๑๑๔ ประกาศการที่จะทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา

ณวันอังคาร เดือน ๕ แรม ๘ ค่ำ ปีมะเมียยังเปนนพศก

ข้าราชการแลราษฎรในกรุงนอกกรุงจงทราบ ว่าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในพระบรมมหาราชวัง ทรงพระเมตตากรุณาแก่ไพร่บ้านพลเรือนทั้งปวงอยู่เปนนิจ ใครๆ มีคดีขัดขวางในโรงศาลใดๆ ก็ให้ทำเรื่องราวเขียนใส่ในใบกระดาษทับเปนใบใบอย่าให้ม้วนยาวให้ทรงยากต้องคลี่ยืดยาวไป แลเขียนแต่ข้อความที่จริง อย่าเอาเท็จใส่ให้ต้องชำระลำบากไป แลอย่าว่าเปนสำนวนแง่งอนค้อนคัดอ้อมค้อม แลอย่าว่าคำหยาบช้าต่อผู้มีบรรดาศักดิ์ตามโทโส แลถ้าฟ้องว่าด่าคำด่าอย่างไรอย่าเขียนลง ให้ว่าแต่ว่าด่าทอหยาบช้าต่างๆ ก็พอเข้าใจ เมื่อเรื่องราวเขียนแล้ว ถ้ามีตำแหน่งเฝ้าก็ให้กราบทูลหรือยกชูถวายเองหน้าพระที่นั่ง ถ้าไม่มีตำแหน่งก็จงฝากเรื่องราวนั้นแก่ข้าราชการฝ่ายหน้าฝ่ายในผู้ใดผู้หนึ่งซึ่งเปนญาติพี่น้องเจ้าขุนมูลนาย เปนนายหน้านำเรื่องราวทูลเกล้าฯ ถวาย ในที่ใดที่หนึ่ง เวลาใดเวลาหนึ่งก็ได้ไม่ห้าม ผู้นำเรื่องราวทูลเกล้าฯ ถวาย ถ้าส่งตัวเจ้าของเรื่องราวได้แล้วก็ไม่มีความดอก จงเอาธุระแก่ญาติพี่น้องบ่าวไพร่ด้วย ช่วยรับเรื่องราวมาทูลเกล้าฯ ถวายเถิด วันใดเมื่อใดไม่ว่าไม่ห้ามฯ ถ้าไพร่ไม่มีใครจะอนุเคราะห์ถวายเรื่องราวให้ก็ให้คอยที่หน้าพระที่นั่งสุทไธศวรรย์ ในวันใกล้เปนเบื้องหน้าวันพระวันศีล คือขึ้นเจ็ดค่ำ แรมเจ็ดค่ำ แลวันที่เรียกว่าวันโกน คือขึ้นสิบสี่ค่ำ แลแรมสิบสี่ค่ำในเดือนถ้วน หรือสิบสามค่ำในเดือนขาด เวลาบ่ายเย็น ถ้าไม่มีราชการอื่นสำคัญแลฝนไม่ตก พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จะเสด็จออกบนพระที่นั่งสุทไธศวริยบ้าง ที่แท่นเบญจาหน้าพระที่นั่งสุทไธศวรรย์บ้าง แล้วจะให้ตีกองวินิจฉัยเภรีเรียกคนมาถวายฎีกา เมื่อนั้นให้ผู้ที่จะใคร่ถวายฎีกาถือเรื่องราวเข้ามาทูลถวายเทอญฯ ถ้าบางว้นใกล้วันพระไม่ได้เสด็จออกก็จะโปรดให้พระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นมเหศวรศิววิลาสเสด็จไปคอยรับเรื่องราวมาทูลเกล้าฯ ถวาย แล้วให้ตีกลองวินิจฉัยเภรีเรียกคนถวายฎีกามา เมื่อนั้นจงยื่นเรื่องราวถวายแก่พระเจ้าลูกยาเธอ เทอญฯ ตัวคนถวายฎีกาหน้าพระที่นั่งให้กรมพระตำรวจรับตัวไว้ คนที่มายื่นถวายเรื่องราวร้องฎีกาแก่พระเจ้าลูกเธอ กรมหมื่นมเหศวรศิววิลาสที่หน้าพระที่นั่งสุทไธศวรรย์นั้นให้กรมล้อมพระราชวังรับตัวไว้ อย่าให้ขุนโรงขุนศาลเดิมแลเจ้าหมู่มูลนายซึ่งเปนฝักฝ่ายจำเลยในความฎีกาที่ร้องแล้วนั้น เกาะคล้องเอาไปเฆี่ยนตีจำจองได้ กว่าได้ทรงเรื่องราวแล้วจะโปรดเกล้าฯ ประการใด โดยสมควรแก่เหตุแลการณ์ซึ่งมีในเรื่องราวฯ ถ้าผู้ถวายเรื่องราวเลอะเทอะฟั่นเฟือนอ่านเข้าใจยาก จะต้องคืนเรื่องราวให้ไปแต่งใหม่ ถ้าผู้จะแต่งเรื่องราวให้ไม่มีก็ให้ผู้จะร้องฎีกาให้การแก่กรมล้อมพระราชวัง ขอให้ช่วยเขียนให้แล้วรับไปตรวจอ่านดู ถ้าเข้าใจเห็นว่าถูกความแล้วก็จงนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย หรือให้ผู้ใดทูลเกล้าฯ ถวายเถิด ห้ามอย่าให้กรมล้อมพระราชวัง เรียกค่าธรรมเนียมค่าจ้างเขียนมากไปกว่าสองสลึง อนึ่งอย่าให้กักความไว้ ไม่เขียนให้นานกว่า ๑๕ วัน ถ้ากักไว้ช้าหรือเรียกค่าธรรมเนียมเขียนมากไป ให้ผู้ร้องฎีการ้องกล่าวโทษกรมล้อมพระราชวังเอง ถ้าทำดังนั้นจึงต้องมีเบี้ยปรับไหมทำขวัญแก่ผู้ต้องกักความ แลต้องเสียค่าธรรมเนียมเกินกำหนดนั้นโดยโทษานุโทษฯ ผู้ถวายฎีกาหน้าพระที่นั่งนั้น ก็ทรงพระราชทานเงินคนละสองสลึงทุกคน เปนค่ากระดาษดินสอแลค่าจ้างเขียนฯ แต่คดีที่ร้องนั้น ถ้าควรจะชำระก็จะโปรดทรงเลือกตระลาการที่สมควรแก่ความเรื่องนั้น แลสั่งให้ชำระให้บางเรื่อง ไม่ควรจะชำระ คือเปนเรื่องราวของคนเสียจริต ถ้าอย่างไรก็จะต้องคืนเสียบ้างฯ ถ้าจำเลยความฎีกานั้นเปนข้าหลวงในพระบวรราชวัง ก็จะต้องส่งไปถวายในพระบวรราชวัง หรือคืนเรื่องราวให้ไปร้องเอาเอง ในพระบวรราชวังบ้าง จะว่าให้ได้ก็จะว่าให้บ้างโดยสมควร

ประกาศมาณวันอังคาร เดือนห้าแรมแปดค่ำ ปีมะเมียยังเปนพศก เปนวันที่ ๒๕๑๘ ในรัชกาลปัจจุบันนี้

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ