ประชุมคำพากย์รามเกียรติ์ ภาค ๕ ตอน หนุมานเผาลงกา

๑๖

๏ ทูลแล้วลาพระมหิษี กราบบาทกษัตรีย์
ก็ออกมาขึ้นพฤกษา  
๏ พานรรำพึงจินดา จะลองอสุรา
ให้รู้กำลังฤทธี  
๏ คิดแล้วแผลงฤทธิ์ราวี ฝ่าฝืนอสุรี
จู่โจมเข้าโหมหักสวน  
๏ ถอนพร้าวน้าวตาลทบทวน ถีบชักหักสวน
ระนมระนาดดาษดิน  
๏ ดอกผลกล่นเกลื่อนปัฐพิน สวนดั่งสวนอินทร์
ก็ยับระยำทำลาย  
๏ จึ่งหมู่อสุรมารทั้งหลาย เห็นลิงเผือกผาย
มาทำจำรายสวนขวัญ  
๏ หักถอนรอนรุกข์ย่อยยัน คิดขัดอัศจรรย์
แต่ก่อนบห่อนเห็นมี  
๏ เผงตวาดผาดร้องเสียงสีห์ ขับมันบมิหนี
ก็โกรธพิโรธรุกราน  
๏ ไล่จับสัประยุทธทรุดซาน บมินานสองหาญ
ก็เข้าประจัญกลางแปลง  
๏ จึ่งศรีหนุมานคำแหง จับอสุรสำแดง
นุภาพเดโชพล  
๏ ฟัดลงกับแผ่นภูวดล แหลกยับบมิทน
วินาศในพรับตา  
๏ ฝูงมารเห็นเพื่อนมรณา ด้วยมือขุนวา
นรินทรฟัดปัฐพี  
๏ จึ่งเข้าเกลื่อนกลุ้มรุมตี ล้อมรอบกระบี่
ดังเนื้ออันล้อมไกรสร  
๏ บุกตะแบงแรงรบราญรอน ยุทธแยงแผลงศร
บช้ำระคายปลายขน  
๏ หนุมานขบฟันคำรน แผลงฤทธาพล
สองมือเข้ารวบยักษี  
๏ โดยเคียงเหวี่ยงฟัดปัฐพี ทีเดียวอสุรี
ก็ตายวินาศนับพัน ฯ  

ฯ เชิด ฯ

๏ อสุรหมู่มารอัศจรรย์ เห็นลิงแข็งขัน
มาผลาญอสุรแหลกหลาย  
๏ บมิมีอาวุธทะทาย แต่มือเปล่าดาย
ไชเยศณรงค์รุกราน  
๏ จึ่งไปทูลสหัสกุมาร ว่าลิงสาธารณ์
มาทำจำรายสวนขวา ฯ  

ฯ เชิด ฯ

๏ ขณะนั้นลูกเจ้าลงกา ต่างสั่งเสนา
ให้เกณฑ์กระบวนจัตุรงค์  
๏ แล้วมาสู่ที่โสรจสรง สำอางองค์ทรง
วิไชยยุทธพร้อมกัน  
๏ ต่างจับธนูเขนขรรค์ ฉมับเกาทัณฑ์
ลำแพงวิมลโกมิน ฯ  

ฯ สรง บาทสกุณี ฯ

๏ เผ่นขึ้นทรงรถมณีนิล พร้อมพวกพลพฤนท์
ทั้งสองสมุทรยกมา  
๏ ให้ล้อมรอบสวนบคลา ลูกเจ้าลงกา
เร่งรถเข้าจรดวานร ฯ  

ฯ กราว ฯ

๏ ต่างแผดสุรศัพท์กำธร ว่าเหวยลิงจร
อรัญชาติพาลา  
๏ ไยมาหักสร้อยสวนขวา ซ้ำผลาญโยธา
อสุรนี้เพื่อใด  
๏ หนุมานขานตอบบัดใจ กูเที่ยวโพนใน
พนานตสาดซัดมา  
๏ จะอาศัยซึ่งพฤกษา ไม่แจ้งกิจจา
ว่าภูมินี้สวนใคร  
๏ พลมารมารุมชิงชัย พ่ายแพ้กูใน
ณรงคจึ่งมอดมรณ์  
๏ นี่เอ็งยกแสนยากร มาจะราญรอน
กูเดียวแลฤๅขุนมาร  
๏ ลูกท้าวทศเศียรฟังการ ต่างคิดรำคาญ
จะรบกระบิลอายใจ  
๏ จึ่งร้องตอบพานรไป ว่าจอมภพไตร
บดินทรผู้บิตุรงค์  
๏ ธมอบวนุทยานแว่นวง ให้กูผู้มง
กุฎหมู่นิกรบริบาล  
๏ กูจึ่งหลั่งเลื่อนพลหาญ มาหวังจับพาล
กระบิลไปบังคมถวาย  
๏ แม้ว่าวานรกลัวตาย เร่งลงจากปลาย
แมกไม้มาไปโดยดี  
๏ นี่เอ็งกลับท้ายักษี ปานเอาชีวี
มาจ่อมในกลางเพลิงกาฬ  
๏ วานรตอบคำขุนมาร เอ็งอย่าอวดหาญ
มาสู้กูดูฤทธี  
๏ กูแพ้จึ่งว่าเอ็งดี อ้างอวดฤทธี
ไปไยให้อายเทวา  
๏ พันองค์กุมารฟังโกรธา ร้องเร่งยักษา
ให้จับกระบิลอย่านาน  
๏ คาเขี้ยวเคี้ยวเปนอาหาร ตัดหัวประจาน
เข้าไปถวายอสุรี  
๏ จึ่งเสนามารยักษี ต้อนหมู่โยธี
เข้าจับกำแหงหนุมาน  
๏ บ้างพุ่งหอกดาบสังหาร บ้างสาดศรผลาญ
ระดมระงมอัมพร  
๏ หนุมานผาดแผลงฤทธิรอน ฉวยชักหักศร
ทั้งหอกแลดาบเปนจุณ  
๏ ถอนไม้ใหญ่ได้โผนผลุน รอนรันทารุณ
ระเนระนาดดาษดิน  
๏ จับผีมารโยนร้องฉิน ว่าเหวยอสุรินทร์
เอาพลมาแหลกเปนผง  
๏ โอรสทศกัณฐ์พันองค์ เห็นพลปลดปลง
ก็ว่างก็บางเบาตา  
๏ คั่งแค้นขบฟันกลอกตา เร่งรถปลดมา
ครั้นใกล้ก็ลั่นศรไชย  
๏ พร้อมกันพันเล่มเต็มไป เสียงสนั่นหวั่นไหว
ติดทั่วทั้งตัววานร  
๏ หนุมานสะบัดปัดศร หักยับกับกร
กระเด็นวินาศดาษดิน  
๏ เข้ารวบงอนรถอสุรินทร์ เหวี่ยงฟัดปัฐพิน
ก็หักระยำทำลาย  
๏ นาคีชักรถวอดวาย สารถีซังตาย
ระนาดระเนนธรณี  
๏ พันมารโอรสทศศีร์ โกรธดั่งอัคคี
ก็โผนไปขึ้นรถรอง  
๏ เข้าต่อวานรประลอง กรกุมกระบอง
ก็ขว้างด้วยฤทธาพล  
๏ หนุมานว่องไวยิ่งยนต์ สำแดงแรงตน
เข้าฉวยคทาทันใด  
๏ ไล่รันพลมารเหลวไหล โจนขึ้นรถไชย
ก็ต่อสหัสกุมาร  
๏ เสียงสนั่นครั่นครื้นทุกสถาน วานรประหาร
ด้วยเพชรกระบองอสุรา  
๏ ขุนมารหลบแอบรถา ราชรถรจนา
ก็หักระทมธรณี  
๏ กระบิลชิงขรรค์ยักษี รอนเศียรอสุรี
ทั้งพันก็กลิ้งเกลื่อนสมร  
๏ แล้วแล่นไล่ล้างมารมรณ์ อสุรซนซอน
เข้าเร้นสุมทุมทุกภาย  
๏ บางหมู่อสุรกลัวตาย ตื่นวิ่งกระจาย
มาสู่นครลงกา ฯ  

ฯ เชิด ฯ

๏ จึ่งบอกแก่อรรคเสนา ว่ายังมีพา
นรินทรผู้เผือกพรรณ  
๏ มาหักอุทยานสวนขวัญ ครั้นไล่จับมัน
ก็สัประยุทธยุทธแยง  
๏ มีพหลกำลังเข้มแขง ต่อสู้กลางแปลง
หักหาญอสุรแหลกลาญ  
๏ ฆ่าทั้งองค์สหัสกุมาร พลโยธาหาญ
ทั้งสองสมุทรวอดวาย  
๏ มโหทรได้ฟังภิปราย ตกใจใจหาย
ก็เข้ามาทูลทันใด ฯ  

ฯ เชิด ประถม เจรจา ฯ

๏ ราพณาสูรฟังฟูนไฟ เสนาเร่งไป
หาอินทรชิตขึ้นมา  
๏ มนตรีน้อมรับบัญชา กราบบังคมลา
แล้วแล่นระเห็จเตร็ดไป  
๏ ครั้นถึงจึ่งทูลแถลงไข ว่าจอมภพไตร
ให้ข้ามาเชิญภูธร  
๏ จะให้ไปปราบวานร เผือกผู้สัญจร
มาอันตรายสวนขวัญ  
๏ ฆ่าสหัสกุมารหมดพัน พลมารอาสัญ
ทั้งสองสมุทรฉิบหาย ฯ  

ฯ เจรจา ฯ

๏ อินทรชิตโกรธเพียงเพลิงพราย ยุรยาตรผาดผาย
ลงจากปราสาทอำไพ  
๏ ครั้นถึงท้องพระโรงบัดใจ กราบบาทท่านไท
ประนมบังคมสามลา  
๏ ทัศกัณฐ์โองการวัจนา เจ้าจงอาสา
ไปปราบกระบิลจัญไร  
๏ อินทรชิตอย่าคิดน้อยใจ พ่อไม่เห็นใคร
จะเทียบสหัสกุมาร  
๏ จำเปนจำเจ้าไปผลาญ งดมันไว้นาน
จะเกิดสงครามโกลี  
๏ แล้วสั่งมโหทรทันที เร็วเร่งเสนี
ให้พร้อมทั้งรถแก้วกาญจน์  
๏ มโหทรก้มเกล้ากราบกราน มาเร่งพลมาร
ก็สรรพสำหรับไชย  
๏ เร่งรถคชสีห์บัดใจ สรรพยุทธไสว
สว่างก็วางซ้ายขวา ฯ  

ฯ เชิด ประถม ฯ

๏ อินทรชิตกราบบังคมลา ไปยังมหา
ปราสาทสุวรรณทันใด  
๏ ทรงสำอางองค์อำไพ รจนามัยไป
ด้วยสรรพราชาภรณ์  
๏ ขัดขรรค์วิเชียรฤทธิรอน สะพายแล่งศร
มหาวิไชยนาคินทร์  
๏ ดั่งจะผันเผ่นฟ้าหล้าดิน ศรสิทธิพรหมินทร์
ประสาทแก่ขุนยักษา  
๏ มาขึ้นรถแก้วกรีธา แสนสุรเสนา
ก็รีบไปสู่อุทยาน  
๏ เล็งเห็นลิงเล็กขุนหาญ โกรธดั่งไฟกาฬ
คำรนคำรามร้องไป  
๏ ว่าเหวยวานรจัญไร บมิรู้ว่าไฟ
มาทำทะนงหักหาญ  
๏ แก่กูคือคู่พระกาฬ จักแผลงศรผลาญ
ให้ม้วยชีวิตบมิคลา  
๏ หนุมานฟังสารยักษา กริ้วโกรธสองตา
ก็แดงดั่งแสงอสุนี  
๏ ขุนมารไยเอ็งอวดดี กูนี้ก็มี
นุภาพในณรงค์  
๏ แม้นเอ็งผลาญกูปลดปลง จะเลื่องยศยง
ว่ายิ่งทหารชาญชาย  
๏ อินทรชิตฟังลูกพระพาย กริ้วโกรธดั่งกาย
จะลุกขึ้นเปนอัคคี  
๏ แผดร้องก้องเสียงสุรสีห์ เรียกหมู่อสุรี
ให้เข้าระเนาในสมร  
๏ พลมารรุมรบพานร หนุมานราญรอน
สังหารอสุรแหลกลาญ ฯ  

ฯ เชิด ฯ

๏ จับช้างฟัดช้างผาดผลาญ ฉวยซากศพมาร
ก็โยนยังรถยักษี  
๏ บดฟ้าหล้าบังธรณี ดั่งสีหสู้สีห์
อสุรย่อยยับยัน  
๏ ถอนพร้าวน้าวตาลเห็จหัน ตีต้องกุมภัณฑ์
ก็ตายดั่งฟ้าผ่าผลาญ  
๏ ทีเดียวนับโกฏิประมาณ เดโชขุนหาญ
นุภาพเข้มแข็งขัน  
๏ ถึงหน้ารถลูกทศกัณฐ์ หนุมานเห็จหัน
เข้าหักดุรงค์ธงไชย  
๏ หักคอสารถีเหวี่ยงไป ถูกยอดฉัตรไชย
ก็หักระนับทับกัน ฯ  

ฯ เชิด ฯ

๏ อินทรชิตคิดแค้นแสนศัลย์ ผูกคิ้วขบฟัน
ก็จับธนูดูพราย  
๏ น้าวนิลปานำพาดสาย วางปืนปลงหมาย
จะฆ่ากำแหงหนุมาน  
๏ เสียงสนั่นชั้นเทวสถาน ภูเขาหิมพานต์
ก็แตกกระจัดพรัดพราย  
๏ เล่มเดียวบริวารแหล่หลาย ถูกลูกพระพาย
บมีจะเปล่ากายา  
๏ ติดเต็มทุกเส้นโลมา ศรศักดิ์ยักษา
นุภาพพ้นภพไตร ฯ  

ฯ เชิด ฯ

๏ พานรสลัดบัดใจ ขยี้ศรไชย
ก็แหลกดั่งจุณธุลี ฯ  

ฯ ตระ ฯ

๏ โผนเข้าจับรถยักษี ฟัดกับปัฐพี
ก็หักระทมทำลาย ฯ  

ฯ เชิด ฯ

๏ อินทรชิตลุกดำรงกาย ยุรยาตรผาดผาย
เรียกราชรถอื่นมา  
๏ ระเห็จขึ้นแล้วกริ้วโกรธา กระทืบรถา
พิโรธพลางคำนึง  
๏ ว่าเดชลิงนี้คือสึงห์ ไตรภพบถึง
สมรรถเดชามัน  
๏ ครั้นจะรบอำยวนต่อกัน อายไทเทวัญ
ฤๅษีจะติตำเนียน  
๏ กูเรียนศาสตราด้วยเพียร รบให้ลิงเบียน
นิกรอสุรแหลกลาญ  
๏ จึ่งจับนาคบาศไชยชาญ ตรีภพสถาน
สะเทือนไปทั้งสาคร  
๏ ชูขึ้นบูชาชุบศร กมลาสน์หลั่งพร
แลเวทประกับศิลป์ไชย  
๏ เสร็จแล้วผาดแผลงบัดใจ สามโลกหวาดไหว
พระเมรุเอนไปมา  
๏ เทวัญชั้นไตรตรึงษา สองมือปิดตา
ก็หนีออกนอกจักรวาฬ ฯ  

ฯ เหาะ ฯ

๏ นาคบาศผาดมาแผลงผลาญ ครั่นครื้นคัคนานต์
ดั่งฟ้าอันผ่าแสนไศล  
๏ บดบังแสงสุริโยทัย พระสุริยะตกใจ
ก็เลี้ยวเข้าแฝงเมฆา  
๏ ผกผาดลงจากเวหา แผ่นพื้นพสุธา
ก็ไหวไปจนบาดาล ฯ  

ฯ กลม ฯ

๏ เกี่ยวกระหวัดรัดรอบขุนหาญ ลูกลมเห็จทะยาน
ตระบงตระบัดศรไชย  
๏ นาคบาศบมิหวาดหวั่นไหว วานรนึกใน
ว่าศรนี้มีฤทธา  
๏ ศรมัดรัดตรึงสหัสา บมิติงกายา
ก็เสือกสลบซบไป ฯ  

ฯ โอด ฯ

๏ อินทรชิตตบมือไยไพ ว่าพานรไย
จึ่งนิ่งไม่เนืองฤทธา  
๏ แล้วสั่งมโหทรยักษา ให้คุมขุนวา
นรินทรคืนธานี ฯ  

ฯ เจรจา ฯ

๏ มโหทรประณตบทศรี รับสั่งอสุรี
แล้วแล่นมาจัดทวยหาญ  
๏ พันโกฏิขุนพลเชี่ยวชาญ เข้าคร่าหนุมาน
มาสู่นิเวศเวียงไชย ฯ  

ฯ เชิด ปฐม ฯ

๏ ครั้นถึงทวารวังใน จึ่งหยุดพิไช
ยรถบรรทับเกยชลา  
๏ อินทรชิตฤทธิล้ำเทวา กรายกรยาตรา
มาดลพระโรงบรรยงก์ ฯ  

ฯ เสมอ ฯ

๏ ขึ้นไปกราบบาทบัวบงสุ์ ขุนราพณ์ผู้ทรง
พิภพกรุงยักษา  
๏ ทูลว่าจับลิงได้มา มันมีฤทธา
นุภาพล้ำเทวัญ  
๏ แม้นเทพทั้งหกชั้นสวรรค์ จะรบรุมมัน
บเท่ามันตัวเดียวดาย  
๏ จึ่งแถลงแต่ต้นจนปลาย ถี่ถ้วนทูลถวาย
แก่ท้าวผู้เจ้าลงกา ฯ  

ฯ เจรจา ฯ

๏ ทศกัณฐ์ฟังโอรสา ชื่นชมรมยา
ก็ลุกจากรัตนบัลลังก์  
๏ กอดจูบลูบไล้โลมหลัง ทรงพหลกำลัง
สามโลกให้แพ้ฤทธา  
๏ พลางร้องสั่งสุรเสนา เร็วเร่งนำพา
นรินทร์มาดูอย่านาน  
๏ มโหทรประณตบทมาลย์ รับราชบริหาร
ไปสั่งอสุรยักษา  
๏ ให้คุมลิงไพรเข้ามา จะทอดนัยนา
ยังหน้าพระลานเรืองไชย  
๏ ยักษาพาหนุมานไป ครั้นถึงทันใด
ก็ทูลแก่เจ้าลงกา ฯ  

ฯ เสมอ ฯ

๏ ทศกัณฐ์มงกุฎยักษา ชำเลืองนัยนา
ไปเห็นกำแหงหนุมาน  
๏ กริ้วโกรธโลดถีบโรงธาร เกนเกนโองการ
ด้วยโกรธกริ้วเกรียมใจ  
๏ สิบปากฟากฟ้าหวั่นไหว เร่งนำมันไป
พิฆาฏเสียกลางลงกา  
๏ ขณะนั้นมโหทรยักษา กราบแล้วแล่นมา
ก็สั่งอสุรบริบาล  
๏ ให้ฆ่าวานรผู้หาญ จงสิ้นสุดปราณ
แล้วเสียบไว้กลางพระนคร  
๏ อสุราพาขุนวานร มารุมราญรอน
ก็ฟันด้วยดาบเพชรพราย ฯ  

ฯ เชิด ฯ

๏ บช้ำปลายขนเคืองระคาย ดาบหักกระจาย
กระจัดไปเปนผงคลี  
๏ จึ่งเอาพะเนินเหล็กตี ต้องตัวกระบี่
ดังเอิงอันพุ่งภูผา  
๏ แล้วกลิ้งครกเหล็กมหิมา เอาสากโลหา
ไปตำกระบิลบมิไหว  
๏ พลมารรำพึงในใจ ลิงนี้เปนไฉน
จึงฆ่าไม่สิ้นสุดปราณ  
๏ แล้วไปเลือกสรรคชสาร ช้างมิ่งเมืองมาร
กำยำกำลังสหัสา  
๏ ยังยังมันมืดมัวตา แก้มคร่ำเตลา
แลครางกระหึมครึมมัน  
๏ ยักษีขี่ขับเห็จหัน ไสเข้าโจมรัน
ให้แทงดังแทงขุนเขา  
๏ งาพลาดปักดินซบเซา คนขี่เงื่องเหงา
จะฟันจะลากสุดใจ  
๏ หนุมานคำนึงนึกใน ผินิ่งดูไป
ดังนี้จะป่วยเปนนาน  
๏ จึงแผลงฤทธิไกรไชยชาญ หักคอคชสาร
ก็ฟัดอสุรแหลกหลาย ฯ  

ฯ เชิด ฯ

๏ ยักษีบ้างหนีบ้างตาย เลือดลงคือสาย
สมุทรเชี่ยวโซมไหล  
๏ กุมภัณฑ์แตกกระจายพ่ายไป วุ่นทั้งเวียงไชย
ยังอยู่แต่ผู้รักษา  
๏ จะหนีก็กลัวอาญา มโหทรเสนา
ก็วิ่งมายังวังใน ฯ  

ฯ เชิด ฯ

๏ ครั้นถึงทูลเจ้าจอมไตร ข้าแต่ภูวไนย
มงกุฎเกล้าลงกา  
๏ ข้าฆ่าวานรหนักหนา สบสิ้นศาตรา
กระบี่บม้วยวายปราณ  
๏ แทงด้วยสารแรงแสนสาร งาปักดินดาน
ให้แทงบลื้นลอกกาย  
๏ มันจับคชสารผาดผาย ฟัดรากโษสตาย
ระนับระนาดดาษดิน  
๏ ขอแจ้งหฤทัยภูมินทร์ จอมโลกจงถวิล
จะฆ่ามันได้กลใด ฯ  

ฯ เจรจา ฯ

๏ ทศกัณฐ์ครั้นฟังสงสัย กูครองกรุงไกร
ก็ช้ามาสามโกฏิปลาย  
๏ บมิมีใครอาจกล้ำกราย เทวาทั้งหลาย
ฤๅห่อนจะข้ามแขวงเมือง  
๏ สามโลกคั่งแค้นคายเคือง เฝ้าแหนนองเนือง
ไป่อาจจะขาดเวลา  
๏ ดูหลากลิงนี้นักหนา อาจข้ามเข้ามา
แล้วฆ่าก็ไม่วายปราณ  
๏ เร่งนำมาในราชฐาน จะถามเหตุการณ์
ให้สิ้นที่กูสงสัย  
๏ มโหทรกราบแล้วแล่นไป สั่งเสนาใน
ให้คุมกระบี่เข้ามา  
๏ ยังราชนิเวศยักษา สมเด็จอสุรา
จะถามให้แจ้งเหตุการณ์ ฯ  

ฯ เจรจา ฯ

๏ ขณะนั้นสุรเสนามาร จึงคุมขุนหาญ
ก็เข้ามายังวังใน  
๏ มโหทรทูลท้าวทันใด เบิกลิงเข้าไป
ยังหน้าพระลานยักษี ฯ  

ฯ เสมอ ฯ

๏ ทศกัณฐ์ครั้นทอดทฤษฎี เผงแผดเสียงสี
หนาทเกนโองการ  
๏ ว่าเหวยลิงเล็กขุนหาญ อาจข้ามมาพาล
ดั่งฤๅจะรอดคืนไป  
๏ กูจะฆ่าให้ม้วยบรรลัย หากคิดสงสัย
จึงถามให้แจ้งกิจจา  
๏ จงบอกอย่าได้มฤษา ใครใช้มึงมา
จำนงประสงค์สิ่งใด  
๏ นามกรวานรชื่อไร ถิ่นฐานอยู่ไหน
จงบอกแต่ตามสัจจา ฯ  

ฯ เจรจา ฯ

๏ หนุมานขานตอบยักษา เราเที่ยวโทนมา
บรู้ตำบลหนทาง  
๏ แสวงหาผลาผลม่วงปราง เล็มเลาะเสาะสาง
เห็นสวนก็เข้าอาศัย  
๏ ใครมิได้ใช้สอยลิงไพร บ้านเมืองอย่างไร
ไม่รู้จึงสาดซัดมา  
๏ ทศกัณฐ์จรรโลงโลกา ฟังคำขุนพา
นรินทร์อันกล่าววาที  
๏ รำพึงในใจยักษี ใคร่ได้กระบี่
มาไว้ในกรุงลงกา  
๏ จะได้ทำการอาสา สงครามรามา
ก็จวนจะติดพระนคร  
๏ จึงกล่าวแก่ขุนพานร เอ็งอยู่สิงขร
แลโทนมาเที่ยวเล็มไพร  
๏ ถึงไม่รู้แล้วแล้วไป กูเห็นเอ็งใจ
กูอ่อนระทวยกรุณา  
๏ เอ็งอยู่กูจะเลี้ยงรักษา แต่งตั้งศักดา
ให้เปนทหารแหนเมือง  
๏ กูจะปูนแก้วกองรองเรือง เงินทองนองเนือง
อเนกแน่งนางใน  
๏ หนุมานครั้นฟังดีใจ เพื่ออาสาไท
มาจวบเอาท่วงทีดี  
๏ จึงทูลแก่ท้าวทศศีร์ ข้านี้ชีวี
ก็จวนจะม้วยมรณา  
๏ จะอยู่ทำการอาสา อายแสนเสนา
ทั้งมุขมิ่งมนตรี  
๏ ข้าคนโทษถึงสิ้นชี วิตแล้วกระบี่
บควรจะเปนขุนพล  
๏ ขอฆ่าให้สิ้นสุดสกนธ์ อยู่ยิ่งจะทน
ลำบากไปหลายราตรี  
๏ ทศกัณฐ์โองการสารศรี กูคิดปรานี
จะเลี้ยงมิให้วอดวาย  
๏ เมื่อฆ่ามึงไม่ฉิบหาย มึงจะยอมตาย
จะฆ่าด้วยเล่ห์กลใด  
๏ หนุมานกล่าวสารเฉลยไข ขอให้เอาไฟ
มาติดกับนุ่นน้ำมัน  
๏ เอานุ่นมาพอกพัวพัน เอาน้ำมันพลัน
มาโซมให้ซาบกายา  
๏ ให้ใหญ่พ่างเพียงภูผา น้ำมันโซมทา
ให้ชุ่มทั้งตัวลามไหล  
๏ แล้วจงเร่งให้จุดไฟ เห็นว่าลิงไพร
จะตายด้วยเพลิงเผาผลาญ  
๏ ราพณาสุรมงกุฎมาร ฟังคำขุนหาญ
ก็สั่งอสุรเสนา  
๏ เร่งเอานุ่นน้ำมันมา ทำตามขุนวา
นรินทร์อันกล่าววาที  
๏ ขณะนั้นมโหทรยักษี วิ่งเปนสิงคลี
ก็จัดได้จบครบการ ฯ  

ฯ เชิด ฯ

๏ เอานุ่นติดตัวขุนหาญ โตใหญ่ได้ปาน
ดั่งเขาอันทรงธรณี  
๏ ทศกัณฐ์ครั้นยลยินดี ร้องสั่งมนตรี
ให้เข้าไปเอาเพลิงกาฬ  
๏ ในหอกกระบิลพัทชัชวาล พระสยมประทาน
ประสาทสมเด็จบิตุลา  
๏ มโหทรกราบแล้วแล่นมา เชิญหอกกาฬา
ก็จุดเอาอัคคีกาฬ  
๏ ถึงถวายจอมภพผู้หาญ มีพระโองการ
ให้เผากระบี่ผู้ไกร  
๏ มโหทรเอกเสนาใน กราบแล้วเอาไฟ
มาจุดกำแหงหนุมาน ฯ  

ฯ เชิด ฯ

๏ แสงโรจน์โชตนาทุกสถาน ดังสีสุรกานต์
เมื่อเกิดขึ้นเจ็ดจำรูญ  
๏ ลูกลมฤทธิ์ล้ำพระสูรย์ ครั้นเพลิงบริบูรณ์
กระจ่างสว่างเวหา  
๏ จึงถีบแผ่นพื้นพสุธา เหาะหาวเหิรมา
ยังท้องพระโรงบมินาน ฯ  

ฯ เชิด ฯ

๏ ฝ่ายหน้ามาตยาหักหาญ เย้ยหยันขุนมาร
ก็โถมเข้าเผาโรงคัล  
๏ เหาะวกวงเวียนหกหัน เห็จขึ้นสุวรรณ
ปราสาทพิจิตรพิศเพรา  
๏ เจ็ดชั้นนพรัตน์เนืองเนา พรายพรายพรรเหา
ก็ลุกวะวาบปลาบควัน  
๏ จู่โจมโหมหักเหิรหัน ตีนเหยียบยืนยัน
เข้าง้างปราลีพราย  
๏ ทิ้งถูกมารม้วยมากมาย สำแดงแรงกาย
ทะยานเข้าถอนรอนราญ  
๏ น้าวยอดนภศูลประหาร พรหมพักตร์แหลกลาญ
ก็ถอดออกฟัดปัฐพี  
๏ หักกระเด็นเซ็นต้องยักษี ตายเต็มธรณี
ระเนนระนับทับกัน  
๏ เสียงสนั่นครั่นครื้นสรวงสวรรค์ เปลวเพลิงพลุ่งพรรณ
วิโรจน์ระงมเวียงไชย  
๏ ไหม้หมดโรงรถคชไกร เรือนเสนาใน
บเล็ดบลอดสักอัน  
๏ เสร็จแล้วลูกลมเห็จหัน เหาะเหิรจรจรัล
มาสู่ที่สาครศรี  
๏ ชำระสระสนานวารี เพลิงกาฬอัคนี
ก็ดับไปโดยจินดา  
๏ ยังแต่ปลายหางขุนพา นรคิดสงกา
จะดับบดับดูฉงน ฯ  

ฯ ลงสรง ฯ

๏ ทศกัณฐ์กริ้วโกรธานนต์ ขบฟันคำรน
คำรามดังฟ้าผ่าสลาย  
๏ คิดใคร่แผลงศรให้วาย ปราณกังวลสาย
สมรมณโฑศรี  
๏ อีกแสนสาวสนมมากมี สมเด็จอสุรี
ก็วิ่งมายังเยาวมาลย์ ฯ  

ฯ เชิด ฯ

๏ โอบอุ้มมณโฑนงคราญ ชวนสาวบริวาร
รีบออกมานอกบุรี  
๏ ชำเลืองดูเมืองยักษี โกรธดั่งอัคคี
วิจลจิตอสุรา  
๏ เผงตวาดผาดเรียกเสนา จงคอยเวหา
อย่าให้มันหนีทางสวรรค์  
๏ เร่งล้อมกำแพงรอบรัน เจ็ดรอบขอบคัน
เกลือกลิงจะลัดลอดหนี ฯ  

ฯ เชิด ฯ

๏ หนุมานขึ้นจากวารี จึงดับอัคคี
ซึ่งติดในหางวานร  
๏ เหยียบยี่ยีกับสิงขร ฟัดฟาดดินดอน
บดับก็เดือดแดดาล  
๏ จึงกลับลงชุบชลฉาน หางฟาดฟูมธาร
ระลอกกระฉอกเลื่อนชล  
๏ กริ้วโกรธคือไฟลามลน ขุกคิดเคืองฉงน
ด้วยเพลิงมิดับไยดี  
๏ มาจะไปถามพระฤๅษี คิดแล้วกระบี่
ก็เหาะระเห็จเตร็ดทะยาน  
๏ ครั้นถึงสิทธฤๅษีสาร ก้มเกล้ากราบกราน
ประนมประณตทูลไท  
๏ อันทรงเวทางคศาสตร์ไสย เชิญช่วยดับไฟ
ซึ่งติดในหางหนุมาน  
๏ ข้าไปถึงสวนอุทยาน ผลพฤกษ์ตระการ
จำนงจะเปนภักษา  
๏ เห็นพระมหิษีสีดา ข้าขึ้นพฤกษา
อสุรยุทธแยงยล  
๏ ข้าฆ่าให้สิ้นสุดสกนธ์ พันมารนายพล
พิโรธออกราวี  
๏ หลั่งหลามพลพลานบุรี กษัตริย์สิ้นชี
วกลิ้งในรณมอดมรณ์  
๏ ลูกท้าวทศเศียรศาตรศร มัดข้าพานร
เข้าไปยังกรุงลงกา  
๏ ทศกัณฐ์ให้ทำโทษา ข้าไม่มรณา
ก็เรียกไปถามทันใด  
๏ ข้าให้ติดนุ่นจุดไฟ ทศกัณฐ์ให้ไป
เอาเพลิงในหอกกาฬา  
๏ มาจุดจะให้มรณา ข้าเผาลงกา
ก็สิ้นทั้งเมืองยักษี  
๏ แล้วข้ามาชุบชลธี อัศจรรย์อัคคี
ที่หางมิดับรำคาญ  
๏ ขอจงพระสิทธาจารย์ โปรดศรีหนุมาน
ให้สิ้นที่ความสงสัย ฯ  

ฯ เจรจา ฯ

๏ ฤๅษีปรีชาชาญไชย จึงบอกตามนัย
บุราณคดีมีมา  
๏ ลัสเตียนไปตั้งจรรยา ยังเขากาฬา
ก็ร้อนสถานพระดุษฎี  
๏ ลงมาประสิทธิ์ศัสตร์วิธี ทิวาราตรี
ก็ลุกเปนอัคคีกาฬ  
๏ เพลิงพระสยมพิษม์บรรหาร พ้นฤทธิ์หนุมาน
จึงดับมิได้ตั้งใจ  
๏ เพลิงเกิดขึ้นแต่สถานใด ท่านจงเอาไป
คืนเสียที่นั้นอย่าคลา  
๏ หนุมานฟังสิ้นสงกา กราบไหว้วันทา
ก็คิดในใจรำพึง  
๏ ไฟเกิดเพราะปากกูจึง กูดับโดยหึง
มิดับด้วยพิษม์สำคัญ  
๏ จึงจับหางเข้าอมพลัน เพลิงหอกทศกัณฐ์
ก็ดับในปากหนุมาน  
๏ วานรก้มเกล้ากราบกราน พอพระสุริย์ฉาน
อรุณระรองส่องสี  
๏ รีบมายังริมชลธี ถีบเขาคีรี
ระเห็จขึ้นสู่อัมพล ฯ  

ฯ เชิด ฯ

๏ กัมปนาทสาครฟูมชล ลงกาวิจล
จะทรุดจะโทรมทำลาย  
๏ ผ่านข้ามสายสมุทรโดยหมาย มาสบสองนาย
อันคอยข้างฟากสาคร  
๏ ทั้งสามชื่นชมสโมสร ลูกลมฤทธิรอน
ก็เล่ายุบลบรรยาย  
๏ ขณะนี้จวนกฎหมาย อาสานารายณ์
ครั้นช้าจะต้องติเตียน  
๏ เราผู้ภักดีต่อเนียร ฤบดีจงเสถียร
สถิตอยู่ในบรรหาร  
๏ แล้วสามเสนีผู้ชาญ นำพลบริพาร
เข้าสู่วนาอารญ  
๏ ด่วนเดินโดยทางเก่ากล ผ่านข้ามพนาสณฑ์
นทีคีรีแรมนอน ฯ  

ฯ กราว ฯ

๏ มาถึงคันธมาทน์สิงขร จึงหยุดนิกร
แต่ไกลจังหวัดคีรี ฯ  

ฯ เจรจา ฯ

๏ ขณะนั้นจึงพระจักรี ครั้นแสงสุริย์ศรี
อรุณระรองส่องไข  
๏ ตรัสชวนพระนุชครรไล ลงสรงสระใส
อันเทพรังสรรค์ถวาย ฯ  

ฯ ลงสรง ฯ

๏ ฝ่ายขุนพานรสามนาย ไปแจ้งภิปราย
แก่ศรีสุครีพฤทธิรอน  
๏ สุครีพนำสามพานร เข้าเฝ้าภูธร
ประนมประณตบทมาลย์ ฯ  

ฯ เสมอ ฯ

๑๑

๏ สรวมชีพข้าไหว้ สมเด็จไทธราธาร
สามนายผู้ห้าวหาญ อันไปข่าวถึงลงกา
๏ กลับมาบังคมบาท นรนาถมหิศรา
แสดงสารพระชายา สิริราชจอมสมร ฯ

๑๖

๏ หนุมานกราบเกล้าถวายกร แถลงโดยเดิมจร
จนดลอุทยานกุมภัณฑ์  
๏ วันนั้นพอท้าวทศกัณฐ์ ออกมาสวนขวัญ
ประสงค์จะเสพสมสาย  
๏ สมรปักไม้ด่าเปรียบปราย อสุรบอาย
พิศวาสวิงวอนศรี  
๏ บมิลุคืนเข้าบุรี องค์พระลักษมี
ก็ผูกพระศอโจนลง  
๏ ข้ากัดผ้าค่อยหย่อนองค์ แล้วถวายธำมรงค์
แลผ้าสไบนงราม  
๏ แถลงโดยนรนาถติดตาม น้องท้าวถี่ถาม
พิลาปดิ้นแดโหย  
๏ ข้าเชิญสมภูวแรมโรย เสาวนีย์สบโดย
จะดลต่อเสร็จปราบมาร  
๏ จึงข้ารอนรุกข์ราพณ์ราน พลยักษ์ผู้หาญ
ประทะพยุหมาผจญ  
๏ มอดหมดทั้งพันแลพล อินทรชิตฤทธิรณ
มาจับเข้าไปลงกา  
๏ ทศกัณฐ์ให้หมู่ยักษา ลงทัณฑ์พาธา
ฉันใดก็ไม่วอดวาย  
๏ ให้เอาเพลิงจี้จุดกาย ข้าพาไฟพราย
ไปโพลงขึ้นทั่วลงกา  
๏ ขอจงเจ้าจอมไตรดา ยกแสนเสนา
ไปปราบอสุรอาธรรม์  
๏ น้องท้าวนับค่ำคืนวัน ท่าเจ้าไอศวรรย์
วิโยคอยู่ในสวนศรี ฯ  

ฯ เจรจา ฯ

๏ นรนาถฟังข่าวเทพี ดาลสมประฤดี
ระลุงฤทัยราชา  
๏ แล้วจึงตรัสแก่ขุนพา นรไปอาสา
ก็ได้ยุบลท่วงที  
๏ เราได้สัญญากระนี้ ว่าแม้นทรงศรี
มหามงกุฎสังวาล  
๏ จะยกรางวัลหนุมาน บัดนี้เราสนาน
ก็ควรจะได้ชุบสรง  
๏ แล้วเปลื้องยื่นให้โดยจง วานรทูลทรง
ประนมบังคมดุษฎี  
๏ ยกผ้าขึ้นใส่เกศี จึงขุนกระบี่
ดำริในดวงชันษา  
๏ ปีสามวันสามเร่งอา ภัพในโลกา
ทั้งเดือนก็สามอัปรีย์  
๏ อาสาปิ้มม้วยชีวี กลับคืนมาดี
ก็ได้แต่ผ้าชุบสนาน  
๏ ใช่ท้าวชิงชังหนุมาน จึงแกล้งประทาน
ก็ควรจะน้อยฤทัย  
๏ นี่เนื้ออาภัพเยียไฉน บมิควรน้อยใจ
จะติสมเด็จจักรี  
๏ เสร็จพระโสรจสนานวารี หับบัญชรศรี
ธิราชเศร้าโศกา ฯ  

ฯ โอด ฯ

๏ พระลักษณ์นั่งนวดบาทา เห็นพระเชษฐา
กำสรดกำสรวลครวญถวิล  
๏ รักใคร่ในสองกษัตริน ปานดั่งอัคคิน
ประอุกในอกอาลัย ฯ  

ฯ โอด ฯ

๏ โศกพลางทางทูลเอาใจ พระทรงโศกไย
จะป่วยดำริตริตรอง  
๏ หนึ่งโสดทวยหาญทั้งผอง เห็นท้าวหม่นหมอง
จะเหงาเทวษบมิบาน  
๏ ดับหฤทัยออกเริ่มการ จะยกทวยหาญ
ไปหักนครลงกา ฯ  

ฯ เจรจา ฯ

๏ นรนาถฟังอรรถอนุชา ชำระพักตรา
แล้วเผยวิเชียรบัญชร ฯ  

ฯ เสมอ ฯ

๏ พร้อมอัษฎาทัศพานร จึงพระสี่กร
ดำรัสให้ชุมทรรษา  
๏ ชมพูพานทูลกิจจา ว่าคันธกาฬา
เห็นควรจะยั้งโยธี  
๏ แล้วแหล่งน้ำหญ้าก็ดี ทั้งใกล้ธานี
พิไชยลงกามาร ฯ  

ฯ เจรจา ฯ

๏ นารายณ์ฟังชมพูพาน เอื้อนโอษฐ์โองการ
ให้ศรีสุครีพคลาพล  
๏ สุครีพรับสั่งบัดดล เทียบพลพหล
ก็สรรพสำหรับทัพไชย ฯ  

ฯ เชิด เจรจา ฯ

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ