ตอนที่ ๖ อภิเษกพระศรีเมือง

๏ เมื่อนั้นท่านท้าวพินทุทัตเรืองศรี
ชื่นชมโสมนัสพันทวีในพระศรีเมืองเรืองชัย
ด้วยสมดังจิตคิดผูกพันจะยกนางสุวรรณเกสรให้
พระเร่งเบิกบานสำราญใจดังได้ฟากฟ้าดุษฎี
จึงปราศรัยไปแก่พระศรีเมืองเจ้าผู้บุญเรืองรัศมี
ซึ่งรูปเจ้าเท่ากันทั้งนี้พ่อมีความยินดีพ้นนัก
ดังได้ดวงแก้วจักรพรรดิอันล้ำเลิศกษัตริย์ทั้งไตรจักร
ด้วยไร้สุริย์วงศ์รังรักษ์จะพำนักแก่ฝูงประชาไป
พ่อจะยกเจ้าขึ้นเป็นเอกอภิเษกลูกแก้วให้เป็นใหญ่
สืบสนองครองราชโภไคยไพร่ฟ้าประชาชนมนตรี
ตัวพ่อเหมือนไม้ใกล้ฝั่งตั้งใจไว้หวังจะฝากผี
สององค์จงทรงธรณีเป็นศรีเมืองเรืองยศสืบไป ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ ครั้นแล้วจึงมีพระบัญชาตรัสสั่งโหราผู้ใหญ่
ให้เร่งหาฤกษ์งามยามชัยที่จะได้เสกสองกษัตรา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้นโหรเฒ่ารับสั่งใส่เกศา
ก้มเกล้ากราบลงได้สามลาจึงดูตามตำราในทันใด
ขับไล่ใส่สอบทุกคัมภีร์จะเห็นมีอันตรายก็หาไม่
ชอบด้วยนามเมืองอันเรืองชัยพระชันษาทรามวัยก็ต้องกัน
ได้ทั้งราชโชคโยคยามจะงามเมืองงามภพไอศวรรย์
จึงกราบทูลพระองค์ทรงธรรม์พรุ่งนี้เป็นวันอุดมดี
ซึ่งจะให้ตั้งการสยมพรจะถาวรสวัสดิ์จำเริญศรี
จะปรากฏเกียรติยศทุกธานีพระพันปีจงทราบบาทา ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นท้าวพินทุทัตวงศา
ได้ฟังโหรเฒ่าทูลมามีความปรีดาพ้นไป
จึงมีพระราชบัญชาแก่มหาเสนาผู้ใหญ่
ให้เร่งรัดจัดการจงฉับไวจะให้ตั้งอภิเษกพระบุตรี
สั่งเสร็จพระเสด็จย่างเยื้องพาพระศรีเมืองเรืองศรี
เข้ายังปรางค์รัตน์มณีพระภูมีเบิกบานสำราญใจ ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้นเสนีผู้มีอัชฌาสัย
ครั้นรับสั่งองค์พระทรงชัยก็รีบออกไปยังศาลา
ให้หมายบอกทุกเจ้าพนักงานทั้งทหารพลเรือนซ้ายขวา
ตามมีพระราชบัญชาทั้งข้างหน้าข้างในพร้อมกัน ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้นฝ่ายเจ้าพนักงานคนขยัน
แจ้งหมายแล้ววิ่งอยู่เป็นควันเกณฑ์กันอุตลุดเป็นโกลี
บ้างปลูกโรงงานมหรสพสารพันครันครบถ้วนถี่
ชาววังวางวิ่งเป็นสิงคลีมาแต่ที่มหาปราสาทชัย
ให้รายริ้วทิวแถวราชวัติทั้งฉัตรนาคฉัตรเงินงามไสว
ฉัตรทองรองเรืองอำไพธงชัยไพโรจน์รูจี
ตั้งเบญจาแก้วรจนาตรงหน้าพระมหาปราสาทศรี
อันในมนเทียรรัตน์มณีลาดพรมสุจหนี่แพรวพราย
พระยี่ภู่ปูอาสน์อันบรรจงสำหรับสุริย์วงศ์ทั้งหลาย
เพดานม่านรูดพรรณรายพู่พรายห้อยย้อยด้วยลำยวน
หว่างกลางวางรัตนบัลลังก์ตั้งรูปพระปรเมศวร
ตั้งเครื่องบูชาโดยควรถ้วนถี่ธูปเทียนมาลา
ตั้งน้ำวงด้ายสายสิญจน์เป็นทักขิณวัฏเวียนขวา
ตั้งทั้งสังข์กลศรจนาอันใส่ปัญจมหานที
สำหรับมุรธาภิเษกสรงตรงหน้าพระอิศรังศรี
ชาวแสงแจ้งเจนในพิธีก็ทอดที่พระแสงอัษฎา
พนักงานการใครไม่ข้องขัดรีบรัดจัดแจงพร้อมหน้า
ก็แล้วฉับพลันมิทันช้าตามในตำราครบครัน ฯ

ฯ ๑๘ คำ ฯ

๏ ครั้นเอยครั้นรุ่งพวยพุ่งอรุณแรงแสงฉัน
เสนาข้าเฝ้าทั้งนั้นบรรดาเกณฑ์แห่มากมี
แต่งตัวดูงามตามขนาดมาพร้อมกันเดียรดาษอยู่ตามที่
แตรสังข์กังสดาลดนตรีพิณพาทย์เภรีนี่นัน
งานแสงก็เชิญพระแสงชัยเข้าในกระบวนจัดสรร
ชาวเครื่องเชิญเครื่องเนื่องกันอยู่ตามอันดับกันไป
กลดกลิ้งกรรชิงชุมสายอภิรุมเรียงรายงามไสว
เตรียมท่าอยู่หน้าเกยชัยคอยพระภูวไนยจะยาตรา ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นท่านท้าวพินทุทัตวงศา
ครั้นจะใกล้พิชัยเวลาจะไปยังมหาปราสาทชัย
จึงให้พระศรีเมืองเรืองยศพระโอรสสุดแสนพิสมัย
ให้แต่งองค์ทรงเครื่องอันอำไพสระสรงสนานในมิทันนาน ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นพระศรีเมืองเรืองเดชดังสุริย์ฉาน
พระเข้าที่สรงสหัสนัทีธารนํ้าอบโอฬารกำจายจร
ทรงสุคนธรังสีลูบไล้ฟุ้งไปด้วยพื้นเกสร
สนับเพลาเรืองรามงามงอนอลงกรณ์แจ่มจัดจำรัสองค์
ภูษิตวิจิตรโจงจังหวัดจีบจัดชายเฟือยเลื้อยหางหงส์
ชายไหวปลายสะบัดบรรจงชายแคลงแสงส่งจินดาดี
สังวาลเพชรเก็จแก้วกุดั่นดวงโชติช่วงร่วงรุ้งรัศมี
สร้อยสนวิมลรัตน์รูจีทับทรวงมณีนิลใน
ตาบทิศวิจิตรจำรูญเกยูรระยับจับสุริย์ใส
สอดทรงพาหุรัดตรัสไตรทรงกรอำไพแพรวพราย
ทรงมหาพิชัยมงกุฎผาดผุดดังดวงพระสุริย์ฉาย
ขัดพระขรรค์ทรงศรกรกรายมาถวายบังคมพระบิดา ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นนางสุวรรณมาลีเสนหา
จึงให้พระราชธิดาสระสรงคงคาในทันใด
อันพระพี่เลี้ยงทั้งสี่องค์ให้ช่วยเข้าสีสรงสนานให้
ชาวแม่พนักงานนางในให้จัดเครื่องไปถวายบุตรี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นนางสุวรรณเกสรมารศรี
บังคมสมเด็จพระชนนีมาเข้าที่สระสรงคงคา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ ชำระสระสนานสำราญองค์ทรงสุคนธ์ปนปรุงกฤษณา
กลิ่นกลบตลบโอฬาร์ผ่องผัดพักตราแจ่มจันทร์
พระสำอางสางสวยสนองเกศกวดกันพระจุเรศเฉิดฉัน
ภูษิตวิจิตรพรายพรรณสะอิ้งองค์กุดั่นบรรจง
สังวาลเพชรเก็จกิ่งพริ้งพรายจำหลักลายทองฉลุกุก่ง
สะพักกรองทองทอลออองค์ทรงสร้อยมรกตรจนา
ตาบประดับทับถันพรรณรายทองกรสุกรีกลายซ้ายขวา
พาหุรัดบรรจงอลงการ์ทรงมหาธำมรงค์เนาวรัตน์
ทรงโมฬีเกศเก็จกิ่งกรรเจียกจรยงยิ่งแจ่มจัด
กุณฑลวิมลดอกไม้ทัดจำรูญเรืองจำรัสรจนา
ทรงเสร็จเสด็จลีลาศพี่เลี้ยงราชห้อมล้อมซ้ายขวา
ทอดกรนวยนาดยาตรามาถวายบังคมพระชนนี ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นท้าวพินทุทัตเรืองศรี
ทั้งนางสุวรรณมาลีสองกษัตริย์ยินดีปรีดา
พระบิตุรงค์องค์พระโอรสบทจรจากอาสน์อันเลขา
พระชนนีนำพระบุตรีมาพี่เลี้ยงซ้ายขวาก็ตามไป ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ ครั้นถึงเกยรัตน์มณีมนตรีกราบเกล้าอยู่ไสว
พระทรงยานุมาศอันอำไพสุกใสไพโรจน์รูจี
พระศรีเมืองให้ทรงราเชนทร์แก้วอันเพริศแพรวจำรัสแสงศรี
ฝ่ายองค์สมเด็จพระชนนีทรงสีวิกากาญจน์รจนา
พระธิดาขึ้นทรงพระวอทองปิดป้องกำบังซ้ายขวา
สนมกรมในนานาจ่าข้าเถ้าแก่แจจัน
อีกทั้งนางท้าวเจ้านายเรียงรายเดินหน้านางสาวสรรค์
จึงให้เลื่อนเคลื่อนคลามาพลันพระกำนัลแห่ห้อมล้อมไป ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ ครั้นมาถึงหน้าปรางค์มาศอันโอภาสจำรัสแสงใส
ให้เทียบราเชนทร์แก้วแววไวทั้งวอทองอำไพพระบุตรี
ท้าวพินทุทัตสุริย์วงศ์กับองค์พระอัครมเหสี
ให้สองกษัตริย์ธิบดีจรลีขึ้นยังเบญจา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้นชาวพ่อชีพราหมณ์พร้อมหน้า
ทั้งบัณฑิตปโรหิตโหราพระยาราชครูพฤฒาจารย์
บ้างเข้าถวายอาเศียรพาทสวดโศลกไสยศาสตร์มหาศาล
รดนํ้าทำตามพิธีการอ่านพระเวทถวายชัยทั้งสองรา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้นจึงชาวเครื่องต้นพระภูษา
ก็ถวายเครื่องทรงอลงการ์แก่สองกษัตราทันใด ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ ครั้นแล้วสำเร็จเสร็จสรงสองพระองค์ทรงภพเป็นใหญ่
จึงนำสองลูกยาคลาไคลเข้าในปราสาทแก้วรูจี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ ให้นั่งเหนือแท่นทองกองแก้วอันลาดแล้วด้วยหนังราชสีห์
ภายใต้เศวตฉัตรมณีสุริย์วงศ์พงศ์พีก็พร้อมใจ ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เวียนเอยเวียนเทียนให้เวียนไปตามพิธีไสย
สุริย์วงศ์พงศ์พันธุ์ทั้งนั้นไซร้พระสนมกรมในนานา
ราชครูผู้เฒ่าก็เรียงรายรับแว่นเวียนไปซ้ายมาขวา
ครั้นถ้วนเสร็จเจ็ดรอบโดยอัตราพระโหราให้ดับเทียนชัย
แล้วโบกควันไปต้องสองกษัตริย์ศิวภัศม์จุณเจิมเฉลิมให้
ต่างองค์อำนวยอวยชัยให้สองกษัตริย์สวัสดี
องค์พระบิตุเรศมารดรก็อวยพระพรชัยศรี
ให้สององค์ทรงภพธาตรีเป็นศรีพระนครสืบไป
อันศัตรูหมู่มารปัจจามิตรทั่วทั้งทศทิศอย่าต่อได้
ให้รุ่งเรืองอิทธิ์ฤทธิไกรปรากฏในไตรโลกา
อันโรคโรคาอย่ามาพานให้ชนมานยืนร้อยพระวัสสา
จงปกป้องครองราษฎร์ประชาเป็นบรมผาสุกทุกราตรี
แล้วให้ประโคมแตรสังข์กังสดาลบัณเฑาะว์อึงมี่
ทั้งฆ้องกลองดุริยางค์ดนตรีอึงอินทเภรีนี่นัน
(พอได้เพลาอุดมฤกษ์)(เอิกเกริกแซ่ซ้องก้องสนั่น)
(พนักงานการละเล่นทั้งนั้น)[1]ก็เล่นขึ้นพร้อมกันในทันใด
หกคะเมนไต่ลวดประกวดกันหุ่นประชันกับโขนโรงใหญ่
นางระบำรำฟ้อนละคอนในก็ทอดกรอ่อนละไมไปมา ฯ

ฯ ๑๘ คำ ฯ

๏ ครั้นเสร็จอภิเษกสองกษัตริย์ท้าวพินทุทัตวงศา
ทั้งพระมเหสีโสภาสุริย์วงศ์พงศาก็ยินดี
ต่างองค์ต่างเสด็จลีลาศจากอาสน์สุวรรณอันเรืองศรี
เข้ายังปรางค์รัตน์มณีพระภูมีชื่นชมภิรมย์ใจ ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นพระศรีเมืองรัศมีศรีใส
พระสมสู่อยู่ด้วยทรามวัยในมนเทียรรัตน์รูจี
แต่พะนึงคลึงเคล้าเย้ายวนชวนสนิทพิศวาสเกษมศรี
ไม่นิราศคลาดคลาสักนาทีได้หลายราตรีทิวามา
พระมีจิตคิดถึงพระยาหงส์พระโฉมยงโศกสร้อยละห้อยหา
จึงเสด็จลีลาศยาตรามายังบัลลังก์รัตนามัย
ตรัสเรียกพระพี่เลี้ยงทั้งสี่เข้ามาพาทีแถลงไข
ว่าตัวน้องมาอยู่ในเวียงชัยก็ได้หลายราษราตรี
แต่พระยาราชหงส์อันจงรักยังสำนักพักอยู่ในสวนศรี
ทั้งยายมาลาตามาลีก็มีคุณแก่น้องแต่เดิมมา
บัดนี้การเราก็สำเร็จสรรพเสร็จดังความปรารถนา
ควรปูนบำเหน็จแก่ยายตาด้วยเสื้อผ้าเงินทองเป็นรางวัล
พี่เจ้าผู้มีอัชฌาสัยจงรีบออกไปยังสวนขวัญ
ให้หาสองเฒ่ามาเฝ้าพลันกับพระยาหงส์นั้นเข้ามา ฯ

ฯ ๑๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้นพระพี่เลี้ยงรับสั่งใส่เกศา
ก็พากันรีบไคลคลาไปสวนมาลาในทันใด ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ ครั้นถึงจึงบอกพระยาหงส์ว่าพระองค์ทรงสวัสดิ์เป็นใหญ่
รำลึกตรึกถึงคะนึงในให้มารับไปพระพารา
ทั้งสองตายายผู้ใจภักดิ์พระทรงศักดิ์คิดถึงเป็นหนักหนา
ซึ่งได้มีคุณแต่หลังมาความชอบพ้นคณนาไป ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนี้รับสั่งให้ออกมาหาสองยายตาไปจงได้
อย่าช้ามาจะเข้าไปจะมีลาภใหญ่ทั้งสองรา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้นสองเฒ่าได้ฟังพี่เลี้ยงว่า
ทั้งพระยาหงส์ราชสกุณาต่างตนปราโมทย์เป็นพ้นไป
ตายายสำรวลสรวลร่าด้วยยินดีปรีดาแจ่มใส
ตาเรียกยายเข้ายังห้องในเร็วเร็วเราจะไปอย่าได้ช้า
จึงฉวยผ้าตาโถงนั้นเข้านุ่งเสวียนละว้าพันพุงโอ่อ่า
ทาจันทน์แล้วใส่น้ำมันปลาสะพายย่ามละว้าเข้าสมตัว
ฝ่ายยายล้วงโอ่งน้ำมันยางขยี้มือพลางแล้วเสยหัว
ห่มผ้าตาระกอกมัวซัวผัวเมียก็พากันออกมา
เดินตามพระพี่เลี้ยงทั้งสี่หม่อมตามาลีนั้นขึ้นหน้า
ทั้งพระยาหงส์ทองอันรจนาก็โผผินบินมายังวังใน ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นพระทรงภพจบสกลเป็นใหญ่
ครั้นเห็นสองเฒ่าเข้าทันใดกับพระยาสกุไณก็ยินดี
ยกพระหัตถ์มาตรัสปรามาสลูบโลมชมราชปักษี
หรรษาปราโมทย์พันทวีเสนหาสกุณีเป็นพ้นไป
แล้วตรัสประภาษโอภาแก่ยายตาอันมีอัชฌาสัย
สองราอารีมีน้ำใจได้ทำคุณไว้แต่หลังมา
แล้วช่วยป้องกันอันตรายขอบใจตายายเป็นหนักหนา
มิเสียทีมีจิตเมตตาจะพรรณนาความชอบพันทวี
ตรัสแล้วจึงให้พระราชทานศฤงคารบริวารถ้วนถี่
เงินทองกองโกยมากมีเสื้อผ้ากำมะหยี่แพรพรรณ
ทั้งเครื่องใช้สอยน้อยใหญ่สารพัดจัดให้ทุกสิ่งสรรพ์
โคควายไร่นาสารพันครบครันทั้งข้าหญิงชาย ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้นสองเฒ่ากราบก้มบังคมถวาย
ได้รับของประทานมากมายตายายชื่นชมภิรมย์ใจ
มีความยินดีปรีดาพ้นที่จะอุปมาได้
จึงกราบทูลไปพลันทันใดซึ่งพระภูวไนยกรุณา
ให้ประทานสิ่งของนองนันต์ทั้งเครื่องใช้แพรพรรณวัตถา
ด้วยทรงพระราชเมตตาแก่ข้าสองราบัดนี้
ขอยกเอาพระภูเบศร์ใส่ไว้เหนือเกศเกศี
จะขอเอาบาทธุลีปกเกล้าข้านี้สืบไป
ทูลแล้วถวายบังคมลาทั้งสองยายตาก็กราบไหว้
ให้ขนของจากท้องพระโรงชัยออกไปยังสวนอุทยาน ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นพระศรีเมืองเรืองดังสุริย์ฉาน
ครั้นค่ำย่ำสนธยากาลพระภูบาลเข้าที่ไสยา
จึงมีมธุรสพจนารถบัญชาประภาษปรึกษา
ด้วยองค์อัคเรศชายาว่าแก้วตาของพี่คือดวงใจ
ตัวพี่จำนงจงรักในนงลักษณ์เยาวยอดพิสมัย
อุตส่าห์บุกป่าพนาลัยโยธาข้าใช้ก็ไม่มี
แต่สี่พี่เลี้ยงผู้ร่วมใจเป็นเพื่อนยากมาในพนาศรี
จนลุถึงราชธานีบัดนี้ก็ได้ดังจินดา
ส่วนพี่มีความผาสุกแต่เพื่อนทุกข์มิได้หรรษา
อันสี่พี่เลี้ยงนางกัลยาก็ร่วมคิดกิจจาเสมอกัน
ควรสองครองตามประเพณีร่วมชีวีกันกว่าจะอาสัญ
ตามที่มีความชอบนั้นขวัญเข้าจะเห็นประการใด ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นนางสุวรรณเกสรศรีใส
ได้ฟังบัญชาพระภูวไนยจึงทูลสนองไปมิได้ช้า ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ โปรดเกศซึ่งพระทรงเดชปรึกษา
เห็นต้องตามคลองบุราณมาสุดแต่ผ่านฟ้าจะปรานี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นพระศรีเมืองผู้เรืองรัศมี
ได้ฟังอัคเรศพาทีมีความชื่นชมภิรมย์ใจ
พระยอกรตระกองประคององค์โฉมยงพี่ยอดพิสมัย
มิเสียทีพี่รักนางทรามวัยดังดวงใจนัยน์เนตรก็เหมือนกัน
ว่าพลางทางตระโบมโลมเล้าเย้ายวนชวนชมเกษมสันต์
พาดพิงอิงแอบพัลวันจนพระสุริยันอโณทัย ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ ครั้นรุ่งพวยพุ่งอรุณแรงแสงใส
พระเสด็จลีลาคลาไคลยังท้องพระโรงชัยรูจี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ พร้อมด้วยเสนาพฤฒามาตย์องค์พี่เลี้ยงราชทั้งสี่
จึงปรึกษามหาเสนีว่าสี่พี่เลี้ยงผู้ร่วมใจ
เป็นเพี่อนยากมาจากพระพาราทนทุกข์ทรมาในป่าใหญ่
อันความขอบประกอบทั้งนี้ไซร้ควรจักให้ปันอันใดดี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้นเสนาประณตบทศรี
จึงปรึกษากันทันทีแล้วทูลพระภูมีไป
อันพระพี่เลี้ยงทั้งสี่ภักดีต่อพระองค์เป็นใหญ่
ควรปูนบำเหน็จให้ถึงใจตามในความชอบซี่งมีมา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นพระทรงยศยิ่งทศทิศา ฯ
ได้ฟังมหาเสนาปรึกษามาต้องทำนองใน
พระเร่งไพบูลย์พูนสวัสดิ์จึงจัดสิ่งของประทานให้
อันสมบัติพัสถานทั้งนั้นไซร้พระรางวัลปันให้เสมอกัน
ทั้งศฤงคารบริวารมากมีครบครันถ้วนถี่ทุกสิ่งสรรพ์
พระพี่เลี้ยงทั้งสี่นางนั้นก็ให้ครองกันตามประเวณี ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ ครั้นเสร็จพระเสด็จยุรยาตรจากอาสน์สุวรรณรังสี
เข้ายังปรางค์รัตน์มณีพระภูมีสุขเกษมเปรมปรา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้นฝ่ายว่าสี่องค์พระเชษฐา
ได้รับของประทานนานาทั้งวัตถาลังการ์ครบครัน
ต่างตนยินดีปรีดาดังได้ฟากฟ้าเมืองสวรรค์
สมบัติพัสถานนองนันต์ชวนกันอยู่เป็นผาสุกใจ ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ


[๑] ที่วงเล็บไว้ ต้นฉบับขาด

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ