ในวันขึ้นสามคํ่าเวลาเช้า เสด็จออกที่วัดแล้ว...

ในวันขึ้นสามคํ่าเวลาเช้า เสด็จออกที่วัดแล้ว ทรงนมัสการแลทรงศีลเหมือนอย่างเช่นว่าเมื่อคืนนี้ พระสงฆ์ถวายพรพระจบแล้ว ทรงประเคน แต่เรื่องทรงประเคนนี้ ภายหลังมาในแผ่นดินประจุบัน เห็นว่าเปนที่เปื้อนเปรอะ ขุนนางซึ่งจะเข้ามาถือน้ำต้องผ้านุ่งเปื้อนบ่อย ๆ แล้วก็ต้องเลื่อนอาศนพระสงฆ์แถวนอกเข้าไปนั่งชิดแถวใน เปนการลำบาก จึ่งให้ไปเลี้ยงพระเสียที่พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ก่อนเวลาถือน้ำ เพราะดังนั้น เมื่อออกไปถึงจุดเครื่องนมัสการแล้ว พระมหาราชครูพิธี เชิญพระขันหยกมาตั้งตรงน่าพระแท่นมณฑล แล้วกรมแสงหอกดาบเชิญพระแสงศรพรหมาศ พระแสงศรปไลยวาต พระแสงศรอัคนิวาต ถอดฝักส่งให้พระมหาราชครูอ่านโคลงแช่งน้ำเปนอักษรพราหมณ์ แลได้ถอดออกเปนอักษรไทย บทที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ โดยลำดับคั่นกันดังนี้

๏ โอมสิทธิสรวงศรีแกล้ว แผ้วมฤตยู เอางูเปนแท่น แกว่นกลืนฟ้ากลืนดิน บินเอาครุธมาขี่ สี่มือถือสังข์จักรคทาธรณี ภีรุอวตาร อสุรแลงลาญทัก ททัคนิจรนาย ฯ แทงพระแสงศรปไลยวาต ฯ

๏ โอมบรเมศวราย ผายผาหลวงอคร้าว ท้าวเสด็จเหนือวัวเผือก เอาเงือกเกี้ยวข้าง อ้างทัดจันทรเปนปิ่น ทรงอินทรชฎา สามตาพระแพร่งแกว่งเพชรกล้า ฆ่าภิฆนจรรไร ฯ แทงพระแสงศรอัคนิวาต ฯ

๏ โอมไชยะไชยไขโสฬศพระพรหมญาณ บานเศียรเกล้าเจ้าคลี่บัวทอง ผยองเหนือขุนห่าน ท่านรังก่อดินก่อฟ้า หน้าจตุรทิศ ไภยมิตรดา มหากฤตราไตร อมไตยโลเกษ จงตรีศักดิท่าน พิญาณปรมาธิเบศ ไทธเรศสุรสิทธิพ่อ เสวยพรหมานทรใช่น้อย ประถมบุญภารดิเรก บูรภพบรู้กี่ร้อยก่อมา ฯ แทงพระแสงศรพรหมาศ ฯ

๏ นานาอเนกน้าวเดิมกัลป์ จักร่ำจักราพาฬเมื่อไหม้
กล่าวถึงตรวันเจ็ดอันพลุ่ง น้ำแล้งไข้ขอดหาย ฯ
๏ เจ็ดปลามันพุ่งหล้าเปนไฟวาบ จัตุราบายแผ่นขวํ้า
ชักไตรตรึงษ์เปนเผ้า แลบลํ้าสีลอง ฯ

๏ สามรรถญาณครเพราะเกล้าครองพรหม ฝูงเทพนองบนปานเบียดแป้ง สรลมเต็มพระสุธาวาศแห่งหั้น ฟ้าแจ้งจอดนิโรโธ ฯ

๏ กล่าวถึงน้ำฟ้าฟาดฟองหาว ดับเดโชฉ่ำหล้า
ปลาดินดาวเดือนแอ่น ลมกล้าป่วนไปมา ฯ
๏ แลเปนแผ่นเมืองอินทร์ เมืองธาดาแรกตั้ง
ขุนแผนแรกเอาดินดูที่ ทุกยั้งฟ้าก่อคืน ฯ
๏ แลเปนสี่ปวงดิน เปนเขายืนทรงงํ้าหล้า
เปนเรือนอินทรถาเถือก เปนสร้อยฟ้าจึ่งบาน ฯ
๏ จึ่งเจ้าตั้งผาเผือกผาเยอ ผาหอมหวานจึ่งขึ้น
หอมอายดินเลอก่อน สรดื้นหมู่แมนมา ฯ
๏ ตนเขาเรืองร่อนหล้าเลอหาว หาวันคืนไป่ได้
จาวชิมดินแสงหล่น เพียงดับใต้มืดมูล ฯ
๏ ว่นว่นตาขอเรือง เปนพระสูริย์ล่องหล้า
เปนเดือนดาวเมืองฉ่ำ เห็นฟ้าเห็นแผ่นดิน ฯ
๏ แลมีค่ำมีวัน กินสาลีเปลือกปล้อน
บมีผู้ต้อนแต่งบรรณา เลือกผู้ยิ่งยศเปนราชาอคร้าว
เรียกนามสมมติราชเจ้า จึ่งตั้งท้าวเจ้าแผ่นดิน ฯ
๏ สมมติแกล้วตั้งอาทิตย์เดิมกัลป์ สายท่านทรงธรณินทรเรื่อยหล้า
วันเสารวันอังคารวันไอยอาทิ กลอยแรกตั้งฟ้ากล่าวแช่งผี ฯ
๏ เชือกบาศด้วยชั้นรอง ชื่อพระกรรมบดีปู่เจ้า
ท่านรังผยองมาแขก แรกตั้งขวัญเข้าธูปเทียน ฯ
๏ เหล็กกล้าหญ้าแพรกบั้นใบตูม เชียรเชียรใบบาตน้ำ
โอมโอมภูมเทเวศ สืบคํ้าฟ้าเที่ยงเฮยย่ำเฮย ฯ
๏ ผู้ใดเภทจงคด พาจกจากซึ่งหน้า
ถือขันสรดใบพลูตานเสียด หว้ายชั้นฟ้าคู่แมน ฯ
๏ มารเฟียดไททศพลช่วยดู ไตรแดนจักรอยู่ค้อย
ธรรมารคประเตยกช่วยดู ห้าร้อยเทียรแมนเดียว ฯ
๏ อเนกถ่องพระสงฆช่วยดู เขียวจรรยายิ่งได้
ขุนหงษทองเกล้าศริช่วยดู ชรอ่ำฟ้าใต้แผ่นหงาย ฯ
๏ ฟ้าฟัดพรีใจยังช่วยดู ใจตายตนบใกล้
สี่ปวงผีหาวแห่งช่วยดู พื้นใต้ชื่อกามภูม ฯ
๏ ฟ้าชรแร่งหกคลองช่วยดู ครูมคลองแผ่นช้างเผือก
ผีกลางหาวหารแอ่นช่วยดู เสียงเงือกงูวางขึ้นลง ฯ
๏ ฟ้ากระฉ่อนเรือนผยองช่วยดู เอาธงเปนหมอกหว้าย
เจ้าผาดำสามเส้าช่วยดู แสนผีพึงยอมท้าว ฯ
๏ เจ้าผาดำผาเผือกช่วยดู หั้นเย้าวปู่สมิงพราย
เจ้าผาหลวงผากลายช่วยดู
๏ ดีร้ายบอกคนจำ ผีพรายผีชรหมื่นดำช่วยดู
กำรูคลื่นเปนเปลว บซื่อน้ำตัดฅอ ฯ
๏ ตัดฅอเร็วให้ขาด บซื่อมล้างออเอาใส่เล้า
บซื่อน้ำอยาดท้องเปนรุ้ง บซื่อแร้งกาเต้าแตกตา ฯ
๏ เจาะเพาะพุงใบแบ่ง บซื่อหมาหมีเสือเช่นเขี้ยว
เขี้ยวชาชแวงยายี ยมราชเกี้ยวตาตาวช่วยดู ฯ
๏ ชื่อทุณพีตัวโตรด ลมฝนฉาวทั่วฟ้าช่วยดู
ฟ้าจรโลดลิวขวาน ขุนกล้าแกล้วขี่ยูงช่วยดู ฯ
๏ เคล้าฟ้าเคลือบเปลวลาม สี่หน้าเจ้าอสุรช่วยดู
พระรามพระลักษณชวักอร แผนทูลเขาเงือกปลํ้าช่วยดู ฯ

ปลํ้าเงี้ยวรอนราญรงค์ ผีดงผีหมื่นถํ้า ลํ้าหมื่นผา มาหนน้ำหนบก ตกนอกขอกฟ้าแมน แดนฟ้าตั้งฟ้าต่อ หล่อหลวงเต้า ทังเหง้าภูตพนัศบดี ศรีพรหมรักษ ยักษกุมาร หลายบ้านหลายท่า ล้วนผีห่าผีเหว เร็วยิ่งลมบ้า หน้าเท่าแผง แรงไกยเอาขวัญ ครั้นมาถึงถับเสียง เยียชรแรงชรแรง แฝงข่าวยินเยียชรรางชรราง รางชางจุบปากเยียจเจี้ยวจเจี้ยว เขี้ยวสรคาน อานมลิ้นเยียลลายลลายตราบมีในฟ้าในดิน บินมาเยียพพลุ่ง จุ่งมาสูบเอาเขาผู้บซื่อ ชื่อใครใจคด ขบถเกียจกาย ว่ายกทู้ฟาดฟัด ควานแควนมัดศอก หอกด้นเด้าเท้าทก หลกเท้าหายไปมิทันตาย หงายระงมระงม ยมพบาลลากไป ไฟนรกปลาบปลิ้นดิ้นพลาง เขาวางเหนืออพิจี ผู้บดีบซื่อ ชื่อใครใจคดขบถแก่เจ้า ผู้ผ่านเกล้าอยุทธยา สมเด็จพระรามาธิบดินทร์ ศรีสินทรบรมมหาจักรพรรดิศรราชาธิราช ท่านมีอำนาจมีบุญ คุณอเนกา อันอาไศรยร่ม แลอาจข่มชักหักกิ่งฆ่า อาจถอนด้วยฤทธานุภาพ บาปเบียนตนพันธุพวกพ้องญาติกามาไส้ ไขว่ใจจอดทอดใจรัก ชักเกลอสหาย ตนทั้งหลายมาเพื่อจะทำขบถ ทดโทร่ห์แกเจ้าตนไส้ จงเทพยดาฝูงนี้ให้ตายในสามวัน อย่าให้ทันในสามเดือน อย่าให้เคลื่อนในสามปี อย่าให้มีศุขสวัสดิเมื่อใด อย่ากินเข้าเพื่อไฟจนตาย ฯ

๏ จงไปเปนเปลวปล่อง อย่าอาไศรยแก่น้ำจนตาย น้ำคลองกลอกเปนพิศม์ นอนเรือนคำรนคาจนตาย

๏ คาบิดเปนตาวงุ้ม ลืมหงายสู่ฟ้าจนตาย ฟ้ากะทุ่มทับลง ก้มหน้าลงแผ่นดินจนตาย แล่งแผ่นดินปลงเอาชีพไป สีลองกินไฟต่างง้วน

๏ จรเข้ริบเสือฟัด หมีแรดถวัดแสนงขนาย หอกปืนปลายปักครอบ ใครต้องจอบจงตาย งูเงี้ยวพิศม์ทั้งหลายลุ่มฟ้า ตายตํ่าหน้ายังดิน นรินทรหยาบเรื่อยหล้า ใครถวิลซื่อแท้ผ่านฟ้า ป่าวอวยพร ฯ

๏ อำนาจแปล้เมือแมนอำมรสิทธิ มีศรีบุญพ่อก่อเศกเหง้า
ยศท้าวตริไตรจักร ใครซื่อเจ้าเติมทาง ฯ
๏ มิ่งเมืองบุญศักดิแพร่ ใครซื่อรางควายทอง
เพิ่มช้างม้าแผ่วัวควาย ใครซื่อฟ้าส่องย้าวเร่งยิน
๏ เพรงรัตนพรายพรรณยื่น ใครซื่อสินเภตรา
เพิ่มเขาหมื่นมหาไชย ใครซื่อใครรักเจ้าจงยศ
๏ กลืนชนมาให้ยืนยิ่ง เทพายศล่มฟ้า
อย่ารู้ว่าอันตราย ได้ใจกล้าดังเพชร ฯ
๏ ขจายขจรอเนกบุญ สมเด็จพระรามาธิบดี
ศรีสินทรบรมมหา จักรพรรดิศรราชเรื่อยหล้า
ศุขผ่านฟ้าเบิก สมบูรณ์พ่อสมบูรณ์ ฯ

----------------------------

แล้วเจ้ากรมฤๅปลัดกรม ๆ พระอาลักษณ์ อ่านคำประกาศสาบาลมีเนื้อความดังนี้

๏ สัค์เค กาเม จ รูเป คิริสิขรตเฏ จัน์ตลิก์เข วิมาเน ทีเป รัฏ์เฐ จ คาเม ตรุวนคหเณ เคหวัต์ถุม๎หิ เขต์เต ภุม์มาจายัน์ตุ เทวา ชลถลวิสเม ยัก์ขคัน์ธัพ์พนาคา ติฏ์ฐัน์ตา สัม์มุขา โน อภิสปถกถํ วุจ์จมานํ สุณัน์ตุ

โย มยา ส๎ยามวาเทหิ สปโถ กัย์ยเต อิธ
โส สมิช์ฌตุ สัพ์เพสํ เทวานุภาวเตชสา ฯ

ข้าแต่เทพยนิกรทั้งหลาย เปนอาทิคือโลกบาลมหาเทวราช แลเทพยเจ้าผู้มีฤทธิอำนาจ มีทิพยโสตรทิพยจักษุอันประเสริฐ ซึ่งบังเกิดประดิษฐานอยู่ในทิพยพิมานมาศ อันมีนิไสยในภูมิพฤกษอากาศกาญจนรัตนมณเฑียรเปนอาทิทั้งปวงทั่วทุกสถาน อิกเทพยเจ้าซึ่งสถิตย์อยู่ในทิพยพิมานแมนเมืองสวรรค์ ชั้นกามาพจรแลพรหมโลกจนสุทธาวาศนิเวศน์ จงเงี่ยโสตรประสาทลงสดับพจนพิเศษซึ่งจะประกาศในกาลนี้ อนึ่งขอเชิญทั้งภูมเทพยดาอันสถิตย์ในประเทศศิขรคิรีเหวทุบห้วยลหาน ขอเชิญทั้งอมรเทพยเจ้าอันมีสถาน คืออากาศพิมานลอยอยู่ในอัมพรประเทศ ขอเชิญทั้งเทพยเจ้าอันสิงสถิตย์อยู่ในขอบเขตรเกาะน้อยแลเกาะใหญ่ ทุกถิ่นฐานบ้านแลนิคมชนบทราชธานี ขอเชิญทั้งพนัศบดีเจ้าไพรพฤกษบรรพตศิขร อิกเทพยนิกรอันสถิตย์ในพฤกษาลดาวัลย์ อรัญประเทศป่ารหงดงชัฏ ทั้งพระภูมเทพยดาอันสถิตย์ในจังหวัดพระนคร แลเคหะวัตถุสถาน เปนต้นว่า พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระหลักเมือง แลพระกาฬอันเรืองฤทธิสิทธิศักดิ แลเทพยเจ้าผู้รักษานพปดลมหาเสวตรฉัตร ศิริรัตนราไชยมไหสวริยาธิปัติ แลเทพยซึ่งรักษาในจังหวัดพระราชนิเวศน์บรมมหาสถาน เทพยเจ้าอันอภิบาลเกษตรารามตามทิศานุทิศ ขอเชิญเทพยเจ้าทั้งปวงผู้มีฤทธิ ซึ่งได้กำหนดสมญา จงมาสโมสรสันนิบาตประชุมให้พร้อมกัน ในที่สมาคมอันอุดมด้วยพระราชพิธี ในที่เฉภาะพระภักตร์ พระปรโมตมมหามรกฏรัตนไมยมงคลพุทธปฏิมามหาเจดีย์ พร้อมด้วยพระสงฆราชาคณะคามวาสีอรัญวาสี ซึ่งเปนเจ้าคณะสงฆ์ผู้ใหญ่มานั่งเปนประธาน ขอเชิญเทพยเจ้าทั้งปวงเปนสักขีทิพพยานในที่มหาสมัยสโมสรอันอุดม พร้อมด้วยพระบรมราชวงษานุวงษ์ แลข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยฝ่ายทหารฝ่ายพลเรือนทั้งข้างน่าข้างใน แต่ล้วนชื่นชมนิยมยอมพร้อมใจกันมารับพระราชทานน้ำพระพิพัฒ จะขอให้เปนศิริสวัสดิมงคลควรแก่ถานานุศักดิ จะกระทำสัตยานุสัตย์ถวายเฉภาะพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ บดินทรเทพยมหามงกุฎ บุรุษยรัตนราชรวิวงษ์ วรุตมพงษ์บริพัตร วรขัติยราชนิกโรดม จาตุรันตบรมมหาจักรพรรดิราชสังกาศ อุภโตสุชาติสังสุทธเคราะหณี จักรกรีบรมนารถ มหามกุฏราชรามวรังกูร สุจริตมูลสุสาธิตอรรคอุกฤษฐไพบูลย์ บุรพาดูลยกฤษฎาภินิหาร สุภาธิการรังสฤษดิ ธัญญลักษณวิจิตรโสภาคยสรรพางค์ มหาชโนตมางคประนตบาทบงกชยุคล ประสิทธิสรรพศุภผล อุดมบรมสุขุมาล ทิพยเทพาวตารไพศาลเกียรติคุณอดุลยพิเศษ สรรพเทเวศรานุรักษ์ วิสิฐศักดิสมญาพินิตประชานารถ เปรมกระมลขัติยราชประยูร มูลมุขมาตยาภิรมย์ อุดมเดชาธิการ บริบูรณ์คุณสารสยามาทินคร วรุตเมกราชดิลก มหาปริวารนายก อนันต์มหันตวรฤทธิเดช สรรพวิเศษศิรินทร อเนกชนนิกรสโมสรสมมต ประสิทธิวรยศมโหดมบรมราชสมบัติ นพปดลเสวตรฉัตราดิฉัตร ศิริรัตโนปลักษณ มหาบรมราชาภิเศกาภิสิต สรรพทศทิศวิชิตไชย สกลมไหสวริยมหาสวามินทร์ มเหศวรมหินทรมหารามาธิราชวโรดม บรมนารถชาติอาชาวไศรย พุทธาทิไตรยรัตนสรณารักษ์ อดุลยศักดิอัคนเรศราธิบดี เมตตากรุณาสีตลหฤทัย อโนปมัยบุญการ สกลไพศาลมหารัษฎาธิบดินทร์ ปรมินทรธรรมิกมหาราชาธิราชบรมนารถบพิตร พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว อันเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ ณกรุงเทพมหานคร อมรรัตนโกสินทร มหินทรายุทธยา มหาดิลกภพ นพรัตนราชธานีบุรีรมย์ อุดมราชนิเวศน์มหาสถานนี้ ขอการอันร้ายแลดีจงเปนแก่ท่านผู้เปนข้าราชการทั้งปวง บรรดาที่ได้รับน้ำพระพัฒสัตยา ตัวมาก็ดีมิได้มาบัดนี้ก็ดี ดังข้าพระพุทธเจ้าอธิฐานด้วยคำปฏิญญาสาบาลเปนกลางแทนท่านทั้งปวง ซึ่งจะพึงปฏิญญาสาบาลตัวดุจคำข้าพระพุทธเจ้าประกาศ ด้วยพระบาทสมเด็จพระบรมนารถบพิตร พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระมหากรุณาแก่สมณพราหมณาจารย์ เสนาพฤฒามาตย์ราชนิกูล พระบรมวงษานุวงษ์ แลข้าทูลลอองธุลีพระบาท คือมีพิเศษศักดินามตามกำหนด สมเด็จเจ้าพระยา เจ้าพระยา แลพระยาพระหลวง ขุนหมื่นพันทนาย ฝ่ายทหารฝ่ายพลเรือน กรมฝ่ายน่าฝ่ายใน ผู้รักษาเมือง ผู้รั้งกรมการ เจ้าประเทศราช แลอาณาประชาราษฎรทั้งหลาย ได้อยู่เย็นเปนศุข น้อยโทษทุกข์คือโจรอันตราย แลวุ่นวายวิวาทเปนภยุบาทว์ต่างๆ ได้มีความทุกข์เบาบางทุกถ้วนหน้า ได้เลี้ยงชีวิตรแห่งตนแลบุตรภรรยาญาติวงษ์ ลงมาจนทาษกรรมกร ได้ให้ชีวิตรเปนไปโดยศุขานุศุขบริโภคทั่วขอบเขตรขัณฑเสมาอาณาจักรทั้งนี้ เพราะพระบารมีเดชานุภาพ พระบรมราชธรรมิกวัตตานุวัตร อันพระองค์ทรงปฏิบัติตามมหาสมมติราชวงษ์สืบมา ด้วยพระราชอุสาหทรงพินิตพิจารณาราชกิจน้อยใหญ่ แล้วให้สำเร็จไปโดยสมควรตามพระบรมราชานุภาพ แลทรงประกอบการนิเคราห์ปัคเคราห์คือยกย่องแลกดขี่คนที่มีความผิดแลชอบ โดยอนุรูปแก่โทษแลคุณอันใหญ่แลน้อย แลทรงพระเมตตากรุณาชุบเลี้ยง ยกย่องยศศักดิแก่พระบรมญาติแลราชบรรสัษย์ แลทรงประฏิบัติอธิฐานพระไทยในสัจธรรมอันประเสริฐ แก่มหาชนซึ่งพึงอยู่ในพระราชอาณาเขตร พระองค์เปนพุทธสาสนูปถัมภก ยอยกพระพุทธสาสนา ด้วยพระราชปฏิปทามิทานเปนต้น แลธรรมิการักษาสังวิธานเปนการพระราชกุศล อเนกพิธบุญคุณแก่สมณพราหมณาจารย์ อันอาไศรยในพระราชอาณาเขตร แลทรงรักษาสุจริตพิเศษคือความเที่ยงธรรมซื่อตรง มิได้ตกไปในอคติสี่ประการ เพราะฉนั้นควรพระบรมราชวงษานุวงษ์ แลข้าทูลลอองธุลีพระบาทผู้ใหญ่ผู้น้อยซึ่งเปนข้าราชการกรมทหารกรมพลเรือน กรมฝ่ายน่าฝ่ายใน ผู้รักษาเมืองผู้รั้งกรมการ เจ้าประเทศราช แลราษฎรชายหญิงทั้งปวง จะทำราชการในใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาท สนองพระเดชพระคุณโดยซื่อสัตย์สุจริต อย่าได้คิดขบถประทุษร้ายด้วยกาย วาจา น้ำจิตร จึงจะเจริญสวัสดิศุขศุภผลในอิธโลกย์ปรโลกย์ต้วยคุณกตัญญูกตะเวที อันเปนมูลแห่งกุศลราษีธรรมทั้งปวง มีศุขสวัสดิผลเปนอันแท้ โดยพุทโธวาทานุสาสน์ ตรัสสรรเสริญความซื่อสัตย์สุจริตเปนประธานแก่สรรพกุศลธรรม แลติเตียนความอกตัญญูว่ามีโทษอันใหญ่นั้น ขอโทษแลคุณจงประสิทธิในน้ำพระพัฒสัตยานี้ ให้มีอานุภาพอาจประพฤติเปนไปตามวจีกรรม อันสาบาลจงทุกประการ ถ้าแลข้าทูลลอองธุลีพระบาทผู้ใหญ่ผู้น้อยฝ่ายทหารฝ่ายพลเรือนกรมฝ่ายน่าฝ่ายใน ผู้รักษาเมืองผู้รั้งกรมการ เจ้าประเทศราช ผู้ใด ๆ มิได้ตั้งในกตัญญูกตะเวทีธรรมสุจริต แลคิดกระบถประทุษร้าย แด่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้วยกาย วาจา น้ำจิตร ฤๅคิดเอาใจไปแผ่ไว้แก่ไทต่างด้าวท้าวต่างแดน อันเปนหมู่ปัจจามิตร แลคิดให้อุบายเล่ห์กลไปให้ผู้อื่นกระทำร้าย แด่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ฤๅทำเล่ห์กลอุบายให้เกิดเหตุไม่เปนคุณแก่แผ่นดิน ให้เคืองใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาท อนึ่งได้เห็นแก่จักษุได้ฟังแก่โสตร รู้ว่าผู้อื่นคิดประทุษร้าย แลมิได้นำเอาเนื้อความมาร้องฟ้องว่ากล่าวโดยตรงให้กราบบังคมทูลพระกรุณาให้ทราบใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาทโดยเร็ว รั้งรอไว้ด้วยฉันทโทสภยาคติ แลประพฤติอกตัญญู ไม่มีความซื่อสัตย์เปนการทุจริตต่าง ๆ ต่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว อันทรงพระมหากรุณามีพระเดชพระคุณอันประเสริฐใหญ่ยิ่งทั้งนี้ ขอให้ภูมเทวดา พฤกษเทวดา อารักษเทวดา อากาศเทวดา ท้าวเทวราชโลกบาลเทวดาผู้มีฤทธิศักดิสิทธิ สิงสถิตย์ในที่มีพระมหาเสวตรฉัตรเปนต้น จงบันดาลดลอุปัทวาการสังหารผลาญชีวิตรผู้นั้น ให้ถึงความฉิบหาย ตายด้วยความแตกความขาดที่เรียกว่าฉินทภินทพินาศ ด้วยอุปฆาฏ อุปปิฬโกปเฉทกรรมมากระทำอำนาจให้เปนสาหัสโสปาทวันตราย ให้ตายด้วยอสนิบาตสายฟ้าฟาดราชสัตถาวุธดาบองครักษ์อันแรงร้าย คือศรพรหมาศ ศรปไลยวาต ศรอัคนิวาต ฤๅด้วยพิศม์แลกำลังแห่งสัตว์อันร้ายในน้ำแลบกจงได้ช่องสังหาร ผู้ซึ่งมิได้ซื่อสัจให้พลันบันดาลพินาศ ขออย่าได้ให้ผู้นั้นแคล้วคลาศมหาไภยทุกประการ แลกรรมกรณ์ทุกสถานบรรดาที่ท่านผู้มีอำนาจ อาจกระทำแก่ผู้มีความผิดทั้งปวงได้ ขออำนาจเทพยดาจงมาลงในน้ำพระพัฒสัตยาธิฐานสาบาลนี้ จงบันดาลให้เกิดฝีพิศม์ฝีกาลอติสารชราพาธ สรรพโรคพิบัติต่าง ๆ ทุกประการ แก่ผู้ทรยศคิดคดไม่ซื่อสัตย์นั้น ให้ถึงอกาลมรณภาพ ตายด้วยทุกขเวทนาลำบากแสนสาหัส ให้เห็นประจักษ์แก่ตาโลกย์ ครั้นผู้นั้นสิ้นชีวิตรจากมนุษโลกย์แล้ว จงลงไปเกิดในมหานรกหมกไหม้อยู่ในไฟไม่รู้ดับ สิ้นหมื่นกัปแสนกัลป์อนันตชาติ ครั้นสิ้นกรรมจากที่นั้นแล้ว แลจะมาบังเกิดในภพใด ๆ ผู้นั้นขอจงอย่าได้มีความศุขแต่สักน่อยหนึ่งในโลกียกามบริโภค แลอย่าได้พบพระพุทธเจ้า, พระธรรมเจ้า, พระสงฆเจ้า ซึ่งจะมาโปรดสัตว์ให้พ้นทุกข์ ถึงสวรรค์แลนฤพาน ถึงจะพบก็อย่าได้โปรดผู้นั้นได้ ถ้าแลผู้ใดตั้งอยู่ในความกตัญญูกตเวทีซื่อสัตย์สุจริต มิได้คิดกระบถประทุษร้าย โดยบรรยายอันกล่าวแล้วแต่หนหลัง ขอจงภูมเทวดา พฤกษเทวดา อากาศเทวดา อารักษเทวดา ท้าวจตุโลกบาลอันมีฤทธิสิทธิศักดิทั่วทุกเทพยพิภพ ทั้งพระหลักเมือง พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง อันเรืองฤทธิ อิกเทพยอันสถิตย์ในนพปดลมหาเสวตรฉัตร แลอารักษเทพยดา อันรักษาพระองค์ทุกคืนวัน แลเทพยดาอันรักษาพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทราชรัตนมหามณเฑียร แลเทพยเจ้าซึ่งสถิตย์เสถียรทั้งสิบสองพระคลังหลวง อิกทวยเทพยทั้งปวงซึ่งสถิตย์รักษาโรงอาวุธ ทั้งที่สิงสถิตย่ในเครื่องสรรพยุทธ แลเครื่องราชูปโภคบริภัณฑ์ จงช่วยกันอภิบาลรักษาผู้กระทำราชการโดยสัตย์สุจริต ให้สถิตย์สถาพรเจริญศิริสวัสดิมงคล แลให้วัฒนาถาวรเจริญศุภผลในอิธโลกย์ปรโลกย์ ให้ผู้นั้นพ้นจากสรรพโรคอุปัทวันตราย โดยบรรยายอันกล่าวมานั้นจงทุกประการ ผู้นั้นรับพระราชทานน้ำพระพัฒสัตยาธิฐานนี้แล้ว จงบันดาลให้บังเกิดศุขสวัสดิผ่องแผ้ว พ้นจากสรรพโรคพิบัติทั้งปวง แลมีความจำเริญอันใหญ่หลวงแห่งอายุวรรณศุขพละยืดยาวยิ่งยงคงทน จนถึงแก่กาลอายุบริเฉทชรานักแล้วจึงตาย มีความสบายเปนศุขเวทนา ดุจนอนหลับแล้วตื่นขึ้นมาในทิพยพิมาน เสวยทิพยสมบัติในสถานสวรรค์สิ้นแสนกัลป์อนันตชาติ ครั้นผู้นั้นจุติจากสวรรค์เทวโลกย์แล้วจะมาบังเกิดในมนุษโลกย์ จงบริบูรณ์ด้วยอุปโภคสมบัติสรรพแสนศฤงฆาร อันมโหฬารแลบริวารยศ ปรากฎโดยวิเศษตามประสงค์ อนึ่งขอจงได้พบพระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสงฆเจ้า แล้วจงได้สำเร็จดังมโนรถความปราถนาในทางสวรรค์นฤพาน พ้นจากสังสารทุกข์ ด้วยความสัจสุจริตกตัญญูกตเวทีนั้นเถิด ๚

ครั้นอ่านจบแล้ว กรมพระแสงหอกดาบเชิญพระแสงตามลำดับ พระมหาราชครูมีผ้ารองมือจับพระแสงด้วยมือทั้งสอง แล้วยกปลายพระแสงจุ้มน้ำในหม้อทุก ๆ หม้อ จนหมดจำนวนพระแสง ในขณะนั้นมีประโคม แลพระสงฆ์สวดสัจจคาถาว่า

๏ สัจ์จํ เว อมตา วาจา เอส ธัม์โม สนัน์ตโน
สัจ์เจ อัต์เถ จ ธัม์เม จ อหุ สัน์โต ปติฏ์ฐิตา
สัท์ธีธ วิต์ตํ ปุริสัส์ส เสฏ์ฐํ ธัม์โม สุจิณ์โณ สุขมาวหาติ
สัจ์จํ หเว สาธุตรํ รสานํ ปัญ์ญาชิวีชีวิตมาหุ เสฏ์ฐํ
สัท์ทหาโน อรหตํ ธัม์มํ นิพ์พานปัต์ติยา
สุส์สูสํ ลภเต ปัญ์ญํ อัป์ปมัต์โต วิจัก์ขโณ
ปฏิรูปการี ธุรวา อุฏ์ฐาตา วิน์ทเต ธนํ
สัจ์เจน กิต์ตึ ปัป์โปติ ททํ มิต์ตานิ คัน์ถติ
ยัส์เสเต จตุโร ธัม์มา สัท์ธัส์ส ฆรเมสิโน
สัจ์จํ ธัม์โม ธิติ จาโค สเว เปจ์จ น โสจติ
อิงฆ อัญ์เญปิ ปุจ์ฉัส์สุ ปุถู สมณพ๎ราห๎มเณ
ยทิ สัจ์จา ทมา จาคา ขัน์ต๎ยา ภิย์โยธ วิช์ชตีติ

เมื่อแทงน้ำแล้วเสร็จ พระมหาราชครู จึงเชิญพระขันหยก ซึ่งชุบพระแสงศรนั้นไปรินน้ำเจือลงในหม้อน้ำมนต์ทุก ๆ หม้อ แล้วจึงเชิญพระถ้วยโมราปากประดับเพ็ชร รินน้ำจากขันลงในพระถ้วยโมรานั้น แล้วนำมาถวายพระเจ้าแผ่นดินทรงเสวย ในขณะเมื่อเสด็จออกไปถึงวัดนั้น เจ้านายต่างกรมขึ้นมาเฝ้าอยู่บนพระอุโบสถ แต่วังน่านั้นเสด็จมาในเวลากำลังอ่านประกาศบ้าง ก่อนอ่านประกาศบ้างเล็กน้อย ข้าราชการที่เปนผู้ใหญ่ ขึ้นไปบนพระอุโบสถในเวลาที่จะอ่านประกาศ เมื่อกำลังแทงน้ำนั้น อาลักษณแจกคำสาบาลให้ข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อย มีเสนาบดีเปนต้น ในคำสาบาลนั้นว่า ข้าพระพุทธเจ้า ขอกระทำสัตยานุสัตย์สาบาลตัวถวายแด่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เฉภาะพระภักตร์พระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสงฆเจ้า อนึ่งขอเทพยเจ้าอันรักษาพระมหาเสวตรฉัตร แลเทพยเจ้าอันรักษาที่นั้น ๆ ทุกสถาน ทั่วทั้งพระนครจงเล็งดูด้วยทิพยจักษุ แลเงี่ยทิพยโสตรลงคอยสดับคำปฏิญาณของข้าพระพุทธเจ้า ด้วยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติบรมราชาภิเศกแล้ว แลทรงประพฤติโดยโบราณราชประเพณี มีพระเดชพระคุณแก่สมณพราหมณาจารย์ เสนาพฤฒามาตย์ราชนิกูล พระบรมวงษานุวงษ์ ข้าทูลลอองธุลีพระบาท ข้าราชการฝ่ายทหารพลเรือนกรมฝ่ายน่าฝ่ายใน ผู้รักษาเมืองผู้รั้งกรมการ เจ้าประเทศราช แลอาณาประชาราษฎรทั้งหลาย อันอาไศรยในพระราชอาณาเขตร เพราะฉนั้นควรข้าพระพุทธเจ้าจะทำราชการในใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาท สนองพระเดชพระคุณแต่โดยสุจริต มิได้คิดกระบถประทุษร้ายด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยน้ำจิตร ถ้าแลข้าพระพุทธเจ้ามิได้ตั้งอยู่ในกตัญญูกตเวทีธรรมสุจริตแลคิดกระบถประทุษร้าย แด่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยน้ำจิตร ฤๅคิดเอาใจไปแผ่ไว้แก่ไทต่างด้าวท้าวต่างแดน อันเปนหมู่ประจามิตร แลคิดให้อุบายเล่ห์กลไปให้ผู้อื่นกระทำร้าย แด่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว อนึ่งถ้าข้าพระพุทธเจ้าได้เห็นแก่จักษุได้ยินแก่โสตรรู้ว่าผู้อื่นจะกระทำประทุษร้าย แด่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แลมิได้นำเอาเนื้อความมาฟ้องร้องว่ากล่าว ให้กราบบังคมทูลพระกรุณาให้ทราบฝ่าลอองธุลีพระบาทโดยเร็ว รั้งรอไว้ด้วยฉันทโทสภยาคติ แลประพฤติอกตัญญูไม่มีความซื่อสัจเปนการทุจริตต่าง ๆ ต่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว อันทรงพระมหากรุณามีพระเดชพระคุณอันประเสริฐใหญ่ยิ่งดังนี้ ขอให้ภูมเทวดา รุกขเทวดา อารักษเทวดา อากาศเทวดา ท้าวเทวราชโลกบาล เทวดาผู้มีฤทธิศักดิ์สิทธิ สิงสถิตย์ในที่มีพระมหาเสวตรฉัตรเปนต้น จงบันดาลดลอุปัทวาการสังหารผลาญชีวิตรข้าพระพุทธเจ้า ให้ถึงความฉิบหาย ตายด้วยความแตกความขาด ให้ตายด้วยอสนิบาตสายฟ้าฟาดราชสัตถาวุธดาบองครักษ์อันแรงร้าย ฤๅด้วยพิศม์แลกำลังแห่งสัตวอันร้ายในน้ำในบก จงได้ช่องสังหารข้าพระพุทธเจ้าซึ่งมิได้ซื่อสัจให้พลันบันดาลพินาศ ขออย่าให้ข้าพระพุทธเจ้าแคล้วคลาศมหาไภยทุกประการ แลกรรมกรณ์ทุกสถาน บรรดาที่ท่านผู้มีอำนาจอาจกระทำแก่ผู้มีความผิดทั้งปวงได้ ขออำนาจเทพยดาจงบันดาลให้เกิดฝีพิศม์ฝีกาลอติสารขราพาธสรรพโรคพิบัติต่าง ๆ ทุกประการ แก่ข้าพระพุทธเจ้าผู้ทรยศคิดคดไม่ซื่อสัจ ให้ถึงอกาลมรณตายด้วยทุกขเวทนาลำบากแสนสาหัส ให้เห็นประจักษ์แก่ตาโลกย์ ครั้นข้าพระพุทธเจ้าสิ้นชีวิตรจากมนุษโลกย์แล้ว จงลงไปบังเกิดในมหานรกหมกไหม้อยู่ในไฟไม่รู้ดับ หมื่นกัปแสนกัลป์อนันตชาติ ครั้นสิ้นกรรมจากที่นั้นแลจะมาบังเกิดในภพใด ๆ ขอจงอย่าได้มีความศุขแต่สักหน่อยหนึ่งในโลกีย์กามบริโภค แล้วอย่าพบพระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสงฆเจ้า ซึ่งจะมาโปรดสัตวให้พ้นทุกขถึงสวรรคแลนฤพาน ถึงจะพบก็อย่าให้โปรดข้าพระพุทธเจ้าได้ ถ้าแลข้าพระพุทธเจ้าตั้งอยู่ในความกตัญญูกตเวทีซื่อสัจสุจริตมิได้คิดกระบถประทุษร้าย โดยบรรยายอันกล่าวแล้วแต่หนหลัง ขอจงภูมเทวดา พฤกษเทวดา อารักษเทวดา อากาศเทวดา ท้าวจัตุโลกบาล อันมีฤทธิสิทธิศักดิทั่วทุกเทพพิภพ ทั้งพระหลักเมือง พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง อันเรืองฤทธิ์ อิกเทพยสิงสถิตย์ในพระมหาเสวตรฉัตร แลอารักษเทพยดาอันรักษาพระองค์ทุกคืนวัน แลเทพยดาอันรักษาพระมหาปราสาทราชมณเฑียร แลเทพยเจ้าซึ่งสถิตย์เสถียรทั้งสิบสองพระคลังหลวง อิกเทพยทั้งปวง ซึ่งรักษาโรงอาวุธ ทั้งที่สิงสถิตย์ในเครื่องสรรพยุทธ แลเครื่องราชูปโภคบริภัณฑ์ จงช่วยป้องกันอภิบาลรักษาข้าพระพุทธเจ้า ผู้กระทำราชการโดยสัตย์สุจริตให้เจริญศิริสวัสดิมงคล ในอิธโลกย์ ปรโลกย์ ให้พ้นจากสรรพโรคอุปัทวันตราย โดยบรรยายอันกล่าวมานั้นจงทุกประการ ข้าพระพุทธเจ้าได้รับพระราชทานน้ำพระพัฒสัตยาธิฐานนี้แล้ว จงบันดาลให้บังเกิดศุขสวัสดิผ่องแผ้ว พ้นจากสรรพโรคพิบัติทั้งปวง แลมีความเจริญอันใหญ่หลวง แห่งอายุวรรณศุขพละยืดยาวยิ่งยงคงทน จนถึงแก่กาลอายุบริเฉทชรานักแล้วจึ่งตาย มีความสบายเปนศุขเวทนา ดุจนอนหลับแล้วตื่นขึ้นมาในทิพยพิมาน เสวยทิพยสมบัติในสถานสวรรค์สิ้นแสนกัลป์อนันตชาติ ครั้นข้าพระพุทธเจ้าจุติจากสวรรค์เทวโลกย์แล้วจะมาบังเกิดในมนุษโลกย์ จงบริบูรณ์ด้วยอุปโภคสมบัติ สรรพแสนศฤงฆารอันมโหฬารแลบริวารยศ ปรากฎโดยวิเศษตามประสงค์ อนึ่งขอจงได้พบพระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสงฆเจ้า แล้วจงได้สำเร็จดังมโนรถความปราถนาในทางสวรรค์นฤพาน พ้นจากสังสารทุกข์ด้วยความสุจริตกตัญญูกตเวทีนั้น เทอญ ๚

ครั้นพระเจ้าแผ่นดินเสวยแล้ว พระครูสิทธิไชยเชิญขันลงยาไปถวายวังน่า เจ้ากรมปลัดกรมพราหมณ์สนมกรมวัง กับพระยาผู้กำกับตรวจให้ถือน้ำ ข้าราชการ ขึ้นทางประตูพระอุโบสถข้างเหนือ มหาดเล็กขึ้นทางประตูกลางเพียงจ่า นอกนั้นที่เปนหม่อมเจ้าแลข้าราชการผู้น้อยรับพระราชทานน้ำที่น่าพระอุโบสถ ในเวลานั้น พระยถาสัพพีแล้วไปวัด ข้าราชการซึ่งเปนรามัญกรมต่าง ๆ ขึ้นมาบนพระอุโบสถพร้อมกัน อ่านคำสาบาลภาษารามัญ แล้วถือน้ำพวกหนึ่งต่างหาก ขุนนางหัวเมืองที่ลงมาอยู่ในกรุงเทพ ฯ ถือน้ำในพระอุโบสถ ที่เปนแขกประเทศราช ถือน้ำที่ศาลาลูกขุน สาบาลอย่างแขก พวกเขมรแลญวนเข้ารีด มีบาดหลวงมากำกับด้วย ขุนหมื่นพันทนายกรมต่าง ๆ แลข้าเจ้าต่างกรมยังไม่ได้ตั้งกรม ถือน้ำที่พระรเบียง ศาลาลูกขุนซ้ายขวา ครั้นถือน้ำแล้วเสด็จขึ้นทางในฉากพระอุโบสถข้างใต้ ในระหว่างท้าวนางแลภรรยาข้าราชการ ลงทางประตูหลังพระอุโบสถ แล้วเสด็จพระราชดำเนินทางพระรเบียงด้านใต้ อ้อมไปทางด้านตวันตก ออกประตูทางเสด็จพระราชดำเนินก่อน ถ้ามีหัวเมืองแลประเทศราช ตำรวจปักปรำที่ตรงน่าหอมิวเซียม หัวเมืองเฝ้าในที่ปรำนั้น สองข้างทางมีทหารรายตลอด จนถึงพระทวารเทเวศร์รักษา แลมีแตรหลายวง ธรรมเนียมแต่ก่อน เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวยังเสด็จอยู่นั้น ทหารวังน่าเคยเข้ามายืนที่ถนนตรงประตูวิเศษไชยศรีเข้ามา แต่ครั้งหลังนี้เลิกออกไปอยู่นอก ครั้นเสด็จถึงเกยแล้ว เจ้าพนักงานหอพระอัฐิเปิดพระแกลข้างน่าสองพระแกล ประโคมแตรสังข์มโหรทึกกลองชนะ ทรงสอดฉลองพระองค์ครุยแล้ว เสด็จขึ้นไปนมัสการพระบรมอัฐิ บนพระที่นั่งสนามจันทร์ ตั้งเครื่องนมัสการลงยาราชาวดี ครั้นทรงนมัสการแล้ว เสด็จขึ้นเปลื้องเครื่อง ในพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย แลข้างพระที่นั่งสนามจันทร์ด้านตวันตก ดาษปรำผ้าตั้งราวเทียนสองราวกับกระถางธูป วังน่าแลพระบรมวงษานุวงษ์ข้าราชการ สวมฉลองพระองค์ครุยเสื้อครุย มีธูปเทียนดอกไม้เข้าไปถวายบังคมพระบรมอัฐิพร้อมกัน ครั้นทรงเปลื้องเครื่องตามธรรมเนียมแล้ว เสด็จขึ้นข้างใน ทรงจุดเครื่องนมัสการพระพุทธรูปพระชนมพรรษาทั้ง ๕ พระองค์แล้ว ทรงสุหร่ายประพรมทั่วทุกแห่งแล้ว เจ้าพนักงานจึงเชิญพระไชย พระสุพรรณบัตร พระแสง เข้าไปตั้งที่โต๊ะ ตามอย่างว่าไว้แต่ก่อน แล้วพนักงานพระสมุด อ่านคำแช่งน้ำแลคำสาบาลจนจบ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงนมัสการเครื่องทองน้อยในหอพระแล้วเสด็จขึ้น เจ้าคุณท้าวนางจึงได้นำน้ำมาแจกพระบรมวงษานุวงษ์ แลข้าราชการฝ่ายในทั่วไป แลกระบวนที่ถือน้ำข้างฝ่ายใน แลน้ำที่ข้าราชการฝ่ายสัตรีได้รับพระราชทานนั้น ยังหาได้ว่าในที่นี้ไม่ เมื่อเวลาเสด็จขึ้นจากวัดพระศรีรัตนสาศดารามแล้ว ท้าวซึ่งไปกำกับถือน้ำ รับหม้อน้ำเงินที่ตั้งอยู่บนม้า ๕ หม้อ เข้ามาในพระบรมมหาราชวัง ตั้งบนพระที่นั่งไพศาลทักษิณ สำหรับให้ข้าราชการฝ่ายใน แลไปใช้เจือน้ำแจกโขลนแลหญิงซึ่งมีเบี้ยหวัดรับพระราชทานที่ศาลา ที่วัดพระศรีรัตนสาศดารามนั้น เมื่อถือน้ำข้างน่าแล้ว พราหมณ์กับอาลักษณเข้ามาอ่านคำแช่งน้ำแลคำสาบาล เหมือนดังเช่นว่าแต่ก่อนแล้วนั้น ที่ปากฉากอิกครั้งหนึ่ง ครั้นอ่านแล้วจึงแจกน้ำให้พวกท่านผู้หญิงภรรยาข้าราชการ ต้องส่งฎีกากับท้าวนางทุกคน ถ้วยซึ่งสำหรับรับพระราชทานน้ำพระพิพัฒสัตยานั้น มีสองอย่าง อย่างหนึ่งเปนถ้วยหูก้าไหล่ทอง อย่างหนึ่งเปนสำริด มีคาถาจารึกสองรอบว่า

สัจ์จํเว อมตาวาจา เอสธัม์โม สนัน์ตโน

สัจ์เจ อัต์เถ จ ธัม์เม จ อหุ สัน์โต ปติฏ์ฐิตา ฯ

อนึ่งการถือน้ำนี้ บรรดาหัวเมืองเอกโทตรีจัตวา ปักษ์ใต้ฝ่ายเหนือ แลเมืองประเทศราช ซึ่งขึ้นกรุงเทพมหานคร เมื่อถึงกำหนดการถือน้ำก็นิมนต์พระมาประชุมในวัดใดวัดหนึ่ง ซึ่งเปนวัดสำคัญในเมืองนั้น สวดมนต์เลี้ยงพระ ตั้งน้ำ แล้วเอากระบี่ยศซึ่งพระราชทานชุบน้ำ ผู้รักษาเมืองกรมการผู้ใหญ่ผู้น้อย ต้องนุ่งขาวห่มขาว ไปทำสัตย์สาบาล ถือน้ำพระพิพัฒสัตยาทุกเมือง กำหนดการถือน้ำพระพิพัฒสัตยาซึ่งเปนการประจำนี้ มีกำหนดปีละสองครั้ง ตรุศครั้งหนึ่ง สารทครั้งหนึ่ง คือวันขึ้นสามค่ำเดือนห้า แลแรมสิบสามค่ำเดือนสิบ คงที่อยู่ ไม่ยักเยื้องอันใดเลย

การถือน้ำใหญ่นั้น เปนเสร็จการเพียงเท่านี้ ยังมีถือน้ำเดือน ซึ่งทหารผู้ถืออาวุธทั้งปวงได้ถือน้ำ ที่วัดพระศรีรัตนสาศดาราม อิกทุกเดือนมิได้ขาด แต่พระแสงซึ่งชุบน้ำนั้นใช้น้อย

อนึ่งการถือน้ำแรกซึ่งสมมุติพระเจ้าแผ่นดิน พระบรมวงษานุวงษ์ใหญ่น้อยตั้งแต่วังน่าเปนต้น ต้องถวายสัตย์สาบาลเหมือนกัน แต่ไม่ได้ไปสาบาลที่วัดพระศรีรัตนสาศดาราม เสด็จมาประชุมพร้อมกันในที่เฝ้า ในพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ข้าราชการนั้นสาบาลที่วัดพระศรีรัตนสาศดาราม แล้วมาถวายบังคมพระเจ้าแผ่นดินในท้องพระโรง เหมือนอย่างธรรมเนียมเดิม เนื้อความซึ่งสาบาลนั้นก็คล้าย ๆ กันกับสาบาลที่ถือน้ำในครั้งนั้นคราวนั้น คือในแผ่นดินนั้น คำสาบาลแต่เดิมมาว่าความอย่างหนึ่ง คำสาบาลอย่างเช่นสาบาลอยู่ในประจุบันนี้ เปนของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเรียบเรียงขึ้นใหม่ในชั้นหลังต่อมา แก้ไขของเก่าเสียมาก คำสาบาลอย่างเดิมนั้น เราค้นได้เปนฉบับที่ได้ใช้มาแต่แผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้นพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ ก็เพิ่มพระนามพระจอมเกล้าลง ยังคงใช้อยู่ในตอนแรก จึงได้คัดลงไว้ในนี้ พอให้เห็นแบบคำสาบาลอย่างเดิม ดังนี้

ข้าพระพุทธเจ้า ขอพระราชทานกระทำสัตยาธิฐานสบถสาบาลตัว ถวายแต่พระเจ้าอยู่หัว จำเภาะพระภักตร พระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสงฆเจ้า ด้วยข้าพระพุทธเจ้าจะกระทำราชการฉลองพรฺะเดชพระคุณ โดยสัจสุจริตซื่อตรง แต่ตามความสัจความจริง มิได้คิดกระบถประทษร้าย ด้วยกายด้วยวาจาด้วยน้ำจิตร ข้าพระพุทธเจ้ามิได้ให้กลอุบายไปแก่ผู้อื่นให้ประทษร้าย มิได้เอาน้ำใจไปแผ่เผื่อไว้แก่ไทต่างด้าวท้าวต่างแดน เพื่อจะให้กระทำประทษร้ายสมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว ถ้ามีการศึกยกมากระทำแก่พระนครก็ดี พระเจ้าอยู่หัวจะใช้ข้าพระพุทธเจ้าไปกระทำการสงครามแห่งใดตำบลใดก็ดี ถ้าข้าพระพุทธเจ้าเกรงกลัวข้าศึกมากกว่าเจ้า ไม่ทำการเอาไชยชำนะข้าศึกได้ ขอให้เทพยุเจ้าอันรักษาโลกยในมงคลจักรวาฬ หมื่นโกฏิจักรวาฬ แสนโกฏิจักรวาฬ มาเข้าดลพระไทยพระเจ้าอยู่หัว ให้ตัดหัวผ่าอกข้าพระพุทธเจ้าแต่ในประจุบันขณะเดียวนี้เถิด อนึ่งข้าพระพุทธเจ้าเห็นแก่จักษุได้ฟังแก่โสตร รู้ว่าผู้อื่นคิดกระบถประทษร้ายด้วยความทุจริตผิดด้วยพระราชบัญญัติ แล้วจะนำเอาเนื้อความขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณาให้ทราบ ถ้าข้าพระพุทธเจ้ามิได้ตั้งอยู่ในความสัจสาบาลดุจกล่าวมาทั้งนี้ ขอจงภูมเทวดา อารักษเทวดา อากาศเทวดา รุกขเทวดา ท้าวจัตุโลกบาล ท้าวอัฐโลกบาล ท้าวทัศโลกบาล อันมีฤทธิสิทธิศักดิ จงสังหารผลาญชีวิตร ฯ ข้า ฯ ให้ฉินทภินทะพินาศ ด้วยอุปะปีฬกอุปะเฉทกรรมุปะฆาฏ ด้วยอสนีบาตสายฟ้าฟาดราชสัตถาวุธดาบองครักษ์จักรนารายน์ กระบือเสี่ยวช้างแทงเสือสัตวอันร้ายในน้ำในบก จงพิฆาฏอย่าให้ปราศจากปัญจวีสติมหาไภย ๒๕ ประการ แลทวดึงษกรรมกรณ ๓๒ ประการ ถ้าข้าพระพุทธเจ้ารับพระราชทานน้ำพระพัฒสัจจาธิฐานนี้แล้ว จงบันดาลให้เกิดฝีพิศม์ฝีกาลอติสารขราพาธฉันนะวุติโรคร้าย ๙๖ ประการ ให้อกาลมรณภาพ ตายด้วยความทุกขเวทนาลำบากให้ประจักษ์แก่ตาโลกย์ ใน ๓ วัน ๗ วัน แล้วจงไปบังเกิดในมหานรกหมกไหม้อยู่สิ้นแสนกัลป์อนันตชาติ ครั้นสิ้นกรรมจากที่นั้นแล้ว แลจะไปบังเกิดในภพใด ๆ อย่าให้ข้าพระพุทธเจ้าพบพระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสงฆเจ้า ซึ่งจะมาโปรดข้าพระพุทธเจ้าได้เลย ถ้าข้าพระพุทธเจ้าตั้งในกตัญญูกตเวที ความสัจสุจริตโดยบรรยายกล่าวมาแต่หนหลัง ขอจงภูมเทวดา อารักษเทวดา รุกขเทวดา อากาศเทวดา ท้าวจัตุโลกบาล ท้าวอัฐโลกบาล ท้าวทัศโลกบาล เทวดาผู้มีฤทธิสิทธิศักดิ จงช่วยอภิบาลข้าพระพุทธเจ้าให้จำเริญศรีสวัสดิ โดยบรรยายอันกล่าวมานั้นจงทุกประการ ข้าพระพุทธเจ้ารับพระราชทานน้ำพระพัฒสัจจาธิฐานแล้ว จงให้ข้าพระพุทธเจ้าบังเกิดศุขสวัสดิภาพ พ้นจากฉันนะวุติโรค ๙๖ ประการ จำเริญอายุวรรณศุขพละ ให้ถึงแก่อายุศม์บริเฉทกำหนด ด้วยศุขเวทนา ดุจนอนหลับแล้วแลตื่นขึ้นในดุสิตพิมาน เสวยทิพยศุไขสวรรย์ สิ้นแสนกัลปอนันตชาติ ครั้นข้าพระพุทธเจ้าจุติจากสวรรค์เทวโลกย์แล้ว ลงมาในมนุษโลกย์จงได้พบพระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสงฆเจ้า แล้วสำเร็จแก่พุทธภูมอรหัตภูม พ้นจากสงสารทุกข์ ด้วยความสัจสุจริตกตัญญูนั้นเถิด ๚

แต่ในแผ่นดินประจุบันนี้ เมื่อแรกบรมราชาภิเศก ใช้ไปตามแบบ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงแก้ไว้ เหมือนกับคำสาบาลฉบับที่แจกข้าราชการอ่าน แต่ที่อ่านคำสาบาลอย่างใหม่นี้ ในเวลาแรกบรมราชาภิเศก จะว่าเปนถูกแท้ ฤๅจะขาดไปก็ไม่ทราบ ด้วยเปนของเกิดขึ้นใหม่ทั้งนั้น ยังไม่มีแบบอย่างมา ถ้าจะว่าข้างควรจะใช้อย่างเดิม ก็เห็นว่าขาดอยู่ที่ตรงคำว่า ถ้ามีการศึกยกมากระทำแก่พระนครก็ดี พระเจ้าอยู่หัวจะใช้ข้าพระพุทธเจ้าไปทำสงครามแห่งใดตำบลใดก็ดี ถ้าข้าพระพุทธเจ้ากลัวเกรงข้าศึกมากกว่าเจ้า ไม่ทำการเอาไชยชำนะข้าศึกได้ คำนี้ ถ้าจะว่าบกพร่องไปก็ว่าได้ ฤๅถ้าจะคิดอิกอย่างหนึ่ง ว่าคำสาบาลเก่ารุงรังอยู่หลายอย่าง เหมือนหนึ่งปัญจวีสติมหาไภย ๒๕ แลทวดึงษกรรมกรณ์ ๓๒ ฉันนวุติโรคไภย ๙๖ แล้วให้สำเร็จแก่พุทธภูมิ ปัจเจกภูมิ อรหัตภูมิ คำเหล่านี้เปนวัด ๆ เถน ๆ งุ่มง่ามไป ควรเอาคำสาบาลอย่างใหม่ เพราะความสรูปรวมกันอยู่แล้ว ก็ว่าได้ แต่ถ้าจะว่าโดยความเห็นของเราเอง เห็นว่าพระเจ้าแผ่นดิน เปนเจ้าแผ่นดินขึ้นใหม่ ซึ่งจะสาบาลแต่ว่าจะสัตย์ซื่อต่อเจ้า

(ยังมีความต่อนี้ไปอิก แต่ค้นต้นฉบับไม่พบ)

อนึ่งเมืองใดซึ่งมิได้เปนเมืองขึ้นอยู่ในน้ำพระพิพัฒสัตยากรุงเทพมหานคร แล้วแลเข้ามาสวามิภักดิ ต้องถือน้ำพระพิพัฒสัตยาก่อน จึงได้เข้าเฝ้าพระเจ้าแผ่นดิน เหมือนหนึ่งจะอ้างใกล้ ๆ ในแผ่นดินประจุบันนี้ ท้าวขันตี ท้าวศรีสุวรรณ บุตรท้าวอึ่งเจ้าเมืองเชียงขวาง หนีฮ่อข้าศึกมาเข้าหาพระยามหาอำมาตย์เมืองหนองคาย นำลงมากรุงเทพ ฯ ก็ต้องถือน้ำพระพิพัฒสัตยาก่อน พร้อมทั้งอายาโถแลท้าวเพี้ยกรมการอื่น ๆ ราชบุตร น้องเจ้าเมืองเชียงขวาง เข้าหาพระสุริยภักดี ส่งลงมากรุงเทพ ฯ คนทั้งนี้ก็ต้องถือน้ำพระพิพัฒสัจจาก่อน ธรรมเนียมถือน้ำอย่างนี้ทำพิธีในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนสาศดาราม

(ความขาดอยู่เพียงนี้ ต่อไปลงท้ายดังนี้)

การพระราชพิธีต่างๆ ทั้งสิบสองเดือนนี้ สมเด็จกรมพระบำราบปรปักษ์ ท่านได้ทรงคิดทำเปนโคลงไว้ หมายว่าจะให้ครบ ๑๒ เดือน ก็ทำไว้ได้ถึง ๖๐๐ บทแล้ว แต่การจะตลอดไปฤๅไม่ตลอดไปนั้น ยังประมาณไม่ได้ ด้วยเปนของมากมายยืดยาวนัก แต่งโคลงไม่เหมือนกับแต่งหนังสือตามธรรมเนียม จึงคิดเสียดายว่า ถ้าท่านทรงไปไม่ตลอด โคลงนั้นก็จะสูญไปเสีย จึงได้ขอท่านคัดมา หมายว่าจะลงไว้ในเรื่องราวนี้ตามลำดับพิธี ให้เปนระยะ ๆ ไป ถ้าหากว่าการที่ท่านทรงนั้นแล้วสำเร็จ ก็ไม่เปนการเสียหายสิ่งใด ถ้าผู้ใดอยากจะอ่านให้เต็มเรื่อง ก็จงหาหนังสือที่ท่านทรงแต่งนั้นอ่านเถิด

อนึ่งโคลงเรื่องถือน้ำพระพิพัฒสัตยา กับคเชนทรัศวสนานติดกันเรียกว่าโคลงพระราชพิธีศรีสัจจปานการคเชนทรัศวสนาน ได้ทำขึ้นไว้ เมื่อปีมแมตรีศกนั้น ก็มีความเลอียดมาก ถ้าผู้ใดอยากจะอ่าน ก็จงหาหนังสือนั้นอ่านเถิด

(หมดฉบับเพียงเท่านี้ หนังสือนี้ทราบว่าทรงไว้ต่อนี้ไปอิกจนถึงพระราชพิธีคเชนทรัศวสนาน ซึ่งต่อกับพระราชพิธีถือน้ำ แต่ไม่พบฉบับ พบแต่เพียงเท่าที่คัดมานี้)

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ