เดือนยี่ จ.ศ. ๑๒๓๗

แผ่นที่ ๑๗๙ ออกวันจันทร์ เดือนยี่ ขึ้นค่ำ ๑

ขุนแผลงอัคเนนายเวร ๑ รวม ๒ ขุนหมื่นพันเลว ๒๐ รวม ๒๒ กรมอาสาวิเศษขวา ขุนกำแหงสงครามปลัดกรม ๑ ขุนหมื่น ๔ รวม ๕ กรมตำรวจในซ้าย หมื่นไกรรักษา ๑ ขุนหมื่น ๔ รวม ๕ กรมตำรวจในขวา หมื่นไกรรักษา ๑ ไพร่ ๔ รวม ๕ กรมอาสาใหญ่ซ้าย ขุนวิจิตรสงคราม ๑ ขุนหมื่น ๒ รวม ๓ กรมอาสาใหญ่ขวา ขุนอาจสงครามนายเวร ๑ ขุนหมื่น ๒ รวม ๓ กรมเกณฑ์หัดอย่างฝรั่งซ้าย หลวงพิพิธณรงค์เจ้ากรม ๑ ขุนหมื่น ๔ รวม ๕ กรมอาสารองซ้าย ขุนสนิทนายเวร ๑ ขุนหมื่น ๒ รวม ๓ กรมเกณฑ์หัดอย่างฝรั่งขวา หลวงทรงวิไชย ๑ ขุนหมื่น ๔ รวม ๕ กรมพลพันซ้าย นายฤทธิ์นายเวร ๑ ขุนหมื่น ๔ รวม ๕ กรมตำรวจนอกซ้าย ผู้ดาษฤทธินายเวร ๑ ไพร่ ๓ รวม ๔ กรมพลพันขวา นายยวดนายเวร ๑ ขุนหมื่น ๔ รวม ๕ กรมทนายเลือก ขวา หมื่นภูมินทรโยธานายเวร ๑ หมื่นยุทธสังหารนายเวร ๑ หมื่นพินิจวินาศนายเวร ๑ หมื่นฤทธิสรไชยนายเวร ๑ ขุนหมื่น ๓ รวม ๗ กรมรักษาพระองค์ขวา หมื่นพินิจบรรจง ๑ ขุนหมื่น ๒ ไพร่ ๘ รวม ๑๑ กรมทนายเลือกซ้าย หมื่นอาสาภูธรนายสนาม ๑ หมื่นชิดสรไชยนายเวร ๑ ขุนหมื่น ๒ รวม ๔ กรมทหารในซ้ายขวา หมื่นภักดีนาถนายเวร ๑ หมื่นจงใจรักษ์นายเวร ๑ ขุนหมื่น ๖ รวม ๘ กรมรามัญทหารหน้า กัปตัน ๑ ออเดอซายัน ๑ นายร้อย ๒ ทหาร ๕๕ รวม ๕๙ กรมพระคลังสินค้า หลวงวิจารณ์โกษา ๑ ขุนชำนาญภักดี ๑ ขุนหมื่น ๔ รวม ๖ รวมเปนคน ๑๘๔ คน

วัดพระยาทำ กรมวัง นายศรีเถียร ๑ ตำรวจวัง ๒ รวม ๓ กรมมหาดเล็กทูลวัด นายไชยขรรค์ ๑ ทอดพระแสง

----------------------------

แผ่นที่ ๑๘๐ ออกวันจันทร์ เดือนยี่ ขึ้นค่ำ ๑

หม่อมราชวงศ์ ๑ รวม ๒ กรมพระคลังศุภรัต พระศุภรัต ๑ ขุนหมื่น ๑ รวม ๒ กรมสนมพลเรือน พระอินทราทิตย์ ๑ นายมีนายเวร ๑ รวม ๒ กรมเก้าอี้ หลวงเบญจางค์วรอาสน์ ๑ นายชุมนุมนายเวร ๑ รวม ๒ กรมพระคลังวิเศษ หลวงศรีทิพ ๑ กรมกระโถนขันน้ำ ขุนหมื่น ๑ กรมสังฆการีย์ ขุนศรีธรรมลังการ์ ขุนหมื่น ๑ รวม ๒ กรมพระตำรวจในขวา นายศรีภักดี ๑ นายรัดภักดี ๑ นายไกรภักดี ๑ นายชาติภักดี ๑ นายเวร ๔ ขุนหมื่นพันเลว ๒๑ รวม ๒๕ กรมพระตำรวจใหญ่ขวา นายไกรสงคราม ๑ ขุนหมื่นพันเลว ๒๔ รวม ๒๕ ตั้งกอง หลวงมหาโยธี ๑ ขุนหมื่น ๕ รวม ๖ ทหารรักษาพระองค์ซ้าย แปนมาสเตอรซายัน ๑ ทหารรักษาพระองค์ซ้าย ไพร่ ๒ โหล รวม ๒๕ กรมอาสาใหญ่ซ้ายตั้งปืน นาย ๑ ขุนหมื่น ๒ รวม ๓ กรมอาสาใหญ่ขวาตั้งปืน นาย ๑ ไพร่ ๒ รวม ๓ รองงานนอกขวาตั้งปืน นาย ๑ ไพร่ ๒ รวม ๓ กรมทหารบดิกาด กัปตัน ๑ เลบเตอแนน ๑ เกาวริง ๑ ซายัน ๑ ซายันมาเยอ ๑ ออเดอซายัน ๑ ซายัน ๖ กอปราล ๕ รวม ๑๗ ไพร่ ๔๒ รวม ๕๙ ช่างทหารในซ้าย หมื่นนาถ ๑ ขุนหมื่น ๔ รวม ๕ ทหารในช่างขวา หมื่นจง ๑ ขุนหมื่น ๔ รวม ๕ พลพันซ้าย นายแผลงไพริน ๑ ขุนหมื่น ๕ รวม ๖ ทนายเลือกซ้าย หมื่นชิด ๑ ขุนหมื่น ๑ รวม ๒ พลพันขวา นายสุทธิรักษ์ ๑ ขุนหมื่น ๕ รวม ๖ รวมเปนคน ๑๘๘ คน

ข้าพ(ระพุทธ)เจ้า นายจันทรมณเฑียรนายเวรกรมวัง ทำบาญชีตรวจในพระอุโบสถวัดนาคกลางที่ ๓ ตรวจวังทอดที่ ๕ สนมพลเรือน พระจันทราทิตย์ ๑ ขุนหมื่น ๓ รวม ๔ มหาดเล็กทอดพระแสงเวรสิทธิ สารวัด ๑ คลังวิเศษ หลวงศรีทิพ ๑ คลังศุภรัต หมื่นจำนง คลังมหาสมบัติ นายนิ่ม ๑ สังฆการีย์ สังฆกาโรต ๑ ลาดพระบาท ขุนอินปลัด ๑ พิณพาทย์ หมื่นไฉน ๑ ขุนหมื่น ๕ รวม ๖ กลองแขก หมื่นฉลาด ๑ ขุนหมื่น ๒ รวม ๓ แตรงอน แตรฝรั่ง สังข์ หลวงกาหล ๑ ขุนหมื่น ๖ รวม ๗ คลังราชการ นายเวร ๑ ขุนหมื่น ๓ รวม ๔ วิเสทตั้งเครื่องใทยธรรม นาย ๑ ไพร่ ๒ รวม ๓ รวมเปนคน ๓๔ คน

----------------------------

แผ่นที่ ๑๘๑ ออกวันอังคาร เดือนยี่ ขึ้น ๒ ค่ำ

ว่าด้วยการเสด็จพระราชดำเนิรประพาสชายทเลตวันออก ประทับแรมอ่างศิลา

ณวันจันทร์ เดือนอ้าย แรม ๘ ค่ำ ปีกุนสัปตศก ๑๒๓๗ เวลาเช้า ๕ โมงเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกท้องพระโรงพลับพลาค่ายหลวง พระบรมวงศานุวงศ์แลขุนนางข้าราชการซึ่งได้ตามเสด็จพระราชดำเนิรนั้น เฝ้าพร้อมกันในที่เฝ้า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานลายพระราชหัดถเลขา ให้พระอมรวิไสยสรเดชไปราชการณกรุงเทพ ฯ แล้ว เสด็จพระราชดำเนิรไปประทับที่สวนในค่ายหลวง แล้วเจ้านายขุนนางก็ตามเข้าไปเฝ้าในสวน เสด็จประทับอยู่จนเวลาเที่ยงจึงเสด็จขึ้นจากสวน แล้วเสด็จขึ้นข้างในประมาณ ๑๐ มินิต จึงทรงพระกรุณาโปรด ให้เจ้านายซึ่งตามเสด็จพระราชดำเนิรเข้าไปเฝ้าณที่เสวย เสด็จประทับที่เสวยพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จประทับอยู่จนเวลาบ่าย ๒ โมง ๑๒ มินิตเสด็จขึ้น

อนึ่งพระอมรวิไสยสรเดช ซึ่งได้รับพระราชทานลายพระราชหัดถเลขาไปณกรุงเทพ ฯ นั้น ได้กราบถวายบังคมลาลงเรือกลไฟโสรวารวรเดช ได้ใช้จักรออกจากท่าอ่างศิลา แต่เวลาเที่ยงเศษ

เวลาบ่าย ๕ โมง ๕๖ มินิต เสด็จออกท้องพระโรง แล้วเสด็จพระราชดำเนิรประพาสตามสนามหน้าท้องพระโรง แล้วเสด็จพระราชดำเนิรไปนอกค่ายหลวง เสด็จประทับทรงทอดพระเนตรอ่างศิลาที่อ่างตรงหน้าค่ายหลวง เสด็จประทับอยู่ที่นั้นประมาณ ๓๐ มินิต จึงเสด็จพระราชดำเนิรมาประทับที่ท้องพระโรงในค่ายหลวง ทรงตรัสกับเจ้านายแลขุนนางจนเวลาทุ่ม ๑ กับ ๕๕ มินิตจึงเสด็จขึ้นข้างใน เวลา ๒ ทุ่ม ๒๓ มินิต เสด็จออกณที่เสวย ทรงพระกรุณาโปรดให้เจ้านายไปเฝ้าณที่เสวย เสด็จประทับณที่เสวย พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ จนเวลา ๔ ทุ่มเศษเสด็จขึ้น

โดย เกษมสันตโสภาคย์

----------------------------

แผ่นที่ ๑๘๒ ออกวันอังคาร เดือนยี่ ขึ้น ๒ ค่ำ

ณวันอังคาร เดือนอ้าย แรม ๙ ค่ำ ปีกุนสัปตศก ๑๒๓๗ เวลาเที่ยงเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกท้องพระโรง ตรัสด้วยสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ แลพระเจ้าน้องยาเธอ แลเจ้าพระยาภาณุวงศ กับข้าราชการทั้งปวงจนเวลาเที่ยง ๔๕ นาทีเสด็จขึ้น ครั้นเวลาบ่ายโมง ๑ กับ ๒๕ นาที เสด็จออกเสวย พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ แลพระเจ้าน้องยาเธอ ประทับตรัสอยู่จนเวลาบ่าย ๒ โมงกับ ๕๐ นาทีเสด็จขึ้น ครั้นเวลาย่ำค่ำ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออก ทรงพระราชดำเนิรออกนอกค่ายหลวง ไปประทับประพาสหาดทรายทเลริมฉนวนน้ำที่เสด็จขึ้น ประทับอยู่ประมาณ ๑๕ นาที เสด็จกลับเข้ายังค่ายหลวงที่ประทับ ตรัสกับข้าราชการที่ท้องพระโรงจนเวลาทุ่ม ๑ กับ ๕๐ นาที เสด็จขึ้น เวลา ๒ ทุ่ม ๒๕ นาทีเสด็จออกเสวย พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ แลพระเจ้าน้องยาเธอ เสวยแล้วประทับตรัสจนเวลา ๔ ทุ่ม ๑๑ นาทีเสด็จขึ้น แลข่าวนี้ข้าพเจ้าไปราชการเมืองปราจิณบุรี ได้ทูลวานพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นนเรศวรฤทธิ จดไว้

โดย ทองแถมถวัลยวงศ์

วันพุธ เดือนอ้าย แรม ๑๐ ค่ำ ปีกุนสัปตศก จุลศักราช ๑๒๓๗ เวลาเช้า ๕ โมงเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเครื่องตามธรรมเนียม เสด็จออกประทับท้องพระโรงในค่ายหลวงณอ่างศิลา เจ้าพระยาภาณุวงศแลข้าราชการซึ่งตามเสด็จพระราชดำเนิรบ้าง ข้าราชการในกรมท่าบ้าง เฝ้าในที่นั้นจนเวลาเที่ยงเศษเสด็จขึ้น เวลาบ่ายโมงเศษ เสด็จออกประทับที่เสวยบนพระที่นั่งหลังสูงที่ห้องเสวย ประทับเสวยด้วยสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ แลพระเจ้าน้องยาเธอ ซึ่งตามเสด็จพระราชดำเนิรนั้น จนเวลาบ่าย ๒ โมงเศษ เสด็จขึ้นแต่ที่เสวย เวลาบ่าย ๓ โมงเศษ เสด็จออกประทับสวน พระเจ้าน้องยาเธอ แลข้าราชการเข้าไปเฝ้าในที่นั้น แล้วหลวงเพ็ชรสงคราม ปลัดเมืองบางละมุง นำนายวิงน้องชายมาทดเกล้า ฯ ถวายเงินเหรียญโบราณซึ่งขุดได้ที่ป่าทุ่งคราวในสวนกล้วยตาบลบ้านเหมือง แขวงเมืองบางละมุง ขุดได้เมื่อณวันอาทิตย์ เดือน ๘ แรมค่ำ ๑ ปีกุนสัปตศก จุลศักราช ๑๒๓๗ เมื่อจะขุดได้นั้น นายวิงไปทำไร่ยกหินขึ้นทุบออก เงินนั้นก็กระจายออกมา รวมได้เงิน ๔๐ เหรียญ แต่ได้ทูลเกล้า ฯ ถวาย ๑๔ เหรียญ เงินเหรียญนั้นไม่ทราบแน่ว่าจะเปนเงินแต่ครั้งไหน โตขนาดเงินรูเปีย ฤๅอัฐทองแดงที่ใช้กันในกรุงเทพ ฯ แต่บางกว่า ข้างด้านหนึ่งมีตราหยาบ ๆ เปนพระอาทิตย์ครึ่งดวง ฤๅพระจันทรครึ่งดวง

----------------------------

แผ่นที่ ๑๘๓ ออกวันพุธ เดือนยี่ ขึ้น ๓ ค่ำ

ฤๅแก้วจักรพรรดิอย่างใดอย่างหนึ่งก็ดี แลมีรัศมีหยาบ ๆ รอบดวงกลางนั้นด้วย แต่อิกด้านหนึ่งนั้น คเนดูว่าจะเปนรูปตัวอักษรเทวันนาครี ฤๅเปนรูปครุฑเหยียบนาค เปนครุฑเหยียบนาคก็ดี ยังไม่ทราบแน่ว่าเปนอะไรแปลยังไม่ออก เงินนั้นน้ำหนักบางอันหนักสองสลึงเฟื้องมีเศษบ้าง ย่อมอยู่บ้าง ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานไว้ในที่โรงมิวเซียม คือที่เก็บของปลาดต่าง ๆ ในพระบรมมหาราชวังบ้าง เวลาบ่าย ๓ โมงเศษ เรือโสรวารวรเดช ซึ่งได้นำพระอมรวิไสยสรเดชผู้เชิญพระราชหัตถเลขาไปกรุงเทพ ฯ นั้น กลับมาถึงอ่างศิลาเวลา ๔ โมงเศษ เสด็จขึ้นจากพลับพลาในสวน

เวลา ๕ โมงเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเครื่องตามธรรมเนียม แต่ฉลองพระองค์ชั้นนอกนั้นเปนอย่างทหารมหาดเล็ก ซึ่งเรียกว่าปะเรดแยกเกต ฤๅแดรสเปโตรลแยกเกต ทรงผ้าสีแดงสำหรับเครื่องหมายเครื่องราชอิศริยยศช้างเผือกผ้าขนาดตราชั้นที่ ๓ แต่ยาวประมาณนิ้ว ๑ ที่พระอุระซ้าย เสด็จออกท้องพระโรง ทรงพระราชดำเนิรไปทรงเรือพระที่นั่งโบตที่สพาน เรือบางปอินอุดมทวีปจูงเรือพระที่นั่งไป เมื่อเรือพระที่นั่งออกจากท่านั้น เรือรบขนาดคอเวตซึ่งตามเสด็จพระราชดำเนิรมานั้น จึงชักธงตราแผ่นดินขึ้นบนเสากลาง ชักธงช้างขึ้นเสาหน้า เสาท้าย แลชักธงบริวารตลอดสามเสา คนเรือขึ้นยืนบนเพลาใบ แลใช้คนทหารมริ่นยิงปืนใหญ่สลุต ๒๑ นัด แล้วจึงประทับเรือพระที่นั่งเข้าข้างขวาเรือรบนั้น แล้วจึงเสด็จพระราชดำเนิรขึ้นบนเรือรบนั้น กับตันวอแลนด์ จึงมารับเสด็จที่ตรงนั้น แล้วจึงเสด็จพระราชดำเนิรลงในห้องข้างล่าง แลทอดพระเนตรห้องจักรแลที่อื่น ๆ แล้วจึงเสด็จกลับขึ้นมาบนดาดฟ้า เสด็จกลับลงทรงเรือพระที่นั่งโบต แต่ประทับอยู่บนเรือรบนั้น ๓๐ มินิต เรือบางปอินจึงจูงเรือพระที่นั่งอ้อมหน้าเรือรบกลับมา ในเรือรบนั้น

----------------------------

แผ่นที่ ๑๘๔ ออกวันพุธ เดือนยี่ ขึ้น ๓ ค่ำ

กัปตันจึงให้กลาสีขึ้นยืนบนเพลาใบ ยิงสลุตถวาย ๒๑ นัด แล้วจึงเอาธงลง คนเรือก็ลงจากเพลาใบ ครั้นเรือพระที่นั่งประทับท่าสพานหินแล้ว จึงเสด็จพระราชดำเนิรไปประทับที่หน้าท้องพระโรงตรัสกับเจ้าพระยาภาณุวงศ แลข้าราชการอื่นจนเวลา ๒ ทุ่มเศษ เสด็จเสวยที่ห้องเสวยกับสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ พระเจ้าน้องยาเธอ ซึ่งตามเสด็จพระราชดำเนิรนั้นเหมือนอย่างเมื่อเสวยกลางวัน ประทับอยู่จนเวลายามเศษ จึงเสด็จแต่ที่เสวย เสด็จออกท้องพระโรง ทรงปลูกเมล็ดลมุดฝรั่ง ซึ่งอับดุลฮุเซนอิศบายฝากทูลเกล้าฯ ถวายมาแต่กรุงเทพ ฯ ลมุดนี้เปนลมุดขนาดใหญ่มาแต่เมืองสิงคโปร์ ครั้นมานานก็เน่าเสียใช้ไม่ได้ จึงได้ไปรดเกล้า ฯ ให้ผ่าออกได้เมล็ด ๑๔ เมล็ด แต่ลีบเสียเมล็ด ๑ ยังอ่อนสีขาวอยู่อิก เมล็ด ๑ เหลือนั้นจึงทรงเพาะลงกับดินในหีบไม้ฉำฉาซึ่งได้บรรจุลูกไม้นั้นมาทูลเกล้าฯ ถวาย แล้วจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ขุนจีนประชากรรักษาไว้ณสวนหลวงในค่ายหลวงที่อ่างศิลานั้น แล้วจึง เสด็จพระราชดำเนิรขึ้นข้างใน

โดย เทวัญอุไทยวงศ์

ณวันพฤหัสบดี เดือนอ้าย แรม ๑๑ ค่ำ ปีกุนสัปตศก ๑๒๓๗ เวลาเช้า ๕ โมงเศษ เสด็จออกท้องพระโรงครู่หนึ่ง แล้วจึงเสด็จพระราชดำเนิรไปประทับในสวน จนเวลาบ่ายโมงเศษ เสด็จขึ้นเสวยเหมือนวันก่อน จนเวลาบ่าย ๒ โมงเศษ เสด็จขึ้นแต่ที่เสวย เสด็จออกท้องพระโรง หลวงรัตนายัตินำพระยาชลบุรานุรักษ์ ๑ พระยาสาครสงครามนิคมคามรักษา ผู้ว่าราชการเมืองบางละมุง ๑ หลวงสิทธิศักดิชลเขตร ปลัดเมืองชลบุรี ๑ หลวงฤทธิเดชชลขันธ์ ยกรบัตรเมืองชลบุรี ๑ รวม ๔ มาทูลเกล้าฯ ถวายของต่าง ๆ คือ ผ้าพื้นต่างสี ๑๐ ผืน เผือก ๑๐ หาบ ของพระยาชลบุรานุรักษ์ เงินโบราณอย่างที่นายวิงน้องหลวงเพ็ชรสงคราม ปลัดเมืองบางละมุงทูลเกล้า ฯ ถวายนั้น ๓ เหรียญ กับกล้องไม้กัลปังหาเลี่ยมเงินทองนาค ของพระยาสาครสงครามนิคมคามรักษา ผ้าพื้นต่างสี ๘ ผืน ของหลวงสิทธิศักดิชลเขตร ปลัดเมืองชลบุรี ผ้าพื้นต่างสี ๖ ผืน ผ้าตา ๒ ผืน ของหลวงฤทธิเดชชลขันธ์ ยกรบัตรเมืองชลบุรี ครั้นแล้วจึงเสด็จพระราชดำเนิรไปประทับในสวน เจ้านายขุนนางเข้าไปเฝ้าในที่นั้นเหมือนเมื่อเวลาเช้า จนเวลา ๔ โมงครึ่งเสด็จขึ้น เวลาย่ำค่ำเศษ เสด็จออก ทรงพระราชดำเนิรหน้าท้องพระโรง แล้วจึงประทับตรัสกับเจ้าพระยาภาณุวงศ จนเวลา ๒ ทุ่มเศษ เสด็จขึ้นประทับที่เสวยเหมือนวันก่อน จนเวลา ๔ ทุ่มเศษ เสด็จขึ้น

โดย เทวัญอุไทยวงศ (ผู้แทน)

----------------------------

แผ่นที่ ๑๘๕ ออกวันพฤหัสบดี เดือนยี่ ขึ้น ๔ ค่ำ

ณวันศุกร์ เดือนอ้าย แรม ๑๒ ค่ำ ปีกุนสัปตศก ๑๒๓๗ เวลาเช้า ๕ โมงเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออก พระยามหามนตรี นำนายสีบุตรพระยาวิเศษฦๅไชย ผู้ว่าราชการเมืองฉะเชิงเทราเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานเสื้อสักหลาดสีน้ำตาลเสื้อหนึ่ง แล้วเสด็จพระราชดำเนิรไปประทับที่ส่วนประมาณ ๑๕ นาที เสด็จขึ้น เวลาบ่ายโมงเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสวยพระกระยาหาร พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ตรัสอยู่จนเวลา บ่าย ๓ โมงเศษ เสด็จขึ้น ครั้นเวลาบ่าย ๕ โมงเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนิรลงเรือพระที่นั่ง เรือประทีปทัศนาการจึงขึ้นไปประพาสข้างเหนือ เวลาใกล้ค่ำ เสด็จกลับมาประทับตรัสกับเจ้าพระยาภาณุวงศมหาโกษาธิบดี เวลาทุ่มเศษเสด็จขึ้น ครั้นเวลา ๒ ทุ่มเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสวยพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ แล้วตรัสอยู่จนเวลา ๔ ทุ่มเศษ เสด็จขึ้น

โดย สวัสดิประวัติ

ณวันเสาร์ เดือนอ้าย แรม ๑๓ ค่ำ ปีกุนสัปตศก ๑๒๓๗ เวลาเช้า ๔ โมงเศษ เรือโสรวารวรเดชกลับมาแต่ในกรุงเทพมหานครถึงอ่างศิลา เจ้าหมื่นไวยวรนาถ ได้นำเอาหนังสือฝากกับคำให้การ พวกฮ่อที่ได้ลงมาถึงกรุงเทพ ฯ นั้นขึ้นทูลเกล้า ฯ ถวาย ครั้นเวลาเที่ยงเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกท้องพระโรง พระบรมวงศานุวงศ์แลข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับอยู่หน่อยหนึ่ง เสด็จพระราชดำเนิรเข้าในสวนข้างพระที่นั่ง พร้อมด้วยพระเจ้าน้องยาเธอประพาสในสวนทรงตีลูกลอดบ่วง (ที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า โครเกต์) ประทับอยู่ในนั้น จนเวลาบ่ายโมงเศษ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจาตุรนตรัศมี แลพระองค์เจ้า กับขุนนางที่ได้ตามเสด็จท่านไปเมืองปราจิณบุรี กลับมาถึงอ่างศิลา พระบาทสมเด็จพระเจ้า

----------------------------

แผ่นที่ ๑๘๖ ออกวันพฤหัสบดี เดือนยี่ ขึ้น ๔ ค่ำ

อยู่หัว เสด็จออกท้องพระโรง สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจาตุรนตรัศมี ได้ทูลเกล้าฯ ถวายแร่ทองที่ถลุงแล้ว แลแร่ทองที่ยังไม่ได้ถลุง ใส่ชลอมมา ๕ ชลอม ของนี้พระปรีชากลการ ได้เปนผู้จัดการทำบ่อทอง ได้ถวายท่านมาทูลเกล้า ฯ ถวาย ครั้นแล้วเสด็จพระราชดำเนิรขึ้นบนพระที่นั่งในที่เสวยประทับโต๊ะ พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ที่เสด็จอยู่แลเสด็จไป ประทับอยู่จนเวลาบ่าย ๓ โมงนานเสด็จขึ้น พระบรมวงศานุวงศ์ก็กลับออกมาจากเฝ้า เวลาบ่าย ๕ โมงนาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนิรออกจากค่ายหลวง ทรงพระราชยานมีขบวรแห่หน้าหลัง ไปประทับที่ท่าฉนวนอ่างศิลา เสด็จลงเรือพระที่นั่ง ๑๒ กันเชียงตามธรรมเนียม เรือพระที่นั่งก็แล่นออกจากท่าฉนวนตีกันเชียงไปถึงชายเลนบ้านอ่างศิลา ประทับทอดพระเนตรชาวบ้านนั้นถีบกระดาน ประทับอยู่จนเวลาย่ำค่ำ แล้วมีพระบรมราชโองการให้ตีกันเชียงกลับ ครั้นถึงฉนวนที่อ่างศิลาแล้วเสด็จพระราชดำเนิรขึ้นจากเรือพระที่นั่งเข้าในค่ายหลวงประทับบนท้องพระโรง ตรัสกับพระบรมวงศานุวงศ์ เจ้าพระยาภาณุวงศมหาโกษาธิบดี ข้าราชการทั้งปวงอยู่จนเวลาทุ่มเศษ เสด็จพระราชดำเนิรขึ้นบนพระที่นั่งใน เวลา ๒ ทุ่มเศษพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จประทับโต๊ะเสวยอย่างตามธรรมเนียม. แลประทับตรัสอยู่จนเวลา ๔ ทุ่มนาน เสด็จขึ้น พระบรมวงศานุวงศ์กลับออกมาจากที่เฝ้า เรือพระที่นั่ง ๑๒ กันเชียงนั้น เรือกลไฟบางปอินอุดมทวีปจูง แลมีเรือกันเชียง ๕ กันเชียง ๖ กันเชียง พระบรมวงศานุวงศ์แลข้าราชการตามเสด็จพระราชดำเนิรประมาณ ๖ ลำ ๗ ลำ อนึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระภูษาตามธรรมเนียม ทรงฉลองพระองค์ปิดพระสอ แลพระบรมวงศานุวงศ์แลข้าราชการแต่งตัวอย่างนั้นมาก แต่เปิดคอบ้าง

โดย ภาณุรังษี

ณวันอาทิตย์ เดือนอ้าย แรม ๑๔ ค่ำ ปีกุนสัปตศก ๑๒๓๗ เวลาเช้า ๕ โมงเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกประทับท้องพระโรงประมาณครู่หนึ่ง เสด็จเข้าในสวน เวลาเที่ยงเสด็จขึ้น เวลาเที่ยง ๒๕ นาทีประทับโต๊ะเสวย พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ พระเจ้าน้องยาเธอแลพระเจ้าลูกเธอ จนเวลาเที่ยง ๕๕ นาทีเสวยแล้ว ครั้นเวลาบ่ายโมงเศษ เสด็จออกขึ้นทรงพระราชยานเสด็จพระราชดำเนิรออกจากค่ายที่ทรงประทับไปยังฉนวนน้ำ เสด็จลงเรือพระที่นั่ง ๑๒ กันเขียง พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ พระเจ้าน้องนางเธอ ที่ทรงพระเยาว์

----------------------------

แผ่นที่ ๑๘๗ ออกวันศุกร์ เดือนยี่ ขึ้น ๕ ค่ำ

แลจางวางหัวหมื่นมหาดเล็ก แลเอดเดอแกมป เรือกลไฟประทีปทัศนาการ เปนเรือจูงเรือพระที่นั่งออกจากฉนวนน้ำ แล่นไปริมชายทเล มีเรือกลไฟลากเรือกันเชียงที่พระเจ้าน้องยาเธอแลตำรวจทหารตามเสด็จอิก ๒ ลำ คือเรือโสรวารวรเดช ๑ เรือประทีปทัศนาการ ๑ เรือกันเชียงอีก ๔ ลำแล่นตามเสด็จไป เวลาบ่ายโมง ๕๑ นาที เรือพระที่นั่งประทับที่หาดทรายบ้านแหลมแท่น แขวงเมืองบางละมุง เสด็จพระราชดำเนิรขึ้นไปประทับที่เรือนผ้าแลปรำไม้ไผ่ ซึ่งเจ้าพระยาภาณุวงศ์มหาโกษาธิบดีปลูกไว้รับเสด็จนั้น ประทับอยู่ประมาณครู่หนึ่ง ก็เสด็จพระราชดำเนิรไปประทับที่สัมคอย ทอดพระเนตรพวกกรมการซึ่งไปไล่เนื้อแลกระต่าย ขณะนั้นหลวงสัตยานุกูลผู้ช่วยราชการเมืองบางละมุง ได้จัดมะพร้าวอ่อนแลอ้อยแขมอ้อยแดงมาทูลเกล้า ฯ ถวาย ประทับทอดพระเนตรอยู่จนเวลาบ่าย ๔ โมงเศษกลับมาประทับที่เรือนผ้าแลปรำ ที่เสด็จมาประทับอยู่เมื่อแรกเสด็จขึ้นนั้น เสวยเครื่องว่างบ้างเล็กน้อย แล้วก็พระราชทานเงินแก่ชาวบ้านหนองมน ซึ่งมาเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาทในที่นั้น แล้วเสด็จพระราชดำเนิรมาที่เรือนผ้า ลองปืนแคตะลิง ยิงเป้าจนเวลาย่ำค่ำ เสด็จทรงพระราชดำเนิรกลับลงเรือพระที่นั่ง ๑๒ กันเชียงออกจากบ้านแหลมแท่น จนเวลาย่ำค่ำ ๕๐ นาทีถึงฉนวนอ่างศิลา เสด็จขึ้นทรงพระราชยานเข้าในค่ายที่ประทับเสด็จขึ้น ครั้นเวลา ๒ ทุ่ม ๓๓ นาที พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประทับโต๊ะเสวยพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ พระเจ้าน้องยาเธอ เสวยแล้วประทับตรัสอยู่จนเวลา ๔ ทุ่ม ๑๗ นาทีเสด็จขึ้น

โดย ก.ม.นเรศวรฤทธิ

ณวันจันทร์ เดือนยี่ ขึ้นค่ำ ๑ ปีกุนสัปตศก จุลศักราช ๑๒๓๗ เวลาเที่ยง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกท้องพระโรง

----------------------------

แผ่นที่ ๑๘๘ ออกวันศุกร์ เดือนยี่ ขึ้น ๕ ค่ำ

พลับพลาค่ายหลวง หลวงรัตนายัติจึงนำพระยาชลบุรานุรักษ์ ๑ หลวงสิทธิศักดิ์ชลเขตร ๑ หลวงฤทธิเดชชลขันธ์ ๑ หลวงเพ็ชร์สงคราม ๑ หลวงรามฤทธี ๑ หลวงสัตยานุกูล ๑ หลวงนราฤทธิไกร ๑ หลวงพิไชยชาญยุทธ ๑ ขุนเจริญสมบัติ ๑ ขุนพิจารณาจีนพาล ๑ หมื่นวิเศษสงคราม ๑ รวม ๑๑ มาทูลเกล้า ฯ ถวายของต่าง ๆ คือผ้าพื้นต่างสี ๑๐ ผืน เผือก ๕ หาบ ๑๐ กระสอบ ของพระยาชลบุรานุรักษ์ ผ้าพื้นต่างสี ๘ ผืน ของหลวงสิทธิศักดิ์ชลเขตร ผ้าพื้นต่างสี ๖ ผ้าตาสมุก ๒ รวม ๘ ของหลวงฤทธิเดชชลขันธ์ ผ้าพื้นต่างสี ๖ ผืน ของหลวงเพ็ชรสงคราม ผ้าพื้นต่างสี ๖ ผืน ของหลวงรามฤทธี พระพุทธรูปขัดสมาธิเพ็ชร์องค์ ๑ ไม้ไผ่ต่าง ๆ ๘ อย่าง ไม้ไทร ๑ คู่ ปุ่มไม้แดง ๘ อย่าง เขาโคกะทิง ๑ คู่ เขากวาง ๑ เขากระบือ ๑ กล้องไม้ไผ่ ๑ ของหลวงสัตยานุกูล ผ้าพื้นต่างสี ๖ ผืน ชะลอมผลมะกล่ำ ๕๐ ชลอม ชลอมผลสวาดิ ๔๔ ชลอม ปูป่า ๑๕๐ ปู ๖ ชลอม ของหลวงนราฤทธิไกร ผ้าพื้นต่างสี ๖ ผืน กระต่ายป่าเปนกระต่าย ๑ ชลอมผลมะกล่ำ ๙๐ ชลอม ชลอมผลสวาดิ ๑๓ ชลอม ชลอมผลมะกล่ำเพาะ ๖ ชลอม ไม้ไผ่อัน ๑ ของหลวงพิไชยชาญยุทธ ไต้เทียน ๑๙ มัด หนังแรด ๑๙ แผ่น ของขุนเจริญสมบัติ ถั่วระสง ๒๕ ถัง ของขุนพิจารณาจีนพาล ผ้าพื้นต่างสี ๔ ผืน ของหมื่นวิเศษสงคราม ครั้นถวายของต่าง ๆ เสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรด ฯ ให้เจ้าพระยาภาณุวงศ์มหาโกษาธิบดี แจกเสื้อแพรแลเสื้อสักหลาด แก่ข้าราชการซึ่งถวายของนั้น แล้วจึงเสด็จประทับตรัสอยู่กับเจ้าพระยาภาณุวงศ์มหาโกษาธิบดีประมาณครู่ใหญ่ จึงเสด็จพระราชดำเนิรเข้าไปในสวนทรงเล่นโครเกต์อยู่ครู่หนึ่ง แล้วเสด็จมาประทับที่พลับพลาที่พักในสวน จึงพระราชทานเงินตรา ๕ ตำลึงแก่หลวงทิพมงคลในกรมแสงหอกดาบ ซึ่งทำประคำกัลปังหาถวาย แลพระราชทานเงินตรา ๔ ตำลึงแก่จีนตาดช่างทองซึ่งถวายตัว เวลาบ่าย ๒ โมงเสด็จขึ้นเสวยพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ พระเจ้าน้องยาเธอ บนพระที่นั่งหลังสูงที่ห้องเสวย จนเวลาบ่าย ๓ โมงเศษเสด็จขึ้นจากโต๊ะเสวย เวลาจวนย่ำค่ำ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกทรงพระราชดำเนิรไปลงเรือพระที่นั่งโบต เรือประทีปทัศนาการ (สติมลอนซ์) จูงเรือพระที่นั่งไปประทับที่โป๊ะ ทรงทอดพระเนตรจับปลา แล้วเสด็จไปประทับอิกโป๊ะ ๑ ทอดพระเนตร

----------------------------

แผ่นที่ ๑๘๙ ออกวันเสาร์ เดือนยี่ ขึ้น ๖ ค่ำ

เหมือนอย่างโป๊ะก่อน จนเวลายามเสด็จพระราชดำเนิรกลับมาประทับท่า ทรงพระที่นั่งราชยานมาประทับเกยท้องพระโรงค่ายหลวง แลประทับอยู่ที่นั้นประมาณครู่หนึ่ง จึงเสด็จขึ้นเสวยพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ แลพระเจ้าน้องยาเธอ ประทับอยู่ที่โต๊ะเสวย จนเวลา ๕ ทุ่มเศษเสด็จขึ้น

โดย มนุษยนาคมานพ (ผู้แทน)

ณวันอังคาร เดือนยี่ ขึ้น ๒ ค่ำ ปีกุนสัปตศก ๑๒๓๗ เวลาเช้าโมงเศษ ๑๙ นาที พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกทรงพระราชยาน พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์แลข้าราชการตามเสด็จ ครั้น ถึงท่าเสด็จลงทรงพระราชดำเนิรลงเรือพระที่นั่งโบต ๑๒ กันเชียง เสด็จขึ้นเรือพระที่นั่งอรรคราชวรเดช พอเวลาโมงกับ ๓๕ นาที พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสวย พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ พระเจ้าน้องยาเธอ พอเวลาโมง ๕๓ นาที ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ออกเรือพระที่นั่งจากอ่างศิลา เวลา ๒ โมงเศษเสวยแล้ว เวลา ๔ โมงเช้ากับ ๓๕ นาที เรือพระที่นั่งเข้าปากน้ำเจ้าพระยา ครั้นมาถึงเมืองสมุทปราการ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้หยุดเรือพระที่นั่ง พระราชทานธูปเทียนแก่กรมการไปบูชาพระเจดีย์กลางน้ำ พอเวลา ๕ โมงเช้า ๖ นาที ออกเรือพระที่นั่งจากเมืองสมุทปราการ พอเวลาบ่าย ๕ โมง ๓๐ นาที เสวยกลางวัน พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ พระเจ้าน้องยาเธอ เวลาบ่ายโมงเศษเสด็จขึ้นจากที่เสวย พอเวลาบ่ายโมงกับ ๓๕ นาที เรือพระที่นั่งประทับยังท่าราชวรดิษฐ เสด็จขึ้นประทับบนพระที่นั่งราชกิจวินิจฉัย ตรัสด้วยสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ จนเวลาบ่ายโมง ๔๘ นาที เสด็จ

----------------------------

แผ่นที่ ๑๙๐ ออกวันเสาร์ เดือนยี่ ขึ้น ๖ ค่ำ

ขึ้นทรงพระราชยานเข้าทางประตูศรีสุนทร ไปประทับเกยพระทวารหน้าพระที่นั่งสมมติเทวราชอุปบัติ เสด็จ ขึ้นเวลาบ่ายโมง ๕๓ นาที

โดย ทองแถมถวัลยวงศ

ในการสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจาตุรนตรัศมี เสด็จไปเปิดโรงทำทองที่เมืองปราจิณบุรี

ณวันอังคาร เดือนอ้าย แรม ๙ ค่ำ ปีกุนสัปตศก ๑๒๓๗ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจาตุรนตรัศมี เสด็จไปเปิดโรงทำทองที่เมืองปราจิณบุรี พระบรมวงศานุวงศ์แลข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อย ซึ่งโปรด ฯ ให้ไปตามเสด็จนั้น คือ พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าเกษมสันตโสภาคย์ ๑ พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าทองแถมถวัลยวงศ์ ๑ พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้ามนุษยนาคมานพ ๑ พระชลธารวินิจฉัย ๑ หลวงพินิจจักรภัณฑ์ ๑ นายชิดมหาดเล็กหุ้มแพร ๑ มหาดเล็กบ๋อย ๑ จมื่นไชยาภรณ์ ๑ จ่าชำนาญทั่วด้าว ๑ ขุนหมื่นตำรวจ ๒ หลวงอุดมภักดี ๑ นายภู่เลบเตอแนนต์ ๑ นายทหาร ๓ ทหารเลว ๑๒ หมอนวด ๑ หมอยา ๑ เวลาเช้า ๒ โมง สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจาตุรนตรัศมี ได้เสด็จลงเรือโบตออกจากท่าอ่างศิลาไปประทับเรือประพาสอุดรสยาม ในเวลาเมื่อเสด็จไปประทับเรือประพาสอุดรสยามนั้น มีพระบรมวงศานุวงศ์แลข้าราชการไปส่งเสด็จหลายท่านหลายนาย เวลาเช้า ๒ โมงเศษ เรือประพาสอุดรสยามได้ใช้จักรไปจนเวลาเช้า ๓ โมง เข้าปากอ่าวบางปะกง แล้วได้ใช้จักรไปเข้าลัดเขาดิน เวลาบ่ายโมงเศษถึงเมืองฉะเชิงเทรา จึงจอดเรือพระที่นั่งประทับทาหน้าพลับพลา พระปรีชากลการลงมาเฝ้าในเรือพระที่นั่ง แล้วสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจาตุรนตรัศมี เสด็จขึ้นประทับพลับพลา พระยาวิเศษฦๅไชย ผู้ว่าราชการเมืองฉะเชิงเทรา อ่านบาญชีของ ซึ่งเจ้าเมืองกรมการถวาย คือ มะพร้าวอ่อนทลาย ๑ หมากดิบโต๊ะ ๑ พลูโต๊ะ ๑ ผักกาดโต๊ะ ๑ กุยช่ายโต๊ะ ๑ สุกรโต๊ะ ๑ เป็ด ๑๕ ไก่ ๒๐ ปลาสด ๑๐๐ ของพระยาวิเษศฦๅไชย น้ำตาลทรายหาบ ๑ ฟองเป็ด ๑๔๐๐ หมากดิบ ๕๐๐๐ ผล มะพร้าวอ่อนทลาย ๑ กุ้งสดโต๊ะ ๑ ของพระเกรียงไกรขบวรยุทธปลัด หมากสง ๒๐๐๐ ผล มะพร้าวอ่อน ๔ ทลาย

แผ่นที่ ๑๙๑ ออกวันอาทิตย์ เดือนยี่ ขึ้น ๗ ค่ำ

ของพระกัมพุชภักดี หมากสง ๑๕๐๐ ผล หมากดิบ๑๐๐๐ ผล มะพร้าวแก่ ๕๐ ผล มะพร้าวอ่อน ๕๐ ผล ของหลวงบุรีพิทักษ์ยกรบัตร หมากดิบ ๑๐๐๐ ผล มะพร้าวอ่อน ๔ ทลาย พลู ๒ โต๊ะ ฟองเป็ด ๑๐๐ ปลาสด ๒ โต๊ะ ผักกาด ๒ โต๊ะ ของหลวงมหาดไทย ฟองเป็ด ๑๐๐ สัปรส ๒ โต๊ะ มะพร้าวอ่อน ๔ ทลาย ของหลวงจ่าเมือง หมากดิบ ๑๐๐ ผล มะพร้าวอ่อน ๖ ทลาย ฟองเป็ด ๑๕๐ ของหลวงคลัง ปลาย่าง ๓ โต๊ะ มะพร้าวอ่อน ๒ ทลาย ของหลวงพรหมสุภา หมากสง ๑๐๐๐ ผล มะพร้าวอ่อน ๒ ทลาย ฟองเป็ด ๓๐๐ สับรส ๒ โต๊ะ ของหลวงประสิทธิสุภมาตรา ครั้นถวายแล้ว จึงทรงปราไสยแก่เจ้าเมืองกรมการ แล้วเสด็จเข้าไปทอดพระเนตรในเมือง ทอดพระเนตรเสร็จแล้ว จึงเสด็จลงเรือพระที่นั่ง จึงรับสั่งให้พระปรีชากลการตามเสด็จด้วยในเรือพระที่นั่ง เรือประพาสอุดรสยามก็ใช้จักรเดิรต่อขึ้นไป จนเวลาประมาณ ๕ ทุ่มเศษ ถึงทงเตย เวลานั้นหมอกลงนัก เห็นจะเดิรเรือต่อไปไม่ได้ จึงได้จอดพักอยู่ที่นั้นคืนหนึ่ง

โดย มนุษยนาคมานพ (ผู้แทน)

ณวันพุธ เดือนอ้าย แรม ๑๐ ค่ำ ปีกุนสัปตศก ๑๒๓๗ เวลาเช้ารุ่งเศษ เรือประพาสอุดรสยามได้ใช้จักรออกจากที่ซึ่งจอดเมื่อเวลาคืนนี้ ไปจนเวลาเช้า ๓ โมง ถึงหน้าโรงจักรทำทองที่เมืองปราจิณบุรี เรือประพาสอุดรสยาม ก็หยุดอยู่ตรงหน้าโรงจักรนั้นประมาณครู่หนึ่ง สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจาตุรนตรัศมี พระบรมวงศานุวงศ์ แลขุนนางข้าราชการสวมเสื้อฟรอกโก๊ต แล้วเสด็จลงเรือโบตเล็กไปประทับท่าหน้าพลับพลา แล้วเสด็จขึ้นพลับพลา ประทับตรัสกับพระยาอุไทยมนตรี ผู้ว่าราชการเมืองปราจิณบุรี อยู่ครู่หนึ่งจึงเสด็จเข้าไปในโรงจักร พระปรีชากลการจึงจัดแร่

----------------------------

แผ่นที่ ๑๙๒ ออกวันอาทิตย์ เดือนยี่ ขึ้น ๗ ค่ำ

ทองคำ ซึ่งสำหรับจะได้ทรงใส่ในครก เปนทีแรกนั้นมาถวาย เวลาเช้า ๓ โมงกับ ๓๕ นาที สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจาตุรนตรัศมี จึงทรงหยิบแร่ซึ่งพระปรีชากลการจัดมาถวายนั้น ใส่ลงในครกที่สำหรับตำแร่ พระปรีชากลการก็บอกกับมิสเตอรปิเตอร ซึ่งเปนอินยิเนียในโรงนั้น ให้เปิดเครื่องจักรซึ่งสำหรับตำแร่ให้เดิร ครั้นแล้วจึงประทับอยู่ที่นั่นครู่หนึ่ง จึงเสด็จพระราชดำเนิรไปทอดพระเนตรเครื่องจักรสำหรับเลื่อยไม้ แล้วจึงเสด็จกลับลงเรือโบตเล็กไปลงเรือประพาสอุดรสยาม จึงรับสั่งให้เลื่อนเรือพระที่นั่งไปจอดที่ท่าหน้าพลับพลา แล้วจึงเสด็จขึ้นประทับบนพลับพลา เวลาบ่ายพระยาอุไทยมนตรี ผู้ว่าราชการเมืองปราจีนบุรี นำพระกำแหงมหิมา ผู้ว่าราชการเมืองกระบิล ๑ พระภักดีเดชะ ผู้ว่าราชการเมืองปจันตคาม ๑ มาถวายของต่าง ๆ คือ นกกระทาดง ๔ นกกระเตนดง ๑ ฟองเป็ด ๑ ชลอม ปูป่าเปน ๒๐ เนื้อโคย่าง ๔ ชลอม ของพระกำแหงมหิมา ผู้ว่าราชการเมืองกระบิล สุกรเถื่อนเปน ๑ กระจงเปนคู่ ๑ เต่าเบดเปน ๑ เข้าสารใหม่ ๔๐ กระทอ ของพระภักดีเดชะ ผู้ว่าราชการเมืองปจันตคาม ในคืนวันนี้ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจาตุรนตรัศมี ได้ประทับแรมบนพลับพลา

ณวันพฤหัสบดี เดือนอ้าย แรม ๑๑ ค่ำ ปีกุนสัปตศก ๑๒๓๗ เวลาเช้าสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจาตุรนตรัศมี เสด็จลงเรือโบตเก๋ง ข้ามฟากไปประทับท่าหน้าบ้านพระปรีชากลการ แล้วเสด็จขึ้นทรงพระดำเนิร ทอดพระเนตรการตามโรงจักรนั้น แล้วเสด็จกลับมาประทับพลับพลา เจ้าเมืองกรมการมาเฝ้า แลถวายของต่าง ๆ คือ ไก่ฟ้า ๒ กระต่ายป่า ๔ เผือก ๖ กระบุง มัน ๕ กระบุง แตงกวา ๑ ถาด ปลาหางแห้ง ๒๐๐ ปลาหางสด ๕๐ ไก่ ๑๐ ของพระยาอุไทยมนตรี ผู้ว่าราชการเมืองปราจิณ สุกร ๒ เป็ด ๑๐ ไก่ ๑๐ ของขุนรักษาอำเภอจีนเมืองปราจิณ สุกร ๑ เป็ด ๔ ไก่ ๙ เครื่องในสุกร ๑ โต๊ะ วุ้นเส้น ๒ โต๊ะ ของขุนประมูลจีนภักดีเมืองปราจิณ สำรับคาว ๙๑ สำรับหวาน ๙๑ ของกรมการเมืองปราจิณ เวลาจวนย่ำค่ำ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจาตุรนตรัศมี เสด็จกลับจากทรงม้า เที่ยวเล่นแล้ว จึงเสด็จเข้าไปทอดพระเนตรในเมืองอยู่ครู่หนึ่ง เสด็จกลับมาประทับพลับพลา เวลาทุ่มเศษพระปรีชากลการ ได้เชิญดินเนอร์ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจาตุรนตรัศมี ๑ พระองค์ เจ้าเกษมสันต์โสภาคย์ ๑ พระองค์เจ้าทองแถมถวัลยวงศ์ ๑

แผ่นที่ ๑๙๓ ออกวันจันทร์ เดือนยี่ ขึ้น ๘ ค่ำ

พระองค์เจ้ามนุษยนาคมานพ ๑ พระยาอุไทยมนตรี ผู้ว่าราชการเมืองปราจิณ ๑ พระชลธารวินิจฉัย ๑ จมื่นไชยาภรณ์ ๑ หลวงพินิจจักรภัณฑ์ ๑ นายชิดมหาดเล็กหุ้มแพร ๑ รวม ๑๐ คนด้วยกัน ทั้งพระปรีชากลการ ไปนั่งพักอยู่ที่ห้องสักครู่หนึ่ง พระปรีชากลการจึงเชิญเสด็จเสวย ครั้นเสวยแล้ว ประทับที่ห้องนอก จนเวลายามเศษ จึงเสด็จกลับมา

วันศุกร์ เดือนอ้าย แรม ๑๒ ค่ำ ปีกุนสัปตศก จุลศักราช ๑๒๓๗ เวลาเช้า สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจาตุรนตรัศมี เสด็จประทับที่พลับพลา พระยาอุไทยมนตรี ผู้ว่าราชการเมืองปราจิณบุรี จึงนำกรมการมาเฝ้า สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจาตุรนตรัศมี ซึ่งทรงแจกของต่าง ๆ แก่เจ้าเมืองกรมการซึ่งมาเฝ้านั้น พระยาอุไทยมนตรี ผ้าม่วง ๒ ผืน พระภาแหงมหิมา ๑ พระภักดีเดชะ ๑ ผ้าม่วงหางกระรอก คนละผืน หลวงปลัดเมืองกระบิล ๑ หลวงปลัดเมืองปจันตคาม ๑ ผ้าพื้นอย่างดีคนละผืน หลวงบันเทาทุกขราษฎร ๑ หลวงสัสดี ๑ หลวงศุภมาตรา ๑ หลวงนคร ๑ หลวงพรหมสุภา ๑ ผ้าพื้นคนละผืน เสื้อขาวคนละตัว กรมการเมืองปราจิณอีก ๑๑ คน ผ้าพื้นคนละผืน แล้วได้ทรงแจกผ้าแลอัฐแก่คนซึ่งบ้านไฟไหม้ ครั้นเสร็จแล้วจึงรับสั่งแก่เจ้าเมืองกรมการว่า มีความขอบใจท่านทั้งหลาย ซึ่งได้ช่วยดูแลรักษาให้เปนสุข แล้วจึงเสด็จทรงพระดำเนิรไปทอดพระเนตรที่บ้านพระยาอุไทยมนตรีครู่หนึ่ง จึงเสด็จทรงพระดำเนิรกลับมาลงเรือประพาสอุดรสยาม แลเรือประพาสอุดรสยาม ได้ใช้จักรกลับลงมาถึงคลองบางพลวง หลวงมหาดไทย เมืองปราจิณบุรี จัดได้ฟองเต่าดำ ๓๐ ไต้ ๒๐ มัด กุ้งสด ๒ โต๊ะ กล้วย ๒ เครือมาถวาย แล้วเรือพระที่นั่ง ได้ใช้จักรมา จนเวลา ๒ ทุ่มเศษ ถึงเมืองฉะเชิงเทรา สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ

----------------------------

แผ่นที่ ๑๙๔ ออกวันจันทร์ เดือนยี่ ขึ้น ๘ ค่ำ

เจ้าฟ้าจาตุรนต์รัศมี จึงรับสั่งให้จอดเรือพระที่นั่ง อยู่ที่ท่าหน้าพลับพลา ในวันนี้ประทับแรมในเรือประพาสอุดรสยาม

ณวันเสาร์ เดือนอ้าย แรม ๑๓ ค่ำปีกุนสัปตศก จุลศักราช ๑๒๓๗ เวลาเช้า สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจาตุรนต์รัศมี เสด็จขึ้นประทับบนพลับพลา พระยาวิเศษฦๅไชย จึงนำกรมการมาเฝ้า แลถวายสิ่งของต่าง ๆ คือ ปลาย่าง ๒ โต๊ะ มะพร้าวอ่อน ๑ ทลาย ฟองเป็ด ๑๐๐ ฟอง ของหมื่นรองวัง ปลาย่าง ๒ โต๊ะ ปลาใบไม้ ๑ โต๊ะ ฟองเป็ด ๑๐๐ ฟอง หมากดิบ ๑๐๐๐ ผล ของหมื่นรองอินทอาญา สุกร ๑ เป็ด ๑๐ ไก่ ๑๐ หมากดิบ ๓ ทลาย ผักกาด ๒ โต๊ะ มะพร้าวอ่อน ๒ ทลาย ของหลงจู๊เทียน สุกร ๑ เป็ด ๕ ไก่ ๕ ของขุนอินทอากรเตาสุรา ครั้นถวายแล้ว จึงทรงแจกของต่าง ๆ แก่เจ้าเมืองกรมการ พระยาวิเศษฦๅไชย ๑ พระพนมสรคาม ๑ ผ้าม่วงหางกะรอก คนละผืน พระเกรียงไกรขบวรยุทธ ๑ พระกัมพุชภักดี ๑ หลวงมหาดไทย ๑ หลวงว่าเมือง ๑ หลวงพรหมสุภา ๑ หลวงประเสริฐศุภมาตรา ๑ หลวงพิสูตรจีนชาติปลัดจีน ๑ ขุนพิพากษาจีนพิจารณ์ ๑ หลงจู๊เทียน ๑ ขุนอินทอากรเตาสุรา ๑ ผ้าพันคนละผืน แล้วเสด็จลงเรือประพาสอุดรสยาม ใช้จักรมาจนเวลาบ่ายโมง ๑ ออกปากอ่าวบางปะกง แล้วใช้จักรมาในทเลจนเวลาบ่ายโมงเศษ ถึงอ่างศิลา สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจาตุรนต์รัศมี จึงรับสั่งให้จอดเรือพระที่นั่งตรงท่าสพานศิลา ประมาณครู่หนึ่งพระองค์เจ้าคัคณางค์ยุคล ๑ พระยามหามนตรี ๑ พระยาอนุรักษ์ราชมณเฑียร ๑ พระอินทรเทพ ๑ รวม ๔ ลงเรือบางปอินอุดมทวีปมารับเสด็จ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจาตุรนต์รัศมี จึงเสด็จลงเรือบางปอินอุดมทวีป ไปขึ้นที่สพานศิลา เวลาเมื่อเสด็จขึ้นนั้น มีพระองค์เจ้าสายสนิทวงศ์ เจ้าหมื่นศรีสรรักษ์ ลงมารับเสด็จที่ท่า สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจาตุรนต์รัศมี ก็เสด็จขึ้นเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระที่นั่งองค์สูงในห้องเสวย กราบทูลการซึ่งเสด็จไปเปิดโรงจักรทำทองคำ แลราชการต่าง ๆ ในเมืองปราจิณบุรี

โดย มนุษยนาคมานพ

ข่าวราชการ ในกรุงเทพฯ เมื่อเสด็จพระราชดำเนิรประพาสทเลฝั่งตวันออก

ณวันอาทิตย์ เดือนอ้าย แรม ๗ ค่ำ ปีกุนสัปตศก ๑๒๓๗ พระณรงควิชิตคุมฮ่อฆ่าศึก ซึ่งจับได้ลงมาถึงกรุงเทพ ฯ ๔๓ คน

โดย ก. ม.นเรศวรฤทธิ์

----------------------------

แผ่นที่ ๑๙๕ ออกวันอังคาร เดือนยี่ ขึ้น ๙ ค่ำ

ณวันพุธ เดือนอ้าย แรม ๑๐ ค่ำ ปีกุนสัปตศก จุลศักราช ๑๒๓๗ ในกรุงเทพมหานครนั้น เวลาเช้า หม่อมเจ้าภคินี ในพระเจ้าราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นอักษรสาสนโสภณ สิ้นชีพตักษัย เวลาเย็น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระบำราบปรปักษ์ ทรงจัดซ้อมหัดกระบวรแห่ กระบวรข้างหน้า ซึ่งจะได้แห่โสกันต์ แต่ณวันอาทิตย์ ขึ้น ๗ ค่ำ เดือนยี่ จนวันพุธ ขึ้น ๑๐ ค่ำ เดือนยี่ ปีกุนสัปตศก กระบวรแห่นั้น เดิรแต่หน้าประตูราชสำราญ มาทางหน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม แล้วเดิรมาตามหน้าวัดพระศรีรัตนศาสดาราม อ้อมไปเข้าประตูพิมานไชยศรี มาถึงหน้าพระที่นั่งอาภรณ์ภิโมขปราสาท แล้วตั้งกระบวรแห่ กลับไปตามธรรมเนียมแต่ก่อน

ในเมื่อวันพฤหัสบดี เดือนอ้าย แรม ๑๑ ค่ำนั้น ตกความไปข้อหนึ่ง คือ เมื่อเวลา ๓ ยาม เจ้าหมื่นไวยวรนาถ ลงเรือโสรวารวรเดช มาแต่อ่างศิลา ด้วยเจ้าหมื่นไวยวรนาถ ได้เชิญพระราชหัดถเลขา แลสมุดสำหรับเป๋าเสื้อ หลังเปนทองมีดอกไม้เพ็ชร์ติดสิ่ง ๑ กับสายนาฬิกาสาย ๑ รวม ๒ สิ่ง กับสิ่งของพระราชทาน พระบรมวงศานุวงศ์ หลายอย่าง หลายสิ่ง ของ ๒ สิ่ง คือ สมุดสำหรับเป๋ากับสายนาฬิกานั้น เปนของพระราชทานสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ ในการที่ถึงกำหนดครบ ๖๗ รอบตามสุริยโคจร ซึ่งท่านได้ทำบุญ เรือโสรวารนั้นได้คิดว่าจะไปให้ถึงกรุงเทพ ฯ ในวันศุกร์ แรม ๑๒ ค่ำ เดือนอ้าย เวลาเช้า ๓ โมง

โดย เทวัญอุไทยวงศ์

ณวันพฤหัสบดี เดือนอ้าย แรม ๑๑ ค่ำ ปีกุนสัปตศก ศักราช ๑๒๓๗ เวลาเย็นได้มีการสวดมนต์ทำบุญวันเกิดของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ มีพระบรมวงศานุวงศ์แลข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยไปช่วยด้วย ท่านผู้ที่ไปช่วยนั้น สวมเสื้ออิวนิงเดรศ

แผ่นที่ ๑๙๖ ออกวันอังคาร เดือนยี่ ขึ้น ๙ ค่ำ

ติดตราเครื่องราชอิศริยยศ ตามที่ได้รับพระราชทานบ้าง ไม่ได้ติดบ้าง เวลาบ่ายวันนี้ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระบำราบปรปักษ์ ทรงซ้อมกระบวรแห่โสกันต์

โดย มนุษยนาคมานพ

ณวันศุกร์ เดือนอ้าย แรม ๑๒ ค่ำ ปีกุนสัปตศก ศักราช ๑๒๓๗ เวลาเช้า พระสงฆ์ ๖๗ รูป ฉันที่บ้านสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ ในการทำบุญกำหนดรอบอายุ ตามสุริยคติกาล ตรงกับวันเกิดของท่าน เวลาเช้า ๓ โมง เรือโสรวารวรเดช ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้มาจากอ่างศิลา มาถึงกรุงเทพ ฯ เจ้าหมื่นไวยวรนาถ ซึ่งนำเอาพระราชหัดถเลขาฉบับหนึ่ง กับของซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานแก่สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศในวันเกิดของท่าน ขึ้นน้อมเกล้ากราบเรียนต่อสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ แลได้นำพระราชหัดถเลขา กับของซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้มาพระราชทานแก่พระบรมวงศานุวงศ์ แลข้าราชการฝ่ายหน้าฝ่ายในนั้น ขึ้นกราบเรียนต่อเจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์ แลเจ้าคุณปุกให้แจกแก่พระบรมวงศานุวงศ์แลข้าราชการฝ่ายหน้าฝ่ายใน ตามบาญที่มีมาในพระราชหัดถเลขานั้นแล้ว แลได้นำพระราชหัดถเลขาขึ้นน้อมเกล้าถวายแก่ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระบำราบปรปักษ์ฉบับหนึ่ง ครั้นเวลาเย็น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระบำราบปรปักษ์ เสด็จเข้าไปซ้อมกระบวรแห่โสกันต์ที่หน้าวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เวลาค่ำก็เลิก เวลา ๓ ยามเรือโสรวารวรเดช ใช้ จักรออกจากกรุงเทพ ฯ จะไปอ่างศิลา

โดย สวัสดิประวัติ

ณวันเสาร์ เดือนอ้าย แรม ๑๓ ค่ำ ปีกุนสัปตศก ศักราช ๑๒๓๗ เวลาเช้า ๓ โมงเศษ พระสงฆ์วัดอรุณราชวราราม ๕๐ รูป มีพระวิสุทธิสารเถรเปนประธาน ได้เข้ารับบิณฑบาตในพระบรมมหาราชวัง แต่ที่พระที่นั่งดุสิดาภิรมย์นั้น พระสงฆ์หาได้ฉันไม่ ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่ได้เสด็จอยู่ในกรุงเทพมหานคร แลไม่มีราชการอะไรอิก เวลาบ่าย ๕ โมง สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระบำราบปรปักษ์ ได้ซ้อมกระบวรแห่โสกันต์ฝ่ายนอก เหมือนอย่างซ้อมทุกวันนั้น ส่วนฝ่ายข้างในท้าวนางก็ได้ซ้อมกระบวรเหมือนกัน ครั้นเวลาย่ำค่ำเลิกหมด

โดย ภาณุรังษี

แผ่นที่ ๑๙๗ ออกวันพุธ เดือนยี่ ขึ้น ๑๐ ค่ำ

วันอาทิตย์ เดือนอ้าย แรม ๑๔ ค่ำ ปีกุนสัปตศก ๑๒๓๗ เวลาเช้านั้นไม่มีราชการสิ่งใด เวลาบ่ายสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระบำราบปรปักษ์ ได้ทรงจัดกระบวรซ้อมแห่โสกันต์ อย่างเช่นวันก่อน

ณวันจันทร์ เดือนยี่ ขึ้นค่ำ ๑ ปีกุนสัปตศก จุลศักราช ๑๒๓๗ เวลากลางคืนได้เกิดเพลิงไหม้ขึ้นที่บ้านเขมรเข้ารีด ริมวัดราชาธิวาส แต่จะไหม้มากน้อยเท่าใด แลเวลาไหม้นั้น ข้าพเจ้ายังไม่ทราบแน่ เวลาบ่ายวันนี้ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระบำราบปรปักษ์ ได้ซ้อมแห่โสกันต์

โดย มนุษยนาคมานพ (ผู้แทน)

ณวันอังคาร เดือนอ้าย แรม ๘ ค่ำ ปีกุนสัปตศก จุลศักราช ๑๒๓๗ เวลาเย็น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระบำราบปรปักษ์ ได้ทรงจัดซ้อมหัดกระบวรแห่ เปนกระบวรข้างหน้าซึ่งจะได้โสกันต์ เหมือนเช่นที่ว่ามาในข้างต้นนั้น ขอแจ้งความให้ทราบทั่วกันด้วย

ณวันอังคาร เดือนยี่ ขึ้น ๒ ค่ำ ปีกุนสัปตศก จุลศักราช ๑๒๓๗ เวลาเย็น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระบำราบปรปักษ์ ได้ทรงซ้อมกระบวรแห่โสกันต์ แต่ข้าพเจ้าหาได้ใส่ในใบก่อนไม่ ขอท่านได้ทราบเทอญ

โดย ทองแถมถวัลยวงศ์

ณวันพุธ เดือนยี่ ขึ้น ๓ ค่ำ ปีกุนสัปตศก จุลศักราช ๑๒๓๗ เวลาบ่ายโมงเศษ พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าจิตรเจริญ ๑ พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าวัฒนานุวงศ์ ๑ พระเจ้าน้องนางเธอ พระองค์เจ้าเสาวภาผ่องศรี ๑ ได้กราบถวายบังคมทูลลา ในการที่จะโสกันต์ เมื่อวันพุธ ขึ้น ๑๐ ค่ำ เดือนนี้นั้น แล้วได้เสด็จไปทูลลา ที่กรมพระราชวังบวรสถานมงคล แห่ง ๑ ที่วัง สมเด็จกรมพระบำราบปรปักษ์

----------------------------

แผ่นที่ ๑๙๘ ออกวันพุธ เดือนยี่ ขึ้น ๑๐ ค่ำ

แห่ง ๑ ที่วัดบวรนิเวศ ทูลลากรมพระปเรศวริยาลงกรณ์ แห่ง ๑ ที่วังกรมหมื่นภูวนัยนฤเนทราธิบาล แห่ง ๑ รวม ๔ แห่ง กระบวรที่ได้เสด็จไปนั้นเปนกระบวรรถ ๓ รถ เวลา ๔ โมงเศษ กลับเข้าในพระบรมมหาราชวัง

เวลาบ่าย ๔ โมงเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกประทับณพระที่นั่งสมมติเทวราชอุปบัติ พระบรมวงศานุวงศ์แลข้าทูลลอองธุลีพระบาทผู้ใหญ่ผู้น้อยเข้าเฝ้าณที่นั้น จึงพระยาศรีสิงหเทพนำเครื่องอาวุธต่าง ๆ ซึ่งกองทัพไทยเก็บได้ เมื่อตีทัพฮ่อ ซึ่งเลียวซิกอเปนแม่ทัพนั้นแตก เปนอาวุธ หลาวปลายแหลมบ้าง ดาบบ้าง ปืนบ้างเปนของต่าง ๆ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ไปเรียบเรียงไว้ที่โรงมิวเซียม คือ โรงไว้ของต่าง ๆ ริมโรงทหารมหาดเล็ก ประทับอยู่จนเวลา ๕ โมงเศษเสด็จขึ้น แลเวลาจวนย่ำค่ำเศษ เสด็จพระราชดำเนิรลงที่ตำหนักพระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าศรีวิลัยลักษณ์ มีการสมโภชเดือน พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าบัณฑรวรรณวโรภาส ตามอย่างตามธรรมเนียมแต่ก่อน ครั้นเวลาย่ำค่ำเศษเสด็จขึ้น แล้วเสด็จพระราชดำเนิรออกสนามหญ้าจนเวลาทุ่มเศษเสด็จขึ้น เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จลงที่ตำหนักพระองค์เจ้าศรีวิลัยลักษณ์นั้น ทรงเครื่องตามธรรมเนียม แต่พระบรมวงศานุวงศ์แลข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยนั้น ชั้นนอกเปนอิวนิงเดรศ

โดย เทวัญอุไทยวงศ์

ณวันพฤหัสบดี เดือนยี่ ขึ้น ๔ ค่ำ ปีกุนสัปตศก จุลศักราช ๑๒๓๗ เวลาบ่าย ๕ โมง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกพระที่นั่งสมมติเทวราชอุปบัติ พระยาจ่าแสนยบดี แลพระยาศรีสิงหเทพ เข้าไปเฝ้าอยู่ครู่หนึ่งจึงกลับออกมา เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จลงซ้อมแห่โสกันต์ พระเจ้าน้องยาเธอ แลพระเจ้าน้องนางเธอ ที่เกยศิลาต้นชมพู่ในพระบรมมหาราชวัง ในเวลาแห่นั้น พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าจิตรเจริญ เสด็จมาไม่ทัน จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าโสณบัณฑิต แทนพระองค์เจ้าจิตรเจริญ ครั้นกระบวรแห่เดิรพ้นหน้าพระที่นั่งแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงเสด็จออกทางพระทวารหน้าพระที่นั่งสมมติเทวราชอุปบัติ ประทับสนามหญ้าอยู่ครู่หนึ่ง จึงเสด็จพระราชดำเนิรไปประทับพระที่นั่งอาภรณ์พิโมขปราสาท ทรงจุดเทียนเครื่องนมัสการบูชา พระพุทธปฏิมากร (พระไชย ในแผ่นดินปัตยุบันนี้) แล้วพระสงฆ์วัดราชประดิษฐ ๑ วัดราชบพิธ ๑

----------------------------

แผ่นที่ ๑๙๙ ออกวันพฤหัสบดี เดือนยี่ ขึ้น ๑๑ ค่ำ

วัดบุญสิริมาตยาราม ๑ รวม ๓ วัน ๑๐ รูป มีพระวินัยรักขิตเปนประธาน สวดพระพุทธมนต์ (ในการยกช่อฟ้าพระที่นั่งพิมานรัตยา) เมื่อเวลาจุดเทียนแล้ว สักครู่หนึ่ง กระบวรแห่มาถึง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงเสด็จประทับบนเกยพระที่นั่งอาภรณพิโมกขปราสาท ทรงรับพระเจ้าน้องยาเธอ แลพระเจ้าน้องนางเธอ ขึ้นจากเสลี่ยงกง แล้วจึงรับสั่งให้ตั้งกระบวรแห่กลับ ครั้นตั้งแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงส่งพระเจ้าน้องยาเธอ พระเจ้าน้องนางเธอลงเสลี่ยงกง ในเวลาแห่กลับนี้ พระองค์เจ้าจิตรเจริญ เสด็จมาทัน ครั้นกระบวรเดิรพ้นหน้าพระที่นั่งแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงเสด็จประทับเกยทรงพระราชยาน ไปประทับเกยหน้าพระที่นั่งสมมติเทวราชอุปบัติ เสด็จไปยังศิลาใต้ต้นชมพู่ในพระบรมมหาราชวัง รับพระเจ้าน้องยาเธอแลพระเจ้าน้องนางเธอ ขึ้นจากเสลี่ยงกง ในเวลาเมื่อจะเสด็จขึ้นจากพระที่นั่งอาภรณพิโมกขปราสาทนั้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานเงินตราชั่งหนึ่งแก่พระณรงวิชิตโนพระราชวังบวร ซึ่งขึ้นไปราชการกลับลงมา เวลาย่ำค่ำเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกสนามหญ้า พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยเฝ้าพร้อมกัน จึงเสด็จประทับตรัสอยู่ที่นั้น จนเวลา ๒ ทุ่มเศษเสด็จขึ้น

โดย มนุษยนาคมานพ

วันศุกร์ เดือนยี่ ขึ้น ๕ ค่ำ ปีกุนสัปตศก ศักราช ๑๒๓๗ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระบำราบปรปักษ์ เข้าไปยกช่อฟ้าพระที่นั่งวิมานรัตยา เวลา ๒ โมง ๑๐ นาที ได้ฤกษ์ก็ยกช่อฟ้า พระสงฆ์ ๑๐ รูป มีพระวินัยรักขิตเปนประธาน ก็สวดชยันโตขึ้น แลทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าโสณบัณฑิต ออกมาปฏิบัติพระสงฆ์ ครั้นฉันแล้ว ก็ยถาสัพพีแลถวายอติเรกจบแล้ว ก็กลับไป

แผ่นที่ ๒๐๐ ออกวันพฤหัสบดี เดือนยี่ ขึ้น ๑๑ ค่ำ

จากพระบรมมหาราชวัง เวลาบ่าย ๔ โมงกับ ๑๐ นาที พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกพระที่นั่งสมมติเทวราชอุปบัติ เจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน เข้าไปเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท ตรัสอยู่ประมาณ ๒๐ นาที เจ้าพระยาภาณุวงศ์มหาโกษาธิบดี เข้าไปเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท ตรัสอยู่กับท่านทั้งสองคน ประมาณ ๑๐ นาที เจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒนก็กราบถวายบังคมลาออกมาจากที่นั้น ตรัสอยู่กับเจ้าพระยาภาณุวงศ์มหาโกษาธิบดี จนเวลา ๕ โมงกับ ๓ นาที เจ้าพระยาภาณุวงศ์มหาโกษาธิบดีกถวายบังคมลาออกจากเฝ้า แลมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระบำราบปรปักษ์ เข้าไปซ้อมแห่โสกันต์ข้างใน แล้วเสด็จออกสนามหญ้า พระบรมวงศานุวงศ์แลข้าราชการเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาทอยู่เปนอันมาก ตรัสอยู่ประมาณ ๑๐ นาที พอแห่มาถึง ก็เสด็จพระราชดำเนิรขึ้นบนพระที่นั่งอาภรณพิโมกขปราสาท ทรงรับพระกรพระองค์เจ้า ซึ่งแห่มานั้น (แลการซึ่งซ้อมแห่นั้นเหมือนกันกับเวลาวานนี้) คนแห่กลับแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จลงทางเกยพระที่นั่งอาภรณพิโมกขปราสาท ทรงพระราชยานมาประทับที่พระทวารหน้าพระที่นั่งสมมติเทวราชอุปบัติเสด็จขึ้น

ครั้นเวลาย่ำค่ำกับ ๕๐ นาที พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกสนามหญ้า ตรัสกับพระบรมวงศานุวงศ์แลข้าราชการจนเวลา ๒ ทุ่มกับ ๑๐ นาที ก็เสด็จขึ้น

เวลาวันนี้ พระเจ้าน้องยาเธอแลพระเจ้าน้องนางเธอ ซึ่งจะโสกันต์นั้น ได้ลงเรือไปทูลลาพระบรมวงศานุวงศ์แลเสนาบดีผู้ใหญ่ มีกรมหมื่นอนันตการฤทธิ แลสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ เปนต้น เวลาบ่ายก็กลับ

โดย สวัสดิประวัติ

วันเสาร์ เดือนยี่ ขึ้น ๖ ค่ำ มีกันสัปตศก ๑๒๓๗ เวลาเช้า ๓ โมงเศษ พระสงฆ์วัดอรุณราชวราราม ๔๓ รูป มีพระธรรมเจดีย์ แลพระวิสุทธิสารเถรเปนประธาน ได้เข้าไปรับบิณฑบาตในพระบรมมหาราชวัง เวลาเช้า ๔ โมง พระสงฆ์วัดมหรรณพาราม ๑๐ รูป มีพระธรรมฐิติญาณเปนประธาน ได้รับพระราชทานฉันที่พระที่นั่งดุสิดาภิรมย์ ครั้นพระสงฆ์ฉันแล้วกลับไปวัด เวลาบ่าย ๒ โมงเศษ พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นนเรศวรฤทธิ พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าเทวัญอุไทยวงศ์ พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าสวัสดิประวัติกับพวกเสมียน เข้าทำการในออฟฟิศใน เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ

----------------------------

แผ่นที่ ๒๐๑ ออกวันศุกร์ เดือนยี่ ขึ้น ๑๒ ค่ำ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกพระที่นั่งสมมติเทวราชอุปบัติ พระบรมวงศานุวงศ์แลข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อย เข้าเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท คือ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจาตุรนต์รัศมี สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ พระองค์เจ้าสุขสวัสดิ์ พระองค์เจ้าทวีถวัลยลาภ พระองค์เจ้ากมลาสเลอสรรค์ พระองค์เจ้ากาพย์กนกรัตน์ พระองค์เจ้าทองแถมถวัลย์วงศ์ พระองค์เจ้ามนุษยนาคมานพ พระองค์เจ้าดิศวรกุมาร พระองค์เจ้าโสณบัณฑิต หม่อมเจ้ากระจ่าง พระยาภาสกรวงศ์ พระยาอภัยรณฤทธิ์ เจ้าหมื่นสรรเพธภักดี เจ้าหมื่นศรีสรรักษ์ พระสุนทรานุกิจปรีชา พระปรีชากลการ พระศรีสุนทรโวหาร พระพิเรนทรเทพ พระศรีกาฬสมุด พระวุฒิการบดี จมื่นราชามาตย์ จมื่นราชานุบาล จมื่นสรเดชรณชิต จมื่นวิชิตไชยศักดาวุธ หลวงพินิจจักรภัณฑ์ หลวงนริศรราชกิจ หลวงไกรนารายณ์ ขุนอมรินทรรักษา ขุนชาญนครเขตร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประทับตรัสด้วยราชการอยู่ จึ่งมีพระบรมราชโองการ ให้เจ้าพนักงานกรมพระคลังทองพระสุพรรณพิจิตร คุมโต๊ะทอง กาทองหนึ่งสำรับ พระราชทานแก่พระสุนทรานุกิจปรีชา ขุนธนสิทธิ คุมโต๊ะทองกาทองหนึ่งสำรับ พระราชทานแด่เจ้าหมื่นศรีสรรักษ์ เปนบ้าเหน็จแก่ข้าราชการ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประทับอยู่จนเวลาบ่าย ๕ โมงนานเสด็จขึ้น พระบรมวงศานุวงศ์แลข้าราชการก็ออกจากที่เฝ้า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนิรออกทางพระทวารหน้าพระที่นั่งสมมติเทวราชอุปบัติ เข้าสนามหญ้าเสด็จขึ้นทรงรถพระที่นั่ง สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ ตามเสด็จบนรถพระที่นั่งด้วย ออกไปทางประตูวิมานไชยศรีวิเศษไชยศรี ประทับสวนวังสราญรมย์ เสด็จพระราชดำเนิรประพาสในสวน แลเสด็จพระราชดำเนิรออกทางประ

----------------------------

แผ่นที่ ๒๐๒ ออกวันศุกร์ เดือนยี่ ขึ้น ๑๒ ค่ำ

ตูสวนด้านตวันออก ทรงพระราชดำเนิรทอดพระเนตรถนนริมคลองซึ่งมีพระบรมราชโองการให้เจ้าหมื่นสรรเพธภักดีเปนผู้ทำนั้น แต่ประทับที่ศาลาก๊อกน้ำทำด้วยปืนที่เจ้าหมื่นสรรเพธภักดีได้ทำไว้ เพื่อจะให้ชาวสยามหญิงชายที่เดิรเหนื่อยมา อยากน้ำจะได้เปิดก๊อกรับประทานได้ การที่ทำนั้นคิดทำเอาเองไม่ได้เสียพระราชทรัพย์หลวงเลย ควรพวกเราจะสรรเสริญ นับถือว่าเปนช่างได้ ครั้นประทับอยู่สักครู่ก็เสด็จพระราชดำเนิรเข้ามาในสวน เสด็จประทับที่พระเจดีย์จีน ซึ่งชาวจีนได้เรียกว่าถะ แลเสด็จพระราชดำเนิรขึ้นบนนั้น ทอดพระเนตรทั้ง ๓ ชั้น ถะนี้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้พระวิสูตรวารีจีนเจ้าภาษีท่า ทั้งสวนจีนที่ในสวนวังสราญรมย์ พอเวลาค่ำก็เสด็จพระราชดำเนิรกลับลงมาจากบนนั้น ไปประทับพระที่นั่งที่มีบิลเลียด เสด็จขึ้นบนชั้นบน แลประทับตรัสอยู่ชั้นล่างด้วย เวลาทุ่มเศษเสด็จขึ้น ทรงรถพระที่นั่งกลับเข้าพระบรมมหาราชวัง เสด็จประทับสนามหญ้าสักหน่อยหนึ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นข้างใน

โดย ภาณุรังษี

การแห่พระยายืนชิงช้า

ณวันอาทิตย์ เดือนยี่ ขึ้น ๗ ค่ำ ปีกุนสัปตศก ๑๒๓๗ เวลาเช้า ๓ โมง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าโสณบัณฑิต ไปจุดเทียนแลปฏิบัติพระสงฆ์ฉันที่พระที่นั่งสุทไธศวริย ปราสาท ในการพระราชพิธีตรียำปวาย จำนวนพระสงฆ์พระราชาคณะ ๓ รูป พระพิธีธรรม ๑๒ รูป รวม ๑๕ รูป แลพระสงฆ์ที่ฉันนี้ ต้องสวดมนต์ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ตั้งแต่วันนี้ไปจนครบ ๓ วัน พระราชาคณะนำวันละรูป พระพิธีธรรมวันละ ๔ รูป รวม ๕ รูป ๓ วัน ๑๕ รูป แต่มารวมฉันเวลาเดียว

อนึ่งในเวลานั้น พราหมณ์ทั้งปวง ซึ่งทำการพระราชพิธีตรียำปวาย มีพระมหาราชครูพิธีเปนต้นไปที่แท่นเสาชิงช้า บูชากระดานแลเสา แล้วรดน้ำสังข์ทั้งเสาแลกระดาน แลมพราหมณอิก ๒ คน นำเข้าตอกดอกไม้ธูปเทียนไปที่บ้านพระยากระสาปนกิจโกศล ครั้นถึงแล้ว คำนับพูดว่า “ขอพระผู้เปนเจ้าเข้าสิงสู่เจ้าคุณ” ได้ฤกษ์แล้วให้เชิญเจ้าคุณ (คือสมมติว่าพระยากระสาปนกิจโกศลพระอิศวรเข้าสิง) พระยากระสาปนกิจโกศลก็ได้นุ่งผ้าเยียระบับสวมเสื้อเยียระบับ แลติดตราเครื่องราชอิศริยยศทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ แลตรามงกุฎสยามมัณฑนาภรณ์

----------------------------

แผ่นที่ ๒๐๓ ออกวันเสาร์ เดือนยี่ ขึ้น ๑๓ ค่ำ

แล้วสอดเสื้อครุยแลสวมลำพวก ขึ้นแคร่ออกจากบ้าน ไปขึ้นเสลี่ยงแปลงที่ถนนหน้าวัดราชบุรณะ มีสัปทนกั้นแลบังสุริย กรรฉิ่งนำแลตาม แลมีกลองชนะเปนยศ เดิรกระบวรแห่ออกจากบ้าน เวลาเช้า ๓ โมง เดิรทางถนนริมกำแพงพระนคร ไปเลี้ยวถนนบำรุงเมือง ครั้นเสลี่ยงมาถึงเฉลวด้านทวันออก ก็ลดเสลี่ยงลงแล้ว พราหมณ์แลเจ้าพนักงานพระคลังสวน แลเจ้าพนักงานกรมนา ก็รับพระยากระสาปนกิจโกศล เดิรมาเข้าโรงพิธี พระมหาราชครูพิธีรดน้ำสังข์ให้พระยากระสาปนกิจโกศล ๆ ให้เอาธูปเทียนดอกไม้ไปบูชาเทวรูปทั้ง ๓ เทวสถาน แล้วชุมนุมพราหมณ์แลเจ้าพนักงานพร้อมกัน พระมหาราชครูพิธีจึงเชิญพระยากระสาปนกิจโกศล ให้เข้าไปยื่นที่สำหรับพิงแล้ว ยกเท้าขึ้นให้ยืนเท้าเดียว พวกนาลีวันก็โล้ชิงช้า ๓ ครั้ง ครั้งที่หนึ่งเงินที่แขวน ๑๒ บาท ครั้งที่ ๒ เงิน ๑๐ บาท ครั้งที่ ๓ เงิน ๘ บาท รวม ๓ ครั้ง เปนเงิน ๓๐ บาท ครั้นโล้ชิงช้าแล้ว พระมหาราชครูพิธีให้พระยากสาปนกิจโกศล ลดเท้าลง พราหมณ์แลเจ้าพนักงานก็ได้นำพระยากระสาปนกิจโกศล ออกจากโรงชุมนุม ไปขึ้นเสลี่ยงนอกเฉลวด้านตวันตก เดิรกระบวรแห่ไป (สมมติว่าแห่พระอิศวรเข้าในพระนคร) แล้วเลี้ยวมาหน้าพระที่นั่งสุทไธศวริย กลับยังบ้านในเวลาเช้า ๕ โมงเศษ แลกระบวรแห่พระยากระสาปนกิจโกศล เวลาเช้านี้นั้น กระบวรหลวงพระราชทานตำรวจถือหวายเส้นเดียว สวมเสื้อเข้มขาบทุ่งม่วงโพกผ้าขลิบ ๑๖ คน คน ถือดาบ ๒ มือ ๖๐ คน ถือดาบดั้ง ๖๐ ถือดาบโล่ห์ ๖๐ คน ถือดาบ เขน ๖๐ คน ถือดาบชเลย ๖๐ คน ถือง้าว ๖๐ คน ถือทวน ๖๐ คน ถือพร้าแปะกัก ๖๐ คน บอโทนถือดาบสวมเสื้อแดงนุ่งผ้าตาโถงโพกผ้าแดง ๓๐๐ คน บอโทนขุนหมื่นสวมเสื้อเข้มขาบนุ่งม่วงโพกผ้าขลิบ ๑๐๐ คน กลองชนะ ๕ คู่

----------------------------

แผ่นที่ ๒๐๔ ออกวันเสาร์ เดือนยี่ ขึ้น ๑๓ ค่ำ

เป่าปี่คน ๑ คู่เคียง ๘ คน หามเสลี่ยง ๑๖ คน ถือสัปทนคน ๑ ถือบังสูริยคน ๑ ถือกรรฉิ่ง ๔ คน รวมกระบวรหลวงพระราชทาน ๙๓๗ คน แลขบวรของพระยากระสาปนกิจโกศลจัดเองแลที่มีผู้ช่วยนั้น มีพิณพาทย์จีน ๒๑ สำรับ คน๒๕๐ คน สิงโต ๒ สำรับ คน ๒๐ คน แขกตีรำมนา ๖๐ คน จีน แต่งตัวอย่างงิ้ว ๑๔๔ คน จีนแต่งตัวเปนจุ่นจู๊ ๑๑๐ คน แขกแต่งตัวอย่างแขก ๑๖ คน ตำรวจถือหวาย ๑๖๖ คน แต่งตัวเสื้อต่าง ๆ สพายกระบี่ ๖๐ คน แต่งตัวเสื้อต่าง ๆ ถือพลองถือดาบโล่ห์ ๑๐๐ คน แต่งตัวต่าง ๆ ถืออาวุธต่าง ๆ ๑๓๒ คน ทนายถือเครื่องยศ ๓๐ คน ถือธงใหญ่เปนรูปเครื่องกลึงนำหน้าคน ๑ แต่งตัวสวมเสื้อเขียว กังเกงผ้าลายวิลาศ สพายดาบ ๒๐๐ คน ถือพลอง ๑๐๐ คน แต่งตัวสวมเสื้อแดงกางเกงริ้ว ถือทิว ๒๘๐ คน ถือธงตราเหรียญทอง ๕๐ คน ถือธงตราเหรียญเงิน ๓๐๐ คน แต่งตัวอย่างทหารขัดกระบี่ ๓๖ คน แต่งตัวต่าง ๆ ถืออาวุธแลถือของเบ็ดเสร็จ ๒๒๒๐ รวมกระบวรพระยากระสาปนกิจโกศล จัดเองที่มีผู้ช่วยเปนคน ๒๒๗๗ คน รวมทั้งสิ้นเปนคน ๓๒๑๔ คน

การพระราชพิธีโสกันต์

ครั้นเวลาเช้า ๕ โมง ๕๓ นาที พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ทรงจุดเทียนเครื่องนมัสการ สมเด็จพระวันรัตน์ถวายศีลแล้วประมาณสัก ๒ นาทีก็ตีเที่ยง พระสงฆ์หาได้รับพระราชทานฉันไม่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงรับสั่งว่า ซึ่งเสด็จออกสายไปนี้ เพราะทรงพระราชดำริห์สำคัญว่า เจ้าพนักงานได้เลี้ยงพระแล้ว เสด็จออกต่อเวลาสาย เพื่อจะให้พระเจ้าน้องยาเธอ พระเจ้าน้องนางเธอ ที่จะโสกันต์ ถวายไตรทีเดียว ซึ่งพระสงฆ์มิได้ฉันนี้ ดูเหมือนปดพระสงฆ์ ด้วยนิมนต์พระสงฆ์มาว่าจะให้ฉันก็ไม่ได้ฉัน จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ สั่งแก่พระยาอนุรักษ์ราชมณเฑียร ให้หมายสั่งให้ทำสำรับไปถวายพระสงฆ์ที่พระอารามในวันรุ่งขึ้นองค์ละสำรับ เปนการใช้หนี้ที่มิได้รับพระราชทานฉันนั้น แล้วเสด็จพระราชดำเนิรไปถวายไตร แก่กรมพระปวเรศวริยาลงกรณ์ แล้วจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าจิตรเจริญถวายไตรพระสงฆ์องค์ละไตร ๙ รูป พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าวัฒนานุวงศ์ ถวายไตรองค์ละไตร ๑๐ รูป พระเจ้าน้องนางเธอ พระองค์เจ้าเสาวภาผ่องศรี ถวายไตรองค์ละไตร ๑๐ รูป

แผ่นที่ ๒๐๕ ออกวันอาทิตย์ เดือนยี่ ขึ้น ๑๔ ค่ำ

รวมเปนพระสงฆ์ ๓๐ รูป พระสงฆ์ก็ออกไปครองผ้าแล้วกลับเข้ามายถาสัพพี แลถวายอติเรกถวายพระพรลากลับไปยังอาราม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประทับตรัสอยู่ประมาณครู่หนึ่งก็เสด็จขึ้น

อนึ่งการพระราชพิธีโสกันต์ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทนั้น ในเวลาเช้าเจ้าพนักงานกรมต่าง ๆ ได้จัดการตั้งพระแท่นมณฑล มีม้าหมู่ลายจำหลักปิดทอง ๔ ม้า ม้ากลางนั้น ได้เชิญพระแก้วบุษย์รัตนขึ้นประดิษฐานองค์ ๑ ม้าข้างขวาตรงหน้าตั้งพระแก้วเรือนทององค์ ๑ รองเข้าไปตั้งพระไชยในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยองค์ ๑ รองเข้าไปตั้งพระไชยในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกองค์ ๑ รวม ๓ องค์ ม้าข้างซ้ายตรงหน้า ตั้งพระไชยในแผ่นดินปัตยุบันนี้องค์ ๑ รองเข้าไปตั้งพระไชยในแผ่นดิน พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวองค์ ๑ รองเข้าไปตั้งพระไชยในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวองค์ ๑ รวม ๓ องค์ หลังพระแก้วบุษย์รัตนนั้น ตั้งพระเจดีย์ถมตะทอง บรรจุพระบรมธาตุองค์ ๑ ข้างขวาตั้งพระห้ามญาติเงินองค์ ๑ ข้างซ้ายตั้งพระทองห้ามญาติทรงเครื่ององค์ ๑ ข้างหลังพระไตรปิฎกสังเขปคัมภีร์ ๑ พระภิกขุปาฏิ โมกขแลพระภิกขุนีปาฏิโมกขคัมภีร์ ๑ รวม ๒ พระคัมภีร์ ข้างขวาแท่นมณฑลนั้น ตรงหน้าตั้งเทวดากะไหล่ทองเชิญหีบพระราชลัญจกร รองเข้าไปตั้งหีบมีถุงสักหลาดแดงหุ้มมีฉลองพระองค์นวม สำหรับ พิชัยสงครามอยู่ในนั้น บนหลังหีบตั้งลุ้งพระมหามาลาเบี่ยง รองเข้าไปตั้งหีบพระมหาสังข์ มีถุงสักหลาดแดงหุ้มบนหลังหีบตั้งลุ้งพระมหาพิชัยมงกุฎ ข้างซ้ายแทนมณฑลนั้น ตรงหน้าตั้งเทวดากะไหล่ทอง เชิญพระแสงขรรค์จีนองค์ ๑ ธารพระกรเทวรูปองค์ ๑ ธารพระกรศักดิ์สิทธิองค์ ๑ รวม ๓ องค์ รองเข้าไปตั้งหีบฉลองพระองค์ ๓๒ ชั้นสำหรับพิชัยสงคราม แลมีถุงสักหลาดแดงหุ้มนอก บนหลังหีบตั้งลุ้งพระมหามาลาเพ็ชร์

----------------------------

แผ่นที่ ๒๐๖ ออกวันอาทิตย์ เดือนยี่ ขึ้น ๑๔ ค่ำ

รองเข้าไปตั้งหีบพระมหาพิชัยมงคล แลเครื่องพิชัยสงครามต่าง ๆ มีถุงสักหลาดแดงหุ้มนอก บนหลังหีบตั้งลุ้งพระชฎาพระกลีบ ด้านข้างหลังแท่นมณฑลนั้น มีกระไดแก้วสำหรับพาดพระแสง ในวงกลางกระไดแก้ว ๓ ช่องนั้นผูกพระแสงศรพรหมาสตร์องค์ ๑ พระแสงศรอัคนีวาตองค์ ๑ พระแสงศรประไลยวาตองค์ ๑ รวม ๓ องค์นี้ ช่องละองค์ กระไดแก้วข้างขวานั้น มีพระแผงตรีเพ็ชรองค์ ๑ พระแซ่หางช้างเผือกองค์ ๑ สององค์นี้ผูกไว้เบื้องบน รองลงมาพาดพระแสงขรรค์เนาวโลหะองค์ ๑ พระแสงดาบใจเพ็ชรองค์ ๑ พระแสงยี่ปุ่นแฝดองค์ ๑ พระแสงทรงเดิมองค์ ๑ รวม ๖ องค์ กระไดแก้วข้างซ้ายนั้น มีพระแสงปืนนพรัตนองค์ ๑ พระแซ่จามรีองค์ ๑ สององค์นี้ยกไว้เบื้องบน รองลงมาพาดพระแสงจักรองค์ ๑ พระแสงขรรค์ไชยศรีองค์ ๑ พระแสงดาบคาบค่ายองค์ ๑ พระแสงยี่ปุ่นเวียดองค์ ๑ พระแสงยี่ปุ่นฝักทองเกลี้ยงประดับเพ็ชรองค์ ๑ รวม ๗ องค์ ด้านหลังตรงกลางผูกพระแสงขอไม้เท้ากะไหล่ทององค์ ๑ พระแสงของ้าวเจ้าพระยาแสนพลพ่ายองค์ ๑ รวม ๒ องค์ ด้านหน้าแท่นมณฑลนั้น ตรงกลางหน้าพระแก้วบุษยรัตนออกมา ตั้งพานทองรองพระสุพรรณบัตร ทั้งขวาทั้งซ้าย ตั้งพานทองรองหีบเครื่องพระมหาพิชัยสงครามข้างละหีบ นอกพานพระสุพรรณบัตรออกมา ตั้งถาดรองพระเต้า ๕ กระษัตริย์ คือ พระเต้าทององค์ ๑ พระเจ้านาคองค์ ๑ พระเต้าเงินองค์ ๑ พระเจ้าสัมฤทธิองค์ ๑ พระเต้าศิลาองค์ ๑ กับพระถ้วย ๕ กระษัตริย์ สำหรับพระเจ้าทั้ง ๕ พระองค์ด้วย แลมีขันหยกตั้งกลางมีเทียนทองปัก แลข้างขวาข้างซ้ายตั้งพระครอบพระกริ่งองค์ ๑ พระเต้าเนาวเคราะห์องค์ ๑ พระเต้าไกรลาสองค์ ๑ พระเต้าเบญจครรภน้อยองค์ ๑ พระเต้านพเก้า ๕ ห้ององค์ ๑ พระเต้าศิลาลงอักษร ๒ องค์ พระเต้าหยกองค์ ๑ พระเต้าประทุมนิมิตร์ ๓ องค์ พระเต้าเทวะบิดองค์ ๑ แลข้างขวาตั้งพานทองรองดวงพระชันษา แลถาดทองสรงพระพักตร์ของพระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าจิตรเจริญองค์ ๑ พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าวัฒนานุวงศ์องค์ ๑ ข้างซ้ายตั้งพานทองรองดวงพระชันษาแลถาดทองสรงพระพักตรของพระเจ้าน้องนางเธอ พระองค์เจ้าเสาวภาผ่องศรีองค์ ๑ แลข้างเทวดากะไหล่ทอง ๒ ข้าง ๆ ในนั้นตั้งเชิงเทียนไข ปักเชิงละ ๔ เล่ม แลใต้ม้าพระแก้วบุษยรัตนนั้น ตั้งหีบพระแสงจีบถุงชนักเครื่องต้น เสาพระแท่นมณฑลทั้ง ๔ นั้น ได้ผูกพระกรรภิรมย์ ๓ องค์

----------------------------

แผ่นที่ ๒๐๗ ออกวันจันทร์ เดือนยี่ ขึ้น ๑๕ ค่ำ

ไว้องค์ละเสา อิกเสาหนึ่งผูกเสวตฉัตรพระคชาธารองค์ ๑ ใส่ถุงผ้าสักหลาดแดงทั้ง ๔ องค์ เสาข้างซ้าย ๒ เสาได้ผูกธงครุฑพ่าห์ เสาข้างขวา ๒ เสา ได้ผูกธงกระบี่ธุช แลทั้ง ๔ เท่านั้น ได้ผูกพระแสงหอกพระแสงง้าว พระแสงทวน เขนโล่ห์ถมตะทองเสาละองค์ แต่ ๒ เสาหน้า ผูกพระแสงดาบอิกเสาละองค์ สองเสาหลังข้างขวา ได้ผูกพระแสงปืนคาบชุดองค์ ๑ แลล่างพระแท่นมณฑลด้านหน้า ได้ตั้งเต้าน้ำกะไหล่ทองเต้า ๑ เต้าน้ำเงิน ๙ เต้า แลตรงกลางตั้งกระถางธูปหยกกระถาง ๑ ด้านหลังได้ตั้งเต้าน้ำทองขาว ๓ ชั้น ๔ เต้า ใส่น้ำสระเกศเต้า ๑ สระแก้วเต้า ๑ สระคาเต้า ๑ สระยมนาเต้า ๑ มีสายสิญจน์วงรอบพระแท่นมณฑลแลรอบพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท แล้วโยงออกไปที่สรงแลเขาไกรลาสศิลา ข้างพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทนั้น อนึ่งมีโต๊ะจีนเครื่องหยกตั้งอยู่ข้างขวาข้างซ้าย พระแท่นมณฑลข้างละโต๊ะ ๆ ข้างขวาตั้งพระนิรันตรายองค์ ๑ โต๊ะข้างซ้ายตั้งพระสยามเทวาธิราชองค์ ๑ กับเทวรูปอิก ๔ องค์ แลมพระมหาสังข์ทักษิณาวัฏองค์ ๑ พระเต้าทองคำองค์ ๑ อยู่บนโต๊ะนั้นด้วย หน้าพระแท่นมณฑลนั้นตั้งเครื่องนมัสการที่หนึ่ง เปนเครื่องถมตะทอง อนึ่งที่มุขด้านใต้ในพระฉากนั้น ตั้งเก้าอี้สำหรับพระเจ้าน้องยาเธอ พระเจ้าน้องนางเธอที่จะโสกันต์นั้นประทับทรงฟังพระสงฆ์เจริญพุทธมนต์นั้น ๓ เก้าอี้ ที่หน้าเก้าอี้ตั้งเครื่องนมัสการอิก ๓ เครื่อง แถมสายสิญจน์สำหรับโยง เมื่อขณะพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์อิก ๓ สาย อนึ่งนอกพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ด้านตวันตกของมุขข้างใต้นั้น ได้ตั้งเบญจารองที่สรงชั้น แถมราชวัตรไม้จริงทรงเครื่อง แลฉัตรทองฉัตรนาคฉัตรเงินปักรอบ ที่บนเบญจาปักเครื่องสูง ๕ ชั้นทุก ๆ ชั้นเบญจา แลที่สรงนั้นเปนเพดาน ๔ ชั้น

----------------------------

แผ่นที่ ๒๐๘ ออกวันจันทร์ เดือนยี่ ขึ้น ๑๕ ค่ำ

แลเขาไกรลาสศิลา ที่ตรงรูปช้างรูปราชสีห์รูปม้ารูปโคนั้น ปักเพดานมีเครื่องนมัสการเครื่องหนึ่ง สำหรับบูชาเทวรูปพระอิศวรบนเขาไกรลาส อนึ่งถนนทางที่จะเดิรกระบวรแห่ ตั้งแต่เกยท้องฉนวนข้างในพระบรมมหาราชวัง ไปประตูราชสำราญ ออกทางหน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม เลี้ยวไปข้างวัดพระศรีรัตนศาสดาราม แลเลี้ยวไปเข้าประตูพิมานไชยศรี จนถึงพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกขปราสาทนั้น ได้ปูเสื่อเปนทางตลอดมา แลปักราชวัตรฉัตรเบญจรงค์ ๗ ชั้นยอดหางนกยูง ตามระยะทางตลอดมาจนรอบกำแพงแก้วพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท แต่ตามทางนั้นมีพิณพาทย์ แลคนแต่งตัวนุ่งกางเกง สอดเสื้อเสนากุฎสวมหมวกหนัง ถืออาวุธต่าง ๆ วางเปนกระลาบาตตลอดมา อนึ่งที่สนามหญ้าหน้าพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกขปราสาทดลอดทั้งแถว แล้วได้ปลูกเรือนผ้าเปนโครงเหล็กไว้ในสนามหญ้าตรงมุมเหลี่ยมด้านนอก สำหรับข้าราชการผู้ใหญ่ฝันอย จะได้พักเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาทที่นั้น ตรงหน้าพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกขปราสาท ได้ตั้งเก้าอี้สำหรับข้าราชการที่เปนคู่เคียงนั่ง ตั้งเปน ๖ แถว ๆ ละ ๖ เก้าอี้ รวม ๓๖ เก้าอี้ แลที่โรงทองได้ตั้งโต๊ะเก้าอี้สำหรับเลี้ยงข้าราชการที่เปนคู่เคียง แต่ท้ายเรือนผ้าที่ข้าราชการพักนั้น เปนที่พวกระเบงเล่นอยู่ในสนามหญ้า โหม่งครุ่มแลกุลาตีไม้นั้นเล่นที่หน้าทิมดาบกรมวัง ไม้สูงไม้ต่ำเล่นที่ข้างศาลาลูกขุน กะอั้วแทงควายแลแทงวิสัย เล่นที่หน้าโรงลครหลังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

ครั้นเวลาบ่าย ๒ โมงเศษ พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าจิตรเจริญ พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าวัฒนานุวงศ์ พระเจ้าน้องนางเธอ พระองค์เจ้าเสาวภาผ่องศรี ได้ทรงเสลี่ยงกั้นพระกลดมีพราหมณ์ โปรยเข้าตอกนำเสด็จองค์ละ ๒ บันเฑาะว์องค์ละ ๒ เป่าสังข์องค์ละ ๒ โหรโปรยเข้าเปลือกเข้าสารองค์ละ ๒ รวมนำเสด็จพระองค์ ๑ เปน ๘ คน นำเสด็จทั้ง ๓ พระองค์จากตำหนักขึ้นมาทรงเครื่องซึ่งจะแห่โสกันต์ ที่พระที่นั่งนงคราญสโมสร แลทรงเครื่องแห่วันแรกนี้ ทรงฉลองพระองค์ตาดขาว ทรงสนับเชิงงอนแลทรงสังเวียนขาว แลจรบาทขาว แลเครื่องเพ็ชรเครื่องทองต่าง ๆ นั้น ก็ทรงตามธรรมเนียมอย่างแห่โสกันต์ แต่เกี้ยวนั้นเปนเกี้ยวยอด รองพระบาทนั้นเปนรองพระบาทปักทอง (อย่างสลิบเปอร) พระหัดถขวาทรงกระบองเพ็ชร ครั้นได้เวลาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระภูษาสีน้ำเงินแก่ (อย่างที่เรียกกันชุมว่าสีกรมท่า) ฉลองพระองค์เยียระบับสีแดงทรงสายรัดพระองค์นอก แลทรงตราเครื่องราชอิศริยยศดวงใหญ่

แผ่นที่ ๒๐๙ ออกวันอังคาร เดือนยี่ แรมค่ำ ๑

กับสายสพายตรามงกุฎสยาม (สีน้ำเงิน) ทรงพระมหามาลาอย่างเต็มยศฝ่ายพลเรือน เวลาบ่าย ๔ โมง ๑๕ นาที เสด็จพระราชดำเนิรมาประทับที่เกยศิลาท้องฉนวน เจ้าคุณคลี่จึงได้รับพระกร แลประคองพระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าจิตรเจริญ คุณสวนรับพระกร แลประคองพระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าวัฒนานุวงศ์ คุณปานรับพระกร แลประคองพระเจ้าน้องนางเธอ พระองค์เจ้าเสาวภาผ่องศรี มาที่เกยศิลานั้น พร้อมทั้ง ๓ พระองค์ ส่วนหมื่นจงซ้าย ซึ่งแต่งตัวเข้าในกระบวรแห่นั้น ก็ตีเกลาะให้พวกกระบวรแห่ทั้งหลายถวายคำนับ ๓ ครั้งแล้ว พวกสังข์แตรก็เป่าประโคมขึ้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงทรงรับพระกร พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าจิตรเจริญ ให้ทรงพระยานุมาศ แลเมื่อพระยานุมาศจะเคลื่อนออกจากที่นั้น พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าจิตรเจริญ ถวายบังคมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พวกสังข์แตรก็เป่าประโคมขึ้นอิกครั้งหนึ่ง ส่วนคู่เคียงนั้น ก็เข้าประจำที่ พระยานุมาศที่ ๒ ก็เลื่อนเข้าเทียบเกย พวกสังข์แตร ก็เป่าประโคมขึ้นดังครั้งก่อน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็ทรงรับพระกร พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าวัฒนานุวงศ์ ให้ทรงพระยานุมาศ แล้วก็เคลื่อนออกจากที่ มีอาการที่ทำดังว่ามาแล้วในครั้งก่อน ครั้นพระยานุมาศที่ ๓ เข้าเทียบเกยแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็ทรงรับพระกร พระเจ้าน้องนางเธอ พระองค์เจ้าเสาวภาผ่องศรี ให้ทรงพระยานุมาศ แล้วก็เคลื่อนออกจากที่ มีอาการที่ทำดังว่ามาแล้วนั้น ครั้นทรงพระยานมาศพร้อมแล้ว จมื่นจงซ้ายก็ตีเกราะให้กระบวรแห่ทั้งหลายถวายคำนับ ดังครั้งก่อนอีกครั้งหนึ่ง ส่วนนางเชิญมยุรฉัตรแลดอกไม้ทอง ดอกไม้เงิน แลนางเชิญพระแสง แลนางเชิญเครื่อง แลนางพัช ก็รับเครื่องต่าง ๆ ที่เชิญพร้อมกัน แต่นางมยุรฉัตร แลดอกไม้ทอง ดอกไม้เงินนั้น รับเครื่องแล้ว ก็เดิรทักษิณตัวรอบหนึ่งก่อนจึง

----------------------------

แผ่นที่ ๒๑๐ ออกวันอังคาร เดือนยี่ แรมค่ำ ๑

เดิรกระบวรเปนระยะตอน ๆ ไป พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทอดพระเนตรกระบวรสิ้นแล้ว ก็เสด็จพระราชดำเนิรกลับมาออกพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ขึ้นทรงพระราชยานลงยาราชาวดีณเกยหน้าพระทวารเทเวศรักษา เสด็จพระราชดำเนิรเปนกระบวร ไปประทับเกยพระที่นั่งอาภรณพิโมกขปราสาท ลครหลวงซึ่งแต่งตัวถือดอกไม้เงินทอง ๔ คน ก็มารำอยู่ที่หน้าพระที่นั่งอาภรณพิโมกขปราสาท แต่ในเกยเข้าไปหน่อยหนึ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประทับอยู่ประมาณครู่หนึ่ง กระบวรแห่เดิรมาถึง พระยานมาศจะประทับเกย คู่เคียงแลอินทร์พรหม จึงได้ถอยออกจากพระยานมาศไปยังที่ พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าจิตรเจริญ ถวายบังคมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๆ ก็ทรงรับพระกรขึ้นจาก พระยานุมาศ เลื่อนออกจากเกยแล้ว พระยานุมาศที่ ๒ ที่ ๓ ก็เข้ามาประทับเกยเปนลำดับกัน มีอาการดังที่ว่ามาแล้วนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็ทรงรับพระกรขึ้นจากพระยานุมาศ ครั้นพระยานุมาศถอยออกจากที่แล้ว จมื่นจงซ้ายก็ตีเกราะ ให้พวกกระบวรแห่ถวายคำนับ ๓ ครั้ง และเจ้าคุณคลี่แลคุณสวนคุณปาน ก็รับพระกรประคองพระองค์เจ้า ไปบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ประทับยังที่ ๆ พระสงฆ์จะได้เจริญพระพุทธมนต์ ส่วนกระบวรแห่นั้น ก็เดิรกระบวรไปเข้าที่จนสิ้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จทรงพระราชดำเนิรขึ้นบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทรงจุดเทียนเครื่องนมัสการแล้ว สมเด็จพระวันรัตน์ถวายศีล พระโพธิวงศ์ขัดตำนาน พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์สัตตปริต แล้วจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าโสณบัณฑิต ไปจุดเทียนเครื่องบูชาเทวรูปพระอิศวร ที่เขาไกรลาสนั้น ครั้นเวลาบ่าย ๕ โมง ๔๘ นาที พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์จบ ลครซึ่งแต่งตัวถือดอกไม้ทองเงินนั้น ก็รำที่ลานพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทข้างใน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนิรประทับพระที่นั่งอาภรณพิโมกขปราสาท เจ้าคุณคลี่ แลคุณสวน คุณปาน ได้รับพระกรประคองพระองค์เจ้า มาประทับเกยพร้อมแล้ว จมื่นจงซ้าย ก็ได้ตีเกราะ พวกกระบวรแห่ทั้งหลายถวายคำนับแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงทรงรับพระกร พระเจ้าน้องยาเธอ พระเจ้าน้องนางเธอ ให้ทรงพระยานุมาศเปนลำดับไป มีอาการเหมือนอย่างที่ลงเกยท้องฉนวนนั้น ครั้นพร้อมแล้วกระบวรก็เดิร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประทับตรัสอยู่กับเจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์ แลเจ้าพระยาภาณุวงศ์มหาโกษาธิบดี ประมาณครู่หนึ่งจึงเสด็จทรงพระราชยาน

----------------------------

แผ่นที่ ๒๑๑ ออกวันพุธ เดือนยี่ แรม ๒ ค่ำ

ไปประทับเกยหน้าพระทวารเทเวศรักษา เข้าในพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย เสด็จขึ้นข้างในประทับเกยท้องฉนวน ครั้นกระบวรแห่เข้าไปถึงแล้ว ก็ทรงรับพระกร พระเจ้าน้องยาเธอ พระเจ้าน้องนางเธอ ขึ้นจากพระยานุมาศเปนลำดับไป เหมือนอย่างที่ขึ้นเกยพระที่นั่งอาภรณพิโมกขปราสาท เจ้าคุณคลี่แลคุณสวนคุณปาน ก็ได้รับพระกรแลประคองพระองค์เจ้า ไปเปลื้องเครื่อง แล้วจึงได้เสด็จกลับไปตำหนัก ครั้นเสร็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานเงินแจกคู่เคียงตามควรแล้ว เสด็จพระราชดำเนิรกลับยังพระที่นั่งมูลสถานบรมอาสน์

อนึ่งการพระราชพิธีโสกันต์ครั้งนี้ พระบรมวงศานุวงศ์แลข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อย นุ่งผ้าสีน้ำเงิน แลสวมเสื้อเยียระบับ คาดเสื้อครุย แลติดตราเครื่องราชอิศริยยศที่ได้รับพระราชทาน แต่ตำรวจแลทหารนั้น สอดเสื้อเต็มยศในทหารแลตรวจ อนึ่งจำนวนข้าราชการที่เปนคู่เคียงแห่โสกันต์ พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าจิตรเจริญนั้น พระยาสุรเสนา พระยากลาโหมราชเสนา คู่ที่ ๑ พระยาพิพิธโภไค พระยาชโหร คู่ที่ ๒ พระยาจ่าแสนยบดี พระยาราชบุรี คู่ที่ ๓ พระยาสมุทโบรานุรักษ์ พระยาเวียงในนฤบาล คู่ที่ ๔ พระยาราชสงคราม พระยาอัคนีสราภัย คู่ที่ ๕ พระนานาพิธภาษี พระศรีธรรมสาร คู่ที่ ๖ รวม ๑๒ คน พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าวัฒนานุวงศ์นั้น พระยานครศรีธรรมราช พระยาเสนาภูเบศร คู่ที่ ๑ พระยารัตนพรรณมนตรี พระยาศรีสรราช คู่ที่ ๒ พระยาอินทราธิบดีสหราชรองเมือง พระยาราชวังเมือง คู่ที่ ๓ พระยาบำเรอภักดิ์ พระยาราชบังสัน คู่ที่ ๔ พระสุนทรานุกิจปรีชา พระนราธิราชภักดี คู่ที่ ๕ พระนรินทรเสน พระอิศราธิไชย คู่ที่ ๖ รวม ๑๒ คน พระเจ้าน้องนางเธอ พระองค์เจ้าเสาวภาผ่องศรีนั้น พระยาโชฎึกราชเศรษฐี พระยาศรีสิงหเทพ คู่ที่ ๑

----------------------------

แผ่นที่ ๒๑๒ ออกวันพุธ เดือนยี่ แรม ๒ ค่ำ

พระยามนูสารสาตรบัญชา พระยาพิพิธไอสูริย คู่ที่ ๒ พระยาเกียรติ พระยาราม คู่ที่ ๓ ขุนหลวงพระไกรศรี พระเกษม คู่ที่ ๔ พระเทพผลู พระศรีทิพโภช คู่ที่ ๕ พระสิริสมบัติ พระพิพากษา คู่ที่ ๖ รวม ๑๒ คน ๓ สำรับ ๓๖ คน

อนึ่งกระบวรแห่โสกันต์นั้น ข้าพเจ้าจะว่าประมาณแต่เปนเลาๆ พอจะได้ดูสังเกตต่อไปภายหน้า ถ้าขาดเหลือบ้างที่แห่งใด ขอท่านทั้งหลายได้ช่วยเติมต่อให้ถูกต้อง ข้าพเจ้าขอรับประทานโทษเสียเถิด เพราะเหลือที่จะจดจำได้

กระบวรที่ ๑ นั้นเปนกระบวรทหารแต่งตัวเต็มยศ มีทหารควงกระบองแลถือธงเป่าแตรแลถือขวานถือปืนประมาณทั้งสิ้น ๒๕๐ คน ถัดไปมทหารถือธงคนหนึ่งแลกลองแขกสำรับหนึ่ง ๓ คน แต่งตัวเสื้อเข้มขาบโพกผ้า แต่นุ่งโสร่งคาดเขมขัด แลถุงเท้ารองเท้า รองเข้าไปถึงมหาดเล็กแต่งตัวเปนเทวดา ประมาณ ๑๒๐ คน มีขุนนางในกรมมหาดไทย ๑ กรมกลาโหม ๑ นำหน้า แลมีมหาดเล็กหุ้มแพรเปนสารวัดอิก ๔ นายละเวร รองเข้าไปถึง กระบวรเด็ก บุตรขุนนาง แต่งตัวเปนจีน ประมาณ ๒๐ คน แต่งแขกเทศ ประมาณ ๒๐ คน แต่งตัวเปนเด็กไทย ประมาณ ๖๐ คน รวม ๑๒๐ คน แลมีขุนนาง ชักหน้า ๒ รั้งท้าย ๒ แลสารวัด ๔ คู่ ๘ คน เปนกรมกลาโหมครึ่งหนึ่ง กรมมหาดไทยครึ่งหนึ่ง แลในกระบวรเด็กนั้น มีกลองชนะประมาณ ๖๐ คน จ่าปี่ ๑ จ่ากลอง ๑ หลวงราชมนูผู้กำกับอิก ๑ ถัดเข้าไปถึงพวกแตรสังข์เปน ๒ ตอน ๆ หนึ่งเปนแตรฝรั่งเปนแตรทองเหลืองตอนหนึ่ง เปนแตรเงินตอนหนึ่ง ประมาณคนทั้ง ๒ ตอน สัก ๔๐ คน ขุนนางผู้กำกับแตรอิก ๒ คน ถัดนั้นจมื่นจงซ้าย ถือเกราะ แล้วถึงเครื่องสูง ๕ ชั้น ๓ คู่ ๗ ชั้นคู่ ๑ บังแซก ๒ คู่ หว่างกลางเครื่องสูง มีมหาดเล็กเชิญพระแสงหว่างเครื่องอิก ๔ คน นอกเครื่องสูงมีโหรโปรยเข้าเปลือกเข้าสารคู่ ๑ พราหมณ์เป่าสังข์คู่ ๑ บัณเฑาะว์คู่ ๑ โปรยเข้าตอกคู่ ๑ รองเข้าไปถึงนางมยุรฉัตร ๑ แลดอกไม้เงินทอง ๒ มีสารวัด ๒ แล้วถึงพระยานุมาศ พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าจิตรเจริญ คู่เคียง ๑๒ อินทรพรหม ๑๒ กั้นพระกลด ๑ บังสูริย ๑ จามร ๑ สำหรับเปลี่ยนอิก ๓ ภูษามาลา ๑ คนหามพระยานุมาศ ๑๖ แล้วถึงนางเชิญพระแสง ๑ นางเชิญเครื่องเปนพานทองสองชั้น ๖ นางพัช ๑ สารวัด ๔

----------------------------

แผ่นที่ ๒๑๓ ออกวันพฤหัสบดี เดือนยี่ แรม ๓ ค่ำ

บังแซกคู่ ๑ มหาดเล็กเชิญพระแสง หว่างเครื่อง ๓ คน โหรพราหมณนอกเครื่องสูง อิก ๘ คน อย่างที่ว่ามาข้างหน้าแล้ว ต่อนั้นมาถึงนางเชิญมยุรฉัตรแลพระยานุมาศ พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าวัฒนานุวงศ์ แลถึงเชิญพระแสงเชิญเครื่อง แลนางพัชนั้นจำนวนคนก็เท่ากันกับพระองค์เจ้าจิตร์เจริญ แลพานทองที่นางเชิญพานนั้นเปนพานทองสองชั้น ๒ พานทองชั้นเดียว ๔ รวม ๖ พาน แลต่อมาเครื่องสูง แลนางเชิญมยุรฉัตร แลดอกไม้ทองเงิน แลพระยานุมาศ พระเจ้าน้องนางเธอ พระองค์เจ้าเสาวภาผ่องศรี แลนางเชิญเครื่องนั้น ก็มีเหมือนกันกับพระองค์เจ้าวัฒนานุวงศ์ ยกเสียแต่นางเชิญพระแสงคนหนึ่งไม่มี เพราะเปนพระบุตรี ต่อมามีเครื่องสูง ๗ คู่ ๕ ชั้น ๒ คู่ บังแซกคู่ ๑ สารวัด ๔ ต่อมาถึงนางสระผู้ดี เดิรแถวละ ๔ คน ๑๐ แถว ๔๐ คน สารวัด ๔ คู่ นางสระเล็ก ๔๘ คน โขลน ๔๔ คน สารวัด ๓ คู่ ๖ คน ข้าหลวงพระองค์เจ้าจิตรเจริญ ประมาณ ๖๐ คน ข้าหลวงพระองค์เจ้าวัฒนานุวงศ์ ประมาณ ๖๐ คน พระองค์เจ้าเสาวภาผ่องศรี ประมาณ ๗๐ คน เปนตอน ๆ ประมาณ ๓๐ คน ต่อนั้นมา มีม้าผูกเครื่องอานอย่างไทย ๒ ม้า คนจูงม้าข้างละ ๒ เปน ๔ คน ข้าในกรมพระองค์เจ้าจิตรเจริญ เสื้อหลวงจ่าย ๔๐ ไม่ได้เสื้อหลวง ประมาณ ๑๐๐ คน ต่อมามีม้าแลข้าในกรมพระองค์เจ้าวัฒนานุวงศ์ เหมือนพระองค์เจ้าจิตรเจริญ แต่ที่ไม่ได้เสื้อหลวงนั้น ประมาณ ๒๐๐ คน พระองค์เจ้าเสาวภาผ่องศรีนั้นก็เหมือนกัน แต่คนที่ไม่ได้เสื้อนั้น ประมาณ ๒๔ คน ต่อมามีทหารถือธงแลเป่าแตรแลถือปืน ทั้งสิ้นประมาณ ๒๐๐ คน รวมกระบวรแห่ทั้งสิ้น ประมาณ ๑๗๖๖ คน

แผ่นที่ ๒๑๔ ออกวันพฤหัสบดี เดือนยี่ แรม ๓ ค่ำ

อนึ่งมหาดเล็ก ซึ่งแต่งตัวเกณฑ์เทวดานั้น นุ่งผ้าท้องขาวกรวยเชิงสอดเสื้อครุยขาว ลำพอกเกี้ยวขาว สาววัดแลขุนนางในกรมกระลาโหม กรมมหาดไทยแลกรมต่าง ๆ แลคู่เคียงนั้น สอดสนับเพลานุ่งผ้าเยียระบับบ้าง ยกบ้าง แลสอดเสื้อเยียระบับเข้มขาบครุยขาวแลพอกขาว นางเชิญมยุรฉัตรแลดอกไม้ทองเงินแลเชิญพระแสง แลนางเชิญเครื่องนางพัชนั้น นุ่งผ้าเยียระบับ ห่มตาดเปนผ้าอย่างนางลคร ใส่กระบังหน้าแลเครื่องทองต่าง ๆ แลเชิญพระแสงแดดอกไม้ทองเงินนั้น เปนเด็กสวมเกี้ยวด้วย นางสระนุ่งผ้าท้องขาวกรวยเชิง ห่มแพรขาวขลิบลูกไม้ทอง ใส่สายสร้อย ข้าหลวงนั้นนุ่งผ้า ห่มแพรต่าง ๆ ข้าในกรมที่ได้เสื้อหลวงจ่ายนั้น นุ่งผ้าท้องขาวกรวยเชิงสอดเสื้อครุยขาว แลที่ไม่ได้เสื้อหลวงนั้น นุ่งผ้าสอดเสื้อต่าง ๆ กัน

โดย ก.ม. นเรศวรฤทธิ์

ณวันจันทร์ เดือนยี่ ขึ้น ๘ ค่ำ ปีกุนสัปตศก จุลศักราช ๑๒๓๗ เวลาบ่าย ๔ โมง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ทรงพระราชดำเนิรออกทางพระทวารเทเวศรักษา ประทับเกยทรงพระที่นั่งราชยานถม ไปประทับเกยพระที่นั่งอาภรณพิโมกข์ปราสาท แล้วเสด็จขึ้นประทับบนพระที่นั่งอาภรณพิโมกขปราสาท เวลานั้นกระบวรแห่มาถึง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงทรงรับพระกร พระเจ้าน้องยาเธอ พระเจ้าน้องนางเธอ ซึ่งจะโสกันต์ ขึ้นจากยานุมาศแล้ว พระเจ้าน้องยาเธอ พระเจ้าน้องนางเธอ ซึ่งจะโสกันต์ ก็เสด็จขึ้นไปบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จทรงพระราชดำเนิรขึ้นไปบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทรงจุดเทียนเครื่องนมัสการ สมเด็จพระวันรัตนก็ถวายศีล ครั้นจบแล้ว พระราชาคณะ ๓๐ รูป มีพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระปวเรศวริยาลงกรณ์ เปนประธานาธิบดี ก็สวดพระพุทธมนต์ มีพระธรรมจักกัปปวัตนสูตรเปนต้น เวลาจวนค่ำจบแล้ว สมเด็จพระวันรัตนก็ถวายอติเรก พระพิมลธรรมก็ถวายพระพรลา เจ้าพนักงานกรมสังฆการีย์ จึงนำพระสงฆ์กลับออกมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงเสด็จพระราชดำเนิรจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท มาประทับพระที่นั่งอาภรณพิโมกขปราสาท ส่งกระบวรแห่เสร็จแล้ว เสด็จทรงพระราชยาน ไปประทับเกยหน้าพระทวารหน้าพระที่นั่งสมมติเทวราชอุปบัติแล้วเสด็จขึ้น เมื่อเวลาเดิรกระบวรแห่กลับนั้น

----------------------------

แผ่นที่ ๒๑๕ ออกวันศุกร์ เดือนยี่ แรม ๔ ค่ำ

ได้สวดชยันโต บนพระที่นั่งอาภรณพิโมกขปราสาท เวลาวันนี้เปนวันพระ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระภูษาสีแดง ฉลองพระองค์เยียระบับพื้นขาว สายสพายจุลจอมเกล้า (สีชมภู) ตราเครื่องราชอิศริยยศทั้ง ๔ ดวง พระบรมวงศานุวงศ์ ทรงผ้าสีแดง ฉลองพระองฆ์เยียระบับพื้นขาว ติดตราเครื่องราชอิศริยยศ ตามซึ่งได้รับพระราชทาน ข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยสวมเสื้อเยียระบับต่าง ๆ ตำรวจทหารแลกรมวังนั้น สวมเสื้อตามยศ แลติดตราเครื่องราชอิศริยยศ ตามซึ่งได้รับพระราชทานนั้น

โดยมนุษยนาคมานพ (ผู้แทน)

ทอดพระเนตรแห่พระยายืนชิงช้า

วันอังคาร เดือนยี่ ขึ้น ๙ ค่ำ ปีกุนสัปตศก จุลศักราช ๑๒๓๗ เวลาบ่าย ๓ โมงกับ ๔๕ นาที พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกทางพระทวารหน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม เสด็จพระราชดำเนิรขึ้นบนพระที่นั่งสุทไธศวริย ทอดพระเนตรกระบวรแห่พระยายืนชิงช้า มีพระบรมราชโองการให้เรียกกระบวรแห่ ครั้นกระบวรแห่มาถึงท้ายพระที่นั่งสุทไธศวริย พระยากระสาปนกิจโกศล จึงลงจากเสลี่ยงนั้น เดิรมาตรงหน้าพระที่นั่งกันอมเกล้าถวายคำนับ แล้วมีพระบรมราชโองการ ให้ธนศักดิเจ้าพนักงานคลังมหาสมบัติ นำผลมะนาว ๒๐๐ ผล มีเงินเฟื้องอยู่ภายใน พระราชทานแด่พระยากระสาปนกิจโกศล ตามธรรมเนียมแต่ก่อน ครั้นได้รับพระราชทานผลมะนาว ๒๐๐ ผลนั้นแล้ว ก็น้อมเกล้าถวายคำนับ เดิรออกไปพอพ้นหน้าพระที่นั่ง ก็ขึ้นบนเสลี่ยงแห่ ไปทางถนนเจริญกรุง กระบวรแห่นั้นคล้ายกับวันอาทิตย์ เดือนยี่ ขึ้น ๗ ค่ำ เหมือนกัน ครั้นกระบวรแห่สิ้นแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นเวลาบ่าย ๔ โมงกับ ๑๐ นาที ครั้นเวลาบ่าย ๕ โมงกับ ๒๙ นาที พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย เสด็จทรงพระราชดำเนิร ออกทางพระทวารเทเวศรักษา เสด็จขึ้นเกยทรงพระราชยานลงยาราชาวดี เสด็จไปประทับณเกยพระที่นั่งอาภรณพิโมกขปราสาท ประทับอยู่ประมาณครู่หนึ่ง ครั้นกระบวร

----------------------------

แผ่นที่ ๒๑๖ ออกวันศุกร์ เดือนยี่ แรม ๔ ค่ำ

แห่โสกันต์เดิรมาถึง พระยานุมาศจึงเข้าประทับที่เกยนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงเสด็จลงมาที่เกย ทรงรับพระกรพระองค์เจ้าที่จะโสกันต์ทั้ง ๓ พระองค์ ขึ้นจากพระยานุมาศแล้ว จึงเสด็จพระราชดำเนิรลงจากพระที่นั่งอาภรณพิโมกขปราสาท เสด็จขึ้นอัฒจันทรมุขกระสันด้านตวันออก เข้าในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทรงจุดเทียนเครื่องนมัสการแล้ว เสด็จขึ้นไปประทับยังพระที่นั่งโทรน พระสงฆ์สวดสมัยสูตรจบ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงได้เสด็จพระราชดำเนิรมาประทับตรัสด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ จนเวลาบ่าย ๕ โมงเศษจวนย่ำค่ำ พระสงฆ์จึงสวดมนต์จบแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จลงจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ไปประทับพระที่นั่งอาภรณพิโมกขปราสาท ทรงรับพระกรพระเจ้าน้องยาเธอ พระเจ้าน้องนางเธอ ทั้ง ๓ พระองค์ลงจากยานุมาศ กระบวรแห่ก็แห่ไป ครั้นเวลาย่ำค่ำแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระราชยานกลับไปประทับยังเกยพระทวารพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยเสด็จขึ้น ณวันนี้นั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงฉลองพระองค์เต็มยศอย่างทหารราชวัลลภ ทรงตราเครื่องราชอิศริยยศอย่างสูง ๔ ดวง ทรงสายสพายมหาวราภรณ์ช้างเผือก ดวงตรานั้น นพรัตนราชวราภรณ ๑ มหาวราภรณ ๑ มหาสุราภรณ ๑ จุลจอมเกล้า ๑ รวม ๔ ดวง พระบรมวงศานุวงศ์ แลข้าราชการ สวมเสื้อเยียระบับแลเข้มขาบ ติดตราเครื่องราชอิศริยยศต่าง ๆ ตามที่ได้รับพระราชทานนั้น

โดย ทองแถมถวัลยวงศ์

ณวันพุธ เดือนยี่ ขึ้น ๑๐ ค่ำ ปีกุนสัปตศก จุลศักราช ๑๒๓๗ เวลาเช้าโมงหนึ่งกับ ๕ นาที ตามนาฬิกาที่หอสูง ในพระบรมมหาราชวังนั้น กระบวรแห่โสกันต์แห่มาแต่เกยพระที่นั่งดุสิดาภิรมย์ มาถึงเกยพระที่นั่งอาภรณพิโมกข์ปราสาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสีกรมท่า ฉลองพระองค์เยียระบับพื้นม่วง ทรงเครื่องราชอิสริยยศทั้ง ๔ องค์ แต่สายสพายนั้น เปนนพรัตนราชวราภรณ เสด็จออกทางพระทวารในพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ประทับที่เกยพระที่นั่งดุสิดาภิรมย์ ทรงจับพระกร พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าจิตรเจริญ พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าวัฒนานุวงศ์ พระเจ้าน้องนางเธอ พระองค์เจ้าเสาวภาผ่องศรี ส่งลงบนยานุมาศ แล้วเสด็จทรงพระราชยานมาในสนามหญ้าหน้าพระที่นั่งมูลสถานบรมอาสน สมมติเทวราชอุปบัติ ไปประทับเกย

----------------------------

แผ่นที่ ๒๑๗ ออกวันเสาร์ เดือนยี่ แรม ๕ ค่ำ

อาภรณพิโมกขปราสาท ทรงรับพระกรพระองค์เจ้าทั้ง ๓ พระองค์ ที่แห่ตรงมาแต่พระที่นั่งดุสิดาภิรมย์นั้น ขึ้นแต่ยานุมาศแล้ว เจ้าคุณคลี่จึงรับพระกร พระองค์เจ้าจิตร คุณส่วนรับพระกร พระองค์เจ้าวัฒนา คุณปานรับพระกร พระองค์เจ้าเสาวภา แต่พระที่นั่งอาภรณพิโมกข ไปผลัดเครื่องแต่งพระองค์ที่หน้าบุษบกมุขด้านใต้พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ด้วยเดิมนั้นแต่งเหมือนอย่างวันที่ทรงฟังสวดเปลี่ยนเปนเครื่องผ้าขาว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จทรงพระราชดำเนิรแต่พระที่นั่งอาภรณไปทางใน เสด็จออกประทับที่ทรงนมัสการ สมเด็จพระวันรัตนถวายศีลแล้ว เสด็จพระราชดำเนิรมาประทับที่พระเก้าอี้ ครั้นพระองค์เจ้าที่จะโสกันต์แต่งองค์เสร็จแล้ว จึงออกมานั่งเก้าอี้เรียงแถว ตามแถวพระสงฆ์นั่ง ถึงเวลาโมงหนึ่งกับ ๒๐ นาทีได้ฤกษ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงทรงรดน้ำมนต์ ด้วยพระมหาสังข์ เรียงเปนที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ แล้ว พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระเทเวศวัชรินทร ๑ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระบำราบปรปักษ์ ๑ ทั้ง ๒ ได้ทรงตัดพระเกศา ในเวลาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรดน้ำสังข์นั้น เจ้าพนักงานจึงประโคมสังข์แตรดนตรีพิณพาทย์ขึ้นพร้อมกัน ครั้นกรมพระเทเวศ สมเด็จกรมพระบำราบ ทรงตัดพระเกศแล้ว พระยาราชโกษา จึงโกนถวาย พระองค์เจ้าจิตรเจริญ หลวงเทพาภรณ์ โกนถวาย พระองค์เจ้าวัฒนา ขุนพิพิธภูษา โกนถวาย พระองค์เจ้าเสาวภา ครั้นเสร็จแล้ว เวลาโมงกับ ๓๒ นาที จึงลงไปเข้าที่สรงที่เขาไกรลาส แล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงเสด็จทรงพระราชดำเนิรประทับที่ชลาตรงมุขตวันตก รับสั่งกับเจ้าพระยาสุรวงศ์ แลเจ้าพระยาภาณุวงศ์ครู่หนึ่ง เวลาโมงกับ ๓๖ นาที จึงขึ้นจากที่สรงในเขาไกรลาสนั้น มาที่เบญจาสรงตรงหน้าเขาไกรลาสนั้น แล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรดน้ำในพระเต้าต่างๆ ซึ่งตั้งบน

----------------------------

แผ่นที่ ๒๑๘ ออกวันเสาร์ เดือนยี่ แรม ๕ ค่ำ

พระแท่นมณฑลในพระมหาปราสาทนั้น ยกเสียแต่พระเต้า ๕ กษัตริย์ กับอนึ่งพระเต้าเบญจครรภนั้น ได้ทรงรดแต่พระองค์เจ้าจิตรเจริญองค์เดียว ครั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรดน้ำมนต์เสร็จแล้ว เสด็จขึ้นทรงประเคนเครื่อง กรมพระปวเรศวริยาลงกรณ์แลพระสงฆ์ฉันต่อไปแล้ว พระบรมมไหยิกาเธอ กรมสมเด็จพระสุดารัตนราชประยูร จึงทรงรดแล้วพระบรมวงศานุวงศ์แลข้าราชการผู้ใหญ่ จึงรดน้ำมนต์ต่อไป คือ รดน้ำมนต์เรียงกันดังนี้ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระเทเวศวัชรินทร ๑ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงวรศักดาพิศาล ๑ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าแม้นเขียน ๑ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระบำราบปรปักษ์ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเงินยวง ๑ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจาตุรนต์รัศมี ๑ เจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์ เจ้าพระยาภาณุวงศ์มหาโกษาธิบดี ๑ ครั้นแล้วพระมหาราชครูพิธี กับพระครูอัษฎาจารย์ จึงรดน้ำสังข์ แลขุนเทพาจารย์ จึงรดน้ำมนต์พราหมณ์ในขันสัมฤทธิแล้ว เวลาโมงกับ ๔๕ นาที เจ้าคุณคลี่คุณสวนคุณปานจึงรับพระกรพระองค์เจ้า แต่เบญจาที่สรง มาผลัดเปลี่ยนทรงเครื่องใหม่ที่หน้าบุษบกบนมุขด้านใต้ แต่งองค์ผ้าทรงเยียระบับ แลเข็มขัดสายรัดองค์ทรงถุงพระบาท ผูกของทั้งพระหัดถพระบาท ที่องค์ชายทรงเสื้อทรงครุยห่ม ที่องค์หญิงทรงสะไบทรงตาด แล้วทรงสร้อยนวมแลจี้เล็กใหญ่ แล้วทรงมงคลออกไปเฝ้า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่มุขตวันออก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงทรงรดน้ำสังข์แลเจิมพระราชทานทุกองค์ แล้วจึงโปรดเกล้า ฯ ให้ไปถวายของพระสงฆ์ ครั้นถวายของแล้ว เจ้าคุณคลี่คุณสวนคุณปาน ซึ่งรับพระกรไปส่งที่พระที่นั่งอาภรณพิโมกขปราสาท ผลัดเปลี่ยนเครื่องแต่งพระองค์ ตามอย่างเครื่องต้นทรงมงกุฎ ครั้นพระสงฆ์ยถาสัพพีอติเรกถวายพระพรลาแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงเสด็จพระราชดำเนิรมาประทับณพระที่นั่งอาภรณพิโมกข แล้วพระสงฆ์ก็ลงมานั่งบนพระที่นั่งอาภรณพิโมกข คอยสวดชยันโตเมื่อเวลาแห่ด้วย ครั้นพระองค์เจ้าทั้ง ๓ นั้นแต่งพระองค์เสร็จแล้ว จึงตั้งกระบวรแห่กลับ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจับพระกรพระองค์เจ้า ส่งลงยานุมาศทุกพระองค์แล้ว จึงได้ออกเดิรกระบวรแห่นั้นไป ตามอย่างตามธรรมเนียม ไปทางเดียวกันอย่างแห่มาเหมือนวันก่อน ๆ แต่พวกระบวรแห่ซึ่งได้แต่งเปนสีขาวอย่างวันก่อนนั้น วันนี้ได้เลื่อนเปนสีแดง แลนางเชิญมยุรฉัตรนางเชิญเครื่องนั้นเปลี่ยนกระบังหน้า เปนมงกุฎกระษัตริย์

----------------------------

แผ่นที่ ๒๑๙ ออกวันอาทิตย์ เดือนยี่ แรม ๖ ค่ำ

เปลี่ยนกระบังหน้ากับเกี้ยวเปนเกี้ยวยอด แล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงเสด็จทรงพระราชยานแต่เกยพระที่นั่งอาภรณพิโมกข ไปประทับเกยพระทวารเทเวศรักษา แลเสด็จทรงพระราชดำเนิรไปประทับที่เกยท้องฉนวน ตรงหน้าประตูสามหน้า ครั้นกระบวรแห่มาถึง เทียบยานุมาศตามที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ แล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงทรงจับพระกรขึ้นแต่พระยานุมาศทุกพระองค์ แล้วเสด็จขึ้น พระองค์เจ้าทั้ง ๓ พระองค์นั้น ไปผลัดเครื่องแต่งพระองค์ที่พระที่นั่งนงคราญสโมสร แล้วมีเสลี่ยงรับเสด็จไปส่งที่ตำหนักทุกพระองค์เหมือนอย่างวันก่อน

ครั้นเวลาบ่ายมีเสลี่ยงไปรับพระองค์เจ้าทั้ง ๓ พระองค์ ขึ้นมาแต่งพระองค์ที่พระที่นั่งนงคราญสโมสร แต่งเหมือนเวลาเช้านี้ แต่ทรงมงกุฎ ๕ ยอด ตั้งกระบวรแห่ไปตามทางเหมือนเมื่อวันก่อน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จทรงพระราชดำเนิรลงที่เกยท้องฉนวน ทรงรับพระกรพระองค์เจ้าลงยานุมาศทั้ง ๓ พระองค์แล้ว กระบวรแห่ก็เดิรไป พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชดำเนิรออกทางพระทวารพระที่นั่งอมรินทร ทรงพระราชยานแต่พระทวารเทเวศ ไปประทับพระที่นั่งอาภรณพิโมกขปราสาท ครั้นกระบวรมาถึงแล้ว จึงทรงรับพระกรพระองค์เจ้าขึ้นแต่ยานุมาศแล้ว เจ้าคุณคลี่คุณสวนคุณปานจึงรับพระกรขึ้นไปบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ไปยังที่เก้าอี้ตรงหน้าบายศรี เรียงเปนที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ไปตามอย่างตามธรรมเนียม คือแต่ขวามาซ้าย แล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงเสด็จพระราชดำเนิรไปประทับที่พระเก้าอี้ในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ริมเสามุขด้านตวันออก เก้าอี้ ๓ ตัวสำหรับพระองค์เจ้าที่โสกันต์นั้น ได้ตั้งตรงหน้าพระที่นั่งเล้วตฉัตรตรงที่พระแท่นมุก แต่พระแท่นมุกนั้นยกออกเสีย แลตรงระหว่างมุขด้านเหนือกับเก้าอี้ ๓ ตัวนั้น ตั้งบายศรี แก้วทองเงิน แล้ว

----------------------------

แผ่นที่ ๒๒๐ ออกวันอาทิตย์ เดือนยี่ แรม ๖ ค่ำ

พระมหาราชครูพิธี พระครูอัษฎาจารย์ ขุนเทพาจารย์ จึงเข้าเบิกแว่นเวียนเทียนส่งออกไปแต่ขวามาซ้าย พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าทูลลอองธุลีพระบาทผู้ใหญ่ผู้น้อย ฝ่ายหน้าฝ่ายในจึงรับแว่นเวียนต่อไป คือ เวียนอ้อมไปตามมุขตวันออก แล้วส่งไปมุขด้านใต้ แล้วส่งไปมุขตวันตก แล้วส่งไปมุขเหนือ ครั้นเวียนไปครบ ๓ รอบ ชีพ่อพราหมณ์ทั้ง ๓ ผู้เบิกแว่นนั้น จึงคลี่ผ้าซึ่งคลุมบายศรีทั้ง ๓ นั้น ไปส่งถวายพระองค์เจ้าทั้ง ๓ พระองค์ให้ทรงรับไว้ แต่แว่นเทียนนั้นก็เวียนต่อไปเสมอ ครั้นครบรอบที่ ๕ ชีพ่อพราหมณ์ผู้เบิกแว่นจึงรับไปดับโบกควันไป ตามอย่างตามธรรมเนียม แล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงเสด็จทรงพระราชดำเนิรแต่ที่ประทับทรงเจิมพระราชทานทั้ง ๓ พระองค์แล้ว จึงพระราชทานหีบทองลงยาราชาวดี มีตรามงกุฎบนหลังหีบ ๑ กาทองขนาดใหญ่มีตรามงกุฎบนฝา ๑ เงินส่วนงวดพระคลัง ๑๐ ชั่ง เงินส่วนพระคลังข้างที่ ๑๐ ชั่ง รวม ๒๐ ชั่ง แก่พระองค์เจ้าจิตรเจริญแล้วพระราชทานหีบทองขนาดเล็กลงยาราชาวดี มีตรามงกุฎบนหลัง ๑ เงินส่วนงวดพระคลัง ๓ ชั่ง เงินส่วนพระคลังข้างที่ ๒ ชั่ง รวม ๕ ชั่งแก่พระองค์เจ้าวัฒนานุวงศ์ แล้วพระราชทานหีบทองอย่างเล็กลงยาราชาวดีมตรามงกุฎบนหลัง ๑ เงินส่วนงวดพระคลัง ๓ ชั่ง เงินส่วนพระคลังข้างที่ ๒ ชั่ง รวม ๕ ชั่ง แก่พระองค์เจ้าเสาวภาผ่องศรี ครั้นทรงเจิมแล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้พระบรมมไหยิกาเธอ กรมสมเด็จพระสุดารัตนราชประยูร ๑ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงวรศักดาพิศาล ๑ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระบำราบปรปักษ์ ๑ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าแม้นเขียน ๑ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเงินยวง ๑ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจาตุรนต์รัศมี ๓ เจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์ ๑ เจ้าพระยาภาณุวงศ์มหาโกษาธิบดี ๑ เจ้าพระยาธรรมาธิกรณาธิบดี ๑ เจิม แล้วจึงพระมหาราชครูพิธีเจิมถวายพระองค์เจ้าทั้ง ๓ แลพระครูอัษฎาจารย์ ผูกด้ายที่ข้อพระหัดถ์ ขุนเทพาจารย์ถวายน้ำมะพร้าวให้เสวย ครั้นแล้วเจ้าคุณคลี่คุณสวนคุณปานจึงรับพระกรมาที่พระที่นั่งอาภรณภิโมกขปราสาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงทรงพระราชดำเนิรมาพระทับที่พระที่นั่งอาภรณ ทรงจับพระกรพระองค์เจ้าทั้ง ๓ พระองค์ส่งลงยานุมาศตามลำดับแล้ว จึงได้เดิรกระบวรแห่กลับเหมือนเวลาเช้า กระบวรแห่นั้น ก็แต่งเหมือนกันกับเมื่อแห่เวลาเช้านี้ แล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระราชยานไปประทับที่เกยพระทวารเทเวศ

----------------------------

แผ่นที่ ๒๒๑ ออกวันจันทร เดือนยี่ แรม ๗ ค่ำ

ไปประทับที่เกยท้องฉนวนเหมือนเวลาเช้า ครั้นกระบวรแห่มาถึงที่เทียบยานุมาศตามลำดับ ทรงจับพระกรพระองค์เจ้าขึ้นแต่ยานุมาศทุกพระองค์ ให้พระองค์เจ้าทั้ง ๓ ไปผลัดเครื่องแต่งพระองค์ที่พระที่นั่งนงคราญ แล้วจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานเงินแจกคู่เคียงแล้ว โปรดเกล้า ฯ ให้เจ้าพนักงานแจกพวกกระบวรแห่ตามลำดับผู้ใหญ่ผู้น้อย ทั้งฝ่ายหน้าฝ่ายในเหมือนวันก่อน แล้วเสด็จพระราชดำเนิรกลับ

เมื่อเวลาแห่เย็นวันนี้นั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเครื่องเต็มยศ ฉลองพระองค์อย่างตำรวจ ทรงเครื่องราชอิศริยยศทั้ง ๔ องค์ แต่สายทรงสพายนั้นเปนมหาวราภรณ์ แลในวันนี้พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้ากาพย์กนกรัตน์ราชเอดเดอแกมป ได้รับพระบรมราชโองการมีก๊าศเชิญให้สนมไปถวายพระบรมวงศานุวงศ์ มีสำเนาความในกาศนั้นดังนี้ ด้วยราชเอดเดอแกมป รับพระบรมราชโองการใส่เกล้า ฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้เชิญ (ที่ลงพระนาม) มาประชุมเสวยในการโสกันต์ พระเจ้าน้องยาเธอแลพระเจ้าน้องนางเธอ ในพระที่นั่งบรมราชสถิตยมโหฬาร ณวันพุธ ขึ้น ๑๐ ค่ำ เดือนยี่ ปีกุนสัปตศก ๑๒๓๗ เวลาทุ่ม ๑ พร้อม แลพระบรมวงศานุวงศ์ที่เชิญนั้น คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระเทเวศวัชรินทร พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงวรศักดาพิศาล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระบำราบปรปักษ์ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นภูวนัยนฤเบนทราธิบาล พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นอักษรสาสนโสภณ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นเจริญผลพูลสวัสดิ์ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจาตุรนต์รัศมี สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นนเรศร์วรฤทธิ พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าคัคณางคยุคล พระเจ้าน้องยาเธอ

----------------------------

แผ่นที่ ๒๒๒ ออกวันจันทร เดือนยี่ แรม ๗ ค่ำ

พระองค์เจ้าสุขสวัสดิ พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าทวีถวัลยลาภ พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้ากมลาสเลอสรรค์ พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าทองกองก้อนใหญ่ พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าเกษมสันต์โสภาคย์ พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าเกษมศรีสุภโยค พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าศรีสิทธิธงไชย พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าทองแถมถวัลยวงศ์ พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าชุมพลสมโภช พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าเทวัญอุไทยวงศ์ พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้ามนุษยนาคมานพ พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าสวัสดิประวัติ พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าไชยานุชิต พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าดิศวรกุมาร พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าโสณบัณฑิต พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าจิตรเจริญ พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าวัฒนานุวงศ์ พระเจ้าน้องนางเธอ พระองค์เจ้าเสาวภาผ่องศรี พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าศรีวิลัยลักษณ พระวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประดิษฐวรการ พระวงศ์เธอ พระองค์เจ้าชิดเชื้อพงศ์ พระวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิงหนาทราชดุรงคฤทธิ พระวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสายสนิทวงศ์ พระสัมพันธวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประเสริฐศักดิ รวมได้เชิญ ๓๔ พระองค์ แต่พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระเทเวศวัชรินทร สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระบำราบปรปักษ์ พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าคัคณางคยุคล พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าเกษมสันต์โสภาคย์ พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าศรีสิทธิธงไชย นั้นไม่ทรงสบาย เสด็จมาประชุมหาได้ไม่ นอกจากที่ว่ามานี้ก็ได้เสด็จมาทั้งสิ้น ครั้นเวลา ๒ ทุ่ม ๒๐ มินิต ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้ากาพย์กนกรัตน์ ออกมาเชิญพระบรมวงศานุวงศ์ ซึ่งได้รับก๊าศเชิญมาคอยที่สนามหญ้าหน้าพระที่นั่งสมมติเทวราชอุปบัติ เข้าไปเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท ณพระที่นั่งบรมราชสถิตยมโหฬาร ครั้นพระบรมวงศานุวงศ์เข้าไปยังที่นั้น จึงได้ถวายคำนับทุกพระองค์แล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงรับสั่งกับพระบรมวงศานุวงศ์อยู่ณที่นั้น ประมาณ ๑๐ มินิต จึงได้ทรงพระราชดำเนิรไปประทับโต๊ะในห้องชั้นที่ ๒ ตรงห้องสีเขียวข้างบนลงไป พระบรมวงศานุวงศ์จึงตามเสด็จพระราชดำเนิร ลงไปนั่งที่เก้าอี้ในโต๊ะตามที่มีกระดาษพระนามวางอยู่ในจานตรงเก้าอี้นั้น ๆ สมเด็จเจ้าฟ้าจาตุรนต์รัศมี ประทับอยู่ริมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เบื้องขวาถัดไปนั้น คือ กรมหมื่นนเรศร์วรฤทธิ ๑ พระองค์เจ้าทวีถวัลยลาภ ๑

----------------------------

แผ่นที่ ๒๒๓ ออกวันอังคาร เดือนยี่ แรม ๘ ค่ำ

พระองค์เจ้าเสาวภาผ่องศรี ๑ พระองค์เจ้าเกษมศรีศุภโยค ๑ พระองค์เจ้าไชยานุชิต ๑ พระองค์เจ้าชิดเชื้อพงศ์ ๑ สิ้นปลายโต๊ะข้างนี้ แล้วสมเด็จเจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ ประทับอยู่ริมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เบื้องซ้าย ต่อนั้นไป คือ พระองค์เจ้าสุขสวัสดิ ๑ พระองค์เจ้าจิตรเจริญ ๑ พระองค์เจ้าทองแถมถวัลยวงศ์ ๑ พระองค์เจ้าเทวัญอุไทยวงศ์ ๑ พระองค์เจ้าประเสริฐศักดิ ๑ พระองค์เจ้าประดิษฐวรการ ๒ สิ้นปลายโต๊ะข้างด้านนี้เท่านี้ แล้วกรมหลวงวรศักดาพิศาล ประทับกลางโต๊ะข้างด้านโน้น ถัดไปข้างเบื้องขวานั้น คือ กรมหมื่นภูวนัยนฤเบนทราธิบาล กรมหมื่นเจริญผลพูลสวัสดิ ๑ พระองค์เจ้าวัฒนานุวงศ์ พระองค์เจ้าศรีวิลัยลักษณ ๑ พระองค์เจ้ามนุษยนาคมานพ ๑ พระองค์เจ้าดิศวรกุมาร ๑ พระองค์เจ้าสิงหนาทราชดุรงค์ฤทธิ ๑ สิ้นเขตรโต๊ะด้านข้างโน้นเท่านี้ แล้วต่อกรมหลวงวรศักดาพิศาลไปเบื้องซ้าย คือ กรมหมื่นอักษรสาสนโสภณ ๑ พระองค์เจ้าทองกองก้อนใหญ่ ๑ พระองค์เจ้ากมลาสเลอสรรค์ ๑ พระองค์เจ้าชุมพลสมโภช ๑ พระองค์เจ้าสวัสดิประวัติ ๑ พระองค์เจ้าโสณบัณฑิต ๒ พระองค์เจ้าสายสนิทวงศ์ ๑ สิ้นเขตรโต๊ะข้างด้านโน้นเท่านี้ รวมพระบรมวงศานุวงศ์ ได้มาเสวยนั้น ๒๘ พระองค์ ประทับเสวยพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ณที่นั้น จนถึงเครื่องหวาน เมื่อเวลา ๔ ทุ่มกับ ๑๕ มินิต จึงเสด็จขึ้นแต่พระเก้าอี้ ทรงยืนประทับอยู่ตรงนั้น ทรงพระราชทานพรแด่พระเจ้าน้องยาเธอ แลพระเจ้าน้องนางเธอ ที่โสกันต์นั้น มีความตามซึ่งได้ทรงพระราชหัดถเลขา พระราชทานมาแต่โดยสังเขปนั้นดังนี้

ซึ่งเจ้านายมาประชุมพร้อมกันในเวลาวันนี้ เปนวันการมงคลโสกันต์ ซึ่งฉันจะได้กล่าวบัดนี้ จะต้องขอบอกเรื่องการที่ได้ทำการโสกันต์ใหญ่ในครั้งนี้ (ฤๅจะว่าแต่เปนโสกันต์อย่างกลางจะ

----------------------------

แผ่นที่ ๒๒๔ ออกวันอังคาร เดือนยี่ แรม ๘ ค่ำ

ถูกกว่า) ก็การที่ได้คิดทำดังนี้ เพราะเห็นว่าจิตรเจริญเปนลูกของน้าฉัน ควรนับว่าเปนน้องอันสนิทขึ้นอิกชั้น ๑ เพราะเหตุดังนั้น ตัวฉันเองเล่าซึ่งได้มียศเปนเจ้าฟ้าใหญ่ยิ่งเหมือนกับเจ้าฟ้าซึ่งพระมารดาเปนเจ้าฟ้า ฤๅพระมารดาเปนพระองค์เจ้าเต็มที่ มีการราชประเพณีต่าง ๆ คือ โสกันต์มีเขาไกรลาส เหมือนอย่างพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว เปนต้น ไม่ต้องกล่าวยืดยาวต่อไปอิก การที่เปนมาในตัวฉันดังเช่นว่ามาแล้วนี้ ก็เปนไปเพราะพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระมหากรุณาเมตตา ยกย่องขึ้นให้มียศศักดิ์ถึงเพียงนี้ เปนพระเดชพระคุณติดอยู่ไม่รู้สิ้นสุด เมื่อจะเทียบตัวฉันเองกับจิตรเจริญ โดยชาติตระกูลกเสมอกันไม่สูงไม่ต่ำ เปนอย่างกันทีเดียว ก็ควรเปนหลานราชวรวงศ์อยู่ เหมือนกันอย่างนั้น ควรจะเห็นว่าที่สูงที่ต่ำกว่ากันในบันดาศักดิ์นั้น เพราะพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระองค์เดียว ก็เมื่อฉันได้มีการโสกันต์ใหญ่ที่สุดแล้ว ก็เห็นว่าควรจะให้ยศโสกันต์ขนาดกลางนี้กับจิตรเจริญ ซึ่งเปนผู้คล้ายคลึงกันกับฉันให้มียศมากขึ้น เหมือนพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระเมตตาแก่ฉันแล้ว ก็แลเจ้านายซึ่งโสกันต์ด้วยอิกสององค์นั้นเล่า ก็เปนประเพณีมาแต่เดิม ที่เรียกว่าหัวนาคหางนาค แล้วเจ้านายในพวกนี้ก็เคยโสกันต์อย่างนี้มาหลายองค์ ไม่สู้เปนการประหลาดนัก ก็ในการครั้งนี้จะต้องขอโทษแก่เจ้านาย แต่เห็นจะไม่ทั่วไปดอก เพราะเจ้านายชั้นใหญ่ คือ บรมวงศ์แลราชวรวงศ์นั้น ท่านก็เคยโสกันต์เหมือน ๆ กันมาแล้วในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ท่านก็เห็นจะไม่มีความรังเกียจสิ่งใดในคราวนี้ ฝ่ายพระเจ้าน้องยาเธอที่โสกันต์มาแต่ก่อน ๆ นั้นเล่า ก็ได้แห่แหนมาทุกองค์ ซึ่งว่ามาบัดนี้ จะตั้งใจขอโทษแก่เจ้านายซึ่งฉันได้โสกันต์ให้ในแผ่นดินปัตยุบันนี้ ซึ่งไม่ได้ทำการใหญ่นั้น เพราะเห็นว่าเปนการลำบากมากนัก เจ้านายแต่เดิมท่านที่ไม่ได้เคยแห่แหนกันมา ซึ่งทาการใหญ่ครั้งนี้ ก็เพราะเหตุมีมา ดังเช่นว่ามาข้างต้นนั้นแล้ว จึงขออย่าให้มีความเสียใจเลย ถ้าเจ้านายทั้งปวงไม่มีความรังเกียจแล้ว ขอให้ ๆ พรกับจิตรเจริญ แลเจ้านาย ซึ่งโสกันต์ในครั้งนี้ด้วย โดยความยินดีเทอญ

ครั้นทรงพระราชทานพรแล้ว จึงทรงดื่ม (แชมเปน) ตามธรรมเนียมชาวยุโรปแล้ว กรมหลวงวรศักดาพิศาล จึงเสด็จยืนขึ้นถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แลประทานพร พระเจ้าน้องยาเธอ พระเจ้าน้องนางเธอ ที่โสกันต์

----------------------------

แผ่นที่ ๒๒๕ ออกวันพุธ เดือนยี่ แรม ๙ ค่ำ

แล้วอิกครู่หนึ่ง กรมหมื่นอักษรสาสนโสภณ จึงเสด็จยืนขึ้นถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แลประทานพระพร พระเจ้าน้องยาเธอ พระเจ้าน้องนางเธอ ที่โสกันต์แล้ว มีสำเนาความตามซึ่งกรมหมื่นอักษรสาสนโสภณ มีลายพระหัตถประทานมานั้นดังนี้

ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ราชวรวงศ์ ซึ่งได้มาประชุมพร้อมกันในวันโสกันต์ พระเจ้าน้องยาเธอ แลพระเจ้าน้องนางเธอ ณสถานที่นั้น มีความยินดีขอบพระเดชพระคุณที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ทรงยกย่องนับถือในราชวรวงศ์ทั้งหลาย ควรข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายจะตั้งใจสวามิภักดิ ทำราชการฉลองพระเดชพระคุณ ให้เต็มกำลังแลเต็มสติปัญญา จนตราบเท่าสิ้นชีวิต มิได้คิดย่นย่อท้อถอย ในการ ยากการลำบากแลการหนักเบาทั้งปวง อนึ่งข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย พร้อมกันน้อมเกล้าถวายพระพร ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้ทรงพระเจริญในสิริราชสมบัติ หมู่อรินทรราชดัสกรให้แพ้พ่ายพระเดชานุภาพ จงมีพระชนมพรรษายาวยืนอยู่นาน ได้ร้อยรอบแห่งสุริยคติกาลโดยกำหนด พระเกียรติยศจงถาวรอยู่ชั่วกัลปาวสาน อนึ่ง ขอจงเทพทุกสถานซึ่งมีมเหศักดิจงอภิบาลบำรุงรักษา แด่พระบาทสมเด็จบรมนาถบรมบพิตร พระจุลจอมเกล้าเจ้าแผ่นดินสยาม ให้นิราสปราศจากความสรรพพิบัติทั้งปวง แลข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอถวายพระพร ในพระเจ้าน้องยาเธอ แลพระเจ้าน้องนางเธอ ซึ่งโสกันต์ในวันนี้นั้น ให้ทรงพระเจริญพระชนมายุสิริสวัสดิสุขสถาพร จงทำราชการฉลองพระเดชพระคุณ ให้ปรากฏยศศักดิสิ้นกาลนาน เทอญ

โดย อักษรสาสนโสภณ

ครั้นจบแล้ว จึงทรงดื่มเหมือนกันกับครั้งก่อน ประทับที่โต๊ะจนเวลา ๔ ทุ่ม ๔๐ มินิต เสวยเสร็จแล้วจึงเสด็จขึ้นจากโต๊ะ ขึ้นมาประทับชั้นบน ประทับตรัสอยู่จนเวลา ๕ ทุ่ม ๑๕ มินิตเสด็จขึ้น พระบรมวงศานุวงศ์ จึงได้กลับออกมา

----------------------------

แผ่นที่ ๒๒๖ ออกวันพุธ เดือนยี่ แรม ๙ ค่ำ

เวลาเลี้ยงโต๊ะนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเครื่องอิวนิงเดรศ ทรงเครื่องราชอิศริยยศ จุลจอมเกล้า กับสายสพายด้วย แลพระบรมวงศานุวงศ์นั้น แต่งอิวนิงเดรศ สวมเครื่องราชอิศริยยศ ตามแต่ที่ได้รับพระราชทาน

อนึ่งในแผ่นที่ ๑๘๔ ด้านหน้า บันทัดที่ ๘ ซึ่งได้บอกว่าเมล็ดลมุดฝรั่งอย่างใหญ่ ซึ่งทรงเพาะไว้ที่อ่างศิลานั้น ว่าเปนของอับดุลฮุเซนอิศบาย ทูลเกล้า ฯ ถวายนั้น ผิดไป ด้วยหนังสือซึ่งบอกไปแต่กรุงเทพ ฯ นั้นบอกตัวผิด ที่ถูกนั้น คือ เปนของหลวงสโมสรพลการ ซึ่งเปนข้าหลวงออกไปทำสายเตลิคราฟที่เมืองตวันตก

โดย เทวัญอุไทยวงศ์

ข่าวราชการในพระบรมมหาราชวัง

ณวันพฤหัสบดี ขึ้น ๑๑ ค่ำ เดือนยี่ ปีกุนสัปตศก จุลศักราช ๑๒๓๗ เวลาบ่าย ๒ โมงเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกพระที่นั่งสมมติเทวราชอุปบัติ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้มิสเตอรอาลบาสเตอร เข้าไปเฝ้าจนเวลาบ่าย ๓ โมงเสด็จขึ้น เวลาบ่าย ๔ โมงเศษ เสด็จออกพระที่นั่งสมมติเทวราชอุปบัติ เจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์ เข้าไปเฝ้า จนเวลา ๕ โมงจึงออก แล้วพระบรมวงศานุวงศ์ แลข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อย เข้าเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาทอยู่จนเวลาจวนค่ำเสด็จขึ้น สักครู่หนึ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกทางพระทวารหน้าพระที่นั่งสมมติเทวราชอุปบัติ ขึ้นทรงรถพระที่นั่ง ผู้ที่ตามเสด็จนั้น คือ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ ๑ พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นนเรศวรฤทธิ ๑ พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าทวีถวัลยลาภ ๑ นายจ่ายงจึงชักรถพระที่นั่งออกทางประตูพิมานไชยศรี ออกทางประตูวิเศษไชยศรี เลี้ยวป้อมเผด็จดัสกร (ป้อมหัวโรงสัก) ไปทางถนนบำรุงเมือง เลี้ยวถนนข้างขวามือทางสพานช้างโรงสี ไปเข้าประตูสวนวังสราญรมย์ ตรงถนนบำรุงเมือง แล้วทรงรถประพาสในสวนรอบ ๑ จึงเสด็จพระราชดำเนิรทรงทอดพระเนตรพรรณไม้ต่าง ๆ อยู่จนเวลาย่ำค่ำเศษ เสด็จไปประทับที่พระที่นั่งสำหรับพักในสวน (ซึ่งมิสเตอรแกรซีทำ) ประทับตรัสกับพระบรมวงศานุวงศ์ แลข้าราชการ อยู่จนเวลาทุ่มเศษ เสด็จทรงรถกลับในพระบรมมหาราชวัง ประทับอยู่ที่สนามหญ้าครู่หนึ่งเสด็จขึ้น

โดย มนุษยนาคมานพ

แผ่นที่ ๒๒๗ ออกวันพฤหัสบดี เดือนยี่ แรม ๑๐ ค่ำ

ข่าวราชการในพระบรมมหาราชวัง

แจ้งความ

ข้าพเจ้า ขอแจ้งความให้ท่านทั้งหลายทราบ ด้วยหนังสือคอตซึ่งออกในวันเสาร์ ขึ้น ๖ ค่ำ เดือนยี่ แผนที่ ๙๐ แลวันอาทิตย์ ขึ้น ๗ ค่ำ เดือนยี่ ปีกุนสัปตศก ๑๒๓๗ แผ่นที่ ๙๑ ต่อกัน ว่าด้วยข่าวเมืองปราจิณบุรี สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจาตุรนตรัศมี เสด็จขึ้นประทับพลับพลา เมืองฉะเชิงเทรา พระยาวิเศษฦๅไชย ผู้ว่าราชการเมืองฉะเชิงเทรา นำกรมการมาถวายของ ดังซึ่งว่าแล้วนั้น ยังขาดอยู่ คือ น้ำตาลทราย ๒ หาบ สุกร ๑ หมากดิบ ๒๐๐๐ ผลเป็ด ๑๕ ไก่ ๑๕ มะพร้าวอ่อน ๒ ทลาย ของหลวงวิสูตรจีนชาติปลัดจีน น้ำตาลทราย ๒ หาบ หมากดิบ ๒๐๐๐ ผล พลู ๑๐๐๐ มะพร้าวอ่อน ๒๑ ทลาย ผ้าพื้น ๑๐ ของขุนพิพากยจีนพิจารณ ขอท่านทั้งหลายจงได้ทราบเทอญ

หนังสือ คอต ซึ่งออกในวันพุธ ขึ้น ๑๐ ค่ำ เดือนยี่ แผ่นที่ ๙๘ แลวันพฤหัสบดี ขึ้น ๑๑ ค่ำ เดือนยี่ ปีกุนสัปตศก ๑๒๓๗ แผ่นที่ ๙๙ ต่อกัน ว่าด้วยข่าวราชการในพระบรมมหาราชวัง ในวันพฤหัสบดี ขึ้น ๔ ค่ำ เดือนยี่ ปีกุนสัปตศก ๑๒๓๗ วันนั้นพระเจ้าน้องยาเธอ แลพระเจ้าน้องนางเธอ ซึ่งจะโสกันต์ ได้ไปทูลลาพระบรมวงศานุวงศ์ ทางบก คือ พระองค์เจ้าทวีถวัลยลาภ กรมหมื่นเจริญผลพูลสวัสดิ พระองค์เจ้าศรีสิทธิธงไชย พระองค์เจ้ากมลาสเลอสรรค์ แลพระองค์เจ้าไชยานุชิต พระองค์เจ้าสวัสดิประวัติ พระองค์เจ้าเกษมสันตโสภาคย พระองค์เจ้ามนุษยนาคมานพ พระองค์เจ้าคัคณางคยุคล แลพระองค์เจ้าชุมพลสมโภช กรมพระเทเวศวัชรินทร กรมหมื่นสิทธิสุขุมการ พระองค์เจ้าทองกองก้อนใหญ่ แลพระองค์เจ้าทองแถมถวัลยวงศ์ พระองค์เจ้าเกษมศรีสุภโยค กรมหลวงวรศักดาพิศาล กรมหมื่นอมเรนทรบดินทร พระองค์เจ้าสุขสวัสดิ พระองค์เจ้าดิศวรกุมาร ๒ พระองค์นี้ทูลลาที่โรงทหารราชวัลลภ

----------------------------

แผ่นที่ ๒๒๘ ออกวันพฤหัสบดี เดือนยี่ แรม ๑๐ ค่ำ

สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมหมื่นอักษรสาสโสภณ ที่โรงพิมพ์หลวงในพระบรมมหาราชวัง ข้าพเจ้าลืมไปหาได้ใส่ไม่ ขอท่านทั้งหลายจงได้ทราบ เทอญ

โดย มนุษยนาคมานพ

วันศุกร์ ขึ้น ๑๒ ค่ำ เดือนยี่ ปีกุนสัปตศก จุลศักราช ๑๒๓๗ เวลาบ่าย ๕ โมง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกณพระที่นั่งสมมติเทวราชอุปบัติ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้พระบรมวงศานุวงศ์ แลข้าราชการเข้าไปเฝ้าตรัสอยู่จนเวลา ๕ โมงกับ ๔๐ นาที เสด็จขึ้น เวลา ๕ โมงกับ ๕๕ นาที พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกสนามหญ้า พระบรมวงศานุวงศ์ แลข้าราชการ เฝ้าอยู่ณที่นั้น ทรงทอดพระเนตรกล้องใหญ่ แล้วเสด็จมาทอดพระเนตรปืนใหญ่ แลทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้เอาม้าลากปืนใหญ่นั้นลองดู ทรงทอดพระเนตร อยู่ประมาณ ๑๐ นาที เสด็จออกประทับที่พระเก้าอี้ ตรัสกับพระบรมวงศานุวงศ์ แลข้าราชการจนเวลา ๒ ทุ่มเสด็จขึ้น

โดย สวัสดิประวัติ

ณวันเสาร์ ขึ้น ๑๓ ค่ำ เดือนยี่ ปีกุนสัปตศก ๑๒๓๗ เวลาเช้า ๓ โมงเศษ พระสงฆ์วัดอรุณราชวราราม ๕๓ รูป มีพระธรรมเจดีย์เปนประธาน ได้เข้ารับบิณฑบาตในพระบรมมหาราชวัง เวลาเช้า ๔ โมง พระสงฆ์วัดชิโนรสาราม ๑๐ รูป มีพระเนกขัมมุนีเปนประธาน ได้รับพระราชทานฉันที่พระที่นั่งดุสิดาภิรมย์ เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ เจ้าพระยาภาณุวงศ์มหาโกษาธิบดี เข้าไปเฝ้าจนเวลาย่ำค่ำก็กลับออกมา พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อย เข้าไปเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท ประมาณ ๖๐ เศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประทับตรัสด้วยราชการ จนเวลาทุ่มเศษเสด็จขึ้น พระบรมวงศานุวงศ์ข้าราชการ ก็กลับออกมาจากที่เฝ้า แลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกทางพระทวารพระที่นั่งสมมติเทวราชอุปบัติ ประทับสนามหญ้า ทอดพระเนตรรอกเกด คือคล้ายกรวดสั่งมาจากยุโรป เปนกระบอกเหล็ก ใส่ดินปืนในนั้น แลมีหางไม้เมื่อเวลาจุด พุ่งไปแตกไกลได้ มีที่หมายบังคับให้แตก ของนี้ซึ่งมีพระบรมราชโองการ ให้พระอมรวิสัยสรเดช ไปลองที่ประทุมวัน แต่กลับเอาของที่แตกมาทูลเกล้าฯ ถวายทอดพระเนตร ประทับอยู่สักหน่อยหนึ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนิรขึ้นข้างในทางเดิม

โดย ภาณุรังษี

แผ่นที่ ๒๒๙ ออกวันศุกร์ เดือนยี่ แรม ๑๑ ค่ำ

ข่าวราชการในพระบรมมหาราชวัง

ณวันอาทิตย์ ขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือนยี่ ปีกุนสัปตศก จุลศักราช ๑๒๓๗ เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกพระที่นั่งสมมติเทวราชอุปบัติ พระบรมวงศานุวงศ์ แลข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อย เข้าไปเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท รับสั่งด้วยราชการแผ่นดิน จนเวลาทุ่มเศษเสด็จขึ้น ประมาณครู่หนึ่งเสด็จออกประทับสนามหญ้า รับสั่งด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ แลข้าราชการอยู่จนเวลา ๒ ทุ่มเศษเสด็จขึ้น

โดย ก.ม. นเรศวรฤทธิ์

ณวันจันทร์ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือนยี่ ปีกุนสัปตศก ศักราช ๑๒๓๗ เวลาจวนย่ำค่ำ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกทางพระทวารหน้าพระที่นั่งสมมติเทวราชอุปบัติ ประทับสนามหญ้าอยู่ประมาณครู่หนึ่ง จึงเสด็จขึ้นทรงรถพระที่นั่ง ทรงพระกรุณาโปรด ฯ ให้สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ ๑ พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นนเรศวรฤทธิ์ ๑ ตามเสด็จบนรถพระที่นั่ง นายจ่ายงสารถีจึงชักรถพระที่นั่งออกทางประตูพิมานไชยศรี ประตูวิเศษไชยศรี ไปประทับสวนสราญรมย์ ทรงรถประพาสในส่วนรอบหนึ่ง แล้วประทับอยู่บนรถพระที่นั่ง จนเวลาย่ำค่ำเศษ จึงเสด็จลงจากรถพระที่นั่ง ทรงพระราชดำเนิรทอดพระเนตรพรรณไม้ดอกผลต่าง ๆ อยู่จนเวลาทุ่มเศษ จึงเสด็จไปประทับที่พระที่นั่งซึ่งมีบิลเลียด ประทับตรัสกับพระบรมวงศานุวงศ์ แลข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อย จนเวลา ๒ ทุ่มเศษ เสด็จขึ้นทรงรถกลับเข้าพระบรมมหาราชวัง

โดย มนุษยนาคมานพ (ผู้แทน)

ณวันอังคาร แรมค่ำหนึ่ง เดือนยี่ ปีกุนสัปตศก ๑๒๓๗ เวลาเช้า พระสงฆ์พระราชาคณะ ถานานุกรม แลอันดับกับพระรามัญรวม ๑๐ รูป ได้รับพระราชทานฉันบนพระที่นั่งสุทไธศวริยปราสาท ในการพระราชพิธีตรียำปวาย มีพระ

----------------------------

แผ่นที่ ๒๓๐ ออกวันศุกร์ เดือนยี่ แรม ๑๑ ค่ำ

ญาณ โพธิเปนประธานาธิบดี ครั้นเวลาบ่าย ๕ โมงเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระที่นั่งสมมติเทวราชอุปบัติ มีพระบรมวงศานุวงศ์ แลข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยเฝ้าอยู่ในที่นั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตรัสอยู่ในที่นั้นจนเวลาย่ำค่ำ จึงมีพระบรมราชโองการให้ข้าราชการกลับออกมา ยังเหลืออยู่แต่พระบรมวงศานุวงศ์กับข้าราชการเล็กน้อย ตรัสอยู่จนเวลาทุ่มเศษเสด็จขึ้น ข้าราชการจึงได้กลับออกมาพร้อมกัน ในขณะข้าราชการยังไม่ได้ออกมานั้น มีพระบรมราชโองการ ให้พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าจิตรเจริญ ไปจุดเทียนที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระที่สวดมนต์นั้น คือ พระที่ได้ฉันในการพระราชพิธีตรียำปวาย ที่ได้นั้นเมื่อเวลาเช้าที่พระที่นั่งสุทไธศวริยปราสาททั้ง ๑๐ องค์ พอเวลาทุ่มเศษกระบวรแห่จึงได้แห่มาแต่หอเทวสถาน คือ แห่พระนเรศร แห่มาตามถนนเจริญกรุง แล้วเลี้ยวมาทางหน้าพระที่นั่งสุทไธศวริย ครั้นกระบวรแห่มาถึงหน้าพระที่นั่ง กระบวรแห่ก็หยุดตรงหน้าพระที่นั่ง น้อมเกล้าฯ ถวายชัยมงคลที่ตรงหน้าพระที่นั่ง ครั้นเวลาทุ่มเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกสนามหญ้าหน้าพระที่นั่งสมมติเทวราชอุปบัติ เสด็จไปประทับที่เสาธง ทรงจุดเทียนเครื่องนมัสการ แลทรงเจิมที่พระเทวรูปทั้ง ๔ องค์ ที่สถิตย์ในบุษบกทองเล็กกับพานทอง ๒ ชั้นอย่างเล็ก พระเทวรูปที่ในบุษบกนั้น คือ พระนารายณ์ ๑ พระมหาพิฆเนศวร ๑ รวม ๒ ที่ในพานทองสองชั้น พระอิศวร ๑ พระอุมา ๑ ครั้นทรงเจิมแล้ว เจ้าพนักงานจึงเชิญบุษบกแลพานทองนั้น ไปขึ้นสถิตย์ยังเฉลียง ครั้นเสร็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงเสด็จขึ้น เจ้าพนักงานก็นำไปขึ้นมณฑป ที่หน้าพระที่นั่งสุทไธศวริย เจ้าพนักงานจึงเอาบุษบกแลพานทองสองชั้นใส่บนมณฑปทั้งสองแล้ว เจ้าพนักงานดอกไม้เพลิง จึงจุดดอกไม้เพลิง ๑๐ พุ่ม ที่โปรดพระราชทานให้จุดนั้น ครั้นดอกไม้เพลิงจุดแล้ว ก็แห่กลับไปณหอเทวสถานดังเก่า

อนึ่งกระบวรแห่พระอิศวรในวันนี้นั้น ข้าพเจ้าขออธิบายให้ท่านทราบพอเปนเลา ด้วยข้าพเจ้าหาได้นับไม่ จะประมาณพอตามที่ข้าพเจ้าได้เห็นพอจะได้ดูสังเกตต่อไปภายหน้า ถ้าขาดเหลือบ้างที่แห่งใดแล้ว ขอท่านทั้งหลายที่ได้ช่วยต่อเติมให้ถูกต้อง ข้าพเจ้าขอรับทานโทษเสียเถิด กระบวรที่ ๑ นั้น มีม้าคนขี่บนหลังถือเทียน นุ่งผ้าตามธรรมเนียม ประมาณ ๑๕ ตัว ถัดไปมีเด็กถือคบเพลิงประมาณ ๑๐ คน เดิรเปนสองแถว หาได้แต่งตัวแปลกอย่างใดไม่ เปนแต่นุ่งผ้าตามธรรมเนียม

----------------------------

แผ่นที่ ๒๓๑ ออกวันเสาร์ เดือนยี่ แรม ๑๒ ค่ำ

ถัดไปนั้น มีคนถือโคมกระดาษ ประมาณ ๒๐ คน ถัดไปนั้นข้างริมมีพราหมณ์แต่งเครื่องขาวถือเทียน ถัดเข้าไปถึงกลองชนะ กลองประมาณ ๘ คู่ มีจ่าปี่ ๑ จ่ากลอง ๑ เปน ๒ คู่ ๗ ชั้น คู่ ๑ บังแซก ๒ คู่ แลถัดเข้าไปถึงฉัตรเทียนอิกคู่ ๑ แล้วถึงมณฑป ที่มณฑปนั้นทำแล้วไปด้วยเครื่องขาว มีเทียนติดรอบ แต่มณฑปนี้มียอด แล้วถึงมณฑปอิกอัน ๑ หามียอดไม่ แล้วถัดเข้าไปถึงฉัตรเทียนอิกชั้น ๑ ถึงเครื่องสูง ๗ ชั้นอิกคู่ ๑ แล ๕ ชั้นอิก ๒ คู่ แลมีบังแซกอิก ๒ คู่ ที่มณฑปนั้นคนหาม ๘ คน มีจามร ๑ แลพราหมณ์พระหลวงขุนหมื่น ถือเทียนข้างมณฑป แลถัดไปมีพิณพาทย์หามอิก ๒ วง จึงหมดกระบวรแห่แต่เท่านี้

โดย ทองแถมถวัลยวงศ์

ณวันพุธ แรม ๒ ค่ำ เดือนยี่ ปีกุนสัปตศก จุลศักราช ๑๒๓๗ เวลาเช้านั้นมีพระฉันเวรที่พระที่นั่งดุสิดาภิรมย์ แลพระสงฆ์วัดพระเชตุพนเข้ารับบิณฑบาตในพระบรมมหาราชวัง ตามอย่างตามธรรมเนียมซึ่งเคยมีมาทุก ๆ วัน เวลาเย็น ๕ โมง ๔๕ มินิต พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกณพระที่นั่งสมมติเทวราชอุปบัติ พระบรมวงศานุวงศ์แลข้าทูลลอองธุลีพระบาทผู้ใหญ่ผู้น้อยเข้าเฝ้าณที่นั้น พระมหาราชครูพิธีจึงทูลเกล้า ฯ ถวายของต่าง ๆ ในการพิธีตรียำปวาย ครั้นขุนนางออกแล้ว ประทับทอดพระเนตรตัวอย่างพระที่นั่งซึ่งจะทำต่อไปอิกนั้น เวลาทุ่มเศษเสด็จออกสนามหญ้า นายบำรุงราชบทมาลย์ จึงนำนายทรงใจจิตร มหาดเล็กในพระราชวังบวรสถานมงคล บุตรพระปรีชาชาญสมุท มาทูลเกล้า ฯ ถวายพัชขนนกใหญ่ ๔ พัช แล้วประทับที่สนามหญ้า จนเวลา

----------------------------

แผ่นที่ ๒๓๒ ออกวันเสาร์ เดือนยี่ แรม ๑๒ ค่ำ

๒ ทุ่ม เสด็จขึ้น

โดย เทวัญอุไทยวงศ์

ณวันพฤหัสบดี แรม ๓ ค่ำ เดือนยี่ ปีกุนสัปตศก จุลศักราช ๑๒๓๗ เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกณพระที่นั่งสมมติเทวราชอุปบัติ พระบรมวงศานุวงศ์แลข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยเข้าไปเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จประทับตรัสอยู่จนเวลายามเศษเสด็จขึ้น

ข้าพเจ้าขอแจ้งความให้ท่านทั้งหลายทราบ ด้วยหนังสือพิมพ์คอตซึ่งออกในวันศุกร์ แรม ๔ ค่ำ เดือนยี่ ปีกุนสัปตศก จุลศักราช ๑๒๓๗ ว่าด้วยข่าวราชการในพระบรมมหาราชวัง ในวันจันทร ขึ้น ๘ ค่ำ เดือนยี่ ปีกุนสัปตศก จุลศักราช ๑๒๓๗ ด้วยเรื่องโสกันต์ พระเจ้าน้องยาเธอแลพระเจ้าน้องนางเธอ คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประทับบนพระที่นั่งอาภรณพิโมกขปราสาท ทอดพระเนตรกระบวรแห่เสร็จแล้ว จึงเสด็จพระราชยานไปประทับเกยหน้าพระทวารหน้าพระที่นั่งสมมติเทวราชอุปบัติ แล้วเสด็จขึ้นทางพระทวารนั้นเปนการผิดไป คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระที่นั่งราชยาน จากพระที่นั่งอาภรณพิโมกขปราสาท ไปประทับเกยหน้าพระทวารเทเวศรักษา แล้วเสด็จขึ้นทางพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ขอจงท่านทั้งหลายจงได้ทราบเทอญ

โดย มนุษยนาคมานพ

ณวันศุกร์ แรม ๔ ค่ำ เดือนยี่ ปีกุนสัปตศก ๑๒๓๗ เวลาบ่าย ๔ โมง ๕๖ นาที พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกประทับณพระที่นั่งสมมติเทวราชอุปบัติ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้พระบรมวงศานุวงศ์แลข้าราชการเข้าไปเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท ตรัสประภาษข้อราชการต่าง ๆ กับข้าราชการทั้งปวง แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานสัญญาบัตร ให้นายสุจินดาเปนนายฉัน ถือศักดินา ๕๐๐ ให้นายรองพิจิตรสรรพการ เปนนายสุจินดา ถือศักดินา ๔๐๐ ให้นายช่วงมหาดเล็กข้าหลวงเดิม เปนนายรองพิจิตรสรรพการ ถือศักดินา ๓๐๐ รวม ๓ ใบ เวลาย่ำค่ำเศษ ข้าราชการกราบถวายบังคมลาออกจากเฝ้าบ้าง ที่ยังเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาทอยู่บ้าง แต่พระบรมวงศานุวงศ์เฝ้าอยู่จนเวลาทุ่มเศษเสด็จขึ้น พระบรมวงศานุวงศ์แลข้าราชการที่ออกมาจากพระที่นั่งสมมติเทวราชอุปบัติ ประมาณ ๕ มินิต พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกสนามหญ้าตรัสกับพระบรม วงศานุวงศ์ แลข้าราชการประมาณ ๑๕ มินิต พอดี ๒ ทุ่ม เสด็จขึ้น

โดย สวัสดิประวัติ

----------------------------

แผ่นที่ ๒๓๓ ออกวันอาทิตย์ เดือนยี่ แรม ๑๓ ค่ำ

ข่าวราชการในพระบรมมหาราชวัง

ณวันเสาร์ แรม ๕ ค่ำ เดือนยี่ ปีกุนสัปตศก ๑๒๓๗ เวลาเช้า ๓ โมงเศษ พระสงฆ์วัดอรุณราชวราราม ๕๕ รูป มีพระธรรมเจดีย์ แลพระวิสุทธิสารเถรเปนประธาน ได้เข้ารับบิณฑบาตในพระบรมมหาราชวัง เวลาเช้า ๕ โมง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ทรงจุดเทียนเครื่องนมัสการ สมเด็จพระวันรัตน์ถวายศีล แลพระสงฆ์ถวายพรพระ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จทรงประเคนสำรับ พระสงฆ์ฉันเสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระเต้าสิโนทก พระสงฆ์ยถาสัพพีอติเรกถวายพระพรลาแล้วก็กลับไปวัด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประทับอยู่จนเวลาเที่ยงเศษเสด็จขึ้น การที่เลี้ยงพระนี้ ด้วยเปนระดูกุ้ง ธรรมเนียมแต่ก่อนต้องเลี้ยงขนมเบื้อง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้เลี้ยงขนมเบื้องพระ ตามราชประเพณีแต่ก่อนมา เวลาบ่าย ๕ โมงนาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกพระที่นั่งสมมติเทวราชอุปบัติ พระบรมวงศานุวงศ์แลข้าราชการเข้าเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท ประทับตรัสอยู่ด้วยข้าราชการจนเวลาทุ่มเสด็จขึ้น พระบรมวงศานุวงศ์แลข้าราชการก็กลับออกมาจากที่เฝ้า ฝ่ายพวกพราหมณ์ก็เข้าจัดกระบวรแห่พระนารายณ์ เวลาทุ่มเศษ แห่มาถึงหน้าพระที่นั่งสุทไธศวริย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกที่เสาธง ทรงจุดเทียนนมัสการที่บุษบกจำหลักปิดทอง ซึ่งประดิษฐานรูปพระนารายณ์แลลักษมี แล้วเจ้าพนักงานกรมภูษามาลายกขึ้นบนเสลี่ยงแห่ไปขึ้นบุษบกดอกไม้ใหญ่ ที่หน้าพระที่นั่งสุทไธศวริย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประทับอยู่จนเวลา ๒ ทุ่มเสด็จขึ้น

โดย ภาณุรังษีสว่างวงศ์

ณวันอาทิตย์ เดือนยี่ แรม ๖ ค่ำ ปีกุนสัปตศก จุลศักราช ๑๒๓๗ เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกพระที่นั่งสมมติเทวราชอุปบัติ บาทผู้ใหญ่ผู้น้อยเข้าไปเฝ้า

----------------------------

แผ่นที่ ๒๓๔ ออกวันอาทิตย์ เดือนยี่ แรม ๑๓ ค่ำ

จนเวลาทุ่มเศษเสด็จขึ้น พระบรมวงศานุวงศ์แลข้าราชการก็กลับออกมา ประมาณครู่หนึ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกสนามหญ้า ประทับอยู่จนเวลาเกือบยาม ๑ เสด็จขึ้น

โดย ก.ม. นเรศวรฤทธิ

ณวันจันทร แรม ๕ ค่ำ เดือนยี่ ปีกุนสัปตศก จุลศักราช ๑๒๓๗ เวลาบ่ายโมงเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกพระที่นั่งสมมติเทวราชอุปบัติ เจ้าพระยาภาณุวงศ์มหาโกษาธิบดี เข้าไปเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาทอยู่จนเวลาบ่าย ๒ โมงเศษจึงออก แล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนิรออกพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ประทับตรัสกับสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระบำราบปรปักษ์ แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้เจ้าพนักงานแจกเงินเบี้ยหวัดหม่อมเจ้า ประทับตรัสอยู่จนเวลา ๓ โมงเศษเสด็จขึ้น เวลาจวนย่ำค่ำพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกทางพระทวารหน้าพระที่นั่งสมมติเทวราชอุปบัติ ประทับสนามหญ้า ตรัสกับพระบรมวงศานุวงศ์แลข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยอยู่จนเวลาประมาณ ๒ ทุ่มเศษเสด็จขึ้น

โดย มนุษยนาคมานพ (ผู้แทน)

ณวันอังคาร แรม ๘ ค่ำ เดือนยี่ ปีกุนสัปตศก ๑๒๓๗ เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกณพระที่นั่งสมมติเทวราชอุปบัติ มีพระเจ้าน้องยาเธอแลข้าราชการเฝ้าอยู่ในที่นั้น ประมาณครู่หนึ่ง จึงได้กลับออกมา ครั้นเวลาบ่าย ๕ โมงเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำเนิรทางพระทวารหน้าพระที่นั่งสมมติเทวราชอุปบัติ เสด็จขึ้นเกยทรงพระราชยาน ออกทางประตูศรีสุนทร เสด็จไปประทับเกยพระที่นั่งราชกิจวินิจฉัย เสด็จทรงพระราชดำเนิรลงไปยังท่าราชวรดิษฐ เสด็จลงทรงเรือพระที่นั่งเก๋งทองทั้งแท่ง เรือพระที่นั่งรองสิบสามย่อมสอง เสด็จล่องลงไปตามลำน้ำเจ้าพระยา ครั้นถึงพระราชวังเดิม เรือพระที่นั่งประทับท่า ในขณะนั้นมีสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจาตุรนตรัศมี แลพระเจ้าน้องยาเธอ กับข้าราชการลงมารับเสด็จที่ท่า ครั้นแล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงเสด็จพระราชดำเนิรจากเรือพระที่นั่ง ทรงพระราชดำเนิรจากท่า เสด็จทรงพระราชดำเนิรเข้าไปในวังตามถนน ครั้นถึงหน้าท้องพระโรง จึงเสด็จเข้าไปทอดพระเนตรในนั้น แล้วเสด็จขึ้นไปทอดพระเนตรบนพระตำหนักหลังข้างด้านใต้ แล้วเสด็จกลับลงมาทางเก่า ทรงพระราชดำเนิรเสด็จขึ้นบนตำหนักหลังสูงด้านดวันตก ประทับอยู่บนนั้นประมาณยามเศษ

แผ่นที่ ๒๓๕ ออกวันจันทร์ เดือนยี่ แรม ๑๔ ค่ำ

เสด็จกลับลงมาจากบนนั้น เสด็จเข้าไปประทับตรัสกับพระบรมวงศานุวงศ์ ในท้องพระโรงจนเวลา ๔ ทุ่มเศษ เสด็จกลับลงเรือพระที่นั่ง ข้ามมาฝั่งตวันออก เรือพระที่นั่งก็จอดยังท่าราชวรดิษฐ เสด็จทรงพระราชดำเนิรขึ้นจากท่าเสด็จขึ้นเกย ทรงพระราชยานเข้าทางประตุศรีสุนทร เสด็จไปประทับเกยพระทวารพระที่นั่งสมมติเทวราชอุปบัติ เสด็จขึ้นทุ่มเศษ

โดย ทองแถมถวัลยวงศ

ณวันพุธ แรม ๙ ค่ำ เดือนยี่ ปีกุนสัปตศก จุลศักราช ๑๒๓๗ เวลาเช้ามีการเลี้ยงพระฉันเวรณพระที่นั่งดุสิดาภิรมย์ตามเคย แลพระสงฆ์เข้ารับบิณฑบาตในพระบรมมหาราชวัง เหมือนอย่างแต่ก่อน ตามธรรมเนียม ครั้นเวลาบ่าย ๕ โมงเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกพระที่นั่งสมมติเทวราชอุปบัติ พระบรมวงศานุวงศ์ แลข้าทูลลอองธุลีพระบาทผู้ใหญ่ผู้น้อยเข้าเฝ้าณที่นั้น เจ้าหมื่นไวยวรนาถ จึงนำดอกไม้ธูปเทียนของนายสาย บุตรเจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์ นายเจิม บุตรเจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์ นายไทย บุตรพระยาสุรินทรฦๅไชย ผู้ว่าราชการเมืองเพชรบุรี ๑ รวม ๓ นาย ทูลเกล้าฯ ถวายตัว ทำราชการฉลองพระเดชพระคุณ ในกรมมหาดเล็กเวรสิทธิ ครั้นเวลาย่ำค่ำ ข้าราชการจึงออกจากเฝ้าบ้าง เหลือแต่พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการอิกบ้าง ประทับอยู่ที่นั้นจนเวลายามเศษ เสด็จขึ้น

โดย เทวัญอุไทยวงศ์

----------------------------

แผ่นที่ ๒๓๖ ออกวันจันทร์ เดือนยี่ แรม ๑๔ ค่ำ

ตั้งกรมสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจาตุรนตรัศมี

ณวันพฤหัสบดี แรม ๑๐ ค่ำ เดือนยี่ ปีกุนสัปตศก จุลศักราช ๑๒๓๗ เวลาบ่ายโมงเศษ พระศรีสุนทรโวหาร เจ้ากรมพระอาลักษณ์ ๑ ขุนสุวรรณอักษร ๑ ได้เชิญพานพระสุพรรณบัตรจากพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ขึ้นเสลี่ยงมีเครื่องสูงกั้น ตำรวจถือหวายมัดคน ๑ ตรวจเดิรประสานมือ ๒ คน รวม ๓ เดิรนำหน้าเสลี่ยงมาหยุดที่ท่าราชวรดิษฐ พระศรีสุนทรโวหาร กับขุนสุวรรณอักษร จึงเชิญพระสุพรรณบัตรลงเรือกราบผูกม่านทองแล่งรอบ ไปจอดหน้าท่าพระราชวังเดิม แล้วจึงเชิญพระสุพรรณบัตรขึ้นจากเรือเข้าไปในท้องพระโรง เชิญขึ้นตั้งบนม้าหมู่จำหลักปิดทองชั้นลดลงมาจากพระพุทธปฏิมากร บนพระแท่นมณฑลด้านหน้า แลเจ้าพนักงานได้เชิญพระพุทธปฏิมากรพระไชยในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระองค์ ๑ ในแผ่นดินปัตยุบันนี้พระองค์ ๑ ขึ้นตั้งบนม้าหมู่จำหลักปิดทอง กลางพระแท่นมณฑล พระไตรปิฎกตั้งบนม้าหมู่ข้างหลังพระพุทธปฏิมากร พระแสงปืน ๒ องค์ พระแสงขอปืนองค์ ๑ พระแสงขอเกราะองค์ ๓ พระแสงขอไม้เท้าองค์ ๑ ผูกบนบันไดแก้ว ด้านหลังพระแท่นมณฑล ง้าว ๔ ทวน ๔ หอก ๔ โล่ห์ถมตะทอง ๔ ดาบคู่เขน ๑ คู่ ผูกเสาพระแท่นมณฑล ดวงพระชันษาของ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจาตุรนตรัศมี ใส่พานทองลงยาราชาวดี ตั้งบนม้าหมู่ชั้นลดด้านหน้า พระเต้าบั้งกรี่ ๑ พระเต้าเบญจครรภองค์น้อย ๑ พระเต้าลงพระอักษร ๒ พระเต้ากลีบบัว ๑ รวม ๕ องค์ ตั้งบนม้าหมู่ด้านหน้า พระเต้าประทุมนิมิตรกาไหล่ทอง ๑ พระเต้าเฟืองเงิน ๑ ตั้งบนพื้นพระแท่นมณฑลข้างขวา พระเต้าประทุมนิมิตรเงิน ๑ พระเต้าเฟืองเงิน ๑ คู่ ตั้งบนพื้นพระแท่นมณฑลข้างซ้าย เครื่องสำหรับวางของ๑๐ สมเด็จเจ้าฟ้าจาตุรนตรัศมี ๑ พานทองใส่ผ้าทรง ๒ ตั้งบนม้าหมู่ด้านข้างซ้าย ถาดสรงพระพักตรลงยาราชาวดี ๑ พานทองใส่ผ้าทรง ๑ ตั้งบนม้าหมู่ด้านขวา ลุ้งพระมาลา ๑ ตั้งบนม้าหมู่ด้านขวา ครอบทองขาวของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระปวเรศวริยาลงกรณนั้นตั้งบนม้าหมู่ สิ่งของเครื่องตั้งบนพระแท่นมณฑลอีกนั้น ก็ตั้งตามธรรมเนียม ต่อไปข้างหลังพระแท่น ตั้งที่อาสนะพระสงฆ์ซึ่งจะเจริญพระพุทธมนต์ ด้านขวา ๕ รูป ด้านซ้าย ๕ รูป ตรงหน้าพระแท่นมณฑลชั้นบนนั้น ตั้งเครื่องนมัสการ ม้าจำหลักปิดทองเปนรูปจมูกสิงห์ ชั้นล่างนั้นตั้งพระที่นั่งโทรน ชลาด้านซ้ายแห่งท้องพระโรงนั้นตั้งที่สรง มีขันเชิงถมใส่น้ำตั้งบนที่สรงด้วย แล้วมีสายสิญจนโยงมา จากแท่นมณฑล วงรอบที่สรง

----------------------------

แผ่นที่ ๒๓๗ ออกวันอังคาร เดือนยี่ แรม ๑๕ ค่ำ

ครั้นเวลาบ่าย ๕ โมง เจ้าพนักงานกรมสังฆการีย์จึงนิมนต์พระสงฆ์พระราชาคณะ ๑๐ รูป เข้าไปสวดพระพุทธมนต์ คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระปวเรศวริยาลงกรณ ๑ พระพิมลธรรม ๑ พระธรรมวโรดม ๑ พระพรหมมุนี ๑ พระอริยมุนี ๑ รวม ๕ รูป นั่งข้างด้านขวาหลังพระแท่นมณฑล หม่อมเจ้าพระธรรมุณหิสธาดา ๑ หม่อมเจ้าพระอรุณนิภาคุณากร ๑ พระจันทรโคจรคุณ ๑ พระสุคุณคณาภรณ ๑ พระวิเชียรมุนี ๑ รวม ๕ รูป นั่งข้างด้านซ้าย ครั้นพระสงฆ์นั่งที่เสร็จแล้ว สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจาตุรนตรัศมี ก็ทรงประเคนผ้าไตรกับย่ามแก่พระสงฆ์ทุก ๆ รูป ครั้นพระสงฆ์ได้รับแล้วก็ไปครองผ้าเสร็จแล้วก็กลับมานั่งตามเดิม สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจาตุรนตรัศมี ก็ทรงจุดเทียนเครื่องนมัสการ แล้วพระพรหมมุนีขัดตำนาน พระสงฆ์สวดสัตปริต เวลาจวนย่ำค่ำจึงจบ ในเวลาวันนี้พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยซึ่งไปช่วยนั้น สวมเสื้ออิวนิงเดรศ ติดตราเครื่องราชอิศริยยศตามซึ่งได้รับพระราชทาน เวลาทุ่ม ๑ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงฉลองพระองค์อิวนิงเดรศ ทรงตราเครื่องราชอิศริยยศมหาวราภรณ เสด็จออกทางพระทวารหน้าพระที่นั่งสมมติเทวราชอุปบัติ ประทับเกยทรงพระที่นั่งราชยาน ไปประทับเกยพระที่นั่งราชกิจวินิจฉัย เสด็จพระราชดำเนิรลงเรือพระที่นั่งกราบกลีบสมุท ไปประทับท่าหน้าพระราชวังเดิม สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจาตุรนตรัศมี ก็เสด็จลงมารับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนิรทรงพระที่นั่งราชยาน ไปเข้าทางประตูหน้าวัง แล้วเสด็จพระราชดำเนิรเข้าไปในท้องพระโรง จึงเสด็จไปประทับพระตำหนัก หลังด้านตวันตก (ข้างซ้ายท้องพระโรง) อยู่ประมาณครู่ใหญ่ จึงเสด็จกลับลงมาประทับท้องพระโรง ประทับตรัสอยู่กับพระ

----------------------------

แผ่นที่ ๒๓๘ ออกวันอังคาร เดือนยี่ แรม ๑๕ ค่ำ

บรมวงศานุวงศ์ อยู่จนเวลา ๔ ทุ่มเศษ เสด็จกลับขึ้นทรงพระที่นั่งราชยานไปลงเรือพระที่นั่ง ในขณะนั้น สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจาตุรนตรัศมี ได้เสด็จลงไปส่งเสด็จด้วย เรือพระที่นั่งออกจากท่าหน้าพระราชวังเดิม มาประทับท่าราชวรดิษฐ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงเสด็จขึ้นจากเรือพระที่นั่ง ทรงพระที่นั่งราชยานแต่เกยพระที่นั่งราชกิจวินิจฉัย มาประทับเกยหน้าพระทวารหน้าพระที่นั่งสมมติเทวราชอุปบัติ แล้วเสด็จขึ้น กระบวรเสด็จพระราชดำเนิรทางชลมารควันนี้ เรือประตู หลวงไกรนารายณ์ ๑ หลวงจินดารักษ์ ๑ เรือกลองแขก พระยากำแหงสงคราม ๑ เรือลำนำ ๑ เรือกราบกลีบสมุทเปนพระที่นั่งทรงพลพาย ๔๐ คน เรือพระที่นั่งเก๋งเอกาทัศพยามเปนพระที่นั่งรอง ในหนังสือพิมพ์คอตวันนี้ ข้าพเจ้ามีความขอบใจหม่อมกรุงกับเจ้าหมื่นศรีสรรักษ์เปนอันมาก ด้วยท่านทั้งสองนั้น ท่านได้ช่วยเปนธุระด้วย

โดย มนุษยนาคมานพ

ณวันศุกร์ เดือนยี่ แรม ๑๑ ค่ำ ปีกุนสัปตศก จุลศักราช ๑๒๓๗ เวลาย่ำรุ่งกับ ๒๐ นาที พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกพระทวารหน้าพระที่นั่งสมมติเทวราชอุปบัติ ทรงพระราชยานไปประทับพระที่นั่งราชกิจวินิจฉัย เสด็จลงเรือพระที่นั่งกลีบสมุท ข้ามฟากไปประทับหน้าพระราชวังเดิม เสด็จขึ้นทรงพระที่นั่งราชยานลงยาราชาวดี เสด็จเข้าทางประตูวังด้านเหนือประทับในท้องพระโรง เวลารุ่ง ๓๐ นาทีได้พระฤกษ์ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจาตุรนตรัศมี เสด็จขึ้นบนพระแท่นที่สรง พระสงฆ์ก็สวดชยันโต เจ้าพนักงานก็ประโคมแตรสังข์แลพิณพาทย์ดุริยางค์ดนตรีขึ้นพร้อมกัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานน้ำพระพุทธมนต์ ด้วยพระเต้าเบญจครรภรองพระองค์ ๑ พระเจ้าศิลาลงอักษร ๒ พระองค์ พระเต้าบั้งกรี่พระองค์ ๑ พระเต้าประทุมพระองค์ ๑ รวมพระเต้า ๕ พระองค์ แล้วพระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายหน้าฝ่ายใน แลข้าทูลลอองธุลีพระบาทผู้ใหญ่ คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระปวเรศวริยาลงกรณ ๑ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระเทเวศวัชรินทร ๑ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงวรศักดาพิศาล ๑ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระบำราบปรปักษ์ ๑ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นภูวนัยนฤเบนทราธิบาล ๑ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นอักษรสาสนโสภณ ๑ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นเจริญผลพูลสวัสดิ ๑

----------------------------

  1. ๑. เงินเหรียญโบราณอย่างพรรณาไว้นี้ ต่อมาพบที่ดงศรีมหาโพธิจังหวัดปราจีนบุรีอิก แลได้ยินว่าที่กรุงกัมพูชาก็พบ สันนิษฐานว่าจะเปนเงินครั้งขอมเปนใหญ่อยู่ทางประเทศนี้

  2. ๒. เรือลำนี้เปนเรืออื่นเรียกชื่อตรงนี้ผิด

  3. ๓. เปนปืนกลพึ่งแรกมี

  4. ๔. พระที่นั่งอนันตสมาคมองค์แรกอยู่ในบริเวณสวนศิวาลัยเดี๋ยวนี้ ตรงหลังพระที่นั่งสุทไธศวรรย์

  5. ๕. โรงทองเปนศาลาอยู่ตรงตึก ๒ ชั้นที่ตำรวจพักเดี๋ยวนี้

  6. ๖. โรงลครอยู่ริมพระระเบียงวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เดี๋ยวนี้เปนสนามหญ้า

  7. ๗. พระที่นั่งนงคราญสโมสรอยู่หลังพระที่นั่งอนันตสมาคมองค์เดิม อยู่ในบริเวณสวนศิวาลัยบัดนี้

  8. ๘. หอนาฬิกาอยู่ตรงที่ตึกพักตำรวจบัดนี้ แต่ต่อโรงทองมาทางตวันออก

  9. ๙. โรงสักเดิมอยู่ใกล้ศาลาหลักเมือง

  10. ๑๐. ตรงนี้ผิดมีบอกแก้ในแผ่นที่ ๒๕๒, ๒๕๓

 

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ