้แก่นายเงินตามมากแลน้อย

ประกาศมาณวันอาทิตย์เดือนยี่ขึ้นแปดค่ำปีมะเมียสัมฤทธิศก เปนวันที่ ๒๗๘๒ ในรัชกาลปัตยุบันนี้

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ