ตอนที่ ๒ ถ่วงพระสังข์

พญาโศก

๏ เมื่อนั้น ท้าวยศวิมลหมองศรี
ไสยาสน์เหนืออาสน์รูจี คิดถึงมเหสีที่จากไป
ยกหัตถ์พาดพักตร์พูนเทวษ น้ำเนตรอาบหมอนถอนใจใหญ่
โอ้เจ้างามทรามกอดยอดจิตใจ เจ้าจะเป็นฉันใดไม่รู้เลย
จะตกระกำลำบากยากเย็น หรือวอดวายตายเป็นนะน้องเอ๋ย
หลายปีมิได้ข่าวเจ้าเลย น้องเอ๋ยจะด้นไปหนใด
ลูกเสียเมียซ้ำไปจากร่าง โอ้กรรมตามล้างแต่ปางไหน
ครวญคร่ำกำสรดสลดใจ มิได้สระสรงคงคา
โอ้จันท์เทวีเจ้าพี่เอ๋ย ทรามเชยเคยเคียงเรียงหน้า
เช้าเย็นเคยเห็นกันมา เคยร่วมนิทราทุกราตรี
เห็นแต่ที่นอนหมอนเปล่า ขวัญข้าวของผัวเอาตัวหนี
เคยล้อมพร้อมหน้าทุกนารี แก้วพี่หนีกายไปหายองค์
กอดเอาหมอนนางพลางพิลาป ชลนัยน์ไหลอาบดังโสรจสรง
เจ้าจะเป็นฉันใดที่ในดง กอดหมอนแนบองค์เข้าร่ำไร

ฯ ๑๔ คำ ฯ โอด

ร่าย

๏ เมื่อนั้น จันทาตัวเข็ญจะเป็นใหญ่
ยังไม่เหมือนจิตที่คิดไว้ มุ่งมาดหมายใจอยู่ไปมา
จึงเรียกสาวใช้เข้าในห้อง ปรองดองตรองตรึกปรึกษา
จะคิดฉันใดไฉนนา ให้ข้าสมจิตที่คิดปอง
ลอยเมฆเป็นเอกมเหสี อย่าให้ใครมีเสมอสอง
พระฤาสายไม่วายตรึกตรอง เศร้าหมองคะนึงคิดถึงเมีย
นางจันท์เทวียังมิตาย ดีร้ายเสนาไม่ฆ่าเสีย
แม้นว่าพระจะกลับไปรับเมีย จะเสียการเราเจ้าคิดดู
หรือว่าหอยกลายไปเป็นคน เหตุผลอย่างนี้ก็มีอยู่
อย่าได้ไว้ใจแก้ไขดู ให้สิ้นรู้เราอย่าเบาความ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ บัดนั้น สาวใช้ใจเพชรไม่เข็ดขาม
จึงทูลแถลงให้แจ้งความ จะครั่นคร้ามขามใจไปไยมี
แม่เรียกธิดามาสอนสั่ง ความหลังทั้งมวลให้ถ้วนถี่
เฝ้าองค์ทรงศักดิ์พระจักรี ทูลพ่อขอที่มารดร
ด้วยพระสัญญาว่าไว้ แก้ไขโดยดีกระนี้ก่อน
ซึ่งพระโศกาอาวรณ์ แม่ผันผ่อนแนมเหน็บให้เจ็บใจ
แม้นมิสมคะเนเล่ห์กล เอาด้วยเวทมนตร์ให้หลงใหล
คนดีมีถมอย่าตรมใจ ข้าได้ข่าวอยู่สุเมธา

ฯ ๘ คำ ฯ เจรจา

๏ ได้เอยได้ฟัง สมดังใจจิตอิจฉา
ร้องเรียกบุตรีจันทีมา เสี้ยมสอนให้ว่าสารพัน
แล้วให้สระสรงทรงเครื่อง รุ่งเรืองเพราเพริศเฉิดฉัน
พี่เลี้ยงนางนมระดมกัน ผัดพักตร์ดังจันทร์เมื่อวันเพ็ง
แต่งลูกแล้วแต่งตัวนาง ชำระสระสางให้ปลั่งเปล่ง
แสนสาวชาวแม่แซ่เซ็ง รีบเร่งอุ้มพาธิดาตาม
มาถึงซึ่งที่พระบรรทม ชื่นชมในจิตไม่คิดขาม
แหวกม่านเห็นองค์พระทรงนาม ก้มเกล้ากราบงามสามลา
ทั้งพระบุตรีพี่เลี้ยง นบนอบหมอบเคียงเรียงหน้า
แล้วจึงสะกิดพระธิดา พยักหน้าเข้าไปให้ใกล้องค์

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระทรงธรรม์รัญจวนครวญหลง
เห็นลูกโฉมฉายก็อายองค์ ผันพักตร์สบตรงนางจันทา
ขวยเขินเมินเช็ดชลนัยน์ เคืองใจมิใคร่จะดูหน้า
บ่ายเบือนเยื้อนทักพระธิดา รับมาวางตักพระพักตร์เชย
จูบพลางทางคิดถึงหอยสังข์ กรรมตามแต่หลังนะลูกเอ๋ย
เป็นคนจะได้ไว้ชมเชย ลูกเอ๋ยพี่น้องจะครองกัน
มิให้พ่อแม่ได้ลำบาก พลัดพรากวิโยคโศกศัลย์
จึงถามธิดาวิลาวัณย์ แม่ขวัญเมืองมาจะว่าไร

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นวลนางจันทีศรีใส
จำคำมารดรที่สอนไว้ ถือใจไม่รู้ว่าขุ่นเคือง
ทูลว่าประสาทารก หยิบยกข้อความตามเรื่อง
บิดาว่าไว้จะให้เมือง ราวเรื่องระบือลือชา
ลูกเกิดเพริศพลัดเป็นสตรี ไม่ควรที่สมบัติวัตถา
จะขอที่ประทานให้มารดา ให้เลื่องชื่อลือชาสถาวร
แทนที่แม่หนีไปจากวัง แต่งตั้งแทนตนแม่คนก่อน
ยกหน้าข้าบาทประสาทพร แม่ก่อนบิดาอย่าอาลัย
เมื่อโหรเขาว่าเป็นกาลี ชั่วดีอื่นพอจะเลี้ยงได้
เลือดก้อนออกแล้วก็แล้วไป ร้องไห้ใครรู้จะดูแคลน

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ ฟังลูก เจ็บปวดดังถูกหลาวแหลน
ใครสอนให้ว่าเจรจาแทน มั่นแม่นตัวกูพอรู้ทัน
ยิ่งกว่าลูกเล็กเด็กน้อย ตะบอยสาระวอนทุกสิ่งสรรพ์
เหน็บแนมแกมกลปนกัน เด็กนั้นว่าได้เมื่อไรมี
ความหลังแต่ยังไม่เกิดมา มันว่าทั้งมวลเป็นถ้วนถี่
สอนบ้างหรือไม่เล่าอีเหล่านี้ กาลีกาลำมารำพัน
หรือหนึ่งแม่แสนงอนเจ้าสอนลูก เรียนผูกเรียนแก้ช่างแปรผัน
เป็นกรรมจึงจำจากกัน ทุกวันเหมือนเงาอยู่วาวแวว
เว้นแต่จะจับไม่ถูกต้อง คนมันคอยปองพระน้องแก้ว
ได้ทีที่ทางว่างอยู่แล้ว สอนลูกแก้วมาให้พาที
น้อยหรือน้ำใจใหญ่หลวง โจมจ้วงเอาดวงพระสุริย์ศรี
กูไม่ให้ปันอีจันที เจ้าของเขามียังมิตาย
สิ้นเคราะห์จะรับเจ้ากลับมา แม่นางจันทาเจ้าอย่าหมาย
จงพากันไปให้สบาย ลูกเต้าบ่าวนายบรรดามา

ฯ ๑๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น จันทาเสียวไส้อยู่ในหน้า
เสียใจทูลไปด้วยปัญญา อนิจจาเคราะห์ร้ายให้อายคน
นั่งอยู่ดีดีก็มีโทษ ได้โปรดซักไซ้ให้เห็นหน
วอนมาเฝ้าองค์ทรงสกล ให้คนพลอยผิดนางคิดดี
ลูกเต้าน่าแค้นมันแสนงอน ใครสอนอย่าบอกออกมานี่
บนบานเจ้าไว้เมื่อไรมี หยิกตีเท่าไรก็ไม่จำ
เก็บเอาเขาพูดที่ไหนไหน ทูลให้ติดต่อเป็นข้อขำ
นี่ใครสั่งสอนฉะอ้อนคำ เที่ยวจำเค้ามูลมาทูลเอง
ไม่จ้วงไม่เจิ้นให้เกินหน้า มันว่าออเซาะไม่เหมาะเหมง
เมื่อพระสัญญาว่าไว้เอง จึงครื้นเครงไปเขาได้ยิน
ใครมองปองล้างมเหสี เฆี่ยนตีซักไซ้เอาให้สิ้น
แล่เนื้อเกลือทาให้กากิน มันเป็นเสี้ยนแผ่นดินจะไว้ไย
ใครได้ชิงชังนางยอดสร้อย เมื่อไปก็พลอยน้ำตาไหล
อาภัพกลับกลายหายไป จัดแจงแต่งให้ทุกสิ่งอัน

ฯ ๑๔ คำ ฯ

๏ ฟังคำ ชอกช้ำหมกมุ่นหุนหัน
เห็นจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน แดกดันเล่นได้เป็นไรมี
กระนั้นนานไปจะใช้ทุน เจ้าทำบุญคุณมเหสี
รักใคร่ตกใจไปไยมี ตัวดีอยู่แล้วก็แล้วไป
อีจันทีไม่มีใครสอนสั่ง มันชั่งต่อติดประดิษฐ์ได้
จริงอยู่สัญญาว่าไว้ ลูกใครเป็นชายจะให้วัง
นางแม่จะแร่เอายศถา ใครได้สัญญามาแต่หลัง
ไม่รับกลับเถียงเสียงดัง แฝงหลังบังเงากูเข้าใจ
ยังไม่ทันได้ยศศักดิ์ ฮึกฮักลิ้นลมคารมใหญ่
ดูเหมือนเพื่อนกันหรือฉันใด ไสหัวลงไปอีใจพาล

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ ฟังตรัส สะบัดพักตร์ควักค้อนแล้วตอบสาร
ผิดแผกเปล่าเปล่าไม่เข้าการ แกล้งพาลพาโลโกรธา
เพราะคิดถึงเมียจึงเสียใจ มิรับมาไยใครเขาว่า
แม้นเกิดกลีมีมา ยากเย็นเป็นข้าคนอื่นไป
ต้องขับต้องไล่ไสหัว ไม่รู้ตัวว่าโกรธข้าโทษใหญ่
ยั่งยืนว่ากลืนแก้วไว้ ขับไล่ยิ่งกว่าเป็นกาลี
แค้นด้วยลูกเต้ามาเข้าท้อง จองหองแอบพักตร์ศักดิ์ศรี
ต่อเป็นผู้ชายจะได้ดี เสียทีเลี้ยงเปล่าไม่เข้ายา
จะใคร่หักคอใส่หม้อฝัง แต่ยังแดงแดงไม่แข็งกล้า
ยังชั่วตัวตีนมันมีมา คิดว่าหอยสังข์สิจังไร

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ ได้ฟัง มืดกลุ้มคลุ้มคลั่งดังเพลิงไหม้
เหม่อีจันทาชะล่าใจ จะเกรงกลัวใครก็ไม่มี
จองหองพองขนเป็นพ้นนัก เยื้องยักแยบคายใส่สี
เพราะเกิดลูกเต้าด้วยเท่านี้ พาทีเกินตัวไม่กลัวตาย
เหมือนหนึ่งกิ้งก่าได้ทาทอง ยกย่องหัวหูดูเฉิดฉาย
มึงประจานใครให้ได้อาย แยบคายทบเทียบเปรียบมา
หัวจะปลิวไปไม่ทันรู้ มึงดูถูกเล่นเป็นหนักหนา
ฉวยพระแสงพลันมิทันช้า จันทาลุกวิ่งเป็นสิงคลี
พระฟาดฟันผิดติดทวาร บ้างล้มลุกคลุกคลานทะยานหนี
มึงอย่าเข้ามาพันอีจันที พระบุตรีฉวยฉุดยุดกร

ฯ ๑๐ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้น จันทาหนีองค์พระทรงศร
เข้าห้องโศกาอาวรณ์ ทุกข์ร้อนอดสูแก่หมู่นาง
จึงเรียกสาวศรีที่สนิท เจ้าคิดไว้เหมาะช่วยเสาะสาง
คนดีที่เจ้าว่าอย่าพราง สู้เสียสินจ้างให้ล้างอาย
ไปหาพามาเวลาเย็น อย่าให้ใครเห็นเงื่อนสาย
หยูกยาเสร็จสรรพสำหรับกาย เบี่ยงบ่ายเล็ดลอดดอดมา

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น สาวใช้ว่องไวใจกล้า
กำชับรับคำแล้วอำลา เที่ยวเสาะสืบมาก็พบพาน

ฯ ๒ คำ ฯ เพลง

๏ ถึงเรือนยายเฒ่าก็เข้าไป พูดจาปราศรัยด้วยอ่อนหวาน
เที่ยวเสาะสืบมาช้านาน บุญหลานจึงพบประสบยาย
เอาลาภมาให้ใหญ่หลวง จะล่อลวงว่านั้นอย่าหมาย
แล้วค่อยงุบงิบกระซิบยาย แต่ต้นจนปลายทุกสิ่งอัน

ฯ ๔ คำ ฯ เจรจา

๏ ฝ่ายว่ายายเฒ่าสุเมธา ฟังสาวศรีว่าเกษมสันต์
เต็มใจเห็นจะได้รางวัล จึงว่าไปพลันทันใด
เจ้าหวังตั้งใจออกมาหา จะหาญหักผลักหน้ากะไรได้
ตามรู้ตามเห็นจะเป็นไร พอแก้ไขได้อย่าปรารมภ์
ว่าพลางทางผลัดผ้านุ่ง หยิบถุงย่ามยากับผ้าห่ม
ออกจากประตูแล้วดูลม เห็นสมดังใจแล้วไคลคลา

ฯ ๖ คำ ฯ เชิด

๏ ครั้นถึงซึ่งราชวังใน สาวใช้พายายเข้ามาหา
โปร่งปลอดกำนัลกัลยา ก้มเกล้าวันทาเทวี

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นวลนางจันทามเหสี
ปราศรัยด้วยยายยินดี มานั่งถึงนี่อย่าก้มคลาน
ข้าเห็นหน้ายายค่อยหายไข้ ยินดีมีใจเกษมศานต์
จงช่วยให้เสร็จสำเร็จการ ยายเมตตาหลานจะแทนคุณ
เงินทองจะกองให้ยายเฒ่า ขวัญข้าวค่ายามิให้สูญ
หยูกยาหามาพร้อมมูล จะพูนราคาค่ายายาย

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น สุเมธาแย้มยิ้มกระหยิ่มหมาย
เรียนตอบนอบนบอภิปราย ตกพนักงานยายอย่าปรารมภ์
จะให้สมดั่งจิตคิดปอง ให้พระทองมาอยู่สู่สม
ด้วยฤทธิ์วิทยาอาคม เอาให้หลงงมซมไป
เห็นชั่วดีกันในวันนี้ แม้นมิลงมาสัญญาได้
ขวัญข้าวค่ายาจะว่าไป ทิ้งลูกเสียได้เมื่อไรมี
เวลาก็ควรจวนเย็น จะทำให้แม่เห็นเป็นถ้วนถี่
แก้ย่ามยาพลันทันที หัวผีโหงพรายที่เอามา

ฯ ๘ คำ ฯ เจรจา

เชิญ

๏ ว่าแล้วจุดเทียนเข้าติดพาน โหงพรายลนลานหาญกล้า
ปลุกเสกด้วยฤทธิ์วิทยา มิช้าลุกขึ้นทั้งโหงพราย
ยายเฒ่าจึงลนเอาน้ำมัน ต่อหน้านางจันท์น่าขวัญหาย
ขี้ผึ้งปิดปากผีพราย ปั้นเป็นรูปกายพระภูมี
กับนางจันทาให้กอดกัน แล้วผูกพันไปด้วยด้ายผี
เอาใส่ใต้ที่นอนนางเทวี น้ำมันผีเสกใส่ในเครื่องทา
ลงชื่อใส่ไส้เทียนตาม สองยามให้หลงลงมาหา
เสกหมากพลูไว้ให้มิได้ช้า มิมาอย่านับข้าสืบไป

ฯ ๘ คำ ฯ เจรจา

๏ แล้วบอกมนตรามหาละลวย เป่าให้งวยงงหลงใหล
เพ็ดทูลเชื่อฟังดังใจ ว่าไรเห็นจริงทุกสิ่งอัน
เชิญแม่สระสรงทรงทา ตัวข้าจะลาผายผัน
เก็บหัวโหงพรายใส่ย่ามพลัน ลานางจอมขวัญไปทันที

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้น นวลนางจันทามารศรี
สุริยนสนธยาราตรี เข้าที่สระสางสำอางองค์
ตบแต่งทาแป้งน้ำมันยาย เฉิดฉายผิวผ่องละอองผง
หอมฟุ้งรุ่งเรืองด้วยเครื่องทรง ผุดผาดประหลาดองค์แต่ก่อนมา
แล้วจุดเทียนชัยเข้าในที่ ชุลีกรวอนไหว้ทั้งซ้ายขวา
ทรามวัยมิได้นิทรา วิญญาณ์ผูกพันมั่นใจ

ฯ ๖ คำ ฯ ตระ

๏ เมื่อนั้น ภูวดลหม่นหมองไม่ผ่องใส
คุณยาอาคมระดมใจ ร้อนรนพระทัยดังไฟลาม
อยู่ในไสยาสน์อาสน์อ่อน ดังนอนที่ฟากขวากหนาม
ลุกขึ้นนั่งฟังฆ้องได้สองยาม ลมชวยรวยตามพระบัญชร
หอมแป้งน้ำมันของจันทา ยิ่งกว่ากลิ่นทิพเกสร
อบอาบซาบใจขจายจร อาวรณ์ใฝ่ฝันถึงจันทา
ขับไล่ด่าทอไม่พอที่ กูนี้ได้คิดผิดหนักหนา
เสงี่ยมหงิมจิ้มลิ้มทั้งกายา จะหาเปรียบแก้วตาไม่มีเลย
อีจันท์เทวีนี้ชั่วชาติ หลงคิดพิศวาสนะอกเอ๋ย
จันทาหน้านวลเจ้าควรเชย ควรร่วมเขนยเสวยวัง
ทั้งจริตกิริยามารยาท สมชาตินางในข้างฝ่ายหลัง
งามปลอดยอดฟ้าสง่าวัง ควรกูจะตั้งแต่งนาง
พุ่มพวงดวงเนตรจะน้อยใจ มิไปง้อน้องจะหมองหมาง
เสน่หาประหวัดกำหนัดนาง เงียบปรางค์ย่างย่องมองมา

ฯ ๑๔ คำ ฯ เพลง

๏ ครั้นถึงแลเห็นแสงไฟ แอบแฝงองค์ไว้ไม่กังขา
เกาะเกาะค่อยเคาะทวารา แก้วตาเปิดรับพี่ฉับไว

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นวลนางจันทาอัชฌาสัย
ฟังดูรู้แจ้งไม่แคลงใจ เชื่อในคุณฤทธิ์วิทยา
ดับเทียนเสียพลันมิทันนาน ชื่นบานสมมาดปรารถนา
ทำแกล้งแต่งกลมารยา ย่องมาค่อยชักสลักกลอน
แล้วกลับเข้าไปในแท่นที่ ข้างพระบุตรีศรีสมร
ค่อยค่อยวางองค์ลงนอน นิ่งซ่อนกายอยู่จะดูที

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ น้องเอยน้องแก้ว หลับแล้วหรือโกรธโทษพี่
งามพริ้งนิ่งได้ไม่พาที เมื่อกี้แจ่มแจ้งเห็นแสงไฟ
ว่าพลางทางผลักทวารา เปิดเปล่าเข้ามาหาช้าไม่
เยื้องย่องจรลีด้วยดีใจ ห้องในมืดล้นพ้นประมาณ
ถึงเตียงค่อยนั่งลงข้างองค์ พบลูกโฉมยงยอดสงสาร
แล้วคว้าคลำซ้ำปะเยาวมาลย์ สั่นองค์นงคราญไม่ฟื้นกาย
ค่อยค่อยกระซิบเจรจา ลุกขึ้นเถิดพี่มาหาโฉมฉาย
จงดับความโศกสร้อยค่อยคลาย นางแกล้งแฝงกายไม่ฟื้นองค์
ค่อยยกลูกแยกเข้าแทรกกลาง พระพลางป่วนจิตพิศวง
ไล้ลูบจูบน้องประคององค์ โฉมยงของพี่อย่าขี้เซา

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระบุตรีภูมีโฉมเฉลา
ผวาตื่นฟื้นองค์นงเยาว์ คว้าเอาบิดาว่ามารดร
คลำหาพระเต้าเจ้าจะกิน ผิดกลิ่นตกใจร้องไห้อ้อน
ใครนี่แม่ขาเข้ามานอน แทรกซ้อนซ่อนแม่ข้าไว้ไย

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ ฝ่ายนางจันทาอายจิต เปลื้องปลิดกรทิ้งไม่นิ่งได้
ค่อยลัดหลีกองค์พระทรงชัย กอดลูกปลอบให้เสวยนม
อดสูสาวสรรค์กัลยา กล่าวแกล้งแสร้งว่าไม่เห็นสม
ขวัญอ่อนนอนเถิดอย่าเตรียมตรม เจ้าปรารมภ์ด้วยแม่เมื่อกลางวัน
ท่านจะสังหารผลาญชีวิต หวาดจิตละเมอเพ้อฝัน
แมวคราวไต่ราวมาเป็นพัน กลัวมันกินตับจงหลับไป
หลอนพลางทางยกเอาลูกน้อย ถดถอยออกมาหาช้าไม่
เรียกสั่งสาวศรีที่ร่วมใจ เอาไปแกว่งไกวให้หลับนอน

ฯ ๘ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น ภูวไนยมีใจสโมสร
ด้วยคุณฤทธิ์วิทยาให้อาวรณ์ ง้องอนเดินตามนางงามมา
คว้าไปไม่พบประสบน้อง ร่วมห้องเจ้าแกล้งแฝงฝา
โลมลูบรับขวัญกัลยา แก้วตาอย่าละห้อยน้อยใจ
ผัวผิดจึงตามมาง้องอน จะตัดรอนโกรธขึ้งไปถึงไหน
รู้ตัวชั่วแล้วแก้วกลอยใจ โมโหมืดไปไม่ทันคิด
จึงบุกลงมาสารภาพ ให้หายบาปหายกรรมที่ทำผิด
มาไปบรรทมชมชิด จะม้วนมิดซ่อนพี่อยู่นี่ไย

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ ผ่านเอยผ่านเกล้า จะมาเฝ้าเย้ายวนหาควรไม่
ทรพลคนชั่วกลัวภัย จึงไม่อาจใจอยู่ใกล้องค์
ศักดิ์ต่ำแล้วซ้ำเป็นคนโทษ มิโปรดโกรธกริ้วจะผุยผง
หนีทันชีวันจึงคืนคง หาไม่กลิ้งลงกับกลางดิน
ลูกน้อยจะพลอยเป็นกำพร้า น้ำตาก็จะไหลเป็นสายสินธุ์
หากปลอดลอดอยู่จึงภูมินทร์ ดัดแปลงแต่งลิ้นมาเจรจา
ถึงว่าจะตายก็ไม่คิด เจ็บช้ำน้ำจิตที่ร่ำด่า
อายคนเป็นพ้นคณนา เสด็จมาพระเดชพระคุณนัก
จนใจจะให้ไปร่วมเรียง นั่งเตียงเคียงชมไม่สมศักดิ์
จะอยู่ตามอำเภอเสมอพักตร์ พระองค์ทรงศักดิ์จงโปรดปราน

ฯ ๑๐ คำ ฯ โอ้โลม

๏ ดวงเอยดวงสมร สมนามงามงอนอ่อนหวาน
ตัดพ้อล้อเล่นเป็นประมาณ เผ็ดร้อนอ่อนหวานระคนกัน
จนจิตด้วยผิดเป็นล้นเหลือ จะนอนให้เจ้าเถือจนเนื้อสั่น
งามชื่นจะขืนมารำพัน คุมโทษทัณฑ์อยู่ไม่รู้แล้ว
ว่าพลางตะโบมโลมลูบ จับจูบพุ่มพวงดวงแก้ว
พี่จะให้ประเสริฐเพริศแพร้ว น้องแก้วแววตาอย่าเกียจกล
กรกอดสอดอุ้มขึ้นแท่นที่ ฤดีเตือนเต้นไม่เห็นหน
สมสนิทจิตปองทั้งสองคน ที่ทุกข์ทนโพยภัยก็หายกัน

ฯ ๘ คำ ฯ โลม

๏ เมื่อนั้น จันทาดังได้ไอศวรรย์
คุณยาอาคมระดมกัน รุ่งแจ้งแสงฉันทันใด
สระสรงสำเร็จเสร็จแล้ว นางแก้วหยิบหมากที่ยายให้
ถวายแก่พระองค์ทรงชัย ภูวไนยเสวยชมเชยนาง
พระองค์งงงวยด้วยมารยา จันทาแนบชิดสนิทข้าง
ร่ายมนตร์ยายเฒ่าเป่าพลาง ได้ทางทูลแอบด้วยแยบคาย
ทุกวันนางจันท์เทวี บัดนี้ลือหลากมามากหลาย
อยู่ป่าผาสุกสนุกสบาย ฉวยได้ลูกชายที่ไหนมา
พันผูกว่าลูกของภูธร ราษฎรนับถือระบือว่า
ให้อับอายขายบาทบาทา หอยที่ชั่วช้าว่าเป็นคน
แม้นมิสังหารผลาญเสีย นานไปเมียเห็นไม่เป็นผล
มันเสี้ยนพาราจลาจล นานไปใหญ่ตนจะปล้นเมือง

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ ฟังสาร ภูบาลผ่านกรุงฟุ้งเฟื่อง
เศร้าหมองต้องคุณจึงขุ่นเคือง ฟังเรื่องเห็นจริงทุกสิ่งไป
หอยหรือจะรื้อมาเป็นคน เล่ห์กลมันแกล้งแต่งใส่
พี่รู้เพราะเจ้าจึงเข้าใจ เสียแรงรักใคร่อาลัยมัน
ชะรอยได้ลูกชู้สู่หา ไม่กลัวชีวาจะอาสัญ
เอาแต่ลูกยามาฆ่าฟัน แต่แม่มันงดไว้ให้ได้ความ
เจ้าจงเป็นเอกมเหสี แต่นี้สืบไปพี่ไม่ห้าม
ให้แก่โฉมยงนงราม ว่ากล่าวเอาตามอำเภอใจ
จูบพลางทางลุกไคลคลา พักตรามัวคล้ำดำไหม้
ออกนั่งยังท้องพระโรงชัย พรั่งพร้อมล้อมไปด้วยเสนี

ฯ ๑๐ คำ ฯ เสมอ

๏ จึงมีโอกาสประภาษสั่ง แก่ตำรวจวังทั้งสี่
จงเร่งไปป่าพนาลี ที่จันท์เทวีมันอยู่กิน
จับเอาลูกยาไปฆ่าฟัน ใครอย่าเกียดกันผันผิน
ว่าเป็นลูกกูดูหมิ่น ผิดเภทแผ่นดินแต่ก่อนมา
หอยกลายเป็นคนฉงนใจ ที่ไหนมีบ้างมันช่างว่า
แม้นมิย่อยยับอย่ากลับมา ตามแต่จะฆ่าให้วายปราณ

ฯ ๖ คำ ฯ เจรจา

๏ บัดนั้น เสนาได้ฟังรับสั่งสาร
ลูบอกตกใจลนลาน บังคมก้มกรานคลานออกมา
ไม่เห็นว่าจะเป็นประการใด ตกใจชวนชักพยักหน้า
พาบ่าวเข้าในพนาวา เสาะหามาบ้านนางเทวี

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ มาถึงซึ่งบ้านตายาย วางรายคนไว้มิให้หนี
ซ่อนเร้นแลเห็นนางเทวี เสนีรู้จักไม่ทักทาย
ซูบผอมผ้าผ่อนก็ปะปุ ขาดทะลุปรุโปร่งน่าใจหาย
ชะแง้แลเห็นพระลูกชาย ก็มาดหมายสำคัญสัญญา
เพ่งพิศพินิจดูรูปทรง เหมือนองค์ทรงศักดิ์หนักหนา
ลูกท่านมั่นคงไม่สงกา เราจะออกปากว่าก็จนใจ
หยอกเย้าเคล้าอยู่กับมารดร วิงวอนเจรจาปราศรัย
น่ารักปากคอเป็นพ้นไป จะคิดอย่างไรไฉนดี
สงสารมารดาจะเกลือกกลิ้ง เรานิ่งให้ไปเสียไพรสี
คิดพร้อมยอมกันทันที เสนีลัดแลงแฝงกาย

ฯ ๑๐ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น มเหสีมีกรรมระส่ำระสาย
หาสู่ลูกเต้าทุกเพรางาย เมื่อวันอันตรายมาถึงตัว
จูบสั่งลูกแก้วแววไว อยู่ดูกาไก่พ่อทูนหัว
เสือแผ้วแมวคราวจะเอาตัว นอกรั้วกลัวมันอย่าออกไป
ปั้นวัวควายเล่นแต่ในร่ม ถูกต้องแดดลมจะล้มไข้
ลูกเอ๋ยมีกรรมก็จำไป เงินเฟื้องเบี้ยไพก็ไม่มี
ว่าพลางทางจับแสรกคาน จากบ้านเข้าสู่ไพรสี
พุพองสองเท้าไม่มีดี มเหสีเกียกกายซังตายไป

ฯ ๘ คำ ฯ เพลง

๏ บัดนั้น เสนีผู้มีอัชฌาสัย
เห็นนางกัลยาเจ้าคลาไคล ทำเดินเข้าไปแต่ผู้เดียว
ยืนมองร้องเรียกกุมารา ออกมาหาน้าสักประเดี๋ยว
เจ้านั่งเล่นอยู่แต่ผู้เดียว ปั้นวัวควายเปลี่ยวไม่แงะงาม
น้าเอามาฝากเป็นหนักหนา ตุ๊กตาม้าไก่อยู่ในย่าม
แต่ล้วนดีดีงามงาม ในย่ามดีกว่าของเจ้าทำ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ ได้ฟัง พระสังข์หลงกลคนขำ
ดีใจไว้เนื้อเชื่อคำ ผลกรรมจะจากพระมารดร
สำคัญว่าจริงไม่กริ่งใจ หน่อไทไม่รู้ว่าหลอกหลอน
เสนีพยักกวักกร บังอรมิได้กลัวเกรง
จริงจริงหรือขาน้าจะให้ รูปร่างอย่างไรว่าเหมาะเหมง
ลุกวิ่งทิ้งของของเอง เหมาะเหมงอย่างไรจะใคร่แล
อยู่ไหนจะให้ก็ใส่มือ น้ารู้จักหรือกับพระแม่
ต่อเย็นจึงมาหาแก นี่มาแต่ตำบลหนใด

ฯ ๘ คำ ฯ เจรจา

๏ เสนาเห็นงงงวยก็ฉวยมือ วิ่งฮือกันมาหาช้าไป
พระสังข์ตระหนกตกใจ ร้องไห้เรียกหาตายาย

ฯ ๒ คำ ฯ โอด

๏ ตาร้องด่าพลันมิทันรู้ ใครทำหลานกูอ้ายฉิบหาย
วิ่งพันกันมาทั้งตายาย เห็นเขาวุ่นวายก็ตกใจ
ระรัวตัวสั่นดังตีปลา กลับวิ่งหนีมาหาช้าไม่
ปากตัวกูชั่วเป็นพ้นไป ด่าให้หากเขามิได้ยิน
เสนาท่านมาแต่ในเมือง ราวเรื่องเขารู้อยู่สิ้น
เรามาเลี้ยงดูให้อยู่กิน สืบสาวเอาสิ้นจะถึงใคร
เข้าในใต้ร้านฟักทอง ตาลอดสอดมองแล้วร้องไห้
สงสารหลานน้อยกลอยใจ ค่อยค่อยร่ำไรมิให้ดัง

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น องค์พระกุมารน้อยหอยสังข์
จะร้องไห้เท่าไรเขาไม่ฟัง อีกทั้งตายายก็หายไป
แม่เจ้าประคุณของลูกยา เมื่อไรจะมาแต่ป่าใหญ่
พวกเผ่าเหล่าโลนโจรไพร จับลูกทำไมไม่รู้เลย
ข้ามีแต่ผักฟักแฟง เอาไปแกงกินบ้างเถิดน้าเอ๋ย
เงินทองของดีไม่มีเลย ลุงตาน้าเอ๋ยได้เอ็นดู
แม่ข้ายากจนเป็นพ้นนัก มีแต่ฟืนผักอักโขอยู่
พลัดบ้านเมืองมาน้าก็รู้ เอ็นดูบาปกรรมอย่าทำเรา

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เสนีเดินหน้าน้ำตาไหล สุดใจปากคอแล้วพ่อเจ้า
น้าใช่พวกไพรใจเบา ข้าเฝ้าเจ้านายท่านใช้มา
ให้พาตัวเจ้าเข้าไป พ่ออย่าร้องไห้ฟังน้าว่า
ปลอบพลางทางอุ้มกุมารา ขึ้นใส่บนบ่าแล้วพาไป

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ ครั้นมาถึงวัดท้ายเมือง ลือเลื่องบกเรือเหนือใต้
หยุดพักสำนักที่ต้นไทร เอาใจปลอบโยนกุมารา

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ ฝ่ายฝูงหญิงชายประชาชน เกลื่อนกล่นพรั่งพรูมาดูหน้า
งุบงิบซุบซิบกันเจรจา ว่าเหมือนผ่านฟ้าเป็นพ้นไป
กำเนิดเกิดเป็นเช่นนี้ มิควรที่พระองค์จะสงสัย
แต่เรารู้แจ้งไม่แคลงใจ ดูไหนไม่ผิดพระบิดา
สงสารเวทนาน่ารัก ยังเด็กเล็กนักหนักหนา
บ้างให้กล้วยอ้อยน้อยหน่า ข้าวปลาขนมนมเนย

ฯ ๖ คำ ฯ เจรจา

๏ ฝ่ายพระกุมารชาญชัย รับของมาไว้ไม่เสวย
น้ำตาหลั่งไหลไม่เสบย น้าเอ๋ยข้าคิดถึงมารดร
ขนมท่านให้ยังไม่กิน กลับไปบ้านถิ่นของข้าก่อน
จะได้แบ่งปันให้มารดร อ้อนวอนเสนาให้พาไป

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เสเอยเสนา ฟังถ้อยคำว่าน้ำตาไหล
ปลอบว่าพ่ออย่าร่ำไร เย็นหน่อยค่อยไปพนาวา
หาองค์สมเด็จพระมารดร หลับนอนเสียบ้างฟังข้าว่า
หาไม่ก็ไม่ไคลคลา ถ้าแม้นนิทราจะพาไป
ว่าพลางทางปูผ้าผ่อน ขับต้อนคนผู้ไม่อยู่ใกล้
ล่อลวงหลอกหลอนให้นอนไป หมายใจเสนาจะฆ่าตี
อาเพศด้วยเดชกุมารา เทวารักษาพระไทรศรี
ออกช่วยป้องกันทันที เมื่อเสนีมันทุบด้วยท่อนจันทน์

ฯ ๘ คำ ฯ เชิดฉิ่ง

๏ พระสังข์ตกใจตื่นฟื้นผวา กึกก้องร้องจ้าไม่อาสัญ
น้าทำไมนี่มาตีรัน ขึ้งโกรธโทษทัณฑ์ด้วยอันใด
แม่เจ้าประคุณของลูกยา จะติดตามลูกมาก็หาไม่
ลูกรักจักม้วยบรรลัย โจรไพรไปลวงมาฆ่าตี

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น เสนาน้ำตาไหลรี่
เหตุไรไม่ม้วยชีวี เสนีกลัวราชอาชญา
บอกว่าตัวน้าไม่ชิงชัง รับสั่งให้ลงโทษา
เป็นผลกรรมพ่อทำมา อย่าเป็นเวรากับข้าไป
ว่าพลางทางถอดหอกดาบเมียง เดินเคียงเข้ามาหาช้าไม่
พระสังข์ตระหนกตกใจ ร้องไห้เกลือกกลิ้งวิงวอน
เสนาขืนทำด้วยจำเป็น หอกหักกระเด็นเป็นสองท่อน
ดาบบิ่นสิ้นคมระทมบอน มิได้ม้วยมรณ์เร่งสงกา
เหตุไรมาเป็นเช่นนี้ เสนีตริตรึกแล้วปรึกษา
ของดีจะมีในกายา ฟันฆ่าอย่างไรจึงไม่ตาย
เห็นวิปริตผิดประหลาด รับสั่งให้พิฆาตมาดหมาย
ตามแต่จะฆ่าให้วอดวาย มิตายไม่พ้นพระอาญา

ฯ ๑๒ คำ ฯ เจรจา

๏ เสนีคิดพร้อมยอมกัน เบิกช้างน้ำมันตัวกล้า
แก้ปลอกกลอกเหล้าแล้วเอามา มิช้าก็ไสให้ทิ่มแทง

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ ช้างร้องระรัวตัวสั่น งาดันปักดินดิ้นแหยง
ควาญไสเท่าไรก็ไม่แทง ยิ่งคิดยิ่งแหนงแคลงใจ
วิปริตผิดกาลกิณี ของดีจะมีก็หาไม่
บุญญาธิการชาญชัย จึงทำอย่างไรไม่ม้วยมรณ์
จำเราจะเข้าไปทูลแถลง ให้แจ้งแห่งน้ำพระทัยก่อน
เอาช้างส่งยังโรงกุญชร ผันผ่อนเฝ้าองค์พระทรงชัย

ฯ ๖ คำ ฯ เชิด

๏ มาถึงจึงเห็นพระผ่านฟ้า กับนางจันทาพิสมัย
ออกนั่งยังหน้าบัญชรชัย เข้าไปบังคมคัลทันที
จึงทูลสมเด็จภูวนาถ ขอพระบาทจงโปรดเกศี
ซึ่งใช้ให้ไปป่าพนาลี บัดนี้ก็จับได้ตัวมา
ทำตามรับสั่งให้สังหาร กุมารชาญชัยไม่สังขาร์
หลากจิตผิดคนทั้งโลกา สาตราอาวุธก็หักไป
จึงเอาช้างร้ายเข้าให้แทง งาปักดินแหยงไม่แทงได้
บัดนี้ชุมนุมคุมตัวไว้ ภูวไนยจงทราบบาทบงสุ์

ฯ ๘ คำ ฯ เจรจา

๏ ฟังเอยฟังเหตุ บิตุเรศรำพึงตะลึงหลง
หลากจิตผิดใจให้งวยงง เร่งคิดพิศวงสงกา
อัศจรรย์ต้องกันกับหอยปู ลูกกูจริงจังกระมังหนา
วิปริตผิดคนในโลกา เป็นมาแต่ต้นจนปลาย
เสนาเอ็งว่าให้มั่นคง เราสงสัยอยู่ไม่รู้หาย
เมื่อพบประสบลูกชาย มีใครใกล้กรายกุมารา
ริมเรียงเคียงบ้านมารดร หลับนอนกินอยู่สู่หา
รูปทรงส่งศรีกิริยา กุมาราประมาณสักปานใคร

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ บัดนั้น เสนาทูลแจ้งแถลงไข
เมื่อพบโฉมงามทรามวัย ที่ในบ้านไร่ไพรวัน
มีเรือนตาเฒ่ายายแก่ แคร่ริมชายคาฝากั้น
กระท่อมของเจ้าสักเท่านั้น เห็นแต่จอมขวัญกับลูกยา
ไม่มีผู้ใดมาใกล้กราย อยู่จนโฉมฉายออกไปป่า
จึงเข้าจับกุมกุมารา ร้องอ้อนวอนว่าน่าปรานี
เรียกหาตาเฒ่าเจ้าเรือน ต่างคนต่างเชือนเอาตัวหนี
เด็กนักสักห้าหกปี เหมือนพระภูมีดังพิมพ์เดียว

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ ฟังทูล พระอาดูรในจิตคิดเฉลียว
แน่แล้วลูกแก้วพ่อคนเดียว จึงเหลียวถามพลันกับจันทา
น้องรักเจ้าจะเห็นเป็นไฉน พี่จะให้ไปรับโอรสา
กับนางนงเยาว์เจ้าเข้ามา สิ้นเคราะห์พาราที่กาลี
โหราดูว่าเป็นมนุษย์ จะสูงสุดเฟื่องฟุ้งทั้งกรุงศรี
ลูกข้าบุญญาบารมี ล้างผลาญชีวีจึงไม่ตาย
แล้วตรัสสั่งเสนาพฤฒามาตย์ เอ็งเร่งประกาศบาดหมาย
รับนางกัลยาที่ตายาย กับลูกชายของเราให้เข้ามา

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น จันทาทูลทัดขัดว่า
เป่ามนตร์จนสิ้นตำรา ร้องห้ามเสนาอย่าเพ่อไป
พระองค์หลงรับมันมาเถิด จะก่อเกิดความเข็ญหาเห็นไม่
แต่เป็นหอยสังข์ยังจัญไร กลับเป็นคนไปอย่าชื่นชม
มิใช่มนุษย์แต่ผลุดมา ว่ามีบุญญาไม่เห็นสม
มันจะให้บ้านเมืองเคืองระทม ด้วยผิดบูรมบูราณไป
ฆ่าฟันมันจึงไม่ปลดปลง จะมาล้างพระองค์ให้จงได้
แม้นทอดทิ้งลงคงคาลัย มีบุญจริงไซร้คงไม่ตาย

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ ฟังเอยฟังความ ครั่นคร้ามขามจิตคิดหมาย
จริงแล้วเมียแก้วเจ้าทักทาย เสนาทั้งหลายอย่าไปเลย
มันคือตัวการมาผลาญกู จริงอยู่เขาว่าเสนาเอ๋ย
เราหลงใหลไปกะไรเลย หากนางทรามเชยเจ้าตักเตือน
เนื้อเย็นควรเป็นมเหสี ปัญญาพาทีไม่มีเหมือน
เสนาดูแลอย่าแชเชือน ตักเตือนจองจำให้มั่นคง
พรุ่งนี้แลกูจะดูไป บุญมันฉันใดไม่ผุยผง
ว่าพลางทางชวนนางโฉมยง สององค์คืนเข้าปราสาทชัย

ฯ ๘ คำ ฯ เสมอ

๏ เมื่อนั้น นางจันท์มารดาอยู่ป่าใหญ่
เขม่นเนตรเหตุมีไม่แจ้งใจ เก็บได้ผักฟืนก็คืนมา
หาบเดินดำเนินมาตามทาง นกกาลางบินลัดสกัดหน้า
เศียรพองสยองโลมา ตรึกตราหวาดหวั่นพรั่นใจ
หาวนอนอ่อนเศียรให้เวียนวิง ยืนนิ่งพิงหลับกับไม้ใหญ่
ฝันว่าขุนมารชาญชัย ตัดเอาเกล้าไปไม่ปรานี
หาบหกตกผลุงสะดุ้งตื่น นางฝืนองค์สั่นขวัญหนี
จิตผูกลูกแก้วแล้วโศกี จับหาบตะลีตะลานมา

ฯ ๘ คำ ฯ เพลง

๏ ถึงเรือนเรียกลูกด้วยผูกพัน ยังมิทันปลงหาบลงจากบ่า
เจ้าไปไหนไม่ขานพระมารดา ส้มสูกลูกหว้าพ่อมาเอา
ทิ้งหาบวาบใจเข้าในทับ งามสรรพเปิดห้องมองเปล่า
ดังใครมาแขวะแคะเอา ล้วงดวงใจเจ้าไปจากองค์
ทูนหัวของแม่หายไปไหน หลากใจให้คิดพิศวง
ปั้นวัวควายเล่นอยู่เป็นวง หรือพ่อลงเรือนไปแห่งไรนา
ขวายขวนชลนัยน์เจ้าฟูมฟอง แลเหลียวเที่ยวมองร้องหา
เต้าเคร่งเต่งทรวงของมารดา กินนมแม่ราพ่อยาใจ
ใต้ต้นสะดือลมอื้อเย็น ลูกเอ๋ยเคยเล่นหาเห็นไม่
ผีเสื้อเสือสางที่กลางไพร เอาลูกข้าไปหรือไรนา
วู่วามมาถามตายาย หลานชายไปไหนไม่เห็นหน้า
หาจบไม่พบพระลูกยา อยู่ที่ยายตาหรือว่าไร

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้น สองเฒ่าเล่าพลางทางร้องไห้
แม่อย่าค้นคว้าหาไป สุดใจยายตาจะป้องกัน
เสนาท่านมาแต่ในกรุง แย่งยุ่งอลหม่านพระหลานขวัญ
ใส่บ่าพาไปแต่กลางวัน ไม่รู้ว่าโทษทัณฑ์ประการใด
เห็นทีจะมีรับสั่ง เมียผัวกลัวดังจะตักษัย
มุดนอนซ่อนดูอยู่แต่ไกล ดังจะขาดใจม้วยด้วยหลานยา

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ ได้ยิน ล้มผางกลางดินไม่เงยหน้า
สองกรข้อนทรวงเข้าโศกา กัลยากลิ้งเกลือกเสือกองค์
แน่ไปไม่ได้สมประดี เกศีติดต้องละอองผง
ตายายนวดฟื้นคืนคง โฉมยงจับมีดจะกรีดคอ
ตาฉวยยายชิงทิ้งขว้าง นางง้างเถาวัลย์จะพันศอ
สองเฒ่าเข้าปล้ำน้ำตาคลอ แก้จากคอนางพลางร่ำไร

ฯ ๖ คำ ฯ

โอ้

๏ นางทุ่มทอดกายสยายเกศ ชลเนตรแถวถั่งหลั่งไหล
พ่อคุณทูนหัวแม่หนักใจ อัศจรรย์หวั่นไหวแต่ในดง
แม่รีบมาไม่เห็นหน้าเจ้า ดังใครตัดเกล้าให้ผุยผง
ลูกแก้วไม่แคล้วจะปลดปลง มั่นคงทั้งนี้อีจันทา
แม่ไม่ขออยู่จะสู้ม้วย จะตายตามไปด้วยพระลูกข้า
ครวญคร่ำทางร่ำพรรณนา โศกาแน่นิ่งไม่ติงกาย

ฯ ๖ คำ ฯ โอด

๏ เมื่อนั้น นางจันท์กัลยาโฉมฉาย
คิดพลางทางผลุนวุ่นวาย ตายายห้ามไว้ก็ไม่ฟัง
ค่ำมืดดึกดื่นก็ตามที ตายเป็นเห็นผีพ่อหอยสังข์
วิ่งหนีตายายเข้าในวัง คลุ้มคลั่งพระทัยร้องไห้มา

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ สิบห้าวันกันดารฝูงคน เทพย่นหนทางที่กลางป่า
คืนหนึ่งมาถึงพระพารา แฝงฟังกิจจาพระลูกชาย

ฯ ๒ คำ ฯ ตระ

๏ เมื่อนั้น ท้าวยศวิมลฤาสาย
ไสยาสน์เหนืออาสน์พรรณราย ไม่วายคำนึงถึงลูกยา
หรือจะเป็นหน่อเนื้อเชื้อไข จึงล้างผลาญอย่างไรไม่สังขาร์
วิปริตผิดคนในโลกา บุญญาธิการชาญชัย
จำกูจะดูกุมารา รูปร่างหน้าตาเป็นไฉน
พระมิได้บรรทมภิรมย์ใน จนรุ่งแจ้งแสงใสพรายพรรณ
เข้าที่ชำระสระสรง สำอางค์องค์ทรงเครื่องแล้วผายผัน
เสด็จออกยังท้องพระโรงคัล จันทาเฉิดฉันก็ตามไป
จึงดำรัสตรัสแก่เสนี เรานี้ยังพะวงสงสัย
กุมารารูปร่างนั้นอย่างไร เสนีเร่งไปเอาตัวมา

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ ฝ่ายว่ามหาเสนี รับสั่งวางรี่ออกไปหา
เบิกพระกุมารพลันมิทันช้า แล้วพามาเฝ้าองค์พระทรงชัย

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ท้าวยศวิมลเป็นใหญ่
ผาดเห็นลูกยาเข้ามาใน ท้าวไทพิศเพ่งเล็งแล
ทรวดทรงส่งศรีนรลักษณ์ พิศพักตร์ผ่องช่วงดังดวงแข
แก้มเนตรเกศกรรณผันแปร ดูละม้ายคล้ายแม่ที่ขับไป
ทั้งจริตกิริยามารยาท เชื้อชาติผู้ดีไม่มีไพร่
พระจึงดำรัสตรัสไป เราไซร้ขอถามกุมารา
เดิมเหตุเภทพาลประการใด เป็นไฉนจึงได้ไปอยู่ป่า
พ่อแม่ชื่อไรไฉนนา ชันษาเจ้าได้สักกี่ปี
เราเห็นใช่ทรพลเป็นพ้นนัก เห็นสมศักดิ์พักตราเป็นราศี
บอกพ่อเถิดราอย่าโศกี เจ้านี้มีนามกรใด

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระสังข์ไหว้พลางทางร้องไห้
แม่ข้าอยู่ป่าพนาลัย เก็บผักหักไม้ด้วยยากจน
แม่ข้าว่าพ่อเสวยวัง เกิดมาข้ายังไม่เห็นหน
แม่ข้าคลอดมาประหลาดคน หอยสังข์บังตนข้าออกมา
คนยุบิดาให้ขับไล่ แม่ข้าพาไปอยู่ในป่า
อยู่หลังข้าออกจากสังข์มา มารดาตีแตกให้แหลกไป
แม่ข้าชื่อจันท์เทวี ข้านี้ชื่อสังข์ตามวิสัย
ด้วยความยากจนเป็นพ้นใจ ข้านี้เขาไปจับเข้ามา
ลุงหรือเขาลือว่าเป็นเจ้า ใช้เขาไปจับเอาตัวข้า
กริ้วโกรธโทษภัยไฉนนา จำจองขื่อคาดังข้าไท
ลุงโปรดปล่อยข้าไปหาแม่ ป่านนี้ตั้งแต่จะร้องไห้
ใครจะช่วยหาหม้อก่อไฟ เฝ้าทับขับไล่ไก่กา

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ ได้ฟัง ชลเนตรไหลหลั่งทั้งซ้ายขวา
แน่แล้วลูกแก้วของพ่ออา ให้ถอดลูกยาออกทันใด
รับมาใส่ตักแล้วชมเชย ลูกเอ๋ยมาเป็นเช่นนี้ได้
สงสารมารดามาแต่ไพร ไม่เห็นจะไห้โศกี
จูบพักตร์ลูบพลางทางรับขวัญ ทรงธรรม์ไม่วายกันแสงศรี
ลืมคำจันทาพาที ภูมีพิศวาสเพียงขาดใจ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น จันทาตัวเข็ญเป็นใหญ่
เดือดฟุ้งพลุ่งพล่านทะยานใจ เข้าใกล้แฝงหลังบังองค์
ร่ายมนตร์เป่าพลางทางทูลมา อนิจจาผ่านฟ้านี้คนหลง
เหตุไรจึงให้งวยงง หลงเชื่อฟังมันฉันใด
เพลิงกาฬจะมาผลาญพระบุรี เพราะลูกคนนี้หรือมิใช่
แม้นมิถ่วงลงคงคาลัย ภูวไนยจะม้วยมรณา

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ ฟังเมียแก้ว จริงแล้วลืมเสียที่เจ้าว่า
เสื่อมสร่างวางองค์พระลูกยา เหวยเหวยเสนาเอาตัวไป
ผูกมัดรัดถ่วงให้มรณา จะงดไว้ช้านานไม่ได้
เพลิงกาฬจะมาผลาญเอาเวียงชัย เร่งไปบัดนี้อย่าได้ช้า

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น เสนารับสั่งใส่เกศา
เคืองแค้นแสนสันนางจันทา กระซิบด่าในใจไม่เว้นคน
พระทรงฤทธิ์เห็นผิดกว่าแต่ก่อน กลับกลอกยอกย้อนไม่เป็นผล
กลัวพระกาฬจะมาผลาญอยู่ลานลน ต่างคนต่างพาเอาตัวไป

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ ฝ่ายว่าสังข์ทองเจ้าร้องจ้า น้าขาจะพาข้าไปไหน
ทุบตีฆ่าฟันหรือฉันใด ข้าไหว้อย่าพาข้าไปเลย
ลุงเจ้าขาจงมาช่วยฉันด้วย ลูกจะม้วยจริงแล้วพ่อคุณเอ๋ย
แม่ข้าไม่มาตามลูกเลย ลุงตาน้าเอ๋ยไม่เห็นใคร

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ ฝ่ายว่าองค์พระบิตุเรศ สังเวชไม่กลั้นกันแสงได้
ตรัสสั่งมหาเสนาใน อย่าพาไปเลยเจ้าเอากลับมา
จันทาทูลพลันทันที ตรัสเล่นเช่นนี้ดีหนักหนา
แม้นมิถ่วงมันให้มรณา ข้าจะกินยาตายไม่อยู่เลย
พระดำรัสตรัสสั่งเสนี เอาไปเถิดสิเสนาเอ๋ย
เอาไว้กูไม่สบายเลย กรรมเอ๋ยเวรใดได้ทำมา
ล้างผลาญอย่างไรก็ไม่ม้วย กูจะไปดูด้วยเมื่อเข่นฆ่า
สั่งพลางชวนนางจันทา เสนานำไปที่หน้าแพ

ฯ ๘ คำ ฯ เชิด

๏ เสนาจูงมาผูกมัด ฝูงคนแออัดอยู่เซ็งแซ่
แล้วใส่นาวาไปหน้าแพ ด้วยกระแสรับสั่งพระภูวไนย

ฯ ๒ คำ ฯ โล้

๏ เมื่อนั้น นางจันท์ชนนีศรีใส
ได้ข่าวลูกแก้วแววไว ดังจะขาดใจตายด้วยลูกยา
สองกรข้อนทรวงเข้าผางผาง ดังนางจะม้วยสังขาร์
ผลุดลุกหันหุนหมุนมา ตรงไปยังท่าชลาลัย
บาทาแตกคุพุพอง หนามต้องตามติดหาปลิดไม่
ล้มลุกคลุกคลานทะยานไป กลัวจะไม่เห็นองค์พระลูกยา

ฯ ๖ คำ ฯ เชิด

๏ มาถึงเห็นองค์พระลูกแก้ว ทอดองค์ลงแล้วก็โหยหา
เสือกสนบนฝั่งชลธา ไม่รู้ว่าจะทำประการใด

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ ฝ่ายองค์พระสังข์กุมารน้อย ตั้งแต่ละห้อยโหยไห้
แลเห็นมารดามาแต่ไกล ดีใจร้องเรียกพระมารดา
แม่คุณจงช่วยลูกด้วยที เขาผูกมัดรัดตีแล้วทุบด่า
แล้วมิหนำซ้ำมัดรัดกรมา มารดานิ่งได้ไม่ปรานี
เขาจะโยนลูกลงในคงคา ไม่ช้าจะม้วยไปเป็นผี
แม่วานเขาส่งลงมาที ชนนีนิ่งได้ไม่เอ็นดู
ลูกอยากขนมนมแม่ น้าแก้ปล่อยให้ไปสักครู่
เสนาน้ำตาลงไหลพรู ที่พาลข่มขู่ด้วยกลัวภัย

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ ฟังลูกว่า มารดาข้อนทรวงเข้าร้องไห้
มิได้คิดชีวิตจะขาดใจ จะโจนน้ำลงไปมิได้นาน
คนดูที่รู้จักองค์ ยุดห้ามโฉมยงด้วยสงสาร
นางเสือกเกลือกกลิ้งกับดินดาน เยาวมาลย์ข้อนทรวงเข้าโศกี

ฯ ๔ คำ ฯ โอด

๏ แล้วแลเห็นองค์ผัวขวัญ ยอกรอภิวันท์เหนือเกศี
ลูกข้ากะจิริดผิดไม่มี ขอประทานชีวีพระลูกชาย

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ท้าวยศวิมลฤาสาย
พะว้าพะวังไม่ตั้งกาย แว่วเสียงโฉมฉายเจ้าเรียกมา
ชะแง้แลเห็นมเหสี เทวีบังคมเหนือเกศา
จำได้มั่นคงไม่สงกา พระราชาพยักกวักกร
เร่งเรียกสำเหนียกแก่เสนา ให้ถอยนาวาเข้ามาก่อน
เสนากลับท้ายพายคอน จันทาโบกกรไปทันที
ไม่กลัวหัวจะขาดหรือไฉน โยนมันลงไปให้เป็นผี
ไว้ไยให้นานจนป่านนี้ อ้ายนี่ขัดรับสั่งหรือฉันใด
เสนาตกใจอยู่ลนลาน อุ้มพระกุมารมาหาช้าไม่
ผูกหินโยนพลันทันใด สองกษัตริย์สลบไปทั้งสองรา

ฯ ๑๐ คำ ฯ เชิดฉิ่ง โอด

๏ เมื่อนั้น นางจันทาดีใจเป็นหนักหนา
เห็นพระสลบซบพักตรา ต้องดูรู้ว่าไม่บรรลัย
เอาน้ำสุคนธามาลูบพักตร์ ผัวรักค่อยฟื้นคืนมาได้
ร่ายมนตร์เป่าพลางทางทูลไป จะโศกาอาลัยไปไยมี
เชื่อว่าบุญหนักศักดิ์ใหญ่ พอโยนลงไปก็เป็นผี
มันเสี้ยนทรชนคนไพรี แม้นดีลูกชายจะตายไย

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระภูวดลยังหม่นไหม้
แสนสงสารบุตรนั้นสุดใจ น้ำพระเนตรหลั่งไหลลงนองแนว
ขุ่นข้องต้องมนตร์ของจันทา เสื่อมสร่างวิญญาณ์ถึงน้องแก้ว
เจ้าว่าถูกทุกสิ่งจริงแล้ว คลาดแคล้วคืนหลังเข้าวังใน

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ บัดนั้น ฝูงคนถ้วนหน้าน้ำตาไหล
แลเห็นโฉมงามทรามวัย เกลือกกลิ้งนิ่งไปไม่ไหวองค์
จึงวักตักเอาชลธี ประพรมโฉมศรีไม่ผุยผง
ครั้นเจ้าค่อยฟื้นคืนคง ปลอบโยนโฉมยงให้ไคลคลา

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น โฉมศรีมีจิตคิดโหยหา
ชะแง้แลดูพระลูกยา นางข้อนอุราเข้าร่ำไร

ฯ ๒ คำ ฯ โอ้ร่าย

๏ พ่อคุณทูลกระหม่อมของแม่เอ๋ย ทรามเชยทิ้งแม่ให้โหยไห้
เช้าเย็นแม่จะเห็นหน้าใคร ดังกาเหยี่ยวเฉี่ยวไปก็เหมือนกัน
ลูกเอ๋ยเคยรับพระมารดา เมื่อมาแต่ป่าพนาสัณฑ์
พูดพลอดกอดแม่ไม่วายวัน กินนมชมกันทุกเวลา
ตัวกรรมมันตามมาล้างผลาญ พลัดบ้านเมืองแล้วยังมิสา
ยังมิหน้ำซ้ำพรากจากลูกยา อนิจจามีกรรมต้องจำไกล
รำพันพลางนางลาคนทั้งปวง เจ้าเหงาง่วงเดินมาน้ำตาไหล
เปล่าจิตผิดทางซังตายไป ดั้นด้นพงไพรร้องไห้มา

ฯ ๘ คำ ฯ เพลง

๏ เมื่อนั้น พระสังข์โอดโอยโหยหา
จมลงตรงปล่องนาคา ฟูมฟายน้ำตาจาบัลย์
แม่เจ้าประคุณทูลกระหม่อมแก้ว จะกลิ้งเกลือกอยู่แล้วเป็นแม่นมั่น
เพราะแม่ต่อยหอยสังข์ไม่ยั้งทัน จึงพลัดพรากจากกันกับลูกยา
ที่นี้จะได้ผู้ใดเล่า อยู่ด้วยช่วยผ่านเกล้าเฝ้าเคหา
อยู่ทับขับไล่ไก่กา แม่มาเย็นเย็นจะเห็นใคร
ว่าพลางทางซบเกศเกล้า คิดถึงแม่เจ้าแล้วร้องไห้
สลบซบซอนอ่อนใจ อยู่ในใต้น้ำไม่ทำลาย

ฯ ๘ คำ ฯ โอด

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ