๑๐๙ ประกาศเรื่องพระนารายณ์ราชนิเวศน์เมืองลพบุรี

นามพระที่นั่ง, บ่อน้ำ, พระราชทานเปลี่ยนนามวัดขวิด นามเมืองลพบุรี, นามเมืองสระบุรี, เมืองพรหมบุรี

ณวันพุธ เดือน ๕ แรม ๒ ค่ำ ปีมะเมียยังเปนนพศก

ที่ในพระนารายณ์ราชนิเวศน์วังเมืองลพบุรีนั้น ได้มีพระบรมราชโองการให้พระยาพิไชยสงคราม ๑ พระยาพิชิตณรงค์ ๑ พระยานรินทรราชเสนี ๑ ขึ้นไปเปนแม่กองทำการปฏิสังขรณ์ขึ้นไว้ เพื่อจะได้ให้เปนที่ประทับในกาลอันควร เปนที่สบายแลจะให้เปนพระเกียรติยศซึ่งได้เชิดชูพระเกียรติยศพระเจ้าแผ่นดินแต่ก่อน ชื่อพระที่นั่งเก่าในพระราชวังนั้นค้นได้ตามหนังสือพระราชพงศาวดารโบราณสองฉบับ แลโคลงสรรเสริญพระเกียรติยศแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนารายน์มหาราชฉบับหนึ่ง ได้ความเปนแน่ว่าพระที่นั่งหลังกลางซึ่งมีท้องพระโรงออกมาจากผนังสี่ด้านดังพระมณฑปนั้น ชื่อว่าพระที่นั่งดุสิตสวรรค์ธัญญมหาปราสาท พระที่นั่งซึ่งข้างทิศใต้พระที่นั่งดุสิตสวรรค์ธัญญมหาปราสาท มีพื้นดินต่ำกำแพงคั่นอยู่นั้นชื่อพระที่นั่งสุทไธศวรรย์ แลพระที่นั่งด้านทิศเหนือพระที่นั่งดุสิตสวรรค์ธัญญมหาปราสาทมีมุขเด่นออกแจ้งนั้น ชื่อพระที่นั่งจันทรพิศาลเปนแน่แล้ว ให้ข้าราชการทั้งปวงเรียกชื่อแลใช้บัตรหมายตามชื่อทั้งสามนั้นเถิดฯ อนึ่งพระที่นั่งซึ่งไปสร้างลงใหม่ในระหว่างพระที่นั่งดุสิตสวรรค์ธัญญมหาปราสาท แลพระที่นั่งจันทรพิศาลนั้น องค์ใหญ่สูงข้างตวันตกพระราชทานนามว่าพระที่นั่งพิมานมกุฎ องค์ตวันออกเปนท้องพระโรงนั้นพระราชทานนามว่าพระที่นั่งสุทธวินิจฉัย พระที่นั่งย่อมสององค์ ต่อออกไปจากพระที่นั่งวิสุทธวินิจฉัยด้านตวันออกนั้น องค์ข้างใต้พระราชทานนามว่าพระที่นั่งไชยศาสตรากร องค์ข้างเหนือพระราชทานนามว่าพระที่นั่งอักษรศาสตราคม ให้นายงานแลกรมการผู้เขียนใบบอกรายงาน แลข้าราชการอื่นๆ ทุกตำแหน่งใช้ลงในใบบอกแลท้องตราแลบัตรหมายทั้งปวงดังนามพระราชทานนั้นเทอญฯ อนึ่งเมื่อทรงพระราชดำริห์ให้ไปจัดการปฏิสังขรณ์พระนารายน์ราชนิเวศน์วังเมืองลพบุรีนั้นทรงพระราชวิตกนัก ด้วยกลัวจะไม่มีน้ำใช้ในฤดูแล้ง ได้มีรับสั่งโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้นายงานคิดอ่านขุดสระเก่าในพระราชวังซึ่งตื้นขึ้นเสียแล้วแต่ก่อนนั้นลองดู ขุดลึกลงไปได้สี่วาเศษได้น้ำไหลซึมออกมามากเสมอจะวิดไม่แห้งเลย น้ำก็ใสสอาดจืดสนิทกินแลอาบได้ ถึงในกำลังฤดูแล้งนี้น้ำก็ไม่แห้ง เพราะฉนั้นให้ท่านทั้งปวงทราบเถิด ถ้าแม้นเจ้านายใดๆ มีข้าในกรมจะอยู่ได้ที่เมืองลพบุรี แลข้าราชการพวกใดๆ จะมีญาติพี่น้องฤๅบ่าวไพร่จะอยู่ได้ที่เมืองลพบุรี ถ้าท่านเจ้าพนักงานแลขุนนางพวกนั้นคิดว่า ถ้าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปประพาสประทับอยู่ที่นารายน์ราชนิเวศน์วังลพบุรีนานๆ แล้วจะต้องโดยเสด็จพระราชดำเนินไปอยู่ด้วย ถ้าเปนฤดูแล้งกลัวจะหาที่อาศรัยยากเพราะเรือไปจอดไม่ได้ ก็ให้คิดหาที่ไร่ที่สวนในเมืองลพบุรี เปนที่ของในกรมเจ้านายแลเปนของตัวของท่านขุนนางนั้นๆ เอง แล้วให้ข้าในกรมแลบ่าวไพร่อยู่รักษาปลูกพลับพลาหรือตำหนักพักหรือทำเนียบหรือเรือนที่พักไว้ในที่นั้นๆ แลคิดให้ขุดบ่อน้ำไว้ให้ลึก ๔ วา ๕ วา เอาไม้ตีแม่เตาไฟกันพังฝังลงไปทุกชั้นก็จะได้น้ำใช้ในที่ใกล้ๆ หลายแห่งหลายตำบลด้วยกันดอก ขอจงมีอุตสาหคิดอ่านเทอญ ฯ

อนึ่งวัดน้อยริมพระนารายน์ราชนิเวศน์วังข้างใต้ ข้างกำแพงริมพระที่นั่งสุทไธศวรรย์ออกไปนั้น คนเปนอันมากเรียกว่าวัดขวิดบ้างวัดจันทรบ้าง บัดนี้โปรดพระราชทานนามให้เรียกว่าวัดกระวิศราราม มีพระราชประสงค์จะทรงปฏิสังขรณ์ขึ้นเปนพระอารามน้อยสำหรับพระสงฆ์รามัญเจริญพระปริต จะตามเสด็จไปจะได้อาศรัยใกล้พระราชสถานฯ อนึ่งชื่อเมืองนั้นว่าลพบุรีเปนแน่ เพราะแปลจากคำว่าเมืองลโว้ แต่ทุกวันนี้คนชาววัดอวดรู้อวดล้นๆ ไปอุตริเขียนว่าเมืองนพบุรี แปลว่าเมืองใหม่หรือนพเคราะห์ นพคุณ นพรัตน์อะไรๆ คิดเหลิงเจิ้งเลิ้งแมวไป ใครๆ อย่าเชื่ออย่าเขียนอย่าเรียกตาม ให้คงใช้ว่าเมืองลพบุรีทั้งเรียกทั้งเขียนเทอญ ฯ

อนึ่งเมืองสระบุรีนั้น ในพระราชกำหนดกฎหมายมาแต่โบราณ ก็เรียกแลเขียนว่าเมืองสระบุรี แต่เดี๋ยวนี้ใครเล่าเปนตัวอุตริอวดรู้บาลีบาลั่ม มาเรียกบ้าง เขียนบ้างว่าเมืองสุระบุรี สุรแปลว่าคนกล้าหรือกล้าอะไรกับลาวในหลวงก็ไม่ได้ตั้งได้แปลง ใครเล่าอวดรู้อวดดีมาดัดมาแปลงชื่อบ้านชื่อเมือง ตั้งแต่นี้ไป ห้ามอย่าให้ใครเรียกแลเขียนใส่ตีนอุว่าสุระบุรีเปนอันขาด ให้เรียกว่าสระบุรี แลเขียนว่าเมืองสระบุรีอยู่ตามเดิมเทอญ ฯ

อนึ่งเมืองพรหมเมืองอินทรสองเมืองนี้ แต่ก่อนแม้นในพระราชกำหนดกฎหมายก็เขียนไว้ว่าเมืองพรหมบุรี เมืองอินทรบุรี เหมือนกัน ก็เปนอันถูกต้องอยู่แล้ว ก็มาบัดนี้ใครเล่าเจ้าบทเจ้ากลอน มาอุตริเรียกเมืองพรหมบุรีว่าเมืองพรหมบุรินทรเพื่อจะให้กลอนติดกับเมืองอินทรบุรีเล่า ว่าอย่างนั้นไม่ถูกเลย เพราะคำว่าบุรีแปลว่าเมือง คำว่าบุรินทรแปลว่าเจ้าเมืองผู้ครองเมือง ผู้ว่านั้นโง่นักใครอย่าเอาอย่าง คงให้เรียกว่าเมืองพรหมบุรีเมืองอินทรบุรี ตามเดิมเทอญ ฯ

แต่ผู้สำเร็จราชการเมืองพรหมบุรีนั้น มีนามว่าพระพรหมปราสาทศิลป ผู้สำเร็จราชการเมืองอินทรบุรีนั้น มีนามว่าพระอินทรประสิทธิศร ให้ข้าราชการทุกตำแหน่งเรียกแลเขียนให้ต้องกัน เทอญ ฯ

ประกาศมาณวันพุธ เดือนห้า แรมสองค่ำ ปีมะเมียยังเปนพศก เปนวันที่ ๒๕๑๒ในรัชกาลปัตยุบัน

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ