โคลงของพระยามหาอำมาตย์ (หรุ่น ศรีเพ็ญ)

ร่าย สรวมชีพบังคมบาท จอมภูวนาถเลอลบ
ผ่านแผ่นภพมณฑล จบสกลสิมา
อยุธยาเกษมสุข ท้าวไท้ทุกประเทศ
อ่อนโอนเกศมาน้อม ค้อมบรรณาการถวาย
หลากหลายมากมองมูล พูลเพิ่มอภินิหาร
สู่สมภารบารมี มอบชีวีต่อใต้
เบื้องบาทไท้ธิราช ปิ่นภูวนาถรังรักษ์
องค์เอกอัครเฉลิมหล้า แช่มชื่นหน้าไป่ศัลย์
ต่างเคียมคัลซือซ้อม โอนศิโรตม์นอบน้อม
ต่อเบื้องบทมาลย์ ท่านนา ฯ
โคลง อัญชลิตสารส่ำซ้อง เคียมคัล
เบื้องบาทจุฑาถวัลย์ ราชเรื้อง
ดั่งองค์กฤษณสรรค์ สฤษฎิ์รุ่ง เรืองนา
แบ่งภาคจากเกษียรเบื้อง สมุทร์ห้องผทมสินธุ์ ฯ
๏ มาเถลิงถวัลยราชด้าว แดนสยาม
มารหมู่ริปูขาม เดชล้ำ
ต่างถวายเครื่องบรรณาตาม บุรพบอบ แลนา
ทุกทั่วหัวเมืองกล้ำ เกลื่อนเสี้ยนเสียวสยอง ฯ
๏ พระองค์อิศรภาพพู้น เพ็ญจันทร์
พระยศยิ่งสุริยัน ส่องฟ้า
พระเดชดุจศรขรรค์ รอนราพณ์ แลแฮ
พระเกียรติเลิศแหล่งหล้า เฟื่องฟื้นผไทเกษม ฯ
๏ พระสฤษฎิ์นคเรศล้ำ เลอสวรรค์
ปานพระวิษณุกรรม์สรรค์ เษกด้าว
แสนสนุกใดทัน โทเทียบ ถึงฤๅ
ทุกประเทศไทน้าว นอบน้อมสดุดี ฯ
๏ มีพระบรมราชเอื้อน โองการ
จักยกพยุหทวยหาญ ยุรย้าย
พร้อมพรั่งบริพาร แหนแห่
โดยเสด็จจอมจักร์ผ้าย เขตด้าวกรุงเดิม ฯ
๏ สุกปักษ์อาสยุชแจ้ง จวบวัน เสาร์แฮ
สิบค่ำเปนสำคัญ โชคใช้
สังวัจฉรวอกสรรค์ จัตุรศก
พระฤกษ์กำหนดได้ เสด็จด้าวแดนชล ฯ
๏ เสด็จทรงพระที่นั่งล้ำ เลอชลา
นาเวศใช้จักรพา จบด้าว
ดั่งองค์เทพยธาดา เหิรเหาะ
ทรงทิพย์บุษบกท้าว เทพย์ไท้ทางสวรรค์ ฯ
๏ ถึงที่ประทับพร้อม เพรียงพรัก
มวญหมู่มาตย์องครักษ์ แวดล้อม
สินาศหอกดาบฝัก มาศปรัก แลนา
ครบเครื่องอาวุธห้อม แห่เหี้ยมหึกหาญ ฯ
๏ ดุจดวงดาเรศล้อม จันทร
ส่องสว่างกลางอัมพร ผ่องแผ้ว
หนึ่งคือกฤษณศร ยกพยุห รงค์แฮ
พร้อมพรั่งพานรแกล้ว กลั่นกล้าคำแหง ฯ
๏ เสด็จเถลิงอาสน์ไท้ พลับพลา
สงฆ์สำพระราชา คณะถ้วน
แซ่สวดพระปริตอา คมเวท แล้วแฮ
จบพระสูตรเสร็จล้วน ลาสลี้แหล่งสงฆ์ ฯ
๏ พอพระสุริเยศเลี้ยว ลับโพยม
เรืองประทีปแสงโคม แจ่มจ้า
การเล่นก็แห่โหม โครมครึก ครืนแฮ
ต่างประกวดเอาหน้า เอิกอื้ออลเวง ฯ
๏ เพลงการสารศัพท์ซ้อง สักระวา
มอญทะแยภาษา แผกเพี้ยน
ทุกสิ่งสรรพนานา เนืองแน่น สมุดแฮ
ทวยราษฎรส่ำเที้ยน ท่องท้องเที่ยวยล ฯ
๏ มโหฬาร์ดิเรกอื้อ อวยพร
สมโภชคลองขุดจร ใหม่นั้น
นามเปรมประชากร พระราช ทานแฮ
เปนประโยชน์นรชนชั้น สืบหล้าอย่าสูญ ฯ
๏ เพลิงพเยียรุ่งเร้า เรืองงาม
เกณฑ์พระทุกอาราม ราชสร้าง
พะเนียงตื้อพลุพลุ่งตาม หนึ่งดอก ตะไลนา
ต่างประกวดวัดอ้าง จุดแจ้งแสงสี ฯ
๏ ไม้กระถางรุ่งเร้า เรืองไฟ
เล่ห์พเยียบานไสว สดแย้ม
ชูก้านกิ่งแกมใบ ผลดอก แลนา
ดกดื่นดูดาษแฉล้ม เล่ห์ไม้เหมือนจริง ฯ
๏ โคมลอยแสงสว่างแผ้ว อัมพร
สูงเยี่ยมนภางค์จร แจ่มแจ้ง
ดังดาวเด่นดวงสลอน สลับลิ่ว ลอยแฮ
แลเลิศล้ำหลากแสร้ง หากให้พิศวง ฯ
๏ เรืองสุมาลย์มาศไม้ ไฟแสง
จับพักตร์เปล่งปลั่งแปลง แปลกหน้า
ดั่งโฉมนุชนวลแตง เต็มอวบ อิ่มเอย
นึกอยู่หนหลังถ้า ผัดหน้าคอยถึง ฯ
๏ สาวสาวชาวราษฎร์เมื้อ มายล
นาเวศพายสับสน เสียดแส้
บงพลางจิตต์ตลึงกล การก่อ เหิมนา
นึกจักชวนชมแก้ ที่ร้อนแรมสถาน ฯ
๏ เยียวยลหญิงบ่ได้ ทันสำ เหนียกเอย
อิกหนึ่งหากเกรงคำ ขอดข้อน
ฝืนพักตร์หักใจทำ เฉยชื่น เชือนนา
แต่จิตต์ยังเร่าร้อน รักร้างห่างสม ฯ
๏ ประจวบสุริเยศแจ้ง แสงทอง
สว่างอรุณเรืองรอง รุ่งฟ้า
ต่างคนตระเตรียมกอง การแห่ แหนแฮ
คอยบพิตร์เจ้าหล้า ยาตรเมื้อกรุงศรี ฯ
๏ ปางองค์อิศเรศร์เจ้า จอมสยาม
ทรงเครื่องน้ำเงินงาม เอี่ยมอ้า
ดั่งอิศวรฤทธิราม เรืองเดช
จับพระแสงคู่หล้า ลาสลี้สู่สงฆ์ ฯ
๏ สงฆ์เสร็จภัตตกิจถ้วน ทวยผอง
ทรงประเคนสิ่งของ ทั่วทั้ง
ปูชิตนิตยทานปอง ประโยชน์ พระนา
ทรงพระเต้าอุทกตั้ง หลั่งน้ำอธิษฐาน ฯ
๏ อาลักษณ์อ่านประกาศแจ้ง ถวายจัด ทางแฮ
พันหนึ่งสองร้อยวัด บอกไว้
เจ็ดสิบเอ็ดเส้นชัด สามเศษ วาเฮย
คลองขุดแล้วตลอดได้ ลิ่วล้ำแลตรง ฯ
๏ พระราชทานทรัพย์จ้าง จีนรับ ขุดแฮ
สองสหัสช่างจับ จ่ายใช้
ห้าร้อยสี่สิบกับ สี่ชั่ง แลนา
อิกเศษแปดบาทให้ ค่าจ้างแรงจีน ฯ
๏ แต่พระราชทรัพย์นี้ หมายบอก ประกาศนา
เงินพระคลังเดิมออก จ่ายจ้าง
ใช่เงินพระคลังนอก ในแผ่น ดินแฮ
หวังประโยชน์ภพผ้าง แผ่นพื้นผไทสยาม ฯ
๏ เสร็จพระอติเรกน้อม ถวายไชย
แด่พระปิ่นปักผไท แผ่นพื้น
ให้พระรุ่งเรืองไอ ศูรย์ยิ่ง ยงนา
หมู่อรินราบลื้น หลีกลี้หนีถอย ฯ
๏ ปางเสร็จทานอุทิศน้อม ในสงฆ์ แล้วแฮ
คอยพระฤกษ์เสร็จลง ที่นั่งแก้ว
พอจวบพระสุริยงค์ เยี่ยมสี่ โมงนา
เบิกพรุณเปิดแผ้ว ผ่องพื้นอัมพร ฯ
๏ ทรงที่นั่งทวยเทพย์ท้าว ถวายกร
บอกออกพระที่นั่งจร เคลื่อนคล้อย
คู่ชักยกพายถอน ยาวลั่น เสียงเฮย
กลองแขกตีปี่ละห้อย แทบให้โหยเสียง ฯ
๏ นาวาสุวรรณกิ่งแก้ว กนกรัตน์
ทรงพระชัยศรีสวัสดิ์ ยาตร์เยื้อง
เครื่องสูงอภิรุมขนัด พัดโบก โบยแฮ
นำพระที่นั่งเบื้อง พักตร์ผ้ายพายผยอง ฯ
๏ สนั่นเสียงดุริยแซ่ซ้อง แตรสังข์
มโหรธึกกึกก้องดัง ครั่นครื้น
ไพเราะเห่หวนวัง เวงแว่ว หวานนา
พลเพียบเพียงแผ่นพื้น พุ่งพ้นชลาไหล ฯ
๏ เรือดั้งเสียงสนั่นเส้า ครึนคลอง
เรือปลัดทูลฉลอง คู่หน้า
เรือตำรวจปลัดสอง นำนอก ในแฮ
หว่างระยะริ้วอ้า โอ่เยื้องยาวขาน ฯ
๏ เรือฝ่ายองครักษ์เต้า แลหลาม หลังเอย
เคียงแข่งคู่ยศนาม แน่นน้ำ
พลพันทหารตาม เรียงต่อ ต่อนา
ล้วนเหล่าองครักษ์ล้ำ เลิศแกล้วกลั่นสนาม ฯ
๏ แซงมหาดเล็กล้วน เกณฑ์หัด ทหารแฮ
กุมสินาศดูถมัด แม่นจ้อง
สองลำคู่เคียงถัด พายแข่ง มานา
แม้พะอรินพ้อง ไล่ล้างฤๅถอย ฯ
๏ ถึงเรือตำรวจหน้า นามสม ยศเอย
ล้วนแต่ตัวเจ้ากรม แต่งตั้ง
นอกซ้ายนอกขวาระดม เคียงคู่ นำนา
เรือพระประทีปทั้ง เหล่าล้วนสนมใน ฯ
๏ องค์พระประเทียบล้ำ เลอสุรางค์
ขนัดเนื่องอนงค์นาง หนุ่มหน้า
โฉมเฉกเอกเอี่ยมพาง เทพธิ ดาแฮ
ลุแหล่งพิมานฟ้า สู่พื้นผไทสถาน ฯ
๏ ฝ่ายในอเนกหน้า นวลผจง
แหนบาทบำเรอบง กชไท้
ล้วนเลิศดรุณพงศ์ เผ่ามาตย์
ฉลองโอษฐ์เอางารใช้ แช่มช้อยโฉมสวรรค์ ฯ
๏ บำเรอภักดิ์อนุรักษ์เมื้อ มาหลัง ประเทียบแฮ
จมื่นจงปลัดวัง ยาตร์ย้าย
พระอินทรเทพรัง รอเคร่า มานา
หวังระวังเหตุร้าย ย่านน้ำแนวทาง ฯ
๏ สุดกระบวรไต่เต้า ตามขนอง
พระปลัดบาญชีสอง คู่ผ้าย
กันนาเวศข้าลออง ธุลีบาท แลนา
ตอนต่อนอกประตูย้าย ยาตร์ได้โดยถวิล ฯ
๏ ถัดถึงนาเวศล้ำ อำไพ
พระประยูรวงศาไคล คลาศเต้า
อึงอื้อสนั่นเสนาะใน ชลมารค แลนา
พายแข่งเสียงเสียดเข้า เฟื่องน้ำนองฟูม ฯ
๏ หนึ่งเรือข้าบาทเบื้อง ทูลลออง
นาเวศพายตามขนอง ขนัดถ้วน
ออกญาพระหลวงผอง ขุนหมื่น มหาดนา
เปนเหล่าเปนหลั่นล้วน ลาสเต้าตามไสว ฯ
๏ เสียงพลอลเกริกอื้อ อึงอุจ
ดังฤทธิรามรอญยุทธ ราพณ์ร้าย
ยามยกพยุหข้ามสมุทร์ เฉกดั่ง นี้ฤๅ
เศิกสู่ลงกาผ้าย แยกพ้นพังหนี ฯ
๏ หนึ่งคือพระนเรศร์เรื้อง ฤทธา
ยกหยุหเสนา เพียบไท้
รอญรับทัพหงสา อุปราช แลฤๅ
จรจากเขตกรุงได้ เผด็จเสี้ยนเศิกหนี ฯ
๏ มัจฉาคลาป่วนปิ้ม เปนควัน
ซอนซอกแฝงเฟือยหัน หุบห้อง
คลาคล่ำว่ายวนพัล วันวิ่ง เวียนนา
บ้างเสือกเกลือกตัวต้อง ติดค้างคลองเขิน ฯ
๏ เสด็จชมอุโฆษก้อง กาหล
รายเรียบเรียงแถวสถล มารคน้ำ
ต่างเล่นต่างแต่งตน อ่าอาตม์ เอี่ยมเอย
พลางทอดทฤษฎีล้ำ หลากล้วนชวนยล ฯ
๏ เรื่อยเรื่อยเรือล่องน้ำ แนวชล
เสียงศัพทโจษจล แซ่ซ้อง
ฉิวฉิวเฉื่อยฉ่ำพล พายเรี่ยว แรงนา
ลุเขตประทุมท้อง ที่ด้าวแดนเตลง ฯ
๏ เขตแขวงกรุงเก่าสิ้น แดนผลู
ชลประทุมทางยู รยาตร์เต้า
เนื่องมอญแผกเพี้ยนดู หลากเล่ห์ หลายแฮ
สมโภชคลองขุดเข้า เขตแคว้นแดนมอญ ฯ
๏ เห็นสาวคราวหนุ่มหน้า นวลเตลง
รำทะแยทะยอยเพลง ขลุ่ยเคล้า
เสียงสนั่นเสนาะเลวง พิณพาทย์ แลนา
รำร่ายม่ายเมียงเย้า ยั่วยิ้มยวลใจ ฯ
๏ พิศดูมอญห่มหุ้ม พัสตรา
สวมนุ่งถุงกรอมขา ยาตร์ย้าย
เยียวยลเมื่อยามคลา นึกใคร่ เขินแฮ
เสียวฤดีดาลคล้าย แย่งยื้อเพลาเผยอ ฯ
๏ มอญใหม่ไร้ถิ่นร้าง สู่สม ภารแฮ
พึ่งพระเดชปิ่นบรม เลิศหล้า
ยกเททอดครัวถม ยังถิ่น อยุธย์เฮย
สวามิภักดิ์เปนข้า เขตด้าวแดนสยาม ฯ
๏ เรือล่วงลุเขตด้าว แดนเมือง นนท์เอย
ขนัดระบำระเบงเนือง เรื่อยร้อง
จวบพระสุริเยศเรือง แสงบ่าย แล้วนา
พลพวกฝีพายจ้อง จวบจ้วงถี่ถอน ฯ
๏ ชาวบางกอกชาติเชื้อ แต่งตน
รายเรียดแถวสถล ฝั่งน้ำ
เพี้ยนพิศละกลกล ตรุณรุ่น แลนา
กระตุกฤดีดาลซ้ำ นึกหน้าหน่วงหลัง ฯ
๏ ครรไลเรือล่องน้ำ เลอดี
บันลุเขตกรุงศรี แซ่ซ้อง
การเล่นเนื่องนที ริมฝั่ง ชลนา
ละคอนระบำเพลงร้อง เรียกถ้าทางหลวง ฯ
๏ จวนภานุมาศสิ้น แสงไถง
จันทร์กระจ่างอำไพ ผ่องฟ้า
ชาวบ้านจุดโคมไฟ เรืองโรจน์ แลแฮ
ต่างแต่งบูชาถ้า เถือกท้องแถวทาง ฯ
๏ ถึงที่ประทับด้าว แดนสำ นักเอย
เรือเรียบเรียงรายลำ จอดถ้วน
ปางพระเสด็จยุรดำ เนิรนาด ขึ้นนา
ถวายสิ่งไทยทานล้วน ปณีตล้ำเหล่าสงฆ์ ฯ
๏ พลพายต่างจ่อจ้อง คอยรับ
เข้าห่อเกณฑ์จ่ายจับ แจกถ้วน
ต่างเสพย์อิ่มหนำสรรพ ทุกทั่ว ลำนา
เหลือซ่อนซุกห่อม้วน หมกเมี้ยนมาเรือ ฯ
๏ แล้วเสด็จยุรยาตร์คล้อย นาวา
เรือแห่หน้าหลังคลา เคลื่อนเต้า
เรียงเรียบรัถย์ธารา ดั่งแรก ออกเอย
เสียงสนั่นกระทุ้งเส้า กึกก้องกาหล ฯ
๏ ดวงเดือนดาวเด่นด้วย แสงใส
ดังจะชวนภูวไนย ยาตร์เยื้อง
เฉกเทพย์ศศิไข แสงส่อง ถวายนา
โดยพระบารเมศร์เบื้อง บาทเจ้าจอมสยาม ฯ
๏ แนวคลองสองฝั่งถ้า แถวชล
มวญหมู่นิกรยล เนื่องหน้า
สาวแก่แซ่เสียดปน ชายปะ คละแฮ
ชมพระเกียรติเจ้าหล้า เสด็จเข้าคืนวัง ฯ
๏ พระที่นั่งประทับถ้า วรดิษฐ
เรือกระบวรตามติด จอดพร้อม
ปางพระเสด็จสถิต ยุรยาตร์ ขึ้นนา
สู่พระราชวังห้อม แห่ล้วนแสงเพลิง ฯ
๏ จบเสร็จสำเร็จเบื้อง ยุบล
ในบทพจนนิพนธ์ พร่ำพร้อง
ใช่ปราชญ์อาจชาญชน เชิงเชี่ยว เชลงแฮ
สุวภาพบทใดข้อง ขัดแล้วอย่าฉิน ฯ
๏ ใครยลจงช่วยแต้ม แต่งเติม
กลอนกล่าวสุวภาพเฉลิม ยศไท้
ดังจวงกระแจะเจิม ยุคลบาท พระนา
โดยซื่อสวามิภักดิ์ใต้ ต่อเบื้องบทศรี ฯ
๏ นิพนธ์พจน์บทย่อถ้อย ทางความ
ไป่แต่งพิสดารตาม เหตุนั้น
พอควรแก่พยายาม รังเริ่ม เรียนนา
ถวายพระบาทอิศรกั้น เกศเกล้าชาวสยาม ฯ
๏ ลิขิตวิจิตรสร้อย สารสม โภชแฮ
แทนมหาดศาสตราคม จดไว้
หวังการเนิ่นนานนม ไป่เสื่อม สูญพ่อ
ชูพระเกียรติยศไท้ ธิราชเจ้าจอมกรุง ฯ
๏ ขอเจริญพระเดชล้ำ เหลือตรา
เจริญซึ่งพระชนมา ยุร้อย
ขอเจริญพระยศถา วรสวัสดิ์ สุขแฮ
เจริญราชไมตรีสร้อย สยบด้าวแดนสยาม ฯ
๏ พระราชวรินทร์ที่เจ้า กรมขวา นอกแฮ
เกลากล่าวลักษณสารา พร่ำพร้อง
ถวายจอมพระจุฑา ธิราช แลเฮย
ชูพระเกียรติยศข้อง ส่งสร้อยสรรเสริญ ฯ
๏ แม้มาดข้าบาทม้วย มรณัง
เสาวพจน์บทกลอนหวัง กล่าวไว้
แทนตัวต่างตนยัง รองบาท พระนา
ตราบประลัยโลกไหม้ มอดม้วยอย่าสูญ ฯ

----------------------------

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ