๑๔๐ ประกาศห้ามยิงปืน ถ้าจะยิงให้บอกศาลาก่อนจึงยิงได้

ณวันศุกร เดือน ๑๑ ขึ้น ๑๔ ค่ำปีมะเมียสัมฤทธิศก

มีพระบรมราชโองการให้ประกาศแก่ข้าราชการ แลราษฎรให้ทราบทั่วกัน ว่าแต่ก่อนนี้ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชบัญญัติห้ามว่าคนในประเทศคนนอกประเทศ อย่าให้ผู้ใดยิงปืนใหญ่น้อยที่บ้านที่เรือนที่แพที่เรือ ถ้าจะทำการสิ่งหนึ่งสิ่งใด จะขอยิงปืนใหญ่น้อย ให้ผู้นั้นมาบอกต่อเจ้าพนักงานให้ทราบก่อนจึงยิงได้ ถ้าไม่บอกให้เจ้าพนักงานทราบก่อนแลยิงปืนใหญ่น้อย ให้ผู้นั้นต้องเสียค่าปรับไหมเปนเงินสองชั่ง แลบัดนี้คงยังประมาทอยู่หาเอาใจใส่ทำตามไม่ เพราะมีเหตุขึ้น คือนายกล่อมบุตรหลวงฤทธิสำแดงเจ้ากรมฝรั่งปืนใหญ่ ไม่มาบอกต่อเจ้าพนักงานเองอย่างเคยแต่ก่อน เปนแต่สั่งให้หมื่นนิพนธอักษรช่างดอกไม้มาบอกศาลา ว่าจะขอทำการปีณวันเสาร์เดือนสิบแรมสิบค่ำ จะมีดอกไม้เพลิงพลุสามตับ แลดอกไม้เพลิงอื่นๆ ไม่บอกว่าจะยิงปืนเลย หมื่นนิพนธอักษรมิใช่เจ้างานการบุญข้างฝรั่งมาทำจดหมายอ้างชื่อนายกล่อมนั้นมายื่นต่อเจ้าพนักงาน กรมมหาดไทยกลาโหมกรมวัง สามฉบับ แล้วนายกล่อมยิงปืนใหญ่ที่วัดฝรั่ง ปากคลองผดุงกรุงเกษมข้างใต้ ในวันนั้นเสียงปืนดังหลายนัด จึงทรงพระราชดำรัสถามเจ้าพนักงาน ๆ กราบบังคมทูลพระกรุณาว่า ไม่มีผู้ใดบอกด้วยการยิงปืน มีแต่จดหมายหมื่นนิพนธอักษรมายื่นต่อกรมมหาดไทย ว่านายนายกล่อมฝรั่งจะขอจุดดอกไม้เพลิง จึงมีพระบรมราชโองการดำรัสสั่งพระยาอนุรักษราชมณเฑียร ให้เอาตัวนายกล่อมกับหมื่นนิพนธอักษรช่างดอกไม้มาชำระ ไล่เลียงไต่ถามการยังค้างอยู่ ในวันอาทิตย์ เดือนสิบ แรมสิบเอ็จค่ำแล้วนั้นได้มีพระบรมราชโองการดำรัสสั่งกรมพระนครบาล ให้นายอำเภอประกาศห้ามอย่าให้ผู้ใดยิงปืนใหญ่น้อย โดยลำพังไม่ได้บอกศาลาก่อนเลยเปนอันขาดจงทุกอำเภอ แลในวันอาทิตย์เดือนสิบแรมสิบเอ็จค่ำนั้น เวลาย่ำค่ำแล้วทรงได้ยินเสียงปืนใหญ่อีกครั้งหนึ่ง มีพระบรมราชโองการดำรัสสั่ง ให้กรมพระนครบาลไปสืบถามพระอินทราธิบดีสีหราชรองเมือง ได้ตัวอ้ายไชอ้ายเท้งสองคนมาถาม ได้ความว่าอ้ายไชอ้ายเท้งอ้ายแหยมอ้ายเกด ๔ คนคบคิดกันเอาดินตับพลุ ใส่ในกระบอกไม้ไผ่จุดไฟยิงเล่นแทนปืนที่ลานหน้าวัดสุทัศน์เทพวราราม ทรงพระราชดำริห์ว่า บัดนี้ชรอยคนพวกนี้จะเมา ได้ยินเสียงปืนฝรั่งยิงก็ชรอยจะคิดว่าฝรั่งเมาสุรายิงปืนเล่นได้ก็พลอยยิงเล่นบ้าง เข้าใจว่าไม่มีใครว่าได้แล้ว ดังนี้เปนเหตุจะให้ผู้อื่นดูอย่างต่อๆ ไป การก็จะไม่สงบลง จึงทรงดำรัสสั่งให้กรมพระตำรวจเอาตัวนายกล่อม หมื่นนิพนธอักษร อ้ายไช อ้ายเท้ง อ้ายแหยม อ้ายเกด ๖ คน ไปลงพระราชอาญาเฆี่ยนคนละ ๕๐ ทีในที่ยิงปืนนั้นแล้ว ให้ทเวรบกสามวันทเวรเรือสามวัน เพื่อจะมิให้มีผู้ดูเยี่ยงอย่าง แล้ว ๕ คนนั้นให้จำไว้เพราะมีโทษมาก แต่นายกล่อมฝรั่งนั้นทรงพระกรุณาโปรดให้ปล่อยไป ให้พ้นโทษ เพราะการยิงปืนที่วัดฝรั่งนั้นเปนการเคยทำมาแต่ก่อนไม่สู้ผิดนัก แลบัดนี้ให้ประกาศซ้ำมาให้มั่นคงแขงแรง ว่าตั้งแต่นี้ไป ถ้าผู้จะยิงปืนใหญ่มีเสียงดังมากเปนสงสัยว่าปืนในพระราชวังยิงบอกสัญญาเพลิงไหม้ มิใช่ยิงนก แลคาบศิลาที่ยิงหัดยิงเป้าในวังเจ้าบ้านขุนนาง แล้วให้ผู้นั้นจดหมายยื่นต่อกรมพระนครบาลด้วยฉบับหนึ่ง เพื่อจะได้ประกาศให้ทราบให้ทั่วพระนครก่อนวันนั้นวันหนึ่งสองวัน แลให้บอกศาลามหาดไทยศาลากลาโหมกรมวังตามเคยจึงจะยิงได้ ถ้าจะยิงปืนคาบศิลาแลปืนชนวนทองแดงที่ใกล้พระราชวัง ก็ให้ผู้นั้นจดหมายมาบอกต่อกรมมหาดไทยกรมพระกลาโหมกรมวังตามเคยอย่างแต่ก่อน ถ้าผู้ใดยิงปืนใหญ่ปืนน้อยด้วยไม่มีจดหมายมายื่นต่อกรมพระนครบาล กรมมหาดไทย กรมพระกลาโหม กรมวังก่อน ทำการล่วงพระราชบัญญัติเช่นนี้อีก จะให้ลงพระราชอาญาแก่ผู้นั้นเฆี่ยน ๕๐ แล้วจำไว้ณคุก ถ้าคนต่างประเทศจะให้กงสุลปรับไหมให้เสียเงิน ๒ ชั่งตามกฎหมายท้องน้ำ

ประกาศมาณวันศุกรเดือนสิบเอ็จ ขึ้นสิบห้าค่ำ ปีมะเมียสัมฤทธิศก เปนวันที่ ๒๗๑๘ ในรัชกาลปัตยุบันนี้

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ