ตอนที่ ๓ นางพันธุรัตเลี้ยงพระสังข์

๏ เมื่อนั้น ท่านท้าวภุชงค์องค์สหาย
กับตักกระตักโหรคนทาย ล้ำเลิศเพริศพรายในบาดาล
ปรากฏพระยศศักดิ์ศรี บรรดานาคีไม่ต่อต้าน
ศาลารักษาศีลทาน อยู่ใต้บาดาลพิมานชัย
เทพเจ้าเข้าในใจดล ท่านท้าวกำพลหม่นไหม้
ด้วยพระสังข์ทองยองใย ลำบากยากใจในคงคา
จะใคร่ไปตามวิสัยนาค ออกจากเปลวปล่องช่องผา
ระวังตัวด้วยกลัวครุฑา ทอดตาเหลียวดูมาแต่ไกล

ฯ ๘ คำ ฯ กลม

๏ เที่ยวเล่นมาเห็นกุมาร นอนจมดินดานธารไหล
เห็นศิลาผูกมาก็แจ้งใจ ลูกใครทิ้งถ่วงลงคงคา
โฉมศรีบริสุทธิ์มนุษย์น้อย กะจ้อยร่อยน่ารักหนักหนา
ภุชงค์สงสารกุมารา เข้าต้องดูรู้ว่าไม่บรรลัย
จับกรช้อนองค์เห็นกงจักร น้อยหรือบุญหนักศักดิ์ใหญ่
จะเกิดเหตุเภทพาลประการใด ใครช่างทำได้ไม่ปรานี
จะเอาเจ้าไปไว้เป็นลูกยา เห็นว่าบุญหนักศักดิ์ศรี
แล้วแก้ศิลาพลันทันที นาคีอุ้มพาไปบาดาล

ฯ ๘ คำ ฯ เชิด

๏ ครั้นถึงจึงวางบนแท่นแก้ว ผ่องแผ้วปรีดิ์เปรมเกษมศานต์
บอกเมียรักพลันมิทันนาน บริวารแวดล้อมอยู่พร้อมเพรียง
พี่ไปได้มาแต่วารี จมในชลธีไม่มีเสียง
ช่วยแก้ไขให้คืนจะได้เลี้ยง กล่อมเกลี้ยงเลี้ยงไว้เอาบุญ
ว่าพลางตั้งสัตย์อธิษฐาน ถ้าบุญเรากับกุมารเคยอุดหนุน
แต่ชาติหลังทั้งสองเคยค้ำจุน เดชะบุญกุมารไม่วอดวาย
เสี่ยงพลางพลางเอาสุคนธ์ทิพย์ ลูบหลังดังหยิบให้เหือดหาย
ค่อยฟื้นคืนสมประดีคลาย โฉมฉายเป่ามนตร์ด้วยฤทธี

ฯ ๘ คำ ฯ ตระ

๏ เมื่อนั้น พระสุวรรณสังข์เรืองศรี
ฟื้นองค์หลงว่ายวารี แลเห็นนาคีก็ดีใจ
รูปร่างโสภาเป็นมนุษย์ ทรงภุชบังคมประนมไหว้
ผินผันอั้นอ้นฉงนใจ กล่าวความถามไปกับนาคา
ข้าเจ้าเขาเอามาถ่วงน้ำ บาปกรรมทำไว้เป็นหนักหนา
ผู้ใดไปเอาข้าเจ้ามา โปรดช่วยชีวาให้คืนคง

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ท้าวนาคีมีจิตพิศวง
ตรัสถามเนื้อความไปโดยจง เจ้าเชื้อแถวแนววงศ์พระองค์ใด
ใครเล่าถ่วงเจ้าลงวารี โฉมศรีโทษทัณฑ์นั้นไฉน
เราช่วยจึงไม่ม้วยบรรลัย จึงพามาไว้ในบ้านเมือง

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระสังข์เล่าความตามเรื่อง
บิดาข้าไซร้ได้ผ่านเมือง ราวเรื่องแม่ว่าให้ข้าฟัง
เมียน้อยมันชื่อนางจันทา มารดาคลอดข้าเป็นหอยสังข์
เขาขับไล่ให้ไปอยู่ไพรรัง มันชิงชังทูลว่าข้าจัญไร
อยู่หลังข้าออกมานอกหอย เขาคอยจับข้าหาช้าไม่
ทุบตีฆ่าฟันไม่บรรลัย จึงให้ถ่วงข้าลงสาคร
บอกพลางทางทรงโศกี คิดถึงชนนีสะอื้นอ้อน
พระองค์ช่วยส่งให้มารดร วิงวอนร่ำไห้อยู่ไปมา

ฯ ๘ คำ ฯ โอด

๏ เมื่อนั้น ท้าวภุชงค์สงสารเป็นนักหนา
ได้ฟังทั้งนางนาคา เสน่หาฟักฟูมอุ้มองค์
บุญญาธิการก็มากมี จึงเข่นฆ่าร้าตีไม่ผุยผง
แกล้งเดียดฉันท์กันเป็นมั่นคง ยุยงชิงชังว่าจังไร
อยู่ด้วยแม่เถิดจะเลี้ยงเจ้า ร่วมวันขวัญข้าวอย่าโหยไห้
ชนนีเจ้านั้นมิบรรลัย นานไปจะพบประสบกัน
จึงให้ชำระสระล้าง ล้อมข้างดังนางในสวรรค์
เอมโอชโภชนาสารพัน นึกสิ่งไรนั้นก็มีมา

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ ฝ่ายท้าวภุชงค์ทรงศักดิ์ คิดถึงแม่รักยักษา
อย่าเลยจะให้กุมารา ไปเป็นบุตรายาใจ
ผัวตายเป็นหม้ายมาช้านาน ลูกหลานยักษีหามีไม่
จึงบอกพระสังข์ทองยองใย พ่อไซร้มิใช่เป็นมนุษย์
ถึงรักเจ้าเอาไว้ไม่ได้ด้วย จะชูช่วยบำรุงให้สูงสุด
ไปกว่าบิดาจะม้วยมุด สิ้นสุดทุกข์ภัยที่ได้มา
เจ้าคิดถึงบิดาจะมาถึง ครู่หนึ่งบัดใจจะไปหา
ว่าพลางทางสั่งนาคา ตกแต่งกายาให้อ่าองค์
ทองกรอ่อนห้อยสร้อยสะอิ้ง เพริศพริ้งเฟื่องฟูดูระหง
นาคาเข้าพร้อมล้อมวง อุ้มองค์พามาจากบาดาล

ฯ ๑๐ คำ ฯ เชิด

๏ ขึ้นจากฟากฝั่งพระสมุทร พ้นแดนมนุษย์สุดสถาน
ริมสะดือทะเลคะเนการ หมายมุ่งกรุงมารไม่ใกล้ไกล
จึงนฤมิตด้วยฤทธา เป็นมหาสำเภาทองผ่องใส
โภชนาสารพันทันใด พร้อมไปในลำสำเภาทอง

ฯ ๔ คำ ฯ ตระ

๏ จึงอุ้มลูกน้อยกลอยสวาท นาคราชทูนเกล้าเศร้าหมอง
วางไว้ในลำสำเภาทอง ทั้งสองโศกาด้วยปรานี
แล้วเอาแผ่นสุวรรณบันทึก จารึกเป็นราชสารศรี
สั่งลูกชายพลันทันที จงส่งให้ยักษีที่ลงมา
แล้วเธอตั้งสัตย์อธิษฐาน ขุนมารอันคิดริษยา
จะจับลูกอย่าให้ถูกลำเภตรา ให้ตรงซึ่งพาราอย่าซัดไป
เสี่ยงพลางทางเสือกสำเภาทอง ลอยล่องในท้องทะเลใหญ่
สงสารลูกแก้วแววไว แล้วกลับหลังวังในสู่ไพชน

ฯ ๘ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้น พระสุวรรณสังข์ระเหระหน
คว้างคว้างมาในกลางทะเลวน ทุกข์ทนแลเหลียวเปลี่ยวใจ
มีอยู่แต่น้ำกับฟ้า จะแลเห็นฝั่งฝาก็หาไม่
ดูเป็นหมอกมัวออกทั่วไป หวั่นไหวไม่เคยไปมา
เห็นฉนากฉลามตามกัน ดาษดื่นหมื่นพันล้วนมัจฉา
เงือกงูราหูเหรา ทั้งกระโห้โลมาปลาวาฬ
มังกรลอยล่องท้องน้ำ คลื่นซัดซัดน้ำมาฉ่าฉาน
คิดถึงพระแม่อยู่แดดาล เหมือนม้วยวายปราณไปจากกัน
ลูกรักพลัดไปแห่งใด แม่อยู่หนไหนไม่ผายผัน
มิตายใหญ่กล้าจะมาพลัน เสาะหาแม่นั้นให้พบพาน
ร่ำไรอยู่ในเภตรา เทวาพิศวงน่าสงสาร
ช่วยส่งให้ตรงเมืองมาร เข้ายังสถานด่านแดน

ฯ ๑๒ คำ ฯ เชิด

๏ บัดนั้น กุมภัณฑ์ยักษาอยู่กว่าแสน
ลาดตระเวนเกณฑ์กันปันแดน แว่นแคว้นนางมารชาญชัย
ยืนเยี่ยมหอคอยลอยลิ่ว เห็นกระโดงธงทิวปลิวไสว
แลลิบลิบพริบตามาไวไว เข้าใกล้แลเห็นเป็นสำเภา
คิดว่าข้าศึกมาฮึกฮัก ขุนยักษ์วุ่นวายทั้งนายบ่าว
ออกรับจะจับเอาสำเภา เร่งป่าวร้องเสร็จระเห็จมา

ฯ ๖ คำ ฯ กราว

๏ ตรูกันลงหาดทรายชายฝั่ง เห็นสำเภายังไม่กังขา
ทองคำทั้งลำทำมา คนในเภตราก็ไม่มี
เห็นอยู่แต่กุมารน้อย แช่มช้อยจรัสรัศมี
แจ้งใจมิใช่ไพรี ยักษีตรูกันมาทันใด
เผ่นโผนโจนฉวยด้วยความอยาก อ้าปากแลบลิ้นน้ำลายไหล
เร่งรีบฉวยพลันทันใด ประหลาดใจไม่ถูกเภตรา
ทะลึ่งโลดโดดคว้าผวาเปล่า เหมือนหนึ่งจับดาวในเวหา
ลอยเด่นเห็นอยู่แก่ตา ยักษากริ้วโกรธพิโรธใจ
ตีด้วยกระบองก้องเวหา จะถูกลำเภตราก็หาไม่
ล้อมรุมกลุ้มกันเข้าทันใด เปล่าไปไม่ปะปะทะกัน

ฯ ๑๐ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้น สุวรรณสังข์นรังสรรค์
เห็นหมู่อสูรกุมภัณฑ์ คร้ามครั่นพรั่นอกตกใจ
แต่ละตัวหัวพริกหยิกหยอง ดำกาตาพองท้องใหญ่
เขี้ยวขาวยาวรีไม่มีใจ คิดได้ถึงท้าวนาคี
แล้วจึงตั้งสัตย์อธิษฐาน อย่าให้ขุนมารยักษี
มาทำอันตรายราวี แก่ตัวข้านี้เลยนา
คิดแล้วเท่านั้นมิทันนาน จึงโยนแผ่นทองสารให้ยักษา
แผ่นทองลอยละลิ่วปลิวมา คอยท่ายักษีดังมีใจ

ฯ ๘ คำ ฯ เชิดฉิ่ง

๏ ยักษาโลดโผนโจนจับ กลอกกลับรับราชสารได้
คืนเข้าฝั่งพลันทันใด หอบรวนหายใจอยู่ไปมา
จึงรู้สาราที่จารึก มิใช่ข้าศึกจึงปรึกษา
สารทองของท้าวเจ้านาคา เภตราเขียนรายระบายทอง
จำเพาะให้โฉมยงลงมารับ เราจึงจู่จับมิได้ต้อง
ปรึกษาแล้วนำเอาแผ่นทอง นายรองระเห็จเตร็ดมา

ฯ ๖ คำ ฯ เชิด

๏ ครั้นถึงซึ่งราชธานี จึงนำสารศรีเข้าไปหา
บอกแจ้งแถลงกิจจา แก่ท่านมหาเสนาใน

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เสนารับสารใส่พานแก้ว คลาดแคล้วพามาหาช้าไม่
เข้าเฝ้านางมารชาญชัย ที่ในพระโรงอันรูจี

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

๏ มาถึงจึงคลานเข้าไปเฝ้า ก้มเกล้าบังคมเหนือเกศี
แล้วทูลไปพลันทันที ท้าวนาคีมีราชสารมา
ให้ราชทูตมนุษย์น้อย ล่องลอยสำเภาไม่เข้าหา
ทองคำทั้งลำทำมา คนในเภตราก็ไม่มี
จับต้องจะถูกก็หาไม่ โยนให้แต่ราชสารศรี
ผิดอย่างปางก่อนบอห่อนมี เทวีจงทราบพระบาทา

ฯ ๖ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น นางพันธุรัตยักษา
เร่งคิดถวิลจินตนา ทูตถือสาราประหลาดใจ
จึงสั่งสาวศรีที่หมอบเฝ้า รับเอาสาราเข้ามาให้
แล้วอ่านดูพลันทันใด ที่ในพระราชสารา

ฯ ๔ คำ ฯ เอกบท

๏ สารท้าวภุชงค์ทรงศักดิ์ คิดถึงแม่รักยักษา
แต่สหายวายปราณนานมา ชั่วช้ามิได้มาเยี่ยมเยือน
องค์ท้าวกุมภัณฑ์ที่บรรลัย ความสมัครรักใคร่ใครจะเหมือน
เจ้าน้อยใจที่ไม่เยี่ยมเยือน รักเจ้าเท่าเทียมเหมือนกัน
เป็นหญิงครองเมืองมณฑล เสนีรี้พลจะเดียดฉันท์
เราไซร้ได้บุตรบุญธรรม์ มนุษย์จ้อยน้อยนั้นถือสารไป
เจ้าจงเลี้ยงไว้เป็นลูกรัก เราเห็นบุญหนักศักดิ์ใหญ่
จะได้ครอบครองพระเวียงชัย เลี้ยงไว้ค้ำชูแทนหูตา

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ อ่านจบแจ้งในสารศรี คิดถวิลยินดีเป็นหนักหนา
เอาสารทูนเกล้าไว้มิได้ช้า ขอบใจหนักหนาท้าวนาคี
องค์ท้าวกุมภัณฑ์ที่บรรลัย ยังคิดรักใคร่ไม่หน่ายหนี
ซื่อตรงต่อองค์พระสามี คุณของนาคีดังบิดา
แล้วตรัสแก่มหาเสนาใน ใครเห็นอย่างไรให้ปรึกษา
มนุษย์น้อยจ้อยในเภตรา นาคาให้มาให้รับรอง
ให้เลี้ยงต่างลูกดวงใจ บุญหนักศักดิ์ใหญ่ไม่มีสอง
เรานี้มีจิตคิดปอง จะใคร่รับรองกุมารา

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ บัดนั้น กุมภัณฑ์โหรใหญ่ฝ่ายขวา
พินิจคิดคูณแล้วทูลมา โหราขอโทษได้โปรดปราน
อย่าเพ่อชื่นชมภิรมย์ใจ มิได้สงสัยที่ในสาร
ตำราทายว่าพระกุมาร มิใช่ลูกหลานท้าวนาคา
มนุษย์กับยักษ์จะรักกัน ห้ามปรามกวดขันเป็นหนักหนา
เหมือนหนึ่งดุเหว่าเหล่ากา เลี้ยงรักษาได้เมื่อไรมี
ทำนองเมรีกับพระรถ ลักหยูกยาหมดแล้วลอบหนี
โฉมยงเหมือนองค์เมรี รับมาน่าที่จะวายปราณ

ฯ ๘ คำ ฯ เจรจา

๏ ได้เอยได้ฟัง มืดคลุ้มกลุ้มคลั่งดังเพลิงผลาญ
เหม่อ้ายโหรใหญ่ใจพาล ช่างเปรียบเทียบทัดทานด้วยมารยา
มึงนี้ผูกจิตคิดคด จะขบถจริงจังกระมังหนา
กูไซร้จะได้ลูกยา กีดหน้าขวางตาหรือว่าไร
กูไซร้ใช่นางเมรี หลงด้วยโลกีย์หาดีไม่
อันท้าวภุชงค์ทรงชัย ชั่วแล้วที่ไหนจะให้มา
ว่าพลางทางสั่งสาวสรรค์ จงช่วยกันขับไล่ไสเกศา
แต่นี้สืบไปอย่าให้มา มันว่ากูเล่นให้เป็นลาง

ฯ ๘ คำ ฯ เจรจา

๏ แล้วสั่งกุมภัณฑ์ให้จัดแจง ตกแต่งเร่งรัดอย่าขัดขวาง
อีกทั้งข้าเฝ้าท้าวนาง ต่างต่างแผลงฤทธิ์นิมิตกาย
ให้เป็นมนุษย์สุดสิ้น ตรัสพลางเทพินผันผาย
เข้าที่นฤมิตบิดเบือนกาย เฉิดฉายโสภาอ่าองค์
ออกจากวังแก้วแพรวพรรณ กำนัลพรั่งพรูดูระหง
แห่แหนแน่นอัดจัตุรงค์ เสนาพาลงไปคงคา

ฯ ๖ คำ ฯ กลองโยน เชิด

๏ มาถึงหาดทรายชายทะเล เห็นเภตราลอยคอยท่า
ลดองค์ลงริมชลธา หัตถาจบน้ำได้สามที
แล้วนางตั้งจิตพิษฐาน กุมารบุญหนักศักดิ์ศรี
จะมาเป็นลูกข้าในครานี้ เทวัญจันทรีจงเล็งแล
ขอให้ลอยเข้ามาถึงฝั่ง เหมือนหนึ่งยังข้าเห็นให้เป็นแน่
เสี่ยงพลางแล้วนางผันแปร ลุกยืนชะแง้แลไป
สำเภาลอยเลื่อนเคลื่อนคลา ไม่ทันพริบตาเข้ามาใกล้
เกยยังฝั่งพลันทันใด บัดใจเห็นทั่วทุกตัวมาร

ฯ ๘ คำ ฯ สาธุการ

๏ แล้วนางย่างลงในเภตรา มิช้าเห็นองค์น่าสงสาร
พินิจพิศดูพระกุมาร งามปานรูปทรงดังองค์อินทร์
ฝ่ายว่าพระสังข์ก็บังคม ชื่นชมในจิตคิดถวิล
แม่นยำเหมือนคำท้าวนาคิน เสร็จสิ้นทุกสิ่งไม่กริ่งใจ
นางมารฟักฟูมอุ้มองค์ โฉมยงยินดีจะมีไหน
ลงจากเภตราคลาไคล สำเภาหายไปมิได้นาน
สาวศรีรับรองประคองเคียง พร้อมเพรียงพิศวงสงสาร
เบียดเสียดกันดูพระกุมาร คืนเข้ายังสถานสำราญใจ

ฯ ๘ คำ ฯ เชิด

๏ มาถึงวังพลันทันที วางยังแท่นมณีศรีใส
จึงดำรัสตรัสถามความใน พ่อเป็นลูกหลานใครไฉนนา
จึงพระยาภุชงค์ทรงศักดิ์ ส่งองค์ลูกรักให้แก่ข้า
เหตุผลต้นปลายอย่างไรมา ลูกยาทรงนามกรใด

ฯ ๔ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น พระสังข์ทูลแจ้งแถลงไข
คิดถึงมารดายิ่งอาลัย ร่ำไรทูลความแต่หลังมา
อันพระบิตุรงค์ทรงภพ ประเสริฐเลิศลบจบทิศา
เมียน้อยนั้นชื่อจันทา เขายุยงบิดาให้ฆ่าตี
จับลูกถ่วงท้องชลาลัย ตัวแม่ขับไล่อยู่ไพรสี
บุญช่วยจึงไม่ม้วยชีวี ท้าวนาคีจึงใส่สำเภามา

ฯ ๖ คำ ฯ เจรจา

๏ ฟังเอยฟังการ นางมารสงสารเป็นหนักหนา
รับขวัญไม่กลั้นน้ำตา ลูบหลังลูบหน้าให้ปรานี
แม่จะถนอมกล่อมเกลี้ยง จะเลี้ยงเจ้าเป็นบุตรนะโฉมศรี
พ่ออย่าได้กังขาราคี พระบุรีจะให้แก่ลูกยา
จูบพลางนางอุ้มขึ้นใส่ตัก ความรักแสนสุดเสน่หา
ดังดวงฤทัยนัยนา แล้วสั่งมหาเสนาใน
ท่านจงเร่งรัดจัดแจง ตกแต่งพาราอย่าช้าได้
จะสมโภชลูกแก้วแววไว บาดหมายกันไปอย่าได้นาน

ฯ ๘ คำ ฯ เจรจา

๏ บัดนั้น เสนารับราชบรรหาร
แล้วถวายบังคมก้มกราน มาสั่งการตามมีพระบัญชา

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

๏ ให้แต่งโรงราชพิธี เทียนชัยบายศรีตั้งซ้ายขวา
หุ่นละครโขนหนังช่องระทา เครื่องเล่นนานาบรรดามี
ทั้งระเบงระบำปล้ำมวย พร้อมด้วยสังคีตดีดสี
งิ้วง้าวเสภาชาตรี มโหรีครึ่งท่อนมอญรำ

ฯ ๔ คำ ฯ เจรจา

๏ แล้วกลับมาทูลความตามเรื่อง บ้านเมืองแต่งอร่ามงามขำ
ราชวัติฉัตรธงโรงรำ พร้อมสำเร็จแล้วพระเทวี

ฯ ๒ คำ ฯ ช้าร่าย

๏ ฟังเอยฟังสาร นางมารปรีดิ์เปรมเกษมศรี
ครั้นว่าสนธยาราตรี ก็เข้าที่บรรทมภิรมย์ใน

ฯ ๒ คำ ฯ ตระ

๏ ครั้นรุ่งแจ้งแต่งองค์ลูกยา ภูษาอย่างดีศรีใส
ทองกรสังวาลตระการใจ แล้วมุ่นจุไรใส่ชฎา
สรรพเสร็จเสด็จจรลี สาวศรีไสวทั้งซ้ายขวา
เชิญเครื่องตามกันเป็นหลั่นมา ยาตราสถิตยังพิธี

ฯ ๔ คำ ฯ ร้องเพลงมหาชัย

ร่าย

๏ ได้เอยได้ฤกษ์ นางมารให้เบิกบายศรี
ลั่นฆ้องกลองชัยเภรี ดีดสีตีทับฉับพลัน
จุดแว่นเวียนซ้ายย้ายขวา โห่ขึ้นสามลาขมีขมัน
เซ็งแซ่แตรสังข์ประดังกัน ฆาตฆ้องกลองลั่นสนั่นไป

ฯ ๔ คำ ฯ มโหรี

๏ เวียนเทียนสำเร็จเสร็จสรรพ โบกจับจุณเจิมเฉลิมให้
แล้วนางอำนวยอวยชัย ทุกข์โศกโรคภัยอย่าให้มี

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ ฝ่ายเจ้าพนักงานการเล่น ทั้งมวยปล้ำรำเต้นถ้วนถี่
โขนละครไก่ป่าชาตรี เป่าปี่ตีกลองกึกก้องไป
หกคะเมนไต่ลวดกวดขัน เจ็ดคืนเจ็ดวันหวั่นไหว
ครั้นราตรีมีดอกไม้ไฟ หนังจีนหนังไทยดอกไม้กล
อีกทั้งครึ่งท่อนมอญรำ จับระบำรำท่าโกลาหล
งิ้วง้าวฉาวแฉ่งแต่งตน เกลื่อนกล่นอื้ออึงคะนึงไป

ฯ ๖ คำ ฯ เจรจา

๏ นางมารสมโภชพระลูกแล้ว ผ่องแผ้วยินดีจะมีไหน
จึงชวนลูกยาคลาไคล เข้าในวังพลันทันที

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ ครั้นถึงจึงขึ้นบนแท่นแก้ว ผ่องแผ้วปรีดิ์เปรมเกษมศรี
แล้วจัดแจงนักเทศขันที นางนมทั้งสี่พี่เลี้ยง
กำนัลนางมโหรีขับไม้ สำหรับให้ขับกล่อมพระเนื้อเกลี้ยง
แม่มอบให้พระสังข์ทั้งวังเวียง ใครทุ่มเถียงจงเฆี่ยนฆ่าตี
นางถนอมกล่อมเกลี้ยงรักษา มิให้พระลูกยาเจ้าหมองศรี
จนพระชันษาสิบห้าปี ยังทวีความรักอยู่ทุกวัน
นางค่อยเคลื่อนคลายสบายใจ จะใคร่ไปเที่ยวป่าพนาสัณฑ์
เผอิญใจทึกทึกนึกผูกพัน คิดพรั่นกลัวลูกจะหนีไป
อย่าเลยจะแสร้งแกล้งล่อลวง อย่าให้ล่วงหมายคำสำคัญได้
ว่าไปช้าแล้วกลับมาเร็วไว ถึงจะหนีไปไม่พ้นกร
แม่จะไปป่าเจ็ดราตรี พันปีจงฟังแม่สั่งสอน
บ่อน้ำซ้ายขวาเจ้าอย่าจร หอข้างหัวนอนเจ้าอย่าไป
สั่งลูกแล้วพลันมิทันช้า พรั่งพร้อมทหารหน้าน้อยใหญ่
ออกจากพาราคลาไคล แปลงไปเป็นยักษ์ฉับพลัน

ฯ ๑๔ คำ ฯ กราว

๏ ครั้นมาถึงป่าพนาลัย จับได้ช้างเสือเนื้อสมัน
ฟาดฟัดล้มตายวายชีวัน ได้ห้าหกตัวนั้นไม่พอพุง
ครั้นเหลือบเห็นช้างฝูงใหญ่ ดีใจฟาดด้วยกระบองผลุง
หักคอตายกลาดฟาดดังปุง ทหารหอบพะรุงพะรังมา

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ วางกองไว้หน้าศาลาลัย แล้วนางไปสรงน้ำที่เพิงผา
แล้วขึ้นนั่งบนบัลลังก์ศิลา เสวยสัตว์นานาทันที

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

๏ มาจะกล่าวบทไป ถึงองค์พระสังข์เรืองศรี
อยู่ในไพชนอสุรี มีจิตคิดถึงมารดา
เหตุไฉนไปไพรกรุ่นกรุ่น พระคุณไปไยที่ในป่า
ว่าไปวันเดียวจะกลับมา ไม่เหมือนวาจาที่ว่าไว้
เหตุใดถ้อยคำฟั่นเฟือน คลาดเคลื่อนคืนวันหามั่นไม่
ตรัสว่าจะไปคืนเดียวไซร้ เจ็ดวันจึ่งได้กลับมา
ครั้นว่าจะไปเจ็ดวัน กลับพลันวันเดียวไม่เหมือนว่า
ผิดแล้วถ้อยคำพระมารดา ดีร้ายจะมาต่อเจ็ดวัน
ห้ามไว้มิให้ไปที่ครัวไฟ อะไรจะมีอยู่ที่นั่น
ลับตาสาวใช้ลอบไปพลัน ได้เห็นสำคัญในทันที

ฯ ๑๐ คำ ฯ เพลง

๏ เห็นโครงเสือช้างกวางทราย ทั้งกายมนุษย์กับซากผี
ตกใจไม่เป็นสมประดี ผิดแล้วชนนีเห็นสำคัญ
พระมารดาว่าบ่อที่ปิดไว้ จะมีอะไรเป็นแม่นมั่น
ลอบหนีพี่เลี้ยงลงไปพลัน เปิดบ่อซ้ายนั้นขึ้นทันใด
ค่อยเอานิ้วพระหัตถ์ชี้ จุ่มจี้บ่อเงินที่ผ่องใส
เปิดบ่อขวาพลันทันใด แจ่มใสสว่างอยู่เรืองรอง
เอานิ้วชี้ที่เป็นเงินนั้น จิ้มลงดูพลันเป็นทองผ่อง
คิดตกใจเจ้าเฝ้ามอง เช็ดทองด้วยกลัวพระมารดา
จะเช็ดสีเท่าใดก็ไม่ออก พระแม่มาจะบอกกระมังหนา
รีบมาคิดได้ด้วยมารยา ฉีกผ้าพันนิ้วพระหัตถ์ไว้
แล้วพระจึงซ่อนฝูงนาง มาดูที่ปรางค์ปราสาทใหญ่
แลเห็นรูปเงาะเหมาะสุดใจ พระจึงสวมใส่เข้าลองดู
สอดใส่เกือกแก้วทั้งซ้ายขวา ประดับเพชรพรายตาทั้งคู่
จับไม้เท้าทองลองฤทธิ์ดู เหาะวู่ตามช่องบัญชรชัย

ฯ ๑๔ คำ ฯ เชิด

๏ เหาะลองดูเล่นพอเห็นดี กลัวพระชนนีไม่ช้าได้
ถอดออกแล้ววางดังเก่าไว้ ดีใจสอดมองดูมารดา

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ ทีเอยทีนี้ ชอบที่จะหนีแม่ยักษา
จะเหาะไปหาพระมารดา ถึงไร่ยายตาที่เลี้ยงเรา

ฯ ๒ คำ ฯ โอ้ร่าย

๏ โอ้อนิจจาพระชนนี ป่านฉะนี้จะร่ำโศกเศร้า
จะข้อนทรวงสลบซบเซา พระเกิดเกล้าลูกเอ๋ยจะโศกา
ตัวกูมาอยู่ในเมืองนี้ พระชนนีเลี้ยงเป็นยักษา
ไว้ใจยากนักถ้าฉวยช้า ไหนจะหนีมารดาไปได้เลย
เห็นจะวายชีวิตเสียเปล่าเปล่า โอ้พระเกิดเกล้าของลูกเอ๋ย
จะแทนคุณชนนีมิอยู่เลย เงยเห็นพี่เลี้ยงซ่อนทันที

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น พี่เลี้ยงวิ่งหาพระโฉมศรี
ตกใจไม่เห็นอยู่ในที่ วิ่งตีอกหาประหม่าใจ
เมื่อกี้วิ่งเล่นก็เห็นตัว ทูนหัวเอ๋ยซ่อนอยู่แห่งไหน
มองมาพบพระองค์ก็ดีใจ พี่เลี้ยงสาวใช้ก็เปรมปรีดิ์

ฯ ๔ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น นางพันธุรัตยักษี
เล็ดลอดสอดหามฤคี ได้เจ็ดราตรีอยู่ไพรวัน
สายัณห์ตะวันรอนรอน ใกล้จะลับสิงขรพนาสัณฑ์
รำลึกถึงลูกใจผูกพัน เร่งรีบเร็วพลันระเห็จมา

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ ถึงรับขวัญอุ้มพระลูกรัก จูบพักตร์เศียรเกล้าเกศา
กอดชมดังดวงนัยนา นางแสนเสน่หาดังดวงใจ
แลเห็นนิ้วหัตถาผ้าพัน เอ็ววันของแม่เป็นไฉน
ผ้าผูกนิ้วถูกอะไร เป็นไรหรือพ่อจงบอกมา

ฯ ๔ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น พระสังข์ได้ฟังคำว่า
ครั้นแม่จับนิ้วทำมารยา กลัวพระมารดาจะเคืองใจ
ทำผิดลูกกลัวพระแม่ตี ลูกนี้ไม่มีอัชฌาสัย
จับมีดเข้ามาผ่าไม้ บาดเลือดซับไหลฝนไพลทา

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ ได้เอยได้ฟัง ชะนางพี่เลี้ยงช่างให้ไม้ผ่า
จับมือพิศดูพันผ้า ทูนเหนือเกศารำคาญใจ
จะมากหรือน้อยแม่ขอดู นิ่งอยู่หาทำให้เจ็บไม่
กำมิดปิดซ่อนแม่ทำไม บาดแผลน้อยใหญ่ไฉนนา

ฯ ๔ คำ ฯ

สังข์เอยสังข์ทอง ทำร้องกุมนิ้วพันผ้า อุยอุยพระแม่อย่าแก้นา เจ็บปวดหนักหนาเป็นพ้นไป โลหิตติดกรังผ้าอยู่ เจ็บปวดพ้นรู้ไม่แก้ได้ ลูกลวนลามเล่นจึงเป็นไป พระแม่จงได้ปรานี

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ ได้เอยได้ฟัง นางมารโกรธพี่เลี้ยงสาวศรี
น้ำตาคลอตาด้วยปรานี ให้มัดตีพี่เลี้ยงนางใน
นางนมพี่เลี้ยงเรียงหน้า มึงไม่นำพาเอาใจใส่
ให้เล่นมีดเล่นพร้าผ่าไม้ ตีให้บรรลัยประเดี๋ยวนี้

ฯ ๔ คำ ฯ เจรจา

๏ ได้เอยได้ฟัง พระสังข์บังคมขอโทษพี่
อ้อนวอนกราบไหว้ทั้งโศกี มิให้ต้องตีชิงไม้ไว้
ลูกแข็งเขาห้ามแล้วไม่ฟัง เขารักข้าหาชังลูกน้อยไม่
ถ้าเขาต้องโทษโพยภัย ไหนเขาจะรักลูกน้อยนี้

ฯ ๔ คำ ฯ เจรจา กล่อม

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ