ตอนที่ ๑๒ รามวงศ์พานางแก้วกินรีหนีออกจากเมืองกาลวาศ

๏ พระนำหน้าพานางจากปรางค์มาศเหาะลีลาศลอยเลื่อนด้วยเดือนหงาย
ค่อยเคลื่อนคลอรอเรียงนางเอียงอายพระพายชายพัดเชยรำเพยพา
พ้นนิเวศน์เขตวังพระตั้งจิตไปทางทิศอาคเนย์ในเวหา
นางเคลื่อนคล้อยลอยบินเหมือนกินราจนเวลาดึกเงียบเชียบสำเนียง
เสนาะด้วยสกุไณทั้งไก่แก้ววิเวกแว่วขันขานประสานเสียง
ดังซอสีปี่แก้วแจ้วจำเรียงเสนาะเพียงพิณพาทย์ฆาตประโคม
จนเดือนคล้อยพลอยพร่างนํ้าค้างซัดวายุพัดรวยรื่นให้ชื่นโฉม
พระอุ้มแอบแนบนางกลางโพยมลอยประโลมลืมหนาวไม่หาวนอน
พอสุริเยนทร์เผ่นเยี่ยมยุคุนธเรศถึงขอบเขตเขาเขินเนินสิงขร
พระคลอคล้อยลอยลงในดงดอนบทจรนำนางไปกลางไพร
เห็นพฤกษาน่าชมร่มระรื่นล้วนชุ่มชื่นช่อดอกออกไสว
ขนุนสุกลูกเหลืองมะเฟืองมะไฟลูกลำไยดกห้อยย้อยระย้า
ทั้งจันทน์อินลิ้นจี่มีต่างต่างมะม่วงปรางเรียงรายทั้งซ้ายขวา
ลูกฝรั่งมังคุดละมุดสีดาทั้งน้อยหน่าน่ากินก็ยินดี
เก็บเสวยเชยชมพวงส้มสูกมะพร้าวลูกแลดูล้วนหมูสี[๑]
ทั้งกล้วยกล้ายหลายอย่างต่างต่างมีบ้างออกปลีหวีเครือออกเรื่อเรือง
มะตูมตาดดาษดกรกระย้าทั้งพุทราสุกห่ามอร่ามเหลือง
เหมือนสวนในอุทยานที่บ้านเมืองค่อยย่างเยื้องชมเพลินเจริญใจ
ถึงหว่างเว้งเพิงผาตรงหน้าถํ้ามีธารนํ้าน่ากินกระสินธุ์ใส
มีบัลลังก์ดังแกล้งมาแต่งไว้ต้นโศกใหญ่ยอดงํ้าข้างลำธาร ฯ
๏ พระชวนนุชหยุดนั่งบัลลังก์อาสน์เอนไสยาสน์เย็นใจในไพรสาณฑ์
ระรื่นร่มลมเชยรำเพยพานนางอยู่งานนวดฟั้นให้บรรทม
พระหยอกเย้าเล้าโลมโฉมสมรค่อยวายร้อนร่วมจิตสนิทสนม
แนบถนอมหอมรื่นชื่นอารมณ์เคลิ้มบรรทมหลับไปในไพรวัน ฯ
๏ ฝ่ายกาลีที่ประจำอยู่ถํ้าน้อยชื่ออองออยผีป่าพนาสัณฑ์
มีรูปร่างอย่างหญิงทุกสิ่งอันศีรษะมันอย่างจระเข้เจ้าเล่ห์กล
ปลูกต้นไม้ไว้ในสวนล้วนนิมิตเสกประสิทธิ์ดอกดวงเป็นพวงผล
ใครดมกลิ่นกินลูกก็ถูกมนตร์ให้วกวนเวียนหลงในพงพี
นางอองออยคอยทุบตะครุบจับกินไตตับเลือดเนื้อตามเชื้อผี
เมื่อวันนั้นมันออกนอกคีรีเห็นเทวีปรนนิบัติภัสดา
ดูนั่งแนบแอบอิงเอนพิงพาดไม่เคลื่อนคลาดห่างเหเสน่หา
ให้นึกรักอักอ่วนป่วนวิญญาณ์ด้วยเหตุว่าผัวตายมาหลายปี
คิดจะใคร่ได้หนุ่มมาอุ้มแอบสนิทแนบกายาเหมือนมารศรี
จะฆ่าเมียเสียให้ตายวายชีวีเอาสามีเป็นคู่ชื่นชูใจ
จึงแปลงกายกลายเป็นเหมือนเช่นสาวพึ่งรุ่นราวรูปแฉล้มดูแจ่มใส
ประดับเครื่องเรืองอร่ามงามวิไลเด็ดดอกไม้เมียงเมินดำเนินมา
แกล้งทำเป็นเห็นองค์อนงค์นุชไปนั่งหยุดร่มแท่นที่แผ่นผา
พูดไถลไถ่ถามตามสงกาแม่นี้มาแต่หนตำบลใด
ฝ่ายโฉมแก้วกินรานารีราชเห็นนางนาฏนวลหงนึกสงสัย
จึงตอบว่าข้านี้มีที่ไปยังกรุงไกรโกญจาเมืองสามี
ขอถามหน่อยกลอยใจอยู่ไหนเล่าหรือนงเยาว์อยู่ป่าพนาสี
พึ่งรุ่นสาวราวกันฉันปรานีเพื่อนไม่มีมาบ้างหรืออย่างไร ฯ
๏ อสุรีผีป่าว่าข้าเจ้าจะร่ำเล่าแล้วก็น่านํ้าตาไหล
ข้าเป็นสาวชาวกุเวรมาเล่นไพรยักษ์มันไล่เลยหลงในพงพี
พวกเสนาสามนต์คนทั้งหลายใครจะตายหรือเป็นไม่เห็นผี
แม้นโปรดด้วยช่วยพาไปธานีเหมือนช่วยชีวีไว้อย่าให้ตาย
นางฟังคำรํ่าว่าประสาหญิงคิดว่าจริงนิ่งให้จิตใจหาย
จึงตอบว่าข้าก็ยากลำบากกายต้องพลัดพรายไพร่พลสกลไกร
แต่ตัวข้าสามีนี้นะเจ้าเธอพาเราเหาะเหินเดินไม่ไหว
ทางประเทศเขตแคว้นก็แสนไกลแม้นเหาะได้จะพาไปธานี ฯ
๏ นางผีทำสำออยละห้อยละเหี่ยแม่ละเสียก็เห็นจะเป็นผี
เอ็นดูด้วยช่วยว่ากับสามีจะปรานีได้บ้างหรืออย่างไร
นางนิ่งนั่งฟังวอนให้อ่อนจิตสุดจะคิดตอบคำทำไฉน
สารพัดขัดสนเป็นจนใจพอหน่อไทฟื้นองค์คิดสงกา
เห็นนางงามทรามสวาทสะอาดพักตร์หรือรู้จักกับมิตรขนิษฐา
จึงตรัสถามตามระแวงแคลงวิญญาณ์นางนี้มาแต่หนตำบลใด
มเหสีอัญชลีสนองถ้อยเหมือนสาวน้อยเล่าแจ้งแถลงไข
พระยิ้มพลางทางถามว่าทรามวัยเจ้าชื่อไรรูปร่างสำอางองค์ ฯ
๏ อองออยว่าข้านี้ชื่อศรีฟ้าพระเมตตาอย่าให้เที่ยวลดเลี้ยวหลง
จะเป็นข้ากว่าชีวิตจะปลิดปลงขอพระองค์อนุกูลอย่าสูญใจ ฯ
๏ พระฟังคำรํ่าวอนล้วนอ่อนหวานแสนสงสารสุดจิตคิดไฉน
จะชิดชมสมเคราะห์[๒]อุ้มเหาะไปก็เกรงใจยุพินกินรี
แม้นมีรถคชชานั้นมาด้วยจะรับช่วยไปบำรุงไว้กรุงศรี
นี่จนจริงสิ่งไรก็ไม่มีอยู่ที่นี่ก่อนเถิดเจ้าเยาวมาลย์
ด้วยป่านี้มีต้นผลไม้พออาศัยผลผลาเป็นอาหาร
ทั้งคีรีมีนํ้าที่ลำธารพอสำราญรอรั้งประทังกาย
พี่ไปถึงจึงจะพาโยธาทัพกลับมารับเจ้าไปเหมือนใจหมาย
ไม่ลวงมิ่งทิ้งทอดให้วอดวายจงครองกายอยู่เถิดเจ้าเราจะลา ฯ
๏ นางอองออยอ้อยอิ่งวิงวอนไหว้ถ้าทิ้งไว้ชีวังจะสังขาร์
แม้นสององค์ทรงเดชเวทนาโปรดช่วยพาเดินทางไปกลางดง
อีกเจ็ดวันนั้นจะถึงธานีน้องพบพวกพ้องเหมือนหนึ่งจิตคิดประสงค์
จะเป็นข้าฝ่าพระบาททั้งญาติวงศ์แล้วสององค์จึงเสด็จไปเขตคัน
ทำฉะอ้อนวอนองค์อัคเรศจงโปรดเกศชุบย้อมกระหม่อมฉัน
ช่วยนำเดินเชิญเสด็จสักเจ็ดวันอย่าให้ฉันอันตรายถึงวายปราณ
นางฟังคำรํ่าไรพระทัยอ่อนจึงทูลวอนพระองค์ด้วยสงสาร
พระโปรดด้วยช่วยให้พ้นภัยพาลถึงป่วยการก็จะได้เป็นไมตรี ฯ
๏ พระฟังคำจำตามด้วยความรักจึงถามซักศรีฟ้ามารศรี
ทางทิศใดไปพาราของนารีเจ้าจงชี้มรรคาจะพาไป
นางอองออยค่อยสบายเหมือนหมายจิตแกล้งชี้ทิศทางเดินเนินไศล
พระรับคำนำหน้าพาเมียไปนางทรามวัยวันทาตามสามี
นางอองออยพลอยตามด้วยความรักหมายจะหักคอพระมเหสี
พระนำนางย่างเดินเนินคีรีจรลีล่วงทางไปกลางไพร ฯ
๏ จะกล่าวเทพกินราอยู่ปราสาทเสียอำมาตย์เศร้าหมองไม่ผ่องใส
กลัวลูกเขยเลยนั่งระวังภัยนางมิได้นิทราในราตรี
ครั้นรุ่งเช้าใช้ให้นางน้อยน้อยไปลอบคอยดูธิดามารศรี
นางสาวใช้ได้สั่งพลางจรลีต่างหลบลี้ลอบแลดูแต่ไกล
เห็นเงียบเสียงเมียงมองเข้าห้องกั้นแหวกสุวรรณม่านทองทั้งสองไข
ไม่เห็นอยู่รู้ทีว่าหนีไปต่างตกใจกลับมาวันทาทูล
พระบุตรีมิได้อยู่แล้วเพคะไม่พบปะทั้งผู้ชายก็หายสูญ
ได้ทราบสารมารดายิ่งอาดูรเสียตระกูลไปแล้วแก้วกินรี
ฝืนดำรงองค์นางจากปรางค์มาศไปห้องราชธิดามารศรี
ไม่เห็นนางอย่างจะดิ้นสิ้นชีวีเห็นแต่ที่ทอดองค์ลงโศกา
ประหลาดแล้วแก้วกินรีเอ๋ยกระไรเลยหลงรักมันนักหนา
เขาแค้นจิตบิตุรงค์ลงอาญาจึงลอบพาแก้วแม่ไปแก้แค้น
น่าน้อยจิตธิดาช่างพาซื่อขืนเชื่อถือรักมนุษย์นั้นสุดแสน
หน่อกระษัตริย์ทุกนิเวศน์ทั่วเขตแคว้นถ้ามาตรแม้นรักใคร่ก็ไม่อาย
มาติดตามรามวงศ์ที่ลงโทษเสียประโยชน์ญาติประยูรนั้นสูญหาย
โอ้อกแม่แต่จะช้ำระกำตายนางฟูมฟายชลนาด้วยอาลัย
ยิ่งแลเหลียวเปลี่ยวเปล่าให้เศร้าจิตสุดจะคิดผันแปรสุดแก้ไข
จะติดตามขามฤทธิ์จนจิตใจสะอื้นไห้เสือกซบสลบลง ฯ
๏ พวกเถ้าแก่แซ่ซ้องประคองล้อมเอานํ้าหอมมาชโลมซึมโซมสรง
ค่อยริกริกพลิกฟื้นฝืนดำรงระทวยองค์ทรงแรงแข็งฤทัย
จึงให้หาข้าเฝ้าเข้ามาสั่งเร่งแต่งหนังสือแจ้งแถลงไข
เหมือนเรื่องความรามวงศ์เข้าวังในไปทูลให้ทราบความตามกิจจา ฯ
๏ อำมาตย์รับกลับมานั่งสั่งเสมียนให้รีบเขียนพร้อมพรักด้วยยักษา
ครั้นเสร็จสรรพพับผนิดแล้วปิดตราสั่งให้ม้าใช้รับคำนับนาย
มาเรียกเหล่าบ่าวไพร่มิได้หยุดถืออาวุธหอกดาบกำซาบสาย
แล้วรีบออกนอกกำแพงจัดแจงกายบ่าวตะพายย่ามตามแลหลามไป ฯ
๏ ฝ่ายนางนาฏมาตุรงค์ทรงรันทดโศกกำสรดถึงธิดานํ้าตาไหล
สั่งให้หาโหรามาข้างในแล้วบอกให้ทำนายทายธิดา
ไปติดตามรามวงศ์ด้วยหลงรักจะสูญศักดิ์สิ้นชาติวาสนา
หรือไฉนใคร่รู้ดูชะตาจะลอบพาไปหนตำบลใด ฯ
๏ โหรรับสั่งตั้งเลขลงเปกเปาะจึงพิเคราะห์ฤกษ์ยามตามวิสัย
แล้วทูลองค์นงคราญว่านานไปคงจะได้กลับมายังธานี
ด้วยเศษห้าว่าพระบุตรสุดสวาทจนสิ้นชาติฝ่ายชายไม่หน่ายหนี
จะสืบวงศ์พงศ์กระษัตริย์สวัสดีในปีนี้เคราะห์ร้ายแทบวายชนม์
พระราหูจู่จับเข้าทับลัคน์จะจากรักร่อนเร่ระเหระหน
เพราะสตรีผีป่าจลาจลต้องทุกข์ทนแทบกายจะวายปราณ
จะมีผู้ชูช่วยไม่ม้วยมอดคงจะรอดมานิเวศน์ประเทศสถาน
ข้างต้นร้ายปลายมือรื้อสำราญจะได้ผ่านสมบัติกับภัสดา
นางฟังคำทำนายค่อยคลายโศกยามวิโยคยังไม่สิ้นถวิลหา
ประทานทรัพย์นับโถให้โหราโหรก็ลากลับออกไปนอกวัง
แต่โฉมยงนงลักษณ์อัคเรศทุกข์เทวษมิได้สิ้นถวิลหวัง
สู้ทรงแรงแข็งพระทัยพอประทังเหมือนจะคลั่งคลิ้มจิตถึงธิดา ฯ
๏ จะกล่าวความรามวงศ์กับนงลักษณ์พานางยักษ์ไปในไพรพฤกษา
พอแดดร่มลมเชยรำเพยพาขมคณานกไม้ในไพรวัน
ที่หว่างเขาเหล่าฝูงนกยูงฟ้อนเป็นคู่ร่อนปีกหางไม่ห่างหัน
บ้างกรีดกรายชม้ายเมียงเข้าเคียงกันดูเชิงชั้นสบายร่ายรำเรียง
บนเงื้อมเงาเขาสูงล้วนฝูงหงส์ประสานส่งเสียงร้องกึกก้องเสียง
ฝูงนกเขาเคล้าคู่เข้าคูเคียงเค้าโมงเมียงฝูงหมายโมกไม้มอง
เหล่ากาลิงเสียบกิ่งกาหลงเล่นกระเต็นเต่นตามเต้นเผ่นผยอง
นกค้อนทองป๋องเปาะเหมือนเคาะทองพระชวนสองนางงามเดินตามทาง
นางอองออยพลอยถามนามวิหคนั่นเสียงนกอะไรไซ้ปีกหาง
โน่นหรือเจ้าเปล้าลายอยู่ปลายยางโน่นเรียกนางนวลแนบแอบนางนาน
กุลาโห่โกกิลขมิ้นอ่อนที่มีหงอนนั้นเรียกนกหัวขวาน
โพระดกโฮกร้องก้องกังวานกระทาขานขันรับกับกระทา
ฝูงนกแก้วจับแก้วแล้วร้องพลอดกระเรียนกะหรอดร้องเรียกเพรียกพฤกษา
ตระเวนดุเหว่าเขาไฟนกไก่ฟ้าทึดทือถาบินนำสำบัณฑิตย์
ดูน่ารักปักษีมีต่างต่างพระชวนนางชมเพลินเจริญจิต
โน่นแน่เจ้าเหล่านกต้อยตีวิดต่างเพ่งพิศนกไม้ใจบันเทิง
แล้วชมสัตว์จัตุบาทเที่ยวกลาดเกลื่อนกระทิงเถื่อนหมู่มฤคถึกเถลิง
ฝูงเนื้อกวางต่างคะนองวิ่งลองเชิงบ้างยืนเบิ่งเบือนหน้าเที่ยวหากิน
กระต่ายกระแตแย้ตุ่นเที่ยววุ่นวิ่งนรสิงห์อรหันโผนผันผิน
พวกคุลาแลดำดังนํ้านิลเที่ยวตามหินหาเปี้ยวลดเลี้ยวเดิน
พวกคนป่าพาฝูงจูงลูกหลานแบกอ้อยตาลไต่เต้าเลียบเขาเขิน
สิงโตเต้นเล่นหางตามหว่างเนินพระเพลิดเพลินพานางมากลางไพร
ตะวันรอนอ่อนอับพยับคํ่าถึงห้วยนํ้าเหวธารละหานไหล
เห็นหว่างเวิ้งเพิงผาพฤกษาไทรมีหินใหญ่อย่างบัลลังก์น่านั่งนอน
พระชวนองค์นงนุชเข้าหยุดพักริมชะงักเงื้อมลานชานสิงขร
พอสิ้นแสงสุริยันพระจันทรกระจ่างจรแจ่มฟ้านภาลัย
เสียงน้ำลั่นครั่นครึกสะทึกสะท้านกระฉอกฉานชลเชี่ยวเป็นเกลียวไหล
จิ้งหรีดร้องหริ่งหริ่งที่กิ่งไทรพระหน่อไทเอนองค์ลงบรรทม
นางแก้วกินรีเรียงนอนเคียงบาทไม่คลาคลาดทรงฤทธิ์สนิทสนม
นางอองออยนึกกระหยิ่มอิ่มอารมณ์นอนที่ร่มไทรบังข้างหลังนาง
ทำรักใคร่ใส่กลปรนนิบัติเข้านวดพัดทรามวัยมิให้หมาง
ภาวนาอาคมเป่าลมพลางสะกดนางหน่อไทไม่ไหวองค์
มองเขม้นเห็นหลับระงับเงียบไม่กริบเกรียบสมจิตคิดประสงค์
ฉุดกระชากลากนางไปกลางดงมาถึงตรงโตรกนํ้าริมถํ้าธาร
แก้ให้นางสร่างเวทจิกเกศไว้นางกราบไหว้ศรีฟ้าน่าสงสาร
ไฉนมาทำโทษจงโปรดปรานอองออยพาลพาโลทำโกรธา
จงบอกความตามจริงอย่านิ่งไว้ทำอย่างไรผัวจึงรักมึงหนักหนา
แม้นมิบอกออกอรรถตามสัจจาจะฉีกขาแขนเคี้ยวเสียเดี๋ยวนี้
นางโฉมยงองค์สั่นพระขวัญหายเห็นแรงร้ายรู้ว่าเปรตเป็นเพศผี
ตะโกนก้องร้องหาพระสามีอองออยตีตบพัลวันไป
ถามไม่บอกหลอกกูกลับกู่ผัวมึงไม่กลัวผีมือหรือไฉน
สงสารนางอย่างชีวันจะบรรลัยลงกราบไหว้แม่คุณกรุณา
ลูกจะบอกออกให้หมดไม่ปดแม่จี้รักแร้แล้วเธอรักเป็นหนักหนา
แม้นโกรธขึ้งถึงโมโหจะโกรธาทำแลบลิ้นปลิ้นตาคงปรานี
ลูกบอกความตามจริงไม่กริ่งจิตขอชีวิตไว้เป็นข้ามารศรี
อองออยจำคำไว้ถือไม้ตีนางเทวีหวีดหวาดเพียงขาดใจ
ลงกลิ้งเกลือกเสือกซบสลบนิ่งมันฟาดทิ้งเยาวมาลย์ลงธารไหล
เห็นจมหายหมายมั่นว่าบรรลัยความดีใจวิ่งรุดไม่หยุดเลย
นางเห็นองค์ทรงฤทธิ์สนิทนิ่งเข้าเอนอิงแอบอุ่นพ่อคุณเอ๋ย
พลางกอดจูบลูบต้องประคองเชยเอากรเกยกอดตัวด้วยมัวเมา
ยิ่งหมกมุ่นฉุนเฉียวเสียวแสยงเพลิงราคแรงร้อนใจดังไฟเผา
เสน่หาปรารภเห็นซบเซาขยับเข้าเคียงข้างไม่ห่างกาย
จึงผันแปรแก้มนตร์ที่ดลจิตให้ทรงฤทธิ์รู้สึกเหมือนนึกหมาย
ค่อยฟื้นองค์ทรงเดชพระเนตรพรายคิดว่าสายสวาทแอบแนบนิทรา
ประคองศอกอดชิดจุมพิตชื่นเหม็นเขียวชื่นคาวสาบซาบนาสา
สะดุ้งตื่นฟื้นองค์คิดสงกาเห็นศรีฟ้าแฝงชิดสนิทใน
เหลียวดูองค์นงลักษณ์อัคเรศไม่ปะเนตรเอะนางไปข้างไหน
ประหลาดจริงนิ่งอึ้งตะลึงตะไลจะลุกไปศรีฟ้ายุดผ้าทรง
พระทรุดนั่งคลั่งจิตพลางพิศพักตร์สงสัยนักซักถามตามประสงค์
เจ้าเป็นหญิงนี่ทำไมไม่รักองค์ไยอนงค์จึงมาชวนให้ยวนยี
เรานอนหลับเจ้ากับกินรีนั้นเสียงพูดกันกับน้องทั้งสองศรี
เห็นแต่เจ้าอยู่คนเดียวประเดี๋ยวนี้นางเทวีไปหนตำบลใด
นางอองออยลอยหน้าว่าข้าเห็นเขาลอบเล่นชู้ชิดพิสมัย
นางโฉมงามตามชายสูญหายไปข้าเปลี่ยวใจจึงแอบอยู่แนบองค์
จะจับต้องน้องก็ตามแต่ความรักหรือทรงศักดิ์จะสละไม่ประสงค์
ไม่แกล้งว่าถ้าไม่เหมือนใจจงไม่ปล่อยองค์ภูวไนยให้ไคลคลา
พระฟังคำรํ่าแถลงแหนงจิตกริ่งเห็นผิดหญิงในมนุษย์พูดมุสา
ชะรอยมีรางควาน[๓]ทำมารยาแกล้งแปลงมาเหมือนมนุษย์ทำยุดยื้อ
เราหลงใหลไสยาสน์ประหลาดเหลือมิกินเนื้อน้องแก้วเสียแล้วหรือ
ให้คิดแค้นแน่นใจดังไฟฮือสะบัดมือนางเมินลุกเดินไป
ตะโกนแก้วกินรีเจ้าพี่เอ๋ยแม่ทรามเชยไปหนตำบลไหน
สงัดเงียบเยียบเย็นไม่เห็นใครทุกก้านกิ่งมิ่งไม้พระไทรครึ้ม
เที่ยวกู่นางกลางดงทุกพงพุ่มเสียงแต่ภุมราร้องก้องกระหึ่ม
ที่หว่างเวิ้งเชิงเขาเป็นเงางึ้มโขมดพึมผิวกู่เสียงวู่โวย
เสียงแว่วแว่วเอะแก้วพี่ร้องเรียกผิดสำเนียกพระระทวยระหวยโหย
จนแสงทองส่องสว่างนํ้าค้างโปรยพระอิดโรยอารมณ์ตรมอุรา ฯ
๏ นางอองออยคอยตามด้วยความรักพระอย่าพักลดเลี้ยวไปเที่ยวหา
เขามีชู้รู้แน่เห็นแก่ตาขืนจะมาเรียกรํ่าเฝ้าครํ่าครวญ
ครั้นเห็นพระจะไม่เลี้ยงเป็นเที่ยงแท้จี้รักแร้รามวงศ์ทรงพระสรวล
จึงว่านางช่างกระไรตั้งใจกวนเฝ้ายียวนรํ่าไปไม่อายใจ
จะขอถามตามตรงแน่นงลักษณ์เจ้ารู้จักอยู่หนตำบลไหน
ถ้าพบนางอย่างประสงค์จำนงใจจะตามใจสารพัดไม่ขัดกัน
นางอองออยอ้อยอิ่งว่าจริงหรือแล้วจะรื้อเคืองขุ่นทำหุนหัน
แม้นจริงจังอย่างว่าสารพันให้หม่อมฉันเห็นรักประจักษ์ใจ
จึงจะบอกออกอรรถกระจัดแจ้งที่ตำแหน่งมิ่งมิตรพิสมัย
แม้นห่างเหินเนิ่นช้าจะลาไปพระมิได้พบองค์นางนงคราญ
พระฟังคำรํ่าว่ายิ่งปรารภจะใคร่พบวรนุชสุดสงสาร
ปลอบประโลมโฉมเฉลาเยาวมาลย์แม้นพบพานภคินีของพี่ยา
จะรักเจ้าเยาวเรศเหมือนเนตรซ้ายจะรักฝ่ายอัคเรศเหมือนเนตรขวา
พลางหยุดยั้งนั่งแท่นแผ่นศิลานางศรีฟ้าหมอบเมียงเข้าเคียงองค์
พระอิงแอบแนบเคล้าทั้งเศร้าสร้อยนางอองออยคล้อยตามความประสงค์
เหมือนคชสารควาญหมอขึ้นคอทรงจะไสลงท่านํ้าทำกระบวน
ขยั้นย่อรอรั้งถอยหลังกลับกระดิกผลับขืนขัดฮึดฮัดหวน
ยิ่งไสสั่นหันเหซุนเซซวนกระหมวดม้วนงวงเงยเสยส่ายงา
ต้องเกี่ยวหูลู่ลากกระชากชักกลับฮึกฮักฮูมแปร๋นแล่นถลา
ลงเล่นนํ้าดำกระเดือกเสือกสุธากลับเป็นบ้าแทงกระทั่งถึงฝั่งชล
ถีบสะบัดวัดเหวี่ยงเสียงสนั่นด้วยซึมมันมันย้อยดังฝอยฝน
คำรามร้องก้องกระหึ่มครึมคำรณทั้งผุดพ่นน้ำฟุ้งพอรุ่งราง
นางอองออยช้อยชดรู้รสชาติจนเลือดฝาดขึ้นหน้าดังทาฝาง
พระสร้อยเศร้าเฝ้าถามถึงความนางเจ้ารู้อย่างไรเล่าให้เข้าใจ
นางศรีฟ้าว่าชู้เขาอยู่ถํ้าที่ธารนํ้าแรกมาอยู่อาศัย
ถ้าแม้นพระจะจับจงกลับไปเขาอยู่ในถํ้าทองทั้งสองรา
พระฟังคำอํ้าอึ้งตะลึงสลดเห็นจะปดอยากได้ต้องไปหา
ไม่เหมือนคำรำพันจำนรรจาจึงจะฆ่าเสียให้ตายวายชีวัน
จึงตรัสว่าถ้าจริงอย่านิ่งอยู่นำไปดูชู้ชายเร่งผายผัน
อองออยรับกลับไปดีใจครันจรจรัลจากเขาลำเนาเนิน
พระนำหน้าพานางกลับทางเก่ากำสรดเศร้าแสนวิตกระหกระเหิน
เห็นวิหคนกไม้ก็ไม่เพลินพระรีบเดินดูนางไปกลางดง
นางอองออยลอยนวลแกล้งกวนถามถึงชื่อนามนกไม้ไพรระหง
พระห้ามว่าอย่าเพ่อชมเลยโฉมยงจวนเย็นลงแล้วจะค้างอยู่กลางไพร
นางอองออยค่อยย่างแล้วทางว่าฉันเมื่อยขาขัดเข่าก้าวไม่ไหว
พระโปรดด้วยช่วยประคองอุ้มน้องไปพระขัดใจจูงลากกระชากมือ
มันแกล้งทำสำออยตะบอยว่าจะแกล้งฆ่าน้องแก้วเสียแล้วหรือ
ส่วนเมียเก่าเขาชัดเคยหัดปรือจึงนับถือมีชู้ก็สู้ตาม
พระบอกว่าถ้าเหมือนเจ้าบอกเล่าไว้จะทำให้เข็ดหลาบที่หยาบหยาม
ยิ่งคิดแคลงแกล้งงดอดเนื้อความรีบเดินตามมรรคาพนาลัย
ถึงทิวถํ้าสำนักซักศรีฟ้าไหนเขามามีชู้อยู่ที่ไหน
นางศรีฟ้าพาเที่ยวลดเลี้ยวไปแล้วเข้าในห้องถํ้าที่สำนัก
ชี้ที่นอนหมอนหินของกินอยู่พระแลดูเถิดเป็นเห็นประจักษ์
ดีร้ายกลัวผัวพบแกล้งหลบพักตร์พระคอยดักอยู่ที่นี่เถิดดีจริง
สองสามวันมันชะล่าคงมาอยู่จะจับชู้ได้ง่ายทั้งชายหญิง
พระรู้เท่าเจ้าเล่ห์ประเวประวิงพินิจนิ่งอยู่ในห้องช่องคีรี
กระดูกหนังยังเห็นเหม็นตลบทั้งซากศพโสโครกกะโหลกผี
เห็นมั่นแม่นแสนกลอีคนนี้ยักขินีผีเสื้อหลงเชื่อมัน
จักผูกมัดรัดไว้ได้ไถ่ถามให้ได้ความตามจริงทุกสิ่งสรรพ์
ชวนออกนอกคูหาพอสายัณห์เงื้อพระขรรค์ขู่ถามไปตามแคลง
มึงว่าแก้วกินรีมามีชู้แกล้งลวงกูกล่าวร้ายให้หน่ายแหนง
มึงใจบาปหยาบคายตัวร้ายแรงแกล้งปลอมแปลงหลอกหลอนแต่ก่อนมา
เมียของกูอยู่ไหนบอกให้แน่ขืนตอแหลแล้วจะบั่นฟันเกศา
อองออยเห็นเป็นโมโหทั้งโกรธาทำแลบลิ้นปลิ้นตาให้ปรานี
พระตัดเอาเถาวัลย์ที่พันไม้มัดมือไพล่สองข้างกลัวนางหนี
ให้นึกแค้นแน่นใจฉวยไม้ตีอองออยผีพูดวอนให้อ่อนใจ
พระจะมาฆ่าเมียเสียแล้วหรือน้องสัตย์ซื่อหรือพระองค์มาสงสัย
ทำแลบลิ้นปลิ้นตาให้อาลัยพระแค้นใจว่ามันหลอกไม่บอกจริง
พระหวดซํ้ารํ่าไปมิได้หยุดอองออยสุดเจ็บเสือกลงเกลือกกลิ้ง
เห็นไม่เชื่อเหลือจะอ้อนวอนประวิงกัดเชือกทิ้งทะลึ่งลุกคุกคำราม
รูปจำแลงแปลงกายก็หายเพศสูงเหมือนเปรตโทงเทงไม่เกรงขาม
ขู่ตะคอกกลอกหน้าในตาวามแลบลิ้นพลามแล้วว่าชะน่ากลัว
กูกินเมียเสียหมดอดตัวไว้เพราะหมายใจจะเคล้าเอาเป็นผัว
จนรักใคร่ได้เป็นเมียเสียเนื้อตัวกลับว่าชั่วมัดคร่าทั้งด่าตี
ตัวกูหรือชื่ออองออยหนุ่มน้อยเอ๋ยไม่พ้นเลยแล้วอย่าหมายจะหน่ายหนี
แม้นยอมอยู่กูจะเอาเป็นสามีไม่ฆ่าตีเคี่ยวเข็ญยอมเป็นเมีย
แม้นไม่อยู่สู้รบขืนหลบหลีกจะจับฉีกเลือดเนื้อเป็นเหยื่อเสีย
พลางก้มตัวหัวร่อเฝ้าคลอเคลียมาหาเมียเถิดพ่อคุณอย่าวุ่นวาย
พระรามวงศ์องอาจว่าชาติชั่วเป็นบ้าผัวผีดิบอีฉิบหาย
หฤโหดโทษมึงจะถึงตายหากเสียดายคมศัสตราฆ่าสตรี
พระแค้นนักชักกระบองร้องสำทับกระทืบโถมโจมจับจิกเกศี
ตีผีดิบผึงล้มจมธุลีแล้วซํ้าตีจะให้ตายวายชีวา
มันร้องกรีดหวีดหวาดขยาดโขมดลุกกระโดดโลดผึงทะลึ่งถลา
พระโกรธนางขว้างจักรอันศักดาถูกขาขวาขาดสิ้นยังตีนเดียว
มันโดดโหยงโทงเทงโย่งเย่งสูงข้ามยางยูงยืนเท่าภูเขาเขียว
ฝูงสัตว์อื่นตื่นฉาววิ่งกราวเกรียวพระลดเลี้ยวเหาะเหินดำเนินไป
พอมืดมัวทั่วถิ่นทั้งดินฟ้าไม่รู้ว่ามันไปหนตำบลไหน
ลงเดินค้นวนวงในพงไพรก็มิได้ร่องรอยอองออยเลย
คิดถึงเมียเสียดายตายเสียแล้วมาเสียแก้วกินรีเจ้าพี่เอ๋ย
ติดตามพี่มิได้อยู่เป็นคู่เชยโอ้กรรมเอ๋ยเคยสร้างแต่ปางใด
เสียดายนุชสุดกลั้นทรงกันแสงจนสิ้นแรงดำรงองค์ไม่ไหว
พระเซล้มลมจับวับหัวใจเสียพระทัยในอารมณ์ไม่สมประดี
ลุกไม่ขึ้นมึนมัวตัวระริกสะอื้นกระซิกโศกาถึงมารศรี
อ่อนอารมณ์ล้มแผ่แน่อินทรีย์สลบที่กลางป่าพนาวัน
จนดึกดื่นชื่นฉํ่าด้วยนํ้าค้างลงพร้อยพร่างพรมไปในไพรสัณฑ์
เป็นเดือนแรมแจ่มแจ้งด้วยแสงจันทร์เสียงไก่ขันเจื้อยแจ้วแว่ววิญญาณ์
ค่อยเย็นรื่นฟื้นองค์ดำรงนั่งเหลียวหน้าหลังพลางแลชะแง้หา
ให้เงียบเหงาเปล่าใจในพนายะเยือกเย็นเส้นหญ้าพนาดร
จักระจั่นจอแจเสียงแซ่ซ้องเรไรร้องหริ่งหริ่งริมสิงขร
ชะนีน้อยห้อยโหยผัวโวยวอนจิ้งจอกหอนหวนเสียงสำเนียงเย็น
โอ้ยามนี้พี่เคยได้เชยชิดมาเปลื้องปลิดเปล่าใจมิได้เห็น
ชลนัยน์ไหลซกตกระเซ็นโอ้จำเป็นเป็นกรรมให้จำไกล
จะกลับหลังยังเปนห่วงถึงดวงจิตจะหามิตรเหมือนอย่างนี้หาที่ไหน
ยิ่งนึกนึกตรึกตรายิ่งอาลัยถึงกระไรให้พบแต่ศพน้อง
นิจจาเอ๋ยเลยขาดแล้วชาตินี้โอ้อกพี่มีแต่ช้ำเป็นนํ้าหนอง
แม้นพบอีผีป่าจะผ่าท้องเอาศพน้องไปไว้กอดจนวอดวาย
กรรมวิบากจากเจ้าให้เปล่าเปลี่ยวมาอยู่เดียวแดนไพรให้ใจหาย
จะคืนเข้าด้าวแดนก็แสนอายจะสู้ตายเหมือนนางอยู่กลางไพร
พระโศกาอาดูรพูนเทวษชลเนตรแดงเดือดดังเลือดไหล
จนแสงทองส่องฟ้านภาลัยสะอื้นไห้ไม่วายฟายน้ำตา
จะไปค้นต้นไทรดูให้จบพอให้พบศพมิตรขนิษฐา
แม้นหลอเหลือเนื้อหนังดังจินดาจะได้พาเอาไปปลงส่งสการ
พอรุ่งแจ้งแสงกระจ่างนภางค์พื้นอุตส่าห์ฝืนองค์มาน่าสงสาร
ค่อยทรงกายหมายจำเพาะเหาะทะยานตรงไปธารต้นไทรเคยไสยา ฯ
๏ จะกล่าวผีหนีองค์พระทรงยศสู้นอนอดแอบอยู่ในคูหา
รักษากายหายขาดแผลสาตรายังแต่ขาข้างเดียวออกเที่ยวโทง
เที่ยวเขย่งเกงกอยไปร้อยทิศยังมีฤทธิ์ลุกกระโดดโขยดโหยง
เหนี่ยวยางยูงสูงสุดฉุดชโลงเดินโทงโทงเที่ยวหาสวามี
ครั้นได้คู่บุรุษเกิดบุตรน้อยเหมือนอองออยเป็นเปรตพงศ์เพศผี
จึงสืบเหล่าเผ่าพันธุ์ทุกวันนี้เรียกว่าผีตีนเดียวเที่ยวกลางดง ฯ
๏ ฝ่ายพระหน่อวรนาถสะอาดโฉมลอยโพยมเยือกจิตพิศวง
เคยเชยชื่นรื่นเรียงเคียงอนงค์มาเปลี่ยวองค์อาทวาเอกาสกนธ์
โศกกำสรดอตส่าห์ฝืนสู้กลืนกลํ้าพระเนตรซ้ำพร่างพรายดังสายฝน
คิดถึงแก้วกินรีนิรมลเมื่อยามจนจากนุชสุดอาลัย
จะแลขวาฟ้าบดสลดจิตให้มืดมิดมิ่งขวัญประหวั่นไหว
จะเหลียวซ้ายสายเมฆวิเวกใจไม่เห็นใครเปล่าเปลี่ยวอยู่เดียวดาย
จะเหลียวหลังหวังสวาทก็คลาดแคล้วเห็นแต่แนวเนินไศลจิตใจหาย
ดูแถวทางข้างหน้าเอกากายเห็นแต่สายเมฆกลุ้มคลุ้มนภา
ดูจังหวัดปัถพีทวีเทวษล้วนขอบเขตเขาไม้ไพรพฤกษา
จะแลแหงนแสนไกลสุดสายตาเห็นแต่ฟ้าฝนคลุ้มชอุ่มบัง
โอ้เจ้าแก้วกินรีของพี่เอ๋ยบรรลัยเลยลิบลับไม่กลับหลัง
เสียสมบัติพลัดเขตนิเวศน์วังมาเสียทั้งสามีแลชีวา
พระครวญครํ่ารํ่าไรมาในเมฆแสนวิเวกอ้างว้างกลางเวหา
ถึงตำบลต้นไทรที่ไสยาค่อยรอราร่อนลงในดงดอน
ดูเย็นเยียบเงียบสงัดลมพัดเฉื่อยเรไรเรื่อยร้องหริ่งบนสิงขร
ถึงหินขวางต่างเขนยที่เคยนอนสะอื้นอ่อนอาลัยใจรันทด
ระทวยองค์ลงที่แท่นด้วยแสนโศกยามวิโยคแรมรักพักตร์สลด
สุดจะขืนฝืนองค์พระทรงยศโศกกำสรดเสือกซบสลบไป
ในป่าสูงฝูงสัตว์สงัดง่วงใบไม้ร่วงทรวงพลิกริกริกไหว
วายุพัดซัดรื่นค่อยชื่นใจพระกลับได้สมประดีค่อยมีแรง
พอแดดร่มลมตกเสียงนกร้องสุริย์ส่องสีสายออกฉายแสง
พระค้นคว้าหานางด้วยคลางแคลงไม่เห็นแห่งเทวีสิ้นชีวา
เขม้นมองร่องรอยคอยสังเกตมุ่งพระเนตรสอดส่ายทั้งซ้ายขวา
ถึงเขาขวางทางตาลธารธาราเห็นหย่อมหญ้ายับย่อยเป็นรอยราย
ที่นางเสือกเกลือกกลิ้งนิ่งพินิจโลหิตติดกิ่งไม้น่าใจหาย
ที่นี่แล้วแก้วตาชีวาวายเก็บได้ชายสไบฉีกขนปีกนาง
คิดถึงองค์นงนุชสุดสังเวชชลเนตรแนวนองยิ่งหมองหมาง
ขุกคิดแค้นแสนเสียดายเพียงวายวางกระดูกนางหนังเนื้อไม่เหลือเลย
แม่ร่วมจิตติดตามเมื่อยามไร้มาบรรลัยตรงนี้เจ้าพี่เอ๋ย
สุดจะคิดติดตามเจ้าทรามเชยทุกสิ่งเคยคํ่าเช้าจะเปล่าดาย
แม้นดวงเนตรเจ้าประเวศทางทวีปจะเร็วรีบตามติดเหมือนจิตหมาย
ไปป่าช้าสุดจะตามเจ้างามตายไม่พบสายสวาทแล้วต้องแคล้วกัน
อย่าห่วงหลังกังวลจงพ้นทุกข์เสวยสุขในสถานวิมานสวรรค์
จนม้วยดินสิ้นฟ้าในสามัญไม่พบขวัญเนตรแล้วแก้วกินรี
เจ้ารักผัวตัวตายข้างฝ่ายผัวจะบวชตัวตั้งถือเป็นฤๅษี
รักษาสัตย์ตัดขาดแล้วชาตินี้ไม่ขอมีเมียแล้วแก้วกลอยใจ
เจ้ามีคุณบุญพี่ที่ได้บวชจะรํ่ากรวดนํ้าสนองให้ผ่องใส
ในชาตินี้มีกรรมต้องจำไกลจะเกิดไหนให้พบประสบกับ
แต่รุ่นราวสาวหนุ่มได้ชุ่มชื่นสำราญรื่นอยู่จนสิ้นดินสวรรค์
เสวยสุขทุกเวลาทิวาวันจนล่วงลับกัปกัลป์พุทธันดร
สไบฉีกปีกขนที่หล่นอยู่จะไว้ดูต่างกายสายสมร
พระครวญครํ่ารํ่าว่าด้วยอาวรณ์สะอื้นอ่อนอารมณ์ให้ตรมตรอม
จนราตรีมิได้จากซึ่งซากศพกันแสงซบโศกรูปจนซูบผอม
พระพักตร์เผือดเลือดสลดด้วยอดออมจนมัวมอมหมองสิ้นทั้งอินทรีย์
สุดกำลังตั้งจิตอธิษฐานขอพึ่งท่านเทวาทุกราศี
ข้าจะใคร่ได้บุญเป็นมุนีแต่ไม่มีหนังเหลืองเครื่องสิทธา
เดชะตามทรามสวาทอย่าคลาดเคลื่อนให้สมเหมือนหมายมาดปรารถนา
นึกนิยมลมจับวับวิญญาณ์ให้มืดหน้าแน่นิ่งไม่ติงองค์
เดชะสัตย์อธิษฐานการกุศลเทพอยู่ต้นไทรใหญ่ไพรระหง
เอาหนังเหลืองเครื่องที่ฤๅษีทรงมาวางตรงพักตราในราตรี
พระรู้สึกนึกสมอารมณ์หวังทรงนุ่งหนังเสือถือเป็นฤๅษี
ชฎากลีบจีบเกล้าเป็นเมาลีเครื่องมุนนีครองครบอภิวันท์
ประนมนั่งหวังถวิลถือศีลห้าทรงสมาทานกรรมธรรมขันธ์
สำรวมจิตกิจกรมพรหมจรรย์จนตะวันส่องสว่างกระจ่างตา
คิดตัดห่วงบ่วงใยของในโลกค่อยสร่างโศกด้วยสังวาสศาสนา
แบ่งบุญบวชสวดศีลจินตนาส่งบุญไปให้สีกากินรี
เจ้าสิ้นชาติอาตมาขอลาแล้วจงผ่องแผ้วพ้นทุกข์เป็นสุขี
รูปจะไปให้ชนกชนนีทั้งอัยกีภิญโญโมทนา
เสร็จธุระสันโดษเที่ยวโปรดสัตว์ตามบัญญัติโยคีมีสิกขา
แล้วสวมย่ามตามกิจพระสิทธาใส่สาตราเครื่องทรงอลงการ
ถือประคำอำลาสุรารักษ์ซึ่งสำนักเนินผาพฤกษาสาณฑ์
พระทักษิณจินตนาสมาทานสิทธาจารย์เคลื่อนคล้อยเหาะลอยไป
สังเกตจำตำแหน่งคลางแคลงจิตตะลึงคิดพิศวงให้สงสัย
ที่เมืองอยู่ดูแลไม่แน่ใจพระตรงไปหรดีวิถีทาง ฯ
๏ จะกล่าวแก้วกินรีเมื่อปีศาจมันตีฟาดจับฟัดนางขัดขวาง
เสือกสลบซบกายไม่วายวางมันจับขว้างลงในนํ้าที่ลำธาร
กระแสส่งตรงโตรกกระโชกเชี่ยวไหลลดเลี้ยวลอยคว้างกลางละหาน
แต่ปีกอยู่ชูองค์นางนงคราญไปในธารธาราได้ห้าวัน
ถึงหาดน้อยลอยเลยเข้าเกยตื้นยังชุ่มชื่นชีวาไม่อาสัญ
แต่เอวองค์นงลักษณ์นั้นหักรันให้หวาดหวั่นไหวติงแน่นิ่งนอน ฯ
๏ จะกล่าวคุณมุนนีพระอิสิง[๔]ทรงฌานยิ่งอยู่เวิ้งเชิงสิงขร
สำเร็จกิจวิทยาใช้วานรเที่ยวซอกซอนเสาะเสือกหาเผือกมัน
นํ้าผึ้งรวงพวงหว้าผลาหารล้วนอ้อยตาลตามแต่ได้มาให้ฉัน
เป็นผาสุกทุกเวลาทิวาวันเมื่อวันนั้นนึกจะใคร่ไปจงกรม
จึงห่มดองครองไตรถือไม้เท้าผู้เป็นเจ้าจากศาลาที่อาศรม
ค่อยย่างเหยียบเลียบเดินเนินพนมปลงอารมณ์รํ่าภาวนาไป
ครั้นเหนื่อยพักจักลงสรงสนานไปสู่ธารริมเวิ้งเชิงไคล
แลเห็นนางกลางหาดประหลาดใจหรือบรรลัยลอยมาตามสาคร
ยืนป้องหน้าตาเขม้นอยู่เป็นครู่ยังสดอยู่ดูเห็นไม่เป็นหนอน
มีปีกใส่ไม่เห็นหางอย่างกินรนุ่งผ้าผ่อนเหมือนมนุษย์สุดสงกา
จึงเล็งญาณฌานกิจแจ้งจิตจบนางสลบลูกยักษ์เชื้อปักษา
พึ่งตั้งครรภ์วันเดียวเจียวสีกาจะจำมามอดม้วยต้องช่วยไว้
จึงวักนํ้าพรำพรมประนมหัตถ์ช่วยโบกปัดเป่าพระเวทตามเพทไสย
ที่หักรันนั้นก็ติดสนิทในนางทรามวัยพลิกฟื้นเหมือนตื่นนอน
ลุกขึ้นนั่งตั้งตาเห็นดาบสกราบประณตน้อมกายสายสมร
พระสิทธาว่ากูช่วยไม่ม้วยมรณ์ไฉนนอนลอยมาในวารี ฯ
๏ นางก้มเกล้าเล่าแถลงให้แจ้งเรื่องเมื่อจากเมืองมาในป่าพนาศรี
หยุดนอนค้างนางยักษ์พาเอาข้านี้มาทุบตีชีวันถึงบรรลัย
ได้พบปะพระคุณการุญช่วยเมื่อมอดม้วยมิได้แจ้งตำแหน่งไหน
ยังเมื่อยเจ็บเหน็บช้ำระกำใจขออาศัยพระสิทธารักษากาย ฯ
๏ พระอิสิงนิ่งฟังนึกสังเกตก็แจ้งเหตุหนหลังสิ้นทั้งหลาย
นางมีกรรมจำเพาะคราวเคราะห์ร้ายต้องพลัดพรายเพราะโทโสกับโลกีย์
กูเข็ดรักหนักหนาสีกาเอ๋ยจึงละเลยเลิกถือเป็นฤๅษี
จะอาศัยไปหยุดอยู่กุฎีก็ตามทีเถิดหนูตามกูไป
แล้วนำมาอาศรมพนมมาศอนุญาตศาลาให้อาศัย
ใข้วานรคอนขนผลไม้มาแบ่งให้กันอยู่ช่วยดูแล
ทั้งเย็นเช้าดาวบส[๕]ช่วยรดนํ้าที่ชอกช้ำทำยาให้ทาแผล
นางเจ็บไข้ใจคอยังท้อแท้กับทั้งแพ้อุทรอ่อนวิญญาณ์ ฯ


[๑] หมูสี คือ ชื่อมะพร้าวพันธุ์หนึ่ง

[๒] สมเคราะห์ = สงเคราะห์

[๓] รางควาน = รังควาน แปลว่า ผีร้าย

[๔] อิสิง = อิสิ แปลว่า ฤๅษี

[๕] ดาวบส = ดาบส

 

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ