เดือน ๖ จุลศักราช ๑๒๔๙

วัน ๖ ๖ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

วันนี้เป็นวันเริ่มการพระศพสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมสมเด็จพระบำราบปรปักษ์ เวลาวันนี้เป็นวันเชิญพระบรมสารีริกธาตุออกสู่พระเมรุ เจ้าพนักงานเตรียมการที่จะได้แห่พระบรมธาตุเสร็จตามธรรมเนียม

เวลาย่ำค่ำแล้ว พระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินออกทางพระที่นั่งจักรี เสด็จพระราชดำเนินทรงพระราชยานพร้อมด้วยกระบวนนำแลตามเสด็จท้องสนาม เสด็จเข้าพระเมรุด้านตะวันออก โปรดให้แห่พระบรมธาตุแต่พระบรมมหาราชวัง พระบรมธาตุที่เชิญออกไปนี้ คือพระเจดีย์ทองคำลงยาราชาวดีซึ่งทรงพระบรมธาตุลังกา แต่โปรดให้เชิญพระบรมธาตุของกรมสมเด็จลงบรรจุด้วย พระเจดีย์พระบรมธาตุสถิตบนพระราเชนทรยาน มีเครื่องสูงคู่แห่แตรสังข์กลองชนะตามธรรมเนียม กระบวนเตินแต่หน้าพระที่นั่งจักรีมหาปราสาทออกประตูวิเศษไชยศรีไปตามสถาน เลี้ยวป้อมเผด็จดัษกรเข้าพระเมรุด้านตะวันออก แล้วเชิญพานทองซึ่งรองพระเจดีย์พระบรมธาตุไปพระเมรมุขเหนือ เชิญขึ้นเกริน ๆ ขึ้นไปสถิตบนบุษบกใหญ่เหนือพระเบญจาอังกฤษย่นภายในพระเมรุแล้ว โปรดให้นิมนต์พระสงฆ์ราชาคณะผู้ใหญ่ผู้น้อย มีกรมพระปวเรศเป็นประธานรวม ๓๐ องค์ พระสงฆ์ครองผ้าแล้ว เจริญสัตปริตร ครั้นพระสงฆ์สวดมนต์แล้ว เสด็จออกประทับพลับพลา ทรงจุดดอกไม้เพลิงต่าง ๆ เวลา ๒ ทุ่มเศษ เสด็จขึ้น

การพระธาตุครั้งนี้ พระเจ้าอยู่หัวแลพระบรมวงศานุวงศ์แต่งพระองค์ตามศพ คือฉลองเยียรบับผ้าทรงเขียนหอง ข้าราชการนุ่งสมปักลาย เสื้อเยียรบับเข้มขาบ

การพระเมรุครั้งนี้ พระเมรุยอดปลีสูง ๓๐ วา พื้นทาเหลืองดอกแดง เมรุทิศเมรุประตูจัตุรมุขภายในรายด้วยฉัตรทอง นาก เงิน ราชวัติทึบ พื้นน้ำเงินลายทองแย่ง มีพระที่นั่งทรงธรรมติดเนื่องกับบริเวณพระเมรุด้านใต้ ภายในมีฐานบัทม์ลอยไม่มีเสา มีพนักเรื่องรามเกียรติ์ มีฐานบัทม์ชั้นหนึ่ง มีฐานเฉียงรองฐานบัทม์เนื่องกับเสาใหญ่ ๔ เสา มีพนักงานภาพเรื่องโคลงสรรเสริญกรมสมเด็จพระบำราบปรปักษ์ หลังหน้าต่างพระเมรุติดกระจก เขียนโคลงซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแลพระบรมวงศานุวงศ์ข้าราชการบางคน คิดสรรเสริญพระเกียรติยศกรมสมเด็จ ฯ บนฐานบัทม์ตั้งพระเบญจาอังกฤษย่น เหนือพระเบญจามีบุษบกใหญ่ตั้งอีกชั้นหนึ่ง บนเพดานมีประธานเมรุมีฉัตรโหมดขาว ๕ ชั้นลอยตามธรรมเนียม ภายในราชวัติทึบเกณฑ์พระราชาคณะผู้ใหญ่ทำเก๋งภาพต่างๆ มาตั้ง ๔ มุมพระเมรุ มีซุ้มไฟยอดมณฑป เกณฑ์หม่อมเจ้าพระธรรมุณหิศ หม่อมเจ้าพระประภากร หม่อมเจ้าพระอรุณ หม่อมเจ้าพระพุทธบาทปิลันท์ตกแต่ง

การมหรสพในการพระมีโขน ๒ โรง หุ่น ๒ โรง งิ้วโรง ๑ มอญลำโรง ๑ หนังโรงใหญ่ชักรอกหลังพลับพลา มวยโรง ๑ หนังตามธรรมเนียม ๓ โรง รำโคมดอกบัว สิงโต มังกร ญวนหกไม้ต่ำสูง ดอกไม้เพลิงต่าง ๆ มีระทาใหญ่ไม้ไผ่ไม่มียอดเกี้ยว ๑๒ ระทา

วัน ๗ ๖ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

เวลาเช้า โปรดให้สมเด็จพระบรมราชโอรสาธิราช เสด็จออกไปทรงประเคนพระสงฆ์ที่สวดพระพุทธมนต์เวลาคืนนี้ ๓๐ องค์ ไม่ได้เสด็จออก กลางวันมีการมหรสพสมโภชตามธรรมเนียม

เวลาเกือบย่ำค่ำ พระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินออกพระเมรุท้องสนามหลวง เสด็จประทับพระเมรุมุขตะวันออก ทรงนมัสการพระบรมธาตุแล้ว เสด็จออกประทับพลับพลามวย ทรงโปรยผลฉลากแลผลมะนาว พระราชทานพระบรมวงศานุวงศ์ข้าราชการทั่วกัน แลโปรดเกล้าให้ทิ้งทานต้นกัลปพฤกษ์ ๔ พุ่ม มีการเล่นหน้าพลับพลาตามธรรมเนียม เวลาค่ำทรงดอกไม้เพลิงต่าง ๆ เป็นอันมาก แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับเข้าสู่พระบรมมหาราชวังเวลา ๔ ทุ่มเศษ เจ้าพนักงานตั้งกระบวนแห่พระบรมธาตุกลับเข้าสู่พระบรมมหาราชวัง การเล่นทั้งปวงเลิกหมด

ผลกัลปพฤกษ์ที่ทรงโปรยผลละ ๑ สลึง ๑๖๐ ผล ๆ ละ ๑ เฟื้อง ๑๔๐ ผล ทิ้งทานต้นกัลปพฤกษ์ ๔ พุ่ม ๆ ละ ๑๐ ตำลึง ผลเฟื้องทั้ง ๔ พุ่ม

วัน ๑ ๖ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

วันนี้ไม่มีการอันใด เวลา ๒ ยามเศษ สมเด็จกรมพระภาณุพันธ์ให้เจ้าพนักงานเชิญพระโกศ ทรงพระศพสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ามหามาลา กรมสมเด็จพระบำราบปรปักษ์ จากท้องพระโรงเก่าขึ้นยานมาศ ๓ ลำคานมีคู่แห่ถือโคมบัวกลองชนะแตรสังข์เครื่องสูง พระโกศกุดั่นใหญ่ประกอบนอกแห่ไปลงท่าพระ เชิญพระโกศตั้งบนเรือชัยชื่อไกรสรจักรมีเรือกัญญาม่านทอง พระสงฆ์อ่านอภิธรรมนำพระศพแลเรือแห่ แห่ไปเทียบท่าศาลต่างประเทศ เชิญพระโกศขึ้นยานมหาสามคาน มีคู่แห่กลองชนะแตรสังข์ แห่ไปวัดพระเชตุพน เชิญพระโกศขึ้นเกริน พระราชทานพระโกศทองใหญ่ประทับนอกเป็นพระเกียรติยศอย่างสูง

วัน ๒ ๖ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

เวลาเช้า เจ้าพนักงานเตรียมการที่ได้แห่พระศพสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอพร้อมเสร็จ คอยเวลาเสด็จพระราชดำเนิน

เวลาเที่ยง พระเจ้าอยู่หัวทรงเครื่องขาวทรงเครื่องราชอิสริยยศนพรัตนราชวราภรณ์ เสด็จพระราชดำเนินแต่พระที่นั่งจักรี เดินกระบวนไปประทับพลับพลายกหน้าพระเมรุท้องสนามหลวง โปรดให้เดินกระบวนแห่พระศพแต่ท้ายวัดพระเชตุพนขึ้นมา กระบวนหน้ามีธงชายแลกลองมลายูแห่แรดเพลิง แลมีธงมังกร ธงตะขาบ ฉัตรผ้าเหลือง ฉัตรย่าม พิณพาทย์ ไทยสังเค็ดยอดใส่ผ้าไตร สังเค็ดลากตั้งผ้าไตร เครื่องไทยทาน มีรูปสัตว์ถือผ้าไตร ๘ คู่ คือคชปักษาคู่ พานรมฤคคู่ ๑ ม้ารีศคู่ ๑ เทพนิกรคู่ ๑ เทพปักษีคู่ ๑ อสุรปักษาคู่ ๑ อสุรวายุภักษ์คู่ ๑ ครุฑคู่ ๑ คู่แห่หน้า ๒๐๐ กลองชนะ ๔๐ คู่ จ่าปี่จ่ากลอง แตรสังข์เครื่องสูงสำรับหนึ่ง แล้วถึงรถหม่อมเจ้าพระประภากรบวรวิสุทธิวงศ์อ่านพระอภิธรรมนำพระศพ มีคู่เคียง ๑๒ อินทร์พรหม ๑๒ พระกลดกำมะลอ แล้วเสลี่ยงกง หม่อมเจ้าเล็กในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงวงศาธิราชสนิทโปรย เสลี่ยงหม่อมเจ้าอลังการโยงมีพระศพคู่เคียง กั้นพระกลดเหมือนกัน แล้วถึงเวชยันต์ราชรถทรงพระศพ มีคู่เคียงอินทร์พรหมบังสูรย์พัดโบก พระกลดหักทองขวาง กระบวนหลังมีเครื่องสูง มหาดเล็กเชิญเครื่องแลเสลี่ยงโถงรองไม้หอม คู่แห่เครื่องผ้าเหลือง สังเค็ดยอดผ้าไตร ธงตะขาบตามธรรมเนียม ครั้นกระบวนหน้าล่วงหน้าเมรุไปแล้ว เทวดาคู่แห่กลองชนะเลี้ยวเข้าพระเมรุ พอรถเวชยันต์ถึงหน้าเมรุ หยุดรถตั้งเกรินเชิญพระโกศลงยานมาศสามคาน พระเจ้าอยู่หัวเสด็จเข้าไปประทับพลับพลาทรงธรรม แห่พระศพเวียนบนเมรุโดยอุตราวัฏถ้วนตติยวาร แล้วหามยานมาศสามคานเข้าไปเทียบกำกับเกรินทางมุขเหนือ เชิญพระโกศขึ้นไปสถิตในบุษบกใหญ่เหนือพระเบญจา แล้วพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกประทับพระเมรมุขตะวันตก ทรงบริจาคทานสดับปกรณ์ไตร สังเค็ดเอก ๔ สังเค็ดโท ๑๐ ไตรเปล่า ๑๕ สบงจีวรกราบพระ ๑๙ ผ้าขาวผ้าเหลือง ๕๒๐ ย่าม ๒๔๐ พระสงฆ์ราชาคณะฐานานุกรมเปรียญ พระพิธีพระธรรมปริตร พระอันดับ ๘๐๙ รูปสดับปกรณ์แล้ว เสด็จประทับพลับพลาทรงธรรม พระพิมลธรรมถวายเทศนาสังคินีกัณฑ์ ๑ พระราชทานสังเค็ดเอาเป็นเครื่องกัณฑ์ พระพิธีธรรมสวดสังคินี ๔ รูป เวลาบ่าย ๕ โมงเศษเสด็จออกประทับพลับพลา ทรงโปรยผลฉลากแลผลมะนาวพระราชทานพระบรมวงศานุวงศ์ข้าราชการ แลทิ้งทานต้นกัลปพฤกษ์เหมือนงานพระบรมธาตุ การพระบรมสมโภชเหมือนงานพระบรมธาตุ เว้นแต่รำดอกบัวเปลี่ยนเป็นญวนรำกระถาง เมื่อเวลาเย็นมีมวยคู่ ๑ เวลา ๒ ทุ่มเศษ ทรงจุดดอกไม้แล้วเสด็จขึ้นทรงพลับพลาทรงธรรม เสด็จประทับพระเมรุมุขตะวันออกทรงทอดผ้าไตร สังเค็ดเอก ๔ โท ๑๐ ไตรเปล่า ๑๕ จีวรสบงกราบพระ ๔ ฉลาก ๑๐๐ แล้วเสด็จประทับพลับพลาทรงธรรม พระเทพโมลีถวายเทศนาวิภังค์ สังเค็ดเอกเครื่องกัณฑ์พระพิธีธรรมวัดระฆังสวด

เวลา ๔ ทุ่มเศษ เสด็จกลับเข้าสู่พระบรมมหาราชวัง วันนี้พระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติเลิกธรรมเนียมไว้ทุกข์ไปในงานต่าง ๆ ให้คงอยู่แต่แต่งขาวล้วนดำล้วนตามอายุแก่อ่อน ข้าราชการนุ่งสมปักลายเสื้อขาวตามธรรมเนียมการพระเมรุท้องสนามหลวง

วัน ๓ ๖ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

เวลาเช้าไม่ได้เสด็จออกพระเมรุท้องสนาม เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ เสด็จพระราชดำเนินออกพระเมรุทางถนนหน้าวัดมหาธาตุ เสด็จขึ้นทางพระที่นั่งทรงธรรม เสด็จพระเมรุมุขตะวันออก ทรงทอดผ้าสดับปกรณ์เท่าเวลาเช้าวานนี้ พระสงฆ์สดับปกรณ์ แล้วเสด็จประทับพลับพลาทรงธรรม พระธรรมวโรดมถวายเทศนาวิภังค์ พระราชทานสังเค็ดเอกเป็นเครื่องกัณฑ์เหมือนกัน พระพิธีธรรมวัดสุทัศน์สวดพระวิภังค์ เวลาเกือบย่ำค่ำเสด็จออกพลับพลา ทรงโปรยผลกัลปพฤกษ์แลผลฉลากเหมือนเวลาวานนี้ แลโปรดให้ทิ้งทานต้นกัลปพฤกษ์ มีการเย็นหน้าพลับพลา มีมวย ๒ คู่ เวลาค่ำทรงดอกไม้ แล้วทอดพระเนตรหนังรอกโรงใหญ่ จนเวลา ๒ ทุ่มเศษ เสด็จขึ้นทางพระที่นั่งทรงธรรม เสด็จออกพระเมรุมุขตะวันออก ทรงทอดผ้าไตรสดับปกรณ์เท่ากับตอนกลางคืนวัน ๒ ๖ ค่ำ แล้วเสด็จพลับพลาทรงธรรม มีธรรมเทศนา พระธรรมไตรโลกถวายเทศนาบุคคลบัญญัติ พระพิธีธรรมวัดราชบุรณะสวดด้วยเหมือนกัน เวลา ๕ ทุ่มเศษ เสด็จกลับพระบรมมหาราชวัง

พระเจ้าอยู่หัวทรงเครื่องราชอิสริยยศจุลจอมเกล้า

วัน ๔ ๖ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ เสด็จพระราชดำเนินออกพระเมรุท้องสนาม เสด็จขึ้นทางพระที่นั่งทรงธรรม ประทับพระเมรุมุขตะวันออก สดับปกรณ์เหมือนวันก่อนแล้ว เสด็จประทับพลับพลาทรงธรรม พระโพธิวงศาจารย์ ถวายเทศนาธาตุกถา มีพระพิธีธรรมสวดด้วยเหมือนกัน แล้วเสด็จออกพลับพลามวย ทรงโปรยแลมีการอื่น ๆเหมือนวันก่อน วันนี้มีมวยคู่ ๑ ร้าง้าวคู่ ๑ เวลาค่ำทรงจุดดอกไม้ แลทอดพระเนตรหนังใหญ่หน้าจอโขนรอกจนเวลายามเศษเสด็จขึ้น ทางพลับพลาทรงธรรมเสด็จออกพระเมรุมีสดับปกรณ์ แล้วเสด็จมาทรงธรรมเหมือนกัน พระอมรโมลีถวายเทศนายมก พระพิธีธรรมวัดหงส์สวด เวลา ๔ ทุ่มเศษเสด็จขึ้น วันนี้ พระเจ้าอยู่หัวทรงเครื่องราชอิสริยยศมงกุฎสยาม

วัน ๕ ๖ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

เวลาเที่ยงแล้ว สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ กรมพระภาณุพันธุวงศ์วรเดช ให้เจ้าพนักงานตั้งเกริน เชิญพระโกศ กรมสมเด็จพระบำราบปรปักษ์ลงจากบุษบก เชิญไปชำระที่รักแร้เมรุด้านตะวันตกเฉียงเหนือ เจ้าพนักงานรื้อพระเบญจา ตั้งฐานพระราชทานเพลิงปักตารางยอดเกี้ยวประดับเครื่องดอกไม้สด เวลาบ่าย ๔ โมงเศษ เชิญพระโกศลองในขึ้นตั้งตารางคอยเสด็จพระราชดำเนิน เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ พระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินออกพระเมรุท้องสนามหลวง เสด็จขึ้นทางพลับพลาทรงธรรม เสด็จออกพระเมรุมุขตะวันออก สดับปกรณ์เหมือนอย่างวันก่อน ยกแต่ผ้าดอกไม้ย่าม แล้วเสด็จขึ้นพระราชทานเพลิงศพ กรมสมเด็จพระบำราบปรปักษ์ แล้วพระบรมวงศานุวงศ์ข้าราชการจึงขึ้นไปถวายพระเพลิง พระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินออกพลับพลา ทรงโปรยผลฉลากแลผลกัลปพฤกษ์เหมือนวันก่อน พอจวนค่ำ ฝนตกใหญ่ ไม่ได้มีการหน้าพลับพลา พอฝนหาย เสด็จกลับพระบรมมหาราชวัง โปรดให้สมเด็จกรมพระภาณุพันธุ์ทรงจุดดอกไม้ วันนี้พระเจ้าอยู่หัวทรงเครื่องราชอิสริยศช้างเผือกสยาม

วัน ๖ ๖ ค่ำ ปีกุน นุพศก ศักราช ๑๒๔๙

เวลา ๒ โมงเช้า พระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินพระเมรุเสด็จเข้าประตูตะวันออก โปรดให้เดิน ๓ หาบตามโบราณประเพณี ๓ หาบของหลวง สำรับ คนที่ถือผ้าไตร ๓ หาบของหลวง คือ นายขันหุ้มแพร หม่อมราชวงศ์ในพระองค์ขจรจรัสวงศ์ ของเจ้าภาพ ๓ หม่อมราชวงศ์ในหม่อมเจ้าขาว หม่อมราชวงศ์ชิตในหม่อมเจ้าเป้า หลวงประเสริฐสรรพกิจช่างกระดาษ เดินสามหาบ แล้วเสด็จขึ้นบนฐานบัทม์ ทรงจุดเทียนเครื่องทองน้อย ทรงทอดผ้าไตรของหลวง ๓ พระมงคลเทพมุนี พระธรรมสมาจารย์ พระปัญญาคำภีรเถร สดับปกรณ์ แล้วโปรดให้พระองค์เจ้าขจรทอดผ้าไตร ๓ หาบ เจ้าภาพ ๒ ไตร หม่อมเจ้าอลังการทอดไตร ๑ พระอมรพิรักษ์ขิต พระปริยัติวงศาจารย์ พระญาณไตรโลก สดับปกรณ์เสร็จแล้วทรงเก็บพระอัฐิลงพระโกศทองคำลงยา แล้วเสด็จลงทรงประเคน เจ้าพนักงานห่อพระอังคารขึ้นพานพักไว้ในพระเมรุ เชิญพระโกศพระอัฐิไปตั้งโต๊ะศิลาหน้ามุขตะวันตก พระสงฆ์ฉันแล้ว เสด็จไปประทับมุขตะวันตก สดับปกรณ์ไตรสังเค็ดเอกโทไตรเปล่าตามเคย แล้วเสด็จประทับพลับพลาทรงธรรม จนเวลาเช้า ๔ โมงเศษเสด็จกลับ เจ้าพนักงานตั้งพระเบญจาแลบุษบก เชิญพระอัฐิขึ้นสถิตบนนั้น แล้วแห่พระอังคารไปลงเรือชัยไกรสรจักร แห่โดยกระบวนเรือไปลอยพระอังคารหน้าวัดปทุมคงคาตามโบราณราชประเพณี

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ เสด็จออกพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท กรมหลวงเทวะวงศ์แลเจ้าพนักงานกรมวังกรมท่า นำมิสเตอร์ เนอเนส เบซอนซาเตา เข้าเฝ้าถวายบังคมลาไปประเทศยุโรป แล้วเสด็จพระราชดำเนินออกพระเมรุ ประทับพลับพลามวย ทรงโปรย แลมีการหน้าพลับพลาเหมือนทุกวัน วันนี้มีมวยคู่ ๑ เวลาค่ำทรงจุดดอกไม้ มีหนังใหญ่ตามเคย เวลา ๒ ทุ่มเศษ เสด็จขึ้นทางพลับพลาทรงธรรม เสด็จออกพระเมรมุขตะวันออก มีสดับปกรณ์ แล้วเสด็จประทับพลับพลาทรงธรรม ธรรม ๒ กัณฑ์ พระปริยัติวงศาจารย์ถวายเทศนาอันตลักษณ์ พระพิธีธรรมวัดมหาธาตุสวด แล้วพระศรีสมโภชถวายเทศนา พระพิธีธรรมวัดอรุณสวดอาทิตย์ปรียายสูตร เวลา ๕ ทุ่มเศษ เสด็จกลับพระบรมมหาราชวัง อนึ่งเมื่อเวลากลางวัน โปรดให้กรมขุนนริศรานุวัดติวงศ์ มีเทศนาของหลวง ๒ กัณฑ์ พระธรรมราชานุวัติเทศนามหาปัฏฐาน พระพิธีธรรมวัดราชสิทธิ์สวด พระอริยมุนีถวายเทศนาจักรกัปวัตนสูตร พระพิธีธรรมวัดเทพศิรินทราวาส

วัน ๗ ๖ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

เวลาเช้า ๕ โมงเศษ เตรียมการที่จะแห่พระอัฐิกรมสมเด็จพระบำราบปรปักษ์กลับวัง เวลาเที่ยงเศษ เชิญพระโกศพระอัฐิขึ้นยานมาศกง มีเครื่องสูงแห่แตรสังข์ กลองชนะคู่เคียงแต่เมรุมาส่งวังสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมสมเด็จพระบำราบปรปักษ์

อนึ่ง ทรงพระราชดำริว่า ปรีเคาน์ซิลที่ปรึกษาราชการในพระองค์ ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าตั้งไว้แต่ก่อนนั้นล่วงโรยไป คือถึงแก่กรรมเสียโดยมาก จึงโปรดเกล้าให้ตั้งพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการบางคนที่สมควรจะฉลองพระเดชพระคุณได้ขึ้นอีก ๔๓ คน ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าตั้งการพระราชพิธีตั้งปรีเคาน์ซิลในวันนี้ ในท้องพระโรงกลางพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เจ้าพนักงานตั้งพระไชยวัฒน์สำหรับแผ่นดินแลพระแสงศรพรหมอัคนิวาต ประลัยวาต พระแสงต่างพอสมควร

เวลา ๒ ทุ่มเศษ พระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท โปรดให้นิมนต์พระราชาคณะผู้ใหญ่ ๑๐ องค์ คือ กรมพระปวเรศ กรมหมื่นวชิรญาณ หม่อมเจ้าพระอรุณ หม่อมเจ้าพระพุทธบาท พระพรหมมุนี พระธรรมไตรโลก พระเทพโมลี พระเทพกระวี พระธรรมราชา พระโพธิวงศ์ เข้าไปนั่ง ณ อาสนสงฆ์ ทรงจุดเทียนเครื่องนมัสการ ทรงศีลแล้วพระสงฆ์สวดสัตปริตรโดยย่อจบแล้ว พระมหาราชครูพิธีธรรมอ่านโองการเชิญพระแสงศร ๓ องค์ลงชุบในพระขันหยก แลแช่งน้ำตามโบราณวิธี ครั้นจบแล้วโปรดให้พระมหาราชครูพิธีเชิญพระแสงต่าง ๆ ลงชุบในหม้อน้ำ ขณะนั้นพราหมณ์เป่าสังข์ ชาวประโคมๆ พิณพาทย์ฆ้องชัยนฤนาท พระสงฆ์สวดสัจคาถาตามธรรมเนียม ครั้นเสร็จพิธีแล้ว สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ กรมพระภาณุพันธุวงศ์วรเดชเสด็จออกไปยืนหน้าโต๊ะสำหรับเซ็นชื่อท่ามกลางพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท อ่านคำปฏิญาณถวายสัตยานุสัตย์ตามธรรมเนียมกฎหมายปริวีเคาน์ซิลลอ ครั้นถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาแล้ว กลับออกมาลงนามในสมุดสำหรับลงชื่อเคาน์ซิล แล้วพระบรมวงศานุวงศ์ข้าราชการที่จะเป็นปริวีเคาน์ซิลก็เข้าไปยืนถวายสัตยานุสัตย์ต่อพระพักตร์ พระศรีรัตนตรัยเช่นกล่าวแล้ว แต่เข้าไปครั้งละ ๓ คนจนหมด ครั้นเสร็จแล้วพระเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการให้หาผู้ที่จะเป็นปริวีเคาน์ซิล เข้าไปหน้าพระที่นั่ง พระราชทานสัญญาบัตรตั้งเป็นปริวีเคาน์ซิลโดยลำดับตำแหน่ง แลพระราชทานสายสร้อยตลับพระไชยแก่พระบรมวงศานุวงศ์ ที่ได้รับพระราชทานพระไชยวัฒน์องค์เล็กไปแล้วนั้นด้วย พระสงฆ์ถวายพระพรลากลับไป

อนึ่ง ผู้ที่เป็นปริวีเคาน์ซิลมาแต่ก่อนแล้วนั้นก็เข้ามาประชุมในที่นี้ด้วย เมื่อเสร็จการพระราชทานสัญญาบัตรแล้ว พระราชทานพรแด่ปริวีเคาน์ซิลลอที่เป็นใหม่แลผู้ที่เป็นมาแล้ว ให้มีความเจริญสุขสวัสดิ์แลให้มีสติปัญญาดำริการทั้งปวงที่เป็นราชการให้เจริญขึ้น แลให้ตั้งอยู่ในความซื่อสัตย์กตัญญูทั่วกัน แล้วเสด็จขึ้น

ผู้ที่ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เป็นปริวีเคาน์ซิลลอครั้งนี้คือ

สมเด็จกรมพระภาณุพันธุวงศ์วรเดช

กรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคม

พระองค์เจ้าเกษมศรีศุภโยค

กรมหมื่นศิริธัชสังกาศ

พระองค์เจ้าทองแถมถวัลยวงศ์

กรมหมื่นสรรพสิทธิประสงค์

กรมหลวงเทวะวงศ์วโรปการ

กรมหมื่นสมมตอมรพันธุ์

พระองค์เจ้าจันทรทัตจุธาธาร

พระองค์เจ้าไชยานุชิต

พระองค์เจ้าวรวรรณากร

กรมหมื่นดำรงราชานุภาพ

พระองค์เจ้าศรีเสาวภางค์

พระองค์เจ้าโสณบัณฑิต

กรมขุนนริศรานุวัดติวงศ์

พระองค์เจ้าวัฒนานุวงศ์

พระองค์เจ้าสวัสดิโสภณ

พระองค์เจ้าไชยันตมงคล

พระองค์เจ้าปรีดา

พระองค์เจ้าขจรจรัสวงศ์

พระองค์เจ้าปฤษฎางค์

พระยาเพ็ชรพิไชย (จีน)

พระยาไชยสุรินทร (เทวะหนึ่ง)

พระยาศรีสิงหเทพ (อ่วม)

พระยาสุรินทรฦๅไชย (เทศ)

พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย)

พระยาราชสงคราม (ทัด)

พระยาราชประสิทธิ (หงษ)

พระยาสมบัติยาธิบาล (ปาน)

พระยาราชสัมภารากร (เลื่อน)

พระยาพิพิธโภไคยสวริย (โก)

พระยามหาเทพ (จุ้ย)

พระยาจ่าแสน (ชา)

พระยาพิพัฒนโกษา (สิงโต)

พระยาประชาชีพบริบาล (ปาน)

พระยาสุจริตรักษา (อ่วม)

พระยานนทบุรี (ทัด)

พระยาสมุทรบุรานรักษ์ (สิน)

เจ้าหมื่นสรรเพธภักดี (หลาน)

เจ้าหมื่นศรีสรรักษ์ (กระจ่าง)

พระอมรวิไสยสรเดช (โต)

พระราชวรินทร์ (บุตร)

วัน ๑ ๑๐ ๖ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

เวลาทุ่มเศษเสด็จออกขุนนาง ไม่มีใบบอกราชการ เสด็จประทับอยู่ครู่หนึ่ง เสด็จขึ้นประทับออฟฟิศประเดี๋ยวหนึ่ง เสด็จขึ้น

วัน ๒ ๑๑ ๖ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

วันนี้เวลาย่ำค่ำแล้ว เสด็จออกขุนนางตามธรรมเนียม พระมนตรีอ่านบอกพระพลสงคราม เมืองนครสวรรค์ฉบับหนึ่ง ขอพระราชทานศิลาหน้าเพลิง พระราชทานเพลิงศพพระยอดเมืองขวางปลัด แลส่งถาดหมากคนโททองอย่างยศพระยอดเมืองขวางด้วย กับใบบอกหลวงรามสิทธิสร ยกกระบัตรเมืองลพบุรี ๓ ฉบับ ๆ หนึ่งขอเขตที่พระอุโบสถวัดยางแขวงเมืองลพบุรี โดยยาว ๙ วา กว้าง ๖ วา ๒ ศอก เป็นที่วิสุงคามสีมา อีกฉบับหนึ่งว่าหลวงจำนงนพคุณเมืองหล่มศักดิ์ฟ้องว่าได้คุมช้างพัง ๓ ช้างบรรทุกเข้าไปส่งกองทัพไปเมืองกมุทาไสย ผู้ร้ายลักช้างไป ได้ติดตามสืบได้ความว่า นายทองดีเป็นผู้ร้ายลักช้างมาขายให้ขุนสวัสดิรักษาๆยักยอกเสือกไสมาได้ เกาะได้ตัวทาสขุนสวัสดิมาเป็นตัวจำนำ ยังตามเกาะขุนสวัสดิอยู่ อีกฉบับหนึ่งว่าอ้ายระย้ากับพวกฆ่ายอมตาย ได้ตัวอ้ายระย้ามาถาม รับเป็นสัตย์ แต่พวกที่โจทก์หายังไม่รับ ยังชำระต่อไป เสด็จขึ้นประทับออฟฟิศครู่หนึ่ง เสด็จขึ้น

วัน ๓ ๑๒ ๖ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

เวลาย่ำค่ำแล้ว เสด็จออกขุนนางในห้องออกขุนนางตามธรรมเนียม พระมนตรีพจนกิจ อ่านบอกพระยาราชวรานุกูลแม่ทัพนายกองที่ตามเสด็จ กรมหมื่นประจักษ์ ว่าลุดเตอร์แนนช่วง กำกับทางทำทางโทรเลขเมืองนครราชสีมา ทำทางโทรเลขเมืองนครราชสีมาได้ทาง ๑๗๒๐เส้น เสา ๘๕๐ ต้น เมืองชลบททาง ๒๑๒๐ เส้น เมืองขอนแก่นทาง ๓๒๓๔ เส้น เมืองหนองคายทำทางโทรเลขได้ทาง ๑๑๗๐ เส้น เสา ๘๕๑ ต้น กับใบบอกพระกำแพงพราหมณ์ปลัด ๆ เมืองสุโขทัยว่าโปรดให้หลวงสโมสรพลการ หลวงกำจัดไพรินทรขึ้นไปค้นศิลาจารึกของโบราณนั้น ได้นำค้นตามวัดเก่า ๆ ได้ศิลาจารึกอักษรโบราณ แลรูปภาพใหญ่น้อย ๗ รูป มอบให้ข้าหลวงแลแต่งกรมการคุมลงมาด้วย กับใบบอกอุปฮาดว่าที่พระรัตนวงศาเมืองสุวรรณ ว่าแต่งให้ราชวงศ์ออกเก็บเงินส่วย มีอ้ายผู้ร้ายประมาณ ๔๐-๕๐ คนเข้าปล้นราษฎรชาวบ้านไป ราชวงศ์กับชาวบ้านแย่งชิงโคกระบือ อ้ายผู้ร้ายคน ๑ ยิงราชวงศ์ถึงแก่กรรม แลยิงเพี้ยศรีตายอีกคน ๑ สามเณรองค์ ๑ ผู้ร้ายหนีไปเมืองบุรีรัมย์ขึ้นเมืองนครราชสีมา แต่งคนไปตามแล้ว กับขอศิลาหน้าเพลิงพระราชทานเพลิงศพราชวงศ์ พระวิจารณอาวุธอ่านบอกพระขยันสงครามปลัดเมืองนครเขื่อนขันธ์ ว่าเร่งเงินค่านาจำนวนปีระกา สัปตศก ส่งมาครั้งก่อน ๕๐ ชั่ง ครั้งนี้ได้เงินอีก ๒๐ ชั่ง ให้ขุนโภชนเสนา หลวงนากรมการคุมลงมาส่ง

พระยาสิงหเทพ นำพระยาพิษณุโลกาธิบดี เมืองพิษณุโลก พระจำนงอักษร ผู้ช่วยราชการเมืองพิษณุโลก กราบถวายบังคมลาไปบ้านเมือง

พระวิจารณอาวุธนำพระบริสุทธิโลหภูมินทราธิบดี ผู้ว่าราชการเมืองตะกั่วทุ่ง พระเพชรพิไสยศรีสวัสดิปลัด หลวงวิชิตภักดี ผู้ช่วยเมืองเพชรบุรี กราบถวายบังคมลากลับไปบ้านเมือง

พระราชทานสัญญาบัตรพระอุปฮาดเมืองสกลนคร เป็นพระยาประจันตประเทศธานีเจ้าเมืองๆ สกลนคร ๑ ท้าวพรหมเป็นที่ราชบุตรเมืองท่าอุเทน ๑ ท้าวคำเป็นราชบุตร เจ้าเมืองลำเนาหนองปรือ ๑ หลวงนรินทรอาสาเป็นพระแกล้วกลางณรงค์ เจ้าเมืองสนามไชยเขตร ๑ แล้วเสด็จขึ้น

วัน ๔ ๑๓ ๖ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

วันนี้ไม่ทรงสบาย ไม่เสด็จออก วันนี้มีการสวดพระราชพิธีพืชมงคลที่ท้องสนามหลวง พราหมณ์ไปตั้งพิธีจรดพระนังคัล ณ ทุ่งส้มป่อย โปรดให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอไปทรงจุดเทียนที่ท้องสนามหลวง

วัน ๕ ๑๔ ๖ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

เวลาบ่าย ๓ โมงเศษ พระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกพระที่นั่งจักรีมหาปราสาทห้องออกขุนนาง

กรมหลวงเทวะวงศ์วโรปการ กราบถวายบังคมลาไปประเทศยุโรป กรมหมื่นศิริธัชสังกาศ กรมหมื่นสมมตอมรพันธุ์ พระองค์เจ้าจันทรทัตจุธาธาร หม่อมเจ้าขาว หม่อมเจ้านิลวรรณ หม่อมเจ้ากรรเจียก กราบถวายบังคมลาไปเมืองสิงคโปร์ พระยาพัฒนโกษานำพระยามนตรีสุริยวงศ์อัครราชทูต ๑ พระดิฐการภักดี สิเกรตารี ๑ หลวงสุริยานุวัตร นายฉันหุ้มแพร อัตเตเช ๒ กราบถวายบังคมลาไปราชการประจำอยู่ ณ ประเทศอังกฤษ พระยาไกรโกษาอัครราชทูต ๑ พระบวรราชนุรักษ์ สิเกรตารี ๑ หลวงชาญภูเบศร์ อัตเตเช ๑ กราบถวายบังคมลาไปประจำราชการทูตเมืองฝรั่งเศส นายรองพิไนยราชกิจ สิเกรตารี ๑ หลวงมนตรีนิกรโกษา ขุนชาญสรกล เป็นอัตเตเช ไปประจำราชการเมืองเยอรมันนี

แล้วพระเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการให้หากรมหลวงเทวะวงศ์เข้าไปหน้าพระที่นั่ง ทรงหลั่งน้ำพระมหาสังข์ทักขิณาวัฏ แลทรงเจิมพระราชทาน แลพระราชทานพระพร แลหีบหมากเสวยซองบุหรี่ลงยาอย่างฝรั่งฝั่งเพชรบ้าง แล้วโปรดเกล้าพระราชทานน้ำสังข์แต่พระมนตรีสุริยวงศ์ พระยาไกรโกษา แล้วพระราชทานพรผู้ที่จะไปราชการทั่วกันแล้วเสด็จจากพระแท่นเสด็จลงทางอัฒจันทร์พระที่นั่งจักรี ทรงพระราชยานเสด็จไปประทับท่าราชพระตำหนักน้ำ ส่งกรมหลวงเทวะวงศ์แลเจ้านายข้าราชการที่จะไปราชการลงเรือกลไฟเล็ก พระเจ้าอยู่หัวเสด็จลงไปประทับในเรือ ดำรัสพระราชทานพรแด่กรมหลวงเทวะวงศ์อีกครั้งหนึ่ง เวลาบ่าย ๔ โมงเศษ ออกเรือจากท่าพระตำหนักแพ แล้วพระเจ้าอยู่หัวเสด็จกลับเข้าพระบรมมหาราชวัง กรมหลวงเทวะวงศ์แลพระบรมวงศานุวงศ์ที่ไปส่ง แลที่จะไปเมืองสิงคโปร์ แลข้าราชการที่จะไปราชการแลที่ไปส่งนั้น ไปขึ้นเรืออุบลบุรพทิศที่ปากคลองบางกอกใหญ่ แล้วเรืออุบลออกจากที่จอด ผู้ที่ไปส่งนั้น บางคนก็กลับเสียแต่ที่นั้น บางคนก็ไปส่งถึงเมืองสมุทรปราการบ้าง เกาะสีชังบ้าง

เวลาค่ำ ไม่ได้เสด็จออกขุนนาง

ผู้ที่ไปราชการทูตครั้งนี้แบ่ง ๓ สำรับ คือ พระยามนตรีสุริยวงศ์ (ชื่น) เป็นอัตรราชทูตวิเศษ มินิสเตอเปลนิปอเตนฉารี ๑ พระดิฐการภักดี อุปทุตคือ สิเกรตารี ๑ หลวงสุริยานุวัตร ผู้ช่วยราชการ ล่าม ๑ นายฉันหุ้มแพร ขุนวิจิตรวรสาสน์ ผู้ช่วยอัตเตเช ๒ รวม ๕ นาย ไปสู่สำนักกรุงเกรตบิเตน อเมริกา ฮอลันดา เบลเดียม แต่อยู่กรุงเกรตบิเตน ไปเยี่ยมเยียนกรุงทั้ง ๓ เนืองๆ พระยาไกรโกษา (เทศ) อัครราชทูตวิเศษ ๑ พระบวรราชนุรักษ์อุปทุต ๑ หลวงชาญภูเบศร์ ขุนปฏิภาณพิจิตร อัตเตเช ๒ ซีเอมซาเวียอัตเตเช

ล่าม ๑ รวม ๕ ไปสู่สำนักฝรั่งเศส อิตาลี สเปญ โปรดเกส แต่อยู่กรุงฝรั่งเศส

พระยาดำรงราชพลขันธ์ (นกแก้ว) อัครราชทูตวิเศษ ๑ นายรองพิไนย ราชกิจอุปทูต ๑ หลวงมนตรีนิกรโกษา ขุนชาญสรกล อัตเตเช ๒ เอดเวิดลอฟตัส อัตเตเช ล่าม ๑ รวม ๕ ไปสู่สำนักเยอรมัน อิสเตรีย เดนมาร์ค สวิเดน โนรเว แต่อยู่กรุงเยอรมัน บรรดาผู้ที่กล่าวชื่อมาแล้วนี้ ที่ไม่มีชื่อในนำกราบถวายบังคมลานั้น เพราะอยู่ในประเทศยุโรปแล้ว

เวลาค่ำ มีการวิสาขบูชาที่วัดพระศรีรัตนศาสดารามตามเคย ไม่ได้เสด็จออก โปรดให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เสด็จออกไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศล เวลาเช้ามีการเลี้ยงพระสงฆ์ในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ๒๐ รูป ตามเคยในสมัยวิสาขบูชา

วัน ๖ ๑๕ ๖ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

เวลาเช้า มีการเลี้ยงพระสงฆ์ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในการตั้งพระตำแหน่งพระสงฆ์ ๆ ที่รับพระราชทานฉัน ๓๐ รูป แล้วมาเตรียมคอยที่ท้องพระโรงพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เวลาบ่ายโมงเศษ พระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า พระราชทานสัญญาบัตรแลไตรแพรให้หม่อมราชวงศ์พระเจริญเปรียญ ๕ ประโยค วัดระฆังโฆสิตาราม เป็นพระราชานุพัทธมุนี พระราชาคณะไปอยู่วัดโมฬีโลกยาราม นิตยภัตเดือนละ ๔ บาท พระราชทานตาลิปัตรแฉกหักทองขวาง พัดรองตราแผ่นดินพัดรองโหมด บาตรลงเข้มขาบริ้วย่ามหักทองขวางทั้งตัว แลย่ามเข้มขาบ ฝาบาตร เชิงบาตรมุก กระโถน กาน้ำถมปัด เป็นเครื่องยศ ๑

พระมหาอหิงสโกเปรียญ ๗ ประโยค วัดบุปผารามวิหาร เป็นพระเมธาธรรมรส ที่พระราชาคณะ ไปอยู่วัดพิชัยญาติการาม นิตยภัตเดือนละ ๔ ตำลึง พระราชทานตาลิปัตรแฉกหักทองขวาง แลเครื่องต่างๆ เป็นเครื่องยศเหมือนพระราชานุพัทธมุนี ๑

พระมหาบัณฑิตโตเปรียญ ๔ ประโยค วัดบุปผารามวิหาร เป็นพระวิเชียรมุนี ที่พระราชาคณะ นิตยภัตเดือนละ ๔ ตำลึง พระราชทานตาลิปัตรแฉกหักทองขวาง แลเครื่องต่างๆ เป็นเครื่องยศอย่างพระราชาคณะ ๑

พระมหาน้อยเปรียญ ๔ ประโยค วัดชีสะอื้น เมืองเพชรบุรี เป็นพระญาณโพธิพระราชาคณะ ไปอยู่วัดอัมพวันคณะใหญ่ เมืองสมุทรสงคราม นิตยภัตเดือนละ ๔ ตำลึง พระราชทานตาลิปัตรแฉกหักทองขวาง แลของอื่น ๆ เป็นเครื่องยศอย่างพระราชาคณะ ๑

พระครูขัตยาคม วัดสัตนารถปริวัติ เป็นพระสมุทรมุนี ที่พระราชาคณะเมืองราชบุรี นิตยภัตเดือนละ ๓ ตำลึง พระราชทานตาลิปัตรแฉกหักทอง แลของอื่นๆ เป็นเครื่องยศอย่างพระราชาคณะ ๑

พระครูมหาสมณวงศ์ วัดมหาสมณาราม เป็นพระมหาสมวงศ์ ที่พระราชาคณะเมืองเพชรบุรี นิตยภัตเดือนละ ๓ ตำลึง พระราชทานตาลิปัตรแฉกหักทองขวาง แลของอื่นๆ เป็นเครื่องยศอย่างพระราชาคณะ ๑

พระครูสังฆปาโมกข์ วัดราชบุรณ เป็นพระปรากรมมุนี ที่พระราชาคณะไปอยู่ราชโอรสาราม นิตยภัตเดือนละ ๓ ตำลึง พระราชทานตาลิปัตรแฉกหักทองขวาง แลของอื่น ๆ เป็นเครื่องยศอย่างพระราชาคณะ ๑

พระครูสาธุธรรมคุณาธาร วัดทองธรรมชาติ เป็นพระภาวนาโกศลเถระที่พระราชาคณะ นิตยภัตเดือนละ ๓ ตำลึง พระราชทานตาลิปัตรงาสาน แลของอื่น ๆ เป็นเครื่องยศอย่างพระราชาคณะ ๑

แลพระราชทานสัญญาบัตรแลผ้าไตรสลับแพรให้พระปลัดเลิศ วัดเทพธิดา เป็นพระครูสุนทรศิลาจาริย นิตยภัตเดือนละ ๒ ตำลึง พระราชทานตาลิปัตรพุดตานหักทองขวางพื้นแดงแลบาตรถุงอัตลัต ย่ามหักทองขวางที่ปาก ย่ามอัตลัต กาน้ำกระโถนถมปัก พัดทองโหมดเป็นเครื่องยศ ๑

พระปลัดทัพ วัดพิชัยญาติการาม เป็นพระครูอุดมบัณฑิต ไปอยู่วัดศรีสุริยวงศ์เมืองราชบุรี นิตยภัตเดือนละ ๒ ตำลึง พระราชทานตาลิปัตรพุดตานแลเครื่องยศต่าง ๆ อย่างพระครูสุนทรศิลาจาริยเป็นเครื่องยศ ๑

พระสมุห์กรนอกราชการ วัดอรุณราชวราราม เป็นพระครูวิริยกิจการี ไปอยู่วัดอภัยทามริกายาราม นิตยภัตเดือนละ ๑ ตำลึง ๒ บาท พระราชทานตาลิปัตรพุดตาน แลของอื่นเป็นเครื่องยศอย่างพระครู ๑ สมุห์ตุ้ม วัดกาญจนสิงหาสน์ เป็นพระครูนิโรชรักขิต นิตยภัตเดือนละ ๑ ตำลึง ๒ บาท พระราชทานตาลิปัตรพุดตานพื้นขาวแลของอื่นเป็นเครื่องยศอย่างพระครู ๑

พระครูสรบทสุนทรนอกราชการ วัดศาลาปูนกรุงเก่า เป็นพระครูพุทธวิหารโสภณ นิตยภัตเดือนละ ๑ ตำลึง ๒ บาท พระราชทานตาลิปัตรพุดตานแลของอื่น ๆ เป็นเครื่องยศอย่างพระครู ๑

พระปลัดเทียมนอกราชการ วัดนางชี เป็นพระครูสีหขันธ์สุนหร นิตยภัตเดือนละ ๑ ตำลึง ๒ บาท พระราชทานตาลิปัตร แลของอื่นเป็นเครื่องอย่างพระครู ๑

พระราชทานสัญญาบัตรแลผ้าไตรแด่พระครูวิสุทธิศิลาจารย์ วัดกลางเมืองนครราชสีมา พระราชทานตาลิปัตรเปลวทองแผ่ลวด พัดรองโหมด บาตรถุงสักหลาด ย่ามสักหลาด กระโถน กาน้ำ ถ้วย เป็นเครื่องยศ

พระวินัยธรปั้นนอกราชการ วัดอรุณราชวราราม เป็นพระครูวิบุลย์เกียรติมุนี ไปอยู่วัดเหมืองใหม่ เจ้าคณะเมืองราชบุรี พระราชทานตาลิปัตรแผ่ลวด แลของอื่น ๆ เป็นเครื่องยศเหมือนพระครูเจ้าคณะนครราชสีมา ๑

เจ้าอธิการอิน วัดบ้านในเมืองกลันตัน เป็นพระครูอินทรสุวรรณาจารย์ เจ้าคณะเมืองกลันตัน พระราชทานตาลิปัตรแผ่ลวด แลของอื่น ๆ เป็นเครื่องยศเหมือนเมืองนครราชสีมา

เจ้าอธิการวัดสามจีนใต้ เป็นพระครูถาวรสมณวงศ์ พระราชทานตาลิปัตรพุดตานอัตลัต แลของอื่น ๆ เหมือนพระครูที่ไม่มีนิตยภัต แลมีผ้าขาวพับของข้างในพระราชทานทั้ง ๑๙ องค์

เมื่อพระราชทานสัญญาบัตรนั้น พระราชาคณะที่มานำสวดชัยมงคลพร้อมกัน พระสงฆ์ที่รับตำแหน่งใหม่ครองผ้า แล้วกลับเข้ามาถวายอนุโมทนา อติเรก ถวายพระพรลากลับไป พระเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้น

เวลาค่ำ มีการวิสาขบูชา ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ไม่ได้เสด็จออก โปรดให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเสด็จ

วัน ๗ ๖ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

เวลาเช้า มีการเลี้ยงพระกาลานุกาลสมัยวิสาขบูชาที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทตามเคย ไม่ได้เสด็จออก โปรดให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเสด็จบำเพ็ญพระราชกุศล เวลาค่ำมีการวิสาขบูชาเหมือนเวลาวานนี้ ไม่ได้เสด็จออกเหมือนกัน

วัน ๑ ๖ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

เวลาย่ำค่ำแล้ว เสด็จออกขุนนางตามธรรมเนียม แล้วโปรดให้แจกเบี้ยหวัดมหาดเล็กในพระบรมมหาราชวังแลพระราชวังบวรทั้ง ๘ เวร แต่แจกเพียงหัวหมื่น นายเวร จ่าหุ้มแพร นายรอง แล้วเสด็จขึ้น

วัน ๒ ๖ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

เวลาย่ำค่ำแล้ว เสด็จออกขุนนาง พระราชทานสัญญาบัตรหลวงทิพธารา เป็นพระกัลยาภักดี เจ้ากรมท่าขวา ฝ่ายพระราชวังบวร นา ๗๐๐ หลวงภักดีโยธา เป็นหลวงศักดิโยธาบาล เจ้ากรมพระสุรัสวดี ฝ่ายพระราชวังบวร นา ๑๕๐๐ ขุนแสนพลรักษ์เป็นหลวงสิทธิโยธารักษ์ เจ้ากรมพระสุรัสวดี ฝ่ายพระราชวังบวร นา ๑๕๐๐ ขุนพรหมเสนี เป็นขุนแสนพลรักษ์ ปลัดกรมพระสุรัสวดี ฝ่ายพระราชวังบวร นา ๕๐๐

โปรดให้แจกเบี้ยหวัดพระบรมวงศานุวงศ์ แล้วเสด็จขึ้น

เวลา ๒ ยาม เจ้าพนักงานเชิญพระศพ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าฉวีวรรณ ขึ้นยานมาศ ๓ คาน พระราชทานพระโกศกุดั่นน้อยประกอบนอก มีเครื่องสูงกลองชนะแตรสังข์ คู่แห่ถือดอกบัว แห่ออกประตูศรีสุนทรไปออกประตูพิทักษ์บวร ไปตั้งกระบวนท้ายพระที่นั่งสุทไธสวรรย์

วัน ๓ ๖ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

เวลาเที่ยงแล้ว โปรดให้แห่พระศพ พระองค์เจ้าฉวีวรรณ พระเจ้าอยู่หัวไม่ได้เสด็จพระราชดำเนิน พนักงานเดินกระบวนแห่แต่ท้ายพระที่นั่งสุทไธสวรรย์ มีกระบวนแห่ตามพระเกียรติยศเจ้านายฝ่ายใน หม่อมเจ้าพระอรุณนิภาคุณากร อ่านพระอภิธรรมนำพระศพหม่อมเจ้าพัทธวรรณ หม่อมเจ้าธัญวงศ์ ในกรมขุนภูวไนยโยงโปรย ครั้นกระบวนมาถึงหน้าเมรุแล้ว คู่แห่กลองชนะเครื่องสูงเสลี่ยงพระเสลี่ยงโยงโปรยชานมาศสามคาน ทรงพระศพเลี้ยวเข้าพระเมรุ เวียนพระเมรุโดยอุตราวัฏถ้วนตติยวาร แล้วเชิญพระโกศเข้าพระเมรุขึ้นเกรินประดิษฐานเหนือแว่นฟ้า ๓ ชั้นตามพระเกียรติยศ

เวลาย่ำค่ำ พระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินออกท้องสนามหลวง เสด็จประทับพลับพลา ทรงโปรยผลกัลปพฤกษ์ผลฉลากพระราชทานพระบรมวงศานุวงศ์ข้าราชการ แลโปรดให้ทิ้งทานพุ่มกัลปพฤกษ์

ครั้นเวลาค่ำ ทรงดอกไม้แล้วเสด็จเข้าพระเมรุ ทรงทอดผ้าไตรสังเค็ดกัณฑ์เทศน์ ๑ ไตรสังเค็ดหัวทาน ๑ ไตรเปล่า ๑๕ ผ้าขาวเหลือง ๒๐๐ สบงพระรับสัพพ ๔ พระสงฆ์ ๒๒๒ รูปสดับปกรณ์ แล้วเสด็จพลับพลาทรงธรรมครู่หนึ่ง โปรดให้มีพระธรรมเทศนากัณฑ์ ๑ ไม่ได้ทรงธรรม เสด็จกลับพระบรมมหาราชวัง วันนี้พระเจ้าอยู่หัวทรงเครื่องราชอิสริยยศจุลจอมเกล้า

อนึ่ง การมหรสพในการพระศพนี้ มีโขน ๒ โรง หุ่น ๒ โรง งิ้วโรงหนึ่ง มอญรำโรงหนึ่ง ญวนหกไม้ต่ำสูงโรงหนึ่ง ในเวลากลางวันตามธรรมเนียม การท้องสนามหลวงเวลาค่ำ มีหนัง ๔ โรง รำกระถางสิงโตมังกร ดอกไม้เพลิงต่าง ๆ แต่ระทานั้นใช้ระทาขนาดเล็ก เงินทิ้งทานนั้นทรงโปรยผลละสลึง ผลละเฟื้อง วันละ ๑ ชั่ง ๑๐ ตำลึง ทิ้งทานพุ่มกัลปพฤกษ์ ๔ พุ่มๆ ละ ๕ ตำลึง ผลละเฟื้อง

วัน ๔ ๖ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

เวลาย่ำค่ำแล้ว พระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกท้องสนามหลวง เสด็จประทับพลับพลา ทรงโปรยผลกัลปพฤกษ์ผลฉลากเหมือนเวลาวานนี้ แล้วโปรดให้ทิ้งทานต้นกัลปพฤกษ์เหมือนวันก่อน เวลาค่ำทรงจุดดอกไม้เพลิงต่าง ๆ แล้วเสด็จเข้าพระเมรุสดับปกรณ์เท่ากับเวลาวานนี้ แล้วเสด็จประทับพลับพลาทรงธรรม มีพระธรรมเทศนากัณฑ์ ๑ สมเด็จกรมพระภาณุพันธุวงศ์ กรมหมื่นประจักษ์ พระยาภาสกรวงศ์ เฝ้าจนเวลา ๔ ทุ่ม เสด็จกลับพระบรมมหาราชวัง วันนี้พระเจ้าอยู่หัวทรงเครื่องราชอิสริยาภรณ์มงกุฎสยาม

วัน ๕ ๖ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

เวลาเที่ยงแล้ว เจ้าพนักงานเชิญพระโกศทรงพระศพ พระองค์เจ้าฉวีวรรณลงจากแว่นฟ้า แล้วชำระพระศพตามธรรมเนียม เจ้าพนักงานรื้อแว่นฟ้า แล้วตั้งตารางประดับเครื่องสดตามเคย เวลาบ่าย ๔ โมงเศษ เชิญพระโกศขึ้นตั้งที่คอยเวลาเสด็จพระราชดำเนิน เวลาย่ำค่ำแล้วเสด็จออกพระเมรุท้องสนาม เสด็จเข้าทางประตูเมรุด้านตะวันออก ประทับพระเมรุด้านตะวันออก ทรงทอดผ้าไตรแลผ้าต่าง ๆ สดับปกรณ์เท่ากับวันก่อน แล้วเสด็จพระราชดำเนินขึ้นพระราชทานเพลิงศพพระองค์เจ้าฉวีวรรณ แล้วเสด็จออกประทับพลับพลา ทรงโปรยผลกัลปพฤกษ์ผลฉลาก แลโปรดให้ทิ้งทานต้นกัลปพฤกษ์ด้วย เวลาค่ำทรงดอกไม้เพลิง แล้วเสด็จกลับพระบรมมหาราชวัง วันนี้โปรดให้มีเทศนากัณฑ์ ๑ ด้วย เวลาวันนี้พระเจ้าอยู่หัวทรงเครื่องราชอิสริยาภรณ์ช้างเผือกสยาม

วัน ๖ ๖ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

เวลาเช้า เจ้าพนักงานดับเพลิงสุมพระอัฐิพระองค์เจ้าฉวีวรรณเป็นพระรูป คอยเวลาเสด็จพระราชดำเนิน

เวลาเช้า ๒ โมงเศษ พระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกพระเมรุท้องสนาม เสด็จเข้าประตูเมรุด้านตะวันออกประทับเมรุมุขตะวันออก ทรงพระกรุณาโปรดให้เดินสามหาบ ของหลวงสามสำรับ ของเจ้าภาพสามสำรับโดยอุตราวัฏถ้วน ๓ รอบ แล้วเสด็จขึ้นบนฐานปัทม์ ทรงจุดเทียนเครื่องทองน้อย ทรงทอดผ้าไตรของหลวง ๓ พระราชาคณะ ๓ รูป สดับปกรณ์แล้ว พระองค์เจ้ากินรีทอดผ้าไตรสามหาบอีก ๓ ไตร ส่วนเจ้าภาพพระราชาคณะ ๓ รูปสดับปกรณ์ แล้วเสด็จกลับลงมาทรงประเคนพระสงฆ์รับพระราชทานฉัน โปรดให้พระองค์เจ้ากินรีเก็บพระอัฐิพระองค์เจ้าฉวีวรรณ ลงพระโกศกะไหล่ แล้วตั้งชั้นแว่นฟ้าชั้นหนึ่งเชิญพระโกศพระอัฐิตั้งชั้นสำหรับตั้งพระบรมธาตุ ซึ่งมาตั้งบนชั้นแว่นฟ้านั้น ครั้นพระสงฆ์ฉันแล้วถวายอนุโมทนา แล้วเสด็จไปประทับมุขตะวันตก ทรงทอดผ้าไตร ๕ ไตร ผ้าขาว ๒๐ พับ พระสงฆ์สดับปกรณ์ แล้วเสด็จกลับเข้าพระบรมมหาราชวัง เวลาบ่ายเจ้าพนักงานเชิญพระอัฐิแห่กลับเข้าพระบรมมหาราชวัง เชิญไว้ที่หอพระนาค วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อทำบุญ ๗ วันแล้ว จะโปรดให้เชิญไปไว้ตำหนักพระองค์เจ้ากินรี

เวลาย่ำค่ำแล้ว พระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกประทับพระที่นั่งพุดตานทองคำภายใต้พระมหาเศวตฉัตร พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ เสนาบดี พระยา พระ หลวง ขุน ข้าราชการทหารฝ่ายพลเรือน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทโดยลำดับตำแหน่งถ้วนทุกกระทรวง เจ้าพนักงานประโคมแตรฝรั่งมโหระทึก แตรทหารตามธรรมเนียม ครั้นสุดเสียงประโคมแล้ว เจ้าพนักงานกรมวัง กรมมหาดไทย นำเจ้าราชภาคินัย ท้าวพระยาเมืองนครลำปาง เจ้าราชบุตรท้าวเพี้ยเมืองนครพนม เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายต้นไม้ทองเงิน เครื่องราชบรรณาการ มีพระราชดำรัส ๓ นัด แล้วเสด็จขึ้น

วัน ๗ ๖ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

วันนี้ไม่มีราชการอันใด เวลา ๒ ยามเศษ เจ้าพนักงานเชิญพระโกศทรงพระศพ กรมหมื่นบริรักษ์นรินทรฤทธิ์จากวังมาขึ้นยานมาศสามคานที่ประตูท่าช้างพระราชวังบวร พระราชทานพระโกศไม้สิบสองประกับนอก มีคู่แห่ถือโคมบัวกลองชนะเครื่องสูงแห่พระ ตั้งกระบวนท้ายพลับพลาสูงวังหน้า คอยเวลาที่จะได้แห่พรุ่งนี้

วัน ๑ ๖ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

เวลาย่ำเที่ยง โปรดให้แห่พระศพกรมหมื่นบริรักษ์นรินทรฤทธิ์ เข้าสู่พระเมรุ มีกระบวนต่าง ๆ ตามธรรมเนียม แต่เครื่องสูงที่แห่นั้นใช้เครื่อง ๓ ชั้น ๕ ชั้น ตามเกียรติยศของพระองค์เจ้าฝ่ายพระราชวังบวร พระสงฆ์อ่านพระอภิธรรมนั้นหม่อมเจ้าพระพุทธบาท ผู้โยงผู้โปรยนั้น หม่อมเจ้าในกรมหมื่นบริรักษ์ทั้ง ๒ องค์ กระบวนทั้งปวงเมื่อเดินมาถึงหน้าเมรุก็เลยไป ครั้นถึงคู่แห่กลองชนะแตรสังข์เครื่องสูงเสลี่ยงพระเสลี่ยงโปรยโยงยานมาศ พระศพเลี้ยวเข้าเวียนพระเมรุโดยอุตราวัฏ ๓ รอบ แล้วเชิญพระศพขึ้นสถิตบนชั้นแว่นฟ้าสามชั้น ตั้งเครื่องตั้ง แลประดับเครื่องสูงตามเกียรติยศ มีการมหรสพเหมือนงานก่อน

เวลาย่ำค่ำแล้ว พระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกท้องสนาม เสด็จประทับพลับพลา ทรงโปรยผลกัลปพฤกษ์ผลฉลาก พระราชทานพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการ แลโปรดให้ทิ้งทานต้นกัลปพฤกษ์ทั้ง ๔ พุ่ม เวลาค่ำทรงดอกไม้เพลิง แล้วเสด็จเข้าพระเมรุ ทรงทอดพระผ้าไตรสังเค็ดหัวทานไตรเปล่า ผ้าสบง รับสัพพีผ้าเหลืองเท่ากับงานก่อน พระสงฆ์ ๒๒๒ สดับปกรณ์ แล้วเสด็จประทับพลับพลาทรงธรรม มีเทศนากัณฑ์ ๑ เวลา ๔ ทุ่ม เสด็จเข้าพระบรมมหาราชวัง

วัน ๒ ๑๐ ๖ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

เวลาเที่ยง เชิญพระโกศทรงพระศพกรมหมื่นบริรักษ์นรินทรฤทธิ์ ลงจากแว่นฟ้า ชำระพระศพที่รักแร้พระเมรุด้านตะวันตกเฉียงเหนือเหมือนงานก่อน เจ้าพนักงานรื้อแว่นฟ้าตั้งฐานพระราชทานเพลิง ปักตารางประกอบเครื่องสดตามธรรมเนียม แล้วเชิญพระโกศลองในขึ้นตั้งตารางคอยเวลาเสด็จ เวลาย่ำค่ำแล้วเสด็จพระราชดำเนินออกท้องสนามหลวง เสด็จเข้าประตูพระเมรุด้านตะวันออก ทรงทอดผ้าสดับปกรณ์เท่าวันก่อน แล้วเสด็จขึ้นพระราชทานเพลิงพระศพกรมหมื่นบริรักษ์นรินทรฤทธิ์ แล้วเสด็จพระราชดำเนินออกพลับพลา ทรงโปรยอย่างวันก่อน เวลาค่ำ ทรงดอกไม้ แล้วเสด็จกลับพระบรมมหาราชวัง โปรดให้มีเทศนากัณฑ์ ๑

อนึ่ง เมือเวลาก่อนเสด็จออกพระเมรุ คือเวลาบ่าย ๕ โมงเศษ เสด็จออกประทับดรอริงรูม เจ้าพนักงานกรมวังแลพระยาภาสกรวงศ์ผู้ว่าการแทนเสนาบดีต่างประเทศ นำเคาน์ ชาล์ ชาลุศกี อัครราชทูตวิเศษกรุงออสเตรีย ซึ่งมาประจำรักษาทางพระราชไมตรีกรุงสยาม เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบถวายบังคมลากลับออกไปยุโรป ดำรัสพระราชปฏิสันถารพอควร แล้วราชทูตถวายบังคมลากลับไป

วัน ๓ ๑๑ ๖ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

เวลาบ่าย ๔ โมงเศษ สมเด็จพระบรมโอรสา เสด็จออกไปรเวต ณ มุขกระสันพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เจ้าพนักงานกรมวัง กรมพระกลาโหม นำตุวันละเบะ บุตรพระยารามัญ เข้าเฝ้าสมเด็จพระเจ้าบรมโอรสาธิราช ถวายสิ่งของแลทองคำ แล้วถวายบังคมลากลับออกมา

เวลาย่ำค่ำแล้ว พระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกประทับพระที่นั่งพุดตานทองคำภายใต้พระมหาเศวตฉัตร พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ เสนาบดีมนตรีมุขมาตยา ข้าราชการฝ่ายทหารพลเรือนเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทตามลำดับตำแหน่งถ้วนทุกกระทรวง เจ้าพนักงานประโคมตามขัตติยราชประเพณี ครั้นสุดเสียงประโคมแล้ว เจ้าพนักงานกรมวังกรมพระกลาโหมนำพระยาระแงะศรีตวันกรมการ พระยารามัญแลตวันละเบะ ศรีตวันกรมการเมืองตรังกานู เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทกราบถวายบังคมลากลับไปบ้านเมือง โปรดเกล้าพระราชทานสัญญาบัตรตุวันละเบะ เป็นหลวงรายาภักดี ผู้ช่วยเมืองรามัญ ๑ กับโปรดเกล้าพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์มงกุฎสยามชั้นที่ ๕ วิจิตราภรณ์ แด่ดาโต๊ะบันดารา เมืองตรังกานู ๑ แลมีพระราชดำรัสปฏิสันถารโดยควร แล้วเสด็จขึ้นข้างใน นอกนั้นไม่มีการอันใดอีก

วัน ๔ ๑๒ ๖ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

เวลาบ่าย ๔ โมง เจ้าพนักงานกรมวังแลไปรเวตสิเกรตารีหลวงฝ่ายต่างประเทศ แลเจ้าพนักงานกรมท่านำอัครราชทูตวิเศษกรุงออสเตรียแลกงสุลออสเตรียเข้าเฝ้าสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชเทวี ที่พระที่นั่งสมมติเทวราชอุปบัติพอสมควร แล้วถวายบังคมลากลับออกมา

เวลาทุ่มเศษ พระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกขุนนางในห้องออกขุนนางตามธรรมเนียม

พระมนตรีพจนกิจ นำใบบอกพระพิเรนทรเทพขึ้นกราบบังคมทูล ๒ ฉบับ ๆ หนึ่งว่า ได้ปลูกพลับพลารับกรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคม ๑๕ แห่ง ณ วัน ๑ ๑๑ ๕ ค่ำ กรมหมื่นประจักษ์ นายทัพนายกองมาถึง ได้รับรองตามสมควร ณ วัน ๗ ๕ ค่ำ ได้นิมนต์พระสงฆ์สวดมนต์ ณ วัน ๑ ๕ ค่ำ ได้พร้อมกันถือน้ำตามธรรมเนียม ณ วัน ๒ ๑๔ ๕ ค่ำ กรมหมื่นประจักษ์ยกออกจากเมืองนครราชสีมา ได้จัดช้างโคต่างคนส่งตามธรรมเนียม อีกฉบับหนึ่งว่าเร่งเงินแทนเร่ว เมืองพุทไธสง ๗ ชั่ง ๑๔ ตำลึง ๓ บาท เมืองรัตนบุรี ๕ ชั่ง เงินแทนทองคำส่วยเมือง เมืองไชยภูมิ ๒๗ ชั่ง เมืองปักธงไชย ๓ ชั่ง ๑๘ ตำลึง ๓ บาท เมืองกำเหน็จณรงค์ ๑ ชั่ง ๕ ตำลึง กับเงินเลกกองนอกเมืองนครราชสีมา ๘ กอง เงิน ๑๑๗ ชั่ง ๑๕ ตำลึง ๓ บาท แต่ครั้งนี้ส่งเงินลงมา ๒๗ ชั่ง กับใบบอกอุปฮาดผู้ว่าราชการเมืองแสน เมืองจันทร์ เมืองสาลวัน ว่าเร่งได้เงินส่วย ๖ ชั่ง ให้ท้าวเพี้ยคุมลงมาส่ง อีกฉบับหนึ่งว่า อุปฮาดผู้ว่าที่พระเอกราชาไปติดราชการกับพระยามหาอำมาตย์ จึงส่งเงิน ๑ ชั่ง ให้ท้าวอินทิแสง ท้าวสุรินทรคุมลงมาสมโภชในการพระราชพิธีลงสรงสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช อีกฉบับหนึ่งว่า ได้รับพระราชทานหีบศิลาหน้าเพลิงสิ่งของไปพระราชทานเพลิงศพพระเอกราชาเสร็จแล้ว ถวายพระราชกุศล

พระวิจารณอาวุธอ่านบอกพระยาภักดีนฤบดินทร์ พระยาอมรินทรฦาไชย ถวายพระราชกุศลเผาศพพระครูรามัญธิบดี วัดคงคา เจ้าคณะเมืองราชบุรี

แล้วพระราชทานสัญญาบัตร หลวงรัตนสมบัติ เป็นพระศรีรัชฎานุกูลกิจ พนักงานรับที่สองกรมพระคลังมหาสมบัติ นา ๘๐๐ หลวงโกษากรวิจารณ์ เป็นพระราชธนพิทักษ์ กรมพระคลังมหาสมบัติ นา ๘๐๐ ขุนธนานุบาล เป็นหลวงโกษากรวิจารณ์ กรมพระคลังมหาสมบัติ นา ๖๐๐ พันจันทนุมาศ เป็นหลวงสุนทรพิมล ปลัดทูลฉลองกรมพระคลังมหาสมบัติ นา ๘๐๐ ขุนอักษรสมบัติ เป็นหลวงรัตนสมบัติ กรมพระคลังมหาสมบัติ นา ๖๐๐ ขุนศรีสมบัติ เป็นขุนศรีสมบัติ เสมียนตรากรมพระคลังมหาสมบัติ นา ๔๐๐ ขุนกรุงสงคราม เป็นขุนรถรัตนาศน เจ้ากรมรถ นา ๘๐๐ แล้วเสด็จขึ้น

วัน ๕ ๑๓ ๖ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

วันนี้ไม่ได้เสด็จออกขุนนาง เวลาค่ำมีการดินเนอร์หลวง พระราชทานอัครราชทูตกรุงออสเตรีย เวลา ๒ ทุ่มครึ่งเสด็จออกประทับห้องดรอริงรูม พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พวกที่ถูกเชิญเข้ามาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทพร้อมกันแล้วเสด็จประทับโต๊ะเสวย ณ พระที่นั่งมูลสถานบรมอาสน์ ผู้ที่ต้องเชิญไปนั่งตามลำดับแผนที่ข้างล่างนี้

จมื่นสราภัย

   

หลวงสิทธิ

พระยานรรัตน

กุซัลกงสุล

พระองค์ปฤษฎางค์

พระชลยุทธ

พระองค์สวัสดิ

พระยาอนุชิต

กรมขุนนริศรา

พระยาเพ็ชรพิไชย

พระองค์วรวรรณ

พระยาธรรมสารนิติ

กรมหมื่นสรรพสิทธิ์

เคาน์การาเด็ก

กรมหมื่นอดิศร

พระยาภาสกรวงศ์

กรมหมื่นนเรศ

อัครราชทูตออสเตรีย

ที่ประทับ

เจ้าพระยารัตนบดินทร์

สมเด็จกรมพระภาณุ

เยกบติไชลก์

กรมหมื่นประจักษ์

เจ้าพระยาภาณุวงศ์

------

มิสเตอร์กูลด์

พระองค์เจ้าทองแถม

เจ้าพระยาพลเทพ

กรมหมื่นดำรง

เจ้าพระยามหินทร

พระองค์เจ้าศรี

พระยามหามนตรี

พระองค์เจ้าโสณ

พระยาศรีสิงหเทพ

พระองค์เจ้าขจร

------

พระองค์เจ้าวัฒนา

หลวงฤทธิ

เวลายามเศษเสด็จมาประทับซิตติงรูม ประทับตรัสกับอัครราชทูตวิเศษกรุงออสเตรีย เคาน์การาเด็ก ทูตฝรั่งเศส เยกบติไชลก์ ทูตอเมริกัน กูลด์ ทูตอังกฤษแลเจ้านาย แลพระราชทานเครื่องราชอิสริยยศมงกุฎสยาม มหาสุราภรณ์ แก่เคาน์ ชาล์ชาลุศกี เวนนอน เอกษตรา ออกินนารี อัครราชทูตวิเศษกรุงออสเตรีย เวลา ๔ ทุ่มเศษ ราชทูตถวายบังคมลากลับไป แล้วเสด็จขึ้น

วัน ๖ ๑๔ ๖ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

เวลาย่ำค่ำแล้ว เสด็จออกขุนนางในห้องออกขุนนางตามเคย หลวงเสนาภักดีนำศุภอักษรเมืองนครลำปางกราบทูลว่า เจ้าพรหมาพิพงศธาดาเห็นว่าตำแหน่งที่เจ้าราชบุตร เป็นเจ้าราชสัมพันธวงศ์ พระยาวังขวา ว่างอยู่ ขอรับพระราชทานเจ้าราชภาคินัยเป็นเจ้าราชบุตร พระยาชมพูเป็นพระยาวังขวา เมืองหลวงพระบาง แลขอหนานไชยวงศ์ผู้ว่าที่พระยาราชวงศาเมืองพะเยา เป็นพระยาอุปราชเมืองพะเยา กับส่งเครื่องยศเจ้าราชบุตร คนโททอง กระโถนทอง พานเงินเครื่องในทองให้เจ้าราชภาคินัยคุมลงมาส่ง กับใบบอกพระยาประทุมเทวาธิบาลอุปฮาดเมืองหนองคายว่า พระยาประทุมเทวาธิบาลเสียจักษุ อุปฮาดเป็นลมสันนิบาต จะรับราชการต่อไปไม่ได้ ขอรับพระราชทานราชบุตรผู้บุตรพระยาประทุมเทวาธิบาล ผู้ว่าราชการเมือง พระวรสารสุรไกรบุตรราชวงศ์คนเก่า เป็นพระอุปฮาดรับราชการต่อไป กับใบบอกพระพนมนครานุรักษ์เมืองนครพนมว่า ได้เร่งได้เงินแทนผลเร่วส่วย ๑๑๒ ชั่ง ส่งไปถวายกรมหมื่นประจักษ์แล้ว กับได้ส่งดีบุกบรรณาการ ๒๐๐ ไปส่งพระยามหาอำมาตย์ กับพระยามหาอำมาตย์ให้หล่อกระสุนปืนส่งอีก ๑๐๐ แท่ง รวม ๓๐๐ แท่ง กับว่าที่ราชวงศ์ว่างอยู่ ขอราชบุตรเป็นราชวงศ์ต่อไป กับใบบอกท้าวปัญญาผู้ว่าที่พระยาขุขันแลพระพิไชยสุนทรปลัด ว่าจัดเงิน ๒ ชั่ง ๑๐ ตำลึง แต่งท้าวเพี้ยคุมลงมาสมโภชสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช กับใบบอกพระวิเศษภักดีเจ้าเมือง พระภักดีโยธาปลัดเมืองศรีสะเกษว่าได้จัดเงิน ๔ ชั่ง พระประจนปัจนึก เมืองราษีไสลเมืองขึ้น จัดได้เงิน ๑๐ ตำลึง ให้ราชบุตรว่าที่ยกกระบัตรเมืองศรีสะเกษ หลวงศรีรัตนเมืองราษี คุมลงมาสมโภชสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช แลนำราชบุตรพระวรสารสุรไกรเมืองหนองคาย ท้าวบุญจัน พระคลังทิพจักษ์เมืองขุขัน ราชบุตรหลวงศรีรัตนเมืองศรีสะเกษเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท

พระยาพิพัฒโกษานำพระเสนาราชภักดี ยกกระบัตรเมืองจันทรบุรี หลวงฤทธิเดชชลขันธ์ ยกกระบัตรเมืองชลบุรี หลวงสัตยานุกูล ผู้ช่วยเมืองบางละมุง กราบถวายบังคมลาไปรับราชการบ้านเมือง พระราชทานสัญญาบัตรกรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคม เป็นเยเนราล บัญชาการทหารซึ่งรักษาพระบรมมหาราชวังได้บังคับทหารบรรดารักษาราชการในพระบรมมหาราชวังทั้งสิ้น ๑ หม่อมเจ้าวัฒนา ในกรมหมื่นสิทธิสุขุมการ เป็นเลฟเตแนนต์เคอลแนนต์ บังคับการทหารรักษาพระบรมมหาราชวัง ๑ จมื่นวิชิตไชยศักดาวุธเป็นเมเยอร์ในกรมทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ นา ๑๕๐๐ หม่อมทศทิศฦาเดชเป็นเอตยุแตน ในกรมทหารมหาดเล็ก นา ๑๐๐๐ เปมาศเตอร์ ซายันต์ นายชื่นเป็นมาสเตอร์ในกรมทหารมหาดเล็ก นา ๑๐๐๐ นายเสงี่ยมเป็นกวอดเตอร์ในกรมทหารมหาดเล็ก นา ๑๐๐๐ แล้วเสด็จขึ้นประทับออฟฟิศ ครู่หนึ่งเสด็จขึ้น

วัน ๗ ๑๕ ๖ ค่ำ ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙

ไม่ได้เสด็จออก ไม่มีอะไร

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ