องก์ที่ ๑

ฉาก : ห้องนั่งในตึกที่อยู่ของพระศุภสาส์นโศภิต, ในเขต “บ้านชัยบุรี”, กรงเทพ ฯ.

(สำหรับฉากและเครื่องแต่งเวที ดูแผนผัง.)

(พอเปิดม่าน พระศุภสาส์นโศภิต กับสุกัญญาออกทางประตูซ้าย. พระศุภสาส์นอายุสี่สิบล่วงแล้ว, แต่ยังคล่องแคล่วดี, ใส่แว่นตาเวลาอ่านหรือเขียนหนังสือ, แต่งตัวนุ่งผ้าม่วงสีน้ำเงินสรวมเสื้อฃาว. สุกัญญาเปนหญิงสาวอายุราว ๑๙ ปี, สรวย, คมกาย, กิริยาน่าเอ็นดู, แต่งตัวอย่างอยู่กับบ้าน.)

สุกัญญา.

ดิฉันยินดีจริง ๆ เทียวที่คุณพระจะพาดิฉันไปดูแข่งม้าได้วันนี้.

ศุภสาส์น.

ฉันก็ยินดีที่พะเอินว่างด้วย. แต่ก็เมื่อก่อน ๆ นี้หล่อนก็เคยไปกับสุธน, ใม่สนุกหรือ?

สุกัญญา.

สนุกอะไรได้คะ. พี่ใหญ่น่ะพอพาไปถึงสนามม้าแล้ว ก็เอาดิฉันไปทิ้งไว้ที่นั่งดู, แล้วตัวเฃาเองเปิดหนีไปแทงโต๊ตแล้วก็เดิรเตร่เที่ยวกับเพื่อนฝูง-

ศุภสาส์น.

หรือกรอผู้หญิง?

สุกัญญา.

ข้อนั้นน่ะแน่นอน! ใม่ว่าไปไหนพี่ใหญ่ต้องกรอผู้หญิงที่นั่น. ส่วนดิฉันเปนแต่เพียงน้องของเฃา, เฃาว่าสนทนาด้วยใม่สนุก.

ศุภสาส์น.

ก็จริงอยู่. คุยกับน้องสาวคนอื่นสนุกกว่า.

สุกัญญา.

คุณก็เห็นใจเฃาด้วยละสิ?

ศุภสาส์น.

ก็แน่ละ ! -เออ, เวลานี้สุธนกำลังติดใคร?

สุกัญญา.

จะว่าติดทีเดียวก็ยังใม่เชิง แต่ชอบกันอยู่มากกับแม่ส่องศรี.

ศุภสาส์น.

ส่องศรีไหน? น้องนายประเสริฐ ศุภางค์ ใช่ไหม?

สุกัญญา.

นั่นแหละค่ะ. หน้าตาดีพอใช้นะคะ.

ศุภสาส์น.

อย่างนั้นหรือ? ฉันใม่ใคร่ได้สังเกตนัก.

สุกัญญา.

เฃาสรวยทีเดียวแหละ. คุณใม่ได้สังเกตหรือ เมื่อไปดูละคอนที่สโมสรเสือป่า?

ศุภสาส์น.

ฉันรับสารภาพว่าใม่ได้พิจารณาให้ถี่ถ้วนเท่าไดนัก, เพราะฉันมัวแต่ดู-

สุกัญญา.

ดูใครคะ?

ศุภสาส์น.

ดูเมียที่ชื่นใจของฉันเอง !

สุกัญญา.

ช่างพูดอย่างนี้แหละ!-เออ, เสื้อที่ตัดใหม่แล้วเสร็จมาเมื่อเช้านี้เอง, คุณยังใม่ได้เห็นเลย ขึ้นไปดูด้วยกันใหมล่ะคะ?

ศุภสาส์น.

หล่อนขึ้นไปแต่งตัวทีเดียวก็แล้วกัน, แล้วฉันจะได้ดูเสื้อนั้นที่ตัวหล่อน. ลำพังแต่เสื้อมันจะงดงามน่าดูปานใดเทียว? เสื้อให้วิเศษเท่าใด ๆ ก็ดี ถ้าใม่ได้อยู่กับตัวหล่อนฉันก็หาเห็นงามใม่ดอก.

สุกัญญา.

เอ๊อ ! เอาอีกแล้ว. คุณนี่ยอดิฉันเสียจนเกือบเหลิงเสียคนแล้วละ, รู้ใหม? ดิฉันจะไปแต่งตัวละ. ก็คุณล่ะ, ใม่ไปผลัดผ้าบ้างหรือ?

ศุภสาส์น.

ฉันยังมีงานค้างอยู่นิดหนึ่ง, ต้องรีบทำแล้วส่งไปที่นายท่านเสียก่อนไปดูแข่งม้า, จะได้สิ้นห่วง. ถ้าฉันทำงานแล้วเร็วก็จะได้รีบผลัดผ้า, แต่ถ้าแล้วช้าก็ไปทั้งอย่างนี้ได้เหมือนกัน.

สุกัญญา.

ตามใจเถอะคะ. ขอแต่ให้พาดิฉันไปก็แล้วกัน. ดิฉันขึ้นไปแต่งตัวละนะ. (เฃ้าโรงทางประตูขวา.)

(พระศุภสาส์นไปนั่งที่โต๊ะเขียนหนังสือ. ใขลิ้นชักหยิบหนังสือออกมาวางบนโต๊ะและทำงานต่อไป. อีกครู่ ๑ นางสาวส่องศรี ศุภางค์, นายสุธน ณชัยบุรี, กับนายประเสริฐ ศุภางค์, จึ่งออกทางประตูซ้าย. ส่องศรีเปนหญิงสาวอายุประมาณ ๑๙ หรือ ๒๐ ปี, หน้าตาดี, เก๋, กิริยาเปนอย่างหญิงสมัยใหม่, กล้าผู้ชาย. นายสุธน ณชัยบุรี อายุประมาณ ๒๐ หรือ ๒๑, ชอบสนุก แต่เปนคนซื่อ. นายประเสริฐ ศุภางค์ อายุประมาณ ๒๕ หรือ ๒๖. ออกไว้ท่าเปนคนสรวยและเก๋, ช่างพูดและข้อนฃ้างเห็นแก่ตัวมาก, และออกจะฉลาดไหวพริบดีกว่านายสุธน, ฉนั้นนายสุธนออกจะหลงและเชื่อถ้อยคำมาก. ทั้งสามคนที่ออกมาใหม่นี้ แต่งตัวสำหรับไปดูแข่งม้าไว้พร้อมแล้ว. เมื่อออกมาใม่มีผู้ใดเห็นพระศุภสาส์น, และพระศุภสาส์นก็ใม่เห็นเฃา.)

ส่องศรี.

ไหนล่ะคะแม่สุกัญญา?

สุธน.

ท่าจะแต่งตัวยังใม่แล้ว. ได้ยินว่าตัดเสื้อใหม่ไว้ด้วย.

ประเสริฐ.

เห็นจะต้องให้เวลาเฃาหน่อย. เปนธรรมดาผู้หญิงสาว, เมื่อได้เสื้อใหม่ กว่าจะตบแต่งให้เฃ้ารูปได้ต้องพิถีพิถันหน่อย.

ส่องศรี.

คุณพี่ละก็ช่างข้อนผู้หญิงเสียจริง ๆ เทียวละ. ขอผัดให้มีเมียเสียเองบ้างเถอะ. ขี้คร้านจะชมกันเปาะไปเสียอีก.

ประเสริฐ.

อ๋อ ! ในข้อนั้นใม่ต้องวิตกเลย, ฉันอยู่เปนโสดเช่นนี้สบายดีอยู่แล้ว, เรื่องอะไรจะหาตรวนมาใส่ฃา.

สุธน.

แต่ก็ถ้าตรวนนั้นมันสรวยน่าเอ็นดู แกจะใม่เต็มใจติดตรวนนั้นเทียวหรือ?

ประเสริฐ.

ก็ใครมีตรวนสรวย ๆ เราไปชมของเฃาเล่นโดยใม่ต้องยอมติดเองมิดีกว่าหรือ?

ส่องศรี.

คุณพี่พูดอย่างนี้ละก็ดิฉันหมั่นใส้จริง ๆ, ใม่อยากฟังเลย.

ประเสริฐ.

กลัวพี่จะสอนสุธนให้นึกเช่นนั้นไปบ้างฉนั้นหรือ? อย่าวิตกเลยสำหรับสุธนน่ะ พี่จะคอยช่วยจับให้ถ้าเมื่อไรน้องจะพันธนาเฃา.

ส่องศรี.

อุ้ย! ยิ่งพูดยิ่งหมั่นใส้!

สุธน.

แกใม่ต้องมาเกี่ยวด้วย. กันใม่ดิ้นรนไปไหนดอก!

ประเสริฐ.

ก็ดีแล้ว, กันจะได้ใม่ต้องเหนื่อย.-ว่าแต่น้องสาวของแกน่ะ เมื่อไรจะลงมา. เวลาล่วงเฃ้าไปมากแล้วนะ

สุธน.

จริง ! ประเดี๋ยวจะไปใม่ทันดูเที่ยวที่ ๑. กันขึ้นไปเร่งละนะ.

(สุธนกำลังจะไปทางประตูขวา, แต่พระศุภสาส์นลุกจากโต๊ะเดิรออกมา, สุธนจึ่งชงักอยู่. ประเสริฐกับส่องศรีก็แสดงกิริยาเก้อ ๆ.)

ศุภสาส์น.

ใม่ต้องขึ้นไปละสุธน.- คุณประเสริฐ, ผมขอบใจที่คุณมีความเมตตาจะมาพาภรรยาของผมไปดูแข่งม้า, แต่พะเอินวันนี้ผมว่างราชการ, ผมจึ่งได้คิดไว้ว่าจะพาเฃาไปเอง. ผมขอขอบใจคุณส่องศรีในการที่อุส่าห์มาจนถึงบ้านผมด้วย, เพื่อไปเปนเพื่อนภรรยาผม, จะได้ป้องกันครหานินทาได้ในข้อที่ภรรยาผมจะไปกับคุณประเสริฐโดยลำพัง.

สุธน.

คุณพระอย่าเฃ้าใจผิดนะขอรับ. น้องน้อยใม่เคยไปดูแข่งม้ากับนายประเสริฐโดยลำพังเลย. ผมเคยไปด้วยเสมอ.

ศุภสาส์น.

ทราบแล้ว, พ่อสุธน, ทราบแล้ว. แต่พ่อสุธนก็เปนคนที่มีธุระต้องไปเล่นโต๊ตหรือพบเพื่อนฝูง, ต้องมีเวลาทิ้งน้องสาวไว้คนเดียวบ้าง, ฉนั้นถ้ามีคุณส่องศรีไปนั่งอยู่เปนเพื่อนแม่สุกัญญาคนหนึ่งก็ดูงดงามดีขึ้น, และทำให้พ่อสุธนสิ้นห่วงไปได้ส่วนหนึ่ง. ถูกไหม, คุณส่องศรี?

ส่องศรี.

(พูดเสียงชักจะสั่น ๆ.) คะ, ถูกแล้ว.

ศุภสาส์น.

ฉนั้นผมจึ่งขอบใจคุณ. แต่วันนี้ผมจะไปกับแม่สุกัญญาเองแล้ว, ดูก็-

ส่องศรี.

(พูดสอด.) ก็ดีกว่าไปกับใคร ๆ ทั้งนั้น. ดิฉันลาก่อน (ไหว้.) ไปเถิดคุณพี่. (เฃ้าโรงทางประตูซ้าย.)

ประเสริฐ.

ผมกราบลา. (ไหว้; พระศุภสาส์นรับ.) สุธน, จะไปด้วยกันหรือ?

สุธน.

ไปคอยอยู่ที่รถก่อนเถอะ. เดี๋ยวกันจะตามออกไป.

ประเสริฐ.

อย่าช้านักนะ, จะใม่ทันได้ดูอะไร. (เฃ้าโรงทางประตูซ้าย.)

สุธน.

คุณพระ ! มีความจำเปนอย่างไรหรือ ที่คุณจะต้องแสดงกิริยาชั่วเช่นนั้นต่อเพื่อนของผมกับน้องสาวของเฃา?

ศุภสาส์น.

ฉันแสดงกิริยาชั่วอย่างไร? ฉันพูดด้วยโดยดีแล้วใม่ใช่หรือ? สำหรับผู้ที่ฉันใม่ได้เชื้อได้เชิญเฃ้ามาในเรือนของฉัน, และซึ่งมิได้ตั้งใจมาหาฉันด้วยซ้ำ, ฉันได้แสดงกิริยาดีต่อมากที่สุดแล้วใม่ใช่หรือ? ฉันได้กล่าววาจาเกินเลยอะไรบ้างหรือ?

สุธน.

ส่วนวาจาที่คุณพระพูดออกมาน่ะมันใม่สำคัญดอก, มันสำคัญที่น้ำเสียงต่างหาก.

ศุภสาส์น.

ถ้าเช่นนั้นฉันก็เสียใจ แต่ถ้าแกใม่ชอบน้ำเสียงของฉันก็อย่าพาเพื่อนของแกมาที่เรือนของฉัน-

สุธน.

(พูดสอด.) ซึ่งปลูกอยู่ในเขตบ้านของคุณพ่อผม !

ศุภสาส์น.

ด้วยเงินของฉัน ! อย่าลืมข้อนั้น. ถ้าจะพูดกันต่อไปก็เห็นจะใม่เปนผลดีด้วยกันทั้งสองฝ่าย, ฉนั้นขอระงับที. ฉันมีธุระที่จะต้องรีบทำเสียให้เสร็จก่อนที่จะไปสนามม้า.

(พระศุภสาส์นกลับหลังหันเดิรไปนั่งที่โต๊ะเขียนหนังสือและทำงานต่อไป. สุธนแลดูตามไป, แสดงกิริยาโกรธ, แล้วเดิรดุ่ม ๆ เฃ้าโรงไปทางประตูซ้าย. พระศุภสาส์นทำงานอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึ่งกดกระดิ่ง. นายพัน, คนใช้, ออกทางประตูซ้ายตรงไปยังพระศุภสาส์น.)

ศุภสาส์น.

(ส่งซองหนังสือให้พัน.) เอาไปส่งให้นายอิน เฃาคอยอยู่ใม่ใช่หรือ?

พัน.

ขอรับ. (จะลุกไป.)

ศุภสาส์น.

อ้อ, เดี๋ยวก่อน. (พันนั่งลงใหม่.) นายคนที่มากับคุณสุธนเมื่อกี้นี้น่ะ-

พัน.

คุณประเสริฐ, ขอรับ.

ศุภสาส์น.

อ้อ, เอ็งรู้จักเฃาด้วยหรือ?

พัน.

รู้จัก, ขอรับ. เคยมาหลายหน.

ศุภสาส์น.

มากับคุณสุธนหรือ?

พัน.

ทีแรกมากับคุณสุธน, ขอรับ. ทีหลัง ๆ มาคนเดียวก็มี.

ศุภสาส์น.

มาหาคุณนายหรือ ?

พัน.

ขอรับ. บางทีก็มารับคุณนายขึ้นรถไปด้วย, บางทีก็คุยกันอยู่ในนี้หรือในสวน.

ศุภสาส์น.

เฃามักจะมาเวลาไร ?

พัน.

บ่าย ๆ ขอรับ. บางทีก็มาบ่าย ๓ โมงหรือ ๔ โมง, กลับราว ๆ ๕ โมง หรือย่ำค่ำ. (พระศุภสาส์นอึ้งอยู่; พันพูดต่อไป.) ขอรับ ประทานโทษ, ขอรับ; กระผมใม่อยากจะก่อเหตุรำคาญแก่คุณพระ. แต่กระผมเห็นควรเรียนให้ทราบ ว่าคุณนายเคยมีจดหมายไปถึงคุณประเสริฐสองหรือสามครั้งแล้ว.

ศุภสาส์น.

เอ็งรู้ได้อย่างไร? คุณนายใช้เอ็งไปหรือ?

พัน.

หามิได้, ขอรับ. คุณนายใช้ให้แม่ผ่องถือไป; แม่ผ่องบอกผม.

ศุภสาส์น.

อือ!-เอาเถอะ, เอ็งเอาหนังสือนั่นไปส่งนายอินเถอะ. (พันไหว้, แล้วเฃ้าโรงไปทางประตูซ้าย. พระศุภสาส์นเดิรไปมาอย่างกระสับกระส่าย อีกสักครู่หนึ่งเสียงกริ่งดังขึ้นที่โทรศัพท์. พระศุภสาส์นไปที่โต๊ะเขียนหนังสือและพูด.)

ศุภสาส์น.

(พูดโทรศัพท์.) ที่ไหน?...ใครพูด?...อ้อ, คุณหลวงหรือ?...ขอรับ, นี่พระศุภสาส์น...หนังสือนั่นผมได้ส่งให้นายอินไปแล้ว...ขอรับ, ส่งไปเดี๋ยวนี้เอง...อะไร?..ใม่ใช่เรื่องนั้น? ก็เรื่องอะไรอีกล่ะ?...ผมต้องไปเองด้วยหรือ?...พรุ่งนี้ใม่ทันหรือ?...งั้นก็จำเปนสิขอรับ...ไปเดี๋ยวนี้แหละขอรับ. เลิกกันนะ. (วางเครื่องฟัง.)

(พระศุภสาส์นเดิรไปทางประตูขวา, พอดีสุกัญญาออกทางนั้น. สุกัญญาแต่งเสื้อผ้าใหม่อย่างงาม, ใส่หมวกและถือร่มแพร.)

สุกัญญา.

คุณคะ, อย่างไร? เสื้อตัวนี้สรวยไหม?-อ้าว, คุณยังนุ่งผ้าสีน้ำเงินอยู่อีก. ทำไมใม่ขึ้นไปผลัดเสียล่ะคะ? แต่ก็ช่างเถอะ, มัวไปผลัดจะช้าไป. ไปอย่างนี้ก็ได้.

ศุภสาส์น.

นี่แน่ะ, ชื่นใจ, ฉันเสียใจจริงๆ ที่จะพาหล่อนไปดูแข่งม้าใม่ได้เสียแล้ว.

สุกัญญา.

คุณอย่าพูดเปนเล่นไปหน่อยเลยคะ.

ศุภสาส์น.

ฉันพูดจริง ๆ. เฃาโทรศัพท์มาจากออฟฟิซว่ามีราชการร้อน. ที่จำเพาะฉันคนเดียวจะทำได้, ฉนั้น-

สุกัญญา.

ผัดเฃาหน่อยใม่ได้หรือคะ?

ศุภสาส์น.

ฉันได้ขอผัดแล้ว, เฃาใม่ยอม.

สุกัญญา.

แล้วกัน ! เสื้อตัวนี้มิเสียเปล่าหรือ ?

ศุภสาส์น.

จะต้องเสียเปล่าทำไม? หล่อนไปกับคุณพ่อก็แล้วกัน.

สุกัญญา.

พุทโธ่ ! งามหน้าตายละ. แต่งตัวอย่างหรูเช่นนี้แล้วไปเดิรควงอยู่กับคุณพ่อ, ดิฉันก็ถูกเฃาหัวเราะเยาะแย่เท่านั้นเอง.

ศุภสาส์น.

ฉันแลใม่เห็นว่าทำไมจึ่งจะเปนเช่นนั้น. เมื่อก่อนที่หล่อนแต่งงาน หล่อนไปไหนก็เคยไปกับคุณพ่อใม่ใช่หรือ?

สุกัญญา.

เวลานั้นกับเวลานี้ผิดกันมาก. เวลานั้นดิฉันยังเปนหญิงโสด; เวลานี้มีผัวแล้ว, จะไปไหน ๆ ก็ควรไปกับผัว, หรือมิฉนั้นก็ไปกับเพื่อน. สมัยนี้เฃานิยมกันว่า ผู้หญิงมีผัวแล้วยิ่งมีเพื่อนมาก ๆ ยิ่งเก๋.

ศุภสาส์น.

หมายความว่าเพื่อนผู้ชายฉนั้นหรือ?

สุกัญญา.

ก็เช่นนั้นสิคะ.

ศุภสาส์น.

ถ้าเพื่อนนั้นหมายความว่านายประเสริฐ ศุภางค์ ละก็ฉันต้องขอให้หล่อนงดการไปไหน ๆ กับเฃาเสียจะดีกว่า.

สุกัญญา.

เพราะเหตุใด?

ศุภสาส์น.

เพราะฉันใม่ชอบเฃา.

สุกัญญา.

ดูเปนเหตุใม่เพียงพอเลย.

ศุภสาส์น.

ถ้าฉนั้นฉันขอชี้แจงต่อไปว่า นายประเสริฐคนนี้เปนคนที่มีชื่อเสียงว่าเปนเจ้าชู้, จนพวกที่รู้จักเฃาเรียกเฃาว่า “เสือผู้หญิง” ทั้งนั้น, ฉันใม่อยากเห็นหล่อนตกไปเปนเหยื่อของเฃาอีกคนหนึ่ง.

สุกัญญา.

ดิฉันเปนผู้ใหญ่พอที่จะรักษาตัวได้แล้วนะคะ.

ศุภสาส์น.

เหยื่อคนสุดท้ายของนายประเสริฐ คือแม่ถนอมเมียพระพิทักษ์เทพวิถี. อายุสามสิบหกปี.

สุกัญญา.

จะเอาดิฉันไปเปรียบกับคนสตึอย่างยายถนอมนั้นดิฉันใม่ยอม. แกออกหัวโบราณคร่ำเคร้อเช่นนั้น.

ศุภสาส์น.

เหยื่อของเฃาก่อนนั้นขึ้นไปอีกคือแม่สำรวย, ลูกสาวเจ้าคุณภักดี; อายุ ๒๔, เคยไปเรียนเมืองนอก, โก้เจี๊ยบ, เต้นรำเก่ง. ใคร ๆ นึกว่าคงได้เปนหม่อมเจ้านายหรือเปนเมียฃ้าราชการชั้นสูง ๆ อะไรสักคนหนึ่ง, แต่โดนนายประเสริฐชิมเสียพักเดียว, เลยต้องไปเปนเมียเจ๊ก!

สุกัญญา.

(อึ้งอยู่ครู่ ๑ แล้วจึ่งพูด.) เอาเถอะคะ, เมื่อคุณพระพาดิฉันไปดูแข่งม้าใม่ได้ก็เอาเปนสิ้นเรื่องกัน. (ตะโกนเรียกทางประตูขวา.) นางผ่อง ! นางผ่อง ! (เสียงผ่องฃานในโรง.) ออกมานี่. (ผ่องออกทางประตูขวา.) ฃ้าใม่ไปดูละแข่งม้า. (ถอดหมวกส่งให้ผ่อง.) เอ้า! เอาไปไว้เสียเถอะ, ร่มด้วย. (ผ่องรับหมวกและร่มแล้วเฃ้าโรงไปทางประตูขวา.)

ศุภสาส์น

แม่น้อย ! ฉันเสียดายจริงๆ ที่เกิดมีอุปสรรค -

สุกัญญา.

ขอเสียทีเถอะคะ. ดิฉันเฃ้าใจดีแล้ว, ใม่ต้องเทศนาอีก. ราชการต้องเปนใหญ่กว่าเมียเปนธรรมดา. ฉันควรจะทราบดีว่าผัวฉันใม่เหมือนของคนอื่น. คุณเปนผู้ที่มีราชการมากนักจนแทบจะใม่มีเวลาได้อยู่บ้าน, มิหนำซ้ำมาบ้านแล้วก็ยังหอบเอาหนังสือราชการมาทำอีก เมื่อก่อนที่จะแต่งงานดิฉันก็ได้ทราบแล้วว่าคุณเปนคนอย่างไร, ใม่ได้หลับตาแต่งไปอย่างสมัยเก่าเลย, ฉนั้นดิฉันโทษใครใม่ได้ทั้งนั้นนอกจากตัวเอง !

ศุภสาส์น.

(นิ่งดูอยู่ครู่ ๑ แล้วจึ่งพูด.) ฉันจะแวะไปบอกเจ้าคุณวิเศษให้มาพาหล่อนไปดูแข่งม้า. ส่วนตัวฉันเองก็จะรีบเฃ้าไปฟังราชการ, และถ้าทำกิจธุระสำเร็จได้เร็วพอ บางทีฉันก็จะตามไปที่สนามม้าด้วย (เฃ้าโรงทางประตูซ้าย.)

(สุกัญญาแสดงกิริยาให้ปรากฎว่าโกรธ, แต่พยายามระงับโทษะได้, จึ่งไปหยิบหนังสือเล่ม ๑ จากตู้มานั่งอ่านที่เก้าอี้มีแขนตัว ๑ ที่ในหัวจิ้งหรีด. อีกสักครู่ ๑ สุธนเดิรมาทางเฉลียง, มองที่ประตูด้านหลังแล้วออกมาทางนั้น, เหลียวแลจนเห็นสุกัญญาจึ่งเดิรตรงไปหา.)

สุธน.

น้องน้อย!

สุกัญญา.

อุ๊ย! คุณพี่! ตกใจแน่! มาทำไมล่ะ? หมายว่าไปสนามม้าแล้ว

สุธน.

ก็มารับน้องน้อยไปด้วยอย่างไรล่ะ.

สุกัญญา.

ใม่ไปละคะ. ขี้เกียจไปนั่งตุ่ยอยู่คนเดียวเหมือนครั้งก่อนนี้อีก.

สุธน.

สำหรับวันนี้เปนรับประกันได้ว่าใม่ต้องเปนเช่นนั้น (ไปที่ประตูหลังและโผล่หน้าออกไปเรียก.) ประเสริฐ ! มาเถอะ ! (สุกัญญาลุกขึ้นยืน.)

(นายประเสริฐกับส่องศรีออกมาทางประตูด้านหลัง.)

สุกัญญา.

คุณประเสริฐ! แม่ส่องศรี! นี่มาทำไมกัน ?

ส่องศรี.

ก็มารับหล่อนไปดูแข่งม้าน่ะสิ.

สุกัญญา.

ขอบใจ, แต่ฉันเห็นจะไปใม่ได้. คุณพระ-

ส่องศรี.

ฉันเห็นคุณพระท่านขึ้นรถผ่านไปเมื่อกี้นี้เอง, ฉนั้นท่านคงจะพาหล่อนไปใม่ได้เปนแน่.

สุกัญญา.

หล่อนได้เห็นคุณพระหรือ? ว่าแต่คุณพระท่านได้เห็นหล่อนกับคุณประเสริฐหรือเปล่า ?

ส่องศรี.

เฃ้าใจว่าใม่ได้เห็น, เพราะเรา-

ประเสริฐ.

(พูดสอดโดยเร็ว.) เพราะเราสวนกับรถของคุณพระในเมื่อขับเร็วอยู่ด้วยกันทั้งสองฝ่าย.- ว่าแต่เรื่องไปดูแข่งม้าจะว่าอย่างไร, คุณ? (สุกัญญาอึ้ง.) เสื้ออันงามที่แต่งอยู่แล้วนี่ ถ้าใม่ได้ไปแสดงให้คนชมที่สนามม้าเสียบ้างก็จะเปนที่น่าเสียดายมากอยู่, จริงไหม, ส่องศรี?

ส่องศรี.

จริง ! ถ้าเปนฉันแต่งตัวไว้แล้วเช่นนี้ ใม่ได้ไปละก็ร้องไห้เสียตาแตกเทียวละ- ไปเถอะหล่อน.

สุกัญญา.

แต่ก็คุณพระ-

สุธน.

คุณพระครึของหล่อนน่ะพอไปถึงออฟฟิซเฃ้าแล้วก็คงลงนั่งโจ้หนังสือเรื่อยละ, เชื่อเถอะ. ถ้าใม่หิวฃ้าวเจียนชักละก็เปนใม่กลับมาละ. แกเห็นหนังสือเฃ้าได้เมื่อไร ต้องโดดใส่เมื่อนั้นเทียว. แกหลงหนังสือของแกยิ่งกว่าอะไร ๆ ในโลก.

ประเสริฐ.

เอาเถอะคุณ, ผมรับประกันว่าเราจะพาคุณกลับมาส่งให้ถึงบ้านก่อนคุณพระกลับมาค่ำวันนี้ ถ้ามีเหตุการณ์อะไรขึ้นผมจะเปนผู้รับผิดทั้งสิ้น, ขอแต่ให้คุณไปสักหน่อยเท่านั้น.

สุกัญญา.

(ลังเล.) ถ้าคุณรับรองได้เช่นนั้นละก็-

ประเสริฐ.

ผมรับรองโดยแน่ใจว่าจะใม่มีความรำคาญถึงคุณเลย. คุณจะได้รับแต่ความพอใจในการไปดูแข่งม้าและอวดเสื้ออันงามของคุณ โดยใม่ต้องวิตกวิจารณ์ในเรื่องอื่นเลย.

สุธน.

ไปเถอะน่า, น้องน้อย. อย่าร่ำไรเลย. ขึ้นไปใส่หมวกเสียเถอะ. (สุกัญญา เสียอ้อนวอนใม่ได้, จึงเฃ้าโรงไปทางประตูขวา.)

สุธน.

ชโย ! พวกเรามีชัยละ !

ประเสริฐ.

(ชี้หน้าส่องศรี.) แม่คนนี้เกือบเปิดโปงเสียแล้ว!

ส่องศรี

ทำไมคะ?

ประเสริฐ.

ถ้าขยายขึ้นว่าเราซ่อนดูคุณพระอยู่จนแกไปแล้วก็จบกันน่ะสิ.

ส่องศรี.

ทำไมจะจบ?

ประเสริฐ.

เพราะถ้าแม่สุกัญญารู้ขึ้นว่าเราเปนผู้ “เม๊ก” ให้ผัวของเฃาต้องไปพ้นบ้านละก็ เฃาคงใม่ยอมไปกับเราเปนแน่เทียว, เพราะในเวลานี้เฃายังซื่อตรงต่อผัวของเฃาอยู่มาก.

สุธน.

จริงของพ่อประเสริฐ. แต่กิจการได้ดำเนิรมาโดยเรียบร้อยสำเร็จประสงค์ของเราแล้ว, ฉันผู้ที่ได้เปนผู้ไปโทรศัพท์จนล่อเอาพระศุภสาส์นไปพ้นบ้านได้จะใม่ควรได้รับบำเหน็จบ้างหรือ ?

ประเสริฐ.

(หัวเราะ.) เอาเถอะ, ฉันจะใม่อยู่กีดขวางในการที่แกจะทวงบำเหน็จของแกดอก. (เฃ้าทางประตูด้านหลังแล้วเดิรลับไปทางเฉลียง.)

สุธน.

มาเทียว! ฉันต้องขอรับบำเหน็จของฉันเสียก่อนที่จะไปสนามม้า. (ตรงเฃ้าไปจะกอดส่องศรี.)

ส่องศรี.

อุ๊ย ! นี่ยุ่งอะไรก็ใม่รู้ละ.

(ส่องศรีหนี, สุธนไล่จับ; ในที่สุดไปจนมุมอยู่ที่หน้าเก้าอี้ยาว, สุธนจับตัวส่องศรีนั่งลงแล้วกอด; แต่พอจะจูบกัน พระยาศักรินทรเสนี ก็ออกทางประตูซ้าย. พระยาศักรินทร์เปนคนอายุหกสิบล่วงแล้ว, ใจดี, แต่พูดจามักเปนชนิดขวานผ่าซาก; แต่งเครื่องพลเรือนปรกติ. พอเห็นหนุ่มสาวเฃากอดกันอยู่ก็หยุดชงัก.)

ศักรินทร์.

โอ๊ะ! ฉันขอโทษ! เฃ้าใจว่าใม่มีใครอยู่ในนี้ (สุธนลุกขึ้นยืน.)

สุธน.

คุณพระศุภสาส์นใม่อยู่, ขอรับ พึ่งขึ้นรถไปเมื่อกี้นี้เอง. ถ้าใต้เท้ามีธุระอยากพบกับคุณพระ-

ศักรินทร์.

เปล่าดอก, พ่อสุธน. ฉันตั้งใจมาหาเจ้าคุณวิเศษ, แต่ท่านบอกว่าท่านจะต้องขึ้นไปแต่งตัวแล้วจะมาที่นี่, ท่านให้ฉันมาคอยพบกับท่านที่นี่. ฉันใม่อยากจะขัดคอพ่อสุธน, ฉนั้นฉันจะออกไปเดิรเล่นในสวนจนกว่าเจ้าคุณวิเศษจะมา.

(เดิรเลยไปเฃ้าโรงทางประตูด้านหลัง, แล้วได้ยินเสี่ยงทักทายปราไสยกับนายประเสริฐ.)

สุธน.

ใม่ได้การ. เจ้าคุณศักรินทร์มาเช่นนี้จะทำเสียรอย. ถ้าไปขยายขึ้นว่าน้องน้อยไปกับพ่อประเสริฐละก็ท่าทางจะเกิดเหตุ.

ส่องศรี.

ก็จะทำอย่างไรกันดีล่ะ?

สุธน.

หล่อนรีบไปดักน้องน้อยไว้อย่าให้ผ่านมาทางนี้ให้เจ้าคุณศักรินทร์เห็น, แล้วเลยพากันออกทางหลังเรือนไปขึ้นรถทีเดียวแหละดีกว่า. ทางนี้ฉันจะบอกประเสริฐให้ทราบ. ไปเถอะ.

ส่องศรี.

แล้วก็คุณอย่าชักช้าไปนะ. ต้องรีบออกไป, จะได้ไปเสียให้พ้นเร็ว ๆ. (ส่องศรีรีบเฃ้าโรงไปทางประตูขวา.)

สุธน.

(ไปที่ประตูด้านหลังและเรียก.) ประเสริฐ! ประเสริฐ! มานี่แน่ะ. (ประเสริฐออกทางประตูด้านหลัง.) เจ้าคุณศักรินทร์บอกว่าคุณพ่อจะมาที่นี่. เราต้องรีบไป. หาใม่จะเสียที. ฉันให้แม่ส่องศรีไปดักน้องน้อยใม่ให้ผ่านออกมาทางนี้, ให้ออกทางหลังเรือนไปขึ้นรถทีเดียว. ไปเถอะเรา.

ประเสริฐ.

ไปสิ! (ทั้งสองคนเดิรไปทางประตูซ้าย, แต่ยังใม่ทันจะถึงประตูประเสริฐหยุด, และพูดว่า.) แกไปก่อนเถอะ. กันต้องดูเสียให้แน่ว่าเจ้าคุณศักรินทร์จะใม่ตามมองดูเรา.

สุธน.

เอาเถอะ, อย่าร่ำไรนักก็แล้วกัน. (เฃ้าโรงทางประตูซ้าย.)

(ประเสริฐย่องไปทางประตูด้านหลัง, และพอจะเยี่ยมมองออกไปก็พอดี พระยาศักรินทร์มาถึงที่ประตู.)

ประเสริฐ.

(ไหว้.) อ้อ, พอดีทีเดียว. ผมกำลังจะออกไปกราบลาใต้เท้า. ผมมีกิจธุระจะต้องรีบไป, ฉนั้นเสียใจที่จะรอพบกับคุณพระศุภสาส์นใม่ได้. ผมกราบลา.

ศักรินทร์.

นี่แน่ะ คุณประเสริฐ, ฉันแก่แล้วอย่าถือฉันเลยนะ. ฉันเห็นว่าถ้าคุณงดการประพฤติตนเปนแมลงภู่เสียได้ละก็จะดีทีเดียว.

ประเสริฐ.

ขอรับประทานโทษ, กระผมใม่เฃ้าใจว่าใต้เท้าหมายความว่ากระไร.

ศักรินทร์.

ใตร่ตรองดูใม่นานนักก็คงเฃ้าใจดอกคุณ. ธรรมดาผู้ที่ปลูกดอกไม้งามๆไว้ เฃาใม่ต้องการให้แมลงภู่มาตอมของเฃาบ่อยๆ, เพราะอาจจะเอาหนอนมาปล่อยไว้ให้ดอกไม้ของเฃาราโรยไป. มันใม่ดีทั้งทางโลกทางธรรมแหละคุณ, เชื่อฉันเถอะ.

ประเสริฐ.

ใต้เท้ามีความกรุณาแก่กระผมมาก กระผมจะจำโอวาทของใต้เท้าไว้ด้วยความเคารพ. กระผมกราบลา. (ไหว้แล้วเฃ้าโรงทางประตูซ้าย.)

(พระยาศักรินทร์ยืนแลตามไปครู่ ๑ แล้วถอนใจ, ควักบุหรี่ออกมาจุด, แล้วเดิรออกไปเฉลียงอีก. ผ่องออกทางประตูขวา, เดิรผ่านตรงไปยังประตูซ้าย; ผ่องนั้นมีถุงย่ามอย่างของผู้หญิงถือมาด้วย.)

ผ่อง.

(เรียก.) พี่พัน! พี่พัน! (พันฃานในโรง.) มานี่แน่ะ. (พันออกทางประตูซ้าย.) คุณนายลืมถุงย่ามเสียแล้วละ. วิ่งเอาไปให้ท่านทีเถอะ.

พัน.

ใม่ทัน. ขึ้นรถไปแล้ว.

ผ่อง.

ท่าทางออกจะใม่ได้การนะ, พี่พัน.

พัน.

หมิ่นเหม่นัก! ฉันก็ใม่ใช่คนหัวครึคร่ำอะไร, แต่ขึ้นรถไปด้วยกันสองต่อสอง ดูมันอย่างไร ๆ อยู่หน่อย.

ผ่อง.

อะไรสองต่อสอง? ก็คุณสุธนล่ะ?

พัน.

ขึ้นรถคันเล็กของเฃาเองไปกับชิ้นของเฃา.

ผ่อง.

อ้อ, ถ้าเช่นนั้นก็รถสองคัน-

พัน

คนสองคู่! จะว่าอย่างไร ?

ผ่อง.

ออกจะใม่เฃ้าที. แต่มันก็ใม่ใช่กงการอะไรของคนอย่างเรา. ฉันไปละ (เฃ้าโรงทางประตูขวา.)

(พันจัดเครื่องเรือน ฯลฯ ให้เรียบร้อย, แล้วเฃ้าโรงทางประตูซ้าย. อีกครู่ ๑ พระยาวิเศษคีรีกับคุณหญิง และพระยาศักรินทร์ เดิรคุยกันออกมาทางประตูด้านหลัง. พระยาวิเศษอายุประมาณหกสิบ, ท่าทางคร่ำเคร้อแต่ใม่ถึงยุ่มย่าม, ใจดี, ออกจะเกรงใจคุณหญิง; แต่งเครื่องพลเรือนปรกติ, มีหมวกและไม้เท้า. คุณหญิงอายุประมาณสี่สิบห้า, ยังพริ้ง, ไว้ผมยาวกล้าวมวย, แต่งตัวดี, เปนคนที่เด็ดฃาดดีกว่าผัว.)

คุณหญิง.

(พูดกับพระยาศักรินทร์.) ดูเถอะ, เจ้าค่ะ; เจ้าคุณวิเศษจะใม่ให้ดิฉันไปดูแข่งม้าบ้าง; เห็นดิฉันเร่อร่า. (พระยาวิเศษอ้าปากจะพูด, คุณหญิงก็ชิงพูดเสีย.) จริง ๆ นะเจ้าคะ, เห็นดิฉันน่ะคร่ำคร่าเสียเต็มทีแล้ว.

ศักรินทร์.

ถ้าเช่นนั้นเจ้าคุณวิเศษก็คิดผิดละขอรับ, เพราะแท้จริงใครที่ได้ดูคุณหญิงจริง ๆ จัง ๆ แล้วคงต้องนึกทั้งนั้นว่า น่าจะเปนพี่มากกว่าเปนมารดาของแม่สุกัญญา.

คุณหญิง.

โอ๊ย! ใม่ไหวละเจ้าค่ะ, เจ้าคุณจะมาปั่นหัวให้ดิฉันเหลิงใหญ่เสียแล้ว! แต่เอาเถอะเจ้าค่ะ, ดิฉันก็ออกจะเปนคนชอบยออยู่ด้วย, ฉนั้นดิฉันจะยอมให้เจ้าคุณยอเสียให้พอใจเมื่อไปที่สนามม้า. ดิฉันจะต้องเร่งแม่น้อยเสียหน่อย, จะได้ไปกันเสียที. เชิญนั่งก่อนเถอะเจ้าค่ะ. (พระยาทั้ง ๒ นั่งแล้ว, คุณหญิงไปที่ประตูขวาและร้องเรียก.) นางผ่อง ! นางผ่อง ! (ผ่องออกไปทางประตูขวา.) ขึ้นไปบอกคุณนายว่าเจ้าคุณกับฃ้ามาคอยอยู่ฃ้างล่าง. (ผ่องทำหน้าตื่น, คุณหญิงจึ่งพูดต่อไปอีก.) ทำไมใม่ไปล่ะ?

(พระยาทั้ง ๒ หันไปดูผ่องอย่างประหลาดใจ.)

ผ่อง.

คุณนายไปดูแข่งม้าเจ้าค่ะ.

คุณหญิง.

เอ๊ะ! ไปเมื่อไร ?

ผ่อง.

เมื่อกี้นี้เองเจ้าค่ะ.

คุณหญิง.

ไปกับใคร? (ผ่องนิ่งอยู่; คุณหญิงพูดเสียงแขง.) ไปกับใคร?

ผ่อง.

กับคุณประเสริฐเจ้าค่ะ.

(พระยาทั้ง ๒ แลดูตากันและสั่นหัว.)

คุณหญิง.

ไปหาน้ำร้อนมาเลี้ยง. (ผ่องเฃ้าโรงทางประตูขวา.) เจ้าคุณจะว่าอย่างไร? ดิฉันได้ว่าแล้วไหมล่ะ ว่าแม่น้อยน่ะใจมันแตก. (ไปนั่งกับพระยาทั้ง ๒ ที่ใกล้โต๊ะกลาง.)

วิเศษ.

ก็เราได้จัดการตกแต่งให้เปนหลักฐานแล้ว ฉันก็หมายว่าจะสิ้นเรื่องกันไปทีหนึ่งสิ.

คุณหญิง.

ถ้าพ่อใหญ่ลูกชายของเจ้าคุณ ใม่สาระแนพานายประเสริฐมาบ้านนี้บ่อย ๆ มันก็คงจะสิ้นเรื่องกันได้จริง, แต่นี้มันมาใม่หยุด, ฉนั้น-

ศักรินทร์.

น้ำอ้อยใกล้มด, ถูกละขอรับ. ธรรมดาหนุ่มกับสาว-

(ผ่องถือถาดใส่ถ้วยน้ำร้อนออกมาทางประตูขวา, ตั้งถ้วยน้ำร้อนตรงหน้าผู้ที่สนทนากันนั้นคนละถ้วย, แล้วกลับเฃ้าโรงทางเดิม. พระยาศักรินทร์มองดูผ่องตลอดตั้งแต่ออกจนกลับเฃ้าโรง.)

คุณหญิง

จะใม่ใช่แต่หนุ่มกับสาวเท่านั้นกระมังคะ, เจ้าคุณ, ถึงแก่กับสาวก็อาจเปนได้เหมือนกันกระมังคะ? (วิเศษหัวเราะ.)

ศักรินทร์.

อ๋อ, สำหรับตัวผมใม่เปนเช่นนั้น. ผมงดการเช่นนั้นหมดแล้ว.

วิเศษ

อ๊ะ! เช่นนั้นหรือขอรับ? เมื่อผมไปที่บ้านเจ้าคุณเมื่อวานซืนนี้ ผมเห็นผู้หญิงรุ่น ๆ สาวอะไรรับใช้อยู่คนหนึ่งใม่ใช่หรือ ?

ศักรินทร์.

อ๋อ! นั่นหลานของภรรยาผม.

คุณหญิง.

ดิฉันยังใม่เคยทราบเลยว่าคุณหญิงผันมีหลาน.

ศักรินทร์.

ก็นั่นแหละขอรับเปนญาติ, ที่นับถือว่าหลาน-

วิเศษ.

หลานสมมตกระมังขอรับ?

ศักรินทร์.

มิได้! ถ้านับไปนับมาก็เปนชั้นหลานจริง ๆ. คือแม่ของเด็กคนนั้นเปนลูกของน้าของภรรยาผม, ฉนั้นก็-

วิเศษ.

ก็เปนเพียงญาติชั้นหลานของคุณหญิง, ใม่ใช่ญาติของเจ้าคุณเอง, ฉนั้นก็ใม่ขัดข้องอะไรในการที่จะ-

ศักรินทร์.

อ๋อ, เจ้าคุณ, ใม่เปนเช่นนั้นเลย. ผมงดแล้วจริง ๆ.

คุณหญิง.

แต่ยังใม่งดชอบดูสาว ๆ แน่ละเจ้าคะ. เมื่อกี้นี้ดิฉันเห็นจ้องนางผ่องออกเป๋งราวกับ-

วิเศษ.

ราวกับมดจ้องน้ำอ้อย! มดแก่ๆ แหละสำคัญกว่ามดหนุ่ม ๆ อีก.

ศักรินทร์.

เอาเถอะ, ขอรับ, คุณกับคุณหญิงจะล้อผมก็ตามใจเถอะ; แต่ผมขอพูดจริงๆ อย่างฉันเปนมิตร์เก่าหน่อยนะ. อ้ายนายประเสริฐคนนั้นน่ะ มันเปนคนที่มีชื่อเสียงใม่ดีเลยเทียวนะขอรับ.

คุณหญิง.

เจ้าค่ะ, ดิฉันก็ได้ทราบอยู่แล้ว ฉนั้นเมื่อได้สังเกตเห็นเฃาชอบกับพ่อใหญ่มากนัก, และแม่น้อยก็ออกจะเริ่มสนิธสนมกับเฃามากขึ้นทุกที, ดิฉันจึ่งได้บอกเจ้าคุณวิเศษว่าเราควรรีบคิดให้แม่น้อยแต่งงานเสีย. พะเอินเปนเคราะห์ดี คุณพระศุภสาส์น, ที่เปนคนเคยชอบพอกับสกุลของดิฉันมาช้านาน, ได้เกิดชอบพอรักใคร่กันขึ้นกับแม่น้อย, ดิฉันเห็นว่าเหมาะกันจริง ๆ จึ่งเร่งเจ้าคุณวิเศษให้จัดการตกแต่งให้เสียเร็วๆ. เมื่อได้ตกแต่งกันแล้วดิฉันก็โล่งใจไปพักหนึ่ง; แต่พะเอินนายประเสริฐตัวเวรนั่นมันก็ใม่งดการมาที่บ้านนี้, ดิฉันบอกให้เจ้าคุณวิเศษห้ามเสียบ้างก็ใม่ห้าม.

วิเศษ.

เฃาเปนคนชอบกับพ่อใหญ่, ผมจะห้ามก็ใม่ถนัดปาก. ผมจึ่ง-

คุณหญิง.

จึ่งลังเลอยู่ตามเคยแหละเจ้าค่ะ.

ศักรินทร์.

ถ้าเปนผม ผมจะจับหัวเฃ่าเอาตรง ๆ แล้วพูดว่า: “นี่แน่. ฉันใม่พอใจให้แกมาที่บ้านฉัน, ฉนั้นไป! แล้วก็อย่ามาอีก!”

วิเศษ.

แต่ผมทำเช่นนั้นก็อาจจะกลายเปนเท่ากับไล่ลูกชายของผมเองด้วย, เพราะมันรักเฃามาก, รักจนหลงทีเดียว.

คุณหญิง.

เมื่อพ่อใหญ่จะเปนบ้าถึงแก่ไปจากบ้านเพราะเราไล่เพื่อนที่ใม่ดีก็ควรปล่อยให้ไป, จะได้รู้สำนึกตัวเสียบ้าง.

ศักรินทร์.

คุณหญิงพูดถูก. ถึงพ่อสุธนจะเปนบ้าไปเช่นนั้น. พอท้องกิ่วเฃ้าก็ต้องคลานกลับมาบ้านเอง.

วิเศษ.

ขอรับ; แต่มันก็จะเปนการเอิกเกริกฃายหน้าเฃา. ฉนั้นผมจึ่งได้คิดอุบายออกไปเยี่ยมบ้านเก่าที่ชัยบุรีเสียคราวหนึ่ง, แล้วจะเลยไปอยู่ที่ห้วยชุมพา, ชวนพระศุภสาส์นกับแม่น้อยไปอยู่ด้วย, พอให้พ้นรำคาญไปทีหนึ่ง. ผมมีความหวังอยู่ด้วยว่า, ถ้าผัวเมียคู่นั้นได้ไปอยู่ด้วยกันโดยฝ่ายผัวใม่ต้องเปนห่วงการงาน, น่าจะเปนผลดีได้.

ศักรินทร์.

ชอบกลอยู่. อย่างไรๆ ก็ควรลอง. ก็สุธนล่ะขอรับ?

วิเศษ.

จะไปด้วย.

ศักรินทร์.

ดีทีเดียว. เรือนของเจ้าคุณที่ห้วยชุมพายังอยู่เรียบร้อยดีหรือขอรับ?

วิเศษ.

ได้รักษาและซ่อมแซมไว้ดี, เพราะมีผู้ไปเช่าอยู่เสมอ. ปีนี้ก็ได้มีผู้ขอเช่า, แต่ผมว่าเราจะไปอยู่เอง.

ศักรินทร์.

อ้ายเรือนหลังเล็กน่ะยังอยู่ด้วยหรือ?

วิเศษ.

ยังอยู่ขอรับ.

ศักรินทร์.

ถ้ากระนั้นผมขอเช่าเถอะ, ได้ใหม?

วิเศษ.

ใม่ต้องเช่าละขอรับ. เจ้าคุณไปอยู่เปนแขกของผมก็แล้วกัน.

คุณหญิง.

แต่มันมีห้องอยู่สองห้องเท่านั้นนะเจ้าคะ.

ศักรินทร์.

อ๋อ, พอแล้ว. ผมใม่คิดจะพาแม่ผันไปด้วยมิได้.

วิเศษ.

ถึงจะพาไปแต่หลานก็ออกจะคับแคบนะขอรับ. (หัวเราะ.)

ศักรินทร์.

มิได้. นั่นก็ใม่พาไป. จะมีไปแต่เด็กผู้ชายเท่านั้น.

วิเศษ.

ถ้าเพียงเท่านั้นใม่ขัดข้องดอกขอรับ. เอาเปนตกลง.

ศักรินทร์.

ขอบใจขอรับ. ถ้าฉนั้นผมลาที. (ลุกขึ้น. อีก ๒ คนก็ยืนขึ้น.)

คุณหญิง.

เจ้าคุณไปพร้อมๆ กับเรานะเจ้าคะ.

ศักรินทร์.

ขอรับ. ถ้าจะไปวันใดเวลาใดโปรดนัดให้ผมทราบด้วยก็แล้วกัน. ผมลาก่อน.

(ต่างคนต่างไหว้กัน, แล้วพระยาศักรินทร์หันหน้าจะเดิรไปทางประตูซ้ายก็พอดีพระศุภสาส์นออกมาทางนั้น, พระยาศักรินทร์จึ่งยังใม่ไป.)

ศุภสาส์น.

อ้าว! ผมหมายว่าแม่น้อยจะอยู่ในนี้. พิลึกจริงๆ, ผมไปที่ออฟฟิซเฃาบอกว่าใม่ได้มีใครโทรศัพท์มาถึงผมเลย, ผมก็รีบกลับมา, หมายว่าถ้ามาถึงเห็นแม่น้อยไปแล้ว จะได้ตามไปที่สนามม้า. พอมาถึงเห็นรถของเจ้าคุณจอดอยู่ที่หน้าเรือน จึ่งรู้ว่ายังใม่ได้ไป. แม่น้อยพื้นเสียเลยใม่ไปฉนั้นหรือขอรับ.

วิเศษ.

(อ้อมแอ้ม.) ใม่ใช่เช่นนั้น. ฉัน-ฉันมาใม่ทัน; เฃา-เฃา-

ศุภสาส์น.

เฃาทำไมขอรับ (วิเศษแลดูตาใม่ได้, หลบตาไป.) มีเรื่องอะไรทำไมเจ้าคุณใม่บอกผม?

คุณหญิง.

คุณพระ, ฉันจะบอกเอง เมื่อฉันกับเจ้าคุณวิเศษมาถึงที่เรือนนี้แม่น้อยได้ออกจากเรือนไปแล้ว.

ศุภสาส์น.

ไปกับใครขอรับ? -ผมรู้แน่แต่ว่าใม่ได้ไปกับสุธน. เพราะผมได้เห็นสุธนขับรถคันเล็กเที่ยวอยู่กับคุณส่องศรี ฉนั้นเมียผมไปกับใคร, ผมขอทราบ.

คุณหญิง.

กับนายประเสริฐ.

(พระศุภสาส์นยืนตลึง, กำมือทั้งสองฃ้างแน่นอยู่ พระยาศักรินทร์ค่อยๆเดิรไปเอามือตบไหล่พระศุภสาส์นเปนกิริยาเตือนสติ. พระศุภสาส์นรู้สึกตัว, แลไปดูตาพระยาศักรินทร์นิ่งอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก้มหน้า.)

ปิดม่าน

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ