๑๐๔ ประกาศผูกปี้ข้อมือจีน

ณวันจันทร เดือน ๕ ขึ้นค่ำ ๑ ปีมะเมียยังเปนนพศก

ประกาศมา ด้วยท่านเสนาบดีผู้ใหญ่พร้อมกัน ให้ประกาศแก่ราษฎรไทยจีนทั้งปวงให้ทราบทั่วกันว่า ปีนี้เปนปีกำหนดที่จะได้ผูกปี้จีนเกณฑ์ช่วยการแผ่นดินตามเกณฑ์อย่างแต่ก่อน บรรดาจีนทั้งปวงที่ไม่ได้สัก ไม่มีจำนวนในทเบียนหางว่าวกรมพระสัสดีนั้น เกณฑ์ให้ทำการพระนครคนละเดือน ถ้าจะไม่ทำให้เสียเงินคนละตำลึง กับค่าฎีกาสลึงหนึ่งทุกคน ถ้าจีนคนใดจะไม่ให้ผูกปี้ที่ข้อมือ จะขอแต่ฎีกาเปล่าให้เสียเงินค่าจ่ายราชการตำลึงกึ่ง ค่าฎีกาสองสลึง ถ้าจีนผู้ใดผูกปี้ปลอมรับปี้คนผู้ผูกฉ้อ จับได้จะปรับ ๑๐ ต่อเปนเงินสิบตำลึง ผู้ทำตราไปฉ้อจีนทำปี้ให้ หรือผู้แกะตราปลอมชำระได้เปนสัตย์ จะต้องรับพระราชอาชญา ๕๐ ที แล้วส่งต่อเปนตพุ่นหญ้าช้าง ไทยมิใช่จีนสูบยาฝิ่นไว้ผมเปนจีนเพื่อจะให้พ้นจับนั้น แต่ก่อนได้ประกาศไว้ ว่าถ้ายังไม่ได้สัก ให้เสียเงินผูกปี้ปีละ ๕ ตำลึง สามปีเปนเงิน ๑๕ ตำลึง ค่าฎีกาสามสลึง แต่ที่สักแล้วนั้นให้เสียแต่ละคนตำลึงกึ่ง ค่าฎีกาสลึงเฟื้อง แลในปีเถาะสัปตศกนั้น พวกไทยสูบยาฝิ่นไว้เปียเปนจีนนั้นติดเกะกะเกียจโกงไปเปนอันมาก ผู้ที่ยอมเสียเงินให้สิบห้าตำลึงแลตำลึงกึ่งตามประกาศนั้นน้อยตัว เพราะฉนั้นในคราวผูกปี้ครั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมสั่งว่า คนไทยสูบยาฝิ่นพวกนั้นซื่อตรงต่อพระราชบัญญัติแลความที่เสนาบดีพร้อมใจกันบังคับคนไปนั้น แล้วทำตามโดยง่ายไม่คิดออดๆ แอดๆ คิดล่วงหน้าถือตัวว่ารู้เท่ารู้ทัน แลไม่ถือตัวว่าตัวเปนพวกชาวสวรรค์กินทิพย์ หาความสุขหารัดหาเปรียบดังคนสูบฝิ่นอื่นๆ เปนอันมากนั้น ทรงยินดีแก่พวกนั้นที่ได้สารภาพตัวยอมไว้เปียเปนจีน แล้วเสียเงินคราวผูกปี้ตามบังคับไป เต็มตามคำประกาศในคราวผูกปี้จีนปีเถาะสัปตศกนั้น แลครั้งนี้โปรดเกล้าฯ สั่งว่า พวกคนไทยที่ไว้เปียเปนจีนเพราะสูบฝิ่น ที่ได้เสียเงินเต็มสิบห้าตำลึงโดยที่ในครั้งก่อนแล้วนั้น ให้เสียแต่ห้าตำลึงเท่านั้น อีกสิบตำลึงยกพระราชทานให้เปนรางวัลเพราะความซื่อตรงในครั้งก่อน แลคนสูบฝิ่นไว้เปียเปนจีนที่ได้สักแล้วครั้งก่อน ได้เสียเงินตำลึงกึ่งตามบังคับไปโดยง่ายในครั้งก่อนนั้น ครั้งนี้ให้เสียแต่กึ่งตำลึงเท่านั้น ตำลึงหนึ่งยกพระราชทานให้เปนรางวัลดังว่าแล้ว ถ้าคนที่โปรดในครั้งนี้ให้เสียแต่ห้าตำลึงนั้น ถ้าไม่ยอมเสียเงินก็ให้ทำเองฤๅจ้างคนแทนตัว จ่ายใช้ราชการ ๑๐๐ วัน คนที่สักแล้วจะต้องเสียกึ่งตำลึงให้ครั้งนี้นั้น ถ้าไม่ยอมเสียเงินก็ให้รับจ่ายใช้ราชการแต่สิบวัน แลคนไทยสูบยาฝิ่นไว้เปียเปนจีน ครั้งก่อนยังไม่ได้สัก จึงต้องเสียแต่สิบห้าตำลึงไปแล้วนั้น ถ้าในครั้งนี้เปนคนสักแล้ว ก็ให้เสียแต่กึ่งตำลึงฤๅทำการแต่ ๑๐ วัน ดังคนที่สักแล้วได้เสียแต่ตำลึงกึ่งในก่อนนั้น แลซึ่งโปรดเกล้าฯ ให้ลดสองส่วนเรียกแต่ส่วนหนึ่งนั้น ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทาน ฉะเพาะแต่พวกคนไทยสูบยาฝิ่นไว้เปียเปนจีน ซึ่งได้ยอมเสียเงินถ้วนตามพระราชกฤดีกาในครั้งปีเถาะสัปตศกจำพวกเดียว คนอื่นที่หลบหลีกลี้หนีแลผัดเพี้ยนออดแอดไปตามความตรึกตรองของคนที่ถือตัวว่าไม่เสียชาติที่เกิดมาเปนเทวดากินอาหารทิพย์ มีสติปัญญามากคิดเกียจโกงไปต่างๆ นั้น ไม่โปรดให้ลดแก่ผู้ใดเลย อย่ามาพาโลทุ่มเถียงเอาเลยไม่โปรดให้ ให้เรียกพวกนั้นตามพระราชกฤดีกาเดิมจงทุกคน แต่ค่าฎีกาก็ให้เสียเหมือนจีนทั้งปวงเสียเถิด คือผูกปี้ให้เสียคนละสลึง ขอแต่ฎีกาให้เสียคนละสองสลึง ถ้าต้องจำจองเร่งรัด ก็ให้เสียค่าทิมค่าผู้คุมตามธรรมเนียมเดิม ให้ผู้คุมเรียกตามเคยมาแต่ก่อน ครั้นนี้การผูกปี้จีน จะได้ลงมือผูกที่พระคลังสินค้าหน้าพระบรมมหาราชวัง ด้านตวันตกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่วันศุกรเดือนห้าขึ้นห้าค่ำ ปีมะเมียยังเปนพศกไป จีนที่เปนลูกจ้างคนมาค้าขายแต่ต่างประเทศก็คงต้องผูกปี้ จะเอาเหตุนั้นมาเถียงไม่ได้ ด้วยผู้ครองข้างไทยได้ว่ากันกับทูตนอกประเทศ ซึ่งมาทำสัญญาแต่แรกแล้ว เพราะฉนั้นห้ามอย่าให้จีนที่ไม่รู้จักสัญญา สำคัญผิดเอาเหตุที่ตัวเปนลูกจ้างนอกประเทศ ซึ่งมาอยู่ณกรุงเทพมหานครนั้นมาทุ่มเถียงให้ต้องต่อว่าต่อขาน จีนทั้งปวงจงมารับผูกปี้โดยดีตามปรกติ อย่าหลบลี้หนี้เข้าไปในบ้านเรือนคนนอกประเทศ ให้ต้องติดตามตัวว่ากล่าวกันวุ่นวายไป ถ้าจีนผู้ใดก่อเหตุให้มีความ ก็จะต้องรับอาญาเจ้าพนักงานโดยโทษานุโทษ ด้วยประกาศมาตามบังคับเสนาบดีณวันจันทร์เดือนห้าขึ้นค่ำหนึ่ง ปีมะเมียยังเปนพศก เปนวันที่ ๒๔๙๖ ในรัชกาลปัจจุบันนี้

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ