ประชุมคำพากย์รามเกียรติ์ ภาค ๙ ตอน ศึกกุมภกรรณ

๑๖

๏ ป่างนั้นเสนาบาดาล ชื่อตรีพัทธมาร
แลเมฆนาทอสุรา  
๏ เล็ดลอดลี้กายขึ้นมา ทูลเจ้าลงกา
ว่าไมยราพม้วยมรณ์  
๏ ข้านี้หนีจากนคร มาทูลมุลิกร
บดินทรเจ้าจอมปราณ  
๏ ราพณาสูรครั้นยินการ ตระหนกดกดาล
สติตระลึงอาลัย  
๏ หุนคิดแค้นคับหฤทัย เฉกฝอยทอดไฟ
โพลงพลุ่งสกลหมอกมัว  
๏ สิบปากเซ็งสั่งระรัว เสนาหาตัว
กนิษฐเร็วรีบมา  
๏ จึงเปาวนาสูรเสนา รับสุรบัญชา
ระเห็จไปดลวังจันทร์ ฯ  

ฯ เชิด ฯ

๏ เข้าสู่พระโรงด้วยพลัน ยอบกายเคียมคัล
อัญเชิญดำเนินท่านไท  
๏ กุมภกรรณรีบเร็วครรไล มาดลเวียงไชย
เข้าเฝ้าสมเด็จเชษฐา  
๏ ราพณาสูรยลอนุชา จึงกวักเรียกมา
สถิตในแท่นทองผจง  
๏ แล้วเล่าอนุสนธิ์รณรงค์ ว่าพี่หวังปลง
ธุระเจ้าผู้คู่ใจ  
๏ จะยกพยุหออกชิงชัย ส่ายรณกระษัย
ด้วยโมกขศักดิพรหมาน  
๏ กุมภรรณครั้นยินบรรหาร ตริโดยแก่นกาล
กระลีพิบัติบีฑา  
๏ จึงน้อมเศียรทูลเชษฐา โดยพรหมสัจจา
อันชอบระบอบทางธรรม์  
๏ ขอคืนสีดาโดยพลัน เห็นการรบรัน
จะเรียบระงับดับภัย  
๏ ทศเศียรคั่งแค้นเคืองใจ ว่าเจ้ากระไร
บเจ็บบร้อนด้วยกัน  
๏ ล้วนพี่พูดผิดทุกอัน ลักษณ์รามหยามหยัน
เท่าไรก็เห็นเปนดี  
๏ พวกเราเผ่าพงศ์อสุรี ไตรภพย่อมมี
บรรณามาน้อมบทมาลย์  
๏ บเคยใครห่อนหักหาญ ควรเจ้าออกราญ
อรินทรไว้เดชา  
๏ กุมภกรรณสนองท้าวเชษฐา เทียบธรรม์พรรณนา
จะดับสงครามความเมือง  
๏ ไยท้าวคุมเคียดแค้นเคือง ควรโดยธรรมเนือง
ไม่ยุติราชราญรอน  
๏ ตัวน้องครองสัตย์สาทร ซึ่งจะต่อกร
อรินทรเปนจนใจ  
๏ ทศกัณฐ์ครั้นฟังฟุนไฟ แผดร้องก้องใน
พระโรงบันฦๅโกลา  
๏ ผิวมึงเปนจอมลงกา แม้นมีศึกมา
ฤๅมึงจะไปง้องอน  
๏ บมีอายทวยเทพนิกร เยี่ยงกาเห็นศร
แลบินระเพิ่นหนีไกล  
๏ กูนับตั้งวันนี้ไป ขาดพี่น้องใน
ประยูรญาติพงศ์พันธุ์  
๏ มึงเร็วตามไปคิดกัน กับน้องชายอัน
ไปอยู่เปนพวกไพรี  
๏ แต่กูเดียวจักราวี เปนตายก็ดี
แต่ตามวิสัยแห่งตน  
๏ น้องท้าวเห็นการวิจล นบบาทยุคล
พระเชษฐแล้วทูลพลัน  
๏ ว่าซึ่งน้องทูลรำพัน คิดหวังง่ายอัน
จะดับสงครามเสร็จไป  
๏ แม้นท้าวธบโดยดังใจ ขออาสาไท
ธิราชออกราวี ฯ  

ฯ เจรจา ฯ

๏ จอมมารครั้นยินยินดี ว่าเหล่าไพรี
จะม้วยด้วยฤทธิ์อนุชา  
๏ มโหทรเร่งเตรียมโยธา อันเคยไชยา
ณรงค์สุเรนทร์ฦๅชัย  
๏ มโหทรรับสั่งออกไป สรรพลอันใจ
ฉกรรจ์กำแหงแรงราญ ฯ  

ฯ ประถม ฯ

๏ แถวขวาธงแดงดูหาญ ดุจพลพระกาฬ
สมรรถกล้าเกลื่อนรณ  
๏ แถวซ้ายธงเขียวอำพน พลมารละตน
ก็กอปรกำลังเดชา  
๏ แถวกลางธงทองเจษฎา พลล้วนกายา
กำยำกำเลาะทั่วกัน  
๏ แล้วให้ดูธงสำคัญ โบกขวาขวาพลัน
เข้าต่อณรงค์ราวี  
๏ ถ้าโบกซ้ายซ้ายเข้าตี โบกบ่ายสามที
ให้พร้อมเข้ารบบุกบัน  
๏ ถ้าโบกถอยถอยจงพลัน ซ้ายขวาเหมือนกัน
ผิม้วนให้ลาดทัพไชย  
๏ พลห้าสิบสมุทรดูไกร คับคั่งตั้งใน
พลานบันฦๅเดชา  
๏ ขษณะนั้นน้องเจ้าลงกา โสรจสนานกายา
อลังวิภูษพรายผจง  
๏ กรกุมศรเพชรฤทธิรงค์ ครรไลไปทรง
วิไชยรถแก้วกาญจน์ ฯ  

ฯ เจรจา ฯ

๏ ได้ฤกษ์ให้เลิกพลมาร ออกโดยทวาร
อุดรทิศทันใด  
๏ พลมารฮึกโห่เอาไชย สนั่นหวั่นไหว
สะทกสะเทือนอารัญ ฯ  

ฯ กราว ฯ

๏ ยาตรพลมาทางกึ่งกัน จึงยั้งทัพขันธ์
ในภูมินามครุฑา ฯ  

ฯ เจรจา ฯ

๏ ฝ่ายข้างนารายณ์นาถา ออกแสนเสนา
ในราชอาสน์บรรยงก์  
๏ ตรัสเสาวนาเสียงจัตุรงค์ ฆ้องกลองก้องดง
บันฦๅถึงราชพลับพลา  
๏ จึงโองการถามโหรา ว่าเจ้าลงกา
ฤๅใครอันยาตรโยธี  
๏ พิเภกทูลไทธิบดี ว่าท้าวทศศีร์
ให้กุมภกรรณยกมา  
๏ อันองค์อุปราชลงกา ทรงพรหมสัตยา
บใฝ่ประพฤติเพศพาล  
๏ ห่อนเบียนสากลจักรวาฬ เช่นพงศ์พาลมาร
อันแน่นด้วยมูลอาธรรม์  
๏ เปนเชษฐาข้าร่วมครรภ์ ชะรอยทศกัณฐ์
จะขืนให้มาราวี  
๏ นารายณ์เยื้อนวัจนวาที เขาเปนคนดี
บควรจะผลาญชีวา  
๏ พิเภกจงรีบลีลา ไปบอกเชษฐา
ให้ยกพยุหกลับไป  
๏ แม้นเราเสร็จณรงค์ปางใด จะปูนราชัย
แก่ตัวด้วยครองสัจจา  
๏ พิเภกนบบาทอำลา มาดลมหา
สมรภูมิไชยพลัน ฯ  

ฯ เชิด ฯ

๏ ฝ่ายกองทัพมารโจษจัน เข้าไปเคียมคัล
พระเชษฐแทบบาทบงสุ์  
๏ ขุนมารผาดแผลงเห็นองค์ อนุชก็ทรง
พิโรธเร้ารึงใจ  
๏ เหลือกตากระทืบรถไชย ว่ามึงมาไย
ให้เคืองรำคาญตากู  
๏ มึงใช่ญาติแท้ศัตรู สามัญฤๅทู
ไปคบข้างพวกไพรี  
๏ ท้าวหุนโกรธจักพลันดี หนึ่งท้าวมาลี
วราชผู้อัยกา  
๏ ผิวมึงขัดที่พึ่งพา บ่ายหน้าไปหา
จะเสียมึงได้กลใด  
๏ พิเภกอกสั่นหวั่นไหว จำเปนแข็งใจ
ประนมสนองบัญชา  
๏ ว่าน้องแถลงทูลหริรา สรรเสริญเชษฐา
ที่ทรงประพฤติแห่งธรรม์  
๏ ภูวยินยินดีสั่งพลัน ให้น้องนำบรร
ยายมาแทบทัดทูล  
๏ ท้าวให้คืนภพอสูร ศึกเสร็จจะปูน
บำนาญด้วยกรุงลงกา  
๏ กุมภกรรณสำรวลร้องมา มึงผู้อาสา
ก็ยกพิภพบำนาญ  
๏ ฝ่ายกูผู้มารอนราญ ฤๅแสนศฤงคาร
จะมอบแก่กูง่ายใจ  
๏ ลงกามีสองฤๅไฉน ให้น้องแล้วไย
จะกลับบำเหน็จเชษฐา  
๏ ฉะมึงยกฤทธิ์รามา นับเปนหริรา
ประเวศเกษียรวารี  
๏ กูไม่ขอยินวาที อันเดิมสองชี
บำราศนครจรไพร  
๏ คบคุมลิงเปนพลไกร ยกมาชิงชัย
เพราะโลภมั่งมั่วมูล  
๏ ถ้าแน่เปนในไวกูณฐ์ กูจะบัณฑูร
ปัญหาไปลองสี่อัน  
๏ แต่ชาติปรีชาสามัญ เอ็งอย่าสำคัญ
ผู้ใดจะล่วงรู้มี  
๏ นัยหนึ่งว่าช้างงารี ยังอนึ่งชี
เฉาโฉดบรู้รอบการ  
๏ อนึ่งหฤโหดหญิงสามานย์ ชายทรชนพาล
จัตุรบทบรรยาย  
๏ มึงเร่งนำอรรถไปทาย ถ้านรนารายณ์
ก็อาจจะรู้ด้วยดี  
๏ กูจะคลาแสนเสนี กลับไปบูรี
บรบให้ป่วยแรงพล  
๏ พิเภกลาแล้วจรดล ไปแทบยุคล
นเรศรทูลกิจจา  
๏ พระกฤษณุได้เสาวนา แย้มโอษฐ์บัญชา
ในกลางนิกรนองนันต์  
๏ ว่าไยอสุรครองธรรม์ จึงกล่าวเปนอัน
ธพาลบรู้หนักเบา  
๏ องคตจำนำคำเรา เร็วเร็วรีบเทา
ไปตอบยุบลอสุรา  
๏ หลานอินทร์น้อมเกศวันทา เหาะโดยเมฆา
ไปดลที่พักพลมาร  
๏ เข้ากลางยักษ์โยธาหาญ ม้วนหางบันดาล
ดังอาสน์ขึ้นเท่ารถไชย  
๏ แล้วแผดศัพทก้องเกรียงไกร ว่าภูวนัตตรัย
ให้เรามาสอบปัญหา  
๏ จงท่านพลันกล่าวเฉลยมา จะทานปริศนา
ว่าต้องกันฤๅฉันใด  
๏ ขุนมารสำรวลไยไพ พลางร้องตอบไป
ว่าเหวยกระบิลสาธารณ์  
๏ เอ็งกล่าวยกรามเกินการ สามภพใครหาญ
จะเปลื้องปัญหาห่อนมี  
๏ ซึ่งบทว่าช้างงารี เปรียบต่อทศศีร์
อันเลิศในภพกุมภัณฑ์  
๏ กอปรสุรางค์นิกรนองนันต์ กระษัตริย์สามัญ
สมบัติบปูนลงกา  
๏ ยังใฝ่โลภเหลิงเจตนา ลักเมียเขามา
จนศึกเข้าติดเมืองมาร  
๏ อันชีโฉดช้าสาธารณ์ ต้องบทบริหาร
ประจักษ์กับตัวรามา  
๏ เมียเดียวประเวศหิมวา กิจอันรักษา
บรอดดังนี้เพื่อใด  
๏ อันหญิงโหดนั้นคือใคร จะเทียบเปรียบไป
บปานดังสำมนักขา  
๏ ตระกรรติราครนกรีฑา ชวนชายเสนหา
บคิดแก่ญาติขาดอาย  
๏ บทว่าทรชนชาติชาย สุดสากลหมาย
ใครเหมือนพิเภกห่อนมี  
๏ เสียพี่ร่วมไส้ไม่ดี เช้าคบไพรี
สังหารด้วยปากแห่งมัน  
๏ บมีคิดคุณญาติพงศ์พันธุ์ เสี่ยวส่ายเสียพันธุ์
แก่กากระลีรุมกิน  
๏ พานรยินอรรถอสุรินทร์ เต้นตบมือฉิน
แล้วเปล่งประกาศตอบคำ  
๏ ไยเอ็งกล่าวเอาโดยอำ เภอใจกระทำ
ว่ายุติเบื้องปัญหา  
๏ บสมภูมิครองสัตยา ยาตรโยธามา
สงครามด้วยองค์นารายณ์  
๏ ไม่รู้สึกตัวจะตาย หัวกับกรกาย
กระบิลจะบั่นเปนคลี  
๏ ขุนยักษ์ครั้นยินวาที โกรธดังอัคคี
บันฦๅสำเนียงเกรียงไกร  
๏ ว่ามึงชาติลิงจัญไร เขาฆ่าพ่อไย
จึงนบคำนับเต็มที  
๏ กล่าวหาญมากไปไยมี เร็วนำคดี
ไปบอกให้รามยกมา  
๏ องคตร้องตอบอสุรา ว่าเหตุบิดา
กูตายก็เพราะเสียธรรม์  
๏ ใช่วิสัยกิจกุมภัณฑ์ จะเก็บการอัน
ใช่การมากล่าวเปนการ  
๏ ว่าแล้วเหาะโดยคัคนานต์ มาทูลนฤบาล
ดังคำอันตอบอสุรี  
๏ ภูวนาถถามน้องทศศีร์ กิจอันราวี
ผู้ใดจะคู่ต่อมาร  
๏ พิเภกนบเฉลยบรรหาร ข้าใคร่เห็นการ
สุครีพก็พอราวี  
๏ พระกฤษณุแย้มวาที สั่งลูกพระรวี
จะรณจงรู้รอบการ  
๏ แล้วตรัสสั่งชมพูพาน ให้เตรียมทวยหาญ
แลหัยราชรถไชย  
๏ สองนายรับสั่งบัดใจ พากันออกไป
ยังที่ประชุมโยธา  
๏ ฝ่ายชมพูพานเสนา เกณฑ์พลพลา
นิกรเปนกองคุมกัน  
๏ ตั้งสรรพกระบวนถ้วนทงัน พู่แพนเกาทัณฑ์
สลับสล้างแลพราย  
๏ สุครีพโสรจสำอางกาย สวมแก้วเกราะกราย
สุพรรณรณาภรณ์  
๏ กรกุมตรีเพชรบทจร มาดลนิกร
ก็ขึ้นยังรถทองผจง  
๏ กองนำพลบัดโบกธง คลาคลายจัตุรงค์
สะเทือนสะท้านอารัญ  
๏ สบสัตวเต้นตื่นกัน ผงคลีเปนควัน
ตรลบดังหมอกมัวหน  
๏ ผาดเห็นทัพมารตั้งพล จึงยั้งสามนต์
อยู่ฟังกำลังอสุรี  
๏ ขษณะนั้นน้องท้าวทศศีร์ บงเนตรทฤษฎี
นิกรกระบิลยกมา  
๏ จึงให้เดินราชรัถา เคลื่อนพลอสุรา
ประชิดสุครีพบัดใจ  
๏ แล้วเปล่งศัพทก้องเกรียงไกร เหวยพานรไย
จึงหาญมาต่อมือมาร  
๏ เฉกยื่นชีพให้พระกาฬ แต่หากรำคาญ
จะรบบคู่มืออาย  
๏ สามัญกล่าวฉินเพรียกพราย สุรชาติเสื่อมสาย
ประยุรมิ่งมารา  
๏ ผิวเอ็งใคร่ต่อหัตถา กูผู้ทรงอา
นุภาพเทียมทินกร  
๏ รังหนึ่งในทวีปอุดร เร็วเร่งไปถอน
มาพลันประจักษ์ศักดา  
๏ ถึงกูจักรณพาธา ก็พ้นครหา
แห่งสามพิภพเทียบทาย  
๏ สุครีพร้องตอบอภิปราย อสูรอย่าหมาย
ประมาทกำลังแรงกู  
๏ แต่แสนมหาเมรู ทรุดแล้วกูชู
ให้คืนดำรงง่ายดาย  
๏ ว่าแล้วเหิรเหาะเผ่นผาย เพรียวห้องหาสหาย
มาลุทวีปอุดร  
๏ ดลเนินกาลจันทสิงขร ลูกไททินกร
เห็นรังบุราณดำกล  
๏ ใหญ่สูงเทิ่งเทียมลมบน โถมถอนบัดดล
สุธาบันฦๅอื้ออึง  
๏ เท้ายันบ่าดันมือดึง โยกคลอนบหึง
ก็หลุดขึ้นได้ดังปอง  
๏ จึงหิ้วรังรีบผันผยอง ถึงเถลิงรถทอง
ในกลางนิกายคั่งคัน  
๏ ร้องฉินว่าเหวยกุมภัณฑ์ นี่พฤกษใดอัน
กูถอนมาดลง่ายดาย  
๏ ขุนยักษ์แย้มยิ้มเปรมปราย พานรแรงกาย
มันถอยด้วยชื่อเสียกล  
๏ ตริแล้วแล่นเข้ากลางพล ผลุนขึ้นประจญ
สุครีพในรถบัลลังก์  
๏ พานรรันด้วยต้นรัง อสุรเหลียวหลัง
เข้าตีกระบิลซวนไป  
๏ จับหนีบรักแร้บัดใจ มาขึ้นรถไชย
แล้วเลิกนิกรอสุรา  
๏ ฝ่ายพลพานรโยธา เกิดการโกลา
จะตามจะแก้ก็บทัน  
๏ เสียทัพยับแยกแตกกัน วุ่นวิ่งพะพัน
มาทูลยังราชพลับพลา  
๏ นรนาถครั้นแจ้งกิจจา ซั้นสั่งขุนพา
ยุบุตรให้รีบตามไป  
๏ พานรเห็จหาสว่องไว มาในทันใด
ก็ทันพยุหอสุรา  
๏ เกรียงเกรียมกระมลโกรธา โถมฉวยกัณฐา
อสุรเน้นบมิวาง  
๏ สองเท้าหยิกถีบมารพลาง อสุรซวนขวาง
ไปพะพนักรถบัง  
๏ สุครีพพลัดออกเบื้องหลัง ขุนมารระวัง
ด้วยเสียสติเสียที  
๏ หนุมานกัดหูยักษี ลูกพระรวี
เข้ากัดจมูกขุนมาร  
๏ พอรถเข้าในทวาร สองนายผู้หาญ
ก็รีบมาดลพลับพลา  
๏ นรเห็นลูกพระสุริยา กระทืบบาทา
พิโรธเปล่งโองการ  
๏ ว่าไยซื่อเสียกลมาร เสียชัยแทบกาล
จะถึงชีวิตบรรลัย  
๏ ตรัสแล้วยุรยาตรบัดใจ หับบัญชรไชย
บรรยงกอาสน์ไสยา  
๏ ฝ่ายข้างน้องเจ้าลงกา คั่งคิดโกรธา
จะหักณรงค์พานร  
๏ ไปดลโรงรัตนธร เข้าแทบมุลิกร
พระเชษฐแล้วเคียมคัล  
๏ ทศเศียรดาลดูอัศจรรย์ ตรัสถามการอัน
วิบัติเบียนบีฑา  
๏ ใบกรรณหวิ้นหวะนาสา เลือดลุมพักตรา
ด้วยเล็บแลเขี้ยววานร  
๏ กุมภกรรณนบทูลมุลิกร โดยได้ราญรอน
ไพรีศมาจวบเสียที  
๏ ทศเศียรเล้าโลมโดยดี ว่าการราวี
นี้ยากจะเห็นสุดไป  
๏ บางคาบเสียทีมีชัย เปนโลกวิสัย
ย่อมทั่วบว่างเว้นคน  
๏ เจ้าก็ชาญคุณศาสตร์ทรงมนตร์ ควรคิดออกรณ
อรินทร์ไห้แหลกล่าลาญ  
๏ กุมภกรรณหุนคิดฮึกหาญ นบบาทบทมาลย์
พระเชษฐทูลทันใด  
๏ ว่าน้องจะอำลาไป อานหอกไชยใน
สถานเชิงเมรู  
๏ เสร็จจักมารอนริปู อาจอ้างรณภู
ไชเยศได้ด้วยดี  
๏ ทูลแล้วเห็จหาสเมฆี ดลชั้นสุทัสสี
พรหมเมศด้วยเดชา  
๏ เข้านบแถลงกิจพรหมา ขอโมกขศักดา
ไปรณอรินทร์กู้เมือง  
๏ ท้าวอัชฎาเล็งชำเลือง ว่ากิจใดเนือง
สนิมในหอกอัศจรรย์  
๏ หอกนี้บริสุทธิ์ผุดพรรณ ฤๅเอ็งครองธรรม์
วิบัติด้วยกิจอันใด  
๏ ขุนมารก้มเกล้าเฉลยไข แถลงอาธรรมใน
อสูรผู้เชษฐา  
๏ ไปลักเมียรามนำมา ก่อการพาธา
อุบัติประชิดแดนมาร  
๏ ใช้ข้าออกรณรอนราญ ละธรรมเปนพาล
จึงศาตรเกิดกาลี  
๏ ขณะใดเสร็จผลาญไพรี จะคืนทำดี
ดังเดิมบเอียงอาธรรม์  
๏ พรหมอวยอนุสาสน์กุมภัณฑ์ ประสิทธิ์หอกอัน
ประภาพปราบสากล  
๏ อสุรเปรมปรีดิ์กระมล นบลามาดล
มหานิเวศโอฬาร  
๏ จึงสั่งฤทธิกาสูรมาร ให้นำทวยหาญ
ไปแต่งพิธีเจษฎา  
๏ ฤทธิกาสูรรับบัญชา พาพลอสุรา
ไปโดยวิถีอัมพร  
๏ ถึงเชิงสิเนรุศิขร จึงเกณฑ์นิกร
สฤษฎิราชพิธี  
๏ สามสิบเก้าห้องโสภี แดงดาดดูดี
ประดับกุสุมเกราะกรอง  
๏ ตั้งบัลลังก์เหลื่อมลดรอง ปักวรฉัตรทอง
แล้วแขวนระย้าโคมตาม  
๏ มีแถวทึกลั่นลักลาม พุพุ่งหลั่งหลาม
ลงกลางพิธีเจษฎา  
๏ ชลเซ็นไหลหลั่งศิลา อันองค์อสุรา
จะอานวิเชียรหอกไชย  
๏ พร้อมเครื่องสังเวยนอกใน บัตรพลีสรรพไป
ทั้งศาลอันสรวงเทพา  
๏ ครั้นรุ่งเรืองแสงสุริยา น้องเจ้าลงกา
ก็สั่งให้เตรียมบริพาร  
๏ มหากาฬเกณฑ์พวกพลหาญ เกลื่อนกลั่นสรรมาร
อันเชื่องชำนิรณผอง  
๏ เก่งกวดกำยำถ้วนกอง บรรทับรถทอง
กับเกยวิเชียรไพรที  
๏ ขษณะนั้นน้องท้าวทศศีร์ สวมรัตนราชี
ดังเวสสุวรรณเหี้ยมหาญ  
๏ กุมโมกขศักดิ์สุรกานต์ บทย่างทะยาน
มาขึ้นยังรถทองพรรณ  
๏ อสูรสารถีโลทัน ขับโตสองพัน
ผยองยังห้องหาสหน  
๏ ศึกดังพลมารโจษจน สะพราดสามนต์
สล้างธวัชปลิวไสว  
๏ คลาพลพ้นเจ็ดสมุทรไป ฉลองฝั่งสินธุใส
สุขุมสีทันดร  
๏ ผาดเห็นโรงรัตนบวร แทบเนินสิงขร
สิเนรุอันโอฬาร์  
๏ จึงให้ปลงแสนเสนา ยังราชรัถา
บรรทับในเชิงคีรี  
๏ เสร็จโสรจเสาวคนธ์ชลธี ธารเพศโยคี
ด้วยเศวตเอี่ยมอำไพ  
๏ กรกุมวิเชียรหอกไชย บทจรเข้าใน
สถานพิธีด้วยพลัน  
๏ นบถวายสังเวยเทวัญ แล้วลับหอกอัน
พรหเมศประสิทธิ์ฤทธิรณ  
๏ ฝ่ายหมู่อสุราสามนต์ เกณฑ์พลพหล
ตั้งกองกำกับตรวจตรา  
๏ ต้นน้ำปลายน้ำรักษา เน่าเปื่อยลอยมา
ก็เขี่ยจำรายเสียไกล  
๏ ฝ่ายข้างนารายณ์เรืองไชย สงสัยหฤทัย
ก็ถามพิเภกขุนมาร  
๏ ว่ายักษ์นิ่งหน่วงศึกนาน ไม่ยกมาราญ
ยังรณนี้เพื่อใด  
๏ พิเภกก้มเกล้าทูลไท ว่ากุมภกรรณไป
เถลิงหุติพรพรหม  
๏ ผิวลับศาตรเสร็จสี่คม สุรภาพอุดม
บมีผู้เท่าเทียบทัน  
๏ จึงจะคลาพลกุมภัณฑ์ ออกอ้างยืนยัน
ยังรณรอนราวี  
๏ ภูวฟังพลางถามอสุรี ทำไฉนพิธี
อสุรจักจำราย  
๏ พิเภกนบทูลอุบาย ให้บุตรพระพาย
องคตไปล้างกรรมมาร  
๏ เสร็จสองนายรับโองการ เหิรหาสเท็จทะยาน
มาเชิงพระเมรุคีรี  
๏ จึ่งเห็นโรงราชพิธี โยธายักษี
อยู่บริรักษ์รอบราย  
๏ หนุมานจึงบันดาลกาย เปนสุนัขตาย
ลอยเลื่อนตลบกลิ่นไกล  
๏ องคตแปลงกายบัดใจ เปนกาเกาะใน
อสุจิร่างเจาะกิน  
๏ หมู่แมลงวันตามตอมบิน ไหลลอยหลังสินธุ์
มาเวียนอยู่ตรงอสุรา  
๏ ขุนยักษ์อัดเอียงนาสา ละเพียรภาวนา
อันกอปรในกิจพิธี  
๏ เพื่อชาติสะอาดอันมี รังเกียจร่างผี
ละล้าละลังหฤทัย  
๏ พาโมกขศักดิ์หอกไชย เหิรเหาะตรงไป
มหานิเวศลงกา  
๏ เข้านบแถลงทูลเชษฐา โดยเหตุมีมา
จึงเสียสฤษฎิ์พิธี  
๏ ทศกัณฐ์ครั้นยินคดี ถอนใจแล้วมี
สุนทรโอนโองการ  
๏ ว่าสีทันดรพิศาล แววโมรีปาน
จะวางลงในสายชล  
๏ ก็จะชุ่มจมยังภูวดล เหตุชลดำกล
สุขุมอ่อนอุประมา  
๏ ฤๅศพสัตว์เน่าโทรมสา ครลอยพัดพา
ไปดลก็ดูอัศจรรย์  
๏ ชะรอยพิเภกอาธรรม์ ปองฆ่าโคตรมัน
จึงแนะนิเทศไพรี  
๏ ถึงมาตรเจ้าเสียพิธี การอันราวี
ก็ควรจะคิดทำไป  
๏ แล้วสั่งมโหทรทันใด ให้เตรียมพลไกร
จงสรรพในรุ่งเวลา  
๏ มโหทรรับบัญชามา เกณฑ์พลอสุรา
สองร้อยสมุทรครบการ  
๏ หน้าเขียวขาวแดงดูหาญ เหลือกตายืนทะยาน
กระลึงคทาเกาทัณฑ์  
๏ ลำแพนทวนทองพู่พรรณ กำซาบเขนขรรค์
กระบี่สลับตาวทอง  
๏ คั่งคับพลมารถ้วนกอง ซ้ายขวาหนุนรอง
หน้าหลังเปนหลั่นหมวดหมาย  
๏ กุมภกรรณโสรจสนานวรกาย สวมแก้วเกราะกราย
วิภูษพรรณพรายผจง  
๏ จับโมกขศักดิ์ฤทธิรงค์ ทะยานมาทรง
วิไชยรถรูจี  
๏ ครั้นศุภมงคลนาที ข่มนามไพรี
ก็เบิกธวัชคลาพล  
๏ พลยักษ์ฮึกโห่อึงอล ฟ้าดินวิจล
ทุกเทพตื่นตกใจ  
๏ ถึงหยุดตั้งทัพทันใด คึกฆ้องกลองไชย
อุโฆษสะเทื้อนธรณี  
๏ ครั้นรุ่งเรืองสุริยรพี สุรราชกระษัตรีย์
ก็ถามพิเภกโหรา  
๏ ว่าศัพทกึกก้องโกลา ผู้ใดยกมา
จะแต่งผู้ใดไปตี  
๏ พิเภกทูลไทอธิบดี ว่าน้องทศศีร์
มันคลั่งสงครามยกมา  
๏ ขอให้พระศรีอนุชา ยอแสนเสนา
ไปหักณรงค์กุมภัณฑ์  
๏ นรสั่งลูกพระสุริยัน ให้เกณฑ์พลขันธ์
จงสรรพในกึ่งนาที  
๏ สุครีพก้มเกล้าสดุดี มาเร่งเสนี
บรรจุกระบวนทัพไชย  
๏ พลขี่โคลาแรดไฟ พร้อมพรั่งคั่งไพร
ลำพองจะออกรณมาร  
๏ พระอนุชอ่าองค์โอฬาร สวมเครื่องยุทธการ
วิลาสเจียนจันทร  
๏ ขัดขรรค์เพชรรัตน์ฤทธิรอน สะพายแล่งศร
พรหมอดูลเดชา  
๏ ไปนบนรเชษฐอำลา แล้วยาตรามา
เถลิงยังราชรถไชย  
๏ เบิกธงนำพยุหครรไล คลาเสนาใน
มาลุยังที่รบพลัน  
๏ ขษณะนั้นน้องท้าวทศกัณฐ์ ผาดเห็นพลขันธ์
ไพรีก็เกรียงโกรธา  
๏ แผดเสียงร้องเร่งเสนา ให้ต้อนอสุรา
นิกรเข้ารุมราวี  
๏ พันฦกพลยักษโยธี ดาหน้าโจมตี
ประชานิกายพานร  
๏ ไม้ไหล้แหลกหลู้ดงดอน พานรทึ้งถอน
เข้าฟาดประหารกุมภัณฑ์  
๏ ขบฟันกัดเหวี่ยงพัลวัน พลมารนับพัน
พินาศเกลื่อนกลางสมร  
๏ ขุนยักษ์เห็นพลม้วยมรณ์ พาดสายแสงศร
แล้วแผลงด้วยแรงกายมาร  
๏ หมื่นเล่มว่อนวนคัคนานต์ เปล่งเสียงเพียงกาล
ประลัยบันฦๅธาตรี  
๏ พระลักษณ์สาดศรอัคนี ล้างศรยักษี
วินาศในเมฆา  
๏ แล้วต้องตรึงอกอสุรา น้องเจ้าลงกา
ก็ล้มลงเหนือรถไชย  
๏ อสุรลุกขึ้นทันใด อ่านเวทเป่าไป
พลันศรก็หลุดจากตน  
๏ จึงแผลงพรหมศาตรมนตร์ ว่อนหว่านปานฝน
ไปต้องกระบิลโยธา  
๏ พระลักษณ์สาดศรตรงมา เปนลมพัดพา
อสูรศาตรยับยัน  
๏ แล้วต้องรถทรงกุมภัณฑ์ หักแหลกลงพลัน
ระทมในพื้นพสุธา  
๏ กุมภกรรณจับโมกขศักดา พวยพุ่งตรงมา
ก็ต้องพระลักษณ์บัดใจ  
๏ ติดแน่นตรึงทรวงภูวไนย สลบซบไป
บรู้สติตื่นองค์  
๏ หนุมานองคตยศยง ออกกลัดกลางรงค์
จนสิ้นพระสูริย์สนธยา  
๏ กุมภกรรณคืนเข้าลงกา ทูลท้าวเชษฐา
ซึ่งรณอรินทร์มีชัย  
๏ ทศเศียรร่าเริงหฤทัย จงเจ้ากลับไป
ระงับสกนธ์สำราญ  
๏ ฝ่ายนิลนนท์นำอาการ มาแทบทูลสาร
แด่นาถนารายณ์บัดดล  
๏ นรนาถให้ขุนนิลนนท์ นำทางไพรสณฑ์
แล้วรีบยุบาทยาตรา  
๏ ชอุ่มอับแสงสนธยา นำนรลีลา
เลือนหลงบดลวนจร  
๏ พระพิโรธบริภาษพานร ทรงพาลจันทร
ผาดแผลงไปโดยเมฆี  
๏ เปนจันทร์สามดวงแจ่มศรี ส่องสว่างธรณี
กระจ่างหนทางเสด็จไป  
๏ ผาดเห็นน้องท้าวท่าวใน รณต้องหอกไชย
อสุรซบกลางพล  
๏ ภูวเศร้าเซียบโศกทบทน รึงร้อนกระมล
บดินทรรีบไวมา  
๏ ถอนศาตราวุธอสุรา เห็นติดกายา
พระนุชแน่นไม่คลาย ฯ  

๑๑

๏ ทรุดองค์ลงออกโอษฐ์ สุชลโสรจจนสร่างสาย
ว่าพ่อประมาทกาย จนเสียชนม์นี้เพื่อใด
๏ โอ้โอ๋พ่อเพื่อนยาก จะจากอกพี่เปล่าใจ
จากพี่จะเห็นใคร ประดุจน้องณกลางณรงค์
๏ องอาจออกอาสา ชีวิตเจ้าจึงปลดปลง
พี่เล่าจะครองคง ชีวาตม์ไว้ก็ป่วยการ
๏ ทำศึกจะคืนเมีย สิเสียน้องประลัยลาญ
พี่ไซร้จะวายปราณ ประเสริฐกว่าจะอยู่เปน
๏ ถึงคืนสีดามา ก็ใช่ว่าจะอยู่เย็น
เห็นเมียจะเคืองเข็ญ คำนึงน้องทุกเวลา
๏ ได้เมียจะพาไป นัคเรศอยุทธยา
ทั้งสามพระมารดา จะถามถึงพระดนัย
๏ พี่ไซร้จะบังแบ่ง อรโอษฐทูลไฉน
ถ้าจะทูลว่าบรรลัย สิได้เจ้าสีดามา
๏ ทั้งสามพระชนนี จะกรรโหยกันแสงหา
พระญาติวงศา นะแน่งนางพระกำนัล
๏ จะยอพระกรทุ่ม อุระโทรมนัสศัลย์
ถึงเจ้าทุกวารวัน ก็จะอายทุกเวลา
๏ พี่ไซร้จะตายตาม จะเยียใดกับสีดา
โอ้โอ๋พระอนุชา จะจากพี่บรางเสบย ฯ

๑๖

๏ พิเภกก้มเกล้าทูลเฉลย พระอย่าเพ่อเสวย
พระโศกกำสรดเสียใจ  
๏ ขอให้หนุมานรีบไป เอาโอสถใน
สญชีพอันล้ำยาหลาย  
๏ ส่งเสียงกู่ร้องไม่วาย อยู่จอมเขาหมาย
ดังเมฆสูงสุดโพยม  
๏ ถ้ามาเสกทาชโลม พระลักษณ์ทรงโฉม
จะรอดชีวิตคืนพลัน  
๏ ชุบกระสายเบญจธาราอัน สำหรับสามัญ
กระษัตริย์พิเศษโสรจสรง  
๏ กับให้ห้ามแสงสุริยง ผิวยาตรหยาดลง
พระนุชจักถึงปราณ  
๏ ภูวนาถยินเลศเบิกบาน เรียกศรีหนุมาน
มาสั่งให้รีบเร็วไป  
๏ หนุมานรับสั่งบัดใจ จรนภาลัย
มาดลยุคุนธรพลัน  
๏ เห็นสุริยะแผ้วเพ็ญแสงพรรณ พานรเผ่นผัน
เข้ายึดยังท้ายรถทรง  
๏ ไหวหวั่นสะเทื้อนถึงองค์ ทิพากรปลง
หฤทัยว่ามารบีฑา  
๏ จึงชำเลืองเหลือบแลมา เกิดกัลปหุดา
ไหม้มอดกระบิลเปนจุณ  
๏ เหลือแต่เขี้ยวขนเพชรกุณ ฑลรัตนอดุล
บยับด้วยกัลป์อันตราย  
๏ องค์อาทิตย์นึกแหนงฉงาย ชุมมนตร์ชุบกาย
กระบิลคืนเปนพลัน  
๏ จึงเทวะถามการอัน ประสงค์สิ่งสรร
พกิจใดมาดล  
๏ พานรนบสนองโดยกล ว่าน้องท้าวรณ
อสุรต้องหอกมาร  
๏ จะนำยามาบริบาล แต่เกลือกกอปรการ
จะแก้บทันราตรี  
๏ ด้วยจวนสางสุริยรพี นรนาถจักรี
จึงใช้มาห้ามแสงพลัน  
๏ กลัวหยาดส่องหอกกุมภัณฑ์ พระนุชจักอัน
ตรายชีวิตบัดใจ  
๏ รวิวรตอบคำไป จะทำฉันใด
จะควรแก่การทุกอัน  
๏ ซึ่งจักเหลื่อมเลื่อนเดือนวัน ปรวนแปรกัปกัลป์
จะผิดขนบทั่วกาล  
๏ ใช่เราขัดคำนฤบาล แต่เห็นจะดาล
วิกลกิจสามัญ  
๏ หวังเดินรถแฝงเมฆทงัน บไขแสงพรรณ
พอโลกประจักษ์เพลา  
๏ ท่านเร่งเร็วไปเอายา อันแก้นำมา
ภิบาลพระนุชโดยไว  
๏ พานรนบลาสุริย์ใส เหิรเหาะบัดใจ
มาดลประเทศจอมผา  
๏ รีบไปจะถอนเอายา ยาหนีลงมา
ก็ร้องขึ้นแทบเชิงเขา  
๏ ครั้นตามลงมาจะเอา โอสถกลับเทา
ขึ้นร้องบนยอดคีรี  
๏ ตามจับกลับกันหลายที วรราชกระบี่
เอาหางกระหวัดเชิงผา  
๏ รัดเวียนเกี่ยวพันขึ้นมา จวบจอมบรรพตา
ก็ถึงเฉพาะยามี  
๏ จึงหักเอายอดคีรี วรราชกระบี่
ก็แบกระเห็จเหาะทะยาน  
๏ ไปดลอโยทธราชฐาน เข้าแทบทูลสาร
แก่สองกระษัตริย์บัดดล  
๏ แล้วนบขอเบญจชล ไปกอปรยามนตร์
ระงับซึ่งพิษม์หอกมาร  
๏ สองสุรกระษัตริย์แจ้งการ เนืองชลคือธาร
บทรงสติสมประดี  
๏ ส่งขวดเบญจราชพลางมี สารสั่งกระบี่
ไปนบพระบาทเชษฐา  
๏ ว่าเราทั้งสองอนุชา ใคร่อาสาสา
มิภักดิ์ไปโดยเสด็จดล  
๏ แต่กิจรักษาสามนต์ เปลื้องทุกข์นรชน
บหวังจะเว้นใครมี  
๏ ลูกลมกราบบาทกระษัตรีย์ สำแดงฤทธี
เหิรหาสระเห็จเตร็ดมา  
๏ ส่งให้พิเภกยักษา พิเภกเสกยา
ชโลมพระนุชทั่วองค์  
๏ แล่นหอกหลุดดังจำนง หายพิษม์แผลคง
สติบังคมเชษฐา  
๏ นารายณ์ใสโสมนัสา สั่งให้เอายา
กลับคืนไปเสียจงไกล  
๏ พานรฮึกโห่เอาไชย คลาเคลื่อนพลไป
สถิตสุวรรณพลับพลา  
๏ ฝ่ายสารันตทูตยักษา มายังลงกา
ก็ทูลแก่องค์อสุรี  
๏ ทศเศียรเซ็งสั่งเสนี ให้เชิญจรลี
อสูรผู้อนุชา  
๏ มนตรีกราบแล้วแล่นมา นบทูลกิจจา
อัญเชิญดำเนินท่านไท  
๏ กุมภกรรณโดยด่วนครรไล ถึงราชวังใน
เข้าเฝ้าบรมเชษฐา  
๏ สิบเศียรเห็นองค์อนุชา จึงแถลงกิจจา
อันพวกอรินทรคืนชนม์  
๏ อสุรนบทูลบัดดล ว่าข้าเห็นกล
อันเปนก็เพราะน้องเรา  
๏ แนะนำลามเลื่อนเงื่อนเงา หวังแต่จะเอา
สมบัติบรักวงศ์วาน  
๏ น้องขอลาบาทนฤบาล ไปกอปรฤทธิการ
มหาอุทกพิธี  
๏ ยิ่งในพรพรหมบดี ระงับไพรี
พินาศด้วยอดธารา  
๏ ครบศาสตรสัตวารเวลา จะทรงศักดา
นุภาพปราบทินกร  
๏ กิจใดจะแผ้วรณรอน ขอใต้มุลิกร
อย่าส่ายรหัสตรัสไป  
๏ ทศเศียรสรวลร่าเริงใจ ว่ากิจนี้ใคร
มาหาญจะรู้แยบยล  
๏ พิเภกลักษณ์รามลิงพล เห็นข้างจะจน
บอาจอุบายวายปราณ  
๏ จงเจ้าเร็วเร่งริการ กอปรมนตร์พรหมาน
ระงับอรินทร์เอาชัย  
๏ น้องท้าวนบลาคลาไคล ยุบาทบัดไป
สถิตปราสาทโสภี  
๏ จึงตรัสเรียกคันธมาลี กับสี่นารี
มาสั่งรหัสยุบล  
๏ แล้วสวมสรรพรัตนวิมล สอดแล่งศรพล
ระเห็จขึ้นสู่คัคนานต์  
๏ ไปดลมรกตสุรกานต์ เห็นต้นทางธาร
อันชลหลั่งไหลมา  
๏ จึงลงยังแผ่นศิลา ใต้เงาพฤกษา
กร่างทองอันร่มริมธาร  
๏ ร่ายเวทคิดคุณพรหมาน ตระบัดบันดาล
มหันตกายดำกล  
๏ อสุรลงนอนทดชล โอมอ่านพระมนตร์
ชลาก็แห้งเหือดพลัน  
๏ ครั้นบุรพภาสกรพรายพรรณ ศัพท์สัตว์เกริ่นกัน
ประกาศสำเนียงเสียงสีห์  
๏ เหิมเรียกพระสุริยรพี เพรียกเสี่ยงมี่มี
เมื่อจักอุทัยไขแสง  
๏ อรุโณทย์รัศมีสีแสง สุริยศักดิ์สำแดง
ในยอดยุคุนธรศรี  
๏ พานรไปดลชลธี เห็นเหตุอันมี
ก็ดาลตระดกอัศจรรย์  
๏ เกิดการเอิกเกริกทั่วกัน ประจักษ์ศัพท์อัน
อุบัติดลกระษัตรีย์  
๏ ภูวนาถแหนงนึกสารี ถามน้องทศศีร์
ดั่งการอันเกิดเปนภัย  
๏ พิเภกบังคมทูลไท ว่ากุมภกรรณไป
ถกลอุทกวิทยา  
๏ อันได้เรียนต่อธาดา จึงทดคงคา
พิกลแห้งขาดธาร  
๏ ถ้าครบกำหนดสัตวาร พวกเราจักปราณ
อสุรเรืองวารี  
๏ กิจอันจะล้างพิธี เหลือปรีชามี
บแจ้งประเทศกรรมมาร  
๏ ขอให้ลูกลมผู้หาญ ไปซับซาบการ
แต่ห้าอสุรกำนัล  
๏ ซึ่งลอบมาบูชากรรม์ ด้วยมาลาอัน
ประณีตในพรตอสุรา  
๏ ภูวนาถปรีดิ์เปรมปรีดา ตรัสเรียกขุนวา
ยุบุตรมาสั่งทันใด  
๏ ลูกลมแปลงกายบัดใจ เปนเหยี่ยวบินไป
ยังทิศนิเวศกุมภัณฑ์  
๏ ถึงปราสาทน้องทศกรรฐ์ เข้าจับแฝงบรรณ
อยู่ฟังรหัสอสุรี  
๏ ตรับเสียงกาหลดนตรี รัวเรื่อยดีดสี
ถนอมลำนำฉ่ำฉาน  
๏ พานรแปลงเปนนางมาร ไปดลบริพาร
อนงค์นิกรกำนัล  
๏ ทำรื่นเริงทักทายกัน ว่าป่วยหลายวัน
จึงสร่างสันดานมาดล  
๏ ขณะนี้ภูวเนาในมณ ฑิรฤๅออกรณ
อรินทรเสี้ยนธรณี  
๏ อสุรต่างแจ้งคดี ว่าองค์อสุรี
ไปปลุกพระเวทพรหมาน  
๏ จักผลาญเพรียงเมืองให้ปราณ แต่ในสัตวาร
ด้วยพรหมศาสตรศักดา  
๏ หนุมานจึงตอบวาจา ว่าการเสียมา
แต่หลังก็หลายทีทำ  
๏ เพราะเพื่อพิเภกบอำ บอกการก่อกรรม
ให้พวกอรินทร์เริงใจ  
๏ ฝูงกำนัลตอบทันใด ว่ากิจนี้ใคร
อย่าหวังพิเภกรู้การ  
๏ ถึงจะค้นทั่วจักรวาฬ ฤทธิ์เวทพรหมาน
ก็อาจกำบังได้ดาย  
๏ นอกกว่าห้านางอย่าหมาย ใครห่อนระคาย
ประจักษ์ตำแหน่งพิธี  
๏ พานรมายายินดี ว่าลืมมาลี
ไว้ห้องสถานคฤหา  
๏ จึงเดินเลี้ยวลัดลับมา แล้วแปลงกายา
เปนเหยี่ยวทะยานบินบน  
๏ ถับถึงอุทยานบัดดล เข้าจับลับตน
ในพฤกษพุ่มบังใบ  
๏ ขณะนั้นห้านางออกไป สรรบุษปมาลัย
เกี้ยวกรองทุกพรรณบรรจง  
๏ ชาตบุษป์บุปผชาติประยงค์ จำปากาหลง
พิกุลแก้วเกดกัน  
๏ สารภีมะลุลีลาวัณย์ ลำดวนอัญชัน
อเนกเนืองนานา  
๏ นางหนึ่งล้าเพื่อนหลงมา เพลินเก็บมาลา
อยู่เดียวบไปทันกัน  
๏ หนุมานพิศเพียรสำคัญ หมายไฝแผลอัน
ปรากฏประจักษ์แน่ใจ  
๏ เผ่นเข้าโถมฉวยพาไป ขยี้ยับใน
โพยมสิ้นสุดปราณ  
๏ จึงกลับมาดลอุทยาน แปลงเปนนางมาร
อันฆ่าเสียในเมฆา  
๏ แสร้งทำนั่งเลือกมาลา แล้วชวนกันมา
ถึงที่พิธีสาคร  
๏ พลันกลับเพศเปนพานร สี่พักตร์แปดกร
ทะยานเข้าไล่นางมาร  
๏ แล้วโถมลงชลบนาน คลื่นโคลงบันดาล
คะคึกทั้งท้องธาษตรี  
๏ เพ่งผาดเห็นน้องทศศีร์ นอนขวางวารี
ให้ชลคั่งคึงสาย  
๏ พานรโกรธเพียงเพลิงพราย โถมถีบถูกกาย
อสุรซบลงพลัน  
๏ ขุนมารโลดลุกยืนยัน ผลุนเข้ารอนรัน
กระบิลโดยโกรธา  
๏ ต่างหาญต่อหาญดูสา หัสเปลวศาตรา
เปนช่อประกายพรายไฟ  
๏ ครั้นเสียวิทยาบัดใจ ชลลั่นเลื่อนไหล
คะคักจนคับคลองธาร  
๏ อสูรเสียใจลาญ เหาะหาสเหิรทะยาน
ไปดลพิไชยลงกา  
๏ พานรมีชัยกลับมา นบนรนรา
สุหร่ายยุบลบรรยาย  
๏ พระตรัสชมบุตรพระพาย ยิ่งปรีชาชาย
บมีผู้เทียบถึงสอง  
๏ กอปรฤทธิ์ปัญญาสมพอง อริราชทั้งผอง
จงพ่ายประภาพราบราญ  
๏ ฝ่ายน้องเจ้าลงกามาร บทจรจวบสถาน
อสูรผู้เชษฐา  
๏ นบทูลความพลางโศกา ว่าสุดปัญญา
ที่น้องจะทำสงคราม  
๏ ไส้เองเปนหนอนบ่อนตาม ลามไส้เหลือลาม
จึงยากซึ่งจักเยียวยา  
๏ ข้าคือคนพยาธิโรคา นับวันอัพลา
ไปจนชีวิตบรรลัย  
๏ แล้วลาเชษฐาท่านไป ถึงปราสาทไชย
ตระลึงรำพึงจินดา  
๏ ว่าโอ้พิเภกอสุรา จะฆ่าวงศา
แลพี่ให้ม้วยบรรลัย  
๏ อสุรเศร้าสร้อยเสียใจ กลับกลิ้งเกลือกใน
บรรจถรณ์บแนบนิทรา  
๏ ครั้นรุ่งเรืองแสงสุริยา น้องเจ้าลงกา
สระสรงแล้วทรงอาภรณ์  
๏ ขึ้นเถลิงราชรถบวร คลาแสนยากร
ออกจากนิเวศบัดดล  
๏ รู้ว่าตัวจักเสียชนม์ เพื่อลางวิกล
ปรากฏประหลาดหลากใจ  
๏ แข็งใจคลาพลครรไล ถึงรณภูมิไชย
ก็หยุดบรรทับโยธา  
๏ นารายณ์เรืองฤทธิ์มหิมา เสด็จออกพลับพลา
ก็ถามพิเภกทันใด  
๏ ว่ากุมภกรรณฤๅใคร ยกยาตรพลไกร
มาต่อณรงค์ไพรี  
๏ พิเภกทูลไทธรณี ว่าน้องทศศีร์
เปนจอมนิกรยกมา  
๏ ขอเชิญนรยาตรโยธา ไปผลาญยักษา
จักทรงพระเดชมีชัย  
๏ ภูวสั่งสุครีพทันใด ให้เทียบพลไกร
จงสั่งกระบวนถ้วนการ  
๏ สุครีพรับราชบรรหาร ไปตรวจบริพาร
ในพลันก็สรรพทัพทงัน  
๏ พลร่าเริงรณยืนยัน สามารถทั่วกัน
เฉลียวฉลาดอาจอง  
๏ ส่วนสองกระษัตริย์สุริย์วงศ์ บทย่างยรรยง
มาโสรจสนานธารา  
๏ ต่างทรงพิพัฒน์ภูษา สรรพาภรณ์พา
หุรัดแก้วกุณฑล  
๏ ขัดแล่งแสงศรโสภณ กรายกรจรดล
ขึ้นสู่พิไชยรถอินทร์  
๏ คลายแสนยากรกระบิล คึกคั่งฟ้าดิน
มาดลที่รบบัดใจ  
๏ กุมภกรรณเห็นทัพแต่ไกล ร้องสั่งพลไกร
ให้ตีนิกายวานร  
๏ พลยักษ์โซมพุ่งแผลงศร เท่งทิ้งโตมร
ระดมระงมงอมหาว  
๏ พานรฮึกโห่ฉาวฉาว กุมแหลนแสนตาว
เข้าต่ออสูรดูหาญ  
๏ หลอกหลบตบถีบกัดมาร ฟัดฟาดผาดผลาญ
อสุรกลิ้งเกลื่อนรณ  
๏ ขุนยักษ์เห็นพลวายชนม์ จึงแผลงศรพล
เปนเพลิงประลัยโกลา  
๏ นารายณ์อ่านเวทวิทยา แผลงเปนคงคา
ไปตกลงดับเพลิงกัลป์  
๏ แล้วต้องรถมารหักพลัน โตเทียมสองพัน
ก็ท่าวในท้องธรณี  
๏ ขุนมารโกรธคืออัคคี ผาดแผลงศรศรี
ไปต้องกระบิลนิกร  
๏ ตายกลาดดาษดาดงดอน เหลือแต่วานร
สิบแปดมงกุฎวุฒิไกร  
๏ หนุมานองคตชาญไชย ออกกลัดกลางใน
ณรงคภูมิยืนยัน  
๏ โรมรุกคลุกคลีบุกบัน เติมตีกุมภกรรณ
ระยังระย่อธรณี  
๏ ภูวโอมอวยศาตรศุลี ชุบไชยศรศรี
แล้วแผลงเปนลมพัดพาน  
๏ พลพานรอันเสียปราณ ต้องมารุตมาร
ก็มีชีวิตคืนพลัน  
๏ แล้วต้องตรึงทรวงกุมภกรรณ น้องท้าวทศกัณฐ์
ก็ล้มยังพื้นพสุธา  
๏ ยังไม่สิ้นชนม์ชีวา เหลือบเห็นรามา
ประจักษ์เปนเพศนารายณ์  
๏ ผิวเพียงนิลาแลพราย สี่มือถือทาย
สังข์จักรคทาธารตรี  
๏ ขุนยักษ์เสียสมปฤดี ว่ากูมัวมี
โมหันธ์มารณหริรา  
สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ