นิทานเรื่องพระศรีเมืองต่อจากบทละคอน

[๑]เมื่อพระศรีเมืองฆ่าพระยาจันทวงศ์พระยาหงส์ตายแล้ว ได้ธิดาพระยาจันทวงศ์ชื่อจันทสุริยา ธิดาพระยาหงส์ชื่อลักษณวดี เป็นชายาอีก ๒ คน แล้วยกทัพมาถึงเขาอัสสกรรณจึงพักร้อนอยู่ที่นั่น

มีพระยายักษ์ตนหนึ่งชื่อท้าวนนทจิตต์ ครองเมืองอัสดงค์ เที่ยวมาพบกองทัพพระศรีเมืองเข้า จึงทำให้เกิดมืดมนอนธการแล้วลักพระศรีเมืองกับนางสุวรรณเกสรไป ไปถึงกลางทางพระศรีเมืองล่อลวงท้าวนนทจิตต์พานางสุวรรณเกสรหนีได้ ครั้นมาถึงฝั่งนํ้าแห่งหนึ่งพระศรีเมืองจึงเอาผ้าผูกเอวเข้ากับนางสุวรรณเกสรขี่ขอนว่ายข้ามมา เกิดพายุใหญ่พัดผ้าขาดจากกันน้ำซัดนางสุวรรณเกสรขึ้นบกได้ (พระอินทร์แปลงเป็น) พราหมณ์ชรามาบอกว่าพระศรีเมืองยังไม่ตายในนํ้า แล้วชี้หนทางให้ไปหาพระฤๅษีตาไฟ นางสุวรรณเกสรไปตามทิศที่พราหมณชราชี้ ก็พบฤๅษีตาไฟ จึงอาศัยอยู่ในที่นั่น เวลานั้นนางสุวรรณเกสรมีครรภ์ไปแล้ว

ฝ่ายพระมณีรัตน์กับพระพัทธวงศ์ เที่ยวตามหาอยู่ ๓ วันไม่พบพระศรีเมือง จึงสั่งหงส์กับพี่เลี้ยงพระศรีเมืองทั้ง ๔ คนให้เที่ยวสืบหาพระศรีเมือง หงส์และพี่เลี้ยงทั้ง ๔ ก็เที่ยวตามไปจนถึงอาศรมพระโควินท์จึงพักคอยฟังข่าวอยู่ที่นั่น แต่หงส์พยายามบินไปเที่ยวตรวจทุกวัน

ฝ่ายนางสุวรรณเกสรมีครรภ์ถ้วนกำหนดก็ประสูติโอรส[๒] ที่อาศรมพระฤๅษีตาไฟ

ฝ่ายพระศรีเมืองน้ำพัดไป ๓ วันจึงขึ้นบกได้ พอหงส์เที่ยวตามไปพบเข้า หงส์จึงพาพระศรีเมืองมาอยู่กับพระโควินทฤๅษี พระศรีเมืองคิดจะไปตามนางสุวรรณเกสร พระโควินท์จึงชุบม้าให้เหาะได้และชุบศรพระขรรค์ให้พระศรีเมืองอีก พระศรีเมืองจึงลาฤๅษีขึ้นม้าเหาะไปกับหงส์ไปหยุดพักอยู่ตามทาง พอท้าวนนทจิตต์เจ้าเมืองอัสดงค์พาพวกโยธามาเที่ยวล่าเนื้อพบเข้า จำได้ว่าพระศรีเมืองที่ตัวจับไปในครั้งก่อน ก็ให้โยธาเข้าล้อมจับ เกิดรบกัน ท้าวนนทจิตต์สู้ไม่ได้ก็หนีไป พระศรีเมืองกลับมาเล่าให้พระโควินท์ฟัง แล้วลาไปตามนางสุวรรณเกสรอีก

ฝ่ายพระมณีรัตน์กับพระพุทธวงศ์ เมื่อยกทัพกลับมาถึงเมืองโขมราฐ ทูลถึงเรื่องที่ไปรับพระศรีเมืองจนพระศรีเมืองหาย ท้าวสุริยวงศ์อุปราชกริ้วกุมารทั้ง ๒ จะฆ่าเสีย ท้าวโขมพัสตร์ขอไว้ แล้วบอกข่าวไปถึงท้าวพินทุทัต ท้าวสุริยวงศ์จึงให้กุมารทั้ง ๒ ยกทัพออกตามอีก กุมารทั้ง ๒ มาพักอยู่ที่เขาอัสสกรรณซึ่งเกิดเหตุพระศรีเมืองหาย ไปพบฝูงนางกินนรถามได้เรื่องราวที่พระศรีเมืองพลัดไป แล้วกุมารทั้ง ๒ ก็ยกทัพไปถึงอาศรมพระโควินท์พบกับพระศรีเมืองแล้วกุมารทั้ง ๒ ก็อยู่เล่าเรียนวิชาพอสมควร พระศรีเมืองจึงพากุมารทั้ง ๒ กลับมาเมืองโขมราฐ ท้าวโขมพัสตร์จึงให้จัดการอภิเษกพระศรีเมืองกับนางบุษบา จนนางบุษบามีครรภ์ พระศรีเมืองจึงลาท้าวโขมพัสตร์ไปตามนางสุวรรณเกสร ไปพักอยู่ที่อาศรมพระโควินท์

ฝ่ายนางสุวรรณเกสรอยู่ด้วยฤๅษีตาไฟ จนกุมารอายุได้ ๗ ขวบ ฤๅษีให้ชื่อกุมารว่าสาคร แล้วเอาลูกราชสีห์ตัวหนึ่งมาชุบให้เป็นเพื่อนให้ชื่อว่าสิงหกุมาร กุมารทั้ง ๒ นั้นเที่ยวลองศิลปศรอยู่เป็นนิตย์

วันหนึ่งพระศรีเมืองลาพระโควินท์ไปตามนางสุวรรณเกสร ไปหยุดพักอยู่ที่ใกล้อาศรมพระฤๅษีตาไฟ ปล่อยให้ม้าเที่ยวกินหญ้า พระสาครกับสิงหกุมารมาพบ ก็เข้าจับม้า ม้าหนีไปหาพระศรีเมือง เกิดรบกันแต่ศิลปศรไม่กินกัน ต่างไต่ถามได้ความแล้วก็พากันเข้าไปหาฤๅษี พระศรีเมืองได้พบกับนางสุวรรณเกสร พระศรีเมืองกับนางสุวรรณเกสรอยู่ปฏิบัติฤๅษีอีก ๓ เดือน ส่วนนางประภาชายาพระมณีรัตน์ (ไม่รู้ว่าได้กันเมื่อไร) ก็ประสูติธิดาองค์หนึ่งชื่อนางชลคัพภา ส่วนท้าวพินทุทัตเมื่อได้ทราบข่าวว่าพระศรีเมืองกับนางสุวรรณเกสรหายตามทาง ก็ยกทัพมายังเมืองโขมราฐ

ฝ่ายพระศรีเมืองอยู่กับฤๅษีตาไฟถ้วน ๓ เดือน จึงสั่งหงส์ให้มาทูลพระบิดาขอให้จัดกระบวนออกไปรับ ท้าวโขมพัสตร์จึงให้พระมณีรัตน์กับพระพัทธวงศ์ออกไปรับ (กลอนสวดเรื่องพระศรีเมืองเล่ม ๓ หมดเท่านี้สังเกตเค้าเรื่องก็เห็นจะจบเพียงเข้าเมือง แม้จะมีกลอนค้างอยู่อีกก็คงไม่มาก)

[๑] เรื่องพระศรีเมืองมีฉบับอยู่ในหอพระสมุดฯ ๒ เล่ม คือเล่ม ๑ กับเล่ม ๓ เล่ม ๑ ความตรงกับบทละคอนข้างต้น แต่มาถึงเล่ม ๓ ความในบทละคอนหมดเสียแล้ว ต่อไม่ติด แต่เมื่ออ่านตรวจไปได้เค้าที่คนในเรื่องเองเล่ากันไปมาพอติดต่อได้ จึงนำมาลงไว้หมายวงเล็บเป็นสำคัญ หมดวงเล็บแล้วจึงต่อกับกลอนสวดเล่ม ๓ ได้ ได้หมายเชิงบอกไว้ต่อไปข้างหน้า

[๒] กลอนสวดเรื่องพระศรีเมืองเล่ม ๓ เริ่มความตั้งแต่นี้ไป

 

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ