พระราชหัตถเลขาฉบับที่ ๑

เมืองราชบุรี

วันที่ ๓๑ สิงหาคม รัตนโกสินทร๔๒ศก ๑๒๘

บอกมายังมกุฎราชกุมาร สำหรับที่ประชุม ได้ออกจากท่าวัดราชาธิวาสมาในคลองบางกอกใหญ่ ได้เห็นคลองนั้นกันเรือกว้างขวาง แต่คนที่คอยดูน่าจะไม่สู้ รู้แน่ หรือเร็วเกินกว่าที่จะแลเห็นไป

ประตูน้ำแรกมีโรงแถวแลตลาดของพระอรรถการ ดูครึกครื้นมากจำไม่ได้ว่าเปนปากคลองภาษีเจริญ การที่เข้าประตูน้ำได้เข้าแต่เรือยนต์สามลำ เปิดปิดไม่สู้ช้า เพราะระดับน้ำไม่สู้ผิดกันมาก แต่เรือเราไม่สันทัดอย่างธรรมเนียม ถูกสายน้ำปัดเปะปะไปแลไม่เห็นที่ผูกเรือซึ่งเขาปักหลักไว้บนหลังเขื่อน รอใกล้ประตูหนักไป ในลำคลองมีบ้านเรือนแน่นหนาขึ้นมากกว่า ๕ ปีมาแล้วที่ได้เห็น แต่น่าเสียดายมากที่คลองนี้ได้เล็กเกินไป แต่ส่วนเรือเดิรไปมามากกว่าที่ไหน ๆ เปนถนนเจริญกรุงในระหว่างเมืองนครไชยศรีกับกรุงเทพ ฯ เวลาเสด็จเขากันเรือเสีย ตามธรรมดาได้ทราบความว่าเปนที่คับคั่งกันมาก

ความคิดเรื่องขุดคลองภาษีเจริญสายนี้ เปนคลองครั้งแรกที่คิดจะให้เปนทางค้าขายในรัชกาลที่ ๔ ยกคลองผดุงกรุงเกษมคลองเจดีย์บูชา คลองมหาสวัสดี มีความประสงค์ต่างกัน คลองผดุงนั้นขุดเพื่อจะให้เปนคูพระนครชั้นนอก สำหรับต่อสู้ คลองเจดีย์บูชาสำหรับแต่จะเข้าไปปฏิสังขรณ์พระปฐมเจดีย์อย่างเดียว คลองมหาสวัสดีเปนคลองที่สำหรับจะเสด็จพระราชดำเนิรพระปฐม แลเปนคลองเปิดที่ให้เปนนาสำหรับแจกพระเจ้าลูกเธอ แต่คลองนี้คิดจะให้เปนทางเรือไปมาค้าขาย พระยาพิสนท์สมบัติบริบูรณ (ยิ้ม) เมื่อยังเปนพระภาษีสมบัติบริบูรณ เปนผู้เริ่มคิด เปนผู้มีโรงจักร์หีบอ้อยอยู่ที่ดอนกะฎี แลได้ทราบแบบอย่างว่า ฝรั่งเขาขุดคลองเก็บเงิน จึงได้ทำเรื่องราวถวาย ขอขุดคลองเก็บเงิน ประมาณเดิมว่าจะขุดกว้าง ๖ วา หรือ ๘ วา คิดทุนแลพิกัดเก็บเงินมาด้วย ครั้นเมื่อทรงปรึกษากับสมเด็จเจ้าพระยา สมเด็จเจ้าพระยาเห็นว่าที่จะขุดคลองให้กว้างนั้น ไม่สามารถที่จะทำให้ประโยชน์ยืนยาวได้ อย่างเช่นคลองมหาไชยแรกลงมือขุด ๘ วา สายน้ำเดิรไม่พอก็ชักตื้น ถ้าขุดแต่คลองแคบ ๆ ให้ต้องสายน้ำก็จะกัดกว้างออกไปเอง จึงได้ลดขนาดลงมาเสียเปน ๔ วา คิดค่าที่ขุดเปนเงินประมาณ ๔๐๐ ชั่งเศษเท่านั้น ทูลกระหม่อมก็ทรงพระศรัทธาขึ้นมา ว่าจะขุดเก็บเงินก็จะไม่ได้เท่าไร อยากจะบำเพ็ญทาน จึงได้ยกเงินพรรคลังข้างที่หรือพระคลังเดิม อันเปนส่วนซึ่งพระยาพิสนท์จะต้องส่งนั้นให้พระยาพิสนท์ แต่คลองนิ้หาได้เสด็จทอดพระเนตร์ไม่ ครั้นเมื่อสำเร็จแล้ว เรือเดิรไปมามากมีประโยชน์ สมเด็จเจ้าพระยาจึงได้คิดจะขุดบ้าง ตั้งแต่แม่น้ำท่าจีนมาออกแม่น้ำแม่กลอง แต่ขนาดที่ลดลงไว้ว่า ๔ วานั้นนับว่าเปนผิด ทั้งคลองมหาสวัสดิแลคลองภาษีเจริญแต่ครั้นจะขยายขึ้นไป ๘ วาก็ยังเห็นว่าใหญ่เกินไป จึงขุดเพียง ๖ วา เงินที่ขุดนั้นสมเด็จเจ้าพระยาก็ไม่ต้องออก พระราชทานเงินภาษีน้ำตาลซึ่งจ่ายในตัว คือยกไว้เปนเงินสำหรับสร้างวังเพ็ชร์บุรี ไม่ต้องส่งคลังเลย ถึงวังเพ็ชร์บุรีแล้วสำเร็จ เงินนั้นไม่ส่ง คลังก็ไม่ทราบจำนวนว่าเท่าใด สำหรับมีการอะไรที่เปนราชการก็ใช้บ้าง แจกจ่ายข้าราชการในกรมกระลาโหมบ้าง นอกนั้นก็อยู่ในสมเด็จเจ้าพระยา จึงทรงมอบให้เอาเงินรายนั้นใช้ แต่สมเด็จเจ้าพระยาท่านว่าของท่านขุด เพราะความจริงก็เปนอยู่ ถ้าไม่เอามาใช้ขุดคลองเงินก็คงเปนของสมเด็จเจ้าพระยา แต่ที่ดินสองข้างคลอง สมเด็จเจ้าพระยาได้ผลประโยชน์มาก โดยแจกจ่ายให้แก่ภรรยาพี่น้องลูกหลานแลคนซึ่งฝากตัว แต่ถ้าผู้อื่นจะจับจองต้องเสียเงิน ไม่เสมอกันมากบ้างน้อยบ้าง คลองดำเนิรสดวกสายน้ำท่าจีนไหลขึ้นลงทเลแรง จึงได้กัดปากคลองข้างตวันออกกว้างได้เร็ว เปนพยานความเห็นของสมเด็จเจ้าพระยา ข้อที่ว่าขุดเล็กก็ใหญ่ออกไปเอง เปนเรื่องสำหรับท่านยกขึ้นพูดอยู่เสมอ ถึงว่าใหญ่แต่ปากคลอง ใน ๆ เข้าไปก็ไม่ใหญ่ ก็ยังมีความหวังใจว่าน้ำจะกัดลึกได้ตลอด จนเดี๋ยวนี้ก็ยังหาตลอดไม่

เรือสุพรรณหงส์เดิรในลำคลองภาษีเจริญ ขยักขย่อน เพราะต้องเดิรเบา กินเวลา ๔ ชั่วโมงเศษนิดหน่อย ที่ประตูน้ำตวันตก น้ำผิดกับน้ำแม่น้ำประมาณสองศอกเศษ เพราะฉนั้นการที่ออกประตูน้ำจึงได้ช้า

มาถึงบางยางแต่เวลาบ่ายโมงหนึ่ง เวลายังวันอยู่จึงไม่ได้แวะเลยขึ้นไปตลาดใหม่ แวะที่บ้านที่ภรรยาพระทวีประชาชนคนเก่า ซึ่งเปนมารดาพระทวีประชาชนเดี๋ยวนี้ อันได้เปนข้าหลวงเดิมมาแต่ก่อน เขาเลี้ยงของว่างอย่างจีน แล้วจึงได้กลับมาถึงพลับพลาเวลาพลบ ทางอยู่ในสองซั่วโมง ทั้งขาไปขามา

วันนี้ฝนตกมีพายุ แต่ฉันไม่ได้ถูกเลยทั้งฝนทั้งพายุ ไม่รู้สึกทีเดียว เรือภุชงค์จำแลงมาทีหลัง แต่มาทันเวลาหยุดกินเข้า ล่วงน่าออกไปก่อนถูกฝนถูกพายุ เรือเจ้าศรีใสลงมาแต่พระปฐม ถูกฝนถูกพายุ ที่บ้านพระทวีเขาก็บอกว่าฝนตกมาก

วันที่ ๓๐ สิงหาคม ร.ศ.๔๒ ๑๒๘ เวลาเช้าออกจากพลับพลาลงเรือกระบี่ ซึ่งเห็นว่าเดิรในคลองเรือเล็กจะคล่องแคล่วกว่า ก็เปนความจริง แล่นมาพร้อม ๆ กัน เรือกระบี่มาถึงก่อนเรือสุพรรณหงส์กว่าครึ่งชั่วโมง การเรือใหญ่ช้าเพราะน้ำดูดท้าย

ประตูน้ำปากคลองดำเนิรสดวกนี้ ระดับน้ำผิดกันถึง ๔ ศอก น้ำล้นคลองบ่าลงมานอกประตูน้ำ ไหลอยู่เสมอในสระที่ก่อเขื่อนรอบนั้นเอง น้ำไหลปรี่อาบอยู่จนนึกสงสัยว่าจะรั่วได้ ครั้นเวลาเมื่อเปิดให้น้ำมาลงในอ่าง น้ำท่วมถึงหลังเขื่อนเดือดเปนไพรอยู่รอบ ประตูนี้ต้องเปิดน้ำ ๑๗ มินิตจิงได้เต็มได้ระดับน้ำในคลอง แต่ส่วนประตูข้างตวันตกระดับน้ำผิดกันกับระดับน้ำข้างนอก เพียงสักสี่ห้านิ้วเท่านั้น จึงออกได้เร็ว

ในลำคลอง ระยะหลัก ๑ หลัก ๒ จนกระทั่งถึงหลัก ๓ เดิมเปนจากแลปรง เดี๋ยวนี้มีจากแลปรงเข้าไปไม่ถึงหลัก ๑ เปนไร่นาไปหมด ได้ความว่าดีมาก ตามลำคลองมีตลาดเกิดขึ้นใหม่ถึงสามระยะ นับว่าไม่มีที่ว่าง ว่าคนราชบุรียกลงมาตั้งแถบคลองดำเนิรสดวกนี้มาก เรือกระบี่เดิร ๑๐๐ เส้นต่อ ๑๓ มินิต ๑๕ มินิตบ้างเท่านั้น ที่เดิรเช่นนี้ต้องขอโทษพระยาวงศา แต่เพราะเห็นว่าน้ำลบตลิ่งไม่มีคลื่นฟัดฝั่งมาก เพราะเรือเล็ก ชั่วโมงครึ่งตลอดคลอง มาถึงพลับพลาบางนกแขวก ถ้าจะไปราชบุรีก็ทันเหลือหลาย แต่ขัดข้องที่กระบวรจะมาไม่ทัน ไม่ได้หยุดกินกลางวันแห่งใด เลยมากินที่พลับพลาทีเดียว

น้ำราชบุรีลดมากตลิ่งสูง แต่ได้แลเห็นแลได้ข่าวว่าเข้างามทั่วทุกหนทุกแห่งไม่มีเสียเลย ยังหวังใจกันอยู่ว่าน้ำคงยังจะมาอีก

เวลาบ่าย ๒ โมงเศษ ลงเรือล่องลงไปตามลำน้ำ เลี้ยวเข้าคลองบางน้อยฝั่งตวันออก คลองนี้เปนคลองเก่าลึกแลกว้าง สายน้ำเชี่ยวแรง ตามลำคลองเปนสวนหมากมะพร้าวแลผลไม่แน่นหนา ลักษณะสวนเมืองสมุทสงคราม มีบ้านเรือฝากระดานเปนพื้น ติดต่อกันเข้าไป วัดใหญ่ๆ ก็มีหลายวัด ข้างในมีทางแยกหลายแยก แต่ที่เปนทางร่วมไปคลองดำเนิรสดวกทางหนึ่ง ไปสมุทสงครามทางหนึ่ง ออกทางปากคลองนี้ทางหนึ่ง มีตลาดซื้อขายของสด เปนตลาดประจำอยู่ทุกวัน แต่ทางดำเนิรสดวกได้ปิดเสียเมื่อเวลาทำประตูน้ำนี้แล้ว เพราะฉนั้นน้ำจึงได้บ่าลงมาคลองนี้ไหลเชี่ยว ระยะทางตั้งแต่พลับพลาบางนกแขวกไปจนสุดตลาด อยู่ในชั่วโมงหนึ่ง ทั้งไปทั้งมา ขาไปทวนน้ำในคลอง ขามาทวนน้ำแม่น้ำ กลับมาถึงแต่เวลาบ่ายยังไม่ทัน ๔ โมง คอยอยู่จนกระทั่งบ่าย ๕ โมง กระบวรจึงได้มาถึง ผิดกันถึง ๒ ชั่วโมงเหลือเกินจริง ๆ ได้ความจากบริพัตรว่าเวลาเรือกระบวรมาถึง ระดับน้ำถึง ๕ ศอก แบ่งเข้าประตูน้ำเปน ๓ คราว คราวหนึ่งถึงชั่วโมงหนึ่ง กินเวลาสามชั่วโมง ต้องขี้ฉ้อเดิรตามลำคลองถึงร้อยเส้นต่อ ๒๐ มินิต จึงมาถึงไม่ทันค่ำดังนี้ วันนี้หนีฝนตอนแรกมาพ้น ถูกแต่นิดหน่อย ต่อเมื่อขากลับจากคลองบางน้อยจึงถูกบ้างเล็กน้อย

วันที่ ๓๑ เวลาเช้าลงเรือกระบี่ ขึ้นมาแวะเข้าคลองบางป่าฝั่งตวันออก คลองนี้เล็กกว่าบางน้อย ไม่เปนสวนเปนคลองเข้าไปในนา บ้านเรือนมีราย ๆ มีเรือเข้าไปรับบันทุกเข้า ปลายคลองก็ผ่านนา คลองลัดตั้งแต่บางนกแขวกขึ้นมาถึงเมืองราชบุรี ซึ่งสมเด็จเจ้าพระยาขุดได้ผ่านกลองนี้ แต่คลองลัดนั้นตื้นเสียใช้ไม่ได้ช้านานมาแล้ว ได้ใช้อยู่ประมาณสัก ๖ ปี พระบำรุงบุรีราชกล่าวว่า ปลายคลองแถบนี้ต้องเปนลงข้างล่างเปนธรรมดา คลองที่ขุดนี้ปากคลองขึ้นข้างเหนือ ทรายจึงได้มูนปิดปากคลองเสียเร็ว ออกจากคลองบางป่าขึ้นมาราชบุรี พักที่เรือนหน้าบ้านเทศา ซึ่งได้ให้ซื้อกรมรถไฟไว้แต่ก่อน พระยาไกรเพ็ชร์จัดการรับรองแขงแรง เลี้ยงดูบริบูรณ์มาก มีทั้งของสดสำหรับทำครัวด้วย พระยาสุริยากับภรรยาออกมาช่วย พระยามนตรีตั้งเรือนอยู่เหนือโรงเหล้ารัฐบาลใต้เมืองก็ได้มาด้วย พร้อมทั้งพระยาสุรินทรฦๅไชย พระยาราชพงศานุรักษ์ พอมาถึงได้ไปดูวัดสัตนาถปริวัตร ซึ่งพระพุทธวิริยากรได้ขยายพระอุโบสถกว้างไปอีกมากเกือบเท่าแนวสีมาเดิม แต่เพื่อจะต้องการห้องให้มาก แลจะไม่ให้เกินพักธสีมาเดิมด้วย จึงได้ทำเฉลียงฉ้อเข้ามาในประธานด้านหลัง ก่อน่าบรรณทับหลังสพาน ซึ่งเห็นว่าจะไม่ทนอยู่ได้เท่าไร ได้บอกยอมขยายพัทธสีมา ให้แก้หลังโบสถ์เติมเฉลียงออกไป ให้ตั้งต้นเรี่ยรายต่อไปใหม่ ได้ประเดิมไว้ ๒๐ ชั่ง (ยี่สิบชั่ง) มีพระสงฆ์ถึงสามสิบเศษ เวลาบ่ายได้ลงเรือดูตามลำนำ ไปเลี้ยวเข้าคลองบางสองร้อยจนถึงทางแยกที่จะไปเขางูได้ล่องกลับ

เมืองราชบุรีที่แลเห็นแปลกกว่าแต่ก่อนนั้น คือตึกตลาดซึ่งทำแล้วเสร็จ ถัดไปก็ศาล ๆ นี้ใหญ่โตสูงตระหง่านผิดกับที่อื่น ตามแถบที่ตั้งเตาปูนแต่ก่อนราย ๆ กันอยู่นั้น เดี๋ยวนี้ตั้งติดกันตลอดคุ้งน้ำซ้อนกัน ๒ ชั้น ๓ ชั้น ฟากตวันออกก็มี เห็นจะเปนด้วยปูนใช้การที่กรุงเทพ ฯ มากขึ้น จึงได้เผาปูนทวีขึ้นหลายเท่า มีที่แลเห็นแปลกคือวัดตาลปฎิสังขรณ์ใหม่ ท่านผู้หญิงจุ้ยเรี่ยรายปฏิสังขรณ์ กับวัดโคกม่อพระครูศิริปัญญามหามุนี๑๐สร้างเปนมณฑปยอดเปนพระเจดีย์ มีระเบียงตั้งพระพุทธรูปรอบทำนองพระนครหลวง แต่ย่อม แลพระระเบียงหันหน้าออกข้างนอกดูงามพอใช้ เสียแต่มุงสังกสี แลเห็นมันเปนกำมลอไป

ได้เลื่อนกำหนดเพิ่มขึ้นที่นี่อีก ๒ วัน เหลือหนึ่งนั้นเพ็ชร์บุรี คิดจะกลับเข้าไปถึงกรุงเทพ ฯ ต่อวันที่ ๑๘ เพื่อจะพักผ่อนร่างกายแก้เรื่องรูมมาติซั่มเสียสักที่ เดี๋ยวนี้ข้างบนแลื่อนหายลงไปเหลืออยู่ข้างล่าง ลุกนั่งยังไม่สู้ปรกติ ได้ส่งโปรแกรมที่กะใหม่มาให้ดูด้วยแล้ว

ไม่มีเหตุการณ์อันใดที่จะบอกข่าว ผู้ที่มาเปนการเรียบร้อยดีอยู่หมด

สยามินทร์

  1. ๑. พระอรรถการประสิทธิ์ (ปลื้ม สุจริตกุล) เดี๋ยวนี้เปนเจ้าพระยาสุธรรมมนตรี

  2. ๒. พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

  3. ๓. ชื่อกี

  4. ๔. พระยาสุนทรบุรี (อี้ กัณสูตร์)

  5. ๕. นายพลตรี หม่อมเจ้าศรีใสเฉลิมศักดิ เปนผู้บังคับการทหารบกมณฑลนครชัยศรี

  6. ๖. เสนาบดีกระทรวงเกษตราธิการ ต่อมาเปนเจ้าพระยาวงศานุประพัทธ์

  7. ๗. สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนนครสวรรค์วรพินิต ทรงบัญชาการทหารเรือ

  8. ๘. เปนนายอำเภอ เมืองราชบุรีผู้นำเสด็จ

  9. ๙. ชื่อบุคคลที่ปรากฎในวรรคนี้ พระยาไกรเพ็ชรัตนสงคราม (แฉ่ บุนนาค) เปนข้าหลวงเทศาภิบาลมณฑลราชบุรี พระยาสุริยานุวัตร์ (เกิด บุนนาค) กับคุณหญิงลิ้นจี่ พระยามนตรีสุริยวงศ (ชื่น บุนนาค) พระยาสุรินทรฦๅชัย (เทียน บุนนาค ) ผู้ว่าราชถารจังหวัดเพ็ชร์บุรี พระยาราชพงศานุรักษ (ชาย บุนนาค) ผู้ว่าราชการเมืองสมุทสงคราม พระพุทธวิริยากร (จิตร์) พระราชาคณะวัดสัตนาถ

  10. ๑๐. ผู้มีชื่อในวรรคนี้ ท่านผู้หญิงจุ้ย ภรรยา พระยาภักดีนฤบดินทร (กุ้ง) จางวางเมืองราชบุรีแต่ก่อน พระครูศิริปัญญามหามุนี (อ่อน) เปนพระครูเจ้าอาวาสวัดศรีสุริยวงศ

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ