๑๔๓ ประกาศพระราชทานพระบรมราชานุญาตข้าราชการฝ่ายในกราบถวายบังคมลาออก ๑๒ คน

ณวันจันทร์ เดือนอ้าย ขึ้น ๑ ค่ำปีมะเมียสัมฤทธิศก

มีพระบรมราชโองการ ให้ประกาศแก่ท่านทั้งปวงให้ทราบว่า เพราะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ไว้แต่ก่อน ว่าบรรดาข้าราชการฝ่ายในแก่สาวปานกลางใดๆ เว้นไว้แต่เจ้าจอมมารดามีพระองค์เจ้า นอกนั้นถ้าใครจะใคร่ออกนอกราชการเอง ฤๅบิดามารดาจะขอให้ออกนอกราชการก็จะโปรดให้ออกโดยสดวก ไม่ห้ามปรามกักขังดังธรรมเนียมเก่าแลที่อื่นๆ ในปีมะเมียสัมฤทธิศกนี้ มีคนข้างใน ๑๒ คนกราบถวายบังคมลาออกนอกราชการไม่รับพระราชทานเบี้ยหวัด ก็โปรดเกล้าฯ ให้ออกโดยสดวก คน ๑๒ คนนั้นมีชื่อตัวแลชื่อบิดาแลกำหนดอายุประมาณดังนี้ ๑ เผือกบุตรพระยาประชาชีพคต อายุ ๓๘ ปี ๒ แสงบุตรพระยาเพชรชฎาน้อย อายุ ๓๙ ปี ๓ หุ่นบุตรพระฤทัย อายุ ๒๓ ปี ๔ ตาดบุตรนายศรีมหาดเล็ก อายุ ๓๗ ปี สี่คนนี้ถวายตัวแต่ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว คนที่ ๑ ที่ ๒ เปนเจ้าจอมอยู่งาน คนที่ ๓ ยังว่างอยู่ คนที่ ๔ เปนพนักงานชวาลา ครั้นมาถึงแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวบัดนี้ ที่ ๑ ที่ ๒ ตกเปนพนักงานชวาลา พนักงานพระสุธารส ๒ คน ที่ ๓ ยกขึ้นมาเปนเจ้าจอมอยู่งาน คนที่ ๔ คงเปนพนักงานอยู่ตามเดิม บัดนี้ทั้งสี่คนนี้เหนว่าจะได้ความสบายกายสบายใจด้วยออกอยู่นอกพระราชวัง จึงกราบถวายบังคมลาออกก็โปรดให้ออก ๑ เลี่ยมบุตรพระยาราชภักดีศรีรัตนราชสมบัติ อายุ ๒๑ ปี ๒ พุ่มบุตรพระประชาชีพกระต่าย อายุ ๑๖ ปี ๓ กลีบบุตรพระยาประชาชีพกระต่าย อายุ ๑๕ ปี ๔ สังวาลบุตรพระราชสมบัติ อายุ ๑๘ ปี ๕ ปริกบุตรหลวงอุดมจินดา อายุ ๑๖ ปี ๖ เลี่ยมบุตรหลวงอุทยานาธิกรณ์ อายุ ๑๕ ปี ๗ สารภีบุตรขุนบุรินทรเก่า อายุ ๑๕ ปี ๘ พันบุตรขุนชำนาญคดี อายุ ๑๕ ปี ๘ คนนี้ถวายตัวในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวนี้ คนที่ ๑ เปนพนักงานพระแสง ป่วยเปนลมสันดานจึงขอออก ที่ ๒ ที่ ๓ นั้นเข้ามาถวายเมื่อบิดาตายแล้ว พอเปนเหตุที่จะได้มรดกมากเพราะทำราชการ ครั้นได้มรดกแล้วก็ขอออก ที่ ๔ ที่ ๕ ที่ ๖ ที่ ๗ ที่ ๘ เปนลครมีวิชารู้เต้นรู้รำอยู่ คนที่ ๔ ที่ ๕ นั้นบิดาไม่ยอมให้ออก อยากให้อยู่ทำราชการฉลองพระเดชพระคุณ แต่มารดามาขอให้ออกตัวก็อยากออก ก็โปรดให้ออกตามใจตัวแลมารดา ที่ ๖ นั้น ว่ากันในพระราชวังว่าหูตาน่ากลัวนัก ขัดใจก็ออกเสียบิดามารดาก็เหนชอบด้วย ที่ ๗ นั้นรูปพรรณ์ก็ชอบกลอยู่ ครั้นจะทรงพระกรุณาชุบเลี้ยงเปนเจ้าจอมอยู่งาน ก็ทรงเหนว่ามีกิริยาแง่งอนศึกษามากเกินการไป ทรงเหนว่าจะเปนที่ชอบใจของคนที่ชอบอย่างนั้นเปนอันมาก จึงโปรดว่าจะออกเสียก็ตามเถิด จึงออกเสีย ที่ ๘ นั้นเปนคนมือไวทำความเนืองๆ ไม่มีใครรับเลี้ยงไว้ ผู้ใหญ่ในพระราชวังบังคับให้ออกเสีย คนทั้งสิบสองคนนี้พ้นจากราชการแล้ว ถ้าจะไปถวายตัวในวังเจ้าก็ดีจะรับไว้ก็ได้ จะเข้าฝากตัวในบ้านขุนนางจะรับไว้ก็ได้ หรือเจ้านายแลขุนนางผู้ใดชอบใจคนใด จะเกลี้ยกล่อมสู่ขอไปจากบิดามารดาเอาไปเลี้ยงเปนนางห้ามเปนภรรยาก็ตาม ทรงทราบจะทรงยินดีโดยสุจริตไม่กระดากกระเดื่องเคืองขัดอะไรเลย เพราะมีพระราชประสงค์จะให้ผู้ที่จะใคร่ได้ภรรยาได้ภรรยา แลให้ผู้ที่ออกได้ชื่นชมสมประสงค์ด้วย ครั้นจะยกพระราชทานมาตามทรงพระราชดำริห์ ก็กลัวชายแลหญิงจะไม่ต้องใจกัน แลบิดามารดาของหญิงจะไม่ยินดี ก็จะเปนทีว่าร้อนรนไป พระราชประสงค์จะให้ราชธรรมเนียมใหม่อันนี้ปรากฎเปนอย่างไปในภายหน้า แลเปนพระเกียรติยศด้วย คนที่ออกไม่ต้องเสียเงินทองอะไร ดังครั้งแผ่นดินก่อนๆ มาเลย

ประกาศมาณวันจันทร์ เดือนอ้าย ขึ้นค่ำหนึ่ง ปีมะเมียสัมฤทธิศก เปนวันที่ ๒๗๔๒ ในรัชกาลปัตยุบันนี้ ท้าวอาบข้างในเปนผู้รับสั่ง

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ