เดือน ๓ จุลศักราช ๑๒๔๘

วัน ๒ ๓ ค่ำ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘ วันที่รัชกาล ๖๖๔๙

วันนี้เวลาเช้า ก็มีการเลี้ยงพระที่พระที่นั่งราชกิจวินิจฉัยเหมือนกับเวลาวานนี้ ไม่ได้เสด็จลง

เวลาบ่าย ๒ โมงเศษ เสด็จออกพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท โปรดให้เชิญพระบรมวงศานุวงศ์ มาประชุมเสวยโต๊ะจีนในห้องดรอริงรูมตามเช่นเคยมาทุกปี เสวยอยู่จนเวลาบ่าย ๔ โมงเศษ เสวยแล้วทรงพระราชดำริที่จะเสด็จพระราชดำเนินประพาสเมืองเพชรบุรี แลเขาสามร้อยยอด ในวันแรม ๓ ค่ำ เดือนนี้ เป็นวันเสด็จจากกรุงเทพ ฯ

วัน ๓ ๓ ค่ำ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘ วันที่รัชกาล ๖๖๕๐

ย่ำค่ำแล้ว ออกขุนนางในห้องออกขุนนางตามเคย พระมนตรีพจนกิจอ่านบอกพระยาประทุมเทวาเมืองหนองคาย ๒ ฉบับ ๆ หนึ่งว่า ได้จัดเงิน ๒ ชั่ง พระวิชิตหงษพิไสยเมืองธุระคมหงษสถิตยเงิน ๑ ชั่ง พระวรฤทธิฦๅไชยเมืองกุมภวาปี เงิน ๑ ชั่ง พระศรีวรราชว่าที่เจ้าเมืองภูเวียงเงิน ๑ ชั่ง รวมเงิน ๕ ชั่ง ให้ท้าวเสือผู้ว่าที่ราชบุตรคุมลงมาสมโภชสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช อีกฉบับหนึ่งว่า ได้ลงมือทำทางโทรเลขที่จะต่อจากเมืองนครราชสีมา ทำแต่เมืองหนองคายถึงลำห้วยหลวงต่อแดนเมืองหนองละหารทาง ๑๑๓๔ เส้น ได้ทำแล้ว ๖๔๕ เส้น กับใบบอกพระวิชโยดมเมืองกมุทาไสยว่าจัดได้เงิน ๑ ชั่ง เข้าสมโภชสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชกับใบบอกพระเจริญราชเดช เมืองมหาสารคาม ว่าตัวแลราชวงศ์ ราชบุตรจัดได้เงิน ๕ ชั่ง ให้อุปฮาดคุมลงมาสมโภชสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชอีกฉบับหนึ่ง ส่งเงินแทนผลเร่วส่วยเมืองมหาสารคาม เงิน ๖๐ ชั่ง เมืองโกสุมพิไสย ๕ ชั่ง รวม ๖๕ ชั่ง แทนผลเร่วหนัก ๒๖๐ บาท กับจัดได้ผ้าม่วงสี ๗ ผืนส่งมาทูลเกล้า ฯ ถวาย กับนำท้าวเสือผู้ว่าที่ราชบุตรเมืองหนองคายอุปฮาต ท้าวศรีวรราชเมืองกมุทาไสย อุปฮาด เมืองมหาสารคาม เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท

พระยาศรีสิงหเทพ นำเจ้าศรีสุพรรณ เจ้าพรหมา พระยาศรีสนไชย ท้าวกำเภา เมืองนครหลวงพระบาง นายหนานจิตรวงศ์ นายหนานอินต พระยาเด็กชาย พระยาไชยราช เมืองน่าน พระยาไชยสงคราม นายหนานคำพันธุ เมืองแพร่ พระบุรีรัตน พระอุตรการเมืองเถิน พระพยุหาธิบาล เมืองพยุหคีรี กราบถวายบังคมลากลับไปบ้านเมือง

พระยาศรีสรราช นำพระยาประสิทธิสงคราม พระอร่ามคีรีรักษ์ เมืองกาญจนบุรี พระพิไชยชนะสงคราม หลวงศรีรณชิต เมืองศรีสวัสดิ์ พระผละกะดิฐบดี เมืองท่ากระดาน พระปันสะดิฐบดี เมืองท่าขนุน พระชินะดิฐบดี เมืองท่าตะกั่ว พระเสละภูมาธิการ เมืองทองผาภูม พระสมิงสิงหบุรินทร เมืองสิงหบุรี หลวงปลัดเมืองลุ่มสุม หลวงปลัดเมืองไทรโยค หลวงชำนาญกองส่วยทอง พระสุวรรณคีรี เมืองสังขละบุรี พระพิไชยชลสินธุ์ เมืองประจวบคีรีขันธ์ กราบถวายบังคมลากลับไปบ้านเมือง

พระราชทานสัญญาบัตรนายชื่อ บุตรพระแก้วคฤหบดี เป็นหลวงศรีเสารุธ นา ๘๐๐ มีตำแหน่งในกรมกลาโหม นายเหรียญมหาดเล็ก เป็นหลวงจำนงพลภักดิ์ นา ๘๐๐ ในกรมพระกลาโหม

เสด็จขึ้นประทับออฟฟิศ รับสั่งกับกรมหลวงเทวะวงศ์จนเวลาทุ่มเศษเสด็จขึ้น

วัน ๔ ๓ ค่ำ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘ วันที่รัชกาล ๖๖๕๑

ย่ำค่ำแล้ว เสด็จออกขุนนางตามเคยในห้องออกขุนนาง พระมนตรีพจนกิจอ่านบอก เมืองนครราชสีมาส่งเงินแทนผลเร่วส่วยกองนอก กองหลวงศรีวรวงศ์ ๖ จำนวนเงิน ๕ ชั่ง ๑๕ ตำลึง คิดแทนเร่วราคาหาบละ ๕ ตำลึง เป็นผลเร่ว ๒๓ บาท ๓๐ สลึง ให้หลวงศรีวงศ์คุมเข้ามาส่ง

หลวงวิจารณอาวุธ อ่านบอกพระสุริยภักดีข้าหลวงพระจรูญราชโภคากร เมืองหลังสวน ว่าด้วยได้รับตราให้ส่งคนหัวหน้าอั้งยี่เข้ามาเสียบ้างนั้น ครั้นจะจัดเรือส่งเข้ามาในครั้งนี้ ลมว่าวพัดจัดกล้า ขอพระราชทานรอไว้ก่อน

พระยาศรีสรราชนำพระยารัตนเศรษฐี พระจรูญราชโภคากร พระอัษฎงคตทิศรักษา จีนยุหงีบุตรพระยารัตนเศรษฐี เฝ้าถวายพิมเสน เนื้อไม้ น้ำหอม บุหรี่ฝรั่ง ผลไม้แช่อิ่มเป็นอันมาก

พระยาศรีสิงหเทพ นำพระพรหมประสาตรศิลป์ เมืองพรหมบุรี พระพิไชยนคร เมืองสุรินทร พระยาศรีสุนทรเทพ เมืองอุทัยธานี กราบถวายบังคมลากลับไปบ้านเมือง

เสด็จขึ้นประทับออฟฟิศ รับสั่งกับกรมหลวงเทวะวงศ์จนเวลา ๒ ทุ่มเศษเสด็จขึ้น

วัน ๕ ๓ ค่ำ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘ วันที่รัชกาล ๖๖๕๒

ไม่มีอันใด ไม่ได้เสด็จออกขุนนาง ไม่มีราชการ

วัน ๖ ๓ ค่ำ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘ วันที่รัชกาล ๖๖๕๓

เวลาวันนี้ เจ้าพนักงานจะได้นำเจ้านครลำพูนเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายต้นไม้ทองเงิน

เวลาทุ่มเศษ พระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกประทับพระที่นั่งพุดตาน ภายใต้พระมหาเศวตฉัตร ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ เสนาบดีมนตรีมุขมาตย์ ข้าทูลละอองธุลีพระบาทฝ่ายทหารพลเรือนเฝ้าเบื้องบงกชมาศ โดยลำดับตำแหน่งทุกกระทรวง เจ้าพนักงานประโคมแตรฝรั่งมโหระทึกแตรทหารตามขัตติยประเพณี

เจ้าพนักงานนำเจ้าดาราดิเรกรัตนไพโรจน์ เจ้านครลำพูน กับเจ้านายบุตรหลานอีก ๒ นาย เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายต้นไม้ทองเงินเครื่องราชบรรณาการจำนวนปีฉลู นพ๑๙ศก เป็นจำนวนต้นไม้ทองต้นหนึ่งสูง ๓ ศอก ทองคำหนัก ๓ ตำลึง เงินต้นหนึ่งสูงต่ำเท่ากัน เงิน ๕ ตำลึง งาช้าง ๒ กิ่งหนัก ๕๕ สลึง

ดำรัสพระราชปฏิสันถารโดยสมควร แล้วเสด็จขึ้นข้างใน

วัน ๗ ๓ ค่ำ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘ วันที่รัชกาล ๖๖๕๔

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ เสด็จออกทางพระที่นั่งจักรี กรมหลวงเทวะวงศ์นำแขกชาวอินเดีย ชื่อ บาบู สรัต จันทัสส เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายหนังสือเรื่องเมืองธิเบต ดำรัสพระราชปฏิสันถารโดยสมควร แลพระราชทานเหรียญดุษฎีเงินไม่มีเข็ม แล้วเสด็จไปประทับเกย ทรงพระราชยานเสด็จพระราชดำเนินไปประทับเกยพระที่นั่งราชกิจวินิจฉัย เสด็จประทับพระเก้าอี้ เจ้าพนักงานนำพระกิติสารมุนี ๆ นำพระรัตนสาร เป็นสมณะฝ่ายมรามวงศ์ ซึ่งมาแต่เมืองลังกา เฝ้าถวายพระบรมธาตุ มีพระเจดีย์งาช้างแลไม้ดำรับพระเจดีย์ ดำรัสพระราชปฏิสันถารพอควร แล้วเสด็จลงทอดพระเนตรเรืออุบลบุรพทิศ ซึ่งจะเป็นเรือพระที่นั่ง พระนางเจ้าเสาวภาจะเสด็จตามเสด็จพระราชดำเนินประพาสเมืองเพชรบุรี พระยาภาสกรวงศ์นำพราหมณ์แขกชาวลังกาช่างทอง ซึ่งเข้ามาตั้งอยู่ในกรุงสยามเฝ้าถวายจี้นพเก้า ๒ จี้ โปรดเกล้า ฯ พระราชทานราคา แลขอพระบรมราชานุญาตจะให้มีชื่อว่าเป็นช่างทองหลวง เสด็จลงทอดพระเนตรเรืออยู่จนเวลายามเศษ เสด็จขึ้นประทับพระที่นั่งราชกิจวินิจฉัย ออกขุนนาง

หลวงวิจารณอาวุธอ่านบอกพระสุรินทรามาตย ๓ ฉบับๆ ๑ ว่า ไปถึงเมืองสิงคโปร์ เมืองปีนัง อีกฉบับหนึ่งว่าไปถึงเมืองเกาะหมากนั้น ได้วางตราที่โปรดเกล้า ฯ ให้ไปเป็นข้าหลวงเมืองภูเก็ตแทนพระอนุรักษ์ ให้พระสวัสดิ์ทราบ แล้วปรึกษากับพระสวัสดิ์เรื่องความแขกตีเรือลูกค้าอังกฤษ แต่งให้หลวงสรเสนีมาสืบที่เมืองเปรียน เมืองตรัง พระสวัสดิ์ไปเมืองพังงา พระสุรินทรามาตยจะไปตรวจบาญชีเมืองภูเก็ต อีกฉบับหนึ่งว่าได้ไปหาเรสิเดนกอนชินลา เมืองปีนัง รับรองโดยควร แล้วพูดเรื่องแขกตีเรือคนฝ่ายอังกฤษ แล้วกลับมา เรสิเดนกอนชินลามาเยี่ยมตอบ กับหลวงทวีปสยามกิจบอกว่า มีผู้บอกว่าผู้ร้ายหนีไปเมืองไทรบุรี เมืองสตูล พระสุรินทรามาตยได้มีหนังสือไปแล้วทั้งสองเมือง

พระราชทานสัญญาบัตร หลวงมนตรีบริรักษ์ เป็นพระทิพกำแหง ปลัดเมืองพัทลุง นา ๑๐๐๐ จีนยุหงีบุตรพระยารัตนเศรษฐี เป็นหลวงบริรักษ์โลหวิไสย ผู้ช่วยเมืองระนอง า ๕๐๐ เสด็จขึ้นทรงพระราชยานกลับเข้าสู่พระบรมมหาราชวัง

วัน ๑ ๓ ค่ำ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘ วันที่รัชกาล ๖๖๕๕

เวลาวันนี้ เป็นวันที่จะเสด็จออก แขกเมืองกราบถวายบังคมลากลับไปบ้านเมือง

เวลาทุ่มเศษ เสด็จออกประทับพระที่นั่งพุตตานภายใต้พระมหาเศวตฉัตร พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ เจ้าพระยาเสนาบดีมนตรีมุขมาตย์ ข้าทูลละอองธุลีพระบาหฝ่ายทหารพลเรือนเฝ้าเบื้องบาทบงกชมาศ โดยลำดับตำแหน่งถ้วนทุกกระทรวง

เจ้าพนักงานกรมพระกลาโหมนำพระยาฤทธิสงคราม พระยาไทรบุรี พระชลสินธุสงครามไชย ตนกูนิปะ เสดอับดนลา เมืองไทร ๔ พระยาอภัยนุราชชาติรายาภักดี พระยาสตูล หวันอากบเมืองสตุล ๒ พระยาพิพิธเสนา พระยายิหริ่ง เปาะนิสุทลงน้ำชาย พระยายิหริ่ง ศรีตวันกรมการ ๓ รวมเมืองยิริง ๕ พระสุรินทรวังษา ผู้ช่วยเมืองปลิด ๑ พระยาเพชรภิบาลนฤเบศร เมืองหนองจิก ๑ พระไพรีพ่ายฤทธิ ศรีตวันกรมการ ๓ รวมเมืองยะลา ู ตนกูจิ ศรีตวันกรมการ ๒ รวมเมืองตานี ๓ ตวันพระเนาท บุตรเขยพระยารามัน ศรีตวันกรมการ ๓ รวมเมืองรามัน ๔ นาย เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทกราบถวายบังคมลากลับไปรักษาราชการบ้านเมือง ดำรัสพระราชปฏิสันถารพระยาไทรแลเจ้าเมืองกรมการแล้วเสด็จขึ้น

วัน ๒ ๓ ค่ำ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘ วันที่รัชกาล ๖๖๕๖

ไม่มีอันใด

วัน ๓ ๓ ค่ำ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘ วันที่รัชกาล ๖๖๕๗

เวลาย่ำค่ำ เสด็จออกขุนนางตามธรรมเนียมในห้องออกขุนนาง

พระมนตรีพจนกิจอ่านบอกพระยาหยุทาธิบาล เมืองพยุหคีรี ๒ ฉบับ ๆ หนึ่งว่าด้วยหม่อมเทวาธิราชเบิกเงินเดือนไป ๒ เดือน เงิน ๗ ชั่ง ๘ ตำลึง ขอส่งตั๋วริสิตมาหักเงินส่วยเหล็กหางกุ้ง อีกฉบับหนึ่งว่า หลวงวิจารณพยุหพล ปลัดว่างอยู่ ขอหลวงคลังผู้น้องเป็นที่หลวงวิจารณพยุหพลปลัด กับใบบอกพระพิศาลสงคราม เมืองสิงหบุรี ว่าตำแหน่งที่หลวงรามฤทธิรงค์ปลัดว่างอยู่ ขอหลวงวังเป็นที่หลวงรามฤทธิรงค์ปลัด กับใบบอกพระยาวิชิตภักดีศรีสุรสงครามเมืองสวรรคโลก ว่าตำแหน่งที่พระทิพรักษายกกระบัตรว่างอยู่ ขอพระพลสงครามเป็นพระทิพรักษายกกระบัตร กับใบบอกพระยาพิษณุโลกาธิบดี เมืองพิษณุโลก กล่าวโทษพระไชยบูรณ์ว่าไม่มาปรึกษาราชการ แลว่าเป็นคนสูบฝิ่นเสพสุราแลปล่อยผู้ร้าย ขอผู้ช่วยไปรับราชการ กับใบบอกพระยานุภาพไตรภพ เมืองนครเสียมราฐ ว่าในการลงสรงสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ พระพิทักษอุไทยทิศ ป่วยลงมาไม่ได้ จัดได้ผ้าม่วงสี ๑๐ ผืน พระศรีสยามเขตรอยู่รักษาเมือง จัดได้ผ้าม่วงสี ๑๐ ผืน ลงมาทูลเกล้าฯ ถวาย แล้วพระมนตรีนำพระเพชรสงคราม พระพงษเมืองสวรรคโลก หลวงคลังเมืองพยุหคีรี หลวงวังเมืองสิงห นายชื่น นายเชย บุตรพระยานุภาพไตรภพ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท

หลวงวิจารณอาวุธอ่านบอกพระยาประสิทธิสงคราม เมืองกาญจนบุรีฉบับหนึ่งว่า พระฉินนภูมิบดี เมืองลุ่มสุ่ม ป่วยถึงแก่กรรม ขอพระราชทานศิลาหน้าเพลิงศพตามธรรมเนียม

พระยาศรีสิงหเทพนำพระยอดเมืองขวาง ปลัดเมืองนครสวรรค์ หลวงวิเศษภักดีเมืองพนมศก พระพนมสารนรินทร์ เมืองพนมสารคาม ท้าวเสือว่าที่ราชบุตรเมืองหนองคาย อุปฮาดเมืองมหาสารคาม อุปฮาดเมืองกมุทาไสย กราบถวายบังคมลากลับไปบ้านเมือง

พระยาศรีสรราชภักดี นำพระยาราชวังสรร พระสเนหามนตรีราชโภคากร พระอัษฎงคตทิศรักษา พระเพชคำแหง ปลัด หลวงเทพภักดี ยกกระบัตรเมืองพัทลุง พระรามฤทธิรงค์ ปลัดเมืองชุมพร หลวงบริรักษโลหวิไสย เมืองระนอง พระศรีสุพรรณดิฐ ปลัดเมืองกาญจนดิษฐ์ กราบถวายบังคมลาไปราชการบ้านเมือง

พระไพรัชพากภักดี นำพระชลธารพินิจจัย ขุนประชาคดีกิจ กราบถวายบังคมลาออกไปในการเอกษฮิบิเชนเมืองฮาโนย

เสด็จขึ้นประทับออฟฟิศ รับสั่งกับกรมหลวงเทวะวงศ์ครู่หนึ่ง เสด็จขึ้น

วัน ๔ ๑๐ ๓ ค่ำ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘ วันที่รัชกาล ๖๖๕๗

เวลาย่ำค่ำแล้ว ออกขุนนางในห้องออกขุนนางตามธรรมเนียม

พระมนตรีพจนกิจ อ่านบอกพระเกรียงไกรกระบวนยุทธ ปลัดเมืองฉะเชิงเทรา ส่งเงินส่วยเร่ว ๕๖ ชั่ง ๑๘ ตำลึง ๒ บาท ๘ อัฐ ซึ่งเมืองนนทราชธานีออกไปเร่ง ได้เงินฝากพระยาวิเศษฦๅไชยไว้ พระยาวิเศษฦๅไชยถึงแก่กรรม จึงให้กรมการคุมเงินนี้เข้ามาส่ง กับใบบอกหลวงยกกระบัตรว่าที่พระอร่ามรณชิต ปลัดเมืองนครนายก ว่ากรมการมีศรัทธาจะสร้างพระเจดีย์ที่เกาะหน้าบ้านบางอ้อ ฐานกว้าง ๕ วาสี่เหลี่ยม ขอพระราชทานศิลาหักอิฐหักที่ป้อมเก่าเมืองนครนายกซึ่งชำรุด ทำรากพระเจดีย์ (ไม่โปรดให้รื้อป้อมเก่า) กับใบบอกหลวงวิเศษมนตรีผู้รักษาเมืองศรีโสภณว่าพระพิทักษบุรพทิศ เจ้าเมืองถึงแก่กรรม แต่ปีจอ สัปตศก ช้านาน ถึง ๑๒-๑๓ ปีมาแล้ว หามีญาติที่จะทำศพไม่ หลวงวิเศษมนตรีมหาดไทยจะเผาศพในเดือน ๔ ปีจอ อัฐศกนี้ ขอพระราชทานศิลาหน้าเพลิงเผาศพตามธรรมเนียม กับใบบอกเมืองนครราชสีมา ๔ ฉบับ ๆ หนึ่งขอพระราชทานหีบศิลาหน้าเพลิงไปเผาศพพระศรีสิทธิสงคราม อีกฉบับ ๑ ว่าได้เร่งเงินส่วยแทนทองคำส่วยเมืองจตุรัส จำนวนปีระกา สัปตศก ได้เงิน ๑๒ ชั่ง คิดราคา ๑๔ หนักเป็นทองคำ ๑๗ ตำลึง ๑ สลึง ๒๐ ไพ มอบให้หลวงยกกระบัตรคุมลงมาส่งอีกฉบับ ๑ ถวายพระราชกุศลเผาศพพระนรินทรสงคราม เมืองจตุรัส เสร็จแล้วขอถวายพระราชกุศล อีกฉบับ ๑ ว่าที่เจ้าเมืองจัตรัสว่างอยู่ ขอพระราชทานหลวงพรหมภักดียกกระบัตรเป็นพระนรินทรสงคราม เจ้าเมืองต่อไป

พระไพรัชอ่านบอกพระยาพิพิธพิไสยสุนทรการเมืองตราด ว่าพระครูวิมลเมตจาริย์ วัดบุรินทรประดิษฐาราม อาพาธเป็นไข้พิษถึงแก่มรณภาพ จัดศพลงหีบไว้

พระยาศรีนำเจ้าราชวงศ์เมืองเชียงใหม่ พระเพชพิชภูม ปลัดเมืองเพชรบูรณ์ ซึ่งลงมาในการพระราชพิธีลงสรงไม่ทัน กับหลวงพรหมภักดี ยกกระบัตรเมืองจตุรัส เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท พระเพชรพิชภูมจัดได้ยาสูบ ๒๐ ห่อ ของถวาย เงิน ๑ ชั่ง สมโภชสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช หลวงพรหมภักดีจัดได้ผ้าพื้น ๒๐ ผืน ทูลเกล้าฯ ถวายเงิน ๑๐ ตำลึงสมโภชสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช

พระราชทานเครื่องราชอิสริยยศ มงกุฎสยามชั้นที่ ๓ มัณฑนาภรณ์ แก่พระชลธารพินิจจัย แล้วเสด็จขึ้นประทับออฟฟิศ ตรัสกับกรมหลวงเทวะวงศ์จนเวลาทุ่มเศษ เสด็จขึ้น

วัน ๕ ๑๑ ๓ ค่ำ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘ วันที่รัชกาล ๖๖๕๙

เวลาย่ำค่ำแล้ว เสด็จออกขุนนางในห้องออกขุนนางตามเคย

พระมนตรีพจนกิจ อ่านบอกพระยาราชเสนาข้าหลวงเมืองอุบลราชธานี ๓ ฉบับๆ หนึ่งว่า กรมหมื่นประจักษ์มีรับสั่งให้พระศรีเสนามาเรียกเงินส่วยเมืองอุบล ๒๐๐ ชั่งขึ้นไปถวาย ได้แต่งทหารนายไพร่ ๓ ท้าวเพี้ยกรมการคุมเงิน ๒๐๐ ชั่งไปส่งเมืองหนองคาย อีกฉบับหนึ่งว่าชำระเร่งเงินส่วยได้เงินเมืองอุบล ๑๑๔๐ ชั่ง กองส่วยกองนอกเมืองอุบล ๘๓ ชั่ง ๓๑ ตำลึง เมืองพิบูลย์มังษาหาร ๕๑ ชั่ง ๑๐ ตำลึง ๑ บาท เมืองตระการพืชผล ๓๗ ชั่ง ๑๖ ตำลึง เมืองมหาชนไชย ๖๖ ชั่ง ๒ บาท เมืองเกษมสีมา ๓ ชั่ง ๑๖ ตำลึง ๒ บาท เมืองพรรณานิคม ๒๘ ชั่ง ๑๖ ตำลึง เมืองขงเจียม ๒๐ ชั่ง เมืองลำเนา ๖๐ ชั่ง เมื่อเขมราษฎแลกองนอก ๓๑๕ ชั่ง ๙ ตำลึง ๒ บาท เมืองอำนาจเจริญ ๘๙ ชั่ง ๕ ตำลึง เมืองวารินทร ๒๐ ชั่ง ๒ ตำลึง เมืองสเมีย เมืองคง เมืองสภาส ๙๒ ชั่ง ๑๑ ตำลึง เมืองคำเขื่อนแก้ว ๒๓ ชั่ง ๕ ตำลึง เมืองคำทองใหญ่ ๘๑ ชั่ง ๖ ตำลึง รวมเงิน ๒๑๑๓ ชั่ง ๑๐ ตำลึง ๓ บาท ให้หลวงภักดีณรงค์ นายรอดมหาดเล็ก คุมลงมาส่ง อีกฉบับ ๑ ขอรับพระราชทาน ซีก เสี้ยว อัฐ โสฬส ทองแดง ๒๐๐ ชั่ง ไปจ่ายให้ราษฎรใช้ต่อไป ฯ กับใบบอกพระยาราชวรานุกูล ว่ากรมหมื่นประจักษ์รับสั่งให้หลวงมลโยธานุโยคพาท้าวขันตี ท้าวยะ ท้าวอินทโฉม ลงมาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ฯ กับศุภอักษรเจ้ายุติธรรมธร เมืองนครจำปาศักดิ์ ว่าได้แต่งใช้เจ้าสุทธิสารบุตรลงมาเฝ้าในการพระราชพิธีลงสรง กับว่าเจ้าราชวงศ์แก่ชราแล้ว ขอให้เจ้าสุทธิสารว่าที่ต่อไป อีกฉบับ ๑ ว่าได้จัดเงิน ๑๐ ตำลึง ผ้าขาว ๑๐ พับ ให้เจ้าสุทธิสารคุมมาทำบุญในการศพกรมสมเด็จ

หลวงวิจารณอาวุธอ่านบอกพระศิริธรรมบริรักษ์ พระภักดีดำรงฤทธิ์ ว่าได้ส่งต้นไม้ทองเงินจำนวน ปีจอ อัฐศก ต้นไม้ทอง ๖ ต้น เงิน ๖ ต้น เทียนพนมเล่มละบาท ๑๐๐๐ บาท ผ้าขาว ๕๐ ศอก ๒๐ พับ เสื่อลวด ๑๕ ลวด

พระไพรัชพากภักดีอ่านบอกพระยาศรีสมุทโภคา เมืองระยอง ส่วยรง ส่วยพริกไทย ส่วยกระดาน รวมเงิน ๒๑ ชั่ง ๕๓ บาท ให้หลวงภักดีบริรักษ์คุมเข้ามาส่ง กับใบบอกพระยาวิชยาธิบดี เมืองจันทบุรี ขอพระราชทานศิลาหน้าเพลิงไปเผาศพพระขลุงบุรี

พระยาศรีนำเจ้าสุทธิสาร กรมการเมืองนครจำปาศักดิ์ ๓ รวม ๔ หลวงภักดีณรงค์ นายรอดมหาดเล็ก ข้าหลวงเมืองอุบลราชธานี ๒ ท้าวเพี้ยเมืองอุบล ๔ เมือง ขึ้นเมืองอุบล ๔ นาย ท้าวสุริยเมืองเขมราษฎ กับท้าวเพี้ยเมืองเขมราษฎ รวม ๔ กับหลวงมลโยธานุโยค ข้าหลวงในกองทัพกรมหมื่นประจักษ์ ท้าวขันตีเมืองเชียงขวาง ท้าวอินทโฉม ท้าวยะ พระพรหมเพช นอกราชการ เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท

พระยาศรีนำพระพิบูลยสงคราม เมืองนครนายก กราบถวายบังคมลาไปรักษาราชการบ้านเมือง พระราชทานถาดหมาก คนโททอง แล้วพระราชทานสัญญาบัตร นายชื่นบุตรพระยานุภาพไตรภพ เป็นพระภักดีภูวนารถผู้ช่วยเมืองนครเสียมราฐ นา ๘๐๐ นายเชยบุตรพระยานุภาพไตรภพ เป็นพระราชนิกร ผู้ช่วยเมืองนครเสียมราฐ นา ๘๐๐ แล้วพระราชทานเครื่องราชอิสริยยศมงกุฎสยาม ชั้นที่ ๒ จุลสุราภรณ์ แก่พระมหาราชครูปโรหิตาจารย์ ๑ ชั้นที่ ๓ ภัทราภรณ์ พระพิบูลยสงคราม เมืองนครนายก

เสด็จขึ้นประทับออฟฟิศ รับสั่งกับกรมหลวงเทวะวงศ์ จนเวลาเกือบ ๒ ทุ่มเสด็จขึ้น

วันนี้เจ้าดารารัศมี ธิดาพระเจ้านครเชียงใหม่ เข้ามาอยู่ในพระบรมมหาราชวัง พระเจ้านครเชียงใหม่ถวาย โปรดให้เรือหลวงไปรับ

วัน ๖ ๑๒ ๓ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘ วันที่รัชกาล ๖๖๖๐

เวลาวันนี้ เจ้าพนักงานได้จัดการที่จะได้เสด็จออกแขกเมือง ในท้องพระโรงพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท

เวลาทุ่ม พระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกประทับพระที่นั่งพุดตานภายใต้พระมหาเศวตฉัตร ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ข้าราชการฝ่ายทหารพลเรือนเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท โดยลำดับตามตำแหน่งถ้วนทุกกระทรวง เจ้าพนักงานประโคมแตรฝรั่งมโหระทึก แตรทหารตามขัตติยราชประเพณี

เจ้าพนักงานกรมมหาดไทยนำเจ้าดาราดิเรกรัตนไพโรจน์ เจ้านครลำพูน กับเจ้านายบุตรหลานรวม ๓ กราบถวายบังคมลากลับไปเมืองนครลำพูน

เจ้าพนักงานกรมพระกลาโหมนำพระรัตนมนตรี ผู้ช่วยเมืองสาย ๑ ศรีตวันกรมการ ๓ ซึ่งพระยาสุริยนสุนทร พระยาสายบุรี แต่งให้เข้ามาเฝ้าในการลงสรงเฉลิมพระปรมาภิไชย สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช

ดำรัสพระราชปฏิสันถารโดยควร แล้วเสด็จขึ้น

วัน ๗ ๑๓ ๓ ค่ำ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘ วันที่รัชกาล ๖๖๖๑

วันนี้เวลาเช้า มีการเลี้ยงพระถวายผ้าจำพรรษา ฤาบางทีเรียกว่าวรรษาวาสิกพัตร ที่วัดอรุณราชวราราม ไม่ได้เสด็จพระราชดำเนิน

เวลาบ่ายโมง โปรดให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชออกแขกเมืองที่มาไม่ทันในการลงสรง เจ้าพนักงานจัดตั้งพระแท่นหุ้มสักหลาดแดง ตั้งโธรนองค์น้อย มีตำรวจ มหาดเล็ก ข้าราชการบ้าง เฝ้าอยู่พร้อมกัน ตำรวจไม่ได้ขัดกระบี่

เจ้าพนักงานกรมมหาดไทย กรมพระกลาโหม นำพระ หลวง ขุน ศรีตวัน กรมการเมืองแขก ท้าวเพี้ยกรมการเมืองลาว ที่มาไม่ทันการพระราชพิธีเฉลิมพระปรมาภิไธย เฝ้าพร้อมกัน มีทูลเบิกด้วย แล้วสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชดำรัสปฏิสันถาร ๓ นัด แล้วเสด็จขึ้น

วันนี้ เลิกเสด็จออกขุนนาง

วัน ๑ ๑๔ ๓ ค่ำ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘ วันที่รัชกาล ๖๖๖๒

เวลาเกือบทุ่ม เสด็จออกขุนนางในห้องออกขุนนางตามธรรมเนียม

พระมนตรีพจนกิจ อ่านบอกพระยามหาอำมาตย์ว่า พระยาสุรินทร เมืองสุรินทร์ บอกไปว่า เก็บเงินแทนผลเร่วส่วยเมืองสุรินทร์เมืองขึ้นแลกองนอก เงิน ๑๔๑ ชั่ง ๑๔ ตำลึง ๓ บาท คิดแทนผลเร่ว ๕๖๗ บาท ๑๕ สลึง ได้แต่งกรมการคุมเงินเข้ามาส่ง กับใบบอกพระพิทักษ์เขตรขันธ์ เมืองหนองละหาร ว่าแต่งให้อุปฮาดคุมเงิน ๑ ชั่ง มาสมโภชในการพระราชพิธีลงสรง อีกฉบับ ๑ ส่งขี้ผึ้งอากร แต่เก็บเงินแทนได้เงิน ๒ ชั่ง ๑๐ ตำลึง กับใบบอกพระเทพสงคราม ปลัดเมืองวิเชียรบุรี พระยาประเสริฐสงครามป่วยถึงแก่กรรม จัดศพลงหีบไว้ กำหนดการศพเดือน ๔ ขอพระราชทานศิลาหน้าเพลิงไปเผาศพพระยาพนมพินิจ เมืองพนมศก

พระราชทานสัญญาบัตร พระพลสงคราม เป็นพระทิพรักษา ยกกระบัตรเมืองสวรรคโลก นา ๑๐๐๐ หลวงพรหมภักดี เป็นพระนรินทรสงคราม ผู้ว่าราชการเมืองจตุรัส ขึ้นเมืองนครราชสีมา นา ๑๐๐๐ หลวงคลังเป็นหลวงวิจารณพยุหพล ปลัดเมืองพยุหคีรี นา ๖๐๐ หลวงวังเป็นหลวงรามฤทธิรงค์ ปลัดเมืองสิงหบรี นา ๖๐๐

เสด็จขึ้นประทับออฟฟิศ รับสั่งกับกรมหลวงเทวะวงศ์ จนเวลาเกือบยามเสด็จขึ้น

วัน ๒ ๑๕ ๓ ค่ำ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘ วันที่รัชกาล ๖๖๖๓

เวลาเช้า ๔ โมงเศษ เสด็จพระราชดำเนินทรงรถพระที่นั่งไปประทับวัดราชประดิษฐ์ เสด็จประทับในพระอุโบสถในการถวายผ้าวรรษาวาสิกพัตรตามเคย ทรงจุดเทียนนมัสการ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ถวายศีล แล้วทรงประเคน สมเด็จพุทธโฆษาจารย์ แลฐานานุกรม อันดับ ๒๐ รูป รับพระราชทานฉันของหลวง ๕ นอกนั้นของพระเจ้าพี่นางน้องนางทั้งนั้น ทั่วพระสงฆ์ในพระอาราม พระสงฆ์ที่เหลือจากฉันในพระอุโบสถนั้น ฉันที่การเปรียญแลที่อื่น ๆ ด้วย ครั้นพระสงฆ์ฉันแล้ว ทรงประเคนบริขารของหลวง ๕ องค์ พระสงฆ์ถวายอนุโมทนาอติเรกแล้ว เสด็จกลับพระบรมมหาราชวัง

สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชเทวี พระนางเจ้าบรมราชเทวี แลพระเจ้าพี่นาง น้องนาง เสด็จทรงประเคนบริขารแก่พระสงฆ์ที่รับพระราชทานฉันสำหรับของพระองค์ท่าน แลสดับปกรณ์พระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวซึ่งประจุไว้ในที่หลังพระพุทธรูป แล้วเสด็จกลับพระบรมมหาราชวัง

วัน ๓ ๓ ค่ำ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘ วันที่รัชกาล ๖๖๖๔

เวลาเช้าวันนี้ พระเจ้าอยู่หัวแลสมเด็จพระนางเจ้าบรมราชเทวี พระนางเจ้า แลสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ พระเจ้าลูกเธอ เจ้าจอมข้างใน เสด็จออกไปประพาสสวนสราญรมย์ แล้วเสด็จไปบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าวรรษาวาสิกพัตร ณ วัดราชบพิธ จนเวลาสาย เสด็จกลับพระบรมมหาราชวัง

เวลาเพล มีการเลี้ยงพระสงฆ์ที่พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดารามในการมาฆปุณมี กรมหมื่นวชิรญาณ พระราชาคณะฐานานุกรมเปรียญ คณะธรรมยุติกนิกาย ๓๐ รูป รับพระราชทานฉัน

เวลาเย็น โปรดให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เสด็จออกทรงจุดเทียนที่พระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ พระสงฆ์สวด ๕ องค์ ในการหล่อพระพุทธรูปมีอาการยืนอุ้มบาตร แลเทวรูปพระพุธทรงช้างตามคัมภีร์โหราศาสตร์ ซึ่งกำหนดเป็นเวลาพระพุธจะแทรกรักษาพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เวลาย่ำค่ำแล้ว พระจันทร์ขึ้น เห็นเป็นจันทรุปราคาทิศอุดร พอเวลาย่ำค่ำแล้ว ๑๗ นาที โมกขบริสุทธิ์ แต่ไม่ได้มีทรงมุรธาภิเษก เพราะโหรไม่ได้หมายถวายคำนวณ แต่กรมหลวงเทวะวงศ์พระองค์เดียว เวลาที่กรมหลวงเทวะวงศ์คำนวณ เวลาจับบ่าย ๓ โมง ๒๗ นาที เวลาย่ำค่ำแล้ว ๑๓ นาทีโมกขบริสุทธิ์

เวลาทุ่มเศษ โปรดให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เสด็จไปทรงจุดเทียนพระสงฆ์ ๓๐ องค์สวดพระพุทธมนต์ แลมีเทศนาจาตุรงคสันนิบาตกัณฑ์หนึ่งตามเคย

วัน ๔ ๓ ค่ำ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘ วันที่รัชกาล ๖๖๖๕

เวลาเช้า ๔ โมงเศษ เสด็จออกพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ ทรงหล่อพระพุทธรูปมีอาการยืนอุ้มบาตร แลเทวรูปพระพุธ แลปฏิบัติพระสงฆ์ตามธรรมเนียม

วันนี้ โปรดเกล้าฯ ให้โหร คือหลวงโลกทีป ขุนโชตพรหมา สวมประคำ เพราะไม่สั่งหมายแลคำนวณจันทรุปราคา เวลา ๕ โมงเศษ เสด็จขึ้น

เวลาเย็นไม่ได้ออกขุนนาง

วัน ๕ ๓ ค่ำ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘ วันที่รัชกาล ๖๖๖๖

เวลาวันนี้ กำหนดจะเสด็จพระราชดำเนินประพาสเมืองเพชรบุรี เจ้าพนักงานจัดเรือพระที่นั่งเป็นสองลำ เรือพระที่นั่งเวสาตรี เป็นพระที่นั่งสำหรับประทับกลางวัน เรืออุบลบุรพทิศประทับกลางคืน

เวลาบ่าย ๓ โมงเศษ เสด็จออกทางพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระองค์เจ้าโสณบัณฑิต นำมิสเตอร์ อาเทอ เอช เบนซัน น้องชายหลวงรัตนานุกิจ ซึ่งเข้ามาขายเครื่องทองเงิน เฝ้าทูลละลองธุลีพระบาท ดำรัสด้วยพอสมควร เสด็จลงทรงพระราชยานที่หน้าพระที่นั่งจักรี เสด็จไปประทับที่พระที่นั่งราชกิจวินิจฉัย ในเวลานั้น มีเจ้านายข้าราชการมาคอยเฝ้าส่งเสด็จเป็นอันมาก

พระยาศรีสิงหเทพ นำพระภิรมย์ราชา กราบถวายบังคมลาไปเมืองพิไชย นำโกศแลเครื่องประดับเกียรติยศไปพระราชทานเพลิงศพพระยาพิไชย พระสำเร็จสมบัติกรมพระคลังมหาสมบัติ ขึ้นไปตัดสินความเจ้าภาษีกับราษฎร แลนำเจ้าสุทธิสาร พระยาเมืองจัน พระยาเมืองซ้าย เพี้ยกรมเมือง เมืองนครจำปาศักดิ์ ๔ พระยานุภาพไตรภพ พระศรีสยามสิมานุรักษ์ พระภักดีภูวนารถ พระราชนิกร เมืองนครเสียมราฐ ๔ พระเพชพืชภูม ยกกระบัตรเมืองเพชรบูรณ์ ๑ พระทิพรักษา ยกกระบัตรเมืองสวรรคโลก ๑ อุปฮาดเมืองหนองละหาร ๑ ราชบุตรเมืองโพนไสย ๑ พระนรินทรสงคราม เมืองจตุรัส ๑ รวม ๑๓ นาย กราบถวายบังคมลากลับไปบ้านเมือง

พระราชทานสัญญาบัตร หลวงจำนงภักดี เมืองขลุง เป็นพระพิพิธภักดีจางวางส่วยรงเมืองจันทรบุรี ๑ ขุนสุนทรสัจจา บุตรพระยาจันทรบุรี เป็นพระกำแหงฤทธิรงค์ ผู้ช่วยเมืองจันทรบุรี ๑ ขุนพลสงคราม เป็นพระพรหมสงคราม จางวางด่านเมืองจันทรบุรี ๑ หลวงพรหมเสนา เป็นพระเสนาราชภักดี ยกกระบัตรเมืองจันทรบุรี ๑ หลวงศรี ยกกระบัตรเมืองแกลง เป็นพระแกลงแกล้วกล้า เจ้าเมืองแกลง ๑ นายหยอยมหาดเล็ก เป็นพระขยันสงคราม ปลัดเมืองนครเขื่อนขันธ์ ๑

เสด็จลงทรงเรือพระที่นั่งเวสาตรี พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชเทวี สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ แลข้างในมีพระบรมวงศานุวงศ์ที่มีตำแหน่งหน้าที่แลเจ้าพนักงาน เสด็จจากท่าพระตำหนักน้ำขึ้นไปกลับเรือตามธรรมเนียม มีเรืออุบลบูรพทิศเป็นเรือพระบรรทม พระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอทั้งข้างใน มีพระบรมวงศานุวงศ์ในตำแหน่งแลเจ้าพนักงานทั้งปวงเหมือนเรือพระที่นั่งเวสาตรี เวลา ๒ ทุ่ม ถึงเมืองสมุทรปราการ ออกไปทอดเรือพระที่นั่งที่ทุ่นลอย พอเรือจอด เสด็จจากพระที่นั่งเวสาตรีไปประทับเรืออุบลบุรพทิศ เวลาตี ๑๑ ออกเรือพระที่นั่งจากเมืองสมุทรปราการ

วัน ๖ ๓ ค่ำ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘ วันที่รัชกาล ๖๖๖๗

เวลาเช้าเรือยังอยู่ในทะเล เวลาเช้า ๕ โมงเศษ เรือพระที่นั่งถึงอ่าวบ้านแหลมเมืองเพชรบุรี เรือทอดที่เสร็จแล้ว เสด็จพระราชดำเนินมาประทับเรือพระที่นั่งเวสาตรีเวลาเที่ยงเศษ พอเวลาบ่าย ๒ โมง เจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์ซึ่งมาคอยรับเสด็จอยู่เมืองเพชรบุรี ออกมาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทในเรือพระที่นั่งเวสาตรี รับสั่งด้วยเรื่องเที่ยวแลอื่นๆ แล้วเสด็จขึ้น บ่าย ๕ โมง เสด็จลงเรือพระที่นั่งโบดพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้า เรือไฟจูงเสด็จพระราชดำเนินไปรับพระนางเจ้าแลข้างในที่เรืออุบลบุรพทิศ เสด็จพระราชดำเนินไปเข้าปากอ่าวบ้านแหลมไปตามลำน้ำ สุดหมู่บ้านแล้วเสด็จกลับมาถึงเรือพระที่นั่งเวสาตรีทุ่มเศษ ส่งสมเด็จพระนางเจ้าแลข้างใน แล้วเสด็จไปประทับแรมเรืออุบลบุรพทิศ

วัน ๗ ๓ ค่ำ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘ วันที่รัชกาล ๖๖๖๘

เวลาเช้า ๒ โมงเศษ เสด็จลงเรือพระที่นั่งโบดพร้อมด้วยข้างในทั้งหมด เรือกลไฟทอนิกรอบจูงมาจากเรืออุบลบุรพทิศ รับสมเด็จพระนางเจ้า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ แลข้างในทั้งปวง เสด็จพระราชดำเนินไปเข้าปากน้ำบ้านแหลมไปตามแม่น้ำจนเวลาเช้า ๔ โมงเศษ ถึงที่ประทับตำบลบ้านใหม่ เสด็จขึ้นประทับศาลาบ้านใหม่ เสด็จขึ้นประทับศาลาที่แต่งเป็นพลับพลา มีกรมหลวงพิชิตแลพระเจ้าอินทรวิไชยานนท เมืองนครเชียงใหม่ ซึ่งออกมาตามเสด็จ แลพระยา พระ หลวง ข้าราชการที่ไปตามเสด็จ แลพระยาเพชรบุรี พระเพชรพิไสยศรีสวัสดิ กรมการเมืองเพชรบุรี เฝ้าอยู่ที่นั่นเป็นอันมาก เสด็จขึ้นประทับที่นั้นสักครึ่งชั่วโมง เสด็จพระราชดำเนินทรงม้าพระที่นั่งพร้อมด้วยม้าพระบรมวงศานุวงศ์ ม้าตำรวจทหารแลมหาดเล็ก แลกระบวนรถพระประเทียบ เสด็จพระราชดำเนินโดยทาง ๒๓๐ เส้นถึงเขามหาสวรรค์ ที่ศาลาหน้าเขามหาสวรรค์ มีพระธรรมวโรดมซึ่งเป็นเจ้าคณะใต้ แลพระพิศาลสมณกิจ พระครูมหาสมณวงศ์ พระครูสำหรับเมืองฐานานุกรม มาคอยชยันโตรับเสด็จ แล้วเสด็จขึ้นพระนครคีรี ประทับแรมที่นั่น เวลาค่ำเสด็จออกพระที่นั่งเพชรภูมไพโรจน์ เจ้านายข้าราชการที่ตามเสด็จพระราชดำเนิน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทรงกะโปรแกรมการเสด็จพระราชดำเนิน

วัน ๑ ๓ ค่ำ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘ วันที่รัชกาล ๖๖๖๙

เวลาเช้า ๒ โมง เสด็จพระราชดำเนินประพาสที่ต่าง ๆ บนเขามหาสวรรค์คือ ที่ถ้ำเพิง ถ้ำพัง วัดพระนอน แลที่อื่นพร้อมด้วยข้างใน ไม่มีกระบวนนำตาม เวลาเที่ยงเศษ เสด็จออกตามธรรมเนียม

เวลาบ่าย ๔ โมงเศษ เสด็จลงเชิงเขามหาสวรรค์ ทรงม้าพระที่นั่งพร้อมด้วยกระบวนนำแลตามเสด็จ มีกระบวนรถพระประเทียบ เสด็จไปประทับเขาหลวง เสด็จลงถ้ำหลวง ทอดพระเนตรที่ต่างๆ ในถ้ำ แลทรงปิดทองพระพุทธรูป เสด็จประทับอยู่จนค่ำ เสด็จกลับเวลา ๒ ทุ่มเศษ เสด็จออกพระที่นั่งเพชรภูมไพโรจน์ เจ้านายขุนนางเฝ้าตามเคย เวลา ๔ ทุ่มเศษ เสด็จขึ้น

วัน ๒ ๓ ค่ำ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘ วันที่รัชกาล ๖๖๗๐

เวลาเช้าไม่มีการอันใด เวลาเที่ยงเสด็จออกไปรเวตที่พระที่นั่งเพชรภูมไพโรจน์ตามธรรมเนียม

เวลาบ่าย ๕ โมง เสด็จพระราชดำเนินลงเชิงเขา ทรงม้าพระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินประพาสตลาด มีกระบวนรถเหมือนวันก่อน ครั้นเวลาย่ำค่ำเสด็จพระราชดำเนินกลับ ประทับพลับพลาไหล่เขาชั้นล่างด้านตะวันออก พระยาเพชรบุรีกรมการจัดรันแทะโคของราษฎรซึ่งจะขับแข่งกันถวายตัวทอดพระเนตร รันแทะนั้นเตรียมไว้มาก เลือกคัดเทียบกันในท้องสนาม แล้วปล่อยให้ขับแข่งกันเป็นคู่ ๆ ๓ คู่ พระเจ้าอยู่หัวทอดพระเนตรอยู่จนค่ำ รันแทะหนึ่งล้มทับคนเจ้าของป่วยมาก พระราชทานเงิน ๕ ตำลึง รางวัลคนเป็นเจ้าของที่ชนะคนละ ๓ ตำลึง แพ้คนละ ๖ บาท เวลาย่ำค่ำครึ่ง เสด็จขึ้น

เวลายามครึ่ง เสด็จออกพระที่นั่งเพชรภูมไพโรจน์ เจ้านายข้าราชการเฝ้า โปรดให้มีลาวทรงดำขับแคนถวายอยู่จนเวลา ๕ ทุ่มเศษ โปรดเกล้า ฯ พระราชทานรางวัลผู้ชายคนขับ ๓ คน เป่าแคน ๒ คน ผู้หญิงคนขับ ๓ คน เป่าแคน ๒ คน ผู้หญิงคนขับ ๒ คนๆ ละ ๖ บาท ลาวที่มาด้วยอีกเป็นอันมากคนละ ๒ สลึง แล้วเสด็จขึ้น

วัน ๓ ๓ ค่ำ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘ วันที่รัชกาล ๖๖๗๑

เวลาเช้าไม่มีการอะไร

เวลาบ่ายโมงเศษ เสด็จออกพระที่นั่งเพชรภูมไพโรจน์ครู่หนึ่ง เสด็จขึ้น

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ เสด็จพระราชดำเนินลงทางเชิงเขา ทรงม้าพระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินไปประพาสเขาบันไดอิฐ มีกระบวนรถพระประเทียบเหมือนกัน เสด็จประทับในถ้ำเขาบันไดอิฐ แลมีเจ้าอธิการวัดเขาบันไดอิฐเฝ้าด้วย เวลาจวนทุ่ม เสด็จพระราชดำเนินกลับ

เวลา ๔ ทุ่ม เสด็จออกพระที่นั่งเพชรภูมไพโรจน์ เจ้านายข้าราชการเฝ้า ทอดพระเนตรขับแคนส่งพิณพาทย์อยู่จนเวลา ๕ ทุ่มครึ่ง โปรดเกล้า ฯ พระราชทานรางวัลผู้ขับรวมหมดทั้งสิ้นเป็นเงิน ๓๐ ตำลึง แล้วเสด็จขึ้น

ฝ่ายข้างกรุงเทพ ฯ

เกิดความที่เป็นที่เสื่อมเสียพระเกียรติยศ คือพระองค์เจ้ายิ่งเยาวลักษณ์ซึ่งเดิมว่าเป็นโรคมานนั้น ปวดครรภ์แลคลอดออกมาเป็นลูกชาย ที่เรือนภายในพระบรมมหาราชวัง สมเด็จกรมพระภาณุพันธุ กรมหมื่นนเรศร กรมหมื่นอดิศร กรมหลวงเทวะวงศ์ ได้จัดการที่จะชำระพิจารณาการที่ได้เกิดขึ้นต่อไป แต่ลูกนั้นเอาออกไปไว้วังกรมหมื่นอดิศรอุดมเดช

เวลา ๑๑ ทุ่ม สมเด็จกรมพระภาณุพันธุวงศ์วรเดช กรมหลวงเทวะวงศ์ ได้ออกไปเมืองเพชรบุรี นำความนี้ออกไปกราบบังคมทูลพระกรุณา

ส่วนการภายใน กรมหมื่นอดิศรได้สืบสาวชำระ ได้ตัวอีเผือกบ่าวพระองค์เจ้ายิ่งเยาวลักษณ์ ซึ่งเป็นผู้ชักสื่อ แลอ้ายโตผู้ล่วงพระราชอาญามาถาม ได้ความว่ารักใคร่กันมาแต่ยังเป็นภิกษุอยู่ในวัดราชประดิษฐ์ จนอ้ายโตสึกมา พระองค์เจ้ายิ่งเยาวลักษณ์ได้หาที่ตึกให้อยู่ที่ถนนเจริญกรุง แล้วลอบปีนเข้าไปในพระบรมมหาราชวัง เข้าไปโดยทางพระที่นั่งศิวาลัยมหาปราสาท เข้าไปนอนอยู่กับพระองค์เจ้ายิ่งเยาวลักษณ์ ๔ คราว ๆ ละคืนบ้าง ๒ คืนบ้าง ได้มีเรื่องราวโดยพิสดาร

วัน ๔ ๓ ค่ำ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘ วันที่รัชกาล ๖๖๗๒

เวลาเช้า เสด็จออกทรงบาตรที่พระที่นั่งราชธรรมสภา เจ้าพนักงานนำพระธรรมวโรดม พระพิศาลสมณกิจ พระครูมหาสมณวงศ์ พระครูประกาศสมณกิจ แลพระครูสำหรับเมืองแลฐานานุกรมเปรียญ กับเจ้าอธิการวัดในเมืองเพชรบุรีรวม ๔๖ รูป แล้วไปลงหลังเขาวัดพระนอน

เวลาบ่าย ๔ โมงครึ่ง เสด็จพระราชดำเนินถ้ำแกลบ ถ้ำสาลิกา ถ้ำเจ็ดแท่น ข้าหลวงพร้อมด้วยกระบวนข้างใน เสด็จกลับทุ่มเศษ เมื่อเสด็จถึงเชิงเขามหาสวรรค์ สมเด็จกรมพระภาณุพันธุ์ กรมหลวงเทวะวงศ์ซึ่งมาแต่กรุงเทพ ฯ มาคอยอยู่เสด็จประทับ ท่านทั้งสองพระองค์กราบบังคมทูลเรื่องหม่อมยิ่งคลอดลูกแล้วเสด็จไปประทับที่ชัชวาลย์เวียงไชย สมเด็จกรมพระภาณุพันธุ์ กรมหลวงเทวะวงศ์ไปเฝ้าที่นั่น รับสั่งเรื่องคลอดลูกจนยามหนึ่ง เสด็จขึ้น

เวลา ๕ ทุ่มเศษ เสด็จออกพระที่นั่งเพชรภูมไพโรจน์ รับสั่งเรื่องคลอดลูก แลส่งเลิกการเสด็จพระราชดำเนินเขาลูกช้าง เวลาสองยามเศษเสด็จขึ้น

วัน ๕ ๑๐ ๓ ค่ำ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘ วันที่รัชกาล ๖๖๗๓

เวลาบ่ายโมงเศษ เสด็จออกพระที่นั่งเพชรภูมไพโรจน์ กรมหมื่นสมมตอมรพันธุ์ นำหมอดันลัป มิสเตอร์ คุเปอ หมอทอมซัน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับสั่งกับหมอดันลัปด้วยการตั้งโรงเรียน โรงคนไข้ในเมืองเพชรบุรี ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานช่วยในการโรงคนไข้ ๓๐ ชั่ง สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชเทวีพระราชทานโรงคนชรา ๒๐ ชั่ง พระราชทานรางวัลที่ช่วยในการเรือต่อสู้ไพรินทร์ล่ม คนป่วยเจ็บ หมอดันลัปสายนาฬิกา มิสเตอร์เปอ ดินสอทองคำ หมอทอมซัน ดุษฎีมาลาไม่มีเข็ม จีนผู้เป็นธุรการนั้น ๔๐ บาท เสด็จขึ้นบ่าย ๒ โมงเศษ

บ่าย ๔ โมงเศษ เสด็จประพาสวัดกำแพงแลงพร้อมด้วยข้างใน จวนค่ำเสด็จกลับ ประทับพลับพลาทอดพระเนตรแข่งรันแทะอีก ๒ ทุ่มเสด็จขึ้น

๔ ทุ่มเศษ เสด็จออกทรงสั่งเรื่องคลอดลูก ว่าด้วยพระองค์เจ้ายิ่งเยาวลักษณ์ประพฤติการชั่วอย่างอุกฤษฏ์ อย่างนี้เป็นมหันตโทษ ควรริบราชบาตรเป็นหลวง ถอดจากยศบรรดาศักดิ์ ลงพระราชอาญา ๙๐ ที ประหารชีวิต แต่ทรงพระมหากรุณาอยู่ จึงโปรดเกล้าฯ ให้ริบราชบาตรสวิญญาณกทรัพย์อวิญญาณกทรัพย์เป็นของหลวง สำหรับจ่ายการซ่อมแปลงพระอารามแลสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าทรงสร้างไว้ แลให้ยกโทษเฆี่ยน ๙๐ ประหารชีวิต ให้ถอดจากยศบรรดาศักดิ์ลงเป็นหม่อม เอาท้ายชื่อคือเยาวลักษณ์อรรควรสุดาออกเสีย เรียกแต่หม่อมยิ่งคำเดียว กับให้ไต่สวนชำระต่อไปให้ได้ความ เวลา ๕ ทุ่มเศษเสด็จขึ้น สมเด็จกรมพระภาณุพันธุ์ กรมหลวงเทวะวงศ์กราบถวายบังคมลากลับกรุงเทพฯ วันนี้

กับมีพระราชบัญญัติห้ามพระภิกษุสงฆ์มีพรรษาต่ำกว่า ๒๐ พรรษา มิให้เข้าในพระบรมมหาราชวังชั้นใน อุบาสิกาอายุต่ำกว่า ๔๐ ปี ห้ามมิให้ออกมาฟังเทศนาถืออุโบสถศีลที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

วัน ๖ ๑๑ ๓ ค่ำ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘ วันที่รัชกาล ๖๖๗๔

เวลาเที่ยงเศษ เสด็จออกพระที่นั่งเพชรภูมไพโรจน์ รับสั่งเรื่องจะเสด็จพระราชดำเนินตามที่พระชลยุทธโปรอโปส แล้วเสด็จขึ้น เวลาบ่าย ๕ โมงเสด็จพระราชดำเนินประพาสบ้านลาวพร้อมด้วยข้างใน เวลาย่ำค่ำเสด็จกลับ

เวลา ๕ ทุ่มเศษ เสด็จออกอีกเวลาหนึ่งตามเคย แต่ประทับไม่สู้นานนักเสด็จขึ้น

ที่กรุงเทพ ฯ

วันนี้อ่านพระราชหัตถ์ถอดหม่อมยิ่ง แลเอาตัวไปจำไว้ ณ คุกข้างใน

วัน ๗ ๑๒ ๓ ค่ำ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘ วันที่รัชกาล ๖๖๗๕

เวลากลางวัน เสด็จออกทรงเครื่อง หลวงเทพาภรณ์ถวายเงียบๆ ไม่มีพราหมณ์แลพิธีอันใด เวลาเย็นก็ไม่ได้เสด็จพระราชดำเนินประพาสที่ใด

ค่ำทุ่มเศษ เสด็จออกพระที่นั่งเพชรภูมไพโรจน์ตามเคย เวลายามเศษเสด็จขึ้น

วัน ๑ ๑๓ ๓ ค่ำ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘ วันที่รัชกาล ๖๖๗๖

เวลาย่ำรุ่งแล้ว เสด็จพระราชดำเนินทรงม้าพระที่นั่งชื่อผยองเวหาศ มีกระบวนนำแลตาม แลมีรถประเทียบข้างใน เสด็จพระราชดำเนินจากพระนครคีรีข้ามสะพานช้างไปตามถนนตลาด เลี้ยวถนนไปตามระยะทางเป็นบ้านใหม่ไปถึงไร่ตีนน้ำ ๑๐๐ เส้นถึงท่าเสน เป็น ๒๐๐ เส้น แต่ท่าเสนถึงบึงงาม เป็น ๓๐๐ เส้น ไปอีกหน่อยหนึ่งเป็นที่ๆ กรมการทำพลับพลาตำบลคลองยอครู่หนึ่ง เสด็จต่อไปถึงท่ากะเทียน ๔๐๐ เส้น ไปถึงท่าคอย ๕๐๐ เส้น ไปอีก ๑๐๐ เป็น ๖๐๐ เส้น แล้วถึงพลับพลาท่าแฝกที่กรมการทำไว้รับเสด็จ เสด็จประทับเสวยที่พลับพลานี้ เวลาบ่าย ๒ โมงครึ่ง ออกจากพลับพลา ระยะแต่นี้ไปเป็นป่าไม้ทั้งนั้น ไปอีก ๑๐๐ เส้น เป็น ๗๐๐ เส้นถึงดงประยง ต่อไปอีกถึงพุชะครามเป็น ๘๐๐ เส้นถึงอ่างหิน เป็น ๙๐๐ เส้นถึงทุ่งวัวแดง ๑๐๐๐ เส้นถึงกลับชี มีพลับพลาที่ประทับ ที่ท่ากลับชีเป็นที่ประทับแรม เมื่อเวลาเสด็จถึงบ่าย ๕ โมงครึ่ง ประทับพลับพลาเต๊นข้างใน มาถึงค่ำวันนี้ประทับแรมที่นี้

พลับพลาที่ประทับเป็นเต๊นหมด กำแพงใบไม้มีปะรำ คนนอนรอบ ท้องพระโรงเป็นปะรำมุงใบตาล

วัน ๒ ๑๔ ๓ ค่ำ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘ วันที่รัชกาล ๖๖๗๗

เวลาย่ำรุ่งเศษ เสด็จไปประพาสเขาลูกช้าง ทางแต่พลับพลาที่ประทับไป ๓๐ เส้น ถึงตำบลเรียกว่า เขาลูกช้าง เป็นป่าแลเนินดินทำนองพระแท่นดงรัง มีหินเป็นเขามอซ้อนกันเป็นรูปต่างๆ ซ้อน ๓ ก้อนบ้าง ๔ ก้อนบ้าง เป็นอันมาก แต่ที่สำคัญนั้นมีรอยพระพุทธบาท ทรงพระราชดำริว่าจะให้ปฏิสังขรณ์เป็นมณฑปสวมเสีย ประพาสอยู่จนเช้า ๔ โมงเศษ เสด็จกลับประทับพลับพลาเต๊นที่ประทับแรม แต่พื้นที่แลอากาศในทีนี่ร้อนจัดในเวลากลางวันมาก ครั้นเวลาค่ำก็หนาวอย่างยิ่ง

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ เสด็จลงเรือสำปั้นประพาสตามลำน้ำ ล่องลงท้ายน้ำหน่อยหนึ่งแล้วขึ้นเหนือน้ำ เสด็จพระราชดำเนินกลับประมาณทุ่มเศษ ประทับแรมที่ตำบลนี้คืนหนึ่ง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานเงินคนทำการพลับพลาแลทาง กรมการผู้ใหญ่ผู้น้อยเสื้อสักหลาด นายกองแลตัวไพร่ เงินคนละ ๒ บาททุกคน

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ