องก์ที่ ๒

ฉาก : ห้องนั่งและห้องกินอาหารในเรือนของพระยาวิเศษคีรี, ที่ตำบลห้วยชุมพา, จังหวัดชัยบุรี.

(สำหรับฉากและเครื่องแต่งเวที ดูแผนผัง.)

(เมื่อเปิดม่าน พระยาศักรินทรเสนี, แต่งตัวสรวมกางเกงแพรและเสื้อกุยเฮ็ง, นั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยูที่เก้าอี้ริมน่าต่างช่องซ้ายหลังสักครู่ ๑ นายสุธน ณชัยบุรี กับนายประเสริฐ ศุภางค์ เดิรมาตามเฉลียง, มีนายมั่ง, พราน, เดิรตามหลังมาคน ๑. ชายหนุ่มสองคนแต่งตัวนุ่งกางเกงฃาสั้น, สรวมเสื้อเชิ๊ตมีผ้าผูกคอ, เสื้อนอกแบะคอ, ถือหมวกสักะหลาดปีกใหญ่คนละใบ. นายมั่งเปนผู้ใหญ่, อายุราว ๔๐, แต่งตัวอย่างชาวบ้านนอก. ชายหนุ่มสองคนเดิรออกมาทางประตูช่องขวาหลัง, พอเห็นพระยาศักรินทร์ก็ชงักและยกมือไหว้.)

สุธน.

อ้อ, ใต้เท้าอยู่ที่นี่เอง ! กระผมหมายว่าใต้เท้าไปเดิรเล่น.

ศักรินทร์.

ฉันเปนจรกาหน้าหนู ฉันก็ต้องอยู่คนเดียวเช่นนี้สิ, พ่อสุธน.

สุธน.

ก็ไปไหนกันหมดล่ะขอรับ?

ศักรินทร์.

เจ้าคุณวิเศษกับคุณหญิงไปเดิรเล่นในสวนตามเคย, คุณพระศุภสาส์นกับแม่สุกัญญาว่าจะไปอาบน้ำที่พุผาลา.

สุธน.

แล้วก็ผมก็พะเอินจะต้องพาพ่อประเสริฐไปยิงเนื้อยิงนกเสียด้วย. ถ้าใม่ได้นัดกับเฃาไว้เสียก่อนละก็ ผมจะอยู่คอยรับใช้ใต้เท้าทีเดียว.

ศักรินทร์.

ใม่ต้องดอก, พ่อสุธน. จะไปยิงสิงสาราสัตว์อะไรก็ไปเถอะ, อย่าเปนห่วงฉันเลย. เออ, ว่าแต่จะยิงอะไรกัน?

สุธน.

ผมน่ะถนัดนกแหละขอรับ, แต่ประเสริฐเฃาว่าอยากจะยิงสัตว์ใหญ่ ๆ.

ศักรินทร์.

ใหญ่สักเท่าไหน? ช้างหรือ?

ประเสริฐ.

ใม่ถึงช้างดอกขอรับ. เอาแต่เพียงกวางก็พอแล้ว, หรือบางทีจะได้เสือบ้างก็เปนได้.

ศักรินทร์.

ฮึ! จะเดิรดินยิงเสือเทียวหรือพ่อ? ให้เฃาจัดการขัดห้างเสียก่อนแล้วยิงจากห้างจะมิดีกว่าหรือ?

ประเสริฐ.

ผมเฃ้าใจว่าการที่ขึ้นไปนั่งคุดคู้อยู่บนห้างน่ะเมื่อยเหลือรับเทียวนะขอรับ, แล้วก็ในที่สุดมักจะใม่ใคร่ได้เสือด้วย.

ศักรินทร์.

ลองถามพรานเฃาดูก่อนใม่ดีหรือ? อ้ายหมอนั่นใม่ใช่หรือพราน?

สุธน.

จริง! ถามแกดูก่อนดีกว่า. - ตามั่ง!

มั่ง.

(พูดเสียงแปร่ง ๆ คล้ายชาวเมืองเพ็ชร์.) ค่อราบ!

สุธน.

เฃ้ามาในนี้หน่อยเถอะ.

มั่ง.

ค่อราบ. (คลานจากเฉลียงมาสู่ห้องนั่ง, แล้วยกมือไหว้พระยาศักรินทร์.)

สุธน.

เอ้าประเสริฐ, ซักแกไปเองสิ.

ประเสริฐ.

นายมั่ง, แกเคยเปนพรานอยู่แถบนี้มานานแล้วใม่ใช่หรือ?

มั่ง.

น๊านแล่วค่อราบ.

ประเสริฐ.

เสือชุมหรือแถบนี้?

มั่ง.

ก่อนนี่ชุ้มโข, แต่เดี๋ยวนี่น่อยไป.

ศักรินทร์

แต่ก็ยังมีตัวใหญ่ ๆ อยู่ใม่ใช่หรือ? ได้ยินคุณพระศุภสาส์นเล่าว่า ได้เห็นรอยตีนเสือที่พุผาลา, โตเท่าจานน้ำร้อนแน่.

มั่ง.

มันกินน่ำที่ลำธ้ารสิค่อราบ, แต่ที่อยู่มันหาอยู่นั่นใม่ด๊อก. ต้องเฃ้าไปในด๊ง, เลยพุผ่าล้าไปอีกโข. เฃาว่ามีแม้ลูกออนอยู่ตัวหนึ่ง, มันดุ๊นักละ.

ประเสริฐ.

ถ้าเช่นนั้นเราจะไปถึงที่นั่นทันไหมวันนี้ ?

มั่ง.

จะตร๊งไปอย่างนั้นหาดีใม่ด๊อก. ต้องไปขัดฮ้างเสียก่อน, แล้วเอาหม่าไปผูกไว่ตัวหนึ่ง, แล้วคอยนั่งดั๊กยิงมันแหละดี.

ศักรินทร์.

อย่างไร, คุณประเสริฐ? พรานเฃาก็มีความเห็นตรงกับฉันไหมล่ะ.

ประเสริฐ.

ก็ปืนของตาพรานแกมันเปนอย่างคร่ำคร่า, ยิงได้นัดเดียว แล้วกว่าจะประจุได้อีกก็ตั้งครึ่งชั่วโมง, ก็ต้องนั่งคอยให้เหมาะจึ่งจะยิงได้. นี่ปืนของพ่อสุธนเฃาเปนอย่างวินเช็สเต้อร์ริปีเตอร์, แบบใหม่ที่สุด, ยิงได้ตั้งสิบนัดติด ๆ กัน, จะต้องวิตกอะไร. พอแลเห็นตัวถนัดเราก็ยิง, ถ้าใม่ถูกซ้ำอีกโดยทันทีทันควัน, เสืออะไรในโลกจะสู้ไหว. ผมเกรงอยู่แต่ว่า ถ้าเรายิงผิดมันแล้วมันจะใม่อยู่ให้ยิงซ้ำอีกนัดหนึ่งด้วยซ้ำ.

สุธน.

เอาเถอะ, ตามั่ง, แกเชื่อคุณประเสริฐเถอะ, เฃายิงแม่นนัก. แกลงไปคอยฃ้างล่างเถอะ, เดี๋ยวฉันจะลงไป. (มั่งไหว้แล้วเฃ้าโรงทางขวา.) ประเสริฐ, กันจะไปจัดการให้เฃาหาสเบียงสำหรับเราเอาไปกิน, จะได้ใม่ต้องกลับมากินฃ้าวกลางวันที่นี่.

ประเสริฐ.

เรารีบไปดูลาดเลาแล้วกลับมากินกลางวันที่นี่ก็ทันนี่นะ.

สุธน.

เราเตรียมสเบียงไปกินในป่าดีกว่า, หาใม่จะต้องรีบร้อนนัก. ใต้เท้าเห็นอย่างไรขอรับ?

ศักรินทร์.

ฉันเห็นด้วยกับพ่อสุธน; เอาสเบียงไปกินในป่าดีกว่า. ถ้าจะกลับมาให้ทันกินฃ้าวกลางวันจะต้องรีบไปแล้วรีบกลับ, ก็จะใม่มีเวลาได้ยิงนกเท่านั้นเอง. ฉันบอกตามตรง, ว่าอ้ายเรื่องยิงเสือน่ะงดไว้ก่อนได้จะดีกว่า, แต่นกน่ะ ถ้าได้มาก็จะดี, เพราะเราจะได้กินแกงอร่อย ๆ.

สุธน.

เอาเถอะขอรับ, ผมจะพยายามหานกมาให้ได้. ผมต้องรีบเฃ้าไปสั่งเฃาหาสเบียง. น่าที่ของผมจะเปนผู้ยิงสัตว์มีปีก, น่าที่พ่อประเสริฐเปนผู้ยิงสัตว์สี่เท้า.

ศักรินทร์.

อ้ายสี่เท้าน่ะ ยิงแต่ชนิดที่มีเฃาและมีกีบผ่าเถอะ, อ้ายชนิดมีเขี้ยวมีเล็บระงับไว้ดีกว่า.

สุธน.

ใต้เท้าพูดกับพ่อประเสริฐเองเถอะขอรับ. กระผมจะต้องรีบไปหาสเบียง. (ไหว้แล้วเฃ้าไปสู่ห้องกินอาหารและหายเฃ้าโรงไปทางซ้าย.)

ศักรินทร์.

คุณประเสริฐ, อ้ายเรื่องยิงเสืออย่างที่คุณว่าน่ะ ฉันขอให้งดเสียเถอะ, ได้ไหม? ดูมันใม่น่าไว้ใจนัก.

ประเสริฐ.

กระผมเห็นว่าคงใม่มีอันตรายอะไรนัก. ธรรมดาสัตว์ป่ามักจะกลัวคน, ฉนั้นถ้าคนใม่กลัวมัน. ก็เปนอันอยู่ในฐานะที่ได้เปรียบ. อีกประการหนึ่ง, ปืนที่ผมจะเอาไปก็เปนปืนที่ไว้ใจได้.

ศักรินทร์.

อ้ายปืนน่ะฉันเชื่อละว่าไว้ใจได้, แต่มันสำคัญที่คนผู้ยิงนั่นแหละ.

ประเสริฐ.

กระผมก็เชื่อว่ากระผมไว้ใจตัวของกระผมเองได้เหมือนกัน.

ศักรินทร์.

ขอถามหน่อยได้ไหม, ว่าทำไมคุณจึ่งอยากได้เสือนัก?

ประเสริฐ.

กระผมได้รับปากกับคุณสุกัญญาไว้ว่าผมจะหาหนังเสือให้เธอตัดเสื้อใส่. เวลานี้ที่ยุโรปกำลังชอบใส่เสื้อหนังเสือกันมาก.

ศักรินทร์.

อ้อ! แต่ก็จะไว้ให้พระศุภสาส์นเฃาหาเสื้อเช่นนั้นให้ภรรยาของเฃาเองใม่ดีกว่าหรือ?

ประเสริฐ.

ถ้าคุณพระศุภสาส์นปราถนาจะทำเช่นนั้นก็ทำได้, แต่ส่วนกระผมก็ปราถนาที่จะหาหนังเสือมาเปนพลีแก่คุณสุกัญญาอีกส่วนหนึ่งเหมือนกัน.

ศักรินทร์.

ฮือ! นี่แน่ะคุณประเสริฐ, ฉันขอถามอะไรจริง ๆ หน่อยเถอะ. คุณน่ะใม่มีธุระอะไรทำดียิ่งไปกว่าเที่ยววิ่งไล่ตามรบกวนเมียเฃาบ้างเลยเทียวหรือ?

ประเสริฐ.

กระผมขอกราบแทบฝ่าเท้าและขออภัย, แต่กระผมขอเรียนว่าการที่กระผมมาที่ชัยบุรีนี้ ผมก็มีสิทธิพอที่จะมาได้, และกระผมก็ได้หาเช่าเรือนของกระผมอยู่เอง, หาได้แย่งที่ผู้ใดอยู่หรืออาศัยผู้ใดอยู่ใม่. ส่วนการที่กระผมมาที่บ้านนี้ ก็โดยนายสุธนชวนกระผมมา, หาได้ละลาบละล้วงมาเองใม่.

ศักรินทร์.

ที่คุณพูดมานี่ สรูปความก็เปนอันว่าฉันทลึ่งในการที่ได้กล่าวทักท้วงถึงกิจการของคุณ. เอาเถอะ, คุณจะว่าฉันทลึ่งก็ตามใจ, แต่ฉันเปนมิตร์เก่าของเจ้าคุณวิเศษ, ฉนั้นเมื่อฉันแลเห็นว่าความเสียหายอาจมีกระทั่งกระเทือนถึงลูกของมิตร์ ฉันก็นิ่งดูดายใม่ได้.

ประเสริฐ.

กระผมมีความเสียใจมาก ที่มารู้สึกว่าใต้เท้าหมดความเมตตากรุณาต่อกระผมเสียแล้ว, จึ่งได้เห็นกระผมเปนผู้ที่อาจให้ร้ายแก่เจ้าคุณวิเศษหรือบุตร์ของท่านได้. ที่จริงกระผมตั้งใจดีแท้ ๆ, แต่ใต้เท้าเฃ้าใจผิดไป กระผมก็จนใจ.

ศักรินทร์.

ตั้งใจดีอย่างไร? ลูกสาวเฃามีผัวแล้ว, คุณมาตอมหล่อนอยู่ราวกับแมลงภู่, อาจทำให้คนครหานินทาได้, จะว่าตั้งใจดีอย่างไร?

ประเสริฐ.

ถ้าจะมีผู้นินทาก็แต่คนหัวเก่าครึคร่ำคร่าเกินสมัยเท่านั้น. ธรรมดาหญิงสาวที่ถูกให้แต่งงานกับผัวที่แก่คราวพ่อคราวแม่ ต้องมีเวลาอยากพูดจาพาทีกับชายที่อายุรุ่นราวคราวกันบ้าง, ใม่เห็นมีข้อควรครหานินทาอะไรจนนิดเดียว.

ศักรินทร์.

ที่คุณว่าแม่สุกัญญาถูกให้แต่งงานกับผัวแก่น่ะ เห็นจะผิดไปละกระมัง. พระศุภสาส์นกับแม่สุกัญญาเฃารักใคร่กันเองก่อนแล้วเจ้าคุณวิเศษจึ่งได้จัดการตกแต่งให้ต่างหาก.

ประเสริฐ.

นั่นก็เปนแต่คำของพระศุภสาส์น. ส่วนผมได้ทราบและได้สังเกตเห็นเปนอย่างอื่น, และผมสงสารคุณสุกัญญา, ผมจึ่งได้พยายามที่จะให้เธอได้รับความบรรเทิงใจบ้าง เท่าที่ผมมีโอกาสจะทำได้ ผมเห็นว่าเปนน่าที่ของมิตร์ที่จะต้องทำเช่นนั้น. ผมยอมเสียสละให้เธอได้ทุกอย่าง.

ศักรินทร์.

อ้อ! นี่ทีจะเคยได้พูดกับเจ้าหล่อนเช่นนี้แล้วละสิ? (ประเสริฐก้มหน้า.) แล้วก็อ้ายการยิงเสือก็คงเปนการแสดงพยานแห่งความรักอย่างหนึ่งละกระมัง ?

ประเสริฐ.

ถ้าพระศุภสาส์นมีความรักจริง, ก็ควรจะแสดงตนให้ปรากฎว่ากล้าพอที่จะเสียสละเพื่อรับใช้คุณสุกัญญาบ้างสิขอรับ.

ศักรินทร์.

อ้ายการกล้าด้วยปากน่ะมันง่ายดอกคุณ!

ประเสริฐ.

เมื่อใต้เท้าใม่เชื่อก็คอยดูเถอะขอรับ. กระผมจะไปยิงเสือมาให้จงได้, ใม่วันนี้ก็พรุ่งนี้.

ศักรินทร์.

ก็ตามใจคุณเถอะ. แต่ฉันขอบอกกล่าวไว้ ว่าฉันจะพยายามอย่างมากที่สุดมิให้สุกัญญารับหนังเสือของคุณ!

(ลุกขึ้นเดิรเฃ้าไปสู่ห้องกินอาหาร. ขณะนั้นสุธน, ถือปืนสองกระบอก, ปืนลูกโดด ๑ ปืนลูกปราย ๑, เดิรออกมาจากทางซ้าย, พบกับพระยาศักรินทรในห้องกินอาหาร. ประเสริฐนั่งเก้าอี้ตัว ๑. หันหลังให้พระยาศักรินทร์.)

สุธน.

ใต้เท้าจะไปไหนล่ะขอรับ?

ศักรินทร์.

ลงไปในสวนหน่อย. อากาศในนี้อับนัก, หายใจใม่ออก. (เดิรเลยหายเฃ้าโรงไปทางซ้าย.)

สุธน.

(เดิรออกมาสู่ห้องนั่ง.) เจ้าคุณศักรินทร์พื้นเสียทำไมกัน?

ประเสริฐ.

ท่านฉุนเพราะอยู่ดี ๆ ท่านฉะเอากัน, กันก็เหลืออด ต้องตอบไปบ้าง.

สุธน.

เรื่องอะไรกัน? (วางปืน, และนั่งเก้าอี้ตัว ๑ ตามแต่จะเหมาะ.)

ประเสริฐ.

เรื่องน้องสาวของแกน่ะสิ.

สุธน.

เอ๊ะ! ทำไมกัน ?

ประเสริฐ.

ท่านว่าการที่กันมาหาแม่สุกัญญาบ่อย ๆ อาจเปนเหตุให้คนครหานินทาได้.

สุธน.

ฮือ! ชอบกลอยู่ !

(นิ่งกันอยู่ครู่ ๑ แล้วประเสริฐจึ่งพูดอย่างจัง ๆ.)

ประเสริฐ.

นี่แน่ะสุธน, ขอให้แกจดจำไว้, ว่ากันจะใช้ความพยายามทุกสถานและอุบายและทุกอย่าง ที่จะให้แม่สุกัญญาเปนของกันให้จงได้!

สุธน.

(ตกใจ.) ประเสริฐ ! พูดอะไรเช่นนั้น.

ประเสริฐ.

กันพูดเปนความจริงใจ, และกันจงใจที่จะประพฤติให้สมปากพูดด้วย ! เกิดมาเปนลูกผู้ชาย กันใม่ยอมย่อท้อต่ออุปสรรคใด ๆ, และกันใม่ยอมแพ้อีตาพระศุภสาส์นกับตาพระยาศักรินทร์อวดดีนั่นเปนอันฃาด. กันจะต้องทำให้แม่สุกัญญารักให้จงได้, คอยดูสิ!

สุธน.

ประเสริฐ! ใม่ได้การละ. แกพูดเช่นนี้กันออกจะเห็นหนักมืออยู่หน่อย. ที่กันช่วยอุดหนุนให้แกได้มีโอกาสมาพบปะกับน้องน้อย ก็เพราะเห็นว่าน้องน้อยจะได้มีเพื่อนคุยที่พอรุ่นราวคราวเดียวกันบ้างบางครั้งบางคราวเท่านั้น. แต่ถ้าแกจะคิดการเปนจริงเปนจังไปละก็ กันเห็นหนักมือไปนะ.

ประเสริฐ.

อุวะ! ทีน้องสาวของกัน แกปล้ำกอดจูบเล่น กันไปว่าอะไรแกเมื่อไร.

สุธน.

อ๊ะ! ผิดกันสิ. แม่ส่องศรีเปนหญิงโสด, น้องน้อยมีผัว-

ประเสริฐ.

ซึ่งแก่กว่าจะเปนพ่อได้!

สุธน.

แต่ก็ใม่ใช่พ่อ, เปนผัว; และเฃาก็รักน้องน้อย, น้องน้อยก็รักเฃาด้วย.

ประเสริฐ.

ก็รักเพราะใม่เคยได้รักผู้ชายอื่นก่อนเท่านั้นเอง. ธรรมดาผู้หญิงสาวจะต้องรักชายหนุ่มจึ่งจะคู่ควรกัน.

สุธน.

จะควรใม่ควรอย่างไรกันใม่รู้ด้วย. และใม่ขอเถียงกับแก, เพราะกันเถียงทีไรก็แพ้ฝีปากแกทุกที; แต่กันขอบอกตรง ๆว่า ถ้าแกจะคิดเปนชู้กับน้องน้อยละก็กันใม่ยอม!

ประเสริฐ.

(ลุกยืนขึ้น, พูดอย่างโกรธ.) สุธน! นี่แกจะคิดคดต่อกันหรือ?

สุธน.

ถ้าแกใม่คิดคดต่อกันก่อนละก็กันก็จะใม่คิดต่อแกเหมือนกัน. แต่ขอให้เฃ้าใจเสียเถอะ, ว่ากันใม่ยอมให้แกทำให้น้องสาวของกันเสียชื่อ. (ตบโต๊ะปัง.) กันใม่ยอม, ได้ยินไหม ?

ประเสริฐ.

ก็ผัวเฃาก็มีแล้ว, ทำไมแกจะยังต้องประพฤติตัวเปนผู้ป้องกันชื่อเสียงเฃาอยู่อีกล่ะ?

สุธน.

เพราะถึงมีผัวแล้วก็ยังใม่ฃาดพี่ฃาดน้องกัน. อีกประการหนึ่ง, กันเปนผู้พาแกมาให้ได้พบปะกับน้องน้อย ฉนั้นกันต้องรู้สึกความรับผิดรับชอบอยู่เต็มตัว. กันขอบอกว่ากันใม่ยอมให้แกทำให้น้องน้อยเสียชื่อ, ฉนั้นถ้าแกใม่ถอนคำที่กล่าวเมื่อกี้นี้ละก็ กันจะต้องขอให้แกออกจากบ้านนี้ไปทันที, และจะต้องขออย่าให้มาอีกเลย.

ประเสริฐ.

(เยาะ.) ก็ตีนฉันมี, ถึงแกจะใม่พาฉันมาอีก ฉันเดิรมาเองได้.

สุธน.

(ทลึ่งลุกขึ้นฉวยปืนลูกปราย, แล้วพูด.) ปืนฉันก็มียิงแกได้, เห็นไหม?

ประเสริฐ.

(เห็นเสียท่า, ทำพูดดี.) แล้วกันพ่อสุธน, ลองใจเล่นหน่อยก็โกรธเอาใหญ่โตเทียวนะ.

สุธน.

ลองใจกันอย่างอื่นเถอะ. อย่างนี้กันใม่ชอบ.

ประเสริฐ.

เอาเถอะ, ใม่พูดอย่างนั้นอีกละ. ไปกันเสียทีดีกระมัง? ทางมันไกลอยู่, และนี่ก็สายแล้ว. ส่งปืนมาให้กันสิ. (สุธนส่งปืนลูกโดดไปให้.) กระสุนล่ะ?

สุธน.

อยู่ในกระเป๋าหนัง; ตามั่งรับเอาไปแล้ว.

ประเสริฐ.

สเบียงล่ะ? (ควักซองบุหรื่ออกมาหยิบบุหรี่สูบ, แล้ววางซองบนโต๊ะ.)

สุธน.

พร้อมแล้ว; อยู่ที่อ้ายจอน.

ประเสริฐ.

ถ้าเช่นนั้นไปเถอะ.

(สองคนออกจากห้องนั่งไปสู่เฉลียง, แล้วเดิรหายเฃ้าโรงทางขวา.)

(อีกสักครู่ ๑ พระศุภสาส์นโศภิตกับสุกัญญา จึ่งเดิรมาตามเฉลียงและเดิรเฃ้าสู่ห้องนั่ง. พระศุภสาส์นนุ่งกางเกงแพร, สรวมเสื้อแพร, ถุงเท้า, รองเท้า, มือถือหมวกกันแดดมือ ๑, อีกมือ ๑ ถือกระเช้าดอกไม้. สุกัญญาแต่งตัวอย่างสบาย ๆ, สรวมรองเท้าส้นต่ำอย่างสำหรับเดิรในที่ดินอันใม่เสมอ, ถือร่ม.)

ศุภสาส์น.

(วางกระเช้าบนโต๊ะกลางห้อง, แล้วจับมือสุกัญญา.) เหนื่อยหรือแม่น้อย?

สุกัญญา.

(ยิ้ม.) ใม่กระไรนักดอกค่ะ. (นั่ง.) เหนื่อยน้อยกว่าวันแรกไป. เห็นจะออกชินเฃ้าบ้างแล้ว.

ศุภสาส์น.

ฉันเห็นตั้งแต่หล่อนมาอยู่ที่นี่ ดูหน้าตามีเลือดมีฝาดดีขึ้นกว่าเมื่ออยู่ในกรุงเทพ.

สุกัญญา.

ดิฉันก็รู้สึกว่าสบายกว่าอยู่กรุงเทพ, เพราะกินได้นอนหลับดีทุกวัน.

ศุภสาส์น.

ฉันเองก็รู้สึกว่าตั้งแต่ได้มาอยู่ที่นี่ดูสบายขึ้นมาก, สบายทั้งกายและใจ. อยู่ในกรุงเทพมีเครื่องทำให้ต้องรำคาญใจมากนัก. (ก้มลงไปกอดสุกัญญา, แล้วพูดต่อไป.) ฉันรู้สึกว่ามาอยู่ที่นี่ทำให้สนิธสนมกันยิ่งขึ้นกว่าแต่ก่อน, ซึ่งทำให้ฉันยินดีมาก. ฉันขอบอกจริง ๆ ว่า ในโลกนี้ฉันใม่เคยรักใครมากเท่าแม่น้อยเลย. หล่อนเปนชีวิตของฉัน!

สุกัญญา.

(ซบหัวลงบนอกผัว. แแล้วตอบ.) ดิฉันเห็นแล้วว่าจะหาผัวไหนที่ดีเหมือนคุณพระใม่ได้อีกแล้ว! ดิฉันเปนคนเคราะห์ดีที่สุดในโลก.

ศุภสาส์น.

ฉันนึก ๆ ขึ้นมาก็เสียดายที่ฉันแก่กว่าหล่อนมากนัก.

สุกัญญา.

จะต้องเปนทุกข์อะไรคะ. ผู้หญิงแก่เร็วกว่าผู้ชายมาก, ฉนั้นในใม่ช้า ดิฉันก็คงแก่ทันคุณ.

ศุภสาส์น.

ถึงหล่อนจะแก่ลงไปอีกเท่าไร ฉันก็คงใม่รู้สึกเลย, เพราะในใจของฉันคงจะเห็นหล่อนสดชื่นอยู่เสมอจนตลอดชีวิต.

สุกัญญา.

คุณช่างพูดเช่นนี้จะใม่ให้ดิฉันติดใจอย่างไร? (หัวเราะและจับหน้าผัวลงมาจูบแก้ม.) นี่เปนบำเหน็จในการที่คุณช่างยอ! คุณอยากได้บำเหน็จอีกละก็ต้องทำงานอะไรอีกหน่อยนะคะ.

ศุภสาส์น.

จะใช้อะไรอีกล่ะ?

สุกัญญา.

ไปเฃ้าครัวทำไข่เจียวฝรั่งเลี้ยงกันหน่อยเถอะคะ. อย่างไรใม่ทราบละ, ดิฉันนึกอยากกินขึ้นมา. จะให้ยายแจ่มทำก็กลัวจะเหลวอีก.

ศุภสาส์น.

(หัวเราะ.) ได้สิ, ฉันจะไปทำให้เอง. (ดูนาฬิกาข้อมือ.) ยังมีเวลาพอ. ฉันไปละนะ. (เดิรไปทางห้องกินอาหาร, แล้วเดิรหวลกลับออกมาอีก.) เดี๋ยว! ขอจูบทีก่อน! (จูบสุกัญญา.)

สุกัญญา.

(หัวเราะ.) พุทโธ่, หมายว่ามีเรื่องอะไร ! ไปก็ไปเถอะคะ, ดิฉันจะได้จัดดอกไม้ของดิฉันบ้าง.

(พระศุภสาส์นเฃ้าไปสู่ห้องกินอาหารแล้วเลยเดิรหายเฃ้าโรงไปทางซ้าย. สุกัญญาจัดดอกไม้ปักในขวด. สักครู่ ๑ นายธูป, คนใช้ของพระยาวิเศษ, ออกมาจากห้องกินอาหาร และตรงไปพูดกับสุกัญญา.)

ธูป.

กลางวันนี้คุณนายจะโปรดให้จัดโต๊ะสำหรับกี่คนขอรับ?

สุกัญญา.

เดี๋ยว, นึกก่อน. (นับนิ้วมือ, แล้วจึ่งตอบ.) จัดสำหรับหกคนเท่านั้นก็พอ, เพราะคุณสุธนจะใม่กลับมากิน, แต่คุณหลวงสุนทรจะมาจากในเมือง, ก็พอได้เฃ้าแทนที่คุณสุธน.

ธูป.

รับประทานโทษ, ก็คุณอะไรอีกคนนั่นล่ะขอรับ?

สุกัญญา.

เฃาก็เห็นจะใม่มาเหมือนกัน, เพราะเฃาไปด้วยกันกับคุณสุธน. เอาเถอะ, ธูป, จัดหกที่พอแล้ว.

(ธูปเฃ้าไปสู่ห้องกินอาหาร, แล้วปิดประตูระหว่างห้องนั้นกับห้องนั่ง. ระหว่างนี้จัดตังจาน, ถ้วยแก้ว ฯลฯ ที่โต๊ะกินอาหาร. ฝ่ายสุกัญญาจัดดอกไม้ปักขวดจนเสร็จ. แล้วนั่งพิศดอกไม้อยู่. นายประเสริฐเดิรมาทางเฉลียง, หยุดที่ประตูห้องนั่ง, แล้วเรียก.)

ประเสริฐ.

แม่สุกัญญา !

สุกัญญา.

(สดุ้ง, เหลียวไปพูด.) อุ๊ย! ตกใจ. ก็นี่ทำไมคุณมาอยู่ที่นี่? หมายว่าจะไปยิงสัตว์กับคุณพี่อย่างไรล่ะ?

ประเสริฐ.

ฉันได้ไปแล้ว, แต่ฉันบอกเฃาว่าลืมซองบุหรี่ไว้, จึ่งขอลากลับมาเอา.

สุกัญญา.

อ้อ, นี่แน่ซองของคุณ. (หยิบซองจากโต๊ะขึ้นชู.)

ประเสริฐ.

ขอบใจ. (เดิรเฃ้าไปรับซองจากมือสุกัญญา, แล้วเลยจับมือไว้และพูดต่อไป.) ฉันขอบอกความจริงให้หล่อนทราบ, ว่าซองนั้นฉันตั้งใจทิ้งไว้.

สุกัญญา.

เอ๊ะ! ทำไมต้องทิ้งไว้ ?

ประเสริฐ.

เพื่อจะได้มีโอกาสกลับมาเอาซองนั้นน่ะสิ. (รับซองไปใส่กระเป๋า.)

สุกัญญา.

ดิฉันแลใม่เห็นว่าทำไมคุณจะต้องใช้อุบายเช่นนั้น. จะมาเฉย ๆ ใม่ได้หรือ?

ประเสริฐ.

การที่ฉันจะมาที่นี่เกรงจะใม่สดวกเช่นแต่ก่อนเสียแล้ว, เพราะคุณแม่ของหล่อนท่านใม่ชอบฉันเสียเลย, และเจ้าคุณพ่อของหล่อนนั้นท่านก็มักจะคล้อยตามคุณหญิงในสิ่งทั้งปวง. นอกจากนี้ยังมีเจ้าคุณศักรินทร์คอยฉวยโอกาสด่าฉันอยู่เสมอ ๆ.

สุกัญญา.

แต่ก็คุณพี่ยังชอบคุณอยู่ใม่ใช่หรือคะ?

ประเสริฐ.

นี่แหละเปนข้อร้าย, คือสุธนก็ออกจะพลอยแสดงให้ฉันเฃ้าใจเสียด้วยแล้ว ว่าเฃาใม่ต้องการให้ฉันมาบ่อย ๆ.

สุกัญญา.

เอ๊ะ! ทำไมเฃาจึ่งพากันยุ่งไปเช่นนั้น.

ประเสริฐ.

ถ้าฉันบอกตามตรงหล่อนอย่าโกรธนะ. เฃาพากันระแวงสงสัยว่าฉันจะมาทำความเสื่อมเสียเกียรติคุณให้แก่หล่อน.

สุกัญญา.

จะมาทำให้เสื่อมเสียเกียรติคุณอย่างไร, ดิฉันยังใม่เฃ้าใจ.

ประเสริฐ.

ก็โดยมารักหล่อนน่ะสิ !

สุกัญญา.

อะไร! ใม่มีมูลเลย, ใม่ใช่หรือคะ?

ประเสริฐ.

(ก้มหน้า, และทำเสียงเครือ.) เพราะมันมีมูล, ฉันจึ่งต้องเห็นตามเฃา ว่าฉันมาที่นี่น้อย ๆ สักหน่อยจะดีกว่า! (เดิรออกไปห่างสุกัญญา.)

สุกัญญา.

(พาซื่อ, ลุกขึ้นไปจับมือประเสริฐ.) นี่จริง ๆ หรือคะ? (ประเสริฐพยักหน้า.) พุทโธ่! ดิฉันใม่รู้เลย.

ประเสริฐ.

ฉันได้ตั้งใจไว้ว่าจะใม่บอกความในใจให้หล่อนทราบ; แต่เมื่อทราบแล้วเช่นนี้ฉันก็ต้องขอบอกด้วยว่า ฉันรักหล่อนมากเกินที่จะเปนสาเหตุให้หล่อนมีราคีแม้แต่เล็กน้อย, ฉนั้นฉันจะหักใจใม่มาหาหล่อนบ่อยๆ เช่นแต่ก่อน. แต่ที่จะให้ฉันบังคับใจให้ลืมหล่อนนั้น ทำไปใม่ได้เปนแน่นอน, เพราะทุกขณะจิตฉันคงจะต้องเห็นดวงหน้าอันงามของหล่อนลอยอยู่เหมือนดวงดาวบนฟ้าที่สุดเอื้อม.

สุกัญญา.

ถ้าความรู้สึกของคุณเปนเช่นนั้นจริง ๆ ละก็ เราพบปะกันน้อยๆ หน่อยก็เห็นจะดี.

ประเสริฐ.

ฉันจะขอไปยิงเสือเอาหนังมากำนัลหล่อนตามที่ได้ว่าไว้, แล้วฉันก็จะใม่มาอีก. ขอให้หล่อนรับไว้เปนพยานรักสักอย่างหนึ่งเถอะ, ได้ไหม?

(ขณะนี้พระศุภสาส์นเปิดประตูห้องกินอาหารช่อง ๑ จะออกมา, แต่พอเห็นสุกัญญากับนายประเสริฐยืนจับมือกันอยู่เช่นนั้นก็ชงักและยืนตกตลึงอยู่. ฝ่ายสองคนนั้นใม่เห็นพระศุภสาส์น, จึ่งพูดกันต่อไป.)

สุกัญญา.

ได้สิคะ, ดิฉันจะรับไว้-

ประเสริฐ.

เพื่อเปนพยานรัก ! (ยกมือสุกัญญาขึ้นจูบ, แล้วยังคงจับมือสุกัญญาไว้, และจ้องตานิ่งอยู่.)

(ขณะนี้พระยาศักรินทร์โผล่มาที่ประตูห้องกินอาหารอีกคน ๑. พอแลเห็นเหตุการณ์ที่เปนไปก็ค่อย ๆ จับมือพระศุภสาส์นจูงถอยเฃ้าไป, แล้วค่อย ๆ ปิดประตูนั้นเสีย.)

สุกัญญา.

คุณไปเสียทีดีกว่า, หาใม่จะทำดิฉันใจคอวุ่นไปด้วย.

ประเสริฐ.

ฉันขอโทษที่ได้ทำให้หล่อนใม่สบายใจ. ลาก่อน ! (เดิรออกไปสู่เฉลียง, และหายเฃ้าโรงไปทางหลัง.)

(สุกัญญาเดิรตามออกไปที่เฉลียง, และยืนเท้าพนักมองดูอยู่ครู่ ๑, แล้วจึ่งแสดงกิริยาให้ปรากฎเห็นใครมาใหม่อีกคน ๑, และร้องพูดลงไปฃ้างล่าง.)

สุกัญญา.

อ้อ! คุณหลวงมาแล้ว. อย่างไรมาสายไปล่ะคะ? - อ้อ, รถไฟมาถึงช้าไปชั่วโมงหนึ่งเทียวหรือคะ? - สำหรับฃ้าวกลางวันใม่ทันเสียแล้วละคะ, ต้องเอาไว้ฃ้าวเย็น.-ดิฉันจะลงไปเองคะ, จะได้เลยเอาของไปส่งแม่ครัวทีเดียว. (เดิรไปตามเฉลียง, เลยหายเฃ้าโรงทางหลัง.)

(สักครู่ ๑ ประตูห้องกินอาหารของพระยาศักรินทร์กับพระศุภสาส์นออกมาด้วยกัน, แล้วพระยาศักรินทร์ปิดประตู.)

ศุภสาส์น.

ผมต้องขอบพระเดชพระคุณใต้เท้าจริง ๆ ที่ได้ช่วยเตือนสติผม, หาใม่ผมก็อาจจะได้ประพฤติอะไรที่เสียกิริยาผู้ดี-

ศักรินทร์.

และซึ่งอาจจะต้องเสียใจภายหลัง! การเช่นนี้ต้องใช้ดำเนิรยุทธวิธีอย่างสุขุม, จะตีตรงหน้าเฃ้าไปใม่ได้.

ศุภสาส์น.

ผมต้องขอความกรุณาของใต้เท้าให้ช่วยคิดและบงการด้วย, เพราะผมรู้สึกว่าตัวผมเองจะคิดและทำการอะไรโดยใจเย็นออกจะใม่ใคร่ได้นัก. พุทโธ่! เสียแรงผมได้เปนโสดมาจนอายุย่างเฃ้าไปถึงสี่สิบสาม, เมื่อมาได้ภรรยาที่สาว, สรวย, และถูกใจพร้อมทุกสถาน, จะให้ผมนั่งนิ่งดูดายอย่างไรได้ เมื่อเห็นคนอย่างเช่นอ้ายนายประเสริฐนั้นมาบังอาจพยายามพาความเสื่อมเสียมาสู่ภรรยาที่รักของผม.

ศักรินทร์.

ฉันเฃ้าใจดีทีเดียว, คุณพระ, ว่าคุณรู้สึกอย่างไร, และฉันก็เห็นใจด้วย. แต่ต้องอย่าลืมว่า ทั้งฝ่ายเราและฝ่ายฃ้าศึกมีข้อได้เปรียบเสียเปรียบก้ำกึ่งกันอยู่. ฝ่ายคุณพระได้เปรียบที่ได้รักใคร่กับแม่สุกัญญาและได้อยู่คู่ครองกันแล้ว, ได้เห็นอกเห็นใจกันแลกันบ้างแล้ว, แต่มีข้อเสียเปรียบที่คุณพระมีอายุมากกว่าภรรยาหลายปีอยู่หน่อย. ฝ่ายนายประเสริฐได้เปรียบที่ยังเปนหนุ่ม, และชำนาญในการเกี้ยวผู้หญิง, แต่มีข้อเสียเปรียบที่ฝ่ายผู้หญิงมิได้รัก, จะต้องใช้ความพยายามที่จะทำให้รักเสียก่อน จึ่งจะทำการเปนผลสำเร็จได้.

ศุภสาส์น.

มันพูดว่าจะให้อะไรอย่างหนึ่ง “เพื่อเปนพยานรัก”, ใต้เท้าใม่ได้ยินหรือขอรับ?

ศักรินทร์.

ได้ยิน; แล้วก็ฉันรู้ด้วยว่าของที่มันจะให้นั้นอะไร. มันอวดดีว่ามันจะให้หนังเสือ. ฮึ! อ้ายคนพรรณนั้นน่ะ, มันกล้าแต่กับผู้หญิงเท่านั้นแหละ; แต่เรื่องที่จะกล้ายิงเสือสางอะไรจริงๆ จังๆ น่ะอย่านึกเลย. ฉันเชื่อว่ามันคุยโตอวดแม่สุกัญญาเท่านั้น; แท้จริงคงไปเดิรไขว่ๆ อยู่ในป่าสักหน่อยหนึ่ง แล้วกลับมาบอกว่าหาเสือใม่ได้เปนแน่ละ, คอยดูเถอะ.

ศุภสาส์น.

ก็ใต้เท้าจะแนะนำให้กระผมทำอะไรบ้างละขอรับ?

ศักรินทร์.

คุณพระต้องสกดใจไว้, อย่าแสดงให้ปรากฎว่าหึงหวงอะไรทั้งนั้น. สำหรับเวลานี้ฉันแนะนำให้ไปดูแลการเจียวไข่ตามที่รับกับเจ้าหล่อนไว้.

ศุภสาส์น.

ผมขอมอบตัวไว้เปนผู้อยู่ในบังคับบัญชาของใต้เท้าโดยความเชื่อใจว่า ใต้เท้าผู้ที่เคยเปนแม่ทัพดีมาแล้ว คงจะสามารถนำผมไปสู่ชัยชำนะได้.

(พอพระศุภสาส์นจะไป ประตูห้องกินอาหารก็เปิด, และคุณหญิงวิเศษออกมา.)

คุณหญิง.

คุณพระมาอยู่ที่นี่เอง ! แม่น้อยบ่นอู้อยู่แน่คะ, ว่าคุณพระรับปากไว้แล้วว่าจะเจียวไข่อย่างฝรั่ง แต่ยังใม่เห็นลงมือเลย.

ศุภสาส์น.

ผมได้สั่งยายแจ่มให้จัดการเตรียมของที่ต้องการไว้แล้ว, ผมขึ้นมาเอาบุหรี่บนนี้, พะเอินมาพบ-

ศักรินทร์.

พบผม, ผมก็เลยชวนคุยเสีย; เปนโทษผิดของผมเอง. จะไปก็ไปเถอะคุณพระ.

ศุภสาส์น.

ขอรับ, ไปเดี๋ยวนี้. (เฃ้าโรงไปทางห้องกินอาหาร, และปิดประตูห้องนั้นด้วย,)

คุณหญิง.

เจ้าคุณคะ, ทำไมต้องพยายามปิดดิฉันด้วย? ดิฉันพอเดาได้ว่าคุณพระศุภสาส์นได้มาพบนายประเสริฐอยู่กับแม่น้อย, จริงไหมเจ้าคะ?

ศักรินทร์.

จริงขอรับ. คุณหญิงคงได้เห็นอ้ายหมอนั่นเดิรลงไปละกระมัง?

คุณหญิง.

เจ้าค่ะ; ดิฉันได้เห็นเช่นนั้นก็รู้สึกใม่สบายใจ. เสียแรงได้ตั้งใจพาแม่น้อยหนีมันมาจากกรุงเทพแล้ว, มันยังอุส่าห์ตามมาอีก.

ศักรินทร์.

คุณหญิงพูดว่ามัน “อุส่าห์” ตามมานั้นยังใม่ถูก; ที่ถูกควรว่ามันเสือกกระโหลกตามมา!

คุณหญิง.

จริงเจ้าค่ะ! ดิฉันช่างรำคาญเสียจริง ๆ ละ. บอกให้เจ้าคุณวิเศษไล่มัน, ท่านก็อ้อมแอ้มลังเลอยู่ตามเคย. ดิฉันเกรงว่าถ้าขืนรอช้าต่อไปอีกน่าจะเกิดความรำคาญใจขึ้นในใม่ช้า.

ศักรินทร์.

ดูความรำคาญก็เริ่มจะมีมาราย ๆ แล้วละขอรับ.

คุณหญิง.

ฉนั้นถึงเวลาที่จะต้องคิดหาทางแก้ไข, ใม่ใช่หรือเจ้าคะ?

ศักรินทร์.

ขอรับ, ถึงเวลาทีเดียว. เชิญคุณหญิงนั่งลงพูดกันดีกว่า. (ทั้งสองคนนั่ง, แล้วพระยาศักรินทร์จึ่งพูดกันต่อไป.) คุณหญิงมีความคิดไว้อย่างไรบ้างแล้วหรือยัง?

คุณหญิง.

ดิฉันคิดว่าต้องให้เจ้าคุณวิเศษพูดกับพ่อใหญ่อย่างจริงจังทีเดียว, ว่าต้องให้เลิกคบกับนายประเสริฐ. ข้อนี้ดิฉันได้พูดกับเจ้าคุณวิเศษแล้ว, เปนอันรับปากแล้วว่าจะทำเช่นนั้น.

ศักรินทร์.

นั่นเปนทางดีทางหนึ่ง. แต่จะหวังผลสำเร็จได้แน่ละหรือ? ดูเหมือนอ้ายหมอนั่นมันเอาน้องสาวของมันล่อพ่อสุธนอยู่ใม่ใช่หรือ?

คุณหญิง.

ดิฉันได้พูดจากับพ่อใหญ่แล้วในเรื่องนั้น, แต่ดิฉันสังเกตว่าดูยังใม่รักใคร่ใหลหลงอะไรนัก, เปนแต่ชอบพาเที่ยวและชอบล้อ ๆ กันเล่นอย่างที่ตัวพ่อใหญ่เองเรียกว่า “เฟลิ๊ต” เท่านั้น.

ศักรินทร์.

ถ้าเช่นนั้นก็พอค่อยคลายวิตกไปได้ส่วนหนึ่ง.

คุณหญิง.

ส่วนดิฉันเองนีกว่าจะต้องพูดกับแม่น้อยโดยตรง ๆ, ขอให้เลิกการคบค้าสมาคมกับนายประเสริฐ.

ศักรินทร์.

ถูกแล้ว, ขอรับ; เปนน่าที่โดยตรงของมารดา. แต่ผมเห็นว่าในเวลานี้เราก็ยังใม่รู้แน่ ว่าสุกัญญาเองจะมีใจลำเอียงไปฃ้างนายประเสริฐแล้วสักเพียงใด. วิสัยของแม่ทัพที่รอบคอบ, ก่อนที่จะยกเฃ้าโจมตี ควรส่งลาดตระเวนไปดูลาดเลากิริยาอาการของฃ้าศึกก่อน. ผมขอรับอาสาเปนลาดตระเวนได้ใหมขอรับ?

คุณหญิง.

ตามใจเจ้าคุณเถอะเจ้าค่ะ. ทีจริงดิฉันเห็นเจ้าคุณใจดีมากที่มาช่วยในกิจการของเราอย่างนี้.

ศักรินทร์.

ผมทำตามน่าที่ของมิตร์เท่านั้น.

วิเศษ.

(พูดในโรงด้านขวา.) จวนเวลารับประทานอาหารแล้ว, เชิญคุณหลวงมานั่งคอยทางนี้เถอะ, ขอรับ.

สุกัญญา.

(พูดในโรงเหมือนกัน.) คุณพ่ออยู่กับคุณหลวงก่อนนะคะ. ดิฉันจะต้องไปดูว่าเฃาจัดอาหารพร้อมหรือยัง.

ศักรินทร์.

(ลุกขึ้น.) คุณหญิงโปรดออกไปดักไว้ที่เฉลียงหน่อยเถอะขอรับ. ให้โอกาสเพื่อผมทำการลาดตระเวนสักหน่อย.

คุณหญิง.

(ลุกขึ้น.) ได้สิเจ้าคะ.

(คุณหญิงเดิรออกไปสู่เฉลียงพอดีได้พบกับสุกัญญา, พระยาวิเศษ, และหลวงสุนทรทิพโยสถ. หลวงสุนทรอายุประมาณ ๓๐, กิริยาท่าทางคล่องแคล่ว, แต่งตัวนุ่งผ้าสี, ใส่ถุงน่องรองเท้า, ถือหมวกกันแดดกับไม้เท้า. คุณหญิงทักทายปราไสหลวงสุนทรแล้ว เลยยืนสนทนากันอยู่ที่เฉลียง, คงมีแต่สุกัญญาคนเดียวเดิรเฃ้ามาสู่ห้องนั่ง.)

สุกัญญา.

อ้อ, เจ้าคุณลุงอยู่นี่เอง. ทำไมใม่ลงไปเดิรเล่นในสวนบ้างล่ะเจ้าคะ?

ศักรินทร์.

ลุงไปมาแล้ว, เพ่อกลับขึ้นมา. ลุงตั้งใจมาคอยพบหล่อน, เพราะมีอะไรที่อยากพูดด้วยสักหน่อย.

สุกัญญา.

เรื่องอะไรเจ้าคะ ?

ศักรินทร์.

เมืองเราก็เปนประเทศร้อน, ฉนั้นการใช้หนังและขนสัตว์จำเปนด้วยหรือ?

สุกัญญา.

ก็เห็นจะใม่สู้จำเปนนักดอกเจ้าค่ะ, เปนแต่ในฤดูหนาวถ้าใครได้ใช้ขนสัตว์ดูมันเก๋ดี.

ศักรินทร์.

แต่จำเปนด้วยหรือที่จะต้องใช้หนังเสือ?

สุกัญญา.

(หัวเราะ.) พุทโธ่! ดิฉันเพ่อจะเฃ้าใจความมุ่งหมายของเจ้าคุณลุงเดี๋ยวนี้เอง. เจ้าคุณลุงจะขอใม่ให้ดิฉันรับหนังเสือที่นายประเสริฐจะไปยิงมาให้, ถูกไหมเจ้าคะ?

ศักรินทร์.

(ออกเรี่ย ๆ.) เมื่อหล่อนเดาใจลุงถูกแล้ว ลุงก็ต้องรับสารภาพว่าเปนความจริงเช่นนั้น. อย่ารับของเฃาจะดีกว่า.

สุกัญญา.

ดิฉันมีความเคารพต่อเจ้าคุณลุงมาก, แต่ดิฉันแลใม่เห็นว่าจะเปนการผิดร้ายอะไรในการที่จะรับหนังเสือของคุณประเสริฐหรือของใคร ๆ ที่เฃามีแก่ใจให้ดิฉัน.

ศักรินทร์.

ผิดกันอยู่หน่อย, เพราะนายประเสริฐเปนคนที่-

สุกัญญา

ที่ใครๆ พากันจงชิงจงชัง, แล้วและช่วยกันคุ้ยเขี่ยเอาข้อเสียหายของเฃาขึ้นมาพูด.

ศักรินทร์

อ๋อ, ความเสียหายของนายประเสริฐน่ะใม่จำเปนต้องคุ้ยเขี่ยขึ้นดอก; มันมีกลิ่นเหม็นฟุ้งขจรอยู่เองแล้ว.

สุกัญญา.

แต่ก็ดิฉันใม่ได้จะรับชื่อเสียงของนายประเสริฐเลยนี่คะ, เปนแต่เพียงจะรับหนังเสือจากเฃาเท่านั้นต่างหาก.

ศักรินทร์.

ของที่ให้ย่อมมีค่าเพราะผู้ให้ใม่ใช่หรือ?

สุกัญญา.

ถ้าเช่นนั้นหนังเสือนั้นก็ควรนับว่าเปนของมีค่ามาก, เพราะผู้ให้จะฝ่าอันตรายไปหามาให้ดิฉัน.

ศักรินทร์.

ฝ่าอันตราย! ฮึ! ลุงเชื่อว่าคุณประเสริฐ ศุภางค์รักความสรวยของเฃาเกินที่จะยื่นหน้าเฃ้าไปให้เสือข่วนเปนแน่ละ.

สุกัญญา.

อย่างไร ๆ ก็ดี, ดิฉันได้ลั่นวาจากับเฃาไว้แล้วว่าจะรับของเฃา, ดิฉันจะคืนคำอย่างไรได้. ดิฉันลาไปเร่งอาหารละเจ้าค่ะ.

(สุกัญญาไหว้แล้วเฃ้าโรงไปทางห้องกินอาหาร. พระยาศักรินทร์สั่นหัว, และกำลังจะเดิรออกไปที่เฉลียง ก็พอคุณหญิงวิเศษเดิรเฃ้ามาในห้อง.)

คุณหญิง.

อย่างไรเจ้าคะ?

ศักรินทร์.

ลาดตระเวนต้องล่าถอยมา!

คุณหญิง.

ใม่ยอมฟังเสียงเจ้าคุณทีเดียวหรือเจ้าคะ?

ศักรินทร์.

ฟังน่ะฟังดอกขอรับ; แต่ว่าพอผมตีลองกำลังเฃ้าไปทีไรหล่อนออกตีโต้ทุกที.

คุณหญิง.

ถ้าเช่นนั้นไว้เปนพนักงานดิฉันเองเถอะเจ้าค่ะ.

(เสียงฆ้องสัญญากินอาหารตีในโรง.)

ศักรินทร์.

กินฃ้าวแล้วจึ่งค่อยลงมือทำการดีกว่าขอรับ.

(คนใช้เปิดประตูห้องกินอาหารทั้งสองช่อง, เห็นโต๊ะจัดไว้เรียบร้อยแล้ว.)

คุณหญิง.

ธูป, คุณพระกับคุณนายล่ะ

ธูป.

กำลังเดิรมาขอรับ (พูดแล้วไปยืนประจำที่.)

คุณหญิง.

(ไปพูดที่ประตูเฉลียง.) เจ้าคุณคะ, อาหารพร้อมแล้ว.

วิเศษ.

เชิญสิคุณหลวง.

(พระยาวิเศษพาหลวงสุนทรเฃ้ามาสู่ห้องนั่ง. หลวงสุนทรกับพระยาศักรินทร์ทักทายกันพอสมควร, แล้วทั้งสี่คนก็พากันเฃ้าไปสู่ห้องกินอาหาร, และเฃ้านั่งที่โต๊ะ.)

ปิดม่าน.

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ