ลิลิตของพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพระอรุณนิภาคุณากร

ร่าย กล่าวตำนานพุทธนิเวศ จอมขัตติเยศผดุงด้าว
ท้าวรังสฤษฎิ์วังเวียง เคียงพระมนเทียรราช
ก่ออาวาสอุทิศไว้ หวังให้เปนวังพระ
ที่เนานฤปนาถ ผไทราชบรรพชิต
ที่สถิตสมบูรณ์ เถกิงกูลดิเรกอัคร
แห่งจอมจักรสยามินทร์ มหินทรมหามกุฏ
สมมุติเทพยกษัตริย์ ถวัลยรัตนปฏิมา
ฐาปนาแท่นบรรจฐรณ์ อลงกรณ์ภัณฑ์บันเจิด
ประเสริฐสรรพสมบัติ พิพัฒนสิ่งสมบูรณ์
เพิ่มพูลพระเกียรติทั่วหล้า ยืนยั่งอยู่คู่ฟ้า
แผ่นพื้นอาวาส ท่านนา ฯ
โคลง ๔ ราชาธิธาชไท้ ปรมินทร์ แลเอย
สละราชธานินทร์ สืบสร้าง
ทรงบรรพชาศิล ภิกษุ สงฆ์นา
หวังกุศลที่อ้าง ออกเอื้อเอาผล ฯ
๏ ดลวันจอมราชนั้น ทรงพรต
ปีระกากำหนด ศกห้า
ขึ้นเดือนสิบเอ็ดจรด พฤหัสบดิ์สี่ ค่ำแล
สี่ทุ่มสามสิบห้า ฤกษ์นี้พรหมจรรย์ ฯ
๏ จอมสงฆ์วงศ์ราชเจ้า รังษี นั้นแฮ
อุปัธยาย์ภูมี ปิ่นหล้า
องค์กรรมะวาจี พระสาสน โสภณแล
คณะปรกสองห้า เสร็จสิ้นบริบูรณ์ ฯ
๏ บดินทร์สูรย์ราชเจ้า กษัตริย์ สยามเอย
เบญจะองค์ประณัต นบน้อม
ฉเพาะพระพุทธรัตน์ ธรรมเลิศ แลนา
นมัสการสงฆ์พร้อม เสร็จแล้วธำรง ฯ
๏ บรมวงศ์บำราบผู้ ปรากฎ เกียรติเอย
ไตรบาตรยาตรเยื้องจรด นอบน้อม
ถวายองค์พระทรงยศ นฤนาถ
ท้าวธทรงรับพร้อม คลาศคล้อยผายผัน ฯ
๏ จุลจอมธิราชเจ้า นครา พ่อเฮย
ดำรัสขอบรรพชา เชิดชั้น
แด่พระอุปัธยาย์ วรราช ท่านแฮ
โดยเยี่ยงธรรมยุติก์นั้น เสร็จแล้วดุษณี ฯ
๏ กรมรังษีราชเจ้า จอมธรรม์
อนุสาสน์กรรมฐานพลัน แด่ไท้
เปนเบื้องบทแห่งบรร พชิตเวส ก่อนนา
ท้าวรับวรวากย์ไว้ ทั่วถ้วนวาจา ฯ
๏ พินทุกรรมพร้อมเสร็จ สิกขา
ฝ่ายภูษามาลา เลิศไซ้
เชิญสรงซึ่งมุรธา ภิเษก
เสร็จสนานท่านไท้ ผ่องแผ้วกมล ฯ
๏ ภูษาทรงสพักผ้า เพสสงฆ์
ปกปิดเบื้องต่ำตรง เข่าใต้
โดยอย่างยุติทรง เองคล่อง ชัดนา
บห่อนเอื้อนชนให้ ช่วยแจ้งแห่งครอง ฯ
๏ ดองสังฆาฏิ์พาดพร้อม ครบครัน ละเฮย
รับสิกขาบทพลัน ทศถ้วน
แด่เถระผู้อัน สมมต
ถวายแด่จอมราชล้วน บทเบื้องมคธคำ ฯ
๏ ขอนิสสัยต่อผู้ อุปัชฌาย์
ตามอย่างบทสิกขา พระเจ้า
ทั้งสองรับเปนภา ระแก่ กันแฮ
ตามวิธีที่เข้า เสพซร้องโดยประสงค์ ฯ
๏ สมมตองค์ธิราชเจ้า บัดดล แลนา
พระสาสนโสภณ พจน์พร้อง
ถูกตามคติยล แบบอย่าง ยุติแฮ
เสร็จส่ำสงฆ์ธซร้อง ออกเอื้อนถวายพร ฯ
๏ จึงสอนธิราชเจ้า ทรงบรร พชาเฮย
อนุสาสน์ทั้งอรรถอัน พฤติพร้อม
ภูธรหฤหรรษ์ ชูชื่น มโนแฮ
สดับถ้อยประนตน้อม นาถไท้อภิวันท์ ฯ
๏ เสร็จกิจจอมราชเจ้า ปตา ปาฤๅ
วัดพระศรีรัตนศาสดา แห่งนั้น
พร้อมพระประยูรคณา ขนัดนั่ง สลอนแฮ
ชมพรตพระเจ้าซั้น ค่อยค้อยเนิ่นเห็น ฯ
๏ เชิญพระภูวนาถทั้ง ส่ำสงฆ์
เสด็จสู่มณฑลทรง ย่างเยื้อง
เหล่าเสวกายง พร้อมพรั่ง แลเฮย
นำเสด็จพระบาทเบื้อง ราชเจ้าจรลี ฯ
ร่าย ฝ่ายหมู่มนตรีนิกร นำเสด็จจรยุรยาตร
สู่สิงหาสน์เบื้องบัน แต่งตนขยันอย่างยุรป
ม่วงหมวกครบถุงบาทา ปาทุกาสวมสอดเสร็จ
ปักทองเทศเสื้อสนอบยศ ดูหมดจดตรูตา
รัดกายาเข็มขัด มีสายตวัดเกี่ยวกระบี่
ถืออัคคีเรียงราย ขวาซ้ายเปนทิวแถว
ไปตามแนวในฉนวน โดยขบวรบถบาท
ภูวนาถสงฆ์ครรไล ขึ้นสู่ในอุโบสถ
แปดสงฆ์หมดพรักพร้อม เข้าประชุมแวดล้อม
ราชไท้ทรงธรรม์ แลนา ฯ  
โคลง ๔ ทัฬหิกรรมสวดซ้ำ เปนสอง แลฤๅ
คณะสงฆ์ทั้งผอง แปดถ้วน
ระบอบชอบทำนอง เนาที่ นั้นแฮ
ห้ารูปประจำล้วน บ่เว้นอาจิณ ฯ
๏ ทรงศิลประกอบเกื้อ ธุดงค์ ละฤๅ
ไตรจิวริกองค์ เอกพร้อม
ปฏิบัติโดยตรง ปริยัติ ธรรมนา
รักษ์ซึ่งสาสนย้อม อย่างเหยี้ยงชินวร ฯ
๏ ภูธรธิราชเจ้า ทรงธรรม์ ละเฮย
ประพฤติพรตพรหมจรรย์ ผ่องแผ้ว
พระกมลหฤหรรษ์ เกษมสุข พ่อเฮย
จากนิเวศน์วงศ์แล้ว เล่ห์เลี้ยวลืมแล ฯ
๏ ครั้นเมื่อกาลล่วงแล้ว โททิวา ละเฮย
นับแต่ผนวชมา หกไซ้
พระวงศ์และมาตยา สพรั่งหมด เมือบแฮ
ถวายธูปเทียนดอกไม้ เสร็จสิ้นสี่ทิวา ฯ
โคลง ๒ มหัยยิกาเจ้า นำพระวงศ์สู่เฝ้า
บาทเบื้องอดิศร ฯ  
๏ ภูธรธิราชไท้ ทราบกระแสเรื่องไซ้
คลาศคล้อยตามประสงค์ ฯ  
๏ ชวนเจ้าพระหนึ่งแท้ ให้ไปเปนเพื่อนแล้
เพื่อได้เปนสอง ฯ  
๏ สองเขือคลาคลาศเต้า ถึงอุโบสถเข้า
นั่งแล้วสังวร แลนา ฯ  
ร่าย ภูธรประยูรนาถ หาพระวงศ์ราชกันยา
ถือบุบผาบันเจิดจัด วางพานรัตน์แห่งนงคราญ
เลงแลลานธูปเทียนเทิด บ้างชูเชิดกรีดกราย
เล่ห์ลม้ายยลอับสร ของอมรเทเวศร์
ถวายมาเลศเทียนธูปสลอน อิกนิกรนักสนม
อภิรมย์หฤหรรษ์ มนกระสัลเริงรื่น
ขอให้ยืนพรรษา พระโรคาบำบัด
จงกำจัดจรไกล ส่ำสิ่งภัยอย่าแผ้ว
จงเจริญพระชนม์แล้ว สืบสร้างมไหศูรย์ ท่านนา ฯ
โคลง ๔ กองกูณฑ์ถวายเสร็จสิ้น บัดดล แลนา
สมเด็จพระจุมพล คลาศแคล้ว
สู่ราชอาสน์ไพชยนต์ ที่สถิต นั้นเอย
ครั้นค่ำราตรีแล้ว ท่านไท้เจริญธรรม ฯ
๏ สุริยแสงก่องฟ้า รังสี แลนา
อัยยิกาภูมี ราชเจ้า
ดำรัสสั่งองค์ปี ยราชนัด ดานา
พ่อกราบทูลพระเร้า ท่านให้รับบิณฑ์ ฯ
โคลง ๒ พระอนุชาน้อยไท้ รับกระแสสั่งไซ้
ยาตรเยื้องบทจร ฯ  
๏ เฝ้าภูธรเสร็จแล้ว เชิญเสด็จคลาศแคล้ว
โปรดข้อยไทยทาน ฯ  
โคลง ๔ ภูบาลสดับถ้อย อนุชา ท่านนา
ให้นิมนต์สงฆ์มา สิบถ้วน
ทรงครองซึ่งกาสา วพัสตร์ พ่อเฮย
กรประคองบาตรล้วน ไต่เต้าจรลี ฯ
๏ สังวรมรรยาทแล้ โดยวัตต์ แลเอย
ประดุจธสันทัด พรตไซ้
ยุรยาตรเปนขนัด ตามเนื่อง กันเฮย
ถึงที่สมเด็จไท้ ท่านแล้วทรงทาน ฯ
ร่าย พระประยูรวรนาถ พร้อมพระญาติพงศา
ถ้วนทุกหน้าเปนขนัด โสมนัสเริงรื่น
กมลชื่นปรีดี ยลภูมีคลาคลาศ
จึงจับภาชน์สุวรรณ ตักโภชน์อันเอมโอช
มาโนชน้อมทรงบาตร ต้นสังฆราชถ้วนทุกองค์
ทานถวายองค์ทรงพรต พยัญชนจรดภาชน์สุวรรณ
เต็มสมกันบาตรราช อัญชลีบาทบงกช
ให้ทรงพรตรับแล้ว พระเสด็จคลาศแคล้ว
กลับเข้ายังสถาน ท่านนา ฯ
โคลง ๔ นฤบาลธิราชเจ้า จรดล ละเฮย
ถึงที่รุกขมณฑล พุ่มไม้
เสด็จเหนือพระแท่นบน ราชอาสน์ ผานา
เสวยภัตตาหารไซ้ ที่นั้นโดยพลัน ฯ
๏ ครั้นสามโมงล่วงแล้ว ทันที ละฤๅ
พระยาอนุรักษ์มนทรี นั่นไซ้
มโหรธึกเร่งตี อุโฆษ ระฆังเฮย
พร้อมศัพท์สังข์แตรให้ กึกก้องกังวาล ฯ
๏ ภูบาลจอมราชท้าว ทรงธรรม์ แลเอย
เสด็จขึ้นอภิวันท์ นบน้อม
องค์พุทธรัตน์อัน เปนที่ รลึกเฮย
ห้าภิกษุพรักพร้อม กอบเกื้อกรรมฐาน ฯ
๏ สักการประทีปแท้ บูชา พระนา
องค์พระอุปัธยาย์ ก่อนแท้
ถวายแด่พระศาสดา ทรงภาคย์ เจ้าเอย
ยอหัตถ์ประนมแล้ ค่ำเช้าเจริญคุณ ฯ
๏ เอาธูรวิทยเกื้อ บาลี แลเฮย
ทรงท่องพระธรรมศรี สุคตไซ้
ปฏิบัติประพฤติพี ริยชอบ เสมอฮา
ทรงศึกษาสาสน์ให้ ถูกถ้วนบริบูรณ์ ฯ
๏ จุลจอมบพิตรเจ้า ทรงธรรม์ ท่านเอย
เสร็จสดับสิกขาพลัน คลาศคล้อย
สู่ราชอาสน์อัน เปนที่ สถิตนา
ล่วงมัชฌิมยามน้อย จึ่งได้นิทรา ฯ
๏ ทิวาอากาศแผ้ว รำไพ แลเฮย
แสงก่องทองอุไร เรื่อฟ้า
ดุเหว่าวิหคเสียงใส เสนาะโสต นะแฮ
เผยพระแกลจอมหล้า เสร็จแล้วบัดดล ฯ
โคลง ๒ จึงนุสนธิ์สั่งใช้ นายบำรุงนั่นไซ้
รีบร้อนตระเตรียม ฯ  
๏ อุทกเปี่ยมภาชน์แปล้ สีฟันเภสัชแล้
เครื่องใช้พร้อมมูล ฯ  
๏ บดินทร์สูรย์ยาตรเต้า สู่อุปัชฌายะเจ้า
เสร็จแล้วผายผัน ฯ  
๏ จอมธรรม์ทำกิจแท้ อุปัชฌาย์ท่านแล้
ล่วงได้เจ็ดวัน ฯ  
โคลง ๔ ถึงกาลกำหนดเข้า ทรงธรรม์ พ่อเอย
รลึกพระชนกอัน สู่ฟ้า
ทั้งพระชนนีขวัญ วรนาถ ท่านเอย
ฉลองพระคุณจอมหล้า แบ่งเบื้องกุศลถวาย ฯ
๏ ตรัสสั่งชนพวกเจ้า พนักงาร ละเฮย
อาราธน์สงฆ์ถวายทาน ยิ่งร้อย
สู่นิเวศน์สถาน คฤหาสน์ โพ้นแล
อำมาตย์ยินรับถ้อย คลาศคล้อยครรไล ฯ
๏ เหล่าคนใช้หมู่ผู้ สังฆ์กา รีนา
เร็วเร่งจรลีมา ไต่เต้า
เชิญสงฆ์วัดมหา ธาตุสู่ แลนา
ยังพระมนเทียรเจ้า ที่ไท้ทรงทาน ฯ
๏ คนใช้ฟังสั่งถ้อย วาที ท่านเอย
พนักงารรีบลี ลาสเต้า
ตัดทางหว่างวิถี อาวาส บหึงนา
นิมนต์พระสงฆ์คณะเจ้า เร่งให้จรพลัน ฯ
โคลง ๒ พาพระสงฆ์ดลด้าว แดนสถานนิเวศน์ท้าว
ที่ไท้ทรงจา คะแล ฯ  
๏ สงฆ์มาสู่นิเวศน์พร้อม ธรรมการนอบน้อม
แด่ท้าวเตรียมการ ฯ  
โคลง ๔ นฤบาลบพิตรเจ้า นักธรรม์ ท่านเอย
ทานอุทิศสงฆ์สรรพ์ ทั่วหน้า
สงฆ์อนุโมทนาพลัน ตามบท แบบนา
แล้วเสร็จพระผ่านหล้า กลับเมื้อสู่สถาน ฯ
๏ เจ็ดทิวาล่วงแล้ว โดยมี พ่อเอย
มหานิกายจรลี ยาตร์เต้า
พระวันรัตน์องค์ชี เปนประ ธานนา
นำสู่มนเทียรเฝ้า ราชท้าวทรงธรรม์ ฯ
๏ โปรดบรรหารท่านไซ้ สมควร ละเอย
ขอบจิตต์คิดชักชวน เยี่ยมเยื้อน
มีพจน์ทักทายมวญ ที่สถิต สุขฮา
ตรัสเสร็จพระสงฆ์เอื้อน โอษฐเอื้อพรลา ฯ
โคลง ๒ นับทิวาล่วงเก้า สุนทรจิตร๑๐ก็เฝ้า
ถ่ายไท้ฉายา ฯ  
๏ อิกเถราเจ็ดไซ้ ยั่งยืนบห่อนได้
กลับเมื้ออาวาส แลนา ฯ  
โคลง ๓ พระจอมราชทรงรับ ขุนคำนับแต่งตั้ง
เครื่องถ่ายฉายรูปทั้ง สรรพสิ้นตามประสงค์ ฯ
โคลง ๔ ฉายาองค์นเรศร์ไท้ บดินทร์ ละฤๅ
บผิดเพี้ยนภูมินทร์ แม่นแท้
ฉายจากพระกายิน ยอดยิ่ง เลขเฮย
สมทั่วทุกสิ่งแล้ เล่ห์นี้พิศวง ฯ
๏ รูปสงฆ์ทั้งแปดถ้วน เถรา ละเอย
รูปบพิตรอิศรา หนึ่งไซ้
ถ้วนนพคณนา นั่งเนื่อง กันแฮ
พับพนังอุชุงให้ นิ่งตั้งตำรง ฯ
๏ ถ่ายองค์สงฆ์เสร็จสิ้น ทันที แลนา
สุนทรจิตรทรรศี เสรฐล้ำ
จึงถ่ายผู้ภักดี บริรักษ์ บำรุงแฮ
หอระฆังเข้าแซกซ้ำ รูปท้าวเยี่ยมแกล ฯ
ร่าย แล้วแลสุนทรจิตร ช่างประดิษฐ์บรรจง
ถ่ายองค์พระบุษยรัตน์ เบญจางค์ฉัตรทรงเทริด
เครื่องทรงเลิศแลสุวรรณ บุษบกจันทน์กระจังวาง
เทียนสองข้างเหนือพนัก เสาจำหลักกอบเก็จ
โหมดเทศจีบประจำ อิกองค์นำเนาข้างหน้า
บงลักขณาดุจกัน บัลลังก์ชั้นหลั่นลด
เตรียมจรดแท่นเดียวกัน พฤๅวรรณเทียมพระบุษย์
เผ่าพงศ์พุทธบุษยเจ้า เทเวศร์เฝ้าชานบัลลังก์
ประนมนั่งเรียงสลอน อิกชั้นตอนพิษณุราช
เรียงกันดาษเชิงบัลลังก์ ยืนเหยียบหลังภุชงค์พา
หนวรายรรยง แท่นผจงเจิดจัด
ต่อนั้นถัดเครื่องบูชา พุ่มบุบผาพานรอง
เชิงเทียนทองเรียงสลับ รอบแท่นวับเวียวาง
อิกหว่างกลางธูปกะถาง แท่นทันต์ล่างรองรับกัน
แท่นเล็กทันต์พานพุ่มเรียง ธูปเทียนเตียงชั้นหน้า
พานบุบผาสองข้างคู่ ทั้งขวดหูลายคำ
โคมกิ่งจำเทียนขาวข้าง แลสล้างฉัตรสี่มุม
รวมประชุมเครื่องบูชา บรรจงมาล้วนพิเศษ
ทั้งของเทศยุโรปไทย คู่เทียนใหญ่มลังเมลือง
อิกคู่เขื่องไรลงยา ยอดบอกตราเกี้ยวประกอบ
โดยรบอบเบื้องบรรพชา อิกไม้บรรณาเงินทอง
โคมสองตั้งริมแท่นทันต์ บไกลกันเปนระยะ
เปนจังหวะชัชวาลย์ พื้นสถานเอี่ยมสอาด
พรมลาดศิลาลาย ผนังระบายเลขา
รจนาตำนานพง ศาวดารองค์พระบุษย์
จนสิ้นสุดเสร็จเรื่อง มาแต่เมืองจำปาสัก
องค์เอกอัครพิเศษ ชื่อพงศ์เพสพระมุนี
หน้าต่างมีลายมุกบรร จงจัดสรรค์ช่องช่อ
เกี่ยวก้านต่อเต็มติด ชวลิตโคมพิดาน
ทั่วสถานอุโบสถแผ้ว ไขประทีปกิ่งแก้ว
ก่องฟ้าเฟือนจันทร์ ฯ  
โคลง ๔ ทวารบานมุกกลั่นเกลี้ยง ณภาย นอกเอย
ดุจดั่งหน้าต่างหลาย ก่อนกี้
บัวผนังกระจังราย เรืองมาศ รอบนา
ประดับหินลายหมี้ นอกล้วนศิลา ฯ
๏ ชานรองลดล่าชั้น กระจัง นั้นฤๅ
ทุกเทพรายนิ้วประนัง นบไหว้
ส่ำเทพอเนกสัง สรรค์สุด นับแฮ
เรียงเรียบทุกแถวได้ สี่ด้านโดยตรา ฯ
๏ ชานเฉลียงหินลาดทั้ง หินเสา ละแฮ
หน้าพระบัญชรเสลา สลักแจ้ง
คือตราพระจอมเกล้า มกุฏเกศ เสียมนา
โทเทพทีทวยแถ้ง ท่านไท้อภิวันท์ ฯ
๏ หินเรียงลดหลั่นล้วน บันได นะเฮย
สิงห์อัดสองสัตว์ใน ปากแก้ว
ท่าโลดทลวงไพ จิตรดุจ จริงแฮ
กลสัตว์นั้นล้วนแล้ว สลักด้วยถมอ ฯ
๏ หอระฆังก็แต่งให้ ตระการ ละเฮย
ประดับกระเบื้องจาน สดจ้า
ใต้บังอวดสี่สถาน ศีลสลับ สลอนแฮ
กะถางธูปตั้งอยู่หน้า คู่ทั้งเชิงไฟ ฯ
๏ บานทวารใหญ่นอกนั้น สลักลาย
มีเทพประชุมหลาย หลั่นขั้น
ศาลาหกเสาภาย ซ้ายและ ขวานา
ปรากฎทำนองชั้น ช่องซุ้มส่องเพลิง ฯ
๏ สองงิ้วยืนตั้งท่า ทำที ท่วงเฮย
สองหัดถ์โคมไฟมี ใช่ง้าว
ตาสองเหลือบแลดี ดุจโกรธ เกรี้ยวฮา
อยู่ที่บย่างก้าว ไป่กั้งทางผลู ฯ
๏ ที่สงฆ์อยู่พักนั้น สามกุฎี แลนา
สี่พระมนเทียรตรี มุขหน้า
บานจรดรุจิเรขดี ลายกนก เหมแฮ
เอกอาสน์จอมเจ้าหล้า จดแต้มราชพงศ์ ฯ
๏ ของสงฆ์อุปโภคถ้วน มวญไพ บูลย์นา
บห่อนขาดสิ่งใด สักน้อย
สรรพสิ่งไรไร ไป่ขัด ข้องนา
มหาดเล็กเฝ้าคอยค้อย รับใช้ไต่ถาม ฯ
ร่าย สามนายฝ่ายกรมวัง นะพ่อ
แลอิกทั้งฝ่ายสนม นะพ่อ
อิกฝ่ายกรมทนายเลือก นะพ่อ
ต้นเชือกมหาดเวร นะพ่อ
ฝ่ายในเกณฑ์ยกส่ง นะต่อ
เครื่องเลี้ยงสงฆ์เช้างาย นะพ่อ
สลาฝ่ายสังฆการี นะพ่อ
คอยเรียกมีบขุ่นข้อง นะพ่อ
ชาวในจ้องใจจ่อ นะพ่อ
อัฏฐบานพอจวนค่ำ นะพ่อ
น้ำชานำส่งเนืองนิตย์ นะท่อ
กาแฟติดตามชอบ นะพ่อ
โดยระบอบกอบก่อเกื้อ ประจักษ์พระคุณแผ่เผื้อ
ปกป้องสุขหลาย แลรา ฯ
โคลง ๔ มีเขาถมอพุ่มไม้ จังหวัด นั้นนา
ทำประดุจแหล่งพนัส หนึ่งน้อย
ไม้ดอกและไม้ดัด เชิดกิ่ง ผกาแฮ
ทึกถั่งหลั่งไหลย้อย คั่งค้างเฉนียรธาร ฯ
๏ กะถางพฤกษ์ลายมาศแต้ม ตั้งราย อยู่นา
ต่างสิ่งต่างสีหลาย หลากต้น
ต่างดอกต่างกลิ่นอาย อวนอบ ฉมแฮ
คนตรวจเมียงคอยค้น ห่อนให้ปลิดปาล ฯ
๏ พนักงารบริรักษ์รู้ กรณีย์ ละเฮย
ทุกเหล่าบห่อนลี ละเว้น
รักษาราชนฤบดี การยิ่ง ยวดเฮย
ส่ำเหล่าอรินเร้น กลั่นเกล้าบหาญ ฯ
๏ ทวยหาญวัลลภล้วน ไพร่นาย นะเฮย
จำนับกำเพลิงราย จุไว้
คู่คู่ช่องทางผาย นายจัด ประจำแฮ
ทวารมุขที่จอมไท้ อยู่เฝ้าเนืองนันต์ ฯ
๏ แพทย์ยาสัมพ่าห์ทั้ง ชนการ ละเฮย
ทุกหมู่พนักงาร เรียกได้
ขุนหมื่นและหมื่นทหาร พักที่ เคยแฮ
ฟังกิจธิราชไท้ สั่งแล้วเร็วถึง ฯ
๏ ขุนนางตำแหน่งทั้ง มหาด เล็กฤๅ
สำนักสถานอาวาส บ่ร้าง
บริโภคลอองราช ตามที่ ภัตต์เฮย
สนธยาขึ้นข้าง ที่เฝ้านฤบดี ฯ
๏ เพรางายโมงสี่ถ้วน โดยตรา นั้นฤๅ
สมเด็จท่านเจ้าพระยา๑๑ เยี่ยมเยื้อน
เฝ้าบาทบขาดคลา สู่นิเวศน์ เวียงแฮ
กลับแวะที่สงฆ์เอื้อน อ่อยแล้วอำลา ฯ
ร่าย ปางกาลนราธิราช ยุรยาตรยังอุโบสถ
โดยกำหนดสองครา วันทนารัตนตรัยเจ้า
เพลาเช้าบเคยขาด ค่ำคลาคลาศบห่อนเคลื่อน
ถึงยามเตือนขานระฆัง ขุนนางสะพรั่งแลหลาย
อิกเจ้านายมากมี แสงอัคคีส่องสว่าง
เสื่อทางลาดประจำ ขุนนางนำเทียนลี
อินทรเทพ๑๒ที่องครักษ์ หลังทรงศักดิ์ดวงหนึ่ง
ตำแหน่งซึ่งโดยมี แห่งชาวที่พิพิธไอศูรย์๑๓
หนึ่งขุนภูษามาลาเชิญ กลิ้งกลดเดิรบดบัง
อิกรั้งหลังตาวแสงขรรค์ เจ้าหมื่นสรรเพธ๑๔เชิญ
ลีลาเดิรค่อยยาตร ส่ำมหาดตามมามี่
พานพระศรีเสร็จถ้วน ทั้งเครื่องกระแลล้วน
แห่งไท้บรรพชา นั้นนา ฯ
โคลง ๔ ครั้นสมัยจวนจวบใกล้ วันลา ผนวชเฮย
ยังคั่นปวารณา เกี่ยวกั้น
ส่ำสงฆ์ปวารณามา เนาที่ นู้นแฮ
แล้วพระจอมราชนั้น บอกเบื้องสุทธิกรรม ฯ
๏ พ้นวันกาลแต่นั้น วัสสะ ออกเอย
ล่วงสี่วันลาผะ นวชไท้
วารประจวบศุกระ เดือนดิ ถีนา
สี่ทุ่มมีเศษไซ้ ฤกษ์นี้ราชัญ ฯ
ร่าย บอกเบื้องนฤนาถ ดลยามราชลาพรต
ณอุโบสถโดยมี พร้อมสงฆ์ที่เนานั้น
อิกสงฆ์อันหัตถบาส เก้าอาวาสไตรตรา
ล้วนเถราสิบถ้วน ปริตควรตามเคย
จบแล้วเลยห้ารูปไคล ถึงฤกษ์ไท้วันทนาน้อม
บทเบื้องพร้อมอัจจโย ไว้เถโรรับพจน์
แล้วทรงยศกล่าวลา ปัจจักขาคำอรรถ
โดยบัญญัติพระเจ้าซั้น ครบสรรพจอมราชนั้น
ยาตรเยื้องสนานชล ฯ  
โคลง ๔ แท่นสรงเศวตฉัตรชั้น รบาย รจิตฤๅ
พนักงารไขชลปราย ร่วงฟุ้ง
ชีหลั่งทึกสังข์ถวาย ชัยสวัสดิ์
เสียงปี่ชวาวุ้ง แหวดแว้ฦๅสาร ฯ
๏ เสร็จสรงทรงพัสตรพื้น นิลสคราญ
สวมสนอบดุจกาล ก่อนไซ้
สู่สงฆ์สมาทาน ปัญจะ ศีลแฮ
พระอุปัชฌาย์ให้ บทเบื้องบาลี ฯ
๏ เสร็จกิจธิราชเจ้า อำลา ละเฮย
เสด็จสู่มนทิรา ก่อนโพ้น
ทั่วพระพระอุปัชฌาย์ พรพร่ำ ถวายแฮ
ถั่นภิกษุที่โน้น หมดเมื้ออาราม ฯ
โคลง ๓ ชนตามเผดียงสงฆ์ยาตร์ สู่อาวาสรุ่งเช้า
จอมภพนาถเจ้า จัดให้แห่งทาน แลนา ฯ
ร่าย ครั้นทิวาพรุ่งแจ้ง ทั่วสงฆ์แหล่งอาราม
โคจรตามกันคลา ล้วนเถราถั่นทด
ตามกำหนดตรวจไตร เข้าสถิตในอุโบสถ
จึงสงฆ์พจน์พรพระ จบผไทลีลาส
ทรงประเคนภาชน์โภชนา พระอุปัชฌาย์ที่ต้น
สงฆ์มณฑลฉันถ้วน เสร็จภัตตกิจล้วน
ราชท้าวอวยทาน นั้นนา ฯ  
โคลง ๔ นาฬิกาเปรีศล้วน หินดำ ละฤๅ
ต่างรูปแปลกเรือนขำ ทัศถ้วน
ค่าสามชั่งหลายตำ ลึงเศษ
น้ำพุพรมดอกล้วน ท่านให้คุงกัน ฯ
๏ สิบสงฆ์คงวัดเก้า โดยรบิน
ได้ส่วนของราชทิน สิ่งนั้น
จารสังเขปภูมินทร์ ผนวชที่ ไส้นา
มีที่พระองค์ซั้น พักด้วยราชา ฯ
๏ อุปัธยาย์อยู่นั้น เปนนิตย์
ห่อนไป่สัตตาหกิจ ไต่เต้า
นิสสัยท่านต่อติด เนืองเนื่อง แลนา
ครบสิบห้าวันเข้า จึ่งเมื้ออาราม ฯ
๏ เถรเนาโสมนัสนั้น พิมล ธรรม๑๕นา
คงอยู่จนสิบสอง ทิวะเข้า
สัตตาหกิจโดยดล พักวัด ทุเวนา
แล้วกลับมาอิกเหล้า ครบถ้วนวันลา ฯ
๏ สาสนโสภณพระผู้ กรรมวา จาเอย
อยูสิบสี่ทิวา ครบแท้
สัตตาหกิจลีลา คืนหนึ่ง ละแฮ
เผือ๑๖เล่าดุจนั้นแล้ พักแล้วกลับคลา ฯ
๏ พรหมมุนี๑๗มาอยู่เก้า วันคลา
พักที่วัดคงคา สี่ถ้วน
แล้วกลับอยู่ตามวา รที่ เวรแล
ห้าครบประจำล้วน ตลอดไท้เสด็จลา ฯ
๏ วัดพระนามเถระนั้น โคจร๑๘นามจันทร์
พระสุคุณคณาภรณ์๑๙ อิกไซ้
อริยมุนี๒๐คณิศร บรมนิวาส เนาเฮย
เถระสามช่วยให้ เปลี่ยนผู้สัตตาห์ ฯ
๏ อิกฉายาท่านนั้น พระราช ทานมี
เปนแผ่นพระรูปกาด กรอบทั้ง
ครบทั่วที่หัตถบาส ไว้ที่ รฦกแฮ
สงฆ์ส่ำทั้งนี้ตั้ง ต่อไท้ภักดี ฯ
๏ หนักพระคุณเพียบพื้น ธรณี
ปานแหล่งขุนคิรี แข่งฟ้า
พระก่อกอบความดี ปรากฎ กิติ์แฮ
พจน์ประกาศพระจอมหล้า ปราชญ์แต้มต่อเสริม ฯ
๏ เฉลิมพระเกียรติราชไท้ จอมจุฬา
เสด็จออกบรรพชา สืบสร้าง
ได้จำหนดเรียงมา รบินแบบ บทแฮ
สถิตราชบพิธอ้าง เพื่อไว้เปนแผน ฯ
๏ เสร็จสำเนากล่าวอ้าง สมญา
นามขัตติย์นิกขมนปรา กฎไว้
กาพย์กลอนพิรุธวา รเริ่ม รังแฮ
ไร้ที่ศึกษาให้ รอบรู้เชิงสาร ฯ

----------------------------

  1. ๑. สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ เวลานั้นยังดำรงพระยศเปนกรมหมื่นบวรรังษีสุริยพันธุ์

  2. ๒. สมเด็จพระสังฆราช (ปุสสเทว) วัดราชประดิษฐ เวลานั้นเปนพระสาสนโสภณ ที่พระธรรมวโรดม

  3. ๓. สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้า ฯ กรมพระยาบำราบปรปักษ์ เวลานั้นยังดำรงพระยศเปน สมเด็จเจ้าฟ้า ฯ กรมขุน ฯ

  4. ๔. สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาสุดารัตนราชประยูร เวลานั้นยังดำรงพระยศเปนกรมพระ ฯ

  5. ๕. คือพระองค์เจ้าพระอรุณนิภาคุณากร เวลานั้นยังเปนหม่อมเจ้าพระกระจ่าง ตำแหน่งพระราชาคณะ

  6. ๖. สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้า ฯ กรมพระยาภาณุพันธุวงศวรเดช เวลานั้นดำรงพระยศเปนสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์

  7. ๗. พระยาอนุรักษราชมณเฑียร (เผือก เสวตนันท์)

  8. ๘. จะเปนพระยาอาหารบริรักษ์ (ทิน) หรือผู้อื่นสงสัยอยู่

  9. ๙. สมเด็จพระวันรัตน์ (สมบูรณ์) วัดพระเชตุพน

  10. ๑๐. ขุนสุนทรสาทิศลักษณ์ (จิตร) ช่างถ่ายรูป

  11. ๑๑. สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) เวลานั้นยังเปนเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน

  12. ๑๒. พระอินทรเทพ (อ่ำ) ต่อมาเปนพระยามหามนตรี แล้วเปนพระยาพิชัยสงคราม

  13. ๑๓. เข้าใจว่าพระยาพิพิธไอศูรย (เนตร) ราชินิกุล

  14. ๑๔. เจ้าหมื่นสรรเพชภักดี (โต) ภายหลังเลื่อนเปนพระยาและเจ้าพระยานรรัตนราชมานิต

  15. ๑๕. พระพิมลธรรม (ทับ) ต่อมาเลื่อนเปนสมเด็จพระวันรัตน์

  16. ๑๖. คือพระองค์เจ้าพระอรุณนิภาคุณากร

  17. ๑๗. พระพรหมมุนี (ศรี) วัดปทุมคงคา ต่อมาเลื่อนเปนสมเด็จพระพุฒาจารย์

  18. ๑๘. พระจันทรโคจร (ยิ้ม) วัดมงกุฎกษัตริย์

  19. ๑๙. พระสุคุณคณาภรณ์ (นิ่ม) วัดเครือวัลย์ ต่อมาเลื่อนเปนพระเทพกวี

  20. ๒๐. พระอริยมุนี (เหมือน) วัดบรมนิวาส ต่อมาเลื่อนเปนพระเทพโมลี แล้วเปนพระพรหมมุนี

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ