พระนิพนธ์

โคลงพระราชพิธีทวาทศมาส

พระนิพนธ์

สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยาบำราบปรปักษ์

๏ ศรีสิทธิพิพิธสวัสดิ์ พิพัฒน์พูน โภไคยเพ็ญเพียบไผทใหญ่กว้าง พื้นแผ่นพ่าง เมืองแมน ทวยหาญแหนเหี้ยมฮึก แลพันลึกหลากหลาย มวลมากมายดาดาษ สระทุกข์ราษฎร์รอนเข็ญ เย็นพิภพดับยุค สนุกนิชนชุ่มชื่น รื่นราบรอบขอบเขต ต่างประเทศโอนอ่อน ผ่อนแต่งทูตทูลสาส์น ก่อกอบการไมตรี ทุกธานีชาวยุโรป โอบทั่วถ้วนสิบชาติ ผาดผูกพันเป็นมิตร คิดแต่งใช้ไปมา บรรดาพาณิชเพศ ทุกประเทศนับร้อย ฤๅใช้น้อยมาเนื่อง ฟุ้งเฟื่องเรื่องค้าขาย สะดวกดายโดยยุติ ห่อนประทุษฐเด็ดธรรม์ ริโรมรันไป่มี การสวัสดีมูลมั่ง เงินคับคั่งก่ายกอง เนืองนองแดพ่อค้า ฤๅห่อนช้าฟูเฟื่อง เลื่องพระยศยินขาม เจ้าจอมสยามยิ่งล้น พระคุณพ้นพร่ำร่ำ ทุกเช้าค่ำบังคม ตั้งประนมบวาย หมายพระเดชปกป้อง สิ่งเข็ญข้องจงขจัด บำบัดเบียนบีฑา เกิดผาสุก๑๐ทุกผู้ เพื่อก่อกู้บำรุง กรุงเทพมหานคร อมรรัตนโกสินทร์ มหินทราโยธยา๑๑ มหาดิลกภพ นพรัตน์ราชธานี บุรีรมย์รมเยศ ราชนิเวศน์มหาสถาน เพียงพิมานแมนสร้าง แด่บพิตรเจ้าช้าง เผือกผู้งามสรรพ แลนา ๚

อยุธยา๑๒ยศยิ่งพ้น ปางบรรพ์
รังริเติมต่อสรร เก่าล้าง
ส่ำแสนสิ่งทุกพรรณ พูนเทียบ แลแฮ
แลเลิศล้วนใหม่สร้าง สะอาด๑๓อ้านลานหลง ๚
ปราการประกอบกั้น คูคลอง
ป้อมประตูเนืองนอง เรียบร้อย
ปราสาทประเสริฐสอง สามสี่ ห้าเฮย
ยอดละยอดหยาดย้อย ก่อสร้างละองค์องค์ ๚
ถนนปราบราบรี่นล้วน วาลุกา
ขับรถหัดอัศวา ว่องใช้
ถั่นแถวตึกเตือนตา ส่องสอด ดูเฮย
มอบหมู่โปลิศให้ ผลัดไว้เวรระวัง ๚
รัถยาดาดาษด้วย ชาวชน ชุมแฮ
ชายป่วนหญิงปะปน แซ่ซ้อง
ต่างแช่มชื่นกมล๑๔ เริงรื่น
ดาลสุข๑๕ดับโศกพ้อง แผกพ้นภัย๑๖เกษม ๚
ในสถานนิเวศน์ไท้ ธิบดินทร์
เพียงพิมานเมืองอินทร์ เอี่ยมอ้าง
สำราญราชประดิทิน ทรงสถิตย์ นาพ่อ
โดยรอบขอบยาวกว้าง แวดด้วยกำแพง ๚
มณเฑียรธิราชรั้ง เรืองรอง
แปลกเปลี่ยนแบบลบอง ก่อนสร้าง
มุขลดเลศลำยอง ยลเยี่ยง ยุโรปเฮย
โสดส่งทรงสูงสล่าง หลากล้นหลายอง ๚
โสภิตวิจิตรล้ำ ลายบัน ปั้นนา
พระจุฬาเอราวัณ๑๗ ฉัตรตั้ง
ราชสีห์คชสีห์ผัน ผกเผ่น แลแฮ
กลางอักษรซ้อนทั้ง แวดล้อมวงลาย ๚
ซุ้มแกลแลเลิศทั้ง ซุ้มทวาร
เสาเก็จดาวพิดาน ประดิษฐปั้น
ไม้ปุ่มปรับเป็นขดาน ปูเลิศ ลายนา
พื้นลดหลายหลั่นกั้น แห่งห้องหับหน ๚
เนื่องนองเอนกล้วน อนงค์ใน
แรกรุ่นจำเริญวัย๑๘ ทุกผู้
แวดล้อมบรมไท ธิราช แลฤา
กิจประกอบรอบรู้ เรียบร้อยเสมอสมาน ๚
๑๐ บำเรอบรมบาทเจ้า จอมภพ
ผลัดเปลี่ยนโมงยามครบ ค่ำเช้า
ห่อนเลี่ยงห่อนหลีกหลบ ล้วนหมั่น
อยู่แต่ตำแหน่งเฝ้า ฝ่ายเบื้องบทศรี ๚
๑๑ ท้าวนางเถ้าแก่ทั้ง พนักงาน
พร้อมพรั่งนั่งคอยการ ช่วงใช้
เหล่าโขลนจ่าชำนาญ ไตรตรวจ วังเฮย
ล้อมรักษาท่านไท้ ธเรศเจ้าจอมเวียง ๚
๑๒ เสด็จเถลิงถวัลยราชรั้ง ไอศวรรย์๑๙
โอภาส๒๐เพียงดวงจันทร์ แจ่มฟ้า
พระคุณอเนกนันต์ ฤๅนับ ได้ฤๅ
เย็นชื่นทุกทั่วหน้า ร่มร้อนรอนเข็ญ ๚
๑๓ พระเสวยสวัสดิ์เลิศล้วน มเหาฬาร
พระเกียรติเกริกไพศาล ทั่วหล้า
พระเดชดั่งอวตาร แต่ภาค เพรงพ่อ
ราญอริราพณ์๒๑กล้า แผกแพ้สยดสยอง ๚
๑๔ มวลหมู่อำมาตย์ข้า ละออง๒๒ธุลี บาทเฮย
เจ้าพระยาเสนาบดี กลั่นแกล้ว
อีก๒๓แลพระยามี มากพระ หลวงเอย
กิจกอบรอบรู้แล้ว เลือกล้วนควรเฉลิม ๚
๑๕ ทวยหาญหาญฮึกห้าว ขมงเขมง
สวมสนอบกางเกง แก๊บกั้ง
กรกุมสินาด๒๔เสนง ดินลูก พร้อมพ่อ
หลายหมู่หลายหมวดตั้ง แต่งไว้แผลงผลาญ ๚
๑๖ อีกพวกรณยุทธเหี้ยม เห็นแสยง
ล้วนเหล่าขุนนางแสดง เดชห้าว
กุมปืนถะมัดถะแมง๒๕ มั่นแม่น มือนา
แหนแห่แด่จอมเจ้า แวดล้อมขบวนหลัง ๚
๑๗ ไพบูลย์ราชทรัพย์ล้ำ หลากหลาย
สัปตรัตน์เพริศพรรณราย อะเคื้อ๒๖
นพมาศเกิดมากมาย๒๗ มูลมั่ง คั่งเฮย
พูนพระยศก่อเกื้อ กอบให้พึงเห็น ๚
๑๘ เครื่องยุทธสรรพสิ่งถ้วน สรรพา วุธเฮย
ทั้งเครื่องพยุหยาตรา ตรวจพร้อม
สิบสี่หมู่ล้วนอาสา ไวว่อง นาพ่อ
โดยเสด็จแวดห้อม อาจสู้สงคราม ๚
๑๙ มีคชพาหนะทั้ง พังพลาย
ตำแหน่งชื่อระวาง๒๘หลาย เลิศล้น
อิกเหล่าอัศวราย เรียงชื่อ ระวางนา
เจ็ดหมู่มิ่งม้าต้น แปลกพื้นเปลี่ยนพรรณ ๚
๒๐ ต้นพระวิมลรัตน๒๙ กรินี หนึ่งเอย
พระศรีเสวตรวรลักษณ์๓๐ ผ่องแผ้ว
พระเสวตรสุวภา๓๑มี พรรณผุด ผาดแฮ
พระเสวตรวรวรรณ๓๒แกล้ว กลั่นกล้ากลางสมร ๚
๒๑ ทรงดำรงสิริรัชด้วย ทศพิธ
ดำริห์กอบการกิจ รอบรู้
บเพี้ยนบแผกผิด ทางยุติ ธรรมนา
พระกมลหมายกู้ ก่อเกื้ออนุกูล ๚
๒๒ ผดุงพระประยูรญาติผู้ ขัดสน
อีกพวกเสวกตน ต่ำต้อย
ตลอดเหล่าประชาชน จนยาก ยิ่งนา
โปรดประทานเล็กน้อย หนึ่งน้อยเนืองเนือง ๚
๒๓ บำเพ็ญทานอุทิศสร้าง อาราม เอี่ยมฤๅ
โบสถ์พิหารสี่ตาม ทิศตั้ง
กุฏิหมู่ประทานนาม วัดราชบพิธ๓๓เอย
สถูปเลิศสถานตั้ง ที่ล้อมระเบียงกลม ๚
๒๔ อีกทรงบริจาคให้ ปฏิสัง ขรณ์แฮ
วัดเก่าชำรุดพัง ซ่อมค้าง
พระศรีรัตนราชวัง พุทธนิ เวศน์เฮย
ราชประดิษฐบวรนิเวศน์บ้าง กับทั้งวัดหนัง ๚
๒๕ ศิลปศาสตร์๓๔ทรงจบแจ้ง ชำนาญ
สรรพกิจกอบกลการ ถี่ถ้วน
จารีตขัตติยะ๓๕โบราณ หลายหลาก แลนา
ทรงทราบทุกสิ่งล้วน ตริแล้วตรองตาม ๚
๒๖ ปรีชาชาญเชี่ยวแกล้ว กล่าวกลอน
ครโลงกาพย์กลละคร๓๖ ขับร้อง
ฉันทพากย์อีกอักษร ล้วนเลข แลแฮ
ไทยนับไทยหลงต้อง สูตรทั้งถอดแถลง ๚
๒๗ การณรงค์ดำรัสให้ เรียนครบ
ซ้อมหัดจัดเจนจบ สิ่งถ้วน
เชิงม้าร่าเริงรบ เร็วว่อง ไวนา
ช้างศึกฝึกหัดล้วน เลิศด้วยเพลงปืน ๚
๒๘ พระมีมาโนชด้วย สวัสดี
เติมต่อราชไมตรี แผ่นผ้าน
นานาประเทศมี จิตรอ่อน ออกเอย
ไป่ริรอต่อต้าน ต่างค้ามาขาย ๚
๒๙ แม้เกิดก่อเหตุให้ อนาทร
ทรงตริตรองตัดรอน ผ่อนแก้
แยกย้ายถ่ายเทถอน กลบเกลื่อน
เพื่อพระคุณยิ่งแท้ กลับร้ายกลายดี ๚
๓๐ พระเสด็จประพาสด้าว แดนชวา
ประทับสิงคโปร์บุรา ใหม่สร้าง
ปัตเวีย๓๗กับจะมา รัง๓๘เกาะ อีกเอย
เมืองแขกใหญ่น้อยบ้าง กลับเข้าคืนกรุง ๚
๓๑ ปัตเวียเมืองแขกขึ้น ฮอลัน ดานา
กาวะนาเยนรัน๓๙ รอบรู้
รับเสด็จแน่นเนืองนันต์ เฉลิมพระ เกียรติเฮย
แหนแห่แด่พระผู้ ร่มเกล้าชาวสยาม ๚
๓๒ ปางเสด็จครั้งนั้นเมื่อ ดลปี มะเมีย๔๐แฮ
เดือนสี่แรมดฤถี ที่ห้า
ศุกรวารอุดมดี ฤกษ์ใหญ่ ยิ่งนา
วันพระเจ้าจอมหล้า เสด็จด้วยขบวนกล ๚
๓๓ กลับถึงที่นั่งเบื้อง ชลสถาน
จิตรมาส๔๑โสรวาร บอกไว้
เวลาบ่ายสี่โมงนาน เศษน่อย หนึ่งนา
แรมสิบเอ็ดค่ำได้ เสด็จขึ้นจากเรือ ๚
๓๔ พระดำเนินอีกครั้งเมื่อ ภายหลัง๔๒ อีกพ่อ
สิงคโปร์ปีนัง ร่างกุ้ง
โมระแมง๔๓ค่ามไปยัง กรกุตา๔๔เฮย
ปากอ่าวตรงกลางคุ้ง ทอดได้ถึงเมือง ๚
๓๕ เสด็จทางสถลมารคด้วย รถกล ไฟนา
ตรงตลอดเตลิดดล แด่นนั้น
ใกล้บรรพตหนึ่งยล ยอดเยี่ยม เมฆแฮ
ชื่อหิมาลัย๔๕ชั้น ชื่อชี้หิมพานต์ ๚
๓๖ กลับลงแล้วแยกเลี้ยว ทางจำ เพาะ๔๖เฮย
อากะรา๔๗เบนรี๔๘คำ บอกแจ้ง
ลักเนากับเมืองบำ เบ๔๙ต่อ มานา
ยังอีกเล็กน้อยแกล้ง หยุดย้ายหลายเมือง ๚
๓๗ กลับลงนาเวศเบื้อง กรกุตา
แวะปุเก็จ๕๐ พงา๕๑ ฟากนี้
เมืองไทรอีกสงขลา เป็นสี่ เมืองพ่อ
กลับคืนกรุงดั่งกี้ ก่อนด้วยเรือกล ๚
๓๘ ทั้งนี้อังกฤษได้ ว่าการ เมืองนา
ไวสะรอย๕๒ผู้ชาญ เชี่ยวแกล้ว
เร่งรัดจัดทหาร แหนบาท พระเอย
สมพระเกียรติยศแล้ว แวดล้อมระไวระวัง ๚
๓๙ บุษยมาสสุกรปักษ์ได้ ดฤถี ห้านา
โสรวารมะแม๕๓ตรี ศกถ้วน
ฤกษ์ยี่สิบสองดี ได้เศษ สี่พ่อ
เสด็จพระดำเนินล้วน เลิศแล้วเรือกล ๚
๔๐ กลับถึงกรุงเทพนั้น วันเสาร์
เช้ากำหนดโมงเนา ครบห้า
เจตรมาสศุกร๕๔ปักษ์เคา รบเจ็ด ค่ำแฮ
วอกอยู่ตรีศกหน้า เขตต้นศกเถลิง๕๕
๔๑ สมเด็จบรมนาถ๕๖เจ้า จอมสยาม ก่อนนา
เสด็จนอกพระนครขาม เศิกไส้
เกิดการราชสงคราม จึ่งยก พยุห์เฮย
ผิบ่นั้นห่อนได้ ยาตรด้าวใดดล ๚
๔๒ พระเสด็จดุจเห็จห้อง เวหา หนเฮย
ปวงไป่มีพลคลา คลาศเต้า
เห็นมหัศจรรย์ปรา กฏแก่ โลกแฮ
ควรพระเกียรติพระเจ้า คู่ฟ้าดินสูญ ๚
๔๓ ไพบูลย์พูนเกิดด้วย บารมี พระนา
ทรงประพฤติแต่ดี ดับเศร้า
เหล่าพราหมณ์ประชาชี ชมชื่น
ด้วยพระคุณปกเกล้า กล่อมเกลี้ยงเลี้ยงเสมอ ๚
๔๔ ต่างคนต่างแซ่ซ้อง สรรเสริญ
กรุงเทพเกิดจำเริญ เฟื่องพื้น
สร่างทุกข์สุขใจเพลิน เปรมปริ่ม
การนักเลงเครงครื้น หุ่นงิ้วละครหนัง ๚
๔๕ ประชาชนบางผู้คิด ค้าขาย
บ้างคิดตะเกียกตะกาย๕๗ รับจ้าง
บางคนคิดขวนขวาย การสิ่ง พนันนา
บ้างก็คิดตั้งห้าง รับเข้ากอมปนี๕๘
๔๖ บรรเทิงเริงรื่นทั้ง กรุงไกร
บานกมลแจ่มใส ทั่วด้าว
แผกพ้นพวกพาลภัย เบียนเบียด แลนา
เกรงพระเดชแด่ท้าว ราชไท้ทรงธรรม ๚
๔๗ พรรษกาลฝนหยาดย้อย เยือกเย็น
ชุ่มชุกทุกหนเห็น ตกต้อง
หว่านพืชปักดำเป็น กอก่อ ผลเฮย
เพื่อพรุณศาสตร์ซ้อง หากให้ฤดูดี ๚
๔๘ เดือนห้าให้ตั้งราช พิธีมี
น้ำพระพัฒสัตย์วาที๕๙ ทุกผู้
ในพระอุโบสถศรี รัตนศาส ดานา
พราหมณชาติโหรดารู้ แช่งน้ำชุบพระแสง ๚
๔๙ พระประยูรญาติพร้อม ในสถาน
อีกเหล่าข้าราชการ ทั่วหล้า
พลเรือนฝ่ายทหาร ต่างแต่ง ตนเฮย
ยกนุ่งพื้นขาวผ้า คาดเสื้อครุยทอง ๚
๕๐ ท้าวนางเถ้าแก่ทั้ง เมียขุน นางเอย
ต่างแต่งสาวตรุณ ติดต้อย
มีเครื่องยศอุดมหนุน โอ่อ่า อวดแฮ
กาหีบกล่องกระโถน๖๐น้อย นากบ้างทองมี ๚
๕๑ กำหนดสามค่ำขึ้น เคยทุก ปีนา
ธรรมเนียมดับยุคเข็ญ ขาดแกล้ว
สุจริตเจริญสุข ศิริสวัสดิ์ นาพ่อ
ทำสัตย์สำเร็จแล้ว กราบเบื้องบทศรี ๚
๕๒ บ่ายลงพฤฒิบาศตั้ง พิธีการ
ชื่อคเชนทรัศว์สนาน สาดน้ำ
สงฆ์สวดปริตสถาน ที่นั่ง สุทไธ๖๑นา
เดินแห่คชลักษณ์ล้า เลิศล้วนระวางมี
๕๓ พฤฒิบาศอ่านเวทเบื้อง คชกรรม
ทอดเชือกสังเวยทำ อย่างช้าง
เปรียงปรายอีกทั้งรำ แบบพัด ชาเฮย
เช้าดุจกล่าวออกอ้าง ผิดเพี้ยนเปลี่ยนดาม ๚
๕๔ บัดขุนตำรวจได้ แจงจัด
กรมคชผู้สันทัด ถี่ถ้วน
วางริ้วเรียบขบวนขนัด เนืองเนก แลแฮ
แห่พระคชเลิศล้วน เผือกพื้นผ่องพรรณ ๚
๕๕ กาญจนฉัน๖๒นั้นให้ผูก ไอยรา หนึ่งเอย
ทรงพระเทวกรรมคลา คลาศต้น
ช้างดั้งเนื่องแนวมา ดาดาด๖๓
แห่พระยาช้างล้น เลิศล้วนควรชม ๚
๕๖ ที่หนึ่งพระวิมลรัตน์อ้าง ออกนาม
สองเสวตรสุวภาตาม ยาตรย้าย
สามเสวตรวรลักษณ์งาม ขนานชื่อ พระแฮ
สี่เสวตรวรวรรณผ้าย พิศพื้นผ่านกมล ๚
๕๗ มีพังนำหน้าทุก พระยาสาร
ขับขี่ที่หมอควาญ ครบช้าง
ถัดมาพระคชาธาร ที่นั่งละ คอเอย
พังเชือกเดินคู่สล้าง ลาสเต้าตามหลัง ๚
๕๘ ทวนธนูห้อยพู่๖๔เฟื้อย ประปราย
อีกตะบองแซ่หวาย แห่ห้อม
กระชิง๖๕ธงมกรราย ธงอีก ฉานนา
เครื่องยศกลองชนะพร้อม ศัพท์แส้แตรสังข์ ๚
๕๙ กรมม้าจูงอัศวต้น ดำเนิน แห่เอย
ล้วนวิจิตรพิศพื้นเพลิน เลิศล้ำ
เขียวขาวผ่านแดงเดิน ดำหมอก เหลืองนา
ย่างเหยาะยกย่ำย้ำ ย่อย้ายยืนโยน ๚
๖๐ ขุนหมื่นกรมม้าขี่ ม้านำ แทรก๖๖เฮย
กลองมลายูทำ แฉ่งช้า
เครื่องยศเครื่องแห่ประจำ แห่อย่าง ช้างนา
ยกแต่สังข์แตรจ้า จำห้ามกลองมี ๚
๖๑ อีกรถอย่างยุโรปล้วน แข็ง๖๗ขัน
เครื่องเหล็กเหน็บติดดัน ดีด๖๘ดิ้น
สินธพเทศเทียมผัน เผ่นผาด ผยองเอย
คนขับขับปล่อยสิ้น สุดเท้าเร็วจร ๚
๖๒ โคกระบือ๖๙กรมเกษตรได้ แต่งตก
เขาผูกนกแก้วแดง โก่ง๗๐โง้ง
หลังผ้าวิลาศปก ปิดค่าง คลุมนา
เสียงกระดึงโกร่งโกร้ง ติดห้อยคอเดิน ๚
๖๓ เดินเท้าเล่า๗๑ล้วนเลิศ ทหารหาญ
สี่หมู่ว่องไวชาญ เชี่ยวแกล้ว
ต่างตนต่างชำนาญ รณยุทธ แลพ่อ
ปืนแม่นหมายเหมาะแคล้ว คลาด๗๒ได้ฤๅมี ๚
๖๔ ต่างตนแต่งเสื้อเลิศ เฉิดฉาย
เข้มขามบ้างริ้วราย ดอกบ้าง
เสนากุฏล้วนลาย สีต่าง บ้างนา
ผ้าโพกหมวกหนังสร้าง สอดพื้นลายทอง ๚
๖๕ เกยพราหมณ์เกยหนึ่งนั้น พระสงฆ์
สองค่างริมถนนตรง น่าป้อม
สุทไธสวรรย์ประทับทรง ทอดพระ เนตรเอย
พราหมณ์พระประน้ำพร้อม ทั่วทั้งขบวนเดิน ๚
๖๖ หมดปล่อยม้าห้อวิ่ง เร็ว๗๓จี๋ เจื่อยเฮย
ล้วนเลิศหลากมากสี มากม้า
ยืนควบเหยียบขับฝี เท้าเหยียด เจียวพ่อ
รวมสอดเสื้อแสงจ้า โพกห้อแพรปลิว ๚
๖๗ ชายหญิงต่างเกลื่อนกลุ้ม มาดู แห่เฮย
ท้องสนามเกรียวกรู แซ่ซ้อง
ต่างตนเบิกบานชู ใจชื่น ชมนา
หญิงเบียดชายบีบร้อง ป่วนป่วนรวนเร ๚
๖๘ ชาวชนตกแต่งเหล้น หลากหลาย
บางพวกทำฉุยฉาย เก่งก้อ
บางเหล่าชอบพอกาย สุภาพ แลนา
บ้างแก่ทำหนุ่มฟ้อ ฝ่าด้นปนดู ๚
๖๙ เสร็จแห่แล้วแต่งตั้ง บายศรี
ตองหิรัญสุวรรณมี อีกแก้ว
พราหมณ์พฤฒิบาศปรี ชาเชี่ยว เวทเอย
แว่นจุดเทียนเวียนแล้ว ดับไส้เจิมจุณ ๚
๗๐ เป่าสังข์แตรแซ่ซ้อง เสียงขาน
ฆ้องลั่นถ้วนสามวาร โห่ร้อง
พระหลวงเล่าพนักงาน เรียงรับ แว่นนา
พิณพาทย์กลองแขกก้อง เอิกอื้ออึงอล ๚
๗๑ ทำขวัญช้างต้นทั่ว ทุกโรง
เครื่องกุดั่นดูโอ่โถง แต่งให้
ข่ายแย่งระยางโยง ติดปก ตระพองแฮ
ห้อยพู่สองหูได้ ตาดล้วนปกหลัง ๚
๗๒ ร่ำกล่าวราวเรื่องสิ้น เสร็จสนาน
เป็นสุขแสนสำราญ ท่วนหน้า
จักเรียงเรื่องสงกรานต์ เติมต่อ
แบบบุราณทั่วหล้า โลกล้วนเคยมี ๚
๗๓ กำหนดสุริยยาตรเยื้อง รอบจักร
เป็นที่เปลี่ยนศักราช ใหม่ได้
ขึ้นสู่เมษราศี๗๔พรัก พร้อมนับ ถือ๗๕นา
บังคับแห่งโหรให้ เรียกรู้ทั่วแดน ๚
๗๔ จิตรมาสสี่ค่ำขึ้น กำหนด
แม้ว่าจักถอยถด ห่อนได้
ออกจนสุดเดือนหมด สิ้นปักษ์ แรมเฮย
เดือนหกขึ้นสี่ไซ้ นอกนั้นฤๅมี ๚
๗๕ บอกบุญให้ก่อสร้าง เจดีย์ ทรายเฮย
ตามพระอารามหลวงมี ใหม่สร้าง
เปลี่ยนผลัดวัดละปี ฉันสวด ฉลองเฮย
ข้าราชการเกณฑ์บ้าง กับทั้งประยูรวงศ์๗๖
๗๖ วันเนานั้นตั้งพระ ชันษา๗๗
หกสิบรูปพระราชา คณะถ้วน
ฉันแล้วรดน้ำมา ฉันอีก เพล๗๘เอย
ถวายแต่ไตรแพรล้วน ทั่วถ้วนทุกปี ๚
๗๗ วันเถลิงศกขึ้นใหม่ มีการ
ตั้งมุรธาภิเษก๗๙สนาน ราชไท้
มวลหมู่เหล่าพนักงาน ถวายโสรจ สรงนา
เตรียมอยู่คอยรับใช้ พรักพร้อมเพียงกัน ๚
๗๘ ฉันแล้วครั้นฤกษ์ได้ ชัย๘๐มง คลเอย
เสด็จสู่ที่สรงเศวต ฉัตรกั้ง
พระเต้าอุทกทรง สรงพระ องค์แฮ
พระครอบพระมหาสังข์ทั้ง แปดล้วนพราหมณ์ถวาย ๚
๗๙ สำเนียงฤนาทก้อง กาหล
สงฆ์สวดพุทธชัยมนต์๘๑ เสก ซ้อง
พิณพาทย์ดุริยางค์ดน ตรีครั่น ครื้นเอย
เสร็จสู่พระโรงท้อง เนื่องน้อมประเคนเพล ๚
๘๐ สดับปกรณ์ผ้าคู่ถ้วน เรียงราย
ทรงพระราชูทิศถวาย โสรจน้ำ
พระบรมญาติทั้งหลาย เสร็จล่วง แล้วนา
เป็นทักชิณาทานล้ำ แด่เบื้องบรรพวงศ์ ๚
๘๑ พระทรายให้ยกตั้ง เตียงเรียง เรียบเอย
ในพระโรงแถวเฉลียง ออกไว้
เวียนเทียนฉลองเสียง ประโคมกึก ก้องนา
เสร็จแห่ส่งวัดใช้ เช่นนี้มีเสมอ ๚
๘๒ สมโภชพุทธเลิศล้ำ ปฏิมา
ศรีรัตนนามปรา กฎ๘๒อ้าง
บ่ายเย็นทุกทิวา คำรบ สามเอย
ทวยราษฎร์ทูลละออง๘๓บ้าง กับทั้งฝ่ายใน ๚
๘๓ บายศรีสามสำรับตั้ง เตียงเคียง
แก้วสุวรรณหิรัญเรียง เครื่องพร้อม
พิณพาทย์ประโคมเสียง สนั่น นี่นา
ต่างนั่งต่อวงล้อม นบน้อมเทียนเวียน ๚
๘๔ สงกรานต์ชาวบ้านเที่ยว ตามสบาย
หญิงปะปนฝูงชาย แซ่ซ้อง
บางคนที่เมาหมาย เย้าหยอก ยั่วนา
พบพวกที่เกี่ยวข้อง ขัดแค้นต่อยตี ๚
๘๕ บางคนนัดบ่อนเหล้น การพนัน
โปถั่วทุกสิ่งสรรพ์ ดวดไผ้
ได้เสียทุ่งเถียงกัน เอะอะ ถึงเอย
เกิดวิวาทจับได้ เฆี่ยนซ้ำเสียเงิน ๚
๘๖ บางเป็นผู้ใหญ่บ้าน แจงจัด
เรือนเย่าเป่ากวาดปัด เรียบร้อย
ทำบุญแต่พอศรัท ธาเกิด บ้างเอย
ส่งกุศลเล็กน้อย แต่ผู้ผดุงเดิม ๚
๘๗ วิสาขมาส๘๔ได้ฤกษ์ทั้ง ดฤถี นาพ่อ
กำหนดเมล็ดรวงดี ถูกต้อง
ตั้งการราชพิธี จรดพระ นังคัลนา
ทั้งพืชมงคลพ้อง แทรกซ้ำทรงเติม๘๕
๘๘ ท้องสนามนั้นตั้งแท่น มณฑล
พุทธรูปเรื่องขอฝน ออกตั้ง
ติณชาติพืชพรรณผล เมล็ดห่อ ถุงเอย
มีบาตรน้ำมนต์ทั้ง พระเต้าสังข์ทรง ๚
๘๙ เจ้าพระยายศเอกอ้าง ออกยา หนึ่งเอย
ผู้จักได้ไถนา หว่านข้าว๘๖
เทพีสี่นางมา พร้อมพรั่ง
ที่พลับพลา๘๗แหล่งเฝ้า ธเรศเจ้าจอมเศียร ๚
๙๐ ทั้งห้านี้เนื่องเข้า มณฑล
สงฆ์สวดพระพุทธมนต์ จบแล้ว
ทรงพระราชทานชล หลั่งปาก สังข์นา
โสรจสระจัญไร๘๘แผ้ว เสร็จแล้วจุณเจิม ๚
๙๑ โรงพิธีที่ทุ่งท้อง พระลาน๘๙หลวง
พราหมณ์พฤฒาทั้งปวง นอบน้อม
กระทำกะระสุทธสรวง สังข์กลศ๙๐ กุมภ์เฮย
เบญจคัพย์๙๑นพวัคพร้อม กับทั้งโตรทวาร ๚
๙๒ ครั้งรุ่งวันฤกษ์ได้ อุดมมี นาพ่อ
ท่านอัคร๙๒มหาเสนาบดี หนึ่งผู้
กับส่ำสี่เทพี ไปที่พักเอย
ต่างแต่งตนตามรู้ แบบเบื้องปางบรรพ์ ๚
๙๓ สนับเพลายกนุ่งนั้น บ่าวขุน
เสื้อเยี่ยรบับในหนุน แนบเนื้อ
ครุยทองโปร่งตาชุน ลอยเลื่อน เลิศนา
เข็มขัดคาดนอกเสื้อ อย่างน้อยในครุย ๚
๙๔ อีกนิ้วแหวนสอดทั้ง แปดวง
ลำพอกตาดสวมทรง เทริดเกล้า
เสร็จแล้วยาตรมาลง เสลี่ยงแบก บ่าเฮย
กลองประโคมโรมเร้า เร่งให้ขบวนเดิน ๚
๙๕ บโทนถือดาบได้ เดินนำ หน้าแฮ
กลองชนะปี่ประจำ เป่าเจื้อย
ถืออาวุธกำยำ ต่างต่าง หมู่นา
เขนโล่๙๓ดาบเชลยเฟื้อย ง่ามง้าวดั้งตะบอง ๚
๙๖ กระชิงทองแห่หน้าคู่ หนึ่งหลัง คู่นา
กลดอีกทานตะวัน๙๔บัง แดดเช้า
เครื่องยศมากประดัง กับหมู่ ทนายเอย
ทวนเทิดทิวหอกง้าว ยาตรย้ายปลายขบวน ๚
๙๗ นุ่งห่มสมทั่วถ้วน ทั้งผอง
เสื้อหมวกผ้ายกทอง เพริศแพร้ว
กางเกงอีกม่วงตอง สีต่าง ต่างนา
ผ้าโพกทับทิมแล้ว ขลิบล้อมชายครุย ๚
๙๘ ครั้นแห่ถึงที่ท้อง สนามไถ
ลดเสลี่ยงลงเข้าไป นั่งน้อม
บูชาธูปเทียนใน โรงพิ ธีนา
วงม่านขาวบังล้อม ลับลี้ตาคน ๚
๙๙ รดน้ำสังข์เสร็จแล้ว อธิษฐาน
เสี่ยงจับผ้าในพาน จีบตั้ง
ตามจารีตโบราณ หยิบหนึ่ง นุ่งเฮย
ผืนหนึ่งผืนใดทั้ง โลก๙๕ล้วนทำนาย ๚
๑๐๐ เสร็จแล้วจึงย่างเยื้อง จรลี มานา
ขุนเกษตรจูงคาวี คู่ได้
เข้าเทียมแอกงอนศรี ชัยฤกษ์
พราหมณ์ส่งหางไถให้ ประตัก ๙๖ต้อนโคเดิน ๚
๑๐๑ ทวิชชาตินำน่าขู้ เป่าสังข์
พิณพาทย์ประโคมดัง ลั้นฆ้อง
ราชบัณฑิต๙๗ผู้ขลัง ปริตหยาด น้ำเอย
ไถดะสามรอบจ้อง จรดซ้ำแปรรอย ๚
๑๐๒ เทพีสี่ท้าวนุ่ง ยกทอง เถือกนา
เข้มขาบห่มแพรสอง สอดซ้อน
คำเปลวปิดกระเชอ๙๘รอง ข้าวปลูก แปดเฮย
เดินหาบคานหย้อนหย้อน หยิบขึ้นโปรยปราย ๚
๑๐๓ ไถหว่านเสร็จสรรพแล้ว มาหยุด พักเอย
ขุนเกษตรแก้โคหลุด ลาศเต้า
มาพักที่อันอุด ดมดาด พิดานนา
เลี้ยงพระโคหญ้าข้าว เล่าน้ำถั่วงา ๚
๑๐๔ โคเสพย์สิ่งหนึ่งได้ ทำนาย
กินสิ่งใดนั้นหลาย มากล้น
จับผ้านุ่งท่านทาย แห่งเหตุ น้ำนา
แคบมากกว่าน้อยพัน กึ่งนั้นพอดี
๑๐๕ ชายหญิงเบียดเสียดซ้อน ดูไถ นาเฮย
ไกลเท่าไกลมาใน ที่นั้น
ยากเหนือยอย่างไรไร รีบเร่ง มาแฮ
พงรกสู้ดัดดั้น ดึ่ง๙๙ด้นมาดู ๚
๑๐๖ มาเรือมาบกบ้าง หลายสถาน
บ้างก็พาบุตรหลาน พี่น้อง
ที่ไกลรีบลนลาน กลัวไม่ ทันนา
มาแต่เช้าแสบท้อง เที่ยวซื้อของกิน ๚
๑๐๗ ต่างตนต่างแต่งเหล้น ตามใจ
นุ่งสุหรัจปูมม่วงไหม โสร่งบ้าง
เสื้อโก๊ด๑๐๐กั๊กเชิร์ต๑๐๑ใน เสื้อยืด แลนา
อีกหมวกถุงเท้าสร้าง ใส่เหล้นหลากกัน ๚
๑๐๘ หญิงแต่งประกวดล้วน หลากหลาย
สาวซัดสีนุ่งลาย เพริศพริ้ง
แหวนพลอยเพชร๑๐๒อีกสาย๑๐๓ สร้อยตะกรุด๑๐๔ มากแฮ
แก่ห่มขาวตุ้งติ้ง ร่่มกั้นเผอเรอ ๚
๑๐๙ เทวรูปแห่ออกทั้ง กลับสถาน
กลองชนะประโคมขาน กึกก้อง
เครื่องสูงกับราชยาน กงเลิศ
คู่แห่แตรสังข์ซ้อง อีกทั้งธงจีน ๚
๑๑๐ ธรรมเนียมทำเนียบนี้ จตุสดมภ์
เจ้าพระยาพลเทพสม ยศตั้ง
กรมนาทั่วทั้งกรม ได้จัด การแฮ
กำตาก๑๐๕ของขายทั้ง ตลาดร้านเรือแพ ๚
๑๑๑ ท่านสมุหนายก๑๐๖ล้ำ ฤๅชา
ตั้งแต่ทำพิธีมา มากแล้ว
บริบูรณ์ทุกปีปรา กฏเลิศ
สิ่งพิบัติคลาดแคล้ว ท่านได้ทำเสมอ ๚
๑๑๒ เดือนหกฝนตกบ้าง ชดเชย
ไม่มากพอประเปรย ดับร้อน
นาสวนต่างคนเคย คิดตก กล้าแฮ
นาทุ่งเตรียมไถต้อน เหล่าเลี้ยงกระบือรวม ๚
๑๑๓ แรกนาแล้วเร่งร้อน ลงมือ ทำเฮย
ไถหว่านด้วยโคกระบือ ตกกล้า
ทำตามที่เคยถือ แต่ก่อน
แม้ว่าปีฝนล้า จึ่งต้องรอตาม ๚
๑๑๔ วิสาขฤกษ์บัณรัศถ้วน ดฤถี
ปางพระจอมธเรศตรี ผ่านเผ้า
ให้สักการะการมี ใหญ่ยิ่ง
บูชิตสัมพุทธเจ้า ดับด้วยนฤพาน ๚
๑๑๕ ฉันในพระที่นั่งทั้ง สามวาร
เหล่าแฉกอีกงาสาน เลิศล้วน
ถวายบิณฑบาตทาน ต่อพระ หัตถ์๑๐๗เอย
วันละยี่สิบถ้วน ผลัดเพี้ยนเปลี่ยนกัน ๚
๑๑๖ วันสุดนั้นโปรดให้ สดับปกรณ์๑๐๘
กำหนดตามฤดูจร ทุกครั้ง
ปองเป็นนิรันดร แด่ส่ำ สงฆ์เฮย
มีสี่ร้อยรูปตั้ง แต่งข้าวกระทง๑๐๙ถวาย ๚
๑๑๗ ยี่สิบอาวาส๑๑๐ให้ เทศนา
ถวายธูปเทียนจีวรา กระจาด๑๑๑ด้วย
ข้าเจ้าต่างกรมมา ขนส่ง วัดเฮย
ธงปรุปักยาบย้วย โยกย้อยลอยลม ๚
๑๑๘ ปล่อยสัตว์สรรพสิ่งถ้วน สามวัน
เป็ดไก่สุกรสรร จัดซื้อ
อีกปลาหลากหลายพรรณ ลำหนึ่ง นาพ่อ
โปรดสัตว์ดังช่วยรื้อ รอดพ้นความตาย ๚
๑๑๙ ธรรมยุติทำยิ่งล้ำ หลากหลาย
เทียนรุ่งทั้งเทียนราย สว่างแผ้ว
เดินเทียนพวกหญิงชาย แน่นเนื่อง กันมา
ฟังเทศน์ธรรมเจื้อยแจ้ว จวบแจ้งราตรี ๚
๑๒๐ ในเดือนเชษฐมาศนั้น ฤๅมี
การพระราชพิธีใด ว่างเว้น
ให้จัดเหล่านารี หาบสลาก ภัต๑๑๒นา
แต่งประกวดอวดเหล้น หลากล้วนควรดู ๚
๑๒๑ เกณฑ์พระประยูรญาติล้วน ฝ่ายใน
จัดสตรี๑๑๓ผ่องใส แน่งน้อย
ล้วนลักษณะวิลัย ละออเอี่ยม
มารยาท๑๑๔เยื้องเชื่องช้อย แช่มช้าชวนชม ๚
๑๒๒ ท่านท้าวเถ้าแก่ทั้ง พนักงาน
จัดเลือกเหล่าเหลนหลาน ลูกเลี้ยง
หาได้แต่ประมาณ ไม่เหมาะ นักนา
เป็นแต่ดูเกลี้ยงเกลี้ยง เล็กน้อยเป็นดี ๚
๑๒๓ ลางนางพักตร์๑๑๕ผ่องเพี้ยง ดวงแข
บ้างก็พิศเต็มแล มืดตื้อ
ลางนางผากแหยแก๋ โกโรก
บ้างเตอะตะทืดทื้อ เทอะทุ้ยเต็มตึง ๚
๑๒๔ ตกแต่งสีขัดให้ ผ่องใส
หมักพอกฟอกเหงื่อไคล๑๑๖ ใช่น้อย
อาบน้ำร่ำพิไร ถูลูบ ไปเฮย
ทาขมิ้นเหลืองจ้อย ผัดแป้งนวลเติม ๚
๑๒๕ หวีผมกลมกวดเกลี้ยง แสกตรง
แต้มเขม่าเติมแตะลง เล็กน้อย
แต่พอประจบวง หน้าน่อย หนึ่งนา
เหนี่ยวดัดหัดท้ายย้อย เชิดขึ้นงอนงาม ๚
๑๒๖ ผัดหน้ารองพื้นหยด น้ำมัน น่อยแฮ
ขมิ้นแป้งระคน๑๑๗กัน กอบน้ำ
น้ำตาลสิ่งสำคัญ กันดอก ราพ่อ
แห้งสนิทติดแป้งซ้ำ ผ่องแผ้วนวลงาม ๚
๑๒๗ นุ่งยกเยียรบับบ้าง สังเวียน
ห่มตาดปักแนบเนียน เรียบร้อย
สังวาลแฝดสร้อยกองเจียน เต็มบ่า
แหวนเพชรเม็ดไม่น้อย ประหล่ำ๑๑๘ทั้งกำไล ๚
๑๒๘ กระจาดกระจกซ้อน อังกฤษ
ช่างประดับทำประดิษฐ์ เพริศแพร้ว
ปลายคานนาควิจิตร ฉลักปิด ทองเฮย
สาแหรกสร้อยทองแล้ว เลิศล้วนหลากกัน ๚
๑๒๙ เดินหาบยาบยาบย้าย รายเรียง
สำรับคาวหวานเคียง คู่กั้น
เป็นตอนห่อนถุ้งเถียง สับเปลี่ยน ได้เลย
ใครก็ใครนั่นนั้น นี่โน้นเนื่องแนว ๚
๑๓๐ ฝูงคนแซ่ซ้องคั่ง คอยดู
เดินแห่หลามตามพรู วิ่งแต้
ยัดเยียดเบียดเกรียวกรู กราวลั่น
ตำรวจเงื้อหวายแล้ หกล้มจมโคลน ๚
๑๓๑ บางหาบเดินบ่ได้ ดูดิน
โดน๑๑๙สะดุด๑๒๐ก้อนหิน เฉียดล้ม
หาบหกไม่ได้กิน เสียเปล่า
ฮาลั่นสนั่นเลยก้ม พักตร์ม้วนด่วนเดิน ๚
๑๓๒ ถึงวัดราชบพิธแล้ว ปลงลง
ดูเลือกฉลากสงฆ์ ถูกต้อง
ยกขึ้นประเคนองค์ ละที่ แลแฮ
ฉันเสร็จชนแซ่ซ้อง ตรวจน้ำสาธุการ ๚
๑๓๓ อาสาฬหมาสเข้า พรรษา กาลแฮ
เชื้อพระวงศ์ราชา ธิราชไท้
เพื่อประโยชน์ทรงสิกขา บทพระ ภิกษุแฮ
อีกกับสามเณรให้ แห่บ้างบางปี ๚
๑๓๔ สมโภชพระที่นั่งเบื้อง อมรินทร์๑๒๑
สมเด็จนฤบดินทร์ เสด็จยั้ง
จารีตราชประดิทิน๑๒๒ เสมอทุก ปีนา
บรมขัตติยโบราณตั้ง แต่งไว้ธรรมเนียม ๚
๑๓๕ บ่ายลงแล้วจัดตั้ง บายศรี
ล้วนสุวรรณหิรัญมณี ครบถ้วน
ผ้าหุ้มยอดตองมี อีกเครื่อง เคียงนา
ไตรบาตรปริกขารล้วน ธูปทั้งเทียนกรวย ๚
๑๓๖ แต่งนาคเจ้านั้นที่ ทิมคต
ผ้านุ่งพื้นสีสด จีบห้อย
แปดนิ้วสอดแหวนหมด เข็มขัด คาดนา
เสื้อโปร่งสวมสะพัก๑๒๓ย้อย สอดเบื้องบ่าเฉวียง ๚
๑๓๗ แต่งเสร็จขึ้นเสลี่ยงพร้อม ทุกองค์
พระกลดกำมะลอ๑๒๔ทรง เชิดกั้น
หามตามเนื่องเนืองตรง เข้าสู่ พระโรงเอย
ให้นั่งแถวแนวชั้น ช่องหน้าบายศรี ๚
๑๓๘ เสด็จออกประทับพร้อม พันธุ์พงศ์๑๒๕
ข้าราชการนั่งวง แวดล้อม
พราหมณ์เบิกแว่นส่งตรง ต่อเนื่อง
เวียนรับตามวงอ้อม รอบซ้ายมาขวา ๚
๑๓๙ ประโคมพิณพาทย์ก้อง แตรสังข์
กลองแขกเสนาะดัง เฟื่องฟื้น
ฆ้องชัยลั่นประนัง นฤนาท
มี่สนั่นครั่นครื้น เอกอื้ออึงอล ๚
๑๔๐ ครบสามรอบแล้วเบิก บายศรี
ผ้าห่อยอดตองดี พับไว้
วางเหนือตักนาคมี จิต๑๒๖เรียก ขวัญเอย
เวียนครบห้ารอบให้ ดับด้วยพลูคะแนน ๚
๑๔๑ ตักขวัญทั่วทุกชั้น บายศรี
น้ำมะพร้าวล่อนดี ดั่งแก้ว
ช้อนทองตักขึ้นที ละน่อย หนึ่งนา
ถวายครบสามครั้งแล้ว จึงได้เจิมจันทน์ ๚
๑๔๒ ครั้นเลิกสมโภชสิ้น เสร็จสรรพ
ไปหยุดประทับเปลื้อง เครื่องแล้ว
ห้ามนาคมิให้กลับ คืนหนึ่ง
นอนอยู่วัดพระแก้ว ก่อนสิ้นทุกองค์ ๚
๑๔๓ วันเช้าแต่งเจ้าเช่น ทำขวัญ
ผลัดเปลี่ยนพื้นขาวพรรณ เพริศแพร้ว
แล้วเสร็จนั่งเสลี่ยงผัน ผายสู่ เกยนา
พร้อมพรั่งนั่งเรียบแล้ว โปรดให้โปรยทาน ๚
๑๔๔ ชาวคลังขุนหมื่นตั้ง เงินถวาย
องค์ละห้าตำลึงราย ทั่วได้
หม่อมเจ้ารับโปรยปราย สิ้นทุก องค์เอย
แม้ว่านาคเอกให้ เพิ่มขึ้นเงินตาม ๚
๑๔๕ บ่าวขุนนางนั่งแน่นจ้อง คอยรับ
ข้าหม่อมเจ้าตะครุบตะครับ๑๒๗ แย่งปล้ำ
ถองทุบอึกอุบอับ เอะอะ อึงเอ
โคลนเปรอะเลอะละพล้ำ พลาดล้มจมโคลน ๚
๑๔๖ เสร็จแล้วจึงหม่อมเจ้า ลงมา
เข้าวัดรัตนศาสดา ขณะนั้น
ชาวเจ้าพนักงานพา เข้าโบสถ์ แลแฮ
ให้ประโคมแห่งหั้น แซ่ซ้องสำเนียง ๚
๑๔๗ ครั้นถึงจึงหมอบก้ม กราบกราน
สมเด็จจอมธราธาร ผ่านเกล้า
นำเนืองเนื่องแนวคลาน ไปจุด เทียนเอย
นบพุทธปฏิมาเจ้า จบแล้วกลับคืน ๚
๑๔๘ พนักงานนั้นส่งผ้า กาสา วพัตรแฮ
นาครับเข้าวันทา นอบน้อม
พร้องขอบัพชา๑๒๘ อีกกับ ศีลเฮย
ทำญัตติ๑๒๙กลางสงฆ์พร้อม เสร็จด้วยจุตตถกรรม ๚
๑๔๙ เป็นพระภิกษุแล้ว พร้อมกัน
ทรงมอบปริกขารภัณฑ์ เลิศล้วน
อีกญาติเหล่ามิตรอัน ชิดชอบ
ต่างช่วยครบตัวถ้วน เลิกแล้วเสด็จคืน ๚
๑๕๐ ธรรมเนียมบวชนาคเจ้า จัดพระ สงฆ์เฮย
สามสิบราชาคณะ ชื่อตั้ง
สองฝ่ายปะปนคละ ห่อนเลือก ถือเลย
มีกระจาดถวายทั้ง หม่อมเจ้าบวชเติม ๚
๑๕๑ เทียนพรรษานั้นจัดตั้ง รวมถวาย
สวดสิบสามค่ำหมาย บอกไว้
ฉันวันสิบสี่ราย ยี่สิบ รูปเฮย
ในพระที่นั่งไท้ ธเรศเจ้าจอมเมือง ๚
๑๕๒ วันสิบห้าค่ำนั้น วันนัด นิมนต์แฮ
ในวัดพระศรีรัตน์ มากล้วน
ราชาคณะปริยัติ อีกพระ ครูเฮย
ถวายพุ่มเทียนครบถ้วน ทั่วทั้งไทยมอญ ๚
๑๕๓ เกณฑ์พระวงศ์เยาวหนุ่มน้อย เนื่องมา
รับจุดเทียนพรรษา ทั่วทั้ง
วัดหลวงแต่บรรดา ได้พระ กฐินเฮย
จ่ายแจกเทียนไปตั้ง ทุกถ้วนอาราม๑๓๐
๑๕๔ ฉันแรมคำหนึ่งได้ สัดบปกรณ์
ในพระที่นั่งอดิศร ผ่านเผ้า
ทุกนักขัตฤกษ์จร ฤๅว่าง เว้นเฮย
อุทิศแด่พระร่มเกล้า ล่วงแล้วเสวยสวรรค์ ๚
๑๕๕ ส่ำสงฆ์ต่างเนื่องเข้า พรรษา
ทุกวันแต่บรรดา อยู่ได้
หญิงชายต่างจัดหา พุ่มธูป เทียนแฮ
ถวายที่นับถือไหว้ ชอบคุ้นเคยกัน ๚
๑๕๖ ชาวร้านต่างแต่งตั้ง ของขาย
พานพุ่มต้นไม้หลาย หลากล้น
รูปสัตว์รูปคนหมาย เหมือนเหมาะ หมดนา
ทำประดิษฐคิดค้น ยักย้ายขายดี ๚
๑๕๗ คนซื้อเที่ยวเลือกได้ ดั่ง๑๓๑ใจ
วอนต่อร่ำพิไร หยดย้อย
เจ้าของคิดอาลัย ไม่ลด เลยนา
ชอบต่อนั่งคลำป้อย จะซื้อกลัวแพง ๚
๑๕๘ ทำบุญตามแบบเบื้อง โบราณ
ถวายที่เป็นอาจารย์ เก่าบ้าง
ทั้งน้องพี่บุตรหลาน บวชใหม่ แลแฮ
ถือว่าท่านสรรสร้าง แต่งต้องตามฤดู ๚
๑๕๙ จันทร์จรเพ็ญได้ฤกษ์ สาวนะ
ยามเมื่อฝนตกชะ ชุ่มพื้น
ดลแรมย่อมพรมประ น้อยน่อย หนึ่งนา
ข้าวหนักนาดอนตื้น ขาดค้างการทำ ๚
๑๖๐ กำหนดพรุณศาสตร์ซ้อง พิธีสงฆ์
สูตเมฆพราหมณ์พรหมพงศ์ แต่งตั้ง
การสองราชพิธีตรง วันร่วม กันเฮย
ทำที่นอกเมือง๑๓๒ทั้ง ทุ่งท้องสนามหลวง ๚
๑๖๑ พลับพลานั้นแต่งตั้ง เตียงมณ ฑลเอย
เสาพิดานดาดบน เศวตล้วน
เชิญพระเรื่องขอฝน๑๓๓ ออกหมด นาพ่อ
อีกเครื่องพิธีถ้วน บาตรน้ำกำคา ๚
๑๖๒ ขุดสระสี่เหลี่ยมกว้าง เพียงวา
ลึก๑๓๔แต่ศอกตำรา ว่าไว้
ปากสูงศอกหนึ่งปรา กฏแน่
ราชวัติ๑๓๕ฉัตรธงให้ รอบทั้งสี่มุม ๚
๑๖๓ พระสุภูติ๑๓๖นั้นนั่ง แหงนหงาย
ท้องใหญ่ครามทากาย ก่ำปื้อ
หน้าสดสุกแสงฉาย เสนแสด ทาเฮย
พิงฝั่งสระสมาธิ์ตื้อ เนตรตั้งโพยมบน ๚
๑๖๔ โลกบาลกับนาคไว้ สี่ทิศ ในนา
ตรีเนตรสิงสถิต๑๓๗ กึ่งนั้น
ปลาช่อนใหญ่วิจิตร อีกรูป หนึ่งเฮย
ปลาเต่ากุ้งปูปั้น หลากล้วนวางราย ๚
๑๖๕ เมื่อปั้นขวัญเข้านบ จงดี
นุ่งห่มห้าเศวตสี สุทธิแพร้ว
เบี้ยข้าวเปลือกเงินมี หกบาท
ตำรับ๑๓๘อ้างละเอียด๑๓๙แล้ว ใคร่รู้ดูบรรณ ๚
๑๖๖ ศาลลดนอกสระทั้ง ห้าศาล
ธงฉัตรแต่งโอฬาร เลิศล้วน
บูชาธูปเทียนตระการ ศีรษะ๑๔๐ สุกรนา
อีกเครื่องบายศรีถ้วน ครบห้าศาลเสมอ ๚
๑๖๗ เทียนชัยมีแท่นตั้ง ตรงกลาง พลาเฮย
เตียงสวดภาณวารวาง ต่อท้าย
มีเสาพิดานตาราง ขาวดาด
วงรอบชักแนวด้าย แวดล้อมมณฑล ๚
๑๖๘ สงฆ์กำหนดยี่สิบห้า รูปมี
มาสวดราชพิธี พรั่งพร้อม
ในวันฤกษ์ยามดี เสด็จออก แล้วนา
ทรงจุดเทียนนอบน้อม นบนิ้วเสี่ยงธิษฐาน ๚
๑๖๙ เทียนชนวนทรงจุดแล้ว เสด็จไป
ถวายแด่องค์จอมไท พร่ำพร้อง
ให้จุดเล่มเทียนชัย สงฆ์สวด ขึ้นเฮย
พร้อมประโคมกึกก้อง แซ่ซ้องแตรสังข์ ๚
๑๗๐ เสร็จแล้วจึ่งสวดซ้อง พุทธมนต์
ตามเรื่องพิธีฝน แบบบั้น
จบเสร็จเสด็จดล พระนิเวศน์
สงฆ์แต่ห้ารูปนั้น ต่างขึ้นสวดเตียง ๚
๑๗๑ เกณฑ์ให้ผลัดเปลี่ยนทั้ง คืนวัน
เช้า๑๔๑กับเพล๑๔๒เลี้ยงฉัน ทุกมื้อ
ไม่ตกเร่งสวดดัน ตะแบง๑๔๓เบ่ง เสียงนา
เย็นเมฆตั้งเขียวปื้อ ตกบ้างปรอยปรอย ๚
๑๗๒ ตกมากบำเหน็จให้ องค์สลึง
ตกเล็กน้อยถอยถึง กึ่งเฟื้อง
ตกอย่างใหญ่ได้ตำลึง เลิศยิ่ง
ตกล่อ๑๔๔พอกระเตื้อง๑๔๕ ไม่เศร้าเสียใจ ๚
๑๗๓ ที่ศาลโหรให้นั่ง บูชา
เช้ากระยาบวดมา นบไหว้
ราชบัณฑิตภาวนา นั่งชัก ประคำ๑๔๖เฮย
เปลี่ยนผลัดจัดกันให้ อยู่ทั้งวันคืน ๚
๑๗๔ พิธีพราหมณ์ตั้งนอกโพ้น สนามไถ นาเฮย
เครื่องโรงพาไล รอบนั้น
ที่พราหมณ์อยู่อาศัย๑๔๗ มุงร่ม คาเอย
กลางประธานห่อนกั้น ร่มน้อยฤๅมี ๚
๑๗๕ แห่พระเทวรูปตั้ง พร้อมเพรียง
เบญจคัพย์นพวัคเคียง ครบถ้วน
กุมภ์กุณฑ์รลศสังข์เรียง ตามที่
เสร็จอยู่กลางแจ้งล้วน ทั่วด้านม่านวง ๚
๑๗๖ นอกโรงรูปเมฆปั้น ครันครึก
เปนมนุษย์พันลึก หลากพ้น
มีเครื่องลับคับคึก ทั้งคู่
เร่อร่าน่าเกลียดล้น เด็กล้อมดูเกรียว ๚
๑๗๗ ราชวัติธงฉัตรตั้ง รอบโรง
พิสุทธิสายสิญจน์โยง แวดล้อม
พราหมณ์อ่านพระเวทโผง ผลัดเปลี่ยน กันนา
เทียนธูปจุดนอบน้อม แซ่ซ้องเสียงสังข์ ๚
๑๗๘ เดชะอำนาจด้วย บารมี
ทรงธิษฐานสัตยวาที ต่อตั้ง
กอบคุณพระรัตนศรี ล้ำเลิศ
คุณเวทไตรเพททั้ง สัตยผู้พยายาม ๚
๑๗๙ วลาหกแลเทพท้าว ทั้งหลาย
ต่างไม่นิ่งดูดาย อยู่ได้
บันดาลพรุณสาย ฝนสาด ลงเฮย
อากาศกลกาลไข้ มืดกลุ้มเกลื่อนบัง ๚
๑๘๐ เสร็จพรุณศาสตร์ซ้อง เห็นขลัง
ต่างก็เลิกกลับยัง ถิ่นบ้าน
แห่พระทักษิณวัง สามรอบ
อวยพระเกียรติแผ่ผ้าน เพียบพื้นภูวดล ๚
๑๘๑ โรงสงฆ์เช้าให้พระ สงฆ์ฉัน
แล้วรับปริกขารภัณฑ์ แจกให้
เทียนชัยพระดับพลัน สงฆ์สวด
สำเร็จราชพิธีได้ เลิกพร้อมโรงพราหมณ์ ๚
๑๘๒ ชาวชนมนัส๑๔๘ซ้อง เกษมสานต์
ชมพระราชธิษฐาน ปิ่นหล้า
ฝนตกดั่งฤดูกาล เก่าก่อน
ต่างปักดำต้นกล้า หว่านบ้างถางไถ ๚
๑๘๓ นาดอนนาลุ่มได้ ฝนเสมอ
ทั่วทุกแขวงอำเภอ ใหญ่น้อย
เหล่าราษฎร์ค่อยเผยอ ใจกริ่ม
ข้าวเปลือกราคาด้อย ต่างซื้อลดลง ๚
๑๘๔ บางปีฝนเหือดแห้ง แล้งหลาย
การจักสมจิตหมาย ห่อนได้
จึงเลือกจัดช้างพลาย ใหญ่ศอก นิ้วเฮย
มันตกติดหน้าให้ ประเปรี้ยงบำรู ๚
๑๘๕ มีจรลุงเบญพาด๑๔๙ตั้ง ทั้งสอง
ท้ายแท่นปักเสากอง สอบต้น
เท้าหลังติดบาศลอง กะจรด ถึงแฮ
หางเชือกวัดเสาค้น ผิวสั้นปลดโรย ๚
๑๘๖ นายท้ายช้างเลิศล้ำ เถลิงศอ๑๕๐ สารนา
ควาญขับเลือกแต่พอ ช่วยท้าย
มือทะมัดกดกุมขอ เกราะมั่น
แผงเปิดสองสารย้าย ยาตรเยื้องเชิงชน ๚
๑๘๗ กิริยาเหี้ยมฮึกห้าว หาญมัน
หางโก่งขึ้นหูชัน ชาติรู้
ต่างหมายสบเหมาะถลัน ถลึ้งประ งาเฮย
สองต่อสองสารสู้ ฉุดเส้นบาศตึง ๚
๑๘๘ ช้างใดได้ล่างแล้ว เดียงถนัด
บนเริดเงยหงายขัด กดแก้
ลากคว่ำเหวี่ยงเปลื้องสลัด ลงต่ำ
ช้างอยู่บนกลับแพ้ ปากร้องแปร๋แปร๋น ๚
๑๘๙ ช้างชนชนะได้ รุนแรง
หมอลากเล่มเข้มแขง จดง้ำ
แพ้กระทบ๑๕๑ถูกงาแทง ตลบขวิด เชือกฮา
หมอปลดแก้เต็มปล้ำ ผิดรู้เจียนตาย ๚
๑๙๐ ชนแล้วช้างชนะให้ ยืนตรง หยุดนา
หมอออกขอท่าวง ปัดเกล้า
ควาญซ้ำออกมือลง ลำจะ พุ่งเอย
ปากโผะมือขยับเย้า เยาะเย้ยกันเอง ๚
๑๙๑ ช้างแพ้จึงออกแก้ ทำถวาย
หมอออกท่านางกราย กรีดนิ้ว
จูงนางลิลาหมาย ชื่อท่า ควาญเอย
มือขยับไพล่หลังพลิ้ว ปากร้องโผะดัง ๚
๑๙๒ เสร็จค่ำร่ำเรื่องอ้าง ขอฝน
เป็นสวัสดิมงคล ทั่วหล้า
จวบกาลฤดูดล ปรกติ แล้วแฮ
เย็นชื่นทุกไพร่ฟ้า เฟื่องพื้นฟูใจ ๚
๑๙๓ ธัญญาขึ้นแตกตั้ง กองาม
ทุกประเทศนิคมคาม เขตแคว้น
เพื่อฝนตกต้องตาม กำหนด
ไม่มากไม่คับแค้น ชุ่มเลี้ยงพอดี ๚
๑๙๔ แถลงปางถือน้ำเมื่อ โปฐบท๑๕๒
แรมสิบสองค่ำกำหนด สวดซ้อง
ในที่พระอุโบสถ ศรีรัตน ศาสดา
รุ่งสิบสามค่ำพร้อง สัตย์ตั้งจิตถวาย ๚
๑๙๕ การเหมือนเดือนชื่อห้า ต้นปี
ล้วนเหล่าข้าละอองธุลี บาทพร้อม
ขุนหมื่นพระหลวงมี เบี้ยหวัด แลนา
มารับถือน้ำน้อม เกศ๑๕๓ถ้วนทุกตน ๚
๑๙๖ ดุสิดาปราสาทไว้ พิธีสงฆ์
พระแท่นตรงมุขตะวัน ออกตั้ง
เครื่องยุทธอีกเครื่องทรง กับพระ เต้านา
เชิญพระชัยถ้วนทั้ง สี่แล้วหนึ่งเติม ๚
๑๙๗ ฝ่ายมุขตะวันตกตั้ง เตียงทอง
รวมจัดล้วนสิ่งของ เรียบไว้
เครื่องปายาส๑๕๔ทั้งผอง ประจุขวด โหลแฮ
ถุงเศวตหุ้มปากให้ จัดตั้งเต็มเตียง ๚
๑๙๘ สายสิญจน์วงรอบทั้ง สองเตียง
ตั้งโต๊ะจีนแอบเคียง ค่างนั้น
เครื่องตั้งจัดพร้อมเพรียง ล้วนหยก เลิศนา
เร่งรีบขนจัดครั้น บ่ายแล้วเสร็จดี ๚
๑๙๙ พิธีพราหมณ์พราหมณ์จัดตั้ง เสร็จสรรพ
ถ้วนครบตามบังคับ ทุกครั้ง
ไม่แปลกเปลี่ยนตำรับ๑๕๕ อย่างแบบ เคยเอย
ชื่อพิธีสารทตั้ง เครื่องต้นกลางปี ๚
๒๐๐ สวดสิบสามสิบสี่เช้า ได้ฉัน
สิบสี่สวดฉันวัน สิบห้า
สิบห้าสวดพร้อมกัน ฉันค่ำ หนึ่งเอย
ต่างประชุมพร้อมกันหน้า ทุกถ้วนพนักงาน ๚
๒๐๑ สวดวันสิบห้าค่ำ กำหนด มีนา
ปายาสปรุงจรุงรส เรียบไว้
ได้ฤกษ์ประทานรด น้ำพุทธ มนต์เฮย
จันทน์กระแจะเจิมให้ เสร็จแล้วลงพาย ๚
๒๐๒ ให้ประโคมพิณพาทย์ฆ้อง ชัยสังข์
แตรเป่าปี่เปิดวัง เวกแจ้ว
กลองแขกระดม๑๕๖ดัง ครึกครั่น
ฉันสวดทุกวันแล้ว ห่อนเว้นว่างประโคม ๚
๒๐๓ หม่อมเจ้าสาวแน่งน้อย พรหมจา รีเฮย๑๕๗
นุ่งห่มล้วนภูษา เศวตแผ้ว
ต่างแต่งสกนธ์อา ภรณ์เลิศ
ครบสิบหกองค์แล้ว นั่งจ้องจรดกวน ๚
๒๐๔ เสร็จแล้วเลิกเก็บไว้ มากหลาย
แจกพระสงฆ์เจ้านาย ทั่วถ้วน
ขุนนางแจกให้ราย เรียงชื่อ
บริโภคทิพรสล้วน เลิศล้ำมงคล ๚
๒๐๕ เกณฑ์ให้คิดกลั่นแกล้ง ทำโถ
ผลฟักเหลืองโตโต แกะแก้
เป็นรูปต่างตามโว หารยัก ย้ายนา
จำหลักลายเลิศแท้ ดอกซ้อนสุดงาม ๚
๒๐๖ แซมสอดดอกไม้สด นานา
หอมกลิ่นเสริมศรัทธา ยิ่งล้น
กษิรรสกระยา คู่แต่ง เต็มแฮ
ถวายพระฉันวันต้น แรกนั้นขุนนาง ๚
๒๐๗ วันกลางนั้นก็ให้ ทำผจง
พระบรมวงศานุวงศ์ ฝ่ายหน้า
วันสุดเหล่าพระองค์ เจ้าฝ่าย ในเอย
ต่างประกวดอวดอ้า ออกสู้ฝีมือ ๚
๒๐๘ พระสงฆ์ฉันสารททั้ง สามวัน
ล้วนพระราชาคณะสรร สั่งให้
สามสิบเศษผลัดกัน พระมหาด บ้างนา
แรมค่ำหนึ่งนั้นได้ เนื่องน้อมสัปดปกรณ์ ๚
๒๐๙ วันสารทเหล่าราษฎร์ได้ ทำทาน
บิณฑบาตภัตตาหาร อื่นบ้าง
ทำตามบุราณกาล จารีต มานา
ฟังเทศน์ถือศีลสร้าง ก่อกู้ผดุงผล ๚
๒๑๐ อัศวยุชสี่ค่ำขึ้น มีการ แลแฮ
ชื่อคเชนทรัศวสนาน อีกเหล้า
สงฆ์สวดพฤฒาจารย์ ทอดเชือก
วันรุ่งห้าค่ำเช้า จึงได้ตามฉัน ๚
๒๑๑ บ่ายลงเดินแห่ช้าง ม้าหลาย
อีกรถแลโคควาย พรักพร้อม
ทหารปืนใหญ่เล็กราย เรียงคู่ คู่นา
เดินบาทถึงหน้าป้อม รดน้ำสงฆ์พราหมณ์ ๚
๒๑๒ วันรุ่งขึ้นหกข้ำ ทำขวัญ
ทั่วทุกช้างสำคัญ ครบถ้วน
แบบอย่างแต่ปางบรรพ์ เสมอทุก ปีนา
ตรุษ๑๕๘สารทสองครั้งล้วน เล่ห์แม้นการเหมือน ๚
๒๑๓ ลุวันสิบสี่ใกล้ เพ็ญวาร
เสด็จที่นั่งชลังค์พิมาน เลิศล้น
เนื่องสนมราชบริบาล โดยเสด็จ แน่นนา
สถิตย์แทบเรือบัลลังก์ต้น แต่งไว้ขนานลำ ๚
๒๑๔ พันพรหมราชผู้ หัวพัน
เกณฑ์พระหลวงรายกัน แวดล้อม
อาสาต่างต่างสรรพ์ อีกหก เหล่าเอย
องครักษ์แปดกรมห้อม ทุ่นถ้วนน่าขนาน ๚
๒๑๕ พันจันทนุมาศได้ มาจัด
เครื่องดอกไม้สารพัด เลิศล้ำ
พิณพาทย์ประโคมสกัด บนล่าง
อีกกับดอกไม้น้ำ มอบให้ทหารถวาย ๚
๒๑๖ เรืออาสาใหญ่ได้ ลอยลำ
ซ้ายอยู่เกณฑ์ประจำ ฝ่ายใต้
ขวาทอดอยู่ตามตำ แหน่งฝ่าย เหนือนา
กลองแขกในปี่ให้ นั่งท้ายกันยาพิง ๚
๒๑๗ เสด็จลงแล้วให้จุด โคมสัญ ญาเฮย
โคมทุ่นจุดพร้อมกัน ดาดน้ำ
พิณพาทย์กลองแขกรัน ปี่เป่า เปิดนา
ตำรวจเร่งพายจ้ำ ออกล้อมวงราย ๚
๒๑๘ ทรงจุดประทีปถ้วน เรือกระทง
ศรีกิ่งไชยครุฑ๑๕๙หงษ์๑๖๐ กราบบ้าง
เรือเกณฑ์รูปสัตว์ผจง หลายหลาก
ดั้งอีกแซมอญสร้าง เรียบร้อยลอยถวาย ๚
๒๑๙ แล้วจุดเพลิงพุ่มขึ้น สว่างงาม
กระถาง๑๖๑จุดระทา๑๖๒ตาม ต่อท้าย
เพลิงพลุ๑๖๓พะเนียงพลาม โพลงพลุ่ง
กรวดโด่งนกบินย้าย ยอกย้อนร่อนเวียน ๚
๒๒๐ ดูกระทงสนุก๑๖๔ด้วย พร้อมเพรียง
เรือราษฎร์ดาษดื่นเสียง คับน้ำ
ขันแข่งเหนื่อยรอเรียง ร้องสักร วาเฮย
ครึ่งท่อนปรบไก่ซ้ำ ดอกสร้อยมโหรี ๚
๒๒๑ ชายขึ้นหญิงหลีกเลี้ยว ล่องลง
เที่ยวจอดคอยดูกระทง๑๖๕ ธิราชเจ้า
พบปะที่ใจจง หมายเหมาะ
ชวนแวะแฟะฝั่งเฝ้า ฝากขอไมตรี ๚
๒๒๒ บ้างพบไม่สบต้อง อารมณ์ ตนเอย
ผิดที่ใจนิยม นึกไว้
แค้นจิตคิดไม่สม เหนื่อยเปล่า
พายอ่อนแทบเป็นไข้ กลับบ้านบอบบอม ๚
๒๒๓ เสด็จขึ้นแล้วให้ลด โคมลง
กลองแขกแปลงส่งตรง เสด็จแล้ว
ต่างเลิกที่ล้อมวง คืนกลับ บ้านนา
เรือราษฎร์คลาดคลาแคล้ว เคลื่อนคล้อยคืนเรือน ๚
๒๒๔ ลอยประทีปถ้วนครบทั้ง สามวาร
ปวงประชาเขษมสานต์ ทุกผู้
ภิกษุปวารณากาล วันสิบ ห้าเฮย
เข้าเขตกฐินรู้ เร่งร้อนตระเตรียม๑๖๖
๒๒๕ สามวันฉันเช้าที่ ในพระ ที่นั่งแฮ
จัดเลือกราชาคณะ ทั่วได้
ปริยัติและสัมถะ อีกปลัด ใหญ่นา
ยกแต่อาพาธไว้ เลือกได้พอดี ๚
๒๒๖ วันสิบสี่คณะใต้ ได้ฉัน
พระคณะเหนือวัน สิบห้า
เหล่าธรรมยุต๑๖๗พร้อมกัน ฉันค่ำ หนึ่งเอย
สามสิบรูปทั่วหน้า ครบทั้งสามวัน ๚
๒๒๗ สัปดปกรณ์บรมธาตุเบื้อง บรรพวงศ์ มากนา
ยี่สิบสองพระองค์สงฆ์ เท่านี้
บวรวังนับพระองค์ อีกสี่ รูปเฮย
วันคำหนึ่งบอกชี้ แต่เช้าฉันเฉลิม ๚
๒๒๘ ราตรีมีเทศน์ทั้ง ไตรวาร
วันละกัณฑ์กอบการ กะตั้ง
เป็นธรรมพิเศษทาน มีทุก ปีเฮย
ไตรปริกขารภัณฑ์ทั้ง วัตถุถ้วนสิบตำลึง ๚
๒๒๙ ดลแรมแปดค่ำตั้ง ตามจา รีตเฮย
เสด็จพยุหยาตราคลา คลาศเต้า
สถลมารคกำหนดอา วาส๑๖๘ใหญ่ แลแฮ
ถวายกฐินแด่เจ้า ภิกษุรั้งแรมฝน ๚
๒๓๐ ปืนใหญ่คู่หนึ่งนั้น นำพล น่าเฮย
กรมเกราะทองแต่งตน ขี่ม้า
เสื้อเกราะสิบสองคน หมวกเกราะ หมดเอย
ม้าวิ่งสวนทางหน้า หกม้าหมื่นขุน ๚
๒๓๑ ขุนโจมพลล้านเทิด ธงแหน แห่เฮย
ขุนสะท้าน๑๖๙พลแสน คู่คล้อย
เถลิงแสะผูกหางแพน ยูงยาบ
สองปักเสื้ออย่างน้อย โพกเกล้าดาบสะพาย๑๗๐
๒๓๒ ทหารแห่หลายหมู่ล้วน แข็งขัน
มือจับสินาดขยัน ทุกผู้
แตรกลองขลุ่ยครบครัน ครื้นครึก
เดินแบบแยบคายรู้ ถูกด้วยเพลงกลอง ๚
๒๓๓ ประตู๑๗๑หน้าตำแหน่งนั้น พระยา
ปลัดที่ทูลฉลองปรา กฏเต้า
เสื้อเข้มขาบตรูตา กระบี่๑๗๒ขัด แลแฮ
ผ้าขลิบพันโพกเกล้า สอดเสื้อครุยกรอม ๚
๒๓๔ ตำรวจสี่สิบนั้น ถือหวาย
ถือหอกอีกแลหลาย ไม่น้อย
เสื้อเลิศนุ่งเฉิดฉาย ใหม่หมด แลพ่อ
เดินสี่แถวเรียบร้อย ยาตรย้ายปลายขบวน ๚
๒๓๕ ขุนหมื่นตำรวจได้ ระดมกัน
แปดหมู่นายเวรสรรพ์ กลั่นแกล้ว
นุ่งใหม่หมดฉายฉัน เสื้อยศ ขาบนา
ขัดกระบี่สี่แถวแล้ว ลาศเต้าต่อตอน ๚
๒๓๖ พลพันทนายเลือกล้วน อาจอง
ปลัดจ่าเจ้ากรมยง ยิ่งใช้
คู่ชักรักษาองค์ เก่าใหม่ เลิศแฮ
อีกทหารในให้ แห่ย้ายรายเรียง ๚
๒๓๗ ตำรวจแปดเหล่าล้ำ เลิศชาญ
ปลัดจ่าเจ้ากรมหาญ ฮึกห้าว
เคล่าคล่องประกอบการ กิจแห่ แหนเฮย
องครักษ์รักษาท้าว ธิราชไท้เถลิงถวัลย์ ๚
๒๓๘ ทั้งนี้ต่างแต่งแม้น เหมือนเสมอ
เสื้อยศปักทองเลอ หลากล้วน
กึ่งยศปักดำเสนอ สนอบอย่าง หนึ่งนา
สวมหมวกยอดทองถ้วน กระบี่บั้งพื้นทอง ๚
๒๓๙ มหาดเล็กเสื้ออย่างน้อย ครุยกรอง
จ่าสี่หุ้มแพรสอง สิบได้
แพรหุ้มฝักบั้งทอง ดาบแห่ ริ้วแฮ
เจ้าหมื่นหลวงนายให้ ดาบล้วนฝักทอง ๚
๒๔๐ กลองจนะมโหรทึกล้วน ขันแข็ง
เสื้อหมวดกางเกงแสง สุกจ้า
กลองเงินมาศอีกแดง รวมแปด สิบเฮย
แตรยี่สิบแห่หน้า อีกทั้งสังข์สอง ๚
๒๔๑ เชิญเครื่องเครื่องเจ็ดชั้น สี่นาย
ห้าคู่ห้าชั้นหมาย เท่านั้น
บังแทรกหกชุมสาย สี่อิก นาพ่อ
ผ้ายกกางเกงสั้น สนอบริ้วพอกแดง ๚
๒๔๒ พระเสมาธิบัติเบื้อง หนขวา
ซ้ายพระฉัตรชัยปรา กฏตั้ง
ท่ามกลางพระเกาวพาห์ เดินแห่
เสื้อหมวกพื้นขาวทั้ง ยกริ้วกางเกง ๚
๒๔๓ สังฆ์การีนั้นสั่งให้ ถือธง ชัยนา
ซ้ายกระบี่ธุชณรงค์ เดชกล้า
ขวาพระครุฑพ่าห์ทรง จักรกฤษณ์ นาพ่อ
สองปักลายโพกผ้า สนอบน้อยสนับเพลา ๚
๒๔๔ มหาดเล็กหว่างเครื่องนั้น สิบนาย
ต่างนุ่งสองปักลาย สนอบริ้ว
เสื้อครุยสอดสวมกาย โอ่อ่า
เชิญพระแสงประนมนิ้ว หนุ่มน้อยเสมอสมาน ๚
๒๔๕ งามพระที่นั่งต้น พุดตาน๑๗๓
หุ้มมาศลายแลลาน เลิศล้วน
พระทวยปักรับพาน เงินปลีก ถวายเอย
หามสิบหกคนถ้วน สอดเสื้อกางเกง ๚
๒๔๖ พระยาเคียงนั้นได้สิบ สองสม
เกณฑ์เก็บจางวางกรม ทั่วได้
สอดสนับเพลาถม ปักยก ทองเอย
เข้มขาบอย่างน้อยให้ นอกซ้อนครุยกรอง ๚
๒๔๗ มหาดเล็กสิบหกให้ แต่งอินทร์ พรหมเอย
เข้มขาบเสื้อเฉิดฉิน เทริดกั้ง
ผ้าลายนุ่งทรงข้าวบิณฑ์ สอดสนับ เพลานา
ถือพุ่มมาศปรักตั้ง นอกริ้วเรียงเคียง ๚
๒๔๘ บังพระสูรย์พระกลดนั้น ภูษา มาลา
เชิญเชิดบังแสงอา ทิตย์คล้อย
พัดโบกอภิรมย์มา อยู่กวัด ไกวพ่อ
ลายนุ่งเสื้ออย่างน้อย นอกใช้ขาวครุย ๚
๒๔๙ บำเรอภักดิ์อนุรักษ์รู้ การดี
จ่าปลัดกรมวังมี สี่ถ้วน
พระทวยสุพรรณศรี บัวแฉก
จงหมื่นเชิญถวายบ้วน แบ่งน้ำพระศรีเสยย ๚
๒๕๐ พระแสงมหาดเล็กได้ เชิญตาม
เครื่องใหญ่น้อยหลายหลาม มากล้น
ปืนทวนพิศเพรางาม พวงพู่ ขาวเอย
เจ้าพนักงานแสงต้น เชิดด้ามเชิญเดิน ๚
๒๕๑ ถับทหารหาดเล็กล้วน ผู้ดี
นุ่งม่วงหมดเสื้อสี ขาบล้วน
ค้นชีพคาดกรครวี ปืนเหมาะ มั่นนา
เดินเหย่าเท้าถูกถ้วน ลาศด้าวปฤษฎางค์ ๚
๒๕๒ พระที่นั่งหนึ่งเลิศล้วน ราชา วดีเอย
อีกที่นั่งถมเนื่องมา ฝ่ายท้าย
พระวอต่อตามคลา เรียงเรียบ
ผูกแปดหามยาตรย้าย ทั่วถ้วนทุกองค์ ๚
๒๕๓ ม้าเทศที่นั่งต้น จูงตาม
ผูกเครื่องกุดั่นงาม สี่ม้า
ล้วนม้าระวางนาม ปรากฏ มีเฮย
จูงเหยาะแย่งแยกถ้า หนึ่งม้าสี่คน ๚
๒๕๔ ถัดถึงเหล่าล้วนพวก อาสา
เกณฑ์หัดถือปืนคลา คลาสเต้า
มลายูหอกคู่มา เรียงต่อ
แขกเทศกรมท่าเข้า แต่งล้วนเสโล๑๗๔
๒๕๕ อาสาญี่๑๗๕ปุ่นนั้น ถือขวาน จีนเอย
ทำลุธนูชาญ เชี่ยวแกล้ว
ดั้งทองดาบดั้งหาญ เหิมฮึก เหี้ยมแฮ
ทวนภู่ทวนทองแล้ว โล่๑๗๖ล้วนล้อมวัง ๚
๒๕๖ อาสาใหญ่ให้ดาบ เชลยลอง
ตรีเหล่าอาสารอง ฤทธิ์ห้าว
อาทมาทดาบถือสอง มือมั่น
อีกทหารในง้าว ง่าเงื้องามหาญ ๚
๒๕๗ เขนทองนั้นได้เทิด ดาบเขน
ตะบองหมู่เรือกันเจน จัดไว้
ครบสิบสื่อย่างเกณฑ์ ครบห่อน ขาดนา
หมู่ละสามสิบให้ อยู่ท้ายขบวนหลัง ๚
๒๕๘ อาสาญี่ปุ่นทั้ง เกณฑ์หัด ฝรั่งนา
แขกเทศมลายูจัด แจกไว้
แต่งตามเพศตนคัด แต่สี่ อย่างเฮย
ล้วนเลิศหลากหลากได้ บอกรู้ธรรมเนียมเดิม ๚
๒๕๙ สิบเหล่านั้นให้แต่ง ขบวนยุทธ
เสื้อสอดเสนากุฎ สุรัตล้วน
กางเกงนุ่งริ้วดุจ กันหมด นาพ่อ
สวมหมวกหนังแดงถ้วน ทุกผู้หมู่หมาย ๚
๒๖๐ ประตูหลังสองพระได้ เดินกัน ขบวนเฮย
เสื้อสอดอย่างน้อยขยัน ยิ่งแล้ว
ลายนุ่งอีกครุยสรร สอดเลื่อม พราวแฮ
พระนรินทร์พระศรีแกล้ว กลั่นแกล้งแต่งสวย๑๗๗
๒๖๑ ปืนล้อนั้นลากย้าย ปลายขบวน
ล้วนเหล่าทหารญวน ยาตรพร้อม
ปัศตันกับดินชนวน กระสุน๑๗๘เครื่อง ครบเอย
สำหรับแหนแห่ห้อม สุดท้ายภายหลัง ๚
๒๖๒ ชาววังนั่งเพียบพื้น ศาลา นอกแฮ
ครั้นแห่ยาตรามา หมอบเฝ้า
ต่างคนต่างดูตา ไม่พริบ เลยพ่อ
ชมพระเดชพระเจ้า อยู่เกล้าเย็นเกษม ๚
๒๖๓ ดูแห่ดูสุดสิ้น เสร็จขบวน ดูนา
ยังอยากดูสู้ชวน พวกพ้อง
ไปดูแห่งใดควร แวะนั่ง ดูแฮ
ดูไม่จบดูจ้อง เคลื่อนแล้วดูตาม ๚
๒๖๔ เหล่าราษฎร์กลาดกลุ้มเกลื่อน กลางถนน
ชายวิ่งหญิงปะปน แซ่ซ้อง
ครั้นเมื่อแห่ต่างคน ต่างนั่ง เรียบแฮ
ตาจับมือคอยจ้อง รับทิ้งโปรยทาน ๚
๒๖๕ เมียขุนร่องแร่งเร้า รุนคลา
บ่าวทาส๑๗๙ไม่มีมา ก็จ้าง
ต่างหมู่ต่างพวกหา ที่อยู่ ดูแฮ
คุ้นชอบแห่งใดบ้าง แอบเข้าอาศัย ๚
๒๖๖ พวกมีมาพรั่งพร้อม มากหลาย แลเอย
สาวห่มสีนุ่งลาย เรียบร้อย
บางคนแต่งสมกาย สมแก่ เจียวพ่อ
สีอ่อนนวลควันอ้อย นุ่งพื้นพอควร ๚
๒๖๗ ตึกแถวว่างแล้วนั่ง อาศัย ดูเฮย
ตามพวกใครก็ใคร กลุ่มกลุ้ม
บางพวกเที่ยวเดินไป นั่งโน่น นี่นา
สาวอยู่กลางแก่หุ้ม แวดล้อมระวังกัน ๚
๒๖๘ ชายเห็นชอบจิตแล้ว ตามประจบ
ไหนก็ไหนค้นพบ พูดจ้อ
น้าป้าย่ายายครบ ยักพูด
วางเลอะเป็นกอข้อ ล่อน้ำลายฟูม ๚
๒๖๙ นักเลงหนุ่มหนุ่มนั้น เที่ยวกรอ
ชอบแห่งใดไปรอ แห่งนั้น
เป็นทีแวะแอบขอ น้ำนั่ง เล่นเฮย
ทำเลียบเคียงเชิงชั้น เช่นชู้กอแก ๚
๒๗๐ ทุกจรอกไตรตรวจหน้า ชนผอง
เยี่ยดยัดอัดทั้งสอง ตราบข้าง
โรงร้านแต่งตั้งของ ขายโอ่ อวดเฮย
จีนแขกลาวไทยบ้าง โต๊ะตั้งบูชา ๚
๒๗๑ เจ้าขุนนางต่างให้ครอบ ครัวตน
เช้าตื่นนอนผ่อนขน ถ่ายย้าย
เที่ยวหาที่ชอบกล มอบฝาก ดูนา
แล้วเสร็จตนจึงผ้าย ยาตรเต้าตามขบวน ๚
๒๗๒ จบขบวนพยุหสิ้น เสร็จสาร
ขบวนราบอีกสถาน หนึ่งนั้น
เสด็จทรงพระราชยาน ทองเลิศ
ตำรวจแห่แบบบั้น บอกแม้นตามเคย ๚
๒๗๓ แห่สองแถวครบถ้วน กรมหมด
นุ่งห่มสมตามยศ ถูกถ้วน
กลองชนะเครื่องสูงลด อีกกับ แตรนา
มหาดเล็กแห่น่าล้วน เลิกให้ไปหลัง ๚
๒๗๔ ขบวนเสด็จอย่างหนึ่งนั้น ยังมี
ทรงรถเครื่องเหล็กดี ยุโรปแท้
ม้าเทศหกม้าสี เสมอหมด เหมาะเฮย
เทียมขับควบเหยียดแล้ เรื่อยริ้วฉิวฉุย ๚
๒๗๕ ตำรวจนั้นได้ขี่ อาชา
แห่เสด็จบรมนรา ธิราชเจ้า
เสื้อยศอย่างใหม่ปรา กฎยิ่ง
หมวดยอดคำสวมเกล้า กระบี่บั้งสายทอง ๚
๒๗๖ ทหารมหาดเล็กผู้ เลิศลบ
ต่างแต่งขี่สินธพ เทศแท้
ปืนโก๊กระบี่ครบ ตัวหมด นาพ่อ
ขี่กระลับขับแต้ ควบเต้าตามขบวน ๚
๒๗๗ ชลมารคพยุหยาตรย้าย เป็นขบวน
เรือรูปสัตว์จำนวน คู่ดั้ง
เรือแซอีกเรือญวน แจวคู่ น่าเฮย
เรือกิ่งที่นั่งทั้ง คู่ไท้ทรงรอง ๚
๒๗๘ ทหารญวนล้วนสอดเสื้อ จีนประจำ
สามคู่อยู่แจวนำ แห่หน้า
ท้ายธงปักทุกลำ อาวุธ อีกเอย
ปืนใหญ่แม่นปืนกล้า อยู่ยั้งลำละ๑๘๐สอง ๚
๒๗๙ เรือแซแห่เหล่าล้วน มวลมอญ
ลำหนึ่งหมูชลจร ชื่อแท้
อีกลำชื่อสุกร กำเหลาะ
น้าวหน่วงกรรเชียงแต้ โยกโย้เต็มตึง ๚
๒๘๐ แซชิงไชเยศอ้าง ออกนาม
อีกเพศพุกามตาม คู่ล้ำ
จระเข้ชื่อคำราม ร้องเรียก เรือแฮ
หนึ่งคนองน้ำ หกถ้วนขบวนเดิม ๚
๒๘๑ ธงแพรปักเทิดท้าย ทุกลำ
พลพวกแต่งสีดำ หมวกเสื้อ
อำอาตม์เหมาะกำยำ เหี้ยมฮึก หาญนา
เฮปากมือง่าเงื้อ ทุ่มเท้งชลฟู ๚
๒๘๒ เสือทะยานชลเฟื่องฟุ้ง เริงแรง
เสือชื่อคำรณสินธุ์แข็ง คู่ผ้าย
หลวงหนึ่งเดชสำแดง อยู่ฝ่าย สดำเฮย
หลวงชื่อแสงศรสิทธิ์ย้าย อยู่เบื้องหนเฉวียง ๚
๒๘๓ ทหารปืนปากน้ำเพียบ พลพาย
เสื้อหมวกสีแดงหมาย ทุกครั้ง
น่าปืนจ่ารงลาย เงินคร่ำ
กลางคฤห์สองตอนตั้ง ผูกง้าวทวนเขน ๚
๒๘๔ ประตูน่านำริ้วราช ปลัดทูล ฉลองเอย
ซ้ายราชวรานุกูล ชื่อตั้ง
ขวาเทพวรชุนพูน สวัสดิ์ยศ เลิศพ่อ
เรือกราบกันยาทั้ง คู่ได้แข่งเดิน ๚
๒๘๕ อาสาหกเหล่านั้น เวรนำ นอกนา
กลองแขกนั่งในทำ ปี่ท้าย
เวรสมทบปลัดตำ รวจอีก ลำเฮย
นำนอกปลายริ้วผ้าย ต่อท้ายเรือกลอง ๚
๒๘๖ ทั้งนี้เรือกราบพร้อม พลพาย
เสื้อสนอบสวมกาย ทั่วถ้วน
มงคลทัดเกล้าหมาย เหมือนมด นาพ่อ
ดูเลิศสีแดงล้วน เล่มกล้าพายโผน ๚
๒๘๗ คำแหงหาญนี้ชื่อ นาวา สางเฮย
หลวงพิทักษ์โยธา มอบให้
อีกหลวงหนึ่งนรา เรืองเดช
สางชื่อชาญชลสินธุ์ได้ คู่ดั้งโดยกรม ๚
๒๘๘ เรือกิเลนชื่อนั้นประ ลองเชิง
หนึ่งชื่อว่าระเริง๑๘๑ชล คู่นี้
หลวงนามเทพเดชะเถลิง คฤห์หนึ่ง นาพ่อ
อีกสุรินทร์เดชะชี้ ชื่อเจ้ากรมสอง ๚
๒๘๙ มกรแผลงฤทธิ์อ้าง ออกนาม เรือเอย
พระชื่อรามพิไชย อยู่ยั้ง
กับพระเผด็จสงคราม อีกคู่ กันเฮย
มกรชื่อจำแลงตั้ง แต่งไว้ในขบวน ๚
๒๙๐ เหราชื่ออ้างล่อง ลอยสินธุ์
หนึ่งชื่อลินลาสมุท บอกแจ้ง
หลวงสกลพิมานยิน ดีนั่ง คฤห์นา
หลวงวิเชียรไพชยนต์๑๘๒แสร้ง เศกให้เคียงสอง ๚
๒๙๑ เรือโตขมังคลื่นร้าย แรงรุน
โตชื่อฝืนสมุทร๑๘๓หมุน เผ่นน้ำ
ชำนาญภักดีขุน ที่ปลัด กรมเอย
ขุนอีกศรีสังหาร๑๘๔ซ้ำ ศักดิแม้นเสมอสอง ๚
๒๙๒ ทั้งนี้ลายเลิศล้วน น้ำมัน
คฤห์ดาดสีแดงฉัน แต่ผ้า
พลพายหมวกเสื้อสรรพ์ แดงหมด นาพ่อ
เขนผูกข้างทวนหน้า คฤห์ง้าวราวเฉียง ๚
๒๙๓ กระบี่ราญรอนราพณ์๑๘๕แกล้ว กลางชล  
กระบี่ปราบเมืองมารดล แด่นมล้าง
หลวงหนึ่งชื่อศรีรณ รงค์นั่ง คฤห์เอย
หลวงมหาโยธีอ้าง ชื่อชี้กองกลาง ๚
๒๙๔ อสุรวายุภักษ์เหี้ยม หาญรณ
หลวงชื่อเสนานนท์ หนึ่งผู้
ปักษีสมุทรยล อย่างยักษ์ นกนา
หลวงชื่อพลอาศัยรู้ ที่เจ้ากรมเสนอ ๚
๒๙๕ พาลีรั้ง๑๘๖ทวีปได้ สมญา เรือเฮย
สุครีพครองเมืองนา เวศรู้
ขุนพรหมรักษาขวา ปลัดหนึ่ง นาพ่อ
ขุนอีกอินท์รักษาผู้ ฝายซ้ายในทหาร ๚
๒๙๖ นำในเรือกราบต้น เวรลำ หนึ่งเอย
จมื่นปลัดกรมตำ รวจห้าว
พลพายเพียบประจำ กระทงครบ แลแฮ
เย่อวพ่อเย่อวหน่วงน้าว เย่อวพร้อมชูพาย ๚
๒๙๗ ครุฑเหิร๑๘๗ระเห็จด้าว แดนชล ขวาเฮย
ขุนชื่อบัญชาพล ปลัดยั้ง
เตร็จไตรจักรครุฑหน แห่งคู่ เรือแฮ
ขุนฤทธิ์พิชัย๑๘๘รั้ง ฝ่ายซ้ายโทเคียง ๚
๒๙๘ รูปสัตว์สี่คู่ล้วน ลายรด น้ำเอย
พื้นสอดสีเหมือนหมด หมึกแม้น
คฤห์ลาดดาดแดงสด๑๘๙ ปักมาส กรวยนา
เขนดาบทวนผูกแหน้น หอกง้าวหางยูง ๚
๒๙๙ นายลำนายเส้า๑๙๐อ่า อินทรีย์
เสื้อเลิศล้วนต่างสี ทั่วถ้วน
เสนากุฎลายฝี พายแต่ง ตนเฮย
ครอบหมวกหนังแดงล้วน นุ่งริ้วกางเกง ๚
๓๐๐ ตำรวจนั่งท้ายเทิด๑๙๑ ธงสาม ชายนา
โพกขลิบเสื้อสวมงาม ดอกริ้ว
ลงลำละคนตาม ตำแหน่ง นาพ่อ
วายุพัดธงพลิ้ว พลิกเฟื้อยสะบัด๑๙๒ชาย ๚
๓๐๑ จ่ารงนเรศ๑๙๓ได้ ลงลำ ละ๑๙๔บอกเฮย
เก้าคู่แม่นปืนประจำ คู่จ้อง
ปืนเล็กนั่งคฤห์สำ หรับหก คนนา
ลงแต่เจ็ดคู่ต้อง ลดไว้อีกสอง ๚
๓๐๒ พาลีสุครีพทั้ง วายุภักษ์
ให้รับกลองทองปรัก สี่นี้
ลำละสิบคนพรัก พร้อมสี่ สิบเอย
จ่าปี่จ่ากลองชี้ ที่ให้ลำละคน ๚
๓๐๓ เรือกราบกลองแขกผู้ นำใน
แม้ว่าเป็นเวรใคร จึ่งต้อง
แห่นำที่วางไป น่าคู่ ชักเอย
แต่งเช่นนำนอกพ้อง ไม่เพี้ยนเลียนเหมือน ๚
๓๐๔ ถัดถึงเรือกิ่งแก้ว ศรีสมรรถ ไชยเฮย
ประกอบกาบกนกสะบัด ชดช้อย
บัลลังก์บุษบกรัตน์ เรืองโรจน์๑๙๕
แสงสุวรรณสุกย้อย ยอกพลิ้วเลอหาว ๚
๓๐๕ เครื่องสูงลงอยู่หน้า สี่องค์
สามเครื่องห้าหนึ่งลง เจ็ดชั้น
ตอนท้ายเจ็ดชั้นคง องค์หนึ่ง
อีกเครื่องห้าชั้นนั้น จัดให้ลงสอง ๚
๓๐๖ บุษบกม่านตาดห้อย แหวกสอง ไขแฮ
พานมหากฐิน๑๙๖รอง รับผ้า
รายตำรวจตีนตอง ครบหก ตนพ่อ
นักสราช๑๙๗นั่งท้ายหน้า เทิดด้ามธงทอง ๚
๓๐๗ ชัยเหิรหาวหนึ่งนั้น เนาขวา
หลวงอภัย๑๙๘เสนา ยาตรย้าย
หลาวทองเอกชัยคลา คลอคู่
หลวงสุเรนทร์วิชิตซ้าย คู่ดั้งชักเดิม ๚
๓๐๘ หลังคาดาดแย่งพื้น แดงสี
หอกซัดหางโมรี ดาบง้าว
ทวนมาศดาบเชลยมี เขนสิ่ง คู่นา
แปลงแปลกแต่พู่เส้า๑๙๙ ทุกชั้นขนแดง ๚
๓๐๙ ลำเรือลายรดน้ำ ดำผจง แจ่มเฮย
นักสราชน่าถือธง อีกท้าย
มโหระทึก๒๐๐แตรลง ทั้งคู่ เรือพ่อ
พลเพียบแต่งตนคล้าย เล่ห์แม้นสิบลำ ๚
๓๑๐ อนันตนาคราชแม้น นฤมิตร
รูปนาคหลากพิจิตร เลิศล้วน
รายเหล่าอุรุคฤทธิ์ ขดเกี่ยว เกี่ยวแฮ
ผกแผ่เจ็ดเศียรถ้วน ขบเขี้ยวแข็งขัน ๚
๓๑๑ มหาบุษบกตั้ง กลางลำ
ม่านตาดผูกประจำ แต่งไว้
นักสราชท้ายน่าสำ หรับเทิด ธวัชเอย
ปืนจ่ารงค์นเรศใช้ คร่ำด้วยเงินลง ๚
๓๑๒ เครื่องห้าชั้นครบห้า เรียงราย
เครื่องเจ็ดชั้นสองหมาย ดั่งนั้น
พระกลดอยู่งานถวาย พัดโบก ลมนา
บังพระสุรย์บังดั้น แดดต้องส่ององค์ ๚
๓๑๓ พระแสงสินาดเฟื้อย นกสับ
แท่นหลักตั้งสำหรับ อยู่หน้า
แสงง้าวนากถมปรับ ทอดค่าง ที่เฮย
ทวนคู่อยู่ท้ายถ้า ที่เจ้ากรมเชิญ ๚
๓๑๔ เจ้าหมื่นมหาดเฝ้า ฝ่ายละสอง
เชิญพระแสงตีนตอง สี่รู้
จางวางหมอบทูลฉลอง หน้าพระที่ นั่งแฮ
อีกหนึ่งหุ้มแพรผู้ อยู่ท้ายเลวสอง ๚
๓๑๕ แต่งตนเต็มยศพร้อม เพริศพราย
เยียรบับเข้มขาบหลาย อย่างล้ำ
ล้วนเสื้ออย่างน้อยลาย สองปัก นุ่งเอย
แพรขลิบโพกเกล้าซ้ำ คาดเสื้อครุยกรอง ๚
๓๑๖ พลพายพายมาศจ้วง เปิดชู เชิดแฮ
ทรงประพาส๒๐๑ปัศตู อย่างน้อย
หมวกตุ้มปี่แดงดู เถือกเนตร นาพ่อ
ริ้วดอกปูมเชิงพร้อย เลิศล้วนกางเกง ๚
๓๑๗ ที่นั่งรองสองอีกใช้ เรือศรี ประกอบเฮย
ดาดแย่งบัลลังก์มี ม่านกั้น
ผูกผ้าภู่จามรี แต่งครบ แลพ่อ
ท้ายที่นั่งทางนั้น คู่นี้พายตาม ๚
๓๑๘ พระยาตำรวจซ้าย ตามติด
นามอภัยรณฤทธิ์ ออกอ้าง
พระยาอีกอนุชิต เนาฝ่าย ขวาเอย
เคียงแข่งแซงสองข้าง ต่อท้ายเรือรอง ๚
๓๑๙ ถัดถึงองครักษ์ทั้ง แปดกรม
ในใหญ่ซ้ายขวาสม สี่ถ้วน
ตำรวจนอกกับสนม อีกสี่ ลำเอย
เรือกราบกันยาล้วน แต่เจ้ากรมละกรม ๚
๓๒๐ เรือพระมหาเทพทั้ง มหามน ตรีนา
พระพิเรนทรเทพหน แห่งซ้าย
พระอินทรเทพพล พายเพียบ ขวาเฮย
สี่พระตำรวจย้าย ยาตรเต้าสี่เสมอ ๚
๓๒๑ พระอินทรเดชนี้ นอกเฉวียง
ขวาราชวรินทร์เคียง คู่แล้ว
พระพรหมบริรักษ์เรียง ริ้วนอก นาพ่อ
พระสุริยภักดีแกล้ว กลั่นกล้ากรมสนม ๚
๓๒๒ พระยามหานุภาพผู้ พลพัน
พระยาราชสงครามขัน เข่นเสี้ยน
องครักษ์หมู่หลังรัน โรมอริ แหลกแฮ
ตำแหน่งตามบเพี้ยน แวดล้อมวงหลัง ๚
๓๒๓ ราชโยธาเทพผู้ ทหารใน
วิสุทธิโยธามาตย์ไป ไม่รั้ง
พลพันพระหฤทัย๒๐๒ อภัยสุ รินทร์เฮย
พายหนักลงเล่มตั้ง หน่วงน้าวแข่งแข็ง ๚
๓๒๔ ปลัดกรมตำรวจถ้วน หกลำ
แต่ที่ใช้เวรนำ อยู่ท้าย
อิกสองปลัดกรมตำ รวจฝ่าย หลังแฮ
พายเร่งหนักแรงย้าย หน่วงน้าวยาวเผิน ๚
๓๒๕ หลวงกรรภยุบาทว์เจ้า กรมหาญ
หลวงราชเสวกชาญ ชื่อตั้ง
ขุนปลัดราชพิมาน อินทร์ประ สาทเอย
กรมรักษาองค์ทั้ง สี่ผู้นายลำ ๚
๓๒๖ จ่าหาญจ่าห้าวจ่า ผลาญแผลง
จ่าเร่งจำเขมงแรง จ่าเขม้น
จ่าเผ่นจ่าโผนแสง คาบชุด ยุทธพ่อ
จ่าช่วงจ่าโชนเต้น ตรวจใช้ไฟวัง ๚
๓๒๗ มลโยธานุโยคเจ้า กรมทนาย เลือกแฮ
ชัยโชคชกชนะหลาย สิบครั้ง
โยธาบดีหมาย นายเปรียบ มวยพอ
ขุนภักดีอาสาตั้ง คู่ไว้ศักดิ์เสมอ ๚
๓๒๘ รักษาองค์ปลายหอกห้าว เห็นหาญ
พระชื่ออภิบาลผลาญ เศิกม้วย
หลวงบรมราชผู้ชาญ เชี่ยวยุทธ นาแฮ
ขุนอาจขุนอมรด้วย ปลัดทั้งสองทหาร ๚
๓๒๙ เรือทหารเกณฑ์หัดล้วน เข้มแข็ง
พระชื่อศรสำแดง เดชกร้าว
อีกพระอัคเนศรแสง ใหญ่รอบ รู้ฤๅ
หมื่นก่งศรก่งศิลป์ห้าว หั่นเสี้ยนเศียรปลิว ๚
๓๓๐ เรือทหารมหาดผู้ ใช้ชิด
หลวงสาตราธิกรณ์ฤทธิ์ รอบรู้
หลวงสรจักรานุกิจ กอบแม่น ยำเฮย
หลวงวิทยาธิกรณ์ศักดิ์สู้ เศิกแกล้วกลางสมร ๚
๓๓๑ หลวงอังกนิศรสร้อยชื่อ พลารักษ์
สรสิทธยานุการอัคร๒๐๓ อาจป้อง
ศัลยุทธิกรรพรัก พร้อมหก นายแฮ
เรือกราบพลพายซ้อง กึ่งกั้นกันยา
๓๓๒ นายรองผู้น้อยนับ มากหลาย
เรือกราบแต่ตัวนาย ร่มกั้น
เบาะหมอนเครื่องยศราย โอ่อ่า
พายต่อเรียงตามชั้น แทรก๒๐๔ซ้อนชิงแซง ๚
๓๓๓ เรือแซงพลไพร่พร้อม ครบกระทง
จัดทหารเลวลง เพียบแต้
ลำละสิบสองคง ทั้งคู่ เรือนา
ล้วนลึกเปิดโล่งแตล้ เล่มกล้าเห็นจริง ๚
๓๓๔ นายเวรจ่ามหาดนั้น กันยา
เรือเหล่าหุ้มแพรมา ล่งล้วน
ที่ไปรับวัดคลา ไคลล่วง ก่อนเอย
เหลือจึงตามเสด็จถ้วน ครบหน้าตัวนาย ๚
๓๓๕ กันยานาเวศต้อน ตอนหลัง
เกณฑ์จมื่นจงปลัดวัง สี่ได้
ออกพร้อมแข่งประดัง ทั้งสี่ ลำนา
อนุรักษ์บำเรอภักดิ์ไว้ สุดท้ายปลายขบวน ๚
๓๓๖ เรือประตูหลังนั้นปลัด บาญชี
ขวาพระนรินทร์เสนี ยาตรย้าย
ซ้ายนั้นพระยาศรี สิงหเทพ
พลไพร่แต่งตนคล้าย คู่หน้าประตูนำ ๚
๓๓๗ แซหลังตั้งชื่อไว้ วรวา รีเฮย
อีกชื่อศรีปัดสมุทรมา คู่ต้อง
ตั้งคฤห์ผูกเครื่องอา วุธครบ ที่แฮ
มอญหมดกรรเชียงจ้อง เทิดท้ายธงแพร ๚
๓๓๘ พระองค์เจ้าอีกกับทั้ง ต่างกรม
เรือกราบกันยาสม ศักดิ์เจ้า
พู่ดาวม่านพึงชม ทองปัก แย่งพ่อ
พลเพียบพายหน่วงน้าว แข่งบ้างลางแซง ๚
๓๓๙ เสร็จเจ้าแล้วจึงล้วน ขุนนาง หลายแฮ
นาเวศกันยากลาง เลิศล้ำ
สองข้างม่านแพรกาง กันแดด ส่องเฮย
พายเพียบจรดจัวงจ้ำ แทรกซ้อนร่อนกราย ๚
๓๔๐ ปางทรงที่นั่งต้น โสภิต
เรืออนันตนาครจิตร เจ็ดเกล้า
กฤษณรักษ์ทรงสถิตย์ เกษียรสมุทร แม้นพ่อ
เลอหลากเพรงพระเจ้า แต่โพ้นฤๅมี ๚
๓๔๑ เสด็จลงพลไพร่พร้อม กราบงาม
ถ้วนครบคำรบสาม คาบแล้ว
จึ่งหลวงพิศณุนาม เสนอกล่าว ครโลงเอย
เฉื่อยฉ่ำสำเนียงแจ้ว จึ่งจ้องจรดพาย ๚
๓๔๒ เห่เอ่ยพระเสด็จพร้อง คำขาน
พลไพร่รับบรรสาน แซ่ซ้อง
พระที่นั่งเคลื่อนชลธาร ฟูฟ่อง
พายจรดต้นบทร้อย รับซ้ำกรายพาย ๚
๓๔๓ คู่ชักเคลื่อนออกซ้อง เสียงสังข์
ตั้งโห่แตรเป่าดัง แตร่แตร้
มโหรทึกลั่นประนัง นฤนาท
พายพ่อพายเปิดแล้ จรดเส้ายาวเยอว ๚
๓๔๔ เรือกลองกลอง๒๐๕แขกขึ้น ติงติง ทั่งแฮ
ปี่เป่าแอ้อ่อยอิง เกลือกนิ้ว
จำกลองเปิดปะปิง เปิงครุ่ม
เรือเลื่อนลมริ้วริ้ว ศัพท์เส้าครื้นโครม ๚
๓๔๕ เรือดั้งทุกคู่รู้ ตัวนาย เส้าเฮย
ตั้งโห่ออกเรือขยาย เคลื่อนคว้าง
เส้ารุกเร่งพลพาย หนักทุก เล่มพ่อ
น่าพัดคัดฉากง้าง งัดท้ายพายตรง ๚
๓๔๖ เรือตามต่างออกพร้อม เพรียงกัน
เคียงแข่งแซงแข็งขัน ครั่นครื้น
ส่ำเรือส่ำพลพัน ลึกเอิก เกริกเอย
สายสมุทรนองคลื่นฟื้น เฟื่องฟุ้งฟองฟู ๚
๓๔๗ ถึงที่หนึ่งใกล้เกือบ ประทับ
ดั้งไล่จ้ำฉับฉับ เร่งเส้า
เรือกลองทอดทวนขยับ ตรงท่า ฉนวนเฮย
เรือที่นั่งหนักโน้มน้าว หน่วงพลิ้วพายทอง ๚
๓๔๘ ครั้นถึงประทับรั้ง ราพาย
กลองแขกทำแปลงถวาย ต่านจ้อ
เรียกรุ่ยเร่งรัวปลาย ไม้ดอก รุกนา
ปี่ปิดนิ้วลงห้อ แหบซ้ำส่ายเลย ๚
๓๔๙ ปางเสด็จยุรยาตรขึ้น เป่าสังข์
แตรก็ส่งสนั่นดัง แซ่ซ้อม
กลองชนะจ่าเรียกจั๋ง ครุ่มครุ่ม จั๋งครุ่ม
จบหมดสามลาพร้อม กับทั้งเสียงแตร ๚
๓๕๐ พระดำเนินสู่โบสถ์ตั้ง นมัสการ
ทรงมอบจีวรทาน นอบน้อม
สงฆ์สมมุติสวดครองกราน๒๐๖เสร็จกิจ แล้วแฮ
ถวายเครื่องบริขารพร้อม แจกทั้งไตรปี ๚
๓๕๑ เสร็จเสด็จทีหนึ่งแล้ว คลาพล
เคลื่อนพยุหโดยชล มารคเต้า
ลุวัดที่สองดล สามสี่ วัดนา
เย็นบ่ายกลับคืนเข้า สู่เบื้องมณเฑียร ๚
๓๕๒ ชาวแพชาวบ้านจัด โต๊ะเตียง
ตั้งที่บูชาเรียง เครื่องพร้อม
เจ้าของแอบหมอบเคียง ดูแห่
เทียนธูปจุดนอบน้อม นั่งเฝ้าเต็มแพ ๚
๓๕๓ บางแห่งแต่งกวาดแผ้ว ชุลมุน
รับท่านผู้มีคุณ วุ่นว้า
บ้างรับพวกเมียขุน นางอีก หลายเอย
วิ่งไขว่อยากได้หน้า เหนือยนั้นเลยลืม ๚
๓๕๔ ขุนนางต่างแต่งให้ ภรรยา
เรือแหวดแปดแจวหา ที่ยั้ง
คุ้นชอบแวะจอดอา ศัยอยู่ ดูแฮ
หน้าวัดน่าบ้านทั้ง ร่มไม้ฝั่งชล ๚
๓๕๕ พระเสด็จพยุหยาตราเต้า แดนชล
อัศวยุช๒๐๗ฤดูดล หนึ่งครั้ง
ปางเมื่อสุดสิ้นฝน ฟ้าเปิด เมฆแฮ
เฉลิมพระยศทั่วทั้ง แผ่นหล้าแหล่งสยาม ๚
๓๕๖ ประชุมชนพรักพร้อม มากหลาย
ถ้วนทั่วทุกหญิงชาย แซ่ซ้อง
เที่ยวดูแต่ตามสบาย เริงรื่น
ยอพระเกียรติเกริก๒๐๘ก้อง นบนิ้วถวายพร ๚
๓๕๗ ชลมารคพยุหยาตรนี้ มีวัน หนึ่งนา
ต่ออีกนั้นจัดสรร ใหม่แท้
พรหมราชที่หัวพัน หมายบอก
เรือรูปสัตว์ผลัดแก้ เปลี่ยนดั้งธรรมเนียม ๚
๓๕๘ เรือญวนสามคู่นั้น ให้คง อยู่แฮ
เสือหนึ่งแซสามตรง สี่ถ้วน
แปดลำประจำจง มาแห่
กว่าจะเลิกกฐินล้วน เหล่านี้มีเสมอ ๚
๓๕๙ เรือประตูอีกกับทั้ง เรือนำ กลองเฮย
อีกปลัดกรมพระตำ รวจหน้า
เวรสมบทแห่ประจำ ริ้วนอก
ตำรวจกองประตูห้า คู่ทั้งเรือเสือ ๚
๓๖๐ กองกลางเรือดั้งนอก นามขนาน
ขุนชื่อจงใจหาญ ปลัดรู้
นายเรือคู่ชำนาญ นำแห่ มานา
ขุนชื่อผลาญไพรีผู้ กลั่นกล้ากลางณรงค์ ๚
๓๖๑ เรือกันแกล้วกลั่นกล้า ไวยวุฒิ
ขุนพิชัยชาญยุทธ เชี่ยวใช้
ขุนนราฤทธิไกรรุด ราญศึก สยอนเอย
กรมสุวัสวดีได้ ว่าทั้งสองกรม ๚
๓๖๒ เรือดั้งตำรวจทั้ง แปดกรม
ในใหญ่นอกอีกสนม แปดถ้วน
รองงานนักงานระดม ในหมู่
เกณฑ์ทุกกรมแต่ล้วน เลือกพื้นพันทนาย ๚
๓๖๓ เกณฑ์หัดอย่างฝรั่งดั้ง แห่ใน
ขุนชื่อคงปืนไฟ แม่นถ้า
ทั้งสองปลัดกรมไว วิ่งรุก โรมพ่อ
ขุนไล่พลรบกล้า มุ่งสู่หมายเศียร ๚
๓๖๔ ล้อมวังดั้งคู่นี้ พนักงาน
หลวงอภัยพลชาญ ชื่ออ้าง
ฝ่ายขวาว่าแต่การ แหนแห่
หลวงชนะไพรินข้าง ฝ่ายซ้ายนายเรือ ๚
๓๖๕ อาสาวิเศษตั้ง ชั้นสาม
ขุนอนุชิตสงคราม มอบให้
ขุนรณฤทธิ์พิชัยนาม ที่ปลัด กรมเฮย
เป็นพนักงานได้ ว่าด้านการเรือ ๚
๓๖๖ ทหารในเรือดั้งนี้ สองคลา
หมื่นชื่อจงใจสนิทขวา หนึ่งนั้น
ซ้ายหมื่นจิตรรักษา เรือคู่ ดั้งแฮ
วางแห่เคียงคู่กั้น นอกชั้นเรือกลอง ๚
๓๖๗ ดาดสีแดงสอดพื้น เชิงกรวย
สิบคู่ดูสลวย สุกจ้า
ดาวผ้าพู่เส้นสะสวย๒๐๙ เพราเพริศ
ขนพู่ขนเส้าห้า แห่งชั้นขนขาว ๚
๓๖๘ ปืนหลักนกสับง้าง รางทา เขียวเอย
ตั้งที่หน้ากันยา เหมาะหมั้น
เกณฑ์หัดหมู่ทหารมา ลงหก คนพ่อ
พลพวกพายเรือนั้น สอดเสื้อสีขาว ๚
๓๖๙ เรือปลัดตำรวจต้น เวรไคล คลาเฮย
หน้าแห่งเรือทหารใน คู่ดั้ง
เรือกลองจัดวางไป น่าคู่ ชักนา
พายหนักลงเล่มตั้ง ตกด้อยคอยที ๚
๓๗๐ เอกชัยบุษบกตั้ง ลอยสินธุ์
ศรีประภัสรชัยยิน ชื่ออ้าง
สำหรับรับไตรกฐิน พายแห่
ลอยเลื่อนลำเดียวคว้าง ที่หน้าเรือลำ ๚
๓๗๑ เครื่องสูงลงครบทั้ง เจ็ดองค์
ตำรวจตีนตองคง หกถ้วน
แตรนักสราชลง ครบที่
พายอ่าเสื้อเหลืองล้วน หมวดตุ้มปี่แดง ๚
๓๗๒ เรือชื่อบ้าบิ่นนั้น เนาขวา
เกณฑ์ไพร่โพเรียงมา ประจุพร้อม
ขุนปลัดชื่อบัญชา พลว่า กล่าวเอย
พายไม่เหนื่อยหัดซ้อม อดสู้อยู่แรง ๚
๓๗๓ เรือทองแขวนฟ้าที่ ซ้ายหมาย
บ้านใหม่ไพร่เล่มพาย หัดไว้
ขุนฤทธิพิชัยนาย ปลัดตัก เตือนแฮ
ถี่ถับทุกเล่มได้ เร่งเส้าพายทัน ๚
๓๗๔ สีแดงดาดขอบล้อม เชิงมี
กลางดอกดาวดูดี เรียบร้อย
พู่เรือพู่เส้าสี แดงหมด นาพ่อ
เสื้อขลิบแดงอย่างน้อย จ่ายถ้วนพลพาย ๚
๓๗๕ คู่ชักคู่นี้ไม่ มีทหาร ปืนเฮย
ลงแต่มโหระทึกขาน คู่ใช้
ว่าลำหนึ่งโบราณ สรงหนึ่ง บังคนเอย
ม่านรอบม้วนแขวนไว้ เมื่อใช้ปลดลง ๚
๓๗๖ ที่นั่งศรีมีชื่อไว้ เทวา ธิวัดถ์เอย
เพ็ชรรัตน์รายดารา เอกอ้าง
รัตนดิลกสมญา บุษบก พิศาลแฮ
ทวยเทพยถวายกรบ้าง ผลัดเพี้ยนเปลี่ยนทรง ๚
๓๗๗ ยังที่นั่งทรงกราบนั้น มีสาม
ชื่อประจำทวีปงาม เลิศล้น
กลีบสมุทรสุดพายตาม เดินนัก นาพ่อ
ประพาสแสงจันทร์ต้น ป่าใต้ตัดถวาย ๚
๓๗๘ ถวายเป็นที่นั่งต้น วันละลำ
เล่มยกพายประจำ จัดพร้อม
กางเกงยกริ้วขำ เขียวหมด แลแฮ
สวมสนอบขาวมืออ้อม ขลิบล้อมเหลืองสี ๚
๓๗๙ เรือศรีมีชื่ออ้าง อีกสอง ลำเอย
จักรพรรดิภิรมย์รอง แต่งตั้ง
พิมานอมรินทร์คลอง แคบเล็ก ใช้นา
รุ้งประสานสายทั้ง เฟื่องฟ้ากราบสอง ๚
๓๘๐ พลพิริยพรักพร้อม เรียบราย
จัดแต่งล้วนเล่มพาย ยกกล้า
กางเกงสอดสวมกาย เสื้อสนอบ แลพ่อ
แม้นที่นั่งเจ้าหล้า บ่เพี้ยนเลียนตาม ๚
๓๘๑ บัลลังก์ตั้งกึ่งกัน กันยา
สีดาดทองตรูตา แย่งพร้อย
ผูกม่านแย่งรจนา กระจก๒๑๐หยอด แววเอย
ดาวพู่ผ้าดาดห้อย แต่งทั้งทรงรอง ๚
๓๘๒ เรือตามตามบทพร้อม ไม่ลด
อย่างพยุหยาตรหมด ทุกผู้
ต่างตนแต่งเต็มยศ เสมอทุก วันนา
กว่าจะสิ้นกฐินสู้ เบียกแว้งแต่งกาย ๚
๓๘๓ บางแห่งที่ไม่สู้ ขัดขวาง
เจ้ากับท่านขุนนาง แต่งได้
บางคนบ่นครวญคราง ออดแอด
แต่งก็เต็มดูใกล้ เปรอะเบื้อนปอดปอน ๚
๓๘๔ ที่จนจักบ่นบ้าง ตามที
แต่ที่ผู้มังมี บ่นบ้า
รำพัน๒๑๑กลั่นเสียดสี แคะค่อน
พูดไม่คิดไว้หน้า พูดเหล้นฤๅจริง ๚
๓๘๕ ขายผ้าเอาหน้ารอด ไว้ที
ถึงจะมีไม่มี เสือกดิ้น
เพราะการแต่ละปี มีแต่ ละครั้งเฮย
วิ่งวุ่นกว่าจะสิ้น สุดรู้จำจน ๚
๓๘๖ บ้างยืมบ้างเช่าบ้าง ของตัว
เมียคิดหาแต่งผัว ช่วยบ้าง
อ้อนวอนที่เจ๊สัว คุ้นชอบ
บ้างเร่งเตือนของจ้าง ช่างร้องเต็มที ๚
๓๘๗ เครื่องถมเครื่องนากล้วน พานกา หีบเอย
เงินสั่งทำมาแต่ เซี่ยงไฮ้
กระโถนเครื่องน้ำชา ขันโต๊ะ ชุดพ่อ
กล่องปิ่นโตหาไว้ แต่งใช้ไปกฐิน ๚
๓๘๘ บ้างหาเครื่องยศบ้าง หาเรือ
หาเก็บจนเหลือเฟือ เผื่อไว้
ที่ขัดก็ขัดเหลือ เต็มขัด แล้วนา
หาเช่นเขาไม่ได้ แทบกลั้นใจตาย ๚
๓๘๙ วิ่งวนจนสุดสิ้น ปัญญา
หล่อนช่วยวิ่งช่วยหา หน่อยเจ้า
เมียช่วยวิ่งเต็มประดา๒๑๒ หลายแห่ง
ไม่เสร็จไม่กินข้าว โกรธแค้นถึงตี ๚
๓๙๐ การกฐินไม่สิ้นเรื่อง รำพัน
จักกล่าวป่วยการวัน เนิ่นช้า
ยังความที่ขันขัน มีมาก
ว่านักดูเหมือนบ้า บ่นเพ้อเก้อเอง ๚
๓๙๑ มวลหมู่ข้าไท้ฝ่า บาทบงสุ์
อีกพระวงศานุวงศ์ ใหญ่น้อย
เหล่าพราหมณ์กับพระสงฆ์ หมู่ราษ ฎรเฮย
มีศรัทธาค้อยค้อย ต่างรู้ต่างทำ ๚
๓๙๒ ส่ำสงฆ์ทุกทั่วถ้วน อาราม
วัดราษฎร์วัดหลวงตาม เขตแคว้น
นครนิคมคาม จังหวัด สยามแฮ
ต่างไม่สู้คับแค้น ลาภล้วนพอเสมอ ๚
๓๙๓ รั้งแรมไตรมาสสิ้น เขตฝน
กอบกิจปวราณา๒๑๓ตน เสร็จแล้ว
ทุกหมู่ประชาชน ต่างทอด กฐินเฮย
ทุกทุกวัดฤๅแคล้ว ต่างได้ต่างกัน ๚
๓๙๔ ยามเช้าหนาวเรื่อยริ้ว ลมชาย
เป็นพัดหลวงกลายคลาย เกลื่อนร้อน
แดดอ่อนผ่อนปัดกราย ลงสู่ นิตย์เอย
บูรพทิศเมฆตั้งก้อน สั่งฟ้าสั่งฤดู๒๑๔
๓๙๕ ดลเดือนกรรดึกตั้ง จองเปรียง
ชัยคู่ประเทียบเคียง สี่ต้น
ทั้งโคมบริวารเรียง รายรอบ สนามพ่อ
อีกรอบกำแพงพัน พร่ำพร้องแลหลาย ๚
๓๙๖ ธรรมเนียมกำหนดไว้ ว่าปี
อธิกมาสหนุนมี จึ่งให้
ยกโคมเมื่อดฤถี ขึ้นค่ำ หนึ่งนอ
กาฬปักษ์สองค่ำได้ ลดแล้วจองเปรียง ๚
๓๙๗ ปรกติมาสได้ยก โคมถวาย
ขึ้นสิบสี่ค่ำหมาย บอกแจ้ง
จองเปรียงตกอยู่ปลาย เดือนสิบ สองเฮย
วันลดตกยามแล้ง คำขึ้นมิคเศียร ๚
๓๙๘ ตำหรับหนึ่งออกอ้าง อาทิตย์
ยกสู่ราศีพิจิตร๒๑๕ แห่งหั้น
ข้างขึ้นจึ่งตั้งกิจ พิธีข้าง ขึ้นนา
ยกเมื่อข้างแรมนั้น จึ่งตั้งต่อแรม ๚
๓๙๙ กลหนึ่งกำหนดด้วย ดารา กรแฮ
เรียกชื่อดาวกฤติกา๒๑๖ ฤกษ์ชี้
พลบขึ้นเมื่อรุ่งคลา เคลื่อนตก
ขึ้นฤแรมพิธีนี้ จุ่งตั้งตามดาว ๚
๔๐๐ อีกอนึ่งท่านว่าด้วย วันพิธี
แต่สิบห้าราตรี ตรัส๒๑๗อ้าง
เติมต่อเพราะกาลมี ลอยประทีป แลแฮ
เป็นสิบหกสิบแปดบ้าง บอกไว้พิธีเดียว ๚
๔๐๑ ปีใดยกเมื่อขึ้น เดือนดล
วันแรกตั้งสวดมนต์ ฤกษ์นั้น
กาฬปักษ์อัศยุชหน สิบสี่ ดับนา
ยกต่อแรมผ่อนสั้น สวดขึ้นสิบสาม ๚
๔๐๒ อาภรณ์พิโมกข์ตั้ง เตียงพระ
พุทธชัยวัฒนะ ออกตั้ง
เทียนโคมสำหรับจะ จุดทุก ยามเฮย
โต๊ะปรักรองมาตั้ง สี่ร้อยสามสิบสอง ๚
๔๐๓ น้ำมนต์ตั้งพระเต้า เสลา
อีกเครื่องทรงบูชา จัดพร้อม
เย็นลงพระสงฆ์มา สิบรูป
จึงประโคมแซ่ซ้อม ลั่นฆ้องแตรสังข์ ๚
๔๐๔ ไทยห้ามอญห้านั่ง ขัดสมาธิ
บนพิโมกขปราสาท สวดอ้าว
จบแล้วป่าวประกาศ ทั่วทุก องค์เอย
รุ่งจุ่งมาแต่เช้า๒๑๘ ฤกษ์ได้โมงดี ๚
๔๐๕ ครั้นรุ่งวันฤกษ์พร้อม พนักงาน
โหรนั่งตรงหน้าศาล อ่านก้อง
บูชาพระฤกษ์การ จบเสร็จ
ตั้งโห่ให้ลั่นฆ้อง ยกต้นโคมชัย ๚
๔๐๖ พิณพาทย์กลองแขกขึ้น ระดมกัน
แตรเป่าปี่สองคัน ล่อแจ้ว
พระสงฆ์สวดชยัน โตก่อน
กว่าจะยกโคมแล้ว แสบท้องเสียงเครือ ๚
๔๐๗ ชัยประเทียบหกต้นที่ สี่ตำ รวจนา
ตำรวจนอกสนมทำ มากล้น
บริวารปักประจำ รอบที่ สนามเอย
รอบราชวังหลายต้น เหล่าล้อมวังทำ ๚
๔๐๘ ต่างคนต่างยกร้อง เอะอะ
ไม้ง่ามค้ำเกะกะ กีดแก้
ขาทราย๒๑๙ช่วยจุนปทะ ค่อยเลื่อน
ฉุดเชือกเหนี่ยวเต็มแล้ จึงเข้าตะเกียบ๒๒๐ตรง ๚
๔๐๙ ยกเสร็จแล้วให้พระ สงฆ์ฉัน
ถวายขวดมีน้ำมัน กับด้าย
สบงโคมสิ่งสำคัญ ถูกกับ พิธีเอย
เป็นแบบอย่ายักย้าย อย่างนี้ดีควร ๚
๔๑๐ หอแห่งพราหมณ์แต่งตั้ง เบญจคัพย์
นพวรรคตามตำรับ เรื่องพร้อม
เย็นมานั่งคอยรับ เสด็จออก ทรงเฮย
เพลิงจุดเทียนนอบน้อม กับทั้งเปรียงถวาย ๚
๔๑๑ เสด็จออกประทับยั้ง ชาลา
ทรงจุดเทียนเปรียงทา เล่มไส้
เคารพต่อพุทธา ทิรัตน์ ตรัย๒๒๑เอย
ตำรวจรับปักไว้ แห่งห้องโคมบัง ๚
๔๑๒ พร้อมเสร็จทรงชักเส้น สายดัง กริ่งแฮ
พราหมณ์ประณต๒๒๒เป่าสังข์ ส่งก้อง
แตรพิณพาทย์ประนัง ครื้นครั่น
กลองแขกขานอีกฆ้อง หึ่งให้ชัยศรี ๚
๔๑๓ โคมเคลื่อนเลื่อนลิ่วขึ้น ถึงหงส์
ชัยคู่หนึ่งเฉพาะทรง ก่อนได้
ประเทียบจึ่งพระองค์ เจ้าชัก สี่นา
โคมอีกบริวารให้ เหล่าเจ้าพนักงาน ๚
๔๑๔ เรื่องเรืองโอภาสแผ้ว จรัสงาม
ผลัดเปลี่ยนเทียนทุกยาม ห่อนช้า
จารีตขัตติยสยาม เสวยสวัสดิ์ แลพ่อ
เฉลิมพระเกียรติเจ้าหล้า เพื่อรู้อยู่เขษม ๚
๔๑๕ อาณาประชาราษฎร์ทั้ง พระวงศ์
ชีพ่อพฤฒิพรหมพงศ์ กอบรู้
อีกกับภิกษุสงฆ์ สถิตวัด แลแฮ
ต่างชักโคมทั่วผู้ ส่องฟ้าเรืองแสง ๚
๔๑๖ กรรดึกศุกรปักษ์ขึ้น จวนเพ็ญ
จันทร์กระจ่างดวงเห็น แจ่มฟ้า
แห้งเหือดพรุณเย็น ยามค่ำ
ลมว่าวพัดแรงกล้า ส่งน้ำตราดลง ๚
๔๑๗ น้ำลงลมล่องแล้ง ละฝน
เย็นฉ่ำน้ำค้างบน หยาดย้อย
ธัญญาผลาผล เผล็ดช่อ รวงเฮย
สาโรชเบิกบานสร้อย เฟื่องฟุ้งเสาวคนธ์ ๚
๔๑๘ กมลชนบานเบิกแม้น ดวงมาลย์
สิ่งโศกร้อนรำคาญ เสื่อมร้าง
พระคุณแผ่ไพศาล พรมประ ทั่วแฮ
ปานเปรียบหยาดน้ำค้าง ชุ่มชื้นชาวชน ๚
๔๑๙ วันสิบสามค่ำขึ้น บ่ายชาย
พร้อมพระสงฆ์มากหลาย ใช่น้อย
บรรดาที่ทรงถวาย ไตรอีก กฐินเอย
นับประมวญห้าร้อย กับทั้งหัวเมือง ๚
๔๒๐ อมรินทร์พระที่นั่งสร้อย วินิจฉัย๒๒๓
จัดหมู่พระสงฆ์ไทย สวดพร้อม
รามัญเหล่านั้นไป ตามพวก มอญนา
บนดุสิดาภิรมย์ล้อม สวดอ้าวอ่าวอึง ๚
๔๒๑ แบ่งร้อยหกสิบนั้น ให้ฉัน
เกณฑ์ผลัดทั้งสามวัน ครบถ้วน
สามร้อยเศษเปลี่ยนกัน บิณฑบาต
ในพระราชวังล้วน แซ่ซ้องฉลองไตร ๚
๔๒๒ สดับปกรณ์บรมธาตุไท้ ให้มี
กาฬปักษ์ทุติยดิถี ทุกครั้ง
ตามเคยประจำปี ไป่ขาด เลยนา
ทรงพระราชูทิศตั้ง ต่อเบื้องบรรพวงศ์ ๚
๔๒๓ เทศนาพลบค่ำนั้น ให้คง
วันละกัณฑ์เคยทรง สดับบ้าง
จบเสร็จเสด็จลง ลอยพระ ประทีปเอย
เป็นนิรันดร์ฤๅค้าง ขาดเว้นสักปี ๚
๔๒๔ การลอยประทีปนั้น พันพรหม ราชเอย
หมายบอกล้อมวงระดม ทั่วผู้
พลเรือนทหารกรม ท่าอีก นาพ่อ
ทอดทุ่นใหญ่น้อยรู้ ที่ตั้งทุกกอง ๚
๔๒๕ จักกล่าวทุ่นทอดริ้ว สายใน
กรมแปดเหล่าเรียงไป ตลอดท้าย
เกณฑ์เฉพาะปลัดกรมไว ว่องนั่ง คฤห์นา
เรือรูปสัตว์แรงว้าย วาดล้วนลายน้ำมัน ๚
๔๒๖ ฝ่ายขวาเหนือน้ำทอด สี่นาย
ท้ายฝ่ายซ้ายทอดราย สี่ผู้
เทพราชทอดอยู่ปลาย สุดทุ่น เหนือเอย
ท้ายสุดศรีนรินทร์รู้ อยู่รั้งหลังสอง ๚
๔๒๗ สายนอกทำลุทั้ง เกณฑ์หัด ฝรั่งเฮย
กรมคู่ชักเรียงจัด ทอดไว้
สนมตำรวจรายถัด ทอดอยู่ นอกนา
ขวาอยู่เหนือซ้ายให้ ทอดท้ายปลายแถว ๚
๔๒๘ สายกลางพิณพาทย์นั้น ทอดประจำ
กลองแขกสำหรับนำ ทอดกั้น
ตำรวจนอกอีกสองลำ ทอดต่อ มานา
เรือดอกไม้เพลิงนั้น ทอดไว้หว่างกลาง ๚
๔๒๙ ตำรวจในนั้นทอดหน้า บัลลังก์ ขนานเฮย
กลางทอดเป็นตะพาน๒๒๔ ทุ่นต้าย
ทอดสะกัดตัดหน้าฉาน ตำรวจ ใหญ่เฮย
ในทุ่นเรือตาร้าย อยู่ท้ายแลเหนือ ๚
๔๓๐ กองกลางเรือดั้งกะ เกณฑ์มา
อีกกับกรมอาสา พิเศษล้ำ
เรือกรรคู่ซ้ายขวา มาหมด แลพ่อ
ขวาอยู่เหนือท้ายน้ำ พวกซ้ายรายกอง ๚
๔๓๑ ธรรมเนียมทอดทุ่นล้อม วงราย
ผู้ขี่เรือกราบหมาย กราบใช้
เรือดั้งแต่งดั้งพาย มาทอด
ตามที่เคยแลให้ ทอดล้อมถวายลำ ๚
๔๓๒ กันโบดทั้งสี่นั้น เกณฑ์ประจำ
ทอดอยู่เหนือสองลำ อีกใต้
ชั้นนอกนักงานสำ หรับกัก เรือนา
จามแขกอาสาได้ เคาะฆ้องกะแตเตือน ๚
๔๓๓ ชั้นนอกที่สุดนั้น นครบาล
ทอดอยู่ประจำการ อย่างแร้ง
ซากศพสิงสาธารณ์ ลอยล่อง
คอยเก็บเขี่ยเหวี่ยงแว้ง ซ่อนเว้นสาบสูญ ๚
๔๓๔ ตำรวจโคมเพ็ชรดั้ง โคมสาน
โคมกลีบบัวพนักงาน ทุ่นใช้
เคาะฆ้องกะแตขาน เซ็งแซ่
ห้ามเหล่าเรือเล่นให้ ออกพ้นล้อมวง ๚
๔๓๕ ปืนทุ่นตำรวจนั้น หลักทอง
ปืนหลักดั้งผอง เหล็กล้วน
จ่ารงนเรศกอง เรือรูป สัตว์เฮย
ฝรั่งเศสทอสี่ท้วน จ่ายให้แขกจาม ๚
๔๓๖ จ่ารงคนเรศนั้น กำหนด แปดนา
ปืนหลักทองจ่ายจด แปดให้
หลักเหล็กนับรวมหมด ยี่สิบ สี่เฮย
ครบสี่สิบสี่ได้ กับทั้งฝรั่งทอง ๚
๔๓๗ พันพุฒพันเทพราชได้ เกณฑ์กอง บกแฮ
ตั้งรักษาทั้งสอง ฟากน้ำ
ตะวันตกประจำซอง อยู่หก กรมเฮย
ตะวันออกมากหลากล้ำ สิบถ้วนกองเกณฑ์ ๚
๔๓๘ ทหารในเลือกหอกห้าว เห็นขยัน
อีกรักษาองค์พลพัน กลั่นกล้า
อาสาญี่ปุ่นขัน แข็งเข่น เคี่ยวเฮย
กรมไพร่คลังสินค้า พวกดั้งฝั่งบูรพ์ ๚
๔๓๙ กองตระเวนปลัดตั้ง ตะวันตก
เกณฑ์รักษาทางบก สี่ผู้
งำเมืองหนึ่งนายก ไตรตรวจ
พระเทพผลรู้ ทั่วแคว้นแดนแขวง ๚
๔๔๐ บัลลังก์ที่นั่งต้น เคียงขนาน
ตำรวจในพนักงาน แต่งไว้
เจ้ากรมปลัดทหาร ในเลิศ ลงเฮย
ขวาอยู่ท้ายซ้ายได้ อยู่หน้าเรือขนาน ๚
๔๔๑ สมเด็จบรมนารถเจ้า จอมภพ
ครั้นเมื่อย่ำค่ำพลบ นอบน้อม
ทรงสดับเทศนาจบ จวบทุ่ม ควรพ่อ
องครักษ์แปดหมู่ห้อม แห่ริ้วชูเทียน ๚
๔๔๒ พระดำเนินลงสู่เบื้อง ฝั่งชไล
ทรงพระราชยานไคล คลาศเต้า
ดลราชกิจวินิจฉัย ประทับแทบ เกยนา
ชาวแม่นักงานเฝ้า นบนิ้วส่องเทียน ๚
๔๔๓ โคมสัญญาชักเฉื่อยขึ้น ถึงปลาย เสาเอย
เรือทุ่นจุดโคมราย รอบล้อม
พิณพาทย์ประโคมถวาย กลองแขก อีกพ่อ
ทหารเป่าแตรตรวจซ้อม ทุ่นใต้จุดเรียง ๚
๔๔๔ พระเสด็จยุรยาตรเยื้อง ลงยัง เรือเอย
ที่นั่งรัตนบัลลังก์ เทียบไว้
เนื่องสนมแน่นชาววัง อีกพระ ประยูรนา
เถ้าแก่ท้าวนางได้ อยู่ท้ายถวายเรือ ๚
๔๔๕ เสด็จถึงประทับยั้ง หยุดพลัน
ให้เคลื่อนเรืออนันต์ นาคเต้า
พลพายพรั่งพร้อมกัน พายล่อง
ถึงจอดเรียงเคียงเข้า เทียบหน้าเรือขนาน ๚
๔๔๖ เจ้ากรมพระตำรวจทั้ง แปดนาย
ต่างก็ลงเรือพาย ล่องน้ำ
โคมเพ็ชรจุดผูกหมาย ตำรวจ ใช้นา
พายหนักเร่งพายจ้ำ รีบร้อนเร็วไป ๚
๔๔๗ ครั้นถึงที่ทุ่นตั้ง ล้อมวง
แวะจอดจับทุ่นตรง ที่นั้น
สี่ตำรวจนอกในคง ตามที่ เคยเอย
ตำรวจนอกสนมชั้น นอกริ้วเคยเสมอ ๚
๔๔๘ ทรงจุดประทีปล้วน เทียนราย ลำเฮย
เทียนฉัตรจำรัสฉาย ช่องชั้น
เสด็จทรงประนมถวาย เรือเคลื่อน ลอยเฮย
สังข์หวู่แตรเหว่จั้น จับจ้าแจ่มใจ ๚
๔๔๙ ถัดถึงนาเวศล้ำ แลวิไล
ปรากฏศรีสุนทรชัย ชื่ออ้าง
เทียนรายฉัตรชั้นไสว แสงส่อง
จุดเสร็จลอยล่องคว้าง เคลื่อนคล้อยกรายพาย ๚
๔๕๐ ต้นบทโหยเห่ต้น คำกลอน
พลเพียบรับอักษร ท่อนท้าย
พายทองเชิดชูสลอน จังหวะ พายพ่อ
บทกาพย์เปลี่ยนพายย้าย ยั่วเย้าเชิงชวน ๚
๔๕๑ พายกรายพายร่อนร้อง เห่หวล
ฟังเสนาะสำเนียงครวญ เฉื่อยช้า
ล่องขึ้นกลับทบทวน หลายเที่ยว
เฉลิมพระเกียรติเจ้าหล้า หลากล้ำฤๅเสมอ ๚
๔๕๒ บรรยงก์บุษบกตั้ง ทั้งสอง ลำเฮย
พุทธสิหิงค์จำลองทรง หนึ่งนั้น
หนึ่งตั้งพุ่มพานทอง แท่นที่ นาพ่อ
ทรงพระราชูทิศหั้น แห่งแก้วกิ่งสาม ๚
๔๕๓ จึงจุดประทีปล้วน เรือกระทง
แลเลิศล้วนอย่างคง คู่หล้า
แกะประกอบบรรจง กระจกแจ่ม ศรีเฮย
เพลิงส่องแสงทองจ้า จรัสแพร้วพรายพราว ๚
๔๕๔ หลายลำหลายคู่เข้า เคียงงาม
ลอยเรียบล่องชลตาม ขนัดริ้ว
พลพายจดจ้องจาม จ้วงเปิด โปรยเฮย
ธงปักลมปัดพลิ้ว พลิกย้ายชายกระพือ ๚
๔๕๕ โขมดยาเรือดั้งคู่ รามัญ แซนา
เรือรูปสัตว์หลายพรรค์ ถูกถ้วน
วางลำดับเรียงกัน ตามแบบ เพรงพ่อ
ตั้งคฤห์กันยาล้วน ดาดผ้าแดงทอง ๚
๔๕๖ไม้แกะรูปหุ่นจ้อง จับพาย
เสื้อสอดต่างสีหลาย หลากล้ำ
สองแถวนั่งริมราย ทุกทั่ว กระทงเฮย
จ้วงหนักจรดทีจ้ำ งัดท้ายยืนตรง ๚
๔๕๗ บัดถึงที่นั่งต้น ตรูตา ต่างแฮ
นาคครุฑหงส์เหรา กิ่งแก้ว
เอกชัยกราบนานา สีประกอบ อีกเฮย
จำหลักเครือมาศแพร้ว หลากพื้นลายผจง ๚
๔๕๘ บัลลังก์มณฑปตั้ง กึ่งกลาง
ม่านปักทองแย่งกาง ผูกห้อย
จงกลรับเทียนวาง หว่างภาพ พายพ่อ
ประดิษฐ์ประดับไม่น้อย เครื่องแม้นเรือทรง ๚
๔๕๙ เรือกราบเกณฑ์เหล่าข้า ทูลละออง
หลวงพระพระยาผอง ทุกผู้
จำลำดับปล่อยสอง ลำล่อง
พันชื่อพรหมราชรู้ เรียบร้อยคอยวาง ๚
๔๖๐ เรือเสร็จสั่งให้เรียก แพกระทง ใหญ่เอย
ปล่อยล่องคว้างคว้างตรง เหนี่ยวไว้
รั้งท้ายหยุดถวายทรง จุดทั่ว เทียนเฮย
แล้วที่หนึ่งสองได้ ปล่อยซ้ำเรียงตาม ๚
๔๖๑ กระทงเจิมพับเกล็ดซ้อน ใบตอง กล้วยเอย
บ้างเหลี่ยมบ้างกลมสอง ใหญ่น้อย
ซ้อนตั้งยอดพานรอง พนมพุ่ม แลพ่อ
กลีบปากบุบผชาติร้อย เฟื่องห้อยพึงชม ๚
๔๖๒ กระจังกระจ่างล้วน ผลฟัก เหลืองเฮย
ซ้อนเสียดสอดสีจำหลัก เพริศแพร้ว
นานาเอนกปัก เทียนภาพ สลับแฮ
ลิงยักษ์ต่อยุทธแกล้ว จับถ้าจรดแทง ๚
๔๖๓ ฉลักฉลุปรุกาบต้น กัทลี
ลายเลิศมุ่งสอดสี ชาดพื้น
แต่งประกอบแพมี ปลาเต่า มากนา
ชลท่วมเกลี่ยตื้นตื้น รอบชั้งรองกระทง ๚
๔๖๔ โสภณโอภาสเพี้ยน แผกกัน
ต่างช่างต่างเชิงขัน คิดสู้
ทำถวายเสร็จสามวัน ลอยเนื่อง กันนา
วันหนึ่งนับตรวจรู้ ครบห้ากระทงเกณฑ์ ๚
๔๖๕ บรมวงศ์ทำนั้นที่ หนึ่งกระทง
สองกับสามราชวรวงศ์ จัดไว้
สี่สมเด็จอนุชาองค์ หนึ่งแต่ง นาพ่อ
ห้าเชษฐกคินีได้ แต่งแล้วลอยถวาย ๚
๔๖๖ จุดพุ่มกระจ่างแจ้ง แสงฉาย
กระถางพลุระทาหลาย ปีบร้อง
นกกรวดพะเนียงราย บานช่อ งามเอย
พลุโด่งดังเสียงก้อง บอกขึ้นสามตึง ๚
๔๖๗ ครั้นเสร็จเสด็จขึ้น ราชฐาน
กลองแขกรัวต่านขาน ปี่ห้อ
เรียกรุ่ยปี่เปิดดาน โหยแหบ
ออกสายปี่ตอดจ้อ ส่งแล้วลดโคม ๚
๔๖๘ เรือผ้าป่าทอดทุ่นทั้ง ล้อมวง
โคมลดสัญญาลง เสร็จแล้ว
ต่างเลิกต่างคนคง ที่สถิต ตนเฮย
เดือนล่องนภาแผ้ว ผ่องพ้นมัวมอม ๚
๔๖๙ ดาดาษกลาดเกลื่อนกลุ้ม เรือดู
อึงลั่นสนั่นหู ไม่น้อย
แทรก๒๒๕เบียดเสียดเกรียวกรู ชิงช่อง ขึ้นแฮ
แม้จักนับกว่าร้อย ยึดท้ายเป็นพวง ๚
๔๗๐ บ้างเล่นเคียงแข่งคล้าย พายพนัน
ชิงชนะสรวลสันต์ โห่ร้อง
บ้างเถียงทะเลาะกัน อึงเอะ อะเอย
สนุกสนั่นมี่ก้อง ฟากโพ้นโยนยาว ๚
๔๗๑ บางคนเล่นเรื่องร้อง ขับขาน
แพนขลุ่ยซอบรรสาน แอ่วชู้
อย่างต่ำขับขอทาน โทนฉิ่ง กรับนา
ริเล่นตามตนรู้ ดอกสร้อยเพลงสวรรค์ ๚
๔๗๒ ปรบไก่ครึ่งท่อนทั้ง สักรวา
ร้อยยักลำนานา ปลอบพ้อ
แก้โต้ตอบไปมา ไม่สุด สิ้นเอย
ออดแอดอ้อยอิ่งจ้อ จากแล้วพายตาม ๚
๔๗๓ สาวหนุ่มบรรเจิดหน้า แจ่มใจ
ทุ่มทอดไว้อาลัย เกี่ยวเกี้ยว
ฝากรักชักความใน วอนกล่าว
เลียมและเลี่ยงหลีกเลี้ยว ผูกข้อไมตรี ๚
๔๗๔ ลมลงเรื่อยเรื่อยริ้ว ก่อหนาว
เย็นชุ่มใจหนุ่มสาว แทรกเนื้อ
เกิดรักแรกเริ่มคราว ฤดูเปลี่ยน นาพอ
ใหม่ไม่เคยชิดเชื้อ อกร้าวหนาวชวน ๚
๔๗๕ จันทรจรแจ่มฟ้า ส่องแสง สว่างเฮย
ส่องจับเนตรเสียวแสยง ยอกช้ำ
ส่องพักตร์๒๒๖พักตร์เพ็ญแคลง จันทร์เปลี่ยน
จันทร์แจ่มเจ็บใจปล้ำ ปลิดให้ไกลทรวง ๚
๔๗๖ น้ำลงเรือล่องคว้าง ขวัญหาย
น้ำเร่งให้ไกลสาย สวาสดิ์แคล้ว
วันอื่นกลับคืนหมาย พบเนตร ฤๅนา
น้ำส่งเหลียวสั่งแก้ว กึ่งถ้อยไป่ทัน ๚
๔๗๗ เหลียวหลังลับเนตรโอ้ อ่อนแรง
ฤๅว่าเจ้าจอดแฝง ฝั่งสุ้ม
แลลอดสอดตามแสง เดือนส่อง
จันทร์แจ่มใจมืดกลุ้ม ส่องน้องไหนนาง ๚
๔๗๘ ปะวนหน้าวัดอ้าง กัลยา ณมิตรเฮย
คิดว่าวนคืนมา สู่เจ้า
สองเนตรสอดแสวงหา ริมฝั่ง
หาฤเห็นหวนเศร้า ล่องพ้นวนเลย ๚
๔๗๙ บ้างคืนบ้างกลับขึ้น พายทวน น้ำเอย
ชายหนุ่มหญิงสาวชวน พูดจ้อ
น้ำเชี่ยวรีบเร่งจวน จักรุ่ง รางนา
พายไม่พายเฝ้าล้อ สาดน้ำเปียกปอน ๚
๔๘๐ หญิงดุชายดับง้อ งอแง
ยิ่งโกรธยิ่งตอแย หยอกเย้า
มือพายพูดคลอแคล ชวนแข่ง
ลองสักพักเถิดเจ้า หะตั้งตุ๋งพาย ๚
๔๘๑ ชาวแพชาวบ้านเหล่า ชาวชน
ต่างก็ทำตามจน เล็กน้อย
เรือหยวกดอกอุบล บานเบิก ลอยเฮย
จีบพลับพลึงจ้อยจ้อย ธูปน้อยหนึ่งเทียน ๚
๔๘๒ สามวันเอิกเกริกทั้ง กรุงศรี
เป็นที่ปริ่มเปรมปรีดิ์ แซ่ซ้อง
ตามคราวฤดูปี รู้ทั่ว กันพ่อ
นึกกระหยิ่มคอยจ้อง ค่ำแล้วดูกระทง ๚
๔๘๓ จีนไทยแขกแท้ชอบ ดูกระทง
ชาวยุโรปกงสุล พ่อค้า
ต่างคนจัดเรือลง พายเที่ยว
แสนสนุกทั่วหน้า เหนือยเข้าจอดดคอย ๚
๔๘๔ บ้างเล่นจุดดอกไม้ ทั้งผอง
ช่อม่วงเทียนฝอยทอง ดอกน้ำ
เล่นตามแต่ใจคนอง จุดขว้าง๒๒๗ กันเฮย
อีกกรวดกังหันซ้ำ ประทัด๒๒๘ทิ้งเป็ดบิน ๚
๔๘๕ นักเลงเจ้าชู้เที่ยว เสาะแสวง
ไหนที่สีแดงแดง จอดห้อย
แอบพูดตะแคะตะแคง เป็นแยบ
ทำขู่ทำหน้าม่อย พูดแก้กันอาย ๚
๔๘๖ บางคนนึกไว้แต่ คืนหลัง
มาก็เที่ยวเก้กัง ตรวจหน้า
หมู่ใหญ่น่าวัดระฆัง ไปแอบ ดูเอย
ไม่พบจบเจียนบ้า สุดรู้เสียแรง ๚
๔๘๗ อกเอ๋ยหาอ่อนอ้า อยู่ไหน
หาบ่เห็นสายใจ สุดค้น
แลเห็นแต่โคมไฟ สูงสุด เสานา
ใจลิ่วแขวนสูงพ้น ยิงล้ำโคมลอย ๚
๔๘๘ เอาเถอะสุดฤทธิ์ค้น เสาะหา
นึกว่าสิ้นวาสนา๒๒๙ เท่านั้น
สองคืนไม่ปะตา แลเปล่า
รักก็รักสุดกลั้น แทบกลั้นใจตาย ๚
๔๘๙ เลอะแล้วร่ำเรื่องผู้ ดูกระทง
เปรอะประจะเก็บลง เบื่อบ้าง
เกลากลอนผ่อนประสงค์ สังเขป
แม้จักซ้ำพร่ำอ้าง มากล้นเหลือฟัง ๚
๔๙๐ ปาฏิบทกัณหปักษ์ตั้ง พิทยา๒๓๐
ชื่อกติเกบูชา ว่าไว้
จันทร์ถึงฤกษ์กฤติกา ปรากฏ ควรพ่อ
พราหมณ์พรตพรหมกรรมได้ พุ่มไม้เทพทัณฑ์๒๓๑
๔๙๑ ตั้งเกยหกศอกขึ้น น่าสถาน สามเฮย
มูลพระโคกองปาน ต่อมน้ำ
สี่ทิศแห่งเกยศาล สูงศอก หนึ่งนา
ชื่อว่าบัพโตล้ำ เลิศล้วนมงคล ๚
๔๙๒ พลบค่ำชีพ่อพร้อม ทำการ พิธีเฮย
ในที่เทวสถาน หนึ่งนั้น
กรสูทอาตมสุทธธาร เบญจคัพย์ เสร็จนา
บูชิตเทพทณฑ์ปั้น บาตรแก้วตามเพลิง ๚
๔๙๓ เทพทัณฑ์ทวาทศถ้วน แลหลาย
ผ้าหุ้มห่อหนปลาย ทุกไม้
เกยหนึ่งสี่ไม้หมาย สี่อย่าง นาพ่อ
เสี่ยงสุขสำราญให้ โลกรู้ศาสตร์คุณ ๚
๔๙๔ ราชครูผู้ใหญ่ขึ้น เกยพลัน
ไม้ห่อผ้าจุ่มน้ำมัน บาตรแก้ว
จุดเพลิงพุ่งทิศตะวัน ออกก่อน แลพ่อ
พุ่งครบสี่ทิศแล้ว ปักตั้งบัพโต ๚
๔๙๕ ที่หนึ่งเสร็จจึ่งขึ้น ที่สอง
ทำวิธีทำนอง ดั่งนั้น
เสร็จแล้วที่สามรอง ทำดุจ กันนา
พุ่งยอดบัพโตครั้น ครบสิ้นสามเกย ๚
๔๙๖ เสร็จจึ่งสวดเข้าตอก ในสถาน
พราหมณ์สี่ตนนักงาน สวดแจ้ว
ข้าวตอกจัดตั้งพาน พราหมณ์หนึ่ง ชูนา
ยกอุหลุบจบแล้ว แจกให้ชาวชน ๚
๔๙๗ บาตรแก้วนั้นจุดไว้ สามรา ตรีเฮย
คอยรับพระศิวา กฤษณเจ้า
พระองค์จักเสด็จมา เยียนโลก
ได้ประชุมเทพท้าว ถีบโล้ขดานโยน ๚
๔๙๘ สิ้นความตามแบบเบื้อง โบราณ
กติกมาสพิธีการ เท่านี้
น้ำลดชักลมพาน พัดล่อง ลงเอย
เรียกว่าลมว่าวชี้ ชื่อแล้งแห่งฤดู ๚
๔๙๙ ดลแรมย่างเข้าเขต เหมันต์
พระสุริยจรผัน ปัดใต้
สิ้นกำหนดวสันต์ สร่างเมฆ มัวแฮ
จิตก็สร่างเศร้าได้ จับร้อนโดยฤดู ๚
๕๐๐ ราตรีดาวดาดฟ้า แวววาม
แสงสว่างกระจ่างงาม พร่างแพร้ว
อัศนีภรณีนาม อีกกัตติ กานา
พลบค่ำขึ้นผ่องแผ้ว เพื่อให้เรียนดู ๚
๕๐๑กาฬปักษ์กติกมาสถ้วน บัณรสะ วารเฮย
ผ้าป่ามิใคร่จะ ว่างเว้น
เริ่มทำริทอดพระ สงฆ์ชอบ คุ้นแฮ
กอบก่อต่อการเล่น เลือกล้วนควรมี ๚
๕๐๒ ชาวชนแต่งผ้าป่า ครื้นเครง
นัดประชุมนักเลง ขับร้อง
ดอกสร้อยสักรวาเพลง ละครแขก ไทยเอย
เสียงสนั่นมี่ก้อง เกิดเหล้นการประชัน๒๓๒
๕๐๓ บอกบุญป่าวร้องพวก ศรัทธา ทั่วเฮย
ต่างรับแต่งนานา ใหญ่น้อย
กระบุงกระจาดหา อีกอ่าง โอ่งพ่อ
หมากมะพร้าวกล้วยอ้อย กับเข้าของกิน ๚
๕๐๔ ต่างแต่งกระจาดอ้อย หลากกัน
ต้นใหญ่ย่อมย่อมสรร แซ่งซ้อน
ผ้าไตรบริขารภัณฑ์ ตั้งยอด
อีกพุ่มกัลปพฤกษ์ปล้อน ปลิดปลิ้นเปลือกโยน ๚
๕๐๕ บางผู้พานคับแค้น ขัดสน
ทำแต่ตามตนจน หยิบได้
ไตรตร่างก็เต็มทน ต้องเช่า ช้ำเอย
สบงพาดกิ่งไม้ใช้ เช่นนี้มีชุม ๚
๕๐๖ โคมแขวนโคมตั้งจุด เพลิงราย
เพลิงส่องแก้วส่องฉาย สว่างแผ้ว
โคมบัวจุดปักราย เรียงรอบ ลำเฮย
แต่งเรือตั้งเรียบแล้ว จึงให้โหมโรง ๚
๕๐๗ เรือแจวพายขึ้นล่อง ไปมา
ยินสนั่นลั่นเฮฮา หยุดยั้ง
ชาวบ้านเรือกสวนพา หลานลูก มาแฮ
การสนุกทุกคราวครั้ง กลาดกลุ้มจอแจ ๚
๕๐๘ ผ้าป่าแม้ว่าเหล้น แห่งใด
ชนชอบประชุมใน แห่งนั้น
ใครรู้เร่งรีบไป เรือหลาก หลากนา
นางและเป็ดสำปั้น ม่วงม้าหมูญวน ๚
๕๐๙ บ้างมีมหาชาติทั้ง คาถา พันเอย
มีที่บ้านศาลา วัดบ้าง
จ่ายกันแจกฎีกา ตามพวก พ้องพ่อ
หวังประโยชน์สืบสร้าง เพื่อพ้องเมตไตรย ๚
๕๑๐ จวบวันบัณรัศทั้ง อัฐมี
ไพโรจน์เรื่อรังษี ส่องฟ้า
จักอาสน์๒๓๓เสร็จสรรพตี พิณพาทย์ อึงเอย
สัปรุษนั่งพร้อมหน้า เทศน์ขึ้นทศพร ๚
๕๑๑ เครื่องรัตนวิจิตรตั้ง บูชา หลากเฮย
เทียนประทีปนานา ดอกไม้
ธงฉัตรสิ่งสหัสสา เรียงเรียบ
ฉากเรื่องเขียนแขวนไว้ อีกอ้อยกัทลี ๚
๕๑๒ ชายหญิงชาวบ้านเหล่า ทายก
เตือนลูกสาวแต่งตก แต่เช้า
เรือไกลเร่งไปบก จึ่งจะ ทันเอย
ก่อนรุ่งรีบหุงเข้า สุกแล้วตะลีตะลาน๒๓๔
๕๑๓ สาวบ่าวบรรเจิดหน้า ทั้งหลาย
ต่างค่อยไปสายสาย บ่ายบ้าง
เสร็จสิ้นธุระสบาย แล้วจึ่ง ไปเอย
วนประเวศน์เทศน์ค้าง ชูชกขึ้นพอดี ๚
๕๑๔ สาวสาวตกแต่งไว้ ตัวสาว
หน้าผ่องผัดนวล๒๓๕ขาว ต่อคิ้ว
แสดสีสะไบยาว นุ่งต่วน ดอกเอย
แหวนเพ็ชรสวมสอดนิ้ว เนื่องนิ้วก้อยนาง ๚
๕๑๕ หนุ่มหนุ่มฟังเทศน์ตั้ง ตาดู หญิงเฮย
ดูไม่อายอดสู พวกพ้อง
ตาแลแต่สองหู ฟังเทศน์
สบที่ขันฮาก้อง ล่อล้อ๒๓๖ลองเลียม ๚
๕๑๖ พระสงฆ์แม้ว่ารู้ ไปฟัง เทศน์เอย
พระแก่ขึ้นนั่งยัง อาสน์ซ้อง
พระหนุ่มเที่ยวแอบบัง ดูพวก หญิงฮา
ดูไม่จบดูจ้อง ยิ่งเก้อขืนดู ๚
๕๑๗ ลางชายหมายใคร่ตั้ง ต่อตา
แอบจุดเทียนคาถา เกลี่ยใกล้
ไม่สบแซ่งมายา พูดเลียบ ชายเอย
หญิงเหลือบแลสบได้ ยั่วแย้มยวนชวน ๚
๕๑๘ จบลงเหล่าพวกเจ้า ของกัณฑ์
ถวายจตุปัจจัยสรรพ์ สิ่งพร้อม
พิณพาทย์ศัพทนี่นัน จรรโจษ
เสร็จประนตนอบน้อม พระขึ้นหยุดประโคม ๚
๕๑๙ นักเลงฟังชอบเหล้น นานา
ฦๅว่าดีนิมนต์มา เทศซ้อน
ว่าขันลั่นฮาฮา เติมติด เงินเอย
พระใหม่มาให้ย้อน เทศน์ซ้ำคำโลน ๚
๕๒๐ มหาชาติชาวบ้านชอบ ฟังเสนาะ
หาพระที่เสียงเพราะ แจ่มแจ้ว
มัทรีกุมารเจาะ จงเลือก สรรเอย
แม้ว่าชนชอบแล้ว พระนั้นพลันรวย ๚
๕๒๑ พระเทศน์ท่านแต่งสิ้น สุดดี
ย่ามเลื่อมห่อคัมภีร์ ตาดล้วน
อังสะสอดแดงสี แพรห่ม คลุมเฮย
ศิษย์มากนับไม่ถ้วน แวดล้อมตามพรู ๚
๕๒๒ มหาชาติกำหนดไว้ เดิมที
แม้เทศน์ธรรมวัตรมี ต่อท้าย
บอกหยุดสุดสิ้นปี จักเลิก แล้วพ่อ
บางแห่งแสร้งยักย้าย เลื่อนบ้างลางคน ๚
๕๒๓ มหาชาติชนชอบตั้ง เป็นคราว
มักชอบมียามหนาว ธุระน้อย
ชายหนุ่มพวกหญิงสาว ได้แต่ง ตัวนา
สิ้นเหงื่อไหลไคลย้อย แต่งเหล้นตามฤดู ๚
๕๒๔ มหาชาติบอกแบบไว้ ปรากฏ
มีเมื่อฝนจวนหมด เกือบแล้ง
เดือนสิบเอ็ดสิบสองจรด จวบต่อ กันเอย
น้ำลดลมชักแห้ง ไร่แล้วนาวาย ๚
๕๒๕ มหาชาติชอบทั่วทั้ง แผ่นดิน
เป็นวิชาหากิน แรกรู้
ดังไก่แรกสอนบิน ลองปีก ตนนา
แม้ว่าแข็งคิดสู้ รับซ้อนชนพนัน ๚
๕๒๖ ที่ฤๅออกชื่ออ้าง ออกนาม
เทศน์แห่งใดไม่ขาม คู่ซ้อน
ถึงไหนก็ถึงตาม แต่จะ นิมนต์นา
ราวกับหยิบเหยื่อป้อน ไป่รู้คายคืน ๚
๕๒๗ ริเพียรเรียนหัดซ้อม มากหลาย
หวังประโยชน์ขวนขวาย เกลือกกลิ้ง
ไม่ลำบากยากกาย เหนือยแต่ ปากเอย
อยากจะให้เพราะพริ้ง ดัดแก้เกือบงอม ๚
๕๒๘ แรกออกจากไข่ร้อง จิบจิบ
เดือนแปดถึงเดือนสิบ ปลกเปลี้ย
ไม่ทันสุกกินดิบ ไปก่อน เทอญพ่อ
แรกหัดคลานดั้วเดี้ย โดดคว้าจุลพน ๚
๕๒๙ แก้หัดผลัดเปลี่ยนถ้า มหาวัน๒๓๗
อุตส่าห์๒๓๘สู้สอนขัน ใช่น้อย
แม้โง่ก็ยากครัน ครูบ่น เบื่อเอย
กว่าจะดีเรียบร้อย หมดข้าวสามเกวียน ๚
๕๓๐ เสียงเสียคิดแต่งแก้ นานา
ยากวาดยากินยา นัตถุ์๒๓๙น้ำ
เสียงสูงลิ่วคิดหา ยาถ่วง
โดยว่าเสียงแตกซ้ำ กอบแก้กล่อมกลม ๚
๕๓๑ นักเลงมหาราชล้วน ลงลึก
ชอบที่ทรวงครั่นครึก กึกก้อง
ขึ้นต้นก็อึกทึก ดังลั่น
บางแห่งเสียงขัดข้อง ยักเหล้นลายโลน ๚
๕๓๒ น้ำป่ามามากลัน ลำคลอง
ท่วมทุ่งบ่อบึงหนอง ทั่วพื้น
ไหลหลั่งถั่งน่านนอง โชนเชี่ยว
ธัญพืชเขียวขึ้นพื้น แตกตั้งกอโต ๚
๕๓๓ ข้าวหนักนาปักได้ น้ำขัง
ตื่นตระบัดประดัง เริ่มท้อง
ต้นกลมกลัดคอซัง รัดกิ่ว
งามสระล่าง๒๔๐ใบซ้อง แยกต้นเต็มภูมิ๒๔๑
๕๓๔ ฝนปลายปรายตกซ้ำ ส่งฤดู ฝนเฮย
โปรยประพร่ำพรูพรม ดอกข้าว
ลมพัดพัด๒๔๒หลวงชู ใจชื่น
เย็นเมื่อยามรุ่งเช้า จวบแจ้งอรุณเรือง ๚
๕๓๕ รินรินหอมกลิ่นข้าว น้ำนม
ยามเมื่อฝนหยุดลม เรื่อยริ้ว
รื่นรื่นชื่นอารมณ์ ชมเมล็ด ข้าวเอย
ต้นสะบัดใบพลิกพลิ้ว อ่อนค้อมคอรวง ๚
๕๓๖ ภาสกรจรแจ่มแจ้ง เรืองรอง
เรื่อเรื่อส่งแสงทอง เถือกฟ้า
รินรินกลิ่นละออง บุปผ๒๔๓ชาติ
วายุพัดชายช้า ชื่นเช้าชูเชวง๒๔๔
๕๓๗ กมุทโกเมศแย้ม กลีบขยาย
บานเบิกรับสุริยฉาย ส่องต้อง
บ้างโรยร่วงกระจาย กลีบกลาด เกลื่อนเอย
แมลงภู่เวียนวู่ร้อง แทรกเคล้าเชยชิม ๚
๕๓๘ นานาทวิชชาติล้วน หลากพรรณ
ตื่นเพรียกเรียกหากัน จ่อจ้อ
บินว่อนร่อนผาดผัน หาเหยื่อ กินแฮ
บ้างคาบคืนป้อนป้อ ลูกน้อยเนานอน ๚
๕๓๙ แขวกกระสาหาที่เร้น บังตา
ยางย่องจ้องจิกปลา คาบเคี้ยว
ทุง๒๔๕ทองล่องลอยมา ริมฝั่ง
ออกแอบจับปูเปี้ยว เป็ดน้ำนางนวล ๚
๕๔๐ ภาณุมาศตราดจรัสจ้า ยามสาย
ส่องจับสายชลพราย พร่างแพร้ว
น้ำไหลเมื่อลมชาย กระฉอก ฉ่าเฮย
ยับยับยลกลแก้ว แตกเต้นฝอยฟอง ๚
๕๔๑ ชนชายชวนชู้ชื่น ชูใจ
นัดแนะนำกันไป ทุ่งท้อง
หญิงชอบผูกอาลัย แส่สื่อ สนเอย
บ้างก็ชวนพี่น้อง พวกพ้องเกลอสหาย ๚
๕๔๒ เรือไม่มีต้องเที่ยวค้น สืบหา
ยาวแปดวาเก้าวา เลือกได้
หยิบยืมยกเอามา ตกแต่ง
แม้รั่วเยียวยาให้ เลิกแล้วส่งคืน ๚
๕๔๓ บ้านนัดวัดนัดบ้าน ปะปน
เห็นสนุกทุกคน ดั่งบ้า
เหน็ดเหนื่อยก็สู้ทน ตรำตราก
ไกลเท่าไกลแดดจ้า ไม่ร้อนคราวเพลิน ๚
๕๔๔ เรือเพรียวบรรจุถ้วน ทุกกระทง
หญิงหมดมีชายคง หน้าท้าย
เรือชายพวกชายคง เต็มตลอด ลำเอย
เรือพระเณรคละคล้าย พระท้ายชายปน ๚
๕๔๕ แต่งตนต่างต่างเหล้น ตามการ
หญิงสอดเสื้อหมวกสาน งอบง้ำ
ชายชอบโพกพันกบาล๒๔๖ มีหมวก บ้างนา
พระชุบผ้าอาบน้ำ ปกเกล้าพันคลุม ๚
๕๔๖ บ้างลงเรือเล็กน้อย มากหลาย
ลำหนึ่งพายสองพาย ดุ่มด้น
คนเดียวเที่ยวพายกราย เล็ดลอด
ดั้นดัดลัดแหล่งค้น ผักน้ำในนา ๚
๕๔๗ เคียงแข่งแย่งเย่อทึ้ง สายบัว เผื่อนเฮย
เห็นดอกตัวสั่นรัว เร่งจ้ำ
อยากได้ไม่คิดกลัว เรือล่ม เลยพ่อ
ติดที่ตื้นพายค้ำ เหนี่ยวคว้าชุลมุน ๚
๕๔๘ บางพวกพายหนักนั้น เหนื่อยเหน็ด
หยุดแอบแฝงจอดเด็ด ผักบุ้ง
บางคนเที่ยวลอดเล็ด ซอนซอก ไปเอย
ปะที่ว่างเวิ้งวุ้ง เก็บต้นสันตะวา๒๔๗
๕๔๙ ข้าวปลาหาหอบหิ้ว ติดไป กินนา
เลี้ยงแต่ตามชอบใจ พวกพ้อง
นักเลงเล่าตั้งไห เทดื่ม
ถึงเอ็ดคุยโวก้อง อวดอ้างสร่างเติม ๚
๕๕๐ ยังอีกพวกหนึ่งนั้น มั่งมี
นุ่งห่มพอสมสี หมดหน้า
แต่งตนอย่างผู้ดี ไปเที่ยว ทุ่งเฮย
เรือแหวดเป็ดพายม้า ไพร่พร้อมแจวเต็ม ๚
๕๕๑ เรือครัวหาพรักพร้อม แข็งแรง
เป็ดไก่เครื่องต้มแกง จี่ปิ้ง
ขนมจีนหมี่จัดแจง ไปปิก นิกเอย
แกลแร็ต๒๔๘นั้นไม่ทิ้ง อีกทั้งเชรี๒๔๙
๕๕๒ หนุ่มหนุ่มที่ชอบเหล้น ปืนถนัด
เสื้อชุดติงสุดรัด แน่นแฟ้น
กางเกงรัดเข็มขัด ข้อเข่า
เห็นนกขึ้นบกแหล้น ลอบจ้องมองยิง ๚
๕๕๓ เล่นทุ่งอย่างเล่าล้วน ชนชาย
ต่างชอบยิงปืนหมาย นกเนื้อ
ที่ดีแม่นได้หลาย ตัวบ่อย บ่อยเอย
มือต่ำพานร้างเรื้อ ลั่นเปรี้ยงไปรัง ๚
๕๕๔ บางคนฆ่าสัตว์นั้น นึกกลัว บาปนา
ในจิตคิดถึงตัว แก่แล้ว
เวรกรรมผูกพันพัว ภายภาค หน้าเอย
ลาญชีพหวังคลาดแคล้ว ภพโพ้นอบายเบียน ๚
๕๕๕ เหล่าหญิงเก็บผักเหล้น นานา
ตบตับเต่าสันตะวา ผักบุ้ง
แพงพวยอีกต้นขา เขียดเก็บ มากแฮ
บัวเผื่อนผักก้ามกุ้ง กับทั้งใบบัว ๚
๕๕๖ อุบลสัตบงกชขึ้น แลลาน ใจเอย
ตูมส่งพ้นใบบาน เบิกสร้อย
สัตบุษย์สัตบันพาน หายาก
บัวเผื่อนเกลื่อนนับร้อย เรี่ยน้ำรำไร ๚
๕๕๗ เที่ยวทุ่งคราวเมื่อครั้ง น่านชล
เป็นที่เปรมใจคน ไพร่ฟ้า
หว่านพืชเกิดรวงผล เต็มภาค ภูมิพ่อ
สมประโยชน์ทั่วหล้า หลีกพ้นภัยแพง ๚
๕๕๘ เดือนดับดารกแจ้ง อัมพร พรายแฮ
เดือนด่วนเดินทินกร แจ่มจ้า
โอ้จามิกรจร รีบเร่ง รุดเฮย
ทินทิพากรกล้า กลบสิ้นดับดวง ๚
๕๕๙ อ้าดวงดารกแพร้ว พราวขจาย
ดูเด่นเห็นดวงราย เมฆแผ้ว
หิ่งห้อยเปล่งแสงพราย พุ่มพฤกษ์ นาพ่อ
ดาวดาษเดือนดับแล้ว โลกรู้สุดเดือน ๚
๕๖๐ มฤคสิรมาสแล้ว เย็นใจ
ลมว่าวหนาวกระไร แทรกเนื้อ
ชาวชนประชุมใน กรุงเทพ
ต่างประกวดอวดเสื้อ หลากพื้นหลายพรรณ ๚
๕๖๑ มิคสิรมาสขึ้น เขตหมด ฝนเอย
ลมชักน้ำลงลด ล่งแล้ง
ต้นข้าวออกรวงสด ครากดอก ดื่นนา
ที่แก่หมาดม้านแห้ง เกี่ยวบ้างบางราย ๚
๕๖๒ มฤคสิรฤกษ์นี้ เดิมที นั้นนา
เขานับเป็นต้นปี ชื่ออ้าย
เล็งเฉพาะราศี ธนูสุด ใต้เอย
หมู่ปราชญ์ภายหลังย้าย นับห้าเปลี่ยนแปลง ๚
๕๖๓ เขาเห็นเหตุหนึ่งแล้ว เขาคิด
สงเคราะห์เอาอาทิตย์ ออกชี้
มินเมษฤกษ์ไม่ติด ต่อคาบ เกี่ยวนา
ยี่สิบเจ็ดฤกษ์นี้ เมนตั้งหนึ่งตรง ๚
๕๖๔ ยามหนาวลมว่าวกล้า โกรกลง
หนาวเท่าใดใดคง คิดได้
หนาวใจนี่จักทรง กายอยู่ เดียวฤๅ
หนาวหนักยิ่งหนาวไข้ โรคนี้หนาวจริง ๚
๕๖๕ หนาวนอกเย็นเยือกเนื้อ หนาวลม
หนาวอีกน้ำค้างพรม หมอกกลุ้ม
หนาวจิตคิดไม่สม สิ่งสวาสดิ์ แลนา
หนาวยิ่งหมอกมืดคลุ้ม คลั่งไคล้ใจรัว ๚
๕๖๖ หนาวหนาวเหล่าทิดนั้น เหลือทน
คิดจักใคร่ขวายขวน แก่เรื้อ
หาสาวก็ขัดสน พูดยาก ยิ่งเอย
ชอบที่ม่ายมีเนื้อ เหมาะแล้วรวยเรา ๚
๕๖๗ หญิงม่ายก็คิดแค้น เคืองหนาว
นอนนึกน้ำตาพราว เปียกหน้า
พบทิดเหมาะเคราะห์คราว มีโชค ลาภเอย
กลับอยากหนาวช้าช้า อยู่ได้อย่างดี ๚
๕๖๘ คราวหนาวมีแล้วไม่ หวั่นไหว
หนาวสักเท่าใดใด แต่งเหล้น
คนจนค่นเข็ญใจ จ่อนจ่อ
หนาวหนักสั่นเนื้อเต้น วิ่งเข้าผิงเพลิง ๚
๕๖๙ ราตรีลมพัดกล้า หนาวงก
ใกล้รุ่งน้ำค้างตก พร่างพร้อย
แดดขึ้นค่อยอุ่นอก จนเที่ยง
หนาวค่อยคลายสักน้อย บ่ายซ้ำเย็นทรวง ๚
๕๗๐ สายัณห์สุริยยาตรเยื้อง ยอแสง
ดูเด่นเห็นดวงแดง ต่ำด้อย
พลบค่ำย่ำจันทร์แฝง ฝ่าหมอก มาเฮย
เย็นหยาดน้ำค้างย้อย ยิ่งล้ำเย็นลม ๚
๕๗๑ วันเพ็ญจันทร์แจ่มฟ้า ปรากฏ
มฤคสิรกำหนด ฤกษ์ไว้
ปีใดหย่อนถอยถด อยู่กติ กานา
ยกพิธีพุ่งไม้ เลื่อนตั้งตามปี ๚
๕๗๒ ดำเนินสุริยยาตรเบื้อง สมผุส
ทางเหวี่ยงปัดออกสุด ซีกใต้
ลงนิจเมื่อวันหยุด จักกลับ ขึ้นเอย
กำหนดองศาไว้ แปดเก้าในธนู ๚
๕๗๓ อย่างนี้ไม่ว่าด้วย ดิถีวัน
ตามแต่พระสุริยฉัน สุดใต้
ขึ้นแรมบอกสำคัญ วันต่ำ แลนา
แม้ตกวันใดใช้ ชอบแล้วถูกตรง ๚
๕๗๔ ในราชนิเวศน์เจ้า จอมกษัตริย์๒๕๐
วันสุริยออกสุดปัด กลับเยื้อง
ส่ำสงฆ์เหล่าปริยัติ สมถะ อีกเอย
แปดสิบฉันขนมเบื้อง หนึ่งครั้งคราวปี ๚
๕๗๕ กรมพระปวเรศเจ้า จอมสงฆ์
อีกหม่อมเจ้าห้าองค์ แฉกล้วน
ราชาเจ็ดสิบคง เศษสี่ อีกนา
รวมแฉกงาสานถ้วน ครบได้ดังนิมนต์ ๚
๕๗๖ เนาในพระที่นั่งอ้าง อมรินทร์
พระเสด็จออกทรงศีล๒๕๑ เสร็จแล้ว
ทรงถวายโภชนบิณฑ์ บาตทั่ว สงฆ์เฮย
ทนายเลือกหอกกลั่นแกล้ว ยกตั้งคาวประเคน๒๕๒
๕๗๗ กรมวังนั้นได้ยก ของหวาน
อีกกับรับนักงาน เก็บช้อน
ขนมเบื้องแซะใส่จาน คอยวิ่ง ไวนา
เร็วรีบทันร้อนร้อน อิ่มกุ้งหวานเติม ๚
๕๗๘ บางองค์ที่ชอบแล้ว ฉันหลาย
จริงจุเฟอะฟูมฟาย ห่อนยั้ง
นั่งเคี้ยวแต่ตามสบาย เติมบ่อย
ปีหนึ่งได้ฉันครั้ง หนึ่งนั้นนานมี ๚
๕๗๙ ร้อนร้อนอ่อนอ่อนเคี้ยว ย้ำเหยอ
คว้ากริ่มอิ่มออกเรอ เลิกกุ้ง
ซ้ำหวานล่อพล้ำเผลอ อร่อยรส นักนา
กินดังว่าท้องยุ้ง ไม่น้อยกองโต ๚
๕๘๐ ลางองค์ไม่สู้ชอบ ใจฉัน นักเอย
ได้สี่อันห้าอัน อิ่มอื้อ
เล็กน้อยค่อยคอยกัน รออิ่ม
เป็นแต่ราชการมื้อ หนึ่งให้พอควร ๚
๕๘๑ บางองค์นั้นชอบเหล้น หน้าหมู
อย่างหนึ่งหน้าปลาทู ชอบบ้าง
อย่างญวนก็น่าดู ลางชอบ ฉันเฮย
รีบเร่งเคี้ยวกลัวค้าง ย่ำย้ำเลยกลืน ๚
๕๘๒ คาวแล้วยกเลิกตั้ง ของหวาน
ถึงทิวาเกือบกาล กึ่งฟ้า
ต่างฉันต่างประมาณ ควรอิ่ม อิ่มเอย
ฉันอีกน้ำชาช้า หน่อยน้อยพอดี ๚
๕๘๓ ฉันเสร็จสำเร็จแล้ว ยถา๒๕๓
จบจึ่งอติเรกลา ธิราชเจ้า
ต่างองค์อุฏฐายา สนะออก มาเอย
จากพระโรงที่เฝ้า ยาตรเต้าตามควร ๚
๕๘๔ ขนมเบื้องบอกทั่วทั้ง ราชฐาน
เถ้าแก่แลพนักงาน ท่านท้าว
หนึ่งพวกท่านจอมมาร ดาเก่า เกณฑ์แฮ
ทำทุกพระองค์เจ้า๒๕๔ แต่ล้วนฝ่ายใน ๚
๕๘๕ ขนมเบื้องนี้หากต้อง จำเพาะ คราวฤๅ
กุ้งมากมีมันเหมาะ จึ่งได้
อาทิตย์สุดใต้เจาะ จงบอก วันเฮย
มีราชบัญญัติไว้ แต่ครั้งแปดมะโรง ๚
๕๘๖ น้ำลดลงหลิ่งแห้ง รวมคลอง
ไหลตกห้วงบึงหนอง ใหญ่น้อย
กุ้งปลาชุกชุมปอง ประโยชน์เหล่า ชนนา
หนองหนึ่งนับร้อยร้อย อย่างน้อยเรือนพัน ๚
๕๘๗ ธัญญานาไร่ได้ บริบูรณ์
รวงเมล็ดมากเพ็ญพูน เพียบพื้น
เก็บเกี่ยวกายกองมูล ลานนวด นาพอ
เหล่าราษฎร์ชมชื่นฟื้น ที่ไร้ถึงรวย ๚
๕๘๘ เดือนอ้ายนี้สิ้นราช การหลวง
การนอกชนทั้งปวง ว่างเว้น
ไร่นาที่ออกรวง เก็บเกี่ยว บ้างนา
ลงแขกนัดกันเหล้น ขับร้องตามสบาย ๚
๕๘๙ เดือนยี่ค่ำหนึ่งน้ำ ค้างพรม
ลมจัดพัดระทม เกลื่อนกลุ้ม
เย็นน้ำฉ่ำเย็นลม เย็นยิ่ง เย็นเอย
เย็นทั่วมัวหมอกคลุ้ม ชุ่มเช้าชายเย็น ๚
๕๙๐ นานาพันลอกสิ้น ทุกพรรค์
ยามฤดูเหมันต์ ชุ่มชื้น
ม่วงปรางสิ่งสำคัญ มูลมาก แลพ่อ
เผล็ดช่อก่อก้านรื้อ ติดตั้งผลพวง ๚
๕๙๑ บุษยมาสเจ็ดค่ำขึ้น กำหนด
การพิธีพรหมพรต ใหญ่ล้น
ตรียัมพวาย๒๕๕หมด แรมค่ำ หนึ่งนา
แรมค่ำหนึ่งเป็นต้น อีกห้าปาวาย ๚
๕๙๒ จตุสดมภ์กรมเกษตรได้ แห่แหน
ครั้นเมื่อปลายโปรดแปลน เปลี่ยนบ้าง
เสนอยศพระยาแทน ผลัดทุก ปีเฮย
บังคับผู้รับอ้าง แต่ล้วนพานทอง ๚
๕๙๓ ท่านใดท่านหนึ่งข้า บทมาลย์
มีบรมราโชงการ โปรด๒๕๖เกล้า
ให้ยกยาตรอย่างสถาน เทวรูป
สมมุติว่าพระเป็นเจ้า จากฟ้ามาเสมอ ๚
๕๙๔ ท่านนั้นน้อมเกล้ากล่าว คำขาน
รับบรมราโชงการ ใส่เกล้า
คืนบ้านคิดเตรียมงาน ออดแอด อ่อนเอย
ทำกระไรเล่าเจ้า จักเลี้ยงคนเลว ๚
๕๙๕ ไพร่หลวงจ่ายให้แห่ พระยา
เคยจ่ายเป็นอัตรา แปดร้อย
ทุกท่านทุกปีมา แต่ก่อน แลพ่อ
แม้ท่านเห็นว่าน้อย นอกนั้นแต่งเติม ๚
๕๙๖ บางปีผู้ต้องแห่ กว้างขวาง
ล้วนแต่ท่านขุนนาง ช่วยอื้อ
อาวุธอีกเสื้อกาง เกงหยิบ ยืมเฮย
พอไม่พอจัดซื้อ เสาะสร้างอ่าเอง ๚
๕๙๗ บางปีใจท่านนั้น เป็นประมาณ
ทำแต่พอราชการ เล็กน้อย
ไม่ชอบเที่ยววอนวาน วายวุ่น นักเอย
พันเศษร้อยสองร้อย จัดได้ในตัว ๚
๕๙๘ บางปีท่านชอบเหล้น เต็มยศ
ใส่ใหญ่ไม่ถอยถด ย่อท้อ
เสื้อหมวกไม่ละลด ล้วนใหม่ ใหม่เอย
ที่ถูกภายหลังง้อ หยิบใช้ยืมชุม ๚
๕๙๙ ทุกปีแห่นี้ไม่ เหมือนกัน
สุดแต่ท่านจัดสรร แต่งได้
แห่ไปเสร็จสองวัน เช้าบ่าย แลนา
ตามแบบบังคับไว้ ทุกครั้งคราวเดือน ๚
๖๐๐ ลางท่านพานอิดเอื้อน ขอตน
ออดแอดว่ายามจน หมดไร้
บ้านเรือนก็ขัดสน คับแคบ
สิ้นแม่เรือนบุตรสะใภ้ สุดรู้โรงครัว ๚
๖๐๑ ท่านถูกแห่แน่แล้ว ท่านจัด พลเฮย
เครื่องแห่เครื่องสารพัด จัดพร้อม
ทวนทิวเทิดธวัช เสื้อหมวก เหมานา
เครื่องยศตามแวดล้อม อีกทั้งทนายเดิน ๚
๖๐๒ จัดริ้วตั้งเรียบร้อย เรียงราย
ตำรวจสิบหกนาย แห่หน้า
สวมสนอบถือหวาย เส้นหนึ่ง นำเฮย
รัตคตคาดนุ่งผ้า เฉพาะพื้นเขียวคราม ๚
๖๐๓ ถัดถือธงเทิดด้าม เดียวคน หนึ่งนา
ลายปักตามตราตน เพริศพริ้ง
นุ่งห่มแต่งสกนธ์ สนอบงอบ งำเอย
ธงพู่คู่ตุ้งติ้ง พิศพื้นธงแดง ๚
๖๐๔ จึ่งถึงหมู่เลขล้วน เหล่าเกณฑ์
สามสิบคนถือเขน ดาบดั้ง
สามสิบโล่จัดเจน ดาบอีก มือนา
สามสิบพวกพลดั้ง ดาบด้วยดูดี ๚
๖๐๕ สามสิบอีกนั้นดาบ สองมือ
สามสิบพร้าปกักถือ ครบถ้วน
สามสิบดาบเชลยฤๅ ด้ามเลิศ ยาวเฮย
หกหมู่อาวุธล้วน หมวกเสื้อกางเกง ๚
๖๐๖ คนร้อยแปดสิบได้ แจงจัด
ขุนหมื่นเป็นสารวัตร๒๕๗ หว่างริ้ว
สวมสนอบอัตลัด เพราเพริศ
ผ้าโพกจีบพลิกพลิ้ว นับได้สิบแปดคน ๚
๖๐๗ บโทนสามร้อยยืด ยาวหลาย
ดาบฝักเหล็กสอดสะพาย แน่นแฟ้น
ตาโถงนุ่งผ้าลาย ริ้วคาด เอวเอย
เสื้อสอดปัศตูแม้น หมดล้วนแดงเดียว ๚
๖๐๘ ขุนหมื่นสองร้อยแต่ง ตนหมด
เสื้อต่างสีเต็มยศ อย่างน้อย
นุ่งไหมม่วงสุกสด โพกขลิบ ทองเฮย
กระบี่ฝักทองเหลืองห้อย เหมาะแม้นทหารหาญ ๚
๖๐๙ สารวัตรขุนหมื่นห้า สิบนาย
นุ่งยกตกแต่งกาย ทุกผู้
เสื้อเข้มขาบสวมสะพาย กระบี่ฝัก เงินเอย
โพกขลิบเดินหว่างรู้ เรียบริ้วเรียงเสมอ ๚
๖๑๐ แถวในเดินเนื่องหน้า คนหาม
กลองชนะสองแถวตาม จัดไว้
แถวละสิบคนงาม แดงดาด เสื้อเฮย
จ่าปี่เสื้อริ้วใช้ หมวกตุ้มปี่แดง ๚
๖๑๑ กระชิงแดงเดินแห่หน้า สองคัน
หลังอีกสองครบครัน สี่ถ้วน
เสื้อผ้ามัสรู่สรร สวมสอด ตนนา
ปูมเย็บกางเกงล้วน เลิศทั้งสี่ตน ๚
๖๑๒ คานหามหามแห่นั้น เฉลียงลอย โถงเฮย
ไพร่สิบสองคนคอย แบกเต้า
กางเกงจ่ายใช้สอย แดงปัศ ตูนา
สวมสอดเสื้อขาวเข้า คาดเกี้ยวทุกคน ๚
๖๑๓ คู่เคียงทั้งแปดให้ เคียงคลา
กรมท่ากรมเมืองมา สี่ถ้วน
กรมวังกับกรมนา อีกสี่ นายเอย
เกณฑ์กะเหล่าหลวงล้วน เลือกใช้กรมละสอง ๚
๖๑๔ สนับเพลาสวมสอดสิ้น ทุกนาย
ยกแย่งทองเฉิดฉาย ทุกผู้
เสื้อเข้มขาบสวมกาย เพราเพริศ
แต่งประกวดอวดสู้ โพกเกล้าตาดทอง ๚
๖๑๕ สัปทนสักหลาดพื้น แดงฉัน
อีกอนึ่งบังตะวัน ส่องให้
เกณฑ์กรมอภิรมพัน มาเชิด สองเฮย
เสื้อมัสรู่ริ้วใช้ อีกทั้งกางเกงปูม ๚
๖๑๖ ริ้วหลังขุนหมื่นตั้ง แถวสอง
โอ่อ่าท่าทำนอง อย่างหน้า
ขัดกระบี่ฝักทอง เหลืองเลิศ
แถวหนึ่งนับได้ห้า สิบถ้วนพอดี ๚
๖๑๗ หว่างริ้วนั้นเหล่าล้วน ทนายนับ
ครบหกคนเดินตับ เรียบร้อย
เสื้อสอดต่างสีสลับ ตามหมู่ หมู่เอย
เข้มขาบแย่งอย่างน้อย นุ่งพื้นไหมจีน ๚
๖๑๘ แถวหน้าตับหนึ่งทั้ง ตับสอง
ดาบกระบี่ฝักทอง เทิดตั้ง
ตับสามสี่ห้ารอง ถือเครื่อง ยศเฮย
พานหมากคนโททั้ง เจียดลุ้งหมวกคลุม ๚
๖๑๙ เครื่องยศอีกนอกนั้น นานา
ของท่านมีแต่งมา มากแท้
กระโถนทองถาดที่ชา ชุดกล่อง กล้องเอย
แม้ว่าน้อยกลัวแพ้ เลือกค้นขนตาม ๚
๖๒๐ ถัดทนายทายเทิดถ้า พึงยล
เดินตับละหกคน หอกง้าว
ทวนทองสิบสองคน ตามตับ ตับเอย
จึ่งเหล่าเลวเดินด้าว ปรัสร้อยทวีคูณ ๚
๖๒๑ จีนแขกฝรั่งทั้ง ลาวมอญ เขมรแน
บางแห่งมีชาวนคร ปากใต้
ถับถับสลับสลอน แลหลาก หลากแฮ
ตามหมวดกรมขึ้นให้ บอกใช้ขอแรง ๚
๖๒๒ สามสิบต่อริ้วนอก ปีไสหวาย
สามสิบถือง้าวราย ครบถ้วน
สามสิบตะบองปลาย ทองห่อ หุ้มเฮย
สามสิบเหล่าทวนล้วน เชิดด้ามเดินชู ๚
๖๒๓ ถัดถือทิวเทิดทั้ง ร้อยนับ
แพรเพริศต่างสีสลับ ห่อไม้
ลมพัดพลิกยับยับ พลิ้วสะบัด งามพ่อ
กล่าวว่าแต่ก่อนใช้ เช่นนี้แทนปืน ๚
๖๒๔ ของเก่าเพียงเท่านี้ หมดขบวน
ท่านที่แห่เห็นจวน จบบ้าง
บางแห่งท่านคิดควร เติมต่อ อีกเอย
ต่างต่างยักอย่างสร้าง คิดขึ้นแปลกเดิม ๚
๖๒๕ จวนวันท่านอ่อนเกล้า ทูลลา
พระบรมราชา นุญาตให้
ในการจักยาตรา เป็นฤกษ์ เถิดเอย
คำนับรับใส่ไว้ หว่างเกล้ากลับคืน ๚
๖๒๖ รพิพรรโณภาสขึ้น สัตมี แลแฮ
พราหมณ์บวชพรตตามปี เสร็จแล้ว
พระครูราชพิธี ยืนอ่าน เวทเอย
เปิดศิวาลัยแจ้ว จักให้เสด็จลง ๚
๖๒๗ ที่ซุ้มมีม่านกั้น เพดาน ขาวเอย
ภายนอกเทวสถาน หนึ่งไว้
ราวนั่งพักพิงพาน พนักพาด สอดแฮ
พร้อมเสร็จทำด้วยไม้ ไผ่ล้วนเกลากลม ๚
๖๒๘ เกณฑ์หลวงไว้ถ้วนสี่ ตนมา
กรมมหาดไทยหา เลือกได้
สองนายจัดกระลา โหมอีก สองเอย
ทั้งสี่นี้สั่งให้ อยู่ซุ้มพระยายืน ๚
๖๒๙ การนี้กรมเกษตรผู้ สั่งหมาย
ชี้บอกทุกกรมราย แยกข้อ
แต่ต้นตลอดปลาย สิ้นเสร็จ การแฮ
ใครแห่ต้องจำง้อ จัดริ้วขบวนเดิน ๚
๖๓๐ จัดริ้วเสร็จแล้วด่วน จวนสาย
ท่านรีบโอ่อ่ากาย อะเคื้อ๒๕๘
ยกทองนุ่งเฉิดฉาย อย่างบ่าว ขุนเอย
เยียรบับพื้นทองเสื้อ อย่างน้อยดุมพราว ๚
๖๓๑ เข็มขัดสายนอกแท้ ตัวเพชร
ละยอดละเม็ดเม็ด ไม่น้อย
ครุยนอกสอดสวมเสร็จ แหวนแปด นิ้วนา
ลำพอกดอกไม้พร้อย รอบเกี้ยวนพคุณ ๚
๖๓๒ แต่งเสร็จจึ่งขึ้นนั่ง เสลี่ยงลอย เลิศเฮย
พลเทียบเรียบริ้วคอย แห่ห้อม
ทนายที่ใช้สอย วิ่งเหยาะ ตามแฮ
สารวัตรตรวจจัดพร้อม สั่งให้เดินขบวน ๚
๖๓๓ ตั้งแต่แห่ฝ่ายเบื้อง บุริมะ ทิศเอย
น่าวัดราชบูรณะ ที่ตั้ง
แต่เพรงท่านเคยประ ชุมหมู่ พลพ่อ
เป็นอย่างมาทุกครั้ง แหล่งนี้มีชัย ๚
๖๓๔ กำหนดเจ็ดค่ำเช้า แห่พระยา
มีแบบบัญญัติมา แต่กี้
ให้เข้าทิศบูรพา เป็นฤกษ์
แห่บ่ายเก้าค่ำชี้ บอกเบื้องหนหลัง ๚
๖๓๕ ฝูงชนกล่นเกลื่อนตั้ง ตาดู แห่เฮย
เด็กเล็กวิ่งเกรียวกรู กลาดกลุ้ม
ทุกซอกตรอกประตู บ้านวัด แลนา
สุดกระบวนตามหุ้ม แห่ห้อมฮือฮือ ๚
๖๓๖ ครั้นถึงจึ่งให้หยุด เสลี่ยงลง
ย่างบาทยาตราตรง สู่ซุ้ม
ชีพ่อพิสุทธิพงษ์ พรหเมศ
หล่อหลั่งน้ำสังข์คุ้ม โทษร้ายลาญกษัย๒๕๙
๖๓๗ เชิญนั่งเหนืออาสน์ไม้ โดยขบวน
สมมุติพระปรเมศวร สู่ด้าว
เท้าซ้ายหยัดคู่ควร ยันเหยียบ ดินพ่อ
ขวาไขว่จรดแทบเท้า๒๖๐ ฝ่ายซ้ายชงฆ์ตรง ๚
๖๓๘ พราหมณ์ยืนขวาถ้วนสี่ ตนราย
ซ้ายอีกหลวงสี่นาย นับไว้
เป็นกำหนดจดหมาย จารีต มานา
ทั้งแปดตนนี้ได้ ริบพลั้งเหยียบยัน ๚
๖๓๙ พราหมณ์ยืนอยู่หน้าเป่า สังข์สรร สองเฮย
ทวาทศนาลิวัน๒๖๑ เหล่าโล้
สมมุตินิยมกัน ว่าโลก บาลนา
คราวละสี่ตนโต้ ผลัดขึ้นเรียงขดาน ๚
๖๔๐ ได้ฤกษ์ที่หนึ่งขึ้น ยืนขดาน แขวนเฮย
โล้ถีบโยนชำนาญ โยกย้าย
คนน่าจิตห้าวหาญู ปากคาบ เงินพ่อ
ตรงเที่ยงเลี่ยงแก้ท้าย หน่วงช้าเชิงดี ๚
๖๔๑ ที่หนึ่งเสร็จจึงให้ ขดานสอง ขึ้นเอย
ยืนเหยียบทีทำนอง อย่างนั้น
โยนย้ายมุ่งหมายปอง ปากคาบ อีกนา
สองเสร็จสามขึ้นหั้น เหยียบถ้าเดียวเสมอ ๚
๖๔๒ เงินหลวงที่หนึ่งได้ สามตำ ลึงเฮย
สองอีกสิบบาทสำ หรับให้
ที่สามประจำจำ นวนแปด บาทนา
สามสิบบาทนับได้ ครบถ้วนสามขดาน ๚
๖๔๓ เสร็จแล้วจึงให้แห่ คืนสถาน
ขึ้นสู่มงคลยาน ยาตรเต้า
ดูเรียบระเบียบสมาน เสมอบาท
เสียงประโคมโรมเร้า แดดร้อนเร็วเดิน ๚
๖๔๔ เดินออกปัจฉิม๒๖๒ทิศเลี้ยว ลงพลัน
หน้าที่นั่งสุทไธสวรรย์๒๖๓ หยุดเฝ้า
สมเด็จบรมธรร มิกราช
ถวายประนตน้อมเกล้า เสร็จแล้วเดินขบวน ๚
๖๔๕ สมเด็จบรมนารถเจ้า จอมถวัลย์
ทรงประเคนสงฆ์ฉัน สิบห้า
ยังที่นั่งสุทไธสวรรย์ โดยเลิศ
การพิธีชิงช้า เช่นนี้มีเสมอ ๚
๖๔๖ สบงรองเท้าร่ม รังถวาย
อีกกระจาดของหลาย หลากล้น
ตรียัมพวายหมาย ข้าวเม่า ใหม่นา
ข้าวตอกอีกเป็นต้น แต่งตั้งของกอง ๚
๖๔๗ ทวาทศกำหนดถ้วน พิธีธรรม
สามรูปราชานำ นั่งหน้า
สิบห้ารูปประจำ ฉันทุก ปีเอย
แบ่งสวดแต่วันละห้า รูปถ้วนไตรวาร ๚
๖๔๘ เวลาสุริยบ่ายคล้อย เย็นลง
สงฆ์ที่เกณฑ์ห้าองค์ สวดแจ้ว
เป็นการพิธีสงฆ์ ทรงเพิ่ม อีกนา
ในอุโบสถพระแก้ว จบแล้วกลับคืน ๚
๖๔๙ พฤฒิพราหมณ์พิสุทธิ์เชื้อ พยารี
ค่ำย่ำทำพิธี ศาสตร์ซ้อง
ในสถานพระศุลี ที่ใหญ่ ก่อนเอย
ขุนหมื่นในกรมต้อง นัดพร้อมกันประชุม ๚
๖๕๐ ค่ำทำอวิสูทธิล้าง ชำระ กายเฮย
อ่านเวทจันทน์เจิมประ จรดจ้อง
กะระสุทธิอาตมะ สุทธิจบ ลงนา
แกว่งธูปกระดึงก้อง แซ่ซ้องสังข์เสียง ๚
๖๕๑ เสร็จพราหมณ์คู่สวดทั้ง สี่นาย
ยืนต่อเรียงเฉียงราย ถูกต้อง
มหาเวชะตึกถวาย ข้าวตอก ก่อนนา
ขึ้นอติยุมันต์พร้อง บทต้นคนเดียว ๚
๖๕๒ ถัดจึงโกรายะตึกอ้าง อ่านแถลง
สาระวะตึกต่อแปลง เปลี่ยนย้าย
เวชะตึกแสดง วรรคสี่ แลพ่อ
ลอริบาวายท้าย ว่าทั้งสี่ตน ๚
๖๕๓ สวดสี่คนนั้นเป่า สังข์ดัง สนั่นเอย
สามคาบห้ามเสียงสังข์ หยุดไว้
สวดอีกสี่วรรคฟัง สังข์เป่า อีกนา
เป่านับสิบสามได้ ครบแล้วจบกัณฑ์ ๚
๖๕๔ ราชครูผู้ใหญ่ขึ้น ยืนขึง
แกว่งธูปเทียนกระดึง กริ่งเกร้า
เป่าสังข์ศัพท์เอิกอึง นฤโฆษ
บูชิตพระเป็นเจ้า จบแล้ววางถวาย ๚
๖๕๕ แล้วยืนประณต๒๖๔น้อม วันทา
อ่านเวทชูบุบผา แทบเกล้า
มหะเดวะรายา คำกล่าว อึงเอย
เรียงชื่อพระเป็นเจ้า ครบถ้วนทุกองค์ ๚
๖๕๖ ตระบัดคู่สวดทั้ง สี่ตน
ยกอุลุบคนละหน เสร็จแล้ว
จึงแจกประชาชน ชีพ่อ นาพ่อ
กินดับจัญไรแผ้ว เลิศล้วนมงคล ๚
๖๕๗ เสร็จการสถานใหญ่แล้ว สั่งพลาง
ให้เลิกไปสถานกลาง พรั่งพร้อม
ราชครูจัดการกาง ตำรับ ตั้งนา
พราหมณ์สี่ตนนอบน้อม กราบแล้วยืนเฉียง ๚
๖๕๘ มหาเวชตึกขึ้น คำเฉียง พราหมณ์เอย
บทวาตตุสำเนียง แจ่มแจ้ว
ที่สองที่สามเรียง ที่สี่ รับนา
ลอริบาวายแล้ว ว่าพร้อมประสานเสียง ๚
๖๕๙ เมื่อสวดทั้งสี่พร้อม เป่าสังข์
เสี่ยงสวดเสียงสังข์ดัง กึกก้อง
สวดจบหยุดสังข์ฟัง สวดใหม่ เล่านา
สวดสิบเจ็ดจบต้อง แบบแล้วจบลง ๚
๖๖๐ ราชครูผู้ชาติเชื้อ พราหมณ์หลาย ชั่วเฮย
แกว่งกระดึงเทียนราย ธูปตั้ง
น้ำจันทน์ประพรมถวาย ข้าวตอก แลนา
แล้วจึงยืนถวายทั้ง ดอกไม้ตามมี ๚
๖๖๑ แล้วยกอุลุบทั้ง สามพาน ถวายแฮ
ทำเช่นเทวสถาน ใหญ่โน้น
เสร็จจึงแจกเป็นทาน ตามแต่ รับเฮย
ตามแบบตำราโพ้น อย่างนี้พิธีกรรม ๚
๖๖๒ ข้าวเม่าข้าวตอกตั้ง บูชา
มันเผือกกัทลีนา ฬิกอ้อย
เจ้าสถานจัดหามา ตั้งแต่ง ไว้เฮย
คืนหนึ่งมิใช่น้อย นับร้อยทะนาน๒๖๕กอง ๚
๖๖๓ พิธีมีทั้งสิบ คืนปอง
สวดศาสตร์บูชาผอง เทพนั้น
อิศวรวิฆเนศวรสอง สถานที่ นั้นเฮย
พลบค่ำทำแห่งหั้น ห่อนเว้นราตรี ๚
๖๖๔ จวนอรุโณภาสขึ้น นวมี
จึงพระครูราชพิธี เวทล้ำ
เชิญขดานรูปธรณี รวิศะ ศิเฮย
อีกเทพสำนักน้ำ สู่เบื้องหลุมสาม ๚
๖๖๕ เสร็จจุดเทียนธูปตั้ง สักการ
โดยศาสตร์บุรวาจารย์ ก่อนกี้
อ่านเวทเป่าสังข์ขาน อึงอุตม์
สมมุติสี่เทพนี้ นัดพร้อมมาประชุม ๚
๖๖๖ เฝ้าบาทอิศวรราชเจ้า โลกา
พร้อมหมู่โลกบาลมา เลื่อนโล้
วันวรวุฒิมหา นักขัต ฤกษ์เฮย
ทวยเทพเทิดกรโต้ สาดน้ำรำถวาย ๚
๖๖๗ ที่หลุมสี่เหลี่ยมกว้าง ศอกสม ควรเอย
ลึกสี่นิ้วนิยม เทียบน้ำ
สี่เสาร่มชมรม พิดานดาด ขาวนา
มีหลักปักราวค้ำ รับไม้พิงขดาน๒๖๖
๖๖๘ ม่านรายวงรอบทั้ง สี่ทิศ
มีช่องที่เปิดปิด เล็กน้อย
ราชวัติสี่มุมชิด เดินยาก
ฉัตรกระดาษยอดกล้วยอ้อย ผูกไว้สี่มุม ๚
๖๖๙ ศศิสุริยเทพเจ้า เชิญลง หนึ่งนา
สองที่ธรณีอนงค์ อยู่ยั้ง
ซุ้มสามที่พระคง คาสถิต สุดเอย
สามรูปแผ่นขดานตั้ง พักตร์เยื้องทักษิณ ๚
๖๗๐ มาฬกตกแต่งตั้ง สามสถาน
ตรงกับซุ้มนางขดาน ทิศใต้
เคยทำประจำการ มาทุก ปีนา
แล้วเสร็จได้ด้วยไม้ ไผ่ล้วนเกลากลม ๚
๖๗๑ ยามไถงลงาดคล้อย บ่ายชาย
ขุนเกษตรผู้ต้นหมาย จัดริ้ว
ขุนหมื่นไพร่พันทนาย ไตรตรวจ
แม้ว่าใครบิดพลิ้ว ขาดใช้คนตาม ๚
๖๗๒ จัดขบวนตามริ้วเรียบ รายทาง
อาวุธบโทนวาง อย่างเช้า
ต่างตนแต่งสำอาง โอ่อ่า
นายหมวดรวดเร่งเร้า รีบตั้งเรียงเต็ม ๚
๖๗๓ บัดท่านผู้จัดเต้า ยังสถาน
จวนจวบเวลากาล แห่พร้อม
จึงชำระสระสนาน ตามเยี่ยง อย่างเฮย
เจ้าพนักงานแวดล้อม ช่วยกลุ้มแต่งสกนธ์ ๚
๖๗๔ แต่งงามตามยศแล้ว พอสาม โมงเอย
ยาตรออกทนายตาม กว่าร้อย
ขึ้นนั่งเสลี่ยงงาม ลอยเลิศ
แดดส่องต้องแสงพร้อย เลื่อมเสื้อครุยพราว ๚
๖๗๕ จึ่งเดินตำรวจหน้า ถือหวาย เส้นเอย
ธงเทิดอาวุธราย เรียบริ้ว
บโทนอีกพันทนาย ขุนหมื่น ต่อนา
กลองชนะปี่เปิดนิ้ว ตอดจ้อเพลงมอญ ๚
๖๗๖ กระชิงแดงเดินแห่หน้า สองคัน
หลังอีกสองคันปัน แบ่งไว้
สัปทนกับบังตะวัน เดินค่าง ละคนนา
หลวงคู่เคียงแปดให้ แห่ซ้ายสี่ขวา ๚
๖๗๗ ทนายหลายตับเต้า ตามติด
อาวุธเครื่องยศชิด ใช่น้อย
หอกง้าวอีกทวนพิศ พู่หลาก สีเฮย
เดินเปล่าตามนับร้อย เรียบริ้วเรียงเสมอ ๚
๖๗๘ ขุนหมื่นเดินริวนอก ดาบสะพาย
อีกสาตราวุธหลาย หลากล้วน
ทิวเทิดต่างสีราย เรียงสลับ กันนา
สารวัตรจัดตรวจถ้วน ถูกริ้วขบวนหลัง ๚
๖๗๙ พิณพาทย์แขกเคาะเร้า รำมะนา๒๖๗
ทั้งเล่าโก๊จีนมา ช่วยซ้อง
เป็นเครื่องนอกตำรา ของเพิ่ม เติมเฮย
เดินแห่เสียงสนั่นก้อง ครึกครื้นในขบวน ๚
๖๘๐ คนดูเกลื่อนกลาดกลุ้ม เกรียวกราว
แก่ฉกรรจ์หนุ่มสาว ทั่วหน้า
เขมรมอญพม่าลาว จีนแขก ฝรั่งเอย
ไกลเท่าไกลเดินช้า ขี่ม้ามาเรือ ๚
๖๘๒ เดินแห่แต่วัดเลี้ยว ทางใน
ถนนเรียกท้องสนามชัย ชื่อตั้ง
ชุมซ้อมส่ำพลไกร เถกิงเกียรติ กรุงพ่อ
บดยาตรถึงจึ่งยั้ง หยุดไว้คอยถวาย ๚
๖๘๒ พระจอมดิลกหล้า แหล่งสยาม
เย็นบ่ายนับโมงสาม เศษแล้ว
พระดำเนินออกท้องสนาม สถิตพระ ที่นั่งแฮ
นามสุทไธสวรรย์แพร้ว เพริศแก้วเถือกทอง ๚
๖๘๓ มวลหมู่มุขมาตย์เฝ้า หนั่นหนา
เนืองเนกบนเบญจา ดับชั้น
องครักษ์อยู่รักษา โดยรอบ
ฝ่ายพระวงศ์เฝ้าหั้น แห่งเบื้องบนเฉลียง ๚
๖๘๔ มีพระบรมราชเอื้อน โองการ
เรียกแห่ตำรวจชาญ วิ่งแต้
เร่งขบวนรีบลนลาน เร็วรวด มานา
นายธวัชเทิดธงแล้ ยาตรริ้วคลาพล ๚
๖๘๕ ไย่ไย่แลเหล่าล้วน สาตรา วุธเอย
ถับถับบโทนคลา คลาศเต้า
ถั่นถั่นที่ถัดมา ขุนหมื่น มากแฮ
ครุ่มครุ่มกลองชนะเร้า ปี่แจ้วแจ่มจริง ๚
๖๘๖ ใกล้ถึงจึ่งให้หยุด เสลี่ยงลง แล้วนา
ยูรยาตรนาดกรายตรง ที่เฝ้า
หน้าพระที่นั่งทรง ประทับทอด พระเนตรเฮย
ถวายประณตน้อมเกล้า แทบเบื้องบทศรี ๚
๖๘๗ โองการประสิทธิ์ซ้อง ศิวมนต์
คำนับรับไว้หน แห่งเกล้า
โปรดพระราชทานผล กัลป พฤกษ์เฮย
กำหนดสองร้อยเข้า ซ่มแล้วจึ่งประทาน ๚
๖๘๘เสร็จถวายคำนับน้อม ทูลลา
เดินนาดคลาศออกมา ล่วงพ้น
ขึ้นนั่งเสลี่ยงงา ลอยเลิศ
อาวุธตามกลับต้น เชิดด้ามปลายลง ๚
๖๘๙ พรึบพรึบหมู่มากกลุ้ม ทนายตาม
พลั่งพลั่งแลหลายหลาม หลากล้วน
เรื่อยเรื่อยเรียบเรียงงาม ขุนหมื่น อีกเอย
หลั่นหลั่นอาวุธถ้วน อย่างแล้วถึงทิว ๚
๖๙๐ เลี้ยวถนนมีชื่อตั้ง บำรุง เมืองเอย
ทุกจรอกชนยืนมุง มากหน้า
ชาวสวนอีกชาวกรุง ปนปะ กันแฮ
ตามตึกร้านขายค้า นั่งซ้องยืนแซง ๚
๖๙๑ ครั้นถึงจึ่งเหล่าล้วน เลขหาม
ลดเสลี่ยงลงตาม แบบบั้น
พระมหาราชครูพราหมณ์ มารับ ท่านนา
เชิญนั่ง ณ ซุ้มกั้น ม่านเบื้องบูรพ์สถาน ๚
๖๙๒ จึงจัดเทียนธูปน้อม นมัสการ
ปฏิมา๒๖๘มหาวิหาร แทบใกล้
อีกทั้งเทพสถาน สามแห่ง
ขอพระคุณพระให้ สร่างเศร้าเสื่อมศัลย์ ๚
๖๙๓ ชีพ่อทวิชชาติเชื้อ มหาศาล
สังข์หลั่งอุทกธาร โสรจให้
อวยเวทอิศวรขาน สังข์เป่า สองเฮย
แล้วประสิทธิ์ใบไม้ ทัดเบื้องกรรณสดำ ๚
๖๙๔ หลวงเคียงอยู่ข้างซ้าย พราหมณ์ขวา
สองค่างแห่งพระยา ที่ซุ้ม
นาลิวันสิบสองมา เตรียมสรรพ แล้วเฮย
เหล่าประชาเกลื่อนกลุ้ม ยิ่งร้อยเลยพัน ๚
๖๙๕ สี่คนนั้นจึ่งขึ้น ขดานโยน
ยันเหยียบรุนแรงโหน หกตั้ง
สามกลับน่ากลัวโดน เสาผูก เงินพ่อ
ปากคาบไวไป่ยั้ง ยากแท้ดีจริง ๚
๖๙๖ แล้วจึงขึ้นผลัดทั้ง สี่คน
เป็นที่สองโยนยล อย่างกี้
ที่สามอีกสี่ตน ขึ้นผลัด อีกนา
โล้ครบสามขดานนี้ เสร็จแล้วมาประชุม ๚
๖๙๗ มาพร้อมน่าซุ้มที่ หนึ่งพลัน
ยืนรอบแห่งแม่ขัน คั่งน้ำ
ต่างรำร่ายพัลวัน เสนงตัก น้ำเอย
ซัดสาดกันกลุ้มกล้ำ ครบถ้วนสามเสนง ๚
๖๙๘ เสร็จพระยามานั่งซุ้ม ถัดกัน มาเฮย
จึ่งพวกนาลิวัน เหล่าโล้
ต่างช่วยยกหามขัน มาที่ นั้นนา
รำร่ายกรายท่าโต้ สาดน้ำเสนงงอน ๚
๖๙๙ แล้วเลื่อนมาอยู่ซุ้ม ที่สาม
เนืองเนกนักงานตาม พรั่งพร้อม
เหล่ารำยกขันตาม ตั้งตัก น้ำเอย
รำร่ายกรายเสนงซ้อม สาดน้ำสามหน ๚
๗๐๐ ฝูงชนประชุมพรักพร้อม เพรียงหลาย
ตกแต่งโอ่อ่ากาย หมดหน้า
โสร่งปูมม่วงไหมหลาย อย่างต่าง นุ่งนา
ห่มเพลาะบ้างห่มผ้า แสดย้อมชมพู ๚
๗๐๑ ผู้ดีมียศตั้ง แต่งสกนธ์
นุ่งต่วนม่วงสร้อยสน ม่วงพื้น
เสื้อแพรสักหลาดขน หลากหลาก สีเอย
หมวกวิจิตรพิศพื้น เฟื้องฟุ้งเต็มภูมิ๒๖๙
๗๐๒ บางพวกบอกนัดม้า มาหมด
แสร้ง๒๗๐ย่ำทำพยศ ถูกน้อย
แต่งตัวเหมาะหมดจด เจียวพ่อ
อวดขี่ดีเรียบร้อย ตื่นรั้งเต็มแรง ๚
๗๐๓ บางคนพื้นไพร่แท้ ลักเลง
ไว้เอกอวดโฉงเฉง ขี่ม้า
นุ่งห่มแต่ใจเอง เห็นชอบ
ดูก็แม้นคนบ้า บ่รู้สึกตน ๚
๗๐๔ บางแห่งแต่งสอดเสื้อ สมยศ
บอกนัดมิตรสหายหมด พี่น้อง
บรรดาที่มีรถ รู้ทั่ว กันเฮย
ชวนเที่ยวตามพวกพ้อง ขับม้าพาไป ๚
๗๐๕ ลางรถเทียมเทียบม้า ถึงสอง ม้าฮา
คนขับผาดผยอง ว่องแท้
ลางรถเดี่ยวลำลอง ตนขับ เอาเอย
ไปไม่ตรงลงแส้ ขวับคว้ากอบโกย ๚
๗๐๖ หญิงหลายชายมากกลุ้ม สับสน
สาวกลุ่มหนุ่มเกลื่อนปน ไขว่คว้า
เปรมปริ่มกริ่มกมล เริงรื่น
ปีหนึ่งมีชิงช้า แต่ครั้งเดียวดู ๚
๗๐๗ บางพวกพบที่ต้อง ติดใจ ตนเอย
เวียนแวดระวังระไว ฝักเฝ้า
ไปไหนก็ตามไป ห่อนคลาด เลยนา
แม้พวกอื่นพบเข้า เกิดร้ายราวี ๚
๗๐๘ พวกหนึ่งจิตหยาบอ้าง อวดหาญ
ชอบสนุกแยบอย่างพาล ดุดื้อ
เมามึนเที่ยวระราน รังก่อ เหตุเฮย
ใครยิ่งห้ามยิ่งรื้อ รุกเร้ารวนชวน ๚
๗๐๙ เขากลัวยิ่งกลับกล้า เหิมฮีึก
ปากอวดอึงอึกทึก โลดเต้น
พบพวกเพื่อนคุยคึก แข็งเอะ อะเอย
พาลพวกนี้ห่อนเว้น สักครั้งคราวงาน ๚
๗๑๐ เสร็จแห่กลับออกเบื้อง บูรพา
เลี้ยวล่องลงหนขวา น่าป้อม
จวบจวนสุริยสา ยัณห์ย่ำ
เดินด่วนโดยทางอ้อม เกือบใกล้ถึงสถาน ๚
๗๑๑ แห่กลับชนกลับบ้าน กรูเกรียว
หญิงจากชายจิตเสียว สุดกลั้น
ตามส่งสุดทางเหลียว สอดสั่ง
แรกรักหนักอัดอั้น อกโอ้เจ็บจริง ๚
๗๑๒ ต่างคนต่างกลับพร้อม เกลื่อนกล่น
เนืองแน่วแถวถนน กลุ่มกลุ้ม
ม้าควบรถขับคน หลบตื่น ฮือเฮย
ใกล้ค่ำมัวหมอกคลุ้ม เร่งร้อนคืนเรือน ๚
๗๑๓ คนดูชิงช้าบ่าย นับพัน
มวลมากยิ่งกว่าวัน แห่เช้า
ผู้ดีท่านนัดกัน ไปเที่ยว
เป็นที่สร่างใจเศร้า พรักพร้อมประชุมชน ๚
๗๑๔ พันแสง๒๗๑แสงอ่อนโอ้ อัษฎง คตเอย
วายุพัดพัดลง เรื่อย๒๗๒ริ้ว
เย็นจิตที่จำนง จำจาก กันนา
หนาวเหน็บเจ็บใจหิ้ว หักห้ามฤๅหาย ๚
๗๑๕ เวลาเกือบใกล้ย่ำ ค่ำพลบ ลงเฮย
สมเด็จบรมจอมภพ ผ่านเผ้า
ทอดพระเนตรทหารรบ ซ้อมเสร็จ๒๗๓ แล้วแฮ
เสด็จพระดำเนินเข้า สู่เบื้องมหาสถาน ๚
๗๑๖ แห่มาลุที่ตั้ง โรงพัก แล้วแฮ
ลดเสลี่ยงลงสำนัก หยุดยั้ง
เหล่าขบวนยศพร้อมพรัก นายไพร่
นายหมวดตรวจไป่พลั่ง สั่งให้แจกเงิน ๚
๗๑๗ คู่เคียงท่านให้กึ่ง ตำลึง
นายใหญ่นั้นได้ถึง บาทบ้าง
นายรองรับสองสลึง โดยมาก
เลขจ่ายแลลูกจ้าง แจกให้คนสลึง ๚
๗๑๘ โรงครัวเลี้ยงทั่วทั้ง สองวัน
ท่านที่แห่จัดสรร ทุกครั้ง
ทุนรอนคิดผ่อนผัน แจกแห่ ด้วยนา
อีกสิบตำลึงตั้ง ส่วนเลี้ยงเงินหลวง ๚
๗๑๙ ชิงช้าแลสาดน้ำ รำเสนง
กลองคู่ดูเหมาะเหมง กึกก้อง
มลายูละเวงเพลง ช้าเมื่อ โล้เฮย
รำร่ายพายเสนงซ้อง๒๗๔ เปลี่ยนไม้ไปเร็ว ๚
๗๒๐ เงินหลวงสำหรับโล้ ไป่ลด เลยนา
เก้าค่ำมีกำหนด ที่ได้
สามสิบบาทพอหมด สามผลัด นาพ่อ
แบ่งหนึ่งสองสามให้ เช่นโล้วันหลัง ๚
๗๒๑ รำพัน๒๗๕สรรค์สิ้นเรื่อง แห่พระยา
ตามพิธีมีมา ทุกครั้ง
ท่านใดถูกท่านหา ตกแต่ง ตนเฮย
เรียงเรื่องริ้วแห่ตั้ง แบบไว้ในสยาม ๚
๗๒๒ หลุมขดานสามแผ่นไว้ สามรา ตรีเอย
วิธีเวชศาสตร์บูชา ค่ำเช้า
สิบสองค่ำขึ้นเวลา อรุณรุ่ง
เชิญขดานคืนเข้า สู่ห้องแห่งสถาน ๚
๗๒๓ ฤดูเดือนยี่นี้ เหมันต์
ลมว่าวพัดจัดครัน เหน็บเนื้อ
หนาวลมห่มผ้าพลัน อบอุ่น
ผิบนั้นสอดเสื้อ อุ่นเนื้อหนาวหาย ๚
๗๒๔ ฤดูน้ำค้างหยาด หยดพรม
เย็นยิ่งล้ำเย็นลม เยือกแท้
คนจนสุดทนระทม ทุกข์ยิ่ง
ได้แต่เพลิงผิงแก้ กอบกู้ความจน ๚
๗๒๕ ฤดูบุษยมาสขึ้น จันทร์เพ็ญ แล้วเฮย
หมดเมฆมัวมอมเห็น แจ่มแจ้ง
ดูเดือนยิ่งหนาวเย็น กายสั่น เสียวแฮ
ลมล่องอากาศแล้ว ชื่นชี้ชมจันทร์ ๚
๗๒๖ กาฬปักษ์เช้าตรู่ได้ ปาฏิบท แล้วเฮย
พราหมณ์พฤฒิพรหมพรต พรั่งพร้อม
ยังสถานวิศณุกำหนด วันแรก พิธีนา
โอมอ่านคำนับน้อม เปิดเบื้องทวารถวาย ๚
๗๒๗ จุดธูปประทีปตั้ง บุบผา
ในเวทกฤษณบูชา แต่งไว้
ตั้งต้นเริ่มตรีปา วายนับ หนึ่งเอย
จนครบห้าคืนได้ จึ่งแล้วพิธีการ ๚
๗๒๘ ทิพากรจรัสแจ้ง แสงสาย
กำหนดสามโมงปลาย บาทห้า
จึงเสด็จออกทรงถวาย บิณฑบาตร สงฆ์เฮย
ที่นั่งสุทไธสวรรย์หน้า ออกเบื้องบูรพ์สถาน ๚
๗๒๙ รวมสงฆ์สิบรูปถ้วน มาฉัน เช้าแฮ
สยามกึ่งกับรามัญ บอกไว้
ราชาคณะสรร สองรูป นำเฮย
แปดพระครูนิตยภัต๒๗๖ให้ สวดซ้องมนต์เย็น ๚
๗๓๐ ทรงถวายผืนผ้ากับ บริกขาร บ้างเฮย
มีกระจาดคาวหวาน เล็กน้อย
ข้าวเม่ากับน้ำตาล ข้าวตอก แลนา
มันเผือกผลมะพร้าวอ้อย หมากกล้วยพลูปูน ๚
๗๓๑ เสร็จทรงทักษิโณทกตั้ง ยถา
ถวายอดิเรกลา ยาตรเยื้อง
จึ่งเสด็จจากมหา ปราสาท
ขึ้นสู่มณเฑียรเบื้อง นิเวศน์ไท้ในสถาน ๚
๗๓๒ เย็นลงสงฆ์สวดพร้อม กันหมด
ในพระอุโบสถ พระแก้ว
เหล่าพราหมณ์พฤฒิพรต มาพรั่ง พร้อมเอย
แห่งสถานนารายณ์๒๗๗แล้ว สวดข้าวตอกถวาย ๚
๗๓๓ สี่พราหมณ์ยืนสวดหน้า อาสน์พระ
มหาเวทกล่าวมนตระ บทต้น
สิวาสะเดวะ คำกล่าว ก่อนนา
เชิญเทพอันเลิศล้น แหล่งฟ้ามาประชุม ๚
๗๓๔ จึงโกรายะตึกขึ้น ทบสอง ต่อนา
สาระวะตึกสามรอง ทบย้าย
เวชตึกสี่ทำนอง เดี่ยวดับ กันเฮย
โลขัตตุโนท้าย สวดพร้อมสี่คน ๚
๗๓๕ สวดสี่เสียงพรักพร้อม กล่อมกลม
สังข์คู่เป่าระดม เร่งเร้า
สี่บทเป่าสังข์สม เสียงเสนาะ นาพ่อ
ตำรับบังคับเก้า จบแล้วจบลง ๚
๗๓๖ พระครูชูจอกน้ำ จันทน์ประ
แกว่งธูปถวายพระ นอบไหว้
เสียงสังข์กับเสียงกะ ดึงเอิก อึงเอย
แล้วจึ่งชูดอกไม้ กล่าวอ้างนามเสนอ ๚
๗๓๗ ยกอุลุบยืนขึ้นเชิด ชูพาน
ศุภกฤษดิคำขาน กล่าวแจ้ว
คำเปลี่ยนแปลกสองสถาน โดยเวท
ยกครบสามพานแล้ว จัดตั้งเรียงแถว ๚
๗๓๘ ครั้นเสร็จแล้วให้เลิก พิธีการ
มาสู่มัชฌิมสถาน ถัดนั้น
ทำศาสตร์ครบสิบวาร ดุจก่อน มานา
การพิธีแห่งหั้น เลิกแล้วแต่เย็น ๚
๗๓๙ สุริยงลงลับเลี้ยว เหลี่ยมภพ
มัวมืดเวลาพลบ ค่ำแล้ว
ขบวนเกณฑ์ต่างเตรียมครบ คอยแห่ พระเฮย
ดาวผ่องนภาแผ้ว ล่งแล้งลมลง ๚
๗๔๐ บูรพทิศขาวขอบฟ้า รางราง
เรื่อเรื่อแสงเดือนสาง ส่องหล้า
ราชครูออกจัดวาง ริ้วเรียบ เรียงเอย
คอยเมื่อจันทร์แจ่มจ้า จักได้เดินขบวน ๚
๗๔๑ พนักงานผู้จัดตั้ง แห่พระ
เสียงเอ็ดอึงเอะอะ เร่งเร้า
ม้าลา๒๗๘เที่ยวเกะกะ ตรวจนับ ตัวเอย
เตือนเรียกต้อนไล่เข้า เรียบริ้วเรียงแถว ๚
๗๔๒ นำขบวนมวลมากล้วน หมู่หัย
ขุนหมื่นแซงนอกใน กลั่นกล้า
เกราะทองอีกกรมไป ตามสั่ง หมายเฮย
เชลยศักดิ์อีกมากม้า ย่างน้อยถือเทียน ๚
๗๔๓ ตำรวจนำริ้วคู่ เคียงจร
ทายเทิดธงมังกร แห่หน้า
โคมบัวแปดสิบสลอน ตำรวจ ถือเอย
เดินเนื่องต่อแนวม้า เรียบร้อยเสมอสมาน ๚
๗๔๔ เดินกลางหว่างริ้วนอก กลองชวา
หามสี่ตีสองคลา ปี่ล้ำ
พิณพาทย์ถัดต่อมา สำรับ หนึ่งเฮย
หามสี่ตีสามซ้ำ ปี่ด้วยเดินเคียง ๚
๗๔๕ กลองชนะแห่ถ้วนยี่ สิบกลอง
จ่าปี่จ่ากลองลอง ตรวจเร้า
แตรงอนหกสังข์สอง ฝรั่งสี่ นาพ่อ
พร้อมหมดต่างมาเข้า นั่งริ้วคอยเดิน ๚
๗๔๖ เครื่องสูงแห่พระพื้น ขาวสี เดียวนา
น่าเครื่องห้าชั้นมี หกถ้วน
เจ็ดชั้นอีกสองลี ลาศคู่ กันแฮ
บังแทรกสี่องค์ล้วน แทรกห้าชั้นเสมอ ๚
๗๔๗ มวลหมู่ขุนหมื่นล้วน พราหมณ์พรต
เดินแห่ถือเทียนหมด มากล้น
สองแถวนอกปลายจรด กลองชนะ สุดนา
เรียงเรียบริ้วตลอดต้น แต่หน้าเสลี่ยงหงส์ ๚
๗๔๘ ฉัตรเทียนห้าชั้นปัก เทียนหลาย
เดินข้างน่าสองหมาย คู่ได้
ของพราหมณ์คิดทำถวาย อยู่ทุก ปีเอย
มีสี่คันแบ่งไว้ แห่เบื้องหลังสอง ๚
๗๔๙ เสลี่ยงโถงสองเสลี่ยงหน้า เสลี่ยงหงส์
เสาปักพิดานตรง ดาดกั้ง
ระบายรอบที่หงส์ทรง หามแห่
ชั้นล่างมีราวตั้ง รอบล้วนเทียนราย ๚
๗๕๐ เสลี่ยงสองเสาสี่ตั้ง เฉิดฉาย
มียอดซ้อนชั้นรบาย ครบห้า
ทรงพระปรเมศวราย อุมาพิฆ เนศวร์เฮย
เดินดับถับเสลี่ยงหน้า รอบพื้นรายเทียน ๚
๗๕๑ ฉัตรเทียนคู่หนึ่งนั้น มาหลัง
ขุนหมื่นสี่ถือสังข์ อยู่หน้า
พัดโบกอีกกับบัง สูริย์ค่าง พระเอย
รีบรัดจัดไม่ช้า พรักพร้อมขบวนพราหมณ์ ๚
๗๕๒ พระครูผู้ที่เจ้า กรมสอง กรมเอย
ปลัดสี่หลวงขุนรอง แปดถ้วน
เดินเคียงค่างทำนอง อย่างคู่ เคียงนา
นุ่งจีบเฉวียงเสื้อล้วน เชิดตั้งเทียนโต ๚
๗๕๓ เครื่องหลังเดินต่อริ้ว เรียงมา
ในคู่ต้นซ้ายขวา เจ็ดชั้น
ห้าชั้นสี่องค์คลา ลำดับ กันเฮย
บังแทรกแทรกเครื่องนั้น จัดไว้อีกสอง ๚
๗๕๔ ละครเกณฑ์แต่งเลิศล้ำ เล่ห์พราหมณ์
รุ่นรุ่นรูปงามงาม แน่งน้อย
ถือเทียนสองเดินตาม ริ้วนอก ตลอดแฮ
มากประมาณเกือบร้อย แช่มช้อยชวนชม ๚
๗๕๕ โคมบัวตำรวจนั้น เดินดับ กันนา
สี่สิบตัวเลขจับ จ่ายล้วน
พิณพาทย์อีกสำรับ หนึ่งอยู่ กลางเฮย
หามสี่ตีสามถ้วน แปดทั้งปี่เติม ๚
๗๕๖ กรมม้าแต่งล้วนเลิศ คมขำ
สักหลาดเสื้อสีดำ อย่างใช้
เชลยศักดิ์มิได้กำ หนดแต่ง ตนนา
ตามแต่จะหาได้ แต่งแล้วเป็นดี ๚
๗๕๗ ทั้งนี้นุ่งห่มล้วน ขันแข็ง
เสื้อปัศตูแดง ทั่วผู้
กางเกงถะมัดถะแมง ริ้วหลาก หลากนา
จับจ่ายหมายตามรู้ แบบเบื้องบรรพ์แถลง ๚
๗๕๘ เครื่องสูงกลองชนะนั้น แต่งกาย
ตามแบบอย่างแห่หมาย ทุกครั้ง
ยังขบวนพระนารายณ์ ห้าค่ำ อีกเอย
หมายสั่งกำหนดตั้ง อย่างนี้สองคืน ๚
๗๕๙ จันทรโอภาสแจ้ง เวหน
แสนส่ำประชาชน แซ่ซ้อง
พระครูพิสุทธิมนต์ เดินแห่ พระแฮ
เสียงประโคมกึกก้อง สว่างแจ้งแสงเทียน ๚
๗๖๐ ถึงถนนเรียกชื่อท้อง สนามชัย
เลี้ยวล่องตรงลงไป ที่เฝ้า
พระที่นั่งสุทไธ สวรรย์ยิ่ง ยวดเอย
สมเด็จจอมธเรศเจ้า ประทับเบื้องบนสถาน ๚
๗๖๑ มวลหมู่ข้าบาทเฝ้า ทูลละออง ธุลีนา
โดยเสด็จประจำซอง แวดล้อม
ทหารปี่ขลุ่ยแตรกลอง เลวเรียบ แถวแฮ
องครักษ์แปดหมู่ห้อม แห่งหน้าลานสนาม ๚
๗๖๒ ครั้นถึงในที่ล้อม แวดวง
บ่ายเสลี่ยงเบี่ยงหันตรง เจาะจ้อง
ถวายชัยพิพัฒน์มง คลสวัสดิ์ เฉลิมนา
สังข์เป่าโองการก้อง แซ่ซ้องเสียงเหว ๚
๗๖๓ เทวรูปสำรับน้อย สามองค์
พานอุไรรองผจง จัดไว้
เทียนธูปสักการทรง เจิมประ สุคนธ์เฮย
เสร็จส่งพราหมณ์สั่งให้ แห่แล้วทรงหงส์ ๚
๗๖๔ ถวายชัยแล้วสั่งให้ กลับขบวน
เดินทบขึ้นสวนทาง เก่านั้น
พันจันทน์จึงถวายชนวน ทรงจุด พุ่มแฮ
แสงสว่างล้วนห้าชั้น สิบต้นทรงถวาย ๚
๗๖๕ ขบวนเดินตรงขึ้นราช วังบวร
ถึงจึ่งหยุดถวายพร นอบน้อม
เสร็จแล้วแห่กลับจร เลิกล่อง ลงพ่อ
จนลุทางน่าป้อม ชักริ้วไปสถาน ๚
๗๖๖ ครั้นถึงเชิญพระเข้า ในสถาน ใหญ่เฮย
อีกสุวรรณหงส์ยาน ยกตั้ง
ที่เสาปักแขวนขดาน ผอวดรอบ นั้นนา
ปลายผูกฉัตรกระดาษ๒๗๙ทั้ง ยอดอ้อยกัทลี ๚
๗๖๗ เกรียวกรูดูแห่ทั้ง หญิงชาย
บ้างก็เที่ยวเรี่ยราย ซุ่มซุ้ม
บ้างมีที่นัดหมาย ไปเที่ยว เล่นนา
ชอบแห่งใดไปกลุ้ม จดจ้องลองเลียม ๚
๗๖๘ บางพวกแห่แล้วเที่ยว เซซัง
บางพวกแวะดูหนัง สนุกจ้าน
บางพวกใคร่คอยฟัง พราหมณ์กล่อม หงส์เอย
บางพวกกลับคืนบ้าน เบื่อคร้านคอยดู ๚
๗๖๙ หญิงชายหลายเหล่าพร้อม เพรียงกัน
เริงรื่นชื่นชมจันทร์ แจ่มฟ้า
ชักชวนมิตรเผ่าพันธุ์ ชู้เริ่ม รักเฮย
สาวซุ่มกลุ่มซ่อนหน้า หนุ่มกล้าสอดมอง ๚
๗๗๐ ผู้ดีชอบยักย้าย ปลอมแปลง
ใช้แยบเที่ยวแอบแฝง ดอดด้อม
สบเหมาะสกัดสแกง เล็ดลอด ดูแฮ
บ่าวไพร่ไปห้อมล้อม ซ่อนหน้าปนละวน ๚
๗๗๑ หนังหลวงมีที่หน้า เทวฐาน นั้นนา
ใช่แต่บุราณกาล ก่อเค้า
เป็นส่วนพระราชทาน เพิ่มใหม่ นาพ่อ
สมเด็จจอมมกุฎเกล้า โปรดตั้งรังถวาย ๚
๗๗๒ เบื้องในสถานใหญ่ตั้ง การกลาง สถานเฮย
ศิลาบดบดแป้งวาง ลูกซ้อน
สมมุติบัพพะโตทาง พระเสด็จ ขึ้นนา
ฤๅบใช้ศิลาก้อน หลากแท้กลไฉน ๚
๗๗๓ จัดเตียงเรียงแต่งตั้ง โดยวิธี
เตียงหนึ่งพระศุลี เสด็จยั้ง
ชั้นรองภัทรบิฐมี ขลังทอด แลแฮ
เตียงหนึ่งเบญจคัพย์ตั้ง กลศซ้ายสังข์ขวา ๚
๗๗๔ ราชครูผู้เวทแกล้ว มนต์ชาญ
ทำกระสุทธิอวิสุทธิธาร โสรจมล้าง
เจิมจันทน์อ่านเวชดาน ธุรำสอด สวมเฮย
อีกประวิชเกาบิลบ้าง เสกซ้ำสวมตน ๚
๗๗๕ เสร็จสั่งคู่สวดทั้ง สี่นาย นั้นนา
ให้สวดบุถุถวาย พรักพร้อม
สวดบทละคนราย ดั่งทุก คืนพ่อ
จบสิบสามบทน้อม เกศ๒๘๐ก้มดุษฎี ๚
๗๗๖ พระครูแกว่งธูปตั้ง สักการ
เสียงกระดึงสังข์ขาน แซ่ซ้อง
ประพรมสุคนธ์ธาร ข้าวตอก แล้วนา
ชูดอกไม้เสียงก้อง ร่ำอ้างนามถวาย ๚
๗๗๗ คู่สวดยกอุลุบทั้ง สิบรา ตรีเฮย
ตามวิธีบูชา บอกไว้
ลาชะอีกนานา ของที่ แจกเอย
ค่ำหนึ่งบแจกให้ เก็บไว้ถวายหลวง ๚
๗๗๘ ราชครูผู้ใหญ่น้อม นมัสการ
อ่านเวชชื่อทรงสาร เสนาะล้ำ
บทกล่าวบ่ทันนาน อ่านจบ ลงเฮย
จึ่งอ่านโตรพัดซ้ำ เสร็จสิ้นจบสอง ๚
๗๗๙ จึ่งทำทักษิณเบื้อง บูชา ศาสตร์ฤๅ
เบญจคัพย์คงคา คั่งถ้วย
เทียนประทีปบุษบา วางเสร็จ แลแฮ
สังข์กลศบูชาด้วย หนึ่งน้ำมนต์กุมภ์ ๚
๗๘๐ เสร็จแล้วอ่านเวทซ้อง สนานหงส์
จบจึ่งเชิญพระลง ถาดล้ำ
อิศวรราชเอกอนงค์ อุมาพิ ฆเนศวร์เฮย
อ่านเวทหล่อหลั่งน้ำ กลศแล้วสังข์สนาน ๚
๗๘๑ สรงเสร็จเชิญพระขึ้น ภัทรบิฐ
บรมอาสน์เทพสถิตย์ เลิศล้น
กระทำศาสตร์บูชิต โดยเวท กล่าวนา
บทชื่อสารเหลืองต้น อ่านอ้างอวยถวาย ๚
๗๘๒ จบบทหนึ่งอ่านซ้อง สืบไป
สองเวทชื่อมาลัย เศกซ้ำ
บทสามบอกนามไข ขานเวท นี้นา
เรียกว่าสังวาลล้ำ เลิศล้วนเฉลิมศรี ๚
๗๘๓ บูชาทวยเทพทั้ง สามองค์ นาพ่อ
หนึ่งนาคสังวาลทรง ออกอ้าง
ชายเยศอรรคอนงค์ อรอัป สร๒๘๑เฮย
จึ่งเทพมุขแม้นช้าง มุสิกอ้างอาสน์เถลิง ๚
๗๘๔ จึ่งเชิญพระสู่เบื้อง พานทอง ขาวเอย
ยื่นเชิดชูประคอง ย่องก้าว
เดินเวียนแวดทำนอง ประทัก ษิณนา
ครบรอบหยุดยกท้าว เหยียบเบื้องบรรพโต ๚
๗๘๕ บรรพโตขึ้นเหยียบถ้วน สามหน
เวียนรอบวงมาดล เหยียบจ้อง
ครบเชิญพระขึ้นบน บุษบก หงส์แฮ
สังข์เป่าเป่าศัพท์ก้อง เสร็จแล้วหายเสียง ๚
๗๘๖ อ่านเวทอีกออกอ้าง นามจง เจาะแฮ
เรียกว่าบูชาหงส์ ชื่อพร้อง
บูชาพระสุเมรุยง ยิ่งหลัก โลกนา
พระเวทพระมนต์ซ้อง ศาสตร์สิ้นบทแถลง ๚
๗๘๗ จบมนต์แลเวทเบื้อง บูชา แล้วเฮย
จึงพลิกเปิดตำรา อ่านอ้าว
สรเสริญแห่งมหา ไกรลาศ
ยอพระเกียรติ๒๘๒เทพยท้าว จบแล้วเป่าสังข์ ๚
๗๘๘ ใช่จบแต่เท่านั้น ยังมี เวทเอย
ส่งอุมาภัควดี เดชล้ำ
จบลงอ่านสดุดี ถวายเวท พระนา
แล้วจึงอ่านสรงน้ำ พิฆเนศร๒๘๓ท้าวผทม๒๘๔สินธุ์ ๚
๗๘๙ จุดเทียนแปดเล่มตั้ง แปดทิศ
บุษผชาติพรรณพิจิตร เรียบไว้
โอมอ่านเวทบูชิต เวียนทัก ษิณนา
เรียกโตรทวารได้ อ่านทั้งแปดปตู ๚
๗๙๐ สองพราหมณ์ผู้เชี่ยวชาญใช้ เชิงเสียง
นั่งพับเพียบเรียบเคียง คู่พร้อม
เสื้อครุยสอดสวมเฉวียง ไหล่ลด หนึ่งนา
มือประนมนอบน้อม ว่าช้าเฉลิมหงส์ ๚
๗๙๑ บทต้นนั้นกล่าวขึ้น โองการ
ยมะหัถทนุตรัสขาร เฉื่อยช้า
สำเนียงเสนาะหวาน กลมกล่อม
สูงส่งเสียงแจ่มจ้า จบสิ้นประสานสังข์ ๚
๗๙๒ จำเป็นเค้าร่ายขึ้น บทสอง
ย้ายเปลี่ยนแปลกทำนอง บทต้น
ว่าคู่ค่อยประคอง คอยสอด เสียงนา
ฟังเพราะลอยเลิศล้น ส่งท้ายถวายเสียง ๚
๗๙๓ บทสามต้นกล่าวขึ้น ภระพา
เร็วรัดจังหวะลา ลากท้าย
เหยาะเหยาะกระหยับหา ลลักเลื่อน ลงเฮย
สามบทว่ายักย้าย บพ้องทำนองเดิม ๚
๗๙๔ ช้าหงส์เมื่อจบนั้น เป่าสังข์
บทหนึ่งเป่าสังข์ดัง กึกก้อง
สามบทหยุดลงฟัง สังข์ทุก บทแฮ
กล่าวกล่อมพร้อมเพราะพร้อง พร่ำช้าพระยาหงส์ ๚
๗๙๕ เสร็จจึ่งอ่านเอื้อนออก คำขาน
ส่งเสด็จพระสู่สถาน สถิตแล้ว
อ่านเวทชื่อส่งสาร อีกบท หนึ่งนา
สุดส่งสำเนียงแจ้ว เสร็จสิ้นส่งสาร ๚
๗๙๖ ครั้นจบแบบบทเบื้อง พิธีไสย
ส่งพระคืนสู่ไกร ลาศแล้ว
ปิดประตูศิวาลัย อ่านอีก บทเฮย
จนดึกจันทร์เด่นแผ้ว จึงได้เสร็จการ ๚
๗๙๗ ลักเลงที่เที่ยวเหล้น เห็นสนุก
ลืมมลายความทุกข์ ห่อนคร้าน
เตร็จเตร่เร่หาสุข ซอนซอก ไปเฮย
จนดึกจึ่งกลับบ้าน บเว้นวายคืน ๚
๗๙๘ ช้าหงส์ชนชอบแล้ว ไปฟัง
นั่งที่แถวผนังตาม พวกพ้อง
ผู้ดีมักแอบบัง เสาซุ่ม ซ่อนเอย
บางพวกพาพี่น้อง เที่ยวเหล้นตามสบาย ๚
๗๙๙ บางคนใช้แต้มกาจ เก่งก๋า
พาพธูภรรยา ออกเต้น
ไว้ดีอวดสีดา ดวงสวาสดิ์
ไป่คิดปิดซ่อนเร้น เปิดหน้าพาเดิน ๚
๘๐๐ บางพวกเหล่าหม่อมเจ้า บางองค์
บางพวกหม่อมราชวงศ์ หนุ่มน้อย
ไปฟังเมื่อช้าหงส์ เห็นสนุก นาพ่อ
มีอนงค์แอบอ้อย อิ่งอ้อนบังตน ๚
๘๐๑ พระองค์เจ้าเสด็จบ้าง บางปี
เหล่านักเลงซอนหนี หลบหน้า
จัดออกฤไป่มี ทางออก เลยพ่อ
จนเจื่อนชักชายผ้า หมอบม้วนฤๅเงย ๚
๘๐๒ บางคนมักชอบเหล้น เอะอะ
เที่ยวแทรกชนเกะกะ ก่อถ้อย
ใครใครไม่ลดละ กวนต่อ แยเฮย
เขาเกลียดฤๅใช่น้อย พวกร้ายรังแก ๚
๘๐๓ ทั้งนี้ฤๅใช่ช้า หงส์ประสงค์ ฟังเอย
จริงจิตคิดจำนง อื่นบ้าง
จงเจาะเฉพาะตรง สิ่งสวาดิ แลนา
ยกเหตุช้าหงส์อ้าง เพื่อรู้วันประชุม ๚
๘๐๔ ยินนานกาลแต่เบื้อง บรรพ์มี มานา
กรุงเทพทวารวดี เก่าตั้ง
ในการราชพิธี บรมนาถ เสด็จเฮย
ส่ง๒๘๕เทพแทบทุกครั้ง ว่างน้อยปีมี ๚
๘๐๕ พระเสด็จสถลมารคด้วย คชยาน ยิ่งนา
ทรงสถิตเหนือคอสาร โสดห้าว
นายสารใหญ่พนักงาน ควาญพระ ที่นั่งเฮย
ทรงพระแสงของ้าว ง่าเงื้องามงอน ๚
๘๐๖ เครื่องคชกลมแถบหุ้ม อุไรกรอง
ขอพกกระวินทอง เลิศล้น
ขลู่คู่กระชิงรอง หางคร่ำ คำนา
ไหมถักพันชนักต้น พนาดเกล้าระบายสาม ๚
๘๐๗ พระวงศ์มุขมาตย์ด้วย แลหลาย
ล้วนขี่คชพังพลาย ทั่วหน้า
ตำรวจแห่ขบวนราย สองค่าง ทางพ่อ
ล้วนเลิศเลอหลังม้า เรียบริ้วเรียงเสมอ ๚
๘๐๘ พระบาทบรมนาถเจ้า อยุธยา นี้เอย
พระปรเมนทรมหา มกุฎเกล้า
เสด็จทรงคชไอยรา ครั้งหนึ่ง นาพ่อ
ส่งมหิศวรเป็นเจ้า เช่นครั้งกรุงเดิม ๚
๘๐๙ เดือนบ่ายชายคล้อยเคลื่อน ลดลง แล้วเอย
ต่างเลิกดูช้าหงส์ กลับบ้าน
สาวหนุ่มที่นึกจง ใจมาด กันนา
จากรักหนักอกด้าน สั่งด้วยตาลา ๚
๘๑๐ ต่างเริงต่างรื่นด้วย แสงเดือน
สนุกใดไป่เหมือน เริ่มชู้
ยามรักชักใจเตือน เอิบอิ่ม ใจเอย
ยามจากเจ็บเหลือรู้ เร่าร้อนกรมเกรียม ๚
๘๑๑ แสดงความครบถ้วนสิบ ราตรี แล้วนา
กำหนดราชพิธี ว่าไว้
ตรียัมพวายมี แต่เท่า นี้นา
เติมต่อปวายให้ อีกห้าคืนสนอง ๚
๘๑๒ กาฬปักษ์สองค่ำได้ เวลา แล้วแฮ
จึงพระครูพราหมณ์มา พรักพร้อม
ในพระบรมมหา นิเวศน์ราช วังเฮย
ยังพระโรงนอบน้อม แต่ไท้เถลิงถวัลย์ ๚
๘๑๓ ข้าวเม่าข้าวตอกตั้ง พานสอง ชั้นเอย
กล้วยมะพร้าวโต๊ะรอง อีกอ้อย
มากพานมากโต๊ะของ ถวายมาก จริงนา
ตั้งแต่งตัดเรียบร้อย เลือกล้วนควรถวาย ๚
๘๑๔ ราชครูผู้เวทแกล้ว มนต์ขลัง
ถวายพระมหาสังข์ เครื่องต้น
ขุนหมื่นเป่าสังข์ดัง เหวหวู่ สองนา
อวยอิศวรพรล้น หลั่งน้ำโสรจสนาน ๚
๘๑๕ เจ้ากรมกับปลัดทั้ง สามผอง
ใดเชิดพานประคอง แทบเกล้า
ยกอุลุบทำนอง สังสกฤต ก่อนเฮย
แด่บรมราชาเจ้า จบแล้วเรียงถวาย ๚
๘๑๖ ถวายเสร็จเสด็จแล้วเลิก ลาครรไล
สู่ราชวังบวรใน ที่เฝ้า
มหาสังข์โสรจชลไหล หลั่งตก หัตถ์นา
อวยเวทอิศวรเป็นเจ้า แซ่ซ้องเสียงสังข์ ๚
๘๑๗ แล้วถวายอุลุบถ้วน ไตรวาร
โดยวิธีศาสตร์กาล ก่อนกี้
สิ่งของจัดโต๊ะพาน รังแต่ง ถวายแฮ
จารีตธรรมเนียมนี้ ทุกครั้งเสร็จเสมอ ๚
๘๑๘ แจกถวายตามเจ้าทั่ว ทุกวัง
มีต่างกรมแลที่ยัง แจกด้วย
ถวายเวทหลั่งชลสังข์ โสรจสระ สนานเฮย
ปุถุลาชะกล้วย อุฉุพร้าวรวมถวาย ๚
๘๑๙ ยังพิธีมีชื่ออ้าง ปาวาย นั้นนา
ที่สถานเทพนารายณ์ อยู่ยั้ง
พราหมณ์สวดบุถุถวาย ทุกค่ำ คืนเฮย
ครบสี่ราตรีตั้ง แต่ต้นปักษ์แรม ๚
๘๒๐ ดลแรมห้าค่ำได้ เวลา
พลบค่ำย่ำสุริยา ตกด้อย
อากาศดาดดารา แพร้วพร่าง
มัวหมอกเย็นหยาดย้อย เหน็บเนื้อหนาวสยอง ๚
๘๒๑ ขบวนเกณฑ์มาพรักพร้อม ตามหมาย
ทุกหมู่ทุกหมวดราย เรียบริ้ว
คอยเตรียมแห่พระนรายน์ ประเวศราช วังเอย
มาหมดห่อนบิดพลิ้ว ครบถ้วนขบวนเดิน ๚
๘๒๒ ขบวนนี้มิได้แห่ แต่หงส์
อื่นอื่นทุกสิ่งคง อย่างไว้
พราหมณ์เชิญพระนารายณ์ลง เสลี่ยงยอด หนึ่งนา
โทเทพอัศเรศไท้ แห่ด้วยรวมสาม ๚
  1. 1. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน พูล

  2. 2. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ผ้าง

  3. 3. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน พรรฤก

  4. 4. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน มวญ

  5. 5. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน เขตร

  6. 6. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน พานิช

  7. 7. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน สดวก

  8. 8. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ยุติ์

  9. 9. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน บีฑา

  10. 10. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ผาศุก

  11. 11. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน โยทธยา

  12. 12. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน อยุทธยา

  13. 13. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน สอาด

  14. 14. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน กระมล

  15. 15. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ศุข

  16. 16. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ไภย

  17. 17. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน จุลาเอราวรรณ

  18. 18. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ไวย

  19. 19. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ไอสวรรย์

  20. 20. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน โอภาษ

  21. 21. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ราพ

  22. 22. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ลออง

  23. 23. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน อิก

  24. 24. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน สินาศ

  25. 25. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ถมัดถแมง

  26. 26. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน อเคื้อ

  27. 27. ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พบแร่ทองคำที่ตำบลบางสะพาน (ปัจจุบันเป็นอำเภอ) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

  28. 28. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน รวาง

  29. 29. ช้างเผือกพังในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขึ้นระวางเมื่อ พ.ศ. ๒๓๙๕

  30. 30. ช้างเผือกพลายในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขึ้นระวางเมื่อ พ.ศ. ๒๔๑๘

  31. 31. ช้างเผือกพลายในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขึ้นระวางเมื่อ พ.ศ.๒๔๑๕

  32. 32. ช้างเผือกพลายในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขึ้นระวางเมื่อ พ.ศ.๒๔๑๓

  33. 33. วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามสร้างในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

  34. 34. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน สาตร

  35. 35. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ขัติย

  36. 36. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ลคร

  37. 37. ปัจจุบันคือ เมือง DJAKARTA ประเทศอินโดนีเซีย

  38. 38. ปัจจุบันคือ เมือง SEMARANG ประเทศอินโดนีเซีย

  39. 39. Governor General

  40. 40. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน มเมีย (พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ประพาสสิงคโปร์และชวา ครั้งแรก พุทธศักราช ๒๔๑๓ และครั้งที่ ๒ พุทธศักราช ๒๔๑๔ ครั้งนี้เสด็จฯ ไปประเทศอินเดียด้วย)

  41. 41. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน มาศ

  42. 42. เสด็จพระราชดำเนินเป็นครั้งที่ ๒ ครั้งนี้ได้เสด็จฯ ไปยังพม่าและอินเดียด้วย

  43. 43. คือเมือง มะละแหม่ง

  44. 44. คือเมือง กัลกัตตา

  45. 45. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ไลย

  46. 46. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน จำเภาะ

  47. 47. คือเมือง อัครา

  48. 48. คือเมือง เดลฮี

  49. 49. คือเมือง บอมเบย์

  50. 50. คือภูเก็ต

  51. 51. คือพังงา

  52. 52. Viceroy อังกฤษประจำประเทศอินเดีย ขณะนั้นในหนังสือจดหมายเหตุ เสด็จประพาสต่างประเทศในรัชกาลที่ ๕ เสด็จเมืองสิงคโปร์ และเมืองเปตาเวียครั้งแรก และเสด็จประพาสอินเดียระบุว่า คือ ลอร์ดเมโย

  53. 53. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน รไวรวัง

  54. 54. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน มแม

  55. 55. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน สุกร

  56. 56. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินกลับจากประเทศพม่าและอินเดีย ถึงกรุงเทพฯ เมื่อปีวอก เดือนเมษายน จ.ศ. ๑๒๓๓ ตรงกับ พ.ศ. ๒๔๑๔

  57. 57. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ตเกียกตกาย

  58. 58. Company

  59. 59. พระราชพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา กำหนดทำในวันขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ๕ ของทุกปี ปัจจุบันพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้จัดพระราชพิธีนี้เป็นครั้งคราว

  60. 60. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน กโถน

  61. 61. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน สุทธัย

  62. 62. สมุดไทย เลขที่ ๒๒๘ หมวดโคลง เขียนกาญจนฉันท์

  63. 63. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ดาษ

  64. 64. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ภู่

  65. 65. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน กชิง

  66. 66. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน แซก

  67. 67. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน แขง

  68. 68. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ติด

  69. 69. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน กบือ

  70. 70. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน โก่ง

  71. 71. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน เหล้า

  72. 72. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน คลาศ

  73. 73. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน เร็ว

  74. 74. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน เมศราษี

  75. 75. สมุดไทย เลขที่ ๒๗๗ เขียน ถือ แต่ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน รือ

  76. 76. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน วงษ์

  77. 77. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ชัณษา

  78. 78. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน เพน

  79. 79. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ภิเศก

  80. 80. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ไชย

  81. 81. สมุดไทย เลขที่ ๒๒๗ เขียน ชัยมนต์ ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ไชยมงคล

  82. 82. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ปรากฎ

  83. 83. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ลออง

  84. 84. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน วิศาขมาศ

  85. 85. การพระราชพิธีพืชมงคล พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เพิ่มเติมเข้ามาเป็นพิธีทางพุทธศาสนา ทำก่อนวันพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ซึ่งเป็นพิธีของพราหมณ์

  86. 86. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน เข้า

  87. 87. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน พระพลา

  88. 88. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน จรรไร

  89. 89. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน พลาน

  90. 90. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน กลด

  91. 91. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน เบญจครรภ

  92. 92. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน อัค

  93. 93. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน โล่ห์

  94. 94. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ตวัน

  95. 95. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน โลกย์

  96. 96. สมุดไทยเลขที่ ๒๒๗ เขียน ประตัก แต่ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ประฏัก

  97. 97. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน บัณฑิตย์

  98. 98. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน กเชอ

  99. 99. สมุดไทยเลขที่ ๒๒๗ เขียน ดึ่ง แต่ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ดิ่ง

  100. 100. สมุดไทยเลขที่ ๒๒๗ เขียน โก๊ด แต่ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน วก๊ด

  101. 101. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน เชิ๊ต

  102. 102. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน เพ็ชร

  103. 103. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน สราย

  104. 104. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ตกรุด

  105. 105. กำตาก คือ การพระราชทานค่าภาษีอากรขาเข้า เช่นภาษีปากเรือ และค่าเกวียนที่เข้ามาค้าขายในวันทำพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ แก่ผู้เป็นพระยาแรกนา ประเพณีการให้กำตากเลิกนี้ ในราวรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชนิพนธ์พระบรมราชาธิบายเรื่องนี้ไว้ในหนังสือ พระราชพิธีสอบสองเดือนแล้วอย่างละเอียด - กรมศิลปากร

  106. 106. คงหมายถึง เจ้าพระยาภูธราภัย (นุช บุณยรัตพันธ์) สมุหนายกกรมมหาดไทย ผู้เคยปฏิบัติหน้าที่พระยาแรกนาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และปฏิบัติหน้าที่นี้โดยตลอดจนถึงแก่อสัญกรรม - กรมศิลปากร

  107. 107. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน หัดถ์

  108. 108. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน สัปดปกรณ์

  109. 109. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน กทง

  110. 110. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน อาวาศ

  111. 111. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน กจาด

  112. 112. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน สลากภัตร

  113. 113. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน สัตรี

  114. 114. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน มารยาตร

  115. 115. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ภักตร์

  116. 116. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน เหื่อไค

  117. 117. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน รคน

  118. 118. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ปล่ำ

  119. 119. สมุดไทยเลขที่ ๒๒๗ เขียน โดน แต่ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน โดด

  120. 120. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน สดุด

  121. 121. ในรัชกาลปัจจุบันการพระพระราชพิธีทรงบำเพ็ญกุศลอุปสมบทนาคหลวง กำหนดให้ปลงผมที่ศาลาสหทัยสมาคมในพระบรมมหาราชวัง และอุปสมบทที่พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม - กรมศิลปากร

  122. 122. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ปดิทิน

  123. 123. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน สพัก

  124. 124. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน กำมลอ

  125. 125. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน พงษ์

  126. 126. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน จิตร

  127. 127. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ตะครุบตครับ

  128. 128. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน บัพพัชชา

  129. 129. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ญัติ

  130. 130. ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจิมเทียนพรรษาก่อนเข้าพรรษาประมาณ ๗ วัน ณ พระราชฐานที่ประทับ พร้อมกับพระราชทานเทียนชนวนและไม้ขีดไฟไปจุดเป็นพุทธบูชาตามพระอารามหลวงที่ได้รับพระราชทาน จำนวนเทียนหล่อใหญ่ ๓๑ เล่ม เล็ก ๒ เล่ม (เทียนเล็กสำหรับพระพุทธบุษยรัตน์ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต) และกระจุบเทียนสลัก ๕๐ เล่ม กระจุบเทียนสลักนี้ใช้ตั้งบนลำต้นเทียน ซึ่งทำด้วยไม้และสลักลงรักปิดทอง มีกรวยกระบอกรูปถ้วยทำด้วยสังกะสี ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหยอดขี้ผึ้งไว้แทนเทียนทั้งต้นและพระราชทานน้ำมันมะพร้าวไว้สำหรับเพิ่มเมื่อขี้ผึ้งเทียนหมด - กรมศิลปากร

  131. 131. สมุดไทยเลขที่ ๒๒๗ เขียน ดั่ง แต่ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ดัง

  132. 132. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชาธิบายไว้ในบทพระราชนิพนธ์ พระราชพิธีสอบสองเดือนว่า ทำที่ทุ่งส้มป่อย

  133. 133. มีพระบรมธาตุระย้ากินนรครอบพระเจดีย์ถม พระคันธารราษฎร์องค์ใหญ่ พระชัยวัฒน์ประจำรัชกาล พระปางห้ามสมุทร พระชัยเนาวโลหะน้อย พระทรมานข้าว และพระธรรม

  134. 134. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ฦก

  135. 135. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ราชวัตร

  136. 136. พระสุทภูตเถระ เป็นชื่อพระอรหันต์รูปหนึ่ง มีกล่าวอยู่ในคัมภีร์ อรรถกถา ว่าเป็นผู้ที่สามารถบันดาลให้ฝนตกได้

  137. 137. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน สถิตย์

  138. 138. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ตำหรับ

  139. 139. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ละเอียด

  140. 140. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ศีศะ

  141. 141. สมุดไทยเลขที่ ๒๒๗ เขียน เช้า ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน เข้า

  142. 142. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน เพน

  143. 143. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ตแบง

  144. 144. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ฬ่อ

  145. 145. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน กเตื้อง

  146. 146. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ปคำ

  147. 147. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ไศรย

  148. 148. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน มนัศ

  149. 149. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน เบญจพาด

  150. 150. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน สอ

  151. 151. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน กทบ

  152. 152. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน โปฏฐบท

  153. 153. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน เกษ

  154. 154. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ปายาศ

  155. 155. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ตำหรับ

  156. 156. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน รดม

  157. 157. สมุดไทยดำเลขที่ ๒๒๗ หมวดโคลงอักษร ท. เขียน เฮย แต่ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน เอย

  158. 158. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ตรุศ

  159. 159. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ครุธ

  160. 160. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน หงษ์

  161. 161. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน กถาง

  162. 162. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน รทา

  163. 163. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน พล แต่น่าจะเป็น พลุ มากกว่า เนื่องจากชื่อที่กล่าวถึงในคำประพันธ์นี้มีแต่ชื่อดอกไม้ไฟทั้งสิ้นขาดแต่พลุเพียงอย่างเดียว - กรมศิลปากร

  164. 164. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน สนุกนิ์

  165. 165. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ เขียน กทง

  166. 166. ต้นฉบับสมุดไทย มีเพียงเท่านี้ สันนิษฐานว่า อาจมีเล่มที่ ๒ แต่ไม่พบในหอสมุดแห่งชาติ

  167. 167. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ธรรมยุติก์

  168. 168. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน อาวาศ

  169. 169. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน สท้าน

  170. 170. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน สพาย

  171. 171. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ปตู

  172. 172. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน กบี่

  173. 173. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน พุดตาล

  174. 174. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน เสโลห์

  175. 175. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ยี่

  176. 176. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน โล่

  177. 177. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน สรวย

  178. 178. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน กรสุน

  179. 179. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ทาษ

  180. 180. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ล

  181. 181. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ละเลิง

  182. 182. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ไพชนต์

  183. 183. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน สมุท

  184. 184. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน สังหาร

  185. 185. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ราพ

  186. 186. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ล้าง

  187. 187. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน เหอร

  188. 188. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ไชย

  189. 189. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน สรด

  190. 190. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน เสร้า

  191. 191. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน เทอด

  192. 192. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน สบัด

  193. 193. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ณเรศ

  194. 194. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ละ

  195. 195. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน โรจ

  196. 196. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน กถิน

  197. 197. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน นักศราช

  198. 198. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน อไภย

  199. 199. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน สร้าว

  200. 200. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน มโหรทึก

  201. 201. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ภาศ

  202. 202. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน หฤไทย

  203. 203. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน อัค

  204. 204. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน แซก

  205. 205. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ใช้ไม้ยมกซ้ำคำ

  206. 206. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน กราญ

  207. 207. ในพระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่องพระราชพิธีสิบสองเดือน เรียกว่า อาชยุช

  208. 208. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน เกรอก

  209. 209. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน สระสรวย

  210. 210. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน กจก

  211. 211. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน รำพรรณ

  212. 212. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ปดา

  213. 213. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ปวรณา

  214. 214. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน รดู

  215. 215. น่าจะเป็นราศีพฤศจิก

  216. 216. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน กติกา

  217. 217. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ตรัด

  218. 218. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ช้าว

  219. 219. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ซาย

  220. 220. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ตเกียบ

  221. 221. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ไตรย

  222. 222. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ประนต

  223. 223. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ไฉย

  224. 224. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ตพาน

  225. 225. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน แซก

  226. 226. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ภักตร์

  227. 227. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน คว่าง

  228. 228. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ปทัด

  229. 229. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน วาศนา

  230. 230. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน พิธยา

  231. 231. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ทณฑ์

  232. 232. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ปชัน

  233. 233. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน อาศน์

  234. 234. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ตลีตลาน

  235. 235. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน นวน

  236. 236. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ฬ่อฬ้อ

  237. 237. คือ กัณฑ์มหาพน

  238. 238. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน อุส่าห์

  239. 239. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน นัดถุ์

  240. 240. ในที่นี้ต้องการรูปวรรณยุกต์ เอก ตามบังคับของโคลงสี่สุภาพ

  241. 241. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ภูม

  242. 242. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ใช้ไม้ยมกซ้ำคำ

  243. 243. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน บุบผ

  244. 244. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ชเวง

  245. 245. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ทุ่ง

  246. 246. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน กระบาน

  247. 247. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน สันตวา

  248. 248. เข้าใจว่า ซิกาแร็ต - ผู้ตรวจ

  249. 249. เข้าใจว่า เชอรี่ - ผู้ตรวจ

  250. 250. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน กระษัตริย์

  251. 251. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ศิล

  252. 252. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ปเคน

  253. 253. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ยะถา

  254. 254. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน จ้าว

  255. 255. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน พะวาย

  256. 256. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน โปลด

  257. 257. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน สารวัด

  258. 258. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน อะเคื้อ

  259. 259. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ไกษย

  260. 260. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ท้าว

  261. 261. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน นาฬิวัน

  262. 262. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ปฉิม

  263. 263. เดิมเรียกพระที่นั่งสุทธาสวรรย์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เรียกว่า พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ ตามประกาศพระราชพิธี พ.ศ. ๒๓๙๖ แปลว่า พระที่นั่งไอสวรรย์โถง ไม่มีฝาผนัง

  264. 264. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ประนต

  265. 265. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ทนาน

  266. 266. กระดานที่จะนำลงในหลุม ยาวแผ่นละประมาณ ๒ เมตร กว้าง ๕๐ เซ็นติเมตร (ยาวสี่ศอก กว้างหนึ่งศอก) มีทั้งหมด ๓ แผ่น

    แผ่นที่ ๑ สลักรูปพระอาทิตย์และพระจันทร์

    แผ่นที่ ๒ สลักเป็นรูปพระธรณี

    แผ่นที่ ๓ สลักเป็นรูปพระคงคา

  267. 267. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน รำมนา

  268. 268. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ปฎิมา

  269. 269. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ภูม

  270. 270. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน แซ่ง

  271. 271. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน พรรแสง

  272. 272. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน เรื้อย

  273. 273. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน เสรจ

  274. 274. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ซร้อง

  275. 275. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน รำพรรณ

  276. 276. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน นิตยภัตร

  277. 277. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน นรายน์

  278. 278. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ฬา

  279. 279. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน กดาษ

  280. 280. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน เกษ

  281. 281. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน อับศร

  282. 282. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน เกียรดิ

  283. 283. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน พิเนศ

  284. 284. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน ผธม

  285. 285. ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ เขียน สร่ง

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ