เดือน ๙ จุลศักราช ๑๒๔๕

วัน ๗ ๙ ค่ำ ปีมะแม เบ็ญจศก จุลศักราช ๑๒๔๕

เวลาบ่าย ๓ โมงเศษ เสด็จออกห้องซิตติงรูมประทับในนั้น พระองค์สวัสดิ์เฝ้า ทรงหนังสือราชการ จนเวลาบ่าย ๔ โมงเศษ เสด็จขึ้น

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษเกือบย่ำค่ำ เสด็จออกพระทวารท้องพระโรงพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ทรงจุดเทียนนมัสการทรงศีล พระสงฆ์ ๒๐ รูปเมื่อเวลาวานนี้สวดธรรมจักรแล้ว ประทับที่ รับสั่งให้หาเจ้าพระยาสุรวงศ์เข้าไปเฝ้าที่หน้าพระที่นั่งแล้ว สมเด็จกรมพระเข้ามา ก็รับสั่งให้หาเข้าไปเฝ้าพร้อมกับเจ้าพระยาสุรวงศ์ ครั้นพระสงฆ์สวดมนต์จบแล้วกลับไป

หลวงเสนีพิทักษ์อ่านบอก พระศรีทิพโภช พระยาพิสุทธิธรรมธาดา เมืองลพบุรี บอกว่าได้พร้อมกับข้าหลวง ๘ นาย ตั้งการทำบุญและบวงสรวงเทพดาที่วัดมณีชลขันธ์ เริ่มการออกเดินนา บอกพระยาสระบุรีรายงานน้ำฝนต้นข้าว บอกพระยาสวรรคโลกรายงานผูกปี้จีน ได้จีนคงเมือง ๑๒๔ จีนจร ๒๗ รวม ๑๕๑ และว่าจีนมีชื่อ ๓ คนอ้างว่าเป็นสัปเยกต์ ไม่ยอมผูกปี้ กรมการจะขอดูหนังสือเดินทางไม่ยอมให้ดู

พระนรินทร์อ่านบอก หลวงทรงสุรเดชข้าหลวง พระยาเพ็ชรบุรีกรมการเมืองเพ็ชรบุรี ว่าจับจีนฮุยเจ้าสำนักผู้ร้ายกับของกลางได้ และว่าอำแดงวอนนำของกลางมาลุแก่โทษ ว่าผู้ร้ายซึ่งปล้นหลวงฤทธิณรงค์เอามาขายให้ และคนทั้ง ๒ ซัดถึงถ้ายผู้ร้ายหลายคนซึ่งตั้งอยู่เขาหลาว แขวงราชบุรี ได้มีตราถึงพระยาราชบุรีให้ส่งตัวผู้ร้ายแล้วฉะบับ ๑ ว่าจับอ้ายปั่นผู้ร้ายปล้นอำแดงผ่องได้รับเป็นสัตย์ ซัดเพื่อนจับได้บ้างหนีบ้าง

แล้วพระนรินทร์นำหลวงนราธิกรณ์ฤทธิ์ข้าหลวง หลวงสุรินทรเสนีนายเรือ กราบถวายบังคมลาไปรักษาราชการเมืองตะวันตก แล้วนำนายพุ่มมหาดเล็กบุตรพระวิชิตภักดีศรีสุรสงคราม ปลัดเมืองตะกัวป่า ทูตลากลับไปเมือง แล้วทูลเบิกพระยาเพ็ชรบุรีเข้ามาเฝ้า รับสั่งถามเรื่องชำระผู้ร้าย แล้วรับสั่งให้หาพระยานรรัตน์เข้าไปเฝ้า รับสั่งว่าให้ดูแลวังกรมหมื่นนเรศร ซึ่งจะเสด็จออกไปรักษาราชการณกรุงลอนดอน เพราะบ้านใกล้เรือนเคียงแล้วเสด็จขึ้น

เจ้าพระยาภาณุวงศ์มีหนังสือและนำบานแผนกภาษีไม้ไผ่ป่าไม้รวกเข้ามา ได้ให้เจ้าจำนวนเรียกจีนมีชื่อ ๕ คนกับเจ้าภาษีเดิมมาว่ากันแล้ว จีนปู้รับเงินสูง จึงทรงเซ็นพระราชหัตถ์ให้จีนปู้ทำภาษีต่อไป

วันนี้เปิดไปรษณีย์ออฟฟิศ

ทรงพระราชหัตถ์ถึงเจ้าพนักงานพระคล้งมหาสมบัติ ให้จ่ายเงินกลางปี ๓๐ ให้พระองค์เจ้าโสณบัณฑิตยก่อนเวลาแจก เพราะจะไปราชการกรุงลอนดอน

เจ้าพระยาภาณุวงศ์นำหนังสือถึงพระองค์สวัสดิ์ ๒ ฉะบับ คือร่างหนังสือถึงเจ้าปฤษฎางค์เรื่องที่เลื่อนเป็นพระองค์เจ้าฉะบับ ๑ ถึงดลร์ดแกรนวิลเรื่องที่กรมนเรศรไปราชการลอนดอน

โปรดให้พระองค์สวัสดิ์ตอบไปว่าใช้ได้แล้ว

เจ้าพระยาภาณุวงศ์นำหนังสือ ๓ ฉะบับ คือ หนังสือหญิงหม้ายชาวเยอรมันถวายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฉะบับ ๑ สมเด็จพระนางเจ้าฉะบับ ๑ สำเนาหนังสือนิวแมนขอเฝ้าฉะบับ ๑

โปรดให้พระองค์เจ้าสวัสดิตอบว่าให้นัดมาเฝ้า ๓ ๗ ค่ำ

หนังสือกรมหมื่นภูธเรศรถึงพระองค์เจ้าสวัสดิ์ว่า หม่อมเจ้าประวิชยอมยกโรงเลื่อยให้พระนายศรีเป็นแล้วความกัน

หนังสือพระยาราชสัมภารากรถวาย ว่าด้วยเรื่องป่าไม้เมืองญวน

พระยาอาหารถวายเรื่องราวกล่าวโทษนายสินเสมียนขุนวิสูตร ว่ายอมให้ราษฎรยกที่นาถวายวัดเสีย

สมเด็จกรมหลวงถวายว่า กงวุลฝรั่งเศสคนใหม่มาเฝ้าท่านพูดด้วยเรื่องไทยเรียกค่าเตเลแกรมนั้นแรงนัก ถึงคำละเฟื้อง ควรจะเรียกเพียง ๖ เซ็น

ประกาศไปรษณีย์ว่าด้วยข้อบังคับ วันนี้เปิดไปรณีย์กรุงเทพ ฯ

วัน ๑ ๙ ค่ำ ปีมะแม เบญจศก จุลศักราช ๑๒๔๕

เวลาบ่าย ๓ โมงเศษ เสด็จออกประทับห้องซิตติงรูม พระองค์สวัสดิ์เฝ้า ทรงหนังสือราชการแล้ว พระยามมนตรีเข้ามาถวายบัญชีภาษีอากรเมืองภูเก็ต หลวงรักษ์ราชหิรัญนำเงินซึ่งจะพระราชทานผู้ซึ่งจะทำกระจาดกัณฑ์เทศน์คราวนี้กระจาดละ ๑๐ ตำลึง ทรงพระกรุณาโปรดให้พระราชทานเพิ่มขึ้นเป็นกระจาดละ ๑ ชั่ง รวม ๓๓ กระจาด กรมหมื่นนเรศรเข้ามาเฝ้า เวลาบ่าย ๔ โมงเศษเสด็จขึ้น

เวลาย่ำค่ำเศษ เสด็จออกท้องพระโรง ทรงจุดเทียนเครื่องนมัสการทรงศีลแล้ว พระสงฆ์ ๒๐ รูปสวดมหาสมัยสูตร เวลา ๒ ทุ่มเศษสวดมนต์จบ

หลวงเสนีพิทักษ์อ่านบอก พระยาราชสัมภารากรและศุภอักษรพระเจ้านครเชียงใหม่ มีความต้องกันว่าได้เชิญตรามงกุฎสยามชั้นที่ ๔ พระราชทานพระยาสิงหนาท ๆ ได้ทำการฉลองตราทำบุญ ขอถวายพระราชกุศล ฉะบับ ๑ ว่าด้วยโปรดพระราชทานเลื่อนยศพระเจ้าเชียงใหม่นั้น พระเจ้าเชียงใหม่ได้ทำบุญและมีการฉลองอิสสริยยศ ขอถวายพระราชกุศล ฉะบับ ๑ ถวายพระราชกุศลที่ทำการปลงศพเจ้าอุปราช

พระนรินทร์อ่านบอกหลวงทรงสุรเดช พระยาเพชรบุรี ว่าด้วยนายอยู่มาร้องว่า เมื่อปีจอฉศกตัวบวชอยู่วัด อ้ายทัดผู้คุมรองกับนักโทษและพรรคพวกพากันขึ้นปล้นเอาเงินไป ๗ ชั่ง ได้ตัวอ้ายทัดถามไม่รับ แต่เพื่อนอ้ายทัดที่จับได้นั้นรับบ้างไม่รับบ้าง และยังหลบหนีและติดตามอยู่ ฉะบับหนึ่งว่าหลวงจำนงทวยหาญจับได้อ้ายล้อมอ้ายบุตรผู้ร้ายแต่เมืองประจวบคีรีขันธ์ ถามรับว่าได้เป็นผู้ร้ายปล้นจีนหัว ซัดเพื่อนยังติดตามอยู่

พระไพรัชอ่านบอกพระยาราชพงศานุรักษ์เมืองสมุทรสงครามว่า สมภารวัดยายพิมมาแจ้งความต่อกำนันว่า มีผู้ร้ายฟันชายมีชื่อมาจอดเรือตายที่ท่าวัด กรมการยังสืบสวนติดตามอยู่ บอกพระยานนทบุรีว่า อำแดงทรัพย์มาแจ้งความว่า อ้ายพุ่มหงอนแทงนายแดงผัวอำแดงทรัพย์ตาย ได้บนจับได้ตัวอ้ายพุ่มหงอนถามรับเป็นสัตย์ บอกพระยาตราด ว่าด้วยออกไปเมืองประจันตคีรีเขตต์ ชำระจับตัวจีนเต๊าหัวหน้าอั้งยี่ ให้ส่งบัญชีไทยจีนเขมรลาวเข้าอั้งยี่ ๔๑ คน เป็นจีนและลูกจีน ๓๐ ให้ทำทานบนเลิกการตั้งอั้งยี่เสีย แต่จีนเงาะขัดแข็งไม่ยอม จึงส่งจีนเงาะ ๑ ไทย ๗ เขมร ๑ ลาว ๑ จับตัวจีนเต๊าและบุตรรวม ๑๒ คนส่งเข้ามา ฉะบับหนึ่งว่าหลวงพาทีผู้ว่าที่ยกกระบัตรแจ้งความว่า อำแดงจั่นภรรยาจีนเอ้งผู้ตายให้ถ้อยคำว่า ๑ ๗ ค่ำ เวลาเย็น พวกต้องสู้ ๑๑-๑๒ คนขึ้นบนเรือนกลุ้มรุมฟันจีนเอ้งตายและยิงจีนหลองบุตรตาย เก็บเอาเงิน ๑๖๐๐ บาทกับปืน ๒ บอกไป ยังติดตามสืบความอยู่ ฉะบับหนึ่งจีนชิ้มฟ้องว่ามีผู้ร้ายลอบยิงจีนเกาสันผู้น้องตาย กรมการสืบได้ความว่าอีน่วมภรรยาจีนตัวเกาสันเป็นชู้กับอ้ายเทียร ได้ตัวอ้ายเทียรมาถามรับเป็นสัตย์ ส่งอ้ายเทียรอีน่วมเข้ามา และบอกพระยานครไชยศรีรายงานน้ำฝนต้นข้าว

แล้วรับสั่งกับเจ้าพระยาภาณุวงศ์ ให้สืบสวนและชำระเรื่องความตองสู่ให้ได้ แล้วเสด็จขึ้น

วันนี้สวดมนต์หล่อพระพุทธรูปพระชนม์พรรษา ที่พระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ ๕ รูป โรงหล่อตั้งริมพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

หนังสือพระยามนตรีถวายนั้นคือบาญชีภาษีอากรเมืองภูเก็ต

พระราชหัตถ์ถึงเจ้าพระยาภาณุวงศ์ ว่าด้วยได้ทรงปรึกษากับสมเด็จกรมหลวงภาณุพันธุวงศ์ ด้วยการที่จะตอบนิวแมนเรื่องเตเลคราฟ

พระราชหัตถ์ถึงเจ้าพระยาพลเทพ เรื่องราษฎรถวายฎีกาด้วยเรื่องที่นาในคราวเสด็จปางปะอินมากนัก

พระองค์สวัสดิมีหนังสือถึงพระยาอาหาร ตอบที่ร้องเรื่องนายสินยอมให้ราษฎรยกนาถวายวัดนั้น ถึงนาวัดก็ต้องเดินเพราะไม่ใช่นาทรงพระราชอุทิศ

วัน ๒ ๙ ค่ำ ปีมะแม เบ็ญจศก จุลศักราช ๑๒๔๕

เวลาเช้าหม่อมเจ้าที่จะเกษากันต์ ๒ องค์มานั่งที่ในพระที่นั่งสวดมนต์ เจ้าพนักงานแบ่งเกษาผูกแหวนและใบไม้ตามธรรมเนียม ครั้นเวลาเช้า ๑ โมงกับ ๖ นาฑี ได้มงคลฤกษ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกทรงจุดเทียนนมัสการ กรมหมื่นวชิรญาณถวายศีลแล้ว เสด็จหลั่งน้ำพระมหาสังข์ แล้วทรงจรดพระกันไกรเกษากันต์ หม่อมเจ้าชายจรูญศักดิ์กฤดากร หม่อมเจ้าชายบวรเดช ขณะนั้น พระสงฆ์ ๒๐ รูปสวดชยันโต เจ้าพนักงานประโคมพิณพาทย์แตรสังข์ฆ้องไชย แล้วหม่อมเจ้าทั้ง ๒ ลงไปสรงน้ำที่เตียงสรง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จสงไปรดน้ำพระพุทธมนต์พระราชทาน แล้วโปรดให้พระบรมวงศานุวงศ์รดน้ำพระพุทธมนต์ ท่านที่ทรงรดคือ กรมหมื่นพิชิต กรมหมื่นอดิศร กรมหมื่นประจักษ์ กรมหมื่นราชศักดิ์ กรมหมื่นศิริธัช นอกนั้นเสด็จมาไม่ทัน เพราะเวลาเช้านัก เมื่อเวลาสรงนั้นเจ้าพนักงานประโคมตามธรรมเนียม แล้วเสด็จขึ้นมาทรงประเคน พระสงฆ์รับพระราชทานฉัน แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปประทับพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ ทรงจุดเทียนนนมัสการแล้ว เสด็จประทับโรงหล่อ ครั้นได้พระฤกษ์เช้า ๒ โมง ๒๕ นาฑี ทรงเทเงินหล่อพระพุทธรูปพระชนมพรรษา พระสงฆ์ถวายไชยมงคล เจ้าพนักงานประโคมพิณพาทย์แตรสังข์ฆ้องไชย แล้วเสด็จกลับมา ทรงประเคนพระสงฆ์บนพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ แล้วเสด็จกลับขึ้นมาประทับบนพระที่นั่งจักรี ทรงหลั่งน้ำพระมหาสังข์พระราชทานหม่อมเจ้าทั้ง ๒ แล้วโปรดให้ไปถวายของพระ

พระไพรัชนำพระยาดำรงค์ราชพลขันธ์ หลวงวิเศษสาลี นายสะอาด เลฟเตอแนนต์ นายต่วนมหาดเล็ก ซึ่งจะออกไปราชการทูตพร้อมกับกรมหมื่นนเรศร และหม่อมราชวงศ์เชือซึ่งจะออกไปเรียนวิชา กราบถวายบังคมลา มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้หากรมหมื่นนเรศรวรฤทธิ์และพระองค์เจ้าโสณบัณฑิตย เข้าไปหน้าพระที่นั่ง ทรงหลั่งน้ำพระมหาสังข์และทรงเจิม แล้วพระราชทานพระบรมราโชวาทแก่ท่านทั้งสองพระองค์ แล้วพระราชทานพรแก่ผู้ที่จะไปราชการคราวนี้ให้เป็นสุขสวัสดิ์ทุกคน แล้วเสด็จขึ้น

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษเจ้าพนักงานตั้งบายศรีในพระที่นั่งอมรินทร์ แห่หม่อมเจ้า ๒ พระองค์ไปสมโภชที่นั้น ไม่ได้เสด็จออก

อนึ่งหม่อมเจ้าชายจรูญศักดิ์กฤดากร และหม่อมเจ้าชายบวรเดช ซึ่งเกษากันต์นี้ พระราชทานเงินสมโภช พระคลังมหาสมบัติองค์ละ ๑ ชั่ง พระคลังข้างที่องค์ละ ๑ ชั่ง รวมองค์ละ ๒ ชั่ง

จดหมายพระองค์เจ้าสวัสดิประวัติถึงพระยาเทพประชุน เรื่องสลอบนุเอาไม้ป่าเมืองยวมไปขายคนเมืองมรแมน ป่าไม้นี้พระเจ้าเชียงใหม่ทำสัญญาให้มองป๊อกทำ ให้ทำความเห็นถวาย

ทรงเซ็นบานแผนกอากรสมพักษรค้างพริกไทย ให้จีนปู้ทำ เงิน ๑๓๘ ชั่ง

วัน ๓ ๙ ค่ำ ปีมะแม เบ็ญจศก จุลศักราช ๑๒๔๕

เวลาบ่าย ๔ โมงเศษเสด็จออกห้องดรอวิงรูม เจ้าพนักงานกรมท่า กรมวัง นำมิสเตอร์นิวแมนเข้ามาเฝ้ากราบทูลด้วยราชการต่าง ๆ จนเวลา ๕ โมงเศษกราบถวายบังคมลากลับไป

เวลาเกือบ ๒ ทุ่มเสด็จออกขุนนาง รับสั่งกับพระพิเรนทร์เรื่องเดินสวน และรับสั่งกับพระยาเจริญเรื่องความบารอนช่างถ่ายรูป แล้วพระศรีเสนาอ่านบอกพระอินทรประสิทธิศร เมืองอินท์บอกส่งเงินค่านาปีมะเมีย ๕๐ ชั่ง ยังเก็บต่อไป บอกหลวงสัจพันธ์คีรีส่งเงินค่านาแขวงพระพุทธบาท จำนวนปีมะเมีย ๔๐ ชั่ง ยังเก็บต่อไป

พระนรินทร์อ่านบอกเมืองราชบุรี ๓ ฉะบับ ๆ ๑ รายงานน้ำฝนต้นข้าว ฉะบับ ๑ ถวายพระราชกุศลที่ได้แห่พระครูขันตยาคมไปอยู่วัดสัตตนาถ ฉะบับ ๑ ถวายพระราชกุศลเผาศพพระยากาญจนบุรี บอกพระอร่ามปลัดเมืองกาญจนบุรีถวายพระราชกุศล เผาศพพระนินนภูมิบดีเมืองลุ่มสุ่ม ฉะบับ ๑ ขอหลวงปลัดเมืองเมืองลุ่มสุ่มเป็นเจ้าเมือง แล้วพระนรินทร์นำหลวงปลัดเมืองลุ่มสุ่มเฝ้าถวายขี้ผึ้งหาบ ๑

พระไพรัชอ่านบอกพระยาราชพงษานุรักษ์เมืองสมุทรสงครามว่า ด้วยจับอายโต๊ะ อ้ายกราน อ้ายฮ้วน ผู้ร้ายปล้นนายอ่อน ได้ถามรับเป็นสัตย์ซัดเพื่อนที่เมืองราชบุรีเมืองเพชรบุรี ได้มีสูตรนารายน์ให้ส่ง แล้วหลวงทรงสุรเดช พระยาเพชร มีจดหมายมาว่า อ้ายผู้ร้ายเพื่อนอ้าย ๓ คน กรมการได้ชำระความค้างอยู่ที่เมืองเพ็ชรแล้ว

พระยาราชพงษาได้ส่งอ้ายผู้ร้ายเพื่อนไปเมืองเพ็ชรแล้ว พระยานครไชยศรีบอกเข้ามาว่า กำนันมาแจ้งว่ามีจีนผู้ร้ายแต่งตัวโพกหัวทาหน้าขึ้นปล้นเรือนจีนโป๊ะบ้านริมพระประโทน กรมการยังสืบเสาะติดตามชำระอยู่ โปรดให้มีตราบังคับพระสุธรรม จมื่นราชามาตย์ขึ้นไปช่วยชำระ บอกพระยานนทบุรีรายงานน้ำฝนต้นข้าว

แล้วพระครูอัศฎาจารย์ หลวงศรีสังขกร ถวายฎีกากล่าวโทษนายเดช นายกลั่น ว่าชกต่อยเอา ทรงเซ็นให้กรมหมื่นภูธเรศรชำระให้แข็งแรง

เสด็จขึ้นประทับในออฟฟิศตรัสกับกรมหมื่นเทววงศ์แล้ว กลับประทับตรัสกับพระองค์โตสินีเรื่องพระองค์ยุคุนธร แล้วไปประทับห้องซิตติงรูม กรมหมื่นภูธเรศรเฝ้าถวายแผนที่วังพระเจ้าลูกเธอทั้งหลาย พระยาภาษเฝ้าทูลเรื่องภาษีขาออกแลเรื่องบรรทุกสัตว์ออกไป พระองค์จิตรเฝ้ารับสั่งเรื่องเงินเดือนทหาร

เวลาค่ำวันนี้ที่วังกรมหมื่นนเรศร สวดมนต์ในการที่จะเสด็จออกไปราชการกรุงลอนดอน

ทรงพระราชหัตถ์เป็นภาษาอังกฤษถึงเมซันพระยาสยามธุระพาห์ ว่าด้วยตั้งกรมหมื่นนเรศรเป็นทูลประจำณประเทศอังกฤษ อเมริกัน ถอนเจ้าปฤษฎางค์ไปอยู่ในคอนติเนนต์ให้ช่วยกรมหมื่นนเรศร

หนังสือเจ้าพระยาภาณุวงศ์ถวาย ว่าด้วยกงสุลเยอรมันมาหาพูดเรื่องความบารอน ว่าคอเวอนเมนต์เยอรมันไม่ให้เป็นธุระในการนี้ต่อไป แลขอโทษขอกลับคำที่มีมาว่าเกาวเมนต์สยาม ท่านได้ตอบว่าพูดปากเปล่าไม่ได้ กงสุลจึงมีหนังสือส่งมา

หนังสือกงสุลเยอรมันถึงเจ้าพระยาภาณุวงศ์ ว่าเกาวเมนต์ไม่ให้รับธุระเรื่องบารอน แลให้กงสุลขอโทษเกาวเมนต์ กงสุลได้มีคำขอโทษแลขอกลับคำที่ได้ว่ากล่าวเกาวเมนต์สยามเสีย

พระยาภาษถวายบาญชีเงินภาษีขาออกแลบาญชีสัตว์ที่ประทุกออกไปจำนวนเดือนยุไล

วัน ๔ ๙ ค่ำ ปีมะแม เบญจศก จุลศักราช ๑๒๔๕

เวลาเช้าที่วังกรมหมื่นนเรศร เลี้ยงพระสงฆ์ที่สวดมนต์เวลาวานนี้ ครั้นได้มงคลฤกษ์เช้าโมง กรมหมื่นนเรศวรฤทธิ์ พระองค์เจ้าโสณบัณฑิตยผลัดผ้าทรงขาวเสด็จอยู่เตียงสรงสรงน้ำพระพุทธมนต์ ขณะนั้นพระสงฆ์ ๑๐ รูปถวายไชยมงคล เจ้าพนักงานประโคมตามธรรมเนียม แล้วกรมพระปวเรศรเสด็จไปทรงรดน้ำแล้ว สมเด็จกรมพระ สมเด็จกรมหลวง กรมขุนภูวไนยเสด็จทรงรดน้ำท่านทั้ง ๒ พระองค์ แลต่างกรมพระองค์เจ้าซึ่งมีพระชนม์แก่กว่าพระองค์โสณที่เสด็จไปประชุมนั้นทรงรดน้ำพระองค์โสณ แล้วท่านเสนาบดีที่มาทันจึงถวายน้ำทั้ง ๒ พระองค์ แล้วท่านทั้ง ๒ พระองค์ทรงผลัดผ้า ทรงตามสีวันเสด็จมาถวายของพระสงฆ์

ครั้นได้เพลาฤกษ์เช้้า ๒ โมง ๔๑ นาฑี สมเด็จกรมพระและสมเด็จกรมหลวงทั้ง ๒ พระองค์เสด็จนำกรมหมื่นนเรศรวรฤทธิ์ พระองค์เจ้าโสณบัณฑิตยลงจากตำหนัก ขณะนั้นพระสงฆ์บนตำหนักถวายไชยมงคล และเมื่อลงจากตำหนักนั้น ต่างกรมและพระองค์เจ้าที่เสด็จมาดังนั้นเสด็จห้อมล้อมกันลงไปดู น่าจะยินดีนัก ครั้นถึงสะพานวัง พระสงฆ์ราชาคณะผู้ใหญ่และพระองค์เจ้าพระก็ถวายไชยมงคลที่เรือนริมสะพานนั้น เจ้าพนักงานประโคมพิณพาทย์แตรสังข์ฆ้องไชย สมเด็จกรมหลวงจึงนำกรมหมื่นนเรศร พระองค์โสณ เสด็จลงเรือเล็กไปขึ้นเรือบางกอกซึ่งจอดอยู่หน้าวัง ท่านเจ้านายพี่น้องที่มีพระทัยยินดี และข้าราชการก็ตามไปขึ้นบนเรือบางกอกพร้อมกัน แล้วออกเรือบางกอก แล่นขึ้นไปกลับหน้าวัดเทวราชกุญชร แล้วงแล่นลงไปถึงปากน้ำเวลาเที่ยงเศษ อนึ่งเมื่อเวลาเรือแล่นไปนั้นเลี้ยงกลางวันในเรือ สมเด็จกรมหลวงพระองค์ใหญ่ทรงสปิชประทานพร ท่านซึ่งจะเสด็จไปราชการคราวนี้ และเมื่อเรือถึงหน้าเมืองสมุทรปราการ จึงจอดพักที่นั้น แล้วสมเด็จกรมหลวงเจ้านายพี่น้อง และข้าราชการ ซึ่งตามลงไปส่งนั้น ก็แสดงความอาลัยต่อท่านทั้ง ๒ แล้ว ก็ลากลับขึ้นมา แต่สมเด็จกรมพระและข้าราชการบางคน บ้างได้ส่งเพียงสะพานวังกรมหมื่นนเรศร

อนึ่ง คนซึ่งไปราชการณประเทศอังกฤษนี้ คือ กรมหมื่นนเรศรวรฤทธิ์ ราชทูต ๑ พระยาดำรงราชพลขันธ์ อุปทูต ๑ พระองค์เจ้าโสณบัณฑิตย ๑ หลวงวิเศษสาลี ๑ นายสะอาดลุดเตอแนนต์ ๑ รวม ๕ หม่อมเจ้าเสนหา ๑ หม่อมเจ้าจรูญศักดิ์ ๑ หม่อมเจ้าบวรเดช ๑ หม่อมเจ้าสิทธิพร ๑ หม่อมราชวงศ์เชื้อ ๑ หม่อมสุภาพในกรมหมื่นนเรศร ๑ หม่อมเอมในพระองค์โสณ ๑ หม่อมตลับในเจ้าปฤษฎางค์ ๑ นายเจริญ บุตรหลวงวิเศษ ๑ นายต่วนเสมียน ๑ หม่อมราชวงศ์ชอบ ๑ นายบุตร ๑ รวม ๓ ข้าในกรมหมื่นนเรศร นายวงศ์ เสมียนในพระองค์โสณ ๑ นายแฉ่ง น้องนายสะอาด ๑ ขุนรองน่า (ทอง) ของพระยาดำรง ๑ นายยิ้ม น้องหม่อมตลับ ๑ จัน สุด มี ขำ เด็ก ๔ คนนี้ ไปเรียนครรภรักษา จันนม ๑ เล็ก ๑ ของกรมหมื่นนเรศร จำเริญ ของพระองค์โสณ ๑ ทิม ของหม่อมตลับ ๑ รวมผู้ชายใหญ่ ๑๓ ผู้ชายเด็ก ๔ รวม ๑๘ ผู้หญิงใหญ่ ๗ ผู้หญิงเด็ก ๔ รวม ๑๑ รวม ๒๙ คนในคราวนี้ และเจ้าจอมมารดาท่านทั้ง ๒ พระองค์นั้น ไปส่งถึงเมืองสิงคโปร์ด้วย

ซึ่งกรมหมื่นนเรศรวรฤทธิ์ เสด็จออกไปคราวนี้นั้น คือไปเปลี่ยนเจ้าปฤษฎางค์ ซึ่งเป็นทูตอยู่ประเทศอังกฤษและอเมริกัน ถอนไปเป็นทูตอยู่ในคอนติเนนต์ กรมหมื่นนเรศรรับที่ทูตอยู่ณประเทศอังกฤษและอเมริกัน และเป็นผู้เชิญสุพรรณบัฏและตรามหาสุราภรณ์ ตราทุติยจุลจอมเกล้า ไปพระราชทานเลื่อนยศหม่อมเจ้าปฤษฎางค์ขึ้นเป็นพระวงศ์เธอ พระองค์เจ้าปฤษฎางค์ด้วย

เวลาบ่าย ๒ โมง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกพระที่นั่งอมรินทร์ ทรงปิดทองพระพุทธรูปฉลองพระองค์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาไลย เจ้านายที่ไปส่งกรมหมื่นนเรศร พระองค์โสณ กลับมาได้เข้ามาเฝ้าในเวลานั้นบ้าง รับสั่งถามกรมหมื่นเทววงศ์ ถึงการที่ท่านทั้ง ๒ พระองค์เสด็จไปและการที่ไปส่งกันแล้ว เสด็จไปทอดพระเนตรโรงกระจาด แล้วเสด็จขึ้นทางพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท

อนึ่ง ได้ทรงมีเตเลคราฟ ลงไปพระราชทานพระพรกรมหมื่นนเรศรและท่านซึ่งไปราชการในครั้งนี้ ได้รับเตเลคราฟตอบของกรมหมื่นนเรศรและกราบถวายบังคมลา กำหนดว่าจะข้ามสันดอนเวลาบ่าย ๔ โมง

เวลา ๒ ทุ่มเศษ เสด็จออกขุนนาง พระศรีเสนาอ่านบอกพระวิชิตชลหารผู้ช่วย ขอพระราชทานศิลาหน้าเพลิง เผาศพพระยาไชยสงคราม เจ้าเมืองกาฬสินธุ์

พระนรินทร์อ่านบอก พระศรีโลหภูมิพิทักษ์ ผู้ช่วยเมืองระนอง ๒ ฉะบับ ฉะบับ ๑ ว่า เก็บเงินภาษี ๕ อย่างเมืองระนอง ได้ ๖๘๕ ชั่ง ๖ ตำลึง ๒ สลึง ในจำนวนปีมะเมีย แต่จำหน่ายใช้ราชการ ๙๔ ชั่ง ๒ สลึง เหลือนั้นส่งเงินเข้ามา ฉะบับ ๑ ส่งเงินปี้เมืองระนอง ได้จีนคงเมือง ๑๒๖ จีนจร ๑๕๕ เงินค่าแรง ๑๔ ชั่ง ๑ ตำลึง ๓ บาท บอกพระเจริญราชโภคากร เมืองหลังสวน ส่งเงินภาษี ๕ อย่าง จำนวนปีมะเมีย เก็บได้ ๑๕๕ ชั่ง อธิกมาศ ๑๒ ชั่ง ๑๘ ตำลึง ๑ บาท ๑ สลึง ๑ เฟื้อง ฉะบับ ๑ ส่งเงินภาษี ๕ อย่าง เมืองสวี จำนวน ปีมะเมีย ๑๓ ชั่ง ๑๗ ตำลึง อธิกมาศ ๑๕ ตำลึง ๕๓๓ ไพ ฉะบับ ๑ ส่งเงินปี้จีน ๑๐ชั่ง ๑๕ ตำลึง ๒ บาท แล้วนำหลวงสโมสรราชกิจเฝ้า ถวายพิมเสนหนัก ๑ ชั่ง กับขวดลูกไม้ดอง ๖ ขวด

พระไพรัชอ่านบอกพระสุธรรม จมื่นราชามาตย์ว่าด้วยชำระจีนไทยอั้งยี่ ได้ความว่า ขุนแพ่ง จุนสัสดี ขุนศุภมาตรา เข้าอั้งยี่ ถามรับเป็นสัตย์ และว่าด้วยราษฎรมาร้องกล่าวโทษจีนอั้งยี่ ได้ชำระตัดสินไป เมืองสมุทรสาครบอกพระสุริยภักดี ข้าหลวงเมืองสมุทรปราการ ชำระจีนไทยอั้งยี่ได้ ๕๒ คน ส่งตัวขึ้นมา บอกพระยานครไชยศรีว่าด้วยจีนผูกปี้นั้น รวมเสร็จได้จึน ๒๙๙๗ คน

ขุนนครเขตต์เกษมศรี ถลายคำชันสูตรฉะบับ ๑ ทรงเซ็นพระราชทานไป ไม่ได้คัดไว้

สมเด็จกรมพระมีหนังสือถวาย ว่าด้วยเมืองพิจิตรส่งสัญญาป่าไม้มารัตติไฟ ๒ ฉะบับ พระราชหัตถ์ตอบสมเด็จกรมพระตรวจสัญญาเสียแล้วให้รัตติไฟส่งขึ้นไป

พระยาเจริญถวายคำตัดสินเรื่องความจีนเยียงฮวด

นายฉันรายงานนักโทษครบกำหนด

เจ้าพระยาภาณุวงศ์ ถวายหนังสือว่าการในกรมท่ามาก ขอพระยาเจริญ จ่ายงยศสถิตย์ ไปช่วย ทรงโปรดให้ไป

สมเด็จกรมหลวงภาณุพันธุวงศ์ ว่าด้วยสมเด็จกรมพระให้คิดเรื่องเงินเมืองพระตะบอง ที่เกี่ยงข้องกับกรมโทรเลข นำหนังสือ ๔ ฉะบับ

๑ หนังสือสมเด็จกรมพระ ถึงสมเด็จกรมหลวง เรื่องเงินบ่อพลอยเมืองพระตะบอง

๒ หนังสือพระศรี บอกด้วยเรื่องเมืองพระตะบองเปิดโทรเลขและจ้างเสมียน

๓ บอกพระยาคธาธร เรื่องเงินภาษีบ่อพลอยเมืองพระตะบอง และจำหน่ายใช้ค่าเสมียนโทรเลข

๔ สมเด็จกรมหลวงตอบสมเด็จกรมพระ เรื่องโทรเลขเมืองพระตะบองแลเงินใช้การโทรเลข

พระราชหัตถ์ถึงสมเด็จกรมพระ ให้หมายบอกเจ้านายข้าราชการประชุมเฝ้าถวายคำแอดเดรสอย่างเช่นการเฉลิมพระชนม์พรรษา ให้มีสลุต ๓ เวลาในวัน ๔ ๑๒ ๙ ค่ำ เวลาเที่ยง

วัน ๕ ๙ ค่ำ ปีมะแม เบ็ญจศก จุลศักราช ๑๒๔๕

เวลาบ่าย ๓ โมงเศษเสด็จออกห้องซิตติงรูม พระองค์สวัสดิเฝ้า ทรงหนังสือราชการต่าง ๆ แล้วพระยาศรีสุนทรเฝ้าถวายสัญญาบัตร ๒ วิสุงคามสีมา ๓ ใบอนุญาตพระยาเทพประชุนบวช ๑ ทรงเซ็นพระราชหัตถ์เลขา แล้วกรมหมื่นเทววงศ์เฝ้า แล้วพระยาประภากรวงษ์นำบุตรเจ้าพระยาสุรวงษ์ถวาย ๒ คน พระยามนตรีเฝ้าถวายผ้าหน้าโขนเรือเอนกชาติภุชงค์ พระยานานาเข้ามาเฝ้าด้วย เวลาบ่าย ๔ โมงเศษเสด็จขึ้น

เวลา ๒ ทุ่มเศษเสด็จออกขุนนาง พระศรีเสนาอ่านบอกพระยาสุพรรณว่าอำเภอจับกระบือ ๑๒๒ กับลาวเจ้าของ ๕๗ คนไม่มีตั๋วฎีกา ลาวเจ้าของว่ามาแต่บ้านเขากระจิวเมืองกาญจนบุรี รายหนึ่งอำเภอจับกระบือ ๓๓ เจ้าของ ๔ คนว่าอยู่แขวงเมืองอ่างทองจะไล่กระบือไปทำนาแขวงเมืองสุพรรณ ทรงพระกรุณาโปรดให้มีตราตอบไปว่าให้ไต่สวนว่าเป็นกระบือสุจริตแล้วให้ทำทานบนปล่อยไป บอกพระยาสุจริตเมืองตาก ๒ ฉะบับ ส่งสัญญาหนานคำขอทำป่าไม้คลองลัดด่านลงมารัตติไฟฉะบับ ๑ ส่งสัญญาหนานคำขอทำป่าไม้คลองแม่ท้องส่งลงมารัตติไฟฉะบับ ๑

พระนรินทร์อ่านบอกพระอนุรักษ์โยธา ส่งคำตัดสินผู้ร้ายเมืองไทร ๒ ฉะบับ คำปฤกษาพระยาไทรศรีตวันกรมการลงโทษผู้ร้ายเมืองไทรเมืองสตูล ๒ ฉะบับ มีลายเซ็นพระอนุรักษ์โยธาด้วย

พระไพรัชอ่านบอกเมืองประจันตคิรีเขตร ขอที่วิสุงคามสีมาวัดตาไลยาว ๙ วา กว้าง ๖ วา แล้วนำหลวงมนตรีนิกรโกษาซึ่งไปทำสายโทรเลขทางพระปฐมเจดีย์เสร็จแล้วเข้ามาเฝ้า

แล้วพระราชทานสัญญาบัตรหลวงยกระบัตร เป็นพระอุทุมพรเทศานุรักษ์เมืองอุทุมพรพิไสยเมืองขึ้นเมืองขุขัน ๑ หลวงปลัดเป็นพระนินนภูมิบดีเจ้าเมืองลุ่มสุ่ม ๑ แล้วเสด็จขึ้นประทับในออฟฟิศประเดี๋ยวหนึ่ง แล้วเสด็จไปประทับห้องซิตติงรูม พระองค์สวัสดิเฝ้า เวลา ๔ ทุ่มเศษเสด็จขึ้น

ทรงพระราชหัตถ์ถึงเจ้าพระยาภาณุวงศ์ ให้ตอบกงสุลเยอรมันที่มีหนังสือมาขอโทษเรื่องความบารอนช่างชักรูป

พระราชหัตถ์ตอบเจ้าพระยาภาณุวงศ์ ให้พระยาเจริญ จ่ายงยศสถิตย์ไปช่วยราชการกรมท่าตามที่มีหนังสือขอ

พระราชหัตถ์ถึงเจ้าพระยาภาณุวงศ์ สั่งเรื่องจะทำบุญฉลองศิริราชสมบัตินั้น จะเชิญกงสุลต่างประเทศมาประชุมด้วย

พระราชหัตถ์ถึงสมเด็จกรมหลวงภาณุพันธุวงศ์ เรื่องโทรเลขเมืองพระตะบองให้ตั้งพระยาคธาธรเป็นผู้ปฤกษาจัดการ กับมองซิเออเปรี่ยน ถ้าไม่ตกลงก็ต้องเปลี่ยนตัว

พระราชหัตถ์ถึงเจ้าพระยาภาณุวงศ์ ว่าพระยาเจริญไม่สมัครรับราชการกรมท่าให้คิดอ่านพูดจาเกลี้ยกล่อมชี้แจงให้เต็มใจ ถ้าเป็นการคับอกคับใจก็จะเกิดความป่วยไข้เสียคนที่พอจะใช้ได้ไป

พระราชหัตถ์ถึงสมเด็จกรมหลวงภาณุพันธุวงศ์ ว่ากรมหมื่นอดิศรยื่นเรื่องราวว่าลูกหมู่ทหารล้อมวังไม่มี คนน้อย ให้คิดชำระลูกหมู่ส่งมาเป็นทหาร เพราะทหารนี้ก็จะเข้าเป็นริยะแมนเดียวกัน

จดหมายพระองค์สวัสดิถึงพระยาเจริญ ว่าด้วยทรงมีพระราชหัตถ์ไปถึงท่านเจ้าพระยาภาณุวงศ์ เรื่องพระยาเจริญไม่สมัครไปช่วยการกรมท่าให้ไปพูดจาชี้แจงกันเสีย

หนังสือเจ้าพระยาภาณุวงศ์ถึงพระองค์สวัสดิประวัตินำหนังสือกงสุลฝรั่งเศสส่งเมโมแรนดำ

หนังสือเคาน์เดอการาเดกกงสุลฝรั่งเศสส่งเมโมแรนดำ เรื่องสายโทรเลขแลคำบอก

หนังสือพระองค์เจ้าสวัสดิถึงเจ้าพระยาภาณุวงศ์ ว่าไม่ทรงเข้าพระไทยให้แปลเมโมแรนดำถวายใหม่

ความเห็นกรมหมื่นราชศักดิ์ เรื่องพระราชบัญญัติโคกระบือคิดการเข้ามาโดยพิสดาร มีข้อกฎหมายด้วย

หนังสือพระองค์จิตรเจริญนำเรื่องราว ๒ ฉะบับ

เรื่องราวนายพุ่มทหารม้าลุแก่โทษว่าได้ซื้อเข้าจากฉางหลวง ทรงเซ็นให้เจ้าพระยาพลเทพชำระ

เรื่องราวหมวดมากับไพร่หลวงทหารมหาดเล็ก ๒๐ คน ว่านายอากรเก็บเงินค่าน้ำตัวเป็นการหนักแล้ว ทรงเซ็นให้สมเด็จกรมพระสอบว่าควรจะอนุญาตยอย่างไร

วัน ๖ ๙ ค่ำ ปีมะแม เบ็ญจศก จุลศักราช ๑๒๔๕

เวลาบ่าย ๓ โมงเศษเสด็จออกประทับพระแท่นห้องออกขุนนาง สมเด็จกรมหลวงภาณุพันธุวงศ์ กรมหมื่นอดิศร กรมหมื่นพรหม กรมหมื่นศิริธัช เจ้าพระยาภาณุวงศ์ เจ้าพระยาพลเทพ เจ้าพระยามหินทร์ เจ้าพระยาศรีพิพัฒน์ เข้ามาเฝ้าประชุม รับสั่งเรื่องโทรเลข แลไปรษณีย์กับสมเด็จกรมหลวง แลรับสั่งเล่าเรื่องกงสุลเยอรมันมีหนังสือขอโทษเรื่องบารอนสติลเฟส เจ้าพระยาพลเทพกราบทูลว่าเงินค่านาปีมะเส็งยังค้างอยู่ยังไม่ได้เก็บ ด้วยตัวเสนามาติดเสียหมด รับสั่งให้จัดการเดินนาเก็บค่านาปีมะแม รับสั่งกับเจ้าพระยาศรีพิพัฒน์ไปคิดร่างคำถวายพระพรการสมโภชศิริราชสมบัติ เวลาบ่าย ๔ โมงเสด็จขึ้น

เวลา ๒ ทุ่มเศษเสด็จออกขุนนาง พระศรีเสนาอ่านบอกพระพรหมประสาทศิลป์เมืองพรหมรายงานน้ำฝนต้นเข้า ๑ พระยาพิสุทธิธรรมธาดาบอกรายงานน้ำฝนต้นเข้าเมืองลพบุรี ๑ ยกระบัตร์ผู้ว่าที่พระอร่ามรณวิชิตปลัดเมืองนครนายกรายงานน้ำฝนต้นเข้า ๑ พระยาไชยนาทบอกรายงานน้ำฝนต้นเข้าเมืองไชยนาท ๑

พระนรินทร์อ่านบอกพระอนุรักษโยธา ว่าพร้อมด้วยศรีตวันกรมการไปตรวจทรัพย์สมบัติของนายแดงนายยอด ซึ่งมีความผิดในเมืองไทรหนีไปอยู่กับพระยายุทธการ แลส่งบาญชีชื่อคำร้องราษฎร

คำร้องของราษฎรเมืองไทรร้องกล่าวโทษนายแดง ว่าข่มเหงกดขี่ชำระความลงเอาเงินแก่ราษฎรหลายราย

หนังสือพระยาไทรบอกเข้ามาว่า พระอินทรวิไชยตาย ส่งเครื่องยศกลับเข้ามาฉะบับ ๑

พระราชวรินทร์ถวายคำสอบถามเรื่องจีนซุ่นหยี ผู้ร้องฎีกาอ้างสังกัดขึ้นโซโลมอน ๑

ขุนนครเขตรเกษมศรีถวายคำชันสูตรฉะบับ ๑ เสด็จขึ้นประทับในออฟฟิศประเดี๋ยวแล้วเสด็จกลับไปประทับห้องซิตติงรูม พระองค์สวัสดิ พระยาภาษเฝ้า พระยาภาษถวายแผนที่ ๆ จะจัดตั้งเครื่องกัณฑ์ แลต้นไม้เครื่องประดับที่จะมีเทศนาในการทำบุญฉลองศิริราชสมบัติ เวลา ๔ ทุ่มเสด็จขึ้น

พระองค์สวัสดิมีหนังสือถึงพระยามหาเทพ ถามเรื่องความเสนานั้น ได้ทรงเซ็นพระราชหัตถ์ให้ทำโทษเสร็จแล้ว เหตุใดเสนาจึงยังออกไม่ได้ ว่าเจ้าพระยาพลเทพกราบทูลว่าเงินยังค้างอยู่ เพราะเสนาคิดเสีย

หนังสือเจ้าพระยาภาณุวงศ์ถวาย ว่าด้วยเรื่องที่ไม่ได้ชี้แจงกับพระยาเจริญก่อนนั้น เพราะทราบว่าในเวลานี้คงไม่มีใครที่จะเต็มใจรับราชการในกรมท่าเลยเป็นแน่ แต่ที่พระยาเจริญไม่สมัครนั้น ก็เป็นที่จนด้วยเกล้า ฯ แล้ว

หนังสือกงสุลเยอรมันถึงเจ้าพระยาภาณุวงศ์ ว่าด้วยมีหนังสือไปว่าได้สั่งราชทูตให้ชี้แจงเรื่องคอเวอนเมนต์เยอรมันขอแก้สัญญาคอนเวนชันสุราข้อ ๔ ที่คอเวอนเมนต์เยอรมันขอเปลี่ยนนั้นอย่างไร คอเวอนเมนต์ให้ถามว่าจะยอมตามขอหรือไม่ให้ตอบไป แล้วว่าสั่งทูตไปนั้นตามทางหนังสือหรือโทรเลข

หนังสือสมเด็จกรมพระถวายขอยกเสด็จพระอุปัชฌาย์ไปงานพระอัฏฐิ เอาเจ้าพระอรุณมางานสมโภชศิริราชสมบัติ และว่าควรจะถวายดอกไม้ธูปเทียนด้วย

มีพระราชหัตถ์ตอบว่า เสียดายเสด็จที่จะยกไปงานพระอัฏฐิ แต่ถวายดอกไม้ธูปเทียนนั้นดูบ่อยนัก มีประชุมเฝ้าแล้วเหมือนกัน และมีพระราชหัตถ์สั่งเหรียญที่จะแจกงานนี้เพิ่มอีก ทอง ๔๐ เหรียญ เงิน ๕๐๐

จดหมายพระนายไวยนำหนังสือไปยาถวายมาที่พระองค์สวัสดิ และเรื่องแก้พระที่นั่งรั่ว

หนังสือไปยาถึงพระนายไวย พูดเรื่องเฝ้าเอมเปอเรอออสเตรีย และอื่น ๆ

วัน ๗ ๙ ค่ำ ปีมะแม เบ็ญจศก จุลศักราช ๑๒๔๕

ไม่มีราชการอะไร ไม่ได้เสด็จออก มีแต่หนังสือถวายและพระราชหัตถ์ คือพระราชหัตถ์ถึงเจ้าพระยาภาณุวงศ์ เรื่องกงสุลเยอรมันมีหนังสือถามเรื่องสุรานั้น ให้ตอบว่าไม่เป็นที่รังเกียจอันใด แต่ที่จะบอกแน่นั้นต้องชี้แจงปฤกษากัน แต่ได้ทราบว่าเอมเปอเรอไม่เสด็จอยู่ การที่ทูตจะไปเฝ้านั้นจะต้องช้าไป จึงได้มีสั่งทูลไปโดยทางหนังสือ

หนังสือเจ้าพระยาภาณุวงศ์ถึงพระองค์สวัสดิส่งหนังสือนำและตราตั้งกงสุลฝรั่งเศส และกำหนดวัน ๒ ๑๐ ๙ ค่ำ เวลาบ่าย ๔ โมง เหมือนกับกงสุลฮารมัน

หนังสือมินิศเตอว่าการต่างประเทศปารีศ ถึงเจ้าพระยาภาณุวงศ์นำมองซิเออเลอเกอการเดกกงสุลและมิศแซร์ฝรั่งเศส

สำเนาตราตั้งเปรซิเดนด์ริปับลิก ให้มองซิเออเลอเกอการเดก เป็นกงสุลฝรั่งเศสกรุงเทพ ฯ

หนังสือเจ้าพระยาภาณุวงศ์ถึงพระองค์สวัสดิ ส่งหนังสือพระสยามธุรานุรักษ์ว่า มินิศเตอว่าการต่างประเทศฝรั่งเศสได้กลับจากเมืองวิชี ได้ตั้งมองซิเออเลอเกอการเดกเป็นกงสุลฝรั่งเศสกรุงเทพ ฯ

หนังสือสมเด็จกรมหลวงภาณุพันธุวงศ์ ว่าด้วยผู้เบิกเงินและจ่ายตั๋วตราไปรษณีย์ไม่มีตัว พระนายเสมอใจไม่รับทำ ส่งหนังสือพระนายเสมอใจถวายสมเด็จกรมหลวง ว่าด้วยการเบิกจ่ายตั๋วตราเงินไปรษณีย์นั้น หนักใจมากจะเป็นการลำบาก เพราะมีธุระทางพระยาไชยสุรินทร์ขอให้กราบทูล เมื่อจะโปรดให้ทำ ๒ ตำแหน่งก็จะได้ทำ

หนังสือพระองค์เจ้าปฤษฎางค์ถวายสมเด็จกรมหลวงว่า นายเอื้อนไม่อยู่ในอำนาจกงสุลสยามเมืองเวียนา และว่าลอร์ดแกรนวีลรับให้เคาวเมนตสยามเข้าสัญญาโทรเลขอินเตอนาชันนัล

หนังสือสมเด็จกรมพระถวาย ว่าด้วยการสมโภชศิริราชสมบัติ ขอให้สรงพระมุรธาภิเษกวันขึ้น ๑๓ ค่ำ

หนังสือกรมหมื่นประจักษ์ขอทิพเสนาไปชำระนายลำภู และเฆี่ยนผู้คุมซึ่งลักแก้สำนวนความในศาลกรมวัง ฉะบับหนึ่งเรื่องต้นมิดตวันยางตกมากนั้น ได้ให้ไปตรวจว่าตกมากเพราะไม้ค้ำเสียดสีเปลือกมิดตวันช้ำ ยางจึงตกมากไป

หนังสือพระยามหาเทพ ว่าด้วยที่เสนายังติดอยู่นั้น เพราะยังเร่งเงินค่าเผาค่าตาดูอยู่บ้าง ยังไม่ได้เสียค่าปรับค่าละเมิดอยู่บ้าง

หนังสือพระองค์สวัสดิถึงเจ้าพระยาภาณุวงศ์ เตือนแอดเดรสกงสุลฝรั่งเศส

วัน ๑ ๙ ค่ำ ปีมะแม เบ็ญจศก จุลศักราช ๑๒๔๕

เวลาบ่าย ๓ โมงเศษเสด็จออกห้องซิตติงรูม ประทับในนั้น พระองค์สวัสดิเฝ้า แล้วกรมหมื่นศิริธัชถวายฎีกาของราษฎร ทรงเซ็น ๔ ฉะบับ แล้วพระยาศรีสุนทรถวายร่างคำข้าราชการถวายพระพรในการสมโภชศิริราชสมบัติ ทอดพระเนตร เวลาบ่าย ๔ โมงเศษ เสด็จขึ้น

วันนี้ไม่ทรงสบายให้แน่นพระนาภีและร้อนพระศอด้วย ไม่เสด็จออกขุนนาง พระองค์สวัสดิเข้าไปข้างใน รับหนังสือเจ้าพระยาภาณุวงศ์ ถวายขอหลวงเจริญสมบัติเป็นพระวรบาทภักดีศรีสงคราม ปลัดเมืองตราษ

หนังสือเจ้าพระยาภาณุวงศ์ ถึงพระองค์สวัสดิส่งคำแปลเมมโมแรนดำ ที่กงสุลฝรั่งเศสส่งมา

หนังสือกรมหมื่นภูธเรศรถึงพระองค์สวัสดิ เรื่องความเห็นเรื่องอาลบาเรื่องจัดการไปรษณีย์ที่ขอห้ามมิให้ใครจับคนส่งหนังสือนั้นว่า ถ้าคนร้ายมหันตโทษหนีไปรับจ้างส่งหนังสือ เจ้าพนักงานพบปะจะมิจับไม่ได้หรือ

วัน ๒ ๑๐ ๙ ค่ำ ปีมะแม เบญจศก จุลศักราช ๑๒๔๕

วันนี้เป็นวันมองซิเออเลอ ยุโม กอมเต เดอ เกอร์ การาเดก กงสุลแลคอมมิสแซร์ฝรั่งเศส จะได้เฝ้าสำแดงเครเดนแฉน เป็นการใหญ่ จัดการตามธรรมเนียม อย่างเช่นเคยรับกงสุลฝรั่งเศสทุกคราวมา คือ มีสลุต ๙ นัด ทหารยืนการ์ด ๑๐๐ แตรวง ข้าราชการแต่งตัวเต็มยศ

เวลาบ่าย ๔ โมง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกประทับบนพระที่นั่งพุดตาล ในพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระบรมวงศานุวงศ์ เสนาบดีข้าราชการทหารพลเรือนมหาดเล็ก เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทพร้อมกันแล้ว เจ้าพนักงานกรมวังกรมท่านำกงสุลฝรั่งเศสเข้ามาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท พระไพรัชทูลเบิกมองซิเออเลอยุโม กอมเตเตอเกอร์การาเดก กงสุลและคอมมิสแซร์ฝรั่งเศสนาย ๑ มองซิเออ ฮาดุวิน ที่ ๒ นาย ๑ เฝ้า แล้วมองซิเออเลอเกอร์การาเดก กงสุลและคอมมิสแซร์ จึงได้อ่านแอดเดรสถวาย ทรงสปิชตอบแล้วพระราชทานคำสปิชแก่เจ้าพระยาภาณุวงศ์ ทรงพระราชปฏิสันถาร ๒ ครั้ง เสด็จพระราชดำเนินขึ้นเปลื้องเครื่อง

แล้วเสด็จออกในที่นั้นอีก พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยเฝ้าทูลเกล้า ฯ ถวายดอกไม้ธูปเทียนในการทำบุญและสมโภชศิริราชสมบัติ จมื่นจงซ้ายทูลนำข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยในกรุง พระยาราชทูตนำข้าราชการหัวเมืองฝ่ายมหาดไทย พระนรินทร์ทูลนำข้าราชการหัวเมืองฝ่ายกระลาโหม แล้วทรงพระราชทานพรและทรงขอบพระทัยขอบใจผู้ที่ทูลถวายดอกไม้ธูปเทียน เสด็จพระราชดำเนินขึ้น

ค่ำวันนี้ไม่ได้เสด็จออกขุนนาง

หนังสือสมเด็จกรมหลวงภาณุพันธุ์ ว่าด้วยสั่งเครื่องพิมพ์มา ขอให้เป็นเงินหลวงซื้อ จะเอาไว้สำหรับโทรเลขและไปรษณีย์ และสั่งหนังสือต่าง ๆ

หนังสือกรมหมื่นพิชิต ทูลสมเด็จกรมหลวงว่า อยากจะซื้อเครื่องพิมพ์ แต่ยังมีการทำในเวลานี้ แซงชั่นสมเด็จกรมหลวงค่าเครื่องพิมพ์ รวม ๑๔๓ ชั่ง ๕๖ บาท ๓๓ อัฐ

พระราชหัตถ์ตอบสมเด็จกรมหลวง ว่าด้วยเครื่องพิมพ์นั้นไม่ทรงทราบอะไรด้วยเลยจะเกณฑ์ให้ทรงซื้อ ถ้าจะไม่รับก็จะเสียพระทัย ถ้าต่อไปขออย่าทำดังนี้ เพราะไม่ทันคิดอะไรก็ตึงตังสั่งไป

คำแอดเดรสกงสุลและคอมมิสแซร์ฝรั่งเศส และทรงสปิชตอบกงสุลด้วย

หนังสือเจ้าพระยาภาณุวงศ์ถึงพระองค์สวัสดิ ส่งสำเนาตอบกงสุลเยอรมัน เรื่องสุราที่ถามมาว่า จะยอมตามคอเวอนเมนต์เยอรมันขอ ๒ ประการหรือไม่

หนังสือพระองค์สวัสดิ์ตอบสมเด็จกรมหลวงภาณุพันธุ์ เรื่องข้อบังคับไปรษณีย์ที่ส่งมาถวาย ในข้อ ๕ นั้น ห้ามไม่ให้จับคนส่งหนังสือเห็นว่าเป็นการลำบาก ให้แบ่งว่าผู้ร้ายมหันตโทษแล้วจับได้ อิกฉะบับ ๑ เรื่องเมมโมแรนดำที่ส่งมาถวาย ว่าของกงสุลฝรั่งเศสส่งมานั้น ได้โปรดให้ล่ามกรมท่าแปลใหม่แล้ว โปรดให้ส่งมาถวาย อิกฉะบับ ๑ เรื่องผู้เบิกตั๋วตราและจ่าย ที่ทูลว่าพระเสมอใจออดแอดไม่รับนั้น ให้ทรงเลือกตามแต่จะเอาใคร และให้จดบัญชีผู้ที่เป็นเสมียนรับการไปรษณีย์และโทรเลขถวายด้วย

หนังสือพระองค์สวัสดิ์ถึงเจ้าพระยาพลเทพ เรื่องเสนายังติดชำระอยู่ เงินยังค้างนั้นให้คิดเสีย อย่าให้พระราชทรัพย์ขาด และอย่าให้เสียการชำระด้วย ให้ทำความเห็นถวาย

วัน ๓ ๑๑ ๙ ค่ำ ปีมะแม เบ็ญจศก จุลศักราช ๑๒๔๕

เวลาวันนี้ ข้างในถวายดอกไม้ธูปเทียน พระราชทานเหรียญที่ระลึกในคราวนี้ด้วย (เหรียญซึ่งพระราชทานในคราวนี้ เป็นรูปโล่ห์แฝงกัน ๒ โล่ห์ โล่ห์หนึ่งเป็นรูปครุฑ โล่ห์หนึ่งเป็นรูปพระเกี้ยวอยู่ในนั้น ข้างในเป็นตัวอักษรว่า “ที่ระลึกรัชกาลที่ ๕ เท่ารัชกาลที่ ๒ จุลศักราช ๑๒๔๕”)

เวลาบ่าย ๓ โมงเศษ เสด็จออกทางพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย แล้วเสด็จออกทอดพระเนตรกระจาด ซึ่งพระบรมวงศานุวงศ์และเจ้าจอมมารดาข้างใน ทำมาตั้งในโรงซึ่งปลูกที่สนามหญ้าและหน้าทิมดาบ กระจาดเหล่านี้เป็นเครื่องกัณฑ์ ทรงพระราชอุทิศบูชาธรรมเทศนาพระปฐมสมโพธิ ๓๐ กัณฑ์ ซึ่งจะมีในวันต่อ ๆ ไป แล้วเสด็จขึ้นบนพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ประทับพระแท่นห้องออกขุนนาง จมื่นจงซ้ายทูลนำข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยฝ่ายทหารพลเรือน และขุนนางวังหน้า ทูลเกล้าฯ ถวายดอกไม้ธูปเทียน ทรงพระราชทานเหรียญที่ระลึก แก่พระ หลวง ขุน นายเวรมหาดเล็ก หุ้มแพร มหาดเล็ก เป็นจำนวนเหรียญเงิน ๗๑

อนึ่ง เมื่อเวลาเช้าเจ้าพนักงานจัดในพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ตั้งแว่นฟ้าทองคำ ๓ ชั้น มีบุษบกทองคำด้วย และตั้งเครื่องสูงและฉัตรทองคำ มีเครื่องราชูปโภคตั้งบนม้าริมแว่นฟ้า แว่นฟ้านั้นตั้งที่ข้างพระที่นั่งเศวตฉัตรข้างตะวันตก อย่างเช่นทำบุญพระบรมอัฏฐิทุกปี เวลาบ่ายเชิญพระบรมอัฏฐิพระบรมทนต์ ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยขึ้นสถิตบนบุษบกทองคำ มีประโคมกลองชะนะแตรสังข์มะโหระทึก ทั้งกลางวันกลางคืน บนพระที่นั่งเศวตฉัตรนั้น ตั้งพระไชยและพระชันษา ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย มีเครื่องนมัสการและเครื่องตั้งตามสมควร และที่เคยตั้งธรรมาศน์นั้นตั้งพระพุทธรูป ซึ่งถ่ายจากพระพุทธนฤมิตฉลองพระองค์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ซึ่งจะฉลองวันนี้ แล้วจะแห่ไปไว้วัดอรุณราชวรารามในวันแรม ๔ ค่ำ ตั้งเครื่องบูชาเครื่องตั้งโดยสมควร

เวลา ๒ ทุ่ม เสด็จออกพระที่นั่งอมรินทร์ เสด็จไปประทับตรัสกับกรมพระปวเรศร แล้วเสด็จไปทรงทอดไตรแพรย่ามเยียระบับสีน้ำเงิน ๑๖ กรมพระปวเรศร หม่อมเจ้า พระราชาคณะ ๑๖ รูปสดัปกรณ์ แล้วทรงประเคนพัดรองตราครุฑ ปักลายทองพื้นน้ำเงินแก่พระราชาคณะ ๑๖ รูป แล้วทรงทอดผ้าไตรย่าม ๔๒ ไตร พระราชาคณะพระครูถานาเปรียญ ที่ไม่ได้ถวายเทศน์สดัปกรณ์อีก และทรงประเคนพัดรองแพรเขียวพระสงฆ์ ๔๒ รูป พระสงฆ์ออกไปครองผ้าเสร็จแล้วเข้ามานั่งที่ กรมพระปวเรศรถวายศีลแล้วสวดสัตตปริตต์ เวลายามเศษสวดมนต์จบ

เมื่อเวลาสวดมนต์นั้น ได้พระราชทานเหรียญทองคำ ๑ เหรียญ เงิน ๑ แก่เจ้านาย ซึ่งได้ทำกระจาดฉลองพระเดชพระคุณในคราวนี้ และพระราชทานเหรียญก้าไหล่ เหรียญเงิน แก่พระบรมวงศานุวงศ์ เสนาข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อย มีจำนวนพระราชทานในเวลานี้ ทองคำ ๒๗ ก้าไหล่ทอง ๒๔ เงิน ๙๗ เหรียญ และรับสั่งกับกรมหมื่นเทววงศ์ให้ทำบัญชีผู้ที่ไปราชการ ณประเทศยุโรป จะพระราชทานเหรียญ แล้วเสด็จขึ้น

อนึ่ง วันนี้โปรดเกล้า ฯ ให้ขอแรงพระบรมวงศานุวงศ์ข้าราชการที่มีพิณพาทย์ ๑๐ วง มาทำประโคมตลอดงาน พิณพาททย์เหล่านี้ตั้งทำตามแถวทิมดาบตำรวจกรมวังตลอดไป

อนึ่ง ท่านพระบรมวงศานุวงศ์ และเจ้าจอมมารดาข้างใน ที่ฉลองพระเดชพระคุณทำกระจาดในคราวนี้ มีพระนามและชื่อต่อไปข้างล่างนี้

สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชเทวี ทรงฉลองพระเดชพระคุณกระจาด ๑ ตั้งโรงต่างหาก ในสนามหญ้าข้างด้านตะวันออกโรง ๑

พระนางเธอเสาวภาผ่องศรี ทรงฉลองพระเดชพระคุณกระจาด ๑ ตั้งโรงต่างหาก ในสนามหญ้าข้างด้านตะวันตกโรง ๑

โรงแถวตั้งแต่มุมพระที่นั่งอมรินทร์ จนริมประตูพิมานไชยศรีด้านตะวันออก ๑๕ ห้อง ๑๕ กระจาด คือ

กรมหลวงวรศักดา พระองค์เจ้าแม้นเขียน ๑

พระองค์เจ้าเสงี่ยม พระองค์เจ้าจามรี กรมขุนเจริญผล ๒

พระองค์เจ้านิเวศ กรมขุนบดินทร์ ๓

พระองค์เจ้ากินรี พระองค์เจ้าฉวีวรรณ พระองค์เจ้าจิตรเจริญ ๔

กรมขุนภูวไนย พระองค์เจ้าบุตรี ๕

พระองค์เจ้ายิ่งเยาวลักษณ์ พระองค์เจ้าภักตรพิมลพรรณ กรมหมื่นพรหมวรานุรักษ พระองค์เจ้าบรรจบ ๖

พระองค์เจ้าโสมาวดี พระองค์เจ้าศรีนาค กรมหมื่นราชศักดิ์ ๗

พระองค์ประภัศร พระองค์เจ้าจันทรทัด ๘

กรมหมื่นพิชิต พระองค์เจ้าชุมพล ๙

กรมหมื่นอดิศร พระองค์เจ้าเกษมศรี ๑๐

กรมหมื่นภูธเรศร พระองค์เจ้านารี พระองค์เจ้าประดิษฐา ๑๑

กรมหมื่นประจักษ์ พระองค์เจ้าอนงนพคุณ ๑๒

กรมหมื่นศิริธัช พระองค์เจ้าอรไทย พระองค์เจ้าประพาฬ ๑๓

พระองค์เจ้าทองแถม พระองค์เจ้ากาญจนา ๑๔

สมเด็จกรมหลวงภาณุพันธุวงศ์วรเดช ๑๕

โรงแถวงอีกโรง ๑ ตั้งแต่มุมประตูพิมานไชยศรีด้านตะวันตกถึงมุมหอสมุด ๑๕ ห้อง ๑๕ กระจาด คือ

พระนางเธอสุขุมาลมารศรี พระองค์นภาภรณ์ ๑๖

หม่อมเจ้าอุบลรัตนารีนาถ หม่อมเจ้าเสาวภาคยนารีรัตน์ หม่อมเจ้าสาย ๑๗

เจ้าจอมมารดาแพ ๑๘

เจ้าจอมมารดาโหมด ๑๙

เจ้าจอมมารดาแสง เจ้าจอมมารดาแช่ม ๒๐

เจ้าจอมมารดามรกฎ ๒๑

เจ้าจอมมารดาทับทิม ๒๒

เจ้าจอมมารดาตลับ เจ้าจอมมารดาย้อย ๒๓

เจ้าจอมมารดาสุด เจ้าจอมมารดาจัน ๒๔

เจ้าจอมมารดาเรือน ๒๕

พระองค์เจ้าไชยานุชิต พระองค์เจ้ากนกวรรณเลขา พระองค์เจ้าแขไขดวง พระองค์เจ้าพวงสร้อยสอาง ๒๖

พระองค์เจ้าอรุณ กรมหมื่นเทววงศ์ พระองค์เจ้าเสาวภาคย์ ๒๗

พระองค์เจ้าวานีรัตนกัญญา พระองค์เจ้าสวัสดิประวัติ ๒๘

พระองค์เจ้านงคราญ พระองค์เจ้าศรีเสาวภางค์ พระองค์เจ้าประสาน พระองค์เจ้าประไพ ๒๙

พระองค์เจ้าบุษบัน พระองค์เจ้าไชยันต์ ๓๐

แต่กระจาดทั้ง ๓๒ นี้ยังไม่ได้เปิด ยังกำลังตกแต่งทั้งนั้น ถ้าแต่งเสร็จแล้วก็ปิดม่านไว้ ต่อเวลาพรุ่งนี้จึงจะได้เปิด

อนึ่งหนังสือรับวันนี้ เจ้าพระยาภาณุวงศ์ทูลเกล้า ฯ ถวายว่าด้วยกงสุลฝรั่งเศสมาหาว่าได้รับเตลิคราฟเกาวนาไซ่ง่อน ถามว่าได้ยื่นเมมโมแรนดำเรื่องโทรเลขแล้วหรือ ได้ตอบแล้วหรือยัง กงสุลขอว่าถ้าจะตอบแล้วขอให้ปรึกษาให้ตกลงก่อนจึงตอบ และว่าด้วยนิวแมนต์มาบอกว่าได้รับเตเลแกรมลอดแกรนวิลยอมที่เกาวเมนต์สยาม จะใส่พระนามในสัญญาสุราเต็มตามแต่จะใส่

หนังสือพระองค์สวัสดิ์ถึงเจ้าพระยาภาณุวงศ์ เตือนแอดเดรสกงสุลต่างประเทศ ซึ่งจะเข้ามาถวายพระพรในเวลาพรุ่งนี้

วัน ๔ ๑๒ ๙ ค่ำ ปีมะแม เบ็ญจศก จุลศักราช ๑๒๔๕

เวลาเช้า ๒ โมงเสด็จพระราชดำเนินออก พร้อมด้วยข้างใน ทอดพระเนตรกระจาดของพระบรมวงศ์านุวงศ์ฝ่ายหน้าฝ่ายใน และข้างใน แล้วเสด็จขึ้น

เวลาเช้า ๔ โมงเศษเสด็จออกพระที่นั่งอมรินทร์ ทรงนมัสการกรมพระปวเรศรถวายศีล ทรงศีลแล้วพระสงฆ์ถวายพรพระจบ เสด็จทรงประเคน พระสงฆ์ ๕๘ รูปรับพระราชทานฉันแล้ว พระราชทานเหรียญพระบรมวงศานุวงศ์ข้าราชการ เป็นจำนวนก้าไหล่ ๑ เงิน ๑๙ พระสงฆ์ฉันแล้ว ทรงประเคนบริกขารอย่างดีแก่กรมพระยาปวเรศรวริยาลงกรณ์ แล้วโปรดให้พระเจ้าลูกเธอประเคนหมากพลูเทียนธูปพระสงฆ์อื่น ๆ ซึ่งทรงถวายบริกขารแต่องค์เดียวนั้น เพราะท่านทรงพระชราไม่ได้ทรงรับถวายเทศน์ เจ้าพระ พระราชาคณะที่ได้ไตรแพรอีก ๑๕ รูปนั้นจะถวายเทศน์ ยกบริกขารถวายเมื่อเทศน์จบเป็นเครื่องกัณฑ์ แล้วพระสงฆ์ถวายอนุโมทนา เสด็จพระราชดำเนินขึ้น เจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์ ๕๐๐ รูปสดัปกรณ์ เวลาบ่ายจะได้เชิญพระบรมอัฏฐิพระบรมทนต์กลับเข้าสู่หอพระธาตุมนเทียร วันนี้ทรงโปรยบนพระที่นั่งดุสิตาภิรมย์ เงินเฟื้อง ๕ ตำลึง สลึง ๕ ตำลึง

เวลาย่ำเที่ยงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินออกประทับบนพระที่นั่งพุดตาล ในพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระบรมวงศานุวงศ์ตำรวจทหารและมหาดเล็กเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทแล้ว ท่านเสนาบดีพระยาพระหลวงกรมต่าง ๆ จึงเดินเข้ามาเป็นลำดับ ถวายคำนับแล้วไปยืนตามตำแหน่ง แล้วขุนนางกรมท่าจึงนำราชทูตและกงสุลผู้แทนต่างประเทศเข้ามาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท แล้วกรมหลวงวรศักดาทูลถวายไชยมงคล แทนพระบรมวงศานุวงศ์ เจ้าพระยาศรีพิพัฒน์ทูลถวายไชยมงคล แทนข้าราชการ แล้วเยเนอราลฮอลเดอแมนราชทูตอเมริกันทูลถวายไชยมงคล แทนกงสุลต่างประเทศ แล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงทรงสปิชตอบพระบรมวงศานุวงศ์ข้าราชการกงสุลต่างประเทศจบแล้ว พระราชทานแผ่นสปีชแก่เจ้าพระยาภาณุวงศ์ เสด็จพระราชดำเนินขึ้น ทรงพระกรุณาโปรดให้กรมหมื่นเทววงศ์แจกเหรียญเครื่องระลึก แก่ราชทูตและกงสุลต่างประเทศ เป็นจำนวนเหรียญก้าไหล่ทอง ๒๐ เงิน ๑

แล้วเสด็จประทับบนมุจเด็จพระที่นั่งจักรี โปรดให้พระบรมวงศานุวงศ์และเจ้าจอมมารดา ซึ่งเป็นเจ้าของกระจาดออกชมกระจาด สักครู่หนึ่งเสด็จขึ้น วันนี้เจ้านายข้างในถวายพระพรเหมือนข้างหน้าด้วย

เวลาทุ่มเศษเสด็จออกประทับห้องออกขุนนาง หม่อมเจ้าและข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยทูลเกล้า ฯ ถวายดอกไม้ธูปเทียน พระราชทานเหรียญ เป็นจำนวนก้าไหล่ทอง ๑๗ เงิน ๘ เสด็จขึ้น

วันนี้สมเด็จกรมพระทรงจัดในท้องพระโรงกลางพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ตั้งบุบบกพระพุทธบุษยรัตน์น้อยและพระไชยบนพระที่นั่งพุดตาล พระนิรันตรายและพระเต้าต่าง ๆ ตั้งบนม้าหมู่เบื้องซ้ายพระที่นั่งพุดตาล เครื่องราชกกุธภัณฑ์ราชูปโภคมีลุ้งพระมหามงกุฎเป็นต้นตั้งบนม้าหมู่เบื้องขวาพระที่นั่งพุดตาล พระแสงต่าง ๆ วางบนพานทองคำ ๒ ชั้น ตั้งบนโต๊ะกลมที่วางข้างพระที่นั่งพุดตาลทั้ง ๒ โต๊ะ พระชันษาตั้งบนม้าหลังพระที่นั่งพุดตาล โปรดให้เชิญพระชันษาซึ่งหล่อใหม่มาตั้งด้วย

เวลา ๒ ทุ่มเศษเสด็จออกทรงประเคนไตรแพร ย่ามเยียระบับแดงพัดรองตราพระเกี้ยวพื้นแดงแก่กรมหมื่นวชิรญาณหม่อมเจ้าพระพระราชาคณะ ๑๖ รูป แล้วทรงประเคนผ้าไตรย่ามแพร พัดรองพื้นเหลืองแก่พระราชาคณะเปรียญอีก ๑๕ รูป พระสงฆ์ครองผ้าเสร็จ ทรงจุดเทียนนมัสการ กรมหมื่นวชิรญาณถวายศีล พระสงฆ์สวดทวาทสปริตต์ พระราชทานเหรียญก้าไหล่เหรียญเงินข้าราชการ เป็นจำนวนก้าไหล่ ๒๐ เงิน ๑๔๒ สวดมนต์จบ แล้วเสด็จประทับมุขเด็จทอดพระเนตรบนห้องออกขุนนาง เวลา ๔ ทุ่มเศษเสด็จขึ้น

อนึ่ง กระจาดซึ่งตั้งในโรงต่าง ๆ นั้น เมื่อยังไม่ถึงเวลานั้นเอาม่านปิดทุกโรง เวลาย่ำเที่ยงก็เปิดพร้อมกันหมด ดูงามนักหนา มีคนเข้ามาชมเชยแน่นหนาไม่มีเวลาว่างเลย

วันนี้ทหารบกทหารเรือยิงสลุต ๓ เวลา เหมือนเฉลิมพระชนมพรรษาทุก ๆ ปี

วัน ๕ ๑๓ ๙ ค่ำ ปีมะแม เบ็ญจศก จุลศักราช ๑๒๔๕

วันนี้เวลาเช้า ๒ โมง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกท้องพระโรงพระที่นั่งจักรี ทรงจุดเทียนนมัสการ กรมหมื่นวชิรญาณถวายศีลทรงคีลแล้วเสด็จลงไปที่ชาลาข้างใน ทรงผลัดพระภูษาโขมพัสตรเสด็จเข้าสู่ที่สรงพระมุรธาภิเศก ขณะนั้นพระสงฆ์ถวายไชยมงคล เจ้าพนักงานประโคมพิณพาทย์แตรสังข์ฆ้องไชย ครั้นสรงแล้วเสด็จขึ้นมาทรงประเคนพระสงฆ์รับพระราชทานฉัน ครั้นฉันแล้วจึงทรงประเคนบริกขารอย่างดีแก่หม่อมเจ้าพระอรุณ โปรดให้พระเจ้าลูกเธอทรงประเคนหมากพลูธูปเทียนแก่พระสงฆ์ทั้งปวง ซึ่งทรงประเคนแต่องค์เดียวนี้ เพราะเจ้าพระอรุณประชวรไม่ได้ถวายเทศน์ พระสงฆ์ที่ได้ไตรแพรอีก ๑๕ นั้นจะถวายเทศน์ในวันหลัง พระสงฆ์ถวายอนุโมทนาเสร็จจะแล้วกลับไป ทรงจุดเทียนสังเวย พระยาศรีสุนทรอ่านประกาศว่าด้วยทรงพระราชดำริการบำเพ็ญพระราชกุศลในการคราวนี้ คือ การฉลองพระพุทธรูปฉลองพระองค์สมเด็จพระพุทธเลิศหล้า แลทำบุญพระบรมอัฏฐิพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า แลสวดมนต์มีเทศน์ปฐมสมโพธิ ในการสมโภชศิริราชสมบัติ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จดำรงศิริราชสมบัติมาถึง ๑๖ พรรษา เท่ารัชกาลของสมเด็จพระบรมอัยกาธิราช พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาไลยเป็นต้นจนจบแล้ว พราหมณ์จึงเบิกแว่นเวียนเทียนสมโภชเครื่องเบ็ญจราชกกุธภัณฑ์ราชูปโภค ได้ทรงพระราชทานเหรียญแก่หม่อมเจ้าข้าราชการเป็นจำนวนก้าไหล่ทอง ๑๓ เงิน ๔๐ เสด็จขึ้น

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินออกพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชเทวี และพระนางเธออีก ทั้งพระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายใน ข้าราชการฝ่ายใน เสด็จทอดพระเนตรกระจาดเครื่องกัณฑ์ในโรงต่าง ๆ แล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงปักธงชื่อพระสงฆ์ ซึ่งจะได้รับพระราชทานกระจาดตามกระจาดทุก ๆ แห่ง จะได้ออกชื่อท่านผู้ได้กระจาดแลเข้าของต่อวันหลังเวลาหลัง เวลา ๒ ทุ่มเศษเสด็จขึ้นประทับท้องพระโรงกลางทอดพระเนตร เจ้าพนักงานจัดการที่จะมีพระธรรมเทศนาปฐมสมโพธิในเวลาพรุ่งนี้แล้วเสด็จขึ้น

คนดูกระจาดวันนี้มากไม่มีว่าง ดูเบียดกันไปเสมอ

เมื่อวานนี้รับหนังสือเจ้าพระยาภาณุวงศ์มาส่งฉะบับ ๑ เป็นหนังสือนิวแมนถึงเจ้าพระยาภาณุวงศ์ ว่าลอดแกรนวีลมีเตเลแกรมมาขอให้เกาวเมนต์สยามยอมทำสัญญากับกอมปนีเตลิคราฟของอังกฤษ

วันนี้รับหนังสือเจ้าพระยาภาณุวงศ์ถึงพระองค์สวัสดิ์ว่านิวแมนเตือนขอให้ตอบเรื่องเตลิคราฟที่ลอดแกรนวีลมีมา

พระราชหัตถ์ถึงเจ้าพระยาภาณุวงศ์ ส่งร่างตอบนิวแมนเรื่องขอให้ลงชื่อในสัญญาโทรเลขกอมปนีอังกฤษ แลเรื่องเมมโมแรนดำกงสุลฝรั่งเศสนั้นโปรดให้สมเด็จกรมหลวงทำเมมโมแรนดำ เป็นคำแก้กงสุลฝรั่งเศสส่งลงไปปฤกษากงสุลฝรั่งเศส เป็นปฤกษากันส่วนพนักงาน

ร่างเจ้าพระยาภาณุวงศ์ ถึงมิสเตอร์นิวแมน เรื่องขอให้เกาวเมนต์สยามลงชื่อสัญญาเตลิคราฟให้กอมปนีอังกฤษนั้นไม่ยอมตามขอ

วัน ๖ ๑๔ ๙ ค่ำ ปีมะแม เบ็ญจศก จุลศักราช ๑๒๔๕

เมื่อเวลาวานนี้เจ้าพนักงานได้จัดในท้องพระโรงกลาง ตั้งธรรมาสน์ที่หน้าพระที่นั่งพุดตาลออกมา มีต้นโพธิปักหลังธรรมาสน์ มีต้นไม้ต่าง ๆ ล้อมรอบ แลกั้นฉากของสมเด็จกรมพระทำมากั้นตรงพระทวารออกมาประมาณข้างละ ๓ วา หน้าธรรมาสน์นั้นมีชั้นหมู่สีน้ำเงินลายทองตั้งเครื่องตั้งต่าง ๆ มีหมากพนมและโคมเวียนเหมือนมีมหาชาติทุกๆปี แลวิจิตรไปด้วยไม้ต้นไม้ใบต่าง ๆ หน้าพระทวารเข้าไปนั้นตั้งโต๊ะกลมเป็นชั้นหมู่ตั้งเครื่องกัณฑ์ต่าง ๆ เป็นบริกขารอย่างดีทั้งนั้น โปรดให้พระภาษจัดหา ไม่ได้ใช้ของคลังวิเศษคลังในซ้าย ตั้งแต่งงามวิจิตรไปด้วยไม้ดอกไม้ใบวางจัดเป็นหย่อม ๆ ดูพิลึกน่าดูน่าชม

เวลาเช้า ๕ โมงครึ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออก โปรดให้นิมนต์พระเทสน์เข้าไปนั่งที่ ทรงจุดเทียนนมัสการ พระพิมลธรรมถวายศีลทรงศีล แล้วถวายเทศนาวิวาหมงคลบุพพภาคกถาปริจเฉท ๑ ครั้นเทศน์จบแล้วเสด็จทรงประเคนบริกขารและกัปปิยมูลราคา ๑๐ ตำลึง ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานกระจาดที่ ๒๐ ของเจ้าจอมมารดาแสง เจ้าจอมมารดาแช่ม

เจ้าพระพุทธุปบาทปิลันธน์ ถวายเทศนาวิวาหมงคลปัจฉิมภาคกถาปริจเฉท ๒ ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานกระจาดที่ ๑๓ ของกรมหมื่นศิริธัชสังกาศ พระองค์เจ้าอรไทยเทพกัลยา พระองค์เจ้าประพาฬรัศมี

พระญาณสมโพธิ ถวายเทศนาดุสิตปริวัตปริจเฉท ๓ พระราชทานกระจาดที่ ๒๙ ของพระองค์เจ้านงคราญอุดมดี พระองค์เจ้าศรีเสาวภางค์ พระองค์เจ้าประสานศรีใส พระองค์เจ้าประไพศรีสอาด

พระราชมุนี ถวายเทศนาคัพภาภินิกขมนปริวัตปริจเฉท ๔ พระราชทานกระจาดที่ ๒ ของพระองค์เจ้าเสงี่ยม พระองค์เจ้าจามรี กรมขุนเจริญผลภูลสวัสดิ์

พระโพธิวงษ์ ถวายเทศนาลักขณปริคาหปริวัตปริจเฉท ๕ พระราชทานกระจาดที่ ๑๑ ของกรมหมื่นภูธเรศรธำรงศักดิ์ พระองค์เจ้านารีรัตนา พระองค์เจ้าประดิษฐาสารี

พระเทพกระวี ถวายเทศนาราชาภิเศกปริวัตปริจเฉท ๖ พระราชทานกระจาดที่ ๒๕ ของเจ้าจอมมารดาวาด เจ้าจอมมารดาเรือน

พระอมรโมฬี ถวายเทศนามหาภินิกขมนปริวัตปริจเฉท ๗ พระราชทานกระจาดที่ ๒๔ ของเจ้าจอมมารดาสุด เจ้าจอมมารดาจัน พระสงฆ์ถวายยถาสัพพีอติเรก ถวายพระพรลาแล้วเสด็จขึ้น

บริกขารและกัปปิยมูล ๑๐ ตำลึง นั้นพระราชทานเหมือนกันทุกกัณฑ์ เมื่อเทศน์จบลงนั้นเสด็จทรงประเคนเครื่องกัณฑ์ แล้วทรงจุดเทียนนมัสการ แล้วประทับในพระฉากแทบทุกกัณฑ์ พระองค์สวัสดิเข้าไปเฝ้า ทรงหนังสือราชการบ้าง

อนึ่ง เมื่อพระขึ้นธรรมาสน์เทศน์และเมื่อจบนั้น มีมโหรีพิณพาทย์ของหลวงพิณพาทย์ขอแรงประโคมทุกกัณฑ์ เหมือนมหาชาติ

เมื่อเวลามีเทศนานั้น พระราชทานเหรียญที่ระลึกแก่เจ้านายข้าราชการ มีจำนวนเหรียญก้าไหล่ ๒๓ เหรียญเงิน ๑๖๐ เวลาบ่าย ๕ โมงเศษเทศน์จบ โปรดให้หยุดพักเสียคราวหนึ่ง ต่อเวลาย่ำค่ำจึงจะมีอีก ๓ กัณฑ์ เวลาเกือบย่ำค่ำพระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายใน ข้าราชการฝ่ายในออกดูกระจาด

เวลาทุ่มเศษ เสด็จออกท้องพระโรงกลาง โปรดให้นิมนต์พระเทศน์เข้าไป ทรงจุดเทียนธูปนมัสการ พระเทพโมฬีถวายศีล ทรงศีลแล้วเสด็จเข้าในพระฉาก ต่อเทศน์จบจึงเสด็จทรงประเคนเครื่องกัณฑ์ ถวายเทศนาเวลาค่ำนี้

พระเทพโมฬี ถวายเทศน์ทุกกรกิริยาปริวัตปริจเฉท ๘ พระราชทานกระจาดที่ ๑๒ ของกรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคม พระองค์เจ้าอนงค์นพคุณ

พระสุเมธาจารย์ ถวายเทศนาพุทธบูชาปริวัตปริจเฉท ๙ พระราชทานกระจาดที่ ๘ ของพระองค์เจ้าประภัศร พระองค์เจ้าจันทรทัดจุฑาธาร

พระธรรมกิติ ถวายเทศนามารวิชยปริวัตปริจเฉท ๑๐ พระราชทานกระจาดที่ ๒๖ ของพระองค์เจ้ากนกวรรณเลขา พระองค์เจ้าไชยานุชิต พระองค์เจ้าแขไขดวง พระองค์เจ้าพวงสร้อยสอาง

พระธรรมกิติ ถวายเทศนามารวิชัยแล้ว เลยเลอะเทอะไปนอกเรื่องนอกราว ไม่โปรด รับสั่งให้จบ รับสั่งว่าเท่านั้นเถิด แกก็ไม่ใคร่จบ จนห้ามหลายครั้งจึงจบ เวลา ๕ ทุ่มเศษเสด็จขึ้น

ทอดค่ำนี้พระราชทานเหรียญแก่ข้าราชการ มีจำนวนก้าไหล่ ๑ เงิน ๑๘

วันนี้พระยาราชถวายหนังสือนักองค์วัตถา ว่าด้วยขัดวะเบียงอาหารลูกดินที่จะทำการรบกับเขมรและจะไม่ยอมหยุดเลย ว่าได้มีหนังสือยุให้ญวนตีฝรั่งเศสไซ่ง่อน หนังสือนี้นักติดน้องนักองค์วัดถานำมายื่น

มีพระราชหัตถ์ถึงสมเด็จกรมหลวงภาณุพันธุวงศ์ สั่งเมมโมเรนดำร่างตอบกงสุลฝรั่งเศส ซึ่งโปรดให้อาลบาสเตอแต่ง ถ้าขัดขวางอย่างไรให้พร้อมกับอาลบาสเตอแก้เสีย ร่างเมมโมเรนดำตอบเคาน์การากาเดก เรื่องลดค่าบอกโทรเลขนั้นไม่ยอม

จดหมายสำหรับคิดเงินสำหรับรู้กันเอง

พระราชหัตถ์ถึงเจ้าพระยาภาณุวงศ์ สั่งขึ้นเงินเดือนมิสเตอร์เดอซาอีกเดือนละ ๘๐ เหรียญ เป็นเดือนละ ๒๐๐ เหรียญ

เจ้าพระยาภาณุวงศ์ถวายหนังสือให้ขึ้นเงินเดือนมิสเตอร์เดอซาเดือนละ ๘๐ เหรียญ เป็นเดือนละ ๒๐๐ เหรียญ เท่ากับมิสเตอร์บรัดเล

เจ้าพระยาภาณุวงศ์ มีหนังสือถึงพระองค์เจ้าสวัสดิ์ นำหนังสือกงสุลเยธรมัน

หนังสือกงสุลยอรมัน ถึงเจ้าพระยาภาณุวงศ์ ว่าปรินซสวิลเลียมประสูติราชบุตร

เจ้าพระยาภาณุวงศ์ มีหนังสือถึงพระองค์สวัสดิ์ นำหนังสือกงสุลเยอรมัน

หนังสือกงสุลเยอรมัน ถึงเจ้าพระยาภาณุวงศ์ ว่ามิสเตอร์ราษตแมน กล่าวโทษกรมการเมืองตาก

จดหมายพระองค์เจ้าสวัสดิ์ ถึงพระองค์สาย ให้จัดเรือไฟขึ้นไปส่งพระสุวรรณวิมลศีล พระญาณรักขิต พระปริยัติวงศาจารย์ และให้คอยกลับลงมาด้วย เพราะจะให้ขึ้นไปรับสัตตาหะแล้วกลับลงมา เพราะลงมาจวนจะครบ ๗ วันแล้ว เกรงว่าถวายเทศน์แล้วจะไปไม่ทันอรุณที่ ๗

วัน ๗ ๑๕ ๙ ค่ำ ปีมะแม เบ็ญจศก จุลศักราช ๑๒๔๕

เวลาเช้า ๕ โมงเศษ เสด็จออกประทับท้องพระโรงกลาง ทรงจุดเทียนในที่ต่าง ๆ แล้ว โปรดเกล้า ฯ ให้นิมนต์พระเทศน์เข้าไปนั่ง ทรงจุดเทียนนมัสการ สมเด็จพระวันรัตถวายศีล ถวายเทศนาอภิสัมโพธิปริวัตปริจเฉท ๑๑ เมื่อเทศน์จบลงแล้ว เสด็จออกทรงประเคนบริกขาร และกัปปิยมูลราคา ๑๐ ตำลึง เหมือนเมื่อวานนี้ และพระราชทานกระจาดที่ ๑๖ ของพระนางเธอสุขุมาล พระองค์เจ้านภาภรณ์

สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ถวายเทศนาโพธิสัพพัญญูปริวัตปริจเฉท ๑๒ พระราชทานกระจาดที่ ๑๕ สมเด็จกรมหลวงภาณุพันธุวงศ์วรเดช

พระคุณวงศ์ ถวายเทศาพรหมมัชเชสนปริวัตปริจเฉท ๑๓ พระราชทานกระจาดที่ ๑๐ ของกรมหมื่นอดิศรอุดมเดช พระองค์เจ้าเกษมศรีสุภโยค

กรมหมื่นวชิรญาณวโรรส ถวายเทศนาธัมมจักกัปปวัตนปริวัตปริจเฉท ๑๔ พระราชทานกระจาดโรงใหญ่ ของพระนางเธอพระองค์เจ้าเสาวภาผ่องศรี

หม่อมเจ้าพระภุชงค์ ถวายเทศนายสบรรพชาปริวัตปริจเฉท ๑๕ พระราชทานกระจาดที่ ๑๙ ของเจ้าจอมมารดาโหมด พระราชทานกัปปิยมูลราคา ๑๐ ตำลึงเป็นรางวัลอีก เพราะถวายเทศนาคราวนี้ ดังกว่าธรรมดาของท่าน

หม่อมเจ้าพระประภากรบวรวิสุทธิวงศ์ ถวายเทศนาอุรุเวลกมนปริวัตปริจเฉท ๑๖ พระราชทานกระจาดที่ ๒๓ มารดาตลับ เจ้าจอมมารดาย้อย

หม่อมเจ้าพระธรรมุณหิศธาดา ถวายเทศนาอัคคสาวกบรรพชาปริวัตปริจเฉท ๑๗ พระราชทานกระจาดที่ ๗ ของพระองค์เจ้าโสมาวดี พระองค์เจ้าศรีนากสวาสดิ์ กรมหมื่นราชศักดิสโมสร แล้วถวายยถาสัพพีอติเรกพระพรลากลับไป เวลาย่ำค่ำเสด็จขึ้น

เวลา ๒ ทุ่มเศษ เสด็จออกท้องพระโรงกลาง โปรดให้นิมนต์พระเทศน์เข้ามา ทรงจุดเทียนนมัสการ พระกิติสารมุนีถวายศีล ทรงศีลแล้วเสด็จประทับในพระฉาก พระองค์สวัสดิ์เฝ้า

พระกิติสารมุนี ถวายศีลแล้วเทศนากบิลวัตถุปริวัตปริจเฉท ๑๘ พระราชทานกระจาดที่ ๖ ของพระองค์เจ้ายิ่งเยาวลักษณ์ พระองค์เจ้าภักตรวิมลพรรณ กรมหมื่นพรหมวรานุรักษ์ พระองค์เจ้าบันจบเบญจมา

พระธรรมภาณพิลาศ ถวายเทศนาพิมพาพิลาปปริวัตปริจเฉท ๑๙ พระราชทานกระจาดที่ ๓ ของกรมขุนบดินทร์ พระองค์เจ้านิเวศน์

พระอมราภิรักขิต ถวายเทศนาสากยราชบรรพชาปริวัตปริจเฉท ๒๐ พระราชทานกระจาดที่ ๙ ของเจ้าจอมมารดามรกฎ จบแล้วเสด็จทรงประเคนบริกขาร เครื่องกัณฑ์ และบัญชีกระจาด พระสงฆ์ถวายอติเรกถวายพระพรลากลับ เวลา ๕ ทุ่มเศษเสด็จขึ้น

พระราชทานเหรียญข้าราชการ มีจำนวนก้าไหล่ ๒ เงิน ๙

มีพระราชหัตถ์ถึงสมเด็จกรมพระ ทรงเห็นว่านายเจิม นายแฉล้ม ติดโทษมานานแล้ว ทรงพระเมตตากรุณาสงสาร เห็นควรจะพ้นโทษ ถ้าพระยาเจริญจะรับประกันแล้ว ก็ให้พ้นโทษไปอยู่ในกรมพระคลังมหาสมบัติตามกรมเดิม และให้ทำทัณฑ์บนว่าจะไม่ทำการต่อสู้กฎหมายบ้านเมืองและศาสนาต่อไป เมื่อทำการผิดต่อไปก็ให้มาขังเสียตามเดิม

หนังสือพระองค์สวัสดิ์ถึงพระองค์สาย ให้จัดเรือขึ้นไปส่งพระราชาคณะกรุงเก่าที่ลงมาถวายเทศน์นั้น ให้รีบส่งอย่าให้ขาดพรรษาได้ เพราะไปส่งเมื่อเวลาวานนี้ไม่ถึงวัด พอถึงเกาะพระก็สว่างเสียจึงกลับลงมาทีเดียว

หนังสือสมเด็จกรมหลวงจักรพรรดิ ร้องว่าได้ทราบข่าวว่ากระจาดท่านนั้น จะพระราชทานพระปรีชาเฉลิม ท่านได้ทำโดยประณีต และไม่ทรงยินดีที่จะถวายพระอื่น ๆ

หนังสือเจ้าพระยาสุรวงศ์ ว่าได้รับโทรเลขนายทวนบอกเข้ามาว่า ได้ให้บุตร หลาน พระยาสตูล ทำสัจสาบาลไม่ให้เข้ากงสีอีกต่อไป โปรดให้พระองค์สวัสดิตอบเจ้าพระยาสุรวงศ์ว่า ข้าหลวงทำชอบแล้ว

บอกพระยาสุจริตกรมการเมืองตาก บอกลงมาว่ามิสเตอร์ราษตแมนกับปูจางตองซู ไปตั้งค้าขายอยู่ที่วัดพร้าว แล้วเกิดวิวาทชกตีกันมีบาดแผล กรมการได้ทำคำชันสูตรบาดแผลไว้ แล้วส่งถ้อยคำลงมา

หนังสือบอกพระยาสุจริตกรมการเมืองตากว่า มิสเตอร์ราษตแมนขึ้นไปขู่เข็ญกดขี่หยาบช้าต่อกรมการ จะเร่งเอาลูกจ้างไม่ได้ทันใจก็ว่าหยาบช้า แล้วพาภรรยาเข้าไปอยู่ในวิหาร พระสงฆ์เจ้าอธิการ กรมการ พูดจาชี้แจงห้ามปรามก็ไม่ฟัง แล้วกลับว่ากรมการไม่เอาธุระจะลงมาฟ้องกรุงเทพ ฯ แล้วขนของขึ้นไปไว้บนกุฎีพระ พระสงฆ์ขอให้กรมการว่ากล่าว กรมการไปว่า มิสเตอร์ราษตแมนว่าพระสงฆ์รับไว้ เจ้าอธิการเถียง แล้วมิสเตอร์ราษตแมนกลับชี้หน้าด่า แล้วล่องลงมากรุงเทพ ฯ กรมการได้ทำบัญชีของที่มิสเตอร์ราษตแมนทิ้งไว้ที่กุฎีพระสงฆ์ พร้อมด้วยพระสงฆ์เสร็จแล้ว

วัน ๑ ๙ ค่ำ ปีมะแม เบ็ญจศก จุลศักราช ๑๒๔๕

เวลาเที่ยงเศษ เสด็จออกประทับท้องพระโรงกลาง ทรงจุดเทียนในที่ต่าง ๆ แล้ว โปรดให้นิมนต์พระเทศน์เข้าไปนั่งที่ ทรงจุดเทียนเครื่องนมัสการ พระศรีสมโพธิถวายศีล ทรงศีลแล้ว โปรดให้พระองค์สวัสดิ์เข้าไปเขียนหนังสือราชการ

พระศรีสมโพธิ ถวายเทศนาเมตไตยพุทธพยากรณปริวัตปริจเฉท ๒๑ พระราชทานกระจาดที่ ๑ ของกรมหลวงวรศักดาพิศาล พระองค์เจ้าแม้นเขียน

พระสารภาณกระวี ถวายเทศนาพุทธปิตุนิพพานปริวัตปริจเฉท ๒๒ พระราชทานกระจาดที่ ๓๐ ของพระองค์เจ้าบุศบันบัวผัน พระองค์เจ้าไชยันตมงคล

พระสุวรรณวิมลศีล ถวายเทศนายมกปาฏิหาริยปริวัตปริจเฉท ๒๓ พระราชทานกระจาดที่ ๔ ของพระองค์เจ้ากินรี พระองค์เจ้าฉวีวรรณ พระองค์เจ้าจิตรเจริญ

พระปริยัติวงศาจารย์ ถวายเทศนาเทศนาปริวัตปริจเฉท ๒๔ พระราชทานกระจาดที่ ๕ ของกรมขุนภวไนยนฤเบนทราธิบาล พระองค์เจ้าบุตรี

พระญาณรักขิต ถวายเทศนาเทโวโรหนปริวัตปริจเฉท ๒๕ พระราชทานกระจาดที่ ๙ ของกรมหมื่นพิชิตปรีชากร พระองค์เจ้าชุมพลสมโพธิ

พระอริยกระวี ถวายเทศนาอัคคสาวกนิพพานปริวัตปริจเฉท ๒๖ พระราชทานกระจาดที่ ๒๘ ของพระองค์เจ้าวานีรัตนกัญญา พระองค์เจ้าสวัสดิประวัติ

ถ้ากัณฑ์ใดจบ เสด็จออกมาทรงประเคนบริกขารและกัปปิยมูลเหมือนเวลาวานนี้ แล้วทรงจุดเทียนนมัสการเสด็จประทับในพระฉาก พอกัณฑ์ที่ ๒๖ จบลงแล้ว เสด็จทรงประเคนบริกขาร ทรงพระกรุณาโปรดให้หยุดไว้เพียงเท่านี้ ด้วยจวนค่ำอยู่แล้ว งดไว้กลางคืนจึงจะมีต่อไป ได้พระราชทานเหรียญข้าราชการ มีจำนวนก้าไหล่ ๓ เงิน ๓๔ พระสงฆ์ถวายอติเรกถวายพระพรลากลับ เวลาบ่าย ๕ โมงเศษเสด็จกลับ

เวลาเกือบจะย่ำค่ำ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชเทวีและพระนางเธอ เสด็จพระราชดำเนินประพาสกระจาดเครื่องกัณฑ์เทศน์ ข้างในก็ตามเสด็จพระราชดำเนินโดยมาก เมื่อเสด็จออกทอดพระเนตรกระจาดนั้น มีพิณพาทย์ซึ่งข้าราชการเอามาตั้งในที่ต่าง ๆ ประโคมเสมอกว่าจะเสด็จขึ้น

เวลา ๒ ทุ่มเศษ เสด็จออกท้องพระโรงกลาง โปรดให้นิมนต์พระเทศน์เข้ามา ทรงจุดเทียนเครื่องนมัสการ พระธรรมวโรดมถวายศีลแล้ว ถวายเทศนามหาปรินิพพานสูตรปริวัตปริจเฉท ๒๗ พระราชทานกระจาดที่ ๒๒ ของเจ้าจอมมารดาทับทิม

พระศรีวิสุทธิวงศ์ ถวายเทศนาธาตุวิภัชนปริวัตปริจเฉท ๒๘ พระราชทานกระจาดที่ ๒๗ ของพระองค์เจ้าอรุณวดี กรมหมื่นเทววงศ์วโรประการ พระองค์เจ้าเสาวภาคย์พรรณ

พระเทพมุนี ถวายเทศนามารพันธปริวัตปริจเฉท ๒๙ พระราชทานกระจาดที่ ๑๔ ของพระองค์เจ้าทองแถมถวัลยวงศ์ พระองค์เจ้ากาญจนากร

พระอริยมุนี ถวายเทศนาปัญจอันตรธานกถาปริจเฉท ๓๐ พระราชทานกระจาดที่ ๑๓ ของหม่อมเจ้าอุบลรัตนนารีนาฏ หม่อมเจ้าเสาวภาคย์นารีรัตน์ หม่อมเจ้าสาย พอเทศน์จบเสด็จถวายเครื่องกัณฑ์ พระสงฆ์ถวายอติเรกถวายพระพรลากลับ เสด็จมาประทับตรัสกับสมเด็จกรมพระ และสมเด็จกรมหลวง และเจ้านายครู่หนึ่ง เวลา ๒ ยามเศษเสด็จขึ้น

เมื่อเทศนาอยู่นั้น เสด็จประทับในพระฉาก ถ้าเทศน์จบจึงได้เสด็จออกมาถวายของทุกกัณฑ์

กระจาดใหญ่ของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชเทวีนั้น ทรงพระกรุณาโปรดให้ถวายแก่กรมพระปวเรศรวริยาลงกรณ์ ซึ่งได้ทรงรับบริกขารหัวทานในวัน ๔ ๑๒ ๙ ค่ำ ในพระที่นั่งอมรินทร์

กระจาดที่ ๑๘ ของเจ้าจอมมารดาแพนั้น โปรดพระราชทานหม่อมเจ้าพระอรุณนิภาคุณากร ซึ่งได้บริกขารในวัน ๕ ๑๓ ๙ ค่ำ ในพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท

วันนี้เรือบางกอก ซึ่งกรมหมื่นนเรศรวรฤทธิ์ พระองค์เจ้าโสณบัณฑิตย และข้าราชการ ออกไปราชการประเทศยุโรปนั้นกลับมาถึง คนซึ่งออกไปส่งกลับมาหมด กำหนดท่านทั้ง ๒ พระองค์และข้าราชการ ทั้งบริวารของท่าน จะได้ลงเรือเมล์ฝรั่งเศส วัน ๕ ๑๓ ๙ ค่ำ มีหนังสือราชการเข้ามาด้วย

มีพระราชหัตถ์ถึงเจ้าพระยามหินทร์ ว่าการเมืองเชียงใหม่นั้นต่อไปจะมีกงสุล ข้าหลวงก็รู้แต่ธรรมเนียมไทย ถ้าเกิดการที่จะเกี่ยวข้องกับกงสุลก็จะลำบาก และหนังสือที่มีไปเมืองมรแมนทุกวันนี้ก็ใช้ภาษาพะม่า หาล่ามแปลก็ยาก ทรงเห็นว่าควรจะใช้ภาษาอังกฤษเสีย จะได้รู้ถึงกรุงเทพ ฯ โดยง่าย ทรงเห็นว่าหลุยส์ซาเวียเป็นคนรักเมืองไทยอยู่ อยากจะให้ขึ้นไปอยู่เชียงใหม่ช่วยการข้าหลวง ให้พูดจาเกลี้ยกล่อมดู แต่ให้เป็นไปรเวต แต่ทางราชการนั้น ได้ทรงสั่งสมเด็จกรมพระแล้ว

หนังสือพระองค์สวัสดิ์ถึงเจ้าพระยามหินทร์ว่า ให้เตรียมคนขนเครื่องกระจาดที่โปรดพระราชทานพระอมรามาลงเรือไฟหลวงขึ้นไปส่ง อย่าให้ของตกเรี่ยเสียหาย

หนังสือเจ้าพระยาภาณุวงศ์ว่า กงสุลนิเทอลันด์ฟ้องมาว่าอำแดงเอี้ยงบอกขายที่บ้านให้อำแดงหรั่งภรรยาจีนคองคิจงเป็นราคา ๔๒ ชั่ง รับเงินประจำไป ๕ ชั่ง ครั้นอำเภอไปวัดที่มีผู้ห้ามไว้ ไม่เต็มตามสัญญา อำแดงหรั่งเห็นว่าได้ที่ไม่เต็มตามสัญญา จึงขอประจำคืน อำแดงเอี้ยงไม่ให้ ว่าไม่ซื้อก็จะกินประจำ พระยาเจริญตัดสินว่า อำแดงหรั่งไม่สืบก่อนด่วนวางประจำเงิน ๕ ชั่งเป็นสิทธิ์อำแดงหรั่ง กงสุลมีหนังสือมาว่า อำเภอเบิกความชัดว่ามีผู้ห้ามการจึงไม่ตกลง ขอให้ตัดสินใหม่ ท่านให้ดูคำตัดสินก็มีความว่า มีผู้ห้ามว่าที่เกี่ยวในที่นี้ อำแดงหรั่งจึงต่อว่า อำแดงเอี้ยงก็รับว่าบอกขายหมด หลวงศรีรณรงค์ต่อว่า อำแดงเอี้ยงก็รับว่าที่หลวงศรีรณรงค์จริง ภายหลังกงสุลว่าที่เหลือเท่าใดอำแดงหรั่งจะซื้อ จึ่งได้เรียกผู้ว่าความแทนอำแดงเอี้ยงมาให้รับเงินก็ไม่ยอมรับขาย บังคับให้คืนเงิน ๕ ชั่งก็ไม่ยอม

หนังสือกงสุลนิเทอลันด์ถึงเจ้าพระยาภาณุวงศ์ขอเฝ้า

หนังสือพระองค์สวัสดิ์ตอบเจ้าพระยาภาณุวงศ์ว่า คำตัดสินเรื่องซื้อที่นั้นถูกต้องให้บังคับไป กงสุลนิเทอลันด์นั้นนัดวัน ๓ ๙ ค่ำ

หนังสือเจ้าพระยาภาณุวงศ์ถึงพระองค์สวัสดิ์ ว่าด้วยความของกงสุลฮอลันดาที่ค้างศาลอยู่ และเรื่องหนึ่งพระยาสมุทรจับแขกสิเนนถืออาวุธกลางคืนจำตรวน กงสุลฮอลันดาว่าเป็นสัปเยกต์ พระยาสมุทรดูถูก พระยาสมุทรจะขอสืบพะยานว่าแขกสิเนนเป็นคนเกิดที่คลองตะเคียนกรุงเก่า ได้ส่งฟ้องลงไปให้กงสุล ๆ โกรธ จะให้พระยาสมุทรลงไปขอโทษ พระยาสมุทรไม่ยอม เผื่อว่ากงสุลจะมาทูลเรื่องนี้ด้วย

หนังสือพระยาศรีสิงหเทพบอกวางเวร ว่าด้วยแต่งท้าวเพี้ยกรมการขึ้นไปสืบข่าวช้างเผือกที่ป่าระแด และราชวงศ์เมืองเชียงแตงได้คุมสะเบียงขึ้นไปคอยจ่ายให้ท้าวเพี้ยเมืองจำปาศักด์ ที่คุมคนไปรับช้างเผือก และว่าพระกำแหงท้าวขัตติยราชได้คุมช้างเผือกมารอคอยเจ้าของอยู่ที่บ้านและจอมพวน

หนังถือพระยาศรีสิงหเทพบอกวางเวร ว่าด้วยนายปสาคนเมืองพนมเปญถือหนังสือเดินทาง ๒ ฉะบับมาเมืองจำปาศักดิ์ ได้ให้ถาม นายปสาว่ามองซิเออปลังใช้มาฟังความ พระยาศรีได้บอกว่าได้ตัดสินให้เจ้าจำปาศักดิ์ใช้เงินให้มองซิเออปลัง ๕๐ แน่น เพราะไม่ชำระความ ให้ส่งเงินลงมากรุงเทพ ฯ

หนังสือเดินทางอุปราชกำโพชาธิบดีให้นายเญก ซึ่งมองซิเออปลังใช้ไปเมืองเชียงแตง ให้เจ้าเมืองฝ่ายเขมรดูแลรักษาสงเคราะห์ด้วย

บอกพระยาศรี ว่าด้วยที่อุปราชเมืองอัตปือว่า ขอให้ราชวงศ์เป็นอุปฮาด ราชบุตรเป็นราชวงศ์ ท้าวอัคหาดเป็นราชบุตร และแสนปางนั้นอุปฮาดว่าที่เจ้าเมืองข่มเหงราษฎรนักราษฎรแตกหนี ขอท้าวไชยราชเป็นอุปฮาดไปรวบรวมคนไว้

บอกพระยาราชสัมภารากรว่า มิสเตอร์อีเอมปาสแกฟ้องแทนมองซายะ กล่าวโทษพระเจ้าเชียงใหม่ว่าให้ลาวเอาตราไปตีเอาไม้เสีย ๕๐๐ ต้น ราคา ๕๐,๐๐๐ รูเปีย เห็นว่าเจ้าเมืองมรแมนมีหนังสือส่งฟ้องถึงพระเจ้าเชียงใหม่กล่าวโทษพระยาลาวความเดียวกัน เห็นว่าความเรื่องเดียวฟ้องเป็นสองศาล เรื่องราวก็ไม่ใช้ภาษาไทย เงินขึ้นศาลก็ไม่ได้

หนังสือพระยาราชสัมภารากรถวายสมเสด็จกรมพระ ว่าเรื่องมองซายะนี้ เดิมจอตะกาผิวเป็นลูกหนี้พระเจ้าเชียงใหม่ยอมให้ไม้ป่าวิวาทนี้แทนเงินให้พระเจ้าเชียงใหม่ ๆ จึงให้บอกขายแก่มองซวยบัว มองปันโยไป และว่าเจ้าเชียงใหม่ให้ทำหนังสือขายไม้ป่าแม่ปาย ๑,๐๐๐ ต้นแก่มองทุนจอ เป็นเงิน ๕๐,๐๐๐ รูเปีย พระยาราชสัมภารากรได้ประทับตราด้วย

ใบบอกเมืองตากฉะบับ ๑ ว่า มิสเตอร์ราษตแมนมีหนังสือมาว่า มิสเตอร์ติวินไม่อยู่ จันภรรยาและคนใช้เอาของออกจำหน่าย ขอให้กรมการชำระแล้ว มิสเตอร์ราษตแมนคุมตัวจันมาส่ง กรมการถาม รับว่าเอาของ ๆ มิสเตอร์ติวินผัวจำหน่ายเล่นเบี้ยจริง ได้ให้เอาตัวจันคุมไว้รอมิสเตอร์ติวิน และได้เรียกประกันผู้ซื้อของไว้ด้วย

ฉะบับ ๑ ว่า มองตอมองกระเลสัปเยกต์อังกฤษฟ้องจีนโฮจงเหลียง สัปเยกต์อังกฤษว่าตีตราเอาไม้ที่ตัวซื้อไว้ กรมการไต่สวนได้ความว่าไม้ของพระยาจางวาง อำแดงคำผงบุตรหญิงทำสัญญาขายให้มองตอ มองกะเล พระวิชิตรักษาบุตรชายทำสัญญาขายให้จีนโฮจงเหลียง พี่น้องแก่งแย่งกัน กรมการว่ากล่าวก็ไม่ยินยอม

ทรงตอบสมเด็จกรมพระว่า พระยาศรีบอกเรื่องช่างนั้นไม่มีอะไร ตอบแต่เรื่องมองซิเออปลังนั้นรอไว้ช้าไม่ได้เพราะพระยาศรี/*ทำเสี้ยเค้า ต้องทรงมีหนังสือส่งเงินไปที่กงสุลว่าพระยาศรีได้ตัดสินส่งเงินเข้ามาแล้ว เรื่องบอกพระยาราชสัมภารากรว่าด้วยมองซายะที่ไม่รับเรื่องราวเพราะเงินขึ้นศาลไม่ได้นั้นชอบอยู่ แตที่ว่าเป็นสองศาลนั้นไม่ถูก เพราะที่เจ้าเชียงใหม่ไม่รับเขาถึงมาร้องข้าหลวง ถ้าไม่รับก็ควรมีหนังสือไปมรแมน ชี้แจงว่าจอตะกาผิวขายให้พระเจ้าเชียงใหม่แล้วไปขายมองซายะอีก ควรมองซายะจะฟ้องจอตะกาผิวให้ทรงติเตียนพระยาราชสัมภารากรบ้าง เรื่องบอกเมืองตากว่าด้วยเรื่องเมียมิสเตอร์ติวินนั้น ถ้ามีช่องควรจะให้นิวแมนรู้ด้วยอีกฉะบับ ๑ เรื่องไม้นั้นชำระความมรดกค้างอยู่ อำแดงคำผงเอาของกลางไปขายมองกะเล ดังนี้ ต้องเร่งเงินให้มองกะเลคืนไป

หนังสือพระองค์เจ้าโสณบัณฑิตยถวายว่า ไปถึงเมืองสิงคโปร์ และว่ากำหนดจะได้ลงเรือเมล์ฝรั่งเศสในวัน ๕ ๑๓ ๙ ค่ำ และแสดงความระลึกถึงพระเดชพระคุณที่ทรงพระกรุณาชุบเลี้ยงและอื่น ๆ

จดหมายเจ้าพระยามหินทร์ตอบพระองค์สวัสดิ กำหนดนัดที่จะขนของกระจาดไปวัดนิเวศน์ธรรมประวัติ

วัน ๒ ๙ ค่ำ ปีมะแม เบ็ญจศก จุลศักราช ๑๒๔๕

เวลาบ่าย ๓ โมงเศษ เสด็จออกประทับห้องซิตติงรูม พระองค์สวัสดิ์เฝ้า ทรงหนังสือราชการ แล้วกรมหมื่นศิริธัชเฝ้า ทรงเซ็นฎีกาของราษฎรซึ่งร้องทุกข์กล่าวโทษกันต่าง ๆ เวลาบ่าย ๕ โมงเศษเสด็จขึ้น ได้พระราชทานเหรียญที่ระลึกแก่คนที่ยังไม่ได้รับพระราชทาน เหรียญเงิน ๑

เวลา ๒ ทุ่มเศษ เสด็จออกขุนนาง พระศรีเสนาอ่านบอกพระอินทรประสิทธิศรเมืองอินทร์รายงานน้ำฝนต้นข้าวฉะบับ ๑ บอกพระยาสุพรรณบุรีรายงานน้ำฝนต้นข้าวฉะบับ ๑

พระนรินทร์อ่านบอกพระยาเพ็ชรบุรี ส่งเงินค่านาเกลือจำนวนปีมะเสง ตรีศก ซึ่งมีตราออกไปว่า ไม่มีตัวอากรให้กรมการเก็บ พระยาเพ็ชรเก็บได้เงินหักค่าสิบลดพระราชทานแล้ว คงเงิน ๓ ชั่ง ๓ ตำลึง ๑๑ สลึง ๓๓๒ ไพ ส่งเข้ามาฉะบับ ๑ บอกพระยานครเขื่อนขันธ์ว่าด้วยมีตราบังคับให้ไปราชการประเทศยุโรป และให้มอบราชการบ้านเมืองแก่พระขยันสงครามปลัดดูแลนั้นได้มอบแล้ว และขอให้หลวงแพ่ง หลวงสัสดีเป็นผู้ดูแลตรวจตราและเก็บเงินค่านาริมคลองแก่ราษฎรซึ่งจองนาริมคลองประเวศบุรีรมย์ต่อไป

พระนรินทร์นำพระขยันสงครามปลัด หลวงนิคมคามภักดียกกระบัตร หลวงแพ่ง หลวงสัสดี กรมการเมืองนครเขื่อนขันธ์เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท แล้วนำพระนินนภูมิบดีเมืองลุ่มสุ่มกราบถวายบังคมลากลับไปรักษาราชการบ้านเมือง พระราชทานเสื้อผ้า ถาดหมาก กุณโฑเงิน เป็นเครื่องยศ เสด็จขึ้นประทับในออฟฟิศครู่หนึ่ง เสด็จกลับไปประทับห้องซิตติงรูม พระองค์สวัสดิ์เฝ้าทรงหนังสือราชการและอื่น ๆ แล้ว กรมหมื่นเทววงศ์เฝ้า เวลา ๔ ทุ่มเสด็จขึ้น

รับหนังสือเจ้าพระยามหินทร์ถวายตอบพระราชหัตถ์ว่า ได้พูดกับมิสเตอร์ลุยส์ซาเวีย ๆ ว่าไม่ขัดขวางการแผ่นดิน ด้วยตัวไม่ได้คิดว่าเป็นคนต่างประเทศ แต่ตัวได้เข้าหุ้นส่วนค้าขายกับคนต่างประเทศอยู่ จะต้องปลดเปลื้องการนั้นก่อน และรับเข้ามาว่า คงจะจัดการให้มิสเตอร์ลุยส์ขึ้นไปรับราชการเชียงใหม่ให้จงได้

พระราชหัตถ์ถึงสมเด็จกรมพระ ถึงหนังสือเรื่องมิสเตอร์ลุยส์ ที่เจ้าพระยามหินทร์มีมา และพระราชหัตถ์ที่ให้เจ้าพระยามหินทร์พูดกับมิสเตอร์ลุยส์ที่จะยอมไป ให้ทรงเรียกทางราชการควรจะมีสัญญากำหนดการให้ทำเพียงไร การที่จะให้มิสเตอร์ลุยส์ขึ้นไปนั้น เพียงช่วยข้าหลวงในการยุโรปเท่านั้น อย่าให้ทำตามใจ ให้อยู่ในบังคับข้าหลวง และเงินปีนั้นอย่าให้สูงกว่า ๖๐ ชั่งจึงจะดี

หนังสือพระยานครราชสีมาบอกไปรเวตว่า ด้วยพระภักดีนุชิตขึ้นไปทำการข่มเหงกดขี่ราษฎรและขัดขืนหมิ่นประมาทต่อบ้านเมือง และสมคบผู้ร้ายขัดแข็งต่อพระยานครราชสีมา

ทรงพระราชหัตถ์ถึงสมเด็จกรมพระ ให้หาตัวพระภักดีนุชิตลงมาชำระ ให้กรมการลงมาฟังด้วย จะได้ให้ชำระถึงเท็จจริงกัน

หนังสือสมเด็จกรมพระ ส่งหนังสือประกันของพระยาเจริญ รับประกันนายเจิม นายแฉล้ม และทูลถามถึงการทำบุญวัดอรุณ และว่าจะเสด็จวันใด

พระราชหัตถ์ตอบสมเด็จกรมพระ เรื่องหนังสือประกันนั้นทำมาอย่างไรก็เอาอย่างนั้นไม่ต้องเกี่ยงอาไร ถ้าจะหนีไปนอกอาณาเขตต์ก็จะมาทำอะไรได้ไม่เป็นสำคัญ และการทำบุญนั้น จะเสด็จส่งพระวัน ๔ ค่ำ แรม ๕ ค่ำ เช้าจะเสด็จ ของถวายพระนั้นใช้ไตรก็ได้

หนังสือสมเด็จกรมหลวงจักรพรรดิพงศ์ ขอทำบุญในการเชิญพระไปวัดอรุณนั้น ของหลวงมีการวันแรม ๔-๕ ค่ำ น้อยวันนัก ไม่สมกับที่ทำการแข็งแรง ขอทำต่อไปวันแรม ๕ ค่ำเวลาเย็นสวดมนต์ ๑๐๒ รูป วันแรม ๒ ค่ำเช้าถวายข้าวกระทง เย็นสมโภช

พระองค์โตถวายเรื่องราวว่า นายพร้อมบุตรหมู่เป็นคนหยาบช้าเอาไว้ไม่ได้ ขอถวายเป็นทหารลาดตระเวน ทรงเซ็นให้สัสดีตรวจ ถ้าไม่เกี่ยวอาไรให้สักไพร่หลวงทหารลาดตระเวน

หนังสือพระองค์สวัสดิ์ถึงเจ้าพระยามหินทร์ว่า เลขที่พระองค์โตถวายนั้นเป็นคนวังหน้าอยู่ เห็นจะขัด

วัน ๓ ๙ ค่ำ ปีมะแม เบ็ญจศก จุลศักราช ๑๒๔๕

เวลาบ่าย ๓ โมงเศษ เสด็จออกห้องซิตติงรูม พระองค์สวัสดิ์เฝ้าทรงหนังสือราชการครู่หนึ่ง พอเวลาบ่าย ๔ โมงเศษ เสด็จออกมาประทับห้องดรอวิงรูม เจ้าพนักงานกรมวังกรมท่าทหารมหาดเล็กนำมิสเตอร์บี เอ็ด ฮาแมล์ กงสุลนิเทอแลนด์เฝ้า กงสุลทูลด้วยข้อความที่ ๑ ถวายพระพร ซึ่งได้เสด็จดำรงสิริราชสมบัติมาถึง ๑๕ ปี ที่ ๒ ถวายพระพรในเรื่องทำสัญญาสุรากับวิลันดาจะสำเร็จอยู่แล้วเป็นที่เคาะรางวัล ทรงตอบขอบใจที่ได้ทราบจากปฤษฎางค์ว่า กงสุลได้มีหนังสืออุดหนุนไป ที่ ๓ ว่าแขกคนนหึ่งเป็นสัปเยกต์ไทย แต่มีพวกเป็นสัปเยกต์ฮอลันดา เป็นโทษอยู่ที่กรมท่า พวกที่เป็นโทษด้วยกันนั้นออกหมดแล้ว กงสุลได้ส่งเรื่องราวมาที่กรมท่า และได้ความแนะนำว่าให้กราบทูล ทรงตอบว่า คนโทษอย่างนี้ ถวายฎีกาได้ถึงพระองค์ทีเดียว ถ้ามาถวายฎีกาเองแล้วจะดี ที่ ๔ ขอบพระราชหฤทัยที่ทรงตัดสินเรื่องความเมืองประทุมธานี และว่ายังมีอีกเรื่องหนึ่งที่พระบาท แต่จะไปพูดกับสมเด็จกรมพระก่อน ถ้าไม่ตกลงจึงจะกราบทูล ที่ ๕ ว่าพระยาสมุทรจับแขกสัปเยกต์วิลันดาจำตรวนแล้วกล่าวโทษว่าพ่อเป็นไทย เขาได้ตรวจดูตลอดแล้วเห็นเป็นสัปเยกต์แน่ ขอให้พระยาสมุทรเขียนหนังสือขอโทษก็ไม่ยอม รับสั่งว่าการเรื่องนี้พึ่งทรงทราบในสองวันนี้ ว่าพระยาสมุทรจับแขกถืออาวุธในเวลากลางคืน ทรงเห็นว่า ถึงจะเป็นสัปเยกต์เป็นไทยก็ดี ลงโทษดังนี้จะเกินไป จะทรงไต่สวนดูแล้วจะตัดสิน ต่อไปทูลด้วยเรื่องโปสต์ว่า ได้ลองมีหนังสือไปมาเห็นสะดวกดี ได้รับตอบไน ๒๔ ชั่วโมง กงสุลทูลว่าสิ้นธุระกราบถวายบังคมลาไป ประทับในห้องซิตติงรูม เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ เสด็จขึ้น

เวลา ๒ ทุ่มเศษ เสด็จออกขุนนาง พระศรีเสนาอ่านบอกเมืองอุไทยธานีว่า ได้ตั้งด่านที่ต่อเขตต์แดนอังกฤษ ๓ ตำบล บ้านหนองหลวงตำบล ๑ บ้านเมืองแม่กลองตำบล ๑ บ้านโมโครกตำบล ๑ ให้พระพลเป็นนายด่าน ๑ หลวงวิชิตด่าน ๑ ขุนไกรขุนอินทร์ด่าน ๑ ให้เกณฑ์ขุนหมื่นตัวไพร่รักษาด่าน มีโปลิศรายทางรักษาเขตต์แดนหน้าด่านเสมอ และกะเหรี่ยงซึ่งอยู่หน้าด่านพระพล ๑๗๙ เรือน หลวงวิชิต ๑๒๘ เรือน ขุนไกร ๘๐ เรือน

พระนรินทร์อ่านบอกพระยาไทรบุรี ๓ ฉะบับ ว่าด้วยมีตราบอกไปว่า พระยายุทธการร้องว่าครั้งพระยาไทรก่อน ๆ มา เคยยกเงินค่าเบิกล่องให้เดือนละ ๑๐๐ เหรียญ บัดนี้พระยาไทรไม่ให้เอาเป็นอาณาประโยชน์เสียนั้น พระยาไทรว่า เมื่อก่อน ๆ มาการะนีอาบัติทำมา ครั้งนี้ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอาไร คนที่พระยายุทธการให้กำกับนั้นก็เลิกถอนไปเอง เงินค่าเบิกล่องก็ตก แต่ก่อนพระยายุทธการเคยได้ผลประโยชน์เดือนละ ๑๖๖๖-๖๐ เหรียญ และในเงินนั้นเมื่อครั้งเจ้าพระยาไทร ๆ ให้แบ่งให้อยีมะหะหมัดยาปัก ๕๐-๐ เหรียญเสมอ ครั้งนี้ได้ให้ถึง ๑๗๐๗-๓๓ เหรียญ ยังต้องให้อยีมะหะหมัดยาปักเดือนละ ๕๐-๐ เหรียญอีกต่างหาก

ฉะบับ ๑ ว่าด้วยจัดเงินให้พระอนุรักษโยธาจ่ายเงินเดือนทหารรักษาราชการ กับพระอนุรักษ์ ๓ เดือน ๆ ละ ๕๒๐-๔๕ เหรียญ รวม ๑๒๗๓-๓๔ เหรียญ และขอบพระเดชพระคุณที่ทรงพระกรุณาโปรดไม่ให้จ่ายเงินเดือนกัปตันเรือรบซึ่งได้มารักษาเมืองไทร

ฉะบับ ๑ ว่าด้วยมีตราออกไปว่าพระยาเกไดร้องว่า อับดุลราหม่านมาประกาศที่กุลามุดาและกะเรียนว่า อย่าให้อำเภอและราษฎรฟังบังคับพระยาเกไดต่อไป และว่าพระยาสุรพลได้มีหนังสือให้พระยาเกไดไปปรึกษาราชการที่กุลามุดา พระยาเกไดจะไปก็กลัวอายจึงไม่ไปนั้น พระยาไทรว่าไม่มีใครประกาศ เป็นแต่หลวงทวีปสยามกิจขอให้ระงับแขกตั้งกงสีโดยเร็ว จึงได้ให้พระยาสุรพลไปจัดการที่กุลามุดา ได้มีหนังสือเชิญพระยาเกไดมาปรึกษาก็ไม่มาและไม่ตอบหนังสือด้วย จึงให้อับดุลราหม่านดูแลที่กุลามุดา

พระไพรัชอ่านบอกพระสุธรรมไมตรี จมื่นราชามาตย์ ส่งจีนอั้งยี่ซึ่งวิวาทกับนายอากรสุราและราษฎร โปรดให้ลูกขุนปรึกษาวางบท อีกฉะบับ ๑ เมืองบางลมุงส่งเงินปี้จีนได้จำนวนปีมะเมียจัตวาศก จีนคงเมือง ๑๙๐ จีนจร ๑๐ รวม ๒๐๐ เงินค่าแรง ๑๐ ชั่ง ๒ บาท ส่งเข้ามา

แล้วพระราชทานตรามัณฑนาภรณ์แก่พระอนุรักษโยธา เสด็จขึ้นประทับในออฟฟิศครู่หนึ่ง แล้วประทับห้องซิตติงรูม ทรงหนังสือราชการ ๔ ทุ่มเศษเสด็จขึ้น

วันนี้ พระราชทานเหรียญที่ยังไม่ได้รับพระราชทานวันนี้ ทอง ๑ เงิน ๑ ก้าไหล่ ๒

หนังสือรับวันนี้ จดหมายพระองค์สวัสดิ์ถวายสมเด็จกรมพระ ว่าด้วยกงสุลวิลันดามาเฝ้าทูลว่า สับเยกต์วิลันดามีความที่พระบาทเรื่องหนึ่ง แต่ไม่ได้ทูลเจาะชื่อและเรื่องเขาว่าจะมาทูลก่อน ถ้าไม่สำเร็จจึงจะกราบทูล ถ้าเขาจะมีหนังสือร้องฟ้องอย่างไร ขอให้ว่ากล่าวเสียให้แล้ว

หนังสือพระไพรัชทูลพระองค์เจ้าสวัสดิ์ ว่าด้วยเจ้าพระยาภาณุวงศ์กราบถวายบังคมลาไปเมืองเพ็ชรบุรี มอบการโต้ตอบหนังสือกงสุลต่างประเทศให้พระไพรัชเป็นธุระ และส่งหนังสือกรมหมื่นนเรศร ๑ พระยาอัศฎงค์ ๑

หนังสือกรมหมื่นนเรศรบอกข่าวระยะทางและข่าวราชการ

หนังสือพระยาอัษฎงค์ถึงเจ้าพระยาภาณุวงศ์ บอกด้วยทูตไปถึงและลงเรือเมล์ฝรั่งเศสได้เสียค่าโดยสารเป็นเงิน ๖๙๒๓-๘-๐ เหรียญ ได้ขายบิลให้ชาละเตอรแบงก์แล้ว

หนังสือพระองค์สวัสดิ์ถึงพระไพรัช ให้ตอบรับหนังสือกรมหมื่นนเรศร และให้มารับตั๋วยืมใช้บิลค่าโดยสารของพระยาอัศฎงค์เสีย

หนังสือสมเด็จกรมหลวงภาณุพันธุวงศ์ถึงพระองค์สวัสดิ ว่าด้วยรับเหรียญที่ระลึก พระราชทานให้แจกเจ้าพนักงานโทรเลขและไปรษณีย์นั้นแจกแล้ว แต่หลวงประจักษชวการ ยังไม่ได้รับพระราชทาน

ความเห็นเจ้าพระยาพลเทพยื่นพระองค์สวัสดิ์ ว่าด้วยการที่จะเก็บเงินค่านา ด้วยตัวเสนาติดชำระอยู่

หนังสือสมเด็จกรมพระ กำหนดการแห่พระไปวัดอรุณเวลาเช้า ๕ โมง และจะเกณฑ์ให้พระสงฆ์ตามวัดสวดพิธีฝนก่อน หาวันดีได้จึงจะตั้งพระราชพิธีใหญ่

หนังสือพระยาวิเศษสัจธาดา ขอผู้ช่วยรับหางว่าวถือน้ำและให้ตั้งอัตราคนถือน้ำ

หนังสือสมเด็จกรมหลวงจักรพรรดิถวาย ว่าด้วยไม่ได้ตอบพระราชหัตถ์เรื่องจะเสด็จวัดอรุณ

วัน ๔ ๙ ค่ำ ปีมะแม เบ็ญจศก จุลศักราช ๑๒๔๕

เวลาเช้า เจ้าพนักงานเชิญพระพุทธรูปฉลองพระองค์ลงไปตั้งในเรือไชย ๆ นั้นตั้งแท่นและปักเศวตฉัตรคันดานกั้นพระ มีเครื่องสูงแตรสังข์พลพายสวมเสื้อแดง หน้าพระตั้งเครื่องนมัสการด้วย มีเรือแห่ เรือดั้ง ๓ คู่ กลองชะนะอยู่ในเรือดั้งด้วย เกณฑ์เรือข้าราชการ ๕๐ ลำปักธงมังกรทุกลำ

เวลาบ่าย ๑ โมงเศษ เสด็จพระราชดำเนินทรงพระราชยานลงไปประทับท่่าราชวรดิฐ เสด็จลงประทับในเรือไชย นมัสการพระพุทธรูปแล้ว ทรงโปรยพระสุหร่ายสรงพระพุทธรูปแล้ว เสด็จขึ้นประทับบนแพลอย เจ้าพนักงานประโคมแตรสังข์เลื่อนเรือไชยออกจากท่าราชวรดิฐ แห่ไปประทับท่าวัดอรุณราชวราราม เชิญขึ้นประดิษฐานบนบุษบกหน้าพระอุโบสถวัดอรุณ เวลาเย็นวันนี้จะได้สวดมนต์ในพระอุโบสถ

ครั้นแห่พระไปแล้วเสด็จประทับบนพระที่นั่งราชกิจวินิจฉัย รับสั่งกับพระยาอภัยรณฤทธิ์เรื่องซ่อมพระตำหนักแพครู่หนึ่ง เสด็จขึ้น

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ เสด็จออกพระที่นั่งจักรี ทรงพระราชยานเสด็จไปประทับท่าราชวรดิฐ เสด็จลงเรือพระที่นั่งกราบ เสด็จโดยชลมารคพร้อมด้วยกระบวนนำกระบวนตาม ไปประทับท่าวัดอรุณราชวราราม เสด็จทรงพระราชยานไปประทับเกยหน้าประตูพระระเบียง เสด็จประทับหน้าพระอุโบสถ รับสั่งกับเจ้านายแล้วทรงจุดเทียนเครื่องทองน้อยนมัสการพระที่เชิญไปไว้ในบุษบกหน้าพระอุโบสถแล้ว เสด็จเข้าพระอุโบสถทรงจุดเทียนนมัสการแล้ว ทรงประเคนไตรพระสงฆ์ฐานาอันดับ ๑๘ รูป แต่สวดมนต์ วันนี้ ๒๐ รูป แต่พระศากยบุตร พระศรีสมโพธินั้น ได้รับไตรการฉลองพระที่นั่งอมรินทร์ พระสงฆ์ครองผ้าเสร็จแล้วทรงศีล พระสงฆ์สวดสัตตปริตต์ สมเด็จกรมหลวงจักรพรรดิพงศ์ นำโกศลงยาถมปัดในโกศมีรูปพระเขี้ยวแก้วจำลองด้วยแก้วองค์ ๑ มีแผ่นทองจารึกคาถาอยู่แผ่น ๑ ถวายทอดพระเนตร ทูลว่ามหาดเล็กท่านได้แต่พระเจดีย์ข้างหลังพระอุโบสถ ว่าขะโมยลักขุดแล้วทิ้งไว้

พระสงฆ์สวดมนต์จบแล้วถวายอติเรก แล้วรับสั่งกับสมเด็จกรมพระว่า เดิมได้พระราชทานเงินค่ากระจาดสมเด็จกรมหลวงจักรพรรดิอยู่ ๑ ชั่ง บัดนี้ท่านจะทำบุญอีกต่อไป ให้เพิ่มถวายอีก ๒ ชั่ง เป็น ๔ ชั่ง แล้วเสด็จกลับมาประทับหน้าอุโบสถทอดพระเนตรครู่หนึ่ง เสด็จประทับที่ปะรำขุนนาง รับสั่งกับเจ้าพระยาพลเทพ เจ้าพระยามหินทร์ และขุนนางหน่อยหนึ่ง เสด็จกลับออกมาทรงจุดดอกไม้ริมโรงกระจาดแล้ว เสด็จเข้าไปทอดพระเนตรกระจาด กระจาดนั้นทำวิจิตรพิสดารไปด้วยลวดลายอังกฤษกระดาษต่าง ๆ และของที่ประดับนั้นมิใช่ขนมเหมือนกระจาดในวัง เป็นเครื่องใช้สรอยมีถ้วยชามขวดเครื่องแก้วเครื่องทองเหลืองต่าง ๆ มีขวดยาขวดขนมต่าง ๆ คล้ายกับกระจาดครั้งการสมโภชพระนคร มีอ่างมังกรเต็มด้วยอาหารและผ้าเหลือง ถวายพระสงฆ์วัดอรุณ ๑๐๒ รูปทั่วทั้งพระอาราม มีพิณพาทย์วงใหญ่ ๓ วงประโคมกึกก้อง และตกแต่งประทีปโคมไฟและธงทิวผูกห้อยพวงใบไม้ทั่วไปในที่ต่าง ๆ ในชานพระอุโบสถนั้นจุดประทีปโคมไฟสว่างไสวงดงามนัก ทอดพระเนตรแล้ว เสด็จกลับพระบรมมหาราชวัง

รับหนังสือวันนี้ หนังสือนิวแมนต์ถึงเจ้าพระยาภาณุวงศ์ว่า เรื่องคอนเวนชันอิศเตินเอกสเตนชันกำปนีโทรเลขอังกฤษนั้น ที่ว่าจะให้ไม่ได้ตามขอเพราะกำปนีจะขอใช้เต่ผู้เดียวนั้น เกาวแมนต์สยามเข้าใจผิด เป็นแต่จะขอติดสายทางปากน้ำอีกสายหนึ่งเท่านั้น และถามว่ามีลงไปในหนังสือว่ากงสุลฝรั่งเศสไว้โปรเตสเรื่องนี้นั้นอย่างไร ขอให้ชี้แจง

หนังสือไปรเวตกรมหมื่นนเรศร ว่าเป็นหนี้ห้างแรมเซค่าเสื้อผ้าเมื่อจะไปนอก เงิน ๔๖ ชั่ง ๒๗ บาท ๓๒ อัฐ ขอพระราชทานให้ใช้เสีย และรับผิดรับชอบว่าจะระวังต่อไปไม่ใช้อย่างนี้ และถวายร่มอย่างดี ๔ คัน

พระราชหัตถ์ตอบกรมหมื่นนเรศรไปรเวต ขอบพระทัยที่ถวายร่มอย่างดี และทรงเล่าเรื่องกระจาดวัดอรุณ และว่าด้วยการที่ทำบุญวัดอรุณคราวนี้ และว่าพระราชทานเงินที่ขอให้จอมมารดาไป

วัน ๕ ๙ ค่ำ ปีมะแม เบ็ญจศก จุลศักราช ๑๒๔๕

เวลาเช้า ๔ โมงเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จลงท่าราชวรดิฐ ทรงเรือพระที่นั่งกราบไปโดยทางชลมารคพร้อมด้วยกระบวนนำกระบวนตาม ประทับท่าวัดอรุณราชราราม เสด็จประทับในพระอุโบสถทรงจุดเทียนนมัสการทรงศีลแล้ว พระสงฆ์ถวายพรพระแล้ว เสด็จทรงประเคน พระสงฆ์ ๒๐ รูปรับพระราชทานฉัน ครั้นแล้วเสด็จทรงประเคนหมากพลูธูปเทียน พระสงฆ์ถวายยถาสัพพีอติเรกแล้ว รับสั่งให้หาเจ้าพระยาสุรวงศ์เข้ามาเฝ้าครู่หนึ่ง เสด็จกลับออกมาประทับโรงกระจาดแล้ว เสด็จเข้าไปประทับพลับพลาข้างในครู่หนึ่ง เสด็จกลับประทับเรือพระที่นั่ง เสด็จกลับพระบรมมหาราชวัง

เวลาทุ่มเศษเสด็จออกห้องซิตติงรูม ทรงหนังสือราชการต่าง ๆ เวลา ๒ ทุ่มเศษเสด็จขึ้น

พระราชหัตถ์วันนี้ ถึงพระยาราชสัมภารากร ว่าด้วยการที่ไม่รับเรื่องราวคนสัปเยกต์นั้น ไม่พิจารณาให้รอบคอบเป็นการผิด และจะทำให้ยุ่งยิ่งไป แต่ทรงเห็นว่าพึ่งขึ้นไปยังใหม่อยู่ ต่อไปควรจะทำละเอียดได้ และการเกี่ยวข้องคนต่างประเทศนั้นเป็นการยาก ต่อไปนี้จะโปรดให้กรมหมื่นพิชิตเป็นผู้แนะนำ ขัดข้องอย่างไรก็ให้มีหนังสือถามกรมหมื่นพิชิต แต่ต้องถือว่าเป็นการไปรเวต การเด็ดชาดนั้นคงกรมมหาดไทยตามเดิมไม่ได้หักล้าง กรมหมื่นพิชิตนั้นเป็นแต่แนะนำเท่านั้น

หนังสือพระไพรัชถวายพระองค์สวัสดิ์ ว่าด้วยรับบิลพระยาอัศฎงค์ จากห้างวิลเซอเรกลิกค่าโดยสารกรมหมื่นนเรศร และข้าราชการออกไปกรุงลอนดอน รวมเงิน ๖๙๒๓ เหรียญ ๘ เซนต์ เป็นเงินบาท ๑๔๔ ชั่ง ๑๘ บาท ๑ สลึง ๑ เฟื้อง ขอตั๋วยืมเงินคลังจ่ายไปก่อน แล้วจึงจะตั้งฎีกาเบิกภายหลัง

หนังสือกงสุลฮอลันดาถึงเจ้าพระยาภาณุวงศ์ ขอให้นำคอเรศปอนเดนเรื่องพระยาสมุทรจับแขกสิเนนทั้งหมดถวายทรงตัดสิน

หนังสือกงสุลฮอลันดาถึงเจ้าพระยาภาณุวงศ์ ขอให้มีหนังสือสั่งไปตั้งคนกลางที่จะติดสินในการเอกษฮิบิเซนที่เมืองแอมสเตอแดม ห้องที่ ๒๐ ที่เกาเมนต์สยามได้ช่วย

วัน ๖ ๙ ค่ำ ปีมะแม เบ็ญจศก จุลศักราช ๑๒๔๕

เวลาบ่าย ๓ โมงเศษเสด็จออก กรมหมื่นภูธเรศรเฝ้าถวายพระสังวาลเพ็ชรซึ่งโปรดให้ทำ ๒ สาย และพาช่างทองผู้ทำเข้ามาเฝ้า พระราชทานรางวัลช่างที่ทำ ๒ คน ๆ ละ ๔ ชั่ง รวมเงิน ๘ ชั่ง แล้วถวายตุ้มหูเพ็ชรกลีบลงยาที่สั่งมาถวายทอดพระเนตร ทรงซื้อไว้ ๘ คู่ แล้วกรมหมื่นศิริธัชเฝ้าถวายฎีกาของราษฎร ทรงเซ็น ๑ ฉะบับ พระองค์ขจรเฝ้าทูลด้วยเรื่องเก็บเงินค่าเช่าตึกหน้าวัดเกาะ กรมขุนบดินทรถวายเรื่องความหม่อมเจ้ารัชนิกร เรื่องความกรมหมื่นราชศักดิ์กับสัปเยกต์เยอรมัน แล้วทูลด้วยเงินพินัยหลวงค้างเจ้าสวัสดิ์ตระลาการอยู่ ขอให้ตั้งตระลาการกรมพระตำรวจชำระเร่งบุตรภรรยาเจ้าสวัสดิ์ รับสั่งว่าจะเกินไป ท่านเป็นอธิบดีควรจะชำระสะสางเอง พระองค์สวัสดิ์เฝ้าถวายหนังสือราชการทรงเซ็นทรงตอบ เวลาบ่าย ๕ โมงเสด็จขึ้น

เวลา ๒ ทุ่มเศษเสด็จออกขุนนาง พระศรีเสนาอ่านบอกพระยาโบราณ พระพิทักษ์กรมการกรุงเก่ารายงานน้ำฝนต้นข้าว บอกพระยาพิสุทธิธรรมธาดาเมืองลพบุรีว่าเพลิงไหม้วิหารวัดไลย องค์พระศรีอาริย์ละลายเสียไป ได้ความว่าพวกรามัญขึ้นไปจุดธูปเทียนบูชาและห่มผ้าพระแล้วปิดประตูทิ้งไว้ บอกพระยาพิไชย ว่าด้วยปฏิสังขรณ์วัดมหาธาตุเมืองทุ่งยั้ง ขอเบิกเงินค่าปิดทองค่ารักและอื่น เงิน ๒ ชั่ง ๕ ตำลึง ทองคำเปลว ๑๐,๐๐๐ แผ่น

พระนรินทร์อ่านบอกพระยาไทรว่าโปรดให้หมื่นจำนงวาทีล่ามเชิญตราออกไปให้ค้นหนังสือเรื่องเขตต์แดนเมืองแประนั้น ยังค้นไม่สิ้นเชิง ถ้าสิ้นเสร็จแล้วจึงจะมีใบบอกส่งเข้ามา และว่าหมื่นจำนงวาทีล่ามป่วยถึงแก่กรรมแล้วได้เอาศพฝังไว้ บอกพระยาภูเก็ตว่าได้ขึ้นเงินเดือนหลวงทวีปสยามกิจ กับค่าเช่าออฟฟิศรวมเดือนละ ๑๔๐ เหรียญ ได้ส่งทุกเดือนตามท้องตราซึ่งมีไปแล้ว พระนรินทร์ถวายบัญชีเงินภาษีร้อยชักสาม จำนวนปีมะเมีย จัตวาศก เก็บในกรุง หัวเมืองผูกขาด ๒๒ ชั่ง ๑๗ ตำลึง ๓ บาท รวม ๒๕๙๑ ชั่ง ๔ ตำลึง ๓ บาท ๑ สลึง ๑ เฟื้อง ๒ ไพ จำหน่ายการโรงภาษี ๒ โรง ๘๘๓ ชั่ง ๑๓ ตำลึง ๒ บาท ๓ สลึง ๑ เฟื้อง ๒ ไพ เงินขึ้นพระคลังมหาสมบัติ ๑๑๖๓ ชั่ง ๙ ตำลึง ๓ บาท ๑ สลึง ๑ เฟื้อง ๒ ไพ คลังวิเศษค่าผ้าลายผ้าแดง ๓๓๙ ชั่ง ๑๑ ตำลึง ๓ บาท รวม ๑๕๐๓ ชั่ง ๑ ตำลึง ๑ สลึง ๑ เฟื้อง ๒ ไพ จำหน่ายเงินขึ้นต่าง ๆ ๑๗๔ ชั่ง ๑๐ ตำลึง รางวัลผู้จัดการภาษี ๓๐ ชั่ง บัญชีเงินภาษีฝิ่น จำนวนปีมะเมียจัตวาศก ส่งพระคลังมหาสมบัติ ๑๐๐๐๐ ชั่ง พระคลังข้างที่ ๑๐๐๐ ชั่ง ยกทุนส่งพระคลังมหาสมบัติ ๑๐๐๐ ชั่ง รวม ๑๒๐๐๐ ชั่ง ขึ้นกรมต่าง ๆ ๑๔๔๘ ชั่ง ๑๘ ตำลึง ยืมจ่ายราชการจะได้เบิกส่งอีก ๑๖๘ ชั่ง ๒ ตำลึง รวม ๑๓๖๑๗ ชั่ง แล้วเสด็จขึ้นประทับในออฟฟิศครู่หนึ่ง เสด็จไปประทับห้องซิตติงรูมทรงหนังสือราชการ เวลา ๔ ทุ่มเศษเสด็จขึ้น

กรมขุนบดินทร เอาคอเรศปอนเดนเรื่องความมิสเตอร์ฮินเดนเบิกสัปเยกต์เยอรมันฟ้อง กรมหมื่นราชศักดิ์ว่าจ้างไปเป็นอินเยอเนียที่บ่อทอง เงินค่าจ้างค้างเข้ามาถวาย

ทรงพระราชหัตถ์ตอบกรมขุนบดินทร ว่ากรมหมื่นราชศักดิ์จะสู้ความว่ามีพะยาน ขอให้ชำระพร้อมด้วยพระยาเจริญ พระพิพากษาเจ้าพนักงานให้นัดกันชำระเสียให้แล้ว

หนังสือกรมหมื่นอดิศร กรมหมื่นประจักษ์ จะขอซ่อมแซมป้อมรอบพระบรมมหาราชาัง ซึ่งจะให้ทหารพัก ให้เรียกช่างมาว่าราคาต่าง ๆ กัน อย่างสูงราคา ๑๘๖ ชั่ง ๓๘ บาท ๑ เฟื้อง อย่างต่ำราคา ๑๕๖ ชั่ง

ความเห็นกรมหมื่นราชศักดิ์ ขอให้ขุดคลองตั้งแต่เมืองประจันตคามถึงคลองบางแตน ๆ ถึงคลองบางเขนกรุงเทพ ฯ และว่าจะมีประโยชน์มากด้วย

หนังสือหลวงปฏิยัติยื่นความเห็นว่าควรในวังจะใช้ไฟฟ้าทั้งนั้น และจะขอเป็นพนักงาน ทรงเซ็นให้ตรวจเสียแล้วให้ทำเอสติเมตทีเดียว

หนังสือพระองค์ขจร ว่าเก็บเงินค่าเช่าตึกหน้าวัดสัมพันธวงศ์จำนวนเดือน ๕-๖ ปีมะแมเบ็ญจศก เดือนละ ๑๐ ชั่ง กับค้างหลวงนริศรจำนวนปีมะเมีย ๓๐ ชั่ง รวม ๕๐ ชั่ง ทรงเซ็นว่าได้พระราชทานสมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธแล้วให้ส่งถวายเจ้าของท่าน และให้หักถวายพระสงฆ์วัดสัมพันธวงศ์เดือนละ ๓๐ ชั่ง ตามเคย และจำนวนปีมะเมียของพระค้างเท่าไร ให้หักถวาย เหลือนั้นส่งพระคลังข้างที่

หนังสือสมเด็จกรมหลวงภาณุพันธุวงศ์ถึงพระองค์สวัสดิ์ ว่าด้วยมิสเตอร์กาดูรับทำโรงรถโรงม้าสำหรับกรมไปรษณีย์ ว่าเงินขาดมือลง มิสเตอร์กาดูไม่มีเงินรอง ขอพระราชทานตั๋วยืม และว่าเครื่องพิมพ์ที่ซื้อไว้นั้น ได้ตั้งแซงชั่นแล้วแต่ยังไม่ตก นายห้างตักเตือนนักขอพระราชทานตั๋วยืมก่อน

หนังสือผู้ว่าการต่างประเทศกรุงฮอนนลูลู แจ้งถึงเจ้าพระยาภาณุวงศ์ว่ามีหนังสือส่งพระราชสาส์นไปนั้น ไม่มีตั๋วพระราชสาส์น ภายหลังจึงได้รับจากเจ้าปฤษฎางค์แล้ว

หนังสือมีไปมากับกงสุลวิลันดา เรื่องความพระยาสมุทรจับแขกสิเนนซึ่งว่าเป็นสัปเซกต์ฮอลันดา

พระราชหัตถ์ถึงสมเด็จกรมพระ ว่าด้วยเดิมมีพระราชหัตถ์ให้ปรึกษาจัดเรื่องเบิกเงินให้เร็วการก็ไม่ตลอด บัดนี้ผู้ที่รับทำการต่างก็ร้องว่าไม่มีเงินจะรองโสหุ้ย มาขอพระราชทานตั๋วยืมเสมอ ๆ เป็นการลำบากอยู่ ถ้าจัดการอย่างที่จะให้ฎีกาตกเร็วได้ ก็ควรจะตั้งธรรมเนียมให้เขาตั้งฎีกายืมเงินก่อนได้

วัน ๗ ๙ ค่ำ ปีมะแม เบ็ญจศก จุลศักราช ๑๒๔๕

เวลาบ่าย ๓ โมงเศษ เสด็จประทับห้องออกขุนนาง ด้วยวันนี้เป็นวันประชุม ท่านที่มาเฝ้าในที่ประชุมวันนี้ สมเด็จกรมหลวงจักรพรรดิ สมเด็จกรมหลวงภาณุพันธุวงศ์ กรมหมื่นอดิศร กรมหมื่นภูธเรศร กรมหมื่นศิริธัช เจ้าพระยาพลเทพ เจ้าพระยามหินทร เจ้าพระยาศรีพิพัฒน์ รับสั่งที่ ๑ เรื่องที่จะเลี้ยงโต๊ะ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ พระเจ้าลูกเธอในเวลาวันนี้ ด้วยทูลกระหม่อมชายมหาวชิรุณหิศอยากจะทรงเลี้ยง แล้วรับสั่งกับสมเด็จกรมหลวงจักรพรรดิ เรื่องทำบุญและมีการฉลองพระพุทธรูปที่วัดอรุณราชวราราม แล้วพระราชทานเหรียญที่ระลึกก้าไหล่ทอง สมเด็จกรมหลวงจักรพรรดิพงศ์ไปประทานหม่อม ๒ เหรียญ แล้วเจ้าพระยาหินทร์ถวายความเห็นจัดการเลขเมืองลาว และเรื่องตั๋วสิบยกตั๋วพระราชทานเจ้านาย แล้วรับสั่งเรื่องภาษีเมืองตะวันตก เวลาบ่าย ๔ โมงเศษเสด็จประทับในออฟฟิศประเดี๋ยวเสด็จขึ้น

เวลา ๒ ทุ่มเศษเสด็จออกขุนนาง พระศรีเสนาอ่านบอกเมืองสระบุรีส่งเงินค่านาลงมา ๓๐๐ ชั่ง แต่กรมการยังเก็บไม่สิ้นเชิง เงินนี้จำนวนปีมะเมียจัตวาศก บอกพระยาพิษณุโลกว่าด้วยเร่วขี้ผึ้งนายอากรป่าผึ้งได้ ๑๑ หาบ หลวงรักษ์อุดมนายอากรคุมลงมาส่ง หลวงรักษ์อุดมจัดได้ขี้ผึ้ง ๑ หาบ ทูลเกล้า ฯ ถวายสมเด็จพระนางเจ้า

พระนรินทร์อ่านบอกพระยาพิไชยสงคราม พระยาสมบัติภิรมย์ บอกว่าได้ไปคอยหนังสือและคนเกาวแมนต์สเตรสเสตลแมนก็ไม่เห็นมาที่ตานี จึงไปเมืองรามัญต่อไปอีกก็ไม่เห็นมา ได้ให้มิสเตอร์แมกคาตีและมิสเตอร์ยอชอินเยอเนียทำแผนที่ในเขตต์แดนเมืองแปรักต่อกับเขตต์แดนเมืองรามัญ และได้รับหนังสือเจ้าพระยาสงขลาว่าได้มีหนังสือถึงเจ้าเมืองปีนังเป็นภาษามลายูให้พ่อค้าถือไป เจ้าเมืองปีนังตอบส่งหนังสือคืนมา ว่าไม่เข้าใจด้วยเป็นภาษามลายู ถ้าจะมีไปขอให้เป็นหนังสือที่พอเข้าใจ

พระนรินทร์นำหลวงสโมสรราชกิจปลัดเมืองหลังสวน ทูลลาถือหนังสือเจ้าพระยาสุรวงศ์ออกไปถึงเจ้าพระยาสงขลา ว่าถ้าจะมีหนังสือถึงเจ้าเมืองปินังให้กงสุลสยามที่ปินังส่ง แล้วเสด็จขึ้นประทับในออฟฟิศครู่หนึ่ง เสด็จไปประทับห้องซิตติงรูม ทรงหนังสือราชการ เวลา ๔ ทุ่มเศษเสด็จขึ้น

หนังสือวันนี้ คือ

หนังสือสมเด็จกรมหลวงจักรพรรดิพงศ์ ถวายพระราชกุศลในการทำบุญสมโภชพระพุทธรูปต่อการหลวง คือ วัน ๕ ๙ ค่ำ เวลาเย็นได้สวดมนต์ในอุโบสถและพระระเบียง ๑๐๒ รูป มีเดินเทียนทั้งพระทั้งคฤหัสถ์ด้วย วัน ๖ ๙ ค่ำ ได้เลี้ยงพระในอุโบสถ ๑๐ ถวายข้าวกระทง ๙๒ แล้ว พระสงฆ์และราษฎรได้เดินเทียนเหมือนเวลาวานนี้ และได้นิมนต์พระสงฆ์วัดโมฬีโลก วัดเครือวัลย์ และวัดอื่นๆ รวม ๖๓ รูปสดับปกรณ์ ได้มีละครมแขกเล่นรำมนา เพลงเสภา สมโภชด้วย

หนังสือคอมิตติหอสมุดวชิรญาณ ร้องว่าไม่มีเปรซิเดนจะจัดการ กลัวการจะเสียไปจะขอเลือกเปรซิเดนใหม่ สมเด็จกรมหลวงภาณุพันธุ์เป็นผู้ถวายรับสั่งให้งดไว้กว่าจะถึงเดือน ๑๑ ปีมะแม

หนังสือสมเด็จกรมหลวงภาณุพันธุวงศ์ถึงพระองค์สวัสดิ์ ว่าด้วยขอพระราชทานตั๋วยืมเงินไปใช้ให้ค่าเสมียนฝรั่งเศสสำหรับโทรเลข นั้นจ่ายแล้ว เงินเหลืออยู่ ๒๒ บาท เพราะคิดบัญชีผิดไป

หนังสือเจ้าพระยาสุรวงศ์ ว่านายพุ่มน้องพระยาภูเก็ต ยื่นเรื่องขอประมูลทำภาษี ๕ อย่าง เมืองถลางขอทำเป็นภาษีผูกขาดประมูลขึ้นในจำนวนปีมะแม ๑๐๕ ชั่ง ปีวอกฉอศก ๑๑๐ ชั่ง ปีระกาสัปตศก ๑๒๐ ชั่ง ๓ ปี ๓๓๕ ชั่ง จะส่งเงินภาษีปีมะแม เบ็ญจศก เป็นประกัน ๑๐๕ ชั่ง แล้วจึงจะส่งตามงวด และว่าต่อไปมีกำไรจึงจะบอกเงินขึ้นอีก ให้มีตราถามพระยาภูเก็ตออกไป พระยาภูเก็ตก็บอกเข้ามาว่าเงินภาษี ๕ อย่างนี้ ได้ส่งตามแบบพระยาจางวาง แต่จำนวนปีมะแมนี้ได้ให้ผูกไปเงิน ๑๐๘ ชั่ง ๑๑ ตำลึง ๒ บาท ๒ สลึง ๑ เฟื้อง ๒๖๖ ไพ ขอประมูลขึ้นจำนวนปีวอกฉอศก ๑๒๐ ชั่ง ปีระกาสัปตศก ๑๓๐ ชั่ง รวม ๓๓๘ ชั่ง ๑๑ ตำลึง ๒ บาท ๒ สลึง ๑ เฟื้อง ๒๖๖ ไพ และว่านายพุ่มเป็นคนไม่มีทุนรอน ท่านจึงส่งบอกและท้องตราและเรื่องราวเข้ามาแล้วแต่จะโปรด

พระราชหัตถ์ตอบเจ้าพระยาสุรวงศ์ เรื่องนายพุ่มขอทำภาษีเมืองถลาง และว่านายทุ่มจะส่งเงินเป็นประกัน และส่งบอกพระยาภูเก็ตประมูลเงินสูงกว่านายพุ่มนั้น ทรงเห็นว่าพระยาภูเก็ตประมูลนั้นก็พอให้พ้นเงินนายพุ่ม คงยังไม่เต็มพูม ควรจะเรียกนายพุ่มมาถามดูตามแบบภาษีอากร ข้อที่จะรังเกียจว่าไม่มีทุนรอนนั้น นายพุ่มก็ส่งล่วงหน้าถึงปีหนึ่งแล้ว จะยอมให้พระยาภูเก็ตทำโดยง่ายนั้นจะเป็นกลัวเสียงพระยาภูเก็ตคำรามหรือไม่รู้เท่าไป

หนังสือพระองค์สวัสดิ์ถึงพระไพรัชว่า ให้ตอบหนังสือกงสุลฮอลันดาที่ได้รับหนังสือเรื่องขอให้มีคำสั่งตั้งคนกลางตัดสินห้องเอกษฮิบิเซนที่ประเทศนิเทอแลนด์

หนังสือเจ้าพระยาสุรวงศ์ ถวายหนังสือนายทวนฉะบับ ๑ หนังสือมิสเตอร์แมกคาตีฉะบับ ๑

หนังสือนายทวนถึงเจ้าพระยาสุรวงศ์ ว่าได้พาพระอินทรวิชัยพระปักษาตนกูหมัดมาจากเมืองสตูล และได้ความว่ามีแขกเข้าอั้งยี่ประชุมไม่ใคร่ขาดวัน และว่าถ้าหลวงนราไปถึงเมื่อใดจะมอบการให้

ริโปตมิสเตอร์แมกคาตีว่าฝนตกหนักได้ความลำบาก แต่จะรีบทำแผนที่เขตต์แดนปิรักให้แล้วโดยเร็ว

หนังสือเจ้าพระยามหินทร์ถวาย ว่าด้วยโต้ตอบกับสมเด็จกรมหลวงจักรพรรดิ เรื่องคนที่ถวายตัวเป็นมหาดเล็กท่านเป็นคนข้อมือขาวไม่ยอมสัก แต่จะรับเสียเงินปีละ ๖ บาท ท่านขอให้จัดเป็นตั๋วเหมือนขุนหมื่นตัด

ความเห็นเจ้าพระยามหินทร์ ขอให้จัดการสักเลขเมืองลาวตะวันออกเสียในเร็ว ๆ และเรื่องทำสำมะโนครัวเมืองตะวันตกนั้น เห็นไม่เป็นประโยชน์ ขอให้จัดสักตามธรรมเนียมเดิม

หนังสือพระยานรรัตน์ ว่าด้วยจ้างมิสเตอร์กาดูทำเรือที่จะสำหรับทหารลาดตระเวนพัก แซงชั่นไม่ตกจะต้องการเงินใช้กาดู

หนังสือเจ้าพระยามหินทร์ ว่าวัน ๕ ๑๒ ๙ ค่ำ กำหนดจะได้ประทับพระราชลัญจกรตั๋วสำหรับคุ้มสัก และค่ากระดาษพิมพ์นั้น จะโปรดให้ส่งกรมใด

หนังสือพระสยามธุรานุรักษ์บอกข่าวต่างประเทศ ว่าด้วยมิสเตอร์ว่าการต่างประเทศได้พูดในที่ประชุมเรื่องไมตรีกับกรุงสยาม และว่าได้ทราบข่าวสายโทรเลขทางไซ่ง่อนเกือบสำเร็จแล้ว

หนังสือพระนายไวยว่ามุขโรงทหารพัง และว่าอิฐที่ซื้อราษฎรนั้นไม่ดี ขอให้ตั้งพระราชบัญญัติสำหรับคนทำอิฐขาย

วัน ๑ ๙ ค่ำ ปีมะแม เบ็ญจศก จุลศักราช ๑๒๔๕

เวลาบ่าย ๒ โมงเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกพระที่นั่งจักรี พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชเทวี และพระนางเธอ ทรงรถพระที่นั่งเสด็จประพาสถนนเจริญกรุงและทอดพระเนตรตลาดบางรัก ซึ่งเรียกว่าตลาดหลวงนาวา แล้วเลี้ยวลงถนนนิวแมน เสด็จผ่านหน้าวังสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ ไปประทับวังพระองค์เจ้าสวัสดิโสภณ เสวยแล้วเสด็จพระราชดำเนินมาประทับวังสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ ทอดพระเนตรในที่ต่าง ๆ เวลาค่ำเสด็จทรงรถพระที่นั่งเสด็จกลับโดยทางถนนบำรุงเมือง เวลาทุ่มเศษถึงพระบรมมหาราชวัง

เจ้าหมื่นไวยยื่นบัญชีชื่อหัวหน้าซึ่งนำทหารเข้ามาสมัครรับราชการที่ควรจะเป็นที่จางวางปลัดจางวาง ผู้ช่วยสมุหบัญชีกับทหารอยู่หัวเมือง และมีร่างประกาศตั้งเข้ามาด้วย

หนังสือพระอนุรักษ์โยธา นำบัญชีเงินภาษีอากรเมืองภูเก็ตจำนวนปีมะเมียจัตวาศก เงินภาษีอากรเมืองตรังจำนวนปีมะเมียจัตวาศก และหนังสือมีไปมากับพระปลัดเมืองภูเก็ต รวม ๔ ฉะบับ บัญชีรวมเงินภาษีผลประโยชน์เมืองภูเก็ต ปีมะเมีย จัตวาศก เงิน ๘๙๒,๕๖๙ เหรียญ บัญชีรวมเงินภาษีแลประโยชน์เมืองตรัง ปีมะเมียจัตวาศก เงิน ๕๐,๖๕๕ เหรียญ

หนังสือพระอนุรักษ์โยธา ถึงพระปลัดเมืองภูเก็ต ถามด้วยเรื่องพระยาภูเก็ต มอบการภาษีอากรให้กัปตันเวเบอนายโปลิศทำ และกัปตันเวเบอได้เอาเงินให้จีนลงทุนไปมากน้อยเท่าไร ให้สืบและสืบการภาษีอากรบอกมา

หนังสือพระปลัดเมืองภูเก็ต บอกไปรเวตถึงพระอนุรักษ์ ว่าด้วยการภาษีอากรเมืองภูเก็ตนั้น พระยาภูเก็ตจัดการแต่กับหลวงนานายบัวเสมียนเท่านั้น ไม่ให้กรมการคนใดคนหนึ่งรู้เห็น และทำผิดท้องตราพระราชบัญญัติ แต่เรื่องมอบให้ฝรั่งนั้นไม่จริง และได้ส่งบัญชีภาษีอากรมา

หนังสือสมเด็จกรมพระ ว่าด้วยการเมืองขอนแก่นซึ่งเกิดวิวาทกันนั้น เพราะพระยามหาอำมาตย์ขึ้นไปทัพฮ่อ หาตัวพระนครศรีบริรักษ์คนเก่ามาว่า ราชบุตรรับราชการแข็งแรงจะให้เป็นเจ้าเมือง พระนครศรีบริรักษ์คนเก่าจะให้เป็นจางวาง พระนครศรีบริรักษ์อุปฮาดราชวงศ์ไม่ยอม ครั้นพระยามหาอำมาตย์กลับลงมากรุงเทพ ฯ กราบทูลว่า เจ้าเมืองและอุปฮาดราชวงศ์ ขอราชบุตรเป็นพระนครศรีบริรักษ์ แล้วมีท้องตราตั้งขึ้นไป ครั้นปีมะโรงโทศก พระนครศรีบริรักษ์คนเก่ากับท้าวเพี้ยลงมากรุงเทพ ฯ กล่าวโทษพระนครศรีบริรักษ์คนใหม่ และว่าไม่ได้ขอเป็นเจ้าเมือง ไม่สมัครอยู่ร่วมกัน ขอตั้งเมืองอีกเมืองหนึ่ง จึงได้มีตราให้หาพระนครศรีบริรักษ์คนเก่าใหม่ลงมา คนเก่าตาย คนใหม่ไม่ลงมา เป็นแต่บอกกล่าวโทษอุปฮาดราชวงศ์ราชบุตรลงมา อุปฮาดราชวงศ์ราชบุตรก็บอกกล่าวโทษพระนครศรีบริรักษ์ และขอตั้งบ้านทมเป็นเมือง ครั้นจะหาตัวมาชำระกรุงก็จะลำบาก ขอให้พระยานครราชสีมาเป็นผู้ชำระให้เห็นเท็จจริง และส่งแผนที่เมืองขอนแก่นเข้ามาด้วย

วัน ๒ ๙ ค่ำ ปีมะแม เบ็ญจศก จุลศักราช ๑๒๔๕

เวลาบ่าย ๒ โมงเศษเสด็จออก พระยามนตรีเฝ้า แล้วพระองค์สวัสดิ์เฝ้า ทรงหนังสือราชการแล้ว กรมหมื่นศิริธัชเฝ้า ทรงเซ็นฎีการาษฎร ๑ ฉะบับ แล้วทรงเรื่องความอื่น ๆ แล้ว พระยาศรีสุนทรถวายแผ่นวิสุงคามสีมาทรงเซ็น ๔ ฉะบับ เมื่อจะเสด็จขึ้นพระยาโชฎึกเฝ้า รับสั่งเรื่องเหมมณเฑียรเทวราชที่บางปะอินแล้วเสด็จขึ้น

เวลาทุ่มเศษเสด็จออกขุนนาง พระนรินทร์อ่านบอกเมืองราชบุรีจับจีนเยี่ยวผู้ร้ายปล้นได้ กรมการชำระไม่รับ แล้วจับอ้ายเปลี่ยนผู้ร้ายเพื่อนอ้ายจีนเยี่ยวได้ ให้การรับเป็นสัตย์ นำของกลางได้ และยังชำระต่อไป

พระไพรัชอ่านบอกเมืองบางละมุง ถ้าภรรยาจีนหยงมาทำคำกฎหมายตราสินว่า จีนกวางยิงจีนหยงตาย ได้ตัวจีนกวางถามไม่รับสืบพะยานสม แต่ไม่มีโจทก์ ฉะบับ ๑ จ่าทุ่นเหล็กมีโซ่เหล็กร้อยลอยไปติดอยู่แขวงเมืองบางละมุง ได้ให้กำนันราษฎรเฝ้าไว้

ขุนนครเขตต์ถวายคำชันสูตร ฉะบับ ๑ ทรงเซ็นกลับไป

จมื่นทิพรักษาถวายจดหมาย ว่าจับคนเล่นไพ่สามใบที่วัดอนงคารามได้ ทรงเซ็นให้กรมหมื่นภูธเรศรทำโทษตามพระราชบัญญัติ แล้วเสด็จขึ้นประทับในออฟฟิศหน่อยหนึ่ง เสด็จไปประทับห้องซิตติงรูม ทรงหนังสือราชการ เวลา ๔ ทุ่มเศษเสด็จขึ้น

พระราชหัตถ์ถึงเจ้าพระยาภาณุวงศ์ เรื่องพระยาสมุทรจับแขกสิเนน เห็นว่าโทษแขกสิเนนไม่สำคัญ เพราะไม่ได้ทำอะไรใคร พระยาสมุทรทำด้วยโทษะ และฟ้องว่าไม่ได้เป็นสัปเยกต์วิลันดา ครั้นให้หาพะยานก็ไม่หาได้ เห็นว่าไม่สืบสวนให้แน่นอนก่อนไปทำดังนี้ ต้องให้พระยาสมุทรขอโทษกงสุลฮอลันดา และให้ทำขวัญตามควร และข้อที่หาว่าของหาย จะให้พระยาสมุทรใช้นั้นไม่ได้ ต้องชำระสืบตัวผู้ร้าย

พระราชหัตถ์ถึงสมเด็จกรมพระ เรื่องเมืองขอนแก่นจะแยกออกเป็นสองนั้นเป็นการลำบาก ฟ้องกันครั้งนี้ไม่ทราบว่าเป็นการแรงร้ายอย่างไร หรือเล็กน้อย ถ้าได้ความว่าผู้ใดผิด ก็ควรให้ผู้ทำชอบเป็นเจ้าเมือง ถ้าความเล็กน้อย ต่างคนต่างผิด ต่างก็มีพรรคพวก ก็ต้องแบ่งเป็นสองเมือง แต่ให้ไล่เลียงเสีย

พระไพรัชมีถึงพระองค์เจ้าสวัสดิ์ฉะบับ ๑ ส่งหนังสือที่มีถึงนิวแมนฉะบับ ๑

หนังสือเจ้าพระยาภาณุวงศ์ถึงมิสเตอร์นิวแมนตอบที่ถามด้วยไทยทำสัญญาเรื่องสายโทรเลขกับฝรั่งเศส ว่าไทยยังไม่ได้ทำสัญญาอาไร เป็นแต่ทำสัญญาจ้างอินเยอเนีย การเสร็จแล้วสัญญานั้นก็สิ้นแล้ว ได้ส่งให้ราชทูตสำหรับประเทศอังกฤษแล้ว และจ้างคนนั้นก็ทำฉะเพาะตัวคนที่รับการโทรเลขนั้น

หนังสือสมเด็จกรมพระ เจ้าพนักงานหอรัษฎา ว่าด้วยความเห็นเจ้าพระยาสุรวงศ์ เรื่องจัดการภาษีอากร ข้อ ๑ ความเห็นเจ้าพระยาสุรวงศ์จะให้ยกภาษีผูกขาด ๗ อย่าง กรมพระกลาโหมมาอยู่หอรัษฎา แต่มีเจ้าพนักงานต่างหากนั้นเป็นการชอบ จะไดัรับเงินเดือนเก็บค่าธรรมเนียมเป็นหลวง ข้อ ๒ ว่าด้วยภาษีฝิ่นอากรสุราทำเป็นภาษีคอเวอนเมนต์ จะให้ได้เงินตามงวดนั้นยาก เพราะต้องชักทุนไว้ต่อสิ้นปีจึงจะรู้นั้น เห็นว่าเป็นธรรมดาแต่คงรู้ว่ามีกำไรเท่าไร ภาษีฝิ่นนั้นเงินไม่ต่ำหมื่นห้าพันชั่ง ถ้าจะให้ใครรับเดี๋ยวนี้ก็คงมี แต่เมืองเสตรตเสตลแมนเมืองเล็กยังเก็บได้ถึง ๔๒,๖๖๒ ชั่ง เมืองไซ่ง่อน ๓๔,๒๐๙ ชัง แต่เจ้าพนักงานภาษีฝิ่นเดือนละพันชั่งดังนี้เสมอ เงินก็จะพอใช้ แต่สุรานั้นตั้งแต่เป็นภาษีคอเวอนเมนต์ เงินตกต่ำกว่าสุรากรุงเก่า ถ้าจัดการสู้พวกจีนไม่ได้ ภายหน้าก็คงเสียอำนาจแผ่นดิน ทุกวันนี้อากรสุราที่ส่งไม่สูงกว่า ๑๔๔๐ ชั่ง แต่เห็นว่าคงได้อยู่ ๒๐๐๐-๓๐๐๐ ชั่ง ขอถวายเรื่องราวจีนยื่นขอทำอากรสุรา ๒ ฉะบับ จะส่งปีละ ๒๒๐๐-๒๗๐๐ ชั่งเป็นพะยาน ใช่ว่าจะสงสัยฉ้อบังนั้นไม่ใช่ ถ้าภาษีรายใดสู้พวกจีนไม่ได้แล้ว ก็ควรเป็นภาษีผูกขาด ข้อ ๓ ว่าด้วยภาษีร้อยชักสาม ควรจะรวมกับภาษีขาออกนั้นเป็นการดีแล้ว ถ้าท่านจัดได้ก็เป็นการควร ข้อ ๔ ท่านเจ้าพระยาสุรวงศ์เห็นว่าภาษีเมืองตะวันตก ควรจะมีข้าหลวงพนักงานหอรัษฎาออกไปรับเงินนั้น ไม่ควร เพราะเปลืองพระราชทรัพย์ การส่งเงินเข้าออกนั้นลำบากจริง แต่ควรจะจัดการกับแบงก์ที่เกาะหมากหรือสิงคโปร์ให้รับเงินภาษีเมืองตะวันตก สำหรับจ่ายราชการทูตหรืออะไร ในประเทศยุโรปจะเป็นประโยชน์มาก

เรื่องราวจีนโอจิว ขอทำอากรสุรากรุงเทพ ฯ ปีละ ๒๗๐๐ ชั่ง

เรื่องราวจีนนายห้าง ๙ คน ขอทำอากรสุรากรุงเทพ ฯ ปีละ ๒๗๐๐ ชั่ง

หนังสือสมเด็จกรมพระ กำหนดพระราชพิธีพรุณศาตร วัน ๕ ๑๒ ๙ ค่ำ

หนังสือเจ้าพระยามหินทร์ เรื่องจะเปลี่ยนธรรมเนียมสักเลข

หนังสือเจ้าพระชาสุรวงศ์ ว่าด้วยรับบอกพระยาพิไชยสงครามข้าหลวง พระยาสมบัติภิรมย์เมืองสงขลา ๒ ฉะบับ ฉะบับ ๑ ตอบท้องตราว่าด้วยพบมิสเตอร์บอซาโล มิสเตอร์บอซาโลว่าเซอร์ฮิวโลเรสิเดนกับราชาเมืองแปรัก ขอให้ข้าหลวงไปแปรัก พระยาพิไชยสงครามตอบว่า ติดการทำแผนที่ ฉะบับ ๑ ได้ถามพระยารามัญเรื่องเขตต์แดนเมืองตานีเมืองรามัญ และถามผู้เถ้าเมืองรามัญ ๒ คน ส่งถ้อยคำเข้ามา คำโต๊ะฮยีหมิน ว่าด้วยพงศาวดารเมืองตานีเมืองรามัญ และที่เขตต์เดนเมืองรามัญกับแประต่อกันที่เขาบุเกะหลักซา คำโต๊ะฮยีสะดำ ว่าด้วยพงศาวดารเมืองตานีเมืองรามัญและที่เขตต์แดนเมืองรามัญและแปรักต่อที่บุเกะหลักซา

พระราชหัตถ์ตอบเจ้าพระยาสุรวงศ์ให้มีหนังสือกำชับพระยาพิไชยสงคราม ๒ ข้อ ๆ หนึ่งชื่อตำบลบ้านให้จดทั้งชื่อเดิมที่เรียกกันมาแต่ก่อนกี่ชื่อ ๆ อีกข้อหนึ่งชื่อคนชื่อบ้านให้เขียนเป็นภาษามลายู

วัน ๓ ๑๐ ๙ ค่ำ ปีมะแม เบ็ญจศก จุลศักราช ๑๒๔๕

เวลาบ่าย ๒ โมงเศษเสด็จออกห้องซิตติงรูม พระองค์สวัสดิ์เฝ้า ทรงหนังสือราชการ แล้วหลวงวรนารถภักดีเฝ้าถวายบัญชีภาษีฝิ่นที่เจ้าภาษีผูกไปและเสียสินบนเจ้าพนักงาน อาลบาสเตอร์เฝ้าทูลด้วยเรื่องถนนและเรื่องสวนสราญรมย์และเรื่องอิฐ ทูลอย่างเช่นพระนายไวยทูลแล้ว ทูลเรื่องสุราด้วย สมเด็จกรมหลวงจักรพรรดิเข้าถวายกล้องไม่ซ่อมคัน ๑ แล้วพระยานรรัตน์เฝ้าถวายเพ็ชร์ซึ่งจะซื้อไว้ใช้ราชการคลังทอง รับสั่งว่าราคาแพงนัก เวลาบ่าย ๔ โมงเศษเสด็จขึ้น

เวลาทุ่มเศษเสด็จออกขุนนาง พระศรีเสนาอ่านบอกพระยาพิไชยสุนทรเมืองอุทัยธานี ๓ ฉะบับ ๆ ๑ บอกรายงานน้ำฝนว่าฝนแล้ง ได้ตั้งพิธีฝนและป่าวร้องให้อำเภอกำนันนิมนต์พระสงฆ์สวดขอฝนทุกวัด ฉะบับ ๑ ว่ามองโคพม่าซึ่งอาศัยอยู่หน้าด่านหนองหลวงส์มัครทำราชการกับพระพล ได้หมายตั้งมองโคเป็นขุนภาษาเขตต์สยาม ตำแหน่งเสมียนหน้าด่านหนองหลวง ฉะบับ ๑ ว่าพระพิทักษ์อุทัยเขตต์ พระพลและกรมการไปจัดการหน้าด่านกลับมาป่วยเป็นไข้ป่าทั้งนั้น พระพลและกรมการอื่น ๆ หายแล้ว แต่พระพิทักษ์นั้นไข้มากขึ้นถึงแก่กรรม

พระนรินทร์อ่านบอกเมืองราชบุรีว่า กรมการจับอ้ายจีนจังเจียงและเพื่อนสองคนได้ที่บ้านอ่างทองแขวงเมืองราชบุรี ได้คุมไว้แล้ว อ้ายจีนจังเจียงยิงนายจันชาวบ้านซึ่งคุมตาย แล้วหนีไปทั้งสามคน กรมการตามจับได้ แต่เพื่อนนั้นหนีสูญไปคนหนึ่ง และว่ากรมการได้หาหลงจู๊อ๋อยโรงหีบเขาหลาวมาให้ส่งจีนผู้ร้าย หลงจู๊อ๋อยว่าโรงหีบของหลวงภาษีวิเศษ ได้ขอหนังสือหลวงภาษีวิเศษไปให้ส่งผู้ร้าย หลงจู๊อ๋อยกลับพูดจาท้าทายขัดแข็งต่อกรมการ และไม่มารับหนังสือหลวงภาษีวิเศษด้วย บอกพระมหาสิงคิคุณเมืองกำเนิดนพคุณบอกส่งเงินปี้จีนปีมะเมียจัตวาศก ได้จีนคงเมือง ๔๘ /*จีนจร ๓๖ เก็บเงินได้ ๒ ชั่ง ๑๑ ตำลึง ๑๐ สลึง ส่งเงินเข้ามา เสด็จขึ้นประทับออฟฟิศ รับสั่งกับกรมหมื่นพิชิตปรีชากร กรมหมื่นเทววงศ์ เรื่องจัดการตัวเลขเมืองลาวฝ่ายตะวันออก แล้วเสด็จประทับห้องซิตติงรูมทรงหนังสือราชการ เวลา ๔ ทุ่มครึ่งเสด็จขึ้น วันนี้พระราชทานหีบศิลาหน้าเพลิงไปพระราชทานเพลิงศพพระยาไชยสุนทรเมืองกาฬสินธุ์

หนังสือพระไพรัชส่งหนังสือหลวงทวีปสยามกิจ และบัญชีซึ่งหลวงทวีปสยามกิจส่งมา

หนังสือหลวงทวีปสยามกิจถึงเจ้าพระยาภาณุวงศ์ เรื่องสินค้าที่ออกจากเมืองตะวันตกพระราชอาณาเขตต์สยาม ในปีคฤสตศักราช ๑๘๘๒ นั้น มากกว่าเมื่อปีคฤสตศักราช ๑๘๘๑ ถึง ๔๖ หมื่น ๘ ร้อย ๑๑ เหรียญ ส่งบัญชีมาด้วย รวมราคาสินค้าซึ่งบรรทุกจากเมืองตะวันตกพระราชอาณาเขตต์สยามถึง ๒,๙๗๑,๑๕๑ เหรียญ

ร่างหนังสือเจ้าพระยาภาณุวงศ์ตอบกงสุลเยอรมัน ที่ส่งฟ้องมิสเตอร์ราษตแมนต์กล่าวโทษกรมการเมืองดาก ในหนังสือนั้นใจความว่ากรมการไม่มีความผิด เพราะมิสเตอร์ราษตแมนต์ทำการวุ่นวายร้ายกาจเอง และส่งบอกผู้ว่าราชการเมืองและหนังสือเมืองเชียงใหม่ ซึ่งฟ้องลงมาว่ามิสเตอร์ราษตแมนต์คำการวุ่นวายร้ายกาจ ให้พิจารณา

ร่างหนังสือตอบนิวแมนผู้ว่าการแทนกงสุลอังกฤษ เรื่องกำปนีโทรเลขอังกฤษขอคอนเซสชั่นนั้นจะยอมไม่ได้ และว่าด้วยถามถึงฝรั่งเศสโปรเตสนั้นจะบอกไม่ได้ เพราะจะเสียผลประโยชน์ของไทยไป

พระราชหัตถ์ถึงพระไพรัชว่าหนังสือสองฉะบับนี้ ให้ตรวจดูที่เขามีมา ถ้ายังไม่ครบ ๑๕ วันแล้วให้รอไว้ ถ้าเจ้าพระยาภาณุวงศ์กลับ ถ้าเกินกำหนดแล้วให้รีบมีไปเสียลงชื่อพระไพรัชแอกติงอันเดอซิเกรตารี

พระราชหัตถ์ถึงกรมหมื่นพิชิตปรีชากร ส่งสำเนาพระราชหัตถ์ถึงพระยาราชสัมภารากร ที่จะให้กรมหมื่นพิชิตเป็นผู้ชี้แจงแนะนำ และเรื่องสลอบนุกับมองป๊อก ให้คิดร่างหนังสือถึงพระยาราชสัมภารากรเสีย

พระราชหัตถ์ถึงพระยาราชสัมภารากร ว่าด้วยมีหนังสือมาเรื่องสลอบนุกับมองป๋อกนั้น ได้ทรงสืบจากพระยาเทพประชุน เจ้าราชสัมพันธ์เมืองเชียงใหม่ ได้ความตลอดแล้ว สลอบนุที่จะสู้มองป๊อกได้ โปรดให้กรมหมึ่นพิชิตมีหนังสือชี้แจงขึ้นมาแล้ว

พระราชหัตถ์ถึงเจ้าพระยาสุรวงศ์ ส่งความเห็น ๔ ข้อที่ว่าจัดการภาษี อากรของสมเด็จกรมพระ และพระราชทานกระแสพระราชดำริ ข้อ ๑ ของสมเด็จนั้นดีแล้ว ข้อ ๓ เรื่องฝิ่นนั้นขอให้ได้เงินเสมอแต่สุรานั้นจัดการยังไม่ดี ข้อ ๓ นั้นดีแล้ว ข้อ ๔ ภาษีเมืองตะวันตกนั้นมาว่าที่กรุงเทพ ฯ ก็ไม่ลำบาก การส่งเงินนั้นจะคิดส่ง/*แบงก์เมืองสิงคโปร์ดีกว่า

หนังสือเจ้าพระยามหินทร์ ว่าสิบยกของเจ้านิล ๒ คนร้องเป็นไพร่หลวง เจ้านิลว่าเกี่ยวค้างเงินไม่ยอมตัดสินก็ไม่ฟัง และเรื่องพระองค์โตถวายนายพลอยเป็นไพร่หลวงลาดตระเวนนั้น นายพลอยได้สักเป็นไพร่หลวงส่วยสมุดแล้ว และนายนวลบิดานายพลอยก็ร้องสมัครเป็นไพร่หลวง และว่าในรัชกาลนี้ตัวก็ไม่ได้สัก

วัน ๔ ๑๑ ๙ ค่ำ ปีมะแม เบ็ญจศก จุลศักราช ๑๒๔๕

เวลากลางวันไม่ได้เสด็จออก เวลา ๒ ทุ่มเศษเสด็จออกขุนนาง พระศรีเสนาอ่านบอกหลวงวิเศษภักดี ยกกระบัตรเมืองพนมศก ผู้รักษาสายโทรเลข หลวงวิเศษมนตรี มหาดไทยเมืองศรีโสภณว่า จีนเถ้าแก่อันเชง เถ้าแก่สัง เถ้าแก๋เฮง ตั้งทำมาหากินอยู่บ้านจันหัน แขวงเมืองศรีโสภณ ตั้งเกลี้ยกล่อมจีนทำอั้งยี่ประมาณ ๑๐๐ เศษ รับสั่งให้ห้ามเสีย ด้วยเป็นหัวเมืองไกล

พระนรินทร์อ่านบอกเมืองประทุมธานีรายงานน้ำฝนต้นข้าว

พระไพรัชอ่านบอกพระสุริยภักดี ปลัดเมืองสมุทรปราการ พร้อมกับชำระความราษฎรฟ้องจีนอั้งยี่ ๓๐ เรื่อง

ขุนนครเขตต์เกษมศรี ถวายคำชันสูตรพลิกศพผู้หญิงคนหนึ่ง ว่าผีเข้าพ่อผัว ได้หาหมอมาดูว่าผีเข้าเอามีดหมอแทงศีร์ษะขาดใจตาย ทรงเซ็นกลับไป

หลวงวิเศษธานี ถวายคำชันสูตรอีกฉะบับ ๑

หลวงศริยามาตย ถวายริโปตความกรมมหาดไทยแล้ว เสด็จขึ้นประทับในออฟฟิศครู่หนึ่ง เสด็จไปประทับห้องซิตติงรูมทรงหนังสือราชการ เวลา ๔ ทุ่มเสด็จขึ้น

พระราชหัตถ์ถึงกรมขุนเจริญ พระราชทานพรและเงินในการทำบุญวันประสูติครบรอบ ๕๖

พระราชหัตถ์ถึงสมเด็จกรม (พระ) เรื่องมองยินตลกนั้นจะรีบฟ้องลงไป พะยานและโจทย์ก็ยังไม่มี ยังไม่รู้ว่านิวแมนจะถือหางกันอย่างไร ควรคะรอไว้กว่าเจ้าพรหมเทวาจะลงมาจะเป็นพะยานสำคัญ และให้รับสั่งให้หานิวแมนขึ้นมาปรึกษากันเสียจะดี จะได้ฟังคารมเขาก่อน

พระราชหัตถ์ถึงเจ้าพระยามหินทร์ส่งถ้อยคำเรื่องความหม่อมเจ้านิลกับเลข พระองค์โตกับเลขออกไปให้ทำความเข้ามา

หนังสือสมเด็จกรมหลวงภาณุพันธุวงศ์ว่า กงสุลฝรั่งเศสมาเฝ้าปรึกษาเรื่องโทรเลข ตกลงข้อ ๑ ว่าถ้าบอกไปแต่กรุงสยามจะเรียกราคา ๑๒ เซนต์ ถ้าบอกมาแต่ไซ่ง่อนจะเรียก ๘ เซนต์ กงสุลขอให้เรียกแต่ ๑๐ เซนต์ ๒ ถามว่ากอมปนีขอทำสายน้ำนั้น คอเวอนเมนต์สยามยอมหรือไม่ ท่านได้เล่าเรื่องให้ฟัง ๓ กงสุลว่าคนที่เป็นไลน์แมนนั้นเกือบมาถึงแล้ว ท่านได้ตอบว่าเจ้าเมืองกรมการก็จัดการแข็งแรง กงสุลตอบว่าคนที่เรียกนั้นได้มาแล้ว เพราะถือคำสั่งของท่าน ท่านเห็นว่าจะเป็นปากเสียงไปจึงรับว่าจะจ้างไว้ ๔ กงสุลเตือนตราที่จะพระราชทานมองซิเออปาวี ๕ ขอให้ส่งสัญญาจ้างคนฝรั่งเศสไปให้ปฤษฎางค์ ท่านว่าส่งแล้ว ๖ กงสุลถามถึงเงินเหรียญที่ใช้แลกเงินบาทนั้นอย่างไร ท่านว่าใช้ ๓ เฟื้องเป็นแฟรงค์ ๗ กงสุลว่าใดเรกเตอเยเนอราลเตเลคราฟนั้น เข้าใจว่าเป็นไทยไม่ใช่คนชาติอื่น ๘ อยากจะให้จ้างคนทุก ๆ ชาติ ได้ตอบว่าอยากใช้แต่ไทย

ความเห็นสมเด็จกรมหลวงภาณุพันธุวงศ์ ว่าด้วยพระราชบัญญัติโคกระบือนั้นถูกต้องดีแล้ว

หนังสือสมเด็จกรมหลวงถึงพระองค์สวัสดิ์ ว่าเดิมคิดไว้ว่าจะออกประกาศตามที่ห้ามมิให้กรมเมืองจับกุมไปรษณีย์บุรษ บัดนี้คิดว่าจะมีหนังสือถึงกรมหมื่นภูธเรศร เป็นข้อบังคับยกการที่จะประกาศเสีย และจะได้เป็นการมิให้ไปรษณีย์บุรุษมีความกำเริบด้วย ความเห็นพระนายไวยพระนายศรี ว่าด้วยโรงทหารใหม่นั้นจะใช้ไฟฟ้าจะถูกลงมากกว่าน้ำมันปิโตรเลียมหลายเท่า

พระองค์เจ้ากิติยากรวรลักษณ์ขอตั๋วสิบยกให้มหาดเล็กของท่าน ทรงเซ็นให้พระราชทาน

วัน ๕ ๑๒ ๙ ค่ำ ปีมะแม เบ็ญจศก จุลศักราช ๑๒๔๕

เวลาบ่าย ๓ โมงเศษเสด็จออกห้องซิตติงรูม พระนายไวยเฝ้าถวายหนังสือ ว่าด้วยจะเบิกเครื่องมือและวิธีสอนให้ทหารดูที่วังสราญรมย์ และนำหลวงบริคุตเฝ้าทูลถวายวัดกันมาตุยารามเป็นพระอารามหลวง ไม่โปรด รับสั่งว่า วัดหลวงมีมากแล้ว ทูลว่ามีความประสงค์จะให้สมภารมียศเป็นพระครูเท่านั้น ทรงพระกรุณาโปรดว่าควรจะตั้งให้เป็นพระครูแต่มิใช่จัดหลวง แล้วทรงสับนาคเพลิงพระราชทานเพลิงศพหม่อมเจ้ากล้วยไม้ ๑ ศพขุนอักษรสมบัติเสมียนตรา ๑ แล้วพระองค์สวัสดิเฝ้า ทรงหนังสือราชการต่าง ๆ แล้วกรมหมื่นศิริธัชเฝ้าถวายฎีกาของราษฎร ทรงเซ็น ๓ ฉะบับ และพระยามนตรีเฝ้า เวลาบ่าย ๔ โมงเสด็จขึ้น

วันนี้เลี้ยงพระเช้าที่หอพระสุรัสวดี แล้วพระยานรรัตน์เชิญพระราชลัญจกรไปประดับหนังสือพิมพ์คุ้มสัก วันนี้เป็นครั้งแรกที่ได้ประทับพระราชลัญจกร เดิมหนังสือพิมพ์คุ้มสักนัน ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ประทับตราสุริยมณฑลของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ พระราชลัญจกรที่ประทับคราวนี้ เป็นรูปอาร์มแผ่นดินมีหนังสือล้อมรอบนอกว่า พระราชลัญจกรสำหรับหนังสือพิมพ์คุ้มสัก ดังนี้

เวลาบ่ายเจ้าพนักงานเชิญพระคันธารราษฎร์แห่ออกไปท้องสนามหลวง ตั้งพระราชพิธีพรุณสาตรในเวลาค่ำวันนี้ และแห่เทวรูปจากเทวสถานออกไปตั้งพิธีพราหมณ์ที่ทุ่งส้มป่อยด้วยทำพิธีแต่ค่ำวันนี้ไป เวลา ๒ ทุ่มเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกท้องสนามหลวง ประทับบนพลับพลาทรงประเคนผ้ากราบพระจีวรสบงย่ามสีน้ำเงินแก่กรมพระปวเรศรวริยาลงกรณ์ พระราชาคณะ พระพิธีธรรม ๒๕ รูป พระสงฆ์ครองผ้าแล้วทรงศีล หลวงญาณภิรมย์อ่านประกาศ แล้วทรงถวายเทียนชนวน กรมพระปวเรศรทรงจุดเทียนไชยสำหรับพิธีพรุณสาตร เจ้าพนักงานประโคมแตรสังข์พิณพาทย์ พระสวดสัตตปริตต์และคาถาพิธีพรุณสาตรตามกำลังกัน เสด็จขึ้นไปบูชาพระคันธารราษฎร์ที่ตั้งบนเกยหน้าหอพระออกมา เสด็จกลับมาประทับพลับพลา สมเด็จกรมพระเฝ้าทูลเรื่องพระยาราชเสนาปล่อยพม่าสัปเยกต์ฆ่าคนตายไปเมืองนครลำปาง พระองค์สวัสดิเฝ้าทรงพระราชหัตถ์ เวลา ๔ ทุ่มเศษเสด็จกลับพระบรมมหาราชวัง ประทับตรัสกับกรมหมื่นเทววงศ์ที่หน้าพระทวารท้องพระโรงกลาง กรมหมื่นเทววงศ์ถวายเตเลคราฟข่าวแผ่นดินไหวที่เกาะสุมาตรา แล้วทรงเล่าเรื่องพระยาราชเสนาปล่อยพม่า ทรงพระพิโรธมากแล้วเสด็จขึ้น เมื่อสวดมนต์จบแล้วพระสงฆ์พิธีธรรมผลัดเปลี่ยนกันสวดท้องภาณไปกว่าจะสิ้นพระราชพิธี

อนึ่ง ที่หน้าพลับพลาท้องสนามนั้นขุดสระกว้าง ๔ ศอก ในสระนั้นวางพระสุภูต จตุโลกยบาล พระยานาค พระยาปลาช่อน รูปเหล่านี้ปั้นด้วยดินทั้งนั้น ปากสระนั้นมีราชวัฏฉัตรกระดาษล้อม ราชบัณฑิตยนั่งชักประคำปากสระ มีศาลเพียงตาบายศรีศีร์ษะสุกร โหรบูชา พระอินทร์ ๑ ศาล จตุโลกยบาล ๔ ศาล ตามอย่างเช่นทำพระราชพิธีพรุณสาตรแต่โบราณจารีตสืบมา

หนังสือสมเด็จกรมพระ ว่าด้วยหม่อมเจ้าถึกถวายเรื่องราวขอลูกเป็นปลัดยกกระบัตรนั้น ท่านเห็นว่าหม่อมราชวงศ์ลูกเจ้าถึกนั้นเป็นนักเลงเกะกะอยู่ เกรงว่าจะเสียราชการ

พระราชหัตถ์ตอบให้ยกเรื่องราวที่ขอนั้นเสีย

หนังสือพระนายไวย ว่าด้วยจัดการเรียบเรียงเครื่องอาวุธและเครื่องแผนที่เป็นวิชาของทหารที่วังสราญรมย์เรียบร้อยแล้ว อยากจะถวายตัวและเชิญข้าราชการไปดูไปชม

หนังสือพระนายไวย นำบัญชีคน ๑๗ คน ซึ่งพระยารัตนโกษายื่นขอช่วยเป็นทาสรักษาสวนริมคลองหัวลำโพง ด้วยทาส ๑๗ คนนี้สมัครมาหาเงิน

หนังสือหลวงบริคุตถวายวัดกันมาตุยารามเป็นวัดหลวง ได้รับสั่งว่าวัดหลวงมีมากแล้ว เขาทูลว่าอยากจะให้สมภารเป็นพระครูเท่านั้น จึงทรงเห็นควรว่าจะมีวัดหลวงอีกอย่างหนึ่ง คือมีสมภารเป็นพระครู แต่ไม่มีกฐินหลวง ไม่มีนิจภัตร รายนี้ให้ไล่เลียงสมภารดูควรจะเป็นพระครูก็ให้คิดชื่อเสีย

พระราชหัตถ์ถึงเจ้าพนักงานพระคลังมหาสมบัติ ให้จ่ายเงินเดือนต่างกรมใหม่ ๓ กรม เป็นเดือนละ ๕ ตำลึง แต่เดือนที่ตั้งกรมไป และหม่อมเจ้าปฤษฎางค์ได้โปรดให้เป็นพระองค์เจ้า พระราชทานเงินเดือน ๆ ละ ๘ บาทตามธรรมเนียม

หนังสือพระองค์สวัสดิ์ถึงนายไวยตอบที่ถวายหนังสือ จะขอใช้ไฟฟ้าที่โรงทหารนั้น หลวงปฏิบัติได้ขอทำในที่ต่าง ๆ แล้ว ได้โปรดให้กรมหมื่นประจักษ์คิดกะกับเขาแล้ว จะใช้รวมกับรายนี้ได้เป็นการดี ให้ว่ากรมหมื่นประจักษ์ดู เรื่องที่ส่งรูปประตูสะกัดถนนสนามไชยที่จะเป็นมอนิเมนการทำบุญสมโภชศิริราชสมบัติเท่ารัชกาลที่ ๒ นั้น ตัวอย่างยังไม่งามไม่โปรด

หนังสือพระองค์สวัสดิ์ตอบสมเด็จกรมหลวง เรื่องที่จะมีข้อบังคับถึงกรมหมื่นภู ที่กรมเมืองจะประพฤติต่อไปรษณีย์บุรษนั้น ให้จดข้อบังคับเข้ามาจะมีพระราชหัตถ์สั่งกรมหมื่นภูธเรศร หนังสือพระองค์สวัสดิ์ถึงพระนายไวย เรื่องที่ประชุมดูเครื่องอาวุธนั้น ให้เชิญพระบรมวงศานุวงศ์ และเสนาบดีข้าราชการเป็นการไปรเวตก่อนในวัน ๑ ๑๐ ค่ำ เรื่องจะช่วยทาสทำสวนนั้นให้ตรวจดูให้พอแก่การ อย่าให้เหลือเกิน

วัน ๖ ๑๓ ๙ ค่ำ ปีมะแม เบ็ญจศก จุลศักราช ๑๒๔๕

เวลาเช้าวันนี้ พระสงฆ์วัดพระเชตุพน ๑๐ วัดรัชฎาธิฐาน วัดกาญจนสิงหาศน์ ๕ รับพระราชทานฉันที่พระพุทธนิเวศในการบำเพ็ญพระราชกุศล ในวันซึ่งนับว่าเป็นวันเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก และที่ท้องสนามก็เลี้ยงพระซึ่งสวดมนต์เมื่อเวลาวานด้วย

เวลาบ่าย ๒ โมงเศษเสด็จออกห้องออกขุนนาง ประทับพระแท่น ด้วยวันนี้เป็นวันประชุม ผู้ที่มาประชุมวันนี้ คือ สมเด็จกรมฟลวงภาณุพันธุวงศ์วรเดช กรมหมื่นพิชิต กรมหมื่นภูธเรศร กรมหมื่นประจักษ์ กรมหมื่นราชศักดิ์ กรมหมื่นศิริธัช กรมหมื่นเทววงศ์ เจ้าพระยาภาณุวงศ์ เจ้าพระยาพลเทพ เจ้าพระยามหินทร์ เจ้าพระยาศรีพิพัฒน์ รับสั่งกับเจ้าพระยาภาณุวงศ์ ฯ ทูลเรื่องบ้านพระอาลีเกี่ยวข้องกับเจ้าพระยาศรีพิพัฒน์ และทูลเรื่องลงชื่อสัญญาเชียงใหม่ รับสั่งเรื่องความมิสเตอร์ราษตแมน แล้วทรงเล่าเรื่องพระยาราชเสนา ว่ากงสุลอังกฤษมีหนังสือถามมาว่าเจ้านครลำปางได้บอกหรือเปล่า ด้วยเรื่องมองพงยิงมองบันดอสัปเยกต์อังกฤษด้วยกันตาย ความเรื่องนี้พระยาราชเสนารู้แล้ว จึงโปรดให้ถามพระยาราชเสนารับสารภาพว่าเจ้านครลำปางได้มีหนังสือชี้แจงและส่งตัวมา พระยาราชเสนาถามมองเปโดผู้จ้าง มองพงผู้ยิงไม่รับเห็นไม่มีโจทย์ และเป็นสัปเยกต์ด้วยกันจึงคืนกลับไป และรับสั่งจะจัดการเมืองลาวตะวันออกในแล้งนี้ โปรดให้อ่านความเห็นเจ้าพระยามหินทร์ เรื่องเลขและเรื่องตั้งข้าหลวงเมืองลาวตะวันออกรับสั่งถามเจ้าพระยาพลเทพ เรื่องน้ำฝนกรุงเก่า บ่าย ๔ โมงเศษเสด็จขึ้น

เวลาค่ำทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชเทวีและสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เสด็จไปทรงปสับพระสงฆ์ที่รับพระราชทานฉัน เมื่อเวลาเช้าสวดมนต์ และทรงสดับพระธรรมเทศนากัณฑ์ ๑ ตามเช่นเคยทุกปีมา

เวลา ๒ ทุ่มเศษเสด็จออกท้องสนามหลวง ทรงนมัสการทรงศีล หลวงญาณภิรมย์อ่านประกาศ แล้วพระสงฆ์สวดพุทธมนต์และคาถาพิธีพรุณสาตรตามกำลังวัน พระนรินทร์อ่านบอกเมืองตรังกานู แล้วรับสั่งให้หาสมเด็จกรมพระเข้าไป รับสั่งให้ลงพระราชอาญาจำพระยาราชเสนา แล้วรับสั่งให้พระศรีเสนากับพระยามหามนตรีไปถามพระยาราชเสนาด้วยเรื่องหนังสือเจ้านครลำปางส่งมองเปโตมองพงนั้น มีความอย่างไร เสด็จกลับเสียแต่ยังสวดมนต์ไม่จบ เสด็จประทับห้องซิตติงรูม กรมหมื่นเทววงศ์เฝ้า รับสั่งเรื่องพระยาราชเสนาเป็นต้น พระองค์สวัสดิ์เฝ้า ทรงพระราชหัตถ์และอื่น ๆ เวลา ๔ ทุ่มเศษเสด็จขึ้น

หนังสือเจ้าพระยาภาณุวงศ์ถึงพระองค์เจ้าสวัสดิ ส่งหนังสือนิวแมนต์ มีตอบหนังสือที่ไปว่าจะยอมคอนเซสชั่นที่กำปนีเตลิคราฟอังกฤษขอไม่ได้นั้น เขาไม่มีอำนาจที่จะขออย่างใดอีก แต่จะกล่าวเตือนว่าควรคอเวอนเมนต์สยามจะแสดงความยินดีที่จะทำตาม ซึ่งคอเวอนเมนต์อังกฤษขอตามกำลัง และชี้แจงว่าจะเห็นควรเพียงไร

หนังสือสมเด็จกรมพระว่า นิวแมนต์มีหนังสือมาว่ามองซวยอัดบอกว่ามีผู้ร้ายฆ่ามองบันดอตายที่เมืองนครลำปาง เจ้านครบอกลงมาหรือไม่ ได้ตอบไปว่าไม่มี นิวแมนต์ตอบมาว่าพระยาราชเสนาได้ทราบแล้ว ได้รับสั่งถามพระยาราชเสนา ๆ ยื่นคำสารภาพว่าเมื่อเดือน ๓ ปีมะเมียจัตวาศก เจ้านครมีหนังสือให้พระยาวงวานพระยาจันต์คุมตัวมองพงมองเปโตมาส่ง ว่าเดิมช้างของมองบันดอแทงช้างของมองเปโตตาย เจ้านครลำปางให้มองบันดอใช้เงินให้มองเปโต ๘๐๐ รูเปีย มองเปโตว่าราคา ๑๒๐๐ รูเปีย มองบันดอไม่ยอม มองเปโตโกรธจึงจ้างมองพงยิงมองบันดอตาย พระยาราชเสนาถามมองพงมองเปโตไม่รับ เรียกเอาตัวโจทย์และหนังสือฟ้องไม่ได้ จึงส่งตัวกลับไปเมืองลำปางและได้มีหนังสือไปด้วย

คำให้การที่พระยามหามนตรี พระศรีเสนา ถามพระยาราชเสนา คล้ายกับคำสารภาพยื่นสมเด็จกรมพระ

พระราชหัตถ์ตอบสมเด็จกรมพระ ขอติโทษก่อน ๑ มิสเตอร์กูล์ได้มีหนังสือถามเสมียนตราแต่วัน ๓ ๑๑ ๔ ค่ำ ปีมะเมีย จัตวาศก ท่านทรงทราบแล้วก็ไม่มีศุภอักษรถามขึ้นไป คนนิวแมนต์มีมาถามอีก ๒ นั้นนิวแมนต์ถามมาแต่วัน ๕ ๑๔ ๘ ค่ำ ปีมะแม เบญจศก ได้ต่อวัน ๕ ๑๒ ๙ ค่ำ ก็ช้านัก ๓ นิวแมนต์มีหนังสือมาในวัน ๗ ๙ ค่ำ มาทูลต่อวัน ๕ ๑๒ ๙ ค่ำ ก็ช้านัก ที่จะจัดข้าหลวงไปนครลำปางนั้น ให้รีบร่างสุภอักษรและท้องตรา

หนังสือ สมเด็จกรมหลวง เรียบเรียงความที่ข้อบังคับที่จะให้กรมเมืองโปลิสประพฤติต่อไปรษณีย์บุรุษ ๑ ถ้าไปรษณีย์บุรุษทำการผิดเล็กน้อย อย่าให้จับเมื่อเวลาทำการ ให้มาแจ้งความต่อไปรษณีย์ก่อน หรือเดินกำกับไปกว่าจะทำการเสร็จ เจ้าพนักงานจึงจะส่งคนผิดให้ ถ้าเป็นความมหันตโทษจับได้ ๒ ร้านไปรษณีย์แห่งใดมีเหตุเกี่ยวข้องจะต้องจับริบบ้านเรือน จะเข้าไปในร้านอย่าให้จับต้องหีบไปรษณีย์ ๑ ถ้าจะถูกต้องไปรษณีย์บุรุษแล้วอย่าให้จับกะเป๋าหนังสือ ๔ ให้สืบคนที่จะทำตั๋วตราไปรษณีย์ปลอมเหมือนคนทำเงินแดง ถ้าจับได้ให้กราบทูลให้ทรงหราบ

หนังสือเจ้าพระยามหินทร์ ว่าด้วยพระเจ้าลูกเธอยังไม่มีอัตรา พระราชทานตั๋วสิบยก

หนังสือเจ้าพระยามหินทร์ ว่าด้วยความเจ้านิลที่คัดถวายนั้น เพราะตุลาการตัดสิน โจทย์จำเลยไม่ยอม เจ้านิลขอให้คัดความถวายจึงไม่ได้ทำความเห็น เรื่องพระองค์โตนั้น นายพลอยซึ่งพระองค์โตถวายเป็นเลขทหารกองตระเวนนั้นได้สักเป็นไพร่หลวงอารักษ์เสียแล้ว ชำระไม่ได้ขัดข้องอยู่

วัน ๗ ๑๔ ๙ ค่ำ ปีมะแม เบ็ญจศก จุลศักราช ๑๒๔๕

วันนี้ไม่มีราชการอะไร ไม่ใคร่ทรงสบาย ไม่ได้เสด็จออก เวลาค่ำ โปรดให้พระองค์สวัสดิเข้าไปเขียนหนังสือราชการข้างใน โปรดให้สมเด็จกรมพระทรงอธิษฐานในพิธิพรุณสาตร และให้พระสงฆ์สวดมนต์เสียด้วย ฝนตกไม่เสด็จพระราชดำเนิน

หนังสือสมเด็จกรมพระ รับผิดในการที่ทอดทิ้งประมาทต่อการรายความพระยาราชเสนาปล่อยมองพงมองเปโต ผู้ยิงมองบันดอตาย

หนังสือเจ้าพระยาภาณุวงศ์ถึงพระองค์สวัสดิ์ ว่าด้วยพระยาสมุทรทำริโปตมายื่นเรื่องความแขกสิเนน ท่านได้ให้พระยาสมุทรไปขอโทษกงสุลวิลันดาและทำขวัญแขกสิเนนตามควร ส่งริโปตพระยาสมุทรเรื่องแขกสิเนนฉะบับ ๑ กับบอกพระยาสมุทรกล่าวโทษพระสุริยภักดีว่าปล่อยผู้ร้ายพวกอั้งยี่ และด่าว่าหยาบช้าต่อกรมการฉะบับ ๑

หนังสือเจ้าพระยาภาณุวงศ์ถึงพระองค์สวัสดิ์ ว่าด้วยนัดกงสุลอังกฤษลงชื่อสัญญาเชียงใหม่ พระยาเทพผู้ได้มีชื่อในสัญญา บวชยังไม่สึก และว่านิวแมนต์พาคอลอแนนต์คัลลีฟ ซึ่งมาแต่กัลกะตามาหาว่าจะขอเข้ามาเฝ้า

หนังสือพระองค์เจ้าสวัสดิ์ตอบเรื่องลงชื่อสัญญาเชียงใหม่นั้น ให้ไปเอาตราพระยาเทพประทับแทน เรื่องคอลอแนนต์คัลลีฟจะเฝ้านั้น ให้มาวัน ๒ ๑๐ ค่ำ เวลาบ่าย ๔ โมง

หนังสือหลวงปฏิบัติถวาย ว่าด้วยการทำการไฟฟ้า และถวายเอศติเมตด้วย

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ