ตอนที่ ๒ หงส์อาสาหาคู่ให้พระศรีเมือง

ร่าย

๏ บัดนั้นจึงพระยาหงส์ทองผ่องใส
ประคองปีกบังคมภูวไนยแล้วจึงทูลไปด้วยใจภักดิ์
ว่าพระองค์มาเรียนวิชาการก็ชำนาญข้างธนูศรศักดิ์
ยังแต่คู่สู่สมภิรมย์รักพี่จักบังคมลาไป
เที่ยวแสวงดูทุกพารานางหน่อกษัตรากรุงไหน
ที่จะควรคู่ภูวไนยอันทรงโฉมวิไลเสมอกัน
ถ้าพบองค์ทรงเบญจกัลยาจะกลับมาทูลบาทพระจอมขวัญ
ไม่ช้าจะมาในสามวันทรงธรรม์จงโปรดปรานี ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นโฉมพระศรีเมืองเรืองศรี
ฟังพระยาปักษาก็ยินดีพ้นที่จะอุปมาไป
ดังได้สมบัติในฟากฟ้าจบสากลโลกาไม่เปรียบได้
ด้วยสมดังจิตที่คิดไว้จึงตรัสไปแก่ราชหงส์ทอง
ขอบใจพระยาปักษีจงรักภักดีไม่มีสอง
มิเสียทีที่พี่รักน้องปองจักเป็นเพี่อนชีวัน
ซึ่งพี่จะไปเสาะหาองค์อัครชายาสาวสวรรค์
น้องนี้ยินดีไม่มีทันจงรีบผายผันตามปัญญา
แต่ไปอย่าให้ช้านักน้องรักจะละห้อยคอยหา
แม้สมคิดดังจิตจินดาพี่รีบกลับมาจงฉับไว ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ บัดนั้นหงส์ทองป้องปีกประนมไหว้
ลาพระโฉมยงทรงชัยก็โผผินบินไปในอัมพร ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เที่ยวทุกพาราอาณาจักรปักษินบินเตร่เร่ร่อน
ทั่วภพจบทุกพระนครจะสบองค์สายสมรก็ไม่มี
บินรีบลัดมาก็ล้าเลื่อยเหนื่อยสุดกำลังปักษี
ครั้นถึงยโสธรธานีจึงแลเห็นสวนศรีอุทยาน
ก็เขจรค่อยร่อนลงมาจับกิ่งพฤกษาในสวนสาณฑ์
จะพักอยู่แต่พอสำราญที่ในอุทยานของภูมี ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

ช้า

๏ มาจะกล่าวบทไปถึงจอมจักรนัคเรศเรืองศรี
ทรงนามพินทุทัตภูมีได้ครอบครองบุรียโสธร
เลิศล้ำสุริย์วงศ์ทรงเดชดังองค์พระราเมศวร์ทรงศร
ฤทธิรงค์ยิ่งองค์ทินกรขจรจบลบเลื่องลือชา
ศัตรูหมู่ราชไพรีก็เกรงกลัวฤทธีทุกทิศา
อันพระมเหสีโสภาทรงนามว่าสุวรรณมาลี
โฉมยงทรงพักตร์ลักขณาวิลาศลํ้านางฟ้าในราศี
ท้าวมีพระราชบุตรีทั้งเจ็ดเป็นที่เจริญใจ
อันโฉมยงนางสุวรรณเกสรอมรแมนแดนดินไม่หาได้
งามลํ้านางฟ้าสุราลัยที่ในฉ้อชั้นดุษฎี
องค์น้องอันรองลงมาทรงนามประภามารศรี
นางศรีสุดานารีนางจันทวดีทรามวัย
ถัดมานางบุษมาลีสูงศรีแอร่มแจ่มใส
นางสุดรจนาอำไพทรงโฉมวิไลโสภา
หกองค์ทรงลักษณ์เฉิดฉินดังอัปสรอินทร์ในดึงสา
ใครเห็นเป็นที่จำเริญตาล้วนทรงเบญจกัลยาณี
เสด็จอยู่ยังปรางค์ปราสาทแก้วอันพรายแพรวจำรัสรัศมี
เรืองโรจน์โชติฟ้าธาตรีดังจะแข่งแสงศรีทินกร
อันที่นั่งแต่ละองค์ทรงประดับสลับแก้วแววเลื่อมประภัสสร
หว่างห้องมีช่องบัญชรอลงกรณ์แง่งามรจนา
มีจัตุรมุขทุกชั้นหน้าบันทวยรับจับเวหา
นาคสะดุ้งพุ่งพวยใบระกาหางหงส์ช่อฟ้าบราลี
อันยอดทุกชั้นบันแถลงแก้วแดงประดับสลับสี
พรหมพักตร์จำหลักแก้วมณีนภศูลศรีจำรัสฉัตรชัย
หลังคาดาดาดมรกตเขียวขำสีสดแสงใส
ท้องพระโรงหน้าหลังข้างในเพดานใส่ดอกจอกรายรับ
โคมเพชรเด็จย่อไม้สิบสองล้วนทองรองแก้วอัจกลับ
มีแท่นมุขกระสันบรรจงรับกับที่นั่งมุขเด็จอันโอฬาร์
เกยแก้วซ้ายขวาหน้าพระลานสำหรับทรงคชสารหาญกล้า
พื้นดาดลาดแล้วด้วยศิลาทั้งข้างหน้าข้างในพรายพรรณ
เรืองทองรองเรืองรจนางามดังเทวาบรรจงสรรค์
มีห้องสิบสองพระกำนัลทั้งหมื่นหกพันกัลยา
ทิมโขลนพระฉนวนทางเสด็จงามเสร็จเถ้าแก่โขลนจ่า
นางท้าวเจ้าของตรวจตราวงวังรักษาไปทั้งนั้น
หน้าพระที่นั่งตั้งสีหราทิมดาบคดซ้ายขวาเฉิดฉัน
โรงเครื่องเนื่องแถวแนวกันโรงม้าม้านั้นล้วนอาชา
โรงช้างล้วนช้างคชาธารตัวสารหักศึกเข่นฆ่า
โรงรถล้วนรถอลงการ์จัตุรงค์โยธาอันชาญชัย
ศัสตราอาวุธใหญ่น้อยร้อยพันหมื่นแสนไม่นับได้
สำหรับยุทธ์ยิงชิงชัยศัตรูบรรลัยไม่พริบตา
กำแพงป้อมล้อมราชนิเวศน์ขอบเขตวงวังแน่นหนา
หว่างป้อมย่อมมีทวารารจนายอดปรางค์สล้างไป
มีทั้งสนามหัดจัตุรงค์อาจองเข้าหักศึกใหญ่
อันช้างม้าพหลพลไกรย่อมเคยมีชัยแก่ไพรี
นัคเรศเขตขอบได้ร้อยโยชน์เรืองโรจน์ด้วยกำแพงแสงสี
เชิงเทินดังเนินคีรีมีป้อมห้าชั้นเป็นหลั่นไป
แล้วมีหอรบประตูมีคูเขื่อนเสาศิลาใหญ่
ถนนรอบขอบขัณฑ์พระเวียงชัยรายไปด้วยทรายดังเงินยวง
ตึกกว้านบ้านเรือนก็ครึกครันแน่นนันต์ตามแถวถนนหลวง
อันบ้านขุนนางทั้งปวงทุกกระทรวงรายรอบพระบุรี
อันกลางพระนิเวศน์เวียงชัยแน่นไปล้วนบ้านเศรษฐี
ทั้งจีนจามพราหมณ์แขกเขวีคหบดีพาณิชนี่นัน
มีสระสวนทิพย์ปทุมมาศเป็นที่ประพาสเกษมสันต์
พระตำหนักน้อยใหญ่ในนั้นเป็นลดหลั่นชั้นเชิงมากมี
พระแต่งไว้เป็นธารกำนัลทุกสิ่งสารพันถ้วนถี่
ไพร่ฟ้าประชาชนมนตรีมีความผาสุกทุกเวลา
สิ่งใดมิได้มายายีพระภูมีแสนโสมนัสสา
ด้วยองค์อัคเรศชายาพระสนมซ้ายขวาสำราญใจ ฯ

ฯ ๕๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นนางสุวรรณเกสรศรีใส
เมื่อวันหงส์ทองอันอำไพมาอยู่ในสวนศรีอุทยาน
นางให้เดือดร้อนอาวรณ์จิตดังพิษอัคคีมาเผาผลาญ
ด้วยบุญนั้นดลบันดาลจึงให้เดือดร้อนรำคาญใจ
คิดจะไปชมสวนศรีอันมีพรรณมิ่งไม้น้อยใหญ่
จึงชวนหกกนิษฐายาใจขึ้นไปลาองค์พระบิดา ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ ครั้นถึงจึงก้มเกล้าบังคมเหนือเกศา
กราบลงแทบบาทบาทาทูลพระบิดาไปทันใด ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ โปรดเกศพระบิตุรงค์ทรงเดชเป็นใหญ่
ลูกน้อยร้อนรนเป็นพ้นไปวันนี้ไม่เป็นสมประดี
ขอบังคมลาพระภูวไนยออกไปเที่ยวเล่นในสวนศรี
ให้สบายคลายใจลูกน้อยนี้ขอพระพันปีจงเมตตา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นท้าวพินทุทัตนาถา
ได้ฟังลูกรักทูลลาจะพากันไปชมอุทยาน
จึงมีพระราชบัญชาแก้วตาพ่อยอดสงสาร
ซึ่งเจ้าเร่าร้อนรำคาญจะไปเล่นสำราญก็ตามใจ
แต่อย่าชวนกันอยู่ช้านักลูกรักผู้ยอดพิสมัย
ตะวันบ่ายชายแสงอโณทัยสายใจจงชวนกันกลับมา ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นนางสุวรรณเกสรเสนหา
ฟังพระบิตุเรศบัญชาทั้งหกกัลยาก็ยินดี
จึงถวายประณตบทบงสุ์ลาพระบิตุรงค์เรืองศรี
ลงจากปรางค์รัตน์มณีหกพระบุตรีก็ตามมา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ ครั้นถึงจึงสั่งพระพี่เลี้ยงเสนหา
วันนี้น้องถวายบังคมลาจะพากันไปเล่นอุทยาน
พี่จงบอกกล่าวนางสาวสวรรค์บรรดาเคยไปเล่นเกษมศานต์
แล้วสั่งแก่ชาวพนักงานให้ตระเตรียมการให้ทันที ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้นพระพี่เลี้ยงรับสั่งใส่เกศี
มาสั่งดังมีเสาวนีย์ให้เตรียมสีวิกากาญจน์ทันใด ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

ชมตลาด

๏ เมื่อนั้นนางสุวรรณเกสรศรีใส
ทั้งหกองค์ทรงลักษณ์อันวิไลเข้าในที่สรงคงคา
ทรงสุคนธ์ปนทองเฟื่องฟุ้งปนปรุงด้วยทิพย์บุปผา
ทรงปรัดผัดผ่องพักตราภูษาโกไสยใยยอง
สอดสะอิ้งกิ่งเก็จเวจุวรรณประดับถันบรรจงกุก่อง
สังวาลวรรณบรรเทืองเรืองรองสอดสนองกรองเชิงยศยง
ใบโพธิ์ห้อยพลอยพรายรายรับกุดั่นแดงแสงระยับก่องก่ง
ทองกรบวรวรรณบรรจงสอดทรงพาหุรัตนามัย
ทรงโมลีเกศเตร็จตรัสแจ่มจำรัสด้วยดอกไม้ไหว
ทรงดอกไม้ทัดตรัสไตรกรรเจียกจรอำไพด้วยกุณฑล
งามอย่างนางเทพกินนรจะร่ายร่อนขึ้นในพระเวหน
ดังอัปสรจรจากวิมานบนเสด็จดลมาทรงพระวอทอง ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ เพลง

๏ จึงรูดม่านทองป้องปิดมิให้แสงพระอาทิตย์ตรัสต้อง
พระพี่เลี้ยงเคียงวอเรืองรองเป็นแถวท่องนางในไคลคลา
ท้าวนางจ่าโขลนนารีนักเทศขันทีแห่หน้า
ขอเฝ้าชาววังตรวจตราเสด็จมายังสวนอุทยาน ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ กลองโยน

๏ มาถึงสวนศรีมิ่งไม้ไพรสาณฑ์
ประทับเกยเผยม่านชัชวาลทั้งหกองค์นงคราญก็ลีลา
พร้อมทั้งนางท้าวเถ้าแก่ชาวแม่พระกำนัลซ้ายขวา
พระพี่เลี้ยงนางนมก็ตามมาเที่ยวชมบุปผาบรรดามี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ ชวนองค์นงนุชกนิษฐาชมพรรณมาลาในสวนศรี
หงอนไก่จำปาสารภีมะลุลีลำดวนยวนใจ
ทั้งสาวหยุดพุดซ้อนชบาลาชงโคโยทะกางามไสว
สำรวลสรวลระริกซิกซี้ไปบ้างวิ่งไล่ช่วงชิงกันไปมา
อันหกองค์นงนุชนารีทั้งสาวศรีพี่เลี้ยงซ้ายขวา
ชวนกันสระสรงคงคาในสระปทุมาสำราญใจ
บ้างเก็บฝักหักดอกหยอกกันสรวลสันต์นี่นันในสระใหญ่
บ้างเข้าแฝงตัวกับบัวใบเล่นไล่ไขว่คว้าในวารี
บ้างโผกระทุ่มตุ้มติ้มเลียบอยู่แต่ริมสระศรี
ลางนางบ้างเก็บมาลีประดับองค์อินทรีย์ภิรมย์ใจ
ทั้งหกกนิษฐานารีพระพี่เลี้ยงสาวศรีแจ่มใส
สุขเกษมเปรมปรีดิ์เป็นพ้นไปที่ในสระศรีปทุมมาลย์
แต่นางสุวรรณเกสรบังอรไปลงสรงสนาน
เที่ยวชมบุษบาเบิกบานเยาวมาลย์ยุรยาตรประพาสมา ฯ

ฯ ๑๔ คำ ฯ เพลงฉิ่ง

๏ เมื่อนั้นพระยาหงส์วงศ์ราชปักษา
จับอยู่บนกิ่งอัมพาแลมาเห็นองค์นางเทวี
จึงค่อยเรียงร่ายไต่ไม้บังตัวมาใกล้นางโฉมศรี
เห็นงามจริงยิ่งเทพกินรีอินทรีย์อ้อนแอ้นลออองค์
จะดูไหนให้เพลินจำเริญจิตพิศไหนให้คิดพิศวง
พิศวาสดังจะขาดใจลงพระยาหงส์เร่งคิดไปมา
โฉมพระธิดาองค์นี้งามลํ้านารีในใต้หล้า
ควรคู่สู่สมภิรมยาพระศรีเมืองเรืองฟ้าธิบดี
จะงามศักดิ์งามสมสุริย์วงศ์งามองค์กษัตริย์ทั้งสองศรี
คิดแล้วพระยาสกุณีปักษีบินลงมาทันใด
ป้องปีกประณตบทบงสุ์องค์พระบุตรีศรีใส
จึงถวายพวงทิพย์มาลัยแก่องค์อรไทด้วยยินดี ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ

ร่าย

๏ เมื่อนั้นนางสุวรรณเกสรโฉมศรี
ครั้นเห็นพระยาสกุณีมาถวายมาลีก็หลากใจ
นางเร่งพินิจพิศดูโฉมตรูพะวงสงสัย
หงส์นี้มีกายอำไพสอดใส่เครื่องประดับเรืองรอง
ผิดนกในป่าพนาลีดีร้ายจะมีเจ้าของ
เอาดอกไม้มาให้ดังใจปองน่าจะต้องประสงค์สักสิ่งอัน
จึงว่าพระยาปักษีอันมีวรรณวิจิตรเฉิดฉัน
เอาพวงมาลัยพรายพรรณมาให้เรานั้นก็ขอบใจ
อันประเทศถิ่นฐานของปักษีอยู่ป่าพนาลีหนไหน
มีกิจอนุสนธิ์กลใดจงเล่าไปแต่จริงสกุณา ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ บัดนั้นจึงเหมราชปักษา
ทูลตอบให้ชอบพระอัชฌาพระองค์จงได้ปรานี
ตัวข้าเป็นข้าฉลองบาทพระศรีเมืองเยาวราชรัศมี
ทรงโฉมประโลมโลกีย์ในบุรีโขมราฐเรืองชัย
อันจะร่ำถึงองค์พระทรงศักดิ์จบสากลไตรจักรไม่เปรียบได้
องค์พระบิตุเรศภูวไนยจะเสกให้ครอบครองพารา
ไร้องค์อัครราชเทวีอันเป็นที่สนิทเสนหา
พระทูลลาบิตุเรศมารดาออกมาเที่ยวอยู่ในกลางไพร
สืบเสาะหาองค์อัคเรศทุกนิเวศน์กษัตริย์น้อยใหญ่
ไม่สบประสงค์ดังจงใจจึงตรัสใช้ให้ข้าน้อยมา
เที่ยวดูสุริย์วงศ์ทุกธานีองค์ใดเป็นที่เสนหา
วันนี้เป็นบุญสกุณามาพบบาทบงสุ์ดังจงใจ
เห็นโฉมพระองค์ทรงชื่นงามลํ้าเพียงจะกลืนไว้ให้ได้
กับโฉมพระศรีเมืองเรืองชัยดูไหนก็สมเสมอกัน
งามองค์งามวงศ์สองกษัตริย์ในหน่อเนื้อจักรพรรดิรังสรรค์
ข้าน้อยยินดีไม่มีทันเป็นความจริงซึ่งบรรยายมา ฯ

ฯ ๑๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นนางสุวรรณเกสรเสนหา
ได้ฟังหงส์ทองสนองมาพรรณนาถึงองค์พระทรงชัย
แต่ออกนามพระองค์ทรงฤทธิ์ให้มีจิตปฏิพัทธ์หวั่นไหว
ด้วยบุญเคยคู่ภูวไนยจึงบันดาลใจให้ยินดี
ครั้นจักพาทีด้วยมีจิตก็คิดความละอายปักษี
จึงว่าพระยาสกุณีมากล่าวดังนี้เห็นผิดไป
พระเป็นสุริย์วงศ์กษัตราถึงนางในฟากฟ้าก็หาได้
จะไร้พระมเหสีด้วยอันใดใช่ว่ากรุงกษัตริย์จะไม่มี
แม้จะประสงค์นางองค์ใดเห็นจะไม่เคืองขัดบทศรี
จะมีสารไปตามประเพณีโดยทางไมตรีก็ง่ายดาย
ตัวเรานี้น้อยวาสนาปักษาอย่าเปรียบพระลือสาย
ไม่ควรองค์พระทรงลักษณ์อันเลิศชายมาใส่ไคล้ภิปรายไม่เกรงใจ
นี่หากว่าเป็นปักษีถ้าเป็นคนก็จะมีโทษใหญ่
ล่วงเกินวาทีดังนี้ไซร้เห็นภัยจะถึงเวทนา ฯ

ฯ ๑๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้นพระยาเหมราชปักษา
จึงทูลสนองพระวาจาตรัสมาทั้งนี้ก็ควรนัก
เป็นความสัตย์จริงทุกสิ่งอันไม่แสร้งรำพันถึงทรงศักดิ์
ซึ่งได้เปรียบองค์พระทรงลักษณ์จงอดโทษปักษาได้ปรานี
อันข้อพะวังกังขาไม่เชื่อวาจาปักษี
จะบังคมลานางเทวีไปทูลคดีพระภูวไนย
ให้แจ้งเหตุผลยุบลนี้ตามพระเสาวนีย์ที่สงสัย
เห็นพระยอดฟ้าจะอาลัยจะใช้ให้ข้าน้อยกลับมา
เท็จจริงสิ่งใดที่ในกิจจะเห็นจิตจงรักของปักษา
ว่าแล้วหงส์ทองก็อำลาโผผินบินมาทันใด ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้นสุวรรณเกสรศรีใส
ครั้นพระยาปักษินบินไปพอพระสุริย์ใสสายัณห์
จึงชวนหกองค์นงคราญพระสนมบริวารสาวสรรค์
เสด็จมายังวังจันทน์แต่ในทันใดมิได้ช้า ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ กลองโยน

๏ ครั้นถึงวังจันทน์ทันใดชวนหกทรามวัยกนิษฐา
เสด็จลีลาศคลาดคลามาเฝ้าพระชนกชนนี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นท้าวพินทุทัตเรืองศรี
ทั้งองค์พระราชชนนีเห็นเจ็ดบุตรีกลับมา
จึงตรัสประภาษด้วยสุนทรสายสมรพ่อสุดเสนหา
เจ้าไปเล่นสวนมาลาแก้วตาค่อยคลายสบายใจ
พ่อนี้ตั้งใจคอยท่าเห็นช้าร้อนรนหม่นไหม้
เห็นลูกแก้วกลับบัดนี้ไซร้พ่อมีใจใสสุทธิ์เปรมปรีดิ์ ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นพระยาหงส์เหมราชปักษี
บินร่ายว่ายฟ้ามาทันทีก็ถึงพระกุฎีด้วยฉับไว ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ พอพระสุริยงสดงคตพระจันทร์ทรงกลดแขไข
ปักษาร่าร่อนลงทันใดยังศาลาลัยพระมุนี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นองค์พระศรีเมืองเรืองศรี
ครั้นเห็นพระยาสกุณีชื่นชมยินดีเป็นพ้นไป
จึงตรัสเรียกราชปักษาพี่ถดเข้ามาให้ใกล้
น้องตั้งตาคอยละห้อยใจพี่ไปยังได้การมา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้นหงส์ทองป้องปีกด้วยหรรษา
ถวายบังคมคัลวันทาแล้วทูลผ่านฟ้าไปพลัน
ข้าน้อยบินเตร่เร่ไปทุกบ้านน้อยเมืองใหญ่เขตขัณฑ์
เห็นราชธิดาทั้งนั้นไม่ทรงเบญจกัลยาณี
ข้าจึงบินร่ายกรายไปจับอยู่ที่ในสวนศรี
ยังเมืองยโสธรธานีท้าวมีบุตรีอันโสภา
ทรงนามชื่อสุวรรณเกสรโฉมงามดั่งอมรเลขา
ออกมาชมสวนมาลาข้าน้อยเห็นองค์นางทรามวัย
จะพิศพักตร์ก็ลืมแลองค์พิศทรงก็ให้หลงใหล
งามลํ้าเลิศลบภพไตรใต้หล้าไม่หาเทียมทัน
ควรเป็นคู่ครองฉลองบาทองค์พระเยาวราชรังสรรค์
สุริย์วงศ์ทรงศักดิ์ก็สมกันข้าจึงบังคมคัลเทวี
แล้วถวายพวงทิพย์มาลาแก่องค์พระธิดามารศรี
นางตรัสสนทนาพาทีไต่ถามถ้วนถี่ทุกประการ
ข้าทูลถึงองค์พระทรงศักดิ์ให้ตระหนักทุกสิ่งแถลงสาร
ยังกินแหนงแคลงใจเยาวมาลย์จะว่าขานสิ่งใดไม่ไยดี
ข้าจึงประณตบทบงสุ์มาทูลองค์พระผู้ทรงรัศมี
เล่าความตามมูลคดีถ้วนถี่แต่ต้นจนปลายมา ฯ

ฯ ๑๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นพระศรีเมืองเลื่องลบจบทิศา
ฟังหงส์แถลงแจ้งกิจจาพระแสนโสมนัสสาเป็นสุดคิด
เพียงได้เห็นองค์นางนงคราญดังได้ผ่านฟากฟ้าดุสิต
เหมือนได้อิงแอบแนบชิดแสนพิศวาสจะขาดใจ
จึงว่าพระยาปักษีมีคุณแก่น้องจะมีไหน
ได้ความลำบากยากใจเตร็จเตร่เร่ไปทุกตำบล
ถูกลมระงมแดดแผดต้องทนละอองน้ำฟ้าหยาดฝน
เพราะรักน้องต้องเป็นกังวลจึงได้ทนเวทนาพ้นไป
อันยโสธรธานีพระบุรีนั้นอยู่ทิศไหน
หนทางนั้นใกล้หรือไกลจะไปมาสักกี่ราตรี ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ บัดนั้นพระยาหงส์ทองปักษี
จึงทูลทรงธรรม์พันปีอันบุรีโฉมยงนงคราญ
ชื่อว่าเมืองยโสธรอยู่ฝ่ายอุดรทิศาน
หนทางนั้นไกลกันดารขอพระภูบาลจงแจ้งใจ ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นพระทรงสวัสดิ์รัศมีศรีใส
ได้ฟังหงส์ทองอันร่วมใจจึงบัญชาไปด้วยพลัน
อันยโสธรพารามรคานั้นไกลเขตขัณฑ์
จะอุตส่าห์บุกป่าพนาวันสัญจรนอนดงตรงไป
เกลือกนางจะไม่เมตตาจิตน้องคิดสิ่งนี้เป็นข้อใหญ่
คิดจะให้พี่ผู้ร่วมใจจำทูลสารไปเป็นไมตรี
จักเอาสาราธำมรงค์ไปถวายแก่องค์มารศรี
ให้รู้ระคายร้ายดีพี่เจ้าจะเห็นประการใด ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ บัดนั้นหงส์ทองผู้มีอัชฌาสัย
จึงทูลสนองให้ต้องใจพระตริไตรดั่งนี้ก็ควรนัก
จะเอาสิ่งของทั้งนี้ไปถวายองค์อรไทให้ตระหนัก
แม้นางอนุกูลไม่สูญรักกลับมาจักพากันไป ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นพระศรีเมืองยิ้มแย้มแจ่มใส
จึงเขียนลักษณ์อักษรทันใดแจ้งความไปในสารา
แล้วถอดธำมรงค์เนาวรัตน์จากนิ้วพระหัตถ์เบื้องขวา
สวมศอผูกคอสกุณาพี่เจ้าเมตตาจงรีบไป ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้นพระยาหงส์ทองผ่องใส
จึงลาพระองค์ทรงชัยก็โผผินบินไปด้วยพลัน ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ มาถึงยังสร้อยสระศรีสวนขวัญ
จึงจับกับกิ่งอำพันคอยองค์นางกัลยาณี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ ตะวันบ่ายชายแสงรอนรอนทินกรจะใกล้สิ้นรัศมี
ไม่พบองค์อัครราชเทวีปักษีจึงคิดไปมา
จะอยู่ช้าที่นี่ก็มิได้จำกูจะเข้าไปหา
ให้พบสบองค์กัลยายังปราสาทรัตนานางเทวี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้นพระยาหงส์วงศ์ราชปักษี
ก็บินมาจับแฝงบราลีอยู่ที่ยอดปรางค์ปราสาทชัย ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ มองสงัดงัดเงียบเลียบดูไม่เห็นหมู่พระกำนัลน้อยใหญ่
จึงบินลงตรงช่องบัญชรชัยเข้าในห้องที่นางเทวี
หงส์ทองนบนอบยอบกายถวายพระธำมรงค์กับสารศรี
แล้วว่าข้าทูลคดีแก่โฉมพระศรีเมืองเรืองชัย
ออกนามถึงองค์นางนงลักษณ์พระทรงศักดิ์ยินดีจะมีไหน
แสนสุดเสนหาอาลัยจะใคร่ได้เห็นองค์นางนงคราญ
จะบุกป่าฝ่าหนามมาตามหาตัวข้านี้คิดสงสาร
จึงกราบทูลขัดทัดทานมิให้ภูบาลเสด็จมา
พระมาอยู่ป่าพนาลีจึงให้สารศรีเสนหา
ทั้งพระธำมรงค์อลงการ์เอามาถวายเป็นไมตรี ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นนางสุวรรณเกสรมารศรี
ได้ฟังสกุณาพาทีนางถวิลยินดีในวิญญาณ์
แต่ปากนั้นหากเกียจกลแยบยลมิให้กังขา
จึงว่าไปแก่สกุณาเอาสารมาให้ข้าด้วยอันใด
ตัวเราก็เป็นสตรีจะรับสารศรีท่านกระไรได้
เห็นผิดจารีตบูราณไปอันประสงค์จะได้เป็นไมตรี
ชอบแต่จะแต่งบรรณามาให้ทูตาจำทูลสารศรี
อันจะทำเล่นเช่นนี้ปากคนกาลีจะนินทา
ซึ่งจะให้สาราธำมรงค์พระโฉมยงก็ไม่รู้จักข้า
จงคืนไปถวายพระผ่านฟ้าข้าจะรับไว้ก็ไม่ดี ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ บัดนั้นหงส์ทองทูลสนองบทศรี
อันดำรัสตัดรอนมาดั่งนี้เหมือนไม่ปรานีสกุณา
ได้ทูลแก่องค์พระทรงศักดิ์ถึงองค์เยาวลักษณ์เสนหา
พระจึงจงรักภักดีมาหวังว่าจะฝากชีวี
จึงให้สารากับธำมรงค์มาถวายแก่องค์มารศรี
เป็นทางพระราชไมตรีด้วยมีความปฏิพัทธ์พ้นไป
ซึ่งมิรับไว้ดังใจปองจะกลับคืนสิ่งของนี้ไปให้
น่าที่จะมีโทษภัยที่ไหนจะพ้นพระอาญา
พระจะตำหนิติโทษกริ้วโกรธแก่ข้าเป็นหนักหนา
ว่าเอาความเท็จมาเจรจาให้ผ่านฟ้าลุ่มหลงปลงใจ
ซึ่งจะกลับไปทูลพระภูมีปักษีจะตายเสียก่อนไข้
ถึงนางกัลยาไม่อาลัยจงรับไว้ตามมีบัญชามา
อันพระธำมรงค์วงเพชรต่างองค์พระเสด็จมาหา
ซึ่งข้อสงสัยในสาราข้าได้ทูลไว้แต่เดิมที
ว่าพระเสด็จทรมานมาอยู่ที่ในป่าพนาศรี
โยธาข้าใช้ก็ไม่มีแต่ข้าปักษีกับพี่เลี้ยง
จะได้ทูตที่ไหนใช้มาข้าน้อยจักว่าเหมือนทูลเถียง
พระแม่สงสัยจักไล่เรียงสุดที่จะบ่ายเบี่ยงบรรยาย
แม้นพระองค์มิเชื่อวาจาเหมือนไม่เมตตาพระฦๅสาย
น่าที่พระจะทอดตนตายนางโฉมฉายจงได้ปรานี ฯ

ฯ ๒๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นสุวรรณเกสรโฉมศรี
ฟังหงส์ทูลวอนวาทีเทวีเสแสร้งจำนรรจา
ครั้นจะไม่รับสารธำมรงค์คิดสงสารหงส์เป็นหนักหนา
จำเป็นด้วยเห็นเวทนาจึงรับเอามาทันใด
ดั่งหนึ่งเห็นองค์พระทรงฤทธิ์อันเลิศลํ้าทศทิศไม่เปรียบได้
แสนพิศวาสจะขาดใจอาลัยถึงองค์พระภูมี
แล้วว่าแก่ราชปักษาตัวท่านจักช้าอยู่ที่นี่
สาวสรรค์กำนัลนารีมาเห็นเป็นที่กินใจ
จงไปซ่อนอยู่ยังสวนศรีพรุ่งนี้เวลาปัจจุสมัย
จึงจะให้สาวศรีออกไปแจ้งในยุบลกิจจา ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ บัดนั้นหงส์ทองได้ฟังก็หรรษา
จึงเคารพนบนอบอำลาบินมายังสวนมาลี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นนางสุวรรณเกสรโฉมศรี
ครั้นหงส์ทองล่องฟ้าจรลีจึงคลี่สารอ่านดูทันใด ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ ในลักษณ์ว่าสารพระศรีเมืองฤทธิเรืองเฟื่องฟ้าดินไหว
สถิตกรุงโขมราฐเวียงชัยหน่อไทโขมพัสตร์ภูมี
เสด็จจากพระนิเวศน์มาเรียนศิลป์พระโควินท์อยู่ในไพรศรี
เสี่ยงใจใช้หงส์จรลีเที่ยวทุกธานีมาช้านาน
เป็นบุพเพนิวาสพาสนาเหมราชกลับมาสนองสาร
แจ้งข่าวพระยอดเยาวมาลย์เพียงพี่ได้ผ่านดุสิดา
แสนคำนึงถึงนุชไม่ว่างเว้นคล้ายคล้ายเหมือนจะเห็นกนิษฐา
หวังสวาทนาฏนุชสุดโสภาเป็นมหามิ่งมิตรไมตรี
จึ่งโอภานด้วยสารสุนทรให้แจ้งร้อนธุระในอกพี่
ด้วยจงเจตน์อัคเรศนารีไปเป็นศรีโขมราฐพระนคร
ให้งามเมืองงามเรืองสุริย์วงศ์ด้วยเอกองค์ทรงลักษณ์สายสมร
จะงามยศปรากฏขจายจรถาวรทั้งสองนครา
บัดนี้พี่ฝากพระธำมรงค์องค์หนึ่งมาให้กนิษฐา
ชมพลางต่างพักตร์พี่ยากว่าจะได้ประสบพบองค์
เมตตาอย่าตัดพระไมตรีจงตอบสารศรีมากับหงส์
พอเป็นสำคัญมั่นคงทรงแล้วแย้มยิ้มพริ้มพราย ฯ

ฯ ๑๖ คำ ฯ

๏ จึงม้วนอักษรซ่อนไว้ในทรวงสะพักโฉมฉาย
พระพักตร์เพียงจันทร์พรรณรายสายสมรอาวรณ์ถึงภูมี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้นนวลนางพี่เลี้ยงโฉมศรี
สะกิดกันกระซิบพาทีเมื่อกี้เราเห็นประหลาดนัก
หนังสืออะไรจะใคร่รู้จะถามโฉมตรูให้ประจักษ์
ว่าแล้วทูลไปด้วยใจภักดิ์อักษรอะไรนั่นพระเทวี
ทำไมไม่บอกให้ข้ารู้ดูดังไม่ไว้ใจพี่
เสียแรงจงรักภักดีหรือมิให้รู้แล้วก็แล้วไป ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นนางสุวรรณเกสรศรีใส
ฟังพระพี่เลี้ยงผู้ร่วมใจยิ้มพลางอรไทพาที ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ พี่เจ้าน้องจะเล่าให้แจ้งใจพี่
เมื่อเราไปสวนมาลีมีหงส์ตัวหนึ่งนั้นบินมา
คาบพวงดวงดอกปทุเมศงามล้ำวิเศษมาให้ข้า
ว่าพระศรีเมืองเรืองฟ้าถวายมาเป็นทางไมตรี
บัดนี้พระยาหงส์ทองกลับเอาของกับสารศรี
มาให้แก่น้องในวันนี้พี่เจ้าอย่าเล่าไปมา
แม้แจ้งถึงองค์พระทรงศักดิ์จะติโทษน้องรักหนักหนา
แล้วหยิบธำมรงค์อลงการ์กับสาราให้พี่เลี้ยงดู
สิ่งนี้พระให้มากับน้องเป็นของสำคัญทั้งคู่
พี่เจ้าของน้องผู้ร่วมรู้เอ็นดูจะทำไฉนดี ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ บัดนั้นพี่เลี้ยงบังคมเหนือเกศี
รับพระธำมรงค์อันรูจีกับสารามาคลี่พิเคราะห์ดู
เห็นสมองค์พระทรงศรีสวัสดิ์หน่อเนื้อจักรพรรดิก็จริงอยู่
งามประเสริฐเลิศล้นพ้นรู้ควรคู่ด้วยองค์นางนงคราญ
ข้าน้อยก็พลอยยินดีธุระนี้พี่จะช่วยคิดอ่าน
อันพระธำมรงค์อลงการเป็นของประทานพระให้มา
ครั้นจะมิตอบแทนฉันนั้นเล่าดังเราไร้ใจเป็นหนักหนา
จะไม่เห็นสำคัญเป็นสัญญาจะตรีชาว่าได้เมื่อปลายมือ
อันภูษาทรงขององค์นางมิถวายไปบ้างจะดีหรือ
พระจะได้แอบอุ่นต่างบุญลือจงหารือใจดูให้ดี ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นนางสุวรรณเกสรโฉมศรี
ฟังพี่เลี้ยงตอบชอบทีจึงมีเสาวนีย์ไปทันใด
อันพี่ว่าขานมาทั้งนี้เห็นดีน้องชอบอัชฌาสัย
จำจะมีสารตอบไปถึงพระภูวไนยธิบดี
แต่บัดนี้พระยาหงส์ทองน้องให้ไปท่าอยู่สวนศรี
พี่เจ้าผู้ใจอารีจงแต่งของกินที่โอชา
ทั้งน้ำผึ้งข้าวตอกอันตระการออกไปประทานแก่ปักษา
สั่งแล้วเท่านั้นมิทันช้าก็ทรงเขียนสาราทันใด ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ บัดนั้นพระพี่เลี้ยงผู้มีอัชฌาสัย
มาแจงจัดมธุรสอันพึงใจเสร็จแล้วไปทูลนางเทวี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นนางสุวรรณเกสรมารศรี
ชื่นชมโสมนัสพันทวีจึงเปลื้องภูษาศรีออกจากองค์
ส่งให้พี่เลี้ยงผู้ร่วมใจกับสารนี้พี่ให้พระยาหงส์
อันภูษาผ้าสไบน้องทรงว่าต่างองค์ถวายบังคมไป ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นสองนางพระพี่เลี้ยงศรีใส
รับเอาสาราผ้าสไบบังคมแล้วรีบไปยังอุทยาน ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ ครั้นถึงสวนศรีมิ่งไม้ไพรสาณฑ์
จึงเอาของกินอันตระการซึ่งยอดเยาวมาลย์ประทานมา
ให้แก่พระยาสกุณีทั้งศุภสารศรีแลภูษา
แจ้งความตามเสาวนีย์มาแก่พระยาหงส์ทองทุกประการ ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้นปักษีมีจิตเกษมศานต์
รับสารามามิทันนานทั้งของประทานด้วยปรีดา
จึงว่าขอบคุณพระแม่เจ้าดังบังเกิดเกล้าปักษา
ทั้งสองสาวสรรค์กัลยาก็มีคุณแก่ข้าพ้นไป
แม้ว่าทีหลังได้กลับมาจะเก็บดอกมณฑามาให้
ค่อยอยู่เถิดข้าจะลาไปจงทูลองค์อรไทเทวี ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้นนวลนางพระพี่เลี้ยงทั้งสองศรี
ฟังหงส์จงรักด้วยวาทีมีความยินดีไม่รู้แล้ว
พิศเพ่งเล็งดูทั้งกายารจนาดังทองแกมแก้ว
ขนขำอำไพเพริศแพร้วผ่องแผ้วไม่มีเทียมทัน
เป็นน่าเอ็นดูสกุณาอัธยาปรีชาก็คมสัน
แต่นกยังรู้จำนรรจ์คิดแล้วยิ้มกันไปมา
จึงว่าพระยาปักษีผู้มีใจภักดีอาสา
จงกลับไปทูลพระผ่านฟ้าตัวข้าจะไปแจ้งนางเทวี
ว่าแล้วสองนางกัลยาก็ลีลามาจากสวนศรี
รีบรัดลัดแลงจรลีมิให้ใครรู้กิจจา ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ ครั้นเข้ามาถึงวังในพระพี่เลี้ยงร่วมใจเสนหา
จึงทูลความตามได้จำนรรจาให้ทราบบาทานางเทวี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นสุวรรณเกสรมารศรี
กับสองพี่เลี้ยงผู้ภักดีมีความชื่นชมภิรมย์ใจ ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้นพระยาราชหงส์ทองผ่องใส
ครั้นออกจากสวนดอกไม้ร่อนรีบมาในอัมพร
ข้ามดงคงคาป่าไม้ข้ามแสนพนมในสิงขร
ตะวันบ่ายชายแสงทินกรร่อนมายังคันธกุฎี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ ครั้นถึงจึงราปีกลงตรงเข้าไปเฝ้าพระโฉมศรี
ประคองป้องปีกอัญชลีถวายสารศรีกับสไบ
ทูลความตามเรื่องไปถึงสวนทบทวนถ้วนถี่แถลงไข
ทีนี้เห็นจะสมพระฤทัยพี่ไปได้สิ่งสำคัญมา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นพระศรีเมืองเรืองรุ่งเวหา
รับทรงสะพักกับสารามาจากพระยาหงส์ทอง
ภูมีคลี่ชมสมหวังดังได้เห็นพักตร์เจ้าของ
งามนวลเนื้อสไบใยยองกรองเป็นดอกดวงรจนา
หอมตลบอบองค์ทรงกลิ่นรวยรินรื่นซาบนาสา
หวนคิดถึงองค์วนิดาหงส์ว่าเลิศลักษณ์ประโลมใจ
สไบน้องกรองเนื้อถึงเพียงนี้จะนวลเนื้อมารศรีสักเพียงไหน
คิดแล้วคลี่สารอรไทภูวไนยทรงอ่านด้วยความรัก ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ ในสารว่าน้องบังคมถึงบรมบาทพระทรงศักดิ์
ซึ่งให้ปักษีมีใจภักดิ์นำลักษณ์อักษรธำมรงค์
ให้มาถึงข้าเป็นสำคัญว่ามีจิตติดพันพิศวง
อยู่อยู่จู่มาไม่รู้องค์จะฟังนกหคหงส์ก็ผิดที
แจ้งว่าพระองค์ผู้ทรงเดชละนิเวศน์มาอยู่พนาศรี
คู่ครองสองสมก็ไม่มีจะขอฝากไมตรีชีวาวัน
จึงให้สารศรีธำมรงค์มาต่างองค์พระยอดฟ้านราสรรค์
ผิดทีมีจิตจะผูกพันช่างบรรยายมาน่าอายใจ
ซึ่งข้ารับสารกับธำมรงค์ใช่จะจงใจจริงก็หาไม่
ว่าขัดสนทนเทวษอยู่ในไพรตกไร้ได้ยากลำบากกาย
ข้าจึงใช้ผ้าเป็นค่าแหวนทดแทนมาถึงพระฦๅสาย
ถึงมิควรจะเปรียบเทียบทายตามมีก็ถวายพระองค์มา
อันหัวใจไมตรีประการใดมิรู้ได้ไม่เคยเดียงสา
พระองค์ให้ไปจึงให้มามิรู้จะว่าข้าไร้ใจ
ถ้าชาวป่ามาได้จนถึงเมืองขัดเคืองจะช่วยแก้ไข
นี่อยูในดงพงไพรจึงให้สไบตอบมา
ทั้งนี้เพราะข้าการุญจะทำบุญกับคนอนาถา
ความจริงทุกสิ่งข้าวาจาเหมือนในสาราจงแจ้งใจ ฯ

ฯ ๑๘ คำ ฯ

๏ คลี่สารอ่านสิ้นอักษรภูธรยิ้มแย้มแจ่มใส
ท่วงทีคมขำเป็นคำในควรเป็นหน่อไทธิบดี
จึงปรึกษาพี่เลี้ยงทั้งสี่คนว่าเล่ห์กลยุบลสารศรี
ว่าขานมารยามาอย่างนี้ทั้งสี่พี่จะคิดประการใด ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้นพระพี่เลี้ยงทูลแจ้งแถลงไข
นางว่าข้าเห็นเป็นคำในจะให้เสด็จไปพระบุรี
เห็นจะผ่อนตามความสวาทไม่บำราศรักคลายหน่ายหนี
น่าที่จะได้เป็นไมตรีข้าเห็นดังนี้พระภูบาล ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นพระศรีเมืองเรืองฤทธิ์ดังสุริย์ฉาน
ฟังสี่พี่เลี้ยงผู้ปรีชาญจึงมีพจมานไปทันใด
ซึ่งพี่ดำริตริตรองเห็นสอดคล้องต้องตามอัชฌาสัย
จะหนักหน่วงท่วงทีอยู่มิไปที่ไหนจะได้เป็นไมตรี
จำจะถวายบังคมลาองค์พระมหาฤๅษี
ไปตามวาสนาครานี้เดชะบุญมีจะพบกัน ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ ว่าแล้วพระลีลาศคลาดแคล้วผายผัน
กับสี่พี่เลี้ยงพร้อมกันมาวันทาลาพระอาจารย์ ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ ครั้นถึงประณตบทบงสุ์องค์พระมหาฤๅษีสาร
กราบลงแทบบาทบทมาลย์บอกพระอาจารย์ทันใด ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ โปรดเกล้าพระอัยกาเจ้าเป็นใหญ่
บัดนี้หลานใช้ให้หงส์ไปเที่ยวหานางในทุกนคร
กลับมาว่าเห็นนางโฉมยงทรงนามสุวรรณเกสร
อยู่ยังพารายโสธรสายสมรให้สารสไบมา
หลานรักจักขอลาไปหาองค์อรไทเสนหา
ตามได้สร้างสมอบรมมาขอพระอัยกาจงปรานี ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นพระโควินท์มหาฤๅษี
ได้ฟังนัดดาพาทีพระมุนีสลดระทดใจ
เอ็นดูหลานรักเป็นหนักหนาจะกลั้นน้ำตามิใคร่ได้
ด้วยเจ้าจะพรากจากไปดังใครมาเด็ดเอาชีวี
ครั้นว่าจะขัดทัดทานห้ามปรามหลานไว้ก็ใช่ที่
จึงว่าเจ้าจะไปก็ตามทีจงศรีสวัสดิ์อย่ามีภัย
ซึ่งสิ่งประสงค์จำนงจิตให้สมความคิดจงได้
อันศัตรูหมู่ราชพาลภัยให้อัปราชัยทุกเวลา ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ