ตอนที่ ๖ สิงหไกรภพเข้าเมืองมารัน แล้วได้พระธิดาสร้อยสุดาเป็นพระชายา

๏ จะกลับกล่าวถึงท้าวจัตุพักตร์พญายักษ์ปราบสิ้นดินสวรรค์
ได้ครอบครองนัคราชื่อมารันพลกุมภัณฑ์นับแสนแน่นนคร
มีโฉมยงองค์เอกมเหสีชื่อมณฑาวดีดวงสมร
อเนกแน่นแสนสุรางค์นางนิกรดังดวงเทพอัปสรอันโสภา
อันโอรสบุตรีหามีไม่ท้าวเธอได้นางเกิดในบุปผา
เลี้ยงเป็นบุตรสุดสวาทดังดวงตาให้ชื่อนางสร้อยสุดาวิลาวัณย์
ถนอมไว้ในเขตนิเวศน์สถานจัดทหารล้อมกำแพงแข็งขยัน
ให้ล้อมปราสาทเพชรไว้เจ็ดชั้นช่วยป้องกันพระธิดายุพาพาล ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงองค์สร้อยสุดาสมรอยู่ถาวรในปราสาทราชฐาน
สถิตเหนือแท่นรัตน์ชัชวาลแสนสำราญราคีไม่บีฑา
สู้เสงี่ยมเจียมองค์ดำรงศักดิ์จนนงลักษณ์ได้สิบสี่พระชันษา
ละเลิงหลงทรงเล่นตุ๊กตากับบรรดาสาวสรรค์กำนัลใน
พอคู่สร้างนางมาถึงประเทศให้อาเพศครวญคิดพิสมัย
จนลืมเล่นตุ๊กตาไม่อาลัยรัญจวนใจจนจิตพระธิดา
จึงให้นางพนักงานอ่านอิเหนาระเด่นเข้าห้องสุวรรณกันจะหนา
บรรทมฟังวังเวงในวิญญาณ์จนนิทราเคลิ้มหลับระงับไป
จวนสว่างนางทรงนิมิตฝันว่าพระจันทร์แจ่มแจ้งจำรัสไข
เสด็จจากฟากฟ้าสุราลัยมาเนาในแท่นสุวรรณอันบวร
รัศมีสีสว่างกระจ่างห้องเข้าเลียมลองลูบกายสายสมร
นางเบือนบิดปิดปัดสลัดกรพอจะค้อนมาฟื้นตื่นพระองค์
รู้ว่าฝันขวัญหายนึกอายจิตนางนิ่งคิดนึกคะนึงตะลึงหลง
จนรุ่งรางสว่างแสงพระสุริยงพระจันทร์ลงลับฟ้ายิ่งอาลัย
จึงเรียกเหล่าเถ้าแก่มาแก้ฝันนางรำพันบอกแจ้งแถลงไข
เจ้าขรัวยายทายทูลให้ถูกใจแม่จะได้ลาภล้นคณนา
เป็นของดีที่ยิ่งทุกสิ่งสรรพ์งามเหมือนจันทร์ที่กระจ่างกลางเวหา
เป็นวันเสาร์ยามสามตามตำราข่าวจะมาแจ้งความในสามวัน ฯ
๏ นางฟังคำทำนายภิปรายเปรียบเชิงประเทียบรู้เท่าทุกสิ่งสรรพ์
จึงตอบว่าถ้าได้ทรัพย์กับสุวรรณจะแบ่งปันให้ทั่วทุกขรัวยาย
แล้วแลดูสุริยาเวลาเฝ้าจึงชวนเหล่าสาวสรรค์สิ้นทั้งหลาย
จากปราสาทสุวรรณพรรณรายก็ผันผายขึ้นเฝ้าท้าวกุมภัณฑ์ ฯ
๏ ปางพระองค์ทรงโลกโมลียักษ์เห็นลูกรักเศร้าสร้อยเหมือนโศกศัลย์
ไม่แต่งองค์ทรงสำอางอย่างทุกวันทีจะรัญจวนใจไม่เสบย
จึงดำรัสถามความไปตามซื่อเจ้าเจ็บไข้ไปหรือนะลูกเอ๋ย
หรือเคืองข้องหมองหมางอย่าพรางเลยแม่ทรามเชยเล่าแถลงให้แจ้งใจ
นางบังคมก้มกราบพนาสูรสนองทูลกิจจาอัชฌาสัย
เพราะพระคุณอุ่นเกศคุ้มเภทภัยลูกมิได้ข้องขัดหัทยา ฯ
๏ เจ้ากรุงมารฟังสารสายสวาทพจนารถน่ารักนั้นนักหนา
เห็นเกรงใจไม่แจ้งซึ่งกิจจาแต่กิริยาไม่สบายข้างภายใน
จำจะพาโฉมงามทรามสวาทไปประพาสชมมัจฉาชลาไหล
ถึงเกาะแก้วแนวเนินพนมไพรให้ชื่นใจลูกน้อยสร้อยสุดา
ดำริพลางทางตรัสกับนงลักษณ์เจ้าดวงจักษุในเบื้องซ้ายขวา
พ่อจะชวนเจ้าไปชมยมนาห้องมหามหรณพเนินคีรี
ดำรัสพลางทางเยี่ยมพระแกลรัตน์โองการตรัสสั่งนนทยักษี
จงตระเตรียมเภตราอย่าช้าทีกูจะพาบุตรีไปชมชล ฯ
๏ เสนารับอภิวาทกรุงกระษัตริย์มาเรียกรัดเร่งรับอยู่สับสน
จัดเภตราห้าร้อยบรรทุกพลทั้งต้นหนล้าต้ามาประจำ
สำเภาทรงธงทองทั้งท้ายหน้าทำใบผ้าพื้นแดงดูงามขำ
เรือดั้งกันนั้นล้วนใบดำมาลอยลำแลสล้างกลางคงคา
ครั้นเสร็จสรรพกลับเข้าไปกราบทูลพนาสูรแสนโสมนัสสา
จึงตรัสชวนลูกน้อยสร้อยสุดากับมณฑาวดีร่วมชีวัน
ทั้งพระวงศ์พงศาบรรดายักษ์กำนัลนักสนมนาฏนางสาวสรรค์
ออกจากวังคั่งคับนับหมื่นพันก็ตามกันลงไปในเภตรา
แต่จอมวงศ์พงศ์กระษัตริย์จัตุพักตร์กับเมียรักบุตรีเสน่หา
ขึ้นนั่งบนบาหลีด้วยปรีดาฝูงกำนัลกัลยาอยู่รายเรียง ฯ
๏ ฝ่ายกุมภัณฑ์ขันกว้านบางจังกว้าก็เฮฮาโห่ลั่นสนั่นเสียง
ถอนสมอช่อใบขึ้นพร้อมเพรียงออกแล่นเรียงรายมาในสาคร
ออกทะเลน้ำลึกนึกอนาถมัจฉาชาติใหญ่น้อยลอยสลอน
คลื่นละลอกกลอกกลิ้งเป็นตอนตอนเรือขย้อนโยนพัดสะบัดใบ
สร้อยสุดาเล็งแลกระแสสมุทรจิตมนุษย์นึกพรั่นประหวั่นไหว
เข้าเคียงบาทพระบิดาประหม่าใจตกพระทัยทึกทักซบพักตรา ฯ
๏ เจ้ากรุงมารรับขวัญรำพันปลอบแม่อย่าหมอบนักเลยจงเงยหน้า
ถึงสำเภาอับปางกลางคงคาพ่อจะพาเหาะไปมิให้ตาย
แล้วแย้มสรวลชวนชมมัจฉาชาติขึ้นเกลื่อนกลาดกลางวนชลสาย
ฝูงโลมามาเคียงกันเรียงรายปลาวาฬว่ายเวียนหาฝูงปลาวาฬ
ฉลามเลี้ยวเที่ยวตามฉลามคู่ฉนากงูงวงฟาดฉะฉาดฉาน
ปลาวาฬผุดพ่นนํ้าเท่าลำตาลกระโห้หาญหวงไข่ไล่กุมภา
เป็นคู่คู่งูเงือกขึ้นเกลือกกลิ้งมัติมิงคล์กอดกัดกินมัจฉา
พระชี้บอกลูกน้อยสร้อยสุดาให้ชมปลาทั้งสนมกรมใน
แล้วร้องสั่งอสุราโยธาหาญให้หมู่มารลงเล่นชลาไหล
จับปลาร้ายที่ในสายสมุทรไทเอามาให้ลูกกูจะดูมัน
อสุรินยินเสียงพญายักษ์ใจก็รักจะใคร่เล่นเกษมสันต์
กระโดดโถมโครมครามลงตามกันเสียงสนั่นกึกก้องท้องทะเล
บ้างไล่คว้าปลาฉลามตามฉนากฉุกกระชากชิงกันอยู่หันเห
บ้างดำนํ้าคลำงมสมคะเนหนีบจระเข้ขึ้นมาได้อ้ายกะโต
บ้างจับนาคปากกัดกระหวัดกอดมันเลยลอดลัดไปให้โมโห
บ้างจับนางเงือกนํ้าทำเฉโกกระชากฉุดผุดโผล่ขึ้นกลางชล
อันสัตว์ร้ายที่ในสายกระแสสินธุ์อสุรินไล่จับอยู่สับสน
ทั้งนายไพร่ได้ทุกกุมภัณฑ์พลแล้วต่างคนมาถวายอยู่รายเรียง ฯ
๏ ฝ่ายจอมอสุรินทร์ปิ่นกระษัตริย์ตบพระหัตถ์สรวลสันต์สนั่นเสียง
ให้ลองแรงแข่งดูเป็นคู่เคียงใครแพ้เพลี่ยงเย้ยเยาะหัวเราะกัน
เสียงกึกก้องมาในท้องทะเลหลวงทุกกระทรวงปรีดิ์เปรมเกษมสันต์
พอถึงเกาะหว่างท่าหน้าอารัญ[๑]ปืนหลักลั่นตึงตามกันสามที
ทอดสมอรอรั้งอยู่ทั้งหมดต่างโทรมลดลงใบไว้กับที่
ท้าวกุมภัณฑ์บัญชาชวนบุตรีมเหสีสาวสนมกรมใน
ลงสัดจอง[๒]ล่องเลยเข้าเกยหาดขึ้นลีลาศเลียบเดินเนินไศล
หอมตรลบกลบกลิ่นดอกไม้ไพรระรื่นในหว่างเวิ้งเชิงคีรี
ดูดาษดื่นพื้นพรรณล้วนบุปผาย้อยระย้าสองข้างหว่างวิถี
พญายักษ์หักกิ่งเก็บจำปีแล้วเลือกที่ใบติดให้ธิดา
พระมารดากรีดเล็บเก็บนางแย้มให้โฉมยงทรงแซมซึ่งเกศา
ฝูงกำนัลชวนกันเก็บจำปาใส่ห่อผ้าแพรห่มแล้วชมเชย
ที่เตี้ยค่อมน้อมกิ่งเก็บไม่ได้ขอดอกไม้ลูกบ้างเถิดแม่เอ๋ย
เขาวิ่งหนีน้อยใจกระไรเลยต่างเยาะเย้ยก็ยิ่งอายซังตายเดิน ฯ
๏ ฝ่ายพระนุชบุตรีศรีสมรบทจรเลียบดูภูเขาเขิน
พญายักษ์นำหน้าพาดำเนินนางเพลิดเพลินทางเก็บมาลา
ถึงสถานศาลสรวงสุรารักษ์พญายักษ์หยุดนั่งริมเนินผา
อัคเรศดวงจิตกับธิดาก็ตามมาหมอบเมียงอยู่เคียงองค์
นางสาวสรรค์บรรดาตามเสด็จที่เหนื่อยเหน็ดก็กระเจิงละเลิงหลง
บ้านเดินเด็ดดอกไม้มาในดงฝูงอนงค์ร้องเรียกกันเพรียกไป ฯ
๏ ฝ่ายนกแก้วกายแปลงกำแหงหาญอยู่บนศาลเขาเขตข้างเพศไสย
สนิทหลับจับเจ่าเศร้าพระทัยสะดุ้งได้ยินเสียงสำเนียงดัง
จึงโผโผนโจนจับกิ่งพฤกษาทัศนาเห็นคนอยู่คับคั่ง
มเหสีแสนสาวนางชาววังประณตนั่งอยู่กับหน้าพญามาร[๓]
พลางเขม้นเห็นสร้อยสุดาสมรละอออ่อนเอวองค์ทรงสัณฐาน
พึ่งแรกรุ่นรูปโฉมประโลมลาญเยาวมาลย์นั่งเลือกมาลากรอง
ดังดวงจันทร์วันเพ็งเปล่งจำรัสเป็นนวลผัดผิวฉวีไม่มีหมอง
พระเต้าตั้งดังดอกปทุมทองดูขาวผ่องครัดเคร่งเต่งอุรา
เนตรขนงวงพักตร์ประไพพริ้มเป็นยักยิ้ม[๔]น่ารักนั้นนักหนา
จะแลไหนก็วิไลละลานตาเสน่หารัญจวนปั่นป่วนใจ
จะเป็นราชธิดาพนาสูรหรือประยูรญาติวงศ์ยังสงสัย
จึงแฝงกายเกาะนิ่งกับกิ่งไทรจะฟังให้แจ้งจิตในกิจจา ฯ
๏ ฝ่ายท่านท้าวจัตุพักตร์สำนักนั่งเข้าเอนหลังเอกเขนกที่เนินผา
จึงเรียกฝูงสาวสรรค์กัลยามาพร้อมหน้าทั้งกำนัลพนักงาน
พญายักษ์จึงประจักษ์ให้แจ้งเหตุว่าทรงเดชศักดิ์สิทธิ์สถิตศาล
เป็นเหราฤทธิไกรดังไฟกาลบริวารนับแสนแน่นนที
ทำศักดามาจากสะดือสมุทรยักษ์มนุษย์แพ้พ่ายกระจายหนี
เข้าอาศัยในเกาะแก้วโมลีแล้วทำทีเป็นเจ้าของคอยป้องกัน
เทพบุตรครุฑาลงมาเล่นก็กินเป็นภักษาให้อาสัญ
พระเจ้าปู่ผู้ผ่านกรุงมารันให้กุมภัณฑ์เสนามาราวี
พวกกุมภาฆ่าตายเสียหลายแสนจึงคั่งแค้นเคืองบาทบทศรี
เสด็จยกพลมาจากธานีผลาญชีวีสัตว์ร้ายจึงวายปราณ
แต่ฝ่ายท้าวเหราศักดาเดชเป็นเทเวศศักดิ์สิทธิ์สถิตศาล
พระลูกยาพาสนมบริวารเยาวมาลย์ฟ้อนถวายเถิดสายใจ
ให้คุ้มครองป้องปัดอุบัติเหตุรำถวายเทเวศช้างเพศไสย
คุ้มสิ่งสิ้นสารพัดกำจัดภัยแม่สายใจจะได้ชื่นทุกคืนวัน
แล้วแต่งสรวงเสวยนมเนยพร้อมทั้งเครื่องหอมสารพัดล้วนจัดสรร
เป็ดไก่หมูสุราสารพันจอกนํ้าจัณฑ์จัดถวายอยู่รายเรียง
แล้วฆาตกลองประโคมเสียงโครมครีกมโหระทึกสังข์แตรเซ็งแซ่เสียง
ปางพระนุชบุตรีกับพี่เลี้ยงอยู่พร้อมเพรียงสาวสรรค์กัลยา
น้อมคำนับจับระบำแล้วรำฟ้อนบ้างทอดกรกรีดกรายทั้งซ้ายขวา
รำนกบินกินรช้อนจินดาแล้วย้ายท่าสอดส่ายสังวาลวัลย์
ไว้จังหวะประปรายกรีดกรายหัตถ์วาดกระหวัดวงเวียนดูเหียนหัน
สาวสุรางค์นางห้ามรำตามกันดูเชิงชั้นเฉิดฉายชะม้ายเมียง
นางโฉมยงทรงร้องบทบวงสรวงพวกช้าหลวงรับเพราะเสนาะเสียง
พวกห้ามแหนแสนสุรางค์นางจำเรียงส่งสำเนียงทุ้มเอกวิเวกใจ
พระบิตุรงค์ทรงพระสรวลเสียงคักคักเห็นลูกรักรำดีจะมีไหน
กลัวจะเหนื่อยเมื่อยศออรไทจึงห้ามให้หยุดยั้งลงบังคม ฯ
๏ นกแก้วแปลงแฝงพฤกษาตาชะม้อยเห็นนางสร้อยสุดารำนำสนม
ประไพพักตร์ลักษณ์ลํ้าทั้งขำคมสมที่ห่มตาดปิดช่างบิดเบือน
พระกรเกศเนตรขนงวงนลาฏมารยาทยอดสตรีไม่มีเหมือน
พระปรางทองผ่องพวงดังดวงเดือนเหมือนจะเยื้อนแย้มยิ้มให้ชิดเชย
ยามชะม้ายชายเนตรก็น่ารักวิไลลักษณ์เหลือดีเจ้าพี่เอ๋ย
จะผ่อนผันฉันใดยังไม่เคยจะได้เชยชมนุชพระบุตรี
มิเกรงฤทธิ์บิดาจะถาโถมอุ้มประโลมลักพาสุดาหนี
ยิ่งครวญใคร่ในอารมณ์ไม่สมประดีหลงพาทีทักถามด้วยความรัก
เจ้างามขำลํ้านางสำอางโฉมงามประโลมขำคมทั้งสมศักดิ์
รู้สึกตัวกลัวบิดาพญายักษ์ร้องสาวรักสาวกอดฉะฉอดไป ฯ
๏ สาวสุรางค์ต่างเขม้นเห็นนกแก้วอยู่นี่แล้วมองเมียงส่งเสียงใส
ทั้งพระนุชบุตรีดีพระทัยอยากจะได้สกุณาพูดจาดี
ส่งสำเนียงเสียงแจ้วเจ้าแก้วจ๋าลงมาหาน้องหน่อยอย่าถอยหนี
จะพาแก้วแววตาไปธานีอยู่ริมที่นอนน้องประคองชม
ทั้งส้มสูกลูกฝรั่งแลมังคุดอีกละมุดสีดาหาไว้ถม
เจ้าแก้วเอ๋ยลงมาอย่าปรารมภ์น้องจะชมเชยแก้วเจ้าแววตา ฯ
๏ นกแก้วพลอดออดเสียงสำเนียงเสนาะแม่ฉอเลาะเหลือเอกเหมือนเมขลา
ฉันอยู่ด้วยฉวยโมโหจะโกรธาจะค่อนว่าทาระกำ[๕]ให้ชํ้าใจ
จะผูกมัดตัดปีกฉวยฉีกแล้วโอ้นกแก้วจะไม่มีที่อาศัย
มีเจ้านายร้ายเหลือฉันเบื่อใจจะลาไปอยู่ป่าพนาวัน
ซึ่งส้มสูกลูกพฤกษาจะหาให้ขอบพระทัยที่พระโอษฐ์โปรดหม่อมฉัน
แม้นจริงจังดังว่าสารพันให้ลูกจันทน์ฉันนะจ๊ะพระธิดา ฯ
๏ โอ้เจ้าแก้วแจ้วเสียงสำเนียงพลอดสาวจะกอดแก้วรักให้นักหนา
นํ้าผึ้งเคล้าเข้าตอกใส่จอกมาจะป้อนแก้วแววตาอย่าอาดูร ฯ
๏ นางห้ามแหนแหงนคอสอพลอพลอดสาวรักสาวจะกอดเจ้าแก้วกรุ่น
ไปอยู่วังมั่งมีบริบูรณ์จะเพิ่มพูนผลไม้ล้วนใส่พาน
นกแก้วพลอดฉอดฉอเลาะหัวเราะมั่งอุแม่เจ้าชาววังช่างปากหวาน
ฉันพรั่นตัวกลัวนักล้วนยักษ์มารจะล้างผลาญชีวันให้บรรลัย ฯ
๏ ท้าวจัตุพักตร์ทักทายว่าอ้ายแก้วช่างพูดแจ้วเจ้าชู้เดิมอยู่ไหน
พระลูกรักจักเลี้ยงไว้เวียงไชยจะจับไปบินโบยมาโดยดี
แล้วสั่งให้ไพร่พร้อมเข้าล้อมนกเจ้าแก้วตกใจนักกลัวยักษี
โถมถึงองค์นงนุชพระบุตรีซบลงที่ทรวงนางไม่ห่างองค์
สร้อยสุดาว่าอย่าร้องประคองอุ้มสไบหุ้มห่อชมสมประสงค์
นกแก้วแปลงแกล้งแอบแนบอนงค์แม่โฉมยงช่วยฉันพ้นบรรลัย ฯ
๏ นางฟังพลอดกอดประทับแล้วรับขวัญท่านไม่ฆ่าดอกอย่าพรั่นประหวั่นไหว
นางห้ามแหนแสนสนมกรมในต่างชอบใจนกแก้วแจ้วเจรจา
พอเย็นลงองค์ท้าวจัตุพักตร์ชวนลูกรักนักสนมทั้งซ้ายขวา
ลงสัดจองล่องทะเลขึ้นเภตราแล่นกลับมานัคเรศนิเวศน์วัง ฯ
๏ ฝ่ายพระนุชบุตรีศรีสวัสดิ์ถึงปรางค์รัตน์ชื่นชมด้วยสมหวัง
ให้นกจับกับสุวรรณที่บัลลังก์จึงตรัสสั่งพวกนางช่างข้างใน
เอาทองคำทำคอนให้นอนจับที่สำหรับรองของอันผ่องใส
เลือกส้มสูกลูกฝรั่งทั้งลำไยนั่งปอกให้สกุณาไม่อาวรณ์
ทำสายสร้อยห้อยหกให้นกจับอยู่ริมกับแท่นสุวรรณบรรจถรณ์
พอพลบคํ่ารํ่าพลอดฉอดชะอ้อนวันนี้นอนหนาวใจกระไรเลย
ก็ไหนเล่าสาวรักสาวจะกอดหรือมาทอดทิ้งเล่าแม่เจ้าเอ๋ย
ชื่อว่ารักจักเลี้ยงไว้เคียงเชยแล้วจะเลยล่อลวงให้ทรวงตรม ฯ
๏ นางชอบชื่นยื่นกรให้คอนนกมาแอบอกอุ่นจิตสนิทสนม
นกแก้วเอ๋ยเชยชื่นรื่นอารมณ์เคียงบรรทมทำเหมือนนกปีกปกนาง
พอเดือนคล้อยสร้อยสุดานิทราหลับอัจกลับส่องแสงแจ้งกระจ่าง
นกแก้วตื่นยืนยิ้มอยู่ริมคางค่อยเชยปรางหอมหวนรัญจวนใจ
พระโอษฐ์เอี่ยมเทียมสีลิ้นจี่จิ้มเหมือนจะยิ้มแย้มรับทั้งหลับใหล
บรรทมงามทรามสมรอ่อนละไมแลวิไลลักขณาวิลาวัณย์
จำจะกลายกายเป็นเช่นมนุษย์ประโลมสุดสวาทน้องประคองขวัญ
ยิ่งเชยชื่นกลืนกลํ้ากลิ่นอำพันสุดจะกลั้นกลืนรักหนักอุรา
คาบขวดแก้วแล้วออกไปนอกห้องค่อยบินล่องไปสู่เนินภูผา
ลงตักนํ้าสำหรับกลับกายาแล้วรีบมาปรางค์ทองเข้าห้องใน
จึงดื่มนํ้ากลํ้ากลืนค่อยชื่นชุ่มกลับเป็นหนุ่มนวลละอองผุดผ่องใส
ทรงเครื่องพราหมณ์งามประโลมโฉมวิไลเข้านั่งใกล้กลอยสวาทบนอาสน์ทอง
โคมแอร่มแจ่มสว่างกระจ่างพักตร์วิไลลักษณ์ลํ้าสตรีไม่มีสอง
เข้าเอนแอบแนบนอนกรประคองถนอมน้องเนื้ออุ่นละมุนละไม ฯ
๏ พระนุชน้อยสร้อยสุดาผวาหวาดเห็นหน่อนาถนึกพรั่นประหวั่นไหว
นางพลิกผลักหักพระหัตถ์สะบัดสไบพระหน่อไทยุดนางไม่วางกร
นางเบือนบิดปิดไว้หน่อไทขวางมิให้ห่างจากสุวรรณบรรจถรณ์
นางหลีกเลี่ยงเหวี่ยงว้ายชะม้ายค้อนพระว่าวอนแล้วประโลมนางโฉมยง
พี่อุตส่าห์พยายามมาตามน้องถึงแท่นทองที่บรรทมสมประสงค์
ได้เชยชิมนิ่มนุ่มได้อุ้มองค์ถึงปลิดปลงชีวาไม่อาลัย
ขอเล่าความตามจิตพิศวาสด้วยหมายมาดมอบชีวิตพิสมัย
ถึงม้วยดินสิ้นฟ้าสุราลัยไม่จากไกลกลอยสวาทแล้วชาตินี้
แม่เนื้อหอมจอมนางสำอางโฉมปลื้มประโลมใจชายไม่หน่ายหนี
แม้นน้องแก้วแววตาไม่ปรานีจะฆ่าตีเสียก็ตามเถิดทรามวัย
จะสู้ตายวายวางในปรางค์รัตน์ไม่วางหัตถ์โฉมยงอย่าสงสัย
จะกอดนุชสุดสวาทจนขาดใจจึงจะได้ละวางให้ห่างกาย ฯ
๏ นางฟังคำซํ้ารักให้หนักแน่นที่เคืองแค้นดาลเดือดค่อยเหือดหาย
เห็นคมขำลํ้าเลิศประเสริฐชายผิดผู้ร้ายหรือกระษัตริย์ขัตติยา
เห็นท่วงทีมีฤทธิ์อิทธิเวทกำบังเนตรพลนิกายทั้งซ้ายขวา
มาลอบชมสมเพชเวทนาจึงว่าน่าแค้นสุดอย่ายุดมือ
เมื่ออยู่อยู่จู่มาทำสาหัสหรือใครนัดแนะใครเมื่อไรหรือ
เชิญถอยไปให้ห่างจงวางมืออย่าดึงดื้อนะจะได้ขัดใจกัน
เป็นเทวามนุษย์หรือครุฑยักษ์มอบลอบลักรักใคร่ช่างไม่ขัน
ไม่ขอสู่ดูเหมือนนางกลางอารัญจะหมายมั่นเช่นชู้แล้วสู้ตาย
แม้นสู่ขอต่อองค์พระทรงเดชถ้าโปรดเกศก็จะได้ดังใจหมาย
มาเลียมลองต้องจับให้อับอายเธอเป็นชายชาติเชื้อเนื้อนามใด ฯ
๏ พระว่าพี่นี้เป็นพราหมณ์รามราชรักษาชาติตามเวทข้างเพศไสย
มิควรรักศักดิ์ตํ่าแต่นํ้าใจจะใคร่ได้พระธิดาเจ้าธานี
เป็นคู่เคียงเรียงชมภิรมย์รักได้เกื้อพักตร์ผ่องพาเป็นราศี
เหมือนได้เม็ดเพชรรัตน์สวัสดีอันตัวพี่ขอเป็นทองไว้รองเรือน
ไม่ละเมินเหินห่างเห็นนางอื่นสักสิบหมื่นสิบแสนไม่แม้นเหมือน
เป็นความจริงมิ่งมิตรอย่าบิดเบือนช่วยแย้มเยื้อนพักตรามาพาที
ตัวพี่หรือชื่อสิงหไกรภพได้เรียนจบไตรเพทวิเศษศรี
หรือบุญน้อยสร้อยสุดามิปรานีก็ตามทีเถิดจะลายุพาพาล
ทำถอยไปให้ห่างเห็นนางนิ่งกลับอ้อยอิ่งวิงวอนด้วยอ่อนหวาน
แม่เนื้อหอมย่อมรู้เรื่องบูราณในนิทานท้าวพระยาทั้งสากล
แม้นบุตรีมีมาณพมาสบเนตรก็สังเกตเป็นคู่ด้วยกุศล
ขอสู้ตายชายใดมิให้ปนถึงสิ้นชนม์ไว้ชื่อให้ลือชา
นี่พี่ได้ใกล้น้องประคองถนอมกลิ่นยังหอมรื่นรื่นชื่นนาสา
แม่ตัดสวาทขาดเด็ดไม่เมตตาเจียวหรือจ๋าดวงใจได้ปรานี
พลางอิงแอบแนบชิดจุมพิตพักตร์นางข่วนหักข้อพระหัตถ์น่าบัดสี
มาจ้วงจาบหยาบช้าให้ราคีนางเทวีวอนว่าสารพัน
แม้นมีชู้รู้ถึงองค์พระทรงเดชบิตุเรศก็จะฆ่าให้อาสัญ
มิขออยู่สู้ตายวายชีวันนางก้มกันแสงสะอื้นกลืนนํ้าตา
พระสวมสอดกอดแอบแนบถนอมแม่เนื้อหอมจอมมนุษย์สุดจะหา
มิให้น้องต้องพระราชอาญาจะอุ้มพาเหาะไปเสียไพรวัน
เที่ยวชมถํ้าลำเนาภูเขาสูงมีทั้งฝูงหงส์เหมเกษมสันต์
เก็บดอกไม้ในป่าสารพันมิให้ขวัญนัยนาเจ้าอาวรณ์
อย่าลืมเลยเคยคู่เป็นกุศลบันดาลดลได้ชมสมสมร
นางเบือนบิดปิดปัดสลัดกรชำเลืองค้อนขวยเขินสะเทิ้นที
แล้วว่าน้อยหรือคำที่รํ่ารักจะลอบลักเสน่หาแล้วพาหนี
จะให้ละพระชนกชนนีเหมือนไม่มีกตัญญูรู้พระคุณ
ถึงฆ่าตีชีวิตให้ปลิดปลดไม่คิดคดลดเลี้ยวทำเฉียวฉุน
เมื่อหมองมัวชั่วช้าไม่การุญก็ตามบุญเถิดไม่คลาดบาทบงสุ์ ฯ
๏ พระว่าพี่นี้มิตายถึงวายวอดจะสู้กอดทรามสงวนนวลหง
พลางคลึงเคล้าเล้าโลมนางโฉมยงประคององค์อุ้มแอบแนบนิทรา
ตระกองกรช้อนชมภิรมย์รื่นถนอมชื่นเชยชิดขนิษฐา
ปทุมมาลย์บานแย้มแกมผกาภุมราร่อนเคล้าเสาวคนธ์
สุนีบาตฟาดเปรี้ยงเสียงสนั่นพิลึกลั่นโลกาโกลาหล
พอฟ้าแลบแปลบสว่างกลางอัมพน[๖]เป็นสายฝนฟุ้งฟ้าสุธานอง
เมื่อแรกเริ่มเดิมรักประจักษ์รสเห็นโสฬส[๗]ลิบลิบกระซิบสนอง
นางนบนอบชอบเชิงละเลิงลองกรประคองชื่นชิดสนิทใน
นางรู้สึกนึกวิตกเอ๊ะนกแก้วหายเสียแล้วแลไม่เห็นเป็นไฉน
พระว่าพี่นี้แล้วแก้วกลอยใจนางซักไซ้ซํ้าถามตามสงกา
พระชี้แจงแจ้งจิตสนิทสนอมไม่หายหอมห่างเหเสน่หา
จวนจะแจ้งแปลงกายกลายกายาเป็นปักษาขึ้นจับอยู่กับคอน
ครั้นคํ่าแล้วแก้วกลายเป็นชายชื่นสำราญรื่นร่วมสุวรรณบรรจถรณ์
ข้าหลวงเหล่าสาวสุรางค์ที่นั่งนอนผู้ใดห่อนเห็นเล่ห์เสน่ห์ใน ฯ


[๑] สมุดไทยเลขที่ ๔๔ ว่า “พอถึงเกาะแก้วโมลีที่สำคัญ”

[๒] สัดจอง คือ เรือเล็ก ๆ

[๓] สมุดไทยเลขที่ ๔๔ ว่า “ประณตนั่งอยู่ตรงหน้าพญามาร”

[๔] ยักยิ้ม = ลักยิ้ม

[๕] ทาระกำ = ทรกรรม แปลว่า ทำให้มีความทุกข์ ความลำบาก

[๖] อัมพน = อัมพร แปลว่า ท้องฟ้า

[๗] โสฬส คือ พรหมโลก ๑๖ ชั้น ซึ่งเป็นสถานที่อันแสนบรมสุข

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ