โคลงนิราศวัดสมุหประดิษฐ์

ร่าย

๏ สรวมชีวชุลี ศรีรัตนตรัยางค์ โลกุตมางคพิจิตร สฤษดิบังคม บรมบาทนฤบดี ศรีอโยทธยา มหาดิลกราช นรนาถธราดล สากลรัตนโกสินทร์ เวียงอินทรสงกาศ ปรเทศราษฎร์ทุกแขวง ใฝ่แฝงพึ่งพรเดช น้อมเกศชูมาศมาลย์ อรินท์รานเร่งปรา ปวงประชาแช่มชื้น ทั่วพ่างพื้นปรัถพี พระบารมีปูปกเกล้า สุขทุกค่ำคุ้งเช้า ฉ่ำใจ ยิ่งนา ฯ

๏ อโยทธเยนทรยศยิ่งสร้อย สรวงสวรรค์
เพียงพิมานแมนไข เขตหล้า
เกริกเกียรดิขจรบรร เจิดทวีป เว้นฤๅ
ชูพิภพฟื้นฟ้า เฟื่องดิน ฯ
๏ สมภารสมภพพร้อม ไพรบูลย์
เรืองรัตนโกสินทร์ สุขล้ำ
เพิกพื้นพิภพพูน เผยโลก กว้างแฮ
บุญพระฟื้นฟ้าขว้ำ ไขว่หงาย ฯ
๏ เสร็จยอพระยศอ้าง ออกแสดง
ปางรํ่านิราศสาย สวาดิน้อง
จำจากเจ็บจิตแหนง ขนางเสน่ห์ นางนา
ฝากโศกยอดสร้อยซ้อง สั่งสาร ฯ
๏ เด็ดใจเจียรจากแก้ว กับอก อรเอย
ทุบทุ่มอุราราน ร่ำเศร้า
สะอื้นอัดอุรกรรศก สังเวช ตนแฮ
หวนคิดคืนเข้าห้อง สั่งขวัญ ฯ
๏ อ้าโอษฐ์ฤๅอาจกลั้น ชลนา
กรกอดสมรศัลย์ ซบสะอื้น
สั่งกระซิบอรยุพา พูนเทวษ ยิ่งแฮ
เฟือนสติตื้นตั้ง แต่กรม ฯ
๏ กรรโหยลำโหกไห้ หวนถวิล
โอบผโอนผอืดสม สั่งห้อง
ปลอบนุชสุชลริน รํ่ารัก วายฤๅ
เรียมจะห่างน้องเต้า ต่างเมิล ฯ
๏ ทรุดพักตร์ซบพักตร์แก้ว กานดา ดวงเอย
โฉมแม่คู่ใจเพลิน พลบเช้า
เด็ดแดฤดีคลา คลาดแม่ แล้วแม่
ใจฝากใจเฝ้าเจ้า จุ่งถนอม ฯ
๏ สั่งสารเสาวณิศสร้อย สายสมร แม่นา
เสนาะสนั่นทรวงกรอม เกริ่นเศร้า
บำบวงภิวาทวอน วิงเทพ ทั่วแฮ
รํ่าฝากหนึ่งน้องเหย้า อย่าลืม ฯ
๏ อาราธน์อารักษ์ได้ ปรานี ข้านา
ขอแต่กระมลยืม อยู่ป้อง
โปรดช่วยรักษาศรี สมรนุช หน่อยพ่อ
จงท่านทุกห้องฟ้า ใฝ่ใจ ฯ
๏ ควรอมรเมศถ้วน ทุกสถาน
สังเวชเทวษใน อกบ้าง
รับธุระเอาภาร เพียงโศก สั่งนา
โททุเรศร้อนร้าง รํ่าครวญ ฯ
๏ รํ่าสั่งรํ่าฝากท้าว เทพา รักษ์ฮา
โลมลูบกำลูนนวล นิ่มเนื้อ
จำใจหักใจลา ละแม่ ไปแม่
ห่างเสน่ห์น้องเอื้อ อัดแด ฯ
๏ สองโศกสนั่นก้อง กำสรด
จาตุรจักษุแล หลั่งน้ำ
ดุจเด็ดฤดปลด ปลอบเปลี่ยน กันนา
โททุกข์โทซ้ำซ้ำ ชอกใจ ฯ
๏ อาสูรสายสวาดิโอ้ อาทวา
จักนิทรวังเวงใน ม่านป้อง
ไปไป่เนิ่นจักมา สมสวาดิ แม่แม่
ลานุชลาห้องแล้ว หลีกจร ฯ
๏ จากทวารเทวษเศร้า ทรวงระทด
ผินพักตร์พบพักตร์สมร หม่นคล้ำ
ย่างเท้าอุระสลด ลาญสวาดิ
ดาลกระมลกลั้นน้ำ เนตรคะนึง ฯ
๏ เหลียวกระซิบสั่งสร้อย ศรีสมร แม่เฮย
ศัพท์แว่วสวาดิพึง เพียบห้อง
แรมเรือนนิราศจร โอจาก จริงนา
เหินห่างแหนด้วยน้อง หนึ่งเนา ฯ
๏ ฝืนแดจรดุ่มด้อม ดำเนิน
ทรวงระทดเทาเทา สะทึกเต้น
โหยหนกระเหิมเหิน ระหกหอบ ไห้แฮ
อุรภาคเพียงค้อนเฟ้น ฟาดสลาย ฯ
๏ ลับนุชพริบเนตรเอ้ กายาม เดียวนา
เสียวโศกสยองกาย กึ่งม้วย
เสมอจากสมรสาม ปีเศษ เจียวแม่
ทรวงพี่เย็นด้วยนํ้า เนตรชโลม ฯ
๏ เรียมคิดทุกย่างย้าย จรลี
กายจากจิตจำโฉม แชล่มหน้า
ถวิลนุชทุกวิถี ทิวตรอก ซอกเฮย
ลัดตลาดชิงช้าด้วย ด่วนคลา ฯ
๏ ลุวัดบวรนิเวศไหว้ อาราม
ภิวาทรัตนชุลีลา ลับแล้ว
บุญบัติแบ่งโฉมงาม งอนรับ เร็วแม่
แนบเมื่อคํ่าเช้าแคล้ว คลาดนาง ฯ
๏ กรอมกระมลหม่นเศร้า ทรวงแสยง ยิ่งเอย
ลุตลิ่งบางทาง ท่าน้ำ
นาเวศละแวกแฝง ฟากฝั่ง จอดแฮ
พายถ่อแจวคุ้ยค้ำ คั่งคลอง ฯ
๏ เรือเรียมเลียบท่าพร้อม ฝีพาย
ถือผจงแจวจอง จับจ้อง
ได้ฤกษ์เลื่อนเรือผาย ผันจาก ท่านา
พลางรีบเร็วร้อนร้อง เร่งแจว ฯ
๏ อกเอยแต่จากเจ้า จวบวัน แล้วนา
โฉมแม่แมกแววแนว เนตรไว้
ผลเวรแต่เพรงสรรค์ สองร่วม สร้างฤๅ
บำราศเราให้ร้าง คู่ครอง ฯ
๏ ออกปากคลองชื่ออ้าง บางลำ พูเอย
แพจอดตลิ่งสอง ฟากน้ำ
พิศไป่พบสมรกำ สรดโศก ยิ่งแฮ
ตรอมเทวษว้าปล้ำ ปลุกใจ ฯ
๏ เรื่อยเรื่อยเรือล่องท้อง ทางชลา
ลิ่วลิ่วลับนุชไกล ยิ่งแล้ว
พิศพักตร์ทั่วแพหา เห็นแม่ ไม่แม่
เร่งพวกแจวแคล้วแคล้ว เคลื่อนไป ฯ
๏ บางขุนพรมแพร่อ้าง ออกบาง นามเอย
นึกพระพรหเมศไท เทพเท้า
เผลอนิทรอาสน์หงส์พลาง เพลินหลับ ฤๅพ่อ
สองรํ่าโศกซ้องเศร้า สร่างฟัง ฯ
๏ พันตาจาตุรพักตร์ท้าว เทพา รักษ์ฮา
พิษณุอิศวรทัง สี่ถ้วน
สองพิโยคยิ่งอา ลัยสนั่น น้อยฤๅ
ไยช่างนิ่งนี้ล้วน เล่ห์เมิน ฯ
๏ ควรแค้นควรค่อยง้อ งอนสาร สั่งเอย
ฝากนุชเพราะเรียมเหิน ห่างห้อง
แม้ว่าอยู่ไป่ขาน คำกล่าว เลยพ่อ
นี้จากจำต้องร้อง ฝากโฉม ฯ
๏ อกห่างใจห่วงสร้อย สงสาร ยิ่งนา
เรียมจากใครจักโลม ปลอบบ้าง
แม่จะโศกทรวงปาน ใดห่อน เห็นเฮย
จะกอดขนนข้างค้าง ค่อยคอย ฯ
๏ เรือเลยเรียมลับแล้ว ลาญระลุง จิตนา
นั่งนึกว่าเรือถอย แทบบ้าน
ถนัดคลองพระผดุง ดูลิ่ว แลแฮ
คิดทุกคุ้งน้ำหย้าน ยิ่งไกล ฯ
๏ วัดราชกุญชเรศเรื้อง อาราม
โบสถพิหารไพ จิตรพร้อม
ช่อฟ้าประงอนงาม เงื่อนส่าย เฟื้อยแฮ
ถวายภิวาทเกล้าน้อม ฝากนาง ฯ
๏ รีบเรือเร่งลัดคุ้ง คงคา
ครวญคระหึมโหยคราง ครั่นไห้
ลุยังวัดราชา ธิวาส
กรชุลีไหว้ร้อง ร่ำคราญ ฯ
๏ ผลกุศลภิวาทเอื้อ อาราม
อวยสฤษดิคำณวน นึกนี้
แม่อย่าละลืมความ ขวนรัก สั่งนา
ถนัดมโนน้องชี้ เช่นแสดง ฯ
๏ ถนัดยังบางจากแจ้ง เจ็บกาม
กลพี่จากใจแฝง ฝากเจ้า
เด็ดจากผจงยาม ใยสวาดิ หวังแม่
ร่างพี่ร้างน้องเฝ้า ฝากใจ ฯ
๏ อายจากรีบจากตั้ง ตาดู อื่นเอย
เมินพักตร์ผายเรือไกล เกลียดคุ้ง
เล็งถนัดบางพลู เพลินจิต ยิ่งนา
จีบผจงลิ้นลุ้ง เลี่ยมทอง ฯ
๏ เจียนสลาสลับจอกเจ้า ผจงหา ไว้แม่
เชี่ยนนากพลูจีบซอง สอดไว้
ตั้งแต่พี่จากมา ไกลสวาดิ
หวาดว่าพลูน้องให้ เผ็ดใจ ฯ
๏ ถั่นถึงบางพลัดโอ้ อาดูร แดเอย
เรือเร่งเร็วเร็วไป ไป่ช้า
ดุจพี่พลัดสมรสูญ สังเวช ยิ่งแฮ
เห็นแต่ป่านํ้าฟ้า ฝั่งชล ฯ
๏ สามเสนสาปชื่อคุ้ง คงคา ไว้ฤๅ
เดิมว่าสามแสนคน เรียกเพี้ยน
ระลึกรักนิราศมา เมินสวาดิ
กลัวเกลือกเป็นเสี้ยนแกล้ง กลับกลาย ฯ
๏ อกเอยอาภัพแท้ ทุรพล
มาแต่กายโดดดาย เดี่ยวคว้าง
นับเริศทุเรศหน ทางจาก
โฉมแม่เนาบ้านร้าง คู่ครอง ฯ
๏ บางกระบือบอกบ้าน บงใจ เจ็บเอย
ตรอมกระมลกรมหนอง เหนอะเนื้อ
แสนเขากระบือไถ แถกขวิด
ปวดไป่เท่าร้างเรื้อ รสชม ฯ
๏ เรือดลบางซื่อแล้ว แลพลาง เพลินแฮ
สองจากจงจิตสม เสี่ยงไว้
หวังสัตย์ร่วมใจนาง ในพี่
สองซื่อต่อตั้งให้ แห่งกัน ฯ
๏ เรียมเหินสวาทเจ้า จรไกล
นึกเมื่อเรียมแรกวัน ร่วมห้อง
เคยประสบประสานใจ จำเพาะ กันนา
มาจากปานนี้น้อง นิทรเดียว ฯ
๏ ลุย่านบางซ่อนเศร้า สงสาร
เบือนเบื่อ บ อยากเหลียว เหลือบใกล้
หวนระลึกเสน่ห์ลาญ ลับพักตร์ มาแม่
ฝังรักร่วมส้อนไว้ หว่างใจ ฯ
๏ สองเนตรจักลับหน้า นานวัน ยิ่งเอย
เกรงแต่ชู้ชายใด ดอดด้อม
ลอบลักประโลมขวัญ เนตรพี่
เสี่ยงแต่บุญสร้างซ้อม ส่งครอง ฯ
๏ คิดมิตรเมินย่านบ้าน เบือนแล
ถนัดหนึ่งบางสายทอง ถิ่นนั้น
สวนเรือกละแวกแคว แขวงไขว่
เห็นแต่ทิวไม้กั้น กับเรือน ฯ
๏ สายทองธรรมชาติเนื้อ นพคุณ
สีสุวรรณฤๅเหมือน พักตร์เจ้า
ผ่องยิ่งมาศแมนจุณ ผจงเปรียบ ปานฤๅ
งามกว่าทองร้อยเถ้า ทาบสี ฯ
๏ โฉมเจ้าจักเปรียบปิ้ม ปานใด เล่านา
แม้แม่แบ่งภาคย์มี แม่นแม้น
เปรียบอื่นอสงไขย เขินเปล่า
คิดยิ่งคิดซ้ำแค้น ค่อนครวญ ฯ
๏ เลยล่วงระยะบ้าน บางโพ แล้วนา
ลุเขตบางเขนหวน สวาดิน้อง
ทอดแม่อยู่เดียวโอ อนาถ
จะสะอํ๋นก้องห้อง โหกใจ ฯ
๏ เยื้องแสงสุริเยศเมื้อ เมฆา
เรือก็รีบครรไล ลิ่วล้ำ
ถั่นถึงวัดเขมา มาจอด
ร่มโศกริมถ้าน้ำ น่าฉนวน ฯ
๏ ต้นโศกแทรกเขื่อนชั้น ชายเลน
เขียวระบัดปัดปน[๑] ปิดก้าน
โศกพี่จากนุชเกณฑ์ คราวเคราะห์ แทรกฤๅ
ปลดเสน่ห์เนาบ้านป้อง ปิดสมร ฯ
๏ อาสูรเสาวลักษณ์สร้อย สายใจ พี่เอย
นี่ก็ย่ำทิวากร เกือบแล้ว
เคยแม่แมกม่านไข คอยพี่
พักตร์ผัดสองแก้มแผ้ว ผ่องผจง ฯ
๏ ผ่อนพักภักษ์โภชน์แล้ว ฤๅนาน
ยอย่ำพระสุริยง เยี่ยมไม้
ถอยเรือรีบจากธาร ท่าจอด
เรียมภิวาทน้อมไหว้ วัดลา ฯ
๏ รอนแสงรพิศแปล้ ปลายพฤกษ์
โอภาสเผือดเพหา เหือดคลุ้ม
เรือห่างฝั่งแฝงลึก ลาญสวาดิ
ทรวงพี่กลัดเศร้ากลุ้ม เกลือกถวิล ฯ
๏ นาเวศวิ่งว่ายนํ้า ตามแจว
แหวกระลอกลอยสินธุ์ เสียดส้า
หมายมิตรแม่แมกแวว วนว่าย มาแม่
เผยม่านมองม้วนหน้า นึกอาย ฯ
๏ ตลอดตลาดแก้วเร่ง ฤๅรอ
หากว่าแก้วใครขาย คิดซื้อ
ฝากแก้วกระมลพอ พิศต่าง หน้านา
ต้นตลาดรื้อไย้ อยู่ไหน ฯ
๏ แลเลยตลอดบ้าน บางขุน เทียนแฮ
โอเสี่ยงเทียนไชยไร ร่วมน้อง
บนเทพยการุญ รับธุระ หน่อยนา
ตกเคราะห์คราวนี้ต้อง ต่างกัน ฯ
๏ มาไกลกลอยจิตกลุ้ม กลัดทรวง
ลับพักตร์วรเพ็ญขวัญ เนตรแล้ว
คิดสายกระมลดวง ดาลสวาดิ ยิ่งนา
โฉมจะวายแป้งแผ้ว ผัดสี ฯ
๏ แดเดียวสวาดิโอ้ อางขนาง
เยาวอยู่ใครมี เพื่อนพร้อง
พึ่งผืนพัสตราบาง สไบห่ม พลางแม่
วานม่านมุ่งห้องป้อง ปกสมร ฯ
๏ บางขวางแขวงบ้านชื่อ ฉันใด
หวนเสน่ห์เรียมจร จากเจ้า
โศกขึ้นแทรกขวางใน แนวอก พี่แม่
ขัดยิ่งบางร้อยเถ้า ทับขวาง ฯ
๏ บางแพรกพรํ่าพรากเจ้า เจ็บใจ จริงเอย
หญ้าแพรกมะตูมใบ[๒] บาตรน้ำ
มงคลคู่ทัดใน หอฤกษ์ ร่วมแม่
พฤทธญาติพร้อมซ้ำ สฤษดิ์พร[๓]
๏ คิดพลางเพลินจิตแจ้ง ใจตรอม
แรกเริ่มวิวาหสมร แมกใกล้
เคยแนบอุระถนอม ในม่าน
แรมนุชยามไร้ได้ แต่ครวญ ฯ
๏ ตลาดขวัญใจคว่างคว้าง ขวัญปลิว
ทิ้งทอดธุระสงวน เงียบห้อง
เรียมลาจากใจหวิว วายเทวษ แล้วฤๅ
ใครจะปลอบน้องร้อง รับขวัญ ฯ
๏ วัดเฉลิมพระเกียรดิอ้าง อาราม นั้นฤๅ
นบรัตนภิวันท์ หว่างเกล้า
บุญบัติเฉลิมความ สัตย์เสี่ยง สองแฮ
รักร่วมอย่ารู้เร้า เริศปอง ฯ
๏ เสร็จไหว้อาวาสซ้อง สารแสดง
สั่งส่วนกุศลครอง นุชด้วย
บำบัดพิบัติแหนง ชายอื่น นาแม่
ตรงต่อสัตย์สู้ม้วย แม่นใจ ฯ
๏ อาสูรทรามสวาดิสร้อย สงสาร พี่เอย
ใครจะขานคำไข ข่าวพร้อง
คิดลมและน้ำวาน บอกนุช หน่อยพ่อ
โศกสั่งทุกห้องท้อง นัที ฯ
๏ ดลนนทบุเรศโอ้ อัสดง แล้วนา
เชิงทิฆัมพร์เสกสี แสดย้อม
ทรวงทวีปเทวษสง สารโศก ด้วยฤๅ
ฤๅช่วยเรียมเศร้าพร้อม พรํ่าครวญ ฯ
๏ สางแสงศศิขึ้น ไขสี
เรื่อเรื่อแพหน้าจวน จอดไว้
ตามประทีปอัคคี โคมสว่าง
หมายเขตบอกให้รู้ น่าเมือง ฯ
๏ เรียมเมิลรีบเมื้อด้วย ดาลแด ยิ่งเอย
เห็นแต่แสงไฟเรือง เรื่อนํ้า
สองเนตรสอดเนตรแล ตลอดย่าน นํ้านา
หมอกพยับคลุ้มกล้ำ เกลื่อนมี ฯ
๏ มืดแล้วเหลือทราบบ้าน บางใด เลยแม่
จักสืบสั่งข่าวศรี สวาดิบ้าง
คราวทุกข์จักถามใคร ฤๅพบ
จากสุขพลอยซ้ำร้าง เพื่อนจร ฯ
๏ ปากเกร็ดตัดลัดอ้อม เอาตรง ทางเอย
ถามข่าวสมรวอน สั่งถ้อย
เกร็ดเอยปากวานสง เคราะห์พูด หน่อยนา
นิ่งไป่กล่าวด้วยน้อย เพื่อใด ฯ
๏ ปากไป่ขานข่าวไม้ บอกพราง ฤๅพ่อ
วานตลอด บ ไข ข่าวพร้อง
ยินแต่ระลอกกลาง ลัดซัด เสียงนา
เสนาะประเล่ห์น้องร้อง เรียกเรียม ฯ
๏ เรือล่องออกลัดคุ้ง คงคา แล้วนา
จันทร์กระจ่างแสงเทียม ปทีปแก้ว
ปรมัยยิกาอา วาสลุ แล้วนอ
เห็นทงุ่มแพร้วแพร้ว พรั่งพราย ฯ
๏ จักจอดสั่งข่าวสร้อย ทรามสง สารเอย
ยามคํ่าหาคนกราย ยากแท้
รีบเรือเร่งเลี้ยวตรง บางภูต
เกรงม่าห์สิงคุ้งแล้ หลอกหลอน ฯ
๏ ภูตแมกมีเร่งให้ มาหา หน่อยนา
วานภูตพูดวอนอร อัตถ์ชี้
ฤๅขยาดมนต์คา ถาห่วง ทรัพย์พ่อ
ภูตก็หลบหน้าลี้ หลากครัน ฯ
๏ บ้านใหม่มืดดึกแล้ว จำลา
หอใหม่ยกฤกษ์วัน ร่วมเจ้า
ละนุชนิทรเอกา กายเปลี่ยว
เกรงจะชวนชู้เข้า คู่หอ ฯ
๏ บางโควัดหว่างนั้น ไหนอา รามนา
ฤๅว่าฝากชื่อพอ เพื่อรู้
เรียมคิดแต่ยามมา จากแม่ เจียวแม่
ยังไป่พบเพี้ยงผู้ พากย์ความ ฯ
๏ บางพังตลิ่งล้น ลงชลา
หล่นถล่มเลนหลาม ลาดไล้
พังอุระเรียมพา หาทุ่ม ทุมแฮ
เจ็บยิ่งฝังน้ำไซร้ เซาะพัง ฯ
๏ นาฬิกาเกือบเข้า ยามสาม แล้วเฮย
ดึกเงียบยากทางสัง เกตได้
รอเรือพักจอดตาม โตยฝั่ง
เห็นแต่ทิวต้นไม้ มั่วราย ฯ
๏ ยามดึกสงัดสิ้น เสียงคน
มารุตระเรื่อยชาย เฉื่อยหล้า
เรียมแรมทุเรศหน โหยสวาดิ
เนื้อเหน็บหนาวน้ำฟ้า ฝ่าทรวง ฯ
๏ บงจันทร์แจร่มห้อง หนหาว
จากเมฆมัวกลางดวง ดุจเศร้า
พักตร์สายสมรคราว ครองเสน่ห์ นั้นฤๅ
แจ่มยิ่งจันทร์ร้อยเถ้า เทียบสี ฯ
๏ สาวน้อยมาโนชญ์หน้า แนมสุวรรณ พี่เอย
ลมจะแผ่วผิวหนี เหน่อเนื้อ
ใครเลยจะโลมขวัญ เนตรสนิท ราแม่
อุ่นแต่ผืนผ้าเสื้อ สอดนอน ฯ
๏ ยามร้อนเคยรํ่าแป้ง ปนปรุง
จุณกระแจะอบอร แอบข้าง
เกรงแต่เรือดริ้นยุง เหลือบลอบ กวนแฮ
โฉมจะชุ่มนํ้าค้าง ข่วนคัน ฯ
๏ ครวญคะนึงนิทรเคลิ้ม คลำผวา เปล่านา
โสตเสนาะไก่ขัน แข่งร้อง
เดือนดาวกระดากอา กาศคับ แล้วเฮย
รุ่งสว่างท้องฟ้า เผือดสี ฯ
๏ ปลุกเพื่อนนาเวศฟื้น นิทรา
เสนาะสนั่นนัที ถิ่นนํ้า
ไขรวิแหวกผา เผินผ่อง ภพแฮ
จัดโภชน์ภุญช์แล้วลํ้า เลื่อนเลย ฯ
๏ อกโอถึงโคกช้า พลูเผลอ ใจแฮ
พลูหมากรวมปูนเคย ปากเคี้ยว
ยามยากยกเชี่ยนเจอ ใจเหมาะ
แลตะลึงคุ้งเลี้ยว ลับลี ฯ
๏ เรือพ้นทรวงพี่เศร้า เสียวแด ยิ่งเอย
ถึงประทุมธานี ชื่อพร้อง
เมิลเมืองมุ่งใจแห เหินสวาดิ
คิดประทุมน้องต้อง ติดมือ ฯ
๏ แสงสายสุริเยศแผ้ว เพ็ญดวง เด่นเอย
แหนงเสน่ห์นึกคือ ค่ำเช้า
ดลดำแหน่งบางหลวง เชิงราก แล้วนา
ราคเสียดทรวงเศร้าซํ้า แซกใจ ฯ
๏ รากรักร่วมพุ่มต้น เต็มกอ
ใครขุดรากรานใบ บั่นกลิ้ง
เหลือแต่รากแรมตอ ติดอยู่
เช่นพี่จากเจ้าทิ้ง ทอดมา ฯ
๏ กระแชงกระฉ่อนบ้าน บอกใจ เจ็บเอย
นึกกระแชงอ่อนฝา ฝากน้อง
แผ่ผืนกระแชงใบ บังนุช หน่อยนา
เนาแต่ในห้องป้อง ปิดตน ฯ
๏ สามโคกโขดแข่งขึ้น เคียงราย
ตะลึงเสน่ห์ยามยล เยี่ยงเคล้า
เพลินหมู่ทุมาชาย ชวนสวาดิ
เพียงหนึ่งโคกคุ้งเย้า ยั่วถวิล ฯ
๏ เที่ยงแสงอาทิตย์ต้อง ตากกาย
เคยกระแจะเจือสินธุ์ อบอ้า
คราวร้างนิราศสาย สมรโศก
วักแต่นํ้าถ้าไล้ ลูบทรวง ฯ
๏ บ้านงิ้วเงื่อนชื่อแจ้ง ใจระบม
หวนเสน่ห์เรียมหวง ห่างหน้า
ผิว่าอื่นชายชม ชวนเช่น ชู้แม่
วานหน่อยหนามงิ้วง้า เงือดแทง ฯ
๏ แม้นน้องมีคู่ดั้ง เดียวเดิม ก็ดี
เวรสวาดิประหวัดแสดง ดุจนี้
งิ้วกรดกราดกรวยเติม ตามต่อ เรานา
บาปกับบุญใช้ชี้ เช่นใด ฯ
๏ ทองหลางรายเรียดตั้ง ตีรา รอบเอย
โอพี่จากเจ้าไป ป่างค้าง
นุชพี่รวบรายฝา เรือนปิด
ชายจะปองล้อมข้าง เคาะเรือน ฯ
๏ เกาะใหญ่แสนเกาะทิ้ง ทับอก เรียมเอย
หนักไป่เท่าทุกข์เตือน ต่อเตื้อง
ใครจะช่วยชูยก โยนโศก เสียนอ
ได้แต่หนึ่งน้องเปลื้อง ปลดคลาย ฯ
๏ ลานเทชลทุ่มท้อง ธารา
แม้ว่าเทโศกผาย ผึ่งบ้าง
แสนลานจะกองอา ดูรหมด แล้วฤๅ
วานช่วยเทเศร้าร้าง อย่ารอ ฯ
๏ แควน้อยสามแยกนํ้า แนวคลอง
แม้ว่าทรวงเรียมหนอ แยกได้
ไปหนึ่งหนึ่งเนาครอง คราวจาก นุชนา
แบ่งแต่ใจไว้ให้ กับใจ ฯ
๏ บางไทรใดเทพยท้าว สถิต
สมชื่อบางไทรใคร สาปไว้
อ้าเทพยศักดิ์สิทธิ์ สิงย่าน นี้นา
ขอพระปู่เจ้าได้ เมตตา ฯ
๏ ไทรเอยอุณรุทท้าว เธอวาน ท่านฤๅ
จึ่งสุรเทพาพา ร่วมห้อง
อกอาตมก็นาน วันจาก นุชนา
วานเทพยอุ้มเพี้ยงห้อง แห่งสมร ฯ
๏ ไทรเฉยเช่นไป่รู้ เรียมครวญ
เจ็บเสน่ห์ใจจร จากแก้ว
ปวดยิ่งเซี่ยนไทรสวน เสียบอก
เรือรีบแจวแคล้วแคล้ว คลาดไป ฯ
๏ ดลด่านเสียงฆ้องรํ่า รุมตี
เรียกพวกเรือค้นใน น่านน้ำ
ทรวงโศกเสกเรือมี ของหนัก
แดดุจค้อนฆ้องซ้ำ ซัดรัน ฯ
๏ ดลแดนบ้านดาบโอ้ อาดูร
ทรวงยิ่งดาบเพชรฟัน ฟาดม้วย
เด็ดเดียวฤดีสูญ แสนโศก
ขาดสวาดิไว้ด้วย ดาบเวร ฯ
๏ เกาะเกิดเกิดเกาะกั้น กลางทรวง พี่เอย
เรือเลื่อนระลอกเลน หล่มไล้
เรียมแรมฤแดดวง เดียวเปลี่ยว
เกิดแต่เศร้าซ้ำให้ โหกโหย ฯ
๏ เฟือนแสงสุริยะฟ่าฟ้า แฝงดอย
ลับทวีปเดินโดย ด่วนแล้ว
แสงจันทรแข่งคอย ไขสว่าง โลกแฮ
เสร็จภักษ์โภชน์พร้อมแคล้ว เคลื่อนจร ฯ
๏ นภาพายุตั้ง ตีชล
ซัดระลอกคลองคลอน คลื่นเต้น
เรือชะเยื่อนโยกกล กวนล่ม
เฟื่องกระแสนํ้าเฟ้น ฟาดเรือ ฯ
๏ รีบเร็วถึงเกาะบ้าน บางประ อินเอย
จรก็จนใจเฝือ ฝ่าเต้า
ดึกสงัดศัพท์จะ จวนรุ่ง แล้วนอ
หนาวหยาดนํ้าค้างเช้า ชุ่มชล ฯ
๏ โอภาสรพิศต้อง เตือนกัน ตื่นแฮ
แสงสว่างเวหน แห่งฟ้า
ถนัดวัดนิเวศน์ธรรม์ ประวัติ
ถวายภิวาทแคล้วหน้า วัดไป ฯ
๏ ยลราชนิเวศน์เรื้อง โรจี
เพียงทิพยพิมานชัย เชิดหล้า
ลอยเลื่อนอมรลี ลงสู่ เกาะฤๅ
งามยยับย้อยย้า ยาบพราย ฯ
๏ เคารพวังราชแล้ว ลาจร
อำนาจรัชละอองปราย ประเกล้า
คุ้มปวงพิบากรอน รมเยศ
โสตสุขเสื่อมเศร้าชื้น ฉ่ำทรวง ฯ
๏ บ้านเลนเกาะพระไหว้ หวังลา แล้วนา
ตลาดเกรียบกรุ่มเกรียมดวง จิตร้อน
บ้านเมฆมุ่งมองอา กาศเปล่า
หมายเมฆแมกน้องส้อน กลีบบัง ฯ
๏ บ้านกลิ้งเรียมกลอกหน้า หานาง
รอนอุระเพียงพัง เพิกกลิ้ง
ลุวัดโปรดสัตว์วาง วอนภิ วาทนา
วัดโปรดเพื่อนน้องทิ้ง อยู่เดียว ฯ
๏ เกาะเรียนพยัคฆ์ข้าม ขบใคร
เรียมนึกขลาดขลาเสียว สาบคลุ้ง
บางกะจะจากใจ เจ็บจะ เห็นฤๅ
สั่งตลอดคุ้งขึ้น ข่าวครวญ ฯ
๏ ลุหน้าวัดพระเจ้า นางเชิง แล้วเฮย
ถวายภิวาทฝากนวล หนึ่งน้อง
อำนาจรัตนบำเทิง ทางโมกข์
บุญรักษ์สองข้าพร้อง พรากกัน ฯ
๏ อกเอยเรือล่องเข้า เขตกรุง เก่านา
แสนสุขกระเษมครัน ครึกครื้น
บ้านเรือนปลูกรายมุง มีมาก
สองฝั่งนํ้าล้วนพื้น พวกแพ ฯ
๏ เรือพายแจวขึ้นล่อง แลหลาย หลากเฮย
เสียงสนั่นจอแจ จ่ายซื้อ
แม่ค้าต่างค้าขาย คอนเร่
เรียมพิโยคเร้ารื้อ เร่งจร ฯ
๏ ดลแนวดำแหน่งหน้า วังจันทน์ เกษมนา
เล็งพระดำหนักสลอน เลิศล้วน
กำแพงสิมาขัณฑ์ เขตเขื่อน
งามประเสริฐสิ้นถ้วน ทุกประการ ฯ
๏ พิศที่ประทับไท้ ธาตรี
เพียงพิศพิมานสถาน เทพเท้า
จากดุลิตราศี สู่โลก ลงแฮ
อันประดับแก้วเก้า กํ่าแสง ฯ
๏ อำนาจภูวนาถป้อง ปัดเข็ญ
ข้าบาทนิราศแขวง เขตค้าง
พระเดชพระคุณเป็น ปานฉัตร กั้นนา
คุ้มทุกย่านน้ำกว้าง ป่าไพร ฯ
๏ ครวญถึงสี่แยกเวิ้ง วัดทอง บุนา
สี่ส่วนกระแสไหล เชี่ยวเลี้ยว
นึกทรามสวาดิครอง ตัวอยู่ เดียวแม่
ทรวงหากสี่เสี้ยวได้ ดุจคะนึง ฯ
๏ สามส่วนจักแบ่งไว้ หวังระวัง นุชนา
จากแต่ส่วนเดียวพึง คลาดคล้อย
จนแดเพราะเดียวสัง เวชจิต
ทิ้งแต่รักเฝ้าร้อย ชั่งชม ฯ
๏ บ้านไผ่ไผ่ป่าล้อม ลำไสว
รักแม่ร่วมอารมณ์ เรียบป้อง
ฝากเสน่ห์ล้อมใจ จำเพาะ เจ้านา
รอบยิ่งไผ่ล้อมห้อง แห่งคาม ฯ
๏ บ้านเกาะมีเกาะขึ้น คราวใด
ทรวงพี่ฟกเฝือยาม ตยากเจ้า
หนักเทวษหว่างใจ จักยก ยลฤๅ
ยิ่งกว่าเกาะร้อยเถ้า ทับแด ฯ
๏ บ่อโพงพึ่งบ่อบ้าง เป็นไร
โพงช่วยโพงกระแส โศกทิ้ง
บ่อเปี่ยมกระสินธุ์ใส เสกเนตร พี่นา
นํ้าขุ่นทรวงข้นกลิ้ง กลัดกรม ฯ
๏ ตลอดบ้านปักจั่นแล้ว แลไกล
เล็งละเมาะไพรพนม เนื่องคุ้ง
บ้านเสือชื่อบ้านใคร หนอแรก รังนา
ฤๅว่าเสือสร้างวุ้ง หว่างบาง ฯ
๏ ถั่นถึงสกัดน้ำ มันนาม บ้านนา
รักกอกสกัดกลาง จิตกลุ้ม
น้ำมันกระแจะยาม ยวนเสน่ห์ แม่เอย
ทาคํ่าหอมเช้าคุ้ม ขวบวัน ฯ
๏ โฉมเคยแป้งประแก้ม กันไร แล้วฤๅ
ฤๅจะโชมน้ำมัน เขม่าเผ้า
เรียมจากจักแต่งใคร เชยแม่ เล่าแม่
นวลจะซูบหน้าเศร้า ซีดผิว ฯ
๏ บางระกำแก่งนี้ นึกใจ หายเฮย
กรรมซัดสมรปลิว ปลิดทิ้ง
นอกรักระกำใน แนมโศก
เสียบอุระร้อยปิ้ง ปวดใจ ฯ
๏ ถึงแถวนามถิ่นบ้าน บางพระ ครูเอย
สิทธิครูเพทไสย ศาสตร์รู้
โปรดศิษย์หากสมจะ คำนับ ท่านนา
เชิญพระครูถ้วนผู้ ใฝ่ฟัง ฯ
๏ บ้านสะออมอาทิตย์เยื้อง ยลยอ แสงแฮ
เสื่อมสลดลงยัง หย่อมไม้
ฝากสีสั่งโลกรอ ริมป่า
สังเวชโพยมร้างไร้ เริศสูริย์ ฯ
๏ กลางคืนเรียมคิดด้วย แดตรอม
มาเลศลักษณกำลูน ลับแล้ว
เคยห้อยสุมาลย์หอม หวนกลิ่น
เสร็จใส่พานแก้วแพร้ว พร่ำผจง ฯ
๏ ดำบลบอกบ้านแม่ ลาอา ดูรเอย
โฉมแม่จักเปลี่ยวองค์ แอบเหย้า
ตั้งแต่พี่ลามา เมินพิโยค ยังฤๅ
ฤๅจะใฝ่เศร้าเฝ้า ฝ่าถวิล ฯ
๏ ถามถึงทุกถิ่นท้อง ทางชลา
สั่งโศกฝากฝั่งสิน ธุถ้วน
ลุบางชื่อเขมามา จวนดึก แล้วเอย
ครวญทุกย่านนํ้าล้วน สั่งขวัญ ฯ
๏ ดลบ้านศีรษะคุ้ง คดคง คาแล
พักผ่อนฝีพายพลัน ผลัดยั้ง
พร้อมพวกเพื่อนเรือจง ใจจอด นิทรนา
เงียบสงัดถ้วนทั้ง ถิ่นสินธุ์ ฯ
๏ บงโอฆอากาศล้วน ลมบน
เบิกระเบียบเมฆิน คว่างคว้าง
เหลือบเปล่าเปลี่ยวแดยล ยามดึก
พูนเทวษอ้างว้าง เหว่กาย ฯ
๏ ดาวเดือนกระดากฟ้า เฟือนสี
จวนรุ่งเรื่อประกาย พรึกพร้อย
หวนโฉมแชล่มลี ลาลับ นานแม่
สยองหยาดนํ้าค้างย้อย หยัดเย็น ฯ
๏ ยามหนึ่งนึกจวบสิ้น ยามปลาย แล้วเฮย
หลับเนตรนึกใจเห็น พักตร์น้อง
เผลอพลิกผวากาย กอดตื่น เปล่าแฮ
เสนาะสกุณก้องร้อง เร่งตรวัน ฯ
๏ วาโยพิโยคไย้ ยามสาง แสงแฮ
พัดพุ่มทุมาบรรณ โบกก้าน
รื่นรสบุปผาพลาง เพลินกลิ่น
เงยพักตร์เผยม่านแล้ว เหลือบยล ฯ
๏ ชมเฌอฤๅใช่หน้า นวลผจง
พลางปลุกเพื่อนเรือคน ตื่นพร้อม
เตือนแจวเร่งจากคง คาท่า นั้นนา
เหลียวทุกเลี้ยวนํ้าอ้อม อ่าววน ฯ
๏ กระเดืองกระฎีกรุบ้าน บอกแคว บางเอย
สั่งเสน่ห์เสนาะหน หาดห้วง
แม้ว่าควักแดแบ บนหาด ได้นอ
จะเลิกอุระรื้อล้วง เลื่อนวาง ฯ
๏ ถนัดอ่าวอรัญญิกอั้น อกกรม
เล็งตลาดตลอดนาง แม่ค้า
ยามโศกสบสาวชม ชวนเบื่อ
งามไปเงื่อนน้องหน้า หนึ่งไฉน ฯ
๏ ค้นนุชทุกบกนํ้า แนววน
สายเนตรเสน่ห์ใคร ใคร่รู้
สืบข่าวขัดข่าวจน ใจเจ็บ ยิ่งนา
ยากแสวงน้องผู้ เพื่อนเข็ญ ฯ
๏ เคียนด้วนใครเดาะต้น ตัดราน
คงซากตะเคียนเป็น ป่างพร้อง
อกเรียมนิราศกาน ดาด่วน มาแม่
ตัดแต่ใจให้น้อง นึกชม ฯ
๏ เรือเลยล่วงบ้านชื่อ ปากกะทา
ถึงถิ่นสามเรือนกรม อกแท้
เรือนเอยอนาถอา ภัพเพื่อน ยิ่งฤๅ
เฉกพี่เป็นหม้ายแม้ เมื่อมา ฯ
๏ ท่าม่วงหมายถิ่นบ้าน นามมี
นึกแถบแพรพัสตรา ห่มน้อง
สีม่วงแม่สอดสี แสดร่ำ อบเอย
กลิ่นตลบห้องป้อง ไป่หาย ฯ
๏ โพเอนเบนกิ่งก้าน กลสมร
เคยแอบอุระอิงกาย กอดเกี้ยว
ทอดทวัดทวัยกร กรรดึก
เล่ห์วลีเลื้อยเลี้ยว ลัดพัน ฯ
๏ วังแดงดาลจิตไห้ โหยถวิล
สองจักษุเรียมศัลย์ ใส่เศร้า
แดงยิ่งกว่าวังสินธุ์ สายเนตร เรียมนา
คิดทุกค่ำคุ้งเช้า ชอกทรวง ฯ
๏ ศาลาลอยสลัดเจ้า จำลา ลับฤๅ
ฤๅแม่ลอยชูดวง สวาดินี้
นับวันจะลอยคลา คลาดจาก พี่แม่
ถนัดประหนึ่งบ้านชี้ ชื่อแสดง ฯ
๏ ลุวัดนางคุ่มบ้าน บางตะไล แล้วเฮย
สวนพริกดำบลแขวง ไขว่ข้าม
เรียมนับเสน่ห์ไกล ทุกย่าน
เล็งตลิ่งน้ำห้าม หาดเขิน ฯ
๏ บ้านแขกสั่งข่าวถ้วน ทุกภา ษาเอย
ยามทุกข์ท่านทำเมิน หมอบสิ้น
คราวสุขทุกหน้ามา สมัครชอบ ชิดแฮ
งำเงื่อนรสรู้ลิ้น ลับไข ฯ
๏ บ้านสฎางค์สันโดษโอ้ อกกรม
เหลียวปฤษฎางค์ไกล กลับช้า
รสรักนิราศรมย์ เรียมทุเรศ
หวังเสน่ห์น้องถ้า เท่าคืน ฯ
๏ ดลตำบลบ้านชื่อ กอกา
เรียมใฝ่สวาดิฝืน ฝ่าเศร้า
กาเอยบอกข่าวหา นุชหน่อย
กาไปรับร้องเร้า เร่งครวญ ฯ
๏ บ้านฟ่างฟังชื่อแจ้ง จำรส ได้เอย
ฟ่างแม่เจือตาลกวน กอกก้อน
อบกลิ่นมะลิสด เสียบใส่ พานแม่
จานผจงส้อมช้อน เชือดชิม ฯ
๏ อกเอยอนาถโอ้ อาภัพ
ห่างพะงางอนหงิม เงียบห้อง
ก่อนเคยประคองรับ ขวัญแม่ นาแม่
โอว่าป่านนี้น้อง จักเหงา ฯ
๏ ท่าเกยนึกคู่แก้ว กานดา
เคยผจงกรเกยเลา ไหล่แล้
โททอดประเทืองอา รมณ์ร่วม รสแม่
สนั่นเสน่ห์สร้านแส้ ซาบกาย ฯ
๏ ท่าเรือพุทธบาทแล้ว แลลาญ สวาดิเอย
เรือเรียบจอดเรียงราย เรียดถ้า
ตรวจตลอดตลิ่งธาร แถวฝั่ง สองแฮ
ไป่พบพักตร์น้องหน้า หนี่งเรียม ฯ
๏ หนองแห้วเห็นหาดแห้ง โหยใจ ยิ่งเอย
เพลิงราครมอกเกรียม กรุ่มร้อน
กำเดาฤดีใน หนองพุ
กรมโศกแทรกเศร้าซ้อน เสียดทรวง ฯ
๏ โคกมะนาวมาโนชน้อย นึกสนุก
เคยเก็บมะนาวพวง เพียบต้น
คิดเค้าคู่ใจปลุก ปลงสวาดิ เจียวแม่
เพลินเมื่อยามปลื้มพ้น พิศถวิล ฯ
๏ จำปาดำแหน่งบ้าน บอกนาม
สีแถบพัสตราริน รสเร้า
เฉียงบ่าสไบงาม เงาจับ พักตร์แม่
ห่อประทุมส้อนเต้า เต่งทรวง ฯ
๏ สวนทับทิมเทียบชี้ ชวนชม ชื่นแฮ
แหวนทับทิมพลอยดวง เด่นพร้อย
ผูกเรือนนพคุณสม แสงสุก
งามเมื่อสอดก้อยน้อง นาดกร ฯ
๏ ชุมแสงระส่ายเศร้า แสงสูริย์
ละทวีปรอนรอน เรี่ยรู้
คืนวันเทวษพูน ลืมพิศ ภพแฮ
ชมแต่เศร้าชี้ชู้ เช่นครวญ ฯ
๏ ท่างามงามเงื่อนเจ้า ใจงาม เล่าฤๅ
โฉมเสงี่ยมสกนธ์สงวน แง่ไว้
ท่าพี่ทุกทุ่มยาม เยียสั่ง สารแม่
ใจอย่าเหลินเหล้อให้ ห่างคำ ฯ
๏ ยางนมนึกแท่งเนื้อ นวลสมร
ก่ายกระไดแดกำ เริบชู้
สองยอดสยุ่นยอน ยันอก อุ่นแม่
กำหนัดเสน่ห์เนื้อกู้ ก่อกาม ฯ
๏ เผลอตนเตือนจิตตั้ง ตาเมิล มาแม่
ล่วงถลุงเหล็กถาม ถิ่นบ้าน
หัวหินระเหิดเหิน เห็นหาด เปล่าเฮย
ถนัดยังบ้านช้างคร้าน ครั่นคะนึง ฯ
๏ ดงรางนึกร่องน้อย แนวนา ภิศแม่
เผยแผ่นสไบขึง คาดเต้า
รางรางร่างเอวอา รมณ์สวาดิ แลแฮ
เพลินเมื่อยามเคล้าเย้า ยั่วใจ ฯ
๏ อกรางบำราศนํ้า เนาดง ดอนพ่อ
เช่นกับอกเรียมไคล คลาดน้อง
ก่อนเคยอุรอนงค์ ถนอมนิท ราแม่
มาอาบสุชลน้ำต้อง ต่างชลา ฯ
๏ บ้านชุ้งเชิงหาดแห้ง เห็นสิน ธุเอย
สูงตลอดตลิ่งรา รุกข์รื้อ
อ่าวแอ่งกระอายดิน ดูฝุ่น ฟุ้งแฮ
บงระบัดหญ้าปื้อ ปุกปุย ฯ
๏ โขดเขินเจียนขาดน้ำ ในคลอง
เรือติดต้องลงลุย เลื่อนโล้
ทรวงพี่เหือดแต่สอง สายเนตร ชุ่มแฮ
มากแต่เนตรนํ้าโอ้ อกโหย ฯ
๏ เรือมาลุบ้านหมาก มีนาม
ไป่ปะหมากใดโดย ดั่งอ้าง
จับพลูพลิกจีบถาม ถึงหมาก ดิบแม่
คำหนึ่งฝาดเคี้ยวค้าง ค่อนวัน ฯ
๏ บ้านม่วงมะม่วงไม้ มีผล
รสโอชอร่อยทันต์ ทบเคี้ยว
ม่วงคว้านผจงบน จานจอก แก้วแม่
หอมกลิ่นหวานลิ้นเปรี้ยว ไป่มี ฯ
๏ หัวจระเข้ใครฆ่าทิ้ง ทอดไป นะเฮย
เศียรจึ่งสืบกุมภีล์ เพศเรื้อ
ฤๅชาลวันไกร ทองสลัด มาพ่อ
ฝากชื่อเพื่อไว้เชื้อ เช่นคาม ฯ
๏ ท่าตรูดตรองชื่อแจ้ง จำเล็บ ได้แม่
เคยเด็ดมะตรูดหนาม เหนี่ยวน้อม
เอวอรแอบกิ่งเก็บ กองห่อ
ผิวขยี้ผ้าย้อม กลิ่นขจร ฯ
๏ บ้านกลางกลชื่อชี้ ชวนตรอม
ระลึกแรกภิรมย์สมร ม่านกั้น
เตียงกลางเกลือกกลิ่นหอม หวนประทิ่น
ฝากระจกเซี้ยมชั้น ฉากเขียน ฯ
๏ แรมพนอุรภาคเพี้ยง ภินทนา
หมายตลิ่งโตยเตียร ต่างห้อง
แสงรพิศจันทรา แทนประทีป
บุปผชาติชลค้างต้อง ต่างสุคนธ์
๏ บ้านยางยางบ่วงลุ้ง รองหลุม
ควบคบคุมเพลิงลน ลวกต้น
ราคเผาผ่าวทรวงสุม แสนเทวษ
ตั้งแต่จากเจ้าพ้น พักตร์ไกล ฯ
๏ บ้านกงเกิดแก่งขึ้น คือกง
เวียนละแวกชลไหล ลัดอ้อม
ใจเรียมพะวงวง หวังกลับ สมแม่
ถนัดแต่สายนํ้าห้อม หาดเห็น ฯ
๏ ถั่นถึงเมืองเก่าเศร้า สงสาร
ดุจอาตมครวญเข็ญ คาบนี้
แรมนวลนิราศนาน ขนางรส รักนา
ละนุชนิทรบ้านปลี้ เปล่าทรง ฯ
๏ ขวัญเมืองพิมพ์มาศแม้น เหมือนโฉม แม่ฤๅ
เลียนลักษณ์จำลองลง หล่อไว้
เรียมแรมอุระประโลม ละสวาดิ มาแม่
แม่จะครั่นเคร้าไห้ โหกหน ฯ
๏ ศาลารีร่ำตั้ง ตาระวัง
นึกยุพนารีดล ดักหน้า
เนตรมลักเหลือบหลัง เหลียวเปล่า
เห็นแต่นกร้างร้า ร่อนบิน ฯ
๏ จักสั่งสาเรศสร้อย สกุณี
นกก็รีบเร็วผิน ผาดแคล้ว
สารจะสั่งวารี ริมหาด
น้ำก็ไหลขึ้นแล้ว หลากครัน ฯ
๏ เสาไห้เสาโศกด้วย ใดถาม หน่อยนา
โทมทุกข์ฉุกเฉินบรรพ์ บอกบ้าง
ฤๅคิดจิตเจ็บความ ลับช่าง เทอญแม่
ฤๅช่วยเรียมร้องสร้าง โศกแทน ฯ
๏ หวนกมลมาเลศสร้อย สงสาร พี่เอย
ยามเมื่อเรียมลาแสน สั่งสะอื้น
วานลมเลื่อนข่าวขาน คำสั่ง หน่อยพ่อ
ลมก็พัดพื้นฟ้า ฝ่ายทวี ฯ
๏ วานใจสมรแม่แจ้ง ใจนาง เองแม่
เรียมลุสระบุรี นี่แล้ว
ใจพี่ถอดใจวาง หวังคู่ ใจแม่
ยังไป่คลาดแคล้วตั้ง แต่มา ฯ
๏ ปานนี้มาโนชเนื้อ นพคุณ พี่เอย
แสนจะสงสารทา เรศน้อย
พักตร์จะจากจันทน์จุณ เจือมาศ
เนตรจะเจิมน้ำย้อย หยาดสาย ฯ
๏ สุริเยนทรบทเบื้อง บรรพตา
เรือจอดตลิ่งชาย หาดใกล้
วัดสมุหประดิษฐา รามชื่อ ชัดแฮ
ใจพี่จอดเจ้าไว้ หว่างทรวง ฯ
๏ อกเอยถึงท่าแล้ ลังเล ใจแฮ
จอดแต่เรือรนดวง จิตคว้าง
ทรวงเรียมนิราศเอ กาสวาดิ
แสนเทวษอ้างว้าง หวั่นถวิลฯ
๏ ฝีพายผ่อนพักได้ แรงแด
เรียมหยุดยิ่งใจจินต์ เจ็บช้ำ
หวนระลึกระลุงแล ลาญเปล่า
ทุกข์โศกโรคเศร้าซํ้า แซกแซม ฯ
๏ แหนงนางห่างรักไร้ รสภิรมย์
ยามพิโยคยั่วแถม ทุกข์ต้อง
ลำบากพิบัติชม ชวนเทวษ
กรรมนิราศร้างน้อง หน่ายมา ฯ
๏ มลักมลาวแชล่มน้อย นงคราญ
ยามคํ่าพระสุริยา เยือกไม้
ลงสู่กระสินธุ์สนาน ในท่า
เปลื้องพัสตรสิ้นไว้ ฝั่งวาง ฯ
๏ ยามยลยามนิทรเพี้ยง เพียงฝัน เห็นแฮ
กำหนัดเสน่ห์นาง นึกเคลิ้ม
อยากเข้าขบกลอยมัน มาตก ยากนา
อร่อยเมื่อหิวเทิ้มเริ้ม รสมี ฯ
๏ เมิลมองมวลเมฆม้วน เมฆิน
ไพชยนตสุริยลี ลับแล้ว
เนื้อนกคะนึงผิน ยังพุ่ม พฤกษ์แฮ
เรียมเนิ่นวันเว้นแคล้ว คลาดชม ฯ
๏ สิ้นสูริย์ศศิเฟี้ยม แฝงเข
ระบัดระเบียบบนลม ล่องฟ้า
จังหรีดจักรจั่นเร ไรหริ่ง ร้องแฮ
ประหวัดว่าเสียงน้องอ้า โอษฐ์ขาน ฯ
๏ เหลียวเปล่าเปลี่ยวจิตคว้าง ขวัญปลิว เจียวแม่
หวนกลิ่นเรณูมาลย์ แมกใกล้
เพียงประทิ่นทาบผิว ผัดผ่อง พักตร์แม่
เจือกฤษณาเนื้อไม้ เมื่อปรุง ฯ
๏ โฉมเอยเคยแอบอ้อน เอาใจ ยิ่งนา
สัมผัสถันพยุง ยั่วเย้า
อาลิงคประโลมนัยน์ เนตรเหลือบ คมแฮ
งามยิ่งงอนน้องเง้า เงื่อนเตือน ฯ
๏ ยามดึกดาวดาษฟ้า แฝงโพยม
รายรอบภิรมย์เดือน เด่นพื้น
หวนว่าอัคคีโคม ไขสว่าง ห้องแฮ
แสงประทีปอะคร้าวครื้น ครุ่นสี ฯ
๏ ชมจันทรนึกแจ้ง ใจจำ แม่นแม่
ร่วมเมื่อฤกษ์จันทร์ตรี ตรู่เช้า
ยามค่ำพฤฒิญาตินำ นุชมอบ มาแม่
เรียมประคองเข้าห้อง แห่งหอ ฯ
๏ มาค่ำคาบนี้เปล่า เปลือยแด
ฝากแต่ข่าวรักรอ เร่งรู้
ควรแม่พักตร์เพ็ญแข ประคองสวาดิ
แต่พี่จากเจ้าสู้ สั่งสงวน ฯ
๏ อกเอยยํ่ารุ่งแล้ว ลาญถวิล
ยังไป่จบใจครวญ ครั่นเศร้า
ม่อยหลับคลับเคลิ้มทิน กรส่อง สว่างแฮ
คิดทุกค่ำคุ้งเช้า ใช่วาย ฯ
๏ เสร็จโภชนภักษ์แล้ว ฤๅนาน
แต่งสกนธ์เดินกราย จากถ้า
ตรวจตรุณนักเรียนการ กิจราช
เสร็จ บ ทันให้ช้า เฉื่อยพลัน ฯ
๏ ปางสฤษดิ์ราชกิจถ้วน ทุกประ การเอย
ลาจากสกูลผัน กลับบ้าน
อาลัยคระไลจะ จากวัด อีกนอ
สารโศกเสกตั้งร้าน เร่ขาย ฯ
๏ กำลูนมาเลศสร้อย ทรามสงวน พี่เอย
ปรารภอารมณ์ชาย เช่นนี้
ไหนเลยจักเห็นควร คำกล่าว ไว้แม่
สัตย์ทุกสิ่งเศร้าชี้ ใช่พราง ฯ
๏ กายไกลใจชิดด้วย ดุจแสดง
มุ่งเสน่ห์ในนาง แน่แท้
หวังคู่หากคู่แหนง ใจจาก
คิดจบชาติม้วยแม้ ไป่ลืม ฯ
๏ เคยเคียงอรคู่เบื้อง บูรเพ
อุบัติชาตินี้ยืม เยื่อเชื้อ
ปรโลกประโลมเอ กาสวาดิ เจียวแม่
ขอสนิทน้องเนื้อ หนึ่งนาง ฯ
๏ ดินฟ้าสาคเรศสิ้น ศิขรินทร์
เหลือแต่ลมลอยกลาง โลกคว้าง
รักเรียมภิรมย์ถวิล หวังสวาดิ
ร่วมนุชอย่ารู้ร้าง เริศสูญ ฯ
๏ เชิญสายเสาวลักษณ์สร้อย สงสาร พี่เอย
สดับคดีแดดูร ดุจพร้อง
ทราบศัพทวอนวาน วิงเสน่ห์ หน่อยแม่
อย่าโกรธโทษนี้น้อง อย่าถือ ฯ
๏ นิราศสมุหประดิษฐ์นี้ นามถฤก
วิวิธมาลีคือ คิดไว้
เนาดำแหน่งกรมศึก ษาธิ การนา
ผิวผิดปราชญ์ได้ให้ อภัย ฯ
๏ ใดบทพจนแผกเพี้ยน พึงตัด เติมแฮ
ใช่จะอวดโอษฐ์ไข แข่งรู้
เชิญชาวกระวีทัศน์ ทวนท่วน เทอญพ่อ
อย่าด่วนแย้มเย้ยผู้ พากย์แถลง ฯ

[๑] สัมผัสกับบาทนี้ไม่รับกับ “ฉนวน” ปลายบาทโคลงบทที่ ๔๘

[๒] สัมผัสกับบาทนี้ไม่รับกับ “ขวาง” ปลายบาทโคลงบทที่ ๕๘

[๓] โคลงบทนี้สัมผัสเป็นโคลงสี่สุภาพ ต่างจากบทอื่นๆ ซึ่งเป็นโคลงดั้นวิวิธมาลี

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ