ประวัติ

หม่อมใหญ่ เทวกุล ณอยุธยา เป็นธิดาที่ ๒ ของเจ้าพระยาศิริรัตนมนตรี หงส์ สุจริตกุล และคุณหญิงตาด ธิดาพระยาราชสงคราม (ทองอิน) สกุลธรรมสโรช เกิดที่บ้านเชิงสะพานถ่าน ข้างวัดสุทัศน์เทพวราราม ในพระนคร ณวัน ๗ ๒ ค่ำ ปีมะเมีย ตรงกับวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๐๑.

สมเด็จพระปิยมาวดี ขอหม่อมใหญ่ เทวกุล ต่อเจ้าพระยาศิริรัตนมนตรี เจ้าพระยาศิริรัตนมนตรีก็ยกถวายมาเป็นหม่อมสมเด็จกรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ ฯ เมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๑๙ ครั้งยังเป็นพระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าเทวัญอุไทยวงศ์ ณแพหน้าโรงเงียนราชินีสุนันทาลัย ซึ่งแต่ก่อนเป็นวังกรมหมื่นภูวดีราชหฤทัย ครั้นสมเด็จกรมพระยาเทวะวงศ์ ฯ ย้ายไปประทับที่วังเชิงสะพานถ่าน เมื่อ พ.ศ. ๒๔๒๓ ก็ตามเสด็จไปด้วย.

เมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๖ หญิงผู้ดีไทยขอตั้งสภาอุณาโลมแดง ก็ได้เป็นกรรมการิณีสภากาชาดสยาม ซึ่งขณะนั้นเรียกกันว่าสภาอุณาโลมแดง ได้ออกทุนทรัพย์ทั้งในส่วนเข้าร่วมงานกันในหมู่สตรี ทั้งในส่วนจัดการตั้งโรงงานทำยาแผนโบราณไว้สำหรับรักษาโรคต่าง ๆ เป็นการใหญ่ และได้มีหน้าที่ไปเยี่ยมเยียนทหารผู้บาดเจ็บและป่วยในครั้งนั้น ให้ได้รับการรักษาพยาบาลโดยเรียบร้อย.

เมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๐ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จกลับจากประพาสยุโรปครั้งแรก ได้เป็นหัวหน้าฝ่ายสัตรีบรรดาศักดิ์ผู้หนึ่งจัดการรับเสด็จ มีการเล่นละครรำ และแต่งแฟนซีในบริเวณท้องสนามหลวง.

เมื่อหน้าน้ำ พ.ศ. ๒๔๔๘ ได้จัดการรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะเสด็จประพาสผ่านนาคลองรังสิต จังหวัดธัญญะบุรี กับพระมเหษี และพระราชบริพาร ประทับเสวยพระกระยาหารกลางวันที่นาคลองรังสิต ซอยที่ ๙ ที่เรือนพักของหม่อมใหญ่ และพระราชทานเสมาเงินมีพระบรมรูปแก่เด็ก ๆ ลูกชาวนาในตำบลนั้น มีพระราชดำรัสชมเชยไข่เค็มของหม่อมใหญ่ว่าเป็นที่ ๑ ในประเทศสยาม.

เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๑ ได้ตามเสด็จสมเด็จกรมพระยาเทวะวงศ์ ฯ มาอยู่ที่วังเทวะเวสม์ ตำบลบางขุนพรหม มีการทำบุญขึ้นวังและฉลองพระชัณษา ๖๐ ทัศในคราวเดียวกัน และหม่อมใหญ่ผู้มีกำเนิดวันเดือนปีเดียวกันกับพระองค์ท่าน ก็ได้โดยเสด็จในการทำบุญด้วย ครั้งนั้นลูกหญิง ๆ ได้ช่วยกันปักพัด ๑๒๒ พัด และเลี้ยงพระใต้ซุ้มต้นไม้ ๒ ข้าง ๑๒๒ รูป พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชทานน้ำพระมหาสังข์ เสวยพระกระยาหารค่ำ และประทับทอดพระเนตรละครหลวง เล่นเรื่องท้าวแสนปม จนเที่ยงคืนจึงเสด็จกลับ ในงานนี้ได้เข้าเงินให้แก่สภากาชาด ๔,๕๐๐ บาท เท่ากันกับสมเด็จกรมพระยาเทวะวงศ์ ฯ และรับเข็มสมาชิกกิตติมศักดิ์.

เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๗ จำเดิมแต่สมเด็จกรมพระยาเทวะวงศ์ ฯ สิ้นพระชนม์แล้ว หม่อมใหญ่มิค่อยจะได้อยู่ที่วังเทวะเวสม์นัก ถ้าไม่เที่ยวไปตามหัวเมืองก็พักอยู่ที่วัดราชาธิวาส ครั้นแล้วก็ไปจับจองที่ดินไว้ที่ตำบลนาทุ่ง ติดต่อกันกับวัดเขาสามแก้ว จังหวัดชุมพร ทั้งซื้อด้วยรวมเป็นเนื้อที่ราว ๓,๐๐๐ ไร่ ปลูกผลไม้ต่าง ๆ มะพร้าวและยาง ระหว่างยางได้ปลูกมันสัมปะหลัง ซึ่งต่อมาได้ซื้อเครื่องจักรที่เขาใช้แล้วที่สิงคโปร์มาซ่อมแซมเป็นเครื่องบดมัน ทำแป้งและสาคูขาย แล้วก็อยู่ที่ชุมพรเรื่อยไป นอกจากปลายปี หรือขึ้นปีใหม่จึงเข้ามากรุงเทพ ฯ ครั้งหนึ่ง เพื่อรับน้ำสงกรานต์ และทำบุญที่วัดราชาธิวาส พอเสร็จแล้วก็กลับออกไปอีก.

เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๘ ได้ป่วยเป็นโรคไต กลับเข้ามารักษาตัวอยู่ที่วังในกรมพระจันทรบุรี ปากคลองผดุงกรุงเกษม พอหายแล้วก็กลับออกไปอยู่ชุมพรอีก ครั้ง พ.ศ. ๒๔๗๙ เดือนกรกฎาคม ป่วยอีก มีธาตุพิการและอ่อนกำลัง คราวนี้ หม่อมเจ้าหญิงอับษรสมาน ธิดาองค์ใหญ่ ทรงเห็นว่าท่านชรามากแล้ว ไม่ควรจะออกไปอยู่กรากกรำลำบากที่ชุมพร จึงห้ามเสียมิให้ออกไป เมื่อปลายศก ๒๔๗๙ ก็พาออกไปตากอากาศที่หัวหินด้วย กลับจากหัวหิน ท่านก็อยู่ที่วังเทวะเวสม์เรื่อยมา จนกระทั่งเป็นโรคแน่นเสียด เมื่อวันเสาร์ที่ ๒๖ มิถุนายน เลยไปอยู่รักษาตัวที่วังกรมพระจันทรบุรี ในตอนบ่ายวันนั้น ได้ตามพระยาวิบูลย์อายุรเวชมารักษา กับนางพยาบาลมาคอยปรนนิบัติ มีอาการโรคหัวใจอ่อนเข้ามาแซก และแพทย์ก็ได้แก้ตกไปแล้ว ครั้นรุ่งขึ้นโรคหัวใจกลับกำเริบหนักขึ้นอีก พอเวลาย่ำค่ำเศษ ก็หมดลมไปด้วยความสงบ คำณวนธายุได้ ๗๘ ปี ๗ เดือน กับ ๑๒ ชั่วโมง.

ได้ตั้งศพไว้ในห้องท้องพระโรงชั้น ๒ วังเทวะเวสม์ ได้รับพระราชทานโกศ ๘ เหลี่ยมมีฐาน ๒ ชั้น ฉัตร ๖ คันเป็นเกียรติยศ และสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ได้ทรงพระมหากรุณาเสด็จพระราชทานน้ำอาบศพ กับประทับเป็นประธานในงาน ๗ วัน ๕๐ วันและ ๑๐๐ วัน พระบาทสมเด็จพระปกเกล้า ฯ กับสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีก็ได้ทรงพระมหากรุณาทำบุญพระราชทาน. เมียวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ศกนี้ ลูกได้ทำบุญหน้าศพและเชิญพระอัฏฐิสมเด็จกรมพระยาเทวะวงศ์ ฯ มาตั้งทำด้วย ได้นิมนต์พระราชาคณะ ๑๐ รูปมาเจริญพระพุทธมนต์ และฉันเข้าในวันรุ่งขึ้น กับสมเด็จพระวชิรญาณวงศ์มาเทศน์.

หม่อมใหญ่ได้รับพระราชทานตราจุลจอมเกล้าชั้นทุติยะวิเศษ, เข็มพระชนมายุสมมงคลทอง, รัตนาภรณ์ รัชชกาลที่ ๕ ชั้น ๓, รัชชกาลที่ ๖ ชั้น ๒, รัชชกาลที่ ๗ ชั้น ๓, เข็มราม ร. ๖ มีพระมหามงกุฎประดับเพ็ชร์ในงานแซยิด ๖๑, กล่องและกระโถนเงินลงยาตราจุลจอมเกล้า, กับกล่องมีพระปรมาภิธัยจุฬาลงกรณ์ เนื่องจากได้ถวายนมสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก กรมขุนเพ็ชรบูรณอินทราชัย เมื่อแรกประสูติ ตรัสชมเชยว่านมดี ทำให้พระโอรสมีพระมังสังมาก.

เมื่อทำบุญอายุ ๖๑ แล้ว ได้รับพระราชทานน้ำสงกรานต์ นับแต่รัชชกาลที่ ๖ มาทุก ๆ รัชชกาล กับเงินปีละ ๓๐๐ บาท ทั้งเบี้ยหวัดก็ได้รับพระราชทานมาแต่รัชชกาลที่ ๕ จนตลอดชีวิต

มีโอรสธิดา ๑๑ องค์ดังต่อไปนี้ :--

๑. หม่อมเจ้าหญิงอับษรสมาน พระชายากรมพระจันทรบุรีนฤนาถ.

๒. หม่อมเจ้าหญิงบรรณสารสนิท เทวกุล.

๓. หม่อมเจ้าหญิงพิจิตรจิราภา เทวกุล.

๔. หม่อมเจ้าชายสุธาสิโนทัย เทวกุล.

๕. หม่อมเจ้าหญิงจันทรนิภา เทวกุล.

๖. หม่อมเจ้าชายพงศ์ทินเทพ เทวกุล.

๗. หม่อมเจ้าหญิงทิพย์รัตน์ประภา เทวกุล.

๘. หม่อมเจ้าชายวงศ์นิรชร เทวกุล.

๙. หม่อมเจ้าหญิงดาราจรัสศรี เทวกุล.

๑๐. หม่อมเจ้าชายไตรทิพเทพสุต เทวกุล.

๑๑. หม่อมเจ้าชายอนันตนรชัย เทวกุล.

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ