ตอนที่ ๕ ท้าวสามนต์ให้นางทั้งเจ็ดเลือกคู่

ช้า

๏ มาจะกล่าวบทไป ถึงท้าวสามนต์เรืองศรี
เสวยราชสมบัติสวัสดี ในบุรีสามนต์พระนคร
อันองค์เอกอัครชายา ชื่อมณฑาเทวีศรีสมร
มีธิดานารีร่วมอุทร ทั้งเจ็ดนามกรต่างกัน
น้องนุชสุดท้องชื่อรจนา โสภาเพียงนางในสวรรค์
พรั่งพร้อมพระสนมกำนัล เป็นสุขทุกนิรันดร์วันคืน
ท้าวคิดรำพึงถึงเวียงชัย นานไปจะเป็นของเขาอื่น
เห็นจะไม่จิรังยั่งยืน ด้วยลูกเต้าแต่พื้นเป็นธิดา
จำจะคิดปลูกฝังเสียยังแล้ว ให้ลูกแก้วมีคู่เสนหา
ถ้าเขยคนใดดีมีบุญญา จะยกพารามอบให้ครอบครอง

ฯ ๑๐ คำ ฯ

ร่าย

๏ คิดพลางทางเรียกมเหสี มาพาทีปรึกษาสองต่อสอง
เจ้าจงดำริตริตรอง แต่เราครองราชฐานมานานช้า
ทุกวันนี้ดูพี่กับตัวเจ้า ไม่เที่ยงแท้แก่เฒ่าลงนักหนา
เจ็บปวดครุ่นไปไข้ชรา ถอยกำลังวังชาลงทุกปี
ยิ่งคิดคิดไปให้ใจสั้น จะตายวันตายพรุ่งมิรู้ที่
พี่ปรารมภ์สมบัติของเรานี้ ถ้าแม้นหาบุญพี่ไม่จีรัง
จงช่วยกันดำริตริตรองดู จะหาคู่ให้ลูกปลูกฝัง
จะแบ่งปันข้าวของในท้องคลัง ให้ครอบครองเวียงวังเห็นทันตา
จะจัดแจงแต่งตามอารมณ์เรา เหมือนข่มเขาโคขืนให้กินหญ้า
กลัวเกลือกทั้งเจ็ดธิดา มันจะไม่เสนหาก็มิรู้
ลางเนื้อชอบลางยาไม่ว่าได้ ปลูกเรือนตามใจผู้อยู่
คำบุราณท่านว่าไว้เป็นครู พิเคราะห์ดูให้ต้องทำนองใน
พี่คิดดูจะประชุมให้พร้อมพรั่ง กษัตริย์ทั้งร้อยเอ็ดหัวเมืองใหญ่
ให้บุตรีเราเลือกตามชอบใจ เจ้าจะเห็นกะไรจงว่ามา

ฯ ๑๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นวลนางมณฑาเสนหา
จึงทูลสนองพระบัญชา ซึ่งตรัสมานี้ต้องประเพณี
จะให้เป็นแก่นสารแก่บ้านเมือง ได้ฦๅเลื่องไปทั่วทุกกรุงศรี
ตามแต่ภูวไนยจะเห็นดี อันน้องนี้ไม่ขัดทัดทาน

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ท้าวสามนต์ปรีดิ์เปรมเกษมศานต์
เสด็จจากแท่นที่มิทันนาน ออกพระโรงชัชวาลทันใด

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

สามไม้

๏ ลดองค์ลงนั่งเหนือเก้าอี้ ตรัสสั่งเสนีผู้ใหญ่
แต่บรรดาเมืองขึ้นของเราไซร้ ทั้งร้อยเอ็ดเวียงชัยเคยไปมา
ผู้ใดมีโอรสรูปงาม แต่ในสามสิบเศษชันษา
ที่ยังไม่มีภริยา ให้จัดแจงแต่งมาทุกธานี
เราจะให้ธิดาทั้งเจ็ดองค์ เลือกดูรูปทรงส่งศรี
ถ้าลูกเราชอบใจจะได้ดี จะเษกกับบุตรีให้ครองกัน
จงแต่งตราว่าตามความใน ให้คนเร็วรีบไปทุกเขตขัณฑ์
กำหนดไว้โดยช้าสิบห้าวัน ให้มาถึงพร้อมกันยังธานี

ฯ ๘ คำ ฯ เจรจา

ร่าย

๏ บัดนั้น อำมาตย์รับสั่งใส่เกศี
ถวายบังคมคัลอัญชลี มาแต่งตราตามมีพระบัญชา
แล้วจัดเสนากว่าร้อย เคยใช้สอยคล่องแคล่วแกล้วกล้า
สั่งความตามมีในท้องตรา จงรีบไปรีบมาอย่านอนใจ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ขุนหมื่นพันทนายน้อยใหญ่
ต่างรีบผายผันแยกกันไป เวียงชัยทั้งร้อยเอ็ดพลัน

ฯ ๒ คำ ฯ เจรจา เชิด

๏ ครั้นถึงจึงเข้าไปวันทา กราบทูลกษัตราทุกเขตขัณฑ์
แจ้งตามบัญชาสารพัน ถวายหนังสือนั้นทันที

ฯ ๒ คำ ฯ

ช้าปี่

๏ เมื่อนั้น ฝ่ายพระยาร้อยเอ็ดบุรีศรี
คลี่สาส์นอ่านดูรู้คดี เปรมปรีดิ์เป็นพ้นคณนา
ต่างเรียกโอรสมาบอกเล่า เป็นลาภเราแล้วลูกเสนหา
จงตรวจตราบ่าวไพร่เร่งไคลคลา ไปพาราสามนต์ให้ทันการ
บ้างคิดมุยุลูกให้หย่าเมีย จำจะทิ้งเปรี้ยวเสียไปกินหวาน
ที่บุตรหามีไม่ใจทะยาน คิดจัดแจงแต่งหลานเปลี่ยนไป
แล้วเลือกของอย่างยิ่งทุกสิ่งสรรพ์ สำหรับบรรณาการประทานให้
ต่างองค์อำนวยอวยชัย เจ้าไปให้ได้ครองพระธิดา

ฯ ๘ คำ ฯ

ร่าย

๏ เมื่อนั้น หน่อกษัตริย์สรวลสันต์หรรษา
นบนิ้วประนมบังคมลา แล้วมาแต่งองค์อร่ามเรือง
บ้างขึ้นทรงรถคชสาร ขี่ม้าผ่านขาวเขียวกะเลียวเหลือง
ต่างยกโยธานองเนือง ออกจากเมืองรีบร้อนสัญจรไพร

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ ครั้นถึงพาราสามนต์ จึงพักพลไว้นอกกรุงใหญ่
ชวนกันลีลาคลาไคล เข้าหาเสนาในทันที

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

๏ บัดนั้น อำมาตย์ผู้ใหญ่ในกรุงศรี
พูดจาปราศรัยโดยไมตรี เอาบาญชีท้าวพระยาที่มานั้น

ฯ ๒ คำ ฯ เจรจา

๏ ครั้นได้นามทุกหน่อกษัตรา เสนาสี่นายก็ผายผัน
เข้าไปในท้องพระโรงคัล อภิวันท์ทูลแถลงให้แจ้งใจ
บัดนี้หน่อกษัตริย์ทุกพารา ทั้งร้อยเอ็ดนั้นมาถึงกรุงใหญ่
แล้วอ่านรายชื่อเสียงเรียงลงไป ตามในหางว่าวท้าวพระยา

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระผู้ผ่านเขตขัณฑ์หรรษา
จึงสั่งทั้งสี่เสนา เร่งแต่งที่ข้างหน้าให้พร้อมไว้
จงนำกษัตราทุกธานี มาประชุมในที่พระโรงใหญ่
เราจะให้ทั้งเจ็ดอรทัย มาเลือกตามชอบใจในพรุ่งนี้
เร่งจัดวังให้เสร็จทั้งเจ็ดแห่ง จะได้แต่งตั้งการภิเษกศรี
สั่งเสร็จพระเสด็จจรลี ขึ้นสู่ที่ข้างในมิได้ช้า

ฯ ๖ คำ ฯ เสมอ

๏ บัดนั้น จึงเจ้าพนักงานถ้วนหน้า
เร่งจัดแจงแต่งที่ดังบัญชา บ้างไปบอกกษัตราให้เตรียมกาย

ฯ ๒ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น พวกเหล่าท้าวพระยาทั้งหลาย
ต่างองค์กระหยิ่มพริ้มพราย ให้กระสันมั่นหมายวุ่นวายใจ
บ้างหยิบผ้ายกทองนุ่งลองดู ใครใครเห็นไม่สู้รูปกูได้
พรุ่งนี้มิคนหนึ่งก็คนไร จะจงจิตพิสมัยเป็นมั่นคง
บ้างนั่งนึกตรึกหาอุปเท่ห์ จะทำด้วยเสน่ห์ให้ลุ่มหลง
เห็นจะรุมรักเราทั้งเจ็ดองค์ คิดทะนงเปรมปริ่มกระหยิ่มใจ
ลางองค์ถือมั่นโดยปัญญา วาสนาหลังส่งแล้วคงได้
สุดแท้แต่กุศลสร้างไว้ จะเดือดเนื้อร้อนใจไปไยมี
บ้างเรียกหาหมอดูมาจับยาม ให้ทายตามชะตาราศี
จะสมคะเนหรือไม่ในพรุ่งนี้ แต่เซ้าซี้ซักไซ้ไม่นิทรา

ฯ ๑๐ คำ ฯ เจรจา

โทน

๏ ครั้นรุ่งแสงสุริย์ใสไตรตรัส ทั้งร้อยเอ็ดกษัตริย์ทรงภูษา
สอดเครื่องประดับระยับตา แต่งกายาโอ่อวดประกวดกัน
บ้างถือห่อบุหงาทัดยาดม ผ้าห่มชุบน้ำกุหลาบกลั่น
ต่างองค์กรายกรจรจรัล พากันเข้าไปในวัง

ฯ ๔ คำ ฯ เพลง

ร่าย

๏ ครั้นถึงท้องพระโรงข้างหน้า อำมาตย์มาจัดแจงให้ลุกนั่ง
ต่างชิงขึ้นหน้าว่าไม่ฟัง บ้างถุ้งเถียงเสียงดังอึงไป

ฯ ๒ คำ ฯ เจรจา

ช้าปี่

๏ เมื่อนั้น ท้าวสามนต์ยิ้มแย้มเจ่มใส
จึงชวนเมียรักร่วมใจ ออกไปแย้มแกลแลดู
เห็นหน่อกษัตราที่มานั้น หน้าตาคมสันขยันอยู่
คนข้างหลังลาดเลาเป็นเจ้าชู้ ตาหูชอบกลเจ้ามณฑา

ฯ ๔ คำ ฯ

ร่าย

๏ คนโน้นรูปร่างกระจ้อยร่อย หนุ่มน้อยน่ารักหนักหนา
คนนี้ที่ถัดกันลงมา หน้าตาเป็นประมาณพานพอดี
โน่นแน่คนนั้นอยู่ชั้นล่าง รูปร่างจ้ำม่ำดำมิดหมี
เห็นหรือไม่คนนั้นขันสิ้นที หน้างอกออกฝีประปราย
ดูพลางทางสั่งเมียรัก อย่าช้านักเลยเจ้าจะจวนสาย
จงเร่งรัดจัดแจงแต่งกาย บุตรีโฉมฉายขึ้นมา

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นวลนางมณฑาเสนหา
จึงพาทั้งเจ็ดธิดา ไปสระสรงคงคาวารี

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

ชมตลาด

๏ แต่งตัวตั้งใจจะให้งาม ขมิ้นใส่ส้มมะขามขัดสี
แล้วอาบน้ำชำระอินทรีย์ ทาแป้งสารภีรื่นรวย
กระจกตั้งคันฉ่องส่องเงา ผิวพรรณผมเผ้างามฉลวย
ใส่น้ำมันกันกวดกระหมวดมวย ผัดหน้าด้วยแป้งญวนเป็นนวลแดง
นุ่งผ้ายกอย่างต่างกัน ช่อชั้นเชิงชายลายก้านแย่ง
สไบหน้าเจียระบาดตาดทองแตง เข็มขัดสายลายแทงประจำยาม
สร้อยนวมสวมสอดสังวาลวรรณ ตาบกุดั่นเรืองรองทองอร่าม
กำไลสวมเก้าคู่ดูงาม ใส่แหวนเพชรแวววามครามสอดซับ
ทรงกรอบพักตร์พรรณรายพรายแพรว กรรเจียกแก้วมณีสีสลับ
ใส่ตุ้มหูห้อยพลอยระยับ ครั้นเสร็จสรรพขึ้นเฝ้าท้าวไท

ฯ ๑๐ คำ ฯ เพลงช้า

มูโล่ง

๏ เมื่อนั้น ท้าวสามนต์ยิ้มย่องผ่องใส
จึงตรัสแก่ธิดายาใจ พ่อให้ประชุมกษัตรา
นงเยาว์เจ้าจงไปเลือกดู ที่สมควรเป็นคู่เสนหา
ถ้าแม้นประกอบชอบวิญญาณ์ จงทิ้งมาลัยไปให้สวมมือ
พ่อจะแต่งตั้งการสยุมพร ให้บังอรออกหน้าค่าชื่อ
แต่เฝ้าปลอบสองรื้อสามรื้อ ดูดู๋ดื้อหนักหนาน่าขัดใจ

ฯ ๖ คำ ฯ

ร่าย

๏ เมื่อนั้น ทั้งเจ็ดบุตรีศรีใส
ผูกคิ้วนิ่วหน้าไม่คลาไคล ก้มแกะเสื่อลันไตไปมา
ให้นึกอัปยศอดอาย จะไปเลือกผู้ชายน่าขายหน้า
ยิ่งคิดยิ่งเขินเมินพักตรา กัลยามิได้จรลี

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น องค์พระบิตุเรศเรืองศรี
กล่าวเกลี้ยงเลี่ยงปลอบให้ชอบที วันดีแล้วแม่อย่าแชเชือน
อุตส่าห์แข็งวิญญาณ์คลาไคล พ่อจะให้พี่เลี้ยงไปเป็นเพื่อน
อะไรเฝ้าม้วนมิดบิดเบือน ไม่เขยื้อนจากที่น่าตีรัน
นวลนางมณฑาช่วยว่ากล่าว ลูบหลังลูกสาวแล้วรับขวัญ
ไปเถิดแม่ไปอย่าใจรั้น ส่งมาลัยให้พลันทั้งเจ็ดองค์

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระบุตรีแน่งน้อยนวลหง
กลัวจะเคืองจิตบิตุรงค์ โฉมองค์ขยับกายแล้วอายใจ
แต่ทำม่อยม้วนกระบวนกระบิด แก้เก้อสะกิดพี่ผู้ใหญ่
ต่อบิดรเตือนซ้ำจึงจำไป กำนัลในพี่เลี้ยงเคียงมา

ฯ ๔ คำ ฯ เพลงกินนรรำ

๏ ถึงท้องพระโรงธารม่านกั้น เจ็ดนางนึกพรั่นเป็นหนักหนา
ให้อดสูผู้ชายอายวิญญาณ์ หน่วงหนักชักช้าไม่คลาไคล
พี่เลี้ยงทูลเตือนให้จรลี นางหยิกตีค้อนควักผลักไส
เข้าแอบแฝงม่านกั้นชั้นใน ขวยเขินสะเทินใจไปมา

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น หน่อกษัตริย์นั่งคอยอยู่ข้างหน้า
บ้างสะกิดเพื่อนกันจำนรรจา เมื่อไรจะออกมารำคาญใจ
ต่างคนกระหยิ่มยิ้มย่อง ชะเง้อคอคอยมองหาเมินไม่
แลตามตีนม่านเห็นไวไว เอ๊ะแล้วมิใช่ดอกกระมัง
ลางคนคะนองทำร้องบอก หลอนหลอกลวงเพื่อนอยู่ข้างหลัง
ไม่เคยเห็นรูปร่างนางชาววัง นิ่งนั่งตั้งสติอย่าเมินไป

ฯ ๖ คำ ฯ เจรจา

๏ บัดนั้น พี่เลี้ยงกัลยาอัชฌาสัย
จึงปลอบพระธิดายาใจ เอออะไรมาเป็นเช่นนี้
พระบิดาสั่งให้ไปเลือกคู่ จะอดสูใครเล่านะเจ้าพี่
เราเป็นใจไปเองเมื่อไรมี ไม่พอที่จะขืนขัดบัญชา
แม้นพระบิตุเรศรู้เหตุผล เห็นพี่จะไม่พ้นโทษา
ว่าพลางผลักไสให้ไคลคลา รบเร้าเฝ้าว่าวิงวอน

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ทั้งเจ็ดพระธิดาดวงสมร
จำเป็นจำใจบทจร บังอรอดสูดูร้าย
ทำลับลับล่อล่อรอรั้ง เบียดบังพี่เลี้ยงเมียงม่าย
ผันแปรแลหลบตาชาย ทั้งอายทั้งสะเทินเดินเลือกไป

ฯ ๔ คำ ฯ เพลงฉิ่ง

๏ เมื่อนั้น หน่อกษัตริย์นับร้อยน้อยใหญ่
เห็นเจ็ดพระธิดายาใจ ให้คิดพิสมัยในรูปทรง
ตั้งใจดูนางไม่วางตา เสนหารุมรึงตะลึงหลง
งามโฉมชะอ้อนอ่อนเอวองค์ งามขนงวงพักตร์โสภา
บ้างพูดกับเพื่อนสนิทไม่คิดอาย อันน้องนุชสุดท้ายคงตายข้า
เดี๋ยวนี้และมาลัยจะลอยมา เจ้าคนนั้นกั้นหน้าข้าไว้ไย
บ้างนั่งหยัดดัดทรงดูนงลักษณ์ เหลือบมาสบพักตร์ยักคิ้วให้
ครั้นนางสะเทินเมินหน้าไป แกล้งทำกระแอมไอเป็นแยบคาย
บ้างพาลโกรธขึ้งหึงเพื่อนกัน นางคนนั้นของข้าใครอย่าหมาย
ต่างทะเลาะเกาะแกะกันวุ่นวาย ถุ้งเถียงท้าทายมากมายไป

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ทั้งเจ็ดบุตรีศรีใส
แต่เก้อเก้ออายอายวุ่นวายใจ เลือกกษัตริย์น้อยใหญ่ทุกหน้ามา
อันทั้งหกเทวีพี่นาง เลือกได้รูปร่างงามหนักหนา
เมียงม่ายหมายทิ้งพวงมาลา สวมหัตถ์กษัตราทั้งหกองค์

ฯ ๔ คำ ฯ เชิดฉิ่ง

๏ ฝ่ายโฉมรจนาทรามวัย นางไม่ต้องจิตคิดประสงค์
กลับมาเฝ้าบาทบิตุรงค์ โฉมยงบังคมก้มพักตรา
จึงทูลว่ากษัตริย์ทั้งนั้นไซร้ ลูกมิได้มุ่งมาดปรารถนา
จะขออยู่สนองรองบาทา ไปกว่าชีวันจะบรรลัย

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ท้าวสามนต์บ่นออดทอดใจใหญ่
ลูกเอ๋ยพ่อนี้หวังตั้งใจ จะจัดแจงแต่งให้เห็นทันตา
จึงประชุมพร้อมพรั่งครั้งนี้ แต่ล้วนลูกผู้ดีมียศถา
ทั้งรูปทรงส่งศรีโสภา ยังไม่เสนหาอาลัย
แม่มณฑาจะคิดกะไรเล่า ยังคนเดียวดอกเจ้าทำกรรมให้
มันไม่สิ้นห่วงบ่วงใย ฉวยชั่วไปก็รำคาญขี้คร้านตี
พี่คิดว่าสุดแท้แต่เราเถิด ไม่พักประดักประเดิดจู้จี้
แต่งพร้อมกับพี่สาวเสียคราวนี้ หรือไม่เห็นด้วยพี่จงท้วงติง

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นางมณฑาหวั่นจิตคิดกริ่ง
จึงแถลงแจ้งในใจจริง อันเป็นหญิงพงศ์เผ่าเหล่ากอ
ถ้าใจไม่สมัครรักผัว มักทำชั่วให้อายขายหน้าพ่อ
พระองค์จงได้รั้งรอ น้องจะขอให้ป่าวชาวพารา
ครั้งนี้อย่าเลือกว่าแก่หนุ่ม หามาประชุมจงพร้อมหน้า
ให้เลือกตามใจรักอีกสักครา สุดแต่วาสนาธิดาเรา

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ท้าวสามนต์ตอบชอบแล้วเจ้า
ที่ความวิตกนั้นค่อยบรรเทา น้อยหรือนั่นขวัญข้าวเจ้าช่างคิด
ว่าพลางทางมีบัญชา ตรัสเรียกเสนาคนสนิท
จงเข้ามาข้างในให้ใกล้ชิด ประกาศิตสั่งไปมิได้ช้า
อันหน่อกษัตริย์ทั้งหกองค์ ซึ่งลูกรักเราจงเสนหา
ให้อยู่วังยั้งท่ารจนา จะแต่งการวิวาห์ให้พร้อมกัน
แต่พวกเมืองออกนอกนั้นไซร้ ให้กลับไปนิเวศน์เขตขัณฑ์
เร่งร้องป่าวชาวเมืองทั้งปวงนั้น จนชั้นทรพลคนเข็ญใจ
ให้มันแต่งตัวตามทำนอง มาประชุมหน้าท้องพระโรงใหญ่
จะให้ลูกรักร่วมฤทัย เลือกคู่ดูใหม่ในพรุ่งนี้

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น เสนารับสั่งใส่เกศี
มาบอกกษัตราทุกธานี ตามมีพระราชบัญชา

ฯ ๒ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น หน่อกษัตริย์ทั้งหกเร่งหรรษา
นั่งสบายอารมณ์ดมมาลา หัวเราะร่าขาแข้งกระดิกเพลา
บ้างพูดจาเปรียบเปรยเย้ยเพื่อนกัน อย่างไรนั่นลงนั่งกอดเข่า
วาสนาหาไม่แล้วชาวเรา แต่ได้เข้ามาเห็นก็เป็นดี
หกองค์กระหยิ่มยิ้มย่อง ผุดผ่องพักตราราศี
ต่างต่างย่างเยื้องจรลี เสนีนำหน้าพาไปวัง
พวกที่ไม่สมปรารถนา ดังจะเสียวิญญาณ์เป็นบ้าหลัง
น้อยใจด้วยผู้หญิงชิงชัง วาสนาหนหลังช่างอาภัพ
ต่างแกล้งทำชื่นฝืนอารมณ์ บ้างเดินหกล้มบ้างลมจับ
เหงื่อไหลอาบหน้าเอาผ้าซับ ขึ้นม้าช้างต่างกลับไปเวียงชัย

ฯ ๑๐ คำ ฯ เชิด

๏ บัดนั้น เสนานายอำเภอน้อยใหญ่
ทั้งรั้วแขวงตีฆ้องร้องป่าวไป ทั่วในจังหวัดนัครา
พรุ่งนี้แต่มืดขมุกขมัว จงจัดแจงแต่งตัวให้โอ่อ่า
เข้าไปหน้าพระลานชานชาลา พระธิดาจะเลือกเป็นคู่ครอง

ฯ ๔ คำ ฯ เจรจา

๏ บัดนั้น ประชาชายรู้ทั่วทุกบ้านช่อง
บ้างเต้นบ้างรำทำคะนอง กระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ทุกคน
พวกนักเลงเล่นเบี้ยเสียถั่ว ครอบครัวอัตคัดขัดสน
ไม่มีผ้าเสื้อแสงจะแต่งตน เที่ยวซุกซนยืมหยิบเพื่อนกัน
เหล่าพวกอุตริริร่าง ตัดผมยักอย่างให้ส้อยสั้น
หวีกระจายรายเส้นเป็นแปรงชัน เช็ดน้ำมันกันหน้าด้วยมีดน้อย
บ้างติดตำรับใหญ่เอาไฟอัง กระจกตั้งนั่งหย่งก่งคอสอย
แค้นใจไม่ใคร่จะเรียบร้อย เฝ้าตะบอยหวีหัวมัวเมา
พวกเหล่าเจ้าชู้หัวอกกรม เผ้าผมตกแสกทำหน้าเศร้า
เชิงจะพูดจะจาคิ้วตาเพรา นั่งไหนกอดเข่าเฝ้าทำทุกข์
พวกขุนนางต่างแต่งตัวลอง นุ่งยกทองเกี้ยวส่านสีหมากสุก
บ้างนุ่งลายพื้นตองลองนั่งลุก ดูกะปุกกะปุยกรุยกราย
ที่ป่วยไข้ได้ข่าวเขาป่าวร้อง ลุกขึ้นเดินได้คล่องเหมือนหนึ่งหาย
พาลโกรธภรรยาด่าแม่ยาย เคืองขุ่นวุ่นวายเพราะรายนึก

ฯ ๑๔ คำ ฯ เจรจา

๏ ครั้นไก่ขันแซ่เสียงเที่ยงคืน ต่างคนต่างตื่นขึ้นแต่ดึก
ตกแต่งกายาโอฬารึก อื้ออึงอึกทึกไปทุกคน
บ้างทาแป้งแต่งตัวฉุยฉาย นุ่งลายนอกอย่างหางปัดส้น
บ้างนุ่งห่มสมตัวตามจน สับสนอลหม่านไม่หลับนอน
พอท้องฟ้าขาวเช้าตรู่ ที่ใครอยู่บ้านใกล้ก็ไปก่อน
เนื่องแน่นถนนในนคร ค่อยผ่อนเข้าไปในวัง
ลางคนแก่เฒ่าเกือบเข้าโลง ก็เดินหอบหิ้วโครงมาข้างหลัง
ถือไม้เท้าโซเซเก้กัง เข้ามาด้วยเขามั่งไม่เจียมตน
ที่เป็นง่อยเพลียเสียแข้งขา ก็นั่งถดถัดมาตามถนน
เจ็บปวดไม่ว่าอุตส่าห์ทน เสลือกสลนกล่นเกลื่อนกันมา

ฯ ๑๐ คำ ฯ เชิด

๏ คับคั่งทั้งท้องพระโรงชัย ผู้ดีปนเข็ญใจก็ไม่ว่า
อยากจะใคร่ได้องค์พระธิดา ต่างคิดสมบัติบ้าอยู่ทุกคน
บ้างชิงที่ตีต่อยปะเตะปะตะ เอะอะอึงคะนึงสับสน
ตำรวจวังถือหวายวิ่งวน ไล่ขู่ผู้คนอยู่เป็นควัน

ฯ ๔ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น ท้าวสามนต์ปรีดิ์เปรมเกษมสันต์
จึงตรัสแก่ธิดาดวงจันทร์ จอมขวัญของพ่อผู้ยอดรัก
บัดนี้ชาวเมืองมาพร้อมหน้า จงไปทัศนาให้ประจักษ์
เลือกคู่ดูให้งามพักตร์ ตามแต่ใจรักเถิดลูกอา

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นวลนางรจนาเสนหา
ก้มเกล้าดุษฎีแล้วลีลา สองพี่เลี้ยงกัลยาก็ตามไป

ฯ ๒ คำ ฯ เพลง

๏ เดินดูเสนาข้าเฝ้า ทั้งเหล่าเศรษฐีผู้ดีไพร่
ให้เคืองคายนัยเนตรนางทรามวัย มิได้ประกอบชอบวิญญาณ์
นางจึงเสด็จกลับมาฉับพลัน อภิวันท์บิตุเรศนาถา
ทูลว่าชาวเมืองที่ป่าวมา ลูกไม่เสนหาอาลัย
ขออยู่ด้วยชนกชนนี ที่จะมีภัสดานั้นหาไม่
เบื้องหน้าถ้าตัวลูกชั่วไป จงฆ่าเสียอย่าไว้ชีวิต

ฯ ๖ คำ ฯ

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ