ปฐมรัชช

ฉะบัง

๑๖ ดำเนิรโดยนัยดำนาน ราชปวัตติการณ์
บรมกระษัตริย์ทรงศรี  
๏ มไหศูริยศักดิจักรี ปฐมวงศ์องค์วี
รขัตติยรัชย์เรืองนาม  
๏ ครองรัตนโกสินทรสยาม กรุงสงบสบงาม
ด้วยราชอำนาจนำเถลิง  
๏ พระองค์ทรงเดชดำเกิง ก่นภัยเพียงเพลิง
ผลาญลวกพลวกลามปรามศูนย์  
๏ มีอัตถประวัตน์เป็นมูล มานณตระกูล
สูงศักดิ์พิสัยไพศาลย์  
๏ สืบยั้งตั้งมั่นมานาน นิวาสนฐาน
ที่เหนือป้อมเพ็ชร์พระบุรี  
๏ ในกรุงเทพทวาราวดี อยุธยาศรี
พิสุทธสมภพสบสรรพ์  
๏ เดือนสี่ปีมะโรงแรมวัน ห้าค่ำสำคัญ
คือพุธพุทธศาสน์พรรษา  
๏ สองพันสามร้อยเศษตรา เจ็ดสิบเก้าครา
คราวรัชชสมัยในกาล  
๏ กรุงศรีอยุธยานราบาล บรมโกศขนาน
พระนามกรพรไข  
๏ ปฐมวงศ์ทรงพระเจริญวัย ถวายตัวต่อไท
เป็นมหาดเล็กราชโอรส  
๏ เจ้าฟ้าอุทุมพรเพ็ญยศ กรมขุนปรากฏ
คือพรพินิตเนื่องถึง  
๏ ยี่สิบเอ็ดอายุคะนึง ในพรหมจรรย์จึง
เสด็จโดยพุทธจรรยา  
๏ ผนวชในพระศาสนา อยู่ณพระอา
วาสมหาทะลายหมายนาม  
๏ ถ้วนถึงหนึ่งฝนพ้นคราม เป็นภิกษุตาม
ลำดับกลับรับราชการ  
๏ เป็นมหาดเล็กหลวงล่วงวาร รัชชนฤบาล
ทายาทนฤนาถเนื่องสมัย  
๏ สืบสันตติวงศ์องค์ดนัย นามาภิไธย
พระบรมราชาธิบดี  
๏ อายุยี่สิบห้าปี รับราชการีย์
สฤษฏิ์ตำแหน่งฐาปนา  
๏ เป็นหลวงยกกระบัตรเมืองรา ชบุรีเรื่อยมา
ตลอดสมัยภูมินทร์  
๏ พระที่นั่งสุริยามรินทร์ พระเจ้าแผ่นดิน
ดาลกรรมลำเค็ญเป็นมา  
๏ เสียซึ่งกรุงศรีอยุธยา แก่ราชปัจจา
มิตรม่านผลาญเมืองเคืองเข็ญ  
๏ พระเจ้าตากสินทรงเป็น วีรชนพลเพ็ญ
สมรรถภาพปราบปรุง  
๏ กู้หล้าจลาจลพ้นผดุง รัฏฐการผ่านกรุง
ธนบุรีที่ตั้งวังสถาน  
๏ ปฐมวงศ์ทรงรับราชการ เมื่อพระชนมาน
หมายสามสิบสองสืบปี  
๏ ปิ่นเผ้าเจ้ากรุงธนบุรี สฤษฏิ์ยศยิ่งมี
ตำแหน่งราชกิจสิทธิสม  
๏ เป็นพระราชวรินทร์นิยม ยั้งเนาเจ้ากรม
ตำรวจนอกขวาฐานันดร์  

วสันตติลกฉันท์

๑๔ เมื่อรัฏฐ์มิราบนครรา ชสิมาณเขตต์ขัณฑ์
ถือเอกราชยจะประชัน ชยทิฏฐิผิดผวน
๏ โดยอาชญานิยมอิส สรสิทธิ์สมควร
ไท้ธนบุรีทะนุประมวล พลมอบปฐมวงศ์
๏ ยาตรทัพกระทั่งประทะกระทบ อริหลบสงบลง
ความชอบประกอบกฤติสง เคราะหศักดิ์เถกิงไกร
๏ ตำรวจเฉวียงณธุระวัง ยศรังสฤษฏิ์ใน
สมญาพระยาระบุอภัย รณฤทธิจางวาง
๏ ชนมายุคราจตุรดึง ษมะจึ่งประจวบปาง
ภาคเหนือณฝ่ายริปูพระฝาง ทุรชาติอลัชชี
๏ ก่อกรรมกระลัมพรประลาต และขยาดพระบารมี
พาสารเศวตกิริณี ลุสวางคเมืองนาม
๏ ทรงจัดขนัดคณพหล จรดลระดมตาม
นำพังเศวตพระคชงาม และนิวัตติ์ถวายไท
๏ ได้รับพระราชกรุณยัง ยศยั้งภิโยใน
ที่เจ้าพระยานิยมไกร กฤดิศักดิสูงฐาน
๏ เทอดราชทินนยมราช ทะนุอาชญางาน
เสนาบดีนครบาล ระบุกรมประกอบเกียรติ์

สุรางคณางค์

๒๘ ถัดถึงหนึ่งปี  
พระผู้ภูมี บุรีธนเสถียร
ปรารพภ์สงคราม ปราบปรามภัยเบียฬ
ให้ถึงซึ่งเกษียณ ณเบื้องเมืองเขมร
๏ เจ้าพระยาจักรี  
แขกขานมานมี ตำแหน่งแจ้งเจน
อยุธยาประจักษ์ หลวงศักดิ์นายเวร
อายุลุเกณฑ์ ล่วงกรรมธรรมดา
๏ จึงทรงสงเคราะห์  
โปรดปลงจงเจาะ ประกอบชอบมา
จากยมราชเนา ที่เจ้าพระยา
จักรีมหา เสนามหาดไทย
๏ กาลอนุสนธิ์  
แห่งแคว้นแดนหน พะม่าหมายชัย
อังวะพระผู้ เจ้าภูวไนย
สั่งจัดพลไกร ครบทัพสรรพสะเบียง
๏ อะแซหวุ่นกี้  
เสนาบดี เป็นแม่ทัพเผดียง
เดิรพลด้นลุ พิษณุโลกเวียง
ข่าวศึกคึกเสียง ขานแซ่แพร่ถึง
๏ เจ้าพระยาจักรี  
เจ้าพระยาสุรสีห์ พี่น้องสองจึง
รับราชบัญชา ยาตราบ่หึง
ต้านทัพรับตรึง ศัตรูอยู่เมือง
๏ ริปูจู่ห้อม  
พิษณุโลกล้อม นานเปล่าเนาเปลือง
ต่างรับตอบรบ กระทบกันเนือง
มิชะนะประเทือง ถึงแพ้แก่กัน
๏ อะแซหวุ่นกี้  
พะม่าผู้มี วัยวุฑฒิวารวรรษ์
เห็นไทยใจกล้า สามารถโรมรัน
ใครจอมพลขันธ์ ใคร่ขอดูตัว
๏ กษณะประสพ  
สิริลักษณ์เลิศลบ ไม่มีมลมัว
สรูปรูปสกนธ์ ควรคนเกรงกลัว
เป็นเจ้าอยู่หัว เห็นเหมาะเจาะจง
๏ จึงให้นัยหมาย  
คาดคำทำนาย ว่าท่านนานคง
ได้เป็นกษัตริย์ ไทยรัฏฐ์ธำรง
รักษ์อาตม์จำนง ครองไว้ให้ดี
๏ สั่งม่านอำมาตย์  
นำเครื่องม้ามาศ เอี่ยมอาสน์อันมี
อีกสามสิ่งมอบ ชอบไว้ไมตรี
เจ้าพระยาจักรี เสร็จทัพกลับกรุง

สัททุลลวิกกีฬิตฉันท์

๑๙ สี่สิบเอ็ดวยอายุคราประลุผดุง  
ความดีทวีปรุง ประกอบ
๏ โดยได้ไปปะทะถึงกระทั่งรณะณขอบ  
เขตต์บรบ่น้อมนอบ ขนบ
๏ จำปาศักดินครสยอนศิรสยบ  
ยอมราบมิยากรบ ระทม
๏ ได้เลื่อนอิสสริยานุฐานยศะสม  
เด็จเจ้าพระยานิยม อธึก
๏ สมญานามมหากระษัตริยศึก  
สมศักดิจารึก จรด
๏ สืบสังวัจฉระว่างระวางสมยะจด  
จำพรรษะกำหนด ณสอง
๏ ได้เป็นนายกยกนิกายพยุหะกอง  
ทัพไปก็สมปอง ประจญ
๏ เจ้ากรงศรีสัตนาคนหุตนครหน  
เวียงจันท์ประหวั่นมน มิรบ
๏ พ่ายบุณย์บารมิอานุภาพอพยพ  
บุตรหลานเตลิดหลบ ละเมือง
๏ เวียงจันท์ได้สะดวกและพวกพลมิเปลือง  
ได้สิ่งพิเศษเรือง พระยศ
๏ คือเอกองค์วรพุทธรูปมรกต  
เลิศพัตถุกำหนด ณผอง
๏ กับอีกอย่างก็พระบางเพราะบุณย์บุรพะครอง  
คู่ไทยไผทปอง ประจักษ์
๏ เชิญกลับสู่ธนบุริราชอภิรักษ์  
รงงบูชนีย์อัค รภัณฑ์

อินทรวิเชียรฉันท์

๑๑ สี่สิบกะสี่สน ธิพระชนมดลพรรษ์
ได้ยกพยุห์ขันธ์ ปะทะกัมพุชาถึง
๏ ไท้ธนบุรีจิตต์ พิปริตลุแรงรึง
หมายพุทธภูมิจึง สติเจื่อนเลอะเลือนลาม
๏ อาณาประชาราษฎร์ สุขะขาดสงบยาม
ยุคหมายเคราะห์ร้ายความ กระอุอกวิตกดล
๏ อาดูระด้วยราช ทุรอาชญาทน
ทุกข์ทัณฑอันคน จะบควรคำนวณถึง
๏ เยือกเย็นณเส้นหญ้า ดุจป่าผิรำพึง
คราวธนบุรีรึง เคราะหร้ายฤหมายเห็น
๏ ราษฎร์ทวยสิรีบเท ดนุเคหะจำเป็น
เข้าไพรเพราะลำเค็ญ ขณะทุกขะมากมาย
๏ มั่วมูลยุขุนนาง คณะต่างบุรีนาย
กองเหล่าอเนกหลาย ตะละล้วนจะล้างภัย
๏ โหมห้อมลุล้อมกรง ธนมุ่งณราชัย
บางคนประหวั่นไหว กลิรัฏฐะเรื้อรัง
๏ จึ่งบอกยุบลอัก ษรลักษณ์คระไลยัง
จอมทัพและตรับฟัง ระบุอัตถอัญเชิญ

สัทราฉันท์

๒๑ จึ่งสมเด็จเจ้าพระยาเดิร พลพยุหะบเมิน
มุ่งวิถีเถิน สถลถึง
๏ ปราบปรามเสี้ยนราบอรินรึง ธนบุรก็มิหึง
เหตุลุเสร็จสึง สภาพศานติ์
๏ ครั้นแล้วเหล่ามุขอมาตย์มาน มนสหประณิธาน
วันทนาการ ประกาศปลง
๏ ปรีดีด้วยไท้ธธำรง อดิศวรประสงค์
สุขสวัสดิมง คลาทร
๏ สัมฤทธิ์ด้วยราชอนุสสร ประลุยุคภยกรณ์
เกิดณรัฏฐ์รอน สราญราษฎร์
๏ หากเกียจกู้กรุงผดุงอาจ กระอุอุรนรชาติ
ซ้ำพระพุทธศาสน์ จะเสื่อมหมอง
๏ หมดซึ่งที่พึ่งพะพึงครอง นิกรสมณะผอง
พรรคพสกปอง ก็ปราศหมาย
๏ ไม่เหือดเดือดร้อนนิรันดร์ภาย ณสกลบุระหลาย
เหลือจะดูดาย พระโดยปลง
๏ สังเขปปราบดาภิเษกองค์ ดิลกพิภพทรง
สิทธิทำสง เคราะห์สำเร็จ
๏ ชนม์ปีสี่สิบกะเศษเจ็ด คณนะพระลุเผด็จ
ดัสกรเผล็ด พิพัฒราชย์
๏ สองพันสามร้อยพระพุทธศาส นศกนิยมมาต
ยี่สิบห้าคาด สมัยไข
ขาลปีสี่สุกกปักษ์ใน คุรุทินขณะไท
ปราบเถลิงไอ สวรรยางค์

โตฎกฉันท์

๑๒ อนุสนธินิยม อนุกรมประลุปาง
ปฐมาธิวราง คนราธิบดี
๏ พระคะนึงถิรฐา นมหาปุริศรี
มิเหมาะถิ่นเพราะนที เซาะไผทบุรธน
๏ พิเคราะห์บูรพบง ทิศตรงติรชล
ชยภูมิปริมณ ฑลมงคลมวล
๏ เหมาะสถีรสถา ปนธานิยควร
สุรศักดิ์มหิศวร สิริรัชย์อภิรม
๏ สุพิธีกรเกริก สุภฤกษ์ชยสม
นคราธิสดม ภสฤษฏิ์ธุระฝัง
๏ ทะนุป้อมและทวาร บริบาลบุระบัง
ปริวัฏทิศขัง ชลขุดระยะคู
๏ พหุเครื่องอุปกรณ์ พระนครพิศดู
ก็ตระการบริบู รณเนื่องนวกรรม

อีทิสังฉันท์

๒๐ องค์พระพุทธศาสนูปถัมภ์  
ธสั่งสถาปนากระทำ อุโบสถ
๏ ร่วมพระราชนิวาสน์สถานจรด  
ระเบียงณรอบประกอบกะคต พระอาราม
๏ สรรเสาะสรรพภัณฑพัตถุงาม  
ประดับประดิษฐ์สมิทธิตาม พระบัญชา
๏ แห่พระพุทธมรกตมหา  
พิมลมณีสุลักษณา ธิรัตน์มัย
๏ จากคฤหาศน์พระแก้วประกอบมไห  
ศุรียยศณบถคระไล ขะบวนมา
๏ แต่บุรพพระราชวังสถา  
นะข้ามนทีกระทั่งลุธา นิย์รังสิต
๏ เชิญประดิษฐานณที่สถิต  
อุโบสถาภิมัยนิมิต นิมานงาม
๏ โปรดประสาทพระราชทานะนาม  
เหมาะกาละเหตุและเทศะตาม สมัญญา
๏ วัดพระศรีกะสร้อยสุลักษณา  
ธิศัพทสนธิรัตนศา สดาราม
๏ เป็นสถานประชุมสการะตาม  
ขนบพระราชพิธีสยาม ประเทศไทย
๏ ถือพิพัฒนสัจจปานะใน  
ฉนำเสมอประจำสมัย กระทำมา

ภุชงคปยาตรฉันท์

๑๒ มะเส็งสัปตศกสน ธิสืบพ้นมะโรงคลา
พระชนม์พรรษปัณณา สะนับถึงก็จึ่งพลัน
๏ คณามาตยมนตรี และพราหมณ์ชีประชุมกัน
ประกอบราชการัณย์ พิธีซ้ำกระทำการ
๏ ถวัลย์รัชชราชา ภิเษกสาธุเพื่อศานติ์
สวัสดิ์ส่วนประมวลมาน เฉลิมมนทิราลัย
๏ ณสามวันฉลองวัด พระศรีรัตน์มณีมัย
และสมโภชพระกรุงไกร ก็เอิกเกริกลุเลิกงาน
๏ พระโปรดเกล้าพระเจ้าองค์ อนุชทรงสถิตฐาน
พระราชวังบวรมาน พระบัณฑูรตลอดถึง
๏ บรมพันธุพงศา นุพงศ์ราชรำพึง
จะเพิ่มยศภิโยสึง สถาปน์โดยสถานใด
๏ ก็ทรงตั้งสะพรั่งองค์ ประยูรวงศ์ประวัตน์ใน
ประถมกุลกระษัตริย์ไกร พระกฤติศักดิ์พระจักรี
๏ และครบข้ายุคลบาท อมัจจ์ชาติมนตรี
ตระกูลราชเสวี วิกรมปวงทะบวงการ
๏ กระทั่งบรรพชิตฝ่าย ประมุขภายณพุทธศาส์น
พระสงฆ์เล่าพระเอาภาร เผดียงตั้งเผดิมเติม
๏ พระที่นั่งพระตำหนัก ประดับอัครศักดิ์เสริม
ก็ทรงสร้างผิร้างเดิม ประดิษฐ์ใหม่วิไลนาม
๏ พระคลังหลวงและปวงภัณ ฑยุทธสรรพะปราบปราม
ริปูเหล่าก็แหล่หลาม ตลอดเครื่องขบวนเกียรติ์
๏ พระราชูปโภคพัต ถุคู่ขัตติย์จำเนียร
ประเพณีนิยมเสถียร ทะนุกครบขนบนำ
๏ และหล่อเตชนาวุธ ผจญยุทธ์ระย่อยำ
ประกอบชื่อประจำจำ สรุปเจ็ดกระบอกมี

สาลินีฉันท์

๑๑ สมเด็จผู้เป็นเจ้า สถิตเกล้าพระจักรี
พงศ์ราชจอมนาถศรี เสวยรมย์ปฐมกาล
๏ กล่าวครายาตราทัพ เสด็จรับอรินราน
พร้อมด้วยพลทวยหาญ ประหัฏรณณหนหลาย
๏ หนึ่งได้ไปรอนศึก พะม่าฮึกมุห์เหิมกราย
เหยียบย่ำล้ำแดนภาย ณขอบขัณฑมณฑล
๏ คือคราวสงครามใหญ่ ประชิดในสิมาหน
แห่งเบื้องเมืองกาญจน์ยล ณลาดหญ้านิคมแขวง
๏ อีกเนื่องเมืองนั้นปราบ ริปูราบสยบแรง
ดำบลดลสำแดง สมัญญ์แม่กษัตริย์หมาย
๏ หนึ่งปากน้ำพิงพิษ ณุโลกปลิดอมิตร์คลาย
ทั้งถึงซึ่งแดนทวาย ทวีครั้งก็หวังสม
๏ บางครั้งยังองค์ราช อนุชนาถวโรดม
ดำรงยงยศกรม พระราชวังบวรไท
๏ รับราชโยงการเหนือ ศิโรตม์เพื่อเสด็จไป
ป้องหมู่ศัตรูใน เกษตรรัฐมณฑล
๏ เช่นคราม่านมายุทธ์ กระทำทุษฐ์ถลางหน
คุณหญิงจันท์ออกรณ กะแม่มุกมิถอยหนี
๏ เกณฑ์คนหมู่พลเมือง สะพรึบเครื่องจะราวี
ออกสู้กันบุรี พะม่าล้อมณเดือนปลาย
๏ ม่านหมดอดอาหาร เสบียงการกระหายหาย
ทัพหลวงล่วงเยี่ยมกราย ริปูกล้าก็ล่ากอง
๏ บ้างราชอาชญาสิทธิ์ ประสาทกิจจรณผอง
มอบแก่มนตรีปอง ประยุทธ์หมายก็หลายหน
๏ จึ่งมวลปัจจามิตร์ ตลอดทิศณสากล
หวาดหวั่นพรั่นพ่ายพล ภยันดรสยอนขาม
๏ ภัพแพ้แก่บุณย์บา รมีอานุภาพปราม
ปราศเหิมเริ่มเห็นงาม สงบราบบหยาบคาย
๏ แผ่ราชอาณาจักร ตลอดหลักลุเหนือหมาย
เชียงใหม่เวียงจันท์ราย จรคหลวงพระบางบูร
๏ ภาคเบื้องหัวเมืองบู รพาภูมิเพิ่มพูน
กัมพุชสุดญวนทูล ถวายเมืองกระเดื่องไกล
๏ ถิ่นดับดวงอาทิตย์ ประจวบติดเตลงใน
ตอนใต้ตกสู่ไทร บุรีหล้ามะลายู
๏ ทรงมุ่งบำรุงรัฐ พิพิธพัฒน์สภาพภูว์
ศาสน์พุทธยุตติ์ยิ่งบู รพากาลประการผอง

มาณวกฉันท์

หากจะคะนึง ถึงพระบุรพ
บุณยประสพ สู่และสนอง
เนื่องพระมหา บารมิครอง
เกียรติผยอง ยศพระบุรี
๏ สิทธิสภาพ ลาภลุพิเศษ
ได้พระเศวต พังกิริณี
อีภอดิเรก เอกคชตรี
รวมทวิศรี พาหนสาร
๏ ราชกรัณย์ อันพระบรม
รัชชปฐม ทรงทนุการ
เกี่ยวนิติศาสตร์ บาฐบทฐาน
ดุลยวิจารณ ยุตตินิยม
๏ มีพระประศาสน์ ราชประสิทธิ์
เสวกวิทย์ ว่องวุฒิคม
ตรวจและกระทำ ชำระระดม
โดยอนุกรม กิจเสาะสะสาง
๏ เนตินิทัศน์ อัตถคดี
ตามเหมาะและมี แบบระบุวาง
ต้องคติวัตร ขัตติยปาง
บูรพณทาง ธรรมประชุม
๏ ถูกกะระบอบ สอบกะฉะบับ
ตราก็ประทับ รัตนประทุม
สิงห์คชสีห์ ตรีพิธกุม
กอบธุระคุม ควบดุลการณ์
๏ เพื่อบริสุทธิ์ พุทธพระศาสน์
ไท้ธประกาศ โดยบริหาร
สงฆประมุข ทุกคณะชาญ
เชี่ยวปฏิภาณ พร้อมพระเปรียญ
๏ สรรเสาะกระทั่ง ทั้งคฤหัสถ์
เปรื่องปริยัตติ์ ธัมมเสถียร
ตรวจณพระตรี ปีฏกะเพียร
พากย์ทะนุเขียน ขึ้นบริบูรณ์

มาลินีฉันท์

๏ พระจุฬพิภพไอศูริย์ จักริพงศมูล
ปฐมรัชช์  
๏ วรหทยประวัตน์ศรัท ธาณไตรรัตน์
ผริตศาสน์  
๏ อุปกรณพระอาวาส หวังวิหารราช
วราราม  
๏ ประลุจิรและเจริญงาม ปีติเต็มความ
ปสาททรง  
๏ ทะนุกุฏิคณะเรือนสงฆ์ เจติย์ฐานองค์
อุโบสถ  
๏ ผิคณนพหุกำหนด ในกุศลบถ
พระอาทร  
๏ บุรณะและปฏิสังขรณ์ สืบสถาพร
พระอาวาส  
๏ ผิวะจะระบุก็เอี่ยมอาทิ์ เชตุพนราช
สฤษฏิ์เสริม  
๏ พระอนุเคราะห์อุปการเติม เต็มบพร่องเดิม
ผดุงโดย  
๏ ธนนิธิกลกอบโกย เกื้อประโยชน์โปรย
ปริจจาค  
๏ นิกรสมณไหนหาก ทรงสุธรรมมาก
ประมวลคุณ  
๏ ก็สถิตยศเจือจุน ศักดิสมสุน
ทราสัย  
๏ และสละจตุรปัจจัย นิจจภัตต์ใน
นิกายสงฆ์  
๏ เฉพาะพระบวรศาสน์คง คืบภิโยยง
ณยุคศานติ์  
๏ เพราะพระหฤทยเอาการ พทธศาสน์มาน
ฉะนี้แล  

ฉะบัง

๑๖ สรุปรูปความตามกระแส สมัยไทยแปร
ประศาสโนบายปรุง  
๏ สยามยามเศร้าเสียกรุง ทวาราวดีคุง
เคราะห์ร้ายคลายฟื้นคืนดี  
๏ ถึงรัตนโกสินทรศรี กรุงเทพธานี
ดิลกพิภพเพ็ญศานติ์  
๏ เพราะพระปฐมรัชชกาล อดุลคุณมาน
มเหศรเดชดำรง  
๏ ประดิษฐานบรมจักรีวงศ์ ไว้อิสสระทรง
ฟื้นไทยให้กรุงรุ่งเรือง  
๏ นัยอนึ่งซึ่งเกี่ยวการเมือง เรียบราบปราบเปลือง
ปลดเปลื้องอุปสรรคส่ำหลาย  
๏ รัฏฐประศาสโนบาย นำบ่งตรงหมาย
ประเทศราชชาติเคียง  
๏ คารวะพระคุณขอเพียง พึ่งกายถวายเวียง
หวังผลเพื่อตนนับถือ  
๏ พระเจ้ายาลองแลฤา เรียกองเชียงสือ
เป็นใหญ่ในหล้าอานัม  
๏ น้อมนอบยอบยอมเยงยำ อำนาจราชธรรม
ทศพิธพระแพร่แผ่ถึง  
๏ มายั้งยังกรุงมุ่งคะนึง พำนักภักดิ์พึง
พึ่งพระมหาบารมี  
๏ ทรงรับสรรพธุระกรณีย์ ชุบช่วยด้วยดี
ทั้งยศยุทธภัณฑาหาร  
๏ เห็นเหตุเจตนาอาการ กรุงไทยนฤบาล
เบิกบุณย์บานเกียรติกำจร  
๏ นี้ฤาคือราชอุปกรณ สำคัญอันถอน
ทิ้งรากยุ่งยากหากมี  
๏ ให้ราบคาบดลสะดวกดี แม้ต้องป้องอรี
ด้วยการกำราบปราบปราม  
๏ ก็ทรงอุตสาห์พยายาม เยี่ยมใหญ่ในความ
สมรรถรัชชผลขวนขวาย  
๏ สู้ฝ่าอาวุธอันตราย เมื่อพระชนม์หมาย
สามสิบสองมัชฌิมวัย  
๏ ถึงสี่สิบเจ็ดเจริญใน ปัจฉิมราไช
ศวรรย์เสวยสวัสดี  
๏ ดั่งอัตถประวัติอันมี ทั้งมวลควรปี
ติเห็นเป็นนิทัสสนฐาน  
๏ ยอดฟ้ายอดหล้าประชาบาล ยอดไทยเทอดศาน
ติสุขสยามยอดนิยม  
๏ อยู่ยี่สิบแปดอนุกรม โดยวรรษาสม
บูรณ์ด้วยอดิเรกราชันย์  
๏ พระชนมายุลุพรรษ์ เจ็ดสิบสองคัณ
นาศกเศษหกเดือนตรา  
๏ เสด็จสวรรคตชีววา ระเดือนเก้ากา
ฬปักษ์สิบสามดฤถี  
๏ สองพันสามร้อยสร้อยมี ห้าสิบสองปี
พุทธศกมะเส็งสืบกาล  
๏ ปฐมรัชชประวัติอันมาน ในพงศาวดาร
โดยย่อพอฉันท์วรรณนา  

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ