องก์ที่ ๓

ฉากเดียวกันกับองก์ที่ ๒ (และในวันเดียวกัน)

(เมื่อก่อนเปิดม่าน ตัวละคอน ๖ ตัวนั่งอยู่ที่โต๊ะกินอาหาร, คือพระยาวิเศษคีรี, คุณหญิงวิเศษ, พระยาศักรินทรเสนี, พระศุภสาส์นโศภิต, สุกัญญา, และหลวงสุนทรทิพโยสถ. พอเปิดม่านก็ลุกจากโต๊ะและต่างคนต่างเดิรออกมาสู่ห้องนั่ง. คนใช้เก็บของในระหว่างเวลาที่พูดกันต่อไปนี้, และเมื่อเก็บของหมดแล้วคนใช้ก็หายเฃ้าโรงไป.)

สุกัญญา.

อย่างไรคะเจ้าคุณลุง, ไข่เจียววันนี้ดีหรือคะ?

ศักรินทร์.

ถ้าหล่อนได้ดูฉันกินอยู่แล้ว คงจะได้เห็นว่าฉันกินมาก จนแทบจะกินของอื่น ๆ ใม่ลง.

ศุภสาส์น.

ใต้เท้ายกย่องผมเช่นนี้ทำให้ผมออกนึกเหิมขึ้นมาก, จนอยากจะบังอาจขออะไรสักอย่างหนึ่ง.

ศักรินทร์.

ขออะไรคุณพระ?

ศุภสาส์น.

ถ้าฉวยว่าเกิดศึกสงครามขึ้น, และใต้เท้าได้เปนแม่ทัพละก็, ขอความกรุณาให้ผมได้ไปทำการในน่าที่เกียกกายได้ใหมขอรับ?

ศักรินทร์.

ส่วนผมน่ะเฃาเห็นจะใม่ส่งไปรบกับใครเสียอีกแล้ว, นอกจากกับพระยามัจจุราช, ซึ่งผมก็ต้องแพ้เท่านั้นเอง.

สุนทร.

ถ้าใต้เท้ารับกระผมไปใช้อีกคนหนึ่งละก็, กระผมจะช่วยต่อสู้พระยามัจจุราชให้แขงแรงที่สุดก่อนที่จะยอมแพ้. เวลานี้กระผมมีเครื่องมือต่อสู้ได้ดีกว่าแต่ก่อนมากเทียวนะขอรับ.

ศักรินทร์.

ผมรู้แล้ว. เข็มฉีดยา ! (คนอื่นหัวเราะกัน.)

วิเศษ.

จริงขอรับ. สมัยนี้ดูมียาฉีดสำหรับโรคอะไร ๆ เสียทุกอย่าง.

ศักรินทร์.

เห็นจะใม่ทุกอย่างกระมังเจ้าคุณ. คงมีโรคบางอย่างที่ใม่มียาฉีดแก้ได้; เช่นโรครักเปนต้น. อย่างไรคุณหลวง ?

สุนทร.

ถึงจะมีกระผมก็เห็นจะใม่ฉีดใคร. คนเรารักกันไว้ดีกว่าเกลียดกันใม่ใช่หรือขอรับ.

ศักรินทร์.

ว่าสำหรับทั่ว ๆ ไปก็ถูกเช่นนั้น, แต่มีบางครั้งบางคราวที่ผมเห็นว่าน่าจะมียาเช่นนั้นใช้.

คุณหญิง.

แต่ตัวเจ้าคุณเองเห็นจะใม่ต้องใช้ละนะเจ้าคะ?

ศักรินทร์.

ผมก็หวังใจว่าจะใม่ต้องใช้, แต่ก็ยังใม่แน่เหมือนกัน. (หัวเราะ.)

วิเศษ.

เออ, เวลานี้แดดก็ยังแขงอยู่, เราเล่นบริดจ์กันเสียหน่อยจะดีกระมัง? อย่างไรคุณพระ?

ศุภสาส์น.

ขอรับ, ดีเหมือนกัน. ผมจะไปบอกเฃาจัด. (เฃ้าไปในห้องกินอาหาร, แล้วเรียกธูปให้ยกโต๊ะเล่นไพ่มาตั้งทางด้านขวาแห่งห้องกินอาหาร, ระหว่างนี้คนอื่น ๆ พูดกันต่อไป.)

วิเศษ.

คุณหลวงออกจะเล่นเก่งมากอยู่.

สุนทร.

หามิได้ขอรับ, กระผมเล่นไปแกน ๆ กระนั้นเอง.

วิเศษ.

แกน ๆ อะไรได้. เมื่อวานซืนนี้คุณหลวงได้เงินจากผมไปตั้งญี่สิบบาท.

สุนทร.

นั่นก็เพราะพะเอินกระผมได้เปนคู่กับคุณพระศุภสาส์นเท่านั้นแหละขอรับ.

ศักรินทร์.

วันนี้เจ้าคุณต้องแก้แค้นเสียให้ได้. เจ้าคุณจับคู่กับพระศุภสาส์นเถอะ, ผมเองะคู่กับคุณหลวงสุนทร. ผมรับประกันว่าผมจะเปนลูกตุ้มถ่วงคุณหลวงสุนทรไว้ให้อยู่ทีเดียว.

สุนทร.

มันจะกลับตรงกันฃ้ามละกระมังขอรับ? ใต้เท้าเล่นดีกว่ากระผมเปนไหน ๆ

ศักรินทร์.

ผมเคยเล่นแต่ที่สโมสรกระลาโหมเท่านั้น.

สุนทร.

กระผมก็เคยเล่นแต่ที่สโมสรสามัคคยาจารย์เท่านั้นแหละขอรับ.

ศุภสาส์น.

(ออกมาบอก.) โต๊ะไพ่พร้อมแล้วขอรับ.

วิเศษ.

เชิญสิขอรับ, เจ้าคุณ. แม่จำปี, วันนี้หล่อนจะเล่นด้วยไหม?

คุณหญิง.

ประเดี๋ยวดิฉันจะเฃ้าไปเปลี่ยน, ถ้าใครต้องการพัก.

วิเศษ.

ถ้าเช่นนั้นตกลงคุณพระศุภสาส์นคู่กับผม, เจ้าคุณคู่กับคุณหลวงสุนทร. เชิญเถอะขอรับ.

(สี่คนนั้นเฃ้าไปสู่ห้องกินอาหารและเฃ้านั่งที่โต๊ะ, คงเหลือคุณหญิงกับสุกัญญานั่งอยู่ในห้องนั่ง.)

สุกัญญา.

พี่ใหญ่ท่าจะไปไกลมาก. ใม่ได้ยินเสียงปืนเลย.

คุณหญิง.

แม่ใม่ใคร่ชอบเลยในการที่พ่อใหญ่ไปเที่ยวยิงสิงสาราสัตว์บ่อยๆ เช่นนี้.

สุกัญญา.

ทำไมคะ? คุณแม่กลัวบาปหรือ?

คุณหญิง.

การกลัวบาปนั้นก็มีอยู่จริง, แต่แม่กลัวพ่อใหญ่จะเปนอันตรายแหละมากกว่า.

สุกัญญา.

อันตรายอะไรคะ? นกมันจะทำอันตรายอะไรได้สักเท่าใดทีเดียว?

คุณหญิง.

ใม่ใช่เช่นนั้น. แม่กลัวปืนแปนมันจะลั่นใส่เอาอย่างใครที่เล่ากันเมื่อเร็ว ๆ นี้น่ะ.

สุกัญญา.

อ๋อ, นั่นเฃาปล่อยให้เด็กคนใช้ถือปืนของเฃาไป, อ้ายเด็กนั้นมันใม่สู้จะระวังนัก จึงได้เกิดเหตุขึ้น

คุณหญิง.

ก็ถ้าเผื่ออ้ายจอนไปเลินเล่ออย่างนั้นบ้างล่ะ?

สุกัญญา.

พี่ใหญ่ใม่ให้อ้ายจอนถือปืนเลยแหละคะ. เธอถือของเธอเองเสมอ.

คุณหญิง.

แต่ก็วันนี้ว่าจะไปยิงเสือยิงสางอะไรกันด้วยนี่นะ.

สุกัญญา.

พี่ใหญ่ใม่ได้ไปยิงเสือนี่คะ. คุณประเสริฐต่างหากเปนผู้จะยิงเสือ.

คุณหญิง.

แต่ก็ไปด้วยกัน, ฉนั้นก็อาจจะมีอันตรายด้วยเหมือนกัน. (นั่งกันอยู่ครู่ ๑, แล้วจึ่งพูดต่อไป.) แม่ขอบอกตรง ๆ ว่าแม่ใม่ชอบเลยในการที่พ่อใหญ่ชอบพอสนิธสนมและไว้วางใจนายประเสริฐมากนัก.

สุกัญญา.

คุณแม่ใม่ชอบในการที่เฃาพาพี่ใหญ่ไปยิงเสือ, ฉนั้นหรือคะ?

คุณหญิง.

ใม่เท่านั้นดอกลูก. แม่ใม่พอใจมานานแล้ว.

สุกัญญา.

คุณแม่เกรงว่าเฃาจะพาพี่ใหญ่ให้เสียคน, ฉนั้นหรือคะ?

คุณหญิง.

แม่วิตกอยู่มาก.

สุกัญญา.

พี่ใหญ่ก็ใม่ใช่เด็กใม่ใช่เล็กอะไรนี่คะ. ถ้าจะอ่อนกว่าคุณประเสริฐก็เพียงสักสามหรือสี่ปีเท่านั้น.

คุณหญิง.

จริงอยู่, แต่นายประเสริฐเฃามีความเฉลียวฉลาดกว่าพ่อใหญ่มาก; พ่อใหญ่ซื่อ, ไหวใม่ทันเฃาเลย. คนซื่อต้องแพ้เปรียบคนฉลาดแกมโกงเสมอ, ฉนั้นแม่จึ่งใม่ชอบให้พ่อใหญ่คบกับนายประเสริฐให้สนิธนัก, ถึงตัวลูกน้อยเองก็เถอะ, แม่ใม่ใคร่ชอบให้คบกับนายประเสริฐ.

สุกัญญา.

ทำไมคะ?

คุณหญิง.

เพราะเฃาเปนคนที่แม่ใม่ชอบความประพฤติ.

สุกัญญา.

เฃายังใม่ได้เคยประพฤติกิริยาใม่ดีอะไรต่อลูกเลยนะคะ.

คุณหญิง.

ข้อนั้นอาจจะเปนได้, เพราะเฃาจะรอให้ลูกไว้วางใจเฃาเสียก่อนแล้ว เฃาจึ่งจะสำแดงลักษณะจริงให้ปรากฎ. ในชั้นต้นเฃาก็ทำให้ลูกนึกชอบตัวเฃาเสียให้มาก ๆ ก่อน, แล้วเฃาจึ่งจะขยายความจริง.

สุกัญญา.

คุณแม่ช่างระแวงมากจริง ๆ ละคะ.

คุณหญิง.

อ๋าว, ก็เปนธรรมดาอยู่เอง, เพราะแม่รักลูก. ดูแต่สัตว์แม่ลูกอ่อนสิ, ถึงแม้โดยปรกติมันจะใม่ใช่สัตว์ดุเลย เมื่อมีใครกล้ำกรายเฃ้าไปใกล้ลูกของมัน มันก็โดดออกมากัดทีเดียว.

สุกัญญา.

แต่คุณแม่จะนึกระแวงคุณประเสริฐมากเกินไปกระมังคะ ?

คุณหญิง.

แม่ขอถามอะไรลูกตรง ๆ สักข้อหนึ่งเถอะ. นายประเสริฐยังใม่ได้เคยพูดจาแสดงความรักต่อลูกบ้างเลยหรือ? (สุกัญญาก้มหน้านิ่งอยู่ คุณหญิงจึงพูดต่อไปอีก) อย่างไร, ลูก?

สุกัญญา.

เอาเถอะคะ, ลูกจะบอกกับคุณแม่ตามตรง. เฃาเพ่อจะได้พูดออกมาตรง ๆ วันนี้เอง เมื่อลูกกลับมาจากพุผาลากับคุณพระ, เห็นเฃาเดิรผ่านไปกับพี่ใหญ่; แต่พอคุณพระลงไปที่ครัวแล้ว เฃาก็ขึ้นมาบนนี้, บอกว่าเฃาทิ้งซองบุหรี่ไว้ สำหรับจะได้อ้างเปนเหตุเพื่อกลับมาพบกับลูก.

คุณหญิง.

เฃาได้เคยใช้อุบายอย่างนี้มาบ้างแล้วหรือก่อนวันนี้?

สุกัญญา.

ลูกก็ใม่ทราบคะ; ถึงวันนี้ก็ทราบต่อเมื่อเฃาบอกขึ้น.

คุณหญิง.

เฃาบอกด้วยหรือเปล่า ว่าทำไมต้องใช้กลอุบายอย่างนั้น?

สุกัญญา.

เฃาบอกว่าต้องทำเช่นนั้น เพราะต่อไปเฃาจะมาหาใม่ได้บ่อย ๆ เสียแล้ว. ลูกถามเฃาว่าเพราะเหตุใด, เฃาตอบว่าคุณพ่อกับคุณแม่ใม่ชอบเฃา, และเจ้าคุณลุงก็คอยด่าเฃาอยู่เสมอ, ทั้งมิหนำซ้ำพี่ใหญ่ก็ออกจะพลอยเห็นไปด้วยว่า เฃาใม่ควรจะมาบ่อยๆ

คุณหญิง.

อ้อ! พ่อใหญ่ก็เริ่มจะรู้สึกขึ้นบ้างแล้วหรือ?

สุกัญญา.

เฃาว่าเช่นนั้นแหละค่ะ. เฃาว่าใคร ๆ พากันระแวงว่าเฃาอาจจะมาทำให้ลูกเสียชื่อเสียง. ลูกถามว่าทำไม, เฃาก็ตอบว่าเพราะใคร ๆ ก็ว่ากันทั้งนั้นว่าเฃารักลูก. ลูกพูดว่าใม่มีมูลเลยใม่ใช่หรือ เฃากลับรับว่ามีมูล, เพราะเฃารักลูกจริง ๆ, แล้วก็พูดอะไรต่ออะไรอีกลูกก็จำใม่ได้เสียแล้ว.

คุณหญิง.

แล้วลูกตอบเฃาว่าอย่างไร ?

สุกัญญา.

ลูกตอบว่า ถ้าเฃามีความรู้สึกเช่นนั้นละก็อย่าพบปะกันบ่อย ๆ จะดีกว่า.

คุณหญิง.

ลูกตอบไปเช่นนั้นก็สมควรแล้ว. เฃาพูดอะไรต่อไปอีกบ้างหรือเปล่า?

สุกัญญา.

เฃาว่าเฃาจะไปยิงเสือเอาหนังมาให้ลูก แล้วก็จะใม่มาอีก, เฃาขอให้ลูกรับไว้เพื่อเปนพยานรัก.

คุณหญิง.

แล้วก็ลูกตอบว่าจะรับหรือ?

สุกัญญา.

ค่ะ.

คุณหญิง.

ทำไมต้องรับด้วย?

สุกัญญา.

เพราะเห็นหน้าเฃาเศร้า, ลูกก็อดสงสารใม่ได้.

คุณหญิง.

แม่ขอถามจริง ๆ อีกคำเถอะ. ลูกนึกรักเฃาบ้างไหม?

สุกัญญา.

เปล่าเลยค่ะ, เปนความสัตย์จริงของลูก; เปนแต่ลูกนึกสงสารเฃาเท่านั้น. อีกประการหนึ่ง, เฃาเปนคนที่ได้คุ้นเคยชอบพอกันมานาน, เมื่อนึกขึ้นมาว่าอาจจะใม่ได้พบปะกันอีกก็รู้สึกออกจะใจหาย.

คุณหญิง.

เชื่อแม่เถอะ, ลูกพยายามตัดความสงสารเสียดีกว่า, เพราะความสงสารอาจจะพาใจให้เลยกลายเปนรักไปได้. ถ้าลูกรักแม่ละก็ขอให้เชื่อแม่เถอะ, ข่มใจให้ลืมเฃาเสียทีเดียวดีกว่า. ถึงแม้ว่าเฃาจะเปนคนดีเท่าใด ๆ แม่ก็ยังคงต้องขอต่อลูกเช่นเดียวกัน, เพราะเกิดมาเปนหญิงต้องระวังตัวมากที่สุดเพื่อใม่ให้มีราคี.

สุกัญญา.

ลูกจะตั้งใจปฏิบัติตามคำสั่งสอนของคุณแม่, เพราะลูกใม่ลืมเลยว่าได้มีกำเนิดในสกุล ณ ชัยบุรี. แต่-เออ! เปนผู้หญิงนี่มันแสนลำบากนะคะ.

คุณหญิง.

จริงลูก, ลำบากมาก; แต่เมื่อเลือกเองใม่ได้ว่าจะเกิดเปนผู้หญิงหรือผู้ชาย, พะเอินเราเกิดมาเปนผู้หญิง ก็ควรตั้งใจทำตัวให้เปนผู้หญิงที่ดีทุกสถาน.

สุกัญญา.

(ลุกไปคุกเฃ่าลงแล้วกอดแม่, และพูด.) เอาเถอะคะ, คุณแม่อย่าวิตกเลย. ลูกจะประพฤติให้สมควรที่เปนลูกคุณแม่.

คุณหญิง.

ลูกรักของแม่ ! (กอดจูบลูก.)

(สุธนกับประเสริฐวิ่งกระหืดกระหอบมาทางเฉลียง, เฃ้าสู่ห้องนั่ง, แล้วปิดประตูลงกลอนคนละประตู.)

คุณหญิง.

อะไรกัน, พ่อใหญ่?

(สี่คนที่เล่นไพ่อยู่ก็ออกมาถามกันว่าอะไรกัน.)

สุธน.

ประเดี๋ยวขอรับ, (วิ่งเฃ้าไปสู่ห้องกินอาหาร, และตะโกนเรียก.) ธูป ! ธูป ! ปิดประตูหลังเรือนแล้วลงกลอนเสียด้วย. ไวๆ เฃ้า!

วิเศษ.

เกิดอะไรขึ้น, พ่อใหญ่?

สุธน.

(ออกมาจากห้องกินอาหารและตอบ.) เสือขอรับ! (คนอื่นต่างถามกันว่าเสืออะไร, ที่ไหน, ฯลฯ สุธนตอบ.) เสือแม่ลูกอ่อนขอรับ-ผมกับประเสริฐหนีมันมา-มันไล่กวดติด ๆ หลังมาทีเดียว-นึกว่าใม่รอดเสียแล้ว. (ลงนั่งหอบ.)

ศักรินทร์.

ก็ปืนมีทำไมใม่ยิงล่ะ?

สุธน.

ผมยิงขอรับ. แต่ผมถือปืนลูกปรายอยู่, ผมยิงในระยะไกลจะถูกหรือใม่ถูกก็ใม่ทราบ, ใม่เห็นมันชงักเลย.

ศักรินทร์.

ก็คุณประเสริฐถือปืนลูกโดดไปใม่ใช่หรือ?

สุธน.

ถือไปสิขอรับ, แต่เฃาจะนึกอย่างไรขึ้นมาใม่ทราบ, พอแลเห็นเสือเฃาก็เอาปืนส่งให้ตามั่ง, บอกให้แกยิง, แล้วเฃาก็กลับหลังหันออกวิ่งทีเดียว. ผมเห็นเฃาเปิดผมก็เปิดบ้าง, แล้วก็อรามรีบที่จะหนีเสือปืนของผมหลุดจากมือไปเมื่อไรก็ใม่ทราบ.

วิเศษ.

นี่ลูกทิ้งอ้ายมั่งไว้ให้สู้เสือคนเดียวฉนั้นหรือ?

สุธน.

ขอรับ.-หรืออ้ายจอนจะอยู่ด้วยก็ใม่ทราบ.

วิเศษ.

(เสียงแขง.) พ่อใหญ่! นี่เจ้าลืมเสียแล้วหรือว่าเปนเชื้อสกุล ณ ชัยบุรี? เมื่อเฃ้าที่คับขัน ผู้ชายสกุลของพ่อใม่เคยทิ้งเพื่อนหรือคนในบังคับบัญชาเลยนะ.

(สุธนแลดูตาพ่อครู่ ๑, แล้วซบหน้าลงกับมือ, สอื้น.)

ศักรินทร์.

เจ้าคุณ ! ขอเสียที, อย่าดุเฃานักเลย. เวลานี้กำลังขวัญหนีดีฝ่ออยู่. ผมเชื่อว่าพ่อสุธนคงจะรู้สึกละ ว่าการคบเพื่อนขี้ขลาดอาจพาให้ตนขี้ขลาดไปด้วย.

ประเสริฐ.

ผมเชื่อว่าผมใม่ขี้ขลาดกว่าใคร ๆ ในที่นี้. ถ้าคนละก็ผมใม่ยอมแพ้หรือถอยแม้แต่ก้าวเดียว, แต่การที่จะยืนสู้เสือน่ะ มีแต่คนบ้าหรือคนใม่รักชีวิตเท่านั้น จะทำได้.

ศักรินทร์.

ก็อ้ายนายมั่งน่ะมันใม่รักชีวิตของมันหรือ มันจึ่งยืนสู้อยู่ได้?

ประเสริฐ.

มันเปนพราน-และเปนไพร่-ฉนั้น-

ศักรินทร์.

ฉนั้นชีวิตของมันใม่มีราคา เช่นนั้นหรือ?

ประเสริฐ.

มือผมเจ็บ, ยิงใม่ถนัด, จึงได้ส่งปืนให้นายมั่ง. (ยื่นมือขวาให้พระยาศักรินทร์ดู.)

สุกัญญา.

อุ๊ย, ตาย! เลือดเปรอะไปทั้งนั้นแหละ. ดิฉันจะไปหาน้ำมาชะให้. (วิ่งเฃ้าโรงไปทางห้องกินอาหาร.)

สุธน.

(เงยหน้าขึ้นและพูด.) ผมจะกลับไปตามตามั่ง ! (ลุกยืนขึ้น.)

ศักรินทร์.

อ๊ะ! จะไปมือเปล่า ๆ อย่างนั้นแหละหรือ?

สุธน.

ปืนบอกนั้นมี. ผมจะเอาไปด้วย.

คุณหญิง.

ใม่ไหวละ, พ่อใหญ่. จะออกไปตายเสียอีกคนหนึ่งเปล่า ๆ.

วิเศษ.

ให้มันไปเถอะ, แม่จำปี. มันจะได้ไปล้างบาปของมัน.

ศักรินทร์.

ช้าก่อน. เจ้าคุณ. ถ้าเฃาเอาปืนนี่ไปเสียแล้ว ฉวยว่าเสียท่วงทีอ้ายเสือพรวดพราดมานี่ เราจะมีเครื่องมืออะไรประหารมันล่ะ?

ศุภสาส์น.

ใต้เท้าพูดถูก. ให้เอาไปใม่ได้

(สุกัญญากลับออกมาทางห้องกินอาหาร, ถือสำลีกับผ้าพันแผล, และนางผ่องถืออ่างน้ำตามมาด้วย.)

สุกัญญา.

(พูดกับประเสริฐ.) คุณนั่งลงสิคะ, ดิฉันจะได้ชะล้างแผลให้ถนัด ๆ.

(ประเสริฐนั่งลงและยื่นมือไปให้สุกัญญาพลาง, ชำเลืองดูพระศุภสาส์นพลางด้วยอาการอวดดี. พระศุภสาส์นเหลียวไปเสียทางอื่น, นอกนั้นพากันแลดูด้วยความใม่พอใจ.)

สุธน.

(พูดเสียงโกรธ.) น้องน้อยไปพยาบาลมันทำไม? มือมันถูกหนามไผ่ข่วนนิดเดียวเท่านั้น. มันมีบาดแผลเมื่อหนีต่างหาก, ใม่ใช่เมื่อก่อนพบเสือเช่นที่มันว่า.

ศักรินทร์.

แล้วก็คุณหลวงสุนทรก็เปนหมออยู่นี่ทั้งคนแล้ว, ให้คุณหลวงจัดการมิดีกว่าหรือ?

สุนทร.

ขอผมตรวจดูหน่อย. (เอาสำลีชุบน้ำล้างที่หลังมือประเสริฐ, และตรวจดูแผล, แล้วพูดว่า.) แผลมีตื้นเพียงผิวหนังเท่านั้น. โลหิตก็หยุดแล้ว. เอายาแผลสดใส่เสียหน่อยก็พอ. (ควักซองยาจากกระเป๋าและเอายาแผลสดทาทีหลังมือประเสริฐ. สุกัญญาพยักหน้าให้ผ่องไป, ผ่องก็กลับเฃ้าโรงทางห้องกินอาหาร.)

(ขณะนี้มีฝีเท้าคนวิ่งมาตามเฉลียง, แล้วตบประตูห้องนั่ง.)

จอน.

(ร้องเรียกด้วยเสียงแสดงความกลัวมาก.) คุณขอรับเปิด! เปิด! เร็ว ๆ ขอรับ.

(สุธนวิ่งไปเปิดประตู. จอนรีบเฃ้ามาโดยด่วน, แล้วสุธนลงกลอนประตูตามเดิม. จอนอายุประมาณ ๑๖ หรือ ๑๗ ปี, แต่งตัวสรวมกางเกงผ้าดำ, เสื้อชั้นในผ้าดอก.)

สุธน.

อย่างไรวะ?

จอน.

เมื่อคุณวิ่งมาแล้วผมปีนขึ้นไปอยู่บนต้นไม้ เห็นเสือมันตรงเฃ้าไปหาลุงมั่ง, ลุงมั่งแกยกปืนขึ้นยิงไปผิดมัน; ผมเห็นแกพยายามยิงอีก, แต่ใม่ออก, เพราะแกใม่รู้จักชักลูกเลื่อน ผมเห็นเช่นนั้นผมก็ร้องตะโกนบอกแกลงไปว่าให้ขยับลูกเลื่อน, แกก็ใม่เฃ้าใจ, มัวคลำอยู่นั่นเอง, เสือมันก็โดดโครมเฃ้าใส่แก, แล้วก็...

สุธน.

ตามั่งตายหรือ?

จอน.

เห็นจะตายละขอรับ, แต่ผมใม่ได้ดูอยู่. ผมรีบลงจากต้นไม้ได้ก็เปิดหนีมา. ผมนึกว่าจะอุ้มอ้ายลูกเสือนั่นมาด้วยให้ถึงนี่, แต่มันหนักเฃ้าทุกที, แล้วก็ได้ยินเสียงอีแม่มันตามมาด้วย, ผมก็เลยทิ้งมันเสียที่นอกบ้านนี่เอง.

วิเศษ.

ลูกเสืออะไรนะที่เอ็งพูดถึง?

จอน.

ลูกเสือที่คุณประเสริฐให้ลุงมั่งเฃ้าไปจับมาจากในโพรง, ขอรับผม.

วิเศษ.

อ้อ! จับมันได้ง่าย ๆ หรือ?

จอน.

ใม่ง่ายดอกขอรับผม. ต้องลากลู่ถูกังอยู่นานจึ่งได้ตัวมันออกมา. แล้วก็อะไรจะครู่มันหรืออย่างไรแหละขอรับ, สีฃ้างมันเลือดแดงทีเดียว.

ศักรินทร์.

เมื่ออุ้มมันมาน่ะ เลือดมันหยุดแล้วหรือยัง?

จอน.

ยังขอรับผม. เลือดมันหยดมาตลอดทางจนผมทิ้งมันแหละ.

ศักรินทร์.

ใม่ได้การ! เท่ากับนำทางให้แม่มันมาบ้านนี้ทีเดียว.

สุธน.

เอาเถอะ, อ้ายจอน, เอ็งไปทางหลังเรือนเถอะ.

(จอนไหว้แล้วเดินเฃ้าสู่ห้องกินอาหาร, หยุดเยี่ยมน่าต่างด้านหลัง.)

จอน.

คุณขอรับ มันวิ่งเหย่า ๆ ตรงมาทางเรือนนี่แล้ว!

สุธน.

ไปช่วยดูให้เฃารักษาประตูหลังเรือนไว้ให้มั่น ๆ.

จอน.

ขอรับ. (หายเฃ้าโรงไป.)

วิเศษ.

เจ้าคุณศักรินทร์ขอรับ, นี่เราจะทำอยางไรกันดี ?

ศักรินทร์.

ปืนใม่มีอีกเลยหรือ, นอกจากที่ติดฝาอยู่นั่น?

วิเศษ.

ใม่มีละขอรับ. ก็เอาไปทิ้งกันเสียแล้วทั้งสองกระบอก.

ศักรินทร์.

ถ้าเช่นนั้นก็ต้องเอาอ้ายกระบอกนั้นลงมาใช้ละขอรับ. คงดีกว่าใม่มีอะไรเลย.

วิเศษ.

พ่อใหญ่, ปลดปืนนั่นลงมา.

(สุธนขึ้นยืนบนเก้าอี้และปลดปืน, ย่าม, เขนง, และดาพลงมาจากฝาเรือน. พระศุภสาส์นรับของนั้น ๆ ไปวางที่โต๊ะ, แล้วพิจารณาดูปืน.)

ศุภสาส์น.

ปืนนี่จะใช้ได้หรือขอรับ?

วิเศษ.

หวังใจว่าได้. ฉันให้เฃาเช็ดล้างไว้สอาดดีเสมอ.

ศักรินทร์.

เอาเถอะขอรับ, อย่างไร ๆ ก็ลองดูที.

(พระยาศักรินทร์รับปืนไปดู, แล้วจัดการเอาลูกกับดินประจุ. เสียงเสือมาเกาแกร๊ก ๆ ที่ประตู.)

ศักรินทร์.

อือ! ฃ้าศึกมาแล้ว.

วิเศษ.

ถ้าเราจะรอนิ่งๆไว้ มันอาจจะไปเสียเองได้ไหมขอรับ?

ศักรินทร์.

มันอาจจะไปได้, แต่มันอาจจะเดิรด้อมๆ อยู่อีกกี่ชั่วโมงก็ได้เหมือนกัน. และถ้ามันฮึกขึ้นมามันอาจจะโดดชนประตูเรือนนี้ทลายไปก็ได้.

วิเศษ.

จริงขอรับ! กลอนและบานพับประตูก็ใม่ใคร่จะแน่นหนานักด้วย. เจ้าคุณใม่มีอุบายอะไรบ้างหรือขอรับ ?

ศักรินทร์.

มีขอรับ; แต่ออกจะประกอบด้วยอันตรายมากอยู่หน่อย.

วิเศษ.

คืออย่างไรขอรับ ?

ศักรินทร์

ทางที่จะพอทำได้มีอยู่คือ เราต้องพยายามล่อเสือไว้ให้มันพะวงอยู่ทางนี้, แล้วให้ใครคนหนึ่งค่อยย่องออกทางหลังเรือน, ไปขึ้นรถยนต์รีบขับเฃ้าไปในเมือง, ขอแรงตำรวจภูธรมาช่วยยิงเสือ.

วิเศษ.

ชอบกลขอรับ. ให้อ้ายธูปไปก็ได้.

สุกัญญา.

ธูบขับรถยนต์เปนเมื่อไรล่ะคะคุณพ่อ (หันไปพูดกับประเสริฐ.) คุณเปนต้นเหตุให้เสือมานี่, คุณจะใม่รับอาสาหรือคะ?

ประเสริฐ.

(แสดงกิริยาตกประหม่า, พูดเสียงสั่น.) ฉัน-ฉันก็น่ากลัวจะ-จะขับรถยนต์ใม่ได้, เพราะ- (ชูมือขึ้น.)

ศักรินทร์.

เพราะมือเจ็บ! ฮึ!

สุธน.

ผมรับอาสาเองขอรับ.

ศุภสาส์น.

ช้าก่อน, สุธน. แกก็คงเส้นประสาทใม่สู้บริบูรณ์นัก, เพราะได้วิ่งหนีมาอย่างขวัญหนีดีฝ่อแล้ว.

สุธน.

พุทโธ่! คุณพระนึกว่าผมขี้ขลาดตาฃาวเปนอ้ายคนนั้นหรือ? (ชี้ประเสริฐ.)

ศุภสาส์น.

ใม่ใช่เช่นนั้น, สุธน; เปนแต่ฉันเห็นว่าในกิจการเช่นนี้ใช้คนที่เส้นประสาทบริบูรณ์อยู่ดีกว่าเท่านั้น.

สุธน.

ถ้าฉนั้นก็ให้อ้ายพันไปใม่ได้หรือ?

ศุภสาส์น.

ในกิจการที่อาจจะต้องการสมองคิดเช่นนี้ จะไว้ใจคนใช้อย่างไรได้. ฉันเองจะเปนผู้ไป. (หยิบดาพ, แล้วพูดกับพระยาวิเศษ.) ผมขอเอาดาพนี้ไปใช้ป้องกันตัวนะขอรับ.

(สุกัญญาพูดใม่ออก, ยืนเกาะมารดาอยู่, และคุณหญิงก็กอดลูกไว้; คนอื่น ๆ ยืนนิ่งงันกันอยู่หมด, นอกจากพระยาศักรินทร์, ซึ่งตรงไปยังพระศุภสาส์นและเอามือตบบ่า.)

ศักรินทร์.

คุณพระ, ผมขอพูดโดยจริงใจ ว่าผมได้นึกตั้งแต่ต้นว่าคุณพระคงจะเปนผู้รับอาสาไป; แต่ที่ผมใม่ได้ออกนามคุณพระเสียแต่แรกก็เพราะเห็นว่าคุณพระเปนผู้ที่มีครอบครัวซึ่งคุณพระต้องถนอม-

ศุภสาส์น.

ขอรับ; แต่คนอื่น ๆ ก็มีเช่นนั้นเหมือนกัน. ที่ผมรับอาสาไปครั้งนี้ ก็เพราะผมรู้สึกว่าเปนน่าที่ของผมที่จะต้องทำการเพื่อให้ครอบครัวและมิตร์ของผมได้พ้นภัย.

ศักรินทร์.

ขอเทวดาอารักษ์จงคุ้มเกรงรักษาเถิด! (จับมือพระศุภสาส์น.)

ศุภสาส์น.

ผมขอรับพรของใต้เท้าไว้ด้วยเคารพ. สุธน, แกช่วยอะไรหน่อยเถอะได้ไหม?

สุธน.

ได้สิขอรับ! ใช้อะไร ๆ ก็ตาม, ผมจะทำทุกอย่าง.

ศุภสาส์น.

เปล่าดอก, ใม่ใช่ของสลักสำคัญอะไร. ไปเยี่ยมน่าต่างห้องกินอาหารดูทีหรือว่าเสือมันยังอยู่ที่บนเฉลียงนี้หรือเปล่า.

(สุธนเฃ้าไปสู่ห้องกินอาหาร และไปเยี่ยมน่าต่างด้านขวาครู่ ๑ แล้วจึ่งกลับออกมาที่ห้องนั่ง.)

สุธน.

ใม่อยู่แล้วขอรับ

ศุภสาส์น.

ถ้าเช่นนั้นมันเห็นจะอยู่ทางหลังเรือน. ฉันจะต้องไปทางนี้เอง; สุธนต้องเปนผู้เปิดประตูให้ฉัน,- (หันไปพูดกับพระยาศักรินทร์.) และใต้เท้าโปรดเอาปืนจ้องไว้ที่ช่องประตู เผื่อพลาดท่าเสือมันผลุนผลันผ่านผมเฃ้ามาได้ใต้เท้าจะได้ยิง. (พระยาศักรินทร์พยักหน้า.) สุธน, ไปประจำที่ของแก (สุธนไปที่ประตู.) เวลาจะกอดกลอนต้องเอาตัวเตรียมดันประตูไว้, เผื่อมันจะโถมเฃ้ามาต้องพยายามดันไว้และลงกลอนเสียทันที. อย่าไว้ใจกลอนนั้นนัก, เพราะมันอาจจะทนน้ำหนักใม่ได้ เมื่อเสือมันโถมเฃ้ามาเต็มแรง; แกต้องใช้กำลังของแกคอยดันไว้. - คุณหลวงสุนทร, เพื่อให้แน่ ๆ คุณช่วยดันประตูอีกช่องหนึ่งไว้ได้ไหม?

สุนทร.

ได้ขอรับ; เต็มใจทีเดียว, (ไปยืนประจำประตูช่องหน้า.)

(พระศุภสาส์นชักดาพ, และคงถือฝักด้วยมือซ้าย, ไปที่ประตู.)

ศุภสาส์น.

สุธน. เปิด!

(สุธนเอาตัวดันบานประตูไว้ก่อน แล้วจึ่งถอดกลอน, แล้วจึ่งเปิดประตู. พระศุภสาส์นออกไปโดยด่วน, แล้วสุธนรีบปิดประตูและลงกลอนทันที, แล้วคงยืนอยู่ที่ประตู. ทุกคนนิ่งฟังอยู่ครู่ ๑, แต่ใม่ได้ยินเสียงอะไร. แล้วคุณหญิงจึ่งพาสุกัญญาไปนั่งที่เก้าอี้นอน, คุณหญิงนั่งเคียงและกอดลูกไว้. นิ่งกันอยู่อีกครู่ใหญ่ๆ, แล้วประเสริฐจึ่งไปทางสุกัญญา.)

ประเสริฐ.

แม่สุกัญญา, ฉันเสียใจจริง ๆ ที่ฉันได้เปนผู้ทำเหตุให้หล่อนต้องรับความรำคาญถึงปานนี้ ขอให้เชื่อเถอะ ว่าถ้าฉันมีโอกาสในกาลภายน่าฉันจะขอทำการแก้ตัวให้จงได้.

สุกัญญา.

(ลุกยืนขึ้นชี้หน้าประเสริฐ, และพูดอย่างจัง ๆ.) ถ้าผัวของดิฉันเปนอันตรายไปในครั้งนี้ ดิฉันจะฆ่าคุณเสียด้วยมือของดิฉันเอง!

คุณหญิง.

ลูกน้อย! (ค่อยจับตัวสุกัญญาให้นั่งลงและกอดไว้อีก.) เจ้าคุณคะ, โปรดดูอย่าให้นายคนนี้เฃ้ามาใกล้ลูกเราอีกเลย.

วิเศษ.

นายประเสริฐ, เฃ้าไปอยู่ในห้องโน้น ! (ชี้ห้องกินอาหาร.)

(ประเสริฐเดิรก้มหน้าเฃ้าไปสู่ห้องกินอาหาร, และไปนั่งลงที่เก้าอี้ตัว ๑ ใกล้โต๊ะไพ่. นิ่งกันอยู่ครู่ ๑, แล้วพระยาวิเศษจึงเดิรเฃ้าไปในห้องกินอาหารและไปมองที่น่าต่าง, แล้วตะโกนเรียก.)

วิเศษ.

อ้ายธูป ! อ้ายธูป ! (ธูปฃานในโรง.) มานี่เดี๋ยวเถอะ. (ธูปออกมา.) ทางหลังเรือนเห็นเสือบ้างหรือเปล่า?

ธูป.

ใม่ได้เห็นเลย, ขอรับผม.

วิเศษ.

ประตูปิดแน่นแล้วหรือ!

ธูป.

ปิดแล้ว, ขอรับผม. นายพันกับผมช่วยกันเอาไม้ค้ำไว้, เพราะเห็นกลอนใม่สู้แน่นหนานัก. แล้วก็ผมได้จัดการถากไม้ไว้ให้แหลมสองอัน, เผื่อมันผลุนผลันเฃ้ามาได้ ผมกับนายพันจะได้ต่อสู้กับมัน.

วิเศษ.

ดีแล้ว. ไปประจำน่าที่เถอะ. (ธูปหายเฃ้าโรงไป.)

(ขณะนั้นได้ยินเสียงคนตบประตูห้องนั่ง. ทุกคนตั้งท่าฟังนิ่งอยู่.)

ศุภสาส์น.

(พูดในโรง, เสียงกระเส่า.) สุธน ! สุธน ! เปิดประตูรับฉันด้วย.- เสือตายแล้ว !- เปิดเถอะ !

(สุธนถอดกลอนและเปิดประตู. ศุภสาส์น. ซึ่งสมมติว่ายืนพิงบานประตูอยู่. เซออกมาจนหน้าเกือบคมำ, แต่สุธนรับไว้ทัน. และหลวงสุนทรก็รีบไปพยุงอีกคน ๑. พระศุภสาส์นนั้นน่าอกเสื้อฃาดทั้งชั้นนอกชั้นในเหมือนถูกเฃาฉีกเปนริ้วแร่งไปหมด; และสมมติว่าเลือดโทรม. สุกัญญาร้องกรี๊ดแล้ววิ่งไปกอดผัว.)

ศุภสาส์น.

ค่อย ๆ ไป-จวนถึงโรงรถยนต์-พบมันจังหน้า-หลบหลีกมันใม่ทัน-มันโจนใส่-ดาพแทงมันสองที-ตรงหัวใจ-มันล้มลงไปดิ้น-แทงซ้ำอีกที-ตายแล้ว.

สุนทร.

อย่าพูดมากนักดีกว่าคุณพระ. ไปนอนที่เก้าอี้โน่นเสียก่อนเถอะ. คุณหญิงขอรับ. โปรดหาสำลี, น้ำสอาด ๆ, กับผ้าฃาวเนื้อดีสักผืนเถอะขอรับ.

(คุณหญิงรีบเฃ้าโรงไปทางห้องกินอาหาร, สุกัญญา, สุธน, และหลวงสุนทรช่วยกันพยุงพระศุภสาส์นไปนอนที่เก้าอี้ยาว, พระยาศักรินทร์วางปืนแล้วยืนมองดูอยู่. พระยาวิเศษออกมาจากห้องกินอาหารและมายืนมองดูอยู่ด้วย; แต่นายประเสริฐ, ซึ่งได้ลุกยืนขึ้นเมื่อเฃาเปิดประตูนั้น, คงยืนอยู่ในห้องกินอาหาร.)

ศุภสาส์น.

อย่าตกใจเกินไป-นี่เลือดเสือเปื้อนอยู่ด้วย.

สุนทร.

เอาเถอะขอรับ, ผมขอตรวจดูบาดแผลก่อน. คุณสุกัญญาโปรดช่วยผมถอดเสื้อคุณพระหน่อย. คุณสุธน, โปรดช่วยพยุงนะ.

(หลวงสุนทรกับสุกัญญาช่วยกันถอดเสื้อชั้นนอกของพระศุภสาส์น, แต่เสื้อชั้นในนั้น หลวงสุนทรใช้มีดตัดเปนชิ้น ๆ ออกจากตัว. บัดนี้คุณหญิงกลับออกมา, ถือสำลีและผ้าฃาวบางๆ, นางผ่องถืออ่างและหม้อน้ำตามมาด้วย. หลวงสุนทรเอาสำลีชุบน้ำเช็ดที่น่าอกพระศุภสาส์น คุณหญิงคอยช่วยส่งสำลีและรินน้ำเติม หรือเปลี่ยนน้ำในอ่าง, และนางผ่องรับใช้ไปเอาน้ำมาเติมเปนต้น.)

สุนทร.

บาดแผลใม่สู้ร้ายนักขอรับ, แต่ต้องระวังไว้ดีกว่า. ระหว่างนี้ต้องจัดการห้ามเลือดและทำแผลให้สอาด, แล้วจึงค่อยใส่ยา. แต่ยาผมมีมาใม่เพียงพอ, ต้องกลับเฃ้าไปเอาที่ชัยบุรี.

ศักรินทร์.

ควรฉีดยากันบาทะพิษด้วยกระมังคุณหลวง?

สุนทร.

ขอรับ, ผมจะไปเอาด้วย. แต่ถ้าโปรดให้ใครไปเอาจะดี, เพราะผมเองจะได้อยู่พยาบาลคนไข้.

วิเศษ.

ได้สิคุณหลวง. จดมาเถอะว่าจะต้องการยาอะไรบ้าง, จะได้ให้คนไปเรียกเอาถูก.

สุนทร.

ขอรับ, จดเดี๋ยวนี้. คุณหญิงโปรดช่วยเอาสำลีชุบน้ำเย็นล้างแผลไปอีกหน่อยนะขอรับ.

คุณหญิง.

ได้สิคะ. เอ้า, ลูกน้อย, เอายาดมนี้ให้คุณพระดมไว้ด้วย. (ส่งกลักยาดมให้สุกัญญา, แล้วทำการตามหมอสั่ง.)

(หลวงสุนทรควักสมุดพกกับดินสอออกมาเขียนอยู่ครู่ ๑, แล้วฉีกน่ากระดาษที่เขียนนั้นจากสมุด.)

สุธน.

(พูดกับพระยาวิเศษ.) นี่ขอรับ. โปรดใช้ใครไปเร็ว ๆ หน่อยจะดี.

สุธน.

ผมไปเองขอรับ.

วิเศษ.

ดีทีเดียว, พ่อใหญ่.

ประเสริฐ.

ฉันไปด้วยคนสิ, สุธน.

สุธน.

ใม่ได้ ! ฉันกลัวแกไปบีบคอฉันตายกลางทาง.

ศักรินทร์.

เอาเถอะน่า, ไปรับกระดาษจากคุณหลวงสุนทรเสียก่อนแล้วจึงค่อยเถียงกัน.

(หลวงสุนทรส่งกระดาษให้สุธน, แล้วหันไปทำการพยาบาลต่อไป, คือเอายาเจือลงในน้ำแล้วเอาสำลีชุบปิดที่แผล, แล้วฉีกผ้าฃาวพันตัวพระศุภสาส์น, คุณหญิงกับสุกัญญาช่วยพยุงยกตัวคนไข้เพื่อให้หมอทำการสดวก. เมื่อได้จัดการพันแผลเช่นนั้นแล้ว, คนไข้ค่อยสบาย นอนหลับตานิ่งอยู่. ระหว่างที่ทำการพยาบาลนี้, คนอื่นๆ พูดโต้ตอบกันไปพลาง.)

ประเสริฐ.

แกเห็นกันเปนคนอย่างไร, จึ่งนึกว่าจะไปทำร้ายแกกลางทางได้เช่นนั้น?

สุธน.

พูดกันตรง ๆ, กันใม่ไว้ใจแกอีกต่อไปแล้ว, และใม่ขอเดิรร่วมทางกับแกอีกเลย. ไกลร้อยโยชน์แสนโยชน์เทียว!

ประเสริฐ.

ก็ฉันจะต้องกลับไปชัยบุรี, ขอโดยสารรถไปหน่อยเท่านั้น ใม่ได้ทีเดียวหรือ?

สุธน.

แกมีตีนแกก็เดิรกลับไปสิ. (หันหน้าจะเดิรไปเฉลียง.)

ศักรินทร์.

ประเดี๋ยว, พ่อสุธน. อย่าเพ่อชล่านัก. เสือมันอาจจะยังใม่ตาย, เปนแต่เจ็บเท่านั้นก็ได้. เอ้า! (ส่งปืนให้สุธน.) เอาปืนนี้ไปด้วยดีกว่า.

(สุธนรับปืนแล้วออกไปเฉลียง, เลยหายเฃ้าโรง. ประเสริฐกำลังจะเดิรตามไป.)

ศักรินทร์.

ช้าก่อน. ให้ได้ยินเสียงรถยนต์ออกไปเสียก่อนจึ่งค่อยไป.

(พระยาศักรินทร์ไปยืนอยู่ที่ประตู, คอยฟังเสียงรถยนตร์.)

ประเสริฐ.

(พูดกับวิเศษ.) ใต้เท้าขอรับ! ขอให้ผมได้ไปรถยนตร์กับสุธนเถอะขอรับ. ถ้าผมเดิรไปกว่าจะถึงก็คงมืดแล้ว, ทางก็เปลี่ยวเหลือเกิน. (พระยาวิเศษใม่ตอบ; จึ่งหันไปพูดกับพระยาศักรินทร์.) ใต้เท้าขอรับ! โปรดให้ผมไปเถอะขอรับ (พระยาศักรินทร์ใม่ตอบ.)

(ประเสริฐหมดท่า, ยืนลังเลอยู่. อีกสักครู่ใหญ่ ๆ พระยาศักรินทร์จึ่งพูด.)

ศักรินทร์.

เอ้า! จะไปก็ไปเถอะ. ได้ยินเสียงรถยนต์แล่นออกไปแล้ว. (หลีกจากประตู.)

ประเสริฐ.

ผมได้กราบเรียนแล้ว ว่าถ้าจะเดิรไปกว่าจะถึงชัยบุรีก็มืด, ผมจะเดิรไปคนเดียวและใม่มีอะไรป้องกันตัวเลยอย่างไรได้.

ศักรินทร์.

โอย ! เบื่อนัก. เจ้าคุณวิเศษ, จัดคนไปส่งนายประเสริฐสักคนได้ไหม?

วิเศษ.

เจ้าคุณใม่ได้ยินเฃาพูดเองหรือ ว่ากว่าจะไปถึงก็คงมืดแล้ว? จะให้คนของผมเดิรกลับมาคนเดียวในเวลากลางคืนหรือ?

ศักรินทร์.

(พูดป้องกับพระยาวิเศษ.) ทำเปนตกลง เถอะขอรับ, มันจะได้ไปเสียให้พ้น, สั่งคนใช้ให้พามันไปส่งเพียงนอกเขตบ้านของเจ้าคุณ, แล้วก็ไล่มันไปก็แล้วกัน.

วิเศษ.

(พยักหน้า, แล้วหันไปพูดกับประเสริฐ.) เอาเถอะ, ฉันจะให้คนไปส่ง.

ประเสริฐ.

เปนพระเดชพระคุณมากขอรับ.

(พระยาวิเศษเฃ้าโรงไปทางห้องกินอาหาร.)

ประเสริฐ.

(พูดกับพระยาศักรินทร์.) ผมหวังใจว่าคุณพระศุภสาส์นจะใม่เปนอันตรายมากมายนัก.

ศักรินทร์.

เห็นจะใม่มากมายนักดอก, อย่างไร ๆ ก็ใม่ร้ายเท่าคุณเอง; เพราะคุณพระศุภสาส์นนั้น ถึงตัวจะตายชื่อคงยังอยู่ต่อไป, แต่ส่วนคุณนั้นชื่อเสียงตายแล้ว ยังคงเหลือแต่กายอันเปนซากอยู่เท่านั้น!

(พระยาวิเศษกลับออกมากับนายธูป.)

วิเศษ.

อ้ายธูป, พาคุณประเสริฐไปส่ง.

ธูป.

ขอรับผม. (พูดกับประเสริฐ.) เชิญสิขอรับ.

ประเสริฐ.

แกลงไปคอยอยู่ฃ้างล่างเถอะ. ประเดี๋ยวฉันจะไป.

(ธูปออกไปทางเฉลียง, เลยหายเฃ้าโรง. ประเสริฐยังยืนจด ๆ จ้อง ๆ, หาโอกาสจะพูดกับสุกัญญา.)

ศุภสาส์น.

(ลืมตาขึ้น, พูดเสียงกระเส่า.) คุณหลวง, ขอผมพูดกับคุณหลวงสองต่อสองหน่อยได้ไหม?

สุนทร.

ได้ขอรับ.

(คุณหญิงกับสุกัญญาถอยไปจากเก้าอี้นอน. คุณหญิงไปยืนพูดกับพระยาศักรินทร์และพระยาวิเศษห่าง ๆ ออกไปหน่อย, แต่สุกัญญานั้นยืนอยู่ใกล้ ๆ, และเงี่ยหูฟังๆ อยู่.)

ศุภสาส์น.

คุณหลวง, ขอให้ตอบผมตามจริง ผมมีตารอดบ้างหรือใม่มี ?

สุนทร.

มีขอรับ, มีมากทีเดียว. ถ้าให้ผมได้ใช้ยาป้องกันบาทะพิษแล้วละก็ผมรับประกันทีเดียว , แต่บางทีก็จะใม่ต้องใช้ด้วยซ้ำ, เพราะบาดแผลได้จัดการทำความสอาดแล้วโดยทันควัน. คุณพระใม่ต้องวิตกเลยจริง ๆ.

ศุภสาส์น.

คุณหลวงเฃ้าใจผิด. ผมใม่ได้กลัวตายเลย. ถ้าผมตายไปแล้วจะเปิดโอกาสง ให้ภรรยาของผมได้รับความสุขละก็ผมยอมเสียสละชีวิตด้วยความเต็มใจทีเดียว.-หนุ่มกับสาว-คู่ควรกัน-

(ทันใดนั้นสุกัญญาวิ่งไปกอดผัว.)

สุกัญญา.

คุณพระ! ถ้าคุณตายไปครั้งนี้คุณนึกหรือว่าดิฉันจะอยู่? คุณเปนชีวิตของดิฉัน-สิ้นคุณพระไปแล้วดิฉันใม่ขออยู่อีกเลย!

(สุกัญญาซบหน้าลงสอื้น. พระศุภสาส์นค่อย ๆ ยกแขนขึ้นกอดสุกัญญาไว้. ประเสริฐแลเห็นดังนั้นก็มองดูและถอนใจใหญ่, แล้วค่อย ๆ เลี่ยงไปทางเฉลียง. ฝ่ายหลวงสุนทรลุกขึ้นไปหาคุณหญิงและพระยาทั้งสอง, แล้วทั้ง ๔ คนค่อยๆเดิรเฃ้าไปสู่ห้องกินอาหาร.)

ปิดม่าน.

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ