อิเหนาคำฉันท์

๑๑ ปางนั้นบรมวง- ศอสัญแดหวา
อุ้มองค์วนิดา กรตระกองตระการชม
ชูชื่นภิรมย์เชย ดุจเสวยสมบัติพรหม
สำผัสตระมลกรม เสน่ห์น้อมฤดีมา
รีบรถทุรัศทาง จรร่วมพนาทวา
จึ่งมีมธุรสา พจนเพื่อแสดงองค์
อ้าแม่นิคือพี่ บมิควรจะโศกทรง
กรรแสงบใช่อง- คระตูมาต้องตัว
พักตรผ่องจะนองชล วิมลโฉมจะหม่นมัว
อ้าแม่อย่าแคลนกลัว สละทุกข์ประเทืองเรียม
ปางนั้นสุดาสดับ สุรศัพทยิ่งเกรียม
จิตแจ้งเชษฐาเทียม จรกามาลอบปลอม
แสนโศกกระศัลยซ้ำ ปะทะแค้นคะนึงตรอม
หยิกข่วนบได้ออม กลจะทรุดลงจากเพลา
เชษฐาถนอมโอบ อรองคยุพเยาว์
ยุพเรศธผลักเอา นขหยิกบหย่อนกัน
ขษณนั้นจึ่งบาหยัน กรณตชุลีคัล
สรวลพลางก็อำนัน ดูรพ่อกระทำแปลง
ข้าหวังระตูลอบ บมิแจ้งคดีแสดง
ใดพ่อมาปลอมแปลง ประโลมลักฉะนี้ไย
อ้าดูรบาหยัน ก็จะควรสงสัยไฉน
กิจนี้ก็โดยใน มะดีหวีธปฏิญาณ
รับรักบสมรัก สละพักตรประจวบกาล
แม้วการบคิดพาล ก็จะม้วยไมตรีดาย
อ้าพ่อกระทำโดย ชนนีธกล่าวกลาย
จะสมจะสู่สาย สมรใดบตรงตรู
กลับศัพทกลับเพศ กิจนี้บแจ้งตู
หวาดจิตสะดุ้งดู ดุจชีพลายลาญ
อ้าอรบาหยัน พจนพร้องเสนาะสาร
แม้วการจิรังกาล แลฤๅเจ้าจะโดยเรา
ผิวปลอมที่ดอมรัก สิบเริ่มสะดวกเดา
หากตกถึงกรเรา แลจึ่งแสร้งประดิพา
อนึ่งสามก็ตั้งสัต ยวิลิศมาหรา
เฉพาะพักตรพระปฏิมา กรสัตย์ยังสมฤๅ
อ้าพ่อบควรขึ้ง อุระข้าดั่งเพลิงฮือ
รักสัตย์ก็สุดมือ ที่จะมอบเสน่ห์มา
ทูลเตือนมิเต็มถ้อย มะดิหวีก็สุดอา-
รมณ์รักพนิดา บมิหวังระตูครอง
สรวมชีพตั้งสัตย์ เดชะเทพสมพอง
ช่วยให้พระนุชสนอง เสน่ห์พ่อพี่ยินดี
พระแย้มภิรมย์เยื้อน พจนตอบนางสาวศรี
เพื่อพี่นิภักดี ฤจึ่งเทวพาครอง
ดำรัสพลางก็เร่งรัน อัศวราชรถทอง
แสงจันทรเรืองรอง แอร่มพักตรยุพา
จุมพิตตระโบมโลม วรราชกานดา
อ้าแม่อย่าโศกา กรซับสุชลพลาง
สำเนียงสกุณร้อง เสนาะก้องสนั่นกลาง
ดงจวนจะรุ่งราง ก็ลุร่วมมรคา
หยุดรถกระซิบสั่ง ระเด่นสังคมารตา
เจ้าพี่สถิตพลา สุวรรณเถิดอย่าครรไล
ไตรตราตระเวนดู ผลูมารคณกรุงไกร
แม้พระอรินทร์ภัย ยุบลแจ้งแก่พี่ยา
สั่งเสร็จตระกององค์ วรนุชบุษบา
เถลิงหลังอาชาคลา วนะเวศวเนจร
พอดลคูหามาศ สุริยภาษยุคุนธร
พระก็อุ้มพธูสมร จรดแท่นสุวรรณวาง ฯ
๑๔ เสด็จแนบยุพาอรตระกอง กรลูบพระปฤษฎางค์
แก้วพี่อย่าโศกเลยนะจงวาง จิตไว้ ณ เรียมรา
ความพี่สวาทสมรเสมอ วชิรเนตรชีวา
แม้เรียมบสมสุระสุดา ก็จะทำแบหลาลาญ
ซึ่งพี่แลผิดบุรพโทษ วรนุชนุญญาการ
รอยเวรุตามจรมาดาล จิตโมหะลำเค็ญ
เรียมนี้บหวังสวาทอื่น เลยนะแม่อย่าขุ่นเข็ญ
เรียมจะถนอมพระนุชเป็น มกุฏเกล้ากระษัตรีย์
แท้สัตยากรเฉพาะ สุรเทพคีรี
อ้าแม่อย่าขนางว่าพี่จะลี นคเรศรหมันยา
อ้าแม่อย่าซบพักตรพิลาป นัยนะอาบพุธารา
แสงจักษุปานนิลวัตถา ก็จะหมองจะมัวมน
ดวงพักตรผ่องประดุจจัน- ทรแจ่มโพยมบน
ควรฤๅจะเศร้าสิริดังกล อสุรินทรุปคาห์
เงยพักตรขึ้นเถอะนะจะแจ้ง กิตยโดยแต่สัตยา
เดิมองค์บรมชนกา ดำรัสใช้ประชุมเพลิง
หมันหยานครบวรศพ อยกีอันดำเกิง
เสร็จพี่จะลาจระบันเทิง กมลท้าวทั้งสองปอง
สวาทพี่แลพี่ก็ประดิพัท- ธกำหนัดเสน่ห์สนอง
รักร่วมธิดาจิตลำพอง ขณะรุ่นภิรมย์นาง
ฝ่ายองค์พระบิตุรธิราช พระชนนีพี่จึ่งขนาง
โทษพี่นิผิดสหัสปาง นุชให้อภัยเรียม
แม้มิตรมิดลสักพัน ก็จะถนอมบให้เทียม
สุริย์วงศ์อสัญธรรมเนียม วรพจนสัจจัง
อ้าแม่อย่าโศกแลนะสะอื้น อุระพี่นี้จะเพียงพัง
แหนงใดก็ทวนกิจประทัง ทุกขให้บรรเทาความ
แม้เจ้าจะนิ่งนิวรณโศก บมิพร้องคะดีงาม
เรียมฤๅจะพาอรนงราม จรกรุงอย่าสงกา
ปางนั้นพระเยาวชาเยน- ทรสดับพระเชษฐา
พลางฝ่ายสุชลปธารา พิลาปเยื้องคะดีพลาง
โอ้โอ๋จะคงชีพิตรเนา นิก็หนักภุดาปาง
เกิดกอบประยูรเทวขนาง เสน่ห์ชอบชีวาวาย
โอ้โอ๋อุระอาตมจะม้วย ชนมด้าว ณ ดงดาย
บิตุรราชมารดรจะหมาย บยลลูกจะลาญแล
ท้าวพร่ำผดุงก็บได้แทน วรคุณธกลับแปร
โทษให้พระองคทุกขแด ดุจนี้ก็ไป่ควร
ร่ำพลางก็ทุ่มอุระสะอื้น ปริเทวะกำสรวล
คุมเคียดพระภูธรก็ซวน สยบมุขโศกี
อ้าอ่าพระดวงอรยิหวา เนตรพี่ผู้ภักดี
เรียมฤๅจะซัดอรให้ชี- พิตรนาศอย่าเจรจา
แสนสุดเสน่หนุชยิ่ง ชนมชีพนัยนา
แม้นมาตรเมื้อมรณอา- ยุสู้จะดอมวาย
อ่าอ้าพระสันพจนเอา มธุรสเจือปลาย
ลิ้นล่อละเลิงกมลลาย เสน่ห์แล้วจะลอยตรอม
แท้เที่ยงจะเป็นอนุสวาท จินตะหราจะสรวลดอม
ว่าเผ่าอสัญก็มาปลอม เสน่ห์ร่วมบรักวงศ์
กิตติศัพท์จะฦๅประเทศทั่ว ทุระยศวราพงศ์
ใจชายบอายดำฤษณ์จง เสน่ห์แสร้งชะอ้อนวอน
อ้าอรอนงคอย่าขนาง จิตพี่จะร้างสมร
ซึ่งจินตะหราสวาทอร นั้นก็ใช่จะจงกัน
หวังลอบประโลมเสน่หเล่น บใช่คู่ตุนาหงัน
เออแม่นิเทพยรังสรร- ค ก็สู่แต่เยาวมล
นอกนั้นบอาจจะคระหา นุชแม่อย่าฉุกฉงน
ฟังพี่จงสร่างศัลยสุชล นัยนะน้อมภิรมยา
อ้าน้องก็แจ้งกลตระหนัก วรลักษณคือตรา
จักจงบจงจิตก็ปรา- กฏแห่งหไทยางค์
กิจนี้ก็เลื่องดำเนียนน้อง หินชาติชายหมาง
หากผลผดุงอดิตปาง จระกาประกอบกัน
บิตุราชพระกล่าวพจนไว้ แม้วชายประดาษพันธุ์
สวาทสู่ก็จัดสฤษดีสัน ยศไว้เฉลิมเมือง
สองท้าวก็ทนเทวษบวาย ชลชุ่มนัยนาเนือง
ไพร่ฟ้าประชาชนก็เปลือง สุขแสร้ทุกขาดูร
ดังนั้นแลยังจิตบสา สุระราญวิวาห์สูญ
ฉกพานิรายศประยูร อัประยศทั่วแดน
เออนี้แลฤๅเสน่หน้อง ฤว่าแสร้งอิจฉาแทน
ร่ำพลางสยบศิรลงแสน โศกพ่างจะเปลื้องปราณ
อ้าดูระสายสวาทพี่ ใช่ว่าพี่จะจัณฑาล
รอจิตก็จวบวิวาหการ สมรพี่จะสุดสม
ฉกโฉมประโลมจิตบวาง อรเยาวโยศดม
แม้แล่งอุรายลจะชม มนะพี่ที่สัจจัง
ซึ่งโทษแต่ปางก่อนพี่ก็ขอ นุชนาฏ ธ ไป่ฟัง
เดิมพี่ก็ทรงสัจประทัง ชีวไว้จะสมสมร
ปางนี้ก็สุดกุศลล่วง บุรพกรรมมาจำจร
เนาแท่นสุวรรณสถาวร เถอะนะแม่อย่าโศกา
แม้จักนิวัตวรนิเวศน์ ทิศนี้ ณ รัฐยา
ตัวพี่ก็จักจรทุรา อรัญเวศจวบวาย
อ้าแม่อย่าแหนงมนัสพี่ ว่าจะเมื้อหมันหยาหมาย
ใจเรียมบสูญสัจจมลาย ชีวม้วยวนาดอน
ตรัสพลางก็แสร้งเสด็จจาก วรอาสนสุนทร
เสสั่งพี่เลี้ยงยะรุเดะจร ระดับพวงพลาพล
จักยกพเนจระพนัส ในทุรัศอารญ
สั่งพลางก็ให้พักตรพิมล กลรู้รหัสกัน
สั่งเสร็จก็แปรมุขมาสั่ง ประเสหรันแลบาหยัน
ขอบสองพี่โดยจรจรัล ดลด้าวพนาลี
บัดนี้พระนุชก็สลัด วรวากยไมตรี
ตูลาพี่สองจรกว่าชี- วิตวายวนาสณฑ์ ฯ
๑๖ บัดนั้นสองนาฏนฤมล ไป่แจ้งในกล
มะเมอประหม่าว้าใจ  
สองโอนศิรคัลทูลไท อ้าพ่อเป็นใด
มาด่วนพิโรธบำราศ  
องค์กนิษฐ์ยังเยาวสวาท ฤๅทัยเดียวกาจ
กำเลาะละเลิงจิตขนาง  
จงพ่อโปรดข้าแต่ปาง เดียวจักโลมนาง
แม้นุชแข็งขัดความ  
โดยจิตพ่อเทอญบ่ปราม สองลาสองตาม
กันสู่ยังห้องทองพราย  
ปางนั้นนฤเบศรเสด็จผาย โดยสองนางหมาย
วิสูตระแฝงฟังสาร  
ขัษนั้นบาหยันเชิงชาญ นั่งแนบนงพาล
ประพฤติพร้องรำพัน  
อ้าแม่ใดแม่บฉันท์ เสน่ห์พี่ผู้พัน-
ธุวงศ์สุเรศรเทวา  
ฤๅจงจระกาพงศ์กา บอายนรา
นรินทรทั่วธาษตรี  
ยศแม่ปิ่นขัตติยานี ฤๅจักให้มี
บุรุษยต้องสองชาย  
อ้าพี่สู้ม้วยกว่าอาย บ่ให้ระตูกราย
สถนธจวบชีวา  
น้องฟังพี่ฟังน้องรา ท่านจักรมยา
เมื่อยามกรรหายเหิมปรีดี  
มิตรท่านท่านรักร่วมชี- พิตม้วยไมตรี
แลสองก็แจ้งอาจินต์  
แต่องค์บิตุรราชินทร์ บเกรงธิบดินทร
แลโดยอิจฉาใจไคล  
ปางนี้ฤๅมิขามใคร เบื่อบากเบือนใจ
แลน้องจะตรอมแดลาญ  
อัปยศยิ่งอดีตกาล สองพี่เราวาน
ดำริคดีดับอาย  
เป็นหญิงแม้มาตรไร้ชาย ชอบเชิงมิตรหมาย
กมลมนัสอายออม  
ขัษนั้นประเสหรันถนอม วรวัจนาดอม
คะดีดังกล่าวเกลาควร  
แต่พี่ยลกิจประมวล อ้าแม่จำปรวน
ประนอมมนัสเชษฐา  
เราพลัดประยูรศวรรยา แม่บปฏิพา
ก็เห็นไป่พ้นภูมี  
ผ่อนถนอมสุริยวงศ์ไว้ดี แม่จักเป็นศรี
พิภพด้าวแดนดิน  
ระตูฤคู่ยุพิน ดุจอสุรินทร์
แลจู่มาจับจันทร  
ยิ้มหยอกดุจปีศาจหลอน รูปร้ายนิกร
จะเปรียบประยูรไกลกัน  
ดุจหิ่งห้อยฤๅเทียมจันทร์ ตูข้าแต่ศัลย์
ทั้งสี่ฤๅสุขไป่มี  
ซึ่งพ้นระตูตูปรี- ดาดังสีขรี
อันทับอุระยกขยาย  
อ้าแม่วรเชษฐสวาทสาย สมรสุดเสมอกาย
แลสองพี่พิศใจจง  
ปางนั้นยุพราชสุริยวงศ์ แฝงม่านเมียงองค์
สดับคดีความดี  
เสด็จกลับสั่งพี่เลี้ยงปรี- ชาเร่งเสนี
อันชาญชำนิใจจำ  
สอดสู่ดาหาบุรำ การซึ่งเราทำ
แลเขาประพฤติกลใด  
ประสันตาตอบถ้อยทูลไท การวุ่นเวียงชัย
นครจะดาษดาคน  
เรารู้เกลือกรู้เกินกล คนยลจักยล
ปลาดแสลงเงื่อนสาย  
หนึ่งใดรอยริ้ววรกาย ข้าฉุกใจฉงาย
แลดูดั่งนี้แหนงตา  
ฤๅพาชีพาราชา เลี้ยวลอดลดา
แลวัลย์กระหวัดเกี่ยวกร  
ฤๅตกระหนามหนามรอญ อ้าพระภูธร
บมิระวังกายี  
หนามครานี้ร้ายราวี ทูลพลางทำตี
อุระตะลึงลูบทรวง  
พระฟังพจนต้องแดดวง พริ้มพักตรระลวง
เอาเดนสลาซัดเอา  
เออใช่การพี่ตัวเรา ไยเจ็บใจเบา
มาบ่นมาบ้าบ่มตรม  
อันดำเนินชัฏไพรพนม ใครห่อนอุดม
ละดาแลหนามไป่ระคาย  
ผิน้อยก็มากหนึ่งกาย เราพี่ก็ชาย
อันเช่นฉะนี้จักมี  
ตรัสพลางทางสู่เทพี เลออาสนรูจี
แลสองพี่เลี้ยงลาอร  
ปางนั้นบุษบาบวร ยลสองนางจร
จะโดยพี่เลี้ยงลีลาศ  
เชษฐากุมกรวรนาฏ นงโพธพิลาศ
สลัดพระกรหยิกกร ฯ  
๑๑ อ้าแม่ผู้ร่วมวงศ์ สุริยราชอดิศร
ฝ่ายเรียมสวาทอร เสมอชีพชนมา
ฝ่ายวรนุชก็ตัด เสน่หพี่สหัสสา
จักขัดจะขืนอา- รมณนุชก็สุดที
จงเนาวเจริญสุข จะขอลาสุดาศรี
เชิญแม่ช่วยทูลบี- ดรราชมาตุรงค์
ว่าพี่ขยมลา บทท้าวทั้งสององค์
สู่สวรรคทิวง- คตเมื้อพิมานอมร
ปางนั้นพระนุชสดับ พจนารถสุนทร
สุรศัพทคลอนคลอน กมลคิดคะนึงกาย
โอ้โอ๋แต่นี้แล ชนมชีพจักมลาย
ใครเลยจะพาผาย ดลกุรุงก็ไป่มี
ปางจรลาก็สนธเยศ บสังเกต ณ วิถี
ฤๅเคยจรัลลี จะหลงม้วยวนาสัณฑ์
จำผ่อนภักดีต่อ วรเชษฐพาจรัล
ส่งถึงนครอัน รมเยศไอศูรย์
ตริรักรื้อถ้อย ทฤษฐิก็เป็นมูล
หากสวาทประยูร อรจึ่งจำนรรจา
แม้พ่อเสน่ห์น้อง สุจริตจงพา
คืนเข้านิวัตธา- นีแท้จะสัจจัง
เพื่อคลายมนัสทู- รยศยามเมื่อปางหลัง
อย่าพ่ออย่าด่วนหวัง เสน่ห์ก่อนจะเสียการ
หนึ่งพระก็สัมผัส รสรักก็เจือจาน
ใจใช่จะพ้นการ ทุรพ่ออย่าสงกา
อ้าแม่ประดิษฐ์ถ้อย มฤธูแก่พี่ยา
อันพี่จะพาพะงา จรกรุงอย่ากริ่งใจ
เพื่อบิตุจฉาราช จะวิโรธหฤทัย
ปางพี่จะประลัย สิบยังนุกูลการย์
ปานนี้ถึงโทโทษ ยลสุดกมลสมาน
มาตรได้ประโลมลาญ แม้ว่าพรากก็จำไกล
ฤวะเจ้าจะฝ่าโชง- การได้ประการใด
จงตั้งสัจจาไป จะพาน้องยังธานี
อ้าพ่อจะให้สัจ ดุจนี้ก็สุดที
เพราะท้าวทั้งสองมี พระคุณล้ำศิโรดม
ยังไป่ระคายเคือง ฤๅจะเคืองก็ไป่สม
น้องตริแต่โดยรมภ์ บุรพ์ภาคประเพณี
แม้ชายแลต้องกาย สฤษดิแท้สวามี
โดยสัตยวาที ดูรพ่ออย่าแหนงคำ
อ้าแม่ผู้สมพงศ สุริยวงศวรำ
ปรีชาชะอ้อนทำ สนิทเพียงจะพล่ำใจ
ตรัสพลางก็จุมพิต มธุรสปรางใน
แก้วพี่จงฝ่าใจ ภิรมย์รักเรียมรา
อ้ายลทุพลภาพ นิราศราบบุรีมา
ช้ำจิตยังไป่สา แก่ใจเจ็บบปรานี
ช้อยเนตรผลักพลาง นขหยิกพระกรตี
รื้อคะนึงถึงธานี อรจึงจำนรรจา
แม้พระสวาทจริง ดำริการอาทิมา
ใครเลยจะยลอา- รมณน้องก็ไป่มี
เหตุด้วยพระโฉมเฉลิม ดิลกจิตนารี
จงตรึกคดีดี ระงับถ้อยดำเนียรอาย
อ้าแม่อันคระหา ก็พาเหียรโทษดาย
ดุจวายุทำลาย ไศลฤๅจะดระธาน
เฉกฟองสกุณฟัด คีรีหากจะฟองลาญ
เออแม่จะเกรงการ ดำเนียรนั้นก็ใช่ที
ดำรัสพลางตระกององค์ วรราชกระษัตรีย์
จุมพิตฤๅดีปรีดิ์ ดุจสารอันโทรมมัน
รวบรัดอุราแนบ ถวัดกรถนอมถัน
อย่าแม่อย่าหวั่นขวัญ เนตรผ่อนภิรมย์เรียม
อ้าพ่อบการุญ จิตน้องนี้ยังเตรียม
อย่าด่วนประโลมเลียม เสน่ห์ก่อนระกำใจ
สิ่งใดก็ไป่ทราบ กลเยาวหฤทัย
โปรดพ่อบังวายใน มนัสแล้วจะโดยควร
อ้าแม่ผู้สายสุด เสน่ห์พี่ภิรมย์ยวน
รักสัตยก็สุดสงวน เสน่ห์ไว้จะวายแด
ฤๅทัยผะเดียงถนอม ฤๅดีดอมอย่าด่วนแห
จักยลกระแสแท้ สุขในมโนรมย์
ตรัสพลางตระโบมโลม วรราชดัดผธม
จุมพิตปรางชม อุระแนบอุราอร
สองชงฆสอดชา- ณุสองกรสอดกร
สองโอษฐเอมอร ตฤบรสรสาสรรพ์
พร่างพักตรพรายเนตร บ่ยลเดือนตระวันจันทร์
พยุหพโยมครร- ชิตวิชุลดาพราย
พิรุณโรยก็โปรยต้อง บุษปแย้มผะกาขยาย
เรณูรำเพยขจาย ภมรเคล้าละอองอร
ซอกไซ้ผะกาตฤบ รสคันธกำจร
สองสุขสโมสร ภิรมย์เยาวชาเยนทร์
ถ้ำทองคะนองลั่น สนั่นปั่นจะเอียงเอน
แท่นแก้ววราเชนทร์ กระฉ่อนช่วงมณีพราย
วุ้งเวิ้งคูหาสะเทือน ศิขรเลื่อนศิลาขยาย
แวบวับวะวามฉาย ชรอุ่มชรอำภางค์
ฮือฮือพยุพัด พฤกษลัดผะโผงผาง
ล้มลู่ระเนนกลาง ศิขเรศวนาดอน
กัลยางคโยนดวง วชิรช่วงวรากร
อสูรรามโกรธร กระทืบเท้าจะทำลาย
ลากโล่หะแล่นไล่ มแลบแลบมเลืองสาย
ตระบัดพรรษาปราย ชะฉ่ำช่อสุมามาลย์
แมลงภู่ผจงจรด คะลึงรสสุคนธาร
ซาบซึมรสาสาน ติกระเษมสมพอง ฯ
  ๒๘ สองสมสมพาส
สุดสุดสังวาส จบบทบทละบอง
บังวายวายทุกข์ สุขไขไขคลอง
สวาทรุมรุมสอง เปรมปรีดิ์ปรีดา
  แช่มชื่นชื่นชีว์
รู้รสรสดี เสน่ห์เสน่หา
ใหลหลงหลงกาม กลหรรหรรษา
หัศลืมลืมธา- นีราชราชฐาน
  ลืมสมสมบัติ
ลืมสองสองกระษัตริย์ ลืมสุขสุขสานติ์
เริ่มแรกแรกรัก ประจักษ์จักปาน
เสวยทิพพิมาน รังสฤษดิรังษี ฯ
๑๖ ปางนั้นหน่อภูธเรศตรี เกษมสุขด้วยศรี
สุดาขนิษฐนงเยาว์  
จึงมีมธุรสกล่อมเกลา อ้าแม่มาเรา
จะจรสนานสรงชล  
ในเชิงบรรพตอำพล วารีวิมล
วิสุทธิใสเสมอกรอง  
ตรัสพลางพระกรตระกอง กรนุชลำยอง
แลยุรยาตรครรไล  
จากบรรจฐรณ์รัตน์อำไพ สองเสด็จดุจไกร-
สรราชผงาดจรัล  
ขะษะนั้นประเสหรันแลบาหยัน สองหมอบเมียงมัน
ประเมิลทั้งสองเสด็จมา  
สองพิศสะกิดกันจรรจา โฉมแม่เรามา
ปทะพระพี่โฉมตรู  
โฉมราชสองสรรพะบู พิศโฉมพระพธู
ก็ลืมแลโฉมเชษฐา  
พิศโฉมวรเชษฐเลือนตา ลืมแลพะนิดา
ดังนี้ก็สุดโฉมฉงน  
ดุจเทพย์จากสวรรค์วิมล แปรรูปดำกล
มาแกล้งเฉลิมนัยนา  
ไยประสันตากระตาหลา ไฉนหนอ บ มา
ช่วยพิศพระพักตร์สองโฉม  
สองนายฟังสองนายโลม ลาเพด้วยโสม
นะสะสู่สองนาง  
พิศโฉมสองกระษัตรีย์แล้วพลาง ลูบทรวงว่าปาง
นิรอยแลบุญตาตู  
เริ่มเราว่าพระเราตู ไป่มีพระพธู
ในหล้าฉลองกลกาม  
พระเรายิ่งงามยังงาม ทัดเทริดทรงทราม
เสน่ห์สนองกลกัน  
พิศพี่ผ่องเพียงสุริฉัน พิศน้องเพียงจัน
ทรส่องปะทะรัศมี  
แม้ใครบ่ได้ทฤษดี สองราชกระษัตรีย์
แลอย่าเพ่อวายวานชม  
สองนายสองนางประนม ประสันตาผู้คม
จึงแสร้งสำรวลกล่าวพลัน  
หลากทิวานี้อัศจรรย์ แขเคียงระวิวัน
วิลาศลอยคัคณานต์  
กะระตาหลาตอบปรีชาญ ดังนี้อาการ
ว่าสรรพสุขราษฎร  
พระสดับสองนายกล่าวกลอน พริ้มพักตร์ภูธร
เอาเดนสลาซัดไป  
เออเชิงเสียดสร้อยเจ็บใจ อย่าเนาเลยใคร
ทั้งสี่สนานดอมเรา  
สองนายกับสองนางเคา- รพโดยเสด็จเทา
ก็ทันถึงธารเสาวคนธ ฯ  
๑๑ พระองค์ตระกององค์ นุชสรงกระแสชล
พี่เลี้ยงนฤมล จระสู่ณสินธู
น้ำนั้นแลดั้นพุ ชลุขึ้นบนสาณู
ฉาบฉาดเป็นฝอยฟู ดุจสายพิรุณปราย
สร้านเซ็นกระเด็นต้อง ละอองบุปผะกำจาย
สาโรชรำเพยผาย รสฟุ้งชโลธาร์
ชลใสแลไหลเชี่ยว ชำเราะเลี้ยวกระทั่งผา
โดดโดนกระโจนมา กระทบทุ่มวิมลฟอง
ชมชลแลยลหมู่ มัศยาคณานอง
ว่ายแวบแฉลบปอง ผลพฤกษะหลั่นลง
คล้ายคล้ายพะพรายเกล็ด ระยับสีหิรัญยง
ทเหลืองเลื่อมสุวรรณผจง รุจิเรขหลากหลาย
ชมพรรค์คณาวา ลุกาเคลื่อนระยับพราย
เฉกสีมณีฉาย กรชูพธูชม
หยอกหยิกซะซิกซี้ ระริกรี้สำราญรมย์
สองสวัสดิเชยชม ชลธารเปรมปรา
ประสันตาแลบาหยัน ประเสหรันกระตาหลา
สองนายแลสองนา- รีเริงละเลิงชล
เด็ดดอกกุสุมซัด กรปัดกรป้องตน
เล่นไล่ละเวงวน มนทวัชกำหนัดเชิง
เตือนเต้นฤดีดล กลราคะสำเริง
หวาดหวั่นจะบันเทิง จิตนั้นที่มาดกัน
ครั้นเสร็จธโสรจสรง อรองคลาวรรณ
สองเสด็จจรจรัล แลพี่เลี้ยงก็ดอมเดิน
ระเด่นรมยชมถ้ำ เสด็จนำอนงค์เมิล
โตรกไตรไศลเตริน ละแวกวุ้งคุหาบรร-
พตพู่พิดานดา- รดะย้อยระยับพรรค์
ซับซ้อนชะง่อนชะงัน ก็ชะเงื้อมชงำกาย
บางปล่องเป็นช่องช่วง จรัสดวงอุทัยฉาย
จรุญผาศิลาลาย ละเลื่อมพร้อยพิมลตา
ลางนางระหว่างแวก ชลแทรกซะซึมผา
ไหลหยัดอยู่อัตรา ยะเยือกเย็นวิญญายวน
ลดเลี้ยวแลเที่ยวทาง ทฤษดีฤดีหวน
กรรหายบวายครวญ ดุระราครมยา ฯ
๑๖ ปางนั้นกุเรปันดาหา ล่าสำจระกา
แลราชร้อยเอ็ดเมือง  
เสร็จดับอัคนีนองเนือง เสร็จแล้วบันเทือง
ทุระลีลาศคืนสถาน  
ขะษะนั้นสาวสนมบริพาร ทูลแด่นฤบาล
ว่าองค์สมเด็จธิดา  
ปางเพลิงพุ่งกรุงโกลา คือองค์จรกา
เสด็จมารับนงพาล  
ว่ามีสุรราโชงการ ให้หาเยาวมาลย์
แลข้าจะโดยเสด็จนาง  
ท้าวบให้จรจิตขนาง ติดไปแต่นาง
พี่เลี้ยงทั้งสองดอมไคล  
บัดนี้นางสถิตสถานใด จักเชิญเสด็จไป
ปราสาทพิมานไพชยนต์  
ปางนั้นปิ่นภูวมณฑล ฟังกลแหนงกล
คดีก็ดาลอาดูร  
ดุจล่มหล้าลับไอศูรย์ อัดอั้นอกปูน
ประลัยประหลาดหลากเป็น  
จระกาด่วนดับเพลิงเข็ญ ประปักษ์อื่นบ่เห็น
จะหาญมาปลอมแปลงตน  
เกิดไฟเกิดภัยเดียวกล กิจนี้กูยล
ชะรอยระเด่นมนตรี  
โอ้ดับเพลิงนอกได้ดี กุณฑ์ในบุรี
วิบัติบรู้รำงับ  
เร่งเร็วเร่งหาจงสรรพ ตรัสพลางทางหับ
บัญชรตระดกแดดาล  
สาวสนมรับราโชยงการ ค้นทุกพิมาน
ปราสาทบ่สบสุดา  
ต่างคนต่างตีอุระสา- หัสแสนโศกา
สกลกำสรดสิ้นเวียง  
ต่างคิดสะกิดกันเผดียง ชะรอยพระหลานเมียง
มาลอบมาลักนางไป  
สนมน้อมทูลภูวนัตไตร บพบนางใน
นิเวศน์จังหวัดวงวัง ฯ  
๑๙ เมื่อนั้นประไหมสุหรีชนนินทรฟัง  
แสนทุกขแดดัง พินาศ
โอ้โอ๋เวรอันใดแลโดยจรลุอาตม์  
เสียทีประยุรชาติ วรา
ทั่วทวยราษฎร์ท้าวแลมีบุตรธิดา  
ย่อมสุขหรรษา ภิรมย์
โอ้อกอาตมมีบุตรแต่จะได้ทุกขรทม  
แดดาลอุระกรม ประทุก
ปางเมื่อระเด่นมบิหวังก็ตั้งจะนฤสุข  
ทนทุกขทุกทิวา ฤวาย
ปางท้าวสฤษดิถ้อยประทานชนะทั้งหลาย  
แม่ข้อนอุระตาย ตะลึง
แม่พร่ำสรวงสุระเทพช่วยบุตรบหึง  
พอสาสน์จระกาถึง ประทัง
มินานสาสน์วิหยาสกำกรรมก็ประนัง  
เพิ่มทุกขโกลัง กุลี
ยกศึกสู่นคะรำกระลำพรบุรี  
ปิ้มวงศ์สุริยศรี ประทุษฐ์
หากได้องคนัดดาแลมารณะประยุท  
จึงหมู่ริปูประทุษฐ์ ปรา
สุขเริ่มตั้งตยาคมจะสมอรวิวาห์  
รมเยศดาหา สำราญ
โอ้จวบกรรมพวกกะหมังกุหนิงจรมาผลาญ  
จัณฑาลเผด็จการ วิวาห์
ไฉนหนอหมู่ปรปักษ์ได้อาภรณมา  
แปลงปลอมจรกาพา คระไล
โอ้โอ๋เจ็บอุระช้ำแลช้ำจิตมไหย์  
แม้นม้วยบอาลัย ชีวาตม์
ทุ่มทรวงศัลยโศกระกำดุจวินาศ  
เนตรนองสุชลพาศ ปะธาร์ ฯ
๑๑ ปางนั้นอิศวรราช กุเรปันแลดาหา
หาสองระตูมา ธก็แจ้งแต่จริงความ
ว่ามีอริราช สุรอาจบ่เข็ดขาม
ลอบลักธิดาทราม เสน่ห์จวบเมื่อเกิดกูณฑ์
ปางนั้นระตูสดับ กิจแค้นคือไฟฟูน
อัดอั้นอุราปูน ประหนึ่งสุดอัสสาสัลย์
นยะเนตรคลอคลอ ชลพาษปธารัน
จิตพลุ่งดังเพลิงกัลป์ ลลามไหม้ภุดาธาร
ใครชายบเกรงชาย จิตเอื้อมอหังการ
เด็ดดวงสุมามาลย์ ผู้เพิ่มพักตรกูไคล
เหม่มันบเกรงกู ยลกูนี้เป็นใด
กูนับว่ากูไกร ฤทธิภาพก็พอกาย
ชะใครแลใจยง ทรนงจะหาญตาย
มาตรฤทธิกูคลาย ก็พี่กูจะเกื้อกู
ตริแล้วบังคมทูล วรเชษฐ์นี้กับตู
ขอลาสมเด็จภู- ธรราชโดยสมร
ริปูมาดูแคลน แลจะแทนประทุษฐ์รอน
บได้ก็ไป่จร นคะเรศจระกา
ปางสองบรมท้าว สดับถ้อยระตูลา
จึงเอื้อนวโรงกา- ระประเล้าประโลมไป
อ้าดูระตูราช จะลีลาศก็ดอมใจ
แต่เราคะนึงใน ประปักษอาธรรม์
ชะรอยมันวราฤท- ธิเดโชมหันตครัน
จึงกาจบเกรงกัน คณะพลแลพร้อมพล
แม้ไคลอย่าไกลนัก ผิวเกลือกจุลาจล
พอรู้จะเพิ่มพล พยุหทัพระดับกรณ์
ทั้งสองระตูฟัง พจนนารถภูธร
เคียมลาเสด็จจร นิวาสนเตรียมพลาคลา
ปางองคล่าสำ วรราชเชษฐา
เหตุไป่สู่โมหา พระก็ตริคดียล
เสร็จแนบนุชาพร้อง กิจนี้บควรฉงน
ใช่โจรอื่นปน นุชพี่อย่าหาญการ
เที่ยงแท้อิเหนาปลอม กลฉกยุพาพาล
เพื่อเพื่อนตรนักการ สะดวกได้บราคิน
หนึ่งฤทธิ์ระเด่นเด- ชนุภาพฦๅรบิล
ผู้ใด ณ แดนดิน ประติยุทธลาญชนม์
แม้วะใครบรักชีพ ก็แบหลาสุธาผล
อันจักผจญรณ ระเด่นป่วยพิการกาย
เจ้าพี่จงฟังพี่ เถอะนะพ่ออย่าหาญตาย
สงวนชีพไว้หมาย สมรทั่วธราธาร ฯ
๑๔ ปางนั้นระตูธก็สดับ พจนพี่ดั่งเพลิงผลาญ
รู้แท้ว่าองค์ระเด่นพาล จิตฉกสุดาคลา
ครั่นคร้ามวราฤทธิอิเหนา ดุจองคมัจจุรา
ชทุ่มทอดสกนธโศกา ดุระพิลาปจาบัลย์
โอ้โอ๋แลอาตมคเน จิตฤๅแลผิดผัน
นึกแหนงกะหมังกุหนิงแลมัน จะยกยศนายตาย
มุ่งจิตจรณประลอง ฤทธิพอกำลังหมาย
โอ้ควรฤๅกิจกลมากลาย ระเด่นนี้อนาถใจ
โอ้โอ๋แลผลบุรพปาง ก่อน ณ นั้นประการใด
จึงกูอุบัติภพไตร ฤทธิกูบเป็นการ
สบสรรพรูปก็ทรลักษณ์ ประยูรศักดิอันธพาล
บรรดาสมรสุมามาลย์ จะสวาทก็ไป่มี
โอ้โอ๋แต่อาตมแสวง วรอัครเทพี
หวังโฉมเฉลิมมุขวรี แต่ดรุณกึ่งชนม์
เป็นเดชะกรรมผดุงวงศ์ อสัญให้จุลาจล
อิเหนาบจงแด่นฤมล บิตุราชเคืองระคาย
กูขอแด่ท้าวธจึงสฤษดิ์ ยุพเยาวง่ายดาย
หวังจิตจะร่วมรสด้วยสาย สวาทกว่าจะเมื้อมรณ์
โอ้โอ๋แลดวงบุษบาเอ๋ย จะนิราศแรมจร
แต่เรียมจะสมสุขสมร นุชบ้างบมีเลย
อ้าแม่บ่ร่วมรสจะสัม- ผัสชื่นกระมลเชย
นิเนื้อว่าเวรกระไรเลย แต่จะยลบเต็มตา
ปางส่งสุพรรณบัตรกล่าว ก็บยลพนิดา
เรียมยลแต่รูปอรเลขา สกนธน้องคะเนชม
โอ้บุญปางสมเด็จเสด็จ วิลิศคิริไพรพนม
ฝ่ายเรียมแลทอดทฤษดิชม วิมลน้องบนสาณู
ปางพี่แลบงสมรเดิน สะพักพานมณีชู
เรียมคิดว่าใช่อรพธู ดอก ณ แม่ที่คีรี
สำคัญว่าอัปสรเสด็จ จรจาก ณ ราศี
ดูเดินประดุจกินรี ชรอ้อนชอ่อนองค์
บงพักตร์พี่สำคัญว่าจัน- ทรเพ็ญผ่องผจง
บงคิ้วพี่สำคัญว่าวง ศศิแปลบยุคุนธร
บงเกศพี่สำคัญว่าปีก ภมรมาศบวร
บงเนตรพี่สำคัญว่าศร กฤษณส่องแสยงตา
บงกรรณพี่สำคัญว่ากลีบ ปทุมสร้อยกุสุมา
นาสาพี่สำคัญว่าวรา อังกุสแก้วเอราวัณ
บงปรางพี่สำคัญว่านวล ลอออินทนวลจันทน์
บงโอษฐ์เพียงพี่จะรับขวัญ ว่าจะแย้มสุนทรวอน
บงกัณฐ์พี่สำคัญว่าศอ สุวรรณหงสขจร
บงพาหุพี่สำคัญว่ากร ไอยเรศอำมรินทร์
บงถันพี่สำคัญว่าดวง กมุทมาศเมืองอินทร์
สบสรรพางคพี่ก็จิน- ตนานึกว่านางแมน
ต่อยลอิเหนาจรประคอง สุพรรณภาชนอายแคลน
แจ้งจิตว่าดวงสมรแสน วิมลโฉมเฉลิมองค์
พี่แค้นระเด่นประดุจพี่ จะพิฆาตให้ผุยผง
ฤทัยพี่หน่วงจิตว่าวง ศสุจริตบรู้พาล
โอ้โอ๋แต่ยกพยุหกลับ จรจวบวิวาหกาล
หวังจิตว่าแม่นินะเป็นภาร ธุระพี่เสน่ห์นาง
ควรฤๅระเด่นประทุษฐจิต โจรลอบบคิดขนาง
ให้เรียมประยศแก่ชนะปาง วิวาหใครจะชมตัว
ปางให้แลไยบมิสวาท สละนุชให้หมองมัว
ปางนี้ของเราควรฤแลตัว ทุจริตจัณฑาล
มิตรเราแลเราเสน่ห์ยิ่ง บิตุเรศชนมาร-
ดรแกล้งฉะนี้ผิวเห็นการ จรสู่อบายครัน
โอ้กูจะตามดีฤมิตาม กูนิคร้ามฤทธีมัน
แม้มาตรผจญยลจะสัลย์ ชิวกูบร้างเป็น
โอ้จำจะให้จิตประจักษ์ กิจแน่ตระหนักเห็น
มิใช่อิเหนาแลอริเป็น ริปูอื่นบออมกัน
ถ้าแท้ระเด่นแลกูจะผ้าย พยุหคืนบูรีพลัน
ทูลท้าวดาหาแลกุเรปัน ธล่อลวงระเด่นมา
จึงกุมกระทำครุโทษ สหัสสมแก่ใจสา
แล้วกูจะได้วรยุพา นิทรแนบฤดีจอง
แม้มาตรโฉมสมรช้ำ สาโรชสร้อยกุสุมหมอง
อับเสาวคนธ์นฤละออง รสจืดบจางใจ
เหตุกูแลสุดกระมลหา นุชทั่วธเรศไตร
ไปหวังจะเพิ่มพักตรวิไล ดุจน้องพระโฉมฉนำ
ตริเสร็จท้าวธก็แสดง วรเชษฐล่าสำ
ทั้งสองก็กรีพหนนำ นิกรกรูนิราศกรุง ฯ
๑๙ เมื่อนั้นองค์ระตูเสด็จจรมาลุง  
ลานเนตรเมิลมุ่ง พนานต์
ค้นคว้าดาพิริยพลทั่ววนวิศาล  
คีรีละแวกธาร เซาะทาง
สุมทุมพุ่มพนชัฏรุขหนามนิกรถาง  
เสาะพลางแสวงพลาง พิลาป
โอ้โอ๋อรยิหวาบเมิลกรเรียมทาบ  
ทุ่มทรวงพิลาปแสน วิโยค
อ้าแม่ปานฉะนี้สุดาจะสุขฤโศก  
โอ้เรียมลำโอฆอาตม์ รทม
อ้าแม่เคยสุขเสวยสวัสดิบูรีรมย์  
ปรางค์มาศมณีลม บพาน
อ้าแม่เคยเสวยสุริยางคสรรพศฤงคาร  
จำเรียงผสานเสียง ระงม
อ้าแม่ปานฉะนี้สิริจะวิมละฉม  
วิรุณรวิลม พะพักตร
อ้าแม่เคยนิทรแท่นมณีทิพยตระศักดิ  
ปางนี้จะนิทรลักษณ์ ประดาษ
อ้าแม่ปานนี้จะสดับศัพท์สกุณะชาติ  
ผีโป่งตรวาดขวัญ จะเตริ่น
อ้าแม่จรวนใดก็มาเถอะนะพี่เชิญ  
หน่ายเดินก็เตริน ลิลา
โอ้โอ๋แลอุระพี่นิกระดุลห้อยหา  
จวบโททิวากร บพาน ฯ
๑๑ ปางนั้นบรมวง ศอสัญไพศาล
สมสร้อยวิมลมาลย สุวคนธมาโนช
ดังเสวยสวรรค์สวัสดิ์ ทิพรัตนเรืองโรจน์
เบิกบานกระมลโชต ติเกษมสาธร
จุมพิตวิไลโฉม ตรโบมบุษปกำจร
อิงออนถนอมกร กระกรองแก้วพี่ยำยาม
รตินทิวารมย์ รสฉมบรรเจิดกาม
ไสยาเถอะนะทราม สวาทพี่จะกล่าวกลอน ฯ
๑๔ อ้าแม่นิทราเถอะนะจะกล่อม วิมลพักตรคืออัปสร
ขวัญแม่อย่าเขจรจงนอน รมเยศหฤทัย
อ้าแม่อย่าหวังแก่ชนกา ชนนีณกรุงไกร
อ้าแม่อย่าหวังแก่นุชใน นคเรศเรือนทอง
อ้าแม่อย่าหวังแก่มะดีหวี บริพารทั้งผอง
อ้าแม่อย่าหวังสมบัตินอง แลนิเวศนมนเทียร
อ้าแม่อย่าหวังสุขแต่หลัง แลเป็นสุขพาเหียร
อ้าแม่แต่นี้สุขจะเนียร ทุกข์แท้ทิวาการ
อ้าแม่จงมาเสน่ห์พี่ สุจริตสายสานติ์
อ้าแม่อย่าหวังชนสามาร ทุจริตพาลพงศ์
อ้าแม่พี่พาจรมาใน พนพฤกษร่มระหง
ขวัญแม่อย่าหลงจรในดง ทรสมุทรส่ายสานติ์
ขวัญแม่อย่าหลงจรในบรร- พตห้องหิมพานต์
ขวัญแม่อย่าหลงจรในธาร ชรถึงชรทางเทา
ขวัญแม่อย่าหลงจรในโป่ง แลในป่าทุกลำเนา
ขวัญแม่อย่าหลงจรในเหล่า ละแวกห้องคูหาหงส์
ขวัญแม่อย่าหลงจรในหมู่ กิรินีอำนวยพงศ์
ขวัญแม่อย่าชมมฤคยง คณะยองอันตฤบเกลียง
ขวัญแม่อย่าชมมหันตกา- สรกาจกำเหลาะเฉลียง
ขวัญแม่อย่าชมพยัคฆเยียง ผาผยองรเห็จหาญ
ขวัญแม่อย่าชมคณะชะนี ศัพท์ร้องสำนานหวาน
ขวัญแม่อย่าชมพานรพาล ลโลดเล่นลดาวัลย์
ขวัญแม่อย่าฟังศัพทเรไร รหริ่งร้องเสนาะกรรณ
ขวัญแม่อย่าฟังศัพทจักจั่น ละแจ้วเจื้อยเลวงรมย์
ขวัญแม่จงมาสุขสโม- สรร่วมภิรมยสม
เชิญขวัญมานิทรผทม เถอะนะแม่อย่าอาวรณ์ ฯ
๑๑ เสร็จกล่อมพระโฉมเฉลิม สุรศัพท์ประโลมสมร
ทราบโสตรสาทร สุขรมยไสยา
บรรทมประทับแท่น อุรราชกานดา
สองสนิทนิทรา รมยร่วมเขนยนอน
ท้าวหลับก็กลับทรง สุบินลางกระลำพร
เพื่อพระพธูสมร จะวิโยคประปราณ
ว่าปักษอินทรี พละกายอันไพศาล
มาโดยพโยมมาน คะคระครื้นคระเครงดัง
เสียงศัพทลมบิน สิขรินทเพียงพัง
ถาลงก็ผาดผัง เฉพาะพักตรราชา
โจมภักษจิกดวง นัยน์จักษุเบื้องขวา
ได้แล้วก็โผพา จรสู่ทิฆัมพร
เสร็จท้าวสะดุ้งจิน- ตนการะกำธร
อ้าฝันก็ทอดถอน หฤทเยศภูบาล
ทุสุปิโนเนียร สุรเทพยบันดาล
ให้เห็นกระลีกาล กลรอยจะมีภัย
รู้ร้างก็เร่งอา- ดูรด้วยพธูไท
จักจากอุราไกล กระมังพี่นิมิตลาง
ดวงทักษิณาเนตร กลคือพระน้องนาง
อินทรประทุษทาง ทุระโทษทารุณ
คือองค์ระตูแจ้ง รหัสเหตุจะไฟฟุน
เพื่อโมหหวนหุน แลจะพรากพระนุชคืน
อนึ่งอาตมทำผิด กิจราชฝ่าฝืน
ฉกชมบร้างยืน เสน่ห์คงจุลาจล
ตริพลางตระกองนาง นยเนตรนองชล
หมองไหม้กระมลกล จะพินาศนิราอร
ปางนั้นพระชาเยนทร์ นุชนาฏสุนทร
ตื่นยลธิเบศร ก็พิกลอาการ
กรรแสงกระซิกเศร้า กลนี้บควรมาน
นุชแคลนฤดีดาล ระคายได้คดีมูล
ฉันใดพระเชษฐา ปริเทวอาดูร
ควรสุขสมบูรณ บมิควรจะโศกทรง
ฤๅเชษฐคำนึง จินตหราอนงค์ยง
เชิญเชษฐคืนคง นคเรศหมันยา
น้องไซร้บได้ปราม มนะราชรมยา
ชอบเชิงละเลิงอา- รมณ์ท้าวแต่ก่อนกาล
อย่าแม่อย่าควรกล่าว กลนี้ประหนึ่งราน
ชีพพี่มลายลาญ แลมารื้อคดีเดิม
หมันหยาบควรคง จะร่วมวงศ์อสัญเสริม
ควรพี่แลน้องเฉลิม ยศไว้ณไตรดา
พี่โศกนิเพื่อพี่ นิมิตลางประหลาดอา-
ดูรพาษปธารา บมิวางมโนใน
กริ่งน้องนิรารมย์ ระทมทุกข์ระทดใจ
ใช่เชิงจะหน่ายใน นุชจงบังวายแคลน
ตรัสพลางตระกองโฉม ตระโบมบุษปมาศแมน
รสเศร้าบเปลื้องแปลน ดุจทิพยปานปอง ฯ
๑๖ ปางนั้นระตูราชทั้งสอง สอดพลเมิลมอง
วนาสิขรถ้ำธาร  
เสาะแสวงสายสวาทเพาพาล บมิพบเลยลาน
ระลุงระฦกไคลคลา  
โดยแดนอรัญแรมมา ถับถึงพลับพลา
สำนักอสัญอาศัย  
สองท้าวทฤษดีดีใจ จรดพลเพรียกไพร
คคล่ำคคลาป่าดง  
สอดเนตรส่ายเนตรจงนงค์ เมิลมองยุพยง
บพบบพานกานดา  
บยลวรเชษฐนรา ห่อนเห็นสถิตพลา
อันพรายด้วยรัตนรูจี  
เห็นแต่อนุชาธิบดี รู้จักใจปรีดิ์
ประสงค์ประสบใส่ความ  
ลงจากกุญชรเดินตาม แนวมารคบขาม
จรดพระพลาราชี  
เยื้อนถ้อยถึงภูวนัตตรี ศวรราชธิบดี
สถิตสถานด้าวใด  
สังคามะระตาผู้ไกร สนองโดยกลใน
กระเหน็ดกระแหน่แง่งำ  
ว่าพระภูธรเสด็จนำ พลไล่ยองคำ
ประพาสพนาสณฑ์  
อ้าพ่อไปโดยเสด็จกล ใดตูยังฉงน
บควรจะคลาดคลากัน  
อ้าข้าป่วยชงคยะยัน โดยเสด็จบทัน
แลโรคร้อนลำเค็ญ  
เยียใดนำพลเพียงเพ็ญ หวังราญรอนเข็ญ
ฤๅมาประพาสพนารมย์  
ฤๅเสร็จพิธีสวยม- พรพานางคม-
นานิเวศน์กรุงไกร  
ฤๅมาประสงค์สิ่งใด ร้ายดีเร่งไข
คดีจงรู้อย่านาน  
จรกาซื่อซั้นส่านสาร โดยมูลมากมาน
ทุกสิ่งก็สิ้นสบสรรพ์  
มาตามบุษบาลาวรรณ์ หวังพระทรงธรรม์
ผู้เป็นพระเชษฐด้วยดี  
เผื่อเพื่อรู้ข่าวเทพี ทูลอรรถอันมี
ปะระปราริปูพาธา  
บัดนั้นสังคามารตา ใส่กลกิริยา
ตระหนกแลตีตนตรอม  
แสร้งไห้แสร้งโหยโอยออม หลากใครหนอปลอม
มาลอบมาลักนางไป  
กิจนี้ชอบที่ทูลไท ให้แจ้งทุกขภัย
ว่าน้องนิตกมือชาย  
เสร็จสนองกลเพโทบาย สั่งพี่เลี้ยงผาย
ดุรงคเร่งรีบจร  
ดลแดนพี่เลี้ยงภูธร แถลงลักษณนุสร
โดยในคดีธิบดี  
กรตาหลาจดจำวาที นำข่าวสารศรี
ก็แฝงวิสูตรทูลไท  
ว่าสองระตูดอมไคล มาสืบสงสัย
นรินทรราชมั่นคง  
หวังพบพระองค์กับองค์ อัคเรศจักทรง
ดำริคดีกลใด ฯ  
๑๔ ปางปิ่นนรินทรสดับ พจนารถรลุงใน
แดดาลรด่าวดุจประลัย ชิวเมื้อวิมานสวรรค์
โอบอุ้มวรนุชวนิดา นรนาถรำพัน
อ้าแม่ผู้มีมุขะคือจัน- ทรผ่องทิฆัมพร
รอยจริงประจักษนิมิต กิจเทพสังหรณ์
ตรัสพลางก็ทอดหทัยถอน ปริเทวโศกศัลย์
กลั้นโศกก็แสร้งพจนเยื้อน กลเย้ยยุพินพลัน
อ้าแม่ผู้ทรงพิสุทธิพรรณ ศุภลักษณโฉมเฉลา
บัดนี้ระตูจรมาตาม นุชถึงสำนักเรา
พี่เกรงวราฤทธิจักเอา นุชส่งระตูครอง
คืนเข้าบูรินทรพิศาล จะภิเษกสมพอง
สมพงศสมประยูรสอง สุรศักดิวิสุทธิเสมอ
จึ่งพร้อมคณาประยุรเทพ ธิบดินทรอวยเออ
เตรียบเตรียมวิวาหะรมเยอ รมเยศรธราดล
หากเราแลลาญชีพิตรคิด แลประกอบอุบายกล
คาบนี้ก็สมศุภวิมล บมิทันจะพรับตา
ปางนี้ ณ กรุงก็จะกระเกริก ระตูราชทั้งสองมา
ควรเรียมจะฟังยุบลปรา- กฏให้ตระหนักกรรณ
อ้าแม่อย่าแหนงหทัยพี่ จะนิราศภิรมยขวัญ
เชิญแม่เสวยสุขในบรร ฐรณถ้ำวิเชียรพราย
ฝ่ายองค์พระนุชก็สดับ วรเชษฐ์ฦๅสาย
กรรแสงก็ทุ่มพระวรกาย ชลนองพระนยนา
องค์อสัญธก็ประโลม วรราชกนิษฐา
พลางซับสุชลพนิดา ธก็อุ้มสถิตเพลา
อ้าแม่ผู้ร่วมอสัญพงศ์ วรลักษณโฉมเฉลา
อย่าโศกสะอื้นอรจงเนา เถอะนะแม่พี่ขอลา
ไปยลยุบลกิจระตู ผิวอยู่จะสงกา
เรียมไปจะกล่าวกลมฤษา บมิให้ระตูแคลง
อ้าแม่อย่าโทมนัสไห้ ปริเทวโรยแรง
เชิญแม่เสวยสุขอย่าแหนง ทรหวลทรโหยหา
ปลอบพลางก็สั่งวรพี่เลี้ยง ยุพราชบัญชา
สองพี่ผู้ร่วมพระชนมา นุชโศกประโลมสมร
สั่งเสร็จก็จากบวรอาสน์ บมิใคร่จะยาตรจร
ยกย่างแลทีหทัยถอน นยนอาบปธารา
กลับมาตระโบมอรยุพิน วรเยาวกานดา
บัดนี้จะละอรให้อา- ดุรเดียวกำเดาดาย
ยอกรก็ลูบพระปฤษฎางค์ จะนิราศฤทัยหาย
คิดถึงสุบินทุกขฤวาย ชลนองพระเนตรนูน
บัดนั้นพี่เลี้ยงกรตาหลา กิจช้าก็เตือนทูล
ขอเชิญพระพงศเทวประยูร ยุรยาตรดำเนินจร
ยินทูลมิใช่พจนเยื้อน กิจรับสุนทรวอน
จำเป็นก็จากบรรฐรณ์ สิริห้องพระไสยา ฯ
๑๑ ปางนั้นสมเด็จองค์ บรมพงศ์อสัญหยา
สถิตแทบพระคูหา ธก็มีวโรงการ
ตรัสสั่งพระพี่เลี้ยง กะระตาหลาปรีชาชาญ
รักษาพระเยาวมาลย์ กิจช่วยประสันตา
สั่งเสร็จเถลิงหลัง ดุรงคราชไคลคลา
พร้อมพลโยธา นิกรหมู่กิดาหยัน
หลีกลัดก็ดัดทาง จรในพนาวัน
พบพลม้าอัน ให้ไล่เนื้อนั้นกลับมา
ก็เข้าบันจวบกัน จรโดยเสด็จคลา
พระพงศ์อสัญหยา ธคำนึงพธูไท
ปางนี้พระท้าวน้อง จวิลาปลรรลุงไฉน
นึกนึกอนาถใน ฤๅทัยท้าวธกัลโหย
รันทดรันทวยกาย ดุจไม้เมื่อลมโบย
เจียนสิ้นพระแรงโรย ทุขโทมนัสา
ครั้นใกล้ก็พักพล จรจากอาชาคลา
โสรจสรงพระพักตรา ที่คร่ำชื้นพระชลนัยน์
ซ่าโบะพระซับพักตร ธก็หักที่อาลัย
แสร้งขืนฤทัยไท พักตรชื่นกมลกรม
เสนากิดาหยัน จรโดยเสด็จสม-
เด็จราชบรม วงศปะตาระกาหลา
เสด็จเถลิงสุวรรณอาสน์ วรราชพลับพลา
ยลสองระตูปรา- ศรัยแสร้งประโลมใจ
อ้าดูระตูราช ประพาสมาด้วยกลใด
จนถึงพนาลัย พนพฤกษกันดารดง
จรกาบังคมทูล บดินสูริย์อสัญวงศ์
ทูลพลางก็ทางทรง ปริเทวประปราณ
เมื่อวันวิวาหมง- คลราชในราชฐาน
เกิดการกระลีการ อริรุมเข้าโจมผจญ
เดิมตีซึ่งกลองศึก พิฦกโห่โกลาหล
จุมเพลิงเถลิงดล ก็ติดทั่วทุกโรงงาน
สองศรีปัตหรา เสด็จด้วยพระคชยาน
ดับเพลิงเถกิงการ ก็ว้าวุ่นทั้งเวียงชัย
ลอบลักพระธิดา กับพี่เลี้ยงทั้งสองไป
เสด็จกลับจากดับไฟ ให้ค้นหาบพบพาน
ถ้วนทั่วทุกเรือนทอง สิริห้องเหมพิมาน
บพบพธูลาญ ปริเทพทั้งเวียงชัย
ข้าสืบแสวงจบ บมิพบพธูไท
ค้นคว้ามาในไพร ก็ได้สองทิวาวาร
ถ้าได้ปจามิตร ทะนงจิตที่จงผลาญ
เมด็จดวงกมลราน บำราศรักในแรมไกล
ฟอนฟันจะหั่นสับ ให้ย่อยยับบปราศรัย
กากลืนอย่าเคืองใน ระคายคอในคอกา
ทูลพลางชำเลืองดู วรพักตรอสัญหยา
หวังทราบพระกิริยา กิจร้ายแลดีมี
ปางนั้นสมเด็จอง- คระเด่นมนตรีศรี
ฟังถ้อยระตูตี อุระแสร้งกระดกดาล
ใครหนอมาอาจอง ทรนงอหังการ
ลอบลักยาหยีราน สุภผลวิวาห์ไกล
ไม่เกรงซึ่งเทวฤทธิ แลกระษัตริย์ทั้งสองไฉน
ตัวพี่ก็มีชัย ยศเลื่องกระเดื่องนาม
เสียดายพระน้องรัก จะปนศักดิ์ด้วยชายทราม
ทีนี้จะรับความ ครหาเป็นราคี
ประหนึ่งเจ้าเราหมีให้ ระคนศักดิ์ให้เสื่อมศรี
นี่ซ้ำยิ่งร้ายทวี อัปยศอสัญวงศ์
คิดถึงสุบินร้าย บมิวายคะนึงอนงค์
ประสมแสร้งกรรแสงทรง ปริเทวนาดูร ฯ
๑๑ ศรีศรีสวัสดิเสร็จ เผด็จฉันท์บริบูรณ์
สังวาสรสพูน พจนารถสุนทร
เริ่มเรื่องชวารัก แลพินักธกล่าวกลอน
หวังไว้สถาวร กระวีชาติธรารมย์
เปรมปรีดิเปรมปราชญ์ พจนารถบันสม
บันสานดำนานคม สฤษดิรสเป็นเชิงฉันท์
นามข้าผู้สมญา สรวิชิตนิพันธ์
พอเหิมหฤหรรษ์ สันตสนุกนิสบสมัย
ไป่เห็นแก่นิทรา ทิวาราอุส่าห์ใจ
เสร็จแล้วสำเนาใน สมมติแท้มโนเพียร
เชิญแท้สุเมธา ทศนาช่วยดำเนียน
แต้มเติมเฉลิมเขียน บริรักษเจษฎา
ปางแต่งแสดงจุล ศักราชสหสา
สตะจตุทัศรา สังวัจฉรเอกปี
กุนศกอาสยุชมาส สุขบัณณรสี
ทวาทัศรัษตี นิพนธ์เสร็จบริบูรณ์ ฯ
สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ