๑๓๔ ประกาศให้ลงชื่อด้วยลายมือตนในหนังสือทูลเกล้า ฯ ถวาย

ณวันพฤหัสบดี เดือน ๙ ขึ้น ๕ ค่ำปีมะเมียสัมฤทธิศก

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศแก่พระบรมวงศานุวงศ์ แลข้าทูลลอองผู้ใหญ่ผู้น้อย ฝ่ายทหารพลเรือน พระบรมมหาราชวัง พระบวรราชวังให้ทราบจงทั่วกัน ด้วยเมื่อก่อนแต่นี้ไปคดีหลายเรื่องลูกขุนปฤกษาผิดๆ ไปบ้าง มีผู้ร้องถวายฎีกา มีรับสั่งให้เรียกคำปฤกษามาทรงทอดพระเนตร ครั้นทรงพระราชดำหนิติเตียนแล้ว ลูกขุนบางนายออกตัวว่าไม่ทราบตัวป่วยอยู่บ้าง มีกิจธุระไม่ได้รับราชการบ้าง ลูกขุนผู้เรียงลักเอาชื่อใส่ลงดอก จึงมีพระบรมราชโองการดำรัสสั่งว่า ตั้งแต่นี้ไปลูกขุนผู้ใดจะลงชื่อในคำปฤกษาพร้อมกันก็ดี จะลงในคำแย้งก็ดี ในคดีเรื่องใดๆ ให้ลงลายมือเขียนชื่อตัวเอง ฤๅถ้าให้คนอื่นเขียนก็ให้เขียนลงในกระดาษขาวแล้ว ประทับตราตามตำแหน่งของตัวทุกคน ในคดีทุกเรื่องตั้งแต่นั้นมา เมื่อขุนศาลตระลาการพิจารณาความเสร็จสิ้นสำนวนแล้ว ทำข้อความขึ้นเสนอลูกขุนณศาลหลวง ๆ ปฤกษากันเรียงความผิดความแผลงแล้ว เหนความประการใดก็ลงชื่อเองบ้าง แล้วประทับตราตามตำแหน่งไว้เปนสำคัญทุกเรื่อง ตามพระราชโองการดำรัสสั่งนั้นมานานแล้ว เมื่อการผิดชอบอย่างไรไปภายหน้าก็ให้เปนที่ทุ่มเถียงกันได้ แต่การอื่นๆ นอกจากคดีความนั้นขัดข้องด้วยเหตุสิ่งใด ทรงปฤกษาพระราชวงศานุวงศ์แลท่านเสนาบดีข้าราชการ ก็กราบบังคมทูลพระกรุณาตามเหน เมื่อทรงเหนชอบด้วยก็โปรดเกล้า ฯ ดำรัสสั่งเจ้าพนักงานไปตามการ ถ้าไม่ทรงเหนชอบด้วยก็ทรงติเตียนทักท้วงบ้าง ผู้อื่นลักเขียนชื่อส่งเข้ามาทูลเกล้า ฯ ถวาย จะจับเอาเหตุมาต่อว่าก็ไม่มีสลักสำคัญ เพราะฉนั้นแต่นี้สืบไปภายหน้าจะทวงปฤกษาด้วยการบ้านเมืองแลการทั้งปวง ฤๅพระราชวงศานุวงศ์ ท่านเสนาบดีข้าราชการผู้ใดจะทำเรื่องราวจดหมายหางว่าวว่าด้วยเหตุสิ่งใด ปฤกษาพร้อมด้วยผู้ใดก็ให้ลงชื่อ ว่าข้าพระพุทธเจ้า (คนนั้น) ขอพระราชทานกราบบังคมทูลพระกรุณาว่า (อย่างนั้น) จนสิ้นข้อความ ชื่อนั้นจะลงที่ต้นหนังสือ ฤๅจะลงที่ท้ายวันท้ายศกก็ตาม แต่ให้เขียนด้วยลายมือตัวเองลงในสมุด ฤๅกระดาษไว้เปนสำคัญจงทุกฉบับ ถ้าเปนกระดาษจะประทับตราของผู้ที่มีชื่อลงในเรื่องราวจดหมายหางว่าวก็ตาม จึงจะเปนที่เชื่อถือสำคัญมั่นคงแก่กัน ฯ

ประกาศมาณวันพฤหัสบดีเดือนเก้าขึ้นห้าค่ำปีมะเมียสัมฤทธิศก เปนวันที่ ๒๗๐๒ในรัชกาลปัจจุบันนี้

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ