เดือน ๔ จุลศักราช ๑๒๔๘

วัน ๓ ๔ ค่ำ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘ วันทีรัชกาล ๖๖๗๘

เวลาเช้า ๒ โมง เสด็จทรงม้าพร้อมด้วยกระบวนนำแลตาม มีรถประเทียบตามเสด็จ เสด็จกลับจากพลับพลาท่ากลับชี มาโดยระยะทางถึงท่าแฝกเช้า ๔ โมงเศษ ประทับร้อน เสวยเช้า ประทับอยู่จนบ่าย ๒ โมง เสด็จจากพลับพลาท่าแฝกมาโดยระยะทางถึงท่ากวย หยุดทอดพระเนตรวัดแลพลับพลาซึ่งทำค้าง แล้วเสด็จต่อมาถึงพลับพลาคลองยอ ประทับครู่หนึ่ง พระองค์เจ้าสวัสดิโสภณมาเฝ้าถวายหนังสือต่าง ๆ เรื่องความหม่อมยิ่ง มีคำให้การหม่อมกิ่ง อ้ายโต อีเผือก แลผู้ที่ต้องเกี่ยวข้องในเหตุนั้น แลคำลูกขุนปรึกษาโทษวางบท เป็นต้น แล้วเสด็จต่อมาจนถึงพระนครศีรี เวลาย่ำค่ำเสด็จขึ้น

เวลา ๔ ทุ่ม เสด็จออกพระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์ครู่หนึ่ง เสด็จขึ้น

วัน ๔ ๔ ค่ำ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘ วันที่รัชกาล ๖๖๗๙

เวลาบ่าย ๔ โมงเศษ เสด็จออกทรงสั่งเรื่องหม่อมยิ่ง ซึ่งลูกขุนปรึกษาวางบทโทษ หม่อมยิ่ง อ้ายโต อีเผือก ผู้ล่วงพระราชอาญามีความผิดเป็นมหันตโทษ ให้ริบราชบาตรสวิญญาณกทรัพย์อวิญญาณกทรัพย์เป็นของหลวง ให้ลงพระราชอาญา ๓ ยก ๙๐ ที เอาตัวไปประหารชีวิตอย่าให้ผู้ใดดูเยี่ยงอย่างนั้น หม่อมยิ่งแลอีเผือกผู้ชักสื่อ ให้งดโทษประหารชีวิต นอกนั้นให้ทำตามคำลูกขุนผู้ปรับแล้วเสด็จขึ้น

เวลา ๕ ทุ่มเศษ เสด็จออก เจ้านายข้าราชการเฝ้าตามเคย เกือบ ๒ ยามเสด็จขึ้น วันนี้พระองค์เจ้าสวัสดิโสภณกราบถวายบังคมลากลับเข้าไปกรุงเทพ ฯ

วัน ๕ ๔ ค่ำ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘ วันที่รัชกาล ๖๖๘๐

เวลากลางวัน เสด็จออกพระที่นั่งเพชรภูมไพโรจน์ตามเคย ไม่ได้เสด็จไหนอีกวันหนึ่ง เสด็จอยู่ที่นั่นครู่หนึ่ง เสด็จขึ้น

เวลา ๔ ทุ่มเศษ เสด็จออกอีก รับสั่งด้วยเรื่องทูลกระหม่อมหญิงประชวรแลเรื่องที่จะเสด็จกลับ ยังไม่ตกลง เวลา ๕ ทุ่มเศษ เสด็จขึ้น

วัน ๖ ๔ ค่ำ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘ วันที่รัชกาล ๖๖๘๑

เวลากลางวัน เสด็จออกตามธรรมเนียม ไม่มีอันใด

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ เสด็จพระราชดำเนินประพาสเขาหลวงพร้อมด้วยกระบวนข้างใน ประพาสถ้ำวัวนอน แล้วเสด็จพระราชดำเนินลงถ้ำหลวง โปรดให้มีการสดับปกรณ์ในถ้ำหลวงด้วย เจ้าพนักงานจัดในถ้ำที่ตรงหน้าพระประจำแผ่นดิน ตั้งม้าหมู่ทรงเชิญพระบรมทนต์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แลพระทนต์กรมสมเด็จพระเทพศิรินทร์ พระทนต์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน ซึ่งทรงไปเอง วางบนพานทองบนม้าหมู่แล้ว ทรงทอดผ้าท่อนสดับปกรณ์ พระธรรมวโรดมกับพระครูมหาสมณวงศ์ พระสมุห์แลพระสงฆ์ อันดับในวัดมหาสมณาราม รวม ๑๑ รูป พระราชทานจตุปัจจัยองค์ละ ๘ บาท ในส่วนถวายพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระพิศาลสมณกิจ กับพระครูฐานานุกรมเปรียญในเมืองเพชรบุรี ๑๐ รูป พระราชทานองค์ละ ๖ บาท ในส่วนถวายกรมสมเด็จพระเทพศิรินทร์ พระครูประกาศสมณกิจผู้ช่วยคณะใต้กับฐานานุกรมเจ้าอธิการในเมืองเพชรบุรี ๑๐ รูป พระราชทานองค์ละ ๔ บาท ในส่วนสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน พระสงฆ์ถวายอนุโมทนาแล้วกลับขึ้นจากถ้ำ เสด็จประพาสในถ้ำต่อไป เสด็จกลับทุ่มเศษ

เวลา ๕ ทุ่ม เสด็จออกตามเคย ๕ ทุ่มเศษ เสด็จขึ้น

ในกรุงเทพ ฯ วันนี้ เจ้าพนักงานกรมพระนครบาล นำอ้ายโตไปประหารชีวิตที่วัดพลับพลาไชย

วัน ๗ ๔ ค่ำ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘ วันที่รัชกาล ๖๖๘๒

เวลาบ่าย ๒ โมงเศษ เสด็จออกพระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์ สั่งเลิกเสด็จประพาสที่ต่าง ๆ เพราะฝนตก แล้วเสด็จขึ้น

เวลา ๕ ทุ่มเศษ เสด็จออกอีก เจ้านายข้าราชการเฝ้าตามเคย ทรงหนังสือราชการแลอื่น ๆ จน ๒ ยาม เสด็จขึ้น

ในกรุงเทพ ฯ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าฉวีวรรณประชวรพระโรคชราสิ้นพระชนม์ เจ้าพนักงานสรงน้ำพระศพ ทรงเครื่องตามโบราณประเพณี เชิญพระศพลงพระโกศลองใน แห่ออกมาไว้หอธรรมสังเวชตามธรรมเนียม

วัน ๑ ๔ ค่ำ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘ วันที่รัชกาล ๖๖๘๓

เวลาบ่าย เสด็จออกครู่หนึ่งตามเคย แล้วเสด็จขึ้น วันนี้ฝนตกแต่เช้าจนค่ำมิได้ขาดเม็ด แลไม่แลเห็นดวงอาทิตย์เลย ไม่ได้เสด็จไหน

๔ ทุ่มเศษ เสด็จออกตามเคย เจ้านายข้าราชการเฝ้า แลทรงหนังสือราชการ จนเวลา ๒ ยามเสด็จขึ้น

วัน ๒ ๔ ค่ำ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘ วันที่รัชกาล ๖๖๘๔

กลางวัน เสด็จออกครู่หนึ่งตามเคย เวลาบ่าย ๕ โมงครึ่ง เสด็จพระราชดำเนินเขาหลวง อ้อมไปตามถนนแยก แล้วเลี้ยวอ้อมเขา ประพาสถ้ำพระพิมพ์ แลถ้ำพระเผือก แลเขาดอก แลถ้ำจีน เสด็จออกจากถ้ำจีน แล้วพระราชทานเงินชาวบ้านธงไชยที่มาถวายของ แล้วเสด็จกลับอ้อมเขาวกมาเข้าทางเดิม เสด็จกลับถึงเขาวังทุ่มเศษ เสด็จขึ้น

เวลา ๕ ทุ่มเศษ เสด็จออกทรงรวบรวมเงินซ่อมพระเขาหลวง เงิน ๖ ชั่ง ๑๐ ตำลึง พระราชทานเงินพระยาเพชรบุรี พระราชทานคนตักน้ำแลลากรถนายไพร่คนละ ๒ บาท เสด็จขึ้น ๒ ยามเศษ

วัน ๓ ๔ ค่ำ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘ วันที่รัชกาล ๖๖๘๕

เวลาบ่าย ๓ โมงเศษ เสด็จออกพระราชทานเงินเด็กชาคนละ ๔ บาท แล้วเสด็จพระราชดำเนินหอจตุเวท ทอดพระเนตรแลนมัสการพระแล้ว เสด็จศาลพิมานเทเวศร แล้วเสด็จพระราชดำเนินพระเจดีย์ยอดเขาริมวัดมหาสมณาราม โปรดให้พระยาเพชรบุรีทำการเติมใหม่บ้าง ปฏิสังขรณ์บ้างให้แล้วเสร็จ แล้วเสด็จลงทางลัดลงวัดมหาสมณาราม ทอดพระเนตรการในวัด รับสั่งให้พระยาเพชรบุรีซ่อมแปลงเสียให้ทั่ว แล้วเสด็จเข้าในพระอุโบสถเวลานั้น พระครูแลพระสงฆ์ทั้งปวงลงพร้อมกันคอยรับเสด็จ พระครูมหาสมณวงศ์นำเจ้าอธิการวัดอุทัย เฝ้า รับสั่งกับพระครูมหาสมณวงศ์ตามสมควร แลทรงห้ามมิให้ลาสิกขา เพราะเป็นพระเก่าแต่ครั้งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า แลจะโปรดเกล้าฯ ให้เป็นพระราชาคณะ แลพระราชทานกปิยมูลพระสงฆ์วัดมหาสมณาราม ๙ องค์ ๒ ชั่ง เจ้าอธิการวัดอุทัย ๓ ตำลึง เสด็จจากพระอุโบสถ พระสงฆ์ถวายชัยมงคลพร้อมกัน เสด็จมาประทับศาลาเชิงเขา พระพิศาลสมณกิจ กับฐานานุกรมหัวเมืองเฝ้ารับสั่งด้วยเล็กน้อย เสด็จทรงม้า พระที่นั่งสวดชยันโต เสด็จจากเชิงเขาตามถนนราชวิถีประทับพลับพลาน้ำมีพระยาเพชรบุรีแลปลัดยกกระบัตรกรมการด้วยเฝ้าส่งเสด็จพร้อมกัน เสด็จลงเรือพระที่นั่งเก๋งทองทั้งแท่ง มีเรือประตูเรือกลองออกจากเมือง ๕ โมงเย็น ล่องตามน้ำถึงพลับพลาบ้านใหม่ย่ำค่ำครึ่ง ต่อมาอีกชั่วทุ่มหนึ่งถึงเรือโบดคอยรับเสด็จอยู่ เสด็จลงเรือโบด กว่าจะพร้อมสัก ๑๐ มินิต ครั้นแล้วเรือไฟลากต่อมา ประมาณชั่วทุ่มออกปากอ่าวบ้านแหลม มีเรือฉลอมจุดไฟส่องรายไปจนหมดครุยถึงเรือเวสาตรี แล้วเสด็จไปประทับเรืออุบลบุรพทิศ ๕ ทุ่มออกเรือจากบ้านแหลม ตัดไปเขาสามร้อยยอด

วัน ๔ ๔ ค่ำ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘ วันที่รัชกาล ๖๖๘๖

เวลาเช้า ๒ โมงเศษ เรือพระที่นั่งถึงตำบลเขาสามร้อยยอด เสด็จขึ้นบกเช้า ๓ โมงเศษ เจ้าพระยาสุรวงศ์แลพระยาวิชิตชาญณรงค์ เมืองปรานบุรี แลกรมการเมืองปรานมารับเสด็จ มีปะรำท่าน้ำแลสะพานเรือก เสด็จขึ้นประพาสเขาแลถ้ำ ทางข้ามป่าเขาเข้าไป ทางแต่ท่าถึงเชิงเขา ๕ เส้น ข้ามเขา ๗ เส้นถึงปากถ้ำ ปากถ้ำถึงสุดถ้ำ ๙ เส้น ในถ้ำเป็นสามถ้ำติดกันสนุกมาก เวสาตรีถึงเช้า ๔ โมงเศษ สมเด็จพระนางเจ้าเสด็จขึ้นตามไปที่ถ้ำ เวลาเที่ยงเศษ เสด็จกลับจากถ้ำมาประทับพลับพลาห่างเขาเส้นหนึ่ง เป็นพลับพลา ๗ ห้อง หลังดาคาดผ้าแดงล้วน มีข้างหน้าข้างในมีค่ายกรุใบไม้กันรอบ ประทับเสวยเสด็จอยู่จนบ่าย ๒ โมงเศษ เสด็จกลับลงเรืออุบล ๔ โมงเศษ ออกจากสามร้อยยอดตัดมาปากน้ำเจ้าพระยา เวลา ๔ ทุ่ม นายจอนายทหารเรือในเรือพระที่นั่งเวสาตรีตกทะเล ต้องหยุดเรือช่วยได้ เวลา ๑๐ ทุ่ม ถึงปากน้ำเจ้าพระยา

วัน ๕ ๑๐ ๔ ค่ำปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘ วันที่รัชกาล ๖๖๘๗

เวลาย่ำรุ่งเรือข้ามสันดอนถึงเมืองสมุทรปราการเกือบ ๒ โมงเช้า หยุดเรือพระที่นั่ง ป้อมผีเสื้อสมุทรสลูต มีคนกรมแสงในเรือเวสาตรีเจ็บเป็นอหิวาตกโรค ให้เอาขึ้นไว้ที่ป้อม รับสั่งให้ข้างในไปเรืออุบลบูรพทิศ ออกเรือพระที่นั่งเวลาเช้า ๓ โมงเศษ ถึงท่าพระตำหนักน้ำ เวลาเที่ยงเศษ เสด็จขึ้นประทับตรัสกับผู้ที่มารับเสด็จพอสมควร เสด็จกลับขึ้นมาประทับพระที่นั่งจักรีมหาปราสาทห้องออกขุนนาง สมเด็จกรมพระภาณุพันธุ์ กรมหมื่นอดิศร กรมหลวงเทวะวงศ์เฝ้าเรื่องการในกรุงเทพ ฯ จนบ่าย ๒ โมงเศษ เสด็จขึ้น

เวลา ๒ ทุ่ม เสด็จพระราชดำเนินวังบูรพาภิรมย์ในการที่สมเด็จกรมพระภาณุพันธุวงศ์วรเดช ทรงบำเพ็ญพระกุศลถวายในกรมสมเด็จพระเทพศิรินทรามาตย์แลพระญาติทั้งปวง ในกาลสมัยที่พระองค์ท่านมีพระชนมพรรษา ๒๘ ปีเสมอด้วยกรมสมเด็จพระเทพศิรินทรามาตย์ ของหลวงมีสดับปกรณ์ผ้าไตรผ้าขาวด้วย เวลา ๕ ทุ่มเศษ เสด็จกลับพระบรมมหาราชวัง

วัน ๖ ๑๑ ๔ ค่ำ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘ วันที่รัชกาล ๖๖๘๘

ไม่ได้เสด็จออก ไม่มีการอันใด

วัน ๗ ๑๒ ๔ ค่ำ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘ วันที่รัชกาล ๖๖๘๙

วันนี้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้จัดการที่จะให้ เชวาเลีย เฟรดี นันโดเดลุกา เอนวอยเอกสตราออดินารี แลมินิสเตอเปล นิปอเตนฉารี อัครราชทูตวิเศษกรุงอิตาลี เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท

เจ้าพนักงานจัดการในพระที่นั่งจักรีมหาปราสาทตามอย่างธรรมเนียม ที่หน้าพระที่นั่งจักรี มีปะรำยืนพระยาช้างพระยาม้าแลช้างพระที่นั่งต้น มีหมู่กลองชนะเงินทองแลทหารแตรทหารปืนรับอย่างแขกเมืองใหญ่ ภายนอกประตูพิมานไชยศรี ภายในประตูวิเศษไชยศรีมีทหารปืนใหญ่ยืนประตูละ ๒ หมู่ หน้าพระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท มีทหารปืนใหญ่คอยสลูตตามธรรมเนียม

เวลาบ่าย ๔ โมง เจ้าพนักงานกรมท่านำอัครราชทูตกรุงอิตาลี แลกอมมันดันออฟฟิศเซอร์เรือรบอิตาลีขึ้นรถมาจากบ้านราชทูต มาถึงหน้าพระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท ทหารปืนใหญ่สลูต ๑๗ นัดตามเกียรติยศ แล้วเข้ามาในพระบรมมหาราชวัง พักบนพระที่นั่งจักรีห้องดรอริงรูม เวลาบ่าย ๔ โมงเศษ พระเจ้าอยู่หัวทรงเครื่องเต็มยศอย่างทหารมหาดเล็ก ทรงเครื่องราชอิสริยยศเซนโมริศแอสสรัต เสด็จพระราชดำเนินออกประทับพระที่นั่งพุดตาน ภายใต้พระมหาเศวตฉัตร พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์เสนาบดีมนตรีมุขมาตย์ข้าทูลละอองธุลีพระบาทผู้ใหญ่ผู้น้อยฝ่ายทหารพลเรือน เฝ้าเบื้องบงกชมาศโดยลำดับตำแหน่งถ้วนทุกกระทรวง ขณะนั้นเจ้าพนักงานประโคมแตรฝรั่งมโหระทึก กลองชนะแตรทหารตามบุรพประเพณี

เจ้าพนักงานกรมวังกรมท่านำอัครราชทูตวิเศษ กอมมันดัน แลออฟฟิศเซอร์ทั้งกงสุลอิตาลีรวม ๑๐ นาย เข้ามาในท้องพระโรงกลางที่ชุมนุม แล้วพระยาไกรโกษากราบบังคมทูลเบิกนำ เชวาเลีย เฟรดินันโดเดลุกา เอนวอยเอกสตราออดินารี แลมินิสเตอเปลนิปอเตนฉารี อัครราชทูตซึ่งสมเด็จพระเจ้าแผ่นดินอิตาลีตั้งมา ๑ มาเกเฟรดินันโดเลกอยซูเวลา สิเกรตารี ทูต ๑ เคาน์เฟเดริกตราโอเซียว กอมมันดัน เรือรบ ๑ ออฟฟิศเซอร์แลหมอ ๖ นาย กงสุลอิตาลีในกรุงสยาม ๑ รวม ๑๐ นาย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท แล้วอัครราชทูตอิตาลีทูลถวายคำแอกเครส แสดงการที่ได้รับตราตั้งมาเป็นอัครราชทูตสำหรับกรุงสยาม แลแสดงความยินดีในการพระราชพิธีเฉลิมพระปรมาภิไธย สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช พระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสตอบ แล้วราชทูตนำพระราชสาส์นสมเด็จพระเจ้าแผ่นดินอิตาลี ทูลเกล้า ฯ ถวายต่อพระหัตถ์ ดำรัสพระราชปฏิสันถาร ๓ นัดตามอย่างธรรมเนียม แล้วเสด็จขึ้น

เสด็จออกประทับห้องออกขุนนาง กรมหลวงเทวะวงศ์รับสั่งเรื่องหม่อมยิ่งจนย่ำค่ำเสด็จขึ้น

เวลาทุ่มเศษ เสด็จพระราชดำเนินวังบูรพาภิรมย์ในการมงคลพระชนม์สมเด็จกรมพระภาณุพันธุ์เสมอกรมสมเด็จพระเทพศิรินทร์ วันนี้เป็นวันตรง เวลา ๕ ทุ่มเศษ เสด็จกลับ

วัน ๑ ๑๓ ๔ ค่ำ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘ วันทีรัชกาล ๖๖๙๐

เวลาวันนี้ไม่มีอันใด ไม่ได้เสด็จออก

วัน ๒ ๑๔ ๔ ค่ำ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘ วันที่รัชกาล ๖๖๙๑

วันนี้โปรดให้มีการดินเนอหลวง พระราชทานเป็นเกียรติยศแก่อัครราชทูตวิเศษ กรุงอิตาลี ในเวลาทุ่มหนึ่ง พระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกในห้องดรอริงรูมพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ข้าราชการที่ต้องเชิญมาในวันนี้ เจ้าพนักงานนำอัครราชทูตวิเศษกรุงอิตาลี ราชทูตอังกฤษซึ่งอยูในกรุงเทพ ฯ ราชทูตอเมริกันซึ่งอยู่ในกรุงเทพ ฯ ทูตฝรั่งเศสซึ่งอยู่ในกรุงเทพ ฯ เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ดำรัสด้วยผู้ที่มาอยู่ในที่เสด็จออกนั้นนิดหน่อย แล้วเสด็จเข้าไปประทับโต๊ะเสวยพร้อมด้วยผู้ที่ถูกเชิญ ๑ ในพระที่นั่งมูลสถานบรมอาสน์ มีชื่อผู้ที่นั่งดังแผนนี้

หมอกาวัน

   

หลวงนายสิทธิ์

พระยาศรีสิงหเทพ

พระวรเดช

พระยาเพ็ชรพิไชย

พระยาอนุชิต

มิสเตอร์ซิก

พระองค์สาย

พระยาธรรมสารนิติ

กรมขุนนริศร

เจ้าพระยาพลเทพ

กรมสรรพสิทธิ

ทูตฝรั่งเศส

กรมหมื่นศิริ

ราชทูตอังกฤษ

กรมหมื่นอดิศร

เจ้าพระยาภาณุวงศ์

กรมพระภาณุพันธุ์

เจ้าพระยารัตนบดินทร

ที่ประทับ

อัครราชทูตอิตาลี

กรมหลวงเทวะวงศ์

ราชทูตอเมริกัน

กรมหมื่นนเรศร

พระเจ้าเชียงใหม่

กรมหมื่นสมมต

เจ้าพระยามหินทร

กรมหมื่นดำรง

พระยามนตรี

พระองค์เจ้าโสณบัณฑิต

สิเกรตารีทูตอิตาลี

พระองค์เจ้าสวัสดิโสภณ

กอมมันดันเรือรบอิตาลี

พระองค์เจ้าปฤษฎางค์

พระยานรรัตน์

พระยามหามนตรี

พระชลยุทธ์

พระยาไกร

เวลา ๔ ทุ่ม เสวยแล้วเสด็จมาประทับพระที่นั่งจักรีองค์ตะวันออก ตรัสกับพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการ แลอัครราชทูตอิตาลี มิสเตอร์ซาเตา ราชทูตอังกฤษ มิสเยอบไชล์ ราชทูตอเมริกัน เคาน์การเด็กทูตฝรั่งเศส จนเวลา ๕ ทุ่มเศษ ทูตทั้งปวงถวายบังคมลาไป อีกครู่หนึ่งเสด็จขึ้น

วันนี้เวลายามเศษ มีการแห่ศพตลับ เจ้าจอมมารดา จากวังกรมหมื่นภูธเรศไปเมรุวัดสระเกศ

วัน ๓ ๑๕ ๔ ค่ำ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘

วันพระไม่มีอันใด ไม่ได้เสด็จออก

วัน ๔ ๔ ค่ำ ปีจอ ศักราช ๑๒๔๘ วันที่รัชกาล ๖๖๙๓

เวลาย่ำค่ำแล้ว เสด็จออกขุนนางตามเคย ในห้องออกขุนนาง

พระมนตรีอ่านบอกพระยามหาอำมาตย์ พระนครศรีบริรักษ์ เมืองขอนแก่น ราชวงศ์ผู้ว่าที่พระศรีสุราช ราชบุตรเมืองเชียงแตง พระสุนทรราชวงศาเมืองยโสธร หลวงพรหมว่าที่พระศรีสุรเมืองเดชอุดม อุปฮาดเมืองร้อยเอ็ด ความต้องกันว่าพระราชวงศาจัดได้ทองคำทราย ๕ ตำลึง ท้าวคำ ท้าวพิมเสน ท้าวอินทสาร เมืองทองคำใหญ่จัดได้เงิน ๒ ชั่ง พระนครศรีบริรักษ์จัดได้เงิน ๓ ชั่ง ราชวงศ์ ๕ ตำลึง ขุนศรีสารเสวตร ๕ ตำลึง เมืองขอนแก่น ราชวงศ์เมืองเชียงแตง ๒ ชั่ง พระสุนทรราชวงศาเมืองยโสธร ๒ ชั่ง หลวงพรหมว่าที่พระศรีสุรเจ้าเมืองเดชอุดมเงิน ๒ ชั่ง อุปฮาดเมืองร้อยเอ็ด เงิน ๓ ชั่ง เข้ามาสมโภชสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช

กับนำท้าวเชียงว่าที่ราชวงศ์เมืองอัตปือ อุปฮาดเมืองเชียงแตง ราชวงศ์เมืองยโสธร ท้าวโทว่าที่หลวงภักดีปลัดเมืองเดชอุดม พระนครศรีบริรักษ์เมืองขอนแก่น ท้าวคำเมืองทองคำใหญ่ อุปฮาดเมืองร้อยเอ็ด เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท

พระนครศรีบริรักษ์ถวายผ้าม่วงต่างสี ๑๐ ผืน ขี้ผึ้ง ๕๐ สลึง จีนอุปฮาดเมืองร้อยเอ็ดถวายผ้าม่วง ๑๕ ผืน พระสุทธรราชวงศาจัดได้ เห็ดป่า ๑ ไม้ไผ่คุด ๑ ราชวงศ์ ท้าวสุริยงเมืองยโสธร จัดได้ผ้าม่วงสี ๑๒ ผืน

หลวงวิจารณอาวุธ อ่านบอกพระยาราชวังสรร พระสเนหามนตรีข้าหลวงซึ่งไปเมืองกลันตัน เมืองตรังกานู ว่าไปถึงเมืองสงขลาแล้ว แต่พระสัจจาภิรมย์ผู้ที่จะเป็นข้าหลวงไปด้วย ยังไปตรวจการโทรเลขในแขวงเมืองสงขลาอยู่ ถ้ากลับมาแล้วจะรับเสด็จลงเรือไปเมืองกลันตัน กับใบบอกพระยาสมบัติภิรมย์เมืองสงขลา ๓ ฉบับๆหนึ่งว่า จัดได้ต้นไม้ทอง ๖ ต้น เงิน ๖ ต้น ๆ ละบาท เครื่องราชบรรณาการ เทียนพนมเล่มละบาท ๑๐๐๐ เล่ม ผ้าขาว ๒๐ พับ เสื่อลวด ๑๕ ลวด กระเบื้องพื้น ๒๐๐๐ จำนวนปีจอ อัฐศก ให้กรมการคุมเข้ามาส่ง อีกฉบับ ๑ ส่งทองส่วยบุตรจีน จำนวนปีระกา สัปตศก บุตรจีน ๑๘๓ คน ๆ ละ ๑ สลึง ๑ เฟื้อง ทอง ๑๗ ตำลึง ๒ สลึง ๑ เฟื้อง คิดเงินแทนราคา ๑๖ หนักเงิน ๑๓ ชั่ง ๑๔ ตำลึง ๒ บาท ให้กรมการคุมเข้ามาส่ง อีกฉบับ ๑ ว่า พระยายะลาส่งดีบุกภาษีเมืองยะลาจำนวนปีระกา สัปตศก ดีบุกหนัก ๑๐ ภารา ได้ให้กรมการคุมเข้ามาส่ง

พระยาศรีสิงหเทพ นำหลวงสโมสรพลการ หลวงกำจัดไพรินทร์ กราบถวายบังคมลาไปเก็บศิลาจารึกในที่ต่าง ๆ หัวเมืองฝ่ายเหนือ

พระราชทานตราวิจิตราภรณ์ จมื่นราชภัณฑารักษ์ปลัดคลังในซ้าย แล้วเสด็จขึ้น ตรัสกับสมเด็จกรมพระภาณุพันธุ์ กรมหลวงเทวะวงศ์จนเวลายามเสด็จขึ้น

วัน ๕ ๔ ค่ำ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘ วันที่รัชกาล ๖๖๙๔

เวลาวันนี้ ทรงจัดการแฟร์ข้างในอยู่จนบ่าย เวลาบ่าย ๔ โมงเศษ เสด็จออกประทับดรอริงรูมพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท กรมหลวงเทวะวงศ์แลเจ้าพนักงานกรมวังกรมท่า นำเฟวาเลียเฟรดินันโดลุกา อัครราชทูตวิเศษกรุงอิตาลีแลพวกที่มากับทูตเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบถวายบังคมลากลับไปจากกรุงสยาม ดำรัสพระราชปฏิสันถารโดยควร แล้วถวายบังคมลากลับไป

พระเจ้าอยู่หัวเสด็จทรงรถพระที่นั่ง พว้อมด้วยกระบวนนำแลตามเสด็จไปประทับพลับพลาวัดสระเภศ เสด็จพระราชดำเนินเข้าในเมรุผ้าขาวศพตลับเจ้าจอมมารดา ทรงทอดผ้าไตร ๕ ไตร ผ้าขาว ๑๐ พับ พระสงฆ์บังสุกุลแล้ว เสด็จขึ้นไปพระราชทานเพลิงศพตลับเจ้าจอมมารดา แล้วเสด็จประทับพลับพลาประเดี๋ยวหนึ่ง เสด็จกลับพระบรมมหาราชวัง

วัน ๖ ๔ ค่ำ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘ วันที่รัชกาล ๖๖๙๕

เวลาทุ่มเศษ เสด็จออกขุนนางตามธรรมเนียมในห้องออกขุนนาง

พระมนตรีพจนกิจอ่านบอกพระยามหาอำมาตย์ ๒ ฉบับ ๆ หนึ่งว่า อุปฮาดเมืองอัตปือมีบอกมาว่า ราชวงศ์ว่างอยู่ ท้าวเชียงรับราชการมานาน ขอพระราชทานท้าวเชียงเป็นราชวงศ์รับราชการต่อไป อีกฉบับหนึ่งว่า พระสุวรรณราชวงศาเมืองคำทองใหญ่บอกว่า ตัวมีอายุได้ ๙๒ ชราหลงลืม ราชการก็มาก ราชวงศ์จะทำการอันใดก็ไม่ปรึกษาหารือ ขอพระราชทานท้าวคำ บุตรพระสุวรรณราชางศา เป็นพระสุวรรณราชวงศา ขอท้าวอินทธิสาร ว่าที่อุปฮาด ท้าวพิมเสน ว่าที่ราชบุตร กับใบบอกพระสุนทรราชวงศาเมืองยโสธร ๒ ฉบับ ๆ หนึ่งว่า เร่งเงินแทนเร่วส่วยจำนวนปีวอก ฉศก เงิน ๔๐ ชั่ง ๑๓ ตำลึง ปีระกา สัปตศก เงิน ๔๐ ชั่ง ๑๓ ตำลึง รวม ๘๑ ชั่ง ๖ ตำลึง ให้ท้าวเพี้ยคุมลงมาส่ง อีกฉบับหนึ่งว่าอุปฮาดป่วยถึงแก่กรรม ที่ว่างมาขอพระราชทานราชวงศ์ท้าวสุริยง บุตรอุปฮาดเป็นอุปฮาดต่อไป กับใบบอกเมืองแสนเมืองจันเมืองร้อยเอ็ด ส่งบาญชีสำมะโนครัวกับเงินแทนผลเร่วจำนวนปีจอ อัฐศก ๒๙ ชั่ง ๑๔ ตำลึง ๒ บาท แทนเร่ว ๑๑๘ บาท ๙๐ สลึง ให้อุปฮาดท้าวเพี้ยคุมลงมาส่ง แต่เงินแทนผลเร่วจำนวนปีระกา สัปตศก เงิน ๕๗ ชั่ง ๙ ตำลึงนั้น ได้ส่งพระยามหาอำมาตย์แล้ว อีกฉบับ ๑ ขออุปฮาดเป็นพระขัดติยวงศาเจ้าเมืองต่อไป กับใบบอกพระยาเทพาธิบดีเมืองพิจิตร ขอจีนฮิว หลวงวิชิตภักดี เป็นที่หลวงอุตรานุเขตร ผู้ดูแลจีนในเมืองพิจิตร

พระมนตรีพจนกิจนำจีนฮิว หลวงวิชิตภักดี เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายขี้ผึ้งหนัก ๑ บาท ท้าวเพชรพนมสารนรินทร์เฝ้าถวายมโหระทึก ๑

หลวงวิจารณอาวุธ อ่านบอกพระยาบริรักษ์ภูธรเมืองพังงาว่า ณ เดือน ๕ ปีจอ จนถึงเดือนยี่ เกิดไข้จับชุกชุม ราษฎรพลเมืองป่วยถึงแก่กรรม ๙๒๙ คน

เสด็จขึ้นออฟฟิศ รับสั่งกับกรมหลวงเทวะวงศ์จนเวลา ๒ ทุ่มเศษ เสด็จขึ้น

วัน ๗ ๘ ค่ำ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘ วันที่รัชกาล ๖๖๙๖

เวลาทุ่มเศษ เสด็จออกขุนนางในห้องออกขุนนางตามธรรมเนียม

พระมนตรีพจนกิจ อ่านบอกพระนครศรีบริรักษ์เมืองขอนแก่นฉบับหนึ่งว่า ได้จัดเงินแทนผลเร่วของถวายประจำปี เงิน ๑ ชั่ง ๕ ตำลึง แทนผลเร่วจำนวนปีระกาสัปต๑๘ศก เร่วหนัก ๒ บาท ๕๐ สลึง ปีจอ อัฐ๑๙ศก หนัก ๒ บาท ๕๐ สลึง ให้ท้าวเพี้ยนำลงมาถวาย กับว่าเมื่อได้รับสัญญาบัตรนั้น ยังไม่ได้รับพระราชทานครอบคนโทเครื่องยศต่าง ๆ อีกฉบับหนึ่งว่า ราชวงศ์ ท้าวสุริยวงศา ท้าวจันโทข้ดขวางตัวเลกไว้ ๑๓๓๙ คน ครั้นจะเก็บก็จะวิวาทให้ขุ่นเคืองใต้ฝ่าละออง กับว่าราชวงศ์ยึดเอาเครื่องยศพระนครศรีบริรักษ์คนเก่าไปกิน ในเวลาถือน้ำๆ ต่างพระอารามกัน ให้ไปบอกก็ไม่มาถือน้ำรวมกัน

หลวงวิจารณอาวุธ อ่านบอกพระยาเพชรกำแหงสงคราม เมืองชุมพรว่าตัวมีอายุถึง ๘๐ ชราว่าราชการไม่ได้ ขอพระราชทานหลวงพรหมภักดี ยกกระบัตรผู้บุตรว่าราชการต่อไป

เสด็จขึ้นประทับออฟฟิศ ตรัสกับกรมหลวงเทวะวงศ์จนเวลาทุ่มเศษเสด็จขึ้น

วัน ๑ ๔ ค่ำ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘ วันที่รัชกาล ๖๖๙๗

เวลาย่ำค่ำแล้ว เสด็จออกขุนนางในห้องออกขุนนางตามเคย

พระมนตรีพจนกิจ อ่านบอกพระยาศรีสยามเขตร พระประเทศอุไทยทิศ กรมการเมืองนครเสียมราฐ ว่าเกิดไฟไหม้เรือนอีเขียว ลามไปไหม้เรือนพระอภัยพิทักษ์ กรมการราษฎร แลฉางข้าวหลวงรวม ๓๐ หลังเรือน ข้าวเสียไนไฟ ๑๖๐๖ ถัง คงเหลือ ๓๐๐ ถัง ได้คิดเกณฑ์ทำฉางต่อไป กับใบบอกหลวงจินดารักษ์ ข้าหลวงพระเกรียงไกรกระบวนยุทธปลัด ขอศิลาหน้าเพลิงไปพระราชทานเพลิงศพพระยาวิเศษฦๅไชย กับใบบอกพระโบราณ พระพิทักษ์เทพธานีปลัดกรุงเก่า ขอศิลาหน้าเพลิงพระราชทานเพลิงศพพระบำราบคดีจีน หลวงวารินทรเวสสันตรบาล กับใบบอกพระสุวรรณราชวงศาเมืองคำทองใหญ่ ขอพระราชทานศิลาหน้าเพลิงไปเผาศพอุปฮาต ราชบุตร

หลวงวิจารณอาวุธ อ่านบอกพระยาภักดีนฤบดินทร์ พระยาอมรินทรฦๅไชย เมืองราชบุรี ว่าด้วยมีตราให้จัดการรับพระเจ้านครเชียงใหม่นั้น ได้จัดการรับพระเจ้านครเชียงใหม่เมื่อเวลาไปถึงตามสมควรแล้ว

พระราชทานสัญญาบัตร ตั้งเจ้าราชวงศ์เมืองนครเชียงใหม่ เป็นเจ้าอุปราชเมืองนครเชียงใหม่ แล้วเสด็จขึ้นประทับออฟฟิศ ตรัสกับกรมหลวงเทวะวงศ์จนเวลา ๒ ทุ่มเศษ เสด็จขึ้น

วัน ๒ ๔ ค่ำ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘ วันที่รัชกาล ๖๖๙๘

วันนี้ไม่ได้เสด็จออกขุนนาง ไม่มีอะไร

วัน ๓ ๔ ค่ำ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘ วันที่รัชกาล ๖๖๙๙

เวลาทุ่ม พระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกประทับพระที่นั่งพุดตานภายใต้พระมหาเศวตฉัตร ณ ท้องพระโรงกลางพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ เสนาบดีมนตรีมาตย์ ข้าราชการฝ่ายทหารพลเรือนเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทโดยลำดับตำแหน่งถ้วนทุกกระทรวง เจ้าพนักงานประโคมแตรฝรั่งมโหระทึก แตรทหารก้องนฤนาทตามขัตติยราชประเพณี

เจ้าพนักงานกรมพระกลาโหม นำตนกูโดดศรีตะวัน กรมการเมืองตรังกานู เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท หลวงวิจารณอาวุธทูลเบิกว่า พระยาพิไชยภูเบนทรนเรนทรภักดี พระยาตรังกานู แต่งให้ตนกูโดดผู้อา ๑ อรังถายอเดหวาอินดารา ๑ หวันสะเลมันเข้ามาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทในการพระราชพิธีเฉลิมพระปรมาภิไธยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทดำรัสพระราชปฏิสันถารโดยสมควร แล้วเสด็จขึ้น

วัน ๔ ๔ ค่ำ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘ วันที่รัชกาล ๖๗๐๐

เวลาบ่าย ๔ โมงเศษ เสด็จออกประทับซิตติงรูมพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท กรมหลวงเทวะวงศ์แลเจ้าพนักงานกรมวังกรมท่า นำท่านเศรษฐีในเมืองอเมริกา ชื่อเยมส์ กอดองเบนเนตต์ เป็นผู้มีเงินมาก แลเป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์ในเมืองนิวโยก ซึ่งได้เข้ามาในกรุงสยามโดยเรือของเขาเอง กับไวซเคาน์ ลิยอน เดอแยนเซ ทหารฝรั่งเศสเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ดำรัสพระราชปฏิสันถารโดยสมควร แล้วถวายบังคมลาไป เสด็จขึ้น

วัน ๕ ๔ ค่ำ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘ วันที่รัชกาล ๖๗๐๑

เวลาบ่าย ๓ โมงเศษ พระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกประทับห้องออกขุนนาง ประชุมพระบรมวงศานุวงศ์บางพระองค์ แลท่านเสนาบดีเคาน์ซิลลอออฟสเตส ปรึกษาราชการเรื่องที่เขตแดนเมืองรามัญ ซึ่งอังกฤษว่าเป็นของเมืองปิรัค เกิดเป็นที่วิวาทขึ้น ณ บัดนี้อังกฤษจะขอประนีประนอมขอเช่าที่นี้ ๒๐ ปี แล้วจะคืนให้ ประชุมอยู่จนบ่าย ๕ โมงเศษ เสด็จขึ้น

เวลาบ่าย ๔ โมงเศษ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เสด็จออกแขกเมือง เมืองตรังกานู อย่างเช่นเคยออกมาแล้ว เสด็จขึ้น

วัน ๖ ๑๐ ๔ ค่ำ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘ วันที่รัชกาล ๖๗๐๒

เวลาย่ำค่ำแล้ว เสด็จออกประทับพระที่นั่งโธรนภายใต้พระมหาเศวตฉัตรพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ เสนาบดีมนตรีมุขมาตย์ ข้าทูลละอองธุลีพระบาทผู้ใหญ่ผู้น้อย เฝ้าฝ่าละอองธุลีพระบาทตามลำดับตำแหน่งถ้วนทุกกระทรวง

เจ้าพนักงานพระกลาโหมนำพระรัตนมนตรีศรีตะวัน กรมการเมืองสาย ๓ นาย รวม ๔ นาย เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบถวายบังคมลากลับไปบ้านเมือง ดำรัสพระราชปฏิสันถารโดยควร แล้วพระราชทานสัญญาบัตรเลื่อนหลวงวิจารณอาวุธเป็นพระวิจารณอาวุธ แล้วพระราชทานเครื่องราชอิสริยยศช้างเผือกสยามชั้นที่ ๕ ชื่อทิพยาภรณ์แก่พระรัตนมนตรีเมืองสาย ๑ มงกุฎสยาม ชั้นที่ ๕ ชื่อวิจิตราภรณ์ แก่ตนกูโดดเมืองตรังกานู ๑ แล้วเสด็จขึ้นข้างใน

วัน ๗ ๑๑ ๔ ค่ำ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘ วันที่รัชกาล ๖๗๐๓

วันนี้เริ่มการตั้งพระราชพิธีสัมพัจฉรฉินท์ ตรุษสุดปีตามเคย เจ้าพนักงานตั้งการพระราชพิธีสงฆ์ มีพระแท่นมณฑล เตียงสวด ตู้เทียนชัย เครื่องพระราชพิธีตามเคย พิธีพราหมณ์ตั้งที่หอเวทวิทยาคมตามเคย

เวลา ๒ ทุ่มเศษ พระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทรงจุดเทียนนมัสการ กรมพระปวเรศวริยาลงกรณ์ถวายศีล แล้วกรมพระปวเรศ กรมหมื่นวชิรญาณ พระราชาคณะผู้ใหญ่ผู้น้อย รวม ๒๐ องค์สวดสัตปริตร แต่ยกอาฏานาฏิยปริตรตามเคย

พระเจ้าอยู่หัวเสด็จมาประทับตรัสกับพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการตามเคย พระมนตรีพจนกิจอ่านบอกพระยาไตรเพชรรัตนราชสงครามเมืองเพชรบูรณ์ส่งขอนดอกส่วยกองขุนสำอางจำนวนปีระกา สัปตศก ขอนดอกใหญ่ ๒ กำกึ่ง ยาวศอกเศษ ๒ ท่อน แหน่ง ๑๐๐ ชะลอม เนียม ๑๐๐ ชะลอม เสื่อหวาย ๑๔ ลวด ขี้ผึ้งหนัก ๒๐ สลึง เงินแทนเครื่องราชบรรณาการ ๗ ตำลึง ให้กรมการคุมลงมาส่ง

พระยาสุรินทรราชเสนี อ่านบอกพระยาศรีธรรมบริรักษ์ พระภักดีดำรงฤทธิ์ เมืองนครศรีธรรมราช ส่งเครื่องราชบรรณาการฝ่ายพระราชวังบวรฯ จำนวนปีจอ อัฐศก เทียนพนมเล่มละบาท ๑๐๐๐ เล่ม ผ้าขาวยาว ๕๐ ศอก ๑๐ พับ เสื่อลวด ๑๕ ลวด ให้กรมการคุมลงมาส่ง

แล้วพระราชทานสัญญาบัตรท้าวเชียงเมืองอัตปือ เป็นราชวงศ์เมืองอัตปือ ๑ ราชวงศ์เมืองยโสธร เป็นอุปฮาดเมืองยโสธร ๑ ท้าวสุริยงเมืองยโสธร เป็นราชวงศ์เมืองยโสธร ๑ อุปฮาดเมืองร้อยเอ็ด เป็นพระขัตติยวงศาเมืองร้อยเอ็ด ๑ ท้าวคำเป็นพระสุวรรณราชวงศา เมืองคำทองใหญ่ ๑ ขุนวิเศษสมบัติ เป็นหลวงศรีเทพภักดี ปลัดพระคลังวิเศษซ้าย นา ๘๐๐

พระสงฆ์สวดมนต์จบแล้ว เสด็จขึ้น

วันนี้มีพระองค์เจ้าในพระราชวังบวร ๓ องค์ หม่อมเจ้า ๖ องค์ คือ พระองค์เจ้าวิบุลยพรรณรังษี ๑ พระองค์เจ้ารุจจาวรฉวี ๑ พระองค์เจ้า

แต่วันนี้ไป พระสงฆ์จะได้สวดพระพุทธมนต์ตามป้อมแลศาลากลางพระนคร

วัน ๑ ๑๒ ๔ ค่ำ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘ วันที่รัชกาล ๖๗๐๔

เวลาเช้า ๔ โมงเศษ โปรดให้เลี้ยงพระสงฆ์ราชาคณะที่สวดมนต์เมื่อคืนนี้ ๒๔ องค์ กับพระครูที่จะสวดธรรมจักรกัปวัตนสูตรอีก ๘ รูป พระพิธีธรรม ๔๐ รูป รวม ๖๘ รูป กำลังพระสงฆ์รับพระราชทานฉัน พระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ครั้นพระสงฆ์รับพระราชทานฉันแล้ว ทรงถวายเทียนชนวน กรมพระปวเรศวริยาลงกรณ์ไปทรงจุดเทียนชัย ขณะนั้นพระสงฆ์ ๖๗ องค์สวดคาถาจุดเทียนชัยพร้อมกัน เจ้าพนักงานประโคม สังข์ แตร พิณพาทย์ ฆ้องชัยตามธรรมเนียม แล้วพระสงฆ์ถวายอนุโมทนาอติเรกถวายพระพรลาไป พระพิธีธรรมวัดมหาธาตุขึ้นสวดภาณวารไปกว่าจะสิ้นพระราชพิธี พระเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้น

เวลาค่ำ โปรดให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเสด็จไปทรงจุดเทียนนมัสการพระสงฆ์ ๖๘ รูปสวดพระพุทธมนต์ตามเคย ไม่ได้เสด็จออก

วัน ๒ ๑๓ ๔ ค่ำ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘ วันที่รัชกาล ๖๗๐๕

เวลาเช้าวันนี้ไม่ได้เสด็จออกเลี้ยงพระ โปรดให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเสด็จไปทรงจุดเทียนแลปฏิบัติพระสงฆ์ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระเจ้าอยู่หัวทรงจัดการแฟร์จนค่ำ เวลาค่ำไม่ได้เสด็จออก โปรดให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเสด็จไปทรงจุดเทียน พระสงฆ์สวดมนต์ตามธรรมเนียมอย่างเช่นวันก่อน

วันนี้พระราชทานสัญญาบัตรท้าวนางข้างใน ๑๑ ท่าน ท้าวโสภานิเวศน์เป็นท้าววรคณานันท์ อัพภันตรปตานี ราชนารีกิจวิจารณ นา ๓๐๐๐ วาดเจ้าจอมมารดา เป็นท้าววรจันทรบรมธรรมิกภักดี นารีวรคณานุรักษา นา ๓๐๐๐ ท้าวโหมดเป็นท้าวสมศักดิ์ นา ๑๐๐๐ ท้าวเลื่อนเป็นท้าวโสภานิเวศน์ นา ๑๐๐๐ ท้าวภัณฑสารนุรักษ์ เป็นท้าวทรงกันดาร นา ๘๐๐ ยี่สุ่นเจ้าจอมมารดา เป็นท้าววนิดาพิจาริณี นา ๘๐๐ มีสัญญาบัตร ๖ กับให้อิ่มครูละคร เป็นท้าวอิ่ม ๑ วันครูละครเป็นท้าววัน ๑ ชื่นครูละครเป็นท้าวชื่น ๑ รวมในพระบรมมหาราชวัง ๙ กับให้ละม้ายในพระราชวังบวร เป็นท้าวอนงค์รักษา นา ๕๐๐ กลีบในพระราชวังบาร เป็นท้าวสัตยานุรักษ์ นา ๕๐๐ เป็นท้าวฝ่ายพระราชวังบวร ๒ ท้าว

วัน ๓ ๑๔ ๔ ค่ำ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘ วันที่รัชกาล ๖๗๐๖

เวลาเช้าโมง มินิต เป็นฤกษ์เกศากันต์ พระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทรงจุดเทียนนมัสการ กรมพระปวเรศวริยาลงกรณ์ถวายศีล แล้วทรงหลั่งน้ำพระมหาสังข์ลงเหนือพระเกศาพระองค์เจ้าวิบุลยพรรณรังษีเป็นปฐม เจ้าพนักงานประโคมพิณพาทย์แตรสังข์ฆ้องชัยตามธรรมเนียม พระสงฆ์ถวายชัยมงคลพร้อมกัน แล้วทรงเกศากันต์พระองค์เจ้าอีก ๒ หม่อมเจ้าอีก ๖ องค์ ครั้นเกศากันต์แล้ว พระองค์เจ้าแลหม่อมเจ้าทั้ง ๙ องค์ลงไปสู่ที่สรง ณ เขาไกรลาสศิลา ริมพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาททด้านตะวันตก เมื่อเวลาสรงมีประโคมดุริยางคดนตรีตามธรรมเนียม ครั้นสรงเสร็จแล้ว พระเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นมาทรงประเคนพระสงฆ์รับพระราชทานฉัน วันนี้พระสงฆ์รับพระราชทานฉันกระยาบวชตามโบราณประเพณี ครั้นพระสงฆ์ฉันแล้ว พระธรรมไตรโลกาจารย์ อ่านประกาศเทวดาตามเคย ครั้นประกาศเทวดาแล้ว พระสงฆ์ถวายอติเรก ถวายอนุโมทนา พระเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้น

เวลาบ่าย โปรดให้สมโภชพระองค์เจ้าแลหม่อมเจ้าที่เกศากันต์ ณ ห้องออกขุนนางพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท

เวลาค่ำ โปรดให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เสด็จออกมาทอดพระเนตรแห่พระที่หน้าพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เดินกระบานแห่พระเหมือนอย่างเช่นเคยมาทุกปี พระสงฆ์ทั้งปวงขึ้นบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทรงจุดเทียนนมัสการ กรมพระปวเรศถวายศีลแล้ว แล้วพระสงฆ์สวดมงคลสูตร รัตนสูตร เมตตสูตร พระเจ้าอยู่หัวทรงจุดเทียนแล้วเสด็จขึ้น พอพระสงฆ์สวดมนต์จบแล้วเสด็จออก พระธรรมไตรโลกาจารย์ประกาศเทวดาแลถามเทวดา กรมสังฆการีซึ่งแต่งเป็นเทวดาโต้ตอบตามโบราณวิธี แล้วทรงจุดเทียนที่เตียงสวด พระครูวัดพระเชตุพน ๒ พระครูวัดบวรนิเวศ ๒ สวดธรรมจักรกัปวัตนสูตรจบลง เสด็จทรงจุดเทียนที่เตียงสวด พระครูวัดโสมนัส ๒ พระครูวัดราชประดิษฐ์ ๒ สวดมหาสมัยสูตรจบลง เสด็จทรงจุดเทียนอีก พระพิธีธรรมวัดมหาธาตุ ๔ ขึ้นสวดภาณยักษ์ เมื่อสวดถึงอาฏานาฏิยปริตร พระสงฆ์ราชาคณะทั้งปวงก็สวดอาฏานาฏิยปริตรด้วย เจ้าพนักงานยิงปืนมหาฤกษ์ มหาชัย มหาจักร มหาปราบยุค แลปืนใหญ่น้อยในที่ทั้งปวงรอบพระราชวังรอบพระนครตามเคย เมื่อสวดถึงอุชชาเปตับพังครั้งแรก ยิงอีกครั้งหนึ่ง อุชชาเปตับพังครั้งหลัง ยิงอีกครั้งหนึ่งตามเคย การนั่งปรกนั้นก็เหมือนกับปีก่อนๆ ครั้นวัดมหาธาตุสวดจบแล้ว พระพิธีธรรมวัดระฆังขึ้นสวดภาณพระ ยิงปืนใหญ่น้อย ๒ ครั้งตามเคย ครั้นวัดระฆังสวดจบแล้ว พระพิธีธรรมวัดบวรนิเวศขึ้นสวดภาณยักษ์ พระเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้น ยิงปืนใหญ่น้อย ๒ ครั้งเหมือนกัน แล้วพระสงฆ์พิธีธรรมอีก ๗ สำรับขึ้นสวดภาณยักษ์ภาณพระ คั่นกันไปโดยลำดับกว่าจะรุ่ง แลยิงปืนคั่นกันไปกว่าจะรุ่งเหมือนกัน การที่แจกกระบองเพชรพิสสมรก็มีเหมือนเช่นเคยมาทุกปี การเลี้ยงพระป้อมรอบกำแพงพระนครนั้น ก็เลี้ยงทุกวันทั้งเช้าเพล แลวันนี้ก็เลี้ยงเครื่องกระยาบวชเหมือนกัน

วัน ๔ ๑๕ ๔ ค่ำ ปีจอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘ วันที่รัชกาล ๖๗๐๗

เวลาเช้า โปรดให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เสด็จออกไปทรงประเคนพระสงฆ์ที่สวดในการพระราชพิธีเมื่อคืนนี้ ๘๕ รูปตามธรรมเนียม แล้วพระพิมลธรรมดับเทียนชัย สิ้นพระราชพิธี พระเจ้าอยู่หัวเสด็จออก เวลาบ่ายพระราชาคณะ ๕ รูปเข้าไปประน้ำโปรยทรายในพระราชฐานภายในตามเคยอย่างเช่นเคยมาทุกปี

เวลาบ่ายไม่มีการอันใด

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ