พระราชหัตถเลขาฉะบับที่ ๔

บันนาแระแขวงเมืองยหริ่ง

วันที่ ๓๐ มิถุนายน รัตนโกสินทร์๓๘ศก ๑๒๔

ขอแจ้งรายงานมายังมกุฎราชกุมาร ในที่ประชุมรักษาพระนคร

ด้วยได้แจ้งรายงานมาแต่ตำบลจะทิ้งพระ อำเภอปละท่า แขวงเมืองสงขลา แต่นั้นรุ่งขึ้นได้ขึ้นเมืองสงขลา ครั้งนี้เพื่อจะไม่ให้ต้องเดินย้อนทางจึงย้ายไปขึ้นใต้เมือง เดินมาตามถนนตลาด ที่ท้ายเมืองนี้ได้รื้อกำแพงตรงช่องถนนแล้ว แต่ถนนยังมีตึกโรงเรือนไปข้างใต้อีกจนสุดตา เดินแต่ท่าที่ขึ้นไปตามตลาดตลอดประมาณ ๒๐ เส้น ถนนเรียบร้อยดีตลอด แต่ท่อน้ำยังไม่ได้แก้ มีตึกและโรงขึ้นใหม่มาก มีโรงสีกลไฟของถมยาและหลวงอุดมสมบัติ ทำขึ้นที่ใกล้บ้านหลวงอนุรักษภูเบศร์โรงหนึ่ง แต่ได้ความว่าขาดทุนในชั้นต้น เพราะฟืนหายาก จะใช้แกลบก็ยังไม่มี ครั้นเมื่อได้สีข้าวมีแกลบขึ้นแล้วก็ไม่พอ เพราะสีข้าวขาวได้แกลบน้อย น้ำไม่ใช้น้ำเค็ม ต้องใช้น้ำบ่อ ไม่สู้จะบริบูรณ์ จึงไม่มีกำไร ได้แวะบังสุกุลศพพระยาวิเชียรคิรีแล้วไปดูศาลซึ่งตั้งในที่บ้านพระอนันตสมบัติ อันซื้อเป็นหลวงแล้ว เป็นเรือนจีนทำแน่นหนามั่นคง เดี๋ยวนี้ใช้แต่หอนั่งเป็นศาล ดูงามดีมาก เห็นจะไม่มีหัวเมืองใดสู้ ที่ว่าการเมืองไปตั้งในที่อยู่เทศาภิบาลแต่ก่อน อันซื้อจากพระยาวิเชียรคิรี บ้านข้าหลวงเทศาภิบาลทำขึ้นใหม่ทำเป็นเรือนไม้ แต่สบายดีกว่าเก่าเป็นอันมาก ได้พักอยู่ที่นั่น กินกลางวัน และติดฝนอยู่ เวลาบ่ายจึงได้ขึ้นรถไปดูถนนซึ่งตัดใหม่ ระหว่างเขาตังกวนและเขาน้อย แล้วเลียบไปตามหลังหาดในหมู่ต้นสน เลี้ยวมาลงสะพานที่ทำใหม่ใกล้บ้านข้าหลวงเทศาภิบาล กลับมาลงเรือ

รุ่งขึ้นเวลาบ่ายวันที่ ๒๗ ได้ขึ้นที่บางนรา อันเป็นตำบลแขวงเมืองสาย ทางร่วมไปเมืองระแงะ มีคนประมาณ ๔,๐๐๐ ถนนและบ้านเรือนเรียบร้อยมั่นคงดีกว่าที่ได้เห็นครั้งก่อน

รุ่งขึ้นวันที่ ๒๘ เวลาย่ำรุ่ง เรือถึงเมืองกลันตัน แต่จอดอยู่ปากอ่าวเก่า เพื่อจะคุมเรือสติมลอน และจัดการตกแต่งเรือ พระยากลันตันให้ตนกู ๆ ศรีตวันกรมการตามออกไปรับถึงอ่าวเก่าพร้อมด้วย ม. ทอมสัน ผู้ช่วยที่ปรึกษา ได้เลื่อนเรือขึ้นมาถึงอ่าวใหม่เวลาพอ ๒ โมงเช้า ในทันใดนั้น พระยากลันตัน รายามุดา พระรัษฎาธิบดีบุตร และตนกูที่มีบรรดาศักดิ์กับเรือกระบวนแห่ลงมาถึงเรือพร้อมกัน พระยากลันตันได้ลงมาคอยอยู่ที่ปากน้ำ ๔ คืนมาแล้ว เวลา ๓ โมงเช้าขึ้นเมืองกลันตันพร้อมด้วยเรือแห่ซึ่งประโคมฆ้องและเรือทอดทุ่นรายทาง ตั้งแต่ปากอ่าวขึ้นไป ตลอดขึ้นไปจนถึงบุลูกลันตันระยะทาง ๓ ชั่วโมง การตกแต่งกระบวนคราวนี้ดูเข้มข้นกว่าแต่ก่อน คือธงอย่างไร ใช้หมวกเสื้อฝีพายอย่างนั้น เป็นธงสีต่างๆ เรือกรมการผู้ใหญ่มีตัวพระยากลันตันเป็นต้นที่มารับ ใช้ธงช้าง เสาที่หน้าเมืองชักธงช้าง บรรดาเรือกำปั่น เรือเสา เรือใบที่จอดเรียงรายอยู่ตามลำน้ำ ก็แต่งธงตามแต่จะมี ตัวพระยากลันตันล่วงหน้าขึ้นไปรับที่สะพาน พร้อมด้วยญาติทั้งหญิงชายและศรีตวันกรมการ เดินขึ้นโดยทางผ้าลาดภายในปะรำซึ่งมีพวกถือหอกซัดคนละ ๔ เล่ม ยืนรายตลอดขึ้นไปจนถึงพลับพลา มีพลตระเวนเป็นซิกบ้าง มะลายูบ้าง ซึ่งจัดขึ้นใหม่มารับสัก ๒๔ คน พลับพลาทำใหญ่โตเป็นสี่มุข และดาดปะรำจนเกือบจะเต็มที่กว้างของสนามหน้าบาไลปาซา (บ้านเจ้าเมือง) มีปะรำต่อจากพลับพลาไปจนถึงหอทีเดียว นั่งสนทนาปราศรัยกันอยู่ที่พลับพลา แล้วจึงเชิญเข้าไปเลี้ยง ฉันเขาเลี้ยงข้างใน ๆ หมู่ผู้หญิงตามที่เคยรับ แต่เจ้านายข้าราชการเลี้ยงที่หอนั่ง ฉันได้ชวนให้พระยากลันตันกินด้วย การเปลี่ยนแปลงคราวนี้ คือเมื่อพระยากลันตันผู้อาว์พระยากลันตันเดี๋ยวนี้ไม่ได้เข้าไปอยู่บาไลปาซาจนตาย จึงไม่ได้ซ่อมแซมเลย บัดนี้พระยากลันตันเข้าไปอยู่ ย้ายรายามุดาออกไปอยู่บ้านพระยากลันตันผู้อาว์ซึ่งว่างอยู่ จึ่งได้ซ่อมแซมบาไลปาซาคงรูปเดิมทุกอย่าง เปลี่ยนแต่เดิมทาดำใช้เป็นสีขาว และเพิ่มกระจกที่หลังคา ค่อยสว่างขึ้นสักหน่อยหนึ่ง ประมาณเวลาถ่ายรูปกระจกเร็วต้องถึง ๒ มินิต กับเมื่อก่อนเคยเลี้ยงบนที่นอนใหญ่ เดี๋ยวนี้เปลี่ยนเป็นโต๊ะเก้าอี้ คงใช้โต๊ะเงินซ้อน ๗ ชั้น แต่ขนมของหวานอาหารยังคงเป็นมะลายูตามเดิม เมื่อเลี้ยงเสร็จแล้ว ได้เดินออกไปดูถนนสายรอบสนาม แล้วเลี้ยวขึ้นไปเหนือน้ำซึ่งเป็นต้นจนถึงสะพาน ข้ามสะพานไป เป็นที่ขายของสดนั่งข้างถนน แต่เป็นระเบียบเรียบร้อยขึ้น เลี้ยวกลับขึ้นไปทางบาไลปาซาแล้วเลี้ยงถนนขวางไปพลับพลา ถนนดีขึ้นกว่าแต่ก่อน ลงมือทำท่อน้ำบ้าง แต่ยังมีอีกมาก มีการก่อสร้างขึ้นใหม่ คือโรงโปลิศและอ๊อฟฟิศโรงภาษี

ได้นั่งสั่งสนทนากันกับพวกกลันตันที่พลับพลาต่อไปอีก พิเคราะห์ดูตามถ้อยคำและอาการกิริยาดูเหมือนว่าพระยากลันตันจะสะดวกใจกว่าแต่ก่อน ดูพูดจาเราะรายขึ้น แสดงความพอใจในการที่เปนไปอย่างใหม่นี้ ซึ่งเห็นกิริยาว่าเป็นความจริง ด้วยแต่ก่อนจะคิดอันใด ก็ให้ขัดข้องคับแคบใจ เพราะไม่มีความรู้หรือความคิดพอที่จะจัดอันใดลงได้ ถึงญาติพี่น้องก็ดูเบิกบานกลมเกลียวกันขึ้น ทั้งนี้จะเป็นด้วยเรื่องเงินเดือนที่ได้กำหนดใหม่และได้เสมอ ทั้งหมดด้วยกันดูแสดงความจงรักภักดีด้วยน้ำใจจริง ไม่กระดากกระเดื่อง ได้สนทนาฟังถ้อยคำดูก็มีข้อหวังซึ่งจะให้เราช่วยการภายในสืบไปภายหน้าอยู่ ฉันได้ให้ตรามหาสุราภรณ์พระยากลันตันยกย่องการที่จัดบ้านเมืองดีขึ้น ให้นิภาภรณ์รายามุดาซึ่งได้ช่วย และตราภัทราภรณ์ ม. ทอมสัน

เวลาบ่าย ๒ โมง ฉันได้กลับลงเรือและใช้เรือไฟเล็กลากขึ้นไปเหนือน้ำ ทางประมาณสักไมล์หนึ่งถึงที่หน้าบ้านที่ปรึกษา ยังไม่มีสะพานน้ำ ตลิ่งสูงต้องขึ้นตามตลิ่งที่ฟันดินไว้ เขาทำพื้นที่งามดีเร็วมาก ดูเหมือนตั้งมาหลายปี เรือนทำด้วยไม้ในเมืองกลันตันนั้นเอง ท่วงทีดีและอยู่สบายทั้ง ๒ หลัง กลับจากที่นั้นแล้วล่องออกมาเร็วเพราะตามน้ำ ถึงเรือมหาจักรีไม่ทันบ่าย ๕ โมง ทราบว่าราษฎรพลเมืองพูดกันแซ่ไปทั้งเมือง ว่าคราวนี้ทราบแน่ว่าการเป็นอย่างไร เป็นอันสิ้นวิตกแล้ว ได้ออกเรือในเวลาเย็นนั้น

วันที่ ๒๙ เวลาเช้าโมง ๑ เรือทอดที่หน้าเมืองตรังกานู พระไชเยนทรฤทธิรงค์ รายามุดา ตนกูปาซา ตนกูจิมาลกา และผู้อื่นลงมารับที่ในเรือ แจ้งว่าพระยาตรังกานูป่วยเดินไม่ใคร่ไหวเป็นโรคเก่า (คู้) จะคอยรับอยู่บนบก ประเพณีที่เมืองตรังกานู เรือกระบวนแห่ไม่ได้ลงมาถึงเรือกำปั่นเช่นเมืองกลันตัน เพราะเหตุที่ทำเช่นนั้นเป็นเหตุให้กรมพระราชวังบวรวิชัยตกใจครั้งหนึ่ง จึงได้รายเรือแห่ซ้อนหน้าเรือทุ่นอีกชั้นหนึ่งตลอดลำน้ำ มีแต่เรือตนกูและกรมการ ๔-๕ ลำตามแห่ ไม่ตีฆ้องไม่โห่ร้อง ถือเป็นธรรมเนียมมาเสียแต่เดิมเช่นนั้นแล้ว ไปถึงสะพานมีผู้มารับทั้งผู้หญิงผู้ชาย ราษฎรมากเหมือนอย่างทุกคราว ไม่มากยิ่งขึ้นเหมือนอย่างเมืองกลันตัน พระยาตรังกานูเดินออกมารับถึงหน้าประตูบ้าน แต่ดูเดินไม่ถนัดต้องมีคนประคองข้าง เดินช้าๆ แต่ดูมีความยินดีมาก เพราะเขาได้ตระเตรียมพร้อมแล้วว่าจะขึ้นไปบางกอกในปีนี้ พึ่งจะป่วยถึงเดินไม่ไหวลง ๔-๕ วันเท่านั้น ได้มีการเปลี่ยนแปลงในบ้าน คือย้ายบาไลปาซาซึ่งอยู่ตรงประตูไปปลูกเสียข้าง ๆ เปิดให้ลานหน้าตึกกว้าง ตึกหลังนี้ตัวไม้ทำด้วยไม้สักซึ่งเราส่งไปให้ ลักษณะเป็นเคาเวอเมนต์เฮาสสิงคโปร์อย่างเล็กๆ ข้างหลังมีสะพานไม้ยาวเดินลงไปเรือนเก่าได้ทั้ง ๒ ข้าง เวลานี้อยู่เรือนเก่า ตึกเป็นที่เย็นสบาย ด้านหน้าแลเห็นทะเลได้ไกล ตกแต่งทำนองฝรั่ง ติดรูปภาพไม่ถือ การที่จัดรับนั้น ดาดปะรำแต่งใบไม้ ปูผ้าสีเหลืองตลอด ชั้นล่างยกเป็นโธรน ชั้นบนยกเป็นเคสสำหรับให้นั่ง ตั้งแต่ตัวพระยาตรังกานูไปจนญาติผู้ใหญ่ ซึ่งอายุแก่ ๙๐ เศษแล้ว มาหมดไม่มีเหลือเลยเหมือนทุกคราว แต่ดูแสดงความชื่นชมยินดีกันมากขึ้น จนกระทั่งพ่อค้าทั้งจีนทั้งแขกมีของให้สิ่งละอันพันละน้อยเกือบจะทั่วทุกคน เวลาที่ขึ้นไปยังเช้าอยู่ ฉันจึงขอไปเดินเที่ยวเสียก่อน เพราะเขามีความประสงค์อยากจะอวดมาก เพราะตามที่เคยเห็นมาแต่ก่อน เมืองตรังกานูมีถนน ๒ สายเท่านั้น รกเรี้ยวเปื้อนเปรอะเต็มไปด้วยคนขอทานและคนพิการ แต่ครั้งนี้เปลี่ยนเป็นคนละเมือง มีถนนสายใหญ่สายย่อมเป็นอันมาก ถึงว่าตอนข้างบกจะยังเป็นเรือนจากทั่วไป ก็กันเป็นบล๊อกมีรั้วกั้นเรียบร้อยทุกบล๊อก ถนนสายใหญ่ตั้งแต่มุมบ้านพระยาตรังกานูลงไปจนแม่น้ำ ซึ่งเป็นถนนตลาดมาแต่เดิมนั้น ได้เบิกกว้างใหญ่ยาวประมาณ ๒๐ เส้นเศษ มีเรือนโรงปลูกเต็มตลอด ๒ ข้างถนน มีตึกจีนหลังใหญ่ ๆ ก็มาก ขายของเต็มตลอด ในกระบวนบ้านเรือนผู้คนพอจะทันกันกับเมืองกลันตัน แต่มีผ้าแพรพรรณซึ่งเป็นของทำในเมืองมากคงที่อยู่ แต่เมืองกลันตันนั้น สินค้าต่างประเทศเข้ามาทำลายเสียมากแล้ว บาซาซึ่งเคยขายผ้าโสร่งไหมโสร่งด้ายอยู่แต่ก่อนนั้น ถึงเลิก กลับจากตลาดฉันขึ้นทางหลังบ้าน แต่เจ้านายข้าราชการอ้อมมาข้างหน้า

บรรดาพวกผู้หญิง ให้ออกรับทั้งหมด ได้พบบุตรสะใภ้ซึ่งเป็นลูกพระยาลิงา ซึ่งแต่งงาน เราได้ให้เรือรบลงไปส่งรายามุดานั้นด้วย แล้วได้เลี้ยงอาหารอย่างฝรั่ง ซึ่งแปลกกว่าแต่ก่อน เป็นด้วยเหตุที่จะจัดให้เหมือนอย่างกรุงเทพฯ ที่เขาได้มาเห็นทั้ง ๒ คน ส่วนอาหารแขกคือไก่ยัดอ้อยนั้น ส่งลงมาให้ในเรืออย่างแต่ก่อน เมื่อเลี้ยงกันแล้วได้นั่งสนทนากับพระยาตรังกานูจนบ่าย ๒ โมง จึงได้กลับ ฉันได้ห้ามไม่ให้พระยาตรังกานูลงมาส่ง โดยชิงเดินเร็วเสียเพื่อจะไม่ให้เดินลงมาได้ความลำบาก แต่ก็ไม่ฟัง พยายามตามลงมาจนถึงปลายสะพานจนได้ เมื่อแรกไปพบจับมือๆ เย็น ดูไม่สบายจริงๆ ฉันยอมให้เปลื้องเครื่องแต่งตัวเต็มยศเสียและสนทนากันเป็นที่รื่นเริงสบาย เวลาจะกลับมา จับมือ ๆ อุ่นสบายบริบูรณ์จึงได้สามารถเดินลงมาได้ ในเวลาก่อนนั้น แต่จะย้ายจากเรือนนี้ไปเรือนหนึ่ง ก็ต้องหาม รายามุดาและตนกูทั้งปวงลงมาใส่เรือเป็นอันมาก เพราะเหตุที่สนทนากันอยู่จนบ่ายเกินไป ถ้าจะลงไปเกาะริดังจะถึงแต่เวลาทุ่ม ๑ ไม่มีประโยชน์อันใด จึงได้ออกเรือกลับขึ้นมาเสียทีเดียว ที่เมืองตรังกานูไม่มีไข้เจ็บอันใด แต่เมืองกลันตันออกทรพิษชุมนัก ปลูกฝีก็ไม่ใคร่จะเป็น ฉันได้รับพระยากลันตันว่าจะส่งหมอลงไปปลูก

พวกซินดิเคดไม่มีใครมาเลย ม. ดัฟและผู้อื่นอยู่ที่ที่ของเขาซึ่งอยู่เหนือน้ำ เวลานี้แล้งน้ำแห้ง เรือไฟเดินไม่ได้ ระยะทางขาขึ้น ๔ วัน ถ้าล่องเห็นจะเร็วกว่า มีอยู่ที่กลันตันคน ๑ ว่าเจ็บ แต่ท่วงทีดูเหมือนจะคิดตั้งใจหลีก

ได้ความว่าฝนขาดไม่ตกเลยมา ๔ วัน ทั้งกลันตันและตรังกานู เวลาเดินเที่ยวร้อนจัดเหลือประมาณ วันขึ้นกลันตัน อาภาซึ่งพึ่งหายเจ็บใหม่ๆ จับไข้ แต่วันเดียวหาย ประวิตถูกฝนในวันนั้นซึ่งตกเล็กน้อยเวลากลับ จับไข้เล็กน้อยหายแล้ว กรมมหิศร ถูกแดดที่กลันตัน ตรังกานูไม่ได้ขึ้น นอกนั้นสบายดีเป็นปรกติหมด

ได้ถ่ายรูปที่ต่างๆ มาสำหรับให้ดูมาก

(พระบรมนามาภิไธย) สยามินทร์

  1. ๑. เรือกลไฟ มาจากคำภาษาอังกฤษว่า steam-launch.

  2. ๒. มิสเตอร์ทอมสัน ผู้ช่วยที่ปรึกษาเมืองกลันตัน

  3. ๓. พระไชเยนทรฤทธิรงค์ (ตวนกูมุดา).

  4. ๔. พระยาพิไชยภูเบนทร์ (ตวนกูไชนาจรบีดิน).

  5. ๕. พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าประวิตรวัฒโนดม คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงปราจิณกิติบดี

  6. ๖. พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นมหิศรราชหฤทัย

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ