๖๕ ประกาศว่าด้วยดวงตราต่างๆ ที่ใช้ประทับตราภูมิ

ลงวันพุฒ เดือนยี่ ขึ้น ๙ ค่ำ ปีเถาะสัปตศก

ด้วยมีพระบรมราชโองการ มารพระบัณฑูรสุรสิงหนาท ดำรัสเหนือเกล้าเหนือกระหม่อม สั่งให้ทำคำประกาศมายังเจ้าเมืองกรมการหัวเมืองปักษ์ใต้ฝ่ายเหนือทั้งปวง แลเจ้าภาษีนายอากรกำนันตลาดนายด่านขนอนทุกตำแหน่ง ให้รู้จงทั่วกันว่า ในกาลทุกวันนี้ตราที่ใช้ตีประจำหนังสือนั้น มีมากด้วยกันทุกหมู่ทุกกรมทุกพนักงาน สำหรับประทับฎีกาเบิกของและตั๋วรับแลจ่ายของและอื่นๆ ตามธุระพนักงานนั้นๆ ครั้นเมื่อคนโง่ๆ ขลาดๆ เปล่าๆ เห็นตราแดงๆ แล้วก็ตื่นกันกลัวเกรงเชื่อฟังโดยง่าย ด้วยสำคัญว่าหนังสือที่ตีตราแดงๆ นั้นคงจะไปแต่สำนักผู้มีวาศนาเปนเจ้านายขุนนางที่มีอำนาจเปนแท้ จึงมีขุนนางนอกพนักงาน ซึ่งควรจะใช้ตราไปนอกกรุงบ้าง ข้าเจ้าบ่าวนายบ้าง เมื่อรู้ปรกติของคนนอกกรุงว่ามักกลัวตราตีลงแดงๆ ในหนังสือเชื่อถือด้วยง่ายไม่ดูลายในดวงตราเลย ก็ยอมทำหนังสือบังคับบัญชาว่ากล่าวเนื้อความไปตามปราถนาตามประสงค์ ประทับตราอย่างใดอย่างหนึ่งลงแล้ว ให้คนบ้านนอกถือออกไปถึงด่านขนอนร้อยแขวงนายอำเภอแลผู้รั้งรักษาเมืองกรมการ ว่าวุ่นวายด้วยกิจการธุระต่างๆ บางที่คนที่เปนไพร่ใจพาลโง่ๆ เห็นแต่จะได้ จำลองลอกเอาอย่างตราที่มีตำแหน่งใช้ไปแกะปลอมประทับหนังสือปลอม ไปใช้ในที่ต่างๆ ตามประสงค์โกงๆ คดๆ ก็มีบ้างเนืองๆ จับได้เปนหลายครั้ง ฝ่ายเจ้าเมืองกรมการ เจ้าภาษีนายอากรกำนันตลาด นายด่านขนอนทุกตำแหน่ง เมื่อได้รับหนังสือใดๆ ก็ควรจะพิจารณาให้แน่นอนจึงเชื่อถือ หาควรจะเชื่อฟังเอาง่ายๆ ไม่ แลตราภูมิแต่ก่อนที่โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานให้กับไพร่หลวงทั้งปวงนั้น ถ้ากรมขึ้นมหาดไทยก็มีตราพระราชสีห์ประจำชื่อคน ตราพระคชสีห์สมทบประจำต่อ ถ้ากรมขึ้นกรมพระกลาโหมก็มีตราพระคชสีห์ประจำชื่อคน ตราพระราชสีห์สมทบประจำต่อ มีตราข้างที่เปนรูปนารายน์บังหลังนาคนั่งเหนือกระเษียรสมุทเปนสำคัญกลางประจำศกทุกฉบับ แลท้องตราที่เคยมีไปตามพนักงานด้วยกิจราชการสิ่งใดๆ ถึงหัวเมืองนั้นเล่า ถ้าเมืองขึ้นในกรมมหาดไทยก็ต้องมีตราเจ้าพนักงานในกรมมหาดไทย เมืองขึ้นในกรมพระกลาโหมก็ต้องมีตราเจ้าพนักงานในกรมพระกลาโหม เมืองขึ้นในกรมท่าก็ต้องมีตราเจ้าพนักงานในกรมท่า คือตราพระราชสีห์ ตราพระคชสีห์ ตราบัวแก้ว แลตราปลัดทูลฉลองแลตราอื่นๆ ในกรมมหาดไทย กรมพระกลาโหม กรมท่าที่ต้องบังคับในพระธรรมนูญ ตราในตำแหน่งเหล่านั้นผู้ที่เคยรับก็คงจะจำได้ทั้งจะเทียบกับตราที่ปิดหนังสือขึ้นไปเก่าๆ ก็จะรู้ได้แน่นัก ถึงจะเปนตราแกะปลอมก็จะจับได้ ถ้ามีกิจราชการด้วยนายน้ำนายอากรสมพักศรกำนันตลาด เจ้าเมืองกรมการนายน้ำนายอากรสมพักศรกำนันตลาดก็ควรจะเชื่อฟังเอาตราเจ้าพนักงานพระคลังมหาสมบัติ คือตรานกวายุภักษแลตราอื่นๆ ในตำแหน่งพนักงานพระคลังมหาสมบัติเอาเปนแน่ชัดได้ ถึงพนักงานกรมนาจะมีไปด้วยธุระเก็บค่านา และบังคับบัญชาใดๆ ในเรื่องไร่นา ก็มีตราดวงใดดวงหนึ่ง ในตรา ๙ ดวงของเจ้าพระยาพลเทพ แลตราปลัดทูลฉลองในกรมนาไป ถ้าพนักงานพระคลังมหาสมบัติแลกรมนาจะมีตราไปถึงหัวเมือง ก็ต้องมีตราพระคชสีห์ ตราพระราชสีห์ ตราบัวแก้ว นำไปถึงเจ้าเมืองกรมการตามเมืองขึ้นด้วยฉบับหนึ่ง ตามแบบอย่างกำหนดในราชการ ผู้ที่รับตราทั้งปวงหาควรที่จะเชื่อฟังตราอื่นๆ ไม่เลย แลเพราะเหตุที่มีผู้บังอาจใช้ตราปลอมตราเนืองๆ เกิดความขึ้น

บัดนี้พระราชบัญญัติว่า ตั้งแต่นี้สืบไปเมื่อน่า ถ้าแม้นขุนนางนอกตำแหน่งพนักงานควรที่จะมีตราไปหัวเมือง แลข้าเจ้าบ่าวนายใดๆ จะมีหนังสือว่ากล่าวการใดๆ ไปหัวเมือง หรือจะให้สำหรับตัวพวกพ้องบ่าวไพร่ไปว่าคุ้มห้ามค่านาค่าน้ำค่าตลาด สมพักศรอากรภาษีต่างๆ หรือการใดๆ ซึ่งขัดขวางต่อราชการ หนังสือนั้นถึงจะอ้างพระนามแลรับสั่งเจ้านายใดๆ ที่มีเกียรติยศโตใหญ่ข้างในข้างน่าว่ากล่าวขู่เข็ญอย่างไรก็ดี ก็อย่าให้เจ้าเมืองกรมการเสนาข้าหลวงนายน้ำนายอากรกำนันตลาดเชื่อฟังเอาเปนอันขาด ให้จับเอาหนังสือกับผู้ที่ถือหนังสือมา ถ้าจับได้ในแขวงกรุงเทพมหานครนี้ ก็ให้ส่งแก่กรมมหาดไทย กลาโหม กรมท่า แลพระคลังมหาสมบัติ พระคลังสินค้าตามกรมที่ตัวผู้จับได้ขึ้นอยู่ ถ้าจับได้ที่หัวเมืองก็ให้คุมตัวมาส่งให้ผู้รักษาเมืองกรมการส่งลงมาณกรุงเทพมหานครโดยเร็ว จะให้ปรับไหมผู้ถือหนังสือไปเปนเงินตราชั่งหนึ่งให้แก่ผู้จับ แล้วจะให้ผู้ที่ให้หนังสือไปนั้นต้องใช้อากรที่นายอากรฟ้องขาดลงตั้งแต่หนังสือนั้นลงวันคืน หรือตามที่ชำระได้ว่าให้ไปแต่เมื่อใดนั้นกว่าจะครบ ถ้าเจ้าภาษีนายอากรกำนันตลาดจับหนังสือที่มิใช่ตราภูมิคุ้มห้ามตามตำแหน่ง เปนหนังสือชื่อขุนนางอ้างการเท็จ หรือหนังสือข้าเจ้าบ่าวนายให้ไปคุ้มค่านาค่าน้ำภาษีอากรสมพักศรตลาด นอกจากตราภูมิเก่าในปีเถาะสัปตศกนี้ แลตราภูมิใหม่ตีพิมพ์แล้ว ประทับตราตามแบบใหม่ตั้งแต่มะโรงอัฐศกไปแล้ว ก็อย่าเชื่อฟังละวางเลย จงจับเอาหนังสือทั้งผู้ถือ ถ้าได้ในกรุงเทพมหานครก็ให้เอาหนังสือกับคนถือหนังสือมาส่งให้เจ้าพนักงานตามตำแหน่ง ถ้าจับได้ที่หัวเมืองปักษ์ใต้ฝ่ายเหนือ ก็ให้ไปส่งกับเจ้าเมืองกรมการ ให้เจ้าเมืองกรมการเอาตัวผู้ถือหนังสือกับหนังสือส่งเข้ามาในกรุงเทพมหานครแต่ใน ๑๕ วัน จะปรับไหมเอาเงินชั่งหนึ่งกับผู้ถือหนังสือให้แก่ผู้จับ ถ้านายอากรพบปะหนังสือที่มิใช่ตำแหน่งเจ้าพนักงาน เปนหนังสืออ้างนามเจ้าชื่อขุนนางผิดอย่างตราภูมิเก่าใหม่ให้ไปแก่บ่าวไพร่แล้ว ถ้านายอากรเกรงพาศนาบารมีเจ้านายขุนนางที่อ้างในหนังสือและถ้อยคำผู้ถือนั้น แล้วนิ่งเสียปล่อยเสียไม่เอาตัวผู้ถือหนังสือมาส่งตามบังคับนี้ ถ้ามีผู้มาร้องฟ้องหรือจับหนังสือได้ที่อื่นชำระซัดทอดไปถึง จะให้คิดเอาเงินอากรที่ร้องขาดในชั่วอายุหนังสือปลอมนั้นกับนายอากรจงเต็ม ถ้าเจ้าเมืองกรมการหรือเจ้าพนักงานในกรุง เมื่อนายอากรจับเอาผู้ถือหนังสือ และคนถือหนังสือมาส่งให้ เห็นกับพระบาระมีเจ้านายและวาศนาขุนนางปิดความว่ากล่าวไกล่เกลี่ยเสีย ไม่เอาเนื้อความขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณา ก็ให้ผู้จับได้มาร้องถวายฎีกาให้ทรงทราบใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาทโดยเร็ว จะให้คิดเอาเงินอากรที่ขาดในชั่วอายุหนังสือปลอมนั้นกับเจ้าเมืองกรมการ และเจ้าพนักงานซึ่งไม่บอกมากรุงเทพมหานคร และไม่กราบทูลพระกรุณากว่าจะครบจำนวนขาดในชั่วอายุหนังสือนั้น โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ตีพิมพ์ประกาศมาให้ท่านทั้งปวงรู้เทอญ.

ประกาศมาณวันพุฒ เดือนยี่ ขึ้น ๙ ค่ำ ปีเถาะสัปตศก

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ