ฉบับที่ ๘ หมายรับสั่งพระราชพิธีโสกันต์ในรัชกาลที่ ๓

๏ ด้วยเจ้าพระยาธรรมา รับสั่งใส่เกล้าฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สั่งว่า หลวงโลกทีป ขุนโชติพรหมา ขุนเทพากรณ์ โหรมีชื่อคำนวณพระฤกษ์ทูลเกล้า ฯ ถวาย ว่าพระฤกษ์จะได้ตั้งพระราชพิธีมงคลการโสกันต์พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าโสมนัศ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท จะได้ตั้งพระราชพิธีสงฆ์ พราหมณ์ พร้อมกัน พระสงฆ์ ๓๐ รูปจะได้เจริญพระพุทธมนต์ ณวันเดือน ๕ แรม ๑๔ ค่ำ เดือน ๖ ขึ้นค่ำ ๑ ขึ้น ๒ ค่ำ ปีมเมียอัฐศก (พ.ศ. ๒๓๘๙) เพลาบ่ายโมง ๑ จะได้เชิญเสด็จพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าโสมนัศ ซึ่งจะโสกันต์ แห่เสด็จมาทรงฟังสวดพระพุทธมนต์ ๓ วัน ครั้นรุ่งขึ้นณวันจันทร์เดือน ๖ ขึ้น ๓ ค่ำ เพลาเช้า โมง บาท พระฤกษ์จะได้จรดพระกรรบิดพระกรรไกร แปรพระภักตร์ไปสู่มงคลทิศ ตามกำหนดพระเกษฉินทฤกษ์ราชประเพณีโสกันต์ แล้วจะได้เชิญเสด็จไปสรงน้ำพระพุทธมนต์ ครั้นเพลาบ่าย ๒ โมง จะได้แห่เสด็จมาสมโภชเวียนเทียนณพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทนั้น

ให้กรมสัสดีซ้ายขวาเร่งเกณฑ์ฉัตร ราชวัตร ร้านน้ำ ล้อมที่สรง ฉัตรทอง ๔ ฉัตรเงิน ๒ ฉัตรนาก ๒ รวม ๘ ราชวัตร ไม้จริงทรงเครื่อง ๑๒ ล้อมพระมหาปราสาทห่าง ๔ วา ๒ ศอก ทรงเครื่องฉัตรเบญจรงค์ ๗ ชั้น ๒๐ ราชวัตรไม้ไผ่ ๘๐ รายทางระยะห่างกัน ๑๕ วา ฉัตรเบญจรงค์ ๘ ชั้น ๖๐ ราชวัตรไม้ไผ่ ๒๔๐ ร้านน้ำ ๓๐ ให้เร่งเกณฑ์ฉัตร ราชวัตร ร้านน้ำไปตั้งแต่ณวันเดือน ๕ แรม ๑๑ ค่ำ ห้ามมิให้เอาฉัตร ราชวัตร ร้านน้ำ ในการพระศพกรมหมื่นอัปศรสุดาเทพไปตั้งเปนอันขาดทีเดียว

อนึ่งให้เเปดตำรวจทำที่สรงน้ำบนลานพระมหาปราสาท พลบพลาเปลื้องเครื่องด้วย ใหญ่เล็กแลสูงต่ำจะทำเปนประการใดนั้น ให้ไปเรียนถามพระยาศรีพิพัฒน์ พระยาราชสงคราม แล้วให้ปลูกโรงพระราชพิธีพราหมณ์ที่น่าพระมหาปราสาท ไม้ประธานขื่อกว้าง ๕ ศอกคืบ พรึงยาว ๙ ศอกคืบ เดี่ยวสูง ๖ ศอก พื้นสูง ๒ ศอก มีพาไลรอบลดพื้นเปน ๒ ชั้น มีพนักแผงบังรอบทั้ง ๒ ชั้น ผินน่าโรงไปทิศบูรพ์ ผินหลังโรงไปทิศประจิม มีประตูขึ้นน่าโรงแห่งหนึ่ง หลังโรงแห่งหนึ่ง มีไม้พาดปกโขลนยกทวาร ทำรั้วไก่ ราชวัตร ผูกต้นกล้วยต้นอ้อยรอบโรงพระราชพิธี

อนึ่งให้มหาดไทย กลาโหม เกณฑ์นั่งกาลบาต ทำรั้วไก่ยาว ๕ ศอก สูงศอก ๑ มีเชิงสองข้างกรอบไม้จริงตาแชลงไม้ไผ่ทาดินแดงตามระยะทางที่จะแห่เสด็จมาเหมือนอย่างทุกครั้ง แลให้พันจันท์เกณฑ์ปี่พาทย์มาคอยตีเมื่อแห่ตามระยะฉัตร

ให้พันพุฒ พันเทพราช เกณฑ์คนทำทางแห่กว้าง ๕ วา ให้เอาตลุมพุกทุบดินให้ราบเสมออย่าให้เปนเสี้ยนหนามหลักตออยู่ได้ แล้วให้เอาทรายมาเกลี่ยแต่บาง ๆ ให้เอาน้ำประอย่าให้เปนฝุ่นได้ ทำให้ตลอดทางแห่นั้น แล้วให้เกณฑ์ข้าทูลลออง ฯ ผู้ใหญ่ผู้น้อย ทหารพลเรือนเลือกจัดบุตรหลานที่รูปร่างงามดีศีศะจุกอายุ ๙ ปี ๑๐ ปี ๑๑ ปี ๑๒ ปี ๑๓ ปี แลคู่แห่ต่างภาษา คู่แห่ผู้ใหญ่เครื่องสูง กลองชนะ แตร สังข์ เกณฑ์บุตรข้าราชการศีศะจุกแห่ทรงฟังสวด แห่โสกันต์ นุ่งสมปักท้องขาว ชายกรวยเสื้อกรุยขาวใส่เกี้ยวมงคลย่นขาว แห่กลับจากโสกันต์ แห่สมโภชเวียนพระเทียน นุ่งสมปักลายมีสนับเพลาเสื้อกรุยแดง ๘๐ บุตรทหารฝรั่งแม่นปืนแห่ทรงฟังสวด แห่โสกันต์ ใส่เสื้อขาวกางเกงขาว แห่กลับจากโสกันต์ แห่สมโภชเวียนพระเทียน ใส่เสื้อสีกางเกงสี ถือปืนทำด้วยไม้ ๒๐ จีนบุตรเจ้าภาษีกรมท่าซ้ายแห่ทรงฟังสวด แห่โสกันต์ แต่งตัวอย่างนายตะเภาใส่หมวกมีภู่ แห่กลับจากโสกันต์ แห่สมโภช แต่งตัวอย่างงิ้ว ๒๐ บุตรแขกเทศ กรมท่าขวาแห่ทรงฟังสวด แห่โสกันต์ ใส่เสื้อจีบเอวขาว กางแกงขาวคาดเจียรบาด ใส่เสื้อจีบเอว ผ้าโพกขาว แห่กลับจากโสกันต์ แห่สมโภช ใส่เสื้อจีบเอวสี กางเกงสี คาดเจียรบาด ๒๐ บุตรอาสาจามแห่ทรงฟังสวด แห่โสกันต์ นุ่งจีบผ้ายก คาดปั้นเหน่ง ใส่เสื้ออย่างมลายู พันผ้าตะบิด เหน็บกฤช ๒๐ หลวงทิพรักษา หลวง........... หลวง........... หลวง........... ต้นเชือกปลายเชือกเด็ก ทรงฟังสวด โสกันต์ ใส่สนับเพลาสมปักทองขาวชายกรวย เสื้อกรุย ลำพอกขาว กลับจากโสกันต์ สมโภชสนับเพลา สมปักลาย เสื้อกรุย แดง ลำพอกแดง ๔ มหาดเล็ก คู่แห่ ๑๒๐ สารวัด ๑๒ พระแสงหว่างเครื่อง ๖ แห่ทรงฟังสวด แห่โสกันต์ สนับเพลาสมปักทองขาวชายกรวย เสื้อกรุยลำพอกขาว กลับจากโสกันต์ สมโภชสนับเพลา สมปักลาย เสื้อกรุยลำพอกแดง ๑๓๘ อินทร์ ๘ เครื่องเขียวพรหม ๘ เครื่องแดง นุ่งสมปักลาย แห่ทรงฟังสวด แห่โสกันต์ แห่สมโภช เหมือนกัน ๑๖ บรรดาคู่แห่มหาดเล็ก ให้หัวหมื่น นายเวร จ่า หุ้มแพร จัดเลือกสรรมหาดเล็กที่รูปร่างงามดี สูงต่ำให้เท่ากัน แล้วให้จัดทาษจัดเชลยไปหัดโมงครุ่ม หัดกุลาตีไม้ ไว้ให้พร้อม พระนรินทรเสนี พระศรีสหเทพ หลวง........... หลวง........... ตันเชือกปลายเชือก ผู้ใหญ่ทรงฟังสวด โสกันต์ สนับเพลา สมปักทองขาวชายกรวย เสื้อกรุยลำพอกขาว กลับจากโสกันต์ สมโภช สนับเพลา สมปักลาย เสื้อกรุยลำพอกแดง ๔ (ตรงนี้ต้นฉบับขาดเสียตอน ๑) แล้วเสร็จ เสด็จไปสรงน้ำบนที่สรงบนชาลาพระมหาปราสาทด้านตวันออกเฉียงเหนือ สรงเสร็จเสด็จกลับขึ้นพลับพลาเปลื้องเครื่อง เปลื้องฉลองพระองค์ เปลื้องพระภูษา แล้วทรงเครื่องแต่งพระองค์ทรงพระมหามงกุฎอย่างพระราชกุมาร เสด็จขึ้นเกยทรงพระราชยานแห่กลับเข้าในพระราชวังทางประตูราชสำราญเหมือนอย่างแห่ฟังสวดทุกวัน

ครั้นรุ่งขึ้นณวันเดือน ๖ ขึ้น ๔ ค่ำ ๕ ค่ำ ๖ ค่ำ เพลาบ่าย ๒ โมง ๓ บาท พระฤกษ์จะได้ตั้งกระบวนแห่มาสมโภชเวียนพระเทียนบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท (นั้น) เครื่องเล่นสมโภช ๓ วัน เปนคำรบแห่ ๖ วัน ๗ เพลา แลกระ(บวนแห่เพลาเสด็จ)สมโภชนั้นเข้าทางประตูอนงคลีลา ออกทางประตูราชสำราญทั้ง ๓ วัน (กระบวนน่า) ไปตั้งกระบวนอยู่นอกประตูราชสำราญตรงพระที่นั่งสุทธาสวรรย์ คู่แห่อยู่ข้างนอก นำริ้วพระนรินทรเสนี ๑ พระศรีสหเทพ ๑ รวม ๒ มหาดเล็ก จ่าสรวิชิต ๑ จ่าจิตรนุกูล ๑ จ่านิตย์ ๑ จ่าเนตร ๑ รวม ๔ สารวัด ๑๒ ต้นเชือกปลายเชือก ๘ คู่แห่ ๑๑๒ กลองชนะ ๔๐ จ่าปี่ ๑ จ่ากลอง ๑ สารวัด พิฉลูเสนี ๑ พันเทพศักดิ์ ๑ แตรงอน ๒ แถว ๒๐ แตรฝรั่ง ๒ แถว ๑๖ สารวัด (เสน่ห์) ราชา ๑ ปรีดาราช ๑ ขอเฝ้า ๖๐ รวมทั้งสิ้น ๒๘๐ คน คอยรับประตูสุนทรทวาร คู่แห่ที่จะแห่ไปรับเสด็จทางประตูอนงคลีลา ถึงพระตำหนักตั้งกระบวนแห่ในพระราชวัง คู่แห่รับเสด็จในจีน ๒๐ ฝรั่ง ๒๐ แขกมลายู ๒๐ แขกเทศ ๒๐ สารวัดเด็กปลัดวังวังน่า ๑ บุตรข้าราชการศีศะจุก ๘๐ ต้นเชือกปลายเชือก หลวงทิพรักษา ๑ จมื่นอินทประพาศ ๑ จมื่นศรีราชบุตร ๑ จมื่นเทพสุรินทร์ ๑ มหาดเล็กเชิญพระแสงหว่างเครื่อง ๖ ภูษามาลาอยู่งานพระกลด ๑ แตรงอน ๔ แตรฝรั่ง ๔ สังข์ ๒ สารวัด ๒ ขับไม้บัณเฑาะว์ ๒ พราหมณ์ถือสังข์ ๒ พราหมณ์โปรยเข้าตอกดอกไม้ ๒ โหรโปรยเข้าเปลือกเข้าสาร ๒ ขุนนาง (คู่) เคียงพระราชยาน ๑๖ อินทร์พรหม ๑๖ หามพระราชยานนาย ๑ ไพร่ ๑๒ เครื่องสูงน่า ๗ ชั้น ๒ ห้าชั้น ๑๐ บังแทรก ๑๐ กรมวังคุมเครื่อง ๒ หลัง ๗ ชั้น ๒ ห้าชั้น ๔ บังพระสูรย์ ๓ พัดโบก ๑ รวมทั้งสิ้นเด็ก ๑๖๐ ผู้ใหญ่ ๑๐๐ ข้าหลวง ๘๐ เปน ๓๔๐ คน คู่แห่กระบวนนี้เข้าไปรับเสด็จทางประตูอนงคลีลาถึงพระตำหนักพระราชยานประทับเกย เสด็จขึ้นพระราชยานแล้วเป่าสังข์ คู่แห่นั่งประนมมือ สิ้นเสียง (สังข์เป่า) แตร สิ้นเสียงแตรสารวัดตีกรับสามทีคู่แห่กราบถวายบังคมพร้อมกัน ๓ หน แล้วสารวัดรัวกรับให้คู่แห่เดินพร้อมกัน เครื่องสูงหลังเดินแล้ว ข้าหลวง โขลน เข้าท้ายกระบวนเดินเปน ๔ แถว ถ้าจะเดินกระบวนให้ฟังเสียงกรับ ถ้าเสียงกรับช้าก็ให้เดินช้า ถ้าเสียงกรับเร็วก็ให้เดินเร็วไป ครั้นพระราชยานถึงคลัง เป่าสังข์ครั้งหนึ่ง กะทั่งแตรครั้งหนึ่ง ถึงพระที่นั่งข้างริมศาลเป่าสังข์ครั้งหนึ่ง กะทั่งแตรครั้งหนึ่ง ถึงประตูราชสำราญแล้วให้เป่าสังข์ขึ้น กะทั่งแตรขึ้น กระบวนแห่ซึ่งตั้งไว้นอกประตูนั้นให้ผินหน้ากลับมารับเสด็จคอยกราบถวายบังคมพร้อมกันลุกขึ้นบรรจบกับกระบวนแห่ที่ออกมาจากพระราชวังนั้น (เปนแถวเปนแนว) กัน พระราชยานมาถึงมุมโรงแสง ให้เป่าสังข์กะทั่งแตรครั้งหนึ่ง พระราชยานกะทั่งถึงป้อมเผด็จดัษกร เป่าสังข์กะทั่งแตรครั้งหนึ่ง ถึงประตูด้านเหนือวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เป่าสังข์กะทั่งแตรครั้งหนึ่ง พระราชยานถึงประตูวิเศษไชยศรีเลี้ยวโรงปืนใหญ่ ให้เป่าสังข์กะทั่งแตรครั้งหนึ่ง เดินกระบวนแห่ตรงเข้ามาตามถนน ถึงประตูวิมานไชยศรี ให้เป่าสังข์กะทั่งแตรอิกครั้งหนึ่ง เลี้ยวมาตามถนนน่าทิมดาบถึงมุมโรงนาฬิกา ให้เป่าสังข์กะทั่งแตรครั้งหนึ่ง แลเมื่อเป่าสังข์กะทั่งแตรนั้น ให้ยกมือประนมขึ้นให้พร้อมกันทุกทุกครั้ง ครั้นถึงกำแพงแก้วพระมหาปราสาทแล้ว คู่แห่ผู้ใหญ่ตรงขึ้นไปประตูหูช้างด้านตวันออก ถึงประตูหูช้างด้านตวันตก ต้นเชือกพ้นประตูหูช้างด้านตวันออกแล้ว ให้หยุดแยกเปนสองแถวให้กว้าง นั่งคุกเข่าผินหน้าเข้ามาข้างเกยให้พร้อมกัน อินทร์ พรหม เครื่องสูง คู่แห่หลัง ซึ่งมิได้เข้าในวังนั้นตามคู่แห่ผู้ใหญ่น่า ตรงไปถึงประตูหูช้างตวันตกตั้งเปน ๔ แถว ถ้าแลเสียงเป่าสังข์กะทั่งแตรให้ยกมือขึ้นพรอมกัน คู่แห่เด็กนั้นให้เดินเลยตั้งกระ (บวนตรงท้อง) สนามน่าโรงพระยาช้าง ต้นเชือกอยู่เสมอโรงพระยาช้างยืนแยกเปนสองแถวให้ทางกว้าง กลองชนะ แตรสังข์เข้าไปยืนอยู่ในหว่างกระบวนเด็กเปน ๔ แถวคอยตีส่งเสด็จ แต่เครื่องสูงกระบวนน่า ขับไม้ โหรพราหมณ์นั้นตรงไปยืนอยู่ตามถนนตรงประตูพรหมขวา แต่พระราชยานนั้บเข้าประทับเกยส่งเสด็จแล้ว เลี้ยวออกมาหว่างศาลาน่าพระมหาปราสาท แต่คู่เคียงนั้นหมอบรับเสด็จอยู่ตรงน่าเกย เสด็จลงจากเกยแล้ว ข้าหลวง โขลน เดินกระบวนตรงเข้าพระราชวังทางประตูพรหมขวา ขอ (เฝ้าใน) กระบวนนั้นเลี้ยวมาตามเชิงกำแพงแก้วหยุดอยู่ระหว่าง (โรงทอง) แล้วผินหน้าเข้ามาข้างเกย ครั้นสิ้นกระบวนแล้วเป่าสังข์เป่าแตรขึ้น สิ้นเสียงแตร กลองชนะตีส่งเสด็จ สิ้นเสียงกลองสารวัดตีกรับสามที คู่แห่กราบถวายบังคมพร้อมกัน ๓ หน เจ้าจอมข้างในรับพระเจ้าหลานเธอต่อพระหัดถ์ลงมาทรงยืนในถาดเงินปากจำหลัก ข้างในถวายน้ำล้างพระบาทด้วยพระเต้าเงินถมยาดำ แล้วเสด็จตามผ้าลาดขี้นบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทรงนั่งฟังสวดอยู่ในฉาก

เมื่อ(พระ)สงฆ์สวดพระพุทธมนต์ ยกคู่แห่ผู้ใหญ่ไปตั้งกระบวนอยู่ที่ประตูพิมานไชยศรี แตรสังข์ กลองชนะนั้นไปตามคู่แห่ผู้ใหญ่เข้ากระบวนตามที่ อยู่แต่เครื่องสูง คู่แห่กระบวนหลังไปตั้งอยู่น่าโรงพระยาช้าง คู่แห่เด็กยกไปตั้งต่อคู่แห่ผู้ใหญ่เข้ามาเปนกระบวนเดียวกัน ผินหน้ามาข้างเกย ครั้นพระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์จบแล้วเสด็จกลับขึ้นเกย ทรงพระราชยานแล้วเป่าสังข์ เป่าแตรขึ้น สิ้นเสียงแตรสารวัดตีกรับ ๓ ที คู่แห่กราบถวายบังคมพร้อมกัน ๓ หน สารวัดรัวกรับ คู่แห่ลุกขึ้นเดินพระราชยานถึงประตูหูช้างชาลามหาปราสาท อินทร์พรหม เครื่องสูงหลังเข้าตามที่ นางข้าหลวง นางโขลนเดินพ้นประตูหูช้าง พวกขอเฝ้าเข้าท้ายกระบวนแห่ แห่ตามทางถึงที่ให้เป่าสังข์ เป่าแตรเหมือนอย่างเมื่อแห่มานั้น ครั้นถึงประตูราชสำราญให้คู่แห่ผู้ใหญ่ แตรกลองชนะสารวัด ซึ่งมิได้เข้าในพระราชวังนั้นตรงออกไปทางประตูศักดิไชยสิทธิ์ ต้นเชือกหยุดอยู่เสมอพระที่นั่งสุทธาสวรรย์ปราสาทผินหน้ากลับเข้ามา ครั้นพระราชยานถึงประตูราชสำราญแล้ว เป่าสังข์เป่าแตรขึ้น สิ้นเสียงแตร กระบวนซึ่งตั้งอยู่นั้นกราบถวายบังคมพร้อมกัน แต่คู่แห่เด็กกับกระบวนซึ่งเข้าในพระราชวังนั้น เข้าไปส่งเสด็จในพระราชวัง ครั้นแห่ไปถึงที่เคยเป่าสังข์ เป่าแตร ก็ให้เป่าสังข์ เป่าแตรตามระยะ กระบวนแห่ทั้ง ๓ วัน ถึงพระตำหนักเสด็จขึ้นจากราชยานเป่าสังข์ เป่าแตร สิ้นเสียงแตร สารวัดตีกรับ ๓ ที คู่แห่กราบถวายบังคมพร้อมกันสามหน เจ้าจอมข้างในรับพระหัดถ์เชิญเสด็จไปเปลื้องเครื่อง

กระบวนเพลาเช้าเชิญพระราชยานกับคู่เคียง อินทร์พรหม เครื่องสูง เข้าไปรับเสด็จทางประตูอนงคลีลา ในพระราชวังเหมือนอย่างแห่ ทรงฟังสวดทุกวัน แต่แห่เสด็จออกมาทางประตูพรหมขวา คู่แห่ผู้ใหญ่ตั้งกระบวนตามที่เหมือนคอยรับเสด็จแห่กลับทุกวัน ขอเฝ้านั้นตั้งกระบวนอยู่ข้างโรงทองให้พร้อมกัน คู่แห่ที่แห่เสด็จพระเจ้าหลานเธอออกมาโสกันต์เพลาเช้านั้น คู่แห่เด็กนั้นเดินตรงไปตามถนนถึงประตูหูช้าง เลี้ยวมาตามถนนน่าโรงทอง ต้นเชือกหยุดเพียงข้างเกย เมื่อพระราชยานประทับเกย คู่แห่ที่อยู่นอกให้เป่าสังข์ เป่าแตร สิ้นเสียงแตรสารวัดตีกรับ ๓ ที คู่แห่กราบถวายบังคมพร้อมกัน ๓ หน เสด็จลงจากเกยชำระพระบาทแล้ว เสด็จตามผ้าลาดเข้าประตูมุขกระสันพระมหาปราสาทเปลื้องเครื่องในฉาก ทรงฉลองพระองค์ถอด พระภูษาถอด เสด็จไปทรงนั่งเหนือผ้าลาด ผินพระภักตร์สู่มงคลทิศ ยกคู่แห่มาตั้งกระบวนคอยรับเสด็จเหมือนอย่างทุกวัน

ครั้นล้นเกล้า ฯ ทรงจุดเทียนทรงศีลแล้ว ชาวพระมาลา พระภูษา แบ่งกันพระเกษาด้วยพายทอง พายนาก พายเงิน ลวดทอง ลวดนาก ลวดเงิน ครั้นถึงพระฤกษ์โหรบอกลั่นฆ้อง เป่าสังข์ เป่าแตร ปี่พาทย์ กลองแขก ประโคมไปกว่าจะโสกันต์แล้ว ๆ เสร็จ ชาวพระราชยานเชิญเสลี่ยงน้อยเข้าไปประทับรับเสด็จที่อัฒจันท์ประตูมุขกระสัน (ด้านตวันออก) พราหมณ์ขับไม้กับคู่เคียง พระยาเทพอรชุน พระยาพิพัฒโกษา พระยาโชฎึกราชเศรษฐี พระยาพิพิธโภไคย รวม ๔ คนถอดลำพอกเสียเข้าเคียงเสลี่ยงแต่อัฒจันท์มุขกระสันด้านตวันออก เสด็จมาสรงน้ำพระพุทธมนต์บนพระแท่น เมื่อเสด็จมานั้นคู่แห่เด็กแลกระบวนคู่แห่เด็กซึ่งค้างอยู่นั้นหมอบรับเสด็จ สารวัดตีกรับคู่แห่กราบถวายบังคมพร้อมกัน ๓ หน ชีพ่อพราหมณ์ถวายน้ำกรด น้ำสังข์แล้ว เสด็จขึ้นพลับพลาเปลื้องฉลองพระองค์ถอด พระภูษาถอด ทรงเครื่อง ยกคู่แห่เด็กศีศะจุก คู่แห่เด็กต่างภาษา เครื่องสูง เชิญพระแสง แตร สังข์ สารวัด พราหมณ์ ขับไม้ โหร เข้ากระบวนแห่คอยรับเสด็จเหมือนอย่างทุกวัน

ครั้นชาวพระมาลา พระภูษาแต่งพระองค์ทรงเครื่องแล้วเสร็จเสด็จขึ้นเกย ทรงพระราชยานแล้วเป่าสังข์ คู่แห่ยกมือประนมขึ้นพร้อมกัน สิ้นเสียงสังข์เป่าแตร สิ้นเสียงแตรสารวัดตีกรับ ๓ ที คู่แห่กราบถวายบังคมพร้อมกัน ๓ หน แต่เชิญเครื่องสูงน่าหลัง อินทร์พรหมยืนรับเสด็จอยู ครั้นสารวัดรัวกรับให้เดินไปถึงที่เป่าสังข์ เป่าแตร เหมือนอย่างแห่มานั้น ครั้นถึงประตูราชสำราญ คู่แห่ผู้ใหญ่กับสารวัด แตร กลองชนะ ซึ่งมิได้เข้าในพระราชวัง ตรงไปตั้งกระบวนอยู่ตามหมู่เหมือนอย่างทุกวัน ผินหน้าเข้ามาตามที่ คู่แห่เด็กกับกระบวนซึ่งเข้าในพระราชวังนั้นตรงเข้าไปในประตูราชสำราญ เสด็จถึงประตูแล้ว กระบวนที่ตั้งอยู่นั้นกราบถวายบังคมพร้อมกัน ๓ หน กระบวนแห่ๆ เสด็จเข้าในพระราชวัง พระราชยานประทัยเสด็จขึ้นเกย สารวัดตีกรับ ๓ ที กระบวนแห่กราบถวายบังคม ๓ หน ครั้นเสด็จจากเกยกระบวนแห่ก็ออกทางประตูอนงคลีลา

ครั้นณวันเดือน ๖ ขึ้น ๔ ค่ำ ๕ ค่ำ ๖ ค่ำ เพลาบ่ายโมง ๑ กับ ๓ บาท พระฤกษ์จะได้เสด็จทรงพระราชยานแห่มาสมโภชเวียนพระเทียนณพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท มีเครื่องเล่นสมโภช ๓ วัน กระบวนแห่ไปตั้งกระบวนรับเสด็จส่งเสด็จตามที่เหมือนอย่างเมื่อแห่ทรงฟังสวดนั้น

ณวันเดือน ๕ แรม ๑๔ ค่ำ ให้เจ้าพนักงานทั้งปวงเชิญเครื่องตั้งพระราชพิธีขึ้นไปตั้งบนพระที่นั่งดุสิดามหาปราสาท ให้พร้อมกันเหมือนอย่างพระราชพิธีโสกันต์ พระราชพิธีตรุษทุก ๆ ครั้ง

พนักงาน ๘ ตำรวจ พระแท่นแว่นฟ้ามีเพดาน มีระบายผ้าขาว ตั้งแต่มุขตวันออก ไปเอาเตียงเล็กทองที่วังกรมหมื่นศรีสุเทพ เตียงตั้งพระธรรม ๑ ตั้งพระบรมธาตุ ๑ พระพุทธรูป ๑ แล้วให้ทำศาลเทวดาสูงเพียงตาลด ๒ ชั้น มีตาแชลงปักธงรอบศาลหนึ่ง ให้ยกเข้าไปตั้งกลางพระมหาปราสาททิศบูรพ์

อนึ่งให้ชาวพระมาลา พระภูษา เชิญเครื่องพระพิไชยสงคราม เครื่องพระสุพรรณบัตรที่หอพระในพระราชวังขึ้นไปตั้งบนเตียงพระมณฑล แล้วให้แต่งเครื่องพระมุรธาภิเศก จับพระมหามงคลแลสอดสายสิญจน์ เชิญพระภูษาถอด เชิญฉลองพระองค์ถอดสำหรับทรง แล้วรับพระภูษาทรงต่อขอเฝ้าถวาย แล้วให้รับครอบสำริด พานสำริด ใส่มะกรูด ใส่ส้มป่อย ใส่ใบเงิน ใบทอง ใบมะตูม ใบหญ้าแพรก เปนเครื่องพระกระยาสนานต่อสนมพลเรือนถวายเมื่อวันโสกันต์ ๆ นั้น ให้รับพานรองพระเกษา กาน้ำร้อนต่อท่านข้างใน แล้วให้เอาพระมงกุฎ เอาเครื่องทรงไปคอยแต่งพระองค์ที่พลับพลาทรงเครื่องบนลานพระมหาปราสาท ให้พระราชโกษา หลวงราชวงศาไปตามเสด็จรักษาพระองค์ไปกับกระบวนแห่ด้วย

อนึ่งให้หลวงสำเร็จพระขรรค์ หลวงสรรพอาวุธ เชิญพระแสงทรงสั้น ยาว กรรบิด กรรไกร ไปตั้งไปผูก

อนึ่งให้ชาวแสงสรรพายุทธ เชิญพระแสงของ้าว ไม้เท้าคร่ำทอง ชนักต้น แสงปืนต้น เชิญพระแสงคาบชุด ๑ พระแสงคาบศิลา ๑

อนึ่งให้อภิรมย์ เชิญพระเสมาธิปัติ พระฉัตรไชย พระเกาวพ่าย ไปตั้ง ๓ องค์ แล้วให้เชิญเครื่องสูงหักทองขวางน่าหลัง เครื่อง ๗ ชั้น ๔ คัน เครื่อง ๕ ชั้น ๑๔ คัน บังแทรก ๑๐ บังพระสูริย์ ๑ พัดโบก ๑ นุ่งกางเกงยก ใส่เสื้อมัศหรู่ คาดเจียรบาดปักไหม ลำพอกแดงหางเหยี่ยว ทรงฟังสวดโสกันต์ นุ่งสมปักทองขาวชายกรวย เสื้อกรุยลำพอกขาว แห่กลับจากโสกันต์ สมโภช สนับเพลา สมปักลายเสื้อแดงลำพอกแดง

อนึ่งให้สังฆการี เชิญธงไชย กระบี่ยุทธ พระครุธพ่าห์ต่อมหาดเล็กสาตราคมไปตั้งณเตียงพระมณฑล ๔ องค์ ให้เบิกด้ายดิบต่อชาวพระคลังในซ้ายมาจับสายสิญจน์ทบ ๓ ที ให้วงพระมหาปราสาท วงเตียงพระมณฑล วงที่สรง พระสงฆ์ถือสวดมนต์ด้วย แล้วให้นิมนต์พระสงฆ์ราชาคณะถานานุกรม......รูปสวดพระพุทธมนต์ ณวันเดือน ๕ แรม ๑๔ ค่ำ ณวันเดือน ๖ ขี้นค่ำ ๑ ขึ้น ๒ ค่ำ ขึ้น ๓ ค่ำฉันเช้า เปน ๔ เพลา เมื่อวันโสกันต์ให้นิมนต์พระสงฆ์มาแต่เช้าให้ทันพระฤกษ์ แลให้รับเภสัชอังคาต กระจาดต่อวิเสศ

อนึ่งให้ชาวคลังศุภรัตเอาอาศนะไปแต่งที่พระสงฆ์ณพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท แล้วให้จัดผ้าสบงทูลเกล้า ฯ ถวาย ๆ พระสงฆ์องค์ละผืน

อนึ่งให้ชาวพระคลังมหาสมบัติทำพายทอง ๑ พายนาก ๑ พายเงิน ๑ ลวดทอง ๓ ลวดนาก ๓ ลวดเงิน ๓ ส่งให้ชาวพระมาลา พระภูษา ๆ สำหรับจะได้กันพระเกษา แล้วให้เอาขันน้ำ กะโถน ไปตั้งถวายพระสงฆ์ฉันทุกเพลา

อนึ่งให้หลวงมไหสวรรย์ ส่งพระเต้าปทุมนิมิตรทอง ๑ นาก ๑ เงิน ๑ ให้สนมพลเรือน

ให้ชาวพระคลังในซ้ายส่งพระเต้าปทุมนิมิตรสำริดให้สนมพลเรือน แล้วจ่ายด้ายดิบให้ชาวพระมาลาภูษาสอตพระ........สังฆการีจับสายสิญจน์ให้พอพระสงฆ์ถือสวด วงพระมหาปราสาท วงเตียงพระมณฑล วงที่สรง พระมหามงคล ๖ มงคลคู่แห่เด็ก ๘๐ ย่นด้ายเอก ๖ ตำลึง โท ๒ ชั่ง แล้วให้จ่ายกระดาษ จ่ายเครื่องเขียนให้ผู้ต้องถูกฉัตรให้ครบตามจำนวน แล้วให้เอาอ่างจีนใหญ่ต้นเถาไปตั้งชาลาพระมหาปราสาท ๒ นอกประตูราชสำราญ ๒ ศาลาลูกขุนขวา ๒ ศาลาลูกขุนซ้าย ๒ ทิมดาบตำรวจ ๒ ทิมดาบชาววัง ๒ รวมอ่าง ๑๒ ใบไปตั้งแต่ณวัน เดือน ๕ แรม ๑๓ ค่ำ เพลาเช้า

อนึ่งให้โหรรับพานทองต่อสนมพลเรือน ใส่เข้าเปลือกเข้าสารโปรยน่าเสด็จแห่ทรงฟังสวด แห่สมโภช ๖ วัน ๗ เพลา ๆ ละ ๒ คน แล้วให้เบิกผ้าขาวต่อพระคลังวิเสศปู่ศาลเทวดายาว ๖ ศอก วงศาลเทวดายาว ๙ ศอกท่อนหนึ่ง แล้วให้รับบัตรยอดกล้วยกว้างศอก ๑ ต่อสนมพลเรือน บายศรีตอง ๓ ชั้น แป้งหอม น้ำมันหอม เครื่องบัตร เทียน ศีศะสุกร ๒ ศีศะต่อวิเสศนอก บวงสรวงเทวดาบูชาฤกษ์วันเดือน ๖ ขึ้น ๓ ค่ำเพลาเช้า แล้วให้คอยบอกฤกษ์ให้ลั่นฆ้องไชยเมื่อเพลาจะโสกันต์ด้วย

อนึ่งให้สนมพลเรือนรับเครื่องนมัสการเครื่องทองใหญ่ต่อท่านพนักงานข้างในเชิญมาตั้งบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ณวันเดือน ๕ แรม ๑๔ ค่ำเพลาบ่ายสำรับ ๑ ณวันเดือน ๖ ขึ้นค่ำ ๑ ขึ้น ๒ ค่ำ เพลาบ่าย วันละสำรับ ณวันเดือน ๖ ขึ้น ๓ ค่ำเพลาเช้าสำรับ ๑ ให้มีพุ่มเข้าตอกดอกไม้ธูปเทียนสำหรับเครื่องให้พร้อม แล้วให้รับพานสำริด ครอบสำริดต่อท่านข้างในใส่มะกรูด ใส่ส้มป่อย ใส่ใบมะตูม ใบทอง ใบเงิน หญ้าแพรก รับพระเต้าปทุมนิมิตรต่อคลังมหาสมบัติ ต่อคลังในซ้าย เอาหม้อทอง หม้อเงิน ใส่น้ำพระพุทธมนต์ ๕ คู่ ไปตั้งณเตียงพระมณฑล ถึงเพลาวันโสกันต์ให้เอาครอบสำริดใส่เครื่องพระกระยาสนาน ให้ชาวพระมาลาภูษา หม้อน้ำที่สรงไปส่งให้ขุนศรีสยุมพรณที่สรงที่ชาลาพระมหาปราสาท แล้วให้รับมหาดเล็กทั้ง ๔ เวรแต่งตัวเปนอินทร์เปนพรหม ๑๖ คน แห่ทั้ง ๖ วัน ๗ เพลา แล้วให้แต่งที่พระเจ้าหลานเธอ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในฉากทรงฟังสวดเพลาบ่าย ๓ วัน เพลาโสกันต์ในฉากนอกฉาก ๒ แห่งเพลาหนึ่ง เมื่อสมโภชเวียนพระเทียนตั้งเตียงทองไปเอาที่วังกรมหมื่นศรีสุเทพ แล้วให้เอาเสื่อเอาม่านไปแต่งที่สรงบนชาลาพระมหาปราสาท ให้ผูกม่านลายสลักบนชาลาพระมหาปราสาททั้งสองข้าง แล้วให้เบิกเสื่ออ่อนต่อชาวพระคลังราชการปูเตียงพระมณฑล ๖ ผืน แล้วให้รับขันทองพานทองรองขันต่อท่านข้างในส่งให้พราหมณ์โปรยเข้าตอก ๒ พราหมณ์โปรยดอกไม้ ๒ โหรโปรยเข้าเปลือก ๑ เข้าสาร ๑ รวม ๒ สำรับ ให้รับแต่ณวัน เดือน ๕ แรม ๑๔ ค่ำเช้าทุกวันไป จนถึงณวันเดือน ๖ ขึ้นค่ำ ๑ ขึ้น ๒ ค่ำ ๓ ค่ำ ๔ ค่ำ ๕ ค่ำ แล้วให้ทำบัตรหยวกกล้วยสูง ๙ ชั้น ไปส่งให้โหรณวัน เดือน ๖ ขึ้น ๓ ค่ำเพลาเช้าจะได้ใส่เครื่องบัตรบูชาฤกษ์ แล้วให้ยกน้ำชุบานน้ำชาถวายพระสงฆ์ แล้วให้แต่งที่รับเสด็จณเกยด้วย

อนึ่งให้ ๔ ตำรวจ สนมตำรวจนอก เอากระดานทำอัฒจันท์ให้สูงเสมอธรณีประตูพรหมขวาทั้งสองข้าง แล้วให้ขึ้นไปดูพระมหาปราสาท สิ่งใดชำรุดให้เร่งจัดแจงซ่อมแซมทำให้ดี แล้วให้ชำระปัดแผ้วผงอย่าให้รกอยู่ได้ แล้วให้สนมตำรวจนอกทำหลักปักให้สนมพลเรือนผูกม่านบนชาลามหาปราสาทด้านตวันออก ตวันตกตลอดถึงกำแพงแก้วทั้งสองข้าง ถ้าไม่แจ้งถามสนมพลเรือน แล้วให้จัดระเบงเล่นสมโภช ๖ วัน ๗ เพลา

อนึ่งให้กรมท่าซ้ายทำน้ำชากาแฟมาต้มส่งให้มหาดเล็ก ส่งให้สนมพลเรือนยกถวายพระสงฆ์เพลาเช้า เพลาเย็นทั้ง ๕ วัน

อนึ่งให้หลวงธรรมเสนาข้าพระแก้วมรกฎจัดแจงอาราธนาพระพุทธรูป พระไชย พระห้ามสมุท ส่งให้มหาดเล็กเชิญไปตั้งณเตียงพระมณฑล ณวันเดือน ๕ แรม ๑๔ ค่ำเพลาเช้า

อนึ่งให้ฆ้องไชย มโหรี ปี่พาทย์ กลองแขก แตรสังข์ ไปประโคมที่ตั้งพระราชพิธีณวันเดือน ๕ แรม ๑๔ ค่ำเพลาบ่าย ๒ โมงณวันเดือน ๖ ขึ้นค่ำ ๑ ขึ้น ๒ ค่ำเพลาบ่าย ๒ โมง ขึ้น ๓ ค่ำเช้า ๒ โมง บ่าย ๒ โมง ขึ้น ๔ ค่ำ ๕ ค่ำบ่าย ๒ โมง ณวันเดือน ๖ ขึ้น ๓ ค่ำเพลาย่ำฆ้องรุ่งให้เอานาฬิกาไปตั้งด้วย

อนึ่งให้ราชบัณฑิตเชิญพระบรมธาตุ พระนากสวาดิ์ พระแก้วผลึก พระไชยทองกับชาวพระราชยาน ชาวพระอภิรมย์ออกมาตั้งบนพระมหาปราสาทแต่ณวันเดือน ๕ แรม ๑๔ ค่ำเพลาเช้า ให้อยู่รักษากว่าจะแล้วการ

อนึ่งให้พันจันท์หัวพันมหาดไทย เกณฑ์ปักไม้ตามน่าศาลาลูกขุน แล้วให้จัดแจงเครื่องเล่นระเบงที่ตำรวจนอกซ้าย โมงครุ่มที่ตำรวจนอกขวา กุลาตีไม้ต่อมหาดเล็ก ๔ เวร หกคะเมนไต่ลวต นอนหอกนอนดาบ กะอั้วแทงควาย กรมนาทำตัวควายจัดคนเดินควาย นครบาลจัดผู้ชายเปนผัวเมียแทงควาย เล่นสมโภชแต่ณวันเดือน ๕ แรม ๑๔ ค่ำเพลาเช้า ไปจนถึงณวันเดือน ๖ ขึ้น ๕ ค่ำ แล้วให้จัดปี่พาทย์หลวงปี่พาทย์เชลยศักดิ์ เข้าไปตั้งนอกราชวัตรรายทางเว้นเสียฉัตรหนึ่งจึงตั้งปี่พาทย์ฟันปลา ๒ ฟากทาง ให้ตั้งแต่ประตูราชสำราญไปจนถึงประตูพิมานไชยศรี ถ้าเสด็จแห่มาให้ทำปี่พาทย์ขึ้นพร้อมกันทั้ง ๖ วัน ๗ เพลา

อนึ่งให้กรมนาจ่ายเข้าสารซ้อมให้แก่วิเศษหุงถวายพระสงฆ์ ๓ เพลา ๑๕ ถัง แล้วให้เอาเข้าสารสำหรับกระจาดไปส่งต่อวิเศษ.

(หมดฉบับเพียงนี้ ความต่อไปก็เห็นจะมีแต่เล็กน้อย ดูสิ้นกระแสความอยู่แล้ว)

----------------------------

  1. ๑. ในหมายเกณฑ์ไม่ปรากฏมีจำนวนพระสงฆ์ เทียบเคียงเอาตามที่เคยมีมา.

  2. ๒. ที่ชื่อว่าง ๓ คนตรงนี้ มีชื่อปรากฏต่อไปข้างหลัง คือจมื่นอินทประพาศ ๑ จมื่นศรีราชบุตร ๑ จมี่นเทพสุรินทร์ ๑

  3. ๓. ต้นเชือกปลายเชือกปรากฏชื่อต่อไปข้างน่า คือจ่ามหาดเล็กฝ่ายพระราชวังบวร ฯ ๔ คน.

  4. ๔. พระตำหนักนี้อยู่ตรงหลังพระมหาปราสาท เดิมสมเด็จพระอมรินทราบรมราชินีเสด็จอยู่ ครั้นสวรรคตแล้วเปนตำหนักกรมหมื่นอัปศรสุดาเทพ สมเด็จพระนางโสมนัศ เสด็จอยู่ตำหนักนี้มาแต่ทรงพระเยาว์ ครั้นกรมหมื่นอัปศรสิ้นพระชนม์ เปนตำหนักสมเด็จพระนางโสมนัศมาแต่รัชกาลที่ ๓ เสด็จอยู่จนสิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ ๔ ถึงรัชกาลที่ ๕ สร้างใหม่เปนตำหนักสมเด็จกรมพระยาสุดารัตนราชประยูร.

  5. ๕. คือสนามน่าพระที่นั่งจักรีบัดนี้ โรงพระยาช้าง ๔ โรงอยู่ตรงสร้างพระที่นั่งจักรี

  6. ๖. เกยนี้เข้าใจว่าอยู่ตรงสร้างพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ ในรัชกาลที่ ๔

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ