กลอนจารึกเรื่องสร้างภูเขาวัดราชคฤห์

กติกมาสปีกุนตรีศก

๏ พระยาพระคลังตั้งจิตอุปถัมภก ตกแต่งคีรีเสร็จสำเร็จการ
กระทำพระสถูปด้วยคันธรส ปรากฏยอดไศลอันไพศาล
เชิญพระบรมธาตุศาสดาจารย์ ประดิษฐานไว้ในเจดีย์
ให้เป็นที่ชลีกรอมรเมศร์ ทั่วประเทศทวีปชมพูศรี
เป็นเฉลิมเจิมผลพันทวี จะข้ามโอฆวารีอันกันดาร
หนึ่งกระทำธงทองประคองถวาย ทั้งฉัตรข่ายกันแสงพระสุริย์ฉาน
อากาศประทีปรัตน์ชัชวาล อธิษฐานบูชิตเป็นนิจไป ฯ
๏ ทำภูเขาเอาศิลาเลือกประดับ ซ้อนสลับเงื้อมงอกซอกไศล
บ้างเป็นถ้ำอำพนเวียนวิไล บ้างเป็นไหล่ผาเลียบเล่นสำราญ
มีอาศรมใหญ่น้อยลอยวิเวก เป็นที่เสลขมโนรโหฐาน
พระดาบสตั้งพรตสำรวมฌาน ดังว่าได้อภิญญาณสำราญกาย
บ้างเป็นเวิ้งหน้าร่าหุ์ศิลาทะลุ น้ำพุพุ่งกระเด็นเป็นแสงสาย
มีอ่างแก้วถ่องแถวศิลาลาย น้ำใสปลาว่ายเป็นน่าดู
ล้วนสีเงินทองพรายหลายอย่าง สามหางกระโดงปักก็อักขู
บ้างวุ่นวายหมุนศีรษะชู กระดิกหางถึงหูเข้าเล็มไคล
มีน้ำพุดุดั้นลงท้องธาร เซ็นซ่านกระแสเชี่ยวเลี้ยวไหล
ริมชลรื่นรุกข์ระบัดใบ อำไพด้วยดอกผลพวงผกา
แล้วมีสัตว์จัตุบาททวิบาท ประดับดาษชั้นช่องในเชิงผา
ฝูงชะมดฉมันเม่นโคลา กาสรสุพยัคฆะอย่างเป็น
กวางทรายชายเล็มระบัดอ่อน พังพอนกะลุมพุกเหี้ยเหน
คณาช้างอย่างประหนึ่งว่ายามเย็น ออกเล่นชายทุ่งสำเทียรดง
แรดร้ายกรายเที่ยวไปริมธาร หมีทะยานขึ้นไม้ไพรระหง
ละมาดละมั่งจังกวดหนีกระจง สุกรดงดูดดินดาษดา
กระแตแย้ตุ่นตุดตู่ร้อง กระต่ายลองเชิงโลดแล่นหา
ลิงจุ่นลิงลมลิงคณา เลียงผาเผ่นผาเป็นน่ากลัว
ชะนีห้อยโหนไม้หกหัน เมื่อสายัณห์เหมือนจะร้องคะนึงผัว
มยุรารำฟ้อนชะอ้อนตัว มีทั่วทุกพันธุ์สกุณา ฯ
๏ จะร่ำหมู่นกไม้ในศิขเรศ งามวิเศษดั่งช่างเลขา
บรรจงแต่งแกล้งอุทิศบูชา พระมหาบรมธาตุวรญาณ
แล้วเชิญภูมิเทวาศักดาฤทธิ์ สถิตเงื้อมคีรีอันพิศาล
ช่วยประคองต้องอันตรายพาล อย่าให้สถานพระสถูปจลาจล
ขอตั้งปรารถนาศิวาลัย แม้ยังไป่ล่วงลุแก่มรรคผล
จะเที่ยวท่องอยู่ในท้องชเลวน จงอย่าพ้นสมบัติสองประการ
กำเนิดภพมนุษย์ให้ไพบูลย์ ในตระกูลกษัตริย์มหาศาล
เป็นชายชาตินักปราชญ์อันปรีชาญ อนึ่งให้พานพบพุทธพยากรณ์
แม้อุบัติในสวรรค์ชั้นใดใด จงเป็นอธิปไตยอดิศร
ให้รู้รสธรรมาในอาวรณ์ เป็นที่อมรเทพอัญชลี
หนึ่งแม้นจะเวียนวนในชนชาติ ให้นิราศอบายทุกข์ทั้งสี่
กว่าจะเสร็จวิโมกขโมลี บุรีรัตน์มหานิพพาน เอย ฯ

จารึกเรื่องสร้างพระสถูปบนยอดเขา

ปางพระพุทธศักราช ปิ่นโลกนาถบรมธรรม์ ล่วงสองพันสามร้อย สร้อยสามสิบสี่เศษ กุนประเวศศกแผ้ว พระยาแก้วบัวตรา รัตนโกษาธิบดินทร์ อัครเสนินทร์นฤเบศร์ ปิ่นภูวเมศมิ่งเมือง บุรีเรืองรัตนโกสินทร์ มหินทรอยุธยา มหาดิลกเลิศธรณี มีประสาทโสมนัสส์ ปฏิบัติโดยอัษฎางค์ หมายมุ่งทางอริยมรรค ประหารหักมัจฉริยา ฐาปนาพระสถูป ด้วยสุคนธ์ธูปปนปรุง วรกลิ่นจำรุงจำรูญ คละเคล้าปูนปนปั้น ยกเป็นชั้นเชิงฉัตร จมูกสิงห์ถัดดั่นลวด หน้ากระดานกวดเกลี้ยงกลม บัวบานระดมกลีบประดัง รององค์ระฆังเพราเพริศ คอถลางเลิศสมทรง บัวกลุ่มผะจงรับปลี ลูกมณีกุก่อง ดอกไม้ทองประจำทิศ วิจิตรรัตนพรายพร้อย ใบโพธิ์ห้อยไหววาบ ล้วนทองทาบทั่วองค์ อลงกตรุ่งเรืองวาม จึงถวายนามสมญา มหาสุคนธเจดีย์ เป็นสวามีทานประหลาด เชิญบรมธาตุสยัมโพธิ์ ใส่สุวรรณโกศแกมแก้ว แล้วบรรจุสถูปทอง อเนกนองสักการา ได้มหาศุภฤกษ์ ลั่นฆ้องเบิกสมโภช เสียงอุโฆษอึงอัน ยกสุวรรณรัตนเจดีย์ ขึ้นจอมคีรีรจเรข ลอยวิเวกเวหาส ฉัตรมาลาศกางกั้น ธงทองชั้นแซ่งถวาย เมิลแม้นกายภุมรา วายุพัดปลิวปลาบ ต้องสุริยาบทอตา หนึ่งรจนาเสาโคม สูงสุดพโยมยอดฉัตร มีรูปสัตว์มังกร อ้าโอษฐ์งอนงามผงาด ชักสายพาดโคมแขวน แปลนเด่นดวงบูชา นับเป็นอากาศประทีป สว่างทวีปดั่งเดือน เหมือนมังกรคาบแก้ว งามเพริศแพร้วพึงพิศ หนึ่งประดิษฐ์ทำภูผา ล้วนศิลาฟองชล ประดับกลศิขเรศ ยอดวิเศษไพศาล ดุจบัวบานกลีบช้อย พวงพู่ห้อยกระจ่าง เป็นละแวกหว่างวุ้งว้ำ มีช่องถ้ำทางเดิน เวียนตามเนินแนวไศล ขึ้นบันไดสองแถว ไหว้พระแล้วเลียบชม นิวาศรมจอมผา พรรณพฤกษาร่มรื่น ดาบสชื่นชมฌาน บ้างยอดพานเงื้อมงอก กระแซกซอกตรอกเตริ่น เป็นหุบเหินห้วยเหว มีปล่องเปลวโปร่งฟ้า ตระเพิงผาแผ่นลาด น้ำดุดาดกระเด็น ซึมซ่านเซ็นแซงซ่า ชลฉานฉ่าเชี่ยวโชน กระทบโจนลงอ่างแก้ว งามพราวแพร้วดั่งวิเชียร ระเมียรมัศยามากมาย สีทองพรายเงินยวง ผุดเป็นดวงแดงด่าง สามหางต่างปุ่มเปา ว่ายพรูเพราเคล้าคู่ บ้างลุนลู่ลำโอง ลางสองกระโดงคู่ฉ่ำ ว่ายคละคลำเล็มไคล บ้างบังใบสัตตบรรณ เข้าพัวพันสัตบุษย์ ร่ำลือสุดฤๅแล้ว น้ำสระแก้วก่อขัง ไหลพุพังดาดาษ ลงศิลาลาดท้องธาร เป็นคลื่นฉานวังวน พฤกษาสนริมฝั่ง ต้นสะพรั่งใบระบัด เหมือนมยุรฉัตรเรียงราย บังแสงฉายสุริยง ดูดั่งดงแดนดึก นกจับพฤกษ์ไขว่นาม แขกเต้าตามจับแต้ว ฝูงคลาแคล้วเคล้าคลาย ขุนแผนผายโผผาก บ้าระบุ่นบากจับบง เหล่าลางหลงจับเลียบ ยูงย่างเหยียบยอดยาง เขาขันพลางดูแค เป็ดหงส์แหเหินเหียง เค้าโมงเมียงจับโมก กระสาโศกสู่กระสัง เบญจวรรณหวังผลหว้า จินโจ้จ้าจับจันทน์ กระทาขันบนกระทุ่ม คณาคุ่มจับขนุน กวักกว่าหมุนเมียงรก ร่ำไม้นกสิ่งละน้อย พอเสนาะถ้อยเปรมปราชญ์ สัตว์จัตุบาทเนืองนอง กวางทองท่องเล็มเกรียง หมีเม่นเมียงตามระมาด กาสรกาจกำเลาะ ขวิดโคเผาะคางผลัด แรดร้ายกัดหนามกรอบ ชะมดฉมันหมอบมองเมิน กระทิงเกริ่นเตร็จคู่ ผีโป่งกู่ก้องดง กระจงหลงกระเจิง ทรายลองเชิงเล่นฉาว เสือสามหาวโฮกซ้ำ ขบขย้ำย้ำแยก เขี้ยวแลบลิ้นเลี้ยวกัดกิน หนึ่งกรินอำนวยวงศ์ ลักษณสมพงศ์เผือกผู้ ประทุมทันต์คู่ค่าเมือง เหมหัตถีเหลืองเล่ห์ทอง ดามพ์คชปองปัทมราช สารวะเภาชาติเขียวขำ นิลจักรดำดั่งกา สุประดิษฐาสีเมฆ สังกะทันต์เอกทันต์ตรู บุณฑริกดูดั่งกมุท คังไคสุดสีน้ำ ล้วนเลิศล้ำอิศรพงศ์ คชลักษณวงศ์สมบูรณ์ ครบตระกูลมงคล ดูดำกลพิศวาส สัตว์จัตุบาทน้อยน้อย ชะนีห้อยกิ่งฉนวน คำนวณครวญคร่ำคู่ ลิงจุ่นจู่ไต่แจง ค่างขึ้นแฝงค่าคาง บ้างแผ่หางแบนบิน ลิงลมกินลางลิง รอกไล่ชิงลูกรัง แตเต้นหวังหมากต้อง ตุดตู่ร้องโพรงตาล จังกวดคลานกิ่งจิก ปวงข่างกระดิกหัวกระดก ลิ่นแล่นกกกิ่งเลี่ยง สัตว์นามเคียงคู่ไม้ ร่ำตามได้โดยคะนอง สรรพปูนปองบูชา พระมหาบรมธาตุ หนึ่งอาราธน์เทเวศร์ สิงศิขเรศรำบาญ กันภัยพาลปรปักษ์ น้อมทัศนัขประณม เหนือศิโรดมชุลิต ปัญจางคประดิษฐ์ปรารถนา เดชะข้าปูนปอง สร้างสถูปทองบรรจุ บรมธาตุสรรเพชญ ขอจงเสร็จโพธิญาณ อนาคตกาลอย่าแคล้ว เป็นประทีปแก้วส่องสัตว์ แม้ยังนิวัตเวียนวง อยู่ในสงสาราจักร อย่าพ้นอัคร์อิสรา ในสวรรคามามนุษย์ เป็นบุรุษบรมปราชญ์ ชาญฉลาดธรรมรส กอบด้วยยศสมบัติ มีสุวรรณรัตนคิริน ดุจชฎิลเศรษฐี หนึ่งจงมีสรรพสัตว์ ล้วนสุวรรณรัตนจินดา เหมือนเมณฑกาเศรษฐี หนึ่งขอมีขุมทอง สัตตรัตน์นองอำพน สี่ทิศมนทริพิมาน ปูนปันทานลุลิทก ดุจโชฎกเศรษฐี ในบุรีโสฬส กำหนดนามราชคฤห์สถาน หนึ่งให้มีอุทยานประเทศ สรรพวิเศษไม้มิ่ง ลำต้นกิ่งล้วนทอง ดอกผลปองเป็นแก้ว ใบเลิศแล้วมณีนิล มีปักษินเนาวรัตน์ งามพิพัฒนไพโรจน์ ดุจวโนทอุทยาน องค์มัฆวานเป็นเทพ ขอได้เสพสิ่งสมบัติ ดังมนัสอย่าคลาดแคล้ว กว่าจะเสร็จโพธิญาณแผ้ว ผ่องพื้นโลกอุดร ฯ

จบสารนุสนธิ์เหรื้อง ลิขิต
โดยข้างสรรพบุชิต พุทธิเจ้า
หวังจะแจ่มเจิมจิต กวีชาติ
ปราชญ์อย่าสรวลคำเผ้า เยาะยิ้มกลกลอน ฯ

เพลงยาวปรารภ

เกิดมาในมหรณพสงสาร
ย่อมหลงด้วยเบญจกามคุณอันเชี่ยวชาญ เพราะบ่วงมารมารัดรึงไว้
กอปรด้วยโทษะโมหะถ้วน เข้ามาประมวลเป็นใหญ่
มาครอบงำกำบังรึงรัดไว้ ให้มาประมาทอยู่เป็นนิตย์
อันโทษะตัวเดียวเข้าเป็นต้น ระคนอยู่ด้วยราคจริต
ย่อมกล่นเกลื่อนทำลายในความคิด ไม่รู้ว่าความผิดจะถึงตน
จะท่องเที่ยวอยู่ในวัฏฏสงสาร เพราะบ่วงมารกางกั้นไว้เป็นต้น
จะติดตามเบียดเบียนจลาจล ให้ได้ทนทุกขเวทนา
หญิงชายนรโลกให้ควรคิด อุตส่าห์ดำรงจิตเอาภายหน้า
อย่าหย่อนตามกามราคราคา จะพาเอาอาตมาไปสู่ทุกข์
อย่ารื่นเริงบันเทิงในโลกีย์ สัญญาว่าตัวดีมีสุข
ประมาทอยู่ในที่กลียุค น่าที่ความทุกข์จะตามไป
อันเกิดมาในทวีปชมพู เพราะกุศลค้ำชูจึงมาได้
ด้วยวาสนาอบรมส่ำสมไว้ จึ่งเข้าในภัทรญาณได้ทรงพรต
ให้เว้นจากพยาบาทวิหิงสา อิจฉาริษยาเสียให้หมด
จึงจะได้สู่สมชมรส จะเลี้ยวลดอยู่ในชั้นดุษฎี
อย่ายียวนใจไปด้วยไฟราค ให้บริจาควากเว้นหน่ายหนี
ในวิญญาณ์ให้หมดราคี อันความโลกีย์อย่าผูกพัน
อันเกิดมาเป็นรูปกายนี้ไม่เที่ยง อย่าลำเอียงถ้อยคำแผกผัน
อันความตายนั้นแท้อยู่เป็นธรรม์ อย่าสำคัญว่าจะยืดยาวไป
อันเกิดมาในมนุษย์เหมือนหยุดพัก เข้าหยุดอยู่หลักกลางพระสมุทรใหญ่
สักหน่อยหนึ่งก็จะซัดลอยไป เร่งให้ทำบุญให้ทาน
อุตส่าห์จำศีลภาวนา บุญนั้นจะตามรักษาไปในสงสาร
ครั้นสร้างกรรมกรรมจะตามไปพยาบาล จะทรมานทนทุกข์เวทนา
อย่าได้ฆ่าสัตว์พยาบาท เวรนั้นจะตามไปในชาติหน้า
สร้างกรรมเหมือนหนึ่งทำกับอาตมา เวราจะถึงแก่ตัวตน
อันญาติพี่น้องและเผ่าพันธุ์ อย่าสำคัญว่าเป็นพักผล
จะเป็นภาระธุระเข้าประจญ จะครอบงำในสกนธ์วิญญาณ์
อันทรัพย์สิ่งสินบริวาร เครื่องจะทำรำคาญไปข้างหน้า
พื้นของรัดรึงตรึงตรา จะพาเอาอาตมาไปสู่ทุกข์
อยู่ฝ่ายมนุษย์จึงเป็นของตน เพราะกุศลเกื้อหนุนจึงเป็นสุข
อย่าหวังใจว่าจะได้พ้นทุกข์ ความสุขจะติดตามไป
อันอุปโภคบริโภค วิโยคแลจะได้ไปก็หาไม่
ย่อมสูญเปล่าไปด้วยน้ำและไฟ บ้างยับไปด้วยภัยในราชทัณฑ์
รักษาไว้ใช่จะได้ไปแก่ตน เอาฝ่ายกุศลจึงจะมั่น
จะเคลื่อนคลายหายบ่วงซึ่งผูกพัน จะเป็นสำคัญติดตามไป
อันฝ่ายกุศลและอกุศล ย่อมระคนอยู่ข้างในไซร้
ยากเมื่อจะลับตาไป จะยึดหน่วงสิ่งใดนั้นยากนัก
ถ้าวาสนาได้อบรม เข้านิยมในช่องจึงประจักษ์
จะประวัติวางจิตลงในไตรลักษณ์ ยากนักจะได้แต่ละคน
ลางบ้างกามหนาเข้าเกื้อหนุน เพิ่มพูนดวงจิตไว้เป็นต้น
เพราะเป็นสรรพสัตว์ปุถุชน ฝ่ายอกุศลเข้ากำบังไว้
ให้เว้นจากบริจาคเสียให้หมด ปลิดปลดบ่วงมารเสียจนได้
จะอยู่ไปในมนุษย์สักเท่าใด หน่อยหนึ่งก็จะไปจากกัน
หญิงชายนรโลกให้ควรคิด อุตส่าห์ดำรงจิตเป็นแม่นมั่น
อันเกิดมาเป็นรูปไม่เที่ยงธรรม์ เป็นมั่นคงได้เมื่อไรมี
กายนี้ท่านเปรียบดังท่อนไม้ ครั้นดับใจสมมติว่าเป็นผี
เครื่องเปื่อยเน่าสะสมถมปฐพี เหมือนกันทั้งผู้ดีและเข็ญใจ
ให้เว้นจากทิฏฐิมาโน โลโภโทโสเสียจงได้
อุตส่าห์ระงับดับใจ อันความอาลัยให้วากเว้น
อันท่านที่เป็นผู้วิเศษ ย่อมเจตนาใหม่ไม่ขอเห็น
โคจรซ่อนไปให้ลับเร้น เว้นจากบริจาคทุกประการ
อันทรัพย์สิ่งสินไม่ประโยชน์ สันโดษในอรัญวาสถาน
วิเวกอารมณ์ชมฌาน หวังญาณวิโมกขมัคคันดร์
ไม่อาลัยในโลกียทรัพย์ ผดุงดับเผด็จโศกเสื่อมสรรพ์
บ่วงมารพานธุระไม่ติดพัน ห้ำหั่นให้เป็นอุดมทาน
เอาปัญญาเป็นอาวุธ ตัดด้วยสมุจเฉทประหาร
ก่นแต่อบรมสร้างสมภาร หักหาญประจญให้เป็นนิตย์
อันกายนั้นท่านเปรียบคือสำเภา ใบเสานั้นคือดวงจิต
ไฟราคนั้นคืออสรพิษ จะตามติดยึดหน่วงไว้ให้ช้า
นำความสัตย์ให้ตัดเป็นต้นหน จะข้ามฝั่งฟากพ้นไปข้างหน้า
ผลศีลเป็นหางเสือท้ายเภตรา ช่วยพิทักษ์รักษาสำเภาไป
ผลทานนั้นเป็นลำเลียง จะเป็นเสบียงข้ามสมุทรใหญ่
ให้พ้นทะเลหลวงคือภพไตร เปรียบไว้ให้แจ้งทุกประการ
อันจะข้ามสงสารสาระจักร ให้หักเวียนอยู่ในโลกสงสาร
จึ่งจะได้พระนครนฤพาน พ้นทางกันดารสืบไป
ทั่วสรรพสัตว์ในโลกีย อย่ามีวิจิกิจฉาสงสัย
อย่ายินดีอยู่ในภพไตร จะท่องเที่ยวเวียนว่ายไปช้านาน
จะว่า รูป กลิ่น เสียง รส สัมผัส เป็นสุขสวัสดิ์ในสงสาร
คืออวิชชาห่อหุ้มคลุมสันดาน พระนิพพานยังลับลึก เอย ฯ
สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ