ตอนที่ ๑๔ สิงหไกรภพ ตามหารามวงศ์

๏ จะกล่าวถึงสิงหไกรภพราชคอยหน่อนาถงดงานนานหนักหนา
ถึงเดือนเศษเหตุไฉนจึงไม่มาคิดสงสัยให้โหราพยากรณ์
โหรรับสั่งตั้งทวาทศราศีไล่เดือนปีคิดดูตามครูสอน
ลัคนาพระที่นั่งอยู่มังกรอังคารจรถึงกันกับจันทรา
แต่พระเสาร์เข้าแทรกถึงเรือนโทษศัตรูโจทก์จับผิดริษยา
พระพฤหัสให้คุณหนุนชะตาปลายมือมามีลาภจึงกราบทูล
พระเคราะห์องค์ทรงยศโอรสร้ายจะพลัดพรายโภไคยทั้งไอศูรย์
ต้องโทษทัณฑ์พันธนาให้อาดูรเพราะประยูรญาติข้างพระชนนี
แต่มีผู้อยู่บนฟ้าจะมาช่วยไม่มอดม้วยจะได้พระมเหสี
จะร่อนเร่เตร่เตร็ดไปเจ็ดปีจะกลับมาธานีด้วยปรีดา
พระฟังคำทำนายเห็นร้ายนักหรือพวกยักษ์จะคิดริษยา
แกล้งลวงล่อพ่อไปมิให้มายิ่งตรึกตราเห็นจริงกริ่งพระทัย
จำจะคิดติดตามเที่ยวถามข่าวไปอยู่ด้าวแดนตำบลแห่งหนไหน
รู้กระแสแน่ความจะตามไปจะให้ชัยสุริยาอยู่ธานี
ดำริพลางทางสั่งเสนายักษ์เคยรู้จักท่าทางกลางวิถี
ทั้งนายไพรไปกับเราเช้าพรุ่งนี้เที่ยวค้นที่กลางป่าพนาลัย
แม้นรามวงศ์หลงอยู่จะรู้เรื่องหรือขัดเคืองเกิดเข็ญเป็นไฉน
ครั้นสั่งเสร็จเสด็จขึ้นปราสาทไชยเข้านั่งในแท่นที่ศรีไสยา
จึงบอกองค์นงลักษณ์อัคเรศเหมือนอย่างเหตุโหรทายร้ายหนักหนา
พี่จะตามรามวงศ์ด้วยสงกาจะให้ชัยสุริยาอยู่ธานี
เจ้าจะได้ใช้สอยคอยสนิทบังคับกิจการบำรุงชาวกรุงศรี
นางรับรสพจนาพระสามีพอราตรีทรงสนิทก็นิทรา ฯ
๏ ฝ่ายอสูรขุนนางพวกช่างไม้ต่างจัดไพร่พลนิกายทั้งซ้ายขวา
ทั้งหมื่นถ้วนล้วนแต่ยักษ์มีศักดาเป็นกองหน้านำเสด็จเตรียมเสร็จการ ฯ
๏ พอเช้าสายฝ่ายพระองค์ดำรงราชจรจากอาสน์อ่าองค์สรงสนาน
ประดับเครื่องเรืองรัตน์ชัชวาลแก้วประพาฬแวววามอร่ามองค์
ครั้นเสร็จสรรพจับพระขรรค์กัลเม็ดแล้วเสด็จยุรยาตรดังราชหงส์
พร้อมพหลพลมารชาญณรงค์พระขึ้นทรงอินทรีมีศักดา
ประโคมฆ้องกลองแตรแห่เสด็จเหาะระเห็จลอยสล้างกลางเวหา
ตลอดหลามข้ามทุ่งกรุงโกญจากองทัพหน้านำพลเกลื่อนกล่นไป
นกอินทรีที่นั่งกำลังเวทสำแดงเดชโบกบินแผ่นดินไหว
พ้นประเทศเขตแคว้นแดนพระไพรให้แยกไพร่พลนิกายเหาะรายทาง
เที่ยวค้นรอบขอบเขตประเทศถิ่นพื้นแผ่นดินดงดอนสิงขรขวาง
ต่างโห่ร้องก้องกู่ตะโกนพลางสนั่นกลางกลีบเมฆวิเวกใจ
ถึงทะเลแลเสาะทุกเกาะแก่งตามเขตแขวงเขื่อนมหาชลาไหล
ไม่ได้ความตามตรงขึ้นพงไพรพบม้าใช้พวกที่ถือหนังสือมา
ได้ทราบความรามวงศ์ต้องลงโทษยิ่งกริ้วโกรธราวกับไฟไหม้เวหา
ให้เร่งทัพขับพหลพลโยธาสองวันครึ่งถึงพาราเมืองมารัน
ลงหยุดทัพยับยั้งในวังราชยุรยาตรเข้าพระโรงนรังสรรค์
เจ้าพราหมณ์พาข้าเฝ้าเหล่ากุมภัณฑ์มาพร้อมกันอภิวาทบาทบงสุ์
แล้วทูลความตามวิรุณพัฒยักษ์มันชวนชักหน่อไทให้ใหลหลง
ไปหาท้าวเทพาสูรทูลยุยงให้จับองค์โอรสลงโทษทัณฑ์
แล้วยกทัพนับแสนมาแน่นทุ่งออกรบพุ่งพาพหลพลขันธ์
แต่ตายกลาดดาษดื่นนับหมื่นพันแต่ตัวมันหนีรอดไม่วอดวาย
จึงเร่งรัดจัดพหลพลยุทธ์จะรีบรุดตามไปเหมือนใจหมาย
รบกำจัดสัตว์บาปที่หยาบคายให้วอดวายเสร็จสรรพจึงกลับมา ฯ
๏ พระตรัสตอบขอบจิตที่คิดอ่านแต่พวกท่านล้าเลื่อยเหนื่อยหนักหนา
กับพวกช้างทั้งหมื่นที่คืนมาให้ผ่อนพักรักษาอยู่ธานี
แต่เกณฑ์ไพรให้สักพันที่ขันแข็งพอรู้แห่งหนทางกลางวิถี
เราจะยกโยธาไปราวีสังหารชีวีมันให้บรรลัย
เจ้าพราหมณ์ฟังบังคมบรมนาถสั่งอำมาตย์จิตราอัชฌาสัย
จงรีบรัดจัดพหลสกลไกรท่านคุมไปนำทางกลางอรัญ
อำมาตย์รับอภิวาทสองกระษัตริย์มาเร่งรัดจัดพหลพลขันธ์
ล้วนเข้มแข็งแรงกำลังสิ้นทั้งนั้นสมทบกันกับพหลสกลไกร ฯ
๏ ฝ่ายองค์พระชนนีนารีราชอยู่ปราสาทเศร้าหมองไม่ผ่องใส
รู้ว่าเขยมาธานีก็ดีใจร้องเรียกเหล่าสาวใช้รีบไคลคลา
มาถึงห้องท้องพระโรงเห็นทรงยศพระเลื่อนลดลงบังคมก้มเกศา
เชิญขึ้นนั่งบนบัลลังก์อลังการ์นางพญาโศกเศร้าแล้วเล่าความ
เทพาสูรขุนมารจับหลานแก้วจำเสียแล้วยกพลมาล้นหลาม
ชนนีจึงออกไปบอกความมันกลับหยามหยาบท้าจะฆ่าตี
ครั้นพวกเราเข้าไปไล่สังหารไม่ต่อต้านแตกตายกระจายหนี
แสนสงสารหลานขวัญทุกวันนี้จะร้ายดีมิได้รู้ด้วยอยู่ไกล
พลางโศกาอาดูรพูนเทวษชลเนตรซึมโซมชโลมไหล
พระกลืนกลั้นกันแสงแข็งพระทัยด้วยอาลัยลูกยาวันทาทูล
ลูกจะลาฝ่าละอองยกกองทัพไปตามจับอสุราเทพาสูร
มิให้เหลือเชื้อวงศ์พงศ์ประยูรอย่าอาดูรจงระงับดับพระทัย
นางฟังคำอำนวยอวยสวัสดิ์อย่าเคืองขัดขุ่นข้องให้ผ่องใส
จงเรืองฤทธิ์อิศโรเดโชชัยอรินภัยพ่ายแพ้แก่พระองค์
พระสิงหไกรภพเคารพรับจะยกทัพรีบตามความประสงค์
ชุลีลาฝ่าพระบาทมาตุรงค์มาขึ้นทรงอินทรีมีกำลัง
ให้เลิกทัพขับพหลพลทหารเหาะทะยานเวหาทั้งหน้าหลัง
โห่สะเทื้อนเลื่อนลั่นสนั่นดังทั้งเสียงสังข์แตรกลองก้องโกลา
พวกกองนำลํ่าสันครบพันล้วนถือธงทวนแห่สล้างกลางเวหา
พวกพยนต์พลนิมิตวิทยาอยู่ซ้ายขวาถาโถมโพยมมาน
พระทรงนั่งหลังอินทรีมีมณฑปเครื่องสูงครบจามรชอนสุริย์ฉาน
มยุรฉัตรพัดโบกล้วนใบตาลโบกอยู่งานไปพลางกลางอัมพร
พ้นแว่นแคว้นแดนยักษ์นคเรศล้วนขอบเขตเขาเขินเนินสิงขร
พระเร่งทัพขับพหลพลนิกรด้วยอาวรณ์ลูกยารีบคลาไคล ฯ
๏ จะกลับกล่าวท้าวเทพาสุรารักษ์เสียยศศักดิ์เศร้าหมองไม่ผ่องใส
สู้ทรงกายหมายมุ่งไปกรุงไกรพบม้าใช้คลี่สารออกอ่านดู
ได้ทราบความรามวงศ์ทำองอาจฆ่าอำมาตย์ตายหมดซํ้าอดสู
เสียบุตรีศรีสวัสดิ์กับศัตรูเป็นสุดรู้สุดฤทธิ์จนจิตใจ
จนลมจับพับผ็อยตกลอยคว้างลงกลิ้งกลางดินซบสลบไสล
พวกยักษ์ถือหนังสือซองประคองไว้ช่วยแก้ไขค่อยฟื้นฝืนพระองค์
อุตส่าห์ยืนฝืนประทังกำลังน้อยสติลอยลืมเฟือนเลอะเลือนหลง
เหล่าอสูรทูลให้แข็งแรงดำรงพยุงองค์เหาะมาถึงธานี ฯ
๏ ลงพระลานชานชลาหน้าปราสาทพร้อมสุรางค์นางนาฏมเหสี
เคียงประคองจ้องประจงจรลีเข้าสู่ที่ปรางค์รัตน์ชัชวาล
ค่อยวางองค์ลงบนแท่นแสนสลดท้าวระทดระทวยองค์น่าสงสาร
ต่างฟูมฟักรักษาพยาบาลช่วยอยู่งานนวดฟั้นให้บรรทม
หมอโอสถบดยาห่อผ้าขาวให้สาวสาวนวดประคบผงบผงม
พญามารราญรอนอ่อนอารมณ์เคลิ้มบรรทมหลับไปในไสยา
ครั้นรุ่งเช้าท้าวตื่นค่อยฝืนเนตรเห็นอัคเรศที่รักของยักษา
จึงเล่าความตามทัพอัปราจะกลับมาเกณฑ์ทหารไปราญรอน
อ้ายรามวงศ์ลงเหล็กล่ามโซ่ไว้ยังมาได้ถึงสุวรรณบรรจถรณ์
จะมีใครไปแก้เป็นแน่นอนให้ศิลป์ศรสาตราออกราวี
จึงสามารถอาจองทะนงศักดิ์ซํ้าลอบลักลูกแก้วแล้วพาหนี
ที่นับถือสื่อชักมันจักมีหรือเทวีเจ้าจะเห็นเป็นอย่างไร ฯ
๏ ฝ่ายโฉมเทพกินราวันทาแถลงมิได้แจ้งเหตุผลแยบยลไฉน
เอาพะทำมะรงกงกำมาจำไว้ให้ซักไซ้ก็ไม่แจ้งแห่งกิจจา
ครั้นถามแก้วกินรีบุตรีท้าวมันว่ากล่าวปิดบังให้กังขา
ว่าหลับใหลไม่รู้มันจู่มาฟังพูดจาไม่เห็นจริงสักสิ่งอัน
จึงแค้นใจให้สี่เสนีจับมันก็กลับเข่นฆ่าให้อาสัญ
เห็นอาเพศเหตุเพราะพระเคราะห์ครันขอทรงธรรม์จงระงับดับพระทัย ฯ
๏ เทพาสูรขุ่นข้องให้หมองจิตไม่เห็นฤทธิ์รามวงศ์ยิ่งสงสัย
แต่ศึกเสือเหลือกำลังหยุดยั้งใจคิดถึงไพร่พลนิกายวายชีวา
จึงแต่งองค์สรงเสวยแล้วเลยออกที่นั่งนอกเนตรชายดูซ้ายขวา
เห็นข้าเฝ้าเหล่าอำมาตย์มาตยาล้วนหน้าตาโศกเศร้าบางเบานัก
จึงตรัสสั่งตั้งแต่งตำแหน่งที่หมู่มนตรีพร้อมหมดมียศศักดิ์
ให้สั่งเวรเกณฑ์ระดมเลกสมยักษ์ให้พร้อมพรักไพร่นายฝ่ายกุมภัณฑ์
อำมาตย์รับอภิวาทมาบาดหมายหัวเมืองรายร้อยเอ็ดทุกเขตขัณฑ์
มาพร้อมพรั่งคั่งคับกำชับกันเรียกเมื่อไรให้ทันพระบัญชา ฯ
๏ จะกล่าวกลับทัพพระสิงหไกรภพพลรบนับแสนแน่นเวหา
ใกล้ประเทศเขตยักษ์นคราหยุดโยธาอยู่ที่ในพงไพรวัน
จึงตรัสสั่งจิตราสูรขุนทหารเราเห็นการเดือดร้อนจำผ่อนผัน
แม้นหักโหมโรมรุกเข้าบุกบันจะฆ่าฟันโอรสให้ปลดปลง
ท่านปลอมไปในบูรีดูดีร้ายฟังระคายข่าวความตามประสงค์
แม้นแก้ไขให้โอรสยศยงได้รอดคงคืนมาเหมือนอาลัย
จะให้ท่านผ่านพารากาลวาศจงสามารถผันแปรช่วยแก้ไข
พลทั้งพันนั้นให้รายตามนายไปพอพบปะจะได้แก้ไขกัน ฯ
๏ อำมาตย์ฟังบังคมชมดำริพระสติปัญญายิ่งทุกสิ่งสรรพ์
แม้นโอรสยศยงคงชีวันจะผ่อนผันพามาไม่ช้าที
แล้วทูลลามาสั่งไพร่ทั้งหลายให้แปลงกายเหมือนเหล่าชาวกรุงศรี
ใครถามไถ่ให้ว่าชาวธานีพวกโยธีไปทัพแตกกลับมา
แล้วจัดแจงแปลงกายทั้งนายไพร่รายกันไปห่างห่างกลางเวหา
พบด่านทางต่างแถลงแจ้งกิจจาแล้วเลยมากรุงไกรทั้งไพร่นาย
เที่ยวสืบความรามวงศ์ว่าองอาจพาพระราชบุตรีลอบหนีหาย
ขุนเสนีดีใจเห็นไม่ตายแกล้งเรียงรายปลอมอยู่ในบูรี
สั่งขุนหมื่นคืนกลับไปอภิวาททูลพระบาทบงกชบทศรี
ให้ทัพหลวงล่วงมายังธานีจะปลอมตีราษฎร์พลสกลไกร
ขุนหมื่นฟังสั่งเสร็จระเห็จกลับไปกองทัพทูลแจ้งแถลงไข
เหมือนเรื่องความรามวงศ์เข้าวังในลักบุตรีหนีไปจากพารา ฯ
๏ พระสิงหไกรภพฟังจบแจ้งไม่เสียแรงลูกรักดีหนักหนา
ได้แก้แค้นแทนที่มันพันธนาด้วยปรีชาสามารถเป็นชาติชาย
จะไปจับสับซํ้าให้หนำจิตที่มันคิดองอาจประมาทหมาย
แล้วยกทัพขับพหลพลนิกายตีด่านรายรุกมาถึงธานี
ให้หยุดทัพยับยั้งตั้งทหารที่เชิงชานนอกประตูบูรีศรี
โห่สนั่นลั่นจังหวัดปัถพีชาวบูรีต่างตื่นเสียงครื้นเครง
บ้างขึ้นป้อมล้อมวังตั้งปืนใหญ่ถือชุดไฟเทดินสิ้นเขนง
บ้างเห็นเพื่อนเหมือนคนอื่นตื่นกันเองด้วยกลัวเกรงฤทธิไกรพวกไพรี ฯ
๏ ฝ่ายองค์ท้าวเจ้าพาราเทพาสูรให้อาดูรขุ่นข้องหม่นหมองศรี
ได้ยินเสียงโกลาทั้งธานีออกมาที่พระโรงรัตน์ชัชวาล
พวกอสูรทูลว่าปัจจามิตรล้วนนักสิทธ์วิทยาโยธาหาญ
มานับแสนแน่นหนานอกปราการจะรุกราญรบพุ่งเอากรุงไกร
พญายักษ์หนักจิตให้คิดพรั่นด้วยไม่ทันคิดอ่านการไฉน
แล้วหวนฮึกนึกมานะในพระทัยถึงบรรลัยไว้ชื่อให้ลือชา
จึงตรัสสั่งทั้งสี่เสนีนาถพวกอำมาตย์มุลนายทั้งซ้ายขวา
จงรีบรัดจัดพหลพลโยธาผูกม้ารถคชชาบรรดามี
ออกรบหักพักเดียวถึงเคี่ยวขับให้ย่อยยับย่นแยกตื่นแตกหนี
ทำแสร้งชื่นฝืนดำรงทรงอินทรีย์ขึ้นสู่ที่ปรางค์มาศปราสาทไชย ฯ
๏ ฝ่ายเสนาข้าเฝ้าเหล่าทหารมาเตรียมการเกณฑ์กันเสียงหวั่นไหว
พวกขุนช้างผูกช้างระวางในล้วนสูงใหญ่ยืนสล้างอยู่กลางแปลง
พวกขุนม้าผูกม้าล้วนกล้ารบเบาะอานครบโกลนบังพนังแผง
ขุนรถเตรียมเทียมเสือลายแรดร้ายแรงปักธงเทียวเขียวแดงแทรกแซงกัน
พวกพหลพลเท้าถือหลาวแหลนทั้งโล่แพนพวกยักษ์มักกะสัน
ถือโตมรศรเสน่ากับเกาทัณฑ์พลกุมภัณฑ์นับแสนแน่นนคร
แล้วเตรียมรถพระที่นั่งบัลลังก์รัตน์เทียมด้วยสัตว์สิงหราชชาติไกรสร
สารถีถือขวานเคยราญรอนคอยท่าท้าวเจ้านครข้างเกยชลา ฯ
๏ ฝ่ายองค์ท้าวเทพาสูรประยูรยักษ์ครั้นพร้อมพรักไพร่นายทั้งซ้ายขวา
จึงอ่าองค์สรงชลสุคนธาทรงภูษาค่าเมืองเรืองระยับ
ที่ห้อยหน้าผ้าทิพย์ทองอร่ามปั้นเหน่งวามแววเม็ดเพชรประดับ
ทรงเกราะนวมสวมสังวาลมีบานพับกรองศอขับทับทรวงดวงจินดา
ทองพระกรธำมรงค์ทรงพระหัตถ์นพรัตน์พร่างพรายทั้งซ้ายขวา
พระเศียรทรงมงกุฎบุษราแล้วลีลามานั่งบัลลังก์ทอง
เห็นที่รักอัคเรศเคยร่วมจิตสนมสนิทน้อมเฝ้าล้วนเศร้าหมอง
ยิ่งร้อนอกหมกมุ่นดังกูณฑ์กองพระเนตรนองคลอล้นชลนัยน์
อุตส่าห์ฝืนกลืนกลํ้าที่กำสรดระทวยระทดแทบทรงองค์ไม่ไหว
จึงสั่งเทพกินราด้วยอาลัยสายสุดใจอย่าหวั่นพรั่นวิญญาณ์
ศึกเพียงนี้พี่ยังพอจะต่อต้านพลมารมากมายทั้งซ้ายขวา
ขาดแต่เทพอาวุธยุทธนาทั้งโรยราแรงน้อยถอยกำลัง
ถึงชีวันบรรลัยคงไว้ยศให้ปรากฏชื่อชายเมื่อภายหลัง
พระนุชน้องครองเขตนิเวศน์วังขอฝากฝังสาวสนมกรมใน
จงกรุณาปรานีเหมือนพี่อยู่ช่วยเลี้ยงดูปกครองให้ผ่องใส
ตรัสสั่งนางพลางสะท้อนถอนฤทัยพระชลนัยน์ไหลหลั่งลงพรั่งพราย
นางฟังสั่งดังหนึ่งในใจจะขาดเข้ากอดบาทภัสดาเกศาสยาย
สะอื้นพลางนางระทดระทวยกายพระหัตถ์ฟายชลนาโศกาลัย
โอ้ผ่านเกล้าเจ้าประคุณเคยอุ่นเกศพึ่งพระเดชดับเข็ญให้เย็นใส
แม้นสิ้นบุญทูลกระหม่อมจะตรอมใจเมียก็ไม่ขออยู่ในบูรี
พระม้วยมอดวอดวายจะตายด้วยเป็นเพื่อนม้วยมิให้อางขนางหนี
จงหยุดยั้งรั้งรออย่าต่อตีให้รักษาหน้าที่เชิงเทินไว้
ไปหาท้าวเจ้าเมืองที่เรืองฤทธิ์มาช่วยคิดผันแปรช่วยแก้ไข
นางครวญคร่ำร่ำว่าด้วยอาลัยพระชลนัยน์ไหลหลั่งลงพรั่งพราย
พญายักษ์พักตร์สลดกำสรดสะอื้นอุตส่าห์ขืนฝืนฤทัยมิใคร่หาย
จึงว่าพี่มิรบจะหลบกายก็อับอายอสุราทั้งธานี
แพ้ชนะจะคงออกยงยุทธ์เจ้าสายสุดสวาทน้องอย่าหมองศรี
เมื่อถึงกรรมจำตายวายชีวีถึงอยู่ที่ไหนไหนก็ไม่พ้น
แม้บุญหลังยังช่วยไม่ม้วยมุดถึงอาวุธศัสตราเหมือนห่าฝน
ก็มิได้ใกล้กรายกายสกนธ์นิรมลอย่าได้แหนงแคลงวิญญาณ์
จงอยู่วังทั้งสุรางค์นางสนมอย่าปรารมภ์ร้อนจิตขนิษฐา
จับพระแสงแข็งใจจะไคลคลานางโศกากอดบาทไม่คลาดคลาย
พระเมตตาพาเมียไปเสียด้วยเมียจะช่วยชิงชัยเหมือนใจหมาย
แม้นจอมจักรนคราชีวาวายจะสู้ตายตามองค์พระทรงธรรม์
พระมิให้ไปตามสงครามด้วยจงโปรดช่วยเข่นฆ่าให้อาสัญ
สะอื้นอ้อนวอนว่าด้วยจาบัลย์ทั้งกำนัลใหญ่น้อยพลอยรํ่าไร
เทพาสูรขุนมารสงสารสุดขยั้นหยุดยืนสะท้อนถอนใจใหญ่
ยิ่งพิศพักตร์ลักขณายิ่งอาลัยสะอึกสะอื้นฝืนฤทัยไมไคลคลา
ลูบประโลมโฉมเฉลาว่าเจ้าพี่มีเสียทีพี่รักเจ้าหนักหนา
จะสู้ม้วยด้วยพี่เพื่อนชีวาขอบใจแล้วแก้วตาของสามี
แม้นพาไปไพรินจะยินร้ายเหมือนสิ้นชายรบพุ่งทั้งกรุงศรี
ด้วยชิงชัยใช่งานการสตรีศึกเพียงนี้ก็ยังไม่เป็นไรนัก
จะต่อสู้ดูศักดาปัจจามิตรแม้นสุดฤทธิ์ก็จะโจมเข้าโหมหัก
ด้วยนักสิทธ์วิทยาสุรารักษ์เคยแพ้ยักษ์อยู่ดอกเห็นไม่เป็นไร
จงนิ่งดูอยู่ในวังฟังพี่ว่าอย่าโศกาตรอมจิตคิดไฉน
ปลอบประโลมโฉมฉายสายสุดใจให้กลับไปปรางค์รัตน์ชัชวาล
แล้วจับหอกออกมาตรวจตราทัพดูคั่งคับนับแสนแน่นหน้าฉาน
ขึ้นทรงรถพระที่นั่งสั่งขุนมารให้ทหารโห่ออกนอกพารา
เดินกระบวนรวนเรโซเซล้มอ่อนอารมณ์ไพร่นายทั้งซ้ายขวา
ถึงกองทัพยับยั้งตั้งโยธาให้เคลื่อนราชรัถาออกหน้าพล
กระทืบทำสิงหนาทตวาดก้องเหวยพวกพ้องวิทยาพนาสณฑ์
เหตุไฉนไยจึงมาจุลาจลจะปลอมปล้นพารากูว่าไร
พระสิงหไกรภพใคร่รบยักษ์ออกรับพักตร์พจนาตรัสปราศรัย
ไม่รู้หรือคือพระกาฬอันชาญชัยชื่อสิงหไกรภพบำรุงกรุงโกญจา
ด้วยลูกเราเจ้ารามวงศ์นั้นท่านผูกพันพาลผิดริษยา
จับจองจำลำพังอหังการ์จึงยกมาปรามปราบพวกหยาบคาย
ท่านนี้หรือชื่อว่าเทพาสูรจะพาวงศ์พงศ์ประยูรให้สูญหาย
เพราะเป็นชายหมายมาดประมาทชายจะต้องตายตามนิสัยน้ำใจพาล
เทพาสูรฉุนฉิวโกรธกริ้วกราดน้อยหรืออาจอวดศักดาว่ากล้าหาญ
เหตุเพราะตัวชั่วช้าแสนสามานย์คิดทำการกลอกกลับไม่อับอาย
ลักธิดามารันพากันหนีทำยายีหยาบช้าวงศาสหาย
แล้วมิหนำซํ้าฆ่าพ่อตาตายเกี้ยวแม่ยายยอมจิตสนิทใน
จึงจองจำทำโทษเพราะโกรธขึ้งด้วยคิดถึงจัตุพักตร์ที่ตักษัย
จะแล่เนื้อเอาเกลือทาให้สาใจหมายมิให้โลหิตติดสุธา
ถ้ารู้ตัวกลัวตายอย่าหมายรบจงนอบนบบังคมก้มเกศา
จะยกโทษโปรดให้ไว้ชีวาแล้วเร่งล่าเลิกทัพถอยกลับไป ฯ
๏ พระยิ้มเย้ยเหวยเทพาสุรารักษ์ไม่รู้จักฝีมือหรือไฉน
แต่จัตุพักตร์ศักดิ์สิทธิ์ฤทธิไกรยังบรรลัยแหลกลงเป็นผงคลี
เหมือนพวกพ้องของท่านที่หาญฮึกไปทำศึกรบพุ่งถึงกรุงศรี
ชาวมารันฟันเล่นเป็นธุลีต้องหลบหนีเขามาหน้าไม่อาย
ยังอวดตัวกลัวจะวิ่งจริงจริงนะตัดศีรษะไม่ทันเหมือนมั่นหมาย
มายกข้อตอแหลถึงแม่ยายเพราะหยาบคายเคยชั่วด้วยตัวเป็น
อันชาติเราเหล่ามนุษย์สุจริตไม่เคยคิดเคยคบไม่พบเห็น
พูดอัปรีย์ศีรษะจะกระเด็นเนื้อจะเป็นเหยื่อสัตว์ในปัถพี
พลางตรัสกับทัพพหลไพร่พลพร้อมให้ยกล้อมยักษ์ไว้มิให้หนี
โยธาทัพรับสั่งประดังตีแกว่งกริชตรีกรายกรเข้ารอนราญ
พวกกุมภัณฑ์ฟันแทงต่อแย่งยุทธ์พุ่งอาวุธแหลนหลาวฟาดง้าวขวาน
ถูกพยนต์พลโถมโจมทะยานพิฆาตมารล้มตายลงก่ายกอง
พวกนายทัพขับพหลพลรบรุมสมทบแทงฟันผันผยอง
พยนต์ยุดฉุดฉวยชิงกระบองกลับตีต้องไพร่นายวายชีวี
แล้วบุกบั่นฟันฟาดเสียงฉาดฉับพวกยักษ์ยับย่นแยกแตกตื่นหนี
พยนต์กลุ้มรุมรุกไล่คลุกคลีสกัดตีตัดศีรษะอสุรา
เทพาสูรหนุนทัพขับพหลแทงพยนต์พลนิกายทั้งซ้ายขวา
ถูกหอกคมล้มกลาดดาษดากลับถลาโลดลุกไล่คลุกคลี
๏ พระสิงหไกรภพขับนกโถมเข้ารุกโรมรบพุ่งชาวกรุงศรี
ต่างรับรองป้องกันประจัญตีอสุรีแทงพลาดพระฟาดฟัน
ถูกหอกหัตถ์ตัดขาดตกราชรถระทวยระทดแทบชีวาจะอาสัญ
พวกเกียกกายนายกองเข้าป้องกันพระซํ้าฟันถูกสี่เสนีตาย
พระยามารอ่านเวทวิเศษประสิทธิ์ต่อไม่ติดตกพระทัยจิตใจหาย
ยังหัตถ์ขวาคว้าพระหัตถ์ที่พลัดพรายขึ้นทรงกายเหาะหนีจากที่รบ
พวกนักสิทธ์วิทยาไล่ฆ่ายักษ์เสียงคึกคักตื่นแยกแตกตลบ
ที่ไล่ทันฟันยับลงทับทบจนซากศพซับซ้อนดังฟ่อนฟาง
พวกโยธามารันทั้งพันถ้วนเห็นเรรวนรบสกัดคอยขัดขวาง
ไล่ฆ่าฟันกันพลอยู่ต้นทางบ้างตายบ้างหนีกระจายวิ่งพรายพลัด
เห็นองค์ท้าวเจ้าพารากาลวาศถือแขนขาดจะเข้าวังตั้งสกัด
เธอหนีปนพลรบหลีกหลบลัดไล่ตะพัดตะเพิ่นไปเข้าไพรวัน
พระสิงหไกรภพรบไล่ขับไพร่พร้อมเข้าห้อมล้อมรอบกำแพงล้วนแข็งขัน
พวกขึ้นป้อมล้อมวังสิ้นทั้งนั้นต่างพากันหนีตัวด้วยกลัวตาย
ฝ่ายสนมกรมในตกใจนักเสียงคึกคักตัวสั่นมิ่งขวัญหาย
ทั้งเจ้าจอมหม่อมคุณวิ่งวุ่นวายบ้างเหลียวซ้ายแลขวาละล้าละลัง
ที่รูปงามทรามสาวถึงคราววุ่นเอาทรายฝุ่นโคลนทาเหมือนบ้าหลัง
บ้างนุ่งห่มพรมมุ้งพะรุงพะรังพะว้าพะวังวิ่งร้องซ้องสำเนียง ฯ
๏ ฝ่ายโฉมเทพกินราเห็นข้าศึกกระหึมฮึกโห่ลั่นสนั่นเสียง
เข้าล้อมรอบขอบเขตนิเวศน์เวียงพระทรวงเพียงพิษไฟประลัยลาม
คอยแลดูภูวไนยก็ไม่กลับหรือเสียทัพอับปางกลางสนาม
ยิ่งใจหายกายสั่นให้ครั่นคร้ามเป็นสุดความคิดนางเพียงวางวาย
ปิดทวารบานบังนั่งสะอื้นเสียงครึกครื้นมาใกล้จิตใจหาย
พระชลนัยน์ไหลหลั่งลงพรั่งพรายระทวยกายกัมปนาทหวาดวิญญาณ์ ฯ
๏ พระโฉมยงองค์สิงหไกรภพให้สงบพลนิกายทั้งซ้ายขวา
ขับนกทรงลงยืนกับเกยลาแล้วตรัสว่าเหวยอสูรหมู่ขุนมาร
ใครไม่สู้กูไม่หมายทำลายล้างทั้งขุนนางเสนาโยธาหาญ
จงพร้อมใจให้สัตย์ปฏิญาณจะโปรดปรานปรานีไว้ชีวา ฯ
๏ ฝ่ายพวกยักษ์พรักพร้อมน้อมประณตต่างสบถสาบานตัวกลัวหนักหนา
จะสัตย์ซื่อถือมั่นเหมือนสัญญาขอเป็นข้ากว่ากายจะวายปราณ
แล้วเชิญองค์ทรงเดชเกศกระษัตริย์ขึ้นปรางค์รัตน์รจนามุกดาหาร
ทัพพยนต์พลฤทธิ์พิสดารอยู่แวดล้อมป้อมปราการทวารวัง
พวกพารามารันนั้นสำหรับกำกับทัพโยธาทั้งหน้าหลัง
พอราตรีตีฆ้องกลองประดังรายระวังพรั่งพร้อมล้อมพารา ฯ
๏ จะกลับกล่าวท้าวเทพาสุราราชพระกรขาดขุนมารอ่านคาถา
ต่อไม่ติดคิดอดสูหมู่โยธาแกล้งหลบหน้าหนีพลสกลไกร
พอมืดคํ่าคลํ้าคลุ้มชอุ่มอับเห็นที่ลับเหลี่ยมผาเข้าอาศัย
สิ้นกำลังดังชีวันจะบรรลัยเสียพระกรร้อนฤทัยดังไฟกาล
แค้นมนุษย์สุดคิดสุดฤทธิ์เดชเสียนิเวศน์วงศ์ญาติราชฐาน
ทั้งเสียยศอดสูกับหมู่มารจะคิดอ่านแก้ไขฉันใดดี
พลางคิดได้ถึงประลัยกัลป์ยักษ์สหายรักร้ายกาจดังราชสีห์
อยู่สำนักจักรวาลชานคีรีกระบองมีฤทธิไกรดังไฟกัลป์
จะไปวานผลาญมนุษย์ทุจริตทั้งนักสิทธ์วิทยาให้อาสัญ
ดำริพลางดำรงองค์กุมภัณฑ์พระกรนั้นหนีบไปไม่ไกลกาย
แล้วจับหอกออกมาหน้าทหารเหาะทยานลอยเลื่อนด้วยเดือนหงาย
ขึ้นสูงลิ่วปลิวฟ้าเอกากายเขม้นหมายมุ่งพักตร์ไปจักรวาล ฯ
๏ ฝ่ายพระองค์ทรงโฉมประโลมลวาทได้พารากาลวาศราชฐาน
ครั้นรุ่งเช้าเหล่ายักษ์พนักงานเชิญเครื่องอานอภิวาทดาษดา
พระออกนั่งยังหน้ามหาปราสาทพวกอำมาตย์เฝ้าฝ่ายทั้งซ้ายขวา
จึงตรัสสั่งทั้งสี่ขุนเสนาจงร้องป่าวเหล่าประชาทั้งธานี
ว่าตัวเรากับเจ้าเมืองกาลวาศพยาบาทขัดข้องกันสองศรี
อันคนอื่นหมื่นแสนแดนบูรีมิได้มีขัดเคืองด้วยเรื่องไร
จงอยู่ตามความสบายทั้งชายหญิงอย่าเกรงกริ่งว่าเราจะทำไฉน
แล้วบอกกล่าวสาวสนมกรมในเราจะให้กับธิดาพญามาร
ใครสมัครภักดีอย่าหนีหลบมานอบนบในปราสาทราชฐาน
ทั้งห้ามแหนแม้นใครขาดราชการจะประทานโยธาเมืองมารัน
อำมาตย์รับอภิวาทมาบาดหมายเจ้าขรัวนายนับตรวจคนกวดขับ
ทั้งอยู่งานบาญชีหมื่นสี่พันจัดแบ่งปืนโมงยามตามธรรมเนียม ฯ
๏ ฝ่ายนารีที่เป็นเวรพวกเกณฑ์ห้ามบ้างคิดความขวัญหายให้อายเหนียม
จะเฝ้าแหนแสนบัดสีกระดี้กระเดียมเคยรู้เหลี่ยมเล่ห์บ้างแต่อย่างยักษ์
จะต้องเฝ้าเจ้านายฝ่ายมนุษย์เห็นยากสุดแสนยากลำบากหนัก
ฉวยผิดพลั้งหลังลายละอายนักไม่รู้จักตื้นลึกนึกรำคาญ
ต่างจำใจไปเฝ้าให้เศร้าสร้อยทั้งใหญ่น้อยแน่นปราสาทราชฐาน
พวกท้าวนางต่างประณตบทมาลย์ถวายบาญชีสนมกรมใน
สาวสุรางค์ต่างชม้อยคอยชม้ายเห็นเจ้านายนวลละอองผุดผ่องใส
สำอางองค์ทรงโฉมประโลมใจตะลึงตะไลหลงยิ้มอยู่พริ้มพราย
ต่างลืมยักษ์รักองค์พระทรงยศน้อมประณตรับพักตร์สมัครหมาย
พอเนตรสบหลบเลี่ยงทำเอียงอายชม้อยชม้ายเหมือนจะชวนให้ยวนยี ฯ
๏ ฝ่ายพระองค์ทรงมหาศักดาเดชทอดพระเนตรนักสนมนารีศรี
แต่ละนางร่างกายคล้ายกินรีทำท่วงทีท่าทางต่างต่างกัน
ขนาดใหญ่ไก่แก่แม่ปลาช่อนรู้จักซ่อนเงื่อนสายแยบคายขยัน
ที่อย่างกลางอย่างเขาว่าชิ้นปลามันดูเชิงชั้นปั้นปึงทำขึงคม
ที่รุ่นราวสาวสะอาดขนาดน้อยกระชดกระช้อยชวนชิดสนิทสนม
พระนึกยิ้มพริ้มพักตร์หักอารมณ์ไม่นิยมสมบัติอสุรา
จึงถามเหล่าท้าวนางแต่ปางหลังเมื่อคุมขังรามวงศ์ลงโทษา
เหตุไฉนได้สนิทกับธิดาเดี๋ยวนี้พากันไปหนตำบลใด ฯ
๏ ฝ่ายท้าวนางต่างฟังรับสั่งถามจึงทูลความจริงแจ้งแถลงไข
เมื่อขณะพระโอรสยศไกรมาอยู่ในปรางค์ทองห้องธิดา
ไม่มีผู้รู้เรื่องทั้งเมืองยักษ์วิ่งคึกคักตามถนนเที่ยวค้นหา
ไม่พบเห็นเว้นหายหลายเวลาต่างหมายว่าหนีออกนอกบูรี
ต่อมาตุรงค์ลงไปพบเธอรบสู้จึงได้รู้เฟื่องฟุ้งทั้งกรุงศรี
แล้วพาองค์นงนุชพระบุตรีจากบูรีไปเมื่อไรไม่ได้ความ
เหตุด้วยองค์ทรงยศโอรสราชแสนฉลาดอาจหาญชาญสนาม
พวกยักษ์ย่อท้อฤทธิ์ไม่ติดตามไม่ทราบความว่าไปหนตำบลใด
พระฟังคำซํ้าถามตามประสงค์เดี๋ยวนี้องค์มเหสีอยู่ที่ไหน
พวกเถ้าแก่แน่ใครเล่าให้เข้าใจเรามิได้ถือโกรธทำโทษทัณฑ์
ด้วยโอรสธิดาสามิภักดิ์ดำรงรักไม่รังเกียจคิดเดียดฉันท์
อย่าขามเขินเชิญมาพูดจากันตามพงศ์พันธุ์ผู้ใหญ่เป็นไมตรี
เถ้าแก่พร้อมน้อมคำนับอภิวาทรีบคลาไคลไปปราสาทมเหสี
ผลักทวารบานปิดเห็นผิดทีแกล้งเคาะที่ชานเฉลียงค่อยเมียงมอง ฯ
๏ ฝ่ายนางเทพกินราโศการํ่าแต่พลบคํ่าคอยผัวให้มัวหมอง
จนรุ่งกลับหับสิงหาสน์ปราสาททองอยู่ในห้องให้สาวใช้ไปลอบฟัง
ทราบว่าพระภัสดาต้องอาวุธพระกรหลุดล่าทัพไม่กลับหลัง
พวกข้าเฝ้าสาวสนมกรมวังไปพร้อมพรั่งสามิภักดิ์รักมนุษย์
นางนึกแค้นแม้นว่าสุธาแยกจะซอกแทรกปัถพินให้สิ้นสุด
โอ้ท้าวไทใครจะช่วยปิ้มม้วยมุดแพ้มนุษย์ครั้งนี้ถึงชีวา
แต่ก่อนไรไปรบจบจังหวัดแสนกระษัตริย์เกรงฤทธิ์ทุกทิศา
มาสิ้นสูญบุญกระษัตริย์ภัสดาจะเป็นข้ามนุษย์ก็สุดอาย
โอ้อกเอ๋ยเคยทำเวรกรรมไว้จึงเจ็บช้ำนํ้าใจมิใคร่หาย
จะสู้ม้วยด้วยผัวฆ่าตัวตายก็ห่วงสายสุดสวาทราชบุตรี
คิดจะใคร่ใส่ปีกบินหลีกหลบฉวยเขาพบผูกมัดก็บัดสี
ยิ่งตรึกตราอารมณ์ไม่สมประดีทรงโศกีกัมปนาทหวาดวิญญาณ์
พอเถ้าแก่แซ่ซ้องมาร้องเรียกนิ่งสำเหนียกในใจออกไปหา
ค่อยแย้มแต่แกลสุวรรณจำนรรจามาพร้อมเพรียกเรียกข้าจะว่าไร ฯ
๏ ฝ่ายเถ้าแก่แลพบนั่งนบนอบต่างทูลตอบตามปัญญาอัชฌาสัย
พระจอมทัพยับยั้งอยู่วังในบัญชาให้มาเฝ้าเยาวมาลย์
ว่าโอรสยศยงของทรงฤทธิ์กับพระธิดารักสมัครสมาน
จะจัดแจงแต่งวิวาห์ปรึกษาการให้สำราญร่วมจังหวัดปัถพี
จึงให้ข้ามาเชิญโฉมเฉลาเหมือนพงศ์เผ่าจะปรึกษามารศรี
ด้วยความข้อหน่อนาถราชบุตรีอย่าราคีข้องขัดพระอัชฌา
นางฟังคำรำพึงคะนึงคิดจะเป็นมิตรกับศัตรูไปสู่หา
เหมือนไม่ถือซื่อสัตย์ต่อภัสดาจะนินทาเฟื่องฟุ้งทั้งกรุงไกร
มิตามติดบิดพลิ้วจะกริ้วโกรธให้ทำโทษโทษาไม่ปราศรัย
จะเจ็บอกฟกชํ้าระกำใจจึงเกลี่ยไกล่กล่าวรสพจมาน
ซึ่งเมตตาว่าจะให้ขึ้นไปเฝ้าพระคุณเท่าเทียมฟ้าสุธาสถาน
แต่ยังป่วยด้วยเป็นลมมานมนานขอประทานโทษาฝ่าละออง
พอประทังนั่งได้จะไปเฝ้าจริงนะเจ้าอนุกูลทูลฉลอง
แล้วเข้าไปไสยาสน์ปราสาททองพระเนตรนองชลนาถึงสามี
เถ้าแก่รับกลับมายังปราสาทกราบทูลบาทบงกชบทศรี
นางนงลักษณ์จักเข้าเฝ้าภูมีแต่เดี๋ยวนี้ยังประชวรรัญจวนใจ
พระฟังคำทำเป็นว่าน่าสงสารดูอาการเหมือนจะหมองไม่ผ่องใส
สาระบิดติดจะขัดในหทัยมักเข้าห้องร้องไห้มิใคร่คลาย
แม้นนานไปไม่ฟื้นยังขืนป่วยจะไปช่วยแก้ไขเสียให้หาย
พลางสรวลสันต์บัญชาประสาสบายด้วยขรัวนายนักสนมกรมใน
ครั้นพลบค่ำย่ำฆ้องก้องกระหึ่มประโคมครึมครื้นครั่นเสียงหวั่นไหว
ฆ้องระนาดพาทย์เพลงวังเวงใจวิเวกในไสยาสน์ปราสาททอง
สาวสุรางค์ข้างที่พัดวีถวายเมียงชม้ายชม้อยฟังรับสั่งสนอง
นางอยู่งานคลานคำนับประคับประคองประจงจ้องนวดฟั้นให้บรรทม
พระเริงรื่นชื่นแช่มแย้มพระโอษฐ์ภิปรายโปรดทุกสุรางค์นางสนม
ทั้งใหญ่น้อยค่อยสนิทด้วยชิดชมเพลินอารมณ์โสมนัสกำหนัดใน ฯ
๏ จะกลับกล่าวท้าวเทพาสุรารีบข้ามทวีปหว่างมหาชลาไหล
สิบห้าวันนั้นจึงสุดสมุทรไทถึงเขาใหญ่จักรวาลตระหง่านงาม
เป็นสีรุ้งรุ่งกว่าพระอาทิตย์ประไพพิศพื้นมณีสีสยาม
ลงหยุดหย่อนผ่อนแรงไม่แจ้งความเที่ยวไถ่ถามยักษ์มารชานคีรี ฯ
๏ จะกลับกล่าวท้าวประลัยกัลป์นั้นอยู่ห้องเหมหิรัญคีรีศรี
กับนางมารเมียรักยักขินีแต่ไม่มีลูกเต้าสืบเผ่าพันธุ์
ให้บ่าวไพร่ไปหาบรรดาสัตว์สารพัดช้างเสือเนื้อสมัน
มาส่งส่วยรวยรื่นทุกคืนวันเวลานั้นนั่งแท่นแผ่นศิลา
แลเขม้นเห็นเทพาสุรายักษ์เป็นเพื่อนรักร่วมใจออกไปหา
เชิญให้นั่งเหนือบัลลังก์อลงการ์เห็นพาหาหายขาดประหลาดใจ
จึงซักถามตามแคลงใคร่แจ้งเรื่องหรือบ้านเมืองเคืองเข็ญเป็นไฉน
มีธุระพะพานประการใดจงเล่าให้แจ้งจิตในกิจจา ฯ
๏ ฝ่ายท้าวเทพาสูรพูนเทวษพระชลเนตรพร่างพรายทั้งซ้ายขวา
จึงเล่าความตามทัพอัปราต้องสาตรามนุษย์เป็นสุดคิด
ที่แขนขาดบาดแผลเคยแก้หายที่นี้ร่ายมนตร์เท่าไรก็ไม่ติด
มาหาเกลอเธอเหมือนเพื่อนชีวิตจงช่วยคิดฆ่ามันให้บรรลัย
ประลัยกัลป์หันหุนให้ฉุนแค้นกระทืบแท่นแผ่นผาสุธาไหว
น้อยหรือชะมนุษย์มันสุดใจมาทำให้พระสหายกูขายพักตร์
จะไปจับสับเสี่ยงทำเมี่ยงเคี้ยวกระดูกกระเดี้ยวมันจะมันขยันหนัก
แต่เกลอมาล้าเลื่อยเหน็ดเหนื่อยนักจงหยุดหย่อนผ่อนพักเสียสักวัน
แล้วสั่งเหล่าชาวครัวให้คั่วช้างแรดกับกวางควายผัดมัสมั่น
ทั้งหมูหมีม้าลาพล่าด้วยกันเสือทอดมันหลายตัววัวต้มยำ
ทั้งเหล้าเข้มเต็มตุ่มตั้งถวายชวนสหายกินพลางต่างพูดพรํ่า
หยิบแรดทรายควายวัวตัวละคำเคี้ยวผยํ่าเผยอกลืนด้วยชื่นบาน
ครั้นเมาหนักตักเหล้าแจกบ่าวบ้างร้องเพลงพลางพูดจาอวดกล้าหาญ
บ้างรำเต้นเล่นตามความสำราญที่เมาซานคลานเซเสียงเฮฮา
บ้างเรียกนายอ้ายพ่อขออีกถ้วยเข้ากินด้วยฉวยละมั่งเคี้ยวทั้งขา
บ้างตักเหล้าเฝ้าดื่มไม่ลืมตาส่วนนายด่าเดือดเตะเอะอะกัน
ทั้งองค์ท้าวเจ้าพารากาลวาศลืมแขนขาดพลอยสำราญทรงสรวลสันต์
ครั้นรู้สึกปรึกษาประลัยกัลป์ยาสำคัญมีบ้างหรืออย่างไร
จะต่อแขนแม้นว่าติดสนิทเนื้อพระคุณเหลือหนักแท้ช่วยแก้ไข
ประลัยกัลป์นั้นว่ายาสุราลัยเราได้ไว้แก้หายมาหลายครั้ง
แล้วยกหยิบทิพยามาทาแก้พอหายแผลแต่ไม่ติดเหมือนคิดหวัง
จะเสกเป่าเท่าไรก็ไม่ฟังเหลือกำลังนั่งบ่นว่าจนใจ
แม้นจับได้อ้ายเจ้าของอาวุธนั้นเอาตัวมันมัดถามตามสงสัย
ให้ต่อแขนแม้นว่าติดเหมือนคิดไว้จึงฆ่าให้สิ้นโคตรตามโทษกรณ์
แล้วเสกยาทาแขนที่ขาดนั้นให้ชุ่มมันเหมือนเก่าไม่เน่าหนอน
แล้วว่าทางต่างทวีปจะรีบจรไปราญรอนรบพุ่งชาวกรุงไกร
พลางขึ้นทรงมณฑปที่ยอดเขาถือหลอดเป่าเป็นสำคัญเสียงหวั่นไหว
ฝ่ายพวกบ่าวชาวป่าพนาลัยต่างคนได้ยินเสียงสำเนียงดัง
รู้ว่านายให้หาฉวยอาวุธอุตลุดแล่นมาทั้งหน้าหลัง
นับหมื่นแสนแน่นหนาดาประดังมาพร้อมพรั่งพวกยักษ์จักรวาล
ล้วนน่ากลัวตัวกลายเป็นหลายอย่างเป็นลิงค่างจระเข้เดรัจฉาน
เป็นเนื้อเบื้อเสือลายแรดควายฟานหน้าเป็นมารมีเขี้ยวล้วนเรี่ยวแรง
บ้างถือศรค้อนคทาทั้งพร้าโต้หลาวแหลนโล่เขนขวานชาญกำแหง
มาเซ็งแซ่แออัดจึงจัดแจงเป็นกองแซงหน้าหลังพร้อมพรั่งพล
ประลัยกัลป์นั้นชวนพระสหายสรงนํ้าพุปรุปรายดังสายฝน
ทาจันทน์แดงแต่งสำอางต่างสุคนธ์ทรงเครื่องต้นแต่งองค์อลงการ
ประลัยกัลป์นั้นนุ่งหนังสิงหราชงูเหลือมคาดต่างเข็มขัดรัดประสาน
งูเห่าดงจงอางต่างสังวาลพระเศียรมารมงกุฎพันภุชงค์
ครั้นเสร็จสรรพจับกระบองยืนป้องหน้าดูโยธาพร้อมตามความประสงค์
โห่สนั่นลั่นโลกแล้วโบกธงทั้งสององค์ทรงนั่งหลังมังกร
ให้เคลื่อนทัพขับพหลพลเหาะเหินออกจากเนินจักรวาลชานสิงขร
ต่างลอยเลื่อนเกลื่อนฟ้าข้ามสาครไม่หยุดหย่อนโยธารีบคลาไคล ฯ
๏ จะกล่าวพระสิงหไกรภพบ้างอยู่ห้องปรางค์นพรัตน์จรัสไข
พวกข้าเฝ้าสาวสนมกรมในต่างรักใคร่พร้อมเพรียงทั้งเวียงวัง
แต่องค์พระมเหสีมิให้พบคิดปรารภมิได้สิ้นถวิลหวัง
ให้เชิญมาปราศรัยก็หลายครั้งดูเหมือนดังสาวแส้เชือนแชไป
จะต้องเกี้ยวเกี่ยวดองลองดูหน่อยนึกว่ากลอยกินเล่นเป็นไฉน
แต่นิ่งนึกตรึกตรองทำนองในเห็นจะได้สมคะเนด้วยเล่ห์กล
พอมืดคํ่ายํ่าฆ้องได้สองทุ่มฟ้าชอุ่มกลุ้มกลับพยับฝน
จึงอ่าองค์สรงประพระสุคนธ์อันปรุงปนกฤษณาสุมาลี
ลอบชวนนางข้างแท่นที่แสนฉลาดให้นำทางปรางค์มาศมเหสี
ออกจากห้องย่องแฝงแสงอัคคีสองนารีชี้ทางไปกลางวัง
ครั้นถึงปรางค์นางกระษัตริย์สงัดเงียบพระเดินเลียบรอบชลาทั้งหน้าหลัง
ขึ้นชานพักผลักบานทวารบังค่อยแอบฟังแฝงฝาดูนารี
แกล้งทำเสียงเพียงเทพาสุรารักษ์เรียกองค์อัครชายามารศรี
เร็วเร็วเถิดเปิดบานทวารทีทำอู้อี้อ้าวเสียงค่อยเมียงมอง ฯ
๏ฝ่ายโฉมเทพเทวีศรีสวัสดิ์เงียบสงัดง่วงเหงาให้เศร้าหมอง
เคลิ้มหลับใหลไสยาสน์บนอาสน์ทองฝืนว่าต้องฟ้าฟาดองค์ขาดไป
พอเหลียวหลังมังกรร่อนมากัดหางกระหวัดรัดสิ้นดิ้นไม่ไหว
ครั้นรู้สึกนึกพรั่นประหวั่นใจพอนางได้ยินเสียงสำเนียงดัง
สำคัญว่าสามีเสียทีทัพเธอลอบกลับมาได้ดังใจหวัง
ลงจากแท่นแว่นฟ้าละล้าละลังมาแฝงฟังเท็จจริงยังกริ่งใจ
เสียงออกชื่อถือว่าพญายักษ์คนอื่นจักแกล้วกล้ามาที่ไหน
จึงชักดาลบานสุวรรณออกทันใดพระเข้าในห้องกลับหับทวาร
นางเห็นองค์ทรงศักดิ์ผิดยักษ์ผัวร้องกรีดกลัวตกประหม่าน่าสงสาร
วิ่งเข้าไปในที่ตะลีตะลานแล้วรูดม่านป้องปิดให้มิดองค์
พระเห็นนางกลางคนวิมลโฉมงามประโลมเลิศล้วนนวลระหง
ถึงทุกข์ตรอมผอมซูบทั้งรูปทรงยังคมขำลํ้าอนงค์ทั้งวงวัง
แสงชวาลาสว่างพระย่างย่องตามเข้าห้องเหลียวหาทั้งหน้าหลัง
แลเห็นองค์นงคราญแอบม่านบังทรุดลงนั่งเคียงนางพลางพาที
พี่เสียทัพอัปราปัจจามิตรไม่วายคิดถึงน้องจะหมองศรี
ครั้นเป็นยักษ์จักเข้ามาในธานีพวกไพรีอยู่ในเขตนิเวศน์วัง
จึงกลับแกล้งแปลงเป็นเช่นมนุษย์มาหาสุดสวาทได้เหมือนใจหวัง
อย่านึกแหนงแคลงจิตไม่ปิดบังเจ้าเหมือนดังดวงตาของสามี
ถึงตัวไปใจนึกรำลึกถึงวันนี้จึงลอบมาจะพาหนี
เมื่อน้องแก้วแววตาอยู่ธานีพวกไพรีรุกราญประการใด
นางฟังคำชำเลืองดูรูปโฉมงามประโลมหลากจิตคิดสงสัย
หรือข้าศึกนึกพรั่นประหวั่นใจหรือท้าวไทแปลงมาเหมือนพาที
ถ้าปลงจิตผิดผัวสิชั่วนักเสียยศศักดิ์สารพัดจะบัดสี
จึงเสแสร้งแกล้งว่าจงปรานีอย่าทำทีเทียมผัวให้ชั่วช้า
ใช่รุ่นราวสาวแส้คนแก่เฒ่าจะยั่วเย้ายุ่งหยาบบาปหนักหนา
ที่ในวังยังอักโขล้วนโสภาเชิญไปหาเห็นจะสมอารมณ์ปอง
พระฟังคำซํ้าปลอบว่าขอบจิตสุจริตรักผัวไม่มัวหมอง
มิเสียทีที่พี่ได้ไว้ใจน้องจะปกป้องครองกันจนวันตาย
อยู่ไกลตัวกลัวว่าปัจจามิตรจะแนบชิดเคียงประโลมแม่โฉมฉาย
จึงกลับมาพาไปมิให้อายอย่าเคลื่อนคลายเคลือบแคลงระแวงใจ
พลางจูงหัตถ์ตรัสว่าอย่าช้าอยู่มนุษย์รู้รบต้านทานไม่ไหว
นางฟังคำอํ้าอึ้งตะลึงตะไลคิดจะไปแล้วก็คิดจะผิดตัว
จึงว่าถ้าสามีจงนิมิตให้เพ่งพิศพักตร์เห็นว่าเป็นผัว
นี่รูปร่างอย่างมนุษย์น้องสุดกลัวจะแกล้งยั่วเย้าทำให้ช้ำใจ
พระฟังนางพลางว่าผิดจริตแล้วแม่นางแก้วกินรีนี่ไฉน
ให้เป็นยักษ์จักให้เขาจับเราไว้เถิดเห็นใจเจ้าแล้วเมียมิเสียแรง
รู้กระนี้ไม่อยากมาคิดว่าซื่อเจ้าแปลกหรือหรือว่าอางขนางแหนง
พี่บอกเล่าเจ้าทุกสิ่งเจ้ายิ่งแคลงหรือจะแกล้งกลบเกลื่อนให้เฟือนทาง
อยู่เถิดเจ้าเราจะไปมิใช่ผัวจงตั้งตัวตามถนัดไม่ขัดขวาง
ทำผินหลังยั้งยืนสะอื้นพลางสงสารนางนึกว่าพระสามี
เห็นเคืองขัดตัดรอนวิงวอนไหว้น้องสงสัยว่ามนุษย์สุดบัดสี
แม้นองค์พระภัสดาจงปรานีอย่าราคีคิดแหนงแคลงฤทัย
ขอทราบความตามจริงสักสิ่งหนึ่งนั่นแหละจึงจะสร่างทางสงสัย
ถึงยากเย็นเป็นตายก็หมายใจจะตามไปไม่ขัดพระอัชฌา
พระนั่งแนบแอบประโลมโฉมเฉลาพี่รักเท่านัยเนตรของเชษฐา
คนอื่นไกลใครเล่าจะเข้ามาไม่ควรแก้วแววตาจะราคี
ระลึกถึงจึงอุตส่าห์มาหาน้องอย่าขัดข้องแหนงวิญญาณมารศรี
พลางอิงแอบแนบนวลป่วนฤดีพอสบทีถูกต้องทำนองใน
เปรียบเหมือนดังพังแปรกที่แตกฝูงเขาจับจูงจากดงด้วยหลงใหล
ตามช้างต่อหมอขลังที่นั่งไพรเห็นกิ่งไม้เหมือนหนึ่งป่าอุตส่าห์เดิน
ต้องผูกกูบฟุบเท้าก็เคล่าคล่องทำนิทำนองเปลี่ยนผลัดไม่ขัดเขิน
เหมือนปี่เป่ากราวเชิดต่างเพลิดเพลินไม่กํ้าเกินแก่หัดสันทัดกัน
แต่นางเทพกินราคิดว่าผัวช่างแปลงตัวกลับกลายแยบคายขยัน
จึงทูลถามตามประสงค์ว่าทรงธรรม์จะผ่อนผันคิดอ่านประการใด ฯ
๏ พระลูบโลมโฉมเฉลาเยาวลักษณ์ไม่ลืมรักร่วมจิตพิสมัย
แม้นตัวพี่ชีวันไม่บรรลัยคงไม่ให้แก้วตาอนาทร
จะพาไปไว้ที่พี่ไปอยู่ได้เคียงคู่สุวรรณบรรจถรณ์
แม่โฉมเทพกินราอย่าอาวรณ์จะรีบจรจวนแจ้งแสงตะวัน
จงจัดแจงแต่งองค์เถิดนงลักษณ์พลางเชยพักตร์พิศชมภิรมย์ขวัญ
นางโฉมยงหลงเลยด้วยเคยกันจนไก่ขันจวนจะแจ้งจัดแจงองค์
ประดับเครื่องเรืองจรัสประภัสสรใส่ปีกหางอย่างกินรนวลระหง
พระผินพักตร์กลั้นพระสรวลชวนอนงค์นางโฉมยงเยื้องย่องจากห้องใน
ออกจากปรางค์ทางว่าโยธาหาญล้อมปราการตรวจกันเสียงหวั่นไหว
ยุพาพินบินตามนะทรามวัยเที่ยวดูให้รอบเขตนิเวศน์วัง
แล้วเหาะเลื่อนเคลื่อนคล้อยขึ้นลอยฟ้าพระนำหน้านางงามบินตามหลัง
พระร่อนเรียงเคียงคลอค่อยรอรั้งนางบินบังเบียดผัวด้วยกลัวพล
พระแกล้งพาราร่อนให้อ่อนปีกแฉลบหลีกลอยเร่ในเวหน
เห็นพร้อมพรั่งคั่งคับทัพพยนต์เที่ยวเวียนวนวงรอบในขอบวัง ฯ
๏ ฝ่ายตระเวนเห็นคนบนอากาศต่างก็ฆาตฆ้องสัญญาทั้งหน้าหลัง
ขึ้นขวางทางกลางฟ้าดาประดังคอยระวังมิให้ออกนอกกำแพง
พอดาวเดือนเลื่อนลับพยับฟ้าพระสุริยาไตรตรัสจรัสแสง
นางเห็นพลบนอากาศหวาดระแวงเข้าแอบแฝงภัสดาค่อยพาที
โยธาทัพนับแสนมาแน่นนักเขาคอยกักกั้นไวัมิให้หนี
ต้องเวียนวนจนสว่างขึ้นอย่างนี้จะรู้ที่ผ่อนผันทำฉันใด
พระรอเรียงเคียงชิดสนิทสนอมเจ้างามพร้อมมิ่งขวัญอย่าหวั่นไหว
จะพาแก้วแววตาแม่คลาไคลไปอยู่ในปรางค์มาศปราสาททอง
แล้วจูงองค์นงคราญลงชานพักเห็นพร้อมพรักนักสนมบังคมสนอง
นางหวาดหวั่นพรั่นจิตผิดทำนองดูพวกพ้องพนักงานหมอบกรานเตรียม
พระนั่งกลางปรางค์มาศปราสาทรัตน์นางกระษัตริย์ทรุดกายด้วยอายเหนียม
สาวสุรางค์นางห้ามตามธรรมเนียมต่างเฝ้าเฟี้ยมฟังรสพจมาน
พระแย้มยิ้มพริ้มพรายชม้ายเนตรเห็นอัคเรศรู้องค์ก็สงสาร
หยิบพระศรีที่ตั้งอยู่ทั้งพานวางประทานนงลักษณ์ตรงพักตรา
พระเทพินสิ้นสติดำริคิดเห็นจะผิดผัวรักใช่ยักษา
เราเสียกลผลกรรมได้ทำมาจะเอาหน้าไปแฝงอยู่แห่งใด
เสียดายองค์หลงผัวเหมือนชั่วชาติใจจะขาดคิดน่าเลือดตาไหล
จะกลั้นใจให้ตายกลับหายใจสะอื้นไห้ฮักฮักซบพักตรา
พระตรัสถามทรามสวาทประหลาดแล้วเป็นไรแก้วนัยเนตรของเชษฐา
อยู่ดีดีมิได้ขัดพระอัชฌามาโศกากีดขวางเป็นอย่างไร
หรือทุกข์โศกโรคร้อนแต่ก่อนเก่าไม่บรรเทาทำเข็ญเป็นไฉน
หรือหิวหอบบอบช้ำในนํ้าใจจึงร้องไห้ไม่แถลงให้แจ้งความ
นางแสนแค้นแสนเล่ห์ช่างเสแสร้งยังเสียดแทงถางถากเหมือนขวากหนาม
จึงว่ากรรมทำไว้เหมือนไฟลามเฝ้าติดตามเติมซํ้าให้จำเป็น
ถึงมิชั่วตัวดีถึงทีเคราะห์มาจงเจาะจำชั่วเพราะตัวเข็ญ
คิดไม่ถึงจึงต้องพานํ้าตากระเด็นไม่รักเป็นกายคนแต่จนใจ
แม้นเจ้ากรรมทำลายให้วายวอดเห็นยิ่งยอดยินดีจะมีไหน
นางครวญคร่ำร่ำว่าโศกาลัยพระชลนัยน์ไหลหลั่งลงพรั่งพราย
พระฟังเปรียบเฉียบแหลมยิ้มแย้มเยาะสะเดาะเคราะห์ออกเสียเถิดให้เฉิดฉาย
เพราะพระเสาร์เข้ามาแทรกจึงแยกย้ายเหมือนกระต่ายติดกับต้องอับปาง
อันตัวพี่นี้นํ้าใจเจ้าไม่ชอบจะช่วยปลอบก็กระดากดังขวากขวาง
ความรักใคร่ไม่ยืดจึงจืดจางจะต้องค้างมรสุมเที่ยวตุ๋มลอย
เพราะลมกล้าสาหัสตะปัดตะป่องเรือจึงต้องติดวนเหมือนก้นหอย
จะชิดเฉียดเกลียดกลัวมดตัวน้อยมันจะต่อยเท้งเต้งวังเวงใจ
อันรูปร่างอย่างมนุษย์เห็นหลุดยักษ์ไม่รู้จักห้ามปรามตามวิสัย
พระเสแสร้งแกล้งล้ออรไทแล้วเข้าในแท่นทองห้องบรรทม ฯ
๏ นางฟังตรัสตัดรอนยอกย้อนเย้ยสุดจะเงยดูสุรางค์นางสนม
สะอื้นอั้นกลั้นกลัดอัดอารมณ์กำเริบลมจับนิ่งไม่ติงกาย
หลวงแม่เจ้าเถ้าแก่เข้าแซ่ซ้องจับประคองขนองเน้นที่เส้นสาย
ค่อยริกริกพลิกฟื้นสะอื้นอายเจ้าขรัวนายนั่งปลอบให้ชอบใจ
แม่ไม่มีที่พึ่งอย่าขึ้งโกรธจงออมโอษฐ์อ่อนความตามวิสัย
พวกข้าเฝ้าสาวสนมกรมในจะพลอยได้พึ่งพาบารมี ฯ
๏ นางกระษัตริย์อัดอั้นให้ตันจิตสุดจะปิดสุดจะปัดให้บัดสี
จึงว่ากรรมจำเป็นถึงเช่นนี้มิรู้ที่คิดอ่านประการใด
ด้วยสัจจังหวังว่าพญายักษ์แปลงมารักลุ่มหลงไม่สงสัย
จึงหลงตามความแสนที่แค้นใจจะอยู่ไปเป็นคนไม่พ้นอาย
โอ้กินราหรือมาต้องเป็นสองผัวเหมือนหญิงชั่วชอกช้ำสล่ำสลาย
วาสนาอาภัพให้กลับกลายนางฟูมฟายชลนาโศกาลัย
พวกท้าวนางต่างว่าอย่ากันแสงมิใช่แกล้งกลับจิตคิดไฉน
เหมือนเสียแก้วแล้วกรรมทำอย่างไรจะเกลี่ยไกล่กลับคิดให้ชิดเชื้อ
อย่ากำสรดอตส่าห์เข้าไปเฝ้าแหนยึดให้แน่นเหมือนอย่างยึดหางเสือ
แม้นละเมินเหินห่างจะร้างเรื้อเหมือนเสียเกลือเนื้อเน่าไม่เข้ายา
เธอลวงโลมโฉมยงให้หลงเล่ห์เพราะบุพเพนิวาสพาสนา
ถึงไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินจะนินทาเทวดาท่านก็เห็นเป็นพยาน
สงวนยศอตส่าห์สามิภักดิ์ถึงมิรักก็คงจะสงสาร
ถือทิฐิสิจะกลับอัประมาณทั้งเสียการเสียกายเสียดายดี
นางเห็นจริงนิ่งคะนึงแล้วจึงตอบว่าก็ชอบสารพัดจะบัดสี
ใช่สาวแส้แก่ตัวลูกผัวมีแต่ครั้งนี้มีกรรมจะทำไป
แค้นแต่ปากอยากจะว่าให้สาหัสเห็นจะขัดเคืองวิญญาณ์ที่ปราศรัย
ปรึกษาพลางนางกระษัตริย์จัดสไบตามเข้าไปในที่ศรีไสยา
จึงบังคมก้มกรานประทานโทษได้ขึ้งโกรธเจ้าชีวิตผิดหนักหนา
แต่นี้ไปไม่ขัดพระอัชฌาขอเป็นข้ากว่าชีวันจะบรรลัย ฯ
๏ พระยิ้มพลางทางว่าเป็นข้าเจ้ามิว่างเปล่าอยู่หรืองานการที่ไหน
แม้นเป็นพระมเหสีจะดีใจจะได้ใช้เช่นนั้นเหมือนสัญญา
นางอายเอียงเมียงหมอบตอบพระโอษฐ์ตามแต่พระจะประโยชน์โปรดเกศา
ไม่ขัดเลยเคยขยาดพระอัธยาจะค่อนว่าทารกรรมให้จำตาย
พระว่าพี่วิสัยมิใช่ยักษ์จะได้หักคอเมียเสียง่ายง่าย
แต่ต้องห้ามปรามปราบที่หยาบคายให้หายร้ายรู้จักขอเคยหมอควาญ
พลางแย้มสรวลชวนชมภิรมย์รื่นให้แช่มชื่นเชิงรักสมัครสมาน
แล้วถามนางปางก่อนนครมารนอกเมืองนี้ที่สำราญประการใด
นางนบนอบตอบรสพจนารถที่ประพาสภูผาพฤกษาไสว
มีสระนํ้าถํ้าธารสำราญใจแต่ต้องไปแรมค้างกลางพนม
มีตำหนักรักษาพลับพลาพร้อมล้วนไม้หอมห้องสุรางค์นางสนม
เกิดเพชรนิลถิ่นฐานสำราญรมย์เชิญไปชมให้สบายคลายพระหัย
พระชื่นชอบตอบว่าจงพาพี่ไปพรุ่งนี้นอนค้างหว่างไศล
แล้วออกนั่งยังสิงหาสน์ปราสาทไชยเสนาในอภิวันท์จึงบัญชา
พรุ่งนี้เช้าเราจะออกไปชมสวนเกณฑ์กระบวนแห่แหนให้แน่นหนา
ประเทียบเหล่าสาวสรรค์กัลยาให้พร้อมกันทันเวลาจะคลาไคล
อำมาตย์รับอภิวาทมาบาดหมายทั้งไพร่นายเกณฑ์กันเสียงหวั่นไหว
ถือปืนผาอาวุธธุชธงชัยหมวกเสื้อใส่ต่างต่างละอย่างกัน
เกณฑ์แห่รายซ้ายขวาทั้งหน้าหลังได้พร้อมพรั่งพลไกรพอไก่ขัน
ประเทียบเหล่าสาวสุรางค์นางกำนัลมีม่านกั้นกำบังปูหลังคา
นกอินทรีที่ทรงองค์กระษัตริย์วิมานรัตน์รุ้งพราววาวเวหา
มาเรียงเรียบเทียบประทับที่พลับพลาพอเวลารุ่งเสร็จสำเร็จการ ฯ
๏ ฝ่ายสนมกรมในทั้งใหญ่น้อยต่างเพลินพลอยปรีดิ์เปรมเกษมศานต์
กับทั้งเหล่าสาวสรรค์พนักงานเตรียมเครื่องอานตามตำแหน่งจัดแจงกาย
แต่องค์พระมเหสีผู้มียศให้นึกอดสูใจมิใคร่หาย
ด้วยสามีมิได้เห็นว่าเป็นตายออกตามชายชมสวนไม่ควรเป็น
จะบอกป่วยฉวยเธอคิดว่าบิดพลิ้วจะโกรธกริ้วกราดเกรี้ยวพูดเคี่ยวเข็ญ
จะโศกเศร้าเร่าร้อนไม่หย่อนเย็นโอ้จำเป็นกองกรรมได้ทำมา
จะจัดแจงแต่งตัวตามผัวใหม่ก็อายใจว่าจะรักเธอหนักหนา
ครั้นมิแต่งจะว่าแกล้งทำมารยาจะค่อยว่าแนมเหน็บให้เจ็บใจ
เป็นจำจนอ้นอั้นให้ตันจิตสุดจะคิดขัดข้องทำนองไหน
จะต้องรับอับอายทรงกายไปพอพ้นภัยไม่พ้นคนนินทา
ดำริพลางนางชำระสระสนานพนักงานคอยถวายเครื่องซ้ายขวา
ไม่แต่งองค์นงลักษณ์ผัดพักตราเลือกแต่ผ้านุ่งห่มพอสมทรง
สร้อยสังวาลบานพับสำรับเก่าไม่กวดเกล้ากันเกศเนตรขนง
แล้วชวนเหล่าสาวสุรางค์นางอนงค์มาเฝ้าองค์อิศราคอยคลาไคล ฯ
๏ พระเห็นพักตร์อัคเรศก็รู้เท่าทรงเครื่องเก่าเศร้าหมองไม่ผ่องใส
จึงแกล้งตรัสตัดพ้ออรไทในจิตใจพี่นี้เหมือนจะเลื่อนลอย
ให้หนักหน่วงห่วงหลังระวังหน้านึกพะว้าพะวังวนดังก้นหอย
จะแต่งตัวกลัวจะพานํ้าตาย้อยด้วยแรงน้อยเหนื่อยอ่อนผ่อนกำลัง
จะไปไหนให้ขยั้นไม่ทันเพื่อนไม่ชื่นเหมือนเยี่ยงอย่างแต่ปางหลัง
หรือเจ้าไม่พอใจออกไปนอกวังจะได้สั่งให้เลิกพลสกลไกร
นางฟังคำรํ่าตรัสเป็นตัดพ้อไม่ย่อท้อทูลแจ้งแถลงไข
แสนสงสารผ่านเกล้าเศร้าพระทัยด้วยมาไกลนคเรศนิเวศน์วัง
สรงเสวยเคยชื่นระรื่นรสต้องออมอดอัตคัดประหวัดหวัง
ทั้งยี่ภู่สุวรรณแท่นบัลลังก์ที่จัดตั้งแต่งถวายก็คายคัน
ด้วยเมืองยักษ์นครากาลวาศเป็นเชื้อชาติชาวป่าพนาสัณฑ์
ล้วนซื่อดายตายเปล่าโฉดเขลาครันไม่รู้ชั้นเชิงที่ปฎิพัทธ์
แต่เป็นข้าฝ่าละอองฉลองบาทโปรดประภาษเป็นไฉนก็ไม่ขัด
ชาวโกญจามารันล้วนสันทัดรู้แยบยลปรนนิบัติพระอัชฌา
จึงใช้สอยคล่อยคล่องไม่ต้องโทษควรจะโปรดปฎิพัทธ์มนัสสา
ที่เมืองนี้มีแต่โง่เหมือนโคนาจะผูกพาไปข้างไหนก็ไปตาม
ถึงจะใช้ให้เหมือนคนทุพพลภาพจะคอนหาบหาสาแหรกไปแบกหาม
สนองคุณมุลิกาพยายามสุดแต่ตามพระจะโปรดที่โทษทัณฑ์ ฯ
๏ ชะโฉมเทพกินราคิดว่าแก่มิรู้แง่งอนคารมคมขยัน
ถึงสาวสาวชาวโกญจาเมืองมารันไม่เทียมทันเทียบเจ้านางเฒ่ารึ้ง
คอยเขม้นเช่นกับงูจะสู้หมอไม่รั้งรอร้ายดุทะลุถึง
เหลือกำลังยังไม่เชื่องเปรียวเปรื่องปรึงทั้งลึกซึ้งสารพัดได้หัดปรือ
จะไปสวนป่วนปั่นกระสันโศกมิเกิดโรคร้อยแก้วขึ้นแล้วหรือ
กำเริบลมตรมใจเหมือนไฟฮือเห็นจะรื้อเรื้อรังให้คลั่งคลุ้ม
แม้นรักษายาเย็นเห็นไม่ฟื้นคงจะกลืนลูกกลอนร้อนสุขุม
ยิ่งเดินทางกลางหนที่คนชุมจะกลัดกลุ้มป่วนปั่นเป็นมั่นคง
พลางสรวลสันต์บันเทิงด้วยเชิงฉลาดลงจากอาสน์จรลีเข้าที่สรง
นํ้ากุหลาบอาบอบตรลบองค์ภูษาทรงสนับเพลาพริ้งเพราพราย
ใส่เสื้อทองกรองศอลอออ่อนทับทรวงซ้อนสังวาลประสานสาย
มงกุฎเก็จเพชรกระจ่างพร่างประกายพระหัตถ์ซ้ายธำมรงค์อลงการ
ครั้นเสร็จสรรพจับพระขรรค์แล้วลีลาศนำสุรางค์นางนาฏจากราชฐาน
ขึ้นทรงนั่งหลังอินทรีที่วิมานตั้งเครื่องอานพานสุวรรณเป็นหลั่นลด
แต่นงลักษณ์อัคเรศอยู่ริมแท่นพวกห้ามแหนแวดล้อมอยู่พร้อมหมด
ฝูงกำนัลขันทีที่มียศขึ้นนั่งรถพระประเทียบดูเรียบเรียง
ให้คลายคลี่รี้พลพหลแห่ทั้งหน้าหลังสังข์แตรเซ็งแซ่เสียง
กลองชนะมลายูเป็นคู่เคียงจากวังเวียงเรียงเดินขึ้นเนินดง
นกอินทรีที่นั่งบัลลังก์อาสน์เผ่นผงาดเยื้องย่างเหมือนอย่างหงส์
ทหารรายซ้ายขวารักษาองค์กองกันวงเกียกกายรายระวัง
เข้าเดินทางหว่างพนมร่มระรื่นเสียงครึกครื้นโยธาทั้งหน้าหลัง
เสียงกงรถปรดปรึงก้องกึงกังสะเทื้อนดังกังสดาลสะท้านไพร
พฤกษาออกดอกดวงเป็นพวงห้อยระย้าย้อยอยู่ที่ข้างทางไสว
นางชาววังนั่งแลอยู่แต่ไกลเห็นเกือบใกล้รัถาก็คว้าชิง
บ้างได้ผลหล่นร่วงได้ดวงดอกบ้างเยาะหยอกพูดจาประสาหญิง
เก็บมะไฟได้มะทรางมะปรางปริงเป็นกิ่งกิ่งเลียบสล้างไปข้างรถ
จอมกระษัตริย์ทัศนาพฤกษาสูงต้นยางยูงเย็นระรื่นชุ่มชื่นสด
คีรีเรียงเคียงกันเป็นหลั่นลดบ้างสูงจดจอมเมฆวิเวกใจ
บ้างเขียวขาววาววงตะล่งเลื่อมชะงักเงื้อมง้ำชะโงกโตรกไศล
เสียงสินธุพุลั่นสนั่นไพรเป็นธารใสทรายแก้วพลอยแพรวพราย
มีห้วยเหวเปลวปล่องช่องชะวากดูหลากหลากเล่ห์เขียนวิเชียรฉาย
พระชมเพลินเนินผาศิลาลายขึ้นเนินทรายแซ่เสียงสำเนียงพล
เห็นมืดกลุ้มคลุ้มมาในอากาศดูเกลื่อนกลาดทางฟ้าเวหาหน
เสียงโห่ร้องก้องกระหึ่มครึ้มคำรนให้หยุดพลพยุหบาตรดาษดา
ดูคับคั่งตั้งถ้วนกระบวนทัพคอยรบรับเรียงรายทั้งซ้ายขวา
นกอินทรีที่นั่งยืนรั้งราอยู่กลางหมู่โยธาดูอาการ ฯ
๏ จะกลับกล่าวท้าวเทพาสูรยักษ์กับเพื่อนรักเร่งรัดจัดทหาร
หมายจะตรงลงหยุดอุทยานพอหมู่มารกองนอกมาบอกความ
ว่ากองทัพคับคั่งมาตั้งอยู่สังเกตดูไพร่พลออกล้นหลาม
ยังสงสัยไม่ประจักษ์ตระหนักนามจึงร้องห้ามอสุราพลากร
ให้เกียกกายนายทัพขับพหลลงหยุดบนเนินทรายชายสิงขร
ครั้นรวบรอมพร้อมทหารเคยราญรอนขับมังกรไปหน้าโยธามาร
เห็นเสนาข้าไทมาในทัพสมทบกับวิทยาดูกล้าหาญ
ยิ่งขัดแค้นแน่นใจดังไฟกาลร้องด่ามารมาตยาเสนาใน
ทำไมมึงจึงมากับทัพมนุษย์หมายว่าสุดสิ้นฝีมือกูหรือไฉน
ประเดี๋ยวนี้ชีวันจะบรรลัยจงกลับไปช่วยกันมัดพวกศัตรู
ได้แก้แค้นแทนที่ฆ่าพี่น้องให้กึกก้องเกียรติยศไม่อดสู
ถ้าครั้งนี้มิช่วยเข้าด้วยกูขืนรบสู้กูจะล้างให้วางวาย ฯ
๏ พวกนายกองร้องว่าพญายักษ์ยังรู้จักรักชีวีออกหนีหาย
อันพหลพลกายทั้งไพร่นายก็กลัวตายจึงต้องมาสามิภักดิ์
แต่องค์พระมเหสีที่สนิทยังมาติดตามองค์พระทรงศักดิ์
ทั้งห้ามแหนแสนสาวที่ท้าวรักก็สมัครเข้าด้วยพระภูวไนย
อันหมู่มุขทุกกระทรวงพระหลวงขุนใครมีบุญก็เป็นข้าได้อาศัย
จะโกรธาฆ่าฟันทำฉันใดก็จนใจไม่รู้ที่จะหนีตัว ฯ
๏ เทพาสูรทรงฟังให้คั่งแค้นว่าห้ามแหนมเหสีต่างมีผัว
เงยพักตร์ไม่ใคร่ขึ้นให้มึนมัวสู้ทรงตัวร้องถามตามสงกา
จริงหรือวะมเหสีเขามีชู้หรือโกรธกูกล่าวแกล้งแสร้งมุสา
พวกอสูรทูลแถลงแจ้งกิจจาเดี๋ยวนี้มาพร้อมพรั่งอยู่หลังทัพ
เทพาสูรฉุนแค้นแสนสลดอ่อนระทดระทวยล้มจมลมจับ
ประลัยกัลป์นั้นเข้าประคองรับนวดประทับให้สหายค่อยคลายใจ
แล้วว่าเกลอเธออย่าทุกข์จะรุกรบมันจะหลบหลีกหนีทันที่ไหน
มเหสีอีสนมกรมในจับมาได้แล่เนื้อเอาเกลือทา
เทพาสูรฉุนเฉียวคิดเหนี่ยวหน่วงหรือมันลวงดอกกระมังยังกังขา
ไม่เห็นแน่แก่ใจนัยนาจึงห้ามว่าอย่าเพ่อรบสงบดู
คำโบราณท่านห้ามความลับหลังอย่าให้ฟังคำฟ้องทั้งสองหู
แม้นจริงจังครั้งนี้มันมีชู้จะเลี้ยงดูที่ไหนได้ฆ่าให้ตาย
แล้วทำทีสีหนาทประกาศก้องเหวยพวกพ้องไพรินสิ้นทั้งหลาย
จะฆ่าฟันกันต่างจะวางวายบอกเจ้านายมึงให้มารบราวี ฯ
๏ ฝ่ายพระองค์ทรงมหาศักดาเดชมงกุฎเกศกระษัตริย์ชาติดังราชสีห์
ให้แหวกทัพขับวิหคนกอินทรีออกยืนที่ตรงหน้าพญามาร
แล้วร้องเย้ยเหวยเทพาสุราราชที่แขนขาดหรือไม่หายาประสาน
ยังยกทัพขับมาหาพระกาฬไปวานมารมาช่วยตายไม่อายใจ
อันสาวสาวชาวพารากาลวาศเห็นแขนขาดเขาไม่คิดพิสมัย
ไม่อดสูผู้หญิงจะชิงชัยจะบรรลัยแหลกลงเป็นผงคลี
ท่านท้าวเทพาสูรคิดขุ่นข้องเขม้นมองร้องอุเหม่มเหสี
หลงรำลึกนึกถึงว่ามึงดีกลับมามีผัวใหม่นอกใจกู
ช่างลอยหน้าสามิภักดิ์รักมนุษย์ขากถุยทุดทรยศไม่อดสู
อีห้ามแหนแสนซำสามมาตามชู้อยู่ใกล้กูจะใคร่ถองสักสองตึง
ชะคิดแค้นแต่นางแม่อีแก่แรดสาวสิบแปดปีเปรียบไม่เทียบถึง
มาแอบหลังนั่งเฝ้าให้เคล้าคลึงกระบวนมึงมิรู้สิ้นอีลิ้นทอง
เสียแรงรักภักดีดังชีวิตหรือมาคิดเมามัวมีผัวสอง
แม้นจับได้ไม่เลี้ยงเคียงประคองจะทุบถองล้างนํ้าให้หนำใจ ฯ
๏ นางเทพกินราก้มบังคมกราบสารภาพผิดนักควรตักษัย
จะตีฆ่าด่าฟันทำฉันใดไม่นอกใจเจ้าพระคุณกรุณา
ถึงจะถือซื่อสัตย์ก็พลัดชั่วเหมือนเมามัวมืดมิดผิดหนักหนา
อันความดีที่จะทูลมูลิกาเหมือนมืดสิ้นดินฟ้านภาลัย
เหลือจะทูลมูลความเมื่อยามผิดสุดจะคิดให้พระองค์สิ้นสงสัย
แต่เทวัญชั้นฟ้าสุราลัยจะเห็นใจจริงจังในครั้งนี้
พลางแลดูภูธรเห็นกรขาดอเนจอนาถในวิญญาณ์มารศรี
สะอึกสะอื้นฝืนอารมณ์ไม่สมประดีวิสัญญีอยู่กับอาสน์เพียงขาดใจ ฯ
๏ พญายักษ์รักนางอย่างชีวิตเห็นรับผิดพูดลึกนึกสงสัย
ดูท่วงทีกิริยายังอาลัยเห็นจะไม่สู้เสียดอกเมียเรา
ดำริพลางทางว่าเหวยมนุษย์เป็นบุรุษหฤโหดช่างโฉดเขลา
ไม่กลัวบาปหยาบใหญ่ด้วยใจเบาเมียของเขาคบค้าน่าไม่อาย
อันห้ามแหนแสนสาวอีเหล่านั้นไม่ป้องกันอนุญาตเหมือนมาดหมาย
แต่เมียหลวงหวงแหนแสนเสียดายอย่าวุ่นวายขัดขวางส่งนางมา ฯ
๏ พระยิ้มพลางทางว่าพญายักษ์แม้นเขารักเรียกให้เขาไปหา
อสุรินทร์ผินพักตร์จำนรรจาร้องเรียกเทพกินราไม่พาที
แลเขม้นเห็นซบสลบนิ่งไม่ไหวติงกายามารศรี
เอ๊ะเป็นไรไม่มาหาสามีหรือเทวีวายวางเป็นอย่างไร
พระร้องว้าฮ้าสิงหไกรภพนางสลบนิ่งแน่ไม่แก้ไข
ดูดู๋เหล่าสาวสรรค์กำนัลในทำไมไม่นวดฟั้นกัลยา ฯ
๏ พระสรวลพลางทางลวงว่าดวงสมรเขาแกล้งนอนเสียเขาไม่อยากไปหา
เมื่อคืนนี้นงลักษณ์เล่นสักรวาจนเวลารุ่งเช้าจึงหาวนอน
ประลัยกัลป์นั้นห้ามปรามสหายมันรักชายเชื่อฟังเขาสั่งสอน
จึงเสแสร้งแกล้งนิ่งให้วิงวอนจะง้องอนมันทำไมไม่ได้การ
มันมีชู้รู้เห็นอยู่เป็นแน่ชอบแต่แล่เนื้อให้กาเป็นอาหาร
จะทำให้ไฟกัลป์นั้นบันดาลประหารผลาญเสียให้ยับทั้งทัพชัย
เทพาสูรกลัวจะเสียมิ่งเมียรักแกล้งหน่วงหนักผันแปรพูดแก้ไข
แสนสงสารมารพหลสกลไกรที่จำใจมาด้วยจะม้วยมรณ์
เราคิดล่อพอให้อ้ายไกรภพออกไปรบที่กลางหว่างสิงขร
ทั้งนักสิทธ์วิทยาวิชาธรให้ไฟฟอนเสียไหม้ทั้งไพร่นาย
ปรึกษาพลางว่าเหวยเฮ้ยมนุษย์จะยงยุทธ์ด้วยกำลังไพร่ทั้งหลาย
นึกเอ็นดูหมู่พหลพลนิกายจะพลอยตายเสียเปล่าไม่เข้าการ
แต่แม่ทัพรับสู้กันดูเล่นให้พลเห็นฤทธิแรงกำแหงหาญ
แม้นชนะพระสหายเราวายปราณจงอยู่ผ่านธานีให้ปรีดา
พระแย้มยิ้มพริ้มพรายภิปรายตรัสอันกระษัตริย์เชื้อชาติวาสนา
แม้นเมืองน้อยถอยกำลังอหังการ์ก็ต้องให้แต่ข้าออกราวี
เหมือนตัวท่านราญรอนจนอ่อนฤทธิ์ครั้นสุดคิดแล้วก็ละสละหนี
ยังกลับมาท้าทายอายไม่มีนับถือผีพวกยักษ์จักรวาล
ล้วนโยธาหน้ากากหลากประหลาดเหมือนปีศาจโซเซเดรัจฉาน
ทั้งเซอะซะจะเข้ามาหาพระกาฬเหมือนจะวานผลาญกายให้วายวาง
ประลัยกัลป์หันหุนให้ฉุนโกรธนัยน์ตาโชติช่วงแดงดังแสงฝาง
ทั้งเขี้ยวงอกออกเป็นวาเหมือนงาช้างชี้มือพลางทางว่าเหวยมนุษย์
อันตัวกูผู้มหาอานุภาพเคยปรามปราบฟ้าดินให้สิ้นสุด
ใครไม่หาญทานคทาเทพาวุธจะม้วยมุดเหมือนแมงเม่า[๑]มาเข้าไฟ
นี่หากว่าพระสหายเสียดายหญิงจะพลอยมิ่งเมียรักเขาตักษัย
แม้นมิคิดนิดเดียวประเดี๋ยวใจจะบรรลัยแหลกลงเป็นผงคลี
จะรบรับจับเป็นให้เห็นฤทธิ์สมที่ผิดเมียรักท้าวยักษี
พลางเร่งทัพขับพหลพลโยธีเข้าโจมตีทัพหน้าชาวมารัน ฯ
๏ ฝ่ายพวกยักษ์จักวาลแกว่งขวานง้าวพุ่งแหลนหลาวไล่กระโจมโถมถลัน
พระยาธรรอนรับจับประจัญต่างต่อแย้งแทงฟันกันบรรลัย
เสียงฉัวะฉัวะผลัวะผลุทะลุทะลักเลือดพลักพลักพลุ่งพล่านดังธารไหล
ทั้งตีนตัวหัวขาดเกลื่อนกลาดไปบ้างลากไส้พุงวิ่งทิ้งอาวุธ
พวกพยนต์พลทรายกายสิทธิ์ต่างตามติดตีทัพสัประยุทธ์
เหยียบกุมภัณฑ์ฟันแทงด้วยแรงรุดอุตลุดจับกุมตะลุมบอน
ประลัยกัลป์เห็นทัพย่อยยับแยกบ้างตื่นแตกตายกลิ้งดังสิงขร
เงื้อกระบองร้องดังขับมังกรเข้าไล่ต้อนตีพยนต์ไม่ทนทาน
ถูกโยธาขาขาดล้มกลาดกลิ้งได้ทียิ่งรุกมาที่หน้าฉาน
พระขับนกผกโผนโจนทะยานเข้าต่อต้านตีรันประจัญรบ
อินทรีโถมโจมจิกหยิกด้วยเล็บมังกรเจ็บพลิกสะบัดเลี้ยวกัดขบ
นกอินทรีตีมังกรเสือกซอนซบพระไกรภพเผ่นไล่ประลัยกัลป์
ต่างแรงเรี่ยวเคี่ยวขับสัประยุทธ์อุตลุดเลี้ยวลัดสะพัดผัน
อสุรีตีพลาดพระฟาดฟันถูกกุมภัณฑ์ล้มดิ้นสิ้นชีวา
แต่ท้าวเทพาสูรนั้นวุ่นวิ่งเข้าฉุดชิงเมียรักของยักษา
พระเหลียวเห็นเผ่นฟาดด้วยสาตราถูกแขนขวาขาดพลัดตกปัถพี
ยังแต่ตัวกลัวตายอายผู้หญิงอุตส่าห์วิ่งเหยาะเหยาะแล้วเหาะหนี
พวกพลยักษ์จักรวาลไม่ต้านตีขอชีวีวอนว่าเป็นข้าไท
จอมกระษัตริย์ตรัสห้ามปรามทหารไมให้ผลาญพวกยักษ์ให้ตักษัย
แล้วรวบรอมพร้อมพหลสกลไกรได้กระบองของประลัยกัลป์มาร
มเหสีที่ลมจับก็กลับฟื้นเสด็จคืนเข้านิเวศน์ประเทศสถาน
ให้รางวัลบรรดาข้าราชการทั้งทหารล้วนทั่วทุกตัวกัน
พวกเจ้าจอมหม่อมห้ามที่ตามเสด็จใส่แหวนเพชรสร้อยสะอิ้งทุกสิ่งสรรพ์
หลวงแม่เจ้าท้าวนางได้รางวัลทั้งกำนัลนักสนมกรมใน ฯ
๏ จะกลับกล่าวท้าวเทพาสูราบ้างเหาะไปกลางเกลียวมหาชลาไหล
ไม่มีแขนแสนสลดรันทดฤทัยแม้นอยู่ไปก็จะรับแต่อับอาย
จึงโจนลงคงคาประดานํ้ากระเดือกดำดิ่งไปลึกใจหาย
จะกลับผุดสุดแรงพลิกแพลงกายก็บรรลัยในสายสมุทรไท ฯ
๏ จะกล่าวความนามขินีเป็นที่รักเมียประลัยกัลป์ยักษ์ที่ตักษัย
ได้แก้วตาของพญานกยูงไว้ทำแหวนใส่นิ้วนางอย่างมนุษย์
รู้เหาะเหินเดินฟ้านภากาศด้วยอำนาจแก้วเนตรวิเศษสุด
เมื่อสามีกรีพลไปรณยุทธ์ครั้นม้วยมุดมีลางถึงนางมาร
ให้ฝันเห็นเป็นว่าผัวนั้นหัวขาดโลหิตสาดโซมองค์น่าสงสาร
พอตื่นเช้าบ่าวมาบอกอาการว่าขุนมารผัวขวัญนั้นบรรลัย
ยักขินีตีอกแล้วชกหัวลงทอดตัวโศกซบสลบไสล
แล้วกลับฟื้นกลืนกลํ้าระกำใจนั่งร้องไห้โหยหาถึงสามี
เสียงโฮโฮโอ้ว่าพญายักษ์เคยฟูมฟักรักน้องไม่หมองศรี
มาสิ้นสูญบุญท้าวเสียคราวนี้ไม่มีที่พึ่งพาเอกากาย
โอ้อกกูอยู่เดียวเปล่าเปลี่ยวจิตยิ่งคิดคิดแล้วให้จิตใจหาย
จะนั่งนอนร้อนรนกระวนกระวายเฝ้าฟูมฟายแต่นํ้าตาด้วยอาลัย
ยามเที่ยงคืนดื่นดึกนึกถึงผัวยิ่งหมองมัวซบหน้านํ้าตาไหล
จะแลเหลียวเปลี่ยวเปล่าง่วงเหงาใจจำจะไปตามหาศพสามี
แม้นหลอเหลือเนื้อหนังยังไม่สูญจะกองกูณฑ์เก็บเข้าช่วยเผาผี
ให้สิ้นตัวผัวรักด้วยอัคคีจะได้มีผัวอื่นให้ชื่นใจ
จึงจัดแจงแต่งกายนุ่งลายอย่างสไบบางริ้วทองผุดผ่องใส
ตุ้มหูห้อยสร้อยนวมสวมกำไลแล้วสอดใส่แหวนแววแก้วโมรา
กรีดนิ้วมือถือพัดดูหยัดเหยาะระเห็จเหาะข้ามทะเลลอยเวหา
หนทางไกลได้เดือนไม่เคลื่อนคลาถึงกรุงกาลวาศลงริมพงไพร
พอพวกยักษ์จักรวาลมาพานพบถามถึงศพสามีอยู่ที่ไหน
พวกบ่าวนำตำแหน่งให้แจ้งใจนางแลพบศพประลัยกัลป์มาร
ซากศีรษะอัฐิเปื่อยปริเน่าจึงก้มเกล้ากราบลงด้วยสงสาร
สะอื้นอั้นตันใจอาลัยลาญขินีมารร้องไห้ฟายน้ำตา
โอ้พ่อคุณทูนหัวผู้ผัวแก้วมาม้วยแล้วสิ้นชาติวาสนา
เมียอุตส่าห์พยายามติดตามมาไม่พูดจาด้วยบ้างเหมือนอย่างเคย
เมื่อยามเป็นเห็นเมียเคยเคลียเคล้าประโลมเล้าเนื้ออุ่นพ่อคุณเอ๋ย
ตั้งแต่นี้มิได้คืนมาชื่นเชยจะแลเลยลับเลื่อนทุกเดือนปี
เคยนอนแท่นแผ่นผาศิลาลาดมาไสยาสน์ริมข้างทางวิถี
ยิ่งสมเพชเวทนาศพสามีเสียงโฮโฮโศกีพิรี้พิไร
พอขุนยักษ์จิตราพาทหารเที่ยวตรวจด่านเดินทางหว่างไศล
ถึงเนินทรายชายป่าพนาลัยเห็นร้องไห้รักผัวจับตัวมา
แกล้งคุกคามถามดูก็รู้จักว่าเป็นมิ่งเมียรักท้าวยักษา
พวกกบฏกฎหมายวายชีวาให้บ่าวผูกมือมาถึงธานี
พอพระองค์ทรงเดชเกศกระษัตริย์ออกนั่งตรัสการบำรุงซึ่งกรุงศรี
ขุนจิตราพานางอสุรีเข้าไปที่เฝ้ามูลกราบทูลความ
พระทรงฟังสังเวชเป็นเพศหญิงครั้นจะนิ่งเสียก็ยากเหมือนขวากหนาม
ถ้าปล่อยปละจะละเลิงดังเพลิงลามสั่งให้ล่ามโซ่จำใช้ทำงาน
ข้างโฉมยงองค์มิ่งมเหสีเห็นยักขินีซื่อตรงก็สงสาร
ทูลอ้อนวอนขอโทษพระโปรดปรานรับนางมารมาไว้ห้องไสยา
ถือว่าพระมเหสีสหายผัวเป็นเพื่อนตัวตื้นลึกได้ปรึกษา
ทั้งนางยักษ์รักเทพกินราค่อยพูดจาปรนนิบัตินั่งพัดวี ฯ


[๑] แมงเม่า = แมลงเม่า

 

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ